Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เอกสารประกอบการเรียน ท้องถิ่น 1

เอกสารประกอบการเรียน ท้องถิ่น 1

Published by nanthan.nan1974, 2022-08-05 07:50:41

Description: เอกสารประกอบการเรียน ท้องถิ่น 1

Search

Read the Text Version

2. ความเปนอยูของคนโคราช คนโคราชมวี ฒั นธรรมชีวติ ความเปนอยู ท่บี ง บอกความเปนโคราชท่โี ดดเดน เชน มีบานโคราช ภาษา โคราช และเพลงโคราช เปนตน สภาพบา นเรือนโคราชในอดีตเปนบานใตถุนสงู ใตถนุ เปนท่ีพักผอนในยาม กลางวนั ตวั บา นมหี อ งนอน หอ งโถง นอกชาน มีเรอื นครัว ซง่ึ อยแู ยกกับตัวบา น โดยมีนอกชานเปนตัวเช่ือม บริเวณบา นมตี น ไมทงั้ ไมใหญ เชน ไมผล ละมุด ฝรง่ั มะมว ง ไมด อก ไมป ระดับ ซึ่งเปนไมไทย กลิ่นหอม เชน จำป จำปา ชมนาด มณฑา ยี่หุบ ราชาวดี ยี่เขง กระดังงา สายหยุด พุดซอน พุทธชาด เปนตน ขางบาน ขางบันได มคี างพลู ซึ่งเกบ็ รบั ประทานกบั หมากไดงา ย หลังบา นมพี ชื ผักสวนครวั และสมนุ ไพร บานท่ีเปนขุนนาง หรอื ผูมฐี านะมบี รเิ วณบานที่กวา งขวาง จะมสี ระนำ้ บอ นำ้ สำหรับเก็บน้ำไวใชอาบ และซักลาง หากบานที่ไมมีบอน้ำ สระน้ำ ก็จะไปตักน้ำมาใชจากสระประจำเมือง เชน สระบัว สระขวัญ สระแกว สระแมว หรือสระในวัด เชน สระวัดกลาง สระวดั อิสาน เปนตน นอกจากนีย้ ังมียุงขาว ครกกระเดือ่ ง ซึ่งจะตำขาวตำพรกิ ไดสะดวก รั้วบานอาจเปนเสาไมเรียงตอกัน หรือปลูกพรรณไมดอก ไมกินได ซึ่งไมจำเปนตองมั่นคงแข็งแรงนัก สามารถเดินลัดเลาะติดตอเพื่อนบานได สะดวก ชีวิตความเปนอยูของครอบครัวคนโคราช ก็มีลักษณะเชนเดียวกับครอบครัวในสังคมเมืองอื่น ใน ครอบครวั ประกอบดว ย ปู ยา ตา ยาย พอ แม ลกู หลาน บางครอบครวั อยบู านเดียวกนั บางครอบครัวอยู คนละหลังแตอยูในบริเวณเดียวกัน มีบาน พี่ ปา นา อา อยูรอบ ๆ ชุมชนในหมูบานเรียกวา ซมุ (ไมเรียก คุม) การต้งั ช่ือซมุ อาจตง้ั ตามสถานทีส่ ำคัญ เชน วัดตัวอยา ง เชน ชมุ ชนเมอื ง มซี ุมวัดบรู พ ซุมวัดอิสาน ซุม วดั พายพั เปนตน ตั้งชอ่ื ตามสง่ิ ที่เปนชนิดเดน ไดแ ก พืชพรรรณทม่ี ีในธรรมชาติ เชน ซุมบา นกลวย เปนซุม ใหญ อาจแบงเปนซมุ ยอย ๆ ตามทิศทาง อาทิ ซุมบานหัวนอน ซมุ บานปะตนี เปน ตน ดงั นัน้ หากยอนกลับมาเรียก ชมุ ชนเปน ซุม\" แทน คุม เพอ่ื ชวยกันสืบทอดรากเหงาดั้งเดิมของภาษา ก็จะเปนวธิ ีหนึง่ ท่ีจะรกั ษาวฒั นธรรมโคราชได ชวี ติ ในครอบครัวมี ปู ยา ตา ยาย เปน หลัก ชวยดแู ลลกู หลาน ยามค่ำคนื ทานกจ็ ะเลานิทานซึ่งเปนคติ ความเชื่อ คณุ ธรรม ซง่ึ มงุ ประเด็นสอนลูกหลานใหทำความดี เปนคนดี ลูกหลานก็ชว ยตำหมาก บีบ นวด ซ่ึง แสดงถึงความเอาใจใสตอญาติผูใหญบุพการี เปนการกลอมเกลาจิตใจ เปนผูใหและผูรับ ปู ยา ตา ยาย พา ลูกหลานไปทำบุญที่วัดเพื่อสืบทอดศาสนา ในวันประเพณีตาง ๆ เชน วันสงกรานต พอแมพาลูกหลานรดนำ้ ขอพรผูใหญ หากบุพการีเสียชีวิตลูกหลานผูชายก็จะบวชหนาไฟให เพื่อเปนการแสดงความเคารพและสราง กศุ ลใหบ พุ การี พอ แม นำลูก หลานทำกิจกรรมในบา น เชน แมส อนลูกสาว หุงขา ว ทำอาหาร เย็บปกถักรอย พอสอน งานอาชีพ งานไม งานของผูชาย ที่จะเปนผูนำครอบครัวในอนาคต ครอบครัวท่ีมีลูกหลายคน พี่จะชวยเลี้ยง นอง พี่ไปเลน หากนองยงั เดินไมไดก็ใหขี่กุง ไปเลน ปจจุบันครอบครัวสวนใหญ เปนครอบครัวเด่ียว สายใยท่ี เคยเหนยี วแนน ก็คลายไป สภาพที่กลาวมาขางตน สังคมชนบทที่เปนสังคมเกษตรยังพอมีปรากฎใหเห็นบาง แตสังคมที่กำลัง เปล่ยี นแปลงมาเปนสงั คมอุตสาหกรรม คนรุนใหมทำงานในโรงงาน ปู ยา ตา ยาย ถกู ทิ้งใหโดดเด่ียวแหงแลง คอยการกลับของลูกหลาน และสังคมเมืองโคราชก็เปลี่ยนแปลงไปตามวิถีทางที่เรานำเอาทรัพยากรมาใช พัฒนาความเจริญทางวัตถุ แตส ิ่งทอี่ ยากใหค งถาวรคือ สายสมั พันธใ นครอบครวั ที่บง บอกความเปน คนโคราช - คนไทย ~ 51 ~

3. นามสกลุ ของคนโคราช ผศ.กมลทพิ ย กสิภาร พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหวั ทรงประกาศพระราชบัญญัติขนานนามสกลุ ขึ้น ณ วันที่ 22 มีนาคม พุทธศักราช 2455 และประกาศใชตั้งแตวันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2456 โดยทรงมีพระราช ประสงคเพอื่ ให 1. นามสกุล เปนหลักของการสืบเช้ือสายตอ เนื่องกันทางบิดา ผูใหกำเนิดเปนศักดิ์ศรี และแสดงสาย สัมพนั ธใ นทางรวมสายโลหิตของบุคคล 2. นามสกลุ กอใหเกดิ ความเปนหมูเปน คณะ สงเสริมความรักความสามคั คีระหวา งเครือญาติ ตง้ั แตคน ชั้นสงู ตลอดชั้นตำ่ ทว่ั ไป 3. นามสกุล เปรียบเสมือนคุณลักษณะของบุคคลแตละเผาพันธุ สวนมากมักสรางแนวจูงใจผูเปน เจาของนามสกุล ตลอดเครือญาตใิ นสกุลใหสำนึกในความดีช่วั ใหเกิดความนิยมในอันท่จี ะดำเนนิ ชีวิตเจริญรอย ตามวิชาชีพและความมีชื่อเสียง อันเปนที่มาแหลงมงคลนามของบรรพบุรุษผูตนตระกูล นามสกุลนั้นเปน ประดจุ ธงชัยเฉลิมศกั ด์ิศรีของคนในสกุล ใคร ๆ กย็ อมเชดิ ชูและระมดั ระวังท่ีจะไมใหมีมลทนิ เสือ่ มเสีย เปนวิธี ปอ งกนั ความชั่วชาท่ีจะเกิดแกหมูคณะไดเปน อยางดีในทางออม คงจะเห็นอยบู อย ๆ ท่ีใครประพฤติปฏิบัติชั่ว รา ยเลวทราม กม็ ักจะถกู ตราฆาชอื่ ถงึ ถกู ขบั ไลไ มใ หใชสกุลรวมกนั ก็เคยมี เมื่อพระราชบัญญัติขนานนามสกุลไดประกาศใชแลว ประชาชนคนไทยตางก็คิดหานามสกุลของตน บา งขอพระราชทานนามสกุล และบา งกช็ ว ยกนั คดิ ตงั้ ข้ึนเอง บางนามสกลุ ไดมาจากชาติกำเนิด บางทีก็มาจาก อาชีพทป่ี ระกอบอยู นามสกุลคนโคราชมีนามสกุลซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัวโปรดเกลาฯ พระราชทาน อาทิ อนิ ทโสฬส อนิ ทะกนก อินทรกำแหง วัชระคปุ ต เหมนิธิ ชาตะวราหะ ชาตยานนท ศกุ ระสยู ะ รัตนเนนย จิตะสมบตั ิ (ขอพระราชทาน) เปน ตน การนำบรรดาศักด์ิมาตงั้ เปน นามสกุลกม็ ี เชน วิโรจนจ รรยา สุบงกช คงฤทธศิ์ กึ ษากร คนโคราชนยิ มต้ัง นามสกุลตามภูมิลำเนาที่เกิดหรืออยูอาศัยใชชื่อตำบล อำเภอ หรือหมูบานเปน สวนทายของนามสกุล เชน \"งามกระโทก\" คำวากระโทกที่อยูสวนทายนั้นบอกใหรูวาบุคคลผูมีนามสกุลเชนนี้ คือคนที่มีภูมิลำเนาอยู อำเภอโชคชยั ทเี่ ดิมเรยี กวา \"กระโทก\" นามสกุลสวนท่ีอยตู อนตน อาจไดม าโดยวิธีตา ง ๆ ดงั น้ี 1. นำชอ่ื ปูย าตายาย หรอื พอ แมของตนมาตงั้ เปนสว นตน แลวตอดว ยชอ่ื หมูบา นหรือ ตำบล อำเภอ เชน ปชู อ่ื พรม บา นอยูบานพะเนาว จะไดนามสกลุ วา พรมพระเนาว 2. ตงั้ จากกิรยิ าอาการของบุคคลผูทีจ่ ะขอนามสกุลเชน เดนิ ทางรม เขา ไปหาเจา หนา ที่ ผูออกใบสำคญั ตั้งนามสกลุ ให ภมู ิลำเนาอยูบ านสูงเนนิ เจาหนาท่ีก็จะตั้งนามสกุลใหวา รม สงู เนิน ~ 52 ~

3. ตั้งตามลักษณะเฉพาะ หรือ เอกลกั ษณประจำตัวของผทู จ่ี ะขอนามสกุล เชน นายจนั ทร ไปไหน ชอบถอื จอบ จนชาวบานเรียกท้ังชื่อตวั และลกั ษณะประจำตัววา จนั ทรจ อบ เมอ่ื ไปขอนามสกุล เจา หนาที่ทราบ วา อยตู ำบลโพธิ์กลาง ก็จะไดน ามสกุลวา จอบโพธิก์ ลาง 4. ตง้ั ตามใจเจา หนา ท่ี เชน เจา หนา ท่ีคดิ ถึงตนไม กจ็ ะนำสว นตาง ๆ ของตนไม เชน กง่ิ ใบ ดอก ผล ราก มาต้งั เปนสวนตวั ของนามสกุล ตอ ทายดว ยถิ่นที่อยลู งไปเปน ก่งิ กระโทก ใบกลาง ดอกจันทกึ ผลสนั เทียะ รากพุดซา เปนตน ตอไปนีเ้ ปน ตวั อยา งนามสกลุ ของคนโคราช 1. อำเภอเมือง ตำบลในเมอื ง ตวั อยาง กอนในเมอื ง งามในเมอื ง ลอมในเมอื ง เถียรในเมือง ชำนาญในเมอื ง ถนอมในเมอื ง ตำบลโพธก์ิ ลาง ตัวอยาง เวชโพธก์ิ ลาง เลศิ โพธก์ิ ลาง ตังโพธ์กิ ลาง ตำบลหวั ทะเล ตัวอยาง จาบทะเล พุดทะเล สาทะเล หาญทะเล เกิดทะเล โยงทะเล ตำบลมะเริง ตัวอยา ง จอมมะเริง ศรีมะเริง เรอื งมะเรงิ ตำบลพดุ ซา ตวั อยา ง ดพี ดุ ซา ใบพุดซา รากพุดซา ตำบลพลกรงั ตวั อยาง สดพลกรงั เดชพลกรัง ดวงพลกรงั สวา งพลกรงั ประเสริฐพลกรัง ถนอมพลกรัง ตำบลปรใุ หญ ตวั อยาง ศรีปรุ สินปรุ บรรจงปรุ เจรญิ ปรุ เขม็ ทองปรุ ตำบลบา นใหม ตวั อยาง สกลุ ใหม ใสใหม ฤทธ์ใิ หม ปานใหม นามใหม ตำบลโคกสูง ตัวอยา ง แววโคกสูง รมโคกสูง โนนโคกสูง ถ่นิ โคกสงู ดาวโคกสงู ฝา ยโคกสงู สูบโคกสงู ~ 53 ~

ตำบลจอหอ ตวั อยา ง เกิดจอหอ แกวจอหอ จอมจอหอ ภกั ดีจอหอ ผันจอหอ นิลจอหอ ตำบลบา นโพธิ์ ตวั อยา ง บานโพธิ์ ยุงชมโพธิ์ อยโู พธ์ิ นอนโพธ์ิ แกวโพธ์ิ ตำบลบา นโคกกรวด ตัวอยา ง ชมโคกกรวด เขาโคกกรวด โมโคกกรวด ดีโคกกรวด ตำบลบานเกาะ ตวั อยา ง จำเกาะ พวกเกาะ จอมเกาะ ในเกาะ แจบเกาะ ตำบลหมืน่ ไวย ตัวอยาง อินโมหม่ืนไวย แจงหมืน่ ไวย ในหมืน่ ไวย พงษหมื่นไวย เพยี หมน่ื ไวย ศรหี มืน่ ไวย ตำบลพะเนาว ตวั อยาง จันขาวพะเนาว ดีนวลพะเนาว เสือมาพะเนาว ตำบลหนองจะบก ตวั อยาง ไกรจะบก เจริญจะบก โคกจะบก แยมจะบก 2. อำเภอปก ธงชัย ตำบลเมืองปก ตวั อยาง ชุมเมอื งปก ฉัตรเมอื งปก รมเมืองปก ฉ่ำเมอื งปก เคลือ่ นเมืองปก ตำบลตะคุ ตวั อยา ง เลศิ ตะคุ เจริญตะคุ แสงตะคุ ตำบลตะขบ ตวั อยาง บนตะขบ งามตะขบ ลอยตะขบ ตำบลงว้ิ ตัวอยา ง แววฉิมพลี ผลฉิมพลี ใจฉมิ พลี โรจนฉิมพลี ตำบลตูม ตวั อยาง ขำพรหมราช เดชพรหมราช ตำบลสะแกราช ตวั อยา ง ไฝกงิ่ ระวงั ก่งิ รวยก่ิง ดีก่งิ ~ 54 ~

ตำบลดอน ตวั อยาง ขอดอน นอดอน บนิ ดอน ไกลดอน แขดอน ตำบลสำโรง ตัวอยา ง เชยสำโรง งามสำโรง ดีสำโรง บา นจะโปะ ตัวอยาง ผนั จะโปะ ฉุนจะโปะ สำราญจะโปะ เกดิ จะโปะ บานหนองผกั แวน ตัวอยา ง วเิ วชผกั แวน สีผกั แวน กินผกั แวน แอมผักแวน บานจังหรดี ตัวอยา ง จว๋ิ จังหรดี แอบจังหรีด ซิงจงั หรีด 3. อำเภอโนนไทย ตำบลสันเทียะ ตวั อยาง โกนสันเทยี ะ ดอกสนั เทียะ หันสันเทยี ะ บอนสนั เทียะ ภาคสันเทียะ แกนสนั เทียะ ตำบลคางพลู ตวั อยาง เกตุคางพลู แปน คางพลู เงนิ คา งพลู แอบคางพลู ตำบลพังเทยี ม ตัวอยาง หลงพังเทยี ม งามพังเทียม ชางพังเทียม ผิวพงั เทยี ม ตำบลดานจาก ตวั อยาง มณดี า นจาก ไหลดานจาก โซดานจาก แขดา นจาก ตำบลสายออ ตวั อยาง เผน สายออ โลกสายออ หวงสายออ เงนิ สายออ ตำบลกำปง ตัวอยาง เสง็ กำปง ใสกำปง สุขกำปง โบกกำปง สวา งกำปง ตำบลพันดุง (ปจ จุบันขนึ้ กบั อำเภอขามทะเลสอ) ตัวอยาง โมพนั ดงุ เกพันดงุ เกดิ พันดุง โตพนั ดงุ ~ 55 ~

4. อำเภอสูงเนนิ ลงทา ยดว ยคำวา \"สงู เนนิ \" ทง้ั หมด เชน หวานสงู เนนิ เกีย้ วสูงเนิน ไขสูงเนิน รอสงู เนนิ เราสงู เนนิ ศรสงู เนนิ แจงสูงเนิน บัตรสงู เนนิ เดชสูงเนนิ ทพิ ยส งู เนิน อาจสูงเนิน เช่อื งสงู เนิน โบสูงเนิน สรอยสูง เนนิ เจริญสงู เนิน อน สูงเนนิ โชตสิ ูงเนิน 5. อำเภอสีควิ้ เดิมเปน ตำบลหน่ึงของอำเภอจันทึกหรือเมอื งจนั ทกึ นามสกลุ จงึ ลงทายวา \"จนั ทึก\" เชน แถวจนั ทกึ แอบจนั ทึก โกฏิจนั ทกึ ศรจี ันทกึ โกจนั ทึก เหมจันทกึ วงศจ นั ทกึ นามสกุลน้ีแพรไ ปถึงปากชองซงึ่ เคยเปน หมูบา นหนึง่ ของอำเภอจนั ทึก และมใี นบางสวนของอำเภอสูงเนนิ เพราะเขตตดิ ตอกัน 6. อำเภอโชคชยั เดิมชอื่ อำเภอกระโทก สว นทายของสกุลจงึ ลงทา ยวา \"กระโทก\" ท่ีอำเภอนีม้ ี ลกั ษณะเฉพาะในการ ตง้ั นามสกุล คอื จะต้ังเรยี งลำดับอักษร ตง้ั แต ก ถงึ ธ ตามระยะหา งจากตวั ทีว่ า การอำเภอ เร่มิ จาก ก ซงึ่ อยู ใกลอ ำเภอทสี่ ุด ถา ใครมีนามสกุลเปน อักษร ฮ เชน ฮยุ กระโทก แสดงวาบา นอยูไกลจากตัวอำเภอสุดกู การ ต้ังนามสกุลเชน น้ี ทานวามปี ระโยชน สำหรับการปกครองทองที่ ตวั อยา งนามสกุล แหวกกระโทก กง่ิ กระโทก ทองกระโทก เวยกระโทก วะกระโทก มองกระ โทก เหิมกระโทก ไฮกระโทก อ่มิ กระโทก เพิ่มกระโทก ไหมกระโทก เกลีย้ วกระโทก พลกู ระโทก ครึบกระ โทก หวงนกระโทก ชมุ กระโทก จุยกระโทก จิบกระโทก แจกกระโทก ไขกระโทก แกว กระโทก โต กระโทก ทนิ กระโทก ทองกระโทก นกกระโทก กำกระโทก กองกระโทก 7. อำเภอจักราช ตำบลทองหลาง ตัวอยาง ดีทองหลาง โลทองหลาง วายทองหลาง ตำบลหนองงเู หลือม ตวั อยา ง ไปลงเู หลือม บาทงูเหลอื ม เผอ่ื นงูเหลือม ดงี เู หลือม ตำบลสสี ุก ตัวอยาง ขาวสีสกุ วไิ ลสีสกุ จนั สีสุก 8. อำเภอพมิ าย ตัวอยาง โชติพมิ าย ทองพมิ าย พงษพ มิ าย คูพ มิ าย ชาวพิมาย โครงพมิ าย โกรงพิมาย โต รำพมิ าย หลงพิมาย กาญจนพมิ าย การพิมาย 9. อำเภอดานขนุ ทด คำลงทาย ขนุ ทด ชนะ โคกรักษ ตวั อยา ง เมฆขุนทด เพียกขนุ ทด ใบขุนทด ไกรขุนทด นาคขนุ ทด ~ 56 ~

ดิษขนุ ทด มากขุนทด บวดขนุ ทด เหมิ ขนุ ทด เชยขนุ ทด แชมขุนทด พนั ชนะ เพียงชนะ ดชี นะ ภูมโิ คกรักษ มผี รู ูบางทานในอำเภอดานขุนทด กลา ววา การต้ังนามสกุลในบางตำบลน้ัน จะยึดตวั อกั ษรบางตัว ของชอื่ ตำบล เปน พยญั ชนะตน ของนามสกุล ไดแ ก ตำบลกุดพมิ าน นามสกลุ จะขนึ้ ตัวดว ยพยัญชนะ \"พ\" เชน เพียกขนุ ทด เพกิ ขุนทด เพมิ่ ขนทด ตำบลพันชนะ นามสกลุ จะขึน้ ตนดวยพยญั ชนะ \"ฉ, ช\" เชน แฉขนุ ทด เชิดขนุ ทด ชาขนุ ทด ชางขนุ ทด ชอบขุนทด แชขนุ ทด ตำบลหนองบวั ตะเกียด นามสกุลจะขน้ึ ตนดว ยพยัญชนะ \"บ\" เชน เบยี นขุนทด บางขนุ ทด ใบขุนทด บอบขนุ ทด 10. อำเภอโนนสูง (รวมอำเภอขามสะแกแสง) เดมิ เรยี กวาอำเภอ \"กลาง\" ดังนัน้ จึงมีคำลทายนามสกลุ วา \"กลาง\" ตวั อยาง หวังแอบกลาง มงุ ตรงกลาง ขอบแนบกลาง กางรม กลาง ยานกลาง อกี สกุลหนึ่งลงทายวา \"จนั อัด\" ตวั อยาง เจก จันอดั เหลอื งจันอัด ไกลจันอดั 11. อำเภอบวั ใหญ (รวมอำเภอประทาย บานเหล่ือม) เดิมเรยี กวาอำเภอ \"นอก\" ดงั นัน้ คำลงทา ยนามสกุลจึงใชว า \"นอก\" ตัวอยา ง ศรนี อก ดอนนอก กระโทกนอก สงนอก ปานนอก เกตุนอก คอนนอก พมิ ลนอก โพธิ์ นอก แกว ยางนอก เพลยี่ นอก พรหมนอก เชษฐานอก รายนอก ชดิ นอก จงนอก กงิ่ นอก กระฉอดนอก 12. อำเภอครบุรี ลงทายวา \"ครบรุ \"ี เชน อาบครบุรี เสียวครบุรี พลอยครบรุ ี กลอนครบุรี เทียมครบรุ ี จรครบุรี อำเภอที่เกดิ ใหมไมม ีนามสกลุ คอื ปากชอ ง ประทาย ชมุ พวง คง หว ยแถลง ขามสะแกแสง ขาม ทะเลสอ เสงิ สาง บา นเหลื่อม ก่งิ อำเภอวังนำ้ เขียว จึงใชนามสกลุ ตามอำเภอเดมิ กอนทจ่ี ะแยกเปนอำเภอ ใหม นามสกุลอ่ืน ๆ ท่ไี มเปน ตามเกณฑนไ้ี ดแก วฒั นสขุ ขจัดภัย ปานทอง วัฒนา กสิภาร ธัญญขันธ เนนเลิศ ชวี ประเสริฐ สงั ฆมานนท อตุ มัง เปนตน นามสกุลบอกถึงเชื้อสายและการสืบตอ วงศตระกลู แตนามสกุลชองชาวโคราชนน้ั ยงั บอกถึงถนิ่ ฐาน ภมู ลิ ำเนา บรรพบรุ ุษ ความถนัด หรือ การอาชพี อีกดวย หากทา นไดพ บนามสกุลท่ีทานรูจกั หรอื เคยไดยนิ ทำนองน้ี จะกลา วไดเลยวาคนน้ันมาจากเมืองยา โมและเปนชาวไทย โคราชท่ีแทจ รงิ นามสกลุ เหลานย้ี งั มีผใู ช สบื ตอ มาจากปจ จบุ ันนี้ นบั วา เปนการสบื ทอดทางวัฒนธรรมอีกประการหน่งึ ~ 57 ~

บรรณานกุ รม การทอ งเทย่ี วแหงประเทศไทย. (2528). อีสานของเรา. กรงุ เทพฯ:โรงพมิ พเอสซี พับลิเคชัน. ชนิ อยดู .ี (2529). สมยั กอนประวัตศิ าสตรใ นประเทศไทย. พิมพค ร้งั ท่ี 2 กรุงเทพมหานคร : รุงศิลปการพมิ พ. ชชู ีพ ถนอมพันธ.ุ (2537). ภมู ศิ าสตรจังหวัดนครราชสีมา รายงานการศกึ ษาวิชาภูมิศาสตรทอ งถ่นิ ภาควชิ า ภมู ิศาสตร วทิ ยาลยั ครูนครราชสีมา. ดฟิ ฟล็อธ เจราด. (2525). \"ภาษาญฮั กุร\" มอญโบราณกบั อาณาจกั รทาวาราวด\"ี .วารสารอักษรศาสตร. นพรตั น โพธศ์ิ รีทอง. (2533). ชีวติ กบั สภาพแวดลอ ม. ไมปรากฏสถานท่ีพมิ พ. ประเทือง จนิ ตสกุล และคณะ. (2525). ภูมิศาสตรจงั หวัดนครราชสีมา เลม 2. เอกสารโรเนียวเยบ็ เลม ภาควชิ าภมู ิศาสตร วิทยาลยั ครนู ครราชสีมา . ประเทอื ง จินตสกลุ . (2537). ทรัพยากรดนิ จังหวัดนครราชสมี า. เอกสารโรเนยี ว ภาควิชาภูมศิ าสตร วทิ ยาลยั ครูนครราชสมี า. พริ ิยะ ไกรฤกษ. (2533). ประวัติศาสตรศ ิลปะและโบราณคดีในประเทศไทย. กรุงเทพฯ:บรษิ ทั อมรินทร พรินติ้งกรฟุ จำกดั . สำนักงานสถติ ิแหงชาต.ิ (2534). แผนทแ่ี สดงเขตอำเภอ ตำบล เทศบาลและขอ มลู พน้ื ฐานของจังหวัด พ.ศ.2533. โรงพิมพการศาสนา. อภสิ ทิ ธิ์ เอี่ยมหนอ . (2526). ธรณีวทิ ยา. กรุงเทพฯ:ไทยวัฒนาพานิช. ~ 58 ~


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook