วัฒนธรรม ของอียิปต์ Egypt
ประเพณีวัฒนธรรมประเทศ โดย ทั่วไปคนอียิปต์ที่มีการศึกษาดีสามารถพูดภาษา อังกฤษและภาษาต่างประเทศอื่นๆ ได้ และผู้เดินทาง ท่านใดที่สามารถพูดภาษาอาหรับแม้เพียงไม่กี่คำก็ เอาตัวรอดได้ เนื่องจากคนพื้นเมืองโดยทั่วไปมี ประเพณีการต้อนรับแขกมาตั้งแต่โบราณแล้ว คน อียิปต์เป็นคนที่มีอัธยาศัยดี คุ้น เคยต่อนักท่องเที่ยว กระตือรือร้นที่จะทักทายกับ ชาวต่างชาติโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ และมักจะยินดีที่ นักท่องเที่ยวมาเยือนอียิปต์ ในการสนทนา คน อียิปต์มักจะสบตากับคู่สนทนาเพื่ อเป็ นการให้เกียรติ และ ชอบใช้สัญลักษณ์ เช่นการใช้สัญญาณมือ ประกอบการอธิบายต่างๆ ซึ่งสัญลักษณ์เหล่านี้แตก ต่างจากสากล จึงควรที่จะเรียนรู้จากคนท้องถิ่นไว้ บ้าง นอกจากนี้ สุภาพสตรีควรหลีกเลี่ยงการถูก สัมผัสตัวโดยเฉพาะจากเพศตรงข้าม และการโอบ กอดในที่สาธารณะ
การแต่งกาย อียิปต์ การเเต่งกายอียิปต์แบ่งความเจริญออกเป็น 3 ยุค คือ 1.ยุคแรก เรียกว่าโอลด์คิงดอม “Old Kingdom” เริ่ม ตั้งแต่คริสต์ศักราช 2780 – 2280 ปี ก่อนคริสตกาล 2.ยุคกลาง มิดเดิลคิงดอม “Middle Kingdom” เริ่ม ตั้งแต่คริสต์ศักราช 2065 – 1660 ปี ก่อนคริสตกาล 3.ยุคใหม่ เรียกว่า นิวคิงดอม “New Kingdom” เริ่ม ตั้งแต่คริสต์ศักราช 1980 - 950 ปี ก่อนคริสตกาล ยุคแรก ชาย นุ่งผ้าสั้น ใช้ผ้าพันรอบสะโพก คาดเอว ทิ้ง ชายไว้ด้านหน้า ไม่สวมเสื้อส่วนคนทำงาน จะนุ่ง ผ้าคล้ายผ้าขาวม้า หรือผ้าเตี่ยว เรียกว่า ลอยน์ โคลท (Lion cloth) ไทรแองกูล่า แอพพร่อน (Triangular Apron) ส่วนของกษัตริย์ ใช้ผ้าที่หรูหรากว่า คือผ้าที่ใช้ เป็ นผ้าทอด้วยด้ายทอง และมีลักษณะจับ จีบไว้ ข้างหน้ า หญิง แต่งกายเช่นเดียวกับผู้ชาย คือ ใช้ผ้าชั้น เดียว นุ่งเป็ นทรงแคบคล้ายปลอกเรียกว่า ชิทกา วน์ (Sheath gown) เริ่มแต่ใต้อกถึงข้อเท้า มีสาย สะพายดึงไว้ที่ไหล่ทั้ง 2 ข้าง หลักฐานทางด้านการแต่งกายของอียิปต์ที่ได้ จากซากศพ และภาพวาดในสมัยนี้ชายก็ยัง ใช้ผ้า ลอยโคลท แต่นุ่งหลวมกว่าในระยะแรก และรูจัก ลงแป้ งผ้าให้แข็ง
ยุคที่ 2 คือ ยุคกลาง Middle Kingdom ชาย เริ่มใช้ผ้านุ่งหลายชั้น ซ้อนกันแต่สั้น ยาวลดหลั่น ทำให้ ดูเป็นรูปเหลี่ยมชั้น ในสุดจะนุ่ง กางเกงขาสั้น ๆ เสื้อยาวถึง ข้อเท้า หญิง เสื้อผ้าของผู้หญิงเปลี่ยนแปลงน้ อยมาก เนื่องจากเกิด ความไม่สงบภายในบ้านเมือง การแต่งกายจึงหยุดชะงักลง ชั่วระยะหนึ่ ง ยุคที่ 3 New Kingdom ยุคใหม่ เสื้อผ้าของชายหญิงได้เปลี่ยนแปลงไป ชาวซี เรียนเคยยกทัพมาตีอียิปต์ ทำให้ ชาวอียิปต์ลอกเลียน แบบการแต่งกายบ้าง เช่น ใส่ชุดยาวคร่อมเท้าเสื้อคลุม ไหล่ทั้ง 2 ข้าง ซึ่งแต่ เดิมคลุมไหล่เพียงข้างเดียว การใช้ ผ้าคลุมไหล่และแขนคล้ายเสื้อทำให้ดูไม่เปลือย แต่ผ้าที่ ใช้คลุม ก็บางและลงแป้ งจนแข็งทำให้เห็นรูปร่างได้ถนัด ผ้านุ่งก็ยังนิยมจีบ ในแผ่นดินยุคใหม่ มีกษัตริย์ คือ อเมนโอเทปที 4 “Amentotep IV” เป็นคนไม่เชื่อของเก่า นับถือ พระอาทิตย์ พระราชินี แต่งองค์ด้วยชุดยาวถึงมีการจีบ เป็นชั้น ๆ ดูนิ่มนวลขึ้น ถ้าเป็นชาวบ้าน ไม่ใส่รองเท้า เพราะรองเท้าใช้เฉพาะกษัตริย์ และพระสงฆ์ การแต่งกายของพระสงฆ์ แต่งเหมือนกับกษัตริย์ แต่มี สัญลักษณ์ที่ต่างกัน คือ พระห่ม หนังเสือทั้งตัว มีหางติด อยู่ด้วย
อาหารเเละการกิน เรื่องราวของอาหารอียิปต์ มีความน่าสนใจสำหรับคนที่มาเที่ยวทัวร์อียิปต์ เที่ยวอียิปต์ ควร ได้ชิมอาหารอียิปต์ ไม่เฉพาะความแตกต่างทางวัฒนธรรม แต่สืบสานจากรากฐานทาง ประวัติศาสตร์อันยาวนาน บ่งบอกเอกลักษณ์และวัฒนธรรมเฉพาะตัว อันเป็นเสน่ห์หนึ่งของ การท่องเที่ยว อียิปต์ในอดีตมีการแบ่งพลเมืองออกเป็น 7 ชั้น ตั้งแต่ชนชั้นสูงในระดับพระราชวงศ์ ลงไป ถึงชนชั้นของข้าทาสบริวาร จึงเป็นเรื่องปกติที่ชนชั้นสูงจะได้รับประทานอาหารอันอุดม สมบูรณ์ อาหารจำพวกเนื้อสัตว์จึงรับประทานได้ในหมู่ชนชั้นสูงเท่านั้น ขณะที่ชนชั้นล่าง อย่างชาวนา กินแค่หัวหอม ขนมปัง หรือพืชพรรณที่เก็บได้ อย่างไรก็ตาม อาหารหลักโดยทั่วไปของคนอียิปต์ในทุกชนชั้นก็คือ ขนมปัง เบียร์ หัวหอม ปลาแห้ง ไข่เป็ด และผักต่างๆ วิธีประกอบอาหารทั้งแบบการอบ ย่าง เผา ต้ม และทอด ไม่ ต่างจากปัจจุบันมากนัก การปรุงรสชาติอาหาร จะสกัดสารจากธรรมชาติ เช่น น้ำเชื่อมจาก ผลไม้ โดยมีการใช้เกลือ หอม กระเทียมในการปรุงอาหารมาตั้งแต่อดีต ขนมปัง เป็นอาหารหลักของชาวอียิปต์โบราณ ดังที่ปรากฏในรูปสลักหรือบันทึกต่างๆ ที่ แสดงให้เห็นว่าชาวอียิปต์โบราณทำขนมปังกินเอง รวมทั้งพบหลักฐานว่ามีการทำขนมปัง จำนวนมากเพื่อเลี้ยงคนงานที่มาก่อสร้างพีระมิด นั่นหมายถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นตั้งแต่สมัย 4,500 ปีก่อนคริสตกาล คณะภูมิศาสตร์แห่งชาติสหรัฐฯ เคยศึกษาค้นคว้าเรื่องการทำขนมปัง พบหลักฐานที่พอจะสืบ ทราบว่าชาวอียิปต์ทำขนมปังกันอย่างไร จากสุสานในสมัยอาณาจักรเก่า ที่มีรูปสลักภาชนะ ที่มีลักษณะคล้ายกระถางที่มีฝาปิดอยู่บนก้นกระถาง คล้ายการเอาฝาหม้อดินไปวางไว้บน ก้นหวดคว่ำ ซึ่งเป็นกระบวนการหนึ่งในการทำขนมปัง จนเกิดเป็นเทคนิคการทำขนมปังที่ นำมาปรับใช้ในปั จจุบันด้วย ยังคงมีหลักฐานปรากฏในรูปสลักและภาพเขียนเกี่ยวกับการทำขนมปั งซึ่งมีหลากแบบหลาก ลาย และได้ทำการศึกษาและค้นคว้ากันอย่างจริงจัง นับเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจ ทำให้มื้อ อาหารในอียิปต์ ดูมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น เสมือนที่เราได้ฟังเรื่องราวของขนมหรืออาหารไทยใน ประวัติศาสตร์นั่นเอง
ภาษา คัดลายมือภาษาอาหรับได้เห็นยุคทองใน ไคโร เครื่องประดับและลูกปั ดนี้วางขายที่ ถนน Muizz ปั จจุบันภาษาอาหรับเป็ นภาษาราชการของอียิปต์ มาถึงอียิปต์ในศตวรรษที่ 7 และ เป็ นภาษาที่เป็ นทางการและเป็ นทางการของรัฐที่รัฐบาลและหนังสือพิมพ์ใช้ ใน ขณะเดียวกันภาษาอาหรับของอียิปต์หรือMasriเป็ นภาษาพูดอย่างเป็ นทางการของ ผู้คน ภาษาอาหรับหลายสายพันธุ์ภาษาอียิปต์เป็ นภาษาที่พูดกันอย่างแพร่หลาย และเป็ นที่เข้าใจกันมากที่สุดเนื่ องจากอิทธิพลอย่างมากของภาพยนตร์อียิปต์และ สื่ออียิปต์ทั่วโลกที่พูดภาษาอาหรับ ปั จจุบันนักเรียนต่างชาติจำนวนมากมักจะเรียน รู้ตลอดทั้งเพลงและภาพยนตร์ของอียิปต์และภาษาถิ่นนี้ได้รับการระบุว่าเป็ นภาษา ที่ง่ายและเร็วที่สุดในการเรียนรู้ ตำแหน่งของอียิปต์ในใจกลางโลกที่พูดภาษา อาหรับทำให้ที่นี่เป็ นศูนย์กลางของวัฒนธรรมและภาษาถิ่นที่แพร่หลายมีอิทธิพล อย่างมากต่อภาษาถิ่นใกล้เคียงเกือบทั้งหมดโดยมีคำพูดของชาวอียิปต์มากมายใน ชีวิตประจำวัน อักษรอียิปต์โบราณเช่นเดียวกับตัวอย่างนี้จากโลงศพจาก ธีบส์ประมาณ 530 ปี ก่อนคริสตกาลเป็ นตัวแทนของทั้ง ไอโอดีนและ โฟโนแกรม ภาษาอียิปต์ซึ่งเป็ นสาขาที่แยกจากกันในหมู่ครอบครัวของภาษาแอฟริกาเอเซีย เป็ นหนึ่งในภาษาเขียนเป็ นครั้งแรกและเป็ นที่รู้จักจากอียิปต์โบราณจารึกที่เก็บ รักษาไว้ในอนุสาวรีย์และแผ่นกระดาษปาปิ รัส ภาษาคอปติกขั้นตอนล่าสุดของ อียิปต์ส่วนใหญ่ที่เขียนในภาษากรีกที่มีตัวอักษรโมติกเจ็ดวันนี้คือภาษาพิธีกรรม ของโบสถ์คอปติกออร์โธดอก ภาษา \"Koiné\" ของภาษากรีกมีความสำคัญใน Hellenistic Alexandria และถูกใช้ใน ปรัชญาและวิทยาศาสตร์ของวัฒนธรรมนั้นและต่อมาได้รับการศึกษาโดยนั ก วิชาการชาวอาหรับ
เทศการชาวอียิปต์ เทศกาลสำคัญ: อียิปต์ นับว่าเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีประวัติศาสตร์เเละ ประเพณีที่มีความเก่าเเก่เเละน่ามาสัมผัสเป็ นอย่างยิ่งหลาย เทศกาลด้วยกัน โดยนักท่องเที่ยวจะให้ความนิยมมาเที่ยว ชมกันเป็ นจำนวนมากเลยก็ว่าได้ เทศกาลประกาศเอกราช จัดขึ้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ของทุกปี โดยเป็นงานขนาด ใหญ่ที่มีความสวยงามเเละยิ่งใหญ่เป็นอย่างยิ่ง โดยเป็นงาน ที่รำลึกถึงเหตุการณ์การประกาศอิสรภาพจากสหราช อาณาจักร ถือว่าเป็นงานที่รื่นเริงเเละคึกคักอย่างมากของ อียิปต์ที่นักท่องเที่ยวต้องไม่พลาดมาเที่ยวชมกัน เทศกาลถือศีลอด จัดขึ้นในเดือนรอมฎอนของชาวมุสลิม เป็นช่วงเวลาที่พวก เขาจะทำการถือศีลอดในเวลากลางวันเเละจะเริ่มรับ ประทานอาหารในเวลาหลังพระอาทิตย์ตกดินไปเเล้ว ทำให้ ในช่วงเวลาดังกล่าวอียิปต์จะคึกคักอย่างมากยิ่งในช่วงเวลา ค่ำคืนเพราะผู้คนจะออกมารับประทานอาหารกันอย่าง มากมายสร้างความคึกคักเป็ นอย่างยิ่งให้กับช่วงเวลานี้ เทศกาลฮารีรายาอิดูล ฟิลรี เป็ นเทศกาลเเห่งการพักผ่อนอย่างเเท้จริงหลังจากหมดสิ้น เทศกาลถือศีลอดเเล้ว ชาวอียิปต์เเละชาวมุสลิมทั่วโลกจะ ถือโอกาสลาพักผ่อนกัน ทำให้เป็นเทศกาลเเห่งการเฉลิมฉล องเเละท่องเที่ยว ทำให้บรรยากาศมีเเต่ความสนุกสนานเเละ คึกคักอย่างยิ่ง
ภาพประกอบ
วัฒนธรรมการ ทักทาย การทักทาย ชาวอียิปต์ส่วนใหญ่นิยมทักทาย ด้วยการจับมือระหว่างผู้ชายกับผู้ชายและผู้หญิง กับผู้หญิง โดยทั่วไปผู้ชายกับผู้หญิงไม่นิยมจับมือ กัน แต่อาจใช้การโค้งศีรษะเล็กน้อยในการทักทาย สำหรับเพื่อนหรือญาติสนิทอาจทักทายด้วยการ หอมแก้ม การทักทายมักใช้คำว่า\"Asalamu Alaikum (อัสลามมูอาลัยกุม)
จัดทำโดย นายอนีส โสภิกิจ เลขที่21 รหัสนักศึกษา16415164 คณครุสาสตร์ สาขาการสอนภาษาไทย ปี2
Search
Read the Text Version
- 1 - 10
Pages: