แบบบนั ทกึ องคค์ วามรู้รายบคุ คล 1.ชื่อองคค์ วามรู้ “การดาเนินงานขบั เคล่ือนหมู่บา้ นเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ” 2. ชอ่ื เจ้าขององค์ความรู้ นางสาวมลฤดี คาจันทร์ นกั วิชาการพฒั นาชุมชนชานาญการ 3. องคค์ วามรู้ทบี่ ่งชี้ หมวดที่ 1 เทคนคิ การสร้างและพฒั นาผู้นาในการขบั เคลื่อนสัมมาชพี ชุมชน หมวดที่ 2 เทคนคิ การพัฒนาหมู่บา้ นเศรษฐกจิ พอเพียง หมวดท่ี 3 เทคนิคการแก้ไขปญั หาความยากจน หมวดที่ 4 เทคนิคการเพิ่มศักยภาพผผู้ ลติ ผู้ประกอบการหนง่ึ ตาบลหน่งึ ผลติ ภัณฑ์ (OTOP) สู่ การพัฒนายกระดบั มาตรฐานผลิตภณั ฑ์ หมวดท่ี 5 เทคนคิ การสง่ เสรมิ ช่องทางการตลาดหนงึ่ ตาบลหน่ึงผลติ ภัณฑ์ (OTOP) หมวดที่ 6 เทคนิคการเช่ือมโยงเสน้ ทางการท่องเทยี่ ว OTOP นวัตวิถี หมวดท่ี 7 เทคนคิ การสง่ เสรมิ กองทนุ ชมุ ชนให้เกิดการบรหิ ารงานตามหลักธรรมาภิบาล หมวดที่ 8 เทคนิคการเสริมสร้างองคก์ รให้มีสมรรถนะสงู (เปน็ บุคลากรทันสมยั พัฒนาองค์กร) 4. ที่มาและความสาคัญในการจดั ทาองค์ความรู้ โครงการพัฒนาหมบู่ ้านเศรษฐกิจพอเพยี งตน้ แบบเป็นโครงการทีส่ ่งเสริมการใชห้ ลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงในการพัฒนาหมู่บ้าน โดยให้หมู่บ้านมีระบบการบริหารจัดการชุมชนด้วยการนาหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงมาใช้เป็นแนวทางการจัดกิจกรรมสาหรับปรับเปลี่ยนระบบคิดเพ่ือเสริมสร้างวิถีชีวิตที่ เหมาะสมเปน็ ชุมชนท่ีเขม็ แขง็ สามารถพ่ึงตนเองได้ และกรมการพฒั นาชุมชน ได้ตระหนักถึงความสาคัญในการ หมู่บ้านเป้าหมายในการพัฒนาเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ คือ บ้านโคกสะอาด หมู่ท่ี 7 ตาบลโคกนาโก อาเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร เป็นหมู่บ้านท่ีได้รับการส่งเสริมคนในชุมชนมีการปลูกผักสวนครัว ร้ัวกินได้ซึ่งทาให้เกิดรายได้ในชุมชนและสอดคล้องกับโครงการพัฒนาหมู่บ้ านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ สานักงานพัฒนาชุมชนอาเภอป่าติ้วจึงได้ให้การสนับสนุนและส่งเสริมการขับเคลื่อนโครงการขยายผลหมู่บ้าน เศรษฐกิจพอเพียงตน้ แบบปีงบประมาณ 2563 จะเห็นได้ว่าทุกครัวเรือนในหมู่บ้านมีการปลูกผักสวนครัวไว้กินเอง โดยไม่ต้องซ้ือ มีการแบ่งปันซ่ึงกัน และกนั ครัวเรอื นมีอาชีพเสรมิ ชุมชนมีความรักสามัคคี มกี ารช่วยเหลอื ซึง่ กันและกัน จากการเข้าร่วมเวทีแลกเปลี่ยนเรยี นรู้ในหมบู่ ้าน ได้ค้นหาปัญหา อุปสรรค ของหมู่บ้านพบว่าชมุ ชนยัง ขาดการเรียนรู้จะพัฒนาตนเอง ขาดการพัฒนาชุมชนให้เกิดความย่ังยืน เช่นปัญหาต้นทุนการผลิตสูง เช่นการ ใชป้ ยุ๋ เคมี ชมุ ชนยังขาดอบายมขุ เช่นการดม่ื สุรา การสูบบุหร่ี เป็นต้น การจดั การความรู้ การดาเนนิ งานขับเคล่ือนหมู่บา้ นขยายผลเศรษฐกจิ พอเพยี งต้นแบบ มขี ัน้ ตอน ดังน้ี 1. ขนั้ ตอนการเตรียมตัว 1. กาหนดเป้าหมายการดาเนนิ งานโครงการขยายผลหมบู่ า้ นเศรษฐกจิ พอเพียง 2. เขา้ รว่ มฝึกอบรมโครงการขยายผลหมบู่ า้ นเศรษฐกิจพอเพยี งตน้ แบบในระดบั จงั หวัด รว่ มกบั แกนนา 3. ศกึ ษารายละเอียดแนวทาง ขนั้ ตอน กระบวนการ เป้าหมาย วตั ถปุ ระสงค์ รว่ มกบั รว่ มกบั เจ้าหนา้ ที่พัฒนาชุมชนอาเภอป่าตว้ิ 4. จัดเตรียมเอกสาร/วัสดุอุปกรณใ์ นการจดั ประชมุ กลมุ่ เปา้ หมาย
-2- 1. ข้ันตอนดาเนินการ 1. ประชุมชี้แจงและทาความเข้าใจให้กับหมู่บ้านในการดาเนินงานหมบู่ ้านขยายผลเศรษฐกิจพอเพียง ตน้ แบบ 2. สร้างแกนนาในการขับเคล่ือนกิจกรรม ซ่ึงประกอบด้วย กานัน ผู้ช่วย สมาชิก อบต. กรรมการ หมู่บ้าน ประธานกลุ่มอาชีพ และคัดเลือกคนในหมู่บ้านจานวน 2 คน เพื่อเข้าร่วมอบรมสร้างแกนนาหมู่บ้าน ขยายผลเศรษฐกจิ พอเพยี ง 3. คัดเลือกครัวเรือนเป้าหมาย โดยดาเนินการจัดเวทีประชาคมคัดเลือกครอบครัวพัฒนา จานวน 30 ครัวเรือน โดยพิจารณา - มคี วามสมคั รใจท่ีจะเข้าร่วมโครงการ -ให้ชาวบ้านมีสว่ นร่วม 4. การขบั เคล่อื นหมบู่ า้ นขยายผลเศรษฐกจิ พอเพียงตน้ แบบ มีกิจกรรมคือ กิจกรรมที่ 1 สัมมนาการเรยี นรูว้ ิถชี วี ติ เศรษฐกิจพอเพยี ง วธิ ีการคอื - ประชุมเชิงปฏิบัติการ/สัมมนา เป็นผู้แทนครอบครัวพัฒนา ให้เรียนรู้วิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง ระยะเวลา 1 วัน กลุม่ เป้าหมาย 30 คน กิจกรรมท่ี 2 สร้างเสริมประสบการณ์พัฒนาชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงจากแหล่งเรียนรู้ต้นแบบ ดาเนนิ การ 1 วัน วิธกี าร คอื - ผู้แทนครอบครัวพัฒนา ศึกษาดูงานประสบการณ์การพัฒนาวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง จากแหลง่ เรียนรู้ตน้ แบบ กจิ กรรมที่ 3 ส่งเสริมการจัดทาแผนชวี ติ และแผนชุมชน ดาเนนิ การ 1 วนั ดังน้ี - มีการประเมินสภาพหมบู่ ้านตามแบบของกระทรวงมหาดไทย (4 ด้าน 23 ตัวชี้วัด) - ประชุมแกนนาหมู่บ้านสาธิตกิจกรรมการดารงชีวิตตามแนววิถชี ีวิตเศรษฐกิจพอเพียงท่ีได้ กาหนดในแผนพัฒนาครอบครวั (แผนชวี ติ ) หรือแผนพัฒนาหมู่บา้ น ตามมติทจ่ี ัดเวทขี องกลมุ่ เป้าหมายทีต่ กลง กันไว้ กิจกรรมท่ี 4 การขบั เคลือ่ นกิจกรรมพัฒนาวถิ ีเศรษฐกจิ พอเพยี ง - สนับสนุนการปรับวิถีชีวิตตามแผนชุมชน โดยการจัดซื้อวัสดุท่ีสอดคล้องกับความต้องการ ของหม่บู า้ นและกลมุ่ เปา้ หมายที่ต้องการ 5. ปัญหาท่พี บและแนวทางการแกไ้ ขปัญหา 1. ระยะเวลาในการดาเนนิ งานถูกกาหนดโดยกรอบของงบประมาณ ทาใหต้ ้องเรง่ รัดในการ ดาเนินโครงการ เพราะการพัฒนาต้องดาเนนิ การอยา่ งต่อเนอ่ื งและใช้เวลา 2. การสร้างทัศนคติในการพึ่งพาตนเองและการบริหารจัดการชีวิต ครอบครัว ชุมชนภายในหลัก ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง ยังมีคนไม่เข้าใจ ยังต้องพง่ึ พิงหน่วยงานตา่ งให้การสนับสนนุ อยตู่ ลอดเวลา 3. การสร้างทศั นคติในการพง่ึ พาตนเองและบรหิ ารจัดการชีวติ ครอบครวั ชมุ ชน ภายในหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ยังมีคนท่ียังไม่เข้าใจ มักจะให้หน่วยงานราชการต้องช่วยสนับสนับสนุนอยู่ ตลอดเวลา 4. การกาหนดกิจกรรมอย่าให้มากเกินไป และควรมีงบประมาณสนับสนุนกิจกรรมที่เป็นความ ตอ้ งการของชุมชน 6. ประโยชน์ขององค์ความรู้ 6.1 นาไปใช้ในการปฏบิ ตั ิงานใหม้ ปี ระสทิ ธิภาพบรรลุวตั ถปุ ระสงค์ 6.2 เป็นแนวทางในการปรับปรุงการทางานที่เห็นอย่างชัดเจน เป็นรูปธรรม เพิ่ม ประสิทธภิ าพและประสทิ ธิผลในการทางาน
-3- 6.3. เปน็ แนวทางในการขยายผลและขบั เคลอื่ นหมู่บา้ นเศรษฐกจิ พอเพียงในระดับตา่ งๆ 6.4. เปน็ การประชาสัมพันธผ์ ลงาน และแลกเปล่ียนองคค์ วามรู้ใหบ้ คุ คลในหน่วยงานเขา้ ถึง และใช้ประโยชน์ผ่านช่องทางตา่ งๆ 7. เทคนคิ ในการปฏบิ ัติงาน 7.1 การสร้างทีมงานเป็นสิ่งสาคัญมากในการทางานให้ประสบผลสาเร็จเพราะการทางานพัฒนา ชุมชนเป็นงานท่ีใช้หลัก “การมีส่วนร่วม” ในทุกระดับภาคส่วนท้ังจากภาครัฐ องค์กรภาคประชาชน เช่นสานักงานเกษตรอาเภอ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย องค์การบริหารส่วนตาบล ชมรมอาสาพัฒนาชุมชน คณะกรรมการพัฒนาสตรีอาเภอ ศูนย์ประสานงานองค์การชุมชนอาเภอ และ ประชาชน 7.2 การประสานงาน เป็นการบูรณาการทางานร่วมกับผู้นาชุมชน แกนนากลุ่มองค์กรชุมชนแกนนา กลุ่มองค์กรเครือข่าย ทีมงานภาคีการพัฒนาระดับตาบล/อาเภอ เพื่อค้นหาข้อมูล รวบรวมผลงานของกลุ่ม องคก์ รตา่ งๆ จัดทาเอกสารความรใู้ นการขยายผลสู่หมูบ่ า้ นอืน่ 7.3 ผู้นาชุมชนมีศักยภาพและมีภาวะผู้นา เสียสละ มีการบริหารจัดการหมู่บ้านท่ีดีประกอบด้วย ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อบต. ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรี (กพสม.) ประธานกลุ่มองค์กร ตัวแทนครัวเรือน พัฒนา ๓๐ ครัวเรือนและประชาชน มีความเข้มแข็ง มีความพร้อม มีความสามัคคี ในการเข้าร่วมการพัฒนา หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ
Search
Read the Text Version
- 1 - 3
Pages: