การจัดการการจัดการ หมายถงึ การจดั การ หรือ Management หมายถึง กระบวนการ ทางานหรือกิจกรรมท่ีกลุ่มบุคคลในองคก์ ร ร่วมกนั ทางานเพือ่ ใหบ้ รรลุวตั ถุประสงคต์ ามแนวทางท่ีกาหนดไว้ 5 ข้นั ตอนประกอบดว้ ย การวางแผนการจดั องคก์ าร การบงั คบั บญั ชาสัง่ การ การประสานงาน และการควบคุม watcharirat
การจัดการ หมายถึง การจดั การ หรือ Management หมายถึง กระบวนการทางานหรือกิจกรรมท่ีกลุ่มบุคคลในองคก์ ร ร่วมกนั ทางานเพอ่ื ใหบ้ รรลุวตั ถุประสงคต์ ามแนวทางที่กาหนดไว้ 5 ข้นั ตอนประกอบดว้ ย การวางแผน การจดั องคก์ าร การบงั คบั บญั ชาสั่งการ การประสานงาน และการควบคุมความสาคัญของการจัดการกระบวนการทางานหรือการจดั การมีความสาคญั ต่อองคก์ รธุรกิจ เพราะทุกข้นั ตอนมีผลต่อ ความสาเร็จที่จะทาใหเ้ กิดผลกาไรและช่วยใหอ้ งคก์ รธุรกิจสามารถดาเนินการต่อไปได้ นอกจากน้ีกระบวนการจดั การยงั เป็นท้งั ศาสตร์และศิลป์ ที่ตอ้ งรู้จกั นามาประยกุ ตใ์ ชใ้ หเ้ กิดประโยชน์ เน่ืองจากแต่ละ องคก์ รมีปัจจยั ความสาเร็จท่ีแตกตา่ งกนัทรัพยากรในการบริหารในการดาเนินธุรกิจใดๆก็ตาม ตอ้ งอาศยั หลายๆปัจจยั ประกอบกนั เพื่อก่อใหเ้ กิดกิจกรรมในการประกอบธุรกิจ ซ่ึงปัจจยั พ้ืนฐานในการดาเนินธุรกิจมี 4 ประเภท หรือที่เรียกวา่ 4M ไดแ้ ก่ 1) คน (Man) ซ่ึงถือวา่ เป็นปัจจยั ที่สาคญั ท่ีสุด เพราะธุรกิจจะเกิดข้ึนไดต้ อ้ งอาศยั ความคิดของคน มีคนเป็นผดู้ าเนินการหรือจดั การทาใหเ้ กิดกิจกรรมทางธุรกิจหลายรูปแบบ เพ่ือใหป้ ระสบความสาเร็จในการประกอบธุรกิจน้นั ๆ 2) เงิน (Money) เป็นปัจจยั ในการดาเนินธุรกิจอีกชนิดหน่ึงท่ีตอ้ งนามาประกอบเพือ่ ใหเ้ กิดธุรกิจ ซ่ึงแตล่ ะธุรกิจจะใชป้ ริมาณเงินที่แตกต่างกนั ไป ข้ึนอยวู่ า่ ธุรกิจน้นั มีขนาดเล็กหรือใหญ่ 3) วสั ดุหรือวตั ถุดิบ (Material) ซ่ึงในการผลิตสินคา้ ตอ้ งอาศยั วตั ถุดิบในการผลิต ดงั น้นั ผบู้ ริหารตอ้ งรู้จกั บริหารวตั ถุดิบใหม้ ีประสิทธิภาพ เพื่อใหไ้ ดต้ น้ ทุนที่ต่า และทาใหธ้ ุรกิจไดผ้ ลกาไรสูงสุด 4) วธิ ีปฏิบตั ิงาน (Method) ซ่ึงการปฏิบตั ิงานในแต่ละข้นั ตอนของการดาเนินธุรกิจ ควรมีการวางแผนและควบคุม ใหก้ ารปฏิบตั ิงานน้นั มีประสิทธิภาพประเภทของระบบบริหารโดยทว่ั ไปแลว้ ระบบบริหารแบง่ ออกเป็ น 3 ประเภท ดงั น้ี1.การบริหารขาราชการ (public administation)2.การบิหารธุรกิจ (business administation)3.การบริหารกาศึกษา (educational administation)การพจิ ารณาวา่ แต่ละระบบบริหารแตกต่างกนั อยา่ งไร ให้ใชห้ ลกั 4 P เป็นเคร่ืองวเิ คราะห์ดงั น้ี
1.ความมุง่ หมาย (Puepose) การบริหารการศึกษาไมม่ ุ่งหวงั กาไร แตม่ ุ่งหวงั พฒั นาคนใหเ้ จริญงอกงามในดา้ นตา่ ง ๆ การบริหารน้นั มุ่งหวงั กาไรเป็นสาคญั สาหรับการบริหารราชการน้นั มุง่ หวงั ใหเ้ กิดความสะดวกและคุม้ ครองสวสั ดิภาพของประชาชน2.บุคคลท่ีเกี่ยวขอ้ ง (People) ในระบบการบริหารศึกษาบุคคลท่ีเกี่ยวขอ้ งส่วนใหญ่เป็นผเู้ ยาวท์ ่ีไมม่ ีรายได้แต่บุคคลท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั การบริหารราชการส่วนใหญ่จะเป็ นผบู้ รรลุนิติภาวะแลว้3.วธิ ีการดาเนินงาน (Process) การดาเนินการของระบบการศึกษาตอ้ งใชร้ ะยะเวลายาวนานและสลบั ซบั ซอ้ นมาก การดาเนินการของระบบราชการตอ้ งเป็ นพธิ ี ยดึ ระเบียบแผน4.ผลผลิต (Product) ผลผลิตของการบิริหารธุรกิจคือสินคา้ และการบริการ ผลผลิตของระบบราชการก็คือความอยดู่ ีกินดีของประชาชนความหมายขององค์การองคก์ าร (Organization) เป็นคานิยามของการรวมตวั กนั อยา่ งเป็นระบบ หรือบางท่ีใหค้ าจากดั ความวา่ เป็ นการจดั การที่มีการร่วมมือและประสานงานกนั ต้งั แต่ 2 คนข้ึนไปเพ่อื ใหป้ ระสบความสาเร็จตามวตั ถุประสงคเ์ ฉพาะอยา่ งที่ต้งั ไว้ โดยมีการใชอ้ านาจการบริหารท่ีชดั เจนมีการแบง่ งานและหนา้ ที่ มีลาดบั ข้นัของการบงั คบั บญั ชาและความรับผดิ ชอบการจะทาความเขา้ ใจคาวา่ องคก์ ารน้นั ถา้ ดูท่ีการแบง่ ประเภทขององคก์ ารจะทาให้เขา้ ใจดีข้ึน เช่น1.องคก์ ารทางสังคม ครอบครัว สถาบนั การศึกษาทุกระดบั โรงเรียน มหาวทิ ยาลยั สถาบนั ศาสนา วดั ศนู ย์ปฏิบตั ิธรรม สถาบนั กลุ่ม ชมรม มลู นิธิ ฯลฯ ที่ต้งั ข้ึนเพื่อกิจการเฉพาะอยา่ งแตม่ ุง่ ประโยชนใ์ นระดบั สังคม2. องคก์ ารทางราชการ ทุกระบบท่ีเป็นส่วนราชการ ระดบั กระทรวง ทบวง กรม3. องคก์ ารเอกชน เช่น บริษทั หา้ งร้านท่ีต้งั ข้ึนมาดว้ ยรูปแบบต่างๆ เพ่ือมุ่งหากาไรเป็นสาคญั ลกั ษณะขององคก์ ารทางธุรกิจน้นั แบ่งไดเ้ ป็น3.1 องคก์ ารท่ีมีเจา้ ของคนเดียวจดั ระบบการทางานโดยมีลูกนอ้ งมาร่วมมือกนั ทางานเพื่อมุง่ สู่ความสาเร็จและในปัจจุบนั ธุรกิจแบบเจา้ ของคนเดียวแพร่หลายมากข้ึนเนื่องจากมีช่องทางการตลาดแบบออนไลน์3.2 หา้ งหุน้ ส่วนสามญั ผรู้ ่วมเป็นหุน้ ส่วนในองคก์ ารประเภทน้ีจะตอ้ งร่วมรับผดิ ชอบในองคก์ ารร่วมกนั ในทุกเร่ืองท้งั ทรัพยส์ ินและหน้ีสิน3.3 หา้ งหุน้ ส่วนจากดั องคก์ ารธุรกิจประเภทน้ีมีความต่างจากหา้ งหุน้ ส่วนสามญั ตรงท่ี เฉพาะหุน้ ส่วนเฉพาะบางคนเทา่ น้นั ท่ีตอ้ งรับผดิ ชอบไม่จากดั ผถู้ ือหุน้ นอกน้นั รับผดิ ชอบ “จากดั ” ตามจานวนหุน้ ที่ตวั เองถือครอง
3.4 บริษทั จากดั เป็ นองคก์ ารทางธุรกิจ ที่จดั ต้งั ข้ึน แลว้ แบ่งทุนเป็นหุ้น ผถู้ ือหุ้นมีความรับผดิ ชอบจากดั เพยี งไม่เกินจานวนเงินหุน้ ท่ีตนถือเท่าน้นัประเภทขององค์การ องคก์ รจะมีความแตกต่างกนั มากมาย ท้งั ในดา้ นองคป์ ระกอบและวตั ถุประสงค์ ฉะน้นั ในการแบง่ ประเภทขององคก์ ร จึงสามารถแบง่ ออกได้ 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ1. องคก์ รปฐมและมธั ยม2. องคก์ รรูปนยั และอรูปนยัหลกั ของการจัดองค์การหลกั สาคญั ของการจดั องคก์ าร ควรมีวตั ถุประสงคท์ ี่ชดั เจน, อานาจหนา้ ที่ความรับผดิ ชอบ , ความรับผดิ ชอบของผบู้ งั คบั บญั ชา , สายบงั คบั บญั ชา , ช่วงการบงั คบั บญั ชา , การประสานงาน , หลกั ของการทางานเฉพาะอยา่ ง และเอกภาพในการบงั คบั บญั ชา องคป์ ระกอบของการจดั องคก์ ารจะประกอบไปดว้ ย การแบ่งงานกนั ทา (Division of work) การจดั แผนกงาน (Departmentalization) การกระจายอานาจหนา้ ที่ (Distribution of Authority) และการประสานงาน (Co-ordination) การจดั องคก์ ารจะปรากฏข้ึนในรูปแผนภมู ิองคก์ ารที่เกิดจากการลากเส้นต่างๆ เพ่ือใหเ้ ห็นการแบ่งแยกกลุ่มงาน ผรู้ ับผดิ ชอบ ตามลาดบั ลดหลนั่ กนั ไปข้นั ตอนการจัดองค์การการจดั องคก์ รมีประสิทธิภาพน้นั เออร์เนสต์ เดล ไดเ้ สนอแนะไวเ้ บ้ืองตน้ 3 ข้นั ตอน ดงั น้ี การกาหนดรายละเอียดของงาน การแบ่งงานใหแ้ ตล่ ะคนในองคก์ รไดร้ ับปิ ดชอบตามความเหมาะสม การประสานงานทฤษฎีองคก์ ารและการจดั การทุก องคก์ ารไม่วา่ จะมีขนาด ประเภท หรือสถานท่ีต้งั อยา่ งไร จาเป็ นตอ้ งมีการจดั การที่ดี ซ่ึงการจดั การที่ดีเป็นจุดเริ่มตน้ ของการดาเนินงานขององคก์ าร การเติบโตและการดารงอยตู่ ่อไปของ องคก์ าร โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ องคก์ ารในยคุ ศตวรรษท่ี 21 ซ่ึงตอ้ งเผชิญกบั ปัจจยั แวดลอ้ มท่ีมีการเปลี่ยนแปลงอยา่ งรวดเร็ว ไม่วา่ จะเป็นดา้ นสงั คม เศรษฐกิจ โลกาภิวตั น์ และเทคโนโลยี ทาใหอ้ งคก์ ารตอ้ งมีแนวทางในการจดั การท่ีทนั สมยั เพื่อรับมือกบั การเปล่ียน แปลงที่รวดเร็วน้ี เพื่อใหเ้ ขา้ ใจแนวคิดเกี่ยวกบั การ
จดั การสมยั ใหม่ ในบทน้ีจะไดน้ าเสนอหวั ขอ้ เก่ียวกบั เร่ือง องคก์ ารสมยั ใหม่ ความหมายของการจดั การขบวนการจดั การ บทบาทของการจดั การ คุณสมบตั ิของนกั บริหารที่ประสบความสาเร็จการจัดโครงสร้างขององค์การ (Organization structure)1. โครงสร้างองค์การตามหน้าทกี่ ารงาน (Functional OrganizationStructure) หมายถึง โครงสร้างที่จดั ต้งัข้ึนโดยแบ่งไปตามประเภทหรือหนา้ ท่ีการงาน เพ่อื แสดงใหเ้ ห็นวา่ ในแต่ละแผนกน้นั มีหนา้ ท่ีตอ้ งกระทาอะไรบา้ ง ซ่ึงผลดีก่อใหเ้ กิดการไดค้ นมีความสามารถทางานในแผนกน้นั ๆ ท้งั ยงั ฝึกบุคคลในแผนกน้นั ๆใหม้ ีความเช่ียวชาญกบั หนา้ ที่ของงานน้นั อยา่ งลึกซ้ึง สาหรับฝ่ ายบริหารระดบั สูงน้นั ก็เป็ นเพยี งแต่กาหนดนโยบายไวก้ วา้ ง ๆ เพราะมีผเู้ ชี่ยวชาญเฉพาะดา้ นคอยป้ อนขอ้ มูลที่ถูกตอ้ งใหพ้ ิจารณาตดั สินใจและใหม้ ีความผดิ พลาดไดน้ อ้ ยมาก อีกประการหน่ึงในแตล่ ะแผนกน้นั เมื่อทุกคนมีความเช่ียวชาญงานในหนา้ ที่ชนิดเดียวกนั ยอ่ มก่อใหเ้ กิดการประสานงานไดง้ ่ายเน่ืองจากแตล่ ะคนมีความสนใจในงานและใชภ้ าษาเดียวกนัทาใหส้ ามารถสร้างบรรยากาศการทางานท่ีดีไดง้ ่ายนอกจากน้นั การบริหารงานกเ็ กิดความประหยดั ดว้ ยเพราะแตล่ ะแผนกไดใ้ ชค้ วามเชี่ยวชาญเฉพาะดา้ นสร้างผลิตผลไดเ้ ตม็ เมด็ เตม็ หน่วย การใชเ้ ครื่องจกั รและแรงงานก็ใชไ้ ดผ้ ลคุม้ คา่ อยา่ งไรก็ตาม การจดั รูปแบบองคก์ ารแบบน้ีก็มีผลเสียในทางการบริหารหลายประการ อาทิเช่น การแบ่งงานออกเป็นหลายแผนกและมีผเู้ ชี่ยวชาญหลายคน ทาใหก้ ารวางแผนงานยงุ่ ยากข้ึน อาจมีการปัดความรับผดิ ชอบได้ นอกจากน้นั การจดั องคก์ ารรูปแบบน้ีมกั เนน้ ที่การรวมอานาจไว้ ณ จุดท่ีสูงท่ีสุด ไม่มีการกระจายอานาจในการบริหารใหล้ ดหลน่ั ลงไป2. โครงสร้างองค์การตามสายงานหลกั (Line Organization Structure) หมายถึงการจดั รูปแบบโครงสร้างใหม้ ีสายงานหลกั และมีการบงั คบั บญั ชาจากบนลงล่างลดหนั่ เป็ นข้นั ๆ จะไม่มีการส่ังการแบบขา้ มข้นั ตอนในสายงาน ซ่ึงโครงสร้างแบบน้ีเหมาะสมสาหรับองคก์ ารตา่ ง ๆ ที่ตอ้ งการใหม้ ีการขยายตวั ในอนาคตได้เพราะเพียงแต่เพ่ิมเติมโครงสร้างในบางสายงานใหม้ ีการควบคุมบงั คบั บญั ชาลดหลนั่ ลงไปอีกได้ การจดัองคก์ ารแบบน้ี อาจจะคานึงถึงสภาพของงานท่ีเป็นจริง เช่น แบง่ ตามลกั ษณะของผลิตภณั ฑ์ หรือแบง่ ตามอาณาเขต หรือแบง่ ตามประเภทของลูกคา้ หรือแบ่งตามกระบวนการ ผลดีของโครงสร้างแบบน้ีมีหลายประการ เช่น การจดั โครงสร้างดว้ ยรูปแบบที่เขา้ ใจง่าย การบงั คบั บญั ชาตามสายงานเป็ นข้นั ตอน ฉะน้นั จุด
ใดที่มีการปฏิบตั ิงานล่าชา้ ก็สามารถตรวจสอบไดร้ วดเร็ว จากผบู้ งั คบั บญั ชาในระดบั น้นั ไดง้ ่าย นอกจากน้นัผปู้ ฏิบตั ิงานไดค้ ลุกคลีกบั สภาพของปัญหาท่ีเป็นจริงและเกิดข้ึนเสมอ ทาใหก้ ารตดั สินใจต่าง ๆ มีขอ้ มลู ที่แน่นอน และสามารถตดั สินใจไดถ้ ูกตอ้ งรวดเร็ว ซ่ึงส่งผลสะทอ้ นใหม้ ีการปกครองบงั คบั บญั ชาที่อยใู่ นระเบียบวนิ ยั ไดด้ ี การติดตอ่ สื่อสารและการควบคุมการทางานทาไดง้ ่าย ตลอดจนเมื่อตอ้ งการจะเปล่ียนรูปโครงสร้างขององคก์ ารก็สามารถที่จะเปล่ียนไดค้ อ่ นขา้ งสะดวก เพราะการจดั รูปแบบองคก์ ารน้ี ไมม่ ีอะไรสลบั ซบั ซอ้ นมากนกั ประการสุดทา้ ย องคก์ ารน้ีเหมาะสาหรับการจดั รูปแบบองคก์ ารขนาดเลก็ แต่ไม่เหมาะท่ีจะจดั ในลกั ษณะองคก์ ารขนาดใหญ่ที่มีการปฏิบตั ิงานสลบั ซบั ซอ้ น ส่วนขอ้ เสียของโครงสร้างแบบน้ีน้นัไดก้ ่อใหเ้ กิดปัญหาดงั น้ีคือ ประการแรก ไม่ไดส้ นบั สนุนใหผ้ ทู้ างานมีความเช่ียวชาญเฉพาะดา้ นนอกจากน้นั บางขณะปริมาณของงานมีมาก จนตอ้ งใชเ้ วลาทางานประจาใหเ้ สร็จ ไม่มีเวลาที่จะมาศึกษาถึงระบบการทางานที่ดีกวา่ อีกประการหน่ึงลกั ษณะของโครงสร้างเช่นน้ีเป็ นอุปสรรคต่อการดาเนินงาน เพราะไม่สามารถครอบคลุมขอบข่ายของงานไดท้ งั หมดได้ และประการสุดทา้ ย ผบู้ ริหารระดบั สูงอาจจะไมย่ อมมอบหมายงาน ใหผ้ บู้ ริหารงานระดบั รอง ๆ ลงมา หรือพยายามกีดกนั หรือส่งเสริมคนอ่ืนใหข้ ้ึนมาแทนตนทาใหข้ วญั ของผปู้ ฏิบตั ิงานในระดบั รอง ๆ ไปไม่ดี หมดกาลงั ใจในการปฏิบตั ิงาน เน่ืองจากโครงสร้างแบบน้ีใหอ้ านาจควบคุมโดยตรงต่อผบู้ งั คบั บญั ชาระดบั สูงเทา่ น้นั3. โครงสร้างองค์การแบบคณะทปี่ รึกษา (Staff Organization Structure) หมายถึงการจดั โครงสร้างโดยการใหม้ ีท่ีปรึกษาเขา้ มาช่วยการบริหารงาน เช่น ที่ปรึกษานายก ฯ ที่ปรึกษาผวู้ า่ ฯ กทม. เป็ นตน้ เพราะวา่ ท่ีปรึกษามีความรู้ ความชานาญเฉพาะดา้ น โดยเฉพาะการใชเ้ ทคโนโลยสี มยั ใหม่ ซ่ึงตอ้ งอาศยั ผเู้ ช่ียวชาญมาช่วยหรือคอยแนะนา ทาให้องคก์ ารมองเห็นความสาคญั ของการมีท่ีปรึกษาข้ึน อยา่ งไรกต็ าม พวกท่ีปรึกษาไมม่ ีอานาจในการสงั่ การใด ๆ นอกจากคอยป้ อนขอ้ มลู ใหผ้ บู้ ริหารเป็ นผชู้ ้ีขาดอีกช้นั หน่ึง ซ่ึงการจดั องคก์ ารรูปแบบน้ีมีผลดีคือ ทาใหก้ ารดาเนินงานต่าง ๆ มีการวางแผนและประเมินสถานการณ์ล่วงหนา้ ได้ มีท่ีปรึกษาคอยใหค้ วามกระจ่างและประสานงานกบั หน่วยงานอื่นๆ และทาใหก้ ารทางานใชห้ ลกั เหตุและผลมากข้ึน มีการใชเ้ ครื่องมือท่ีทนั สมยั และคนมีประสิทธิภาพยงิ่ ข้ึน นอกจากน้นั ยงั ทาใหง้ านตามสายงานและ
งานของคณะที่ปรึกษาสัมพนั ธ์กนั และเขา้ ใจบทบาทซ่ึงกนั และกนั แต่ผลเสียของการใชท้ ี่ปรึกษาอาจมีการปี นเกลียวกนั เนื่องจากความเห็นไมล่ งรอยกนั และฝ่ ายคณะท่ีปรึกษาอาจทอ้ ถอยในการทางานได้ เพราะมีหนา้ ท่ีเพยี งเสนอแนะแตไ่ ม่มีอานาจส่งั การ4. โครงสร้างองค์การแบบคณะกรรมการบริหาร (Committees Organization Structure) หมายถึงการจดัโครงสร้างองคก์ ารโดยใหม้ ีการบริหารงานในลกั ษณะคณะกรรมการ เช่น คณะกรรมการบริหารงานรถไฟแห่งประเทศไทย คระกรรมการ อสมท. และคณะกรรมการบริหารบริษทั เจริญโภคภณั ฑ์ เป็นตน้ การบริหารงานองคก์ ารโดยใหม้ ีคณะกรรมการบริหารเช่นน้ี ผลดีจะช่วยขจดั ปัญหา การบริหารงานแบบผกู ขาดของคน ๆ เดียว หรือการใชแ้ บบเผด็จการเขา้ มาบริหารงาน นอกจากน้นั การต้งั คณะกรรมการซ่ึงประกอบดว้ ยบุคคลมาจากหลาย ๆ ฝ่ ายจะทาใหท้ ุกคนเขา้ ใจปัญหาและก่อใหเ้ กิดการยอมรับในปัญหที่ฝ่ ายอื่นเผชิญอยทู่ าใหก้ ารประสานงานเป็นไปไดง้ ่ยข้ึน แต่อยา่ งไรกต็ าม ขอ้ เสียของการใชร้ ะบบคณะกรรมการก็คือเกิดการสูญเสียทรัพยากรโดยใช่เหตุ เนื่องจากเวลาส่วนใหญใ่ ชไ้ ปในการประชุมถกเถียงกนั กวา่ จะไดข้ อ้ยตุ ิอาจไมท่ นั การต่อการวนิ ิจฉยั สงั่ การได้ หรืออาจเป็นการแลกเปลี่ยนผลประโยชนใ์ นระดบั คณะกรรมการหรือยอมประนีประนอมกนั เพอ่ื ใหไ้ ดข้ อ้ ยตุ ิที่รวดเร็ว ทาใหก้ ารต้งั คณะกรรมการไร้ผล5. โครงสร้างองคก์ ารงานอนุกร (Auxiliary) คือหน่วยงานช่วย บางทีเรียกวา่ หน่วยงานแม่บา้ น (House-keeping agency) ซ่ึงเป็นงานเกี่ยวกบั ธุรการ และอานวยความสะดวก เช่น งานเลขานุการ และงานตรวจสอบภายใน เป็นตน้
การจดั แผนกงาน (Departmentation)การจดั แผนกงาน หมายถึง การรวมกลุ่มกิจกรรมตา่ ง ๆ เขา้ ดว้ ยกนั โดยการรวมกิจกรรมท่ีคลา้ ยกนั และเหมาะสมที่จะนามาปฏิบตั ิ ในกลุ่มเดียวกนั เขา้ ไวด้ ว้ ยกนั เป็นกลุ่ม แผนก หรือหน่วยงาน หลกั เกณฑพ์ ้ืนฐานที่จะใชส้ าหรับการจดั แผนกงาน มีดงั น้ี 1. การจดั แผนกงานตามหนา้ ท่ี (Departmentation by Function)การจดั แผนกงานตามหนา้ ที่น้ี เป็นการ จดั องคก์ ารท่ีเป็นท่ียอมรับอยา่ งกวา้ งขวาง และหนา้ ที่หลกั ส่วนใหญ่แผนกต่าง ๆ จะมีก็คือ หนา้ ท่ี ทางดา้ นการผลิต การขายและการเงิน ธงชยั สันติวงษ์ (2537) ไดก้ ล่าวถึงขอ้ ดีและขอ้ เสีย ของแตล่ ะ แบบการจดั แผนกงานไวต้ ามตารางขา้ งล่าง ต่อไปน้ี ขอ้ ดีการจดั แผนกงานตามหนา้ ท่ี 1.เหมาะกบั ธุรกิจขนาดเลก็ ในระยะเร่ิมแรก 2.เป็นการจดั ท่ีถูกตอ้ งตามเหตุผลในเร่ืองของหนา้ ที่หลกั 3.เม่ือเกิดปัญหาข้ึนระหวา่ งผบู้ ริหารในแต่ละหนา้ ที่ก็จะสามารถทาการประสานงานใหท้ ุกอยา่ ง เป็นไปโดยสอดคลอ้ งกนั 4. ถูกตอ้ งตามหลกั เกณฑข์ องการแบ่งอาชีพตามความถนดั ขอ้ เสียการจดั แผนกงานตามหนา้ ท่ี 1.ไมเ่ หมาะสมกบั ธุรกิจที่มีการขยายตวั 2.การทางานของทุกกลุ่มไมส่ ามารถเนน้ ถึงวตั ถุประสงคข์ ององคก์ ารโดยส่วนรวมได้ 3.การประสานงานติดต่อระหวา่ งหนา้ ท่ีตา่ งๆเป็ นไปไดย้ าก 4.ไมเ่ ปิ ดโอกาสใหม้ ีการฝึกฝนตวั ผบู้ ริหารในระดบั รองลง และไมม่ ีโอกาสเรียนรู้งานของส่วน
ตา่ งๆ2. การจดั แผนกงานตามประเภทผลิตภณั ฑ์ (Departmentation by Product) การจดั แผนกแบบน้ีมกั จะ ใชใ้ นการจดั แผนกงานขององคก์ ารธุรกิจขนาดใหญม่ ีกระบวนการในการปฏิบตั ิงานซบั ซอ้ น องคก์ ารธุรกิจผลิตสินคา้ หลายอยา่ ง ถา้ จะใชก้ ารจดั แผนกงานตามหนา้ ท่ีก็จะทาใหแ้ ตล่ ะแผนกมีงาน มากเกินไป การดูแลผลิตภณั ฑแ์ ต่ละอยา่ งอาจดูแลไม่ทวั่ ถึง การขยายงานก็จะมีปัญหาอยา่ งมาก ทา ใหอ้ งคก์ ารธุรกิจขาดความคล่องตวั ในการดาเนินงานและเสียโอกาสในการแสวงหาผลประโยชน์ กบั องคก์ ารได้ ขอ้ ดีการจดั แผนกงานตามผลิตภณั ฑ์ 1.เหมาะสมกบั องคก์ ารที่มีขนาดใหญข่ ้ึน 2.ช่วยใหผ้ บู้ ริหารสูงสุดสามารถมอบหมายอานาจหนา้ ที่ในการทางานตามหนา้ ท่ีตา่ งๆใหก้ บั ผบู้ ริหารของหน่วยได้ 3.ช่วยใหป้ ระเภทสินคา้ ต่างๆไดร้ ับความสนใจเตม็ ที่ 4.ช่วยใหผ้ ทู้ างานในหนา้ ที่ตา่ งๆมีโอกาส ฝึกฝนความรู้ความสามารถของตน ในส่วนท่ีเก่ียวกบั ผลิตภณั ฑแ์ ต่ละอยา่ งไดอ้ ยา่ งดี ขอ้ เสียการจดั แผนกงานตามผลิตภณั ฑ์ 1.เกิดปัญหาในเรื่องของการประสานงานในองคก์ าร 2.หน่วยตา่ งๆท่ีแบง่ แยกตามผลิตภณั ฑม์ ีอานาจมากเกินไป3. การจดั แผนกงานตามพ้ืนท่ีทางภมู ิศาสตร์ (Departmentation by Territory) การจดั แผนกโดยแบ่ง ตามพ้นื ท่ีทางภมู ิศาสตร์หรืออาณาเขตน้ีโดยคานึงถึงสภาพทางภมู ิศาสตร์หรือทาเลท่ีต้งั ท่ีกิจการ
จะตอ้ งเขา้ ไปดาเนินการในพ้ืนที่น้นั ๆ เป็นสาคญั และจะถูกนามาใชจ้ ดั แผนกงานสาหรับองคก์ าร ธุรกิจ ที่อาณาเขตการขายกวา้ งขวางและธุรกิจอยใู่ นสภาวะที่มีการแขง่ ขนั สูง ขอ้ ดีการจดั แผนกงานตามพ้ืนท่ีภูมิศาสตร์ 1.ช่วยใหป้ ระหยดั ค่าใชจ้ า่ ยในการปฏิบตั ิการ ท้งั ทางดา้ นการผลิตและการขายรวมท้งั ค่าขนส่ง 2.แกไ้ ขปัญหาในเรื่องของการติดต่อภายในของบริษทั 3.ช่วยใหม้ ีการฝึกฝนและพฒั นาตวั ผบู้ ริหารใหม่ๆไดเ้ ป็นอยา่ งดี 4. ช่วยใหท้ ราบถึงความตอ้ งการของทอ้ งถ่ินไดด้ ีกวา่ จึงเกิดจุดแขง็ ทางการตลาดได้ ขอ้ เสียการจดั แผนกงานตามพ้นื ท่ีภูมิศาสตร์ 1.ตอ้ งเสียคา่ ใชจ้ า่ ยเพม่ิ ข้ึนในเรื่องของการประสานงานและการคมนาคม 2.เกิดปัญหาเรื่องของการประสานงานในองคก์ าร 3.หน่วยต่างๆท่ีแบง่ แยกตามพ้นื ที่อาจจะมีอานาจมากเกินไป 4.ขาดโอกาสฝึกความชานาญเฉพาะดา้ นตามอาชีพเฉพาะอยา่ ง4. การจดั แผนกงานตามกระบวนการผลิต (Departmentation by Process) การแบ่งกิจกรรมออกเป็ น กลุ่มตามข้นั ตอน กระบวนการผลิต หรือกระแสการไหลของงาน เช่น กิจการหนงั สือพิมพเ์ ชียงใหม่ นิวส์อาจจะมีการจดั แผนกศิลป์ ทาหนา้ ท่ีออกแบบรูปเล่ม์ แบบหนา้ โฆษณา แบบตวั อกั ษร แผนก พมิ พแผนกสตอ๊ ก แผนกจดั ส่งสินคา้ ฯลฯ
ขอ้ ดีการจดั แผนกงานตามกระบวนการผลิต 1. ช่วยใหเ้ กิดผลดีจากการแบ่งงานกนั ทาตามความถนดั 2. สะดวกและง่ายที่จะนามาใชใ้ นระดบั ต่าขององคก์ าร5. ขอ้ เสียการจดั แผนกงานตามกระบวนการผลิต 1.การประสานงานระหวา่ งแผนกทาไดย้ าก6. การจดั แผนกงานตามหรือลูกคา้ (Departmentation by Customer) เป็นวธิ ีจดั แผนกงานอีกอยา่ งหน่ึง ท่ีองคก์ ารธุรกิจจะใหค้ วามสาคญั แก่กลุ่มลูกคา้ เพราะสินคา้ ที่องคก์ ารผลติออกมาน้นั อาจตอบสนอง ความตอ้ งการของผบู้ ริโภตแตกต่างกนั เนื่องจากพฤติกรรมของกลุ่มลูกคา้ ที่จะซ้ือสินคา้ น้นั แตกต่าง กนั ขอ้ ดีการจดั แผนกงานตามลูกคา้ 1.ช่วยใหส้ ามารถสนองความตอ้ งการของลูกคา้ กลุ่มต่างๆไดด้ ี 2. เป็นการพฒั นาใหม้ ีผเู้ ชี่ยวชาญและความชานาญในการขายสินคา้ ใหก้ บั กลุ่มลูกคา้ แต่ละกลุ่ม ขอ้ เสียการจดั แผนกงานตามลูกคา้ 1.การประสานงานของแต่ละหน่วยงานจะเกิดข้ึนไดย้ าก เพราะตา่ งฝ่ ายตา่ งแขง่ ขนั กนั 2. การจดั แบ่งกลุ่มผบู้ ริโภคอาจทาไดย้ าก หากผบู้ ริโภคบางรายประกอบธุรกิจหลายประเภท 3. หากมีการเปล่ียนแปลงในกลุ่มของลูกคา้ อาจจะทาใหก้ ารทางานของบางแผนกนอ้ ยลงไปหรือไม่ มีงานทาเลยก็ได้
Search
Read the Text Version
- 1 - 12
Pages: