การใหบ้ รกิ ารทีด่ ี (Service Mind) การใหบ้ รกิ ารทด่ี ี หรือคาว่า “Service Mind” นั้น คอื การทจ่ี ะทาใหค้ นมีใจรักในการให้บรกิ าร ตอ้ งนาเอาคาวา่ “Service” และ “Mind” แยกความหมายออกเปน็ ตัวอกั ษรไดด้ ังนี้ S = Smile มรี อยยิม้ E = Enthusiasm มีความกระตือรอื รน้ เอาใจใส่ผรู้ ับบรกิ าร R = Rapidness มคี วามรวดเรว็ กระฉบั กระแฉง V = Value ใหบ้ รกิ ารอยา่ งมีคุณค่า I = Impression มคี วามน่าประทับใจ C = Courtesy บริการอย่างสุภาพออ่ นโยน E = Endurance มคี วามอดทนและเก็บอารมณ์ และ คาวา่ “Mind” มาจากคาว่า M = Make Believe มีความเช่อื ในการให้บริการของตนเอง I = Insist ยนื ยนั ท่ีจะใหบ้ รกิ ารผู้รับบริการ N = Necessitate การให้ความสาคัญต่อลกู ค้าและการบริการ D = Devote อทุ ศิ ตนเพ่ือการบรกิ าร คาว่า Service Mind นั้น ได้มีการพูดกันมานาน หากจะพิจารณาตามตัวอักษรรวมแล้ว คาว่า “Service” หมายถึง การบริการ คาว่า “Mind” หมายถึง จิตใจ รวมคาแล้วแปลว่า “มี จิตใจในการให้บริการ” ซ่ึงพอสรุปไดว้ า่ หมายถงึ การบรกิ ารที่ดี การให้บริการที่ดี ผู้ให้บริการต้องมีจิตใจในการให้บริการ คือ ต้องมีจิตใจหรือมีใจรัก มีความเต็มใจในการ บริการ การทางานโดยมีใจรักจะแสดงออกมาทางกาย โดยการทางานด้วยความยิ้มแย้ม แจ่มใส มี ความกระตอื รอื ร้น และสามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ โดยให้นึกถึงการบริการท่ีดีแก่ลูกค้า หรือผู้มาใช้บริการไว้เป็นหลัก การทาให้ผู้ใช้บริการได้รับความพึงพอใจ มีความสุข และได้รับ ผลประโยชนอ์ ย่างเต็มทค่ี ือการสร้างสุขในการให้บรกิ าร การสรา้ งความประทับใจในงานบรกิ าร ความคาดหวังโดยท่ัวไปของผู้รับบริการก็ได้แก่ การต้อนรับที่อบอุ่น ให้ความสนใจและ กระตือรือร้นที่จะให้บริการ เอาใจใส่ พูดจาสุภาพไพเราะ ซ่ึงจะทาให้ผู้รับบริการรู้สึกว่าเขามี
ความสาคัญ เป็นผลใหเ้ ขาเกิดความพอใจ ในการรับบริการ และท่ีสาคัญต้องรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจ เรา และให้บริการตางตามความต้องการของผรู้ ับบริการ ความมีอัธยาศัยไมตรี เป็นส่ิงสาคัญย่ิงในการให้บริการ เพราะความมีอัธยาศัยไมตรีจะทาให้ ผู้รับบริการรู้สึกอบอุ่นและประทับใจ ผู้รับบริการทุกคนท่ีมาใช้บริการของเราเขาต้องการให้เรา แสดงออกดงั ตอ่ ไปน้ี 1. ย้ิม เป็นส่ิงจาเป็นอันดับแรกในการทักทายบุคคล เพราะรอยย้ิมทาให้ผู้รับบริการรู้สึก อบอุ่น และไดร้ บั ความเปน็ มิตร 2. คาพูด การใชค้ าพูดควรใชน้ ้าเสียงและท่วงทานองท่ีเปน็ ธรรมชาติ สุภาพ ไพเราะ คาว่า “ขอบคุณค่ะ/ครับ” และ “ขอโทษค่ะ/ครับ” “มีอะไรให้ช่วยไหมคะ/ครับ” คาพูดเหล่านี้ควรพูด ใหช้ นิ 3. ให้ความช่วยเหลือและแสดงไมตรีจิตท่ีดีจะทาให้ผู้รับบริการรู้สึกอบอุ่น ยิ่งถ้าหากเรามี ความกระตือรือร้นท่ีจะให้ความช่วยเหลือแล้วผู้รับบริการจะรู้สึกพึงพอใจในการให้บริการเราควร ชว่ ยเหลือผู้มารับบรกิ าร แมว้ ่าเราเองสามารถช่วยไดเ้ พียงเลก็ น้อยในปัญหาน้ัน แต่เราอาจขอให้คน อ่นื ช่วยได้ 4. ผู้บริการทุกคนสามารถแสดงความมีอัธยาศัย ในการทางานของตนเองให้ดีที่สุด ไม่ว่า จะตอ้ งต้องติดต่อกับผรู้ บั บริการโดยตรงหรือไม่ 5. เราควรจะต้องมีอัธยาศัยไมตรีต่อเพื่อนร่วมงานของเราด้วยทุกคนจะทางานร่วมกันได้ ดีกว่า ถ้าทุนคนมีไมตรีจิตต่อกัน ผู้รับบริการจะสังเกตเห็นได้ชัดว่าบรรยากาศในการทางาน โดย สว่ นรวมมอี ัธยาศัยไมตรีต่อกันไมใ่ ช่เฉพาะที่เหน็ ได้จากคนใดคนหนึ่ง ฉะน้ัน การบริการท่ีดี มีความสาคัญอย่างมากต่อองค์กร เพราะการให้ให้บริการท่ีดีเป็นการ ตอบสนองต่อความพงึ พอใจของผู้รับบริการและเกิดการพฒั นาองคก์ ร *********************************
Search
Read the Text Version
- 1 - 2
Pages: