Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore สื่อประกอบการสอน_เรื่อง_การอ่านจับใจความสำคัญ_(2)

สื่อประกอบการสอน_เรื่อง_การอ่านจับใจความสำคัญ_(2)

Description: สื่อประกอบการสอน_เรื่อง_การอ่านจับใจความสำคัญ_(2)

Search

Read the Text Version

รายวิชา ภาษาไทย เรื่อง การอ่านจับใจความสาคัญ รหัสวชิ า ท๒๒๑๐๑ ชั้นมัธยมศกึ ษาที่ ๒ ผ้สู อน ครฟู ารีดะห์ เบญญากาจ

เร่อื ง การอา่ นจบั ใจความสาคญั

การอ่านจับใจความสาคญั การอ่านเพือ่ ค้นหาสาระสาคญั ของเรือ่ งทอ่ี า่ น ทผ่ี ู้เขียนตอ้ งการส่ือ ซึ่งในแตล่ ะยอ่ หน้า จะมีประโยคใจความสาคญั เพยี งประโยคเดียว หรอื อย่างมากไมเ่ กนิ ๒ ประโยค

ประโยคใจความสาคัญหรือประโยคหลกั ที่สรุปความคิดของข้อเขียนตอนน้ันไว้ทั้งหมด ประโยคน้ีจะอยู่ส่วนใดของย่อหน้าก็ได้ บางย่อหน้า อาจไม่มีประโยคใจความสาคัญ ผู้อ่านจะต้องสรุป ใจความสาคญั เอง

ประโยคขยายความ เป็นข้อความขยาย สนับสนุนประโยคใจความ สาคัญให้ชดั เจนขึ้น

หลกั การอา่ นเพื่อจบั ใจความสาคญั

อา่ น คิด เขยี น เรยี บเรยี ง

ศึกษาใบความรู้ เรอ่ื ง ตาแหนง่ ประโยคใจความสาคัญของยอ่ หนา้

การพจิ ารณาตาแหนง่ ใจความสาคญั

ประโยคใจความสาคญั อย่ตู อนตน้ ของยอ่ หนา้

ความแตกตา่ งของมนุษย์และสตั วอ์ ีกประการหน่ึงที่เห็นเดน่ ชดั คือ เร่ืองของการใช้ภาษา มนุษยส์ ามารถถา่ ยทอดความรคู้ วามคิดออกมาเป็น ตวั เขียน คอื เปน็ ภาษาหนงั สือสาหรบั ใหผ้ ูอ้ ่นื อ่านและเขา้ ใจตรงตามท่ตี ้องการ แตส่ ัตว์ใช้ไดแ้ ต่เสียงเท่านัน้ ในการสื่อสาร แม้แตเ่ สยี งหลายท่านกย็ งั มี ความเห็นวา่ สตั ว์จะทาเสยี งเพ่อื แสดงความรสู้ ึก เช่น โกรธ หิว เจบ็ ปวด เทา่ นน้ั เสยี งของสตั ว์ไมอ่ าจสอื่ ความหมายไดล้ ะเอียดลออเทา่ ภาษาพดู ของ มนุษย์ (จนั ทร์ศรี นติ ยฤกษ์ ๒๕๒๕,๔-๕)

ประโยคใจความสาคญั อยู่ตอนกลางของยอ่ หนา้

ดังได้กล่าวมาแล้วว่า การที่จะเป็นผู้ฟังที่ดีได้นั้นจะต้องมีการฝึกฝนจน เรียนรู้ ฉะนั้นครูจึงเป็นผู้ที่มีโอกาสดีกว่าคนอื่นๆ ในการฝึกนิสัยการฟังที่ดี ให้แก่เยาวชนท่ีจะเป็นผู้นาของชาติในอนาคตครูไม่ควรมองข้ามความสาคัญ ของการฟังไป ควรระลึกไว้เสมอว่า การฟังมคี วามสาคัญเท่าๆ กับการพูด การอ่านและการเขียน ถ้าผู้ฟังรู้จักฟังแล้วการฟังก็จะมีประโยชน์มาก แต่ ถ้าผู้ฟังไม่รู้จักการฟัง ผู้ฟังก็จะไม่ได้รับผลอะไรเลย แต่ในทางตรงกันข้าม บางครัง้ ก็อาจจะมีโทษอนั รา้ ยแรงเกิดขน้ึ อกี ดว้ ย (ฉัตรวรุณ ตันนะรตั น์ ๒๕๑๙,๖๘)

ประโยคใจความสาคญั อยู่ตอนทา้ ยของยอ่ หนา้

ภายในวงงานศิลปะประเภทหน่ึงๆ มีรูปแบบของศิลปะน้ันแยกออกไป จิตรกรรมก็มีการวาดและระบายสีบนฝาผนัง วาดเป็นเส้นบนกระดาษวาด และระบายเป็นภาพเล็กเป็นภาพใหญ่เป็นรูปคนรูปภูมิประเทศและ อื่นๆ วรรณคดีก็เข้าในลักษณะนี้ รูปแบบของวรรณคดีไทยก็มีหลายแบบ ถ้านับ วรรณคดีต่างประเทศทั่วโลกก็มีรูปแบบเกือบจะนับไม่ถ้วน คุณภาพของ วรรณคดขี ้ึนอยู่กับรูปแบบจะมคี วามดีหรือความบกพร่องภายในวงของรปู แบบ แตล่ ะรปู แบบ การพิจารณาวรรณคดจี ึงเป็นไปตามรปู แบบแต่ละรูปๆ นั้น (บญุ เหลอื เทพยสุวรรณ ๒๕๑๗,๒)

ประโยคใจความสาคัญอยูต่ อนตน้ และ ตอนทา้ ยของยอ่ หน้า

ศิลปวฒั นธรรมในบา้ นเมืองเรามกั จะสอดคลอ้ งกบั การดาเนิน ชีวิตประจาวัน ตวั อย่างบางคนชอบปลูกไมด้ อกไมผ้ ล เมอ่ื เกิดดอกออกผลกช็ น่ื ใจ เกดิ ความคดิ ท่ีจะทาดอกผลนน้ั ให้งดงามน่าดยู งิ่ ข้นึ จึงมผี ้นู าผลไมม้ าประดิษฐ์ ลวดลาย แลว้ จัดวางในภาชนะใหม้ องดแู ปลกตานา่ รบั ประทานลวดลายนั้นเกิด จากการตัด ผา่ ปอก ควา้ นและแกะสลกั สว่ นไมด้ อกทีอ่ อกดอก กน็ ามาผกู มัด เป็นชอ่ บ้าง เป็นพวงเปน็ พ่บู ้าง เสยี บเป็นพ่มุ หรือปักลงในแจกนั กไ็ ด้ตามแต่จะ เหน็ งาม ชีวิตชาวไทยกบั ศลิ ปะความงามจงึ แยกกันไมอ่ อก (การเตรยี มเพอื่ การพดู และการเขียน, ฉตั รวรณุ ตนั นะรัตน์)

ผ้อู ่านสรุปข้นึ เอง จากการอา่ นทั้งยอ่ หนา้

สุนทรภู่ได้สูญสิ้นชีวิตไปแล้วส้ินไปในวาระที่ท่านกลับได้ดารง เกียรติอันควรแก่ปรีชาสามารถของท่าน คือ เมื่อท่านได้เป็นพระศรี สุนทรโวหารเจ้ากรมอาลักษณ์ในสมเด็จพระป่ินเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่นามและวรรณคดีของท่านยังอยู่โดยความดีงามและคุณค่า ในตัวเอง เราได้รับท้ังความบันเทิงและความสะเทือนใจในรสแห่งคติ ธรรมอนั แสดงออกโดยภาษาอันไพเราะซาบซึง้ ใจจากวรรณคดีที่ท่าน ฝากไว้

ใจความสาคัญ วรรณคดีของสุนทรภู่มีคุณค่า ทางคติธรรมและคุณคา่ ทางภาษาทไ่ี พเราะซาบซงึ้

ใบงาน เรื่อง การอ่านจบั ใจความสาคญั

ดนตรีไทยเป็นสัญญาณบอกถึงการดาเนินกิจกรรมต่างๆ ในพิธีกรรม เช่น ในงานทาบุญเลี้ยงพระ เม่ือเพลงโหมโรงเช้าดัง ข้ึน ก็จะทราบกันว่าพระมาถึงแล้ว เวลาพระจะกลับป่ีพาทย์ก็ บรรเลงเพลงกราวรา ในการเทศน์มหาชาติ ถ้าเล่นเพลง เซ่นเหล้าก็แสดงว่าจบการเทศน์กัณฑ์ชูชก แต่ละกัณฑ์จะมีเพลง ประจา เพลงเปน็ สิ่งท่บี อกใหเ้ จ้าของกัณฑต์ อ่ ไปได้เตรยี มตัว

หรือในงานพระราชพธิ ี ถา้ แตรสงั ขด์ งั ขน้ึ ก็แสดงว่า พระเจา้ อยหู่ ัวเสด็จแลว้ ถา้ จะทรงลกุ ไปจุดเทยี น ป่ีพาทย์ ก็จะบรรเลงเพลงสาธุการ ดังนน้ั ไมว่ า่ พธิ ีกรรมตามขั้นตอน ของชีวติ พิธีทางศาสนาหรือพระราชพธิ ีจะมีดนตรไี ทยเปน็ เครอ่ื ง บอกลักษณะหรือขน้ั ตอนในพธิ ีเสมอ (มหาวทิ ยาลัยสโุ ขทยั ธรรมาธิราช ๒๕๒๓,๗๔)

ในสังคมไทยมกี ารละเลน่ มากมายหลายประเภทใหเ้ ด็กๆ ไดเ้ ลน่ กันเพอ่ื ความสนุกสนานเพลิดเพลนิ เรามีการละเลน่ ของเด็กหญงิ เชน่ อตี กั ขายของ มีการละเลน่ ของเด็กชาย เชน่ ลูกหนิ ทอยกอง มีการละเลน่ ท่ีเลน่ เป็นกลุ่ม เชน่ มอญซ่อนผ้า โพงพาง เชา้ ๆ อย่ใู นบ้านเด็กๆ กเ็ ล่นหมากเก็บ พอเยน็ ๆ แดดรม่ ลมตก กอ็ อกไปเลน่ ว่ิงเปี้ยว รรี ขี ้างสาร ชักคะเยอ่ กันบริเวณลานบา้ น

การละเล่นนนั้ มีเพลงรอ้ งประกอบ เช่น แมง่ ู จีจ่อเจย๊ี บ บางชนดิ กไ็ ม่เป็นเพลง เช่น ห่วงยาว ขีม่ า้ ก้านกล้วย เด็กๆ ในสงั คมไทย จะไม่ ”เหงา\" เพราะมขี องใหเ้ ลน่ อย่คู นเดยี วกเ็ ลน่ ไดเ้ ช่น ไปเก็บใบไม้มาเล่น ขายของ ถ้ามเี พือ่ นสกั คนก็เลน่ แมงมุม เล่นจ้าจ้ีได้ เล่นเป่ายิ้งฉุบได้ ถ้ามีเพื่อนเล่นหลายคนก็อาจชักชวนกัน เลน่ ลงิ ชิงหลกั กาฟักไข่หรอื ว่ิงเปี้ยว (มหาวิทยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธริ าช ๒๕๒๓,๑๙)

หลังจากลิเกบนั ตนก็เกดิ มี ลเิ กลกู บท ซ่งึ เกิดจากมผี ูค้ ดิ นาเอาการแสดงลเิ กเขา้ ไปผสมกบั การบรรเลงป่ีพาทย์ กล่าวคือ ในการบรรเลงปพ่ี าทยแ์ บบหนง่ึ นัน้ จะเรม่ิ ร้องและบรรเลงเพลง สามชั้นกอ่ นเปน็ เพลงแมบ่ ท เม่ือจบแลว้ จะหาเพลงส้ันๆ มาบรรเลงต่อท้ายเรียกวา่ ลูกบท แล้วจงึ ออกลกู หมด เป็นอันวา่ จบกระบวนในตอนหนึ่ง ในระหว่างทปี่ ่ีพาทย์บรรเลงเพลงลกู บท ซึ่งมักทาเป็นเพลงภาษาตา่ งๆ

มีผคู้ ดิ ปลอ่ ยผู้แสดงซึ่งแต่งตัวเปน็ ทานองเดยี วกบั ลเิ กออกภาษา มาแสดงประกอบแต่ใช้ ปพี่ าทย์รบั แทนลูกค่ทู ีต่ ีกลองรามะนา ในลเิ กบันตน เมอื่ หมดชุดผู้แสดงกเ็ ข้าฉากไป ปพ่ี าทย์ จะบรรเลงเพลงแมบ่ ทตอ่ ไปใหม่ และเมือ่ ถึงเพลงลูกบท เปน็ ภาษาใดกป็ ลอ่ ยตวั แสดงออกมาอีก (มหาวทิ ยาลัยสโุ ขทัยธรรมาธริ าช ๒๕๒๓, ๑๓๔)

ร้อนจดั หรือเย็นจดั เป็นสิง่ ขัดขวางในการรรู้ สอย่างมาก ถ้ามติ รไม่เคยกินอาหารรอ้ นจดั กแ็ สดงว่ามิตรไม่เคยรรู้ สอาหาร ทกุ รสในทานองเดียวกัน ถ้าเราเอาก้อนนา้ แขง็ วางบนล้นิ ตอนแรกจะรูส้ ึกเย็น แตล่ ิน้ ไมร่ ู้รสจนกว่าจะไดร้ บั ความอบอนุ่ นน่ั คือล้นิ จะรู้รสตอ่ เม่อื นา้ แขง็ ทใ่ี ส่บนล้ินละลาย (วริ ิยะ สริ สิ ิงห์ ๒๕๒๕, ๘๔)

เหน็ ชื่อของโรคทีท่ าใหต้ ายแลว้ คงมหี ลายคนไม่ร้จู ักโรคน้ี แม้พวกหมอเองกเ็ ถอะ น้อยคนท่จี ะเคยได้ยินชอ่ื ของโรคนี้ แต่คนที่เคยบวชเคยเรยี นมาแล้วกค็ งจะพอรู้จักกันบ้าง อตี อนท่ีกระทาพธิ ีขอบวชน้นั เมอ่ื เวลาที่องค์อปุ ัชฌาย์ถามวา่ “อปมาโร” นาคกจ็ ะตอ้ งตอบวา่ “นัตถิ ภนั เต” อนั วา่ “อปมาโรค” นี้แปลว่า “ลมบา้ หม”ู (เสนอ อนิ ทรสขุ ศรี ๒๕๑๔,๘๔)