https://forms.gle/FnPFyNa7rz1Pv9HQ9
ความรเู้ บอื้ งตน้ เกยี่ วกบั กฬี าลลี าศ 1. ประเภทของจงั หวะลีลาศในกีฬาลีลาศ กีฬาลีลาศมาตรตามหลกั ฐานสากลแบ่งจงั หวะการลีลาศออกเป็น 2 ประเภท คอื 1. ประเภทบอลรูม (Ballroom Dancing) 2. ประเภทลาตินอเมริกนั (Latin American Dancing) ประเภทบอลรมู (Ballroom Dancing) เป็นการลีลาศทีใ่ ช้จงั หวะ นุ่มนวล สง่างาม ลกั ษณะของการ ลีลาศและทานองดนตรีเตม็ ไปด้วยความสุภาพอ่อนหวาน ลาตัวของ ผู้ลีลาศจะต้ังตรง ผึง่ ผาย ในการก้าวเท้านิยมลากเท้าสมั ผัสไปกบั พื้น ห้อง มกั พบการลีลาศประเภทนี้ในหมู่ขุนนางชาวอังกฤษ จึงเรยี กติดปากกนั ว่าการลีลาศแบบผดู้ ีองั กฤษ มีอยู่ 5 จังหวะ คือ 1. จังหวะวอลซ์ (Waltz) 2. จงั หวะควิกวอลซ์ หรือเวนิสวอลซ์ (Quick Waltz or Vienness Waltz) 3. จังหวะฟอกซ์ทรอท (Foxtrot) 4. จงั หวะแทงโก้ (Tango) 5. จังหวะควิกสเตป (Quick Step) ต่อ
ความรเู้ บอื้ งตน้ เกย่ี วกบั กฬี าลลี าศ จงั หวะลีลาศประเภทโมเดิรน์ หรือบอลรมู แบง่ ออกเป็น 3 ระดับ คอื 1) Basic Figure เปน็ ท่าเต้นเบือ้ งต้น มีลวดลายท่าเต้นที่ไม่ ยงุ่ ยากสลบั ซบั ซ้อนนัก ในการแข่งขันกีฬาลีลาศจะมีการกาหนด จังหวะและท่าเต้นให้ ใช้แข่งชนั ในช้ันซี (Class C) และช้ันดี(Class D) 2) Siandard Variation มีแบบการเต้นที่ชับซ้อนมาก ขึน้ มาอีกชั้นหนึง่ เปน็ แบบมาตรฐาน ในการแข่งขันกีฬาลีลาศจะมี การกาหนดจังหวะและท่าเต้นใหเ้ ช่นกนั ยงั ไม่ให้ติดหรอื ออกแบบ ท่าเต้นขึน้ มาเอง ใช้แข่งชันในช้ันเอ (Class A) และช้ันบี (Class B) 3) Popular Variation มีแบบการเต้นทีซ่ ับซ้อนและ ประยุกต์ มีท่าเต้นหรอื ลวดลายทีห่ ลากหลาย ผลู้ ีลาศต้องใช้ศิลปะ และความสามารถมากเป็นพิเศษ สามารถคิดหรอื ออกแบบท่าเต้น ขึน้ มาเองได้ ใช้แข่งขนั ในชั้นเอส (Class S) ต่อ
ประเภทลาตินอเมริกนั (Latin American Dancing) เปน็ การลีลาศทีใ่ ช้จงั หวะคอ่ นข้างเรว็ ใช้ความแคล่วคล่อง ว่องไว ส่วนใหญจ่ ะใช้ไหล่ เอว สะโพก เข่า และข้อเท้าเป็นสาคญั การ ก้าวเดินสามารถยกเทา้ พน้ พ้ืนได้ ทานองและจงั หวะดนตรีจะเร้าใจทา ให้เกิดความสนกุ สนานร่าเริง มีอยู่ 5 จังหวะ คอื 1. จงั หวะควิ บันรมั บ้า (Cuban Rumba) 2. จงั หวะแซมบ้า (Samba) 3. จังหวะพาโซโดเบลิ (Paso Doble) 4. จังหวะไจว์ฟ (Jive) 5. จังหวะชา ชา ชา่ (Cha Cha Cha) แบบการลีลาศในประเทศตา่ งๆ แบ่งออกได้เป็น 3 แบบ คือ 1) แบบอังกฤษ (English Style) นับเป็นเจา้ ตารับของการลีลาศ เป็นแบบที่นยิ มกนั มากในประเทศไทย 2) แบบอเมริกนั (American Style) 3) แบบเตน้ ตามท้องถิน่ และประเพณีของแต่ละประเทศ (Rhythms Dancing) ตอ่
นอกจากนีย้ งั มีลีลาศอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งจัดอยู่ใน ประเภทเบด็ เตลด็ (Pop or Social Dance) โดยรวบรวมจังหวะทีเ่ กิดขึ้นใหม่ ๆ และยงั ไม่ เป็นทีย่ อมรับในระดับสากล หรือเปน็ จงั หวะทีน่ ิยมลีลาศกันภายในบาง ประเทศแต่ยงั ไมเ่ ป็นทแ่ี พรห่ ลาย ประกอบด้วยจงั หวะต่าง ๆ ดังนี้ 1. จงั หวะบีกิน (Beguine) 2. จงั หวะอเมริกนั รมั บ้า (American Rumba) 3. จังหวะดิสโก้ (Disco) 4. จงั หวะตะลุงเทมโปู (Taloong Tempo) 5. จงั หวะกวั ราชา่ (Guarracha) 6. จงั หวะแมมโบ้ (Mambo) 7. จงั หวะคาลิปโซ่ (Calypso) 8. จงั หวะรอ็ ค แอนด์ โรล (Rock and Roll) 9. จังหวะออฟบีท (Off beat) 10. จังหวะทวิสต์ (Twist) 11. จงั หวะบัม๊ พ์ (Bump) 12. จังหวะฮสั เซลิ (Hustle ตอ่
ทศิ ทางการลีลาศ ทศิ ทางการลลี าศ (Direction of Steps) ทิศทางของการลีลาศ (Direction of Steps) เป็นท่ยี อมรับกนั โดยทวั่ ไปวา่ ทิศทาง ทวนเขม็ นาฬกิ า (Counter Clockwise) เป็นทศิ ทางของการลีลาศซ่งึ ถือเปน็ สากล ดังนั้นในการลีลาศ จะต้องลีลาศไปในทิศทางทวนเข็มนาฬกิ า ทง้ั นี้เพ่อื ความเป็นระเบยี บเรียบร้อย ทง้ั เปน็ การปอ้ งกัน มิให้ลีลาศไปชนกบั คอู่ ื่น ทศิ ทางนี้เรียกว่า “แนวลีลาศ” (Line of Dance) ซ่งึ นิยมเรียกกันด้วยคา ย่อว่า L.O.D. การลีลาศในแต่ละจังหวะหรอื แต่ละลวดลาย (Figures) มีการเริม่ ต้นและสิน้ สดุ ในทิศทางที่ แตกต่างกันออกไป ตาแหน่งการยนื ในการลีลาศ (Position of Stand) จะสัมพนั ธ์กบั ทิศทางที่ผู้ ลีลาศหนั หน้าไปในทิศทางต่าง ๆ ซ่งึ มีอยู่ 8 ทิศทาง การเรียกช่อื ตาแหน่งที่ยืนจะเรียกตามทิศทาง ทีห่ ันหน้าไป ดังนี้ 1. ยืนหันหน้าตามแนวเต้นราL.O.D 2. ยืนหันหน้าย้อนแนวเต้นรา 3. ยืนหนั หน้าสู่กลางฟลอร์ 4. ยืนหันหน้าสู่ฝาผนงั ห้อง 5. ยืนหนั หน้าเฉียงกลางฟลอร์ตามแนว เต้นรา 6. ยืนหันหน้าเฉียงฝาผนังห้องตามแนวเต้นรา 7. ยืนหนั หน้าเฉียงกลางฟลอร์ย้อนแนวเต้นรา 8. ยืนหันหน้าเฉียงฝาผนงั ห้องยอ้ นแนวเต้นรา ในทางตรงข้าม ถา้ เรายืนหันหลังไปตามหมายเลขต่างๆ กค็ อื ยืนหนั หลังให้ทิศทางต่างๆ น่นั เอง แนวเต้นรา ถือว่ามีความสาคัญมากในการกาหนดให้ผู้เต้นราก้าวเทา้ เคลื่อนท่ไี ปตามตาแหน่ง ต่างๆ และกาหนดปริมาณการหมนุ ตวั ของแต่ละก้าวในขณะเคลื่อนทด่ี ้วย โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งการ เต้นราในจงั หวะประเภทบอลรูม ซง่ึ ได้แก่ วอลซ์ ควิกสเตป เวยี นนิสวอลซ์ หรือควิกวอลซ์ สโลว์ ฟอกซท์ รอต และแทงโก้ ในแต่ละฟกิ เกอร์จะระบุไวว้ ่าเริม่ ต้นหันหน้าไปทางใดและจบโดยการหนั หน้าไปทางใด
การจับคลู่ ลี าศ (The Hold) Hold)การจบั คู่ลีลาคน้ัน เปน็ สิ่งสาคญั ยิ่งเพราะถ้าจบั คลู่ ีลาศไมถ่ กู ต้องตามแบบแผนแล้ว นอกจากจะทาให้เกดิ ความไมส่ งง่ ามแล้วยงั เปน็ อปุ สรรคในการนาและการตามของคู่ลีลาศ ทา ให้เสียการทรงตวั หรือการกา้ วเทา้ ของลีลาศไมส่ มั พันธ์กนั หรืออาจจะเหยยี บเทา้ กันได้ โดยปกติแลว้ ทา่ เริ่มต้นของการจบั คลู่ ีลาศจะจบั แบบบอลรมู ปิด แตเ่ มื่อคลู่ ีลาศ ออกลวดลายต่างๆ แล้ว การจบั คู่ลีลาศก็จะเปลี่ยนไปตามลวดลายของจงั หวะลีลาศต่าง การจบั คูล่ ีลาศแบบบอลรมู ปิด (Closed Ballroam) . จบั แบบบอลรมู ปิด ( Closed Ballroom ) 1. คยู่ ืนหนั หน้าเข้าหากนั ตัวและเทา้ ตรงกนั 2. ชายเอามือขวาโอบหลงั หญิง ระดับเอว 3. มือซ้ายชายจบั กบั มือขวาหญิง ยกขึ้นระดบั ไหล่ 4. มือซ้ายหญิงเกาะทีไ่ หล่ขวาชาย 5. มือขาวของชายเป็นมอื ทใ่ี ช้ลีด (Lead) การจับคแู่ บบบอลรมู ปิดนี้ จะใช้ในตอนเริ่มต้น แทบทุกจงั หวะลีลาศ เมอ่ื ออกลวดลายแล้วอาจ เปลีย่ นเป็นการจับคแู่ บบอื่นๆได้ จับแบบบอลรมู เปิด ( Open Ballroom) จับแบบบอลรูมเปิด ( Open Ballroom) 1. คยู่ ืนหนั หน้าไปทางเดียวกัน หญิงอยทู่ างขวาของ ชาย 2. มือขวาของชายโอบเอวด้านหลงั ของหญิง ๓. มือด้านนอกของคู่จบั กันด้านหน้าโดยชายจับมือ หญิง 4. มือซ้ายหญิงเกาะพักบริเวณไหล่ขวาชาย จากท่าบอลรูมปิด ชายสามารถดึงคใู่ ห้มาอยู่ ทางขวาของชายสู่ท่าบอลรมู เปดิ
การจับคู่ลีลาศ (The Hold การจับคลู่ ีลาศแบบลาตนิ อเมรกิ นั ปดิ (Closed Fosition) ต่อ มีความแตกต่างจากการจบั คลู่ ีลาศแบบบอลรูมปิด ดังนี้ (๑) ระยะห่างระหว่างคู่ลีลาศ ทั้งคจู่ ะยืนห่างกันมากกว่าการ จับคลู่ ีลาศแบบบอลรมู ปิด (๒) มือขวาของผู้ชายแตะตรงสะบกั ซา้ ยของผู้หญิง แทนที่ จะแตะตรงกลางหลงั (๓) แขนซ้ายของผู้หญิงวางซ้อนทาบอยู่บนแขนขวาของผู้ชาย อยา่ งสบาย ๆ (๔) มือซ้ายของผู้ชายยังคงจับมือขวาของผู้หญิงไวเ้ หมือนกับ การจับคู่สีสาศแบบบอลรูมปิด จบั คู่แบบประจัญหนา้ (Facing Position) หรอื แบบสะพานโคง้ จับคแู่ บบประจญั หน้า (Facing Position) หรือ แบบสะพานโคง้ (1) คยู่ ืนหันหน้าเข้าหากัน ห่างกันประมาณ 1 ชว่ ง ลาตวั (๒) ผชู้ ายยกมือทั้งสองหงายขึ้นระดับเอว ผหู้ ญิงคว่า มือวางข้างบน (๓) ผชู้ ายจับมือผู้หญิง ยกขืนเหนือเอวเลก็ น้อย นิยมใช้กบั ลีลาศจงั หวะควิ บันรัมบ้า ไจฟร์
การจบั ค่ลู ีลาศ (The Hold) จับคูแ่ บบออ้ มหลงั (Back Cross Position) ตอ่ จับคแู่ บบออ้ มหลัง (Back Cross Position) (1) คู่ยืนหันหน้าไปทางเดียวกัน ผู้ชายอยทู่ างชา้ ยผู้หญิง (2) ผู้หญิงเอามอื ซ้ายอ้อมหลังผชู้ าย จับกับมือซา้ ยผู้ชาย (3) มอื ขวาผู้ชายจับกับมือขวาผู้หญิงในระดับเอวด้านหลงั ผหู้ ญิง นิยมใช้กับลวดลายจังหวะคิวบันบกี นิ จับคแู่ บบหมุ้ รอบ (Wrap Position) จับคู่แบบหมุ้ รอบ (Wrap Position) (๑) ทั้งคยู่ ืนหันหน้าไปทางเดียวกัน ผชู้ ายยืนเยอื้ งหลงั ทางซ้ายของหญิงเลก็ น้อย (2) มือซ้ายผชู้ ายจับกับมือขวาผหู้ ญิงด้านหน้าระดับเอว (3) มือซ้ายผหู้ ญิงยื่นผา่ นหน้าลาตัวระดบั เอวจับกบั มือ ขวาของผู้ชาย ซ่งึ โอบมาทางด้านหลังผู้หญิง การจบั แบบหุ้มรอบ มกั จะเริม่ มาจากการจบั แบบ ประจญั หน้าหรือแบบสะพานโค้ง ผหู้ ญิงจะหมนุ ซา้ ยเข้า หาผชู้ าย ให้ผชู้ ายยกมือขวาคล้องข้ามศีรษะของคู่แล้วจึง ลดมือลงระดับเอว (อย่าปล่อยมือ)
การจบั คูล่ ลี าศ (The Hold) จับค่แู บบวาโซเวยี น (Varsouvience Position) ต่อ จับคแู่ บบวาโซเวียน (Varsouvience Position) (1) ท้งั คยู่ ืนหนั หนา้ ไปทางเดียวกัน ผ้ชู ายยืนเยือ้ งหลัง ทางซ้ายของหญิงครึง่ ก้าว (2) ผู้หญิงยกมือท้ังสองขึน้ หงายมือเหนือไหล่ (3) ผชู้ ายจับมือกบั คู่ (ซ้ายจบั ซ้าย ขวาจบั ขวา) การจบั คแู่ บบวาโซเวียนจะกระทาได้โดยผหู้ ญิงจะหมนุ ซา้ ยเขา้ หาผชู้ ายซ่งึ ผู้ชายจะเปลีย่ นเปน็ มอื ขวาจับกับมือ ขวาคู่ พรอ้ มกับดงึ คู่มาอยูท่ างขวาของตน แลว้ จึงใช้มือซา้ ย จบั มือซา้ ยคู่ยกขึ้นสงู ระดบั ไหล่ จบั คูแ่ บบจบั มอื ดา้ นใน (Couple Position) หรือทา่ สเกต็ จับคแู่ บบจบั มือด้านใน (Couple Position) หรือท่าสเกต็ (1) คูย่ ืนด้านขา้ งลาตวั ชิดกัน หันหนา้ ไปทางเดียวกัน (2) มื้อด้านในจบั กนั ยกขึ้นสูงระดบั ไหล่3 (3) มือดา้ นนอกของทง้ั คูป่ ล่อยหอ้ ยลง นิยมใช้กับลวดลายจังหวะคิวบนั รัมบ้า ช่าซา่ ช่า วอลซ์
การจับค่ลู ีลาศ (The Hold) ต่อ จับค่แู บบคล้องแขนดา้ นใน (Escort Position) หรือแบบเพอื่ นเทยี่ ว จบั คแู่ บบคล้องแขนด้านใน (Escort Position) หรือ แบบเพือ่ นเที่ยว (1) ค่ยู ืนด้านขา้ งลาตวั ชิดกนั หันหนา้ ไปทางเดียวกัน (2) ผ้ชู ายยกแขนทอ่ นล่างขึน้ ผู้หญิงใชป้ ลายแขนซา้ ย เกาะไว้ (3) มือด้านนอกของทงั้ คู่ปล่อยห้อยลง จับคูแ่ บบจบั มอื ดา้ นใน (Couple Position) หรือทา่ สเกต็ จบั คู่แบบจับมือดา้ นใน (Couple Position) หรือทา่ สเกต็ (1) คู่ยืนดา้ นขา้ งลาตัวชิดกนั หนั หนา้ ไปทางเดียวกนั (2) มือ้ ด้านในจับกัน ยกขึ้นสูงระดับไหล่3 (3) มือด้านนอกของท้งั คูป่ ลอ่ ยห้อยลง นิยมใช้กับลวดลายจงั หวะคิวบันรัมบ้า ชา่ ซ่าช่า วอลซ์
Search
Read the Text Version
- 1 - 11
Pages: