หน่วยที่ 2 เร่ือง เครื่องมอื ในงานเคร่ืองทาความเยน็ ครูอภยั สดุ จิตร แผนกวิชาช่างไฟฟา้ กาลงั วทิ ยาลยั เทคนิคลพบรุ ี หนว่ ยท2่ี
4.เน้อื หาสาระการเรียนรู้ 1. เครื่องมือวัดระบบไฟฟ้า งานเครอ่ื งทำความเย็นสว่ นหนงึ่ ตอ้ งเก่ียวข้องกบั งานไฟฟา้ ดว้ ย ดังน้นั จงึ จำเป็นต้องศกึ ษาและทำความเขา้ ใจในการ ใช้งานเครือ่ งมอื งานไฟฟ้า ซ่ึงประกอบดว้ ยเครือ่ งมอื ท่สี ำคัญ ดังน้ี 1.1 มลั ติมเิ ตอร์ (Multimeter) เป็นเครอ่ื งมือท่ีใชส้ ำหรบั วดั คา่ ความตา้ นทาน วดั แรงเคล่ือนไฟฟา้ กระแสตรง วดั แรงเคลอื่ นไฟฟ้ากระแสตรง วดั แรงเคลอ่ื นไฟฟ้ากระแสสลบั วัดไฟฟา้ กระแสตรง แตไ่ ม่สามารถวดั ค่ากระแสไฟฟ้า สลบั ได้ มีท้ังชนิดแอนะลอ็ กและชนดิ ดิจติ อล ดังรูปที่ 2.1 และ 2.2 รูปที่ 2.1 แอนะล็อกมัลติมเิ ตอร์ รปู ท่ี 2.2 ดิจิตอลมัลติมิเตอร์ 1.2 คลปิ แอมป์ (Clip Amp) หรือแอมป์โพรบ (Amp Probe) เป็นเคร่อื งมอื ท่ใี ชส้ ำหรับวดั ค่าไฟฟ้ากระแสสลบั โดยไม่ตอ้ งมีการปลดวงจรออก บางรุ่นอาจใช้วัดค่าแรงเคล่อื นไฟฟ้าและคา่ ความต้านทานไฟฟ้าไดด้ ้วย มีทงั้ ชนิดแอ นะลอ็ กและดิจติ อล ส่วนมากจะใชค้ ลปิ แอมปใ์ นการวดั ค่ากระแสไฟฟา้ เพอื่ ตรวจสอบวา่ การเดินเคร่ืองผดิ ปกติ หรอื ไม่ เพราะสะดวกต่อการใชง้ านดงั รปู ที่ 2.3 และ 2.4 รปู ท่ี 2.3 คลิปแอมปช์ นดิ แอนะล็อก รปู ท่ี 2.4 คลิปแอมปช์ นดิ ดิจติ อล
2. เคร่ืองมอื ท่ัวไป เครือ่ งมอื ทั่วไปท่ีใช้สำหรบั งานติดตัง้ และงานบริการทีส่ ำคญั มดี ังนี้ 2.1 ประแจชนดิ ตา่ งๆ (Wrenches) เป็นเครอื่ งมือท่ีใช้สำหรับถอดใส่และใส่ Bolt หรือ Nut ทมี่ ลี ักษณะเป็น เหล่ยี ม แบง่ ออกเปน็ หลายประเภทและหลายขนาด การเลอื กใช้จึ้งต้องเลือกใหถ้ กู ตอ้ งลกั ษณะของงาน ดังรูปท่ี 2.5 รูปที่ 2.5 ประแจชนดิ ตา่ งๆ 2.2 ไขควง (Screwdriver) เป็นเครือ่ งมือท่ีใชส้ ำหรบั ถอดและใสส่ กรูที่มีหัวเป็นรอ่ ง แบง่ ออกเป็นได้ 2 ประเภท คอื ไขควงปากแบนและไขควงปากแฉกดังรปู ที่ 2.6 รูปที่ 2.6 ไขควงปากแบนและไขควงปากแฉก 2.3 คีม (Pliers) เป็นเครอ่ื งมอื ใชส้ ำหรบั ตัดและจบั ช้นิ งาน ขึน้ อยกู่ ับลกั ษณะงานมีหลายประเภท เช่น คีม (Vise Grip) ใช้สำหรบั จับชนิ้ งานใหแ้ น่นและสามารถปรับความโตของปากจับได้ คีมตัด (Diagonal Side Cut Plier) ลกั ษณะคล้ายปากนกแกว้ ใช้สำหรับตดั สายไฟฟ้า คีมปากแหลม (Long Nose Plier) ลักษณะคล้ายปากจ้ิงจก ใช้ สำหรับจับหรือคบี งานในซอกลึก ดงั รปู ที่ 2.7
รปู ท่ี 2.7 คมี ชนิดตา่ งๆ 2.4 ค้อน (Hammer) เป็นเครอื่ งมอื ทใ่ี ชส้ ำหรบั ตอก เคาะ ตี ทบุ และตกแตง่ ชิ้นงานใหเ้ ข้าที่มีหลายชนดิ และ หลายขนาดใหเ้ ลอื กใช้ตามความเหมาะสมของงานดงั รูปท่ี 2.8 รูปท่ี 2.8 คอ้ น 2.5 ตะไบ (Files) เป็นเคร่ืองมอื ท่ีใช้สำหรบั ตกแตง่ ผิวงานให้เรยี บ ดังรูปที่ 2.9 2.6 เลือ่ ยเหล็ก (Hacksaw) เป็นเครอื่ งมือทีใ่ ชส้ ำหรบั ตดั ชิ้นงาน ฟันของใบเล่อื ยจะมีทงั้ ฟนั ถี่และฟนั หา่ ง ในงาน เครอื่ งทำความเยน็ จะไมน่ ยิ มนำมาใช้ตดั ทอ่ สารทำความเย็น เพราะรอยตัดจะไมเ่ รยี บและมีเศษผงท่ีเกิดจากการตัด ดงั รปู ที่ 2.10 รูปที่ 2.10 เลื่อยเหล็ก
2.7 สวา่ งไฟฟ้า (Electric Drill) เปน็ เครอ่ื งมือทใ่ี ช้สำหรบั จับดอกสว่างขนาดต่างๆ และเจาะรูกลมตามขนาดที่ ตอ้ งการ เพื่อยึดส่วนประกอบต่างๆ ด้วยโบลต์ (Bolt) และนอต (Nut) ดังรปู ท่ี 2.11 รปู ที่ 2.11 สวา่ นไฟฟ้า 2.8 เครื่องเป่าลมทำความสะอาด (Hand Blower) เป็นเครื่องมือทใ่ี ชส้ ำหรับเป่าไล่ฝุ่นละอองหรอื ความชื้นท่ีติด อย่ตู ามอปุ กรณ์ต่างๆ และบรเิ วณทต่ี ้องการดงั รปู ท่ี 2.12 รปู ที่ 2.12 เครอ่ื งเป่าลมทำความสะอาด 3. เครอ่ื งมือเฉพาะช่าง เคร่อื งมอื เฉพาะชา่ ง หมายถึง เครือ่ งมือทใ่ี ช้ในงานซ่อมและบริการระบบเครื่องทำความเยน็ และระบบเคร่อื งทำ ความเย็น และระบบเคร่อื งปรับอากาศ ที่สำคัญ ได้แก่ 3.1 คดั เตอร์ตัดท่อ (Tube Cutter) เปน็ เครอ่ื งมอื ท่ใี ช้สำหรบั ตัดท่อทองแดงและท่ออะลมู ิเนียม โดยจะมีร่องที่ ลูกกลิ้ง การตดั ท่อกระทำได้ โดยการหมนุ มือหมุนจนกระท่งั ใบมดี สัมผสั กับท่อแลว้ หมุนคตั เตอรร์ อบทอ่ หมุนมอื หมุนใหใ้ บมดี กนิ เน้ือท่อแลว้ หมุนคัตเตอรร์ อบท่ออีกครง้ั ทำสลบั กนั เช่นน้จี นกระทัง่ ท่อขาดออกจากกันดังรปู ท่ี 2.13
รปู ที่ 2.13 คัตเตอร์ตดั ท่อ 3.2 รีมเมอร์ (Reamer) เปน็ เครอื่ งมือทใี่ ช้สำหรับคว้านปากทอ่ ทีต่ ัดแล้วให้เรียบทงั้ ภายนอกและภายใน ซึง่ ในงาน เคร่ืองทำความเย็นและเครอื่ งปรับอากาศ เม่ือมีการตัดทอ่ แล้วต้องมกี ารลบคม โดย ควา้ นปากทอ่ เสมอ การคว้าปากท่อต้องควำ่ ปากท่อลงเพือ่ ไม่ใหเ้ ศษโลหะตกลงไปในท่อ ตวั รมี เมอรอ์ าจรวมอยูใ่ น ตวั คตั เตอรต์ ัดท่อด้วยก็ได้ดังรปู ท่ี 2.14 รูปท่ี 2.14 รีมเมอร์ 3.3 เครื่องมือขยายท่อ (Swaging Tool) เป็นเครื่องมอื ทชี่ ่วยในการต่อขนาดเดยี วกันด้วยการบัดกรีประสาน ประกอบด้วยตัวจบั และเหลก็ ขยายทอ่ การขยายทอ่ กระทำได้โดยใชต้ ัวจับ จับท่อให้สูงขึน้ มาเทา่ กับเส้นผ่าน ศูนย์กลางของทอ่ แลว้ ใสเ่ หลก็ ขยายใสล่ งไปในปลายทอ่ ที่ตอ้ งการขยายจากนนั้ ใชค้ อ้ นตอกขยาย เสรจ็ แล้วให้ ทดลองใช้ทอ่ ขนาดเดียวกนั สวมลงในปลายท่อท่ีขยายแลว้ จะตอ้ งสวมได้ ดังรปู ที่ 2.15 รูปที่ 2.15 เครื่องมอื ขยายทอ่
3.4 เครื่องมือบานท่อ (Flaring Tool) เปน็ เครื่องมือทใ่ี ชใ้ นการบานท่อทองแดงหรือทอ่ อะลมู เิ นียม เพื่อท่จี ะทำ การต่อทอ่ ทองแดงเข้าด้วยกนั โดยใช้เกลียวขอ้ ตอ่ ในระบบ (Flare Nut & Union) ประกอบไปดว้ ยตวั จับทอ่ (Flaring Bar) ซึ่งมีรูขนาดตา่ งๆ ตัง้ แต่ 1 น้ิว ถงึ 5 น้วิ และตัวอัดบานรปู ทรงกรวย (Yoke) ซึ่งสามารถบานแฟลร์ 48 ไดท้ ้งั บานแฟลรช์ ้ันเดียว และบานแฟลร์สองช้ัน ในกรณที ่ีต้องการบานสองช้นั จะต้องใช้ตวั แป้นประกอบ (Adapter) รว่ มด้วย ดังรปู ท่ี 2.16 รปู ท่ี 2.16 เครื่องมอื บานทอ่ 3.5 เคร่อื งมือดดี ท่อ (Bender) เปน็ เครอ่ื งมือที่ใช้ในการดัดท่อให้โคง้ งอ ไดม้ ุมและรปู ร่างตามทศิ ทางทต่ี อ้ งการ โดยไม่เกดิ ความเสียหายแก่ทอ่ มี 3 แบบ คอื 3.5.1 สปริงดดั ท่อ (Spring Bender) ใช้สำหรบั ดดั ท่อท่ีมีวงกว้าง สามารถสวมไดท้ ง้ั ภายใน และภายนอกท่อ สปริงดดั ทอ่ จะมีขนาดแตกต่างกันตามขนาดของท่อ 3.5.2 เคร่ืองมอื ดัดแบบกระเดอื่ ง (Tube Bender) ใชส้ ำหรบั ดัดทอ่ ในมุมแคบ มีตัวเลขบอกองศาของการดัดมุม ขนาดของเครื่องมือดดั แบบกระเดอ่ื งมีขนาดแตกต่างกนั ตามขนาดของทอ่ และมตี วั เลขบอกขนาดของท่อกำกับไว้ ด้านข้างของเครือ่ งมือเสมอ ดังรูปท่ี 2.17 รูปที่ 2.17 เครอ่ื งมอื ดดั แบบกระเด่อื ง
3.6 เครือ่ งเชื่อมแก๊ส ประกอบดว้ ย ถงั แกส๊ อะเซทิลนี และถงั ออกซเิ จน มีสายยางตอ่ ออกมารวมกันทห่ี ัวเชอื่ ม สำหรบั ใช้เชอื่ มประสานท่อที่ตอ้ งการอณุ หภูมิประสานไมส่ ูงนกั ดงั รปู ท่ี 2.18 รูปท่ี 2.18 เคร่ืองเชือ่ มแกส๊ 3.7 เครือ่ งมอื บีบท่อ (Pinch off Tool) เปน็ เคร่อื งมือทใี่ ชส้ ำหรับบีบปลายท่อเพื่อตอ้ งการปดิ ระบบหลังจาก บรรจนุ ำ้ ยาเครือ่ งทำความเยน็ เตม็ ระบบแล้ว 3.8 ลวดวัดขนาดท่อแคพลิ ลารี (Capillary Tube Gauge) เป็นเครอื่ งมอื ท่ีมีหลายขนาดแตกต่างกันใชส้ อดเขา้ ไปในรขู องทอ่ แคพิลลารีเพือ่ วดั ขนาดเสน้ ผา่ นศูนย์กลางความโตใน (Inside Diameter) ของทอ่ แคพิลลารี 3.9 ประแจเปิด – ปดิ วาล์วบรกิ าร (Service Valve Ratchet Wrench) เปน็ เคร่ืองมือท่ีใชส้ ำหรบั ขันเปดิ – ปิดวาล์วบริการเพ่อื บรรจุสารทำความเยน็ เข้าในระบบ ดังท่ี 2.19 รูปที่ 2.19 ประแจเปิด – ปิดวาลว์ บรกิ าร 3.10 ปั๊มสุญญากาศ (Vacuum Pump) เป็นเครอื่ งมอื ทใ่ี ชส้ ำหรบั ดูดอากาศและความชน้ื ออกจากระบบ หลงั จากการติดตงั้ ส่วนประกอบของระบบเสรจ็ เรียบร้อยแลว้ จะตอ้ งทำใหร้ ะบบเปน็ สุญญากาศและปราศจาก ความชืน้ เรยี กว่า การทำสญุ ญากาศ (Vacuum) หลังจากน้ันจงึ เติมสารทำความเย็นเข้าในระบบ ดังรูปที่ 2.20
รปู ที่ 2.20 เคร่อื งป๊มั สุญญากาศ 3.11 ปั๊มสำหรบั ล้างระบบวงจรนำ้ ยาเครอื่ งทำความเยน็ เปน็ เคร่ืองมอื ที่ใชส้ ำหรบั ล้างระบบวงจรนำ้ ยาด้วยสาร ทำความเย็น R-11 เพื่อทำความสะอาดภายในทอ่ ภายในทอ่ ก่อนประกอบมอเตอรค์ อมเพรสเซอรต์ วั ใหมก่ รณี มอเตอรค์ อมเพรสเซอรต์ วั เดิมไหม้ 3.12 เทอร์มอมเิ ตอร์ (Thermometer) เป็นเคร่ืองมือที่ใช้สำหรับวัดอุณหภมู ขิ องคอยลเ์ ยน็ มที ัง้ ขนาดพกใส่ กระเป๋าได้ และขนาดใหญท่ ีใ่ ชเ้ ฉพาะในโรงงาน 3.13 หวีครบี คอนเดนเซอร์ (Fin Comb) เป็นเครอื่ งมอื ที่ใชส้ ำหรบั จัดระยะครีบระบายความร้อนของ คอนเดนเซอร์ให้หา่ งเท่าๆ กัน 3.14 ชุดแมนิโฟลดเ์ กจ (Manifold Gauge Set) เปน็ เครอ่ื งมอื ที่ใช้สำหรับวดั คา่ ความดันในระบบ การนำแมนิ โฟลดเ์ กจมาใชง้ านจำเปน็ จะตอ้ งศึกษาทำความเข้าใจถึงรายละเอียดข้ันตอนการใช้งานการตอ่ และการถอดแมนิ โฟลดเ์ กจ หากถอดผิดวธิ อี าจทำใหเ้ กิดผลเสยี หายหรือทำให้คา่ ทีอ่ ่านไดเ้ กดิ ผดิ พลาดหรืออาจทำให้ถึงกับตาลบอด ได้ดังรปู ท่ี 2.21 รูปที่ 2.21 ชดุ แมนโิ ฟลดเ์ กจ
ส่วนประกอบท่ีสำคัญของแมนิโฟลดเ์ กจ ประกอบด้วย 3.14.1 ชุดเกจ จะมีเกจวดั 2 ด้าน คือ 1) เกจวัดความดันดา้ นตำ่ (Low Pressure Gauge) เปน็ เกจวดั แบบรวม วดั ได้ทั้งค่าความดันและค่าสญุ ญากาศ อาจวดั คา่ ความดนั ไดต้ ัง้ แต่ 0-30 inHg (น้วิ ปรอท) ตวั เกจวัดมักจะเป็นสีน้ำเงิน 2) เกจวัดความดันดา้ นสงู (High Pressure Gauge) ใชว้ ดั ไดเ้ ฉพาะค่าความดนั ตงั้ แต่ 0-300 หรือ 0-500 หรือ 0- 600 Psi ตวั เกจมกั เปน็ สีแดง 3.14.2 สายแมนิโฟลดเ์ กจ จะมี 3 เส้น คอื 1) เส้นสนี ้ำเงิน ใชต้ ่อกบั เกจวัดดา้ นความต้านทานดนั ดา้ นตำ่ 2) เสน้ สีแดง ใช้ต่อกับเกจวัดความดันสูง 3) เสน้ สีเหลอื ง ใชต้ อ่ ระหว่างเกจวดั ความดนั ดา้ นต่ำและความดนั ดา้ นสูง และใช้กบั งานบรกิ ารต่างๆ 3.14.3 วาล์วปิด – เปิด ด้านข้างของแมนโิ ฟลดเ์ กจ ซึ่งจะมวี าลว์ หมนุ ปิด- เปิดทอ่ ทางภายในตัวแมนโิ ฟลดเ์ กจ วาล์หมุนมกั มสี ีตรงกนั กบั ตัวเกจแต่ละด้านเสมอ การใช้งานของแมนิโฟลดเ์ กจ มีดังนี้ 1) ใช้อา่ นค่าความดนั ของระบบ วาล์วท้ังสองด้านจะต้องอยตู่ ำแหนง่ ปิด 2) ใช้ทำสญุ ญากาศใหร้ ะบบ วาลว์ ด้านความดันต่ำจะเปิด วาล์วด้านความดันสูงจะปดิ สายดา้ นความดันตำ่ ตอ่ เขา้ กบั วาล์วบรกิ ารดา้ นความดนั ต่ำ และสายเสน้ กลางตอ่ เขา้ กับปั๊มสญุ ญากาศ 3) ใชบ้ รรจุสารทำความเย็นเข้าระบบ ได้แก่ (1) สายดา้ นความดนั ต่ำกบั วาล์วบริการด้านความดันตำ่ ขณะทำสญุ ญากาศ (2) ปดิ วาลว์ ด้านความดันต่ำ และด้านความดนั สงู (3) ปดิ เคร่อื งป๊มั สุญญากาศ (4) ย้ายสายเส้นกลางจากเครอ่ื งทำสุญญากาศตอ่ เข้ากบั ถังบรรจุสารทำความเยน็ (5) เปดิ วาลว์ หวั ถังบรรจุสารทำความเย็น (6) คลายเกลยี วที่สายเสน้ กลางดา้ นที่ตอ่ กับแมนโิ ฟลด์เกจใหส้ ารทำความเย็นจากถังไล่อากาศออกจากสาย ประมาณ 2-3 วนิ าที แล้วหมนุ เกลียวเข้าดงั เดมิ (7) เปดิ วาล์วด้านความดนั ตำ่ 4) ใช้ปล่อยสารทำความเย็นออกจากระบบ ได้แก่ (1) สายด้านความดันต่ำต่อกับวาลว์ บริการด้านความดนั ตำ่ (2) ปลายสายเสน้ กลางให้อยู่ในทีท่ ่ีอากาศถา่ ยเทไดส้ ะดวก และระวังอยา่ ใหส้ ารทำความเยน็ ถกู ผวิ หนงั โดยเฉพาะ ตา อาจทำใหต้ าบอดได้
Search
Read the Text Version
- 1 - 10
Pages: