Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รายงานการใช้นวัตกรรม

รายงานการใช้นวัตกรรม

Published by Pijarin Mtk, 2021-09-14 00:35:43

Description: รายงานการใช้นวัตกรรม

Search

Read the Text Version

51 พเยาว์ สง่ิ ว.ี (2551) ผลการจดั การเรยี นรแู้ บบรว่ มมือ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ด้านการอา่ น จบั ใจความโดยใช้เทคนคิ CIRC สำหรบั นกั เรียนชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 3 โรงเรียนวดั ดอไก่เตีส้ ำ นักงานเขตพืน้ ท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาเพชรบรุ เี ขต 1. วทิ ยานพิ นธ์ครุศาสตรมหาบณั ฑิต, สาขาหลกั สตู รและการสอน มหาวิทยาลยั ราชภฎั เพชรบุร.ี ราชบณั ฑติ ยสถาน. (2556).พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเดจ็ พระเจาอยหู ัว เนอ่ื งในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล. ราตรี พชิ ัยพงค.์ (2558). การพฒั นาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น เร่ือง ชนดิ และหนา้ ทข่ี องคำในประโยค ของนกั เรียนชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 โดยใช้ชุดกจิ กรรมการเรยี นร้ทู ี่เนน้ ทักษะการอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียนรว่ มกับการจัดการเรียนรู้ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิซึม. วทิ ยานิพนธ์ ค.ม. นครราชสีมา:มหาวิทยาลยั ราชภฏั นครราชสมี า. รรี ัตน์ ไชยสรุ ิยา.(2553). ความสมั พันธร์ ะหว่างความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณและ ความสามารถในการอ่านอย่างมีวจิ ารณญาณภาษาอังกฤษ ของนกั เรียนชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสงั กดั สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน กรงุ เทพมหานคร. กรงุ เทพฯ : วทิ ยานิพนธ์ ครุศาสตรม์ หาบัณฑิต จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วรรณี โสมประยรู . การสอนภาษาไทยระดบั ประถมศึกษา. กรุงเทพฯ : ไทยวฒั นาพานิช, 2544. วิจารณ์ พานิช .วิถีสร้างการเรยี นรเู้ พอ่ื ศิษย์ ในศตวรรษท่ี 21. กรงุ เทพฯ : มูลนิธิสดศรี-สฤษด์วิ งศ์, 2555. วมิ ลนาฏ วิทรู างกูร. (2556). การสรา้ งและพัฒนาชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ เรือ่ ง ชนดิ ของคำกลุม่ สาระ การเรียนรภู้ าษาไทย สาหรบั นกั เรยี นช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 โรงเรียนบา้ นดอนแรดวทิ ยา. วิทยานิพนธ์ กศ.ม. มหาสารคาม: มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม. แววมยุรา เหมือนนิล. การประเมนิ ตามสภาพจริง. กรงุ เทพฯ : ไทยวฒั นาพานิช, 2558 สนทิ สตั โยภาส. การเขยี นรายงานการวจิ ัยฉบับสมบูรณ์.เชยี งใหม่: สถาบนั วจิ ัยและพัฒนา มหาวทิ ยาลัยราชภฏั เชียงใหม่, 2550. สมนั ตรา วีรกลู . การเปรยี บเทยี บผลสัมฤทธ์ทิ างการอ่านวรรณคดีไทยอย่างมีวิจารณญาณของ นกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 โดยใชว้ ธิ ีสอนตามแนวคิดหมวกหกใบ. กรุงเทพฯ : วทิ ยานพิ นธ์ สรญั ญพัชร์ แกว้ ศรไี ตร.(2563).ศกึ ษาศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศิลปกร. 2547. การพฒั นาชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ภาษาไทยเพอ่ื การส่อื สารเร่อื งคำและหนา้ ท่ีของคำ โดยใช้ การจัดการเรียนรูเ้ ชิงรกุ สำหรบั นักเรยี นช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 6. ปริญญาครุศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวชิ าวิจัยหลักสตู รและการสอน. สวุ คนธ์ ทองแม้น. (2557). การพฒั นาทักษะอา่ นคิดวิเคราะห์ ดว้ ยเทคนคิ จกิ ซอว์ (Jigsaw) กลุ่มสาระ การเรยี นรภู้ าษาไทยชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 1. วทิ ยานพิ นธศ์ ึกษาศาสตรมหาบณั ฑติ มหาวิทยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธริ าช. 2557 สุวทิ ย์ มลู คำ, (2557).20 วธิ ีการจดั การเรียนรู้. พมิ พ์ครง้ั ที่ 5 กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พภ์ าพพมิ พ์. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน. (2549). แนวทางการประเมินตามสภาพจริง , กรงุ เทพฯ : การพฒั นาผลสัมฤทธก์ิ ารเรยี นเร่ืองชนคิ ของคำไทย โดยใช้วิธสี อนกจิ กรรมเป็นฐาน ของนักเรยี นชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 4

52 โรงพมิ พช์ มุ นุมสหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จำกดั . สาลี ทองประสาร. (2551). การพฒั นาชุดการสอน เร่อื ง นิดของคำ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6. วทิ ยานิพนธ์ ค.ม. อบุ ลราชธานี:มหาวิทยาลัยราชภัฏ อุบลราชธานี อเุ ทน ปญั โญ. (2547).ระเบียบวิธีวจิ ัย. เชียงใหม่ : ภาควิชาประเมลิ ผลและวจิ ยั การศกึ ษา คณะ ศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั เชียงใหม่. การพัฒนาผลสมั ฤทธิก์ ารเรยี นเร่ืองชนคิ ของคำไทย โดยใช้วิธสี อนกิจกรรมเปน็ ฐาน ของนกั เรียนชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 4

53 ภาคผนวก การพฒั นาผลสัมฤทธิ์การเรยี นเรื่องชนิคของคำไทย โดยใช้วิธีสอนกิจกรรมเป็นฐาน ของนักเรยี นช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 4

54 ภาคผนวก ก เครอื่ งมอื วิจยั 1. แผนการจัดการเรยี นรูโ้ ดยใชว้ ิธีสอนกจิ กรรมเป็นฐานในการเรยี นรู้เรื่องชนดิ ของคำไทย ของ นักเรียนชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 4 2. แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เร่ืองชนดิ ของคำไทยของนักเรยี นช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 4 3. แบบสอบถามความคิดเหน็ ของนักเรียนชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 4 ท่ีมตี ่อการเรียนรู้เร่ืองชนิดของ คำไทยโดยใชว้ ธิ ีสอนกจิ กรรมเป็นฐาน การพฒั นาผลสัมฤทธ์ิการเรยี นเรื่องชนิคของคำไทย โดยใช้วธิ สี อนกจิ กรรมเป็นฐาน ของนกั เรยี นช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 4

55 แผนการจัดการเรียนรู้ Active Learning กลมุ่ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปที ี่ 4 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 นทิ านแสนสนุก จำนวน 9 ชวั่ โมง แผนการเรยี นร้ทู ี่ 1 เรอื่ ง คํานาม เวลา 1 ชัว่ โมง ครผู ู้สอน นางสาวพจิ าริน เมอื งตาแก้ว 1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชี้วัด สาระท่ี 4 หลกั การใช้ภาษาไทย มาตรฐานการเรียนรู้ ท 4. เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของ ภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้ เปน็ สมบตั ขิ องชาติ ตัวชว้ี ดั ป.4/2 ระบชุ นดิ และหนา้ ที่ของคำในประโยค 2. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด คำนาม เป็นคำทแี่ สดงความหมายถงึ ชื่อ บุคคล สัตว์ ส่ิงของ สภาพ อาการ ลกั ษณะ ท้ังมีชวี ติ และไมม่ ีชวี ิต ทเี่ ป็นรปู ธรรม และนามธรรม จำแนกไดห้ ลายชนดิ แตล่ ะชนดิ มหี นา้ ที่ และวธิ ีการใช้ แตกตา่ งกนั ออกไป จงึ ต้องศึกษาให้เกดิ ความรู้ ความเข้าใจสามารถนำไปใช้ได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม เพ่ือ ช่วยใหใ้ ชภ้ าษาได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ 3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 3.1 ด้านความรู้ ความเข้าใจ (K) - อธบิ ายความหมาย ลักษณะ ประเภทและหน้าทข่ี องคำนามได้ 3.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P) - จำแนกคำนามทวั่ ไปกบั คำนามเฉพาะได้ 3.3 ดา้ นคณุ ลักษณะ เจตคติ ค่านยิ ม (A) - ใช้คำนามประเภทต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 ความหมายของคำนาม 4.2 คำนามทัว่ ไป 4.3 คำนามเฉพาะ 4.4 หนา้ ที่ของคำนาม การพฒั นาผลสมั ฤทธิก์ ารเรียนเรื่องชนิคของคำไทย โดยใช้วิธสี อนกจิ กรรมเปน็ ฐาน ของนักเรียนช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 4

56 5. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน 5.1 ความสามารถในการส่ือสาร 5.2 ความสามารถในการคิด - ทักษะการอา่ น - ทักษะการสังเกต - ทกั ษะการเปรยี บเทียบ 6. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ 6.1 มีวนิ ยั 6.2 ใฝเ่ รยี นรู้ 6.3 มงุ่ มน่ั ในการทำงาน 7. ทกั ษะแห่งศตวรรษท่ี 21 1. ทกั ษะด้านความร่วมมือ การทำงานเปน็ ทีม และภาวะผู้นำ 2. ทกั ษะด้านคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สาร 3. ทักษะด้านการคิดอยา่ งมีวิจารณญาณ และทักษะในการแกป้ ัญหา 8. กิจกรรมการเรียนรู้ วธิ ีการ วธิ กี ารสอนโดยการจัดการเรียนรแู้ บบกจิ กรรมเปน็ ฐาน ขนั้ ตอนการปฏิบัติ ขั้นท่ี 1 ขน้ั ทบทวน 1.ครนู ำเสนอภาพเสื้อผา้ ขนม และอปุ กรณ์การเรียนใหน้ ักเรียนดูและถาม ประสบการณ์ คำถามนกั เรยี นวาส่งิ เหลานเ้ี รียกวาอะไร 2. ครูสุม่ รายชอ่ื โดยใชว้ งล้อหรรษาสมุ่ เลขท่ี ตอบคำถามที่ 2 คอื เพื่อนเลขที่ 1 – 5 ช่อื ว่าอะไรบ้าง 3.ครถู ามคำถามนักเรียน ดังนี้ นักเรียนทราบไหมวาชื่อสงิ่ ตาง ๆ ท่ีนกั เรยี นเรียกกัน คือคำอะไร ? 4. ครแู จ้งจุดประสงคก์ ารเรยี น เรื่อง คาํ นาม ให้นักเรียนทราบ ข้นั ท่ี 2 ขั้นกิจกรรม 5.ครูเปิดเพลง คำนามเดอะซีรีส์ให้นกั เรียนฟงั 1 รอบ และใหน้ กั เรียน ช่วยกนั พจิ ารณาเนื้อเพลงวา่ กล่าวถงึ คำนามกี่ชนิด 6.ครอู ธิบายประเภทของคำนามใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจและชี้แจงใหน้ ักเรียนทราบ ว่าวันน้จี ะเรียนคำนาม 2 ประเภท คือ คำนามท่วั ไปและคำนามเฉพาะ 7.ครูให้นักเรยี นศึกษาใบความรทู้ ี่ 3 เร่ืองคำนาม ด้วยตนเองเปน็ เวลา 5 นาที แลว้ ครสู มุ่ ถามนักเรียนเกยี่ วกับเน้ือหาในใบความรู้ที่ 3 เรอื่ งคำนาม เชน่ คำนามหมายถึงอะไร / คำนามทนี่ ักเรยี นเรยี นมกี ี่ชนิด การพฒั นาผลสัมฤทธก์ิ ารเรยี นเร่ืองชนคิ ของคำไทย โดยใชว้ ิธสี อนกิจกรรมเปน็ ฐาน ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 4

57 ข้ันตอนการปฏิบตั ิ วิธกี าร - หนา้ ทขี่ องคำถามมีอะไรบา้ ง เพือ่ ตรวจสอบความเขา้ ใจของนักเรียน เสร็จ แล้วครอู ธบิ ายความหมายของคำนาม ชนิดและหน้าที่ของคำนามพร้อม ยกตัวอยา่ งใหน้ ักเรียนเข้าใจ ขน้ั ที่ 3 ขัน้ สะท้อน 8.ครูจัดกจิ กรรมให้นักเรยี นแยกประเภทของคำนามทวั่ ไปและคำนามเฉพาะ ความคิด โดยใชบ้ ัตรภาพและบัตรคำ และแจกธงสแี ดงกบั สีเขยี วให้นักเรยี นทุกคน มี ข้ันตอนการจดั กิจกรรมดงั น้ี - ครูหยิบบัตรภาพขึน้ มา1 บัตร นกั เรียนพิจารณาวา่ เป็นคำนามทว่ั ไปหรือ คำนามเฉพาะ - คำนามทั่วไปใหย้ กธงเขียว - คำนามเฉพาะให้ยกธงแดง - ครูหยิบบตั รภาพและบตั รคำ ใหน้ กั เรยี นทำกิจกรรมไปเรือ่ ย ๆ จนจบ 9.ครชู แี้ จงการทำใบงานท่ี 6 เร่ือง คน้ คว้าคำนามครูมอบหมายใหน้ กั เรียน ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมในใบงานที่ 6 เรอื่ ง ค้นคว้าคำนาม ขั้นท่ี 4 ประเมินผล 10. ครูใหน้ ักเรียนออกมานำเสนอผลงานจากใบงานท่ี 6 เรื่องคน้ คว้าคำนาม และประยุกต์ใช้ 11. ครใู ห้นักเรียนอภิปรายสรุปความรู้เรื่องคำนามทัว่ ไปและคำนามเฉพาะ ร่วมกัน และใหน้ ักเรยี นบอกความสำคัญของการใช้คำให้ถกู ตอ้ งตามชนิด และหนา้ ที่ของคำ และเพ่มิ เติมเร่ืองคำนามชนิดอ่ืน ๆ 12. ครใู ห้นักเรียนมทบทวนความรผู้ า่ นการเล่นเกม Kahoot 13. มอบหมายใบงานที่ 8 ให้นกั เรยี นไปทบทวนเปน็ การบา้ นและนำมาสง่ ในคาบต่อไป (นักเรยี นสามารถไปทบทวนความรไู้ ด้ตามลิงก์สือ่ การสอน ออนไลน์ได้) 9.การวัดและประเมนิ ผล วิธกี าร เครอื่ งมอื เกณฑ์การประเมนิ - ประเมนิ การตอบ ประเดน็ การประเมิน คำถามในชน้ั เรยี น 1. คำถามสำคัญ -ผา่ นเกณฑ์การ ด้านความรู้ ความเขา้ ใจ (K) - ประเมนิ ใบงานที่ 2. แบบบนั ทกึ คะแนน ประเมนิ ร้อยละ 60 ขึน้ - อธิบายความหมาย ลกั ษณะ 6-7 เรื่อง คน้ คว้า ประเภทและหน้าทีข่ องคำนาม คำนาม ไป ดา้ นทักษะ/กระบวนการ - แบบประเมินใบ - ผา่ นเกณฑก์ าร (P) งานท่ี 6-7 เรื่อง ประเมินร้อยละ 60 - จำแนกคำนามทั่วไปกบั คำนามเฉพาะ ค้นควา้ คำนาม ขน้ึ ไป การพัฒนาผลสมั ฤทธ์กิ ารเรยี นเรื่องชนคิ ของคำไทย โดยใช้วธิ สี อนกิจกรรมเป็นฐาน ของนักเรยี นชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 4

58 ด้านคุณลกั ษณะ เจตคติ ประเมินใบงานท่ี 6-7 แบบประเมนิ ใบงาน - ผ่านเกณฑ์การ คา่ นิยม (A) เร่ือง คน้ คว้าคำนาม - ใชค้ ำนามประเภทต่าง ๆ ที่ 6-7 เรื่อง ค้นคว้า ประเมินร้อยละ 60 วธิ กี าร ประเด็นการประเมนิ - ประเมินการทำงาน คำนาม ข้นึ ไป และ การปฏิบัติ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ กจิ กรรมในช้นั เรียน เครื่องมือ เกณฑ์การประเมนิ 1. มีวินัย 2. ใฝเ่ รียนรู้ - ประเมนิ - แบบประเมิน -ผ่านเกณฑ์การ 2. มุง่ ม่นั ในการทำงาน ความสามารถในการคิด และการส่ือสาร คณุ ลักษณะอันพงึ ประเมินระดับคุณภาพ สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น 1. ความสามารถในการ ประสงค์ “ผ่าน”ขน้ึ ไป ส่ือสาร 2. ความสามารถในการคิด - แบบประเมนิ -ผ่านเกณฑ์การ สมรรถนะสำคัญ ประเมนิ ระดับคุณภาพ ของผู้เรียน “ผา่ น”ขนึ้ ไป 11.สือ่ /แหลง่ เรยี นรู้ 1) สอื่ นำเสนอ PowerPoint เรอื่ ง คำนาม 2) วงลอ้ หรรษา 3) ใบความรู้ที่ 3 เรื่อง คำนาม 4) บัตรคำคำนาม 5) เพลงคำนามเดอะซีรีส์ 6) ใบงานท่ี 6 เร่ือง ค้นคว้าคำนาม 7) เกม Kahoot 8) ลิงก์สื่อการสอนออนไลน์ การพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรยี นเร่ืองชนคิ ของคำไทย โดยใชว้ ธิ ีสอนกิจกรรมเป็นฐาน ของนักเรยี นช้ันประถมศึกษาปีที่ 4

59 12. บันทกึ ผลหลังสอน ผลการจัดการเรียนการสอน ............................................................................................................................. ..................................... .............................................................................................. ........................................................................ ............................................................................................................................. ......................................... ...................................................................................................................................................................... ความสำเร็จ ............................................................................................................................. ......................................... .......................................................................................... ............................................................................ ............................................................................................................................. ......................................... ........................................................................................................................................ ............................. ปัญหาและอปุ สรรค ...................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ......................................... ......................................................................................................................................... ............................. ...................................................................................................... .............................................................. ขอ้ จำกัดการใชแ้ ผนการจัดการเรยี นรู้ และข้อเสนอแนะ/แนวทางการปรบั ปรงุ แก้ไข ......................................................................................................................... ............................................. ............................................................................................................................. ......................................... ..................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................... ............................................. ลงชื่อ......................................................ผสู้ อน (นางสาวพจิ าริน เมืองตาแกว้ ) วันท่ี .......... เดอื น ..................... พ.ศ. ............. ความคิดเห็น/ขอ้ เสนอแนะของผูบ้ ริหารหรือผู้ท่ีไดร้ บั มอบหมาย ............................................................................................................................... ....................................... ............................................................................................ .......................................................................... ...................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ...................................................... ผูต้ รวจ (นางสาวนศิ ารัตน์ จนั ทรเ์ กลี้ยง) วันที่ .......... เดอื น ..................... พ.ศ. ............. การพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรยี นเร่ืองชนิคของคำไทย โดยใชว้ ธิ ีสอนกจิ กรรมเป็นฐาน ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปที ่ี 4

60 ใบความรเู้ รือ่ ง คำนาม ความหมายของคำนาม คำนาม คือ คำที่ใช้เรยี กชื่อ คน สัตว์ พชื สิง่ ของ สถานที่ สภาพ อาการ ลักษณะทง้ั ท่ี เปน็ สิง่ มีชวี ติ หรือส่ิงไมม่ ชี ีวติ ทัง้ ท่ีเป็นรปู ธรรมและนามธรรม เชน่ คำว่า คน ปลา ตะกรา้ ไก่ประเทศไทย การศึกษา ความดี ความงาม กอไผ่ กรรมกร ฝูง ตัว 1. สามานยนาม (คำนามท่วั ไป) คือคำนามทใ่ี ช้เป็นชอื่ ทั่วไปโดยไม่เฉพาะเจาะจง 2. วสิ ามานยานาม (คำนามเฉพาะ) คือคำนามทใี่ ช้เปน็ ชอ่ื เฉพาะเจาะจงลงไปใหร้ ู้ชัดเจน เป็นคำนามทตี่ ้ังขึ้นเพื่อเรียกคนเดียวหรือสงิ่ เดียวเชน่ การพฒั นาผลสมั ฤทธิ์การเรยี นเรื่องชนคิ ของคำไทย โดยใชว้ ิธีสอนกิจกรรมเปน็ ฐาน ของนกั เรียนชั้นประถมศึกษาปที ่ี 4

61 การพฒั นาผลสัมฤทธ์ิการเรยี นเรื่องชนคิ ของคำไทย โดยใชว้ ธิ ีสอนกิจกรรมเป็นฐาน ของนกั เรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 4

62 จงั หวดั กำแพงเพชร จงั หวดั กำแพงเพชร การพฒั นาผลสัมฤทธิ์การเรยี นเรื่องชนิคของคำไทย โดยใชว้ ิธีสอนกิจกรรมเป็นฐาน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

63 ใบงานที่ 6 เรอื่ ง คน้ คว้าคำนาม ช่อื -สกกาุลร.พ..ฒั...น..า..ผ..ล..ส..ัม..ฤ..ท..ธ..ิ์ก..า.ร..เ.ร..ยี ..น..เ.ร..ื่อ..ง.ช..น..คิ..ข..อ..ง.เคลำขไททย.่ี ..โ.ด..ย..ใ.ช..ว้ ..ิธสี อนกจิ กรรมเปน็ ฐาน ของนกั เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

64 ใบงานที่ 7 เรอ่ื ง คน้ คว้าคำนาม ช่อื -สกลุ .....................................................เลขท.ี่ ............ การพฒั นาผลสัมฤทธ์ิการเรยี นเรื่องชนคิ ของคำไทย โดยใช้วธิ สี อนกิจกรรมเปน็ ฐาน ของนกั เรยี นชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 4

65 เฉลยใบงานที่ 7 เรอื่ ง คน้ คว้าคำนาม ญป่ี ุ่น รถไฟ วัดพระแกว้ นกเงือก ถนนมิตรภาพ ชลบรุ ี อคั รพล สุดสาคร คาบสมุทร มลพารยะู อภยั มณี ช่ือ-สกลุ .....................................................เลขท.ี่ ............ การพัฒนาผลสัมฤทธ์กิ ารเรียนเร่ืองชนิคของคำไทย โดยใช้วธิ ีสอนกิจกรรมเป็นฐาน ของนกั เรียนชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 4

66 การพฒั นาผลสัมฤทธ์ิการเรยี นเรื่องชนคิ ของคำไทย โดยใชว้ ธิ ีสอนกิจกรรมเป็นฐาน ของนกั เรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 4

67 การพฒั นาผลสัมฤทธ์ิการเรยี นเรื่องชนคิ ของคำไทย โดยใชว้ ธิ ีสอนกิจกรรมเป็นฐาน ของนกั เรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 4

68 แบบสังเกตพฤตกิ รรม คำชแี้ จง ๑. เขียนคะแนนลงในชอ่ งตามเกณฑก์ ารประเมนิ พฤติกรรม ๒. รวมคะแนนการประเมนิ และเปรียบเทยี บกับเกณฑ์การประเมนิ เลขที่ ชือ่ - สกุล ความเ ็ปนผู้ ีมเหตุมีผล ความเ ็ปนผู้นำผู้ตาม ่ีท ีด มีความรับผิดชอบใน การทำงาน ีมระเ ีบยบวินัย ใฝ่รู้ใฝ่เรียน มีความขยันและ สนใจในการเรียน รวม 44 4 44 20 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 ลงชอ่ื …………………………..ผู้ประเมิน (นางสาวพิจาริน เมอื งตาแก้ว) การพัฒนาผลสัมฤทธก์ิ ารเรยี นเร่ืองชนคิ ของคำไทย โดยใช้วธิ ีสอนกิจกรรมเป็นฐาน ของนักเรยี นชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

69 เกณฑก์ ารประเมินพฤตกิ รรม รายการประเมนิ ดมี าก 4 ดี 3 พอใช้ 2 ปรบั ปรุง 1 ความมเี หตมุ ผี ล เปน็ ผู้มเี หตมุ ีผลดี มาก เปน็ ผมู้ ีเหตมุ ีผลดี เปน็ ผู้มเี หตุมผี ล ไม่มเี ปน็ ผู้มีเหตุมี ความเปน็ ผนู้ ำผู้ มีความเปน็ ผูน้ ำผู้ ตามที่ดี ตามทดี่ ที ุกครั้ง พอใช้ ผล มคี วามรบั ผดิ ชอบ มคี วามรบั ผิดชอบ มีความเป็นผู้นำผู้ มีความเป็นผ้นู ำผู้ ไม่ความเป็นผู้นำ ในการทำงาน ในการทำงานดมี าก ตามท่ดี ีบ่อยคร้ัง ตามที่ดเี ป็น ผ้ตู ามท่ดี ี มรี ะเบียบวนิ ยั มีระเบยี บวนิ ยั ทุกครัง้ บางครัง้ ใฝ่รใู้ ฝเ่ รียน มคี วาม มคี วามใฝร่ ใู้ ฝ่เรียน ขยนั และสนใจใน มคี วามขยนั และ มคี วามรับผิดชอบใน มคี วามรบั ผดิ ชอบ ไม่มีความ การเรียน สนใจในการเรียนดี มาก การทำงานดี ในการทำงานพอใช้ รับผิดชอบ ในการทำงาน มรี ะเบยี บวนิ ยั มีระเบียบวินัย ไมม่ ีระเบยี บวนิ ัย สมำ่ เสมอ เปน็ บางคร้งั มีความใฝร่ ใู้ ฝเ่ รียน มคี วามใฝร่ ู้ใฝ่เรยี น ไมใ่ ฝร่ ู้ใฝ่เรียน ไมม่ ี มคี วามขยันและ มคี วามขยนั และ ความขยันและ สนใจในการเรยี นดี สนใจในการเรยี น สนใจในการเรียน พอใช้ เกณฑ์การให้คะแนน ระดบั คุณภาพ ดีมาก คะแนน ๑๖ – ๒๐ ระดับคุณภาพ ดี คะแนน ๑๓ – ๑๕ ระดบั คุณภาพ ปานกลาง คะแนน ๑๐ – ๑๒ ระดับคุณภาพ พอใช้ ระดบั คุณภาพ ปรับปรงุ คะแนน ๕ – ๙ คะแนน ๐ – ๔ การพฒั นาผลสัมฤทธ์กิ ารเรียนเรื่องชนคิ ของคำไทย โดยใชว้ ธิ ีสอนกิจกรรมเปน็ ฐาน ของนกั เรยี นชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 4

70 แบบสงั เกตทกั ษะแห่งศตวรรษที่ 21 คำชีแ้ จง 1. เขียนคะแนนลงในช่องตามเกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรม 2. รวมคะแนนการประเมิน และเปรียบเทยี บกบั เกณฑ์การประเมนิ เลขท่ี ช่อื - สกลุ ทักษะ ้ดานความร่วม ืมอการทำงาน เป็นทีมและภาวะผู้นำ 1 ทักษะด้านคอม ิพวเตอร์และ 2 เทคโนโลยีสารสนเทศและการ 3 ่ืสอสาร 4 ทักษะ ้ดานการ ิคดอย่าง ีม 5 วิจารณญาณและทักษะในการ 6 แ ้กปัญหา 7 8 รวม 9 10 44 4 12 11 12 ลงชื่อ ผปู้ ระเมิน (นางสาวพจิ ารนิ เมืองตาแก้ว) การพฒั นาผลสัมฤทธกิ์ ารเรยี นเร่ืองชนิคของคำไทย โดยใช้วธิ สี อนกิจกรรมเป็นฐาน ของนกั เรยี นชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

71 เกณฑ์การประเมนิ ทกั ษะแห่งศตวรรษท่ี 21 รายการประเมิน ดมี าก 4 ดี 3 พอใช้ 2 ปรบั ปรงุ 1 ทำงานร่วมกันได้ ทักษะดา้ นความ ทำงานร่วมกนั อยา่ ง ทำงานร่วมกนั ทำงานรว่ มกนั ได้ดี เคารพในความ คดิ เห็นของเพ่ือน รว่ มมือ การทำงาน ประสทิ ธภิ าพ อยา่ งประสิทธิภาพ พอใช้ เคารพใน ในกลุม่ เปน็ ทีม และภาวะ เคารพในความ เคารพในความ ความคดิ เห็นของ มที ักษะในการใช้ เทคโนโลยี และ ผู้นำ คดิ เหน็ ของเพื่อนใน คดิ เห็นของเพื่อน เพอื่ นในกลุ่ม การสอ่ื สาร กลมุ่ มีภาวะผูน้ ำ ในกล่มุ มีภาวะ มที กั ษะ การคดิ วเิ คราะห์ สรปุ และผู้ตามที่ดี ผู้นำ ประเมิน และการ หาแนวทางในการ ทักษะด้าน มที ักษะในการใช้ มีทกั ษะในการใช้ มีทกั ษะในการใช้ นำไปใช้ คอมพิวเตอร์ และ เทคโนโลยี เทคโนโลยี เทคโนโลยี เทคโนโลยี สารสนเทศท่ดี ี สารสนเทศและ สารสนเทศและการ สารสนเทศและ และการสื่อสาร การส่อื สาร รเู้ ท่า สื่อสาร การส่อื สาร รูเ้ ท่าทนั สื่อ ทันสอื่ ทกั ษะด้านการคิด มที ักษะการตง้ั มีทักษะการตัง้ มที กั ษะการตั้ง อยา่ งมี คำถามไดด้ ี คิด คำถามได้ คิด คำถามได้ คิด วจิ ารณญาณ และ วเิ คราะห์ สรปุ วเิ คราะห์ สรปุ วเิ คราะห์ สรปุ ทกั ษะในการ ประเมิน และการ ประเมิน และการ ประเมนิ และการ แก้ปัญหา หาแนวทางในการ หาแนวทางในการ หาแนวทางในการ นำไปใช้ โดยใช้เหตุ นำไปใช้ โดยใชเ้ หตุ นำไปใช้ และผล และผล ประกอบการ ประกอบการ ตดั สนิ ใจได้ดมี าก ตดั สนิ ใจได้ เกณฑ์การให้คะแนน ระดบั คุณภาพ ดีมาก คะแนน 11-12 ระดบั คณุ ภาพ ดี คะแนน 8-10 ระดับคุณภาพ ปานกลาง คะแนน 5-7 ระดับคุณภาพ พอใช้ คะแนน 3-4 ระดับคุณภาพ ปรับปรงุ คะแนน 0-2 การพัฒนาผลสัมฤทธ์กิ ารเรยี นเร่ืองชนิคของคำไทย โดยใชว้ ิธีสอนกจิ กรรมเป็นฐาน ของนกั เรยี นชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 4

72 แบบประเมินสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน คำชแ้ี จง : ใหน้ ักเรยี นทำเคร่ืองหมาย ✓ ในชอ่ งท่ตี รงกบั ความเปน็ จริง ชือ่ ............................................................นามสกลุ ..........................................................เลข............... สมรรถนะที่ประเมนิ ระดับคะแนน 321 1. ความสามารถในการสื่อสาร 1.1 มีความสามารถในการรับ – ส่งสาร 1.2 มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความเข้าใจของตนเอง โดยใช้ภาษาอยา่ งเหมาะสม 1.3 ใช้วธิ ีการสือ่ สารท่ีเหมาะสม 2. ความสามารถในการคดิ 2.1 มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เพ่ือการสรา้ งองค์ความรู้ 2.2 มีความสามารถในการคิดเปน็ ระบบ เพื่อการสรา้ งองค์ความรู้ 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ 3.1 ทำงานและอยรู่ ว่ มกับผู้อน่ื ด้วยความสมั พันธอ์ นั ดี 3.2 มวี ิธีแก้ไขความขดั แย้งอย่างเหมาะสม 4. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี 4.1 เลอื กและใชเ้ ทคโนโลยีไดเ้ หมาะสมตามวัย 4.2 มที กั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยีและ สามารถนำเทคโนโลยีไปใช้พฒั นาตนเอง 4.3 ใชเ้ ทคโนโลยีในการแก้ปญั หาอย่างสรา้ งสรรค์ และมีคณุ ธรรม จริยธรรมในการ ใชเ้ ทคโนโลยี ลงช่อื ผปู้ ระเมนิ (นางสาวพจิ ารนิ เมอื งตาแก้ว) เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมท่ีทำเป็นประจำ ให้ 3 คะแนน พฤตกิ รรมท่ีทำเปน็ บางครง้ั ให้ 2 คะแนน พฤตกิ รรมที่ทำน้อยคร้งั ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การให้คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ 13-15 ดี 8-12 ปานกลาง 5-7 ปรบั ปรงุ การพัฒนาผลสมั ฤทธก์ิ ารเรียนเร่ืองชนคิ ของคำไทย โดยใช้วธิ สี อนกจิ กรรมเปน็ ฐาน ของนกั เรียนชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 4

73 2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นรู้เรอ่ื งชนิดของคำไทยสำหรับนกั เรียนชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิ์การเรยี นร้กู าษาไทย ก่อน-หลงั เรียน เรอ่ื งชนดิ ของคำไทย โดยวธิ ีสอนกจิ กรรมเปน็ ฐาน สำหรบั นักเรยี นชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 คำช้แี จง ใหน้ ักเรยี นเลือกข้อท่ีถูกดัองทสี่ ุดเพยี งข้อเดยี ว 1. ตัวเลอื กใดกล่าวถึงลักษณะของคำนามได้ถูกต้อง ก. คำทช่ี ้ีเฉพาะเจาะจง ข. คำทใ่ี ช้แสดงอาการเคล่ือนไหว ค. คำทีใ่ ช้แทนคำสรรพนาม ง. คำทใ่ี ชเ้ รยี กแทนช่ือ คน สัตว์ ส่งิ ของ 2. คำที่ขดี เส้นใต้ต่อไปน้ีคำใดเป็นคำนาม ก. พเี่ ป็นคนภาคใต้ ข. เขามาอย่างรวดเร็ว ค. มยรุ าเดนิ บนถนนสายน้ี ง. ภูเขาสูงแค่ไหนกย็ ังวัดได้ 3. ข้อความต่อไปน้ีข้อใดไม่มีคำนามปรากฏอยเู่ ลย ก. หมาวิง่ ไล่แมว ข. ฉนั ยังจำเธอได้ ค. นกตัวนีเ้ กาะบนกงิ่ ไม้ ง. การกระทำเปน็ เครื่องสอ่ เจตนา 4. “มะลิ” ในตวั เลือกใดเป็นวิสามานยนาม ก. มาลัยดอกมะลิ ข. มะลบิ านตอนเชา้ ค. ช่วยเรยี กมะลิใหผ้ มที ง. บางวนั มะลแิ พงมาก 5.ตัวเลือกใดใช้ลักษณะนามไมถ่ กู ต้อง ก.ช้างโขลงหนึง่ เดินเขา้ เพนยี ด ข. ครูส่ังให้นักเรียนนำขลุ่ยมาคนละหนึง่ อนั ค. สวนสัตว์เขาเขียวมีชา้ งสองเชือก ง. รถยนตค์ ันนี้บรรทุกคนได้สิบคน 6. ตวั เลือกใดใช้ลกั ษณะนามไมถ่ กู ต้อง ก. พซี่ อ้ื ว่าว 2 เล่ม ค. นอ้ งมีป่ินโต 2 เถา ข. คณุ ตามีเกวยี น 2 เลม่ ง. คณุ ตาซอื้ พัดลม 2 ตวั 7. สามานยนาม หมายถงึ ก. คำนามบอกอาการ ค. คำนามทบ่ี อกลกั ษณะของนามท่ีอยูข่ า้ งหนา้ ข. คำนามท่ีใชเ้ รียกชื่อทัว่ ๆไป ง. คำนามท่ีเปน็ ช่อื เฉพาะ 8. คำในขอ้ ใดเปน็ คำนามทั่วไปหรอื สามานยนาม ก. ประเทศไทย ค. นักกฬี าว่ายน้ำ ข. ดวงจนั ทร์ ง. พระราม 9. คำว่า “ขัน” ในข้อใดเปน็ คำนาม ก. นกเขาขันไพเราะ ข. คณุ ป้ากำลงั เชด็ ขนั น้ำ ค. พอ่ ขันน็อตรถจักรยาน ง. เขาทำตวั น่าขนั เสยี จริง การพฒั นาผลสัมฤทธ์กิ ารเรียนเรื่องชนิคของคำไทย โดยใช้วธิ สี อนกจิ กรรมเปน็ ฐาน ของนกั เรยี นช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 4

74 10. คำนามในขอ้ ใดมลี กั ษณะนามว่า “เล่ม” เหมือนกันทกุ คำ ก. หนังสอื กรรไกร เกวยี น ข. หนงั สือ ช้อน เทียน ค. เขม็ รม่ นาฬิกา ง. บ้าน เข็ม ตะปู 11. คำสรรพนามคืออะไร ก. คำที่ใช้แทนคำนาม เพอื่ ไมต่ อ้ งกลา่ วซำ้ อีก ข. คำทใี่ ช้เรียกคน สตั ว์ สถานท่สี ่ิงของ ค. คำทีเ่ ปน็ ชื่อคน สัตว์ สถานท่ีส่งิ ของ ง. คำท่ีแสดงการกระทำของคน สัตว์ ว่า ทำอะไร 12. คำทข่ี ีดเสน้ ใต้ข้อใดเป็นคำสรรพนาม ก. พ่ีเป็นคนภาคใต้ ข. เขามาอยา่ งรวดเร็ว ค. มยุราเดินบนถนนสายนี้ ง. ภูเขาสูงแค่ไหนกย็ ังวดั ได้ 13. “เธอบอกวา่ อาทิตย์หนา้ จะมาเยยี่ ม” ประโยคนี้มีคำใดเป็นคำสรรพนาม ก. เธอ ข. ว่า ค. จะ ง. มา 14. ประโยคใดมีคำบุรษุ สรรพนามประกอบอยู่ดว้ ย ก. หนูเปน็ สตั ว์สกปรก ข. หนบู างชนดิ นำเช้ือโรคมาสคู่ น ค. คนบางกลมุ่ ต้ังบริษัทกำจัดหนู ง. หนเู องกไ็ ม่ชอบหนูเหมือนกัน 15. ประโยคใดมีคำสรรพนามถามประกอบอย่ดู ว้ ย ก. พี่กำลงั อ่านอะไร ข. คนอะไรเก่งอย่างนี้ ค. ไหนคนนน้ั มานหี่ น่อยซิ ง. อะไรงานแคน่ ยี้ งั ทำไม่ได้ 16. คำในข้อใดมีคำสรรพนามชเี้ ฉพาะ ก. ไหนคนไหนที่สอบไดท้ ห่ี นึ่ง ข. เดก็ น่ีซนจังเลยมที า่ ทวี ่าจะฉลาด ค. ใครเรยี นโรงเรยี นเด็กรกั เรียนบา้ ง ง. นี่โรงเรยี นเดก็ รักเรยี นท่ีมีเด็กเก่ง ๆ มาก 17. “เร่อื งนี้เขาไม่ได้บอกใครเลย” คำใดในประโยคนเี้ ปน็ คำสรรพนามไม่ช้เี ฉพาะ ก. นี้ ข. เขา ค. ไมไ่ ด้ ง. ใคร 18. คำในข้อใดมีคำสรรพนามแยกฝ่าย ก. กันมาหาแกด้วยความคดิ ถงึ ข. ตำรวจตอ้ งกนั ตวั เขาออกเปน็ พยาน ค. นกั เรียนทุกคนชว่ ยกันทำความสะอาด ง. เราทกุ คนต้องป้องกนั ตวั เองไม่ใหเ้ กิดโรค 19. คำสรรพนามประเภทใดที่ใชค้ ำเหมือนกบั คำสรรพนามคำถาม ก. บรุ ษุ สรรพนาม ข. สรรพนามชีเ้ ฉพาะ ค. สรรพนามแยกฝ่าย ง. สรรพนามไม่ช้ีเฉพาะ การพัฒนาผลสัมฤทธ์ิการเรียนเรื่องชนคิ ของคำไทย โดยใช้วธิ สี อนกิจกรรมเป็นฐาน ของนกั เรียนชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 4

75 20. ประโยคใดไมม่ ีคำสรรพนาม ก. นีเ่ ป็นโรงเรยี นทดี่ ที ีส่ ดุ ในอำเภอเมือง ข. ใครไม่ไดเ้ รียนโรงเรยี นน่นั จะตอ้ งเสยี ใจ ค. เพราะฉะนั้นเราต้องพยายามเรียนให้มาก ๆ เขา้ ไว้ ง. พวกเราตา่ งก็เป็นนักเรียนโรงเรยี นเด็กรกั เรียน 21. คำกริยาคืออะไร ก. คำที่ใชแ้ ทนคำนาม ข. คำทใ่ี ชเ้ รยี กคน สตั ว์ สถานที่สิง่ ของ ค. คำทเ่ี ปน็ ชอื่ คน สตั ว์ สถานท่สี ่ิงของ ง. คำท่แี สดงการกระทำและสภาพความมีความเปน็ 22. คำท่ขี ดี เสน้ ใต้ขอ้ ใดเป็นคำกรยิ า ก. พเี่ ปน็ คนภาคใต้ ข. เขามาอยา่ งรวดเรว็ ค. มยรุ าเดินบนถนนสายนี้ ง. ภเู ขาสงู แค่ไหนกย็ ังวัดได้ 23. “เขาบอกวา่ อาทิตย์หน้าจะมาเยีย่ ม” ประโยคน้ีมคี ำใดเปน็ คำกริยาท่ีมีหนว่ ยกรรม ก. เขา ข. บอก ค. ว่า ง. มา 24. ประโยคใดมีกรยิ าที่ไมม่ ีหน่วยกรรมประกอบอย่ดู ้วย ก. หนเู ปน็ สตั วส์ กปรก ข. หนูบางชนดิ นำเช้อื โรคมาสู่คน ค. คนบางกลุ่มต้ังบริษทั กำจัดหนู ง. หนเู องก็ไมช่ อบหนเู หมือนกนั 25. ประโยคใดมีคำกริยาคุณศัพทป์ ระกอบอยูด่ ้วย ก. พกี่ ำลงั อ่านอะไร ข. คนอะไรเกง่ อยา่ งนี้ ค. ไหนคนน้นั มาน่หี น่อยซิ ง. อะไรงานแค่นยี้ งั ทำไม่ได้ 26. คำในข้อใดมีคำกริยาทวิกรรมประกอบอยดู่ ้วย ก. ไหนคนไหนทีส่ อบไดท้ ห่ี นึ่ง ข. เธอส่งการบา้ นให้ครูแล้วหรือยงั ค. ใครเรียนโรงเรยี นเด็กรกั เรียนบ้าง ง. ผู้ปกครองทุกคนชอบให้ลกู มาเรียนโรงเรยี นนี้ 27. “เรื่องนเ้ี ขาไม่ได้บอกใครเลย” ประโยคน้ีมคี ำใดเปน็ คำกริยา ก. น้ี ข. เขา ค. ไมไ่ ด้ ง. บอก 28. คำในข้อใดมีคำกริยานำประกอบอยูด่ ้วย ก. กนั มาหาแกด้วยความคดิ ถงึ ข. ตำรวจต้องกันตวั เขาออกเป็นพยาน ค. นักเรยี นทุกคนทำความสะอาดห้องเรยี น ง. เราทกุ คนปอ้ งกนั ตวั เองไม่ให้เกิดโรคร้าย 29. “อารีย์เรยี นจบไปแลว้ ”คำใดเป็นคำกรยิ าตาม ก. เรยี น ข. จบ ค. ไป ง. แล้ว การพฒั นาผลสมั ฤทธ์กิ ารเรยี นเร่ืองชนิคของคำไทย โดยใชว้ ธิ ีสอนกิจกรรมเป็นฐาน ของนกั เรยี นชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4

76 30. ประโยคใดมีคำกริยาต้องเตมิ เตม็ ก. โรงเรียนทดี่ ีท่ีสุดอย่ใู นในอำเภอเมือง ข. ใครไม่ได้เรยี นโรงเรียนนั่นจะตอ้ งเสยี ใจ ค. เพราะฉะนั้นเราต้องพยายามเรียนให้มาก ๆ เขา้ ไว้ ง. พวกเราต่างกเ็ ป็นนักเรยี นโรงเรียนเดก็ รกั เรยี น 31. คำวเิ ศษณ์คืออะไร ก. คำท่ีใชข้ ยายคำนาม คำกริยา ข. คำทเ่ี ป็นคำหลกั ของกริยา ค. คำท่ีแสดงความเขม้ ข้นของคำกริยา ง. คำทบ่ี อกลักษณะทางไวยากรณข์ องคำกริยา 32. คำวิเศษณ์มักจะเกิดในตำแหนง่ ใดของประโยค ก. หนา้ คำกรยิ า ข. หลังคำกรยิ า ค. หน้าบทกรรม ง. หลงั บทกรรม 33. “นกตัวน้บี นิ สูง” ประโยคนี้มีคำใดเปน็ คำวิเศษณ์ ก. ตวั ข. น้ี ค. บิน ง. สงู 34. ประโยคใดมีคำวเิ ศษณป์ ระกอบอยู่ดว้ ย ก. หนูเป็นสัตวส์ กปรก ข. หนูบางชนิดนำเช้ือโรคมาส่คู น ค. คนบางกล่มุ ต้งั บริษทั กำจัดหนู ง. หนชู อบอยู่ในสถานท่ีไม่ค่อยสะอาดนัก 35. ประโยคใดมีคำวิเศษณ์สามญั ประกอบอยดู่ ้วย ก. พี่กำลังอ่านอะไร ข. คนอะไรเกง่ อย่างน้ี ค. อะไรงานแคน่ ้ีทำไม่ได้ ง. ไหนคนนัน้ มานหี่ นอ่ ยซิ 36. คำวเิ ศษณ์ขยายเฉพาะของคำวา่ “แดง” คือคำอะไร ก. ปี๋ ข. อ๋ือ ค. แจ๋ ง. ปร๋ดี 37. คำวเิ ศษณ์ในประโยคใดทแ่ี สดงการถาม ก. ใครจรงิ ใจกบั ฉนั บ้าง ข. ไม่มใี ครจริงใจกับฉนั เลย ค. ใคร ๆ มาแล้วก็ผ่านไปทุกคน ง. ถึงฉันจะช้ำแค่ไหนก็ไม่บอกใคร 38. คำในข้อใดมีคำวิเศษณ์บอกเวลาประกอบอยู่ด้วย ก. เมอื่ วานผมเจอเธอหน้าโรงเรยี น ข. เราชว่ ยกันทำการบา้ นที่ครสู งั่ ไว้ ค. เมือ่ ทำการบา้ นเสรจ็ เราก็ไปกนิ ข้าว ง. เราจึงสามารถสง่ การบ้านตามทค่ี ุณครูสัง่ ไว้ 39. “นกั เรยี นทุกคนรักเจ้าเก่งมาก ๆ ”คำใดเป็นคำวเิ ศษณ์ ก. ทกุ คน ข. รกั ค. เกง่ ง. มาก ๆ 40. “เขาขยนั ท่สี ดุ ”ประโยคนีม้ ีคำวิเศษณป์ ระเภทใดประกอบอยู่ด้วย ก. คำวเิ ศษณ์สามัญ ข. คำวิเศษณ์ขยายเฉพาะ ค. คำวเิ ศษณแ์ สดงคำถาม ง. คำวิเศษณบ์ อกเวลา การพัฒนาผลสมั ฤทธ์กิ ารเรียนเร่ืองชนคิ ของคำไทย โดยใชว้ ธิ ีสอนกจิ กรรมเป็นฐาน ของนกั เรยี นชั้นประถมศึกษาปที ี่ 4

77 เฉลยแบบทดสอบ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์กิ ารเรยี นรูก้ าษาไทย เพื่อการสือ่ สาร เรือ่ งชนดิ ของคำไทย โดยวิธสี อนกจิ กรรมเปน็ ฐาน สำหรบั นกั เรียนชั้นประถมศึกษาปที ่ี 4 ข้อ ข้อ ขอ้ ขอ้ 1 ง 11 ก 21 ง 31 ก 2 ง 12 ข 22 ค 32 ข 3 ง 12 ก 23 ง 33 ง 4 ค 14 ง 24 ง 34 ก 5 ข 15 ก 25 ข 35 ข 6 ก 16 ง 26 ค 36 ค 7 ข 17 ง 27 ง 37 ก 8 ข 18 ค 28 ข 38 ก 9 ข 19 ง 29 ง 39 ง 10 ก 20 ค 30 ง 40 ข การพัฒนาผลสมั ฤทธิก์ ารเรยี นเรื่องชนิคของคำไทย โดยใชว้ ิธสี อนกจิ กรรมเป็นฐาน ของนักเรยี นชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 4

78 3. แบบสอบถามความคิดเห็นทม่ี ีต่อการเรยี นรู้เร่อื งชนิดของคำไทยโดยใช้วิธีสอนกิจกรรมเปน็ ฐาน สำหรบั นกั เรียนชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 4 คำชีแ้ จง 1. แบบสอบถามนี้มวี ตั ถุประสงคเ์ พ่ือสอบถามความคดิ เห็นทม่ี ีต่อการเรยี นรคู้ ำศัพทภ์ าษาองั กฤษ โดยใชว้ ธิ สี อนกจิ กรรมเป็นฐานสำหรับนักเรียนชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 2 โรงเรียนวดั เขียนเขต ซ่งึ จะ นำไปประเมนิ ผลเพ่ือเปน็ แนวทางในการปรับปรงุ ต่อไป 2. แบบสอบถามฉบับนป้ี ระกอบด้วยคำถามทงั้ หมด 3 ตอน ประกอบด้วย ตอนที่ 1 สอบถามความคิดเหน็ ทมี่ ีต่อการเรียนรู้เร่ืองชนิดของคำโดยใช้วธิ สี อน กจิ กรรมเป็นฐานสำหรับนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 4 สร้างขน้ึ ตามแนวคิดของ Likert มลี ักษณะเปน็ มาตรประเมนิ ค่า (Rating scale) มี 3 ระดบั ซง่ึ แบง่ เปน็ 4 ด้าน ซึ่งกำหนดค่าระดับของข้อความ ในแบบสอบถาม 3 ระดับ ดังรายละเอยี ดดังน้ี เหน็ ด้วยมากท่ีสุด มีค่าระดบั เท่ากับ 3 เหน็ ดว้ ยปานกลาง มีค่าระดับเท่ากับ 2 เห็นด้วยน้อย มีคา่ ระดับเทา่ กับ 1 ตอนท่ี 2 ขอ้ เสนอแนะของผู้ตอบแบบสอบถาม 3. กรณุ าทำเคร่อื งหมา ลงในช่องทต่ี รงกับความคิดเหน็ ของทา่ นหากมีข้อเสนอแนะกรุณา เขียนลงใน ตอนที่ 2 ลำดับ รายการประเมิน ระดับความคดิ เหน็ 3 21 ดา้ นเน้ือหาสาระ 1. มกี จิ กรรมมคี วามหลากหลายไมน่ า่ เบ่ือ 2. เน้อื หาท่ีสอนทันสมยั นำไปใช้ไดจ้ ริง 3. เนอ้ื หาเข้าใจง่าย 4. แบบฝกึ หดั เหมาะสมกับเนือ้ หา ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน 5. ครูตัง้ ใจสอน ให้คำแนะนำ ช่วยเหลอื อำนวยความสะดวกแก่ นกั เรียนในการทำกจิ กรรม 6. มีสง่ เสรมิ ให้นักเรียนมคี วามคิดรเิ ริม่ สร้างสรรคแ์ ละรว่ มกนั แสดง ความคิดเห็น 7. นักเรียนชอบเกมตา่ ง ๆ ทีน่ ำมาใชป้ ระกอบกิจกรรม การพฒั นาผลสัมฤทธ์กิ ารเรียนเรื่องชนคิ ของคำไทย โดยใช้วิธสี อนกจิ กรรมเปน็ ฐาน ของนกั เรียนชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 4

ลำดับ รายการประเมิน 79 ด้านประโยชนท์ ี่ได้รับ ระดบั ความคิดเห็น 8. นกั เรยี นมีความตง้ั ใจเรียนวิชาภาษาไทยเพ่มิ ข้ึน 3 22 9. นักเรยี นมคี วามรู้ในเรือ่ งท่ีเรียนเพิ่มข้นึ 10. กจิ กรรมท่ีสอนสง่ เสรมิ ทักษะการคดิ เชอื่ มโยง 11. เน้อื หาทสี่ อนสามารถนำไปต่อยอดในด้านอ่ืน ๆ ดา้ นการมีสว่ นร่วมของนกั เรียน 12. ครสู ง่ เสริมใหน้ กั เรยี นทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มและรายบุคคล 13. กจิ กรรมการเรยี นการสอนเน้นผเู้ รยี นเปน็ สำคญั สง่ เสรมิ ให้นักเรียน ลงมอื ปฏิบตั ิจริง 14. เปดิ โอกาสนกั เรียนซกั ถามปญั หาหรือมคี ำถามกระตุ้นการคิด 15. นักเรียนมีสว่ นรว่ มในการประเมินผลการเรียน 16. มกี ารแจ้งผลการทำแบบทดสอบและแบบฝกึ หดั ใหน้ ักเรียนทราบ ความก้าวหนา้ ของตนเอง 17. นกั เรยี นเรยี นรูอ้ ย่างมีความสุข เรยี นดว้ ยความสนุก ตอนที่ 2 ขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …….............................................…………………………………………………………………………………………………… การพัฒนาผลสัมฤทธก์ิ ารเรียนเรื่องชนิคของคำไทย โดยใช้วิธีสอนกิจกรรมเปน็ ฐาน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที ี่ 4

80 ผลงานทเ่ี กิดจาการสะท้อนความคดิ ออกมาเป็นแผนผังความคดิ การพฒั นาผลสมั ฤทธิ์การเรยี นเร่ืองชนคิ ของคำไทย โดยใช้วธิ สี อนกจิ กรรมเป็นฐาน ของนักเรียนชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 4

81 ผลงานทเ่ี กิดจาการสะท้อนความคดิ ออกมาเป็นแผนผังความคดิ การพฒั นาผลสมั ฤทธิ์การเรยี นเร่ืองชนคิ ของคำไทย โดยใช้วธิ สี อนกจิ กรรมเป็นฐาน ของนักเรียนชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 4

82 ภาพกิจกรรมการเรียนการสอน การพัฒนาผลสมั ฤทธิก์ ารเรยี นเรื่องชนิคของคำไทย โดยใชว้ ิธีสอนกิจกรรมเป็นฐาน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที ี่ 4

83 การพฒั นาผลสัมฤทธ์ิการเรยี นเรื่องชนคิ ของคำไทย โดยใชว้ ธิ ีสอนกิจกรรมเป็นฐาน ของนกั เรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 4


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook