15 หลกั สตู รวิชาพิเศษ วิชาผจู้ ดั การค่ายพกั แรม หลกั สตู ร 1. ไดเ้ คยไปอยคู่ า่ ยพกั แรมมาแลว้ ในโอกาสตา่ งๆ กนั 5 ครงั้ สถานทพ่ี กั แรมแตกต่างกนั อยา่ งน้อย 2 แหง่ 2. สาธติ เรอ่ื งตอ่ ไปน้ี 3 อยา่ ง 2.1 การใชถ้ า่ นสาหรบั หุงตม้ อาหาร 2.2 การกอ่ กองฟาหรบั การชุมนุมรอบกองไฟ 2.3 การกางเตน็ ทส์ าหรบั หมลู่ กู เสอื 2.4 การป้องกนั ไฟไหมร้ ะหวา่ งอยคู่ า่ ยพกั แรม 2.5 การตากเสอ้ื ผา้ และเครอ่ื งนอนทเ่ี ปียกชน้ื ใหแ้ หง้ ในระหว่างทอ่ี ยคู่ า่ ยพกั แรม 3. อธบิ ายและสาธติ วธิ ตี า่ งๆ ทใ่ี ชใ้ นคา่ ยพกั แรมในเร่อื งตอ่ ไปน้ี 4 อยา่ ง 3.1 การระวงั รกั ษาอาหาร 3.2 การระวงั รกั ษาน้าด่มื 3.3 การระวงั รกั ษาทห่ี ุงตม้ อาหาร 3.4 การกาจดั ขยะ 3.5 การสรา้ งและระวงั รกั ษาสว้ มชวั่ คราว 4. มคี วามรอู้ ยา่ งดเี กย่ี วกบั การอยคู่ า่ ยพกั แรมของลูกเสอื 5. สาธติ ความสามารถในการใชเ้ คร่อื งมอื ตอ่ ไปน้ี 3 อยา่ ง 5.1 ขวานสาหรบั โคน่ ตน้ ไม้ 5.2 เล่อื ย 5.3 คอ้ นหนกั เชน่ สาหรบั ตอกเสา 5.4 ผง่ึ กากไม้ 5.5 เคร่อื งมอื ลดิ กง่ิ ไม้ 5.6 เครอ่ื งมอื ทใ่ี ชเ้ ครอ่ื งยนต์ เชน่ เครอ่ื งยนตต์ ดั หญ้า เล่อื ย สวา่ นไฟฟ้า ฯลฯ 6. สาธติ การบรรจยุ าและเครอ่ื งใชต้ า่ งๆ สาหรบั การปฐมพยาบาลลกู เสอื 1 หมู่ ในระหวา่ งอยู่ คา่ ยพกั แรม เป็นเวลา 7 วนั 7. อภปิ รายกบั กรรมการสอบถงึ สง่ิ ทต่ี นอยากจะเหน็ ในการพฒั นาและปรบั ปรงุ คา่ ยลกู เสอื ถาวรทต่ี นคนุ้ เคย
16 ผจู้ ดั การคา่ ยพกั แรม วชิ าพเิ ศษวชิ าผจู้ ดั การคา่ ยพกั แรม เป็นวชิ าทก่ี าหนดขน้ึ สาหรบั ลูกเสอื สามญั รุ่นใหญ่ ทม่ี ปี ระสบการณ์เก่ยี วกบั การอยคู่ า่ ยพกั แรมแลว้ อยา่ งน้อย 5 ครงั้ สถานทพ่ี กั แรมแตกตา่ ง กนั อยา่ งน้อย 2 แห่ง ซง่ึ ถอื ว่ามคี วามรเู้ ก่ยี วกบั การใชช้ วี ติ ในการอยู่คา่ ยพกั แรมเป็นอยา่ งดี ไม่ว่าจะเป็นการประกอบอาหาร การทาทอ่ี ยู่อาศยั การก่อกองไฟการใชช้ วี ติ ในป่ า รวมถงึ การปฏบิ ตั ติ วั ขณะอยคู่ า่ ยพกั แรม ดงั นนั้ ในการเรยี นวชิ าพเิ ศษน้ี ลูกเสอื สามญั รุน่ ใหญ่ทุกคน จะนาความรูแ้ ละประสบการณ์ท่ผี า่ นมามาอธบิ ายและสาธติ วธิ กี ารต่างๆ ใหผ้ ู้กากบั ลูกเสอื และคณะกรรมการได้อย่างถูกต้องเพ่อื ให้แน่ใจว่าเป็ นผู้มีความรู้ ความสามารถท่จี ะรับ เคร่อื งหมายวชิ าพเิ ศษวชิ าผจู้ ดั การค่ายพกั แรมไดร้ วมทงั้ สามารถเป็นพเ่ี ล้ยี งใหก้ ับลูกเสอื รนุ่ น้องทจ่ี ะเดนิ ทางไกลและอยคู่ า่ ยพกั แรมได้ การใช้ถ่านสาหรบั หงุ ต้มอาหาร การหุงต้มหรือป้ิงย่างอาหารหลายอย่างยงั คงนิยมใช้ถ่านไม้เป็นแหล่งเช้อื เพลิง ใหพ้ ลงั งานความรอ้ น ซง่ึ ถ่านสว่ นใหญ่กล็ ้วนแล้วแต่ไดม้ าจากทรพั ยากรไม้ทน่ี ับวนั มแี ตจ่ ะ ร่อยหรอลงไป หรอื เกดิ ใหม่ไม่ทนั การใช้สอย ดงั นัน้ เพ่อื เป็นการช่วยอนุรกั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาติ และเป็นการใชท้ รพั ยากรทม่ี อี ยใู่ หเ้ กดิ ประโยชน์สงู สุด วิธีการใช้ถ่านไม้ให้ค้มุ ค่าและประหยดั ใหน้ าถา่ นไมไ้ ปแช่น้าเกลอื (น้า +เกลอื ) นานประมาณ 10 นาที หรอื สงั เกตดวู า่ ถ่าน มกี ารดูดซึมน้าเกลอื เข้าไปจนเตม็ อม่ิ แล้ว ให้นาถ่านไมข้ น้ึ มาผ่งึ น้าในตะแกรงให้สะเดด็ น้า ก่อนนาออกไปตากแดด วิธนี ้ีออกจะยุ่งยากไม่สะดวกต่อการนาไปใช้อยู่สกั หน่อย แต่ขอ รบั รองว่าผลท่ไี ด้รบั กลบั มานัน้ คุ้มค่าจรงิ ๆ เพราะถ่านไม้ท่ผี ่านกระบวนการทาให้แห้ง หลงั จากแชน่ ้าเกลอื น้ี จะตดิ ไฟไดด้ กี ว่าถา่ นไมท้ ซ่ี อ้ื มาแล้วนาไปใชเ้ ลย ทงั้ ยงั ตดิ ไฟทนนาน กวา่ จะมอดหมดกอ้ นนนั่ เอง
17 การก่อกองไฟสาหรบั การชมุ นุมรอบกองไฟ การกอ่ กองไฟสาหรบั การชุมนุมรอบกองไฟ โดยทวั่ ไปแลว้ นิยมก่อกองไฟเป็น 3 แบบ คอื ชื่อ ภาพ รายละเอียด เชิงตะกอน ใช้ไม้ฟืนวางซ้อนกนั เป็นชนั้ ๆ เป็นรูปสเ่ี หล่ยี มจตั ุรสั การก่อกองฟืน แบบน้ีไฟลุกไหม้ช้า แต่ติดทนนาน ไมส่ น้ิ เปลอื งไมฟ้ ืน ใหแ้ สงสวา่ งน้อย กระโจม ใช้ไม้ฟื นวางกระโจม เอา ปลายเข้าหากนั แบบน้ีให้แสงสว่าง มากแต่ส้ินเปลืองไม้ฟืน เพราะไฟ ตดิ เรว็ ผสม การนากองฟืนแบบท่ี 1 และ แบบท่ี 2 ผสมกัน แบบน้ีนิยมใช้กัน เพราะกองไฟจะใหแ้ สงสวา่ งมาก การดบั ไฟ การดบั ดว้ ยน้า การกลบดว้ ยทราย
18 การกางเตน็ ทส์ าหรบั หมู่ลกู เสือ การกางเต็นท์สาหรับหมู่ลูกเสือในปั จจุบัน เต็นท์ท่ีใช้ในการอยู่ค่ายพักแรม มหี ลายแบบหลายชนิด นอกจากน้ียงั มขี นาดแตกตา่ งกนั ตงั้ แตเ่ ตน็ ท์ขนาดเล็กจุได้ 2 คน จนถงึ เตน็ ทข์ นาดใหญ่ท่จี ุลูกเสอื ไดท้ งั้ หมู่ การกางเตน็ ทข์ นาดท่จี ุได้ 2 คน ลูกเสอื ได้เคย ฝึกหดั มาแล้วในการฝึกอบรมในวชิ าเคร่อื งหมายลูกเสอื โลก ลูกเสอื ควรไดม้ กี ารฝึกหดั กาง เตน็ ทท์ ม่ี ขี นาดใหญ่ ซง่ึ สามารถจุลกู เสอื ไดท้ งั้ หมู่ ในการกางเตน็ ทข์ นาดทบ่ี รรจุ ลูกเสอื ไดท้ งั้ หมู่ ควรถอื หลกั ปฏบิ ตั ดิ งั น้ี 1. ควรกาหนดสถานทท่ี จ่ี ะใชก้ างเตน็ ทใ์ หเ้ หมะสมเสยี ก่อน 2. ขงึ พน้ื เตน็ ทแ์ ละตอกสมอบกทย่ี ดึ พน้ื เตน็ ทใ์ หอ้ ยตู่ ามทท่ี ก่ี าหนดให้ 3. ตงั้ เสาเตน็ ทแ์ ละยดึ เสาเตน็ ทก์ บั สมอบก การตากเสื้อผ้าและเครือ่ งนอนที่เปี ยกชื้นให้แห้งในระหว่างท่ีอย่คู ่ายพกั แรม ในการอยคู่ า่ ยพกั แรมนนั้ การรกั ษาสขุ ภาพเป็นสงิ่ สาคญั เสอ้ื ผา้ เคร่อื งนอนนนั้ ตอ้ ง ถกู สขุ ลกั ษณะดว้ ย จงึ ขอแนะนาการตากผา้ ดงั น้ี - ผา้ สไี มค่ วรตากแดดจดั จะทาใหส้ ผี า้ ซดี เรว็ ควรตากในทล่ี มโกรก หรอื มแี ดดราไร และกลบั เอาผา้ ดา้ นในออก - แขวนเสอ้ื ผา้ หรอื กางเกง และใชม้ อื จดั รูปทรงดงึ ผา้ ตงึ เบา ๆ เพ่อื ใหม้ รี อยยบั น้อย ทส่ี ุด ซ่งึ จะทาให้ประหยดั เวลาในการรีด ส่วนผา้ ทซ่ี ักด้วยเคร่อื งซกั ผา้ เม่อื ซกั เสร็จแล้ว สามารถนาไปตากไดท้ นั ที โดยผา้ จะมลี กั ษณะหมาด ๆ ไมอ่ ุ้มน้า เพราะว่าผา่ นกรรมวธิ เี อา น้าออกจากผา้ มาแลว้ - การตากเสอ้ื ยดื ถุงเทา้ ไมค่ วรตากโดยวธิ แี ขวนสาหรบั เสอ้ื ยดื ควรวางพาดบนราว หลายเสน้ จะทาใหเ้ สอ้ื ไมเ่ สยี รปู ทรง - การตากผา้ ขนหนูหรอื ผา้ เชด็ ตวั ควรตากแดดและใหม้ ลี มโกรก โดยวางพาดบนราว ตากผา้ และใหใ้ ชไ้ มห้ นบี ไว้ เพ่อื กนั การตกพน้ื ผา้ จะไมเ่ หมน็ อบั ชน้ื และปราศจากเชอ้ื รา - รองเทา้ ผา้ ใบสขี าว เพ่อื ป้องกนั รอยด่างทจ่ี ะเกดิ บนรองเทา้ เม่อื ซกั เสรจ็ แล้วก่อน ตากควรนากระดาษชาระสขี าววางปิดบนรองเทา้ การป้องกนั ไฟไหม้ระหว่างอย่คู ่ายพกั แรม ไฟไหมท้ เ่ี กดิ ขน้ึ ระหวา่ งการอยคู่ า่ ยพกั แรมอาจเกดิ ขน้ึ ไดจ้ ากกรณตี อ่ ไปน้ี 1. เกดิ จากไฟป่า เน่อื งจากอากาศรอ้ น ไฟป่าอาจเกดิ ขน้ึ ไดเ้ น่อื งจากการเสยี ดสขี องไมใ้ นป่า 2. เกดิ จากไฟทช่ี าวบา้ นเผาป่า
19 3. เกดิ จากความสะเพร่าของลูกเสอื ทก่ี ่อกองไฟแล้วดบั ไม่หมดลมพดั เศษไฟไป ลุกไหมใ้ บไมห้ รอื หญา้ แหง้ เพอ่ื ป้องกนั ขอ้ บกพรอ่ งดงั กล่าว เม่อื ลูกเสอื ไปอยู่ค่ายพกั แรมควรเตรยี มการป้องกนั ไฟไหมไ้ วด้ ว้ ย กล่าวคอื 1. บรเิ วณท่ตี งั้ ค่ายโดยรอบควรเกบ็ กวาดและเผาใบไม้แหง้ ใหส้ ะอาด เม่อื มไี ฟป่ า เกดิ ขน้ึ จะไดไ้ มล่ ุกลามเขา้ มาในบรเิ วณคา่ ย 2. ถา้ บรเิ วณโดยรอบทต่ี งั้ คา่ ยมหี ญ้าแหง้ ควรถางหรอื ถากใหเ้ ป็นแนวโดยรอบทต่ี งั้ คา่ ยเพ่อื ใชเ้ ป็นแนวป้องกนั ไฟ และควรถางหรอื ถากใหเ้ ป็นบรเิ วณกวา้ งพอสมควร 3. กองไฟทใ่ี ชใ้ นการประกอบอาหาร กองไฟทใ่ี ชใ้ นการชุมนุมรอบกองไฟหรอื กองไฟ อ่นื ๆ ทล่ี ูกเสอื กอ่ ขน้ึ เมอ่ื เลกิ ใชแ้ ลว้ ตอ้ งดบั ใหส้ นทิ โดยใชน้ าพรมใหท้ วั่ แลว้ กลบดว้ ยดนิ อกี ครงั้ หน่งึ เพอ่ื ป้องกนั มใิ หล้ มพดั เศษไฟไปตดิ ลุกลามบรเิ วณใกลเ้ คยี งได้ 4. ไฟทล่ี กู เสอื ใชเ้ พอ่ื ใหแ้ สงสวา่ งในเวลากลางคนื เชน่ เทยี นไข หรอื ตะเกยี งนามนั ควรทาทต่ี งั้ หรอื ทแ่ี ขวนใหเ้ หมาะสม เพ่อื ป้องกนั มใิ หเ้ กดิ อุบตั เิ หตทุ เ่ี กดิ จากการลม้ เดนิ เตะ หรอื พลดั ตก อนั จะเป็นเหตุใหเ้ กดิ ไฟไหมไ้ ด้ 5. ตรวจตราความเรยี บรอ้ ยของคา่ ยพกั แรมเป็นประจา
20 การระวงั รกั ษาอาหาร การระวงั รกั ษาอาหารทน่ี าไปรบั ประทานในระหวา่ งการอยคู่ า่ ยพกั แรม ขอ้ ควร ระวงั มดี งั ตอ่ ไปน้ี 1. การป้องกนั อาหารไมใ่ หบ้ ดู เน่าหรอื เสยี หาย ทงั้ ยงั รกั ษาคุณคา่ ทางอาหารไวไ้ ด้ นาน ไมค่ วรเกบ็ อาหารไวใ้ นทท่ี ม่ี อี ากาศรอ้ นอบอา้ ว ถา้ เป็นอาหารประเภทเน้อื สดควรทาให้ สุกและใสน่ ้าปลาหรอื เกลอื เพ่อื ไมใ่ หเ้ น่าเสยี 2. การป้องกนั อาหารมใิ หฝ้ ่นุ ละอองปลวิ ลง ควรปกปิดอาหารใหม้ ดิ ชดิ 3. การป้องกนั อาหารมใิ หส้ ตั วบ์ างชนดิ มารบกวน ในระหวา่ งการอยคู่ า่ ยพกั แรม สตั ว์ ทม่ี กั จะเขา้ มารบกวน มาลกั ขโมยอาหารหรอื คยุ้ เขย่ี อาหารใหเ้ สยี หาย เชน่ สุนขั มด นก ลงิ ฯลฯ ดงั นนั้ ในบรเิ วณทอ่ี ยคู่ า่ ยพกั แรม ควรหาวธิ ปี ้องกนั มใิ หส้ ตั วเ์ หล่านนั้ มารบกวน เชน่ ทาทเ่ี กบ็ อาหารใหส้ งู หรอื แขวนอาหารไวก้ บั ตน้ ไมแ้ ลว้ ใชน้ ้ามนั พชื ทาเชอื ก หรอื เถาวลั ย์ แขวนอาหาร หรอื หลอ่ น้าไว้ การระวงั รกั ษาน้าดื่ม การระวงั รกั ษาน้าด่มื น้าด่มื เป็นสง่ิ จาเป็นสาหรบั รา่ งกาย ในวนั หน่ึงๆ ร่างกายควร ไดร้ บั น้าสะอาดอยา่ งเพยี งพอ การไปอยคู่ า่ ยพกั แรมในบางแหง่ เราอาจหาน้าทส่ี ะอาดเหมาะ แกก่ ารใชด้ ม่ื ไดย้ าก ลูกเสอื จงึ ควรทราบวธิ ที จ่ี ะทาน้าใหส้ ะอาดและเกบ็ รกั ษาไวใ้ ชด้ ่มื ไดโ้ ดย ปราศจากอนั ตรายดงั น้ี 1. การทาน้าใหส้ ะอาดโดยการใชค้ วามรอ้ น 2. การใชส้ ารเคมใี สฆ่ า่ เชอ้ื 3. เกบ็ ไวใ้ นภาชนะทส่ี ะอาดและปิดใหม้ ดิ ชดิ
21 การระวงั รกั ษาท่ีหงุ ต้มอาหาร การระวงั รกั ษาท่หี ุงต้มอาหาร เตาท่ใี ช้ หุงตม้ อาหารระหว่างการอยู่ค่ายพกั แรมมหี ลาย แบบ การจะใชเ้ ตาแบบใดยอ่ มแลว้ แตส่ ภาพของ สถานทท่ี ล่ี ูกเสอื ไปอยู่ค่ายพกั แรม ไมว่ า่ ลูกเสอื จะใชเ้ ตาประกอบอาหารแบบใดก็ตาม ควรรจู้ กั วิธีระวังรักษาเตาท่ีใช้ประกอบอาหารให้ใช้ ไดผ้ ลดตี ลอดเวลาดงั น้ี 1. ถา้ ไปอยคู่ า่ ยพกั แรมในฤดฝู นควรทา เพงิ ป้องกนั ไมใ่ หเ้ ตาเปียกฝน 2. หลงั จากใชเ้ ตาแตล่ ะครงั้ แลว้ ควรดบั ไฟและทาความสะอาดเตาใหเ้ รยี บรอ้ ยอย่าใหม้ ี ขเ้ี ถา้ เหลอื ทง้ิ อยใู่ นเตา 3. ต้องสร้างใหม้ คี วามแขง็ แรงพอทจ่ี ะ ใช้ได้ตลอดการอยู่ค่ายพกั แรมลกั ษณะของเตา ควรให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกเพ่ือฟื นจะได้ ลุกไหม้ได้ดี และให้ความร้อนสูง ไม่เสียเวลา ในการปรุงอาหาร การกาจดั ขยะ การกาจดั ขยะในระหวา่ งการอยคู่ า่ ยพกั แรมยอ่ มมขี ยะเกดิ ขน้ึ เสมอ ลูกเสอื ทม่ี รี ะเบยี บ วนิ ยั ยอ่ มไมท่ ง้ิ ขยะไวภ้ ายในค่ายพกั แรม ซ่งึ จะทาใหค้ ่ายมองดไู มส่ วยงามและขาดระเบยี บ วินัย ลูกเสือจะต้องฝึกนิสยั ให้เป็นคนมีระเบียบวินัยในเร่ืองน้ี ไม่ท้ิงขยะโดยไม่เลือกท่ี นอกจากน้ียงั ตอ้ งรู้จกั ทาท่ที ง้ิ ขยะไว้ใช้ภายในคา่ ย โดยปกตแิ ลว้ เรามกั จะจัดทาหลุมเปียก หลุมแหง้ สาหรบั เป็นทท่ี ง้ิ ขยะหลุมเปียกใชส้ าทง้ิ ของเสยี ทเ่ี ป็นน้า หลุมแหง้ ใชส้ าหรบั ทง้ิ ของ เสยี ทเ่ี ป็นของแขง็ การจดั ทาหลุมเปียกหลุมแหง้ ควรถอื หลกั เกณฑ์ ดงั น้ี 1. อยหู่ า่ งจากทพ่ี กั พอสมควร เพ่อื ป้องกนั ไมใ่ หก้ ลนิ่ ทเ่ี กดิ จากของเสยี เขา้ มารบกวน แตใ่ นขณะเดยี วกนั ควรสะดวกในการทจ่ี ะนาขยะไปทง้ิ
22 2. ขนาดความกว้างและความลึกของหลุม ควรมีขนาดพอเหมาะกับจานวนวนั ท่ลี ูกเสอื จะอยู่ค่ายพกั แรม ทงั้ น้ีลูกเสอื จะตอ้ งกลบหลุมแห้งเป็นวนั ๆไป เพ่อื ป้องกนั มใิ ห้ แมลงวนั มาตอมหรอื สตั วบ์ างชนิดมาคุย้ เขย่ี เศษขยะ ถา้ หลุมแหง้ มขี นาดพอเหมาะดินทใ่ี ช้ กลบขยะวนั สุดทา้ ยจะเตม็ หลุมพอดี 3. ดนิ ทข่ี ดุ จากหลุม ควรกองใหเ้ รยี บรอ้ ยเป็นระเบยี บและใชด้ นิ น้กี ลบขยะในหลุมแหง้ ของแตล่ ะวนั (สาหรบั หลุมเปียกใหก้ ลบในวนั สดุ ทา้ ย) 4. ปากหลุม ควรทาฝาปิดดว้ ยกงิ่ ไมแ้ ละใบไม้ ทงั้ น้ใี บไมแ้ ละกงิ่ ไมท้ น่ี ามาทาฝาปิดนนั้ ตอ้ งไมท่ าใหส้ ง่ิ แวดลอ้ มของคา่ ยเส่อื มโทรม 5. ขยะทเ่ี ป็นโลหะหรอื พลาสตกิ เชน่ กระป๋ อง ขวด ฯลฯ ควรทบุ ใหแ้ บนก่อนนาไปทง้ิ ลงหลุมนอกจากการกาจดั ขยะโดยวิธที ง้ิ ในหลุมเปียกหลุมแห้งแล้ว อาจทาท่ที ง้ิ ขยะดว้ ย ภาชนะชนิดต่างๆ เช่น เข่งทส่ี านดว้ ยไมไ้ ผ่ ถงั พลาสตกิ หรอื ถุงพลาสตกิ เม่อื ใสข่ ยะจนเตม็ แลว้ ควรนาไปทง้ิ และเผาหรอื ฝังใหห้ มดสน้ิ ทกุ ครงั้ การสร้างและระวงั รกั ษาส้วมชวั่ คราว การสรา้ งและระวงั รกั ษาสว้ ม วธิ สี รา้ งสว้ มชวั่ คราวในระหวา่ งการอยคู่ า่ ยพกั แรม อาจ ทาไดโ้ ดยวธิ งี า่ ยๆ ดงั น้ี 1. ขุดดนิ ใหเ้ ป็นหลุมสเ่ี หลย่ี ม แลว้ ใชไ้ มพ้ าดปากหลุมใหข้ นานกนั หา่ งกนั พอทล่ี กู เสอื จะนงั่ ถา่ ยอุจจาระหรอื ถา่ ยปัสสาวะสะดวก ขนาดความกวา้ งและความลกึ ของหลุมควรจะให้ พอเหมาะกบั จานวนลกู เสอื และจานวนวนั ทอ่ี ยคู่ า่ ยพกั แรม 2. ทาทก่ี นั้ หลุมถ่ายอุจจาระดว้ ยผา้ ใบ ผ้าพลาสตกิ เส่อื ราแพนหรอื วสั ดุทห่ี าไดใ้ น ธรรมชาติ เช่น หญ้าคา แฝก ทางมะพร้าว เป็นต้น อาจจะทาประตปู ิดดว้ ยก็ไดท้ งั้ น้ีแลว้ แต่ เวลาทม่ี อี ยู่ วา่ สามารถจะทาใหเ้ รยี บรอ้ ยมนั่ คงแขง็ แรงเพยี งใด 3. อาจทาทถ่ี ่ายปัสสาวะไวต้ ่างหากกไ็ ด้ โดยขุดหลุมไวใ้ นบรเิ วณใกล้เคยี งกนั สว้ ม ทใ่ี ชใ้ นแตล่ ะวนั ควรกลบดว้ ยดนิ ทข่ี ดุ ขน้ึ มาแลว้ โรยดว้ ยปนู ขาวหรอื ราดดว้ ยน้ายาดบั กลนิ่ การอย่คู ่ายพกั แรมของลกู เสือ กจิ กรรมอยคู่ า่ ยพกั แรม เป็นกจิ กรรมทส่ี นุกสนานไดผ้ จญภยั ไดใ้ ชช้ วี ติ แบบชาวคา่ ย สิ่งท่ลี ูกเสือชอบ คอื การอยู่ค่ายพกั แรม และหากว่าลูกเสือได้ทราบหลกั การและมกี า ร เตรยี มการใหพ้ รอ้ มก่อนทจ่ี ะไปอยคู่ า่ ยพกั แรม กจ็ ะไดร้ บั ประโยชน์และมผี ลเป็นทน่ี ่าพอใจ
23 ความหมายของการพกั แรม การพกั แรม หมายถงึ การเดนิ ทางไปคา้ งคนื ทอ่ี ่นื ทาใหล้ กู เสอื ไดม้ เี วลาพกั ผอ่ นภาย หลงั จากการเดนิ ทางมาแลว้ และไดม้ โี อกาสศกึ ษาธรรมชาติ ไดใ้ ชว้ ชิ าเชงิ พรานไดป้ ฏบิ ตั ิ หุงอาหารและอ่นื ๆ เทา่ ทส่ี ามารถทาได้ ความมุ่งหมายในการอย่คู ่ายพกั แรม 1. เพอ่ื ฝึกใหล้ ูกเสอื มรี ะเบยี บวนิ ยั มคี วามอดทน และเสรมิ สรา้ งพลานามยั 2. เพ่อื สนองความตอ้ งการของเดก็ ในวยั น้ี ชอบการเดนิ ทางไกล การผจญภยั ชอบ เดนิ ทางสารวจศกึ ษาธรรมชาตทิ แ่ี ปลกใหม 3. เพ่อื ฝึกใหล้ กู เสอื ไดร้ จู้ กั การใชช้ วี ติ อยรู่ ว่ มกบั ผอู้ ่นื รจู้ กั การทางานรว่ มกบั ผอู้ ่นื และ ชว่ ยเหลอื ซง่ึ กนั และกนั 4. เพ่อื ฝึกให้ลูกเสอื มวี นิ ัยในตนเอง มคี วามรบั ผดิ ชอบ รูจ้ กั การแก้ปัญหา มคี วาม รเิ รม่ิ สรา้ งสรรค์ ฝึกระบบหมู่ รจู้ กั การเป็นผูน้ าและผตู้ ามทด่ี ี 5. เพ่อื ฝึกให้ลูกเสอื ปฏบิ ตั ติ ามคาปฏิญาณและกฎของลูกเสอื และสามารถนาไปใช้ ในชวี ติ ประจาวนั ได้ 6. เพ่อื ใหล้ กู เสอื ไดเ้ รยี นวชิ าการทางลูกเสอื เพม่ิ เตมิ พรอ้ มกบั ฝึกการปฏบิ ตั จิ รงิ และ ไดส้ อบภาคทฤษฎแี ละภาคปฏบิ ตั ไิ ด้ หากครบวชิ าตามกาหนดมสี ทิ ธปิ ์ ระดบั เครอ่ื งหมายวชิ า พเิ ศษ วชิ าผจู้ ดั การคา่ ยพกั แรมได้ หลกั การอย่คู ่ายพกั แรม การไปอยคู่ า่ ยพกั แรมทกุ ครงั้ ควรกาหนดหลกั การปฏบิ ตั ใิ นเรอ่ื งตอ่ ไปน้ี 1. ไปทาไม หมายความวา่ ตอ้ งกาหนดจุดมุง่ หมายในการไปอยคู่ ่ายพกั แรมในครงั้ น้ี ใหแ้ น่ชดั วา่ ไปทาไม เชน่ ไปเพ่อื เรยี นวชิ าพเิ ศษ เพ่อื ทดสอบภาคปฏบิ ตั วิ ชิ าลูกเสอื ไมใ่ ช่ไป ทศั นศกึ ษา เป็นตน้ 2. ไปทาอะไร จะตอ้ งกาหนดว่าในการไปอย่คู า่ ยพกั แรมจะทากจิ กรรมใดบ้างตอ้ งให้ สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายทว่ี างไว้ เช่น เพ่อื เรียนวชิ านักบุกเบกิ วิชานักสะกดรอย วชิ า หวั หน้าคนครวั วชิ านกั ผจญภยั วชิ าผจู้ ดั การค่ายพกั แรม วชิ านักธรรมชาติ การชุมนุมรอบ กองไฟ ฯลฯ
24 3. ไปท่ไี หน จะตอ้ งเลอื กสถานทใ่ี นการอย่คู ่ายพกั แรมท่จี ะอานวยประโยชน์ในการ ฝึกอบรมใหเ้ หมาะสมกบั การจดั กจิ กรรม เชน่ ไปคา่ ยลกู เสอื คา่ ยน้ีมอี ุปกรณ์พรอ้ ม ใกลต้ ลาด มีน้าไม่ขาดแคลน สามารถรบั ลูกเสอื ได้จานวนมาก เป็นต้น ถ้าเลือกไปพกั ตามป่ าเขา ทส่ี วยงาม แต่ต้องจดั เตรยี มอุปกรณ์เสบยี งอาหาร ซ่งึ เป็นภาระท่หี นักพอควร และบางที อุปกรณก์ ห็ าไดย้ าก 4. ไปอยา่ งไร จะตอ้ งกาหนดเส้นการเดนิ ทาง รวมทงั้ ยานพาหนะในการเดนิ ทางให้ เหมาะสม เชน่ ไปโดยรถยนต์ รถไฟ เรอื จกั รยาน หรอื เดนิ ไป จะตอ้ งเตรยี มอะไรไปบา้ ง ไป ใชเ้ วลากว่ี นั เหลา่ น้นี ายหมตู่ อ้ งปรกึ ษาผู้กากบั ลูกเสอื และตอ้ งเตรยี มการแต่เน่ินๆ จะไดไ้ ม่ เกดิ ความขลุกขลกั เวลาอยคู่ า่ ยพกั แรม 5. ไปเม่อื ใด จะตอ้ งกาหนดวนั เดนิ ทางและวนั ทไ่ี ปอยู่คา่ ยพกั แรมใหเ้ หมาะสม และ ควรเป็นวนั วา่ งท่สี ะดวกกบั ทุก ๆฝ่าย ไม่เดอื ดรอ้ นหรอื กระทบกระเทอื นต่อการเรยี น เช่น เป็นวนั หยุดราชการ วนั ปิดภาคเรยี น วนั สุดสปั ดาห์ ถ้าจะตรงกับวนั เรยี นบ้าง ก็ควรหา โอกาสชดเชยภายหลงั ประโยชน์ของการอย่คู ่ายพกั แรม การเป็นลูกเสอื ทส่ี มบูรณ์นนั้ จะตอ้ งอยคู่ า่ ยพกั แรม คอื ออกจากบา้ นไปนอนแรมคนื กบั เพ่อื นลูกเสอื ดว้ ยกนั การพกั แรม กระทาภายหลงั จากการเดนิ ทางมาแลว้ การพกั แรมอาจจะ นอนในคา่ ย บนอาคาร ทส่ี นาม ในเตน็ ทต์ ามชายป่า เชงิ เขา ชายทะเลกไ็ ด้ ตอ้ งเตรยี มเสบยี ง อุปกรณ์หุงหาอาหาร อุปกรณ์การสรา้ งทพ่ี กั แรม อุปกรณ์ท่จี าเป็นอ่นื ๆ ตลอดจนของใช้ สว่ นตวั อกี ทงั้ ตอ้ งสรา้ งเคร่อื งใชข้ น้ึ ในขณะทอ่ี ยคู่ า่ ยพกั แรม ในหลกั สตู รลกู เสอื กาหนดไวว้ า่ ผทู้ ่จี ะได้ประดบั ยศลูกเสอื เอกจะตอ้ งไดไ้ ปอยู่ค่ายพกั แรมมาแล้ว 10 คนื และในจานวนน้ี จะตอ้ งมคี รงั้ หน่งึ เป็นเวลา 2 คนื ตดิ ต่อกนั การกาหนดเชน่ น้ีเพ่อื เป็นการสนบั สนุนใหล้ ูกเสอื คุน้ เคยกบั ชวี ติ กลางแจง้ และธรรมชาตนิ ัน่ เอง ฉะนัน้ การอยู่ค่ายพกั แรมจงึ มปี ระโยชน์มาก พอสรุปไดด้ งั น้ี 1. ไดศ้ ึกษาเก่ยี วธรรมชาติ เพลิดเพลนิ ในชวี ติ กลางแจง้ ไดส้ มั ผสั และคุน้ เคยกบั ธรรมชาตไิ ดเ้ หน็ พชื แมลง และสตั ว์ ชนิดตา่ ง ๆ ในธรรมชาติ ไดเ้ หน็ ภูมปิ ระเทศ ทวิ ทศั น์ ท่สี วยงาม ทาให้จติ ใจเบิกบาน คลายความทุกข์ คลายความตงึ เครยี ด มใี จเมตตากรุณา ตอ่ สตั ว์ จะเป็นผลใหม้ นี สิ ยั อนุรกั ษธ์ รรมชาตติ อ่ ไปในทส่ี ดุ
25 2. ทาใหเ้ กดิ ความเพลดิ เพลนิ เพราะการอยู่ค่ายพกั แรมนนั้ ลูกเสอื ไดม้ โี อกาสมาอยู่ ร่วมกันตลอดเวลาทงั้ กลางวันและกลางคืน เช่นตอนกลางวนั ได้มีโอกา สร่วมกิจกรรม กลางแจ้งกบั เพ่อื นลูกเสอื ภายในหมู่ และลูกเสอื หมู่อ่ืน ๆ ตอนกลางคนื มีการแสดงหรือ การชุมนุมรอบกองไฟรว่ มกนั เพอ่ื เกดิ ความสนุกสนานไมค่ ดิ ถงึ บา้ น 3. ปลูกฝังความสามัคคีในหมู่คณะ การอยู่ค่ายพักแรมนัน้ ทุกคนต้องช่วยกัน ทากิจกรรมของส่วนรวม รู้จกั หน้าท่ขี องตน นับตงั้ แต่การสร้างท่พี กั อาศยั ทาราวตากผ้า หาเช้อื เพลง หุงหาอาหาร และลา้ งภาชนะ เป็นต้น ลกั ษณะของงาน เป็นการฝึกให้ทางาน เป็นกลุม่ รว่ มกบั ผอู้ ่นื รจู้ กั หน้าทค่ี วามรบั ผดิ ชอบภายในหมู่ นอกจากน้ีการอย่รู ว่ มกนั เป็นหมู่ อาจมีผู้เจ็บป่ วยหรือเกิดอุบตั ิเหตุข้ึนบ้าง จาเป็ นต้องให้การช่วยเหลือกัน เป็ นการฝึก ความเหน็ อกเหน็ ใจซง่ึ กนั และกนั กอ่ ใหเ้ กดิ ความสามคั คใี นหมคู่ ณะ 4. ไดอ้ อกกาลังกาย กิจกรรมทอ่ี อกกาลังกายส่วนมากมกั มกี ารเดนิ ทางไกลและ กจิ กรรมอ่นื ๆ อกี มาก เชน่ ไดเ้ ล่นกฬี ากลางแจง้ เล่นเกมต่าง ๆ และกจิ กรรมในคา่ ยนนั้ ทุก คนตอ้ งทาทกุ อยา่ งไมอ่ ยนู่ ิ่ง มกี ารสรา้ งทพ่ี กั อาศยั ขุดหลุมสาหรบั เผาขยะ ตกั น้า ทาราวตากผา้ หาฟืนมาทาเช้อื เพลิง ขุดหลุมสร้างส้วม สร้างหลุมเปียก หลุมแห้งเป็นต้น ซ่ึงกิจกรรม ทอ่ี อกกาลงั กายขณะทอ่ี ยคู่ า่ ยพกั แรมน้เี ป็นการออกลงั กายอกี รปู แบบหน่ึงทล่ี ูกเสอื มคิ อ่ ยได้ ปฏบิ ตั ใิ นเวลาปกตธิ รรมดา 5. ไดเ้ หน็ ขนบธรรมเนยี มประเพณีของชาวชนบท โดยทวั่ ไปการอยูค่ า่ ยพกั แรมนิยม ตงั้ ค่ายในชนบททไ่ี กลจากโรงเรยี น เป็นสถานทท่ี น่ี กั เรยี นไม่เคยไปหรอื ไมค่ ุน้ เคยและนิยม ไปตงั้ คา่ ยไมห่ า่ งไกลจากหมบู่ า้ นมากเกนิ ไปนกั ทงั้ น้ีคานงึ ถงึ ความปลอดภยั ของลูกเสอื ทไ่ี ป ตงั้ คา่ ยเอง การไปตงั้ คา่ ยใกล้ ๆ หม่บู า้ นทาใหล้ ูกเสอื ไดใ้ กล้ชดิ กบั ชาวบ้านมากขน้ึ บางครงั้ มโี อกาสไปรว่ มกจิ กรรมกบั ชาวบา้ น ไดพ้ บปะพดู จากนั ไดเ้ หน็ ขนบธรรมเนียมประเพณีตา่ ง ๆ ของชาวชนบท เหน็ ชวี ติ ความเป็นอยอู่ ยา่ งงา่ ย ๆ 6. ฝึกความมรี ะเบยี บวนิ ยั การไปอยคู่ า่ ยพกั แรมนนั้ ทกุ คนมหี น้าทแ่ี น่ชดั วา่ ทาอะไร ทกุ คนจงึ ตอ้ งปฏบิ ตั ติ ามหน้าทข่ี องตน ตอ้ งเป็นคนตรงตอ่ เวลา ตอ้ งรจู้ กั ปรบั ตวั รู้จกั บงั คบั ใจ ตนเอง เชน่ มหี น้าทท่ี าอาหาร ทงั้ ๆ ทอ่ี ยบู่ า้ นไมเ่ คยทาและไมช่ อบทา แตเ่ ม่อื มาอยคู่ า่ ย ไดร้ บั มอบหมายใหท้ ากต็ อ้ งทาใหเ้ สรจ็ ตามเวลา 7. มคี วามคดิ รเิ รมิ่ สรา้ งสรรค์และฝึกระบบหมู่ ทดสอบระบบหมู่ ใหเ้ ป็นผูน้ ้าและผู้ ตามทด่ี ี การอยคู่ า่ ยพกั แรมจะเกดิ ความคดิ รเิ รมิ่ สรา้ งสรรค์ คดิ เป็นทาเป็นและแกป้ ัญหาเป็น เชน่ การตกแต่งประดบั หน้าค่ายและรวั้ คา่ ย การสรา้ งอุปกรณ์วางเคร่อื งครัว เป็นตน้ การท่ี
26 ได้รบั มอบหมายให้เป็ นผู้นาคือนายหมู่ ต้องมีความสามารถ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การแก้ปัญหาไดด้ ี เช่น การผจญภยั ในแตล่ ะฐาน จะตอ้ งวางแผนว่าทาอยา่ งไรจงึ จะสาเรจ็ และผตู้ ามทด่ี คี อื ลูกหมกู่ ต็ อ้ งปรบั ตวั ตามทน่ี ายหมสู่ งั่ ไมน่ อกลนู่ อกทาง จงึ จะสาเรจ็ ไปดว้ ยดี 8. ฝึกความอดทน เสยี สละ ฝึกการใชช้ วี ติ รว่ มกนั อยา่ งงา่ ย ฝึกความซ่อื สตั ย์ ตรงตอ่ เวลา การอยรู่ ว่ มกนั จะตอ้ งมคี วามอดทน เสยี สละ เออ้ื เฟ้ือเผ่อื แผซ่ ง่ึ กนั และกนั การไปปฏบิ ตั ิ กจิ กรรมตา่ ง ๆ ตอ้ งตรงตอ่ เวลา รกั ษาเวลาตามกาหนด 9. เพ่อื ใหล้ กู เสอื มคี วามรกู้ วา้ งขวางยง่ิ ขน้ึ มโี อกาสทดสอบภาคทฤษฎแี ละภาคปฏบิ ตั ิ ไปในตวั และลูกเสอื เขา้ ใจถงึ การฝึกอบรมลูกเสอื ตามมาตรฐานสากล การใช้เครอื่ งมือ ขวาน สาหรบั โค่นต้นไม้การปฏิบัติกิจกรรมของลูกเสือขณะเดินทางไกลและอยู่ค่าย พกั แรมการใชข้ วานมคี วามจาเป็นสาหรบั การโคน่ ตน้ ไมเ้ พ่อื ใชต้ กแตง่ สถานท่ี ตน้ ไมท้ จ่ี ะตดั หรือโค่นจะเป็นต้นไม้ขนาดเล็ก การตดั หรอื โค่นต้นไม้ขนาดใหญ่ไม่ควรปฏิบตั อิ ย่างย่งิ เพราะนอกจากจะไมอ่ นุรกั ษ์ธรรมชาตแิ ล้ว ยงั ไม่มคี วามจาเป็นทล่ี ูกเสอื จะตอ้ งปฏบิ ตั ิ ดงั นนั้ จงึ มุง่ ทก่ี ารใชข้ วานในการตดั หรอื ผา่ ไมเ้ ป็นสว่ นใหญ่ ข้อควรระมดั ระวงั ในการใช้ขวาน 1. การใชข้ วาน ไม่จาเป็นตอ้ งออกแรงมาก เพยี งแตต่ อ้ งทง้ิ น้าหนักของขวานใหเ้ หมาะกบั ไมท้ จ่ี ะตดั หรอื ผา่ 2. เวลาใชข้ วานตอ้ งระวงั อยา่ ใหค้ นอยใู่ กล้ 3. ในการสง่ ขวานใหผ้ อู้ ่นื ตอ้ งทาอยา่ งระมดั ระวงั ผสู้ ง่ จบั ทห่ี วั ขวานโดยคว่าดา้ มคมลง บนพน้ื และอยา่ เพงิ่ ปลอ่ ยมอื จนกวา่ จะแน่ใจวา่ ผรู้ บั จบั ขวานไวแ้ น่นแล้วการถอื ขวานใหจ้ บั ท่ี หวั ขวาน ใบมดี หนั ออกนอกตวั
27 4. การแบกขวานใหห้ นั ใบมดี ออกนอกตวั 5. ในกรณที ต่ี อ้ งนาขวานไปใชใ้ นการเดนิ ทางไกล ถา้ ขวานดา้ มสนั้ กส็ ามารถจดั ลงใน เป้ได้ แตถ่ า้ เป็นขวานดา้ มยาวใหผ้ กู ดา้ มขวานไวก้ บั เป้ใหม้ นั่ คง โดยใหส้ ว่ นคมของขวานหนั ไปดา้ นหลงั เพ่อื ป้องกนั อุบตั เิ หตุ ลูกเสอื ตอ้ งไมล่ มื สวมปลอกขวานเสยี กอ่ นบรรจุขวานลงเป้ เล่ือย เล่อื ยมหี ลายชนิดและหลายขนาด การนาเล่อื ยไปขณะอยู่คา่ ยพกั แรมควรคานึงถงึ ความสะดวกในการนาพาและการใช้งานเป็นสาคญั ขณะท่ีอยู่ค่ายพกั แรม ลูกเสือต้อง คานึงถงึ การอนุรกั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาตทิ เ่ี ป็นตน้ ไม้ดว้ ย ใชเ้ ฉพาะท่ีจาเป็นสาหรบั การอยู่ คา่ ยพกั แรมจรงิ ๆ และคานึงถงึ การใชง้ านของเล่อื ยใหเ้ หมาะสมดว้ ย การใชเ้ ล่อื ยนนั้ เม่อื จะ เล่อื ยกง่ิ ไม้ ควรเล่อื ยรอบกง่ิ ไมก้ ่อน เพอ่ื ทาใหก้ ารเล่อื ยตดั กง่ิ ไมท้ าไดง้ า่ ยขน้ึ และเม่อื ไมจ้ วน จะหลุดจากกงิ่ ไม้ ควรจบั ปลายกงิ่ ไมท้ จ่ี ะหลุดไว้ เพ่อื มใิ หห้ ล่นไปถกู ผทู้ อ่ี ย่ใู กล้เคยี งได้ หรอื อาจหลุดไปถกู เทา้ ของผเู้ ล่อื ยเองได้ ค้อนหนัก คอ้ น คอื เครอ่ื งมอื สาหรบั ตอกหรอื ทุบบนวตั ถุอ่นื สาหรบั การใชง้ าน เช่นการตอกตะปู การจดั ชน้ิ ส่วนใหเ้ ขา้ รูป และการทุบทาลายวตั ถุ ค้อนอาจได้รบั การออกแบบมาให้ใช้งาน เฉพาะทาง และมรี ูปรา่ งกบั โครงสร้างทห่ี ลากหลาย แต่มโี ครงสรา้ งพน้ื ฐานทเ่ี หมอื นกนั คอื ดา้ มจบั และหวั คอ้ น ซ่งึ นาหนกั จะค่อนไปทางหวั คอ้ นมากกว่าแรงทก่ี ระทบเป้าหมายจะมาก เทา่ ใดขน้ึ อยกู่ บั มวลของคอ้ น และความเรง่ ของการตอก ดงั นนั้ เม่อื คอ้ นยง่ิ หนกั มากและหวด ดว้ ยความเรง่ มาก แรงทไ่ี ดจ้ ากคอ้ นยงิ่ มากตามไปดว้ ย
28 ผง่ึ กากไม้ การผง่ึ กากไม้ หมายถงึ ขบวนการหรอื กรรมวธิ ใี นการทาให้ความชน้ื หรอื น้าระเหย ออกจากเน้ือไม้ ทส่ี ดหรอื มคี วามชน้ื มากเกนิ พอ โดยเหลอื ปรมิ าณความชน้ื อยใู่ นเน้ือไมไ้ ด้ สว่ นสมดุลกบั บรรยากาศทอ่ี ยโู่ ดยรอบไมท้ จ่ี ะนาไปใชป้ ระโยชน์นนั้ คอื ใหเ้ หลอื ความชน้ื อยู่ ในไมป้ ระมาณ 1 ใน 10 ของความชน้ื สดหรอื ประมาณ 8 – 16% (12% โดยเฉลย่ี ) สาหรบั สภาวะอากาศของประเทศไทย วตั ถปุ ระสงคข์ องการผง่ึ กากไม้ เพอ่ื ใหเ้ สยี เวลาน้อยทส่ี ุดและ ตอ้ งไมท่ าใหไ้ มเ้ มอ่ื ผง่ึ แลว้ มตี าหนิน้อยทส่ี ดุ ความจาเป็นท่ีต้องการผง่ึ กากไม้ การผ่ึงกากไม้เป็ นกรรมวิธีขัน้ แรกของการใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ประเทศไทยเป็นประเทศทม่ี ดี นิ ฟ้าอากาศแบบโซนรอ้ น มสี ภาพดนิ ฟ้า อากาศในแตล่ ะทอ้ งถน่ิ จงั หวดั และในแต่ละภาคแตกต่างกนั ออกไป จงึ เกดิ ปัญหาในดา้ นการ ใชป้ ระโยชน์อยา่ งมาก แตท่ ่สี าคญั ทส่ี ุดคอื ไมเ้ น้ือแขง็ จะมลี กั ษณะโครงสรา้ งหรอื กายวภิ าค ทางเน้ือไมส้ ลบั ซบั ซ้อน จงึ มกั จะเกดิ ตาหนิไดง้ ่ายการผง่ึ กากไมส้ ามารถขจดั การสูญเสยี ไม้ อนั เกดิ จากตาหนิต่าง ๆ เช่น การแตกทผ่ี วิ และภายในเน้ือไม้ (Cracking) การแตกตา่ งตาม หวั ไม้ (Splitting) การบดิ งอ (Warping) เหล่าน้ี เป็นตน้ ในขณะผง่ึ กากไมท้ ม่ี คี วามชน้ื สงู หรอื ไมส้ ด ถา้ ไมค่ วบคุมการระเหยของนาจากเน้อื ไมม้ กั จะประสบปัญหาดงั กล่าว อนั เน่ืองมาจาก การยดื และหดตวั ของไมส้ าหรบั สภาพดนิ ฟ้าอากาศของประเทศไทยทม่ี ปี รมิ าณความชน้ื สมดลุ ของอากาศ 8 – 16% เชน่ น้จี งึ ตอ้ งมคี วามจาเป็นในการผง่ึ กากไมใ้ หค้ วามชน้ื สมดุลกบั อากาศของแตล่ ะทอ้ งถน่ิ เพ่อื ใหไ้ มม้ กี ารคงรปู แน่นอนเม่อื นาไปใชจ้ ะไม่มกี ารยดื หรอื หดตวั ซ่งึ อาจทาความเสยี หายต่อสงิ่ ก่อสรา้ งได้ เช่น การเขา้ รางล้นิ ขอ้ ต่อ การบิดงอไปจากแนว ระดบั และการแตกเสยี หายของไม้
29 เครอื่ งมือลิดกิ่งไม้ การลดิ กงิ่ ไมเ้ ป็นการตดั กง่ิ ไมท้ ม่ี ขี นาดเลก็ อาจ เป็นการลิดก่ิงไม้โดยตรงจากต้นไม้หรอื การลดิ ก่ิงไม้ จากกิ่งใหญ่ท่ีตัดลงมา อุปกรณ์ท่ีใช้ย่อมมีความ แตกตา่ งกนั ในการลดิ กง่ิ ไมจ้ ากตน้ ไมจ้ ะใชอ้ ุปกรณ์ท่มี ี ขนาดใหญ่และใช้เฉพาะ ส่วนในการลิดกิ่งไม้จากไม้ ทต่ี ดั ลงมาจะใชม้ ดี ทม่ี ขี นาดเลก็ กวา่ และตอ้ งกระทาดว้ ย ความระมดั ระวงั เครอื่ งมือที่ใช้เครอ่ื งยนต์ งานเคร่อื งยนต์ หมายถงึ การปฏิบตั งิ านทางช่างทต่ี อ้ งใชท้ กั ษะในการใชเ้ คร่อื งมอื เพ่อื ปฏิบัติการต่าง ๆ เก่ียวกับเคร่อื งยนต์ เช่น การซ่อมแซม การดูแลรกั ษา ปรบั ปรุง เคร่อื งยนต์ ใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพในการใชง้ านไดเ้ ป็นอย่างดี งานเคร่อื งยนตม์ คี วามสาคญั ต่อ การดารงชวี ติ ประจาวนั ดงั น้ี 1. งานเคร่อื งยนตม์ คี วามสาคญั ในการสรา้ งเคร่อื งมอื เคร่อื งใช้ เคร่อื งผ่อนแรงและ เคร่อื งอานวยความสะดวกในชวี ติ ประจาวนั เช่น รถยนต์ เรอื ยนต์ เคร่อื งบนิ เคร่อื งตดั หญ้า เคร่อื งผสมคอนกรตี เป็นตน้ 2. งานเคร่อื งยนต์ ช่วยส่งเสรมิ พฒั นาบุคลากรทางช่างใหม้ คี วามรู้ ความสามารถ สงู ขน้ึ ในชา่ งสาขาตา่ ง ๆ เชน่ วศิ วกรเครอ่ื งยนต์ วศิ วกรโรงงาน เป็นตน้
30 การบรรจยุ าลงเครื่องหลงั การบรรจุยาและเคร่อื งใชต้ ่าง ๆ สาหรบั การปฐมพยาบาลลูกเสอื 1 หมู่ ในระหว่าง การอยคู่ า่ ยพกั แรมนนั้ ควรคานึงถงึ สง่ิ ตอ่ ไปน้ี 1. กจิ กรรมทล่ี ูกเสอื จะตอ้ งปฏบิ ตั ริ ะหว่างการอยูค่ า่ ยพกั แรม ทงั้ น้ีเพ่อื จะไดพ้ จิ ารณา ไดว้ า่ จะเลอื กยาและอุปกรณ์ชนิดใดเพ่อื ใหเ้ หมาะแก่การทจ่ี ะใชป้ ฐมพยาบาลลูกเสอื ทไ่ี ดร้ บั อนั ตรายทเ่ี กดิ จากการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมนนั้ ๆ 2. มยี าและอุปกรณ์ทใ่ี ชใ้ นการปฐมพยาบาลชนิดใดบ้างท่ีจาเป็นต้องนาไปทุกครงั้ หรอื มไี วเ้ ป็นประจา 3. วธิ เี กบ็ รกั ษายาและอุปกรณ์ในการปฐมพยาบาลไมใ่ หเ้ กดิ การเสยี หาย หรอื เส่อื ม คณุ ภาพในระหวา่ งการอยคู่ า่ ยพกั แรมในขณะพกพาไป 4. ปริมาณยาและอุปกรณ์ท่เี หมาะสมสาหรบั ระยะเวลาในการอยู่ค่ายพกั แรมนัน้ การพฒั นาและปรับปรุงค่ายลูกเสือวิชาการอยู่ค่ายพักแรม เป็ นหวั ใจของการพฒั นา ทรพั ยากรลูกเสอื การอยคู่ า่ ยพกั แรมเป็นงานทล่ี ูกเสอื ตอ้ งได้ทาและสมั ผสั คุณประโยชน์ของ การอยู่ค่ายพักแรมมีมากมายและเป็ นการฝึกอบรมท่ีไม่มีวิชาใดจะเสมอเหมือนได้ โลกยุคปัจจุบนั ได้มกี ารพฒั นาไป มคี นกล่าวว่าการอยู่ค่ายพกั แรม ก็ควรไดพ้ ฒั นาตามไป ดว้ ยซง่ึ การกลา่ วเชน่ น้กี น็ ่าจะมคี วามเป็นไปได้ ทจ่ี ะนาเทคโนโลยใี หม่ ๆ เขา้ มาใชแ้ ละก็มใี ช้ อยบู่ า้ งแลว้ การพฒั นาการอยู่ค่ายพกั แรมทจ่ี ะกล่าวถงึ น้ี หมายถงึ การพฒั นาคา่ ยจากจุดเรมิ่ ตน้ เป้าหมายก็คอื จะอยู่กับธรรมชาติอย่างมคี วามสุขไดอ้ ย่างไร เราควรจะทาอะไรบ้างเพ่อื ธรรมชาติ ดว้ ยธรรมชาติ เราหวงั อยา่ งยงิ่ ว่าลูกเสอื คงจะเป็นบุคคลทไ่ี มถ่ ูกกล่าวหา วา่ เป็น ผทู้ าลายธรรมชาติ ลกู เสอื มวี ธิ กี ารมากมาย ลูกเสอื สามารถกางเตน็ ทแ์ ละก่อกองไฟไดถ้ งึ แม้ ฝนจะตกรจู้ กั การหุงขา้ ว และการถนอมรกั ษาอาหาร มคี วามตรงตอ่ เวลาและความสามารถ ดงั กลา่ วน้จี ะแสดงออกดว้ ยวธิ ใี ด 1. แสดงออกทางสตปิ ัญญา 2. แสดงออกทางงานฝีมอื หรอื ทกั ษะ 3. แสดงออกทางการพฒั นาทางกาย
31 แบบทดสอบภาคทฤษฎี จงวงกลมลอ้ มรอบหวั ขอ้ คาตอบทถ่ี กู ตอ้ งเพยี งขอ้ เดยี ว 1. ลกู เสอื ทจ่ี ะเรยี นวชิ าผจู้ ดั การคา่ ยพกั แรมตอ้ งมปี ระสบการณอ์ ยา่ งไร ก. เคยอยคู่ า่ ยพกั แรม ข. เป็นลกู เสอื สามญั รนุ่ ใหญ่ ค. เคยอยคู่ า่ ยพกั แรมมาแลว้ 5 ครงั้ ง. เคยอยคู่ า่ ยพกั แรมมาแลว้ 3 ครงั้ 2. วชิ าผจู้ ดั การคา่ ยพกั แรมลกู เสอื จะตอ้ งมคี วามรเู้ กย่ี วกบั อะไร ก. การหุงหาอาหาร ข. การสรา้ งทพ่ี กั อาหาร ค. การใชเ้ คร่อื งมอื ในการอยคู่ า่ ยพกั แรม ง. ถกู ทุกขอ้ 3. การอยคู่ า่ ยพกั แรมลกู เสอื จะตอ้ งปฏบิ ตั อิ ยา่ งไร ก. คา้ งคนื และปฏบิ ตั กิ จิ กรรม ข. คา้ งคนื ไมต่ อ้ งปฏบิ ตั กิ จิ กรรม ค. ไมต่ อ้ งคา้ งคนื แตป่ ฏบิ ตั กิ จิ กรรม ง. ไมต่ อ้ งคา้ งคนื และไมป่ ฏบิ ตั กิ จิ กรรม 4. วชิ าผจู้ ดั การคา่ ยพกั แรมลกู เสอื สามารถทาอยา่ งไร ก. ถา่ ยทอดวชิ าใหล้ ูกเสอื รนุ่ น้อง ข. ทาหน้าทแ่ี ทนผกู้ ากบั ลูกเสอื ได้ ค. ทาหน้าทแ่ี ทนรองผกู้ ากบั ลูกเสอื ได้ ง. สาธติ กจิ กรรมในการอยคู่ า่ ยพกั แรมใหล้ ูกเสอื รนุ่ น้อง 5. การก่อกองไฟในการชมุ นุมรอบกองไฟโดยทวั่ ไปมกี แ่ี บบ ก. 2 แบบ ข. 3 แบบ ค. 4 แบบ ง. 5 แบบ 6. การกอ่ กองไฟแบบทใ่ี หแ้ สงสวา่ งมากไดแ้ ก่แบบใด ก. แบบดาว ข. แบบผสม ค. แบบกระโจม ง. แบบเชงิ ตะกอน 7. การก่อกองไฟแบบผสมเป็นการผสมระหวา่ งแบบใด ก. แบบกระโจมและแบบดาว ข. แบบเชงิ ตะกอนและแบบดาว ค. แบบเชงิ ตะกอนและแบบกระโจม ง. แบบดาว แบบเชงิ ตะกอนและแบบกระโจม 8. จดุ ประสงคใ์ นการกอ่ กองไฟแบบผสมเพ่อื อะไร ก. ใหม้ ไี ฟแรง ข. ประหยดั ไมฟ้ ืน ค. กองไฟมขี นาดใหญ่ ง. ตอ้ งการแสงสวา่ งมาก
32 9. การดบั ไฟหลงั จากเลกิ ใชแ้ ลว้ ควรทาอยา่ งไร ก. นาเชอ้ื ไฟออก ข. ดบั ดว้ ยน้าหรอื น้ายาเคมี ค. ดบั ดว้ ยน้าหรอื กลบดว้ ยทราย ง. ดบั ดว้ ยน้ายาเคมแี ละกลบดว้ ยทราย 10. การกางเตน็ ทค์ วรเลอื กใหอ้ ยใู่ นสถานทใ่ี ด ก. ทล่ี ุ่ม ข. ทด่ี อน ค. ใตต้ น้ ไมใ้ หญ่ ง. ทม่ี หี ญ้าหรอื ฟาง 11. การเกดิ ไฟไหมร้ ะหวา่ งอยคู่ า่ ยพกั แรมมาจากสาเหตใุ ด ก. มลี มแรง ข. จุดไฟเล่น ค. ก่อไฟแลว้ ดบั ไมห่ มด ง. เชอ้ื เพลงิ บรเิ วณใกลเ้ คยี งมมี าก 12. การป้องกนั ไฟไหมข้ ณะอยคู่ า่ ยพกั แรมควรทาอยา่ งไร ก. เตรยี มน้าดบั ไฟ ข. ตงั้ หน่วยดบั ไฟ ค. ไมม่ กี ารกอ่ กองไฟ ง. ตรวจความเรยี บรอ้ ยของค่ายพกั แรมเป็นประจา 13. การระวงั รกั ษาอาหารมวี ธิ ปี ฏบิ ตั อิ ยา่ งไร ก. ปิดใหม้ ดิ ชดิ ข. เกบ็ เขา้ ตเู้ ยน็ ค. แขวนไวใ้ นทส่ี งู ง. ป้องกนั มใิ หส้ ตั วม์ ากนิ 14. การทาน้าใหส้ ะอาดกอ่ นด่มื มวี ธิ ปี ฏบิ ตั อิ ยา่ งไร ก. ตม้ ข. กรอง ค. ใสส่ ารเคมฆี า่ เชอ้ื โรค ง. ถกู ทกุ ขอ้ 15. การรกั ษาสถานทห่ี ุงตม้ อาหารหมายถงึ อะไร ก. สถานทห่ี งุ ตม้ ไมส่ กปรก ข. สถานทห่ี งุ ตม้ ใชอ้ ุปกรณอ์ ยา่ งดี ค. สถานทห่ี งุ ตม้ ไมเ่ ป็นทอ่ี ยขู่ องสตั วง์ . สถานทห่ี งุ ตม้ ใชไ้ ดต้ ลอดการอยคู่ า่ ยพกั แรม 16. ขณะอยคู่ า่ ยพกั แรมสถานทก่ี าจดั ขยะควรมลี กั ษณะอยา่ งไร ก. อยนู่ อกคา่ ยพกั แรม ข. จดั ลกู เสอื เป็นเวรเกบ็ ขยะ ค. ควรแยกขยะเปียกและขยะแหง้ ง. ทาหลุมขยะรวมทงั้ เปียกและแหง้ 17. ขวานทใ่ี ชข้ ณะอยคู่ า่ ยพกั แรมเพอ่ื อะไร ก. ลดิ กง่ิ ไม้ ข. ป้องกนั สตั วร์ า้ ย ค. ตดั ตน้ ไมเ้ ลก็ ๆ หรอื ผา่ ฟืน ง. ตดั ตน้ ไมใ้ หญ่ทอ่ี ยใู่ กลค้ า่ ยพกั แรม
33 18. การใชเ้ ล่อื ยขณะอยคู่ า่ ยพกั แรมเพอ่ื อะไร ก. ตดั ตน้ ไม้ ข. ตกแตง่ สถานท่ี ค. ประดษิ ฐว์ สั ดุตา่ ง ๆ ง. จดั ทาอุปกรณก์ ารอยคู่ า่ ยพกั แรม 19. การลดิ กง่ิ ไมค้ วรใชอ้ ุปกรณล์ กั ษณะใด ก. เล่อื ย ข. มดี โต้ ค. ขวานใหญ่ ง. ใชม้ ดี ใหเ้ หมาะกบั ขนาดของกง่ิ ไม้ 20. การน้ายาเพ่อื ใชใ้ นการเดนิ ทางไปอยคู่ า่ ยพกั แรมควรปฏบิ ตั อิ ยา่ งไร ก. นาไปตามทน่ี ายหมสู่ งั่ ข. พยายามนาไปใหม้ ากชนดิ ค. ตามความเหน็ ของผกู้ ากบั ลกู เสอื ง. นาไปเฉพาะยาทค่ี าดวา่ จาเป็นระหวา่ งการอยคู่ า่ ยพกั แรม 21. วชิ าผจู้ ดั การคา่ ยพกั แรมลกู เสอื ควรจะมคี วามสามารถอยา่ งไร ก. อธบิ ายวธิ กี ารกางเตน็ ทไ์ ด้ ข. พาลูกเสอื ไปอยคู่ า่ ยพกั แรมได้ ค. อธบิ ายวธิ กี ารประกอบอาหารชนิดตา่ ง ๆ ง. อธบิ ายและสาธติ วธิ กี ารตา่ ง ๆ ในการอยคู่ า่ ยพกั แรมได้ 22. การอยคู่ า่ ยพกั แรมในสถานทต่ี า่ งกนั อยา่ งน้อยกค่ี รงั้ ก. 1 ครงั้ ข. 2 ครงั้ ค. 3 ครงั้ ง. 4 ครงั้ 23. เคยไปอยคู่ า่ ยพกั แรมในโอกาสตา่ ง ๆ กนั หมายถงึ อะไร ก. การไปอยคู่ า่ ยพกั แรมเพ่อื ทศั นศกึ ษา ข. การไปอยคู่ า่ ยพกั แรมเพอ่ื ศกึ ษาธรรมชาติ ค. การไปอยคู่ า่ ยพกั แรมกบั ลูกเสอื ประเภทใดกไ็ ด้ ง. ถกู ทกุ ขอ้ 24. ขณะอยคู่ า่ ยพกั แรมการก่อกองไฟโดยใชถ้ า่ น จะใชอ้ ะไรเป็นเชอ้ื ไฟ ก. น้ามนั ข. กระดาษ ค. เศษไมแ้ หง้ ง. เศษใบไมแ้ หง้ 25. การทาราวตากผา้ ควรทาลกั ษณะใด ก. ใตร้ ม่ ไม้ ข. ตามทางลม ค. ขวางทางลม ง. เฉียงทางลม
34 26. เสอ้ื ผา้ ทเ่ี ปียกชน้ื ขณะอยคู่ า่ ยพกั แรมควรทาอยา่ งไร ก. ซกั ข. ผงิ ไฟ ค. ตากใหแ้ หง้ ง. แยกไวต้ า่ งหาก 27. การระวงั รกั ษาอาหารไมใ่ หบ้ ดู ขณะอยคู่ า่ ยพกั แรมควรปฏบิ ตั อิ ยา่ งไร ก. แชใ่ นตเู้ ยน็ ข. ปิดใหม้ ดิ ชดิ ค. วางไวใ้ นทอ่ี ากาศถา่ ยเท ง. ถา้ เป็นน้าใหต้ งั้ ไฟใหเ้ ดอื ดหลงั รบั ประทานแลว้ 28. การระมดั ระวงั น้าดม่ื ใหส้ ะอาดควรปฏบิ ตั อิ ยา่ งไร ก. ใสข่ วดแกว้ อยา่ งดี ข. รองน้าจากก๊อกน้า ค. ใสภ่ าชนะทส่ี ะอาดและมดิ ชดิ ง. ชว่ ยกนั ดแู ลรกั ษาความสะอาดบรเิ วณใกลเ้ คยี งแหลง่ น้า 29. การระวงั รกั ษาทห่ี งุ ตม้ อาหารควรปฏบิ ตั อิ ยา่ งไร ก. ทารวั้ ลอ้ มรอบ ข. ลา้ งน้าทาความสะอาด ค. เกบ็ เศษอาหารบรเิ วณทห่ี งุ อาหาร ง. ใชน้ ้ายาทาความสะอาดทวั่ บรเิ วณ 30. สถานทก่ี าจดั ขยะควรปฏบิ ตั อิ ยา่ งไร ก. ทารวั้ ป้องกนั สตั ว์ ข. ทาฝาปิดหลุมขยะ ค. หลุมขยะควรใหล้ กึ พอสมควร ง. ถกู ทกุ ขอ้ 31. การรกั ษาสว้ มชวั่ คราวใหถ้ กู หลกั ควรปฏบิ ตั อิ ยา่ งไร ก. ควรใหห้ ลุมอยกู่ ลางแจง้ ข. อยใู่ นทอ่ี ากาศถา่ ยเทสะดวก ค. ควรเปลย่ี นหลุมสว้ มทกุ วนั ง. เสรจ็ กจิ ควรลาดน้ายาทาความสะอาดและปิดปากหลุม 32. การตงั้ เตน็ ทข์ ณะอยคู่ า่ ยพกั แรมควรคานงึ ถงึ อะไร ก. บนพน้ื หญา้ ใตร้ ม่ ไม้ ข. แสงสวา่ ง การกาบงั ลม ค. ความเป็นระเบยี บ สวยงาม ง. ความเป็นระเบยี บ ทศิ ทางลม 33. การเตรยี มสถานทช่ี มุ นุมรอบกองไฟทส่ี าคญั คอื อะไร ก. การจดั ทน่ี งั่ ข. การปรบั พน้ื ท่ี ค. การกอ่ กองไฟ ง. การทาเวทกี ารแสดง
35 34. การแสดงรอบกองไฟเป็นการแสดงเพ่อื อะไร ก. การประกวด ข. ความสนุกสนาน ค. ฝึกการกลา้ แสดงออก ง. ใหค้ นทอ้ งถนิ่ ไดช้ น่ื ชม 35. การอยคู่ า่ ยพกั แรมเป็นการฝึกใหล้ ูกเสอื เกดิ สงิ่ ใด ก. เพลดิ เพลนิ ข. รจู้ กั ธรรมชาตมิ ากขน้ึ ค. พสิ จู น์ความสามารถของตนเอง ง. นาความสามารถไปใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์ 36. เครอ่ื งมอื ทล่ี ูกเสอื ตอ้ งใชม้ ากทส่ี ุด ขณะอยคู่ า่ ยพกั แรมคอื อะไร ก. เล่อื ย ข. สวา่ นไฟฟ้า ค. เครอ่ื งตดั หญา้ ง. ขวานโคน่ ตน้ ไม้ 37. ยาสามญั ทใ่ี ชร้ บั ประทานทล่ี ูกเสอื ควรนาตดิ ไปขณะอยคู่ า่ ยพกั แรมคอื อะไร ก. ยาธาตุ ข. ยาแกป้ วด ค. ยาแกท้ อ้ งเสยี ง. ถกู ทกุ ขอ้ 38. ยาทาและอุปกรณ์การปฐมพยาบาลทจ่ี าเป็นสาหรบั ลูกเสอื คอื อะไร ก. ยาเหลอื ง กรรไกร ข. ทงิ เจอร์ ผา้ พนั แผล ค. ยาแดง พลาสเตอรย์ า ง. ยคู าลปิ ผา้ สามเหลย่ี ม 39. การเกบ็ รกั ษายาระหวา่ งการอยคู่ า่ ยพกั แรมควรปฏบิ ตั อิ ยา่ งไร ก. เกบ็ ไวใ้ นทเ่ี ยน็ ข. เกบ็ ไวใ้ นตยู้ ารวม ค. เกบ็ ไวก้ บั ลกู เสอื ทร่ี บั ผดิ ชอบ ง. เกบ็ ไวใ้ หเ้ หมาะกบั การพกพา 40. ความกา้ วหน้าในกองลูกเสอื ขน้ึ อยกู่ บั การเรมิ่ ตน้ จากสง่ิ ใด ก. ลูกเสอื ทกุ คนมคี วามขยนั ข. ลูกเสอื ทกุ คนมแี นวคดิ รว่ มกนั ค. การสนบั สนุนจากผกู้ ากบั ลกู เสอื ง. การสนบั สนุนจากบุคคลภายนอก
Search
Read the Text Version
- 1 - 21
Pages: