Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore บทที่2 ระบบเครือข่ายและเทคโนโลยีสารสนเทศ

บทที่2 ระบบเครือข่ายและเทคโนโลยีสารสนเทศ

Published by sawan_1966, 2019-06-13 09:44:18

Description: บทที่2 ระบบเครือข่ายและเทคโนโลยีสารสนเทศ

Search

Read the Text Version

และเทคโนโลยีสารสนเทศ วชิ าเทคโนโลยสี ารสนเทศ เพอ่ื การจดั การอาชพี

บทท่ี2 ระบบเครอื ข่ายและเทคโนโลยีสารสนเทศ 2.1 ระบบเครอื ข่ายคอมพิวเตอร์ \" ระบบเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์ หรือระบบเน็ตเวริ ก์ คือ กล่มุ ของคอมพิวเตอรแ์ ละอุปกรณ์ต่างๆ ท่ถี ูก นามาเชอื่ มต่อกันเพื่อใหผ้ ใู้ ชใ้ นเครือข่ายสามารถติดต่อสื่อสาร แลกเปลย่ี นข้อมูล และใช้อุปกรณ์ตา่ งๆ ในเครือข่าย รว่ มกันได้\"เครือข่ายน้นั มีหลายขนาด ต้ังแต่ขนาดเลก็ ทเ่ี ชื่อมตอ่ กันด้วยคอมพวิ เตอรเ์ พียงสองสามเครื่อง เพอ่ื ใช้งานใน บา้ นหรอื ในบริษัทเล็กๆ ไปจนถงึ เครือข่ายขนาดใหญ่ทเี่ ชอื่ มตอ่ กนั ทัว่ โลก ส่วน Home Network หรอื เครือข่ายภายใน บา้ น ซ่ึงเป็นระบบ LAN ( Local Area Network) เป็นระบบเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์ขนาดเลก็ ๆ หมายถึง การนาเครื่อง คอมพวิ เตอร์และอุปกรณ์ มาเช่ือมตอ่ กันในบา้ น สิ่งท่ีเกิดตามมาก็คอื ประโยชนใ์ นการใชค้ อมพวิ เตอรด์ า้ นต่างๆ \" 2.2 เทคโนโลยสี ารสนเทศ ในยุคของสังคมเศรษฐกจิ ฐานความรู้ จาเป็นทจ่ี ะต้องมีความรู้พ้นื ฐานเก่ยี วกับการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศเนอื่ งจากเทคโนโลยีสารสนเทศทาให้เกิดการสื่อสารไร้พรหมแดน ชว่ ยอานวยความสะดวก และชว่ ย สง่ เสรมิ ใหม้ คี ณุ ภาพชวี ิตที่ดีข้ึน ในปัจจุบนั เราจึงได้พบเห็นการประยุกตใ์ ช้เทคโนโลยีสารสนเทศในงานต่าง ๆ จานวน มาก เทคโนโลยี คือการประยุกต์เอาความรู้ดา้ นวิทยาศาสตร์ เช่น คอมพวิ เตอร์ การ สื่อสาร โทรคมนาคม ตลอดจนการศกึ ษาพัฒนาองคค์ วามรู้ตา่ ง ๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในกจิ การต่าง ๆ เช่น ดา้ น การแพทย์ การศึกษา การคา้ และอตุ สาหกรรม สารสนเทศ คอื ข้อมลู ท่ีผ่านการประมวลผลและเป็นประโยชนต์ ่อการดาเนินชีวติ ของมนุษย์ ดังนัน้ เทคโนโลยี สารสนเทศจงึ หมายถึงเครื่องหมายหรอื วธิ ีการท่ีเกีย่ วขอ้ งกับการรวบรวม ประมวลผล เกบ็ รกั ษา และเผยแพรข่ ้อมูล และสารสนเทศ

2.3 บทบาทของระบบสารสนเทศ 1. ส่วนที่นาเขา้ (Inputs) ไดแ้ ก่การรวบรวมและการจัดเตรียมข้อมลู ดบิ สว่ นทน่ี าเขา้ นี้สามารถมีไดห้ ลายรูปแบบไมว่ ่า จะเปน็ การโทรเข้าเพ่ือขอข้อมูลในระบบสอบถามเบอรโ์ ทรศัพท์ ข้อมลู ทล่ี ูกค้ากรอกในใบ สอบถามการใหบ้ ริการของ ร้านค้าฯลฯ ขน้ึ อยูก่ ับสว่ นแสดงผลที่ต้องการ สว่ นทนี่ าเข้าน้อี าจเปน็ ขบวนการทที่ าดว้ ยตัวเองหรือเปน็ แบบอตั โนมัติก็ ได้ เช่นการอา่ นข้อมลู รายชื่อสินค้าและรายราคาโดยเครอ่ื งอา่ น บาร์โค้ดของหา้ งสรรพสินค้า จดั เปน็ ส่วนที่นาเขา้ แบบ อัตโนมัติ 2. การประมวลผล (Processing) เก่ยี วข้องกบั การเปล่ียนและการแปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปของสว่ นแสดงผลทมี่ ี ประโยชน์ ตัวอย่างของการประมวลผลได้แก่การคานวณ การเปรียบเทยี บ การเลือกทางเลอื กในการปฏบิ ตั งิ านและ การเก็บข้อมูลไวใ้ ชใ้ นอนาคต โดยการประมวลผลสามารถทาได้ด้วยตนเองหรือสามารถใช้คอมพิวเตอรเ์ ขา้ มาช่วยก็ได้ ตัวอยา่ งเชน่ ระบบคิดเงนิ เดือนพนกั งาน สามารถคิดได้จากการนาจานวน ชวั่ โมงการทางานของพนักงานคูณเข้ากบั อตั ราค่าจา้ งเพ่ือให้ได้ยอดเงนิ รวมที่ต้องจ่ายรวม ถ้าชว่ั โมงการทางานรายสัปดาหม์ ากกวา่ 40 ช่วั โมงอาจมีการคดิ เงนิ ลว่ งเวลาให้ โดยเพ่ิมเข้าไปกับเงินรวม จากน้นั อาจจะทาการหกั ภาษพี นักงาน โดยการนาเงนิ รวมมาคดิ ภาษีและนาเงนิ รวมมาลบดว้ ยภาษีทคี่ านวณได้ จะทาให้ได้เงินสทุ ธทิ ีต่ ้องจ่ายใหก้ ับพนักงาน 3. สว่ นที่แสดงผล (Outputs) เกีย่ วข้องกับการผลิตสารสนเทศทม่ี ีประโยชน์ มกั จะอยใู่ นรูปของเอกสาร หรือ รายงานหรอื อาจะเป็นเช็คท่ีจ่ายใหก้ บั พนักงาน รายงานทน่ี าเสนอผูบ้ รหิ ารและสารสนเทศท่ีถูกผลิตออกมาให้กับผถู้ ือ หุ้น ธนาคาร หรือกลมุ่ อนื่ ๆ โดยส่วนแสดงผลของระบบหนง่ึ อาจใช้เป็นสว่ นทีน่ าเข้าเพื่อควบคมุ ระบบหรืออปุ กรณ์อ่นื ๆ กไ็ ด้ เชน่ ในขบวนการผลิตเฟอรน์ ิเจอร์ พนักงานขาย ลกู คา้ และ นักออกแบบเฟอรน์ ิเจอร์อาจจะทาการออกแบบ เฟอร์นิเจอรซ์ า้ แล้วซ้าเลา่ เพื่อใหต้ รงตามความต้องการของลกู ค้า โดยอาจจะใชซ้ อฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวรค์ อมพิวเตอร์ เข้ามาช่วยในการออกแบบน้ดี ้วย จนกระทัง่ ได้ตน้ แบบท่ีตรงความตอ้ งการมากท่ีสุด จึงส่งแบบน้นั ไปทาการผลติ จะ เห็นว่าแบบเฟอร์นิเจอรท์ ่ีไดจ้ ากการออกแบบแต่ละคร้ังจะเป็นส่วนทีถ่ ูกนาไปปรบั ปรุงการออกแบบในครัง้ ต่อๆ ไป จนกระทั่งได้แบบ สดุ ทา้ ยออกมา อาจอยใู่ นรปู ของสิ่งพิมพ์ทอ่ี อกมาจากเครื่องพมิ พ์หรือแสดงอยู่บนหนา้ จอ คอมพิวเตอร์ท่เี ป็นอุปกรณ์แสดงผลตัวหนึ่งหรอื อาจจะอยใู่ นรปู ของรายงานและเอกสารที่เขียนด้วยมือก็ได้ 4. ผลสะท้อนกลับ (Feedback) คอื สว่ นแสดงผลท่ใี ช้ในการทาให้เกิดการเปล่ยี นแปลงต่อสว่ นทีน่ าเข้าหรือสว่ น ประมวลผล เช่น ความผดิ พลาดหรือปัญหาที่เกดิ ขึ้น อาจจาเปน็ ต้องแก้ไขข้อมลู นาเขา้ หรอื ทาการเปล่ยี นแปลงการ ประมวลผลเพื่อใหไ้ ด้ส่วนแสดงผลทถ่ี กู ต้อง ตัวอยา่ งเชน่ ระบบการจา่ ยเงนิ เดือนพนักงาน ถา้ ทาการป้อนช่ัวโมงการ ทางานรายสปั ดาห์เป็น 400 แทนทจ่ี ะเปน็ 40 ช่ัวโมง ถ้าทาการกาหนดให้ระบบตรวจสอบค่าชั่วโมงการทางานให้อยู่ ในชว่ ง 0-100 ช่วั โมง ดังนนั้ เมอ่ื พบข้อมูลน้ีเป็น 400 ชวั่ โมง ระบบจะทาการสง่ ผลสะท้อนกลับออกมา อาจจะอย่ใู นรูป ของรายงานความผิดพลาด ซึ่งสามารถนาไปใชใ้ นการตรวจสอบและแก้ไขจานวนชัว่ โมงการทางานทีน่ าเขา้ มาคานวณ ให้ถกู ต้องได้

2.4 ระบบสารสนเทศทีใ่ ช้คอมพวิ เตอร์ ระบบสารสนเทศท่ีใชค้ อมพวิ เตอร์ประกอบดว้ ย ฮาร์ดแวร์ (Hardware), ซอฟตแ์ วร์ (Software), ข้อมลู (Data), บคุ คล (People),ขบวนการ (Procedure) และการสื่อสารข้อมลู (Telecommunication) ซึ่งถกู กาหนดขน้ึ เพื่อทาการ รวบรวม, จดั การ จดั เกบ็ และประมวลผลขอ้ มลู ให้เปน็ สารสนเทศ รูปท่ี 4 แสดงสว่ นประกอบของระบบ สารสนเทศที่ ใช้คอมพวิ เตอร์ 1. ฮารด์ แวร์ คอื อุปกรณท์ างกายภาพ ท่ีใชใ้ นการรวบรวม การนาเข้า และการจดั เก็บ ข้อมูล, ประมวลผล ขอ้ มลู ให้ เปน็ สารสนเทศ และแสดงสารสนเทศทีเ่ ปน็ ผลลพั ธ์ ออกมา 2. ซอฟตแ์ วร์ ประกอบดว้ ยกลุ่มของโปรแกรมที่ใช้ในการปฏบิ ตั ิงานร่วมกบั ฮาร์ดแวร์ และใช้ในการประมวลผลข้อมูล เปน็ สารสนเทศ 3. ข้อมลู ในส่วนนห้ี มายถึงข้อมูลและสารสนเทศท่ถี ูกเก็บอยู่ในฐานข้อมลู โดย ฐานข้อมูล (Database) หมายถึงกลุม่ ของคา่ ความจริงและสารสนเทศท่มี ีความ เกย่ี วข้องกันน่ันเอง 4. บคุ คล หมายถงึ บุคคลทใ่ี ช้งานและปฏบิ ัตงิ านรว่ มกบั ระบบสารสนเทศ 5. ขบวนการ หมายถงึ กลมุ่ ของคาสั่งหรอื กฎ ท่ีแนะนาวิธีการปฏบิ ตั งิ านกับ คอมพวิ เตอรใ์ นระบบสารสนเทศ ซ่งึ อาจ ได้แก่การแนะนาการควบคุมการเขา้ ใชง้ าน คอมพิวเตอร์, วธิ ีการสารองสารสนเทศในระบบและวิธีจัดการกบั ปัญหาที่ อาจเกดิ ขนึ้ ได้ 6. การสือ่ สารข้อมลู หมายถงึ การสง่ สญั ญาณอเิ ลก็ ทรอนิกสเ์ พื่อติดต่อสื่อสาร และ ชว่ ยให้องค์กรสามารถเช่ือมระบบ คอมพิวเตอร์เขา้ กับระบบเครือขา่ ย (Network) ท่ีมี ประสทิ ธิภาพได้ โดยเครือขา่ ยใชใ้ นการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์และ

อุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ไว้ดว้ ยกัน อาจจะเปน็ ภายในอาคารเดียวกัน ในประเทศเดียวกัน หรือท่วั โลก เพื่อใหส้ ามารถ สือ่ สารข้อมูลอเิ ล็กทรอนิกส์ได้ 2.5 ระบบสารสนเทศเพือ่ การจดั การ ระบบสารสนเทศเพื่อการบรหิ าร (Management Information System) หรอื MIS คอื ระบบท่ใี ห้ สารสนเทศทผ่ี ้บู ริหารต้องการ เพอื่ ใหส้ ามารถทางานไดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพ โดยจะรวมทั้ง สารสนเทศภายในและ ภายนอก สารสนเทศทีเ่ ก่ยี วพันกบั องคก์ รท้ังในอดตี และปจั จบุ นั รวมทง้ั สง่ิ ทคี่ าดว่าจะเป็นในอนาคต นอกจากน้ี ระบบเอ็มไอเอสจะต้อง ใหส้ ารสนเทศ ในชว่ งเวลาทเ่ี ปน็ ประโยชน์ เพ่ือให้ผูบ้ ริหารสามารถตัดสนิ ใจในการวางแผนการ ควบคมุ และการปฏบิ ัติการขององคก์ รได้อยา่ งถูกต้อง การนาไปใชง้ านสามารถแบ่งได้ 4 ระดบั ดงั นี้ 1. ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการในการวางแผนนโยบาย กลยทุ ธ์ และการตดั สินใจ ของผูบ้ ริหารระดบั สูง 2. ระบบสารสนเทศเพือ่ การจดั การในสว่ นยุทธวธิ ีในการวางแผนการปฏบิ ตั และการตดั สนิ ใจของผ้บู รหิ าร ระดบั กลาง 3. ระบบสารสนเทศเพื่อการจดั การในระดบั ปฎิบัติการและการควบคุมในขั้นตอนนผ้ี บู้ รหิ ารระดับล่างจะเป็น ผู้ใชส้ ารสนเทศเพ่ือช่วยในการปฎบิ ัตงิ าน 4. ระบบสารสนเทศท่ีไดจ้ ากการประมวลผล ระบบสารสนเทศเปน็ ระบบรวมท้ังนีเ้ นื่องจากไม่สามารถเก็บรวบรวมในลักษณะระบบเดียวเนื่องจากขนาดข้อมลู มี ขนาดใหญ่และมีความซับซ้อนมาก ทาให้การบรหิ ารข้อมูลทาได้อยาก การนาไปใช้ไมส่ ะดวก จึงจาเป็นต้องแบ่งระบบ สารสนเทศออกเป็นระบบย่อย 4 สว่ นไดแ้ ก่ ระบบประมวลผลรายการ (Transaction Processing System :TPS) ระบบจดั การรายงาน (Management Reporting System :MRS) ระบบสนับสนนุ การตดั สินใจ (Decision Support System :DSS) ระบบสารสนเทศสานักงาน (Office Information System :OIS) ลกั ษณะของระบบเอ็มไอเอสที่ดี ระบบเอ็มไอเอส จะสนบั สนนุ การทางานของระบบประมวลผลข้อมูลและการจัดเก็บข้อมูลรายวัน ระบบเอ็มไอเอส จะใช้ฐานข้อมลู ทถี่ กู รวมเข้าดว้ ยกัน และสนบั สนนุ การทางานของฝ่ายต่าง ๆ ในองค์กร ระบบเอ็มไอเอส จะชว่ ยใหผ้ ู้บริหารระดบั ต้น ระดับกลาง และระดบั สงู เรียกใชข้ อ้ มลู ทเี่ ป็นโครงสร้างไดต้ ามเวลาที่ ตอ้ งการ ระบบเอม็ ไอเอส จะมีความยดื หยุน่ และสามารถรองรบั ความต้องการข้อมลู ท่ีเปลย่ี นแปลงไปขององค์กร ระบบเอ็มไอเอส ต้องมีระบบรักษาความลับของข้อมูล และจากดั การใช้งานของบคุ ลเฉพาะผู้ทีเ่ ก่ยี วข้องเทา่ น้ัน

2.6 การประยุกตใ์ ช้เทคโนโลยีสารสนเทศ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook