การเลือกที่ตง้ั ฟาร์ม โรงเรือนและ อุปกรณก์ ารเลย้ี งสตั ว์ วชิ า หลกั การเลี้ยงสัตว์ ครูวริ ตั น์ ปุ่นอุดม วทิ ยาลยั เกษตรและเทคโนโลยฉี ะเชงิ เทรา
แผนการสอน หน่วยเรยี นท่ี 3 รหัสวชิ า 2501-1005 ชอ่ื วชิ า หลกั การเลีย้ งสตั ว์ จานวน 2 หนว่ ยกติ ช่ือหน่วย การเลอื กท่ีตัง้ ฟารม์ โรงเรอื นและอุปกรณ์การเล้ียงสตั ว์ สอนครั้งท่ี 4-5 ชือ่ เรอ่ื ง การเลือกทตี่ ้ังฟาร์ม โรงเรอื นและอุปกรณ์การเล้ยี งสัตว์ จานวน 6 ชั่วโมง หวั ข้อเรื่องและงาน 1. การเลือกท่ีต้งั ฟารม์ และลกั ษณะของโรงเรอื นเลย้ี งสัตวท์ ี่ดี 2. ประเภทและแบบของโรงเรือนและหลกั ในการสร้าง 3. ขนาดโรงเรอื นและสว่ นประกอบของโรงเรือน 4. การวางผังโรงเรือน 5. อุปกรณแ์ ละเครื่องมือในการเลีย้ งสัตว์ สาระสาคัญ การเลย้ี งสตั ว์เกี่ยวขอ้ งกบั ปัจจัยดา้ นตา่ งๆ หลายปจั จัยผู้เลย้ี งตอ้ งมีคณุ ลักษณะของนักเล้ียงสัตว์ที่ดี มีการ เร่มิ ต้นทเ่ี หมาะสม จงึ จะทาให้การเล้ยี งสัตว์เป็นไปอย่างมีประสทิ ธภิ าพและประสบผลสาเรจ็ หน่วยงานต่างๆ ท่ี สนับสนนุ การเลย้ี งสัตวม์ ีทัง้ ภาครัฐและเอกชน จะทาใหก้ ารเลย้ี งสตั ว์ประสบผลสาเร็จมากข้นึ จดุ ประสงค์การสอน จดุ ประสงคท์ ั่วไป 1. เพอื่ ใหน้ กั ศึกษารู้และเข้าใจปัจจยั สาคญั ของการทาฟาร์ม 2. เพอื่ ให้นักศึกษารู้และเข้าใจคุณสมบัติของผ้เู ลี้ยงสัตว์ที่ดี 3. เพอื่ ใหน้ กั ศึกษารู้และเข้าใจหลักการจดั การฟารม์ สัตวเ์ บ้ืองตน้ 4. เพื่อให้นกั ศึกษารู้และเข้าใจการเริ่มต้นเล้ียงสัตว์ 5. เพอ่ื ให้นักศึกษาทราบชื่อท่ีตั้งของหนว่ ยงานและแหลง่ วิชาการทเี่ ก่ียวข้องกบั การเลย้ี งสตั ว์ จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม 1. เขยี นปจั จยั สาคญั ในการทาฟารม์ และยกตัวอยา่ งได้ 2. เขยี นคุณสมบัตทิ ดี่ ีของผปู้ ระกอบอาชีพเล้ียงสัตว์และรูว้ ่าข้อใดตนเองมีและขอ้ ใดท่ีขาดได้ 3. เขียนแสดงความคดิ เห็นของตนเองเรอื่ งหลกั การเริ่มต้นเลีย้ งสตั ว์ว่าวธิ ีใดเปน็ ผลดที ่ีสดุ ท่นี าไปใชใ้ นการ เลยี้ งสตั วไ์ ด้ 4. สามารถสืบค้นงานวิชาการที่เกยี่ วกับการเลีย้ งสัตว์ได้
บทที่ 3 เร่อื ง การเลือกทต่ี ง้ั ฟาร์ม โรงเรอื นและอปุ กรณ์การเลีย้ งสัตว์ ฟารม์ และโรงเรอื นเล้ยี งสัตว์ 1. การเลอื กท่ตี ั้งฟารม์ และลักษณะโรงเรือนเลีย้ งสตั วท์ ีด่ ี 1.1 การเลือกทาเลทตี่ ้งั ฟารม์ การเลยี้ งสัตวใ์ หป้ ระสบผลสาเรจ็ จาเปน็ ต้องเลือกที่ต้งั ฟาร์มอยา่ งถูกต้อง ดงั ต่อไปน้ี 1.1.1 พืน้ ทเ่ี ป็นดนิ ดอน น้าท่วมไมถ่ ึง ระบายนา้ ไดด้ ี เพอื่ ป้องกนั ความเสยี หาย ระบบถ่ายเทของเสียดี 1.1.2 หา่ งไกลชมุ ชนพอสมควร ปอ้ งกนั กล่นิ รบกวนชมุ ชน งา่ ยตอ่ การควบคมุ ดูแล 1.1.3 มีการคมนาคมท่สี ะดวก ถนนมสี ภาพดีพอสมควร 1.1.4 สาธารณปู โภคมพี อ เช่น น้าประปา ไฟฟา้ โทรศัพท์ เปน็ ต้น 1.1.5 มีแหลง่ น้าเพยี งพอในการเลย้ี งสตั วท์ ้งั ปี 1.1.6 มพี ้ืนที่สาหรับบาบัดน้าเสยี 1.1.7 ดนิ มีสภาพอุดมสมบูรณ์ปลูกพืชได้ 1.1.8 สามารถขยายกิจการฟาร์มได้ในอนาคต 1.1.9 ควรตั้งอยหู่ า่ งจากฟาร์มเลี่ยงสัตว์อื่นๆ อยา่ งนอ้ ย 5 กิโลเมตร 1.1.10 บรเิ วณพ้ืนทีน่ ั้นไม่เคยเกิดโรคระบาดร้ายแรงมาก่อน 1.1.11 สภาพแวดลอ้ มและภูมิอากาศเหมาะสมต่อการเล้ยี งสัตวช์ นิดนั้นๆ เชน่ อุณหภมู ิ ความชื้น 1.2 ลักษณะของโรงเรือนเลีย้ งสตั ว์ท่ดี ี ควรมลี กั ษณะดังต่อไปน้ี 1.2.1 ตรงตามชนิดและประเภทของสตั ว์เลยี้ ง 1.2.2 สัตว์อยไู่ ด้อยา่ งสุขสบาย 1.2.3 กนั แดด กนั ฝน กันลม และระบายอากาศได้ดี 1.2.4 อย่สู งู กวา่ ระดบั พ้นื ดิน นา้ ท่วมไม่ถึง และระบายน้าได้ดี 1.2.5 สะดวกต่อการปฏิบัตงิ าน 2. ประเภทและแบบของโรงเรอื น 2.1 ประเภทของโรงเรือน จาแนกตามลักษณะของการใชง้ าน แบ่งออกได้ 2 ประเภทคอื 2.1.1 โรงเรอื นรวม มลี กั ษณะเป็นโรงเรอื นหลงั เดยี วขนาดใหญ่ ภายในกนั้ เป็นคอกย่อยสาหรบั สัตวแ์ ต่ละ กลมุ่ อายุ โรงเรือนแบบนจ้ี ะช่วยประหยดั คา่ ก่อสร้าง ราคาจึงถูกกว่าแบบอ่ืน ๆ แต่มีข้อเสยี คอื สตั วห์ ลายอายุ หลาย ขนาด อยู่รวมกันจึงมีโอกาสเกดิ โรคระบาดได้งา่ ย 2.1.2 โรงเรอื นเดย่ี ว มลี กั ษณะคลา้ ยแบบแรก แต่มีขนาดเล็กกวา่ สัตวแ์ ตล่ ะอายุจะแยกกันอยไู่ ปตาม โรงเรอื น แตล่ ะหลัง เช่น โรงเรือนสกุ รเลก็ โรงเรือนสุกรขนุ โรงเรือนแบบนี้สามารถป้องกันโรคตา่ งๆ ได้ดี แตล่ งทุนคา่ ก่อสรา้ งคอ่ นข้างสงู
2.2 ประเภทของโรงเรือน จาแนกตามลักษณะการควบคุมอณุ หภูมิ แบง่ ออกได้ 2 ประเภทคอื 2.2.1 โรงเรอื นแบบควบคมุ อุณหภูมไิ ม่ได้ (โรงเรือนเปิด) คอื โรงเรอื นท่พี บเหน็ โดยท่ัวไป การจัดการ ขึ้นอย่กู ับสภาพภูมิอากาศและหลกั การกอ่ สรา้ งโรงเรอื น จะตอ้ งดทู ิศทางลมเพ่ือให้การถ่ายเทอากาศได้ดี 2.2.2 โรงเรือนแบบควบคุมอุณหภูมิได้ (โรงเรอื นปดิ ) โรงเรอื นลกั ษณะน้เี ป็นโรงเรือนที่สรา้ งขนึ้ มาโดย ม่งุ เน้นการกาหนดทิศทางของอากาศทีผ่ ่านเข้าไปในโรงเรือนและความเร็วลมท่ีระบายออกจากโรงเรือนเป็นหลัก ดงั น้นั การสร้างโรงเรือนแบบนีจ้ งึ นิยมสร้างแบบปิด คือ ให้มีช่องอากาศเขา้ และออกในทิศทางทตี่ อ้ งการโดยช่องทางที่ อากาศเขา้ จะมแี ผ่นรังผง้ึ ให้ความชน้ื ก้ันอยซู่ ่งึ มีน้าหลอ่ เล้ียงตลอดเวลา สว่ นชอ่ งท่ีกาหนดให้อากาศออกจะอยดู่ า้ นตรง ขา้ มกับช่องอากาศเขา้ โดยตดิ ตงั้ พดั ลมดดู อากาศจากโรงเรือนออกส่ภู ายนอก อากาศที่เย็นจากแผน่ รังผ้ึงซึ่งอยู่ด้านตรง ข้ามจะเข้ามาแทนที่ทาให้อณุ หภูมิภายในโรงเรอื นตา่ ลงกวา่ โรงเรอื นเปดิ และสามารถเล้ียงสัตว์ต่อพนื้ ที่ไดจ้ านวนเพ่ิม มากขน้ึ กวา่ โรงเรือนโดยทว่ั ไป 2.3 แบบของโรงเรืองโรงเรือนแต่ละประเภทสามารถจาแนกออกไดต้ ามลักษณะรูปรา่ งของหลังคาคือ 2.3.1 แบบเพิงหมาแหงน เป็นแบบทส่ี รา้ งงา่ ยทีส่ ดุ ไมซ่ บั ซอ้ น แต่มขี ้อเสยี คือ ถา้ หนั หนา้ เข้าในแนวทาง ของลมมรสมุ ฝนจะสาดได้มาก 2.3.2 หลงั คาเพิงหมาแหงนกลายเปน็ แบบท่ีคลา้ ยกับโรงเรือนหมาแหงนเพยี งแต่เพิ่มกันสาดดา้ นหน้า โรงเรอื นเพ่ือป้องกันแดดและฝนได้ดีขึ้น แต่จะต้องเสียคา่ ใช้จา่ ยเพม่ิ มากขึน้ 2.3.3 แบบหน้าจ่ัว เปน็ แบบท่ีสร้างยากขน้ึ แตก่ ันแดดกันฝนไดด้ ีกวา่ แบบเพิงหมาแหงน โรงเรอื นแบบน้ี มีข้อเสียคือ ค่าวัสดุและคา่ แรงงานสูงกวา่ แบบเพิงหมาแหงน นอกจากนี้อณุ หภมู ิจากตวั สัตวท์ ่แี ผ่ออกมา จะลอยตวั ข้ึน ขา้ งบนไปตดิ อยู่ในชอ่ งหนา้ จว่ั รวมกบั ความรอ้ นที่หลงั คาได้รบั จากแสงแดดสะสมนาน ๆเข้าจะกลายเปน็ แหล่งของ ความร้อนท่ีอาจจะสะท้อนกลับลงมาทาให้อุณหภมู ิภายในโรงเรือนสูงขน้ึ สตั วอ์ ย่ไู ม่สะดวกสบาย 2.3.4 แบบหน้าจั่ว 2 ช้นั เป็นโรงเรอื นทแี่ ก้ไข ขอ้ บกพร่องของแต่ละโรงเรือนแต่ละแบบจัดวา่ เปน็ แบบท่ี ดที ่ีสุด เพราะหนา้ จัว่ ชั้นบน มที รี่ ะบายอากาศภายในโรงเรอื นไดด้ ีกว่าทุกแบบ แต่คา่ ใช้จา่ ยมากกวา่ แบบอน่ื ๆ ในการ สรา้ งโรงเรอื นแบบน้คี วรคานึงถงึ สภาพภมู ิประเทศ และภมู ิอากาศในพื้นที่ฟารม์ ให้เหมาะสม ถา้ โรงเรอื นท่ีต้ังอยู่มีลม โกรก อากาศเยน็ สบาย กอ็ าจไม่จาเป็นต้องสร้างโรงเรอื นแบบหนา้ จัว่ 2 ช้ัน ก็ได้ 2.2.5 แบบหนา้ จัว่ 2 ชน้ั กลาย โรงเรือนแบบน้ใี ช้ในกรณที ่ีตอ้ งการขยายเนื้อที่โรงเรอื นใหก้ วา้ งข้ึนมี คุณสมบตั ิไม่แตกตา่ งไปจากหน้าจั่ว 2 ช้นั
3. หลักในการสรา้ งโรงเรือนเล้ียงสตั ว์ การสรา้ งโรงเรือนต้องเหมาะสมกบั ชนดิ ประเภท และจานวนสัตว์ทีจ่ ะเล้ยี งโดยพจิ ารณาถงึ หลักทว่ั ๆ ไป ดงั นีค้ อื 3.1 ความสะอาด สงิ่ ท่ตี อ้ งคานึงถึงในการสร้างโรงเรือน คือ สภาพโรงเรอื นสามารถทาความสะอาดได้งา่ ย ดังนน้ั จงึ เลือกใช้ วัสดใุ ห้เหมาะสม เชน่ พืน้ คอนกรตี ทาความสะอาดได้งา่ ยกว่าพื้นไม้ และในการออกแบบกอ่ สรา้ งต้องคานึงถึงหลกั สขุ าภิบาลโดยพิจารณาถึงความลาดเทของพื้นคอก และการระบายนา้ ไม่ควรจะมีซอกมมุ จะทาใหย้ งุ่ ยากในการทา ความสะอาด 3.2 ความสะดวกในการปฏบิ ัตงิ าน โรงเรือนนอกจากทาความสะอาดได้งา่ ยแล้ว จะต้องออกแบบให้สะดวกในการปฏิบัตงิ าน เชน่ หลังคาไม่ ต่าจนเกินไป สภาพภายในสามารถเดินไปมาไดส้ ะดวก และโรงเรอื นท่ีดตี ้องต่อเตมิ ไดใ้ นอนาคตเม่ือกจิ การเจริญขน้ึ โดย ไมต่ ้องร้อื สรา้ งใหม่ 3.3 ความสุขสบายของสตั ว์ โครงสร้างโรงเรอื นต้องอาศัยความสะดวกสบายของสตั ว์ที่อาศยั อยเู่ ปน็ หลัก ดงั น้ันโรงเรือนทส่ี ร้างต้อง ระบายอากาศได้ดี ภายในโรงเรอื นเยน็ สบาย ฝนไม่สาด แดดไม่สอ่ งมากเกนิ ไป และต้องไมม่ ศี ตั รูของสตั วร์ บกวน พน้ื คอกไม่ควรขดั มนั บริเวณรอบคอกไม่แฉะ ไมม่ ีนา้ ขัง เลือกใชว้ สั ดุมงุ หลังคาที่ทาใหส้ ตั ว์อยไู่ ด้สบาย เชน่ หญ้าคา หญ้า แฝก จาก จะเย็นสบายกว่ากระเบอื้ ง และกระเบื้องจะเยน็ กว่าสบายกว่าสังกะสี นอกจากนขี้ นาดของโรงเรอื นจะต้อง เหมาะสมกบั จานวนสัตว์ท่เี ลย้ี ง เพราะสตั ว์แตล่ ะชนิด ประเภท ขนาด และอายุ ยอ่ มมคี วามต้องการพ้ืนท่ีต่อตัว แตกต่างกนั 3.4 ราคาถูกหาซื้อได้งา่ ย เลือกใชว้ ัสดทุ มี่ รี าคาถูก และหาไดง้ ่ายในทอ้ งถน่ิ มคี วามแขง็ แรงทนทานมีที่เก็บอาหาร และอุปกรณท์ ่ี เกี่ยวข้องกบั การเล้ยี งสตั วค์ รบถว้ น คาว่า “ราคาถกู ” ในท่นี ี้ไม่ได้ หมายถงึ โรงเรอื นท่ีใชค้ ่าก่อสร้างต่าเพียงอย่างเดียว ต้องคานงึ ถึงอายุการ ใช้งาน แล้วนามาเฉลย่ี เปน็ ราคาต่อปี โรงเรือนท่ีมรี าคาต่อปตี ่าแสดงวา่ โรงเรอื นน้ันราคาถูก 4. ขอ้ ควรพจิ ารณาในการสรา้ งโรงเรอื นของสตั วช์ นดิ ตา่ ง ๆ โรงเรอื นสาหรับสตั ว์แต่ละชนดิ จะแตกต่างกนั ขึ้นอยู่กบั ปัจจัยตา่ ง ๆ ดงั นี้ 4.1 ชนิด ประเภท อายุ ขนาดของสตั ว์ตา่ ง ๆมคี วามต้องการ พ้ืนทกี่ ารเล้ยี งตอ่ ตัวไมเ่ ทา่ กัน ความ สะดวกสบายไมเ่ หมือนกนั 4.2 วิธีการเลยี้ งท่ีต่างกนั แมจ้ ะเป็นสตั ว์ชนิดหรอื พันธเ์ุ ดยี วกนั เชน่ การเลย้ี งไกไ่ ข่กรงตบั กับการเลยี้ งไก่ไข่ แบบปล่อย การออกแบบสรา้ งโรงเรือนยอ่ มแตกต่างกัน 4.3 สภาพภูมิอากาศ แต่ละท้องถ่นิ ซง่ึ แตกตา่ งกัน มีผลต่อการสร้างโรงเรือนแตกตา่ งกัน เพ่ือให้เข้ากับสภาพ ภมู ิอากาศ
4.4 วสั ดุที่ใช้ในการก่อสรา้ งโรงเรือนมีหลายชนดิ จงึ ต้องสรา้ งโรงเรือนให้สอดคล้องกบั วสั ดุท่ีใช้ เชน่ ถ้าหลงั คา มงุ จาก ควรมีความลาดเทของหลังคามากกว่าหลงั คาทีม่ ุงด้วยสงั กะสหี รือกระเบอื้ ง 4.5 วัตถุประสงค์ของการเล้ียงสตั ว์แต่ละประเภท จะเป็นตัวกาหนดวา่ ควรจะสรา้ งโรงเรือนแบบใด จงึ จะ เหมาะสมกบั สัตว์เลี้ยง เพ่ือวตั ถุประสงคน์ ้นั ๆ 4.6 ปรมิ าณสตั วเ์ ล้ียงมีมากน้อยไม่เท่ากัน โรงเรอื นทส่ี รา้ งย่อมจะแตกต่างกนั 5. ขนาดของโรงเรือนเลีย้ งสัตว์ ขนาดของโรงเรอื นท่จี ะสรา้ งต้องมีความสัมพนั ธ์กับจานวนสตั วท์ เี่ ล้ยี ง และการถา่ ยเทอากาศภายในโรงเรอื น โดยทว่ั ๆ ไปโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ควรมคี วามกวา้ งไมเ่ กิน 10 เมตร เพราะถ้ากวา้ งเกินไปกจ็ ะทาใหห้ ลังคากวา้ งและลาด เกนิ ไป อากาศถ่ายเทไมส่ ะดวกในทางตรงกันขา้ มถ้าโรงเรอื นแคบเกนิ ไปก็จะกนั ฝนสาดไมไ่ ด้ สว่ นความยาวใหพ้ จิ ารณา ถงึ ความสะดวกต่อการจัดการเป็นหลัก โดยคานงึ ถงึ ความต้องการพื้นทโ่ี รงเรือนของสัตว์ ดงั แสดงในตารางท่ี 3.1 ตารางท่ี 3.1 แสดงความต้องการพื้นทโี่ รงเรือนของสตั วแ์ ต่ละชนิด ชนดิ ของสัตว์ ความต้องการพนื้ ท่ี หมายเหตุ ไก่ไข่อายุ 1 วัน - 6 สปั ดาห์ 21 - 35 ตวั / ตารางเมตร พื้นคอนกรตี ขงั รวมไมเ่ กนิ 2,000 ตวั ไก่ไข่อายุ 7 - 20 สปั ดาห์ 9 - 11 ตวั / ตารางเมตร พื้นคอนกรตี ไก่ระยะไข่ (20-74 สัปดาห์) 6 - 7 ตวั / ตารางเมตร พน้ื คอนกรีต 20 ตวั / ตารางเมตร กรงตบั ไก่กระทง 8 - 10 ตวั / ตารางเมตร พ้ืนคอนกรีต เปด็ อายุ 1 วัน - 7 สปั ดาห์ 6 - 8 ตวั / ตารางเมตร - เปด็ อายุ 8 - 20 สปั ดาห์ 5 - 6 ตวั / ตารางเมตร - เป็ดระยะไข่ (20-72 สัปดาห์) 5 ตวั / ตารางเมตร ขังรวมไม่เกนิ 250 ตวั เปด็ เนอ้ื 7 ตวั / ตารางเมตร - ลูกสกุ รอายุ 3 วนั - 10 สปั ดาห์ 0.4 - 0.6 ตารางเมตร / ตวั ขังรวมพื้นคอนกรตี สกุ รเลก็ อายุ 10 สัปดาห์- 35 กก. 0.6 - 0.8 ตารางเมตร / ตวั ขังรวมพน้ื คอนกรีต สกุ รรุ่น (น.น.35 - 60 กก.) 0.8 - 1.0 ตารางเมตร / ตวั ขงั รวมพ้ืนคอนกรตี สกุ รขุน (น.น. 60 - 100 กก.) 1.2 - 1.5 ตารางเมตร / ตวั ขงั รวมพื้นคอนกรีต สกุ รพันธ์ุ 3.67 ตารางเมตร / ตวั ขังเดย่ี วพื้นคอนกรตี 1.5 - 2.0 ตารางเมตร / ตวั ขังรวมพื้นคอนกรีต ลกู โคนม 1.2x1.2 ตารางเมตร / ตวั ยกพน้ื ขังเดี่ยว โคนมรนุ่ 2.0x2.5 ตารางเมตร / ตัว พนื้ คอนกรตี ขังรวม 4-8 ตวั โครีดนม 2-5 ไร่ / ตวั ขงั รวมแปลงหญ้า 1.1-1.5 เมตร / ตวั ซองรดี นมกวา้ ง
โคพนื้ เมือง 2.48 ตารางเมตร / ตวั - ลูกโคหยา่ นม 5.32 ตารางเมตร / ตวั - โครนุ่ 7.39 ตารางเมตร / ตวั - โคพ่อพนั ธุ์ 5.75 ตารางเมตร / ตวั - โคแม่พนั ธ์ุ โคลูกผสมบราหม์ ันพืน้ เมอื ง 3.58 ตารางเมตร / ตวั - ลูกโคหย่านม 5.58 ตารางเมตร / ตวั - โครนุ่ 8.49 ตารางเมตร / ตวั - โคพ่อพนั ธุ์ 6.74 ตารางเมตร / ตวั - โคแมพ่ นั ธ์ุ ความตอ้ งการพ้นื ที่ หมายเหตุ ชนิดของสตั ว์ โคลกู ผสมชารโ์ รเลย่ ์พ้ืนเมือง ลกู โคหย่านม 3.70 ตารางเมตร / ตวั - โครนุ่ 6.21 ตารางเมตร / ตวั - โคพอ่ พันธ์ุ 8.86 ตารางเมตร / ตวั - โคแมพ่ ันธ์ุ 8.21 ตารางเมตร / ตวั - 6. ส่วนประกอบของโรงเรอื นเล้ียงสตั ว์ โรงเรือนเลี้ยงสตั วป์ ระกอบไปด้วยสว่ นสาคญั ดงั ตอ่ ไปน้ี 6.1 เสา เสาโรงเรอื นสามารถทาดว้ ยวสั ดตุ ่าง ๆกนั เชน่ ไม้ไผ่ ไม้เนื้อแข็ง เหล็ก แป๊บน้า หรือคอนกรตี เป็น ตน้ เสาจากวสั ดุแต่ละชนิดยอ่ มมขี ้อดี ข้อเสียตา่ งกันไป 6.2 หลังคา จะสรา้ งหลังคาแบบใดขึน้ อยู่กบั วัตถปุ ระสงค์และความเหมาะสมเพราะหลังคา ทุกแบบจะมี ส่วนประกอบทสี่ าคัญอยู่ 2 สว่ น คือ โครงหลังคา และวัสดมุ ุ่งหลังคา 6.3 ผนังโรงเรอื น โรงเรือนแต่ละชนดิ จะใช้วสั ดุกน้ั หรอื ผนังโรงเรือนมีความแตกต่างกันไป 6.3.1 สตั ว์ใหญ่ ไมจ่ าเปน็ ตอ้ งมีผนงั โรงเรือน แตจ่ ะใชไ้ มห้ รือเหลก็ กั้นให้ห่างพอไมใ่ หส้ ัตว์ลอดออกไปข้าง นอกได้ เรียกวา่ รั้ว 6.3.2 สตั ว์เล็ก พวกแพะ แกะ ถ้าใช้ไม้เปน็ วสั ดุก้ันโรงเรือน จะก้ันในแนวตัง้ หรือใชต้ าขา่ ยขนาดใหญแ่ ทน ถา้ เป็นสกุ รนิยมใช้อฐิ บลอ็ ก 6.3.3 สัตว์ปกี นยิ มใช้ตาขา่ ยขนาดไม่เกนิ 1x1 น้ิว เพราะนอกจากจะเปน็ การกักบรเิ วณสัตว์แล้ว ผนัง โรงเรอื นตอ้ งสามารถป้องกันศตั รูเข้ามาทาร้ายสตั ว์ และป้องกนั สตั วซ์ ึ่ง เปน็ พาหะนาโรคได้ด้วย 6.4 พ้นื โรงเรือน พื้นโรงเรอื นถอื วา่ มีความสาคญั ต่อการเลี้ยงสตั ว์มาก เพราะพืน้ เปน็ ส่วนของโรงเรือนที่สตั ว์ ทกุ ชนดิ ตอ้ งสมั ผสั อยตู่ ลอดเวลา ในการสรา้ งพนื้ โรงเรือน นอกจากจะถกู ต้องตามชนดิ ของสตั ว์แลว้ จะต้องคานึงถงึ ความทนทาน การสุขาภิบาลและความสะดวกสบาย ของสัตว์เปน็ หลกั โดยสามารถแบ่งพ้ืนโรงเรอื นไดด้ ังน้ี
6.4.1 พืน้ คอนกรีต เป็นพืน้ โรงเรอื นท่ีนยิ มใช้มาก เพราะสรา้ งง่ายทนทาน สะดวกในการดแู ลรกั ษาทา ความสะอาดได้งา่ ย พน้ื คอนกรตี ไมค่ วรให้ลน่ื หรอื หยาบเกนิ ไปควรมคี วามลาดเอยี ง ประมาณ 2-3 องศา เพอ่ื ป้องกนั นา้ ขัง 6.4.2 พืน้ ไม้ระแนง นิยมใชก้ ับโรงเรอื นเล้ียงแพะ และแกะ 6.4.3 พ้นื ดนิ นิยมในอดีต ปจั จุบนั ใช้ในการเลยี้ งโค และกระบอื สาหรบั เกษตรกรรายย่อย พื้นดนิ ดูแล รักษา ความสะอาดยาก เปน็ ทสี่ ะสมของเชอ้ื โรค มผี ลต่อสุขภาพของสัตว์เล้ยี ง 6.4.4 พืน้ สแลท จัดเปน็ พนื้ โรงเรอื นที่ทนั สมัยที่สุด นยิ มใช้ในฟาร์มขนาดใหญม่ ที ั้งสแลททท่ี าจาก ปูนซเี มนต์ ทาจากพลาสติกแขง็ และทาจากเหลก็ ถัก พื้นสแลทดแู ลรักษาความสะอาดไดง้ า่ ย การระบายอากาศภายใน โรงเรือนดี โรงเรือนแหง้ งา่ ย แต่มรี าคาแพง 6.5. วัสดรุ องพน้ื จะไม่จัดเป็นส่วนประกอบของโรงเรือนโดยตรง แตม่ คี วามจาเป็นสาหรับสัตว์ทเ่ี ลย้ี งบนพืน้ คอนกรีตและพน้ื ดนิ เพ่ือต้องการใหส้ ัตว์อยู่อย่างสบาย และสะดวกในการทาความสะอาด วสั ดุรองพื้นโรงเรือน ควรมี ความหนาประมาณ 2-3 น้ิว ทีน่ ยิ มใช้ ได้แก่ แกลบ ขีเ้ ลอ่ื ย เป็นตน้ 7. การวางผังของโรงเรอื น การวางผงั ของโรงเรอื นเป็นหลกั เบื้องตน้ ในการจัดการฟาร์ม ทาให้สะดวกในการปฏิบตั ิงาน สัตวอ์ ยไู่ ดอ้ ย่าง สบาย สัตวป์ ราศจากโรค การวางผังของโรงเรือนควรคานึงถงึ หลกั การตอ่ ไปน้ี 7.1 โรงเรอื นทอ่ี ยู่อาศยั ของสตั ว์กบั โรงเกบ็ อาหารสัตว์ ควรอยู่ในตาแหน่งท่ีสะดวกต่อการนาอาหารไปใชเ้ ลีย้ ง สตั ว์ 7.2 ควรมโี รงเรือนรักษาสัตว์ป่วยแยกอยู่อยา่ งอสิ ระ และอยู่หา่ งจากโรงเรือนอน่ื ๆ เพอื่ ปอ้ งกันการแพร่ ระบาดของสตั ว์ 7.3 โรงเรอื นแตล่ ะหลังควรมีทีเ่ กบ็ เวชภณั ฑแ์ ละอุปกรณ์ที่จาเป็นกับสัตว์ในกลุ่มน้ัน ๆ ไวป้ ระจา 7.4 คอกคลอด ควรอยู่ใกล้กับท่พี ักของผูเ้ ล้ียง เพื่อสะดวกต่อการชว่ ยเหลอื สตั ว์ เมอ่ื มีปัญหา 7.5 โรงเรอื นแต่ละหลัง ควรอยหู่ ่างกนั ไมน่ ้อยกวา่ 30 เมตร เพื่อป้องกนั การระบาดของเชอ้ื โรค 8. เคร่อื งมือและอปุ กรณใ์ นการเล้ียงสัตว์ 8.1 อุปกรณ์ให้นา้ ใหอ้ าหารสัตว์ จาแนกตามชนดิ ของสตั ว์ไดด้ ังนี้ 8.1.1 โค-กระบือ อุปกรณ์ใหน้ ้า อาจทาเปน็ บ่อซเี มนต์ หรอื ถ้าเลย้ี งแบบยนื โรง นิยมใชแ้ บบอัตโนมัติ อุปกรณ์ใหอ้ าหารถ้าเป็นอาหารข้นจะนยิ มใชร้ างปนู ยาวตลอดโรงเรือน สว่ นการใหอ้ าหารหยาบจะเท บนพน้ิ ท่มี ีไม้ระแนงตีก้ันห่าง ๆ ยกสูงพอท่ีจะให้สัตว์กม้ กินได้ 8.1.2 แพะ-แกะ รางนา้ และรางอาหารจะคล้ายกับโค-กระบือ แตม่ ีขนาดเล็กกวา่ นสิ ยั การกนิ อาหารของแพะ-แกะ ชอบกนิ อาหารในที่สูง จึงควรสร้างรางน้าอาหารหยาบให้สูง เพ่ือป้องกันการสูญเสีย 8.1.3 สุกร
สกุ รพ่อพันธ์-แม่พนั ธ์ุ ใหน้ า้ แบบหวั นปิ เป้ลิ ใหอ้ าหารในรางยาว สุกรขนุ ใหน้ า้ แบบหวั นิปเปลิ้ ให้อาหารแบบใชถ้ ังหมนุ หรือรางยาว สกุ รอนุบาล ใหน้ า้ แบบหยด ใหอ้ าหารแบบรางมกี รงเหล็กครอบ สกุ รเล็ก ให้นา้ แบบหัวนิปเป้ิล ให้อาหารแบบถุงหมุนขนาดเลก็ 8.1.4 ไก่ รางน้ารางอาหารข้ึนอยกู่ บั ประเภทและวธิ เี ลีย้ ง เลี้ยงบนพื้น การใหน้ า้ ใชก้ ระปุก การใหอ้ าหาร ใช้แบบถาดสาหรบั ไก่เล็ก ถงั แขวนสาหรับไก่ใหญ่ เลยี้ งแบบกรงตับ การให้น้า แบบหยด การใหอ้ าหารแบบรางยาว รางใหอ้ าหารไก่ ถงั ใหอ้ าหารไกแ่ บบถังแขวน ถังให้นา้ ไก่แบบอตั โนมตั ิ ท่ีใหน้ ้าไก่แบบขวดคว่า ทใี่ หน้ า้ ไก่แบบหยด ทใี่ หอ้ าหารสุกรเลก็ แบบราง ทใี่ ห้อาหารสุกรขนุ แบบถังหมุน
ท่ใี ห้อาหารสุกรแบบอัตโนมตั ิ ท่ีใหน้ า้ สุกรแบบหัวนิปเปล้ิ ทใ่ี หอ้ าหารโคแบบรางปนู ยาว ทใ่ี ห้นา้ โคแบบอตั โนมัติ 8.2 อุปกรณ์ในการกก การกก คือ การให้ความอบอุ่นแกส่ ตั ว์ ลูกสตั ว์เลก็ ๆ ทย่ี ังไมแ่ ขง็ แรง วิธกี ารที่นยิ มใช้ในปจั จบุ ัน ไดแ้ ก่ 8.2.1 ใชก้ ระแสไฟฟ้า อาจใช้หลอดไฟ หรอื ขดลวดไฟฟา้ ก็ได้ ต้นทนุ การผลิตสงู 8.2.2 ใช้แกส๊ ต้นทนุ การผลิตต่า 8.2.3 เตาถ่าน หรอื ตะเกียง สาหรับเกษตรกรท่ีเลย้ี งสัตว์ไม่มาก เครื่องกกลกู ไก่แบบใช้แกส๊ เครื่องกกลกู ไก่ใช้ไฟฟ้าแบบฝาชี
8.3 อปุ กรณใ์ นการผสมอาหาร มีทั้งการผสมอาหารด้วยมือและการผสมอาหารดว้ ยเครอ่ื งอปุ กรณ์ที่ ประกอบด้วย 8.3.1 เคร่ืองช่งั 8.3.2 พล่วั 8.3.3 กระสอบใส่อาหาร 8.3.4 เชือกมัดปากกระสอบอาหาร 8.3.5 ไมก้ วาดทางมะพรา้ ว พลัว่ กระสอบใส่อาหาร เครือ่ งชั่ง 8.4 อปุ กรณใ์ นการตอนสัตว์ จะมีขนาดและความแตกต่างกันตามชนดิ และจดุ ประสงคใ์ นการตอน อปุ กรณ์ทีน่ ยิ มใช้ได้แก่ 8.4.1 อปุ กรณ์ในการตอนไก่ การตอนไก่มี 2 แบบคือ 8.4.1.1 แบบผ่าขา้ ง ประกอบดว้ ยคันธนู ตะขอเกย่ี วปกี และขา มดี ผา่ ตัด คมี ถ่างแผล หว่ งเกีย่ ว ลกู อัณฑะ ชอ้ นตกั ลูกอัณฑะ และยาฆา่ เชื้อ 8.4.1.2 แบบฝงั ฮอร์โมน ประกอบดว้ ย เข็มฝงั ฮอรโ์ มน ฮอรโ์ มน และยาฆา่ เชื้อ 8.4.2 อปุ กรณ์ในการตอนสุกร สุกรนยิ มตอนโดยผ่าถุงลกู อัณฑะ เพอื่ นาลูกอณั ฑะออก อปุ กรณ์ ประกอบด้วย โตะ๊ ตอน มีดผ่าตัด คีมหนบี เส้นเลือด ด้ายผกู เส้นเลอื ด ยาฆ่าเชื้อ และยาโรยแผลป้องกนั แมลง แตถ่ ้า เป็นสกุ รพ่อพนั ธุน์ ยิ มใช้คีมตอน 8.4.3 อปุ กรณ์ในการตอนโค-กระบอื การตอนโค-กระบือในปจั จุบนั นยิ มใช้คมี หนีบท่อน้าเชื้อให้ขาด อุปกรณ์ประกอบด้วย คมี ตอน เชอื กบังคบั ยาฆา่ เชือ้ และยาโรยป้องกนั แมลง
ชุดมดี ผ่าตดั ในการตอนไก่ มีดตอนสกุ ร คีมตอนสัตว์เล็ก คีมตอนสตั วใ์ หญ่ 8.5 อปุ กรณใ์ นการทาเครอ่ื งหมายสตั ว์ 8.5.1 สุกร นิยมทาเครอื่ งหมายโดยวิธี 5.1.1 ตัดเบอร์หู 5.1.2 ป้ายตดิ ทใ่ี บหู 5.1.3 การสักใบหู 8.5.2 โค-กระบอื นยิ มทาเคร่ืองหมายโดยวิธี 8.5.2.1 ป้ายตดิ ที่ใบหู 8.5.2.2 การตีเบอรโ์ ดยใช้หัวแร้งทีส่ ะโพก 8.5.2.3 โซ่คลอ้ งคอ 8.5.3 สัตวป์ กี นยิ มทาเครื่องหมายโดยวิธี ตดิ ปา้ ยที่ปีก เบอรก์ าไลทขี่ ้อเทา้ คมี ตัดเบอร์หสู ุกร คมี สกั เบอรห์ ู
คมี ตดิ เบอรห์ ู เบอรห์ พู ลาสติก 8.6 อปุ กรณเ์ คร่ืองมือเวชภัณฑ์รกั ษาสัตว์ เป็นอปุ กรณท์ ใี่ ช้ในการรักษาสัตว์และให้วคั ซนี สัตว์ ประกอบดว้ ย 8.6.1 ปรอทวัดอุณหภูมิสตั ว์ 8.6.2 เทปวัดนา้ หนกั สตั ว์ 8.6.3 ทีก่ รอกยาสัตว์ 8.6.4 เข็มฉีดยา 8.6.5 กระบอกฉีดยา 8.6.7 ทีส่ อดยาเข้ามดลกู 8.6.8 อุปกรณต์ ้มนา้ ร้อน 8.6.9 อุปกรณผ์ า่ ตัด 8.6.10 เข็มหยอดจมูกไก่ 8.6.11 เขม็ แทงปกี ไก่ ปรอทวัดอุณหภมู ิสัตวแ์ บบดิจิตอล เทปวดั น้าหนักสัตว์ ไซริงค์ เขม็ แทงปีกไก่
เข็มหยอดจมูกไก่ ไซรงิ ค์กรอกยาสตั ว์ เข็มและไซรงิ ค์ อปุ กรณผ์ ่าตัด 8.7 อุปกรณต์ ดั แตง่ กีบ อปุ กรณ์ท่ีใชต้ ัดแต่งรักษาใหก้ ีบอยู่ในรปู ทรงปกติ ประกอบด้วย 8.7.1 คมี ตดั กีบ 8.7.2 มีดปาดกีบ 8.7.3 ตะไบแต่งกีบแบบโค้ง หรอื แบบตรง 8.7.4 กรรไกรตัดแต่งกีบ 8.7.5 มีดตดั แตง่ กบี คมี ตดั กบี ตะไบแต่งกบี โค้ง ตะไบแต่งกีบตรง มีดปาดกีบ
มีดตดั แต่งกีบ กรรไกรตัดแตง่ กบี 8.8 อุปกรณบ์ งั คับสตั ว์ เพ่ือสะดวกในการปฏบิ ัตติ อ่ สัตว์ จะตอ้ งบังคับให้สัตวอ์ ยู่นิง่ พอท่ีจะปฏิบัติการใด ๆ ได้ อุปกรณก์ ลุ่มน้ี ประกอบดว้ ย 8.8.1 คมี ดึงจมูกโค 8.8.2 หว่ งจมูกโค 8.8.3 ขลมุ โค 8.8.4 ทีถ่ ่างปากโค 8.8.5 ก้านป้องกนั โคเตะ 8.8.6 เชือกมัดปากสกุ ร 8.8.7 ซองใสส่ ตั ว์ เช่น ใส่สุกร ใส่ลกู โค 8.8.8 กระบองไฟฟ้า 8.8.9 ทตี่ อ้ นสัตว์ คมี ดงึ จมูกโค ทถ่ี า่ งปากโค กระบองไฟฟา้ ช้อตบังคับสัตว์ เชอื กมดั ปากสุกร
8.9 อุปกรณผ์ สมเทยี ม ประกอบดว้ ย 8.9.1 เครื่องมือตรวจการเป็นสดั 8.9.2 ชุดรดี นา้ เช้ือสุกร 8.9.3 ทอ่ ยางผสมเทียมสุกร 8.9.4 ถังเก็บน้าเชื้อแชแ่ ขง็ 8.9.5 ถงั ไนโตรเจนเหลว 8.9.6 ปนื ฉดี นา้ เช้อื แชแ่ ข็งในโค 8.9.7 ถงุ มอื ผสมเทยี ม อปุ กรณ์การผสมเทียมโค ถงั ไนโตรเจนเหลวใสน่ า้ เชอ้ื ปืนฉดี นา้ เชอื้ แช่แข็งในโค ทอ่ ยางผสมเทยี มสกุ ร ชุดรดี นา้ เช้อื สกุ ร ถงั เก็บนา้ เชอื้ แชแ่ ขง็ 8.10 อปุ กรณ์ช่วยคลอดและจัดการหลังคลอด ประกอบด้วย 8.10.1 เครอื่ งมือตรวจการตั้งทอ้ ง 8.10.2 คมี ดงึ ช่วยคลอด 8.10.3 โซ่ชว่ ยคลอด 8.10.4 คีมตัดหางสกุ ร
8.10.5 คีมตดั เขยี้ วสุกร 8.10.6 กรรไกรตัดสายสะดือ 8.10.7 เชอื กหรือดา้ ยมัดสายสะดือ 8.10.8 ยาฆ่าเช้ือ เครอ่ื งตรวจการต้งั ท้องสุกร คมี ดงึ ช่วยคลอด โซ่ชว่ ยคลอด คมี ตดั เขยี้ วสุกร กรรไกรตดั สายสะดอื คีมตดั หางสุกร 8.11 อปุ กรณ์อืน่ ๆ ไดแ้ ก่ 8.11.1 เครอ่ื งรดี นม 8.11.2 ถังนม 8.11.3 ชุดตรวจสอบคุณภาพนา้ นม 8.11.4 อุปกรณ์ทาลายเขา 8,11.5 เครอ่ื งวัดความหนาของไขมนั สุกร 8.11.6 ซองคลอดสาหรบั สุกร 8.11.7 คอกอนบุ าลสุกร 8.11.8 เครือ่ งฟักไข่ 8.11.9 แผงใส่ไข่ 8.11.10 เครอ่ื งตัดปากไก่
8.11.11 กรงตับ 8.11.12 รงั ไข่ 8.11.13 เคร่อื งส่องไข่ 8.11.14 ส้อมโกยหญา้ 8.11.15 สายยาง 8.11.16 ไมก้ วาดพ้นื ไม้กวาดทางมะพร้าว ไม้กวาดหยากไย่ 8.11.17 ผ้ากนั เปอ้ื น 8.11.18 รองเท้าบทู๊ 8.11.19 ที่ตกั ขยะ และถังขยะ 8.11.20 รถเขน็ อาหารสัตว์ 8.11.21 ทต่ี กั อาหารสัตว์ เครอื่ งรีดนมโค ถังใส่นม ทีส่ ูญเขาโค เคร่ืองสอ่ งไข่ แผงใส่ไข่ ตู้ฟักไข่ เครอ่ื งตัดปากไก่ ส้อมโกยหญา้ รองเทา้ บู๊ท
เคร่ืองวดั ความหนาของไขมันสกุ ร เอกสารอา้ งอิง กรมอาชีวศึกษา การศึกษาธกิ าร. 2525. หลกั การเลย้ี งสัตวท์ ัว่ ไป. กรุงเทพฯ : สานกั พิมพ์- อักษรเจริญทศั น์. 101 น. คานงึ หนูดาษ. 2543. หลักการเล้ียงสตั วท์ ่วั ไป. กรงุ เทพฯ : ศูนย์วิจยั และพฒั นาอาชวี ศึกษา 5 กรมอาชีวศึกษา. 150 น. บญุ เสริม ชวี ะอิสระกุลและบุญล้อม ชวี ะอิสระกุล. 2542. พ้นื ฐานสตั วศ์ าสตร์. พมิ พ์คร้ังท่ี 2. เชียงใหม่ :ภาควิชาสัตวศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. 186 น. พานิช ทนิ นิมติ ร. 2535. หลักการเลยี้ งสัตว์. สงขลา : ภาควิชาสตั วศาสตร์ คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์. 224 น. มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์. 2521. หลักการเล้ยี งสัตว์ทวั่ ไป. กรงุ เทพฯ : ม.ป.พ. 352 น. สุวิทย์ เฑยี รทอง. 2530. หลกั การเลี้ยงสตั ว์. กรงุ เทพฯ : สานักพิมพโ์ อเดยี นสโตร์. 172 น.
แบบทดสอบหน่วยที่ 3 คาสงั่ ตอนที่ 1 ให้นักศกึ ษาตอบคาถามให้ถูกต้อง โดยเติมคาตอบลงในช่องวา่ ง (5 คะแนน) 1. ประเภทของโรงเรือน จาแนกได้กลี่ ักษณะ และในแต่ลักษณะแบง่ ไดเ้ ปน็ ประเภทใดบา้ ง ................................................................................................................................................................... ...................... ............................................................................................................. ............................................................................ ......................................................................................................................... ............................... 2. ขอ้ ควรพิจารณาในการสรา้ งโรงเรอื นเล้ียงสัตว์ชนิดต่างๆ มีอะไรบ้างพร้อมอธิบาย ............................................................................................................................. ............................................................ ................................................................................................................................................. ........................................ ........................................................................................... ............................................................. 3. นกั ศึกษาจงเลือกชนดิ สตั ว์มาหนึง่ ชนดิ และหนงึ่ ชว่ งอายแุ ละจานวนที่จะเลีย้ ง จากน้ันจงึ กาหนดขนาดของโรงเรือน (โดยอ้างองิ จากตารางความต้องการพ้นื ทโ่ี รงเรือนของสตั ว์แตล่ ะชนิด) แลว้ จงึ บอกวสั ดุท่ีจะใชส้ รา้ ง แบบโรงเรือนท่ี จะสร้าง และประเภทของโรงเรอื นที่จะสร้าง ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................................. ............................................ ....................................................................................... ................................................................. 4. จงบอกอุปกรณ์ให้นา้ และอาหารของสตั วป์ ระเภท โค สกุ ร และ ไก่ วา่ มลี กั ษณะและวธิ ีใชแ้ บบใดบา้ งพร้อมอธิบาย ......................................................................................... ................................................................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ........................... 5. ในการทาเครื่องหมายสตั ว์ ในกรณีทนี่ ักศึกษาไม่มีอปุ กรณ์ท่จี าเพาะในการทาเครือ่ งหมายสัตว์ นักศึกษาคดิ วา่ จะมี วธิ ีใดอีกบ้างทสี่ ามารถทาเครื่องหมายให้กบั สตั ว์อีกได้ จงบอกพรอ้ มอธิบาย ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ ......................................................................................................................................................................... ................ ................................................................................................................... .......................... คาสัง่ ตอนท่ี 2 ให้นกั ศึกษาดภู าพแล้วบอกชื่ออุปกรณแ์ ละชนิดสตั ว์ทน่ี าเอาอุปกรณน์ น้ั ๆ ไปใชด้ ว้ ย (5 คะแนน)
ช่อื ............................... ชือ่ ................................ ช่ือ............................... ช่ื................................. ชนดิ สตั ว.์ ..................... ชนดิ สตั ว์...................... ชนิดสตั ว.์ ..................... ชนิดสัตว.์ ...................... ชอ่ื ............................... ชอื่ ................................ ช่ือ............................... ช่ื.............................. ชนดิ สัตว.์ ..................... ชนิดสัตว์...................... ชนิดสตั ว.์ ..................... ชนิดสัตว.์ .................... ชื่อ.............................. ชื่อ.............................. ชนิดสัตว.์ .................... ชนิดสตั ว์.....................
Search
Read the Text Version
- 1 - 21
Pages: