หน่วยท่ี 3 ปฏบิ ตั ิงานท่อ ครูอภยั สดุ จิตร แผนกวิชาชา่ งไฟฟ้ากำลงั หนว่ ยท่ี 3
เนื้อหาสาระการเรยี นรู้ 1. ท่อทใ่ี ช้ในระบบเครอื่ งทำความเยน็ ท่อท่ีนำมาใช้ในงานระบบเครื่องทำความเยน็ ส่วนใหญจ่ ะใชเ้ ป็นท่อทอแดง แต่นอกเหนือจากท่อทองแดงเรา อาจจะพบเหน็ ทอ่ พลาสติก ท่อสเตนเลส ท่อเหลก็ และท่ออะลูมเิ นยี ม เป็นต้น ในงานระบบเคร่อื งทำความเย็น 1.1 ทอ่ พลาสติก (Plastic Tubing) เปน็ ท่อทีม่ ีอณุ หภูมิการใชง้ านในย่าน -99.4 °F ถงึ 174.2 °F การใช้งาน จงึ ไม่นยิ มใช้เป็นทางเดินของสารทำความเย็นที่มีอุณหภมู ิต่ำหรอื สงู กว่าน้ี แตจ่ ะใช้เปน็ ทอ่ ทางเดินของน้ำเยน็ หรือ เปน็ ทอ่ ระบายความรอ้ นให้คอนเดนเซอร์ การตัดตอ่ หรอื ดดั ทอ่ สามารถกระทำไดง้ ่าย และมคี วามสะดวกในการใช้ งาน 1.2 ท่อสเตนเลส (Stainless Tubing) เป็นทอ่ ทไ่ี ม่ข้นึ สนิท ปอ้ งกนั การผุกกร่อนได้ดี มีความแขง็ แรงและง่าย ต่อการตอ่ ซึ่งสามารถตอ่ ได้ทง้ั การเช่อื มประสานหรือใชแ้ ฟลร์นอตและยเู นยี น (Flare Nut & Union) ดงั รูปที่ 3.1 รูปที่ 3.1 ท่อสเตนเลส 1.3 ท่อเหล็ก (steel Tubing) เปน็ ทอ่ ทน่ี ำมาใชง้ านแทนท่อทองแดงหรือทอ่ ทองเหลืองซึง่ ไม่สามารถใช้งาน ร่วมกับสารทำความเย็นแอมโมเนียหรือ R-717 ได้ เพราะจะทำให้เกดิ ปฏิกิริยาเคมที ำให้ท่อทองแดงหรือท่อทอง เหลอื ผกุ ร่อนได้ จึงใชท้ อ่ ทำความเย็นเปน็ ท่อเหล็กแบบบางแทน ดังรปู ท่ี 3.2 รปู ที่ 3.2 ทอ่ เหลก็ 1.4 ทอ่ ยดื หยนุ่ (Flexible Tubing) เป็นทอ่ ท่ีทำจากทองเหลืองหุ้มดว้ ยไนลอนด้านใน และหมุ้ ทบั ด้วยใยถกั แล้วหุ้มทับช้นั นอกสุดด้วยโพรีเทน นิยมนำมาใช้งานเครอ่ื งปรับอากาศรถยนต์ หรอื ประยกุ ตใ์ ช้ในงานเครื่องทำ ความเย็นในงานอุตสาหกรรม เรียกอกี อย่างหนึง่ วา่ Hose ขอ้ ดีคอื สามารถดัดโคง้ ได้อิสระและกันกระเทือนได้ดี แต่มีขอ้ เสียคอื จะแตกรา้ วและรว่ั ง่าย ดงั รปู ที่ 3.3
รูปที่ 3.3 ทอ่ ยดื หยนุ่ 1.5 ท่อทองแดง (copper Tubing) เป็นท่อที่ถูกผลิตขึ้นเพื่อใช้ในงานเครื่องทำความเย็นหรือ เครื่องปรับอากาศโดยเฉพาะ และนิยมเรยี กว่า ท่อ ACR (Air Conditioning and Refrigeration) ภายในท่อนยิ ม บรรจแุ กส๊ ไนโตรเจนไวเ้ พอื่ ทำให้ภายในทอ่ สะอาดปราศจากสนมิ ท่อทองแดงมี 2 แบบ คือ ท่อแบบหนา (เป็นท่อชนิด K) และท่อแบบบาง (เป็นท่อชนิด L) ส่วนมากที่ใช้งาน ปัจจุบันเป็นท่อชนิด L มีความยาวม้วนละ 6 เมตร และ 15 เมตร หลังจากตัดใช้งานแล้วควรปิดปลายท่อที่เหลอื เพือ่ ปอ้ งกนั สงิ่ สกปรก และการเกดิ ออกไซด์ภายในทอ่ ท่อทองแดงนอกจากแบ่งเป็นท่อแบบหนาและท่อแบบบางแล้ว ยังสามารถแบ่งเป็นท่อทองแดงแบบอ่อนและ ทอ่ ทองแดงแบบแข็งได้อกี 1.5.1 ท่อทองแดงแบบอ่อน (Soft Copper Tubing) เป็นท่อที่นิยมนำมาใช้ในงานเครื่องทำความเย็น และงานเครื่องปรับอากาศ ทั้งในครัวเรือนและในเชิงพาณิชย์ เป็นท่อที่มีความยืดหยุ่นได้ดี สะดวกในการตัดหือ บานแฟลร์ การต่อท่อสามารถตอ่ ได้ท้ังการใช้แฟลรน์ อต + ยเู นียน และการบดั กรเี วลาใชง้ านตอ้ งระมัดระวังในการ คลีอ่ อกจากมว้ น มิฉะน้ันอาจทำให้ทอ่ พับหรือแบนได้ การตดิ ต้งั ตอ้ งยึดท่อกับพน้ื ให้แขง็ แรงเพื่อป้องกันการส่ันซึ่ง จะทำใหท้ ่อหักหรอื แตกร้าวได้ ดังท่ีรปู 3.4 รูปที่ 3.4 ท่อทองแดงแบบออ่ น
ความยาวของท่อทองแดงแบบออ่ นมีหลายขนาด เช่น 7.5 เมตร/ม้วน 15 เมตร/มว้ น และ 30 เมตร/ม้วน สว่ นความโตภายนอกของท่อ (Outside Diameter, OD) และความหนาของท่อแสดงดงั ตารางตอ่ ไปน้ี ตารางแสดงความโตภายนอกท่อและความหนาของท่อ ความโตภายนอกทอ่ (Outside Diameter, OD) (Inch) ความหนาของทอ่ (Inch) 1 0.030 4 3 0.032 8 1 0.032 2 5 0.035 8 3 0.035 4 7 0.045 8 1 1 0.050 8 1 1 0.055 8 1.5.2 ท่อทองแดงแบบแข็ง (Hard Drawn Copper Tubing) เปน็ ท่อทีม่ คี วามแข็งแรงในการตดิ ต้ัง มัก ใชก้ ับระบบการทำความเย็นขนาดใหญ่ ไม่สามารถดัดให้โคง้ งอได้ ต้องใช้ขอ้ ตอ่ มุมต่างตามตอ้ งการใส่แทนการดัด ใหโ้ คง้ งอ การตอ่ ทอ่ ทองแดงแบบแข็งแบ่งเป็น 2 วธิ ี คอื การใช้เกลียวยึดแบบต่างๆ และใชก้ ารบัดกรีประสานด้วย ลวดเชื่อมเงนิ ความยาวของทอ่ มีขนาดยาวเสน้ ละ 6 เมตร ส่วนความโตภายนอกทอ่ และความหนาของท่อทองแดง แบบแข็งจะมีขนาดเท่ากันกบั ทอ่ ทองแดงแบบอ่อนดงั รูปท่ี 3.5
รูปท่ี 3.5 ทอ่ ทองแดงแบบแขง็ 2. การตดั ทอ่ การตัดท่อเปน็ การตัดทอ่ ให้ขาดออกจากกนั ตามขนาดความยาวที่ตอ้ งการ เครือ่ งมอื ทีใ่ ชใ้ นการตดั ทอ่ 3 ชนิด คือ 2.1 คัดเตอร์ตัดท่อ (Tube Cutter) ใช้สำหรับตัดท่อทองแดงแบบอ่อน ซึ่งในบางครั้งพ้ืนทีท่ ำงานอาจคบั แคบจึงตอ้ งใชม้ ินิคัดเตอร์ มินคิ ัตเตอรจ์ ะใช้กบั ท่อขนาดเล็กเสน้ ผ่านศนู ยก์ ลางไม่เกนิ 1 นิ้ว การตัดท่อโดยใช้คัต 2 เตอรต์ ดั ทอ่ มขี ั้นตอนดงั นี้ 2.1.1 ทำเครือ่ งหมายตำแหนง่ ท่ีจะตัดท่อไว้ที่ท่อทองแดง 2.1.2 วางท่อลงระหวา่ งโรลเลอร์กบั ใบมีดของคัตเตอร์ โดยใหใ้ บมีดตรงกบั ตำแหน่งทไ่ี ด้ทำเคร่อื งหมายไว้ 2.1.3 หมนุ หวั ปรับใหใ้ บมีดฝงั ลงในเนือ้ ท่อทองแดงเลก็ น้อย 2.1.4 หมนุ ตัวคตั เตอร์ชา้ ๆ รอบท่อจะทำให้ใบมีดหมุนฝังเนอ้ื ท่อโดยรอบ
2.1.5 หมนุ หัวปรับระยะใบมดี ลงในท่ออีก แลว้ หมนุ ตวั คตั เตอรช์ า้ ๆ รอบทอ่ ทำซำ้ ๆเชน่ นี้ จนท่อขาดออก จากกนั 2.1.6 หลังจากท่อขาดออกจากกันแล้วให้ลบคบปากท่อด้วยรีมเมอร์ (Reamer) โดยต้องให้ปลายท่อช้ลี ง เพือ่ ปอ้ งกนั เศษทองแดงเขา้ ไปในทอ่ เพราะอาจเปน็ สาเหตุทำใหเ้ กดิ การอุดตันในระบบได้ 2.2. เลี่อยตัดเหล็ก (Hacksaw) ใช้สำหรับตัดท่อทองแดงแบบแข็ง และต้องใช้ตัวจับท่อแคลมป์ (Clamp) ยึดจับตัวท่อไว้เพื่อความสะดวกในการตัดท่อ หลังจากตัดท่อขาดออกจากกันแล้วต้องลบคมปากท่อด้วยรีมเมอร์ (Reamer) 2.3 ตะไบสามเหลี่ยม ใช้สำหรับตดั ทอ่ รูเข็ม (Cap. Tube) ซ่งึ มีขนาดเลก็ ไมส่ ามารถตดั ดว้ ยคัดเตอร์ท่อหรือ เลื่อยตัดเหลก็ ได้ มีข้นั ตอนดังน้ี 2.3.1 คล่ที ่อแค็ปทิวบ์ออกจากมว้ น ตบแตง่ ใหเ้ ป็นเส้นตรง 2.3.2 ทำเคร่อื งหมายตำแหนง่ ทีจ่ ะตดั ไวบ้ นท่อแคป็ ทวิ บ์ 2.3.3 ใช้ตะไบสามเหล่ยี มถูตรงจุดทีต่ อ้ งการตัดให้เปน็ ร้องลกึ ประมาณ 1 ของขนาดท่อ 3 2.3.4 ใช้มือดดั ทอ่ ให้งอไปมาตรงตำแหนง่ ท่ตัดจนทอ่ หกั ออกจากกัน 2.3.5 ใช้ตะไบตบแต่งปลายท่อใหด้ ูสวยงาม 3. การขยายท่อ การขยายท่อใช้ในการต่อท่อขนาดเดียวกันเข้าด้วยกันโดยการเชื่อมประสาน ด้านหนึ่งของท่อที่ต่อเชื่อม ประสานต้องขยายให้มีระยะเท่ากับเส้นผ่านศูนย์กลางของท่อ เพื่อให้จุดต่อมีความแข็งแรงเครื่องมือที่ใช้ในการ ขยายท่อประกอบด้วยตวั จับท่อและเหลก็ ตอกขยาย ซึง่ จะมขี นาดแตกตา่ งกันตามแตข่ นาดของทอ่ ที่ต้องการขยาย
วธิ ีการขยายท่อ มดี ังนี้ 3.1 ใส่ท่อท่ีตดั และลบคมเรยี บร้อยแลว้ เขา้ ในตวั จับท่อ ใหข้ นาดของทอ่ และรทู ่ีจับเทา่ กนั 3.2 ใช้ตัวจบั จบั ท่อใหส้ ูงข้ึนมาเทา่ กับเสน้ ผ่านศูนย์กลางของท่อ ขนั ยดึ ตวั จับท่อใหแ้ น่น 3.3 ใช้เหลก็ ขยายท่อใสล่ งในปลายท่อท่ตี อ้ งการขยาย และจบั ใหต้ รง 3.4 ใช้คอ้ นคอ่ ยๆ ตอกตัวขยายทอ่ เขา้ ไปในท่อจนสุด 3.5 เม่อื ขยายทอ่ เรยี บร้อยแลว้ ถอดตัวขยายท่อออก 3.6 คลายตัวจับทอ่ ถอดเอาท่อที่ขยายเรยี บร้อยแล้วออก 3.7 ทดลองใช้ท่อขนาดเดียวกนั สวมลงในทอ่ ทขี่ ยายเรยี บร้อยแล้ว จะต้องสวมได้พอดี 3.8 นำท่อทัง้ สองตอ่ เขา้ ด้วยกันโดยการเชอื่ มประสาน 4. การบานแฟลรท์ ่อ การบานแฟลร์ท่อเป็นการต่อท่อเข้าด้วยกันโดยใช้แฟลร์นอตและยูเนียน (Flare Nut & Union) ในการต่อ เครือ่ งมอื ที่ใช้บานทอ่ คือ Flaring Tool ประกอบด้วย ตัวจบั ท่อ (Flaring Bar) ซ่ึงสามารถแยกออกจากกันได้งา่ ยๆ โดยคลายนอตหางปลา (Wing Nut) เพื่อใส่ท่อและยึดท่อตามขนาดของท่อที่ตอ้ งการบานแฟลร์ ที่ปากรูตัวจบั ทอ่ จะมรี อยคว้านเปน็ มมุ 45 องศา เพ่ือใหร้ ูปรา่ งของทอ่ ทถี่ กู บานแฟลร์แลว้ มรี ูปรา่ งที่ถกู ตอ้ ง ใชร้ ว่ มกับตัวอัดบานรูป ทรวงกรวย (Yoke) วธิ กี ารบานทอ่ มที ั้งการบานทอ่ ชน้ั เดยี วและการบานทอ่ สองช้ัน
4.1 วธิ กี ารบานแฟลร์ทอ่ ช้นั เดยี ว (Single Thickness Flare) มดี ังนี้ 4.1.1 ตัดและลบคมปลายท่อให้เรยี บรอ้ ย 4.1.2 ใชต้ วั จับจับท่อให้สูงข้นึ มา 1 ใน 3 ของความสงู ของปากรตู วั จับท่อ หรอื ประมาณ 1 นิว้ 16 หมายเหตุ : หากเผื่อปลายทอ่ สงู เกินไป ปลายท่ออาจย่นหรอื แตกได้ หากเผ่ือปลายทอ่ นอ้ ยเกินไป ผวิ หน้าที่จบั กบั แฟลรน์ อตจะน้อย อาจทำใหท้ อ่ หลดุ หรือน้ำยารัว่ ได้ 4.1.3 ขนั ตวั จับยดึ ทอ่ ให้แน่น 4.1.4 สวมตวั บานแฟลรเ์ ขา้ ในตัวท่อ แลว้ คอ่ ยๆ หมนุ ให้กรวยกดลงบนปลายทอ่ และตง้ั ฉากจนกวา่ กรวย จะกดแนบกับตวั ยึดท่อ 4.1.5 เมื่อบานแฟลร์ท่อเรียบร้อยแล้ว ให้คลายเกลียวถอนกรวยออก ถอดตัวบานแฟลร์ออกจากตวั จับ ท่อ 4.16 คลายตวั จบั ท่อ ถอดเอาท่อที่บานแฟลร์เรยี บรอ้ ยแลว้ ออก 4.2 วิธกี ารบานแฟลร์ทอ่ สองชน้ั (Double Thickness Flare) เพอื่ ทำใหจ้ ุดต่อทอ่ ทางเดนิ น้ำยาแขง็ แรง กว่าการบานแฟลรท์ ่อช้ันเดียว นิยมใชก้ ับทอ่ ขนาดใหญ่ตงั้ แต่ 5 นิ้วขึน้ ไป เคร่อื งมือทีใ่ ชใ้ นการบานแฟลรท์ ่อสอง 16 ชั้นเหมอื นกบั การบานแฟลรท์ ่อชัน้ เดียว เพียงแต่เพ่ิมตวั อะแดปเตอร์เพอ่ื การขึ้นรูปทอ่ อีกตวั มีข้ันตอนดงั นี้
4.2.1 ตัดและลบคมปลายทอ่ ใหเ้ รียบร้อย 4.2.2 ใสท่ อ่ ทีต่ อ้ งการบานแฟลรเ์ ขา้ ในตวั จับทอ่ ใหป้ ลายท่อสงู กว่าตวั จับทอ่ ประมาณเท่ากับกลาง ของอะแดปเตอร์ 4.2.3 ขันยดึ ตวั จบั ทอ่ ให้แน่น 4.2.4 สวมอะแดปเตอรล์ งในปลายท่อ 4.2.5 สวมตวั บานท่อเข้าในตวั จบั ท่อ 4.2.6 คอ่ ยๆ หมนุ ให้กรวยของตวั บานทอ่ กดลงบนอะแดปเตอรจ์ นแนบสนิท 4.2.7 คลายกรวยของตวั บานท่อและดงึ อะแดปเตอร์ออก 4.2.8 คอ่ ยๆ หมุนให้กรวยของตวั บานท่อกดลงบนปลายทอ่ อีกคร้งั จนแนบสนทิ 4.2.9 คลายเกลยี ว ถอนกรวยออก และถอดตัวบานท่อออกจากตวั จบั ทอ่ 4.2.10 คลายตัวจบั ท่อ ถอดเอาท่อที่บานแฟลรส์ องช้ันเรียบรอ้ ยแล้วออก 5. การเช่อื มประสารทอ่ การเชื่อมประสารท่อ (Brazing) เป็นการต่อท่อเข้าด้วยกันโดยอาศัยความร้อนซึ่งได้จากการเผาไหม้ของ เชื้อเพลิงแก๊สอะเซทิลีนกับแก๊สออกซิเจนตรงบริเวณรอยต่อของท่อที่ผ่านการขยายท่อมาแล้วเมื่อบริเวณรอยต่อ ได้รับความร้อนเพียงพอจงึ เตมิ ลวดเช่ือมประสาทให้หลอมละลายตรงบริเวณรอยตอ่ ให้รอบ ลวดเชื่อมประสานท่ีใช้ ในงานเครื่องทำความเย็นมี 2 ชนิด คือ ลวดเชื่อมทองเหลือง และลวดเชื่อมเงิน ขณะที่ทำการเชื่อมประสานต้อง ผา่ นไนโตรเจนภายในทอ่ ดว้ ยความดนั ประมาณ 1-2 Psig เพ่ือปอ้ งกันไมใหเ้ กิดออกไซดภ์ ายในผิวทอ่ เครอื่ งมอื ท่ีใช้ ในการเช่ือมประสาน ประกอบดว้ ย 5.1 ถังแกส๊ อะเซทลิ นี ภายในบรรจุแกส๊ อะเซทิลีนไว้ดว้ ยความดนั ประมาณ 250 Psig มีวาลว์ ปิด – เปิด แกส๊ เกจวัดความดนั และตวั ปรับความดันแก๊สที่หวั ถงั 5.2 ตัวปรบั ความดันแกส๊ อะเซทลิ ีน เม่อื เปิดวาล์วที่หวั ถังแก๊ส เกจวดั ความดันดา้ นสูงจะแสดงค่าความ ดันของแกส๊ ทบี่ รรจุอยูภ่ ายในถัง สว่ นตวั ปรับความดันจะเปน็ อปุ กรณ์ปรบั ลดความดันจากความดนั สงู ในถงั ให้ลดลง เปน็ ค่าความดนั ที่ตอ้ งการนำไปใช้งาน และแสดงทเี่ กจวดั ความดันดา้ นต่ำปกติจะปรับไวป้ ระมาณ 5 Psig 5.3 ถังแก๊สออกซิเจน ภายในบรรจุแก๊สออกซิเจนไว้ด้วยความดันประมาณ 2,000 Psig ดังนั้น ตัวถัง จะต้องทำด้วยเหล็กหนา มวี าลว์ ปดิ – เปดิ วาล์วนริ ภัย เกจวัดความดนั และตวั ปรบั ความดนั แก๊สที่หัวถัง สีของถัง ท่ีบรรจุออกซเิ จนจะใช้สัญลักษณเ์ ปน็ สีดำหรอื สเี ขยี ว 5.4 ตัวปรับความดันแก๊สออกซิเจน เมื่อเปิดวาล์วที่หัวถังแก๊สออกซิเจน เกจวัดความดันด้านสูงตัว ขวามือจะแสดงคา่ ความดนั ของแก๊สออกซิเจนในถงั ส่วนถังเกจวัดความดันด้านตำ่ ตัวซ้ายมอื จะแสดงคา่ ความดันใช้ งานท่ีไดจ้ ากการหมุนปรับที่ตัวหมนุ ปรบั คา่ ความดัน ปกติจะปรับไวป้ ระมาณ 5 Psig
5.5 หวั ทิพและกระบอกเช่อื มแกส๊ ทำหน้าท่ีผสมแกส๊ อะเซทลิ นี ที่ต่อจากถังแก๊สอะเซทิลีนผ่านสายยาง สีแดงเข้ากับแก๊สแกซิเจนที่ตอ่ จากถงั แก๊สออกซเิ จนผ่านสายยางสีเขียว โดยมีปุ่มปรับปรมิ าณแก๊สทัง้ สองชนิดให้ ผสมกันในกระบอกเชื่อมในปริมาณทีเ่ หมาะสมกับงาน และผ่านออกมาทีห่ ัวทพิ เพือ่ จุดไฟ ลำดบั ข้ันการเชือ่ มประสาน 1) ทอ่ ที่จะนำมาตอ่ กนั โดยการเช่ือมประสานจะต้องทำการขยายท่อด้านหนึ่งให้ทอ่ ท้ังสองสวมเข้ากัน ไดพ้ อดี 2) ทำความสะอาดบรเิ วณชนิ้ งานทีต่ อ้ งการเช่ือมประสาร (ทำความสะอาดภายนอกทอ่ ด้วยกระดาษ ทราย และภายในท่อดว้ ยแปรง) 3) ทาฟลกั ซ์ (Flux) บริเวณผิวด้านนอกและผิวด้านในทอ่ ทต่ี อ้ งการเชื่อมประสาน (กรณใี ช้ลวดเชื่อม เงนิ และเปน็ การเช่ือมระหว่างทอ่ ทองแดงกบั ท่อทองแดง ไม่จำเป็นต้องทาฟลกั ซ)์ 4) ปรับเปลวไฟของหัวเช่อื มให้เหมาะสมตามวธิ ีการขา้ งตน้ 5) ให้ความร้อนจนบริเวณรอยตอ่ เป็นสีส้ม นำลวดเชื่อมแตะชน้ิ งานบรเิ วณรอยต่อพยามยามให้ลวด เชื่อมว่ิงจับโดยรอบรอยตอ่ 6) ปิดเปลวไฟตามขนั้ ตอนต่อไป ลำดบั ขน้ั การปดิ เปลวไฟเมอ่ื เลกิ ใชง้ าน 1) ปิดวาลว์ แกส๊ อะเซทลิ นี ทก่ี ระบอกเชื่อมกอ่ น แล้วจงึ ปิดวาลว์ แก๊สออกซิเจน 2) ปดิ วาลว์ ที่หัวแก๊สอะเซทิลีนและหัวถังแกส๊ ออกซเิ จน โดยจะปิดถังใดกอ่ นกไ็ ด้
3) เปิดวาล์วของแกส๊ อะเซทิลนี และแก๊สออกซิเจนทกี่ ระบอกเชอื่ ม เพอ่ ระบายแกส๊ ท่ีค้างในสายออก ให้หมด โดยสงั เกตท่ีเกจวดั ท่หี วั ถงั แกส๊ ทัง้ สองจะต้องเหลือ 0 Psig แล้วจึงปิดวาลว์ แกส๊ อะเซทิลีนและวาลว์ แก๊ส ออกซิเจนทก่ี ระบอกเชอ่ื ม 4) คลายสกรูปรับความดนั ทห่ี วั ถังแกส๊ ทง้ั สองออกจนสดุ 5) เก็บสายเช่ือมและกระบอกเชอ่ื มให้เรียบร้อย
Search
Read the Text Version
- 1 - 11
Pages: