Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore บทที่ 2 ข้อมูลทั่วไปและข้อมูลพื้นฐานด้านการเกษตรที่สำคัญของจังหวัดสกลนคร

บทที่ 2 ข้อมูลทั่วไปและข้อมูลพื้นฐานด้านการเกษตรที่สำคัญของจังหวัดสกลนคร

Description: บทที่ 2 ข้อมูลทั่วไปและข้อมูลพื้นฐานด้านการเกษตรที่สำคัญของจังหวัดสกลนคร

Search

Read the Text Version

1 สว่ นที่ 2 ข้อมูลทั่วไปและขอ้ มูลดา้ นการเกษตรที่สาคญั ของจังหวัดสกลนคร 1. ขอ้ มลู ทั่วไปของจังหวัดสกลนคร 1.1 ข้อมลู ด้านกายภาพของจงั หวดั สกลนคร 1.1.1 ลกั ษณะทางภมู ศิ าสตร์ 1) ทตี่ ้งั ขนาดพื้นที่ จังหวัดสกลนครต้ังอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เป็นท่ีราบสูงล้อมรอบด้วย ภูเขาและป่าไม้ เส้นรุ้งที่ ๑๖ องศา ๔๕ ลิปดาถึง ๑๘ องศา ๑๕ ลิปดาเหนือ และเส้นแวงที่ ๑๐๓ องศา ๑๕ ลิปดาถึง ๑๐๔ องศา ๓๐ ลิปดาตะวันออก มีขนาดพื้นที่ประมาณ ๙,๖๐๕.๗๖ ตารางกิโลเมตรหรือ ประมาณ ๖,๐๐๓,๖๐๒ ไร่ ตั้งอยู่เหนือระดับน้าทะเล ๑๗๒ เมตร ห่างจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ ๖๔๗ กิโลเมตรทางรถยนต์ หา่ งจากสะพานมติ รภาพไทย – ลาวแหง่ ท่ี ๒ จงั หวัดมุกดาหาร ประมาณ ๑๒๐ กิโลเมตร และสะพานมิตรภาพไทย – ลาวแห่งท่ี ๓ จังหวัดนครพนม ประมาณ ๙๐ กิโลเมตร ซ่ึงเป็นเขตแดนระหว่าง ประเทศไทยกับสาธารณรฐั ประชาธิปไตยประชาชนลาว 2) อาณาเขต ทศิ เหนือ ติดตอ่ กับ จรดอา้ เภอเฝา้ ไร่ อ้าเภอโซพ่ สิ ยั จงั หวดั หนองคาย อ้าเภอพรเจรญิ อา้ เภอเซกา จังหวดั บงึ กาฬ อา้ เภอนาทม อ้าเภอศรสี งคราม จงั หวดั นครพนม ทิศตะวันออก ติดตอ่ กับ จรดอา้ เภอนาหวา้ อา้ เภอโพนสวรรค์ อา้ เภอนาแก อ้าเภอวงั ยาง อ้าเภอปลาปาก อา้ เภอเมอื งนครพนม จังหวัดนครพนม ทศิ ใต้ ตดิ ต่อกับ จรดอา้ เภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร อ้าเภอนาคู อ้าเภอเขาวง อา้ เภอสมเดจ็ อา้ เภอคา้ มว่ ง จงั หวัดกาฬสนิ ธุ์ อ้าเภอวังสามหมอ อา้ เภอกมุ ภวาปี จงั หวดั อดุ รธานี ทศิ ตะวนั ตก ติดตอ่ กบั จรดอ้าเภอไชยวาน อ้าเภอหนองหาน อ้าเภอทงุ่ ฝน อา้ เภอบ้านดงุ จังหวัดอุดรธานี 3) สภาพพืน้ ท่ี (ทม่ี า : สถานีพัฒนาทีด่ นิ ) ลักษณะภูมิประเทศโดยท่ัวไป ทางด้านทิศใต้เป็นเทือกเขาสูงจากน้นั จะค่อย ๆ เอียงลาดลงมาทาง ทิศเหนอื และทศิ ตะวนั ออก พนื้ ทอ่ี ยสู่ ูงกว่าระดับน้าทะเลประมาณ ๑๗๒ เมตร ขนาดพน้ื ท่ขี องจงั หวดั สกลนคร เป็นล้าดับ 19ของประเทศ และล้าดับ ๘ ของภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ ลกั ษณะภมู ิประเทศแตล่ ะบริเวณ ดงั นี้ 1. พ้ืนที่ตอนใต้ สภาพพื้นที่เป็นท่ีราบสูงบนเทือกเขาภูพานและที่ราบระหว่างหุบเขา มีสภาพพนื้ ที่แบบลูกคล่นื ลอนลาดอยู่บริเวณอ้าเภอกุดบาก มลี า้ ธารและล้าหว้ ยอันเกดิ จากเทือกเขาหลายแห่ง มีป่าไม้และทงุ่ หญา้ เหมาะสา้ หรบั การเล้ียงสัตว์ 2. พ้นื ท่ตี อนตะวันออก มีสภาพพื้นที่แบบลูกคล่ืนลอนลาด รวมถึงบริเวณทตี่ ิดกบั อ้าเภอนาแก จังหวดั นครพนม 3. พืน้ ท่ตี อนตะวันตก สภาพพน้ื ทส่ี ่วนใหญเ่ ป็นทรี่ าบสลบั กบั พนื้ ทแ่ี บบลกู คลืน่ ลอนลาด เหมาะสา้ หรบั การท้าไรบ่ รเิ วณทีต่ ิดกับอดุ รธานี

2 4. พ้นื ทตี่ อนกลาง สภาพพื้นทเี่ ปน็ ทร่ี าบต่้า เหมาะแก่การทา้ นา โดยเฉพาะทอ้ งทอ่ี า้ เภอเมอื งท่ีมี หนองหาร ท้าใหม้ ีนา้ ตลอดปี มีอาณาเขตกว้างประมาณ ๗ กโิ ลเมตร ยาวประมาณ ๑๘ กโิ ลเมตรระดับนา้ ลึก ประมาณ 2 - 4.5 เมตร หนองหารเปน็ ที่รองรบั น้าจากแม่น้าตา่ งๆ หลายสาย 5. พ้ืนที่ตอนเหนือ สภาพพนื้ ท่เี ป็นลกู คลน่ื ลอนลาด มีสภาพเป็นปา่ ปนไร่ ปา่ ส่วนใหญ่ เปน็ พวกป่าแดงโปร่ง มีไม้เตง็ ไมร้ งั พลวง เหนอื ท่ตี ั้งอ้าเภออากาศอา้ นวยและรมิ น้าสงครามบางส่วนเปน็ ท่รี าบลุ่มน้าท่วม ซึง่ ใช้ท้านาไดบ้ างส่วนเท่าน้ัน ส่วนใหญจ่ ะทิง้ ไว้รกรา้ งว่างเปล่า มพี วกไม้พมุ่ เตย้ี และหญา้ ขนึ้ ปกคลุมท่ัวไป 4) ลกั ษณะดินและความเหมาะสมของดนิ สาหรบั การปลกู พืชเศรษฐกจิ (ท่ีมา : แนวทางการส่งเสริมการเกษตรที่เหมาะสมตามฐานข้อมูลแผนท่ีเกษตรเชิงรุก Agri-Map จังหวดั สกลนคร โดย กรมพัฒนาท่ดี ิน : 2564) 4.1) ลกั ษณะดนิ ของจังหวัดสกลนคร แบง่ ตามภูมิสัณฐาน ลกั ษณะทางธรณวี ทิ ยา และวัตถุตน้ กา้ เนิดดนิ ได้ดงั น้ี 1. ท่ีราบน้าท่วมถึง (Flood plain) ท่ีราบริมแม่น้าหรือล้าธาร หน้าฝนหรือหน้าน้า มักมีน้าท่วมเป็น คร้งั คราว เป็นสภาพพื้นทีท่ ่เี กิดจาการทับถมของตะกอนนา้ พา และมีตะกอนเพมิ่ มากข้ึนหลังนา้ ท่วม แบ่งเป็น 1) สนั ดินริมน้า (Levee) เปน็ ที่ดอน เกิดจากการทับถมของตะกอนน้าพาบริเวณรมิ ฝั่งแมน่ ้าเป็นสัน นูนขนานไปกับริมฝงั่ แม่น้า การระบายน้าค่อนข้างดถี งึ ดี เนือ้ ดนิ ค่อนข้างหยาบ อาทิ ชดุ ดินชุมพลบรุ ี (Chp) 2) ลุ่มหลังสันดินริมน้า (Back swamp, basin) เป็นที่ลุ่มน้าขังอยู่ระหว่างสันดินริมน้ากับตะพักล าน้าหรือด้านข้างหุบเขา การระบายนา้ ค่อนข้างเลวถงึ เลว ดินลึกมาก เน้ือดินเหนียวละเอยี ด สีเทาและน้าตาล ปนเทา อาทิ ชุดดินศรสี งคราม (Ss) 2. ที่ราบตะกอนน้าพา (Alluvial plain) เป็นบรเิ วณท่ีไดร้ ับอิทธิพลของแม่นา้ หรอื ล้าน้าสาขา วัตถุต้น ก้าเนดิ ดนิ เป็นตะกอนนา้ พา (alluvium) มสี ภาพพืน้ ที่เปน็ ท่ีราบเป็นขน้ั ๆ แต่ละขา้ งอาจมีตะพักได้หลายระดับ ประกอบด้วย 1) สันดนิ รมิ นา้ (Levee) เปน็ ที่ดอน เกิดจากการทับถมของตะกอนนา้ พาบรเิ วณรมิ ฝง่ั แมน่ ้า เป็นสัน นนู ขนานไปกับริมฝง่ั แม่น้า การระบายนา้ ค่อนขา้ งดีถงึ ดี เน้อื ดนิ คอ่ นข้างหยาบ เช่น ชดุ ดนิ หนองบุญนาค (Nbn) 2) ส่วนต้่าของสนั ดนิ รมิ น้า (Lower part of levee) เป็นดนิ ล่มุ มสี ภาพพืน้ ทีค่ อ่ นข้างราบเรียบ ดิน ลึกมาก เนื้อดินร่วนหยาบถึงดินทรายแป้งละเอียด มีสีเทาและน้าตาลปนเทา การระบายน้าค่อนข้างเลว เช่น ชดุ ดนิ จักราช (Ckr) ชุดดินธาตุพนม (Tp) ชดุ ดินธวัชบรุ ี (Th) และชุดดนิ ศรขี รภูมิ (Sik) 3) ท่รี าบตะกอนน าพา (Alluvial plain) เปน็ บรเิ วณทีไ่ ด้รับอทิ ธิพลของแม่นา้ หรือล้าน้าสาขา วตั ถุ ต้นก้าเนิดดินเป็นตะกอนน้าพา (Alluvium) มีสภาพพื้นที่เป็นท่ีราบขนาดใหญ่สองฝั่งแม่น้า แต่ละฝั่งอาจมีท่ี ราบแบบขนั้ บันไดหรอื ตะพักไดห้ ลายระดับ แบ่งเปน็ 1. พ้ืนที่แบบราบเรยี บถึงลูกคล่ืนลอนลาดเล็กน้อย การระบายน้าค่อนข้างเลวถึงเลวในบรเิ วณที่ ราบลุ่มหรือที่ราบ หรือตามร่องระหว่างที่ดอนหรอื เนิน เนื้อดินส่วนใหญ่มีทรายปน มีสีเทาหรือน้าตาลปนเทา พบจดุ สตี า่ ง ๆ ถัดข้นึ มาบริเวณพ้นื ที่ท่ีคอ่ นข้างราบเรียบถึงเปน็ ลกู คลนื่ ลอนลาดเล็กน้อย มสี นี ้าตาล น้าตาลปน เหลอื ง และเหลอื ง และมจี ดุ ประสีเทาค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงตอนบนเนอ่ื งจากการขังน้า พบจดุ ประ สเี หลอื ง น้าตาล หรอื แดงในดินล่าง มกี ารระบายน้าคอ่ นขา้ งเลวถงึ ดีปานกลาง อาจพบชัน้ ดนิ เหนียวในตอนลา่ ง ของหน้าตดั และอาจพบชั้นลูกรงั ในช่วงทเ่ี ปลี่ยนจากเน้ือดนิ หยาบเปน็ เน้ือดนิ ละเอียด คา่ ปฏิกริ ิยาดินในสนาม ส่วนใหญ่เป็นกรดจัดถึงเป็นกลาง เช่น ชุดดินชานิ (Cni) ชุดดินละหานทราย (Lah) ชุดดินมหาสารคาม (Msk) ชุดดินโพนพิสยั (Pp)ชุดดินเรณู (Rn) ชดุ ดินปลาปาก (Ppk) ชุดดนิ ทา่ อเุ ทน (Tu) 2. พ้ืนท่ีเป็นแบบลูกคล่ืนลอนลาดเล็กนอ้ ยถึงสภาพพนื้ ที่แบบเนนิ เขา ดินส่วนใหญ่มีการระบาย น้าค่อนข้างดีถึงดี สนี ้าตาล น้าตาลปนเหลือง เหลือง นา้ ตาลปนแดง เหลืองปนแดง จนถงึ สีแดง เนื้อดินมีทราย

3 ปนอยา่ งชัดเจน บางบรเิ วณพบลูกรังในหน้าตัดดิน ค่าปฏกิ ริ ิยาดินเปน็ กรดจัดถึงเป็นกรดปานกลาง เช่น ชดุ ดิน สีทน (St) พบบริเวณพื้นท่ีลักษณะเป็นร่อง ชุดดินร้อยเอ็ด (Re) พบบริเวณพ้ืนท่ีลักษณะเป็นท่ีราบ เช่น ชุดดิน พระทองค า (Ptk) ชุดดินค าบง (Kg) ชุดดินปักธงชัย (Ptc) และชุดดินห้วยแถลง (Ht) เป็นต้นพบบริเวณพ้ืนท่ี ลักษณะเป็นที่ค่อนข้างราบถึงเป็นลูกคลื่น ส้าหรับดินที่เกิดความไม่ต่อเนื่องทางธรณีวิทยา (Lithologic discontinuities) มกั เป็นชนั้ ดนิ ทรายในตอนบน และเปล่ยี นเปน็ ดินเหนียวหรือช้นั หินพนื้ (weathering insitu) ในตอนล่าง (Abrupt textural change) เช่น ชุดดินพล (Pho) ชุดดินเขมราฐ (Kmr) ชุดดินหนองบัวแดง (Nbd) และชุดดนิ โนนแดง (Ndg) เป็นตน้ 4) พื้นเกอื บราบ (Peneplain) เปน็ ภูมลิ กั ษณข์ องพ้นื ผิวดนิ ภายหลงั การกรอ่ น เกิดจากการผุพงั ด้วย กระบวนการกร่อนท าลายโดยน้า ท าให้พ้ืนที่สูงเดิมซึ่งขรุขระและสูงต่้าแตกต่างกันมาก มีระดับต่้าลงจนมี ลักษณะคล้ายลูกคล่ืนลอนลาดหรือพ้ืนท่ีเกือบราบ วัตถุต้นก้าเนิดดินเกิดจากการผุพังสลายตัวอยู่กับที่หรือ เคลื่อนยา้ ยมาในระยะทางไมไ่ กล ดินจึงมีลักษณะเดน่ ตามวตั ถุต้นก้าเนดิ หรือหนิ ทีร่ องรับอยู่ด้านล่างและระดับ การพัฒนาตัวของดิน จังหวัดสกลนครพบพ้ืนที่ที่พัฒนาจากหินทราย ดินตื้นถึงช้ันเศษหินหรือหินพ้นื ถึงดินลกึ มาก เนือ้ ดนิ เป็นทรายปนดินรว่ นถงึ ดนิ ร่วนปนชน้ิ สว่ นหยาบมาก สีแดง น้าตาล และนา้ ตาลปนแดง การระบาย น้าดีถึงมากเกินไป พบเศษหินปะปนในหน้าตัดดินหรือบนผิวดิน เช่น ชุดดินภูพาน (Pu) และวังน้าเขียว (Wk) เปน็ ต้น 5) พ้นื ทล่ี าดชนั เชงิ ซ้อน เป็นพื้นที่ที่มคี วามลาดชันมากกวา่ ร้อยละ 35 ทรพั ยากรดินมีความแตกตา่ ง กนั ออกไปในแต่ละพื้น โดยได้แสดงรายละเอียดของชุดดินท่ีพบมากของจงั หวดั ดังน้ี

4 ภาพท่ี 1 หนา้ ตัดดนิ และคาบรรยายชุดดินชมุ พลบุรี (ท่มี า : แนวทางการสง่ เสรมิ การเกษตรทเี่ หมาะสมตามฐานขอ้ มูลแผนที่เกษตรเชงิ รกุ Agri-Map จงั หวัดสกลนคร โดย กรมพฒั นาที่ดิน : 2564)

5 ภาพที่ 2 หนา้ ตัดดนิ และคาบรรยายชุดดนิ ชานิ (ทีม่ า : แนวทางการสง่ เสรมิ การเกษตรทเี่ หมาะสมตามฐานขอ้ มลู แผนทเ่ี กษตรเชงิ รกุ Agri-Map จังหวดั สกลนคร โดย กรมพฒั นาท่ีดิน : 2564)

6 ภาพท่ี 3 หน้าตดั ดนิ และคาบรรยายชดุ ดินละหาน (ที่มา : แนวทางการส่งเสริมการเกษตรทเ่ี หมาะสมตามฐานข้อมลู แผนท่ีเกษตรเชงิ รกุ Agri-Map จังหวดั สกลนคร โดย กรมพฒั นาที่ดิน : 2564)

7 ภาพที่ 4 หนา้ ตัดดนิ และคาบรรยายชุดดินภพู าน (ท่มี า : แนวทางการสง่ เสรมิ การเกษตรที่เหมาะสมตามฐานข้อมลู แผนทเ่ี กษตรเชิงรุก Agri-Map จังหวัดสกลนคร โดย กรมพฒั นาที่ดิน : 2564)

8 ภาพท่ี 5 หน้าตดั ดนิ และคาบรรยายชุดดินยางตลาด (ท่มี า : แนวทางการสง่ เสรมิ การเกษตรทีเ่ หมาะสมตามฐานขอ้ มลู แผนทเี่ กษตรเชิงรกุ Agri-Map จังหวดั สกลนคร โดย กรมพฒั นาที่ดิน : 2564)

9 4.2) ความเหมาะสมของดนิ ส้าหรบั การปลกู พืชเศรษฐกิจ จังหวัดสกลนคร มีพชื เศรษฐกิจท่ีส้าคญั พิจารณาจากพชื ท่ีมีพืน้ ที่ปลูกมากและมมี ูลค่าการส่งออก หรือแปรรูปโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกาศพืชเศรษฐกิจ 13 ชนิดพืช ได้แก่ ข้าว มันส้าปะหลัง ยางพาราปาลม์ น้ามนั อ้อยโรงงาน ขา้ วโพดเลี้ยงสัตว์ สบั ปะรดโรงงาน ลา้ ไย เงาะ ทเุ รียน มงั คุด มะพรา้ ว และ กาแฟ จากพื้นท่ีปลูกพืชเศรษฐกิจดังกล่าว กรมพัฒนาที่ดินได้ก้าหนดระดับความเหมาะสมของพ้ืนท่ีปลูกราย จังหวัด โดยวิเคราะห์จาก สภาพพื้น ท่ี ลักษณะของดิน ปริมาณน้าฝน แหล่งน้าชลปร ะ ทาน ร่วมกับการจัดการพืน้ ทแ่ี ละลักษณะรายพืช โดยแบ่งระดบั ความเหมาะสม เป็น 4 ระดบั ไดแ้ ก่ ระดับที่ 1 เปน็ พื้นท่คี วามเหมาะสมสูง (S1) การปลกู พืชให้ผลตอบแทนสูง ระดบั ที่ 2 เปน็ พื้นทค่ี วามเหมาะสมปานกลาง (S2) การปลูกพชื ให้ผลตอบแทนสูง แต่พบข้อจ้ากัด บางประการซง่ึ สามารถบรหิ ารจัดการได้ ระดับที่ 3 เป็นพื้นที่ความเหมาะสมเล็กน้อย (S3) มีข้อจ้ากัดบางประการของดินและน้า ส่งผลให้ การผลติ พชื ให้ผลตอบแทนต้่า การใช้พ้นื ทต่ี ้องใชต้ ้นทุนสงู ในการจัดการ และมคี วามเสี่ยงจากน้าทว่ มและขาดน้า ระดับท่ี 4 เป็นพน้ื ท่ีไมเ่ หมาะสม (N) จากฐานขอ้ มูลในแผนที่เกษตรเชิงรกุ หรือ Agri-Map Online ได้มกี ารวิเคราะหข์ อ้ มลู พ้นื ท่ีจังหวัด สกลนคร ปลูกพืชเศรษฐกิจส้าคัญ 4 ล้าดับแรก ได้แก่ ข้าว ยางพารา มันส้าปะหลัง และอ้อยโรงงาน โดยได้ วิเคราะห์ในเร่ืองของศักยภาพของพนื้ ท่ี การวิเคราะห์ข้อมูลพื้นที่ปลูกข้าว และพ้ืนท่ีมีศักยภาพคงเหลือ ซึ่งได้ จ้าแนกตามความเหมาะสมของดิน โดยมรี ายละเอียดดงั นี้ ตารางท่ี 1 พ้นื ทป่ี ลกู พืชเศรษฐกจิ ทม่ี พี ืน้ ท่ีปลกู มาก 4 ลาดับแรกของจงั หวดั สกลนคร พชื เศรษฐกิจ เน้อื ที่ (ไร)่ ร้อยละของพื้นทีเ่ กษตรกรรม 1. ขา้ ว 2,392,797 61.31 2. ยางพารา 430,636 11.03 3. มันสาปะหลงั 283,633 7.27 4. อ้อยโรงงาน 140,426 3.60 ที่มา: https://agri-map-online.moac.go.th, 2564 4.2.1) ขา้ ว 1) การวิเคราะห์ศกั ยภาพของพน้ื ท่ีปลูกข้าว จังหวัดสกลนคร ไดม้ กี ารจ้าแนกพน้ื ท่ีตามศกั ยภาพของ การปลูกข้าว ดังนี้ ระดับที่ 1 เป็นพื้นที่ความเหมาะสมสูง (S1) มีเน้ือที่ 398,463 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 8.12 ของพื้นท่ี ศักยภาพของท่ีดิน 4,904,998 ไร่ พบมากในอ้าเภอสว่างแดนดนิ 64,551 ไร่ อา้ เภอพรรณานิคม 62,931 และอา้ เภอเมืองสกลนคร 60,415 ไร่ ระดับท่ี 2 เป็นพื้นที่ความเหมาะสมปานกลาง (S2) มเี นอ้ื ท่ี 1,202,652 1,144,201 ไร่ คดิ เป็นร้อย ละ 24.52 20.66 ของพื้นที่ศักยภาพของที่ดิน พบมากในอ้าเภอสว่างแดนดิน 172,060 ไร่ อ้าเภอวานร นิวาส 165,770 ไร่ และอ้าเภอกสุ ุมาลย์ 131,230 ไร่ ระดับที่ 3 เปน็ พน้ื ทค่ี วามเหมาะสมเล็กน้อย (S3) มเี นอื้ ท่ี 617,151 1,436,769 ไร่ คดิ เปน็ ร้อยละ 12.58 ของพ้ืนที่ศักยภาพของที่ดิน พบมากในอ้าเภอสว่างแดนดิน 133,602 ไร่ อ้าเภอเมืองสกลนคร 104,355 ไร่ และอ้าเภอพรรณานิคม 56,185 ไร่ ระดับที่ 4 เปน็ พืน้ ทไ่ี ม่เหมาะสม (N) มเี น้ือท่ี 2,686,732 ไร่

10 2) วิเคราะหข์ ้อมลู พืน้ ทปี่ ลกู ข้าว ซึง่ ได้จาแนกตามความเหมาะสมของดนิ ไดด้ ังน้ี 1. พื้นที่เหมาะสมสูง (S1) มีเนื้อที่ 318641 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 79.97 ของพื้นที่ศักยภาพ สูง พบมาอยู่ในอา้ เภอเมอื งสกลนคร 56,662 ไร่ อ้าเภอสวา่ งแดนดิน 52,253 ไร่ และ พรรณนานิคม 49,272 ไร่ 2. พ้ืนท่ีเหมาะสมปานกลาง (S2) มีเน้อื ที่ 880,000 ไร่ คิดเป็นรอ้ ยละ 73.17 ของพน้ื ทีศ่ ักยภาพ ปานกลาง พบมากในอ้าเภอสว่างแดนดิน 133,532 ไร่ อ้าเภอวานรนิวาส 125,566 ไร่ และอ้าเภอ กุสมุ าลย์ 94,276 ไร่ 3. พ้ืนท่ีเหมาะสมเล็กน้อย (S3) มีเนื้อท่ี 503,414 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 81.57 ของพ้ืนท่ี ศักยภาพเล็กน้อย พบมากในอ้าเภอสว่างแดนดิน 102,130 ไร่ อ้าเภอเมืองสกลนคร 84,605 ไร่ และ อ้าเภอพรรณนานคิ ม 53,170 ไร่ 4. พ้นื ท่ีไม่เหมาะสม (N) มเี นอ้ื ท่ี 690,743 ไร่ 3) พ้ืนที่มีศักยภาพคงเหลือ คือ พื้นที่ท่ีมีศักยภาพในการปลูกข้าวแต่ยังไม่ใช้พ้ืนท่ีปลูก พิจารณาจาก พื้นท่ีศักยภาพของที่ดินส้าหรับการปลูกข้าว และพื้นที่ปลูกข้าวในช้ันความเหมาะสมต่าง ๆ (ปลูกจริง) พบว่า จังหวัดสกลนครมีพ้ืนที่ศักยภาพคงเหลือในระดับความเหมาะสมสูง (S1) และความเหมาะสมปานกลาง (S2) รวมทั้งสิ้น 402,474 ไร่ โดยกระจายอยู่ทั่วทุกอ้าเภอ โดยอ้าเภอท่ีมีพื้นที่ศักยภาพคงเหลือมากท่ีสุด ได้แก่ อ้าเภอวานรนิวาส 55,049 ไร่ รองลงมาได้แก่อ้าเภอสว่างแดนดิน 50,826 ไร่ อ้าเภอเมืองสกลนคร 50,362 ไร่ และอ้าเภอกุสมุ าลย์ 39,699 ไร่ โดยมรี ายละเอยี ดดงั นี้ 1. พ้ืนที่เหมาะสมสูงคงเหลือ (S1) มีเน้ือที่ 79,821 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 20.03 ของพ้ืนท่ีศักยภาพ สูง พบมากในอ้าเภอวานรนิวาส 14,845 ไร่ อ้าเภอพรรณานิคม 13,659 ไร่ และอ้าเภอสว่างแดนดิน 12,298 ไร่ 2. พื้นที่เหมาะสมปานกลางคงเหลือ (S2) มีเนื้อที่ 322,653 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 26.83 ของพ้ืนท่ี ศักยภาพปานกลาง พบมากในอ้าเภอเมืองสกลนคร 46,609 ไร่ อ้าเภอวานรนิวาส 40,204 ไร่ และอ้าเภอ สว่างแดนดิน 38,528 ไร่ ตารางที่ 2 แสดงพื้นทม่ี ศี ักยภาพของข้าว ในเขตพน้ื ท่จี ังหวดั สกลนคร จาแนกรายอาเภอ อาเภอ พื้นที่ประเภท เนือ้ ทช่ี ัน้ ความเหมาะสม (ไร)่ กดุ บาก พื้นทศ่ี ักยภาพของท่ีดิน S1 S2 S3 N รวม กสุ มุ าลย์ พน้ื ทเ่ี พาะปลูกในชน้ั 792 123,982 ความเหมาะสมต่าง ๆ (100.00%) 21,709 37,108 64,373 (100.00%) คา้ ตากล้า (ปลูกจรงิ ) 792 (100.00%) (100.00%) (100.00%) 50,665 พื้นทม่ี ศี กั ยภาพคงเหลือ 17,303 31,965 (100.00%) 606 (40.87%) พน้ื ท่ีศักยภาพของที่ดนิ พืน้ ท่เี พาะปลกู ในชัน้ - (79.71%) (86.14%) (0.94%) 4,406 ความเหมาะสมต่าง ๆ (3.55%) (ปลูกจริง) 8,929 4,406 - -- 282,058 พน้ื ท่ีมศี กั ยภาพคงเหลอื (100.00%) (20.29%) (100.00%) 61,845 172,214 พ้ืนท่ีศักยภาพของทีด่ ิน 131,230 - 141,899 (69.27%) (100.00%) (100.00%) (61.06%) 2,744 94,276 71,754 39,699 (30.73%) (14.07%) 3,898 (71.84%) - (50.57%) 223,954 (100.00%) (100.00%) 2,248 36,955 - - 102,574 (28.16%) 63,855 9,737 146,464 (100.00%) (100.00%) (100.00%) 50,635 42,464 7,227

11 อาเภอ พื้นท่ีประเภท เน้อื ทช่ี ้นั ความเหมาะสม (ไร)่ S1 S2 S3 N รวม โคกศรีสุพรรณ พื้นที่เพาะปลูกในช้นั เจริญศลิ ป์ ความเหมาะสมตา่ ง ๆ (57.67%) (66.50%) (74.22%) (34.57%) (45.80%) เตา่ งอย (ปลูกจริง) นคิ มนา้ อนู 1,650 21,391 - - 23,041 บ้านมว่ ง พื้นที่มศี กั ยภาพคงเหลอื (42.33%) (33.50%) (10.29%) พรรณานิคม 26,218 18,781 36030.3 44,458 125,487 พน้ื ท่ศี กั ยภาพของที่ดิน (100.00%) (100.00%) (100.00%) (100.00%) (100.00%) 24,100 15,786 30,001 72,312 พื้นทเ่ี พาะปลูกในชน้ั (83.27%) 2,426 ความเหมาะสมต่าง ๆ (91.92%) (84.05%) (5.46%) (57.63%) (ปลกู จริง) - 2,118 2,996 - 5,114 พื้นที่มีศกั ยภาพคงเหลอื (8.08%) (15.95%) 545 (4.08%) 18,108 50,314 (100.00%) 157,184 226,151 พน้ื ทศ่ี ักยภาพของที่ดิน (100.00%) (100.00%) (100.00%) (100.00%) 10905.9 36,052 544 56939.7 104,441 พน้ื ที่เพาะปลกู ในชั้น (99.86%) (36.22%) ความเหมาะสมต่าง ๆ (60.23%) (71.65%) (46.18%) (ปลูกจริง) - - 7,202 14,262 21,464 พื้นที่มีศักยภาพคงเหลอื (39.77%) (28.35%) 23,648 30,770 (9.49%) 1,919 18,954 (100.00%) (100.00%) 75,291 พ้ืนที่ศกั ยภาพของที่ดิน (100.00%) (100.00%) 21,124 (100.00%) 1,919 15,263 (89.32%) 887 39,193 พ้นื ทเ่ี พาะปลกู ในช้ัน (2.88%) ความเหมาะสมตา่ ง ๆ (100.00%) (80.53%) - (52.05%) (ปลกู จรงิ ) - - 3,691 18,616 3,691 พน้ื ทม่ี ศี ักยภาพคงเหลอื (19.47%) (100.00%) 60,750 (4.90%) 1,914 4,999 15,213 (100.00%) 86,279 พื้นทศี่ ักยภาพของทีด่ นิ (100.00%) (100.00%) (81.72%) (100.00%) 2,794 267 20,188 พื้นที่เพาะปลกู ในชน้ั 1,914 - (0.44%) ความเหมาะสมต่าง ๆ (55.90%) (23.40%) (ปลูกจรงิ ) (100.00%) 45,822 - 2,205 (100.00%) 2,205 พน้ื ทม่ี ีศักยภาพคงเหลือ - (44.10%) 30,152 301,450 (2.56%) 77,081 (65.80%) (100.00%) 447,628 พื้นท่ีศกั ยภาพของที่ดิน 23,274 (100.00%) 65,196 (100.00%) (100.00%) 45,936 - (21.63%) 158,006 พ้นื ทเ่ี พาะปลกู ในชั้น 16,722 ความเหมาะสมตา่ ง ๆ (59.59%) 56,185 - (35.30%) (ปลกู จริง) (71.85%) (100.00%) 31,144 53,170 209,409 37,697 พน้ื ทม่ี ีศกั ยภาพคงเหลือ 6,553 (40.40%) (94.63%) (100.00%) (8.42%) (28.16%) 48,895 49,255 377,420 พนื้ ท่ศี ักยภาพของทด่ี นิ 62,931 (100.00%) - (23.52%) (100.00%) (100.00%) 33,760 185,457 พื้นทเ่ี พาะปลูกในชน้ั 49,272 - ความเหมาะสมต่าง ๆ (69.05%) (49.14%) (ปลูกจรงิ ) (78.30%) 15,135 28,794 พืน้ ที่มศี ักยภาพคงเหลือ 13,659 (30.95%) (7.63%) (21.70%)

12 อาเภอ พื้นทปี่ ระเภท เนื้อที่ช้นั ความเหมาะสม (ไร)่ พังโคน โพนนาแก้ว พน้ื ที่ศักยภาพของทด่ี ิน S1 S2 S3 N รวม ภูพาน 49,229 165,149 เมอื งสกลนคร พื้นที่เพาะปลกู ในชัน้ (100.00%) 16,190 34,775 64,955 (100.00%) วานรนวิ าส ความเหมาะสมต่าง ๆ 42,328 88,471 วาริชภมู ิ (ปลูกจรงิ ) (100.00%) (100.00%) (100.00%) สว่างแดนดิน (85.98%) (53.57%) พ้นื ที่มีศักยภาพคงเหลือ 7,747 28,886 9,511 6,900 15,344 พื้นทศ่ี กั ยภาพของทด่ี นิ (14.02%) (47.85%) (83.06%) (14.64%) (9.29%) 219,968 พื้นทเ่ี พาะปลกู ในชั้น 6933 8,443 - - (100.00%) ความเหมาะสมต่าง ๆ (100.00%) (52.15%) 124,393 (ปลูกจริง) 4,782 81,107 - 131,928 (56.55%) พน้ื ท่ีมีศกั ยภาพคงเหลอื (100.00%) (100.00%) (68.97%) 19,286 พน้ื ที่ศกั ยภาพของทด่ี นิ 63,972 55,640 (8.77%) 2,151 (78.87%) - (42.17%) 102,051 พ้ืนที่เพาะปลูกในช้ัน (31.03%) (100.00%) ความเหมาะสมต่าง ๆ 17,135 - - 20,228 (ปลกู จริง) 1100 (21.13%) (100.00%) 10,898 8,696 81,357 (19.82%) พน้ื ที่มศี ักยภาพคงเหลือ (100.00%) (100.00%) (100.00%) 1,100 8,046 2,852 พน้ื ทศ่ี ักยภาพของทด่ี นิ 7,736 3,346 (2.80%) (100.00%) 486,945 พน้ื ทเี่ พาะปลกู ในชน้ั (73.83%) (88.96%) (4.11%) (100.00%) ความเหมาะสมตา่ ง ๆ - 251,508 (ปลกู จรงิ ) 2,852 - - 60,415 (26.17%) (51.65%) พน้ื ทม่ี ศี กั ยภาพคงเหลอื (100.00%) 122,705 104,355 199,470 56,662 (100.00%) (100.00%) (100.00%) 50,362 พน้ื ทศ่ี ักยภาพของที่ดิน 76,097 84,605 34,144 (10.34%) (93.79%) 652,749 พื้นที่เพาะปลกู ในชัน้ (62.02%) (81.07%) (17.12%) (100.00%) ความเหมาะสมต่าง ๆ 3,753 334,662 (ปลูกจรงิ ) (6.21%) 46,609 - - 37,908 (37.98%) - - (51.27%) พน้ื ทม่ี ศี กั ยภาพคงเหลือ (100.00%) 165,770 23,063 (100.00%) 997 448,074 55,049 พื้นทศ่ี กั ยภาพของที่ดิน 125,566 (100.00%) (100.00%) (8.43%) (60.84%) 185,048 216,863 พื้นทเ่ี พาะปลกู ในช้ัน 985 (100.00%) ความเหมาะสมต่าง ๆ 14,845 90,381 (ปลูกจรงิ ) (39.16%) (75.75%) (98.84%) (41.30%) (41.68%) พื้นที่มีศักยภาพคงเหลอื 271 40,204 - - (100.00%) (24.25%) 10,989 พื้นทีศ่ ักยภาพของที่ดิน 66,223 41,073 109,296 (5.07%) 271 (100.00%) (100.00%) (100.00%) 582,653 พนื้ ที่เพาะปลูกในชั้น 55,234 34,692 (100.00%) ความเหมาะสมตา่ ง ๆ (100.00%) 185 313,477 (ปลกู จรงิ ) - (83.41%) (84.46%) (0.17%) (53.80%) 64,551 10,989 - - (100.00%) (16.59%) 52,253 172,060 133,602 212,440 (100.00%) (100.00%) (100.00%) (80.95%) 133,532 102,130 25,563 (77.61%) (76.44%) (12.03%)

13 อาเภอ พ้ืนทปี่ ระเภท เนอ้ื ท่ีชนั้ ความเหมาะสม (ไร)่ ส่องดาว อากาศอา้ นวย พน้ื ทม่ี ศี ักยภาพคงเหลือ S1 S2 S3 N รวม 12,298 50,826 พ้ืนทศ่ี ักยภาพของทดี่ ิน (19.05%) 38,528 - - (8.72%) พนื้ ที่เพาะปลกู ในช้นั (22.39%) 164,445 ความเหมาะสมตา่ ง ๆ 733 (100.00%) (ปลูกจรงิ ) (100.00%) 19,159 37,099 107,454 55,468 พื้นท่ีมศี กั ยภาพคงเหลอื 593.14 (100.00%) (100.00%) (100.00%) (33.73%) พน้ื ที่ศกั ยภาพของที่ดนิ (80.92%) พนื้ ทเ่ี พาะปลกู ในช้นั 15,643 29,292 9,939 - ความเหมาะสมตา่ ง ๆ 139.86 (ปลกู จริง) (19.08%) (81.65%) (78.96%) (9.25%) 345,927 พน้ื ทม่ี ศี ักยภาพคงเหลือ 29341 (100.00%) (100.00%) 3,516 - - 209,158 พ้นื ทศ่ี กั ยภาพของทด่ี ิน 23,534 (18.35%) 112,723 28,862 175,002 (60.46%) (80.21%) (100.00%) (100.00%) (100.00%) 90,529 25,692 69,403 28,001 5,807 (8.09%) (19.79%) (80.31%) (89.02%) (39.66%) 4,904,998 398,463 22,194 - - (19.69%) (100.00%) (100.00%) 1,202,652 617,151 2,686,732 (100.00%) (100.00%) (100.00%) รวมทงั้ จงั หวัด พนื้ ทเ่ี พาะปลกู ในชนั้ ความ 318,641 880,000 503,414 690,743 2,392,799 เหมาะสมตา่ ง ๆ (ปลกู จริง) พน้ื ที่มศี กั ยภาพคงเหลอื (79.97%) (73.17%) (81.57%) (25.71%) (48.78%) 79,821 322,653 -- -- 402,474 (20.03%) (26.83%) (8.21%) ทมี่ า : แนวทางการสง่ เสริมการเกษตรทีเ่ หมาะสมตามฐานข้อมูลแผนที่เกษตรเชงิ รุก Agri-Map จ.สกลนคร (กรมพัฒนาทดี่ ิน:2564)

แผนที่ 1 แผนที่ศกั ยภาพของท่ดี ินพชื เศรษฐกจิ ขา้ ว จงั หวัดสกลนคร

14

15 4.2.2) ยางพารา ยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของสกลนครในล้าดับท่ี 2 จากฐานข้อมลู ในแผนที่เกษตรเชิง รุก หรอื Agri-Map Online สามารถวิเคราะห์ข้อมลู ไดด้ งั นี้ 1) การวิเคราะห์ศกั ยภาพของพื้นที่ปลูกยางพารา ระดบั ท่ี 1 เปน็ พืน้ ท่คี วามเหมาะสมสงู (S1) มเี นอ้ื ท่ี 84,800 ไร่ คดิ เป็นร้อยละ 1.73 ของ พื้นท่ศี ักยภาพของทีด่ ิน พบมากในอา้ เภอบ้านม่วง 31,103 ไร่ อ้าเภออากาศอ้านวย 13,071 ไร่ และ อ้าเภอ ส่องดาว 9,121 ไร่ ระดบั ท่ี 2 เปน็ พื้นทคี่ วามเหมาะสมปานกลาง (S2) มเี นอ้ื ท่ี 1,632,331 ไร่ คิดเปน็ รอ้ ยละ 33.27 ของพื้นท่ีศักยภาพของที่ดิน พบมากในอ้าเภอสว่างแดนดิน 296,334 ไร่ อ้าเภอเมืองสกลนคร 178,238 ไร่ และอ้าเภอพรรณานคิ ม 147,889 ไร่ ระดับที่ 3 เปน็ พ้ืนทค่ี วามเหมาะสมเล็กน้อย (S3) มีเนื้อท่ี 1,401,869 ไร่ คิดเปน็ รอ้ ยละ 28.58 ของพ้ืนที่ศักยภาพของที่ดิน พบมากในอ้าเภอวานรนิวาส 410,403 ไร่ อ้าเภอบ้านม่วง 159,763 ไร่ และอ้าเภอเจรญิ ศิลป์ 134,797 ไร่ ระดบั ท่ี 4 เปน็ พืน้ ทีไ่ ม่เหมาะสม (N) มเี น้อื ท่ี 1,786,234 ไร่ 2) วเิ คราะหข์ อ้ มูลพ้นื ท่ีปลูกยางพารา ซงึ่ ได้จาแนกตามความเหมาะสมของดนิ ได้ดงั น้ี 1. พื้นทเ่ี หมาะสมสูง (S1) มีเนอื้ ที่ 25,491 ไร่ คิดเป็นรอ้ ยละ 30.06 ของพ้นื ท่ีศักยภาพสูง พบมากในอา้ เภอบา้ นมว่ ง 13,901 ไร่ อ้าเภอวาริชภูมิ 4,322 ไร่ และอา้ เภอกุดบาก 1,244 ไร่ 2. พ้ืนท่ีเหมาะสมปานกลาง (S2) มีเน้ือท่ี 391,667 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 23.99 ของพื้นที่ ศกั ยภาพปานกลาง พบมากในอา้ เภอบา้ นมว่ ง 68,710 ไร่ อ้าเภอสวา่ งแดนดิน 67,189 ไร่ และอ้าเภอวาริช ภูมิ 48,760 ไร่ 3. พ้ืนที่เหมาะสมเล็กน้อย (S3) มีเนื้อที่ 12,640 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 0.90 ของพื้นท่ี ศักยภาพเล็กน้อย พบมากในอ้าเภอบ้านม่วง 3,435 ไร่ อ้าเภอภูเวียง 17,792 ไร่ และอ้าเภอกุสุมาลย์ 1,298 ไร่ 4. พน้ื ที่ไมเ่ หมาะสม (N) มเี นื้อท่ี 828 ไร่ 3) พ้ืนที่มีศักยภาพคงเหลือ คือ พื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราแต่ไม่ใช้พ้ืนที่ปลูก ยางพารา พิจารณาจากพ้ืนที่ศักยภาพของท่ีดินส้าหรับการปลูกยางพารา ในช้ันความเหมาะสมต่าง ๆ (ปลูก จริง) พบว่า จังหวัดสกลนครมีพื้นท่ีศักยภาพคงเหลอื ในระดบั ความเหมาะสมสงู (S1) และความเหมาะสมปาน กลาง (S2) รวมทงั้ ส้นิ 1,299,974 ไร่ โดยกระจายอยู่ทวั่ ทกุ อา้ เภอ โดยอา้ เภอท่มี พี นื้ ที่ศกั ยภาพคงเหลือมาก ทีส่ ดุ ไดแ้ ก่ อ้าเภอเมืองสกลนคร 177,359 ไร่ รองลงมา ได้แก่ อ้าเภอพรรณานคิ ม 133,655 ไร่ และอา้ เภอ บ้านมว่ ง 95,489 ไร่ โดยมีรายละเอยี ดดังนี้ 1. พ้นื ทีเ่ หมาะสมสูงคงเหลือ (S1) มีเนอื้ ท่ี 59,309 ไร่ คิดเปน็ ร้อยละ 69.94 ของพน้ื ที่ ศกั ยภาพสงู พบมากในอ้าเภอเมืองบา้ นมว่ ง 17,202 ไร่ อ้าเภอส่องดาว 7,313 ไร่ และอ้าเภอภูพาน 4,115 ไร่ 2. พื้นทเี่ หมาะสมปานกลางคงเหลอื (S2) มเี นอ้ื ท่ี 1,240,664 ไร่ คิดเปน็ รอ้ ยละ 76.01 ของพ้ืนท่ีศกั ยภาพปานกลาง พบมากในอา้ เภอสว่างแดนดนิ 229,145 ไร่ อ้าเภอเมืองสกลนคร 173,662 ไร่ และอา้ เภอพรรณานิคม 133,167 ไร่

16 ตารางท่ี 3 แสดงพื้นทม่ี ีศักยภาพในการปลูกยางพาราจาแนกตามความเหมาะสมของชั้นดิน อาเภอ พน้ื ท่ปี ระเภท เนอ้ื ทชี่ น้ั ความเหมาะสม (ไร่) กดุ บาก พื้นที่ศกั ยภาพของทดี่ นิ S1 S2 S3 N รวม พ้นื ทเ่ี พาะปลูกในชั้นความ 1,808 93,603 1,188 27,464 124,063 เหมาะสมตา่ ง ๆ (ปลูกจรงิ ) (100.00%) (100.00%) (100.00%) (100.00%) (100.00%) 1,244 14,979 26 322 16,572 พื้นที่มีศักยภาพคงเหลอื (68.82%) (16.00%) (2.22%) (1.17%) (13.36%) พน้ื ท่ศี ักยภาพของทด่ี นิ 564 78,624 - - 79188 กสุ มุ าลย์ พื้นทเ่ี พาะปลกู ในชน้ั ความ (31.18%) (84.00%) 144,621 (63.83%) เหมาะสมตา่ ง ๆ (ปลูกจรงิ ) 2,836 2,606 131,870 (100.00%) 281,933 (100.00%) (100.00%) (100.00%) (100.00%) พื้นทมี่ ีศกั ยภาพคงเหลอื 348 2,584 1,298 - 4,231 (0.98%) พื้นทศี่ ักยภาพของท่ดี นิ (12.129%) (99.16%) - (1.50%) - 74,442 ค้าตากลา้ พื้นที่เพาะปลูกในชัน้ ความ 2,488 22 (100.00%) 2,510 เหมาะสมตา่ ง ๆ (ปลกู จรงิ ) (87.71%) (0.84%) 91,063 (0.98%) 3,943 54,408 (100.00%) - 223,855 พน้ื ที่มีศกั ยภาพคงเหลอื (100.00%) (100.00%) 1,016 (100.00%) 938 26,465 (1.12%) - 28,418 โคกศรี พน้ื ที่ศักยภาพของที่ดิน 49,858 สุพรรณ (28.80%) (48.46%) - (100.00%) (12.69%) พน้ื ที่เพาะปลูกในชน้ั ความ 5 เหมาะสมตา่ ง ๆ (ปลกู จริง) 3,005 27,944 52 30,949 (76.20%) (51.36%) (100.00%) (13.83%) พ้นื ท่ีมศี กั ยภาพคงเหลือ 1,502 74,189 36 125,601 (100.00%) (100.00%) (100.00%) 72 3,584 3,696 (4.80%) (4.83%) (69.06%) (0.01%) (2.94%) พื้นที่ศักยภาพของทีด่ ิน 1,430 70,605 - - 72,035 (95.20%) (95.17%) 68,401 (57.35%) เจรญิ ศิลป์ พ้ืนทเ่ี พาะปลกู ในชัน้ ความ - 22,858 134,797 (100.00%) 226,056 เหมาะสมต่าง ๆ (ปลกู จริง) (100.00%) (100.00%) (100.00%) - 20,873 722 - 21,595 (0.54%) (91.32%) (9.55%) พน้ื ที่มศี ักยภาพคงเหลอื - 1,985 - - - (8.68%) 21,049 เตา่ งอย พื้นทศ่ี กั ยภาพของท่ีดิน 2,570 50,798 880 (100.00%) 75,296 (100.00%) (100.00%) (100.00%) (100.00%) พื้นทเ่ี พาะปลกู ในชั้นความ 29 5,550 113 - 5,692 เหมาะสมต่าง ๆ (ปลูกจริง) (1.14%) (12.82%) (7.56%) พ้นื ทม่ี ีศกั ยภาพคงเหลอื 2,540 (10.93%) - - 47,789 45,248

17 อาเภอ พืน้ ทป่ี ระเภท เนือ้ ทีช่ ้นั ความเหมาะสม (ไร่) S1 S2 S3 N รวม พน้ื ทศ่ี ักยภาพของทีด่ ิน (98.86%) (89.07%) 113 25,956 (63.47%) 2,582 57,654 (100.00%) (100.00%) 86,305 นคิ มน้าอูน พน้ื ท่เี พาะปลูกในชน้ั ความ (100.00%) (100.00%) 12 358 (100.00%) เหมาะสมต่าง ๆ (ปลูกจริง) 2,051 18,320 20,741 (79.43%) (31.78%) (10.32%) (1.38%) (24.03%) พื้นทม่ี ศี ักยภาพคงเหลือ 531 39,334 - - 39,865 (20.57%) (68.22%) (46.19%) บ้านม่วง พน้ื ทศ่ี ักยภาพของทด่ี ิน 31,103 146,997 159,763 109,943 447,806 (100.00%) (100.00%) (100.00%) (100.00%) (100.00%) พื้นทเี่ พาะปลูกในชั้นความ 13,901 68,710 3,435 86,046 เหมาะสมตา่ ง ๆ (ปลูกจรงิ ) (2.15%) - (44.69%) (46.74%) (19.22%) พื้นทม่ี ศี ักยภาพคงเหลอื 17,202 78,287 - - 95,489 พื้นทศ่ี ักยภาพของทดี่ นิ (55.31%) (53.26%) 101,094 127,945 (21.32%) 488 147,889 377,416 พรรณานิคม พน้ื ที่เพาะปลกู ในช้นั ความ (100.00%) (100.00%) (100.00%) (100.00%) (100.00%) เหมาะสมตา่ ง ๆ (ปลูกจริง) - 14,721 107 10 14,838 488 (9.95%) (0.11%) (0.01%) (3.93%) พน้ื ทีม่ ศี กั ยภาพคงเหลือ (100.00%) 133,167 133,655 - (90.05%) - - (35.41%) พงั โคน พื้นทศ่ี ักยภาพของที่ดิน 69,604 165,157 - (100.00%) 20,313 75,241 (100.00%) พ้ืนทเ่ี พาะปลกู ในชั้นความ 5,062 (100.00%) (100.00%) 5,130 เหมาะสมต่าง ๆ (ปลกู จรงิ ) - (7.27%) 69 (3.11%) 64,542 (0.34%) - 64,542 พน้ื ที่มศี กั ยภาพคงเหลือ - (92.73%) (39.08%) 4,021 - - 219,957 พื้นท่ศี ักยภาพของทด่ี นิ - (100.00%) (100.00%) - 4,021 112,540 103,396 4,199 พื้นท่เี พาะปลกู ในช้ันความ (100.00%) (100.00%) (100.00%) (1.91%) - 179 - โพนนาแก้ว เหมาะสมต่าง ๆ (ปลูกจริง) (0.16%) - - - พ้นื ทม่ี ีศกั ยภาพคงเหลือ พน้ื ทศ่ี ักยภาพของทด่ี นิ 4,480 77,525 3,685 16,372 102,062 (100.00%) (100.00%) (100.00%) (100.00%) (100.00%) ภูพาน พน้ื ที่เพาะปลูกในชั้นความ 364 9,613 628 11 10,616 เหมาะสมต่าง ๆ (ปลูกจรงิ ) (8.13%) (12.40%) (17.05%) (0.07%) (10.40%) 4,115 67,912 72,028 พน้ื ที่มีศกั ยภาพคงเหลือ (91.87%) (87.60%) - - (70.57%) 4,050 178,238 486,956 พน้ื ที่ศักยภาพของทด่ี ิน 60,883 243,785

18 อาเภอ พื้นที่ประเภท เน้อื ทีช่ น้ั ความเหมาะสม (ไร่) S1 S2 S3 N รวม เมอื ง พื้นทเ่ี พาะปลูกในช้นั ความ (100.00%) (100.00%) (100.00%) (100.00%) (100.00%) สกลนคร เหมาะสมต่าง ๆ (ปลูกจรงิ ) 353 4,575 217 - 5,146 (8.71%) (2.57%) (0.36%) (1.06%) พน้ื ที่มศี กั ยภาพคงเหลือ 3,697 173,662 - 177,359 (91.29%) (97.43%) - 207,580 (36.42%) พื้นทศี่ กั ยภาพของทดี่ นิ 387 34,330 (100.00%) 652,700 (100.00%) (100.00%) 410,403 - (100.00%) วานรนวิ าส พ้ืนที่เพาะปลูกในชน้ั ความ 31,657 (100.00%) 33,678 เหมาะสมต่าง ๆ (ปลูกจรงิ ) - (92.21%) 2,020 - (5.16%) 2,673 (0.49%) 3,060 พื้นทม่ี ีศักยภาพคงเหลอื 387 (7.79%) (0.47%) (100.00%) - พื้นทศ่ี ักยภาพของทด่ี ิน 6,860 130,178 1,181 78,647 216,866 (100.00%) (100.00%) (100.00%) (100.00%) (100.00%) พื้นทเ่ี พาะปลูกในชั้นความ วารชิ ภูมิ เหมาะสมตา่ ง ๆ (ปลกู จริง) 4,322 48,760 815 122 54,019 (63.00%) (37.46%) (69.01%) (0.15%) (24.91%) พ้ืนที่มศี ักยภาพคงเหลือ 2,538 81,418 83,957 (37.00%) (62.54%) - - (38.71%) พน้ื ที่ศกั ยภาพของที่ดิน 296,334 582,654 - (100.00%) 49,807 236,513 (100.00%) สวา่ งแดนดนิ พื้นทเ่ี พาะปลกู ในชนั้ ความ 67,189 (100.00%) (100.00%) 68,833 เหมาะสมต่าง ๆ (ปลูกจรงิ ) - (22.67%) 1,644 (11.81%) 229,145 (3.30%) - 229,145 พื้นที่มีศกั ยภาพคงเหลือ - (77.33%) (39.33%) 132,459 - - 164,608 สอ่ งดาว พื้นท่ศี ักยภาพของที่ดนิ 9,121 (100.00%) (100.00%) (100.00%) 36,722 2,601 20,427 38,617 พื้นทเ่ี พาะปลูกในชัน้ ความ 1,808 (27.72%) (100.00%) (100.00%) (23.46%) เหมาะสมต่าง ๆ (ปลกู จริง) (19.82%) 87 (3.36%) - พน้ื ทมี่ ศี กั ยภาพคงเหลือ 7,313 95,738 - - 103,051 (80.18%) (72.28%) (62.60%) พน้ื ที่ศักยภาพของทด่ี ิน 13,071 58,640 119,637 154,595 345,943 (100.00%) (100.00%) (100.00%) (100.00%) (100.00%) อากาศอ้านวย พื้นทเ่ี พาะปลูกในชนั้ ความ 59 - 216 - 8,559 เหมาะสมตา่ ง ๆ (ปลูกจรงิ ) (0.45%) (0.18%) (2.47%) พน้ื ทม่ี ศี กั ยภาพคงเหลอื 13,012 50,357 - - 63,369 (99.55%) (85.87%) (18.32%) พ้นื ที่ศักยภาพของที่ดนิ 84,800 1,632,331 1,401,869 1,786,234 4,905,234 (100.00%) (100.00%) (100.00%) (100.00%) (100.00%)

19 อาเภอ พ้นื ทีป่ ระเภท เนอ้ื ท่ชี น้ั ความเหมาะสม (ไร)่ รวม S1 S2 S3 N รวมทง้ั พนื้ ทเ่ี พาะปลูกในชนั˚ ความ 25,491 391,667 12,640 828 430,626 จังหวัด เหมาะสมต่าง ๆ (ปลกู จริง) (30.06%) (23.99%) (0.90%) (0.05%) (8.78%) พ้ืนที่มศี ักยภาพคงเหลือ 59,309 1,240,664 - - 1,299,974 (69.94%) (76.01%) (26.50%) ท่มี า : แนวทางการส่งเสรมิ การเกษตรที่เหมาะสมตามฐานขอ้ มลู แผนทเ่ี กษตรเชิงรุก Agri-Map จ.สกลนคร (กรมพัฒนาท่ดี ิน:2564)

แผนท่ี 2 แผนท่ศี ักยภาพของท่ดี นิ พืชเศรษฐกิจ ยางพารา จงั หวัดสกลนคร

20

21 4.2.3) มันสาปะหลัง มันส้าปะหลังเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของสกลนครในล้าดับท่ี 3 จากฐานข้อมูลในแผนที่เกษตรเชงิ รุก หรือ Agri-Map Online สามารถวิเคราะห์ขอ้ มลู ได้ดงั นี้ 1) การวเิ คราะหศ์ ักยภาพของพ้ืนทป่ี ลกู มันสาปะหลงั ระดับที่ 1 เป็นพ้ืนท่ีความเหมาะสมสูง (S1) มีเนื้อที่ 3,528 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 0.07 ของ พื้นท่ีศักยภาพของที่ดิน พบมากในอ้าเภอส่องดาว 1,830 ไร่ อ้าเภอภูพาน 1,386 ไร่ และอ้าเภอโคกศรี สุพรรณ 203 ไร่ เป็นตน้ ระดับที่ 2 เป็นพื้นที่ความเหมาะสมปานกลาง (S2) มีเน้ือที่ 151,445 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 3.08 ของพื้นที่ศักยภาพของท่ีดิน พบมากในพรรณานิคม 41,491 ไร่ อ้าเภอโคกศรีสุพรรณ 23,672 ไร่ และอา้ เภอส่องดาว 17,839 ไร่ เปน็ ต้น ระดับที่ 3 เป็นพื้นท่ีความเหมาะสมเล็กน้อย (S3) มีเนื้อที่ 2,615,456 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 53.31 ของพ้ืนที่ศักยภาพของท่ีดิน พบมากในอ้าเภอวานรนวิ าส 445,323 ไร่ อ้าเภอบ้านม่วง 309,456 ไร่ อ้าเภอสว่างแดนดนิ 251,632 ไร่ เปน็ ตน้ ระดบั ที่ 4 เปน็ พนื้ ท่ไี มเ่ หมาะสม (N) มเี นอื้ ท่ี 2,135,106 ไร่ 2) การวิเคราะหพ์ ้ืนทปี่ ลูกมนั สาปะหลงั ในปจั จุบัน ซึ่งจา้ แนกชน้ั ความเหมาะสมของทดี่ นิ ไดด้ ังน้ี 1. พนื้ ทเ่ี หมาะสมสงู (S1) มเี นอื้ ที่ 657 ไร่ คดิ เป็นร้อยละ 18.63 ของพื้นท่ีศักยภาพสูงพบ มากในอา้ เภอพรรณานคิ ม 15,008 ไร่ อ้าเภอสอ่ งดาว 402 ไร่ และอ้าเภอภูพาน 255 ไร่ 2. พื้นท่ีเหมาะสมปานกลาง (S2) มีเน้ือที่ 13,718 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 9.06 ของพื้นที่ ศกั ยภาพปานกลาง พบมากในอ้าเภอสวา่ งแดนดิน 3,141 ไร่ อ้าเภอภูพาน 1,719 ไร่ และอ้าเภอนคิ มน้าอูน 1,432 ไร่ 3. พื้นที่เหมาะสมเล็กน้อย (S3) มีเน้ือที่ 268,956 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 10.28 ของพ้ืนท่ี ศักยภาพเล็กน้อย พบมากในอ้าเภอวานรนิวาส 51,105 ไร่ อ้าเภอบ้านม่วง 39,835 ไร่ และอ้าเภอภูพาน 29,202 ไร่ 4. พืน้ ท่ไี ม่เหมาะสม (N) เนอื้ ท่ี 276 ไร่ 3) พื้นท่ีมีศักยภาพคงเหลือ คือ พื้นท่ีที่มีศักยภาพในการปลูกมันส้าปะหลังแต่ไม่ใช้พ้ืนท่ีปลูก พิจารณาจากพ้ืนท่ีศักยภาพของท่ีดินส้าหรับการปลูกมันส้าปะหลัง และพ้ืนท่ีปลูกมันส้าปะหลังในช้ันความ เหมาะสมต่าง ๆ (ปลูกจริง) พบว่า จังหวัดสกลนครมีพื้นที่ศักยภาพคงเหลือในระดับความเหมาะสมสูง (S1) และความเหมาะสมปานกลาง (S2) รวมทงั้ ส้นิ 140,598 ไร่ โดยกระจายอยทู่ วั่ ทุกอ้าเภอ โดยอา้ เภอท่ีมีพื้นที่ ศักยภาพคงเหลือมากท่ีสุด ได้แก่ อ้าเภอพรรณานิคม 39,706 ไร่ รองลงมา ได้แก่ อ้าเภอโคกศรีสุพรรณ 23,612 ไร่ อ้าเภอส่องดาว 15,189 ไร่ และอ้าเภอเมืองสกลนคร 14,976 ไร่ ตามล้าดับ

22 ตารางที่ 4 พนื้ ท่มี ศี กั ยภาพในการปลกู มันสาปะหลังจาแนกตามความเหมาะสมของชัน้ ดิน อา้ เภอ พน้ื ทีป่ ระเภท เน้อื ทีช่ น้ั ความเหมาะสม (ไร่) กุดบาก S1 S2 S3 N รวม กุสุมาลย์ 3,778 124,062 พน้ื ทีศ่ ักยภาพของทด่ี นิ - 74,059 46,225 (100.00%) (100.00%) 16,981 544 (100.00%) (100.00%) (13.69%) พน้ื ที่เพาะปลกู ในชนั้ ความ - (14.66%) 16,307 120 -3,224 เหมาะสมต่างๆ (ปลกู จรงิ ) 3,224 (2.60%) (22.02)% (0.26%) 281,957 (85.34%) (100.00%) พน้ื ทม่ี ีศักยภาพคงเหลือ - -- 11,600 - (4.11%) พ้นื ทศ่ี ักยภาพของทดี่ ิน 109 141,018 141,830 (100.00%) (100.00%) (100.00%) 109 พน้ื ทเ่ี พาะปลกู ในช้ันความ 0% เหมาะสมต่างๆ (ปลกู จรงิ ) - - 11,600 223,976 (8.18%) (100.00%) พน้ื ทม่ี ศี กั ยภาพคงเหลือ 109 18,037 (100.00%) - -- (8.05c%) พื้นทศ่ี กั ยภาพของทีด่ นิ - - 145,609 78,367 - (100.00%) (100.00%) 125,562 พ้นื ที่เพาะปลูกในชน้ั ความ - - 18,037 - (100.00%) ค้าตากลา้ เหมาะสมต่างๆ (ปลกู จรงิ ) (12.39%) 2,557 พื้นที่มีศักยภาพคงเหลอื - - -- (2.04%) 23,612 โคกศรสี ุพรรณ พน้ื ที่ศักยภาพของที่ดนิ 203 23,672 32,712 68,976 (18.80%) (100.00%) (100.00%) (100.00%) (100.00%) 226,149 พื้นที่เพาะปลูกในชั้นความ (100.00%) เหมาะสมตา่ งๆ (ปลกู จรงิ ) - 263 22954 - 21,083 (1.11%) (7.01%) (9.32%) พน้ื ที่มีศกั ยภาพคงเหลอื 203 23,409 - (100.00%) (98.89%) - - 67,803 พืน้ ทศี่ กั ยภาพของที่ดนิ - - 158,346 (100.00%) 75,296 (100.00%) (100.00%) เจริญศลิ ป์ พื้นที่เพาะปลูกในชน้ั ความ - - - เหมาะสมต่างๆ (ปลูกจรงิ ) - 21,083 7,079 - (13.31%) - (9.40%) พน้ื ที่มีศกั ยภาพคงเหลอื 555 - 37,486 - พื้นทศ่ี ักยภาพของทดี่ นิ - (100.00%) (100.00%) - 37,255 75,296 เตา่ งอย พน้ื ทเ่ี พาะปลกู ในช้ันความ - 284 (100.00%) 14 (100.00%) เหมาะสมต่างๆ (ปลูกจริง) (51.26%) (0.04%) 6,781 4,200 พน้ื ทม่ี ศี กั ยภาพคงเหลือ 270 (18.20%) - (4.87%) (48.74%) 17,479 นิคมน้าอูน พ้ืนทศ่ี ักยภาพของทด่ี ิน - - 37,486 (20.25%) - 18,911 (100.00%) 447863 พน้ื ทเี่ พาะปลกู ในช้นั ความ - (100.00%) 37,223 (100.00%) เหมาะสมต่างๆ (ปลูกจรงิ ) (100.00%) 40 39,835 1,432 (0.13%) (8.89%) พน้ื ที่มศี กั ยภาพคงเหลอื (7.75%) 2,728 17,479 (7.33%) - - บา้ นม่วง พน้ื ท่ีศกั ยภาพของที่ดนิ - (92.43%) - 138407 พื้นที่เพาะปลูกในชั้นความ - - (100.00%) เหมาะสมต่างๆ (ปลูกจริง) - 309456 พ้ืนทม่ี ีศกั ยภาพคงเหลอื - (100.00%) - - 39,835 - (12.87%) -

อา้ เภอ พ้ืนท่ีประเภท เนอื้ ทช่ี น้ั ความเหมาะสม (ไร)่ 23 S1 S2 S3 N รวม พรรณานิคม พืน้ ทีศ่ ักยภาพของทด่ี ิน - 41,491 184,358 151,589 377,438 - (100.00%) (100.00%) (100.00%) (100.00%) พน้ื ที่เพาะปลูกในชั้นความ - เหมาะสมต่างๆ (ปลูกจรงิ ) 1,786 - 9 16,802 (4.30%) (0.01%) (4.45%) พน้ื ที่มีศักยภาพคงเหลือ 39,706 - 39,706 (97.70%) - (10.52%) พน้ื ทศ่ี ักยภาพของทด่ี ิน - 12,308 58,477 165,158 - (100.00%) (100.00%) 94,373 (100.00%) พงั โคน พืน้ ทเี่ พาะปลกู ในช้ันความ - (100.00%) เหมาะสมต่างๆ (ปลกู จรงิ ) 327 2,770 3,097 (2.66%) (4.74%) - (1.87%) พื้นที่มีศกั ยภาพคงเหลือ 11,981 11,981 (97.34%) - - (7.25%) พ้นื ทศ่ี กั ยภาพของทด่ี ิน - 219,967 - 116,523 103,444 (100.00%) โพนนาแก้ว พื้นที่เพาะปลูกในชน้ั ความ - (100.00%) (100.00%) เหมาะสมต่างๆ (ปลูกจริง) - 5490 5490 - (2.50%) พน้ื ทม่ี ีศักยภาพคงเหลอื - - (4.71%) - - พ้นื ที่ศักยภาพของทด่ี นิ 1,386 6,126 - (100.00%) (100.00%) 19,309 102,062 75,242 (100.00%) (100.00%) ภพู าน พ้ืนทีเ่ พาะปลกู ในช้ันความ 255 1,719 (100.00%) (28.06%) 70 31,246 เหมาะสมตา่ งๆ (ปลกู จรงิ ) (18.41%) 29,202 (0.36%) (30.61%) 4,407 (38.81%) พ้ืนที่มีศักยภาพคงเหลอื 1,131 (71.94%) - 5,537 (81.59%) - (5.43%) พื้นท่ศี ักยภาพของทดี่ นิ - (100.00%) (100.00%) (100.00%) (100.00%) 131 7608 - 7739 เมอื งสกลนคร พื้นท่เี พาะปลกู ในชัน้ ความ - เหมาะสมตา่ งๆ (ปลูกจริง) (0.86%) (4.82%) (5.43%) 14976 14976 พื้นทมี่ ีศกั ยภาพคงเหลอื - (99.14%) -- (3.08%) 652,749 วานรนวิ าส พื้นทศี่ ักยภาพของที่ดิน - 511 445,323 206,915 (100.00%) - (100.00%) (100.00%) (100.00%) 51,105 พน้ื ที่เพาะปลกู ในชัน้ ความ - (7.83%) เหมาะสมต่างๆ (ปลูกจรงิ ) - 51,105 - (11.48%) 511 พน้ื ทีม่ ีศกั ยภาพคงเหลอื 511 (0.08%) (100.00%) -- 216,868 (100.00%) วาริชภมู ิ พืน้ ทศ่ี ักยภาพของทีด่ นิ - 41 115,257 101,570 - (100.00%) (100.00%) (100.00%) 6,105 พื้นทเ่ี พาะปลกู ในชน้ั ความ - 24 (2.82%) เหมาะสมต่างๆ (ปลกู จรงิ ) 4 6,077 (10.83%) (5.27%) (0.02%) 37 พ้นื ทีม่ ศี กั ยภาพคงเหลอื (1.37%) 37 -- 582,613 (71.73%) (100.00%) พน้ื ทศ่ี ักยภาพของทด่ี นิ - 251,632 319,872 11,109 (100.00%) (100.00%) 2051 สว่างแดนดนิ พน้ื ท่เี พาะปลูกในช้นั ความ - (100.00%) (3.46%) ส่องดาว เหมาะสมต่างๆ (ปลกู จรงิ ) 17011 - 3141 (6.76%) 7,968 (28.27%) (1.37%) พื้นทมี่ ีศักยภาพคงเหลอื - -- 164,609 7,968 (100.00%) พ้นื ทีศ่ กั ยภาพของท่ดี นิ 1,830 (71.86%) 102,831 42,109 15,845 (100.00%) (100.00%) (100.00%) 17,839 พน้ื ท่เี พาะปลกู ในชน้ั ความ 402 (100.00%) - 11,365 4,078

24 อ้าเภอ พ้ืนที่ประเภท S1 S2 เน้ือทชี่ ้ันความเหมาะสม (ไร)่ รวม (22.86%) S3 N (9.63%) เหมาะสมต่างๆ (ปลูกจรงิ ) (21.97%) (26.99%) 15,189 13,761 (9.23%) พนื้ ท่ีมีศักยภาพคงเหลือ 1,428 (77.14%) -- 345,951 (78.03%) - (100.00%) พืน้ ท่ีศกั ยภาพของทีด่ นิ - 173,295 172,656 - (100.00%) (100.00%) - อากาศอ้านวย พนื้ ที่เพาะปลูกในชนั้ ความ - เหมาะสมต่างๆ (ปลูกจรงิ ) 4,657 - - (2.69%) 4,905,536 พื้นที่มศี ักยภาพคงเหลอื - - -- (100.00%) รวมท้ังจงั หวดั พ้ืนทศ่ี กั ยภาพของทด่ี นิ 3,528 151,445 2,615,456 2,135,106 283,608 (100.00%) (100.00%) (100.00%) (100.00%) (5.78%) พ้ืนท่ีเพาะปลกู ในช้ันความ 140,598 เหมาะสมต่างๆ (ปลกู จริง) 657 13,718 268,956 267 (2.87%) (18.63%) (9.06%) (10.28%) (0.01%) พน้ื ทม่ี ศี กั ยภาพคงเหลือ 137,727 2,871 (90.94%) - - (81.37%) ท่ีมา : แนวทางการส่งเสริมการเกษตรทเี่ หมาะสมตามฐานข้อมลู แผนที่เกษตรเชงิ รุก Agri-Map จ.สกลนคร (กรมพฒั นาท่ีดิน:2564)

แผนท่ี 3 แผนท่ศี กั ยภาพของที่ดนิ พชื เศรษฐกจิ มนั สาปะหลงั จงั หวัดสกลนคร

25

26 4.2.4) ออ้ ยโรงงาน อ้อยโรงงานเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของสกลนครในล้าดับที่ 4 จากฐานข้อมูลในแผนที่เกษตร เชงิ รกุ หรอื Agri-Map Online สามารถวเิ คราะหข์ อ้ มลู ไดด้ งั น้ี 1) การวิเคราะหศ์ กั ยภาพของพ้ืนที่ปลูกอ้อยโรงงาน ระดับท่ี 1 เป็นพื้นที่ความเหมาะสมสูง (S1) มีเน้ือท่ี 78,955 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 1.61 ของพื้นที่ศักยภาพของท่ีดิน พบมากในอ้าเภอบ้านม่วง 31,103 ไร่ อ้าเภอโคกศรีสุพรรณ 26,218 ไร่ และ อ้าเภออากาศอ้านวย 13,071 ไร่ ระดับที่ 2 เปน็ พื้นท่คี วามเหมาะสมปานกลาง (S2) มีเนอ้ื ท่ี 1,153,050 ไร่ คิดเป็นร้อย ละ 23.50 ของพ้ืนท่ีศักยภาพของที่ดิน พบมากในอ้าเภอสว่างแดนดิน 225,484 ไร่ อ้าเภอพรรณนานิคม 119,359 ไร่และอ้าเภอเมอื งสกลนคร 108,381 ไร่ ระดับที่ 3 เป็นพ้ืนทคี่ วามเหมาะสมเลก็ น้อย (S3) มเี นือ้ ที่ 1,543,032 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 31.45 ของพ้ืนที่ศักยภาพของท่ีดิน พบมากในอ้าเภอวานรนิวาส 439,522 ไร่ อ้าเภอบ้านม่วง 209,328 ไร่ และอ้าเภอเจรญิ ศิลป์ 154,629 ไร่ ระดับท่ี 4 เป็นพ้นื ที่ไม่เหมาะสม (N) มเี น้อื ที่ 2,130,568 ไร่ 2) การวเิ คราะห์พ้ืนทปี่ ลกู อ้อยโรงงานในปจั จุบนั จา้ แนกชน้ั ความเหมาะสมของที่ดนิ ไดด้ ังนี้ 1. พื้นท่ีเหมาะสมสูง (S1) มีเนอ้ื ที่ 3,327 ไร่ คดิ เป็นรอ้ ยละ 4.21 ของพ้นื ที่ศกั ยภาพสูง พบมากในอา้ เภอสอ่ งดาว 1,466 ไร่ อา้ เภอบา้ นม่วง 1,450 ไร่ และอา้ เภอภพู าน 133 ไร่ 2. พื้นที่เหมาะสมปานกลาง (S2) มีเนื้อที่ 103,676 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 8.99 ของพื้นท่ี ศักยภาพปานกลาง พบมากในอ้าเภอส่างแดนดิน 40,707 ไร่ อ้าเภอส่องดาว 20,734 ไร่ และอ้าเภอบ้าน ม่วง 11,709 ไร่ 3. พื้นทเี่ หมาะสมเลก็ น้อย (S3) มีเน้ือที่ 33,396 ไร่ คดิ เปน็ ร้อยละ 2.16 ของพ้นื ทศี่ กั ยภาพ เลก็ น้อย พบมากในอา้ เภอเจริญศิลป์ 15,067 ไร่ อา้ เภอวานรนิวาส 8,324 ไร่ และอ้าเภอบ้านม่วง 3,253 ไร่ 4. พืน้ ที่ไม่เหมาะสม (N) มีเนอ้ื ท่ี 17 ไร่ 3) พื้นที่มีศักยภาพคงเหลือ คือ พ้ืนท่ีท่ีมีศักยภาพในการปลูกออ้ ยโรงงานแต่ไมใ่ ช้พื้นที่ปลูก พิจารณาจากพื้นท่ีศักยภาพของท่ีดินส้าหรับการปลูกอ้อยโรงงาน และพ้ืนท่ีปลูกอ้อยโรงงานในชั้นความ เหมาะสมต่าง ๆ (ปลูกจริง) พบว่า จังหวัดสกลนครมีพื้นที่ศักยภาพคงเหลือในระดับความเหมาะสมสูง (S1) และความเหมาะสมปานกลาง (S2) รวมทั้งส้ิน 1,125,002 ไร่ โดยกระจายอยู่ทั่วทุกอ้าเภอ โดยอ้าเภอที่มี พื้นทีศ่ กั ยภาพคงเหลอื มากที่สุด ได้แก่ อา้ เภอสว่างแดนดนิ 184,777 ไร่ อา้ เภอวารชิ ภมู ิ 112,788 ไร่ และ อ้าเภอพรรณานิคม 111,579 ไร่ โดยมรี ายละเอียดดังน้ี 1. พื้นทีเ่ หมาะสมสูงคงเหลอื (S1) มเี นื้อท่ี 75,628 ไร่ คิดเปน็ รอ้ ยละ 95.79 ของพน้ื ที่ เหมาะสมสูง พบมากในอ้าเภออากาศอ านวย 13,071 ไร่ อ้าเภอวาริชภูมิ 8,767 ไร่ และอ้าเภอภูพาน 4,126 ไร่ 2. พื้นท่ีเหมาะสมปานกลางคงเหลือ (S2) มีเน้ือที่ 1,049,373 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 91.01 พื้นท่เี หมาะสมปานกลาง พบมากในอา้ เภอสว่างแดนดิน 184,777 ไร่ อ้าเภอพรรณานคิ ม 111,047 และอ้าเภอเมอื งสกลนคร 105,414 ไร่

27 ตารางท่ี 5 แสดงพืน้ ที่มีศักยภาพในการปลูกออ้ ยโรงงานจาแนกตามความเหมาะสมของชั้นดิน อ้าเภอ พน้ื ท่ีประเภท เนือ้ ท่ีช้ันความเหมาะสม (ไร)่ กดุ บาก กุสุมาลย์ พน้ื ทศ่ี กั ยภาพของที่ดิน S1 S2 S3 N รวม ค้าตากลา้ พื้นท่ีเพาะปลกู ในชั้นความ 1,420 74,735 1,786 124,057 โคกศรสี ุพรรณ เหมาะสมตา่ งๆ (ปลูกจริง) - (100.00%) เจรญิ ศิลป์ พน้ื ทม่ี ศี ักยภาพคงเหลอื (100.00%) (100.00%) (100.00%) เต่างอย 10 5,978 นคิ มน้าอูน พื้นท่ศี กั ยภาพของที่ดนิ (0.69%) 544 52 - (4.82%) บา้ นมว่ ง พ้นื ที่เพาะปลกู ในชั้นความ (7.92%) (2.91)% 70,230 เหมาะสมตา่ งๆ (ปลกู จริง) 1,411 68,819 - (56.61%) พน้ื ท่มี ีศกั ยภาพคงเหลือ (99.32%) (92.08%) - 145,799 282,036 (100.00%) (100.00%) พนื้ ที่ศกั ยภาพของที่ดนิ 2836 268 133,133 พน้ื ทเ่ี พาะปลูกในชั้นความ (100.00%) (100.00%) (100.00%) 631 เหมาะสมต่างๆ (ปลกู จรงิ ) (0.22%) พนื้ ทม่ี ศี ักยภาพคงเหลอื 1.53 246 - 384 (0.05%) (91.86%) (0.26%) 2857 พน้ื ทศ่ี ักยภาพของทด่ี ิน - (1.01%) พนื้ ที่เพาะปลกู ในชน้ั ความ 2835 22 118,350 - 223,979 เหมาะสมต่างๆ (ปลูกจรงิ ) (99.95%) (8.14%) (100.00%) (100.00%) พื้นทม่ี ีศักยภาพคงเหลือ 21628 80,058 3943 (100.00%) (100.00%) 93 พ้ืนทศ่ี ักยภาพของที่ดนิ (100.00%) (0.04%) พนื้ ที่เพาะปลูกในชั้นความ 81 13 - 25,490 เหมาะสมต่างๆ (ปลกู จริง) - (1.01%) (0.01%) (11.38%) พื้นที่มีศักยภาพคงเหลือ 21,547 - 125,487 3,943 (99.63%) - 69,246 (100.00%) พื้นทศ่ี ักยภาพของที่ดนิ (100.00%) 54,853 (100.00%) พื้นทเ่ี พาะปลกู ในชัน้ ความ 1,502 (100.00%) - 332 เหมาะสมตา่ งๆ (ปลกู จรงิ ) (100.00%) (0.26%) พ้นื ที่มีศกั ยภาพคงเหลอื 15 317 - - 56,023 (1.01%) (0.58%) (44.64%) พืน้ ที่ศักยภาพของทด่ี ิน 1487 54,536 - - 226,144 พนื้ ทเี่ พาะปลูกในช้นั ความ (98.99%) (99.42%) 154,629 67,403 (100.00%) เหมาะสมตา่ งๆ (ปลูกจรงิ ) (100.00%) (100.00%) 17,754 พน้ื ทมี่ ศี ักยภาพคงเหลอื - 4,112 (7.85%) (100.00%) พน้ื ทศ่ี ักยภาพของทด่ี ิน - 1,425 พนื้ ทเี่ พาะปลกู ในชั้นความ 2,688 15,067 - (0.63%) เหมาะสมต่างๆ (ปลูกจรงิ ) - (65.35%) (9.74%) 75,297 พื้นทมี่ ศี ักยภาพคงเหลอื - (100.00%) 2,569 1,425 - 38,458 (100.00%) (34.65%) (100.00%) 2,540 788 (3.37%) 19 33,482 (100.00%) 33,623 (0.73%) (100.00%) (44.65%) 86,304 - 2,410 107 4 (100.00%) (7.20%) (13.56%) (0.01%) 285 31072 2,340 (100.00%) (92.80%) - 2,551 (2.71%) 55,149 (6.63%) 53,096 - (100.00%) 483 30,388 (61.52%) (100.00%) (100.00%) 447,859 284.92 (100.00%) (100.00%) 2,337 - 3 16,412 (4.24%) (0.1%) (3.66%) 31,103 52,811 - (100.00%) (95.76%) 209,328 - - 67,498 (100.00%) 1,450 (100.00%) 140,020 (4.66%) (100.00%) - 11,709 3,253 - (17.37%) (1.55%) ---

28 อ้าเภอ พื้นทปี่ ระเภท เนอื้ ท่ีช้ันความเหมาะสม (ไร)่ พรรณานิคม พื้นท่ีศักยภาพของทดี่ ิน S1 S2 S3 N รวม พงั โคน พื้นที่เพาะปลูกในชน้ั ความ โพนนาแกว้ เหมาะสมตา่ งๆ (ปลกู จริง) - 41,491 184,358 151,589 377,438 พน้ื ทม่ี ีศกั ยภาพคงเหลอื (100.00%) (100.00%) (100.00%) (100.00%) ภูพาน 15,008 เมอื งสกลนคร พ้นื ทศ่ี กั ยภาพของทด่ี นิ (4.30%) 1,786 - 9 16,803 วานรนิวาส พื้นที่เพาะปลูกในช้นั ความ (0.50%) (0.01%) (4.45%) เหมาะสมต่างๆ (ปลูกจริง) - 39,706 - 39,706 วารชิ ภูมิ พ้ืนที่มศี ักยภาพคงเหลือ (97.70%) - (10.52%) สวา่ งแดนดนิ - 49,402 21,354 944,902 165,158 พนื้ ที่ศักยภาพของทดี่ ิน (100.00%) (100.00%) (100.00%) (100.00%) พื้นทเ่ี พาะปลกู ในชั้นความ - เหมาะสมตา่ งๆ (ปลูกจริง) 259 102 - 361 พื้นที่มศี กั ยภาพคงเหลอื - (0.52%) (0.48%) (0.22%) 49,142 - 49,142 พน้ื ที่ศักยภาพของทด่ี ิน - (98.48%) - 219,968 (29.75%) พน้ื ท่เี พาะปลูกในช้นั ความ (100.00%) 219,968 เหมาะสมต่างๆ (ปลกู จรงิ ) - 1 116,358 (100.00%) พื้นทม่ี ีศกั ยภาพคงเหลือ (100.00%) (100.00%) - - 2,714 พนื้ ทศ่ี ักยภาพของท่ดี ิน 1 - - (1.23%) พื้นทเ่ี พาะปลูกในชัน้ ความ 1,386 (100.00%) 19,309 เหมาะสมตา่ งๆ (ปลกู จริง) (100.00%) - (100.00%) - พื้นท่ีมีศกั ยภาพคงเหลือ - 133 75,242 10 102,062 พื้นที่ศักยภาพของทด่ี นิ (3.13%) 6,126 (100.00%) (0.05%) (100.00%) พ้นื ทเ่ี พาะปลกู ในชัน้ ความ (100.00%) เหมาะสมตา่ งๆ (ปลกู จรงิ ) 4,126 55 - 2,333 พ้ืนทม่ี ีศักยภาพคงเหลอื (96.87%) 2,134 (4.25%) 314,567 (2.29%) (2.89%) (100.00%) 75,901 พน้ื ที่ศักยภาพของท่ีดิน 2,429 71,775 - (74.37%) พน้ื ท่ีเพาะปลูกในชั้นความ (100.00%) (97.11%) - 486,956 เหมาะสมต่างๆ (ปลกู จริง) 108,381 61,579 (100.00%) พ้ืนทมี่ ีศักยภาพคงเหลือ - (100.00%) (100.00%) - 209,154 2,967 พื้นทศ่ี ักยภาพของทด่ี ิน 2,429 2967 - (100.00%) (0.61%) พื้นท่เี พาะปลูกในชน้ั ความ (100.00%) (2.74%) 107,843 เหมาะสมตา่ งๆ (ปลูกจริง) 105,414 - - (22.15%) พื้นที่มศี ักยภาพคงเหลือ 387 (97.26%) 652,761 (100.00%) 439,522 - (100.00%) 3,698 (100.00%) 101,605 - (100.00%) (100.00%) 9,269 8,324 (1.42%) 387 945 (1.89%) - (100.00%) (25.55%) 3141 - - (0.48%) 8,971 2753 304,861 216,869 (100.00%) (74.45%) 801 (100.00%) (100.00%) 105,491 (100.00%) 204 (100.00%) - 1,705 (100.00%) 31 (0.79%) 1,470 (3.85%) - 112788 8767 (1.39%) (52.01%) (97.72%) 104021 - 582,558 (98.61%) (100.00%) - 225,484 52,213 42350 (100.00%) (100.00%) (7.27%) - 40707 184,777 (18.05%) 1644 (31.72%) - 184,777 (3.15%) (81.95%) -

29 อา้ เภอ พ้ืนทป่ี ระเภท เนือ้ ท่ชี น้ั ความเหมาะสม (ไร)่ ส่องดาว อากาศอ้านวย พน้ื ท่ีศักยภาพของที่ดนิ S1 S2 S3 N รวม รวมทงั้ จังหวัด พ้นื ท่ีเพาะปลูกในชั้นความ 5,619 164,606 เหมาะสมต่างๆ (ปลูกจริง) (100.00%) 118,462 2,742 37,783 (100.00%) พน้ื ทีม่ ศี กั ยภาพคงเหลอื 1,466 22,220 (26.09%) (100.00%) (100.00%) (100.00%) (13.50%) พ้ืนทศ่ี กั ยภาพของทด่ี นิ 4,153 101,880 พน้ื ที่เพาะปลกู ในชน้ั ความ (73.91%) 20,734 19 - (61.89%) เหมาะสมตา่ งๆ (ปลกู จรงิ ) 13,071 (17.50%) (0.70%) 345,951 พ้ืนทีม่ ศี ักยภาพคงเหลอื (100.00%) (100.00%) 97,728 - - พนื้ ท่ีศกั ยภาพของทีด่ นิ - (88.50%) 533 พื้นทเี่ พาะปลูกในชนั้ ความ (0.15%) เหมาะสมต่างๆ (ปลกู จริง) 13,071 37,229 122,860 172,791 49,856 พน้ื ทม่ี ีศักยภาพคงเหลือ (100.00%) (14.41%) (100.00%) (100.00%) (100.00%) 4,905,905 78,955 (100.00%) (100.00%) 444 90 - 140,417 (1.19%) (0.70%) (5.78%) 3,327 1,125,002 (4.21%) 4,657 - - (22.93%) (98.81%) 2,871 (95.79%) 1,153,050 1,543,032 2,130,568 (100.00%) (100.00%) (100.00%) 103,676 33,396 17 (8.99%) (2.16%) (0.01%) 137,727 - - (91.01%) ทมี่ า : แนวทางการสง่ เสรมิ การเกษตรที่เหมาะสมตามฐานข้อมลู แผนทเี่ กษตรเชงิ รุก Agri-Map จ.สกลนคร (กรมพัฒนาที่ดิน:2564)

แผนท่ี 4 แผนท่ศี ักยภาพของท่ดี นิ พืชเศรษฐกิจ ออ้ ยโรงงาน จงั หวัดสกลนคร

30

31 5) ลักษณะภมู ิประเทศและธรณีสัณฐาน จังหวัดสกลนคร เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางตอนบนของท่ีราบสูงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ เรียกวาแอ่งสกลนคร สภาพพ้ืนที่โดยท่ัวไปมีลักษณะเป็นที่ราบเรียบจนถึงภูเขาสูง บริเวณตอนกลางและ ตอนบนเป็นพ้นื ทรี่ าบและลูกคลน่ื ลอนลาดท่รี องรับด้วยหมวดหนิ มหาสารคาม ทางตอนล่างประกอบด้วยพ้ืนท่ีลูกคล่ืน ลอนลาดท่ีรองรับด้วยหมวดหินโคกกรวด และลูกคล่ืนลอนชันจนถึงภูเขาสูงของเทือกเขาภูพานที่รองรับด้วย หมวดหินท่ีมีอายุมากกวาโคกกรวด สภาพภูมิประเทศมีลักษณะลาดเอียงจากทางใตลงทางเหนือ ซึ่งอาจแบ่ง ลักษณะสภาพภมู ิประเทศและธรณีสณั ฐาน ได้ดงั น้ี 1.พ้ืนที่ภูเขา (mountainous area) มีพ้ืนท่ีสวนใหญ่เปนพ้ืนที่ลาดชันเชิงซ อน (slope complex)ระดับความสูงของภูเขามตี ้ังแต 200-567 เมตรจากระดับนา้ ทะเลปานกลาง ทางดา้ นตอนลา่ งของ พื้นทใ่ี นเขตอา้ เภอภพู านเต่างอย นคิ มน้าอนู ,กุดบาก,วารชิ ภมู ิ และสองดาว เป็นพน้ื ท่ภี ูเขาของหมวดหนิ ทมี่ ีอายุ แก่กว่าหมวดหินโคกกรวด ได้แก หมวดหินภูพาน หมวดหินเสาขรัว หมวดหินพระวิหาร หมวดหินภูกระดึง หมวดหนิ น้าพอง และหมวดหินห้วยหินลาด เป็นต้น ลักษณะของภเู ขาเปน็ แนวเทือกเขาภพู านที่ต่อเน่ืองมาจาก จังหวัดกาฬสินธุและจังหวัดมุกดาหาร สภาพพ้ืนท่ีส่วนใหญ่ประกอบดวยที่ราบสูง ท่ีราบระหว่างหุบเขาพื้นท่ี ลูกคล่ืนลอนชัน พ้ืนท่ีลาดชันเชิงซ้อน และภูเขาผาชัน (escarpment) ลักษณะของเทือกเขาวางตัวในแนว ทิศตะวนออกและตะวันตกเป็นแนวแบ่งขอบเขตระหว่างจังหวดสกลนครกับจังหวัดกาฬสินธุ์และจังหวัด มุกดาหาร 2.พื้นท่ีท่ีมีการปรับระดับหรือพื้นที่ซ่ึงเกิดจากการกร่อน (denudation or erosion plain) และรองรับดว้ ยหมวดหินโคกกรวด ตะกอนพื้นผวิ สวนใหญ่เกิดจากการผุพังอยู่กับที่(in situ material) ของหนิ ทราย หรือเคลอ่ื นยา้ ยไปทับถมในบริเวณต้่ากว่า โดยกระบวนการธรณสี ัณฐานต่างๆสภาพพ้นื ที่มีลกั ษณะเปน็ ลูกคลื่น ลอนลาด (undulating) ถึงลอนชัน (rolling) บริเวณดังกล่าวจะวางตัวเป็นแนวยาวขนานไปกับส่วนต่้าของ เทือกเขาภูพาน พบในเขตอ้าเภอเมืองสกลนคร ภูพาน โคกศรีสุพรรณ เต่างอย วาริชภูมิ กุดบากนิคมน้าอู นพรรณานิคม และสองดาว 3.พื้นที่ที่มีการปรับระดับหรือพ้ืนที่ซึ่งเกิดจากการกร่อน (denudation or erosion plain) และรองรับด้วยหมวดหินมหาสารคาม ตะกอนพ้ืนผิวสวนใหญ่เกิดจากการผุพังอยู่กับท่ี (in situ material) ของหินทรายและหินทรายแปง หรือเคล่ือนย้ายไปทับถมในบริเวณต้่ากว่า โดยกระบวนการธรณสี ัณฐานตา่ งๆ สภาพพ้ืนที่มีลักษณะเป็นพน้ื ที่เกือบราบ (gently slope) ถึง ลูกคล่ืนลอนลาด (undulating ) บริเวณดังกล่าว จะวางตวั อยถู่ ัดจากพื้นที่ท่ีมกี ารปรับระดับของหมวดหินโคกกรวดไปทางตอนเหนือของพ้นื ที่ พบในเขตอ้าเภอ เมืองสกลนคร โคกศรีสุพรรณ พรรณานิคม วาริชภูมิ โพนนาแกว กุสุมาลย์ พังโคน อากาศอ้านวย วานรนวิ าส เจรญิ ศลิ ป์ คา้ ตากลา บา้ นม่วงและสวา่ งแดนดิน 4.พ้ืนท่ีตะกอนล้าน้า (fluvial plain) ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะและทับถมของล้าน้าในปจจุบัน ไดแกตะกอนล้าน้าท่ีเกิดจากล้าน้าสงคราม ลา้ น้ายาม ล้าน้าอนู ล้าห้วยปลาหาง ล้านา้ พุง ลา้ น้ากา้่ และล้าหวย สาขาของล้าน้าดังกลาว สภาพพื้นท่ีสวนใหญแป็นพื้นท่ีราบ (nearly level to level) และวางตัวเปนแนว แคบๆขนานไปตามล้าน้าพบมากในเขตอา้ เภอเมืองสกลนคร โคกศรีสพุ รรณ พรรณานิคม วารชิ ภมู ิ โพนนาแกว กุสุมาลย พงั โคน อากาศอ้านวย วานรนวิ าส เจรญิ ศลิ ป ค้าตากลา บานมวง และสวางแดนดิน

32 1.1.2 ลกั ษณะภูมอิ ากาศ ประจาปี 256๔ (ท่มี า : สถานีอตุ นุ ยิ มวทิ ยาจงั หวดั สกลนคร , 256๔) สกลนครมีลกั ษณะดินฟ้าอากาศโดยท่ัวไปดงั นี้ ฤดรู อ้ นอากาศรอ้ นอบอ้าว แห้งแล้ง, ฤดูฝนมีฝนตกชุก อยู่ในเกณฑ์อันดับสองของภาคอีสานรองจากจังหวัดนครพนม อุทกภัยมีเกิดขึ้นได้บางแห่งในบริเวณที่ลุ่มหรอื ใกลท้ างน้าไหลผ่าน , ฤดหู นาว มอี ากาศหนาว ถึง หนาวจดั 1. ฤดกู าล 1.1 ฤดูฝน โดยท่วั ไปจะเรมิ่ ตง้ั แต่ประมาณกลางเดือนพฤษภาคม ถึงกลางเดอื นเดือนตุลาคม รวมเวลา 4-5 เดือน ฝนท่ีตกส่วนมากเป็นฝนท่ีเกิดจาก ร่องมรสุมพาดผ่าน และพายุหมุนเขตรอ้ นท่ีเคล่ือนตวั มาจากทะเลจนี ใต้ สว่ นมากเปน็ พายรุ ะดับดีเปรสชั่นหรือโซนรอ้ น สว่ นท่ีเกิดจากลมมรสุมตะวนั ตกเฉยี งใต้ มไี ม่ มากนักเน่ืองจากอยู่ห่างจากทะเลมาก ถ้าปีใดพายุดีเปรสช่ันเข้าน้อย ปีน้ันจะแห้งแล้ง โดยปกติจะมีพายุ ดีเปรสช่ัน ถึงพายุโซนร้อนเข้าเฉลี่ยปีละ 1-2 ลูก สกลนครมีปริมาณน้าฝนค่าเฉลี่ยปกติเท่ากับ 1,661.7 มิลลเิ มตร (พ.ศ.2534-2563 คาบ 30 ปี มาตรฐานองคก์ ารอุตุนิยมวทิ ยาโลก) ตารางที่ 6 แสดงปริมาณน้าฝน ปี 2555 - 2564 ปี ปรมิ าณนา้ ฝน (มม.) 2564 2563 1,428.4 2562 1,683.1 2561 1,213.0 2560 1,575.6 2559 2,422.9 2558 1,349.3 2557 1,441.4 2556 1,701.1 2555 2,044.3 เฉลย่ี รอบ 10 ปี (2555-2564) 1,741.0 1,660.01 ที่มา : สถานีอตุ นุ ยิ มวทิ ยาสกลนคร อณุ หภมู ิและความชน้ื สัมพทั ธ์ ตารางที่ 7 แสดงอณุ หภูมิและความช้นื สัมพทั ธ์สงู สุด - ต้่าสดุ ปี 2555 - 2564 ปี อุณหภูมิ (°c) ความชื้นสมั พัทธ์ (%) สงู สดุ ตา่ สุด เฉลีย่ ท้ังปี สูงสุด ตา่ สุด เฉลยี่ ทง้ั ปี 2564 35.10 9.3 26.20 2563 35.75 18.763 26.47 94.44 40.182 71.87 2562 36.27 19.90 27.25 96.00 39.33 70.60 2561 35.51 18.10 26.18 97.42 41.58 73.07 2560 35.23 18.28 26.04 97.75 41.58 74.54

33 ปี อณุ หภมู ิ (°c) ความชนื้ สัมพทั ธ์ (%) สูงสดุ ตา่ สดุ เฉล่ียทงั้ ปี สูงสุด ต่าสุด เฉลีย่ ท้ังปี 2559 36.29 18.23 26.90 96.33 38.25 69.41 2558 36.41 18.88 26.82 98.17 39.67 72.49 2557 35.43 18.71 26.70 97.00 41.17 71.80 2556 35.63 18.68 26.14 9575 38.83 69.62 2555 35.70 19.32 26.61 95.83 41.33 72.54 ทมี่ า : สถานีอตุ นุ ิยมวทิ ยาสกลนคร สถติ ิฝนในคาบ 6๙ ปี (พ.ศ.2496-256๔) ฝนมากทส่ี ดุ ใน 1 วัน 457.1 มม. (พายุโซนร้อน) เมอื่ วันที่ 16 สิงหาคม 2517 ฝนมากทสี่ ดุ ใน 1 เดอื น 998.9 มม. เม่ือเดอื น สงิ หาคม 2517 ฝนมากทสี่ ดุ ใน 1 ปี 2,422.9 มม..เมือ่ ปี พ.ศ. 2560 สถติ ฝิ นประจาปี พ.ศ.256๔ ฝนมากทส่ี ุดใน 1 วัน ๗๒.๗ มม. เมื่อวนั ท่ี ๑๐ตลุ าคม 256๔ (อิทธพิ ลพายโุ ซนร้อน “ไลออนร็อค”) ฝนมากท่สี ดุ ใน 1 เดอื น 2๘๔.๒ มม. เมือ่ เดอื น กรกฎาคม 256๔ ฝนรวมทง้ั ปีประจ้าปี 256๔ = 1,๔๒๘.๗ มม. (ต่า้ กวา่ คา่ เฉลี่ย)(ค่าเฉลี่ย 1,661.7 มม.) 1.2 ฤดูหนาว เริ่มต้ังแต่ประมาณกลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ รวมเวลา4 เดอื นในตอนตน้ เดือนตุลาคมน้ัน เปน็ ระยะเปล่ียนฤดรู ะหว่างฤดูฝนกับฤดูหนาว อาจมฝี นตกได้เปน็ บางวัน ฤดู หนาวของจังหวัดสกลนคร มีลักษณะอากาศหนาวอย่างชัดเจนกระแสลมที่เย็นและแห้งพดั มาจากประเทศจีน คือลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือจังหวัดสกลนครเคยมีอุณหภูมิต่้าสุด วัดได้ –1.4 องศาเซลเซียส เม่ือวันที่ 2 มกราคม 2517 ท่ีสถานีอากาศเกษตร สกลนคร ตั้งอยู่ที่ศูนย์วิจัยพืชไร่สกลนครบ้านนาค้า ต้าบลห้วยยาง อ้าเภอเมอื ง จังหวัดสกลนคร 1.3 ฤดูร้อน เร่ิมตั้งแต่ประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ ไปจนถึง กลางเดือนพฤษภาคม รวม ระยะเวลาประมาณ 3 เดอื น ระยะน้ีมรสุมตะวนั ออกเฉียงเหนือหมดก้าลังลง ลมตะวันออกเฉียงใตจ้ ากทะเลจีน ใต้และอ่าวไทย จะพัดมาแทนที่ และเป็นระยะหนึ่งที่ประเทศไทยได้รับแสงแดดกล้าที่สุด ท้าให้มีอากาศร้อน และแห้งแล้งมาก สถิติภูมิอากาศสูงท่ีสุดของสกลนคร วัดได้ 41.9 องศาเซลเซียสเม่ือวันท่ี 24 เมษายน 2500 อน่ึงการเปลี่ยนฤดูจากฤดูหน่ึงไปยังอีกฤดูหนึ่งน้ัน มีระยะช่วงเวลาอยู่ระหว่าง 1-2 สัปดาห์ จะนับว่า เป็นฤดหู น่งึ ฤดใู ดยังไม่ชัดเจน เนื่องจากเป็นระยะเปลย่ี นฤดู (transition period) อณุ หภมู อิ ากาศ(TEMPERATURE) อณุ หภมู ิอากาศเฉล่ียทั้งปี (พ.ศ.256๔) 26.๒ องศาเซลเซยี ส อุณหภูมิสงู สุดประจ้าปี 256๔ วดั ได้ ๓๘.๑ องศาเซลเซยี สเมื่อวนั ที่ ๓๐,๓๑ มีนาคม 256๔ อุณหภมู ติ ้า่ สดุ ประจ้าปี 256๔ วดั ได้ ๙.๓ องศาเซลเซยี สเมื่อวันที่ 1๓ มกราคม 256๔

34 พายหุ มุนเขตรอ้ น (TROPICAL STORM) พายุหมุนเขตร้อนท่ีกอ่ ตัวบริเวณมหาสมุทรแปซิฟกิ ดา้ นตะวันตกจะเคล่ือนตัวผ่านทะเลจีนใต้ ประเทศ เวียดนาม ประเทศลาว และเข้าสู่ประเทศไทยบรเิ วณภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะบริเวณเขต จังหวัด สกลนครท้าให้มีฝนตกปกคลุมพื้นท่ีเป็นบรเิ วณกว้าง ช่วงเวลาท่ีพายเุ คล่ือนตัวเข้าสู่บริเวณภาคอีสานมากทีส่ ุด คอื ช่วงเดือนกรกฎาคม ถึง กันยายนของทุกปี เฉลย่ี ปีละ 1-2 ลกู 2) สถิตพิ ายหุ มุนโซนรอ้ น ปี พ.ศ.256๔ สถิติพายุหมุนโซนร้อน เคล่ือนตัวผ่านหรือเคล่ือน เข้าใกล้ และมีผลกระทบดังนี้ 1. พายุโซนร้อน “โคะงุมะ” (KOGUMA) ที่ทวีก้าลังแรงข้ึนจากพายุดีเปรสชันบริเวณอ่าว ตังเกี๋ย (เกาะไหหล้า) เคล่ือนตัวข้ึนฝ่ังประเทศเวียดนามช่วงวันที่ ๑๒-๑๓ มิ.ย.๖๔ ส่งผลท้าให้ร่องมรสุมพาด ผา่ นตอนบนของภาคเหนอื และประเทศลาว ทา้ ให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมฝี นตกชุมและมฝี นตกหนักถึงหนัก มากบางพน้ื ที่ สา้ หรบั จังหวดั สกลนคร มฝี นตกชุกช่วงวันที่ 1๑-1๓ ม.ิ ย.6๔ ปรมิ าณฝนมากทส่ี ุดที่ อ้าเภอส่อง ดาว วัดได้ ๘๒.0 มม.เมอ่ื วนั ที่1๒ ม.ิ ย. ๖๔ 2.พายุดีเปรสชัน“โกนเซิน”(CONSON) บริเวณประเทศเวียดนามตอนกลาง (อ่อนก้าลังลง จากพายโุ ซนร้อนบริเวณทะเลจีนใตต้ อนกลาง) ประกอบกับมรี อ่ งมรสุมพาดผา่ นประเทศไทยตอนบน และมรสุม ตะวันตกเฉยี งทพ่ี ดั ปกคลุมประเทศไทยมกี ้าลงั แรง ทา้ ให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกชุมและมีฝนตกหนัก ถึงหนักมากบางพ้ืนท่ี ส้าหรับจังหวัดสกลนคร มีฝนตกชุกช่วงวันท่ี 1๒-1๓ก.ย.6๔ ปริมาณฝนมากท่ีสุดท่ี อ้าเภอวารชิ ภมู ิ วดั ได้ ๗๓.๓ มม.เมอ่ื วันที่ 1๓ก.ย.๖๔ ๓.พายุโซนร้อน“เตย้ี นหมู่” บรเิ วณประเทศเวียดนามตอนกลาง เมื่อ ๒๓ ก.ย.๖๔ (ทีท่ วีก้าลัง แรงข้ึนจากพายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางและเคลื่อนข้ึนฝ่ังบริเวณประเทศเวียดนามตอนกลาง) ผ่านประเทศลาว แลว้ ออ่ นกา้ ลังลงเป็นพายุดีเปรสชันก่อนเคล่ือนผ่านจังหวัดมกุ ดาหาร(๒๔ ก.ย.๖๔) และออ่ น กา้ ลังลงเป็นหยอ่ มความกดอากาศต้่ากา้ ลงั แรงบรเิ วณจงั หวัดขอนแกน่ (๒๕ ก.ย.๖๔) เข้าสู่แนวรอ่ งมรสมุ ท่ีพาด ผา่ นภาคเหนอื ตอนล่าง ภาคกลางและภาคตะวันออก ในขณะทีม่ รสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพดั ปกคลุมประเทศ ไทย ทา้ ใหห้ ลายพ้นื ที่ของภาคเหนือ ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีฝนตกตอ่ เนื่อง และมฝี นตกหนักถึงหนักมากบางแหง่ ในภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื ตอนบนจังหวัดท่ไี ด้รบั ผลกระทบมากที่สุดคือ จังหวัดชัยภูมิ เลย และขอนแก่น เกิดน้าท่วมหนักในหลายพื้นที่ ส้าหรับจังหวัดสกลนคร มีฝนตกชุกช่วงวันที่ ๒๓-๒๖ก.ย.6๔ ปริมาณฝนมากที่สุดท่ี อ้าเภอเจรญิ ศิลป์ วดั ได้ ๒๕.๐ มม.เม่ือวนั ท่ี ๒๕ก.ย.๖๔ ๔.พายุโซนร้อน“ไลออนร็อค”(LION ROCK)บริเวณอา่ วตงั เกย๋ี เคลอื่ นขึ้นฝ่งั ประเทศเวยี ดนาม ตอนบน ช่วงวนั ท่ี ๑๐-๑๑ ต.ค.๖๔ กอ่ นอ่อนกา้ ลงั ลงเปน็ พายุดีเปรสชนั และหยอ่ มความกดอากาศต่้าตามล้าดับ สา้ หรบั จังหวัดสกลนคร ปริมาณฝนมากท่สี ุดท่ี อ้าเภอกุสมุ าลย์ วัดได้ ๙๙.๗ มม.เมอ่ื วันท่ี ๑๐ ต.ค.๖๔ ๕.พายุโซนร้อน“คมปาซุ”(KOMPASU)บริเวณทะเลจนี ใต้ตอนบน(๑๓ ต.ค.๖๔) เคลือ่ นขึ้นฝั่ง ประเทศเวียดนามตอนบน ช่วงวันท่ี ๑๔ ต.ค.๖๔ ก่อนอ่อนก้าลังลงเป็นพายุดีเปรสชันและหย่อมความกด อากาศต่้าตามล้าดับ(๑๕ ต.ค.๖๔)ส้าหรับจังหวัดสกลนคร ปริมาณฝนมากที่สุดท่ี อ้าเภอกุดบาก วัดได้ ๕๒.๓ มม.เม่อื วนั ที่ ๑๓ ต.ค.๖๔

35 1.1.3 แหล่งน้าธรรมชาติ จากรายงานแผนหลักการพัฒนาลุ่มน้าจังหวัดสกลนคร โดย ส้านักบริหารโครงการ กรม ชลประทานได้กล่าวถงึ แหลง่ น้าที่สา้ คัญของจงั หวัดสกลนคร นอกจากนา้ ฝนแล้วยงั ไดแ้ ก่ น้าทา่ ซึ่งประกอบด้วย แหลง่ นา้ ธรรมชาตหิ ลายสาย อันมีตน้ น้าอยใู่ นบรเิ วณเทอื กเขาภูพาน ลา้ นา้ ทส่ี ้าคญั ได้แก่ ลุ่มน้าแม่น้าโขง เป็นลุ่มน้าหลักและมีลุ่มน้าย่อยที่ส้าคัญ 8 ลุ่มน้าด้วยกัน คือ 1. ลุ่มน้า สงครามตอนบน 2. ลมุ่ น้าสงครามตอนล่าง 3. ล่มุ น้ายาม4. ลมุ่ น้าอนู 5. ล่มุ น้าหว้ ยทวย 6. ลุ่มนา้ ก้า่ 7. ลุ่มน้า พุง และ 8.ลมุ่ น้าบางทรายลักษณะโดยทั่วไปของล้าน้าคอ่ นข้างคดเค้ียว แคบ และตื้นเขนิ ทศิ ทางการไหลของ น้าส่วนใหญ่จะไหลจากทางทิศใต้และตะวันตกของตัวจังหวัดไปสู่ทิศตะวันออกค่อนไปทางเหนือ โดยล้าน้าอนู และล้าน้ายามจะไหลลงไปรวมกับล้าน้าสงคราม ส่วนล้าน้าพุงจะไหลลงไปรวมกับล้าน้าก่้า ซ่ึงทุกล้าน้าสุดท้าย แลว้ กจ็ ะไหลออกส่แู มน่ ้าโขงทจ่ี งั หวัดนครพนม ล้าน้าสงคราม เปน็ ล้าน้าท่ีมขี นาดค่อนข้างใหญ่ ปริมาณน้ามาก ตน้ นา้ เกดิ บรเิ วณพน้ื ที่อ้าเภอ ส่องดาว ไหลผา่ น อา้ เภอสวา่ งแดนดนิ อ้าเภอคา้ ต้ากล้า อ้าเภอบ้านมว่ ง อา้ เภอวานรนิวาส และอ้าเภออากาศ อ้านวย แลว้ ไหลลงแมน่ ้าโขงท่ี อา้ เภอศรสี งคราม จงั หวัดนครพนม ลา้ น้ายาม เป็นลา้ น้าขนาดเลก็ ต้นน้าเกดิ บริเวณเทอื กเขาภพู าน เขตอ้าเภอวาริชภูมิ ไหลผ่าน อ้าเภอสอ่ งดาว อา้ เภอสว่างแดนดนิ อ้าเภอวานรนิวาส อ้าเภอพรรณานคิ ม และไหลลงแม่นา้ สงครามที่ อา้ เภอ อากาศอ้านวย ล้านา้ อนู เป็นลา้ นา้ ขนาดกลาง มีต้นนา้ อยทู่ เี่ ทอื กเขาภูพาน เขตอา้ เภอกุดบาก ไหลลงสู่เข่ือน ก้ันล้าน้าอูน ซึ่งเป็นเข่ือนขนาดใหญ่ท่ีสุดของจังหวัดสกลนคร ปริมาณเก็บกักน้าได้ 520 ล้านลูกบาศก์เมตร ไหลผ่านอ้าเภอพังโคน อ้าเภอพรรณานิคม ไปบรรจบกับแม่น้าสงครามที่อ้าเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม เป็นลา้ นา้ ทไี่ ด้พฒั นาเพื่อให้เกิดประโยชน์ทางการเกษตรมากท่ีสุด เนือ่ งจากมปี รมิ าณน้ามากไหลผ่านพน้ื ท่ีราบ ซงึ่ เป็นแหลง่ อดุ มสมบรู ณ์ของจังหวัดสกลนคร ไดม้ ีการพัฒนาให้มกี ารกระจายน้าชลประทานในระดบั แปลงนา การจัดรูปที่ดิน พ้ืนที่ประมาณ 164,574ไร่ ในเขตพ้ืนท่ีอ้าเภอพังโคน อ้าเภอพรรณานิคม และอ้าเภอเมือง สกลนคร นอกจากจะมีการส่งเสริมให้เกษตรกรท้านาตามฤดูกาลแล้ว ยังมีการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืช ในช่วงฤดูแลง้ ซึ่งเป็นพชื เศรษฐกจิ ของจังหวัด ทา้ ใหเ้ ศรษฐกจิ ของจงั หวดั สกลนครมีมลู คา่้ สูงมากขนึ้ ลา้ ห้วยปลาหาง เปน็ ลา้ น้าขนาดเล็ก มตี น้ นา้ ในพ้ืนท่อี า้ เภอวาริชภมู ิ ผ่านอ้าเภอ สว่างแดนดิน อ้าเภอพังโคน แลว้ ไหลบรรจบล้าน้าอนู ที่อา้ เภอพงั โคน ลา้ น้าพุง ต้นน้าเกิดในเขตอ้าเภอกุดบาก มสี ภาพลาดชันในช่วงตน้ นา้ ไหลผ่านท้องทอ่ี ้าเภอกุด บาก ลงสู่เขอ่ื นนา้ พุงของการไฟฟา้ ฝ่ายผลติ แห่งประเทศไทย ความจุ 165 ล้านลูกบาศกเ์ มตรจากนน้นั ไหลผา่ น อา้ เภอเต่างอยอ้าเภอโคกศรสี ุพรรณและอา้ เภอเมอื งสกลนครแลว้ ไหลลงหนองหาร ลา้ น้ากา่้ เป็นล้าน้าลักษณะพิเศษท่ีมีต้นน้าท่ีส้าคัญอยู่ท่ีหนองหารเสมือนหน่ึงทางระบายนา้ ของลุ่มน้าพุงและน้าในหนองหารไปยังแม่น้าของโดยไหลผ่านอ้าเภอเมืองสกลนครอ้าเภอโคกศรีสุพรรณของ จังหวดั สกลนครผา่ นอ้าเภอนาแกไปลงแมน่ ้าโขงท่อี ้าเภอธาตพุ นมจงั หวัดนครพนม หนองหารเป็นหนองน้าธรรมช้าติขนาดใหญม่ ีเน้ือท่ีประมาณ 123 ตารางกิโลเมตรมีน้าตลอดปีลึก เฉล่ียประมาณ 3 – 6 เมตรมีเกาะแก่งมากมายหนองหารน้ีเป็นท่ีรวมของล้าห้วยต่างๆหลายสายปัจจุบันหนองหาร เปน็ แหลง่ ประมงนา้ จืดท่ีใหญ่ทสี่ ุดของจังหวัดและยงั เปน็ สถานทเ่ี พาะพนั ธปุ์ ลาน้าจืดของกรมประมงด้วย

36 1.1.4 ทรัพยากรธรรมชาติท่ีสาคัญ (ท่ีมา : ส้านักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด สกลนคร ณ ธันวาคม 2564) พื้นท่ีป่าไม้จังหวัดสกลนครในปัจจุบัน พบในบริเวณท่ีอยู่ใกล้กับแนวเทือกเขาภูพานเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนนั้ จะกระจายเป็นหยอ่ มๆ ตามท้องทอี่ า้ เภอต่างๆ ภายในจังหวดั สา้ หรบั สภาพปา่ ไมท้ ยี่ งั คงความอุดม สมบูรณ์ตามธรรมชาติอยู่จะพบในท้องท่ี อ้าเภอภูพาน อ้าเภอส่องดาว อ้าเภอเต่างอย และอ้าเภอโคกศรี สุพรรณ โดยป่าท่ีพบส่วนใหญม่ ีลักษณะเป็นป่าผลัดใบ ป่าเตง็ รัง ประเภทป่าแดง และป่าโปร่ง พนั ธ์ุไมท้ ่สี ้าคัญ ท่ีพบได้แก่ ไมเ้ ต็ง ไม้รงั ไมพ้ ลวง ไม้ยาง ไมป้ ระดู่ ไมม้ ะคา่ โมง ไม้มะคา่ แต้ ไมแ้ ดง และไม้ไผ่ปา่ เป็นต้น ตารางท่ี 8 แสดงพืน้ ทป่ี า่ ไม้จังหวัดสกลนคร ปี 2547-2564 ปี พ.ศ. พนื้ ที่ (ตร.กม.) พื้นท่ีปา่ ไม้ (ไร)่ % ของพนื้ ท่จี งั หวดั 2547 2,048.00 1,280,000.00 21.32 2552 1,910.00 1,193,750.00 29.89 2556 1,753.27 1,095,795.99 18.30 2557 1,695.42 1,059,636.98 17.70 2558 1,691.22 1,057,015.20 17.65 2559 1,691.05 1,056,911.95 17.65 2560 1,690.02 1,056,267.17 17.64 2561 1,698.78 1,061,741.10 17.73 2562 1,692.26 1,057,666.76 17.67 2563 1,683.16 1,051,973.24 17.57 2564 1,675.55 1,047,216.23 17.49 หมายเหตุ พน้ื ท่จี ังหวัดสกลนคร 9,605.76 ต.ร.กม. หรอื 6,003,602 ไร่ 1. พืน้ ท่ีปา่ ของประเทศไทย พ.ศ.2547 อ้างอิงจากข้อมลู สถิติกรมป่าไม้ ปี 2552 2. สดั ส่วนพืน้ ท่สี ีเขยี วต่อพื้นทจ่ี งั หวัดสกลนคร - พ้ืนทจ่ี ังหวัดสกลนคร 9,605.76 ตารางกโิ ลเมตร หรือ 6,003,602 ไร่ - พน้ื ทป่ี า่ ไม้จังหวัดสกลนคร ๑,๖75.55 ตารางกิโลเมตร หรอื 1,047,216.23ไร่ (ปี ๒๕64) - พน้ื ทีก่ ารเกษตร 3,035,188.33 ไร่ รวมทั้งสนิ้ 4,082,404.56 ไร่ (พ้นื ทป่ี ่าไม้+พืน้ ท่กี ารเกษตร) - คิดเปน็ สดั ส่วนพื้นท่ีสีเขียวต่อพ้นื ทจ่ี งั หวัดสกลนคร รอ้ ยละ ๖7.99

37 ตารางที่ 9 แสดงขอ้ มูลพื้นที่ ป่าสงวนแห่งชาติ จังหวัดสกลนคร ลาดบั ที่ ชอ่ื ป่าสงวน ขนาดพืน้ ท่ี (ไร)่ 1 ป่าดงจนี และปา่ ดงเชยี งโม 29,931.00 2 ปา่ ดงหม้อทอง 174,093.75 3 ปา่ ดงอบี ่าง ป่าดงค้าพลู และแดงค้ากง้ั 357,218.75 4 ป่าดงผาลาด 212,812.50 5 ป่ากุสมุ าลย์ แปลงหนึ่ง 12,662.00 6 ป่าอ่มุ จาน 35,476.63 7 ปา่ ภลู อ้ มข้าวและป่าภเู พ็ก 221,793.75 8 ป่ากสุ ุมาลย์ แปลงสอง 7,581.50 9 ป่าดงพันนาและป่าดงพระเจ้า 189,365.00 10 ป่าหนองบวั โคง้ 7,700.00 11 ป่าแก่งแคน 48,906.00 12 ปา่ กดุ ไห ป่านาใน และป่าโนนอุดม 170,188.00 13 ปา่ โคกศาลา 6,469.00 14 ปา่ ภวู ง 115,000.00 15 ป่าโคกภู และปา่ นาม่อง 89,688.00 16 ปา่ ดงชมภูพาน และปา่ ดงกะเฌอ 202,063.00 รวมพื้นท่ี 1,880,948.88 ท่มี า : สา้ นักงานทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อมจงั หวดั สกลนคร ข้อมูล ณ 25 มิถนุ ายน 2565 ทงั้ น้ี ในเขตพนื้ ทจี่ ังหวดั สกลนครมีรุกขมรดกของแผ่นดนิ จ้านวน 1 ต้น ไดแ้ ก่ตน้ ยางนาท่ตี ั้งวดั ศรีสะอาด หมู่ที่ 11 บ้านดงมะไฟประชาพัฒนา ต้าบลดงมะไฟ อ้าเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร ต้นยางนาใหญ่มีอายุ มากกวา่ 400 ปี มีเส้นรอบวงขนาด 10 เมตร 30 เซนติเมตร ความสูงจากพน้ื ดินถงึ ปลายยอด 69 เมตร ใช้ คนโอบถงึ 21 คน เปน็ ตน้ ไม้ท่ีมีอายยุ นื ยาวคกู่ ับชาวบา้ นตา้ บลดงมะไฟมาหลายช่วั อายคุ น

38 ภาพท่ี 6 ตน้ ยางนาใหญ่รกุ ขมรดกของแผน่ ดิน

39 1.2 ขอ้ มูลด้านการปกครองของจงั หวัด 1.2.1 การแบ่งเขตการปกครอง ตารางที่ 10 แสดงการแบง่ เขตการปกครองของจังหวัด ปี 2564 (ท่ีมา :ทท่ี ้าการปกครองจงั หวัดสกลนครข้อมูล ณ ธันวาคม 2564) ลาดบั อาเภอ เขตการปกครอง รูปแบบการปกครอง อบต. พืน้ ที่ (ไร)่ ๑ เมอื งสกลนคร ตาบล หมบู่ า้ น อบจ. ทน. ทต. 8 ๕๗๑,๔๗๔ ๒ กุดบาก - ๒๘๔,๓๗๕ ๓ กสุ ุมาลย์ 15 ๑๗๓ 119 5 ๒๘๓,๗๕๐ ๔ ค้าตากล้า ๓ ๔๐ - -4 3 ๒๕๑,๒๕๐ ๕ โคกศรีสุพรรณ ๕ 71 - -๑ 3 ๑๓๒,๕๐๐ ๖ เจรญิ ศิลป์ ๔ ๖๑ - -๒ 5 ๒๕๐,๖๒๕ ๗ เตา่ งอย ๔ ๕๓ - -๑ 4 ๒๐๕,๐๐๐ ๘ นิคมน้าอูน ๕ ๕๙ - -๑ 4 ๑๐๑,๒๕๐ ๙ บ้านม่วง ๔ ๓๒ --- 8 ๕๓๑,๒๕๐ ๑๐ พรรณานิคม ๔ ๒๙ --- 3 ๔๒๑,๑๑๒ ๑๑ พงั โคน ๙ ๙๘ - -๒ 2 ๒๓๙,๘๔๔ ๑๒ โพนนาแก้ว ๑๐ ๑๓๕ - -8 2 ๒๒๐,๐๐๐ ๑๓ ภพู าน ๕ ๖๙ - -4 2 ๔๑๗,๕๐๐ ๑๔ วานรนิวาส ๕ ๕๓ - -3 9 ๖๒๕,๖๒๕ ๑๕ วารชิ ภมู ิ ๔ ๖๕ - -2 2 ๒๙๗,๕๗๘ ๑๖ สวา่ งแดนดิน ๑๔ 183 - -6 11 ๖๐๖,๒๕๐ ๑๗ ส่องดาว ๕ ๗๑ - -๔ - ๑๙๘,๕๙๔ ๑๘ อากาศอา้ นวย ๑๖ ๑๘๙ - -๗ 3 ๓๖๕,๖๒๕ ๔ ๔๖ - -5 74 6,003,602 รวม ๘ ๙๔ - -6 ๑๒4 ๑,๕21 1 1 65 หมายเหตุ ตดั ต้าบลธาตุเชิงชมุ อา้ เภอเมือง ออกเนอื่ งจากมกี ารปกครองแบง่ ออกเปน็ 43 ชุมชน

1.2.2 ขอ้ มลู ประชากร ตารางที่ 11 จานวนประชากรของจังหวัดสกลนคร ปี 2564 (ขอ้ มูล ณ ธนั วาคม 256 ลาดบั อาเภอ จานวนประชากร ปี 256๒ จานวนประ ชาย หญิง รวม ชาย ห ๑ เมอื งสกลนคร 96,858 100,090 196,948 95,305 ๙ ๒ สว่างแดนดิน 75,407 76,198 151,605 ๗๔,๙๗๓ ๗ ๓ วานรนวิ าส 62,943 63,346 126,289 ๖๒,๗๓๕ ๖ ๔ พรรณานคิ ม 40,123 40,612 80,735 ๓๙,๙๐๓ ๔ ๕ อากาศอ้านวย 35,991 35,922 71,913 ๓๕,๙๘๒ ๓ ๖ บ้านม่วง 35,831 35,258 71,089 ๓๕,๖๙๗ ๓ ๗ พังโคน 26,156 26,899 5๓๕3,๖0๙5๗5 ๒๕,๙๕๘ ๒ ๘ วาริชภูมิ 26,137 25,282 49,997 ๒๖,๐๑๕ ๒ ๙ กุสมุ าลย์ 23,847 24,094 47,941 ๒๓,๖๙๕ ๒ ๑๐ เจริญศิลป์ 22,765 22,490 45,255 ๒๒,๖๖๕ ๒ ๑๑ คา้ ตากล้า 20,035 20,043 40,078 ๑๙,๙๘๖ ๒ ๑๒ ภพู าน 18,713 18,370 37,083 ๑๘,๑๕๑ ๑ ๑๓ โพนนาแก้ว 18,461 18,423 36,884 ๑๘,๔๕๓ ๑ ๑๔ โคกศรสี พุ รรณ 17,126 17,385 34,511 ๑๗,๐๖๙ ๑ ๑๕ ส่องดาว 17,699 17,162 34,861 ๑๗,๔๘๕ ๑ ๑๖ กุดบาก 16,612 16,482 33,094 ๑๖,๕๕๗ ๑ ๑๗ เต่างอย 12,190 12,139 24,329 ๑๒,๒๐๘ ๑ ๑๘ นคิ มนา้ อนู 7,448 7,385 14,833 ๗,๔๔๘ รวม 574,342 579,048 1,153,390 ๕๗๐,๒๘๕ ๕๗

40 64) ทมี่ า ทที่ า้ การปกครองจงั หวดั สกลนคร ะชากร ปี ๒๕6๓ ชาย จานวนประชากร ปี ๒๕6๔ หญิง รวม ๙๕,๓๗๕ หญงิ รวม จานวนบ้าน ๙๘,๙๘๙ ๑๙๔,๒๙๔ ๗๔,๘๙๕ ๙๙,๐๑๘ ๑๙๔,๓๙๓ ๗๙,๙๗๔ ๗๕,๙๖๒ ๑๕๐,๙๓๕ ๖๒,๖๘๑ ๗๕,๙๙๗ ๑๕๐,๘๙๒ 37,252 ๖๓,๕๒๘ ๑๒๖,๒๖๓ ๓๙,๘๖๑ ๖๓,๕๒๔ ๑๒๖,๒๐๕ ๓๖,๔๐๙ ๔๐,๕๓๑ ๘๐,๔๓๔ ๓๕,๙๖๑ ๔๐,๕๕๐ ๘๐,๔๑๑ ๒๗,๘๙๓ ๓๖,๐๔๐ ๗๒,๐๒๒ ๓๕,๖๖๖ ๓๖,๐๒๖ ๗๑,๙๘๗ ๒๓,๙๕๐ ๓๕,๑๙๗ ๗๐,๘๙๔ ๒๕,๙๓๐ ๓๕,๒๑๒ ๗๐,๘๗๘ ๒๑,๑๔๙ ๒๖,๖๒๗ ๕๒,๕๘๕ ๒๕,๙๗๑ ๒๖,๖๐๘ ๕๒,๕๓๘ ๒๑,๒๑๘ ๒๖,๗๓๐ ๕๒,๗๔๕ ๒๓,๖๙๗ ๒๖,๗๐๙ ๕๒,๖๘๐ ๑๗,๕๘๖ ๒๓,๙๒๒ ๔๗,๖๑๗ ๒๒,๖๔๗ ๒๓,๙๒๘ ๔๗,๖๒๕ ๑๕,๑๐๘ ๒๒,๔๘๖ ๔๕,๑๕๑ ๑๙,๙๖๒ ๒๒,๕๑๒ ๔๕,๑๕๙ ๑๒,๗๒๓ ๒๐,๑๓๑ ๔๐,๑๑๗ ๑๘,๑๗๐ ๒๐,๑๕๐ ๔๐,๑๑๒ ๑๓,๗๙๐ ๑๗,๘๐๙ ๓๕,๙๖๐ ๑๘,๔๒๘ ๑๗,๗๙๓ ๓๕,๙๖๓ ๑๒,๓๓๘ ๑๘,๔๐๒ ๓๖,๘๕๕ ๑๗,๐๔๘ ๑๘,๔๑๖ ๓๖,๘๔๔ ๑๓,๔๙๑ ๑๗,๓๕๒ ๓๔,๔๒๑ ๑๗,๔๕๒ ๑๗,๓๔๓ ๓๔,๓๙๑ ๑๓,๑๘๕ ๑๖,๙๗๐ ๓๔,๔๕๕ ๑๖,๕๒๖ ๑๖,๙๗๓ ๓๔,๔๒๕ ๙,๒๐๕ ๑๖,๓๗๙ ๓๒,๙๓๖ ๑๒,๒๑๐ ๑๖,๔๐๐ ๓๒,๙๒๖ ๑๐,๖๘๐ ๑๗,๓๕๒ ๓๔,๔๒๑ ๗,๔๓๖ ๑๒,๑๕๓ ๒๔,๓๖๓ ๘,๕๘๐ ๗,๔๓๒ ๑๔,๘๘๐ ๗,๔๐ ๑๔,๘๖๖ ๔,๕๗๘ ๕๖๙,๙๑๖ ๗๖,๖๕๑ ๑,๑๔๖,๙๓๖ ๕๗๖,๗๔๒ ๑,๑๔๖,๖๕๘ ๓๘๗,๖๙๙

41 1.2.3 ระบบบริหารจัดการข้อมูลการพฒั นาคนแบบชี้เปา้ (Thai People Map and Analytics Platform : TPMAP) และการใช้ประโยชน์ในระบบ Logbook TPMAP ระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบช้ีเป้า (TPMAP) สามารถใช้ระบุปัญหาความยากจน ในระดับบุคคล ครัวเรอื น ชมุ ชน ทอ้ งถ่นิ /ท้องท่ี จงั หวดั ประเทศ หรอื ปัญหาความยากจนรายประเด็น ซงึ่ ท้าให้ การแกป้ ัญหาตรงกบั กลุ่มเปา้ หมายมากข้นึ และสามารถออกแบบนโยบาย โครงการในการแกป้ ัญหาให้ตรง กบั ความต้องการหรือสภาพปัญหาได้ โดยส้านักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติร่วมกับศูนย์ เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ได้พัฒนาระบบ TPMAP และ Logbook TPMAP เพ่อื ใช้เปน็ ข้อมูลการพฒั นาคน ทีม่ าของข้อมูล TPMAP ใชข้ อ้ มูลความจ้าเป็นพน้ื ฐาน (จปฐ.) และขอ้ มูลผู้ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ มายืนยันซึ่งกันและกัน หรืออีกนัยหน่ึง \"คนจนเป้าหมาย\" ใน TPMAP ก็คือคนจนใน จปฐ. ที่ไปลงทะเบียน สวัสดิการแห่งรัฐ โดยได้ก้าหนดมิติของความยากจน ออกเป็น 5 มิติ ได้แก่ 1. ด้านสุขภาพ 2. ด้านความเป็นอยู่ 3. ด้านการศกึ ษา 4. ด้านรายได้ 5. ดา้ นการเขา้ ถึงการบริการของรัฐ ข้อมูลครัวเรือนระบบ TPMAP ส้านักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดเผยให้ บคุ คลท่ัวไปสามารถเขา้ ดไู ด้ ทางเว็บไซต์ www.TPMAP.in.th ประโยชนข์ องระบบ TPMAP 1) น้ามาใช้ช่วยแก้ปัญหาความยากจนได้โดยสามารถใช้ช่วยระบุปัญหาที่เกี่ยวกับความยากจน โดยสามารถใช้ตอบค้าถาม 3 ข้อ ได้แก่ คนจนอยู่ท่ไี หน คนจนมปี ัญหาอะไร จะพน้ ความยากจนได้อย่างไร 2) สามารถเปรยี บเทียบขอ้ มูลปีต่อปี ทา้ ให้เห็นสภาพปญั หาว่ามที ิศทางปรับลดหรือรนุ แรงมากข้ึน เพยี งใด ซง่ึ สามารถน้ามาใช้ประเมนิ ปัจจัยที่อาจส่งผลต่อปัญหาดงั กล่าว หรอื ประเมนิ ประสทิ ธภิ าพของนโยบาย ทีเ่ กดิ ข้นึ ในช่วงเวลานั้นได้ ซึง่ จะชว่ ยให้การแกป้ ัญหาตรงจดุ และเลือกนโยบายไดม้ ีประสิทธภิ าพมากย่งิ ขน้ึ 3) ข้อมูลทไี่ ดจ้ ะเป็นประโยชน์กบั ผูก้ ้าหนดนโยบาย และหนว่ ยงานแก้ไขปญั หาในพืน้ ที่ให้สามารถ ออกนโยบายและปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหาได้ตรงจุด โดยในอนาคต TPMAP จะผนวกรวมข้อมูลจากมิติอื่นๆ เพ่มิ เติม เพ่ือใหก้ ารวเิ คราะห์ครอบคลุมและแมน่ ยา้ ขึ้น จงั หวัดสกลนคร มีครัวเรือนทไ่ี ม่ผ่านเกณฑ์ชว้ี ดั ความยากจน ในระบบ TPMAP Logbook จา้ นวน 7,495 ครวั เรอื น และมคี นจน จา้ นวน 12,406 คน (ข้อมลู ณ 30 พฤษภาคม 2565) แยกตามอ้าเภอ ดังนี้ ตารางที่ 12 ครวั เรอื นทไี่ มผ่ ่านเกณฑ์ชวี้ ัดความยากจน ในระบบ TPMAP Logbook ท่ี อาเภอ ครัวเรอื นยากจน จานวนคนจน 1 กดุ บาก 401 691 2 กสุ มุ าลย์ 87 131 3 พรรณานคิ ม 53 71 4 คา้ ตากล้า 139 224 5 โคกศรสี พุ รรณ 13 16 6 เจรญิ ศิลป์ 616 1,009 7 เตา่ งอย 325 515 8 นคิ มน้าอนู 212 343 9 โพนนาแกว้ 255 374 10 ภูพาน 726 1,309 11 เมืองสกลนคร 1,049 1,733

42 ท่ี อาเภอ ครัวเรอื นยากจน จานวนคนจน 12 วาริชภมู ิ 46 70 13 สวา่ งแดนดนิ 14 ส่องดาว 1,704 2,776 15 อากาศอา้ นวย 305 547 16 บา้ นมว่ ง 207 360 17 พังโคน 73 119 18 วานรนิวาส 81 143 1,203 1,975 รวม 7,495 12,406

1.2.4 ข้อมลู ด้านแรงงาน (ทม่ี า : ส้านกั สถิตจิ งั หวัดสกลนคร) ตารางท่ี 13 ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป จาแนกตามสถานภาพแรงงาน และเพศ เปน็

43 นรายภาค พ.ศ. 2563 ท่มี า : สานกั งานสถิติจงั หวัดสกลนคร ณ ธนั วาคม 2565

ตารางที่ 14 ประชากรอายุ 15 ปีข้นึ ไป จาแนกตามสถานภาพแรงงาน เป็นรายไตรม