Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รายงานเศรษฐกิจประเทศอิตาลี

รายงานเศรษฐกิจประเทศอิตาลี

Published by สุกัญญา โคทะโน, 2020-02-13 03:17:16

Description: รายงานเศรษฐกิจประเทศอิตาลี

Search

Read the Text Version

ระบบเศรษฐกจิ ประเทศอติ าลี จดั ทาโดย นางสาวสุกญั ญา โคทะโน เลขที่ 33 แผนก คอมพวิ เตอร์ธุรกจิ เสนอ ครูจนั ทนา ลยั วรรณา รายงานนีเ้ ป็ นส่วนหนึ่งของวชิ า เศรษฐศาสตร์ วทิ ยาลยั เทคนิคจนั ทบุรี ภาคเรียนท่ี 2 ปี การศึกษา 2562

คานา รายงานนีเ้ ป็ นส่วนหนึ่งของวชิ า เศรษฐศาสาตร์จาทาขนึ้ เพอื่ ให้ความรู้เกย่ี วกบั เศรษฐกจิ ในประเทศอติ าล่ี และได้ศึกษาอย่างเข้าใจเพอ่ื เป็ นประโยชน์ ผู้จดั หวงั ว่า รายงานเล่มนีจ้ ะเป็ นประโยชน์กบั ผู้อ่าน หรือนักเรียนทก่ี าลงั ค้นหาข้อมูล เกยี่ วกบั เรื่องนี้ ผู้จดั ทา สุกญั ญา โคทะโน

สารบญั เน้ือหา หนา้ คานา........................................................................................................ก สารบญั ...................................................................................................ข ประวตั ิอติ าล…ี …………………………………………………………1-2 ยุคก่อนประวตั ศิ าสตร์จนถงึ ยคุ จกั รวรรดโิ รมนั .......................................3 ยคุ กลาง......................................................................................................4 สาธารณรัฐอติ าล,ี การเมืองการปกครอง...................................................5-6 การค้าและเศรษฐกจิ .................................................................................7 ประชากร.................................................................................................8-9 บรรรณานกุ รม...............................................................................................................ค

อติ าลี มีชื่ออยา่ งเป็นทางการคือ สาธารณรัฐอติ าลี เป็นประเทศในทวีปยโุ รป บริเวณยโุ รปใต้ ต้งั อยใู่ น คาบสมุทรอิตาลีท่ีมีรูปทรงคลา้ ยรองเทา้ บตู และมีเกาะ 2 เกาะใหญ่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน คือ เกาะซิซิลีและเกาะซาร์ดิเนีย และพรมแดนตอนเหนือแบ่งประเทศโดยเทือกเขาแอลป์ กบั ประเทศฝร่ังเศส สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย และสโลวเี นียประเทศอิตาลีเป็นประเทศสมาชิก ก่อต้งั ของสหภาพยโุ รป เป็นสมาชิกองคก์ ารสหประชาชาติ นาโต และกลุ่มจี 8 มีประเทศอิสระ 2 ประเทศ คือ ซานมารีโนและนครรัฐวาติกนั เป็นดินแดนท่ีลอ้ มรอบไป ดว้ ยพ้ืนที่ของอิตาลี ในขณะท่ีเมืองกมั ปี โอเนดีตาเลีย เป็นดินแดนส่วนแยกของอิตาลีท่ีถูก ลอ้ มรอบดว้ ยพ้ืนที่ประเทศสวติ เซอร์แลนด์ ภูมิศาสตร์ ประเทศอิตาลีต้งั อยบู่ นคาบสมุทรอิตาลี ถูกลอ้ มรอบดว้ ยทะเลในทกุ ๆ ดา้ นยกเวน้ ดา้ น เหนือ โดยอาณาเขตทางทิศเหนือติดต่อกบั ประเทศฝร่ังเศส สวติ เซอร์แลนดแ์ ละออสเตรียอนั มี เทือกเขาแอลป์ ก้นั แบ่ง ในเทือกเขาแห่งน้ีมีภเู ขาที่สูงท่ีสุดในยโุ รปตะวนั ตก คือภูเขามอนเตบีองั โก (อิตาลี: Monte Bianco) ซ่ึงต้งั อยใู่ นประเทศอิตาลี เทือกเขาท่ีสาคญั อีกแห่งของอิตาลีมีช่ือ วา่ เทือกเขาแอเพนไนน์ (อิตาลี: Appennini) พาดผา่ นจากตอนกลางสู่ตอนใตข้ องประเทศ แม่น้า ท่ียาวที่สุดในอิตาลีคือแม่น้าโป (Po) และแม่น้าไทเบอร์ที่ไหลผา่ นกรุงโรม อิตาลีมีดินแดนท่ีราบ ลุ่มริมแม่น้าราว 25 เปอร์เซ็นตข์ องพ้ืนท่ีท้งั ประเทศ[4] โดยท่ีราบลุ่มแม่น้าโป ทาง ตะวนั ออกเฉียงเหนือเป็นบริเวณพ้นื ท่ีราบท่ีกวา้ งใหญ่ที่สุด อิตาลีมีเกาะมากมาย เกาะที่มีขนาด ใหญ่ที่สุดคือเกาะซิซิลี รองลงมาคือเกาะซาร์ดิเนีย ท้งั สองแห่งสามารถเดินทางไดโ้ ดยทางเรือ และทางเครื่องบิน ทางตอนเหนือของอิตาลีมีทะเลสาบท่ีมีขนาดใหญ่มากมาย เช่น ทะเลสาบการ์ดา โกโม มจั โจเร และทะเลสาบอีเซโอ เน่ืองจากประเทศอิตาลีถูกลอ้ มรอบดว้ ยทะเล ดงั น้นั จึงมีชายฝ่ัง ทะเลยาวหลายพนั กิโลเมตร ดึงดูดนกั ท่องเที่ยวจากทว่ั โลก และนกั ท่องเที่ยวกน็ ิยมเที่ยวสถานท่ี ทางประวตั ิศาสตร์ของอิตาลีอีกดว้ ย ประเทศอิตาลีมีทะเลสาบปล่องภเู ขาไฟมากอนั ดบั หน่ึงของ โลก เมืองหลวงของประเทศอิตาลีคือกรุงโรม และเมืองสาคญั อื่น ๆ เช่นเมืองมิลาน ตูรินฟลอ

เรนซ์ เนเปิ ลส์ และเวนิส และภายในประเทศอิตาลียงั มีประเทศแทรกอยู่ 2 ประเทศ ไดแ้ ก่ ประเทศซานมารีโนและนครรัฐวาติกนั ทรัพยากรธรรมชาติที่สาคญั ของประเทศ คือ ปรอท โพแทช (โพแทสเซียม คาร์บอเนต) หินออ่ น กามะถนั แก๊สธรรมชาติ น้ามนั ดิบ ปลาและถ่านหิน[5] อิตาลีมีปัญหาดา้ นสภาพแวดลอ้ ม เช่น มลภาวะเป็นพิษจากอุตสาหกรรมและการสนั ดาป ชายฝ่ังแม่น้าเน่าเสียจากอุตสาหกรรม และสารตกคา้ งจากการเกษตร ฝนกรด การขาดการดแู ล บาบดั ของเสียจากอตุ สาหกรรมอยา่ งเพียงพอ และปัญหาดา้ นภยั ธรรมชาติ เช่น แผน่ ดินไหว ดิน และโคลนถล่ม ภูเขาไฟระเบิด น้าท่วม รวมถึงปัญหาแผน่ ดินทรุดตวั ในเวนิส ภมู ิอากาศ ประเทศอิตาลีมีลกั ษณะอากาศหลากหลายแบบ และอาจมีความแตกต่างจากภูมิอากาศ แบบเมดิเตอร์เรเนียนตามลกั ษณะพ้นื ที่ต้งั พ้นื ท่ีส่วนใหญ่ทางตอนเหนือของประเทศ เช่นเมืองตู ริน มิลาน และโบโลญญา มีลกั ษณะแบบอากาศภาคพ้ืนทวปี ที่คอ่ นขา้ งร้อนช้ึน (การแบ่งเขต ภมู ิอากาศแบบเคิปเปน: Cfa) พ้นื ที่ชายฝั่งติดกบั ทะเลของแควน้ ลีกเู รียและส่วนใหญ่ของ คาบสมุทรท่ีอยใู่ ตล้ งไปจากฟลอเรนซ์เป็นภมู ิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน (การแบ่งเขต ภูมิอากาศแบบเคิปเปน: Csa) คือมีอากาศอบอนุ่ ตลอดท้งั ปี โดยมีลมจากแอฟริกาพดั เอาความ ร้อนและความช้ีนเขา้ มาพ้ืนท่ีชายฝ่ังของคาบสมุทรอิตาลีสามารถมีความแตกต่างกนั ไดม้ ากจาก ระดบั ความสูงของภูเขาและหุบเขา โดยเฉพาะเม่ือถึงฤดูหนาวในท่ีสูงกจ็ ะมีอากาศหนาว ช้ืน และมกั จะมีหิมะตก ภมู ิภาคริมทะเลมีอากาศไม่รุนแรงในฤดหู นาว อากาศอุ่นและมกั จะแหง้ ใน ฤดรู ้อน และพ้ืนท่ีต่ากลางหุบเขามีอากาศคอ่ นขา้ งร้อนในฤดูร้อน ประเทศอิตาลีมีฤดู 4 ฤดู ไดแ้ ก่ ฤดูหนาว ฤดูใบไมผ้ ลิ ฤดูร้อน และฤดูใบไมร้ ่วง โดยฤดู หนาวจะมีอุณหภมู ิอยใู่ นช่วง 0 °C (32 °F) บนเทือกเขาแอลป์ ถึง 12 °C (54 °F) บนเกาะซิซิลี และในฤดูร้อนจะมีอณุ หภูมิอยรู่ ะหวา่ ง 20 °C (68 °F) ถึง 30 °C (86 °F) และอาจสูงกวา่ น้ีไดใ้ น บางช่วง[6] ประวตั ิศาสตร์

ยุคก่อนประวตั ศิ าสตร์จนถงึ ยุคจกั รวรรดโิ รมัน คาบสมุทรอิตาลีมีมนุษยอ์ าศยั ต้งั แต่ยคุ หินเก่า ดินแดนลุ่มแม่น้าไทเบอร์เป็นที่ต้งั ถ่ินฐาน ของมนุษยน์ ีแอนเดอร์ทลั ต้งั แต่เมื่อประมาณ 5 หม่ืนปี ท่ีแลว้ และดว้ ยอิตาลีน้นั ต้งั อยบู่ น คาบสมุทรในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนซ่ึงมีอารยธรรมโบราณกล่าวคือ อารยธรรมมิโนอนั และไมซี เนียน อารยธรรมที่เก่ียวพนั กบั อารยธรรมกรีกโบราณ อิตาลีเป็นประเทศที่มีอารยธรรมมาชา้ นาน และแผข่ ยายดินแดนอ่ืน ๆ ในทวปี ยโุ รป ในช่วง 1,600 ปี ก่อนคริตศ์ กั ราช พวกอีทรัสคนั จากเอเชียไมเนอร์กไ็ ดเ้ ขา้ มาต้งั ถ่ินฐานใน บริเวณที่เป็นแควน้ ทสั กานีในปัจจุบนั พร้อมกบั นาอารยธรรมกรีกเขา้ มาเผยแพร่ ส่วนพวกกรีก เองกไ็ ดเ้ ดินทางมาต้งั อาณานิคมชื่อวา่ “แมกนากราเซีย” (อิตาลี: Magna Graecia) ในตอนใตข้ อง อิตาลีใน 800 ปี ก่อนคริสตศ์ กั ราช มีพ้นื ที่ครอบคลุมบริเวณต้งั แต่เมืองเนเปิ ลส์จนถึงเกาะซิซิลี ในคริสตศ์ ตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตศ์ กั ราช พวกอีทรัสคนั ไดม้ ีอานาจปกครองดินแดนต้งั แต่ บริเวณชายฝ่ังตะวนั ตกของคาบสมุทรอิตาลีต้งั แต่หุบเขาโป จนถึงบริเวณเมืองนาโปลี และ ดินแดนรอบ ๆ กรุงโรม ขณะเดียวกนั ชนเผา่ อ่ืน ๆ ท่ีอาศยั อยใู่ นคาบสมุทรอิตาลีกร็ วมตวั กนั จดั ต้งั เป็นนครรัฐข้ึน เพอื่ ต่อตา้ นการขยายตวั และอานาจของพวกอีทรัสคนั และกรีก ชนเผา่ ที่ สาคญั ในการต่อตา้ นอานาจเหล่าน้ีไดแ้ ก่พวกละติน หรือโรมนั ซ่ึงเม่ือถึง 200 ปี ก่อน คริสตศ์ กั ราช พวกละตินกไ็ ดม้ ีอานาจเหนือดินแดนอิตาลี เกาะซาร์ดิเนียและซิซิลี ท้งั หมดแลว้ ใน 27 ปี ก่อนคริสตศ์ กั ราช โรมไดเ้ ปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองจากสาธารณรัฐเป็น ระบอบจกั รวรรดิ โดยมีจกั รพรรดิออกเตเวยี น เป็นจกั รพรรดิพระองคแ์ รก นครหลวงแห่งน้ีได้ เจริญถึงขีดสุดและสามารถขยายอานาจปกครองอิทธิพลไปทวั่ ท้งั ยโุ รป และบริเวณรายรอบทะเล เมดิเตอร์เรเนียน อีกท้งั ยงั เป็นศนู ยก์ ลางของการคา้ และความเจริญในดา้ นวฒั นธรรมและศิลป วทิ ยาการแขนงต่างๆ แทนอารยธรรมกรีกท่ีเสื่อมถอยลง ระหวา่ งปี ค.ศ. 96 – 180 เป็นช่วง ระยะเวลาแห่งความเจริญรุ่งเรืองของจกั รพรรดิที่ปกครอง 5 พระองค์ แต่หลงั จากน้นั โรมตอ้ ง ประสบปัญหาท้งั ในทุก ๆ ดา้ น รวมไปถึงการรุกรานของพวกอนารยชน รวมท้งั การเสื่อมโทรม ทางศีลธรรมจรรยา ใน ค.ศ. 312 จกั รพรรดิคอนสแตนตินทรงยอมรับคริสตศ์ าสนาเป็นศาสนา ประจาชาติ ซ่ึงมีผลใหค้ ริสตศ์ าสนามีโอกาสไดเ้ ผยแพร่ไปทว่ั ดินแดนท่ีอยใู่ ตอ้ าณตั ิของโรม และ ทรงแบ่งจกั รวรรดิโรมนั ออกเป็นสองส่วน คือ จกั รวรรดิโรมนั ตะวนั ตก และจกั รวรรดิไบแซน ไทน์

ในคริสตค์ ริสตศ์ ตวรรษท่ี 5 จกั รวรรดิโรมนั ตะวนั ตกและกรุงโรมไดถ้ กู พวกอนารยชน ชาวเยอรมนั เขา้ ปลน้ สะดม ซ่ึงต่อมาในปี ค.ศ. 476 จกั รพรรดิโรมนั พระองคส์ ุดทา้ ยกถ็ ูกพวกอ นารยชนขบั ออกจากบลั ลงั ก์ คาบสมุทรอิตาลีถูกแบ่งออกเป็นนครรัฐท้งั หลายซ่ึงมีอิสระต่อกนั กวา่ 14 รัฐ ยคุ กลาง ในช่วงตน้ ของยคุ กลาง ดินแดนต่าง ๆ ในยโุ รปไดต้ กอยใู่ นสภาวะระส่าระสายท่ีบา้ นเมือง ขาดผนู้ า ระบบการเมือง เศรษฐกิจและสงั คมถูกทาลาย แต่ในขณะเดียวกนั บิชอบแห่งโรม กไ็ ด้ สามารถสถาปนาอานาจสูงสุดในคริสตจกั รซ่ึงต่อมาคือ“สันตะปาปา” และสามารถจดั ต้งั รัฐ สนั ตะปาปา อีกท้งั ยงั เป็นผสู้ ืบทอดอารยธรรมโรมนั ท่ียงั หลงเหลือใหค้ งอยตู่ ่อไป อยา่ งไรกด็ ี แม้ นครรัฐต่าง ๆ ในคาบสมุทรอิตาลีจะขาดเอกภาพทางการเมือง แต่นครรัฐเหล่าน้นั ยงั เป็น ศูนยก์ ลางของความเจริญมงั่ คงั่ และการฟ้ื นตวั ของศิลปะและวฒั นธรรมของยโุ รป ในกลางคริสตค์ ริสตศ์ ตวรรษที่ 14 อิตาลีไดป้ ระสบความสาเร็จในการฟ้ื นฟศู ิลปวทิ ยาการ ของอารยธรรมกรีกและโรมนั โดยเรียกวา่ ยคุ เรอเนซองส์ และเป็นผนู้ าของลทั ธิมนุษยนิยม ในขณะที่ประเทศต่าง ๆ ในยโุ รปยงั ตกอยภู่ ายใตก้ ารปกครองแบบศกั ดินา แต่เม่ือเขา้ ปลายคริสต์ คริสตศ์ ตวรรษท่ี 15 อิตาลีไดต้ กเป็นสมรภูมิแยง่ ชิงอานาจระหวา่ งฝร่ังเศส สเปน และออสเตรีย กล่าวคือ เม่ือปี ค.ศ. 1494 พระเจา้ ชาร์ลท่ี 8 แห่งฝรั่งเศสไดเ้ ปิ ดการโจมตีคาบสมุทร ซ่ึงไดด้ าเนิน เรื่อยมาถึงกลางคริสตค์ ริสตศ์ ตวรรษที่ 16 และการโจมตีเพือ่ แยง่ การเป็นเจา้ ระหวา่ งฝรั่งเศสและ สเปน ราชอาณาจกั รอติ าลี (ค.ศ. 1861-1946) ดูบทความหลกั ท่ี: ราชอาณาจักรอิตาลี (ค.ศ. 1861-1946) ในกลางคริสตศ์ ตวรรษที่ 19 ไดม้ ีการชุมนุมของขบวนการชาตินิยม เพอ่ื ตอ้ งการรวมอิตาลี จนเป็นผลสาเร็จ โดยการนาของพระเจา้ วคิ เตอร์เอมมานูเอลที่ 2 นบั แต่น้นั มา อิตาลีจึงอยภู่ ายใต้ การปกครองระบอบกษตั ริย์ เรื่อยมาจนกระทงั่ ในคริสตศ์ ตวรรษที่ 20 ซ่ึงเกิดการเปล่ียนแปลง อยา่ งมากในอิตาลี เมื่อมีการประกาศยกเลิกความเป็นพนั ธมิตรกบั เยอรมนีและจกั รวรรดิ ออสเตรีย-ฮงั การี และเขา้ ร่วมกบั ฝ่ ายสมั พนั ธมิตรในช่วงสงครามโลกคร้ังที่หน่ึง จนไดร้ ับสมญา

นามวา่ เป็น 1 ใน 4 มหาอานาจ (The Big Four) ต่อมาสงครามไดย้ ตุ ิลงดว้ ยชยั ชนะของ สมั พนั ธมิตร อิตาลีจึงไดด้ ินแดนบางส่วนของออสเตรียมาครอบครอง ต่อมาในปี ค.ศ. 1922 ระบบเผดจ็ การฟาสซิสต์ ถูกนามาใชใ้ นประเทศอิตาลีกวา่ 20 ปี โดย การนาของเบนิโต มุสโสลินี ถึงแมว้ า่ จะมีกษตั ริยท์ รงเป็นประมุข แต่กเ็ ป็นเพยี งในนามเท่าน้นั จนกระทง่ั เขา้ สู่สงครามโลกคร้ังที่สอง อิตาลีเขา้ ร่วมกบั ฝ่ ายอกั ษะ เมื่อฝ่ ายสมั พนั ธมิตรยดึ เกาะซิ ซิลีได้ มุสโสลินีจึงถูกปลดออกจากตาแหน่งนายกรัฐมนตรี และแต่งต้งั ปี เอโตร บาโดลโย ข้ึน เป็นนายกรัฐมนตรีแทน และประกาศสงครามกบั นาซีเยอรมนี จนไดร้ ับชยั ชนะ โดยมสุ โสลินี ถูกกลุ่มต่อตา้ นฟาสซิสตจ์ บั กมุ และถกู ประหารชีวิตดว้ ยการยงิ เป้ าในขอ้ หาทรยศต่อชาติที่เมือง มิลาน สาธารณรัฐอติ าลี เมื่อสงครามโลกคร้ังที่สอง สิ้นสุดลง อิตาลียงั คงมีพระเจา้ วิคเตอร์ เอม็ มานูเอลท่ี 3 เป็น ประมุขอยู่ ต่อมาพระองคส์ ละราชสมบตั ิใหก้ บั พระเจา้ อมุ แบร์โตท่ี 2 ข้ึนครองราชยแ์ ทน แต่ ครองราชยไ์ ดเ้ พียง 1 เดือนเท่าน้นั ประชาชนต่างลงประชามติใหอ้ ิตาลีเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบบกษตั ริยม์ าเป็นระบบสาธารณรัฐในระบอบประชาธิปไตย เมื่อวนั ท่ี 2 มิถนุ ายน ค.ศ. 1946 โดยมีการประกาศใชร้ ัฐธรรมนูญในปี ค.ศ. 1948 จนถึงปัจจุบนั การเมืองการาปกครอง การปกครองของประเทศอิตาลีเป็นรูปแบบสาธารณรัฐประชาธิปไตย มีรัฐสภา และใช้ ระบบพรรคผสม รัฐสภาของอิตาลีประกอบดว้ ยวฒุ ิสภาและสภาผแู้ ทนราษฎร ผแู้ ทนของท้งั สองสภาดารงตาแหน่งคราวละ 5 ปี [8] รัฐมนตรีไดร้ ับการแต่งต้งั โดยประธานาธิบดี ส่วนอานาจ นิติบญั ญตั ิควบคุมโดยสภานิติบญั ญตั ิสองสภา ประเทศอิตาลีใชร้ ูปแบบการปกครองแบบ สาธารณรัฐประชาธิปไตยมาต้งั แต่วนั ที่ 2 มิถุนายน ค.ศ. 1946 หลงั จากการลม้ ลา้ งระบอบ ราชาธิปไตยโดยการลงประชามติของประชาชน มีรัฐธรรมนูญฉบบั แรกประกาศใชเ้ มื่อ 1 มกราคม ค.ศ. 1948 นิตบิ ญั ญตั ิ[แก]้ ดบู ทความหลกั ที่: รัฐสภาอิตาลี

รัฐสภาอิตาลีประกอบดว้ ย 2 สภา คือ สภาผแู้ ทนราษฎรและวฒุ ิสภา ประธานรัฐสภา คือ ประธานสภาผแู้ ทนราษฎร การบญั ญตั ิกฎหมายใดๆ จะตอ้ งไดร้ ับความเห็นชอบจากท้งั 2 สภา วาระการดารงตาแหน่งของสมาชิกท้งั 2 สภาคือ 5 ปี และการเลือกต้งั จะทาพร้อมกนั ท้งั 2 สภา โดยจะมีข้ึนทุก ๆ 5 ปี หรือเร็วกวา่ น้นั หากประธานาธิบดีไม่อาจสรรหานายกรัฐมนตรีท่ีสามารถ จดั ต้งั คณะรัฐบาลใหท้ ้งั 2 สภาใหค้ วามเห็นชอบได้ การเลือกต้งั คร้ังสุดทา้ ยคือเม่ือวนั ที่ 9 - 10 เมษายน พ.ศ. 2549 (มีการเลือกต้งั 2 วนั โดยมีจุดประสงคเ์ พ่ือใหค้ นมาลงคะแนนมากข้ึน) สภา ผ้แู ทนราษฎร (อิตาลี: Camera dei Deputati) ประกอบดว้ ยสมาชิกจานวน 630 คน โดย 475 คน มาจากการเลือกต้งั โดยตรง และอีก 155 คนมาจากการเลือกต้งั แบบสดั ส่วนจากแควน้ ต่างๆ ผสู้ มคั รเขา้ รับการเลือกต้งั จะตอ้ งมีอายตุ ้งั แต่ 25 ปี ข้ึนไป วฒุ ิสภา (อิตาลี: Senato della Repubblica) ประกอบดว้ ยสมาชิกจานวน 326 คน โดย 315 คนมาจากการเลือกต้งั ทว่ั ไป จาก แควน้ ต่างๆ ทว่ั ประเทศ และมีสมาชิกวฒุ ิสภาตลอดชีพอีกจานวนหน่ึง (ปัจจุบนั มี 7 คน) ซ่ึงจะ แต่งต้งั จากบุคคลช้นั นาของสงั คม[9] ด้านการทูต ประเทศไทยมีความสมั พนั ธ์ทางการทูตกบั อิตาลีมา ต้งั แต่วนั ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2411 (ค.ศ. 1868) โดยไทยและอิตาลีไดล้ งนามสนธิสญั ญาฉบบั แรกคือ สนธิสญั ญาวา่ ดว้ ยมิตรภาพ การ พาณิชย์ และการเดินเรือ (Treaty of Friendship, Commerce and Navigation) ซ่ึงไดล้ งนามเม่ือ วนั ท่ี 3 ตุลาคม ค.ศ. 1868 ต่อมาอิตาลีไดแ้ ต่งต้งั กงสุลอิตาลีประจาประเทศไทย เม่ือวนั ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2429555 ความสมั พนั ธ์ทวิภาคีไทย-อิตาลีโดยทว่ั ไปดาเนินไปอยา่ งราบร่ืน ท้งั สองฝ่ ายไม่มีปัญหา ขดั แยง้ ท่ีเป็นอปุ สรรคต่อการพฒั นาความสมั พนั ธ์อนั ดีระหวา่ งกนั นอกจากน้นั ยงั มีการ แลกเปลี่ยนการเยอื นท้งั ในระดบั พระราชวงศ์ บุคคลสาคญั และเจา้ หนา้ ท่ีอาวโุ สของรัฐบาลท้งั สองประเทศอยา่ งสม่าเสมอ ไทยมีสถานเอกอคั รราชทตู ไทยประเทศอิตาลีท่ีกรุงโรม และมีสถานกงสุลใหญ่ประจา ประเทศไทย 5 แห่ง คือ ที่เมืองตรู ิน เจโนวา มิลาน นาโปลี และคาตาเนีย[9] และท่ีมีสถาน เอกอคั รราชทูตอิตาลีประจาประเทศไทยท่ีกรุงเทพ

การค้าและเศรษฐกจิ ในปี พ.ศ. 2549 ประเทศอิตาลีเป็นคคู่ า้ ของไทยอนั ดบั ที่ 4 ในสหภาพยโุ รป และอนั ดบั ท่ี 21 ในโลก โดยมีมูลค่าการคา้ รวม 2.9 พนั ลา้ นดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 9.2 ของการคา้ รวม ของไทย เพิ่มข้ึนจากปี พ.ศ. 2548 ร้อยละ 0.24 โดยไทยส่งออก 1.49 พนั ลา้ นดอลลาร์สหรัฐ นาเขา้ 1.47 พนั ลา้ นดอลลาร์สหรัฐ ส่วนการลงทุน ในปี พ.ศ. 2549 การลงทุนของอิตาลีในไทย มีมลู ค่ารวม 481.3 ลา้ นบาท เพิ่มข้ึนร้อยละ 19 จากปี พ.ศ. 2548 โดยเป็นดา้ นแร่ธาตุและเซรามิค 1 โครงการ อตุ สาหกรรมเบาและเสน้ ใย 2 โครงการ ผลิตภณั ฑโ์ ลหะและเคร่ืองจกั ร 3 โครงการ ดา้ นเคมีภณั ฑแ์ ละกระดาษ 1 โครงการและดา้ นบริการ 2 โครงการ สินคา้ ส่งออกสาคญั ไดแ้ ก่ เคร่ืองปรับอากาศและส่วนประกอบ รถยนตแ์ ละ ส่วนประกอบ ยางพารา ปลาหมึกสดแช่เยน็ เหลก็ เหลก็ กลา้ และผลิตภณั ฑ์ เส้ือผา้ สาเร็จรูป เครื่องใชไ้ ฟฟ้ าและส่วนประกอบอ่ืนๆ อญั มณีและเครื่องประดบั ผา้ ผนื เคร่ืองโทรสาร โทร พิมพ์ โทรศพั ท์ เป็นตน้ สินคา้ นาเขา้ สาคญั ไดแ้ ก่ เคร่ืองจกั รกลและส่วนประกอบ เคมีภณั ฑเ์ ครื่องจกั รไฟฟ้ าและ ส่วนประกอบ ผา้ ผนื ผลิตภณั ฑเ์ วชกรรมและเภสชั กรรม สตั วแ์ ละผลิตภณั ฑจ์ ากสตั ว์ ผลิตภณั ฑ์ โลหะ ผลิตภณั ฑพ์ ลาสติก เครื่องมือ เคร่ืองใชท้ างวิทยาศาสตร์การแพทย์ การทดสอบ เคร่ืองใช้ เบด็ เตลด็ เป็นตน้ [9] การท่องเทยี่ ว นกั ท่องเที่ยวอิตาลีมาท่องเที่ยวท่ีประเทศไทยประมาณ 130,000 คนต่อปี โดยมีจานวนมาก นอ้ ยตามสภาวะเศรษฐกิจของอิตาลีและยโุ รป ในขณะที่นกั ท่องเท่ียวไทยไปอิตาลีปี ละประมาณ 12,350 คน และมีแนวโนม้ วา่ จะเพมิ่ มากข้ึนในแต่ละปี และสายการบินไทยมีเสน้ ทางการบินจาก กรุงเทพสู่มิลาน สปั ดาห์ละ 3 เที่ยวบิน จากเดิมมีเพียงการบินจากโรมเขา้ สู่กรุงเทพท้งั สิ้น 7 เที่ยวบินต่อสปั ดาห์[9] การแบ่งเขตการปกครอง การปกครองส่วนทอ้ งถิ่น อิตาลีแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 20 แควน้ แบ่งเป็นแควน้ 15 แควน้ และแควน้ ปกครองตนเอง 5 แควน้ โดยในแต่ละแควน้ จะมีองคก์ รการปกครองหลกั อยู่ 3 องคก์ ร คือ[9]

 คณะมนตรีแควน้ (Regional Council) ทาหนา้ ท่ีตรากฎหมายและระเบียบขอ้ บงั คบั ในเขต อานาจ  คณะมนตรีกรรมการ (The Junta) ทาหนา้ ท่ีเป็นฝ่ ายบริหาร  ประธานคณะกรรมการ (The President of the Junta) ทาหนา้ ท่ีคลา้ ยนายกรัฐมนตรีในเขต อานาจ แต่ท้งั น้ี กจ็ ะมีผแู้ ทนของรัฐบาลคนหน่ึงอยปู่ ระจา ณ นครหลวงของแควน้ น้นั ๆ คอยควบคุมดูแลการบริหารของรัฐบาลทอ้ งถ่ินและทาหนา้ ที่ประสานงานระหวา่ งรัฐบาล ทอ้ งถิ่นกบั รัฐบาลกลาง สาธารณรัฐอิตาลีแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 15 แควน้ หรือ เรโจนี (อิตาลี: Regioni) และ 5 แควน้ ปกครองตนเอง หรือ เรโจนีเอาโตโนเม (อิตาลี: Regioni autonome) และแต่ละแควน้ กจ็ ะแบ่งการปกครองออกเป็นจังหวดั (อิตาลี: Province) และแต่ละ จงั หวดั ก็จะแบ่งออกเป็นเทศบาลหรือ โกมนู ี (อิตาลี: Comuni) ทรัพยากร ในสงครามโลกคร้ังที่ 1 และ 2 อิตาลีเป็นประเทศที่มีทรัพยากรมากที่สุดและยงั มี ทรัพยากรจากแหล่งอาณานิคม ทรัพยากรของอิตาลีมี เหลก็ ทองแดง กามะถนั พบมากในซาร์ดิ เนียทางตอนใตข้ องอิตาลีมีทะเลสาบปล่องภเู ขาไฟจานวนมาก อิตาลียงั มีถ่านหิน ดีบุกส่วนเกาะ ซิซิลีของอิตาลีมีก๊าซธรรมชาติมาก เกาะซาร์ดิเนียมีบีตและโรงงานทาน้าตาลซ่ึงใหญ่ท่ีสุดใน ยโุ รป(น้าตาลในยโุ รปส่วนใหญ่มาจากอิตาลี) อิตาลีปลกู กาแฟมากที่สุดในยโุ รป[ต้องการอ้างอิง] เป็น ที่มาของคาปูชิโนและเอสเปรสโซท้งั สองมีตน้ กาเนิดท่ีอิตาลี ทางตอนเหนือของอิตาลีนิยมปลูก องุ่นที่ใชท้ าไวน์ อิตาลีเป็นประเทศที่คา้ ไวนร์ ายใหญ่แห่งหน่ึงของโลก คมนาคม และ โทรคมนาคม การคมนาคม ประเทศอิตาลีมีถนนความยาวท้งั หมด 487,700 กิโลเมตร เชื่อมต่อ 13 ประเทศรอบอิตาลี มีสนามบินท้งั หมด 132 แห่ง โดยท่ีเป็นศูนยก์ ลางการบิน 2 แห่ง คือ สนามบินนานาชาติเลโอ นาร์โด ดา วนิ ชี ในกรุงโรม และสนามบินนานาชาติมลั เปนซา ในมิลาน มีสายการบินสู่ประเทศ 44 ประเทศ (ค.ศ. 2008) มีทางรถไฟความยาวท้งั หมด 19,460 กิโลเมตร เชื่อมต่อ 16 ประเทศ

ประชากร ประชาชนที่อยใู่ นประเทศอิตาลีเรียกวา่ ชาวอิตาลี ซ่ึงสืบเช้ือสายมาจากคนในสมยั โรมนั โบราณ จานวนประชากรของประเทศอิตาลีมีประมาณ 60 ลา้ นคนโดยประมาณ 2.5 ลา้ นคน อาศยั อยใู่ นกรุงโรม และอีก 1.5 ลา้ นคนอยใู่ นมิลาน ประชาชนส่วนใหญ่นบั ถือศาสนา คริสต์ นิกายโรมนั คาทอลิก มีภาษาทางการคือภาษาอิตาลี และบางพ้ืนท่ีในประเทศเยอรมนีและ ฝรั่งเศสกพ็ ดู ดว้ ย แต่จะเป็นภาษาซิซิลี และภาษาซาร์ดีเนีย ซ่ึงคลา้ ยกบั ภาษาอิตาลีแต่ต่างกนั ที่ สาเนียงเท่าน้นั ประชากรส่วนใหญ่ในอิตาลีมีเช้ือชาติอิตาลีถึง 94.2% ของประชากรท้งั ประเทศ และอื่นๆ อีก เช่น อลั บาเนีย ยเู ครน โรมาเนีย 1.94% แอฟริกนั 1.34% เอเชีย 0.92% อเมริกาใต้ 0.46% และ อื่นๆ 1.14% ประเทศอิตาลีมีสถานท่ีท่ีเป็นแหล่งมรดกโลกอยมู่ ากกวา่ ประเทศอื่นในโลกซ่ึงมีท้งั มรดก โลกทางวฒั นธรรมและมรดกโลกทางธรรมชาติที่มีคุณคา่ อยา่ งมาก ประมาณ 60% ของงาน จิตรกรรมท้งั หมดในโลกสรรคส์ ร้างข้ึนในประเทศอิตาลี และประเทศน้ียงั ผลิตไวนท์ ่ีมากกวา่ ประเทศอ่ืนอีกดว้ ย ศาสนา ศาสนาท่ีผคู้ นส่วนใหญ่ในอิตาลีนบั ถือคือ ศาสนาคริสตน์ ิกายโรมนั คาทอลิก ชาวอิตาลีถึง 87.8% เป็นโรมนั คาทอลิกโดยพฤตินยั แมว้ า่ มีเพยี งประมาณหน่ึงในสามที่มีเหตุผลในการเลือก นบั ถือศาสนาคริสต์ (36.8%) ส่วนนิกายอีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์มีผนู้ บั ถือมากกวา่ 700,000 คน ประกอบดว้ ยกรีกออร์ทอดอกซ์ 180,000 คนและอีก 550,000 คนนบั ถือเพนเทคอสตลั และอิแวน จิลิคลั (0.8%) ส่วนสมาชิกของอะเซมบลีส์ออฟกอดมีประมาณ 400,000 คน กลุ่มพยานพระยะ โฮวา 235,685 คน (0.4%) นิกายวลั เดนเชียน 30,000 คนเซเวนธ์-เดยแ์ อดเวนทิสต์ มีประมาณ 22,000 คน นิกายมอรมอน 22,000 คน แบปทิสต์ 15,000 คน ลเู ทอแรน 7,000 คน และเมท อดิสต์ 4,000 คน ส่วนศาสนิกชนกลุ่มนอ้ ยที่เก่าแก่ที่สุดคือศาสนายดู าห์ มีคนนบั ถือ 45,000 คน ประเทศอิตาลีมีกลุ่มศาสนาที่ไม่ใช่ศาสนาคริสตเ์ ขา้ มาเผยแพร่ไม่คอ่ ยมากนกั เช่นการอพยพเขา้ มาของประชากรจากส่วนอื่นๆ ของโลก เป็นผลทาใหอ้ ิตาลีมีชาวมุสลิมอาศยั อยปู่ ระมาณ 825,000 คน (1.4% ของประชากรท้งั ประเทศ) แต่เป็นพลเมืองอิตาลีเพยี ง 50,000 คน นอกจากน้ี อิตาลีมีชาวพทุ ธ 50,000 คน โดยท่ีศาสนาพทุ ธ รัฐบาลอิตาลี ไดร้ ับรองสถานะของสมาคมชาว

พทุ ธในอิตาลี เมื่อ 20 มีนาคม พ.ศ. 2543 และมีวดั ไทยสาคญั คือ วดั สนั ตจิตตาราม อยหู่ ่างจาก กรุงโรม 52 กิโลเมตร ซิกข์ 70,000 คน และชาวฮินดู 70,000 คน เทศกาลสาคญั  เทศกาลคาร์นิวลั จดั ในช่วงปลายเดือนมกราคมถึงตน้ เดือนกมุ ภาพนั ธ์ จดั ตามเมืองต่างๆ แต่ที่มีชื่อเสียงท่ีสุดอยทู่ ่ีเมืองเวนิส แควน้ เวเนโต มีลกั ษณะของงานคือเนน้ การแต่งการ แฟนซีและสวมหนา้ กาก  เทศกาลทางศาสนา เช่น เทศกาลอีสเตอร์ ประกอบดว้ ยการเดินขบวนก๊ดู ฟรายเดยห์ รือ เรียกวา่ วนั อาทิตยอ์ ีสเตอร์ จดั ข้ึนในช่วงรอยต่อระหวา่ งเดือนมีนาคมถึงเมษายน ภายใน เทศกาลจะมีการเฉลิมฉลอง พระสันตะปาปาจะมีกระแสรับสง่ั ถึงคริสตศ์ าสนิกชนในวนั อาทิตยอ์ ีสเตอร์ ซ่ึงจดั ข้ึนที่นครรัฐวาติกนั  เทศกาลศิลปะและดนตรี (อิตาลี: Maggio Musicale Fiorentino) จดั ข้ึนในเดือนพฤษภาคม ถึงมิถนุ ายน ที่เมืองฟลอเรนซ์ แควน้ ทสั กานี  เทศกาลโอเปร่า ท่ีเมืองเวโรนา แควน้ เวเนโต  เทศกาลลดราคาสินคา้ ประจาปี จดั ข้ึนทว่ั ประเทศในช่วงเดือนกรกฎาคม และเดือนต่อมาก็ จะเป็นช่วงแห่งการพกั ร้อน ร้านคา้ และกิจการในเมืองจะปิ ด และผคู้ นจะไปพกั ร้อนตาม ทะเล  เทศกาลฉลองฤดูกาลเกบ็ เกี่ยวองุ่นท่ีใชท้ าไวน์  เทศกาลภาพยนตร์ จดั ท่ีเมืองฟลอเรนซ์ ในเดือนพฤศจิกายน  พธิ ีมิสซา (ศีลมหาสนิท) ตามโบสถต์ ่างๆ และในคืนวนั ที่ 24 ธนั วาคม สมเดจ็ พระ สนั ตะปาปาจะเสดจ็ ออกจากบนพระระเบียงมหาวหิ ารเซนตป์ ี เตอร์นครรัฐวาติกนั วนั หยุด ดูบทความหลกั ที่: รายชื่อวันสาคัญของอิตาลี  1 มกราคม วนั ข้ึนปี ใหม่  6 มกราคม วนั Epiphany

 วนั อาทิตยแ์ ละจนั ทร์ปลายเดิอนมีนา หรือตน้ เดือนเมษายน วนั Good Friday และEaster Monday  25 เมษายน วนั ฉลองอิสรภาพ (Liberation Day)  1 พฤษภาคม วนั แรงงาน  2 มิถุนายน วนั สถาปนาสาธารณรัฐ  15 สิงหาคม วนั แฟร์รากอสโต้ หรือวนั พระแม่มาเรียข้ึนสวรรค์ (Farragosto)  1 พฤศจิกายน วนั นกั บญุ  8 ธนั วาคม วนั พระแม่มารีพน้ มลทิน  25 ธนั วาคม วนั คริสตม์ าส  26 ธนั วาคม วนั นกั บุญเซนตส์ ตีเฟ่ น

บรรณานุกรม https://www.google.co.th/search?q=%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9 7%E0%B8%A8%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B5&oq=%E 0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%B4 &aqs=chrome.3.69i57j0l5.11109j0j7&sourceid=chrome&ie=UTF-8


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook