บทที่ 8อนิ เตอรเ์ น็ตและการใช้บรกิ าร บนอนิ เตอรเ์ น็ต
อนิ เตอร์เนต็ และการใช้บรกิ ารบนอนิ เตอร์เน็ต8.1 ความหมายของอนิ เตอรเ์ น็ต อนิ เตอร์เน็ต (Internet) น้นั ย่อมาจาก ค า ว่ า “ International network” ห รื อ “ InterConnection network” ซ่ึงหมายถึง เครอื ข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ท่ีเช่ือมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั่วโลกเข้าไว้ด้วยกัน เพ่ือให้เกิดการสื่อสาร และการแลกเปล่ียนข้อมูลร่วมกัน โดยอาศัยตัวเชื่อมเครือข่ายภายใต้มาตรฐานการเช่ือมโยงเดียวกัน นั่นก็คือ TCP/IP Protocol ซึ่งเป็นข้อกาหนดวิธีการติดต่อส่ือสารระหว่างคอมพิวเตอร์ในระบบเครือข่าย ซ่ึงโปรโตคอลน้ีจะช่วยให้คอมพิวเตอร์ท่ีมีฮาร์ดแวร์ทแี่ ตกต่างกันสามารถติดต่อถึงกนั ได้8.2 ประโยชน์ของอินเตอร์เน็ต ในปัจจุบันมีการใช้งานอินเทอร์เน็ตกันอย่างแพร่หลายไปท่ัวทุกมุมโลก แต่ละคนก็ใช้ประโยชน์ของอินเทอร์เน็ตไปในหลายด้านต่างๆมากมายในชีวิตประจาวันของเรา ทั้งด้านการศึกษา เชิงพาณิชย์ ธุรกรรม ความบันเทิง และอ่ืนๆ วันน้ีเราจะมากล่าวถึงประโยชน์ของอินเทอร์เน็ตในแต่ละด้านดงั ต่อไปนี้
8.2.1 ประโยชน์ของอนิ เทอร์เนต็ – ด้านการศกึ ษา -เป็นแหล่งค้นคว้าหาข้อมูลทางวิชาการ ข้อมูลด้านการบนั เทงิ ด้านการแพทย์ และอ่นื ๆท่เี ราสนใจ เปน็ ตน้ -ทาหน้าท่ีเสมือนเป็นห้องสมุดขนาดใหญ่ หรือคลังหนังสือมหาศาล -นักเรียน และนักศึกษาสามารถใช้อินเทอร์เน็ตติดต่อกับโรงเรียน และมหาวิทยาลัยอ่ืนๆ เพ่ือค้นหาข้อมูลที่กาลังศึกษาอยู่ได้ ท้ังที่ข้อมูลที่เป็นข้อความ เสียง และภาพเคลื่อนไหวต่างๆ -ทาการเรียนการสอนผ่านระบบอินเตอรเ์ น็ตได้8.2.2 ประโยชน์ของอินเทอร์เน็ต – ด้านธุรกิจและเชิงพาณิชย์ -เป็นแหลง่ ค้นหาข้อมลู เพอื่ ช่วยในการตัดสนิ ใจทางธรุ กจิ -สามารถซ้อื – ขายสินค้าผา่ นระบบอนิ เทอรเ์ นต็ -บริษัทหรือองค์กรต่างๆสามารถให้บริการและสนับสนุนลูกค้าผา่ นระบบเครือข่ายอนิ เทอรเ์ น็ตได้ เช่น การให้คาแนะนาตอบปญั หาตา่ งๆให้แกล่ กู ค้า เป็นต้น -ทาการตลาด การโฆษณาผ่านเครือข่ายอนิ เตอร์เน็ต
8.2.3 ประโยชนข์ องอนิ เทอร์เนต็ – ดา้ นความบนั เทงิ -ค้นหา Magazine online รวมทั้งหนังสือพิ มพ์ และข่าวสารอื่นๆได้ -ฟังวทิ ยุผ่านเครอื ขา่ ยอนิ เทอรเ์ นต็ ได้ -สามารถดึงดาวน์โหลด (Download) ภาพยนตร์ตัวอย่างท้ังภาพยนตร์ใหม่และเก่ามาดูได้นอกจากน้ียงั มปี ระโยชนม์ ีความสาคัญในรปู แบบอน่ื ๆอกี 1. ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Email) ผ่านเครือข่าย อินเทอร์เน็ต ซ่ึงเหมือนกับการส่งจดหมายแบบเดิมๆ แต่การส่งอเี มล์จะรวดเร็วกวา่ มาก 2. โอนถ่ายข้อมูล ค้นหา และเรียกข้อมูลจากแหล่งต่างๆ มาเก็บไว้ในเคร่ืองของเราได้ ท้ังข้อมูลประเภท ตวั หนังสอื รูปภาพ และเสยี ง 3. ค้นข้อมูลข่าวสารที่มีอยู่มากมายจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ทว่ั โลกได้ ผา่ น World wide Web 4. สื่อสารด้วยข้อความ Chat เป็นการพูดคุยโดยพิมพ์ ข้อความตอบกัน การสนทนากันผ่านอินเทอร์เน็ต เปรียบเสมือนเรานั่งอยู่ในห้องสนทนาเดียวกัน แม้อยู่ คนละประเทศหรอื คนละซกี โลกก็ตาม
8.3 วิธีการเชอื่ มต่ออินเตอร์เนต็ การเช่อื มตอ่ ระบบอนิ เตอรเ์ น็ตนัน้ ขน้ึ อยู่กบั ความต้องการในการใช้งานเป็นสาคัญ เช่นใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อค้นหาข้อมูลที่บ้าน ใช้ในเชิงธุรกิจ ใช้เพ่ือความบันเทิง หรือใช้ภายในองค์กรขนาดใหญ่ ดังนั้นการเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ตจึงมีความแตกต่างกันซง่ึ ข้ึนอยกู่ ับปัจจัยด้านความต้องการ รวมทัง้ เงินทุนที่จะใช้ในการติดตงั้ ระบบด้วย ปจั จุบันการเช่อื มตอ่ อนิ เตอรเ์ น็ตทีน่ ยิ มใช้มี 5 ลกั ษณะ คอื 1. ก า รเชื่ อ ม ต่ อ แ บ บ Dial Up เป็ น ก ารเชื่ อ ม ต่ ออินเตอร์เน็ตท่ีเคยได้รับความนิยมในยุคแรก ๆ โดยใช้เคร่ืองคอมพวิ เตอร์บุคคล กับสายโทรศพั ทบ์ า้ นท่เี ปน็ สายตรงต่อเชื่อมเข้ากับโมเด็ม (Modem) ก็สามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตได้แล้วผใู้ ช้บริการอนิ เตอร์เน็ตตอ้ งทาการติดต่อกับผู้ให้บริการเชอ่ื มต่ออินเตอร์เน็ตผ่านหมายเลขโทรศัพท์บ้าน โดยผู้ให้บริการเช่ือมต่ออินเตอร์เน็ตจะกาหนดชื่อผู้ใช้ (Username) และรหสั ผา่ น (Password) มาใหเ้ พื่อเขา้ ใช้บรกิ ารอินเตอร์เน็ต ขอ้ ดขี องการเช่ือมตอ่ แบบ Dial Up - อุปกรณ์มีราคาถูก การติดตั้งง่าย การเคล่ือนย้ายอุปกรณ์ทาไดง้ ่าย ข้อเสียการเช่ือมต่อแบบ Dial Up - อัตราการรับส่งข้อมูลค่อนข้างต่าเพียงไม่เกิน 56 kbit(กโิ ลบติ ) ต่อวินาที
2. การเช่ือมต่อแบบ ISDN (Internet Services DigitalNetwork) เป็นการเช่ือมต่อท่ีคล้ายกับแบบ Dial Up เพราะต้องใช้โทรศัพท์และโมเด็มในการเช่ือมต่อ ต่างกันตรงที่ระบบโทรศัพท์เป็นระบบความเร็วสูงที่ใช้เทคโนโลยีระบบดิจิตอล(Digital) และต้ อ งใช้โม เด็ ม แบ บ ISDN Modem ใน การเชื่อมต่อ ดังน้ันการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบ ISDN จะต้องคานงึ ถงึ ส่งิ เหล่าน้ี คือ 1. ต้องติดต่อผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (ISP) ท่ีให้บริการการเช่อื มต่อแบบ ISDN 2. การเช่อื มตอ่ ต้องใช้ ISDN Modem ในการเชื่อมตอ่ 3. ต้องตรวจสอบว่าสถานที่ที่จะใช้บริการน้ี อยู่ในอาณาเขตท่ีใชบ้ ริการ ISDN ได้หรือไม่ ข้อดีการเช่ือมต่อแบบ ISDN -ไม่มีสัญญาณรบกวน มีความเร็วสูง และยังคงสามารถใช้โทรศัพทเ์ พื่อพูดคุยไปได้พรอ้ ม ๆ กบั การเลน่ อนิ เตอรเ์ นต็ ข้อเสียการเช่ือมตอ่ แบบ ISDN -มีคา่ ใชจ้ า่ ยสูงกวา่ ระบบ Dial-Up 3. ก า ร เชื่ อ ม ต่ อ แ บ บ DSL (Digital SubscriberLine) เป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงโดยใช้สายโทรศัพท์ธรรมดา ท่ีสามารถใช้อินเตอร์เน็ตและพูดผ่าน
สายโทรศัพท์ปกติได้ในเวลาเดียวกัน ส่ิงท่ีต้องคานึงถึงในการตดิ ต้งั ระบบอินเตอร์เน็ตแบบ DSL กค็ อื 1. ต้องตรวจสอบว่าสถานทท่ี ่ีติดตั้งอยู่ในเขตพน้ื ท่ใี ห้บรกิ ารระบบโทรศัพท์แบบ DSL หรอื ไม่ 2. บัญชีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตจากผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตในแบบ DSL 3. การเชื่อมต่อต้องใช้ DSL Modem ในการเชอื่ มต่อ 4. ต้ อ ง ติ ด ตั้ ง Ethernet Adapter Card ห รื อ LanCard ไว้ท่ีเคร่ืองคอมพิวเตอร์ท่ีใช้ในการเช่ือมต่ออินเตอร์เน็ตดว้ ย ข้ อ ดี ก ารเช่ื อ ม ต่ อ แ บ บ DSL (Digital Subscriber Line) -มี ค ว า ม เร็ ว สู ง ก ว่ า แ บ บ Dial-Up แ ล ะ ISDN ข้อเสียการเช่ือมต่อแบบ DSL (Digital Subscriber Line) -ไมส่ ามารถระบุความเร็วท่แี นน่ อนได้ 4.การเชื่อมต่อแบบ Cable เป็นการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยผ่านสายส่ือสารเดียวกับ CableTV จึงทาให้เราสามารถเช่ือมต่ออินเทอร์เน็ตไปพร้อม ๆ กับการดูทีวีได้ โดยต้องจัดหาอปุ กรณเ์ พิม่ เตมิ
1. ใช้ Cable Modem เพอ่ื เชอื่ มต่อ 2. ต้ อ ง ติ ด ต้ั ง Ethernet Adapter Card ห รื อ LanCard ไว้ท่ีเคร่ืองคอมพิวเตอร์ท่ีใช้ในการเช่ือมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย ขอ้ ดีการเชอื่ มตอ่ แบบ Cable -ถ้ามีสายเคเบิลทีวีอยู่แล้ว สามารถเช่ือมต่ออินเทอร์เน็ตได้โดยเพิ่มอุปกรณ์ Cable Modem ก็สามารถเชือ่ มตอ่ ได้ ขอ้ เสยี การเชือ่ มต่อแบบ Cable -ถ้ามีผู้ใช้เคเบิลในบริเวณใกล้เคียงมาก อาจทาให้การรับส่งขอ้ มูลชา้ ลง 5. การเชื่อมต่อแบบดาวเทียม(Satellites) เป็นการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตท่ีมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ระบบท่ีใช้กันอยู่ใ น ปั จ จุ บั น เ รี ย ก ว่ า Direct BroadcastSatellites หรือ DBS โดยผู้ใช้ต้องจัดหาอปุ กรณเ์ พมิ่ เตมิ 1. จานดาวเทียมขนาด 18-21 น้ิว เพื่อทาหน้าท่ีเป็นตัวรับสญั ญาณจากดาวเทียม 2. ใช้ Modem เพื่อเช่อื มตอ่ ระบบอินเตอรเ์ นต็ ขอ้ เสียของการเช่ือมตอ่ แบบดาวเทียม (Satellites) 1. ต้องสง่ ผ่านสายโทรศัพท์เหมือนแบบอน่ื ๆ 2. ความเร็วในการรับส่งข้อมูลต่ามากเมื่อเทียบกับแบบอ่ืนๆ 3. คา่ ใชจ้ า่ ยสูง
8.4 ส่งิ ท่ตี อ้ งทราบในการเชื่อตอ่ อินเตอร์เน็ต สาหรับการเช่ือมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อใช้งานภายในบ้านจาเป็นต้องมีส่วนประกอบสาคัญท่ีจะสามารถเช่ือมต่อ ระหว่างผู้ใช้กับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต เพราะการใช้งานอินเทอร์เน็ตนั้น จะต้องเกิดจากการเช่ือมต่อของท้ังสองฝ่ังก่อนจึงจะสามารถใช้งานได้ ซึ่งจะประกอบด้วยส่วนประกอบท่ีสาคัญดังตอ่ ไปนี้ 1. อปุ กรณค์ อมพิวเตอร์ 2. โมเดม็ (Modem) 3. โปรแกรมสาหรับการใช้งานอนิ เทอรเ์ น็ต 4. วิธีการเช่ือมตอ่ อินเทอร์เนต็ 5. การเลอื กผ้ใู ห้บริการอนิ เทอรเ์ นต็8.5 โปรโตคอลอนื่ ๆ ทน่ี า่ สนใจ โปรโตคอล คือ ข้อกาหนดหรือข้อตกลงในการส่ือสารระหว่างคอมพิวเตอร์ หรือภาษาสื่อสารที่ใช้เป็น ภาษากลางในการส่ือสารระหว่างคอมพิวเตอร์ด้วยกัน การที่เคร่ืองคอมพิ วเตอร์ที่ถูกเชื่อมโยงกันไว้ในระบบจะสามารถติดต่อส่ือสารกันได้นั้น จาเป็นจะต้องมีการส่ือสารที่เรียกว่าโปรโตคอล (Protocol) เช่นเดียวกับคนเราที่ต้องมีภาษาพูดเพ่ือให้สอ่ื สารเข้าใจกนั ได้
โปรโตคอลช่วยให้ระบบคอมพิวเตอร์สองระบบ ท่ีแตกต่างกันสามารถส่ือสารกันอย่างเข้าใจได้ คือข้อตกลงที่กาหนดเก่ียวกับการส่ือสารระหว่างเคร่ืองคอมพิวเตอร์ต่างๆ ท้ังวิธีการส่งและรับข้อมูล วิธีการตรวจสอบข้อผิดพลาดของการส่งและรับข้อมูล การแสดงผลข้อมูลเม่ือส่งและรับกันระหว่างเครื่องสองเคร่ือง ดังนั้นจะเห็นได้ว่าโปรโตคอลมีความสาคัญมากในการส่ือสารบนเครือข่าย หากไม่มีโปรโตคอลแล้ว การสื่อสารบนเครือขา่ ยจะไมส่ ามารถเกดิ ขึ้นได้ตวั อยา่ งของโปรโตคอล 1 . โป ร โต ค อ ล HTTP ห รื อ Hypertext TransferProtocol จะใช้เม่อื เรียกโปรแกรมบราวเซอร์ (Browser) 2 . โ ป ร โ ต ค อ ล TCP/IP ห รื อ Transfer ControlProtocol/Internet Protocolคือเครือข่ายโปรโตคอลที่สาคัญมากที่สุด เนื่องจากเป็นโปรโตคอลท่ีใช้ในระบบเครือข่ายInternet รวมทั้ง Intranet ซ่ึงประกอบด้วย 2 โปรโตคอลคือTCP และ IP 3 . โป รโต ค อ ล SMTP ห รือ Simple Mail TransferProtocol คื อ โป รโต ค อ ล ที่ ใช้ ใน ก ารรับ ส่ งจ ด ห ม ายอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์บนเครอื ขา่ ยอนิ เทอร์เนต็
นอกจากโปรโตคอลท่ีกล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมีโปรโตคอลต่างๆอีกมากมาย เช่น การโอนย้ายแฟ้มระหว่างกัน ใช้โป รโต ค อ ล ชื่ อ FTP ห รือ File Transfer Protocol ก ารโอนย้ายข่าวสารระหว่างกันก็ใช้โปรโตคอลช่ือ NNP หรือNetwork News Transfer Protocol และยังมีโปรโตคอลที่สาคัญสาหรับการสอบถามข้อมูลข่าวสารระหว่างกัน ซึ่งเป็นโปรโตคอลที่มีประโยชน์มาก โปรโตคอลนี้มีชอว่า ICMP หรือInternet Control Message Protocolเปน็ ตน้8.6 อุปกรณท์ ใ่ี ชใ้ นการติดต้ังอนิ เตอรเ์ นต็ 1. เครอ่ื งคอมพิวเตอร์ อปุ กรณส์ าคัญในการเชอื่ มต่อระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ได้แก่ เคร่ืองคอมพิวเตอร์ ควรมีคณุ สมบตั ดิ ังน้ี 1.1 เคร่ืองคอมพิวเตอร์ ที่มีหน่วยประมวลผลกลาง (CPU)ต้ังแต่ 233 MHz เป็นตน้ ไป 1.2 หน่วยความจา (RAM) ไมน่ ้อยกว่า 8 MB 1.3 ฮาร์ดดิสก์ ( Hard Disk ) มีขนาดความจุ ต้ังแต่ 100MB ขน้ึ ไป 1.4 ดิสกไ์ ดร์ฟ ( Disk Drive ) ขนาด 1.44 MB 1.5.ซีดีไดร์ฟ ( CD Drive ) และอุปกรณ์เสริมอ่ืนๆ เช่นลาโพง ไมโครโฟน เปน็ ต้น
2. โมเด็ม Modem หรือ Modulator-Demodulatorหมายถึง อุปกรณ์ท่ีทาหน้าท่ีในการแปลงสัญญาณดิจิตอล (Digital ) จากเคร่ืองคอมพิวเตอร์ ให้เป็นสัญญาณอนาล็อก (Analog ) เพื่อส่งไปตามเครือข่ายโทรศัพท์ ซึ่งเรียกว่าModulate และแปลงสัญญาณ ข้อมลู แบบอนาลอ็ ก( Analog ) ท่มี าจากเครอื ข่ายโทรศพั ทก์ ลับเปน็ สัญญาณข้อมูลแบบดิจิตอล ( Digital ) เพื่อใช้กับเคร่ืองคอมพิวเตอร์ ซ่ึงเรียกว่า Demodulate โมเด็มเป็นสิ่งสาคัญย่ิง ในการใช้งานอินเตอร์เน็ต โดยโมเด็มได้ถูกพัฒนาให้มีความเร็วในการส่งขอ้ มลู ทสี่ งู ปจั จุบันมีความเร็วสูงถงึ 56 Kbps( Kilobit per second )ประเภทของโมเด็ม Modem แบ่งได้เป็น 2 ประเภท1. โมเด็มแยกตามลักษณะการใชง้ าน2. โมเด็มแยกตามมาตรฐานการสื่อสาร และความเร็วในการรบั สง่ ข้อมลู โมเด็มแบบติดตั้งภายใน (Internal Modem) เป็นโมเด็มท่ีติดต้ังภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ มีลักษณะเป็นแผงวงจรอเิ ลก็ ทรอนิกส์ ท่นี ามาติดตัง้ ไวใ้ นเครื่องคอมพวิ เตอร์โด ย ใช้ ก ร ะ แ ส ไฟ ใน ก า ร ท า งา น จ า ก แ ผ งว งจ ร ห ลั ก(Mainboard) ของเครือ่ งคอมพิวเตอรเ์ ปน็ หลัก
โมเด็มแบบติดตั้งภายนอก (External Modem) เป็นโมเด็มแบบติดต้ังภายนอก มีลักษณะโดยส่วนใหญ่เป็นกล่องสี่เหล่ียมแบน ประกอบด้วยแผงวงจรโมเด็ม ซึ่งมีไฟแสดงสถานะของการรบั สง่ ข้อมลูกระแสไฟฟ้าในการทางาน ได้จากภายนอกเคร่ืองคอมพิวเตอร์โดยการเชื่อมต่อน้ัน จะทาการเชื่อมต่ออนุกรมแบ RS-232Cซึ่งเครื่องคอมพิวเตอร์ที่จะทาการติดตั้งท่จี ะทาการติดตั้งโมเด็มแบบภายนอกจะต้องพอร์ตนี้อยู่ และในปัจจุบันได้มีการนาพอร์ตแบบ USB (Universal Serial Bus) มาใช้สาหรับ เครื่องคอมพิวเตอร์ในรุ่นใหม่ๆ โมเด็มติดตั้งภายนอกมีราคาท่ีสูงกว่าโมเดม็ แบบตดิ ต้งั ภายใน มไี ฟแสดงสถานะของการทางานและมสี วิชทท์ ี่ใชส้ าหรับเปดิ -ปิด 3. โปรแกรม web browser เป็นโปรแกรมท่ีใช้ในการเปิดดูข้อมูลต่างๆ บนอินเตอร์เน็ต ซ่ึงข้อมูลในเว็บเพจ ถือได้ว่าเป็นเอกสารข้อมูล ท่ีถูกเขียนด้วยภาษา HTML ทาหน้าที่ในการแสดงผลของข้อมูลเอกสาร อ่านข้อมูลท่ี เป็นภาพ 2 มิติ 3มิติ แสดงภาพเคลื่อนไหว ข้อมูลเสียงและวีดีโอได้ โปรแกรมเว็บบราวเซอร์ยังสนับสนุนการเช่ือมโยงข้อมูล การจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบต่างๆ การจัดหมวดหมู่ข้อมูลของเว็บไซต์ การแสดงผลขอ้ มูลผา่ นทางเครอ่ื งพมิ พ์
อินเตอร์เน็ต เอ็กซ์พลอเร่อ (Internet Explorer หรือ เรียกย่อว่า IE) เน็ทส์เคป นาวเิ กเตอร์ (Netscape Navigator)
โมซิลลา ไฟรฟ์ ็อกซ์ (Mozilla Firefox หรอื เรียกย่อวา่ Firefoxหรอื Mozilla)คณุ สมบัตทิ ั่วไปของ Browser ไม่ว่าจะเป็นบราวเซอร์ย่ีห้อไหนก็จะมีคาส่ังท่ีปรากฏหน้าจอคลา้ ยกัน แต่มีสีสนั และและการออกแบบ ท่ีแตกต่างกันเพื่ อ ค ว า ม เป็ น เอ ก ลั ก ษ ณ์ ข อ งตั ว เอ ง ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ท่ี มี ต่ อSearch Engine เป็นสง่ิ ที่ จาเป็น เพราะบางบราวเซอรจ์ ะแถมSearch Engine ไว้ให้ท่ีหน้าจอก็มี ถึงอย่างก็ตามบราวเซอร์ก็
สามารถเขา้ ถงึ เว็บใดเวบ็ หน่งึ โดยตรงก็ได้โดยไม่ตอ้ งรอให้เครื่องต่อเขา้ Search Engine เสียก่อน 4. โทรศัพท์ (Telephone) ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตต้องใช้สายโทรศัพท์และหมายเลขโทรศัพท์ เพ่ือการเช่ือมโยงสัญญาณจากแหลง่ ใหบ้ รกิ ารอินเตอร์เนต็ 5. ช่ือบัญชีผู้ใช้อินเทอร์เนต คือ Account จากองค์กรห รือบ ริษั ท ผู้ให้ บ ริการอิน เตอร์เน็ ต (Internet serviceProvider : ISP) 6. ซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการ ได้แก่ ซอฟต์แวร์สาหรับติดต่อกับเครือข่ายอินเตอร์เน็ต โปรแกรม Browser และซอฟต์แวรอ์ น่ื ๆ ท่ีใชใ้ นการสื่อสารผา่ นเครือข่ายอนิ เตอร์เนต็
จัดทาโดยนางสาวณฐั พร กลิ่นบหุ งา เลขท่ี 14ปวส.2 คอมพวิ เตอร์ธุรกิจ 1
Search
Read the Text Version
- 1 - 17
Pages: