Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการสอนระดับประถมศึกษาวิชาช่องทางการเข้าสู่อาชีพ

แผนการสอนระดับประถมศึกษาวิชาช่องทางการเข้าสู่อาชีพ

Published by nfenk.tumbonbaantorn, 2020-06-10 23:28:40

Description: แผนการสอนระดับประถมศึกษาวิชาช่องทางการเข้าสู่อาชีพ

Search

Read the Text Version

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาชอ่ งทางการเข้าสอู่ าชีพ รายวิชาบังคบั /เลือก ระดบั ประถมศกึ ษา รหสั วิชา อช11001 ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอท่าบอ่ สานักงานสง่ เสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยจังหวดั หนองคาย สานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธกิ าร กระทรวงศกึ ษาธิการ

แผนการจัดประสบการณก์ ารเรยี นรู้ กกกกกกกแผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้ รายวชิ า อช11001 ชอ่ งทางการเข้าสู่อาชพี ระดบั ประถมศึกษา เป็นการนา รายวิชานีส้ กู่ ารปฏบิ ตั จิ รงิ ของครูผ้สู อน ด้วยการวางแผนออกแบบการจดั ประสบการณก์ ารเรียนรู้ไวล้ ่วงหน้า ว่าครผู สู้ อนจะ จัดกิจกรรมการเรียนรใู้ หบ้ รรลุมาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ช้วี ัด และจุดประสงค์ ดว้ ยรปู แบบการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ ONIE MODEL อย่างไร ซ่ึงครูผู้สอนรายวิชานที้ ุกคนต้องศึกษา และจดั ประสบการณ์การเรียนรูใ้ ห้เป็นไปกรอบของการจดั การศกึ ษา ตามหลักสูตรการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 จงึ จะทาให้การจัดประสบการณ์การเรยี นรู้ ในรายวิชาน้ี มปี ระสิทธิภาพและเกดิ ประสทิ ธิผล กกกกกกกแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้รายวิชา รายวิชา อช11001 ช่องทางการเข้าสู่อาชีพ ระดับประถมศึกษา ประกอบดว้ ย 4 แผน ดงั นี้ กกก 1. แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ เร่ืองท่ี 1 การปฐมนิเทศ 2. แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้ เรือ่ งท่ี 2 การงานอาชพี 3. แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้ เรื่องท่ี 3 ชอ่ งทางการเข้าสู่อาชพี 4. แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ เร่อื งท่ี 4 การตัดสินใจในการประกอบอาชพี โดยมรี ายละเอียดดงั นี้

แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้ กล่มุ สาระการประกอบอาชพี รายวิชา ชอ่ งทางการเขา้ ส่อู าชีพ อช11001 ระดับประถมศกึ ษา แผนการจัดการเรียนรเู้ รอื่ งท่ี 1 การปฐมนิเทศ เวลา 6 ช่ัวโมง สอนวันที่ …….……เดือน …………………พ.ศ.………......... ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2563 มาตรฐานการเรยี นรรู้ ะดบั ความรู้ ความเขา้ ใจในการเรยี นวชิ าช่องทางการเขา้ สูอ่ าชีพ (อช11001) ระดบั ประถมศกึ ษา เก่ียวกบั รายละเอียดคา อธิบายรายวชิ า กจิ กรรมการเรียนการสอน ขอ้ ตกลง และขั้นตอนการปฏิบัติกจิ กรรมให้เปน็ ไปตามวัตถุประสงค์การเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนบรรลุผลตามที่คาดหวัง และชว่ ยใหก้ จิ กรรมการเรียนการสอนมีประสทิ ธิภาพ ตวั ชวี้ ดั 1. เพื่อให้ผเู้ รยี นมีความเขา้ ใจแนวทางการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน ในวิชาชอ่ งทางการเข้าสู่อาชพี (อช11001) ระดับประถมศึกษา 2. เพ่ือเตรยี มตวั ล่วงหน้าในการเรียน และมีสว่ นรว่ มในกจิ กรรมการเรียนการสอนอย่างมปี ระสิทธภิ าพ 3. เพ่ือทดสอบความรู้พื้นฐานเดิมของผเู้ รียน และเปน็ แนวทางในการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ การปฐมนิเทศ 1. รายละเอยี ดคาอธิบายรายวชิ า วิชาชอ่ งทางการเขา้ ส่อู าชพี (อช11001) ระดบั ประถมศกึ ษา 2. หลกั เกณฑ์การวดั ผล และการใหค้ ะแนนรายวิชาชอ่ งทางการเข้าสู่อาชพี (อช11001) ระดับ ประถมศกึ ษา 3. ขอ้ ตกลงเก่ียวกับหลักการ ขอ้ ปฏบิ ตั ิและกฎระเบียบในการเรียนการสอนในห้องเรียน กระบวนการจัดการเรยี นรู้ 1. ขนั้ กาหนดสภาพปัญหาความตอ้ งการในการเรียนรู้ 1.1 ครกู ล่าวทักทายผู้เรยี น และแนะนาตัวเอง โดยบอกชื่อ นามสกลุ และชอ่ งทางการตดิ ตอ่ 1.2 ครูสอบถามผ้เู รยี นถึงกิจกรรมที่ทาในระหวา่ งปดิ ภาคเรยี นทผี่ า่ นมา และนาเขา้ สู่เรอ่ื งทีจ่ ะเรียน 1.3 ครแู จ้งใหผ้ เู้ รียนทราบวา่ ในภาคเรยี นนจี้ ะไดเ้ รยี น รายวชิ าช่องทางการเขา้ สู่อาชีพ (อช11001) ระดับประถมศกึ ษา 2. ขนั้ แสวงหาขอ้ มูล และจดั การเรยี นรู้ 2.1 ครชู แ้ี จงรายละเอียดคาอธิบายรายวชิ า วชิ าช่องทางการเข้าสู่อาชพี (อช11001) ระดับประถมศึกษา ที่จะ เรยี นในภาคเรียนน้ี จานวน 6 เร่ือง การงานอาชพี ชอ่ งทางการเขา้ สู่อาชพี การตัดสินใจเขา้ สอู่ าชพี ความพร้อมในการเขา้ สู่ อาชพี ครูแจ้งตัวช้ีวัด และอภิปรายถงึ เน้ือหา ทจี่ ะเรียนรว่ มกนั กับผู้เรยี น 2.2 ครู และผเู้ รียนตกลงหลักเกณฑก์ ารวัดผล และการให้คะแนนในสว่ นต่าง ๆ รว่ มกัน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน อัตราสว่ นคะแนนระหวา่ งภาคตอ่ ปลายภาค = 60 : 40 เปน็ ดงั นี้ 1. คะแนนระหว่างเรียน 60 คะแนนแบ่งเกบ็ ดงั น้ี 1.1 คะแนนด้านความรู้ 30 คะแนน 1.2 คะแนนดา้ นทักษะ (โครงงาน/ช้ินงาน) 20 คะแนน 1.3 คะแนนด้านคุณลกั ษณะที่พึงประสงค์ 10 คะแนน

2. คะแนนปลายภาคเรยี น 40 คะแนน ดงั น้ี เกณฑก์ ารประเมินผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนด้านความรู้ ของผเู้ รียนท่ีศึกษา หลกั สูตรรายวชิ า ช่องทางการเข้าสู่ อาชพี (อช11001) มดี งั นี้ หมายถึง ผเู้ รยี นมคี ะแนนสอบปลายภาคเรียน ต้ังแต่ 12.00 – 40.00 หรอื รอ้ ยละ 30 ของคะแนนเต็มขึ้นไป ไมผ่ ่าน หมายถงึ ผู้เรียนมคี ะแนนสอบปลายภาคเรียน ตั้งแต่ 0.00 – 11.99 หรือ รอ้ ยละ 0.00 – 29.99 ของคะแนน เตม็ ขึน้ ไป การตดั สินผลการเรยี น รายวิชา ช่องทางการเข้าสู่อาชีพ (อช11001) จะนาคะแนนระหว่างภาคมารวมกบั คะแนน ปลายภาคเรียน และจะต้องไดค้ ะแนนไมน่ ้อยกวา่ ร้อยละ 50 จงึ จะถือว่าผา่ น ท้ังน้ี ผู้เรยี นตอ้ งเข้าสอบปลายภาคเรียนดว้ ย แลว้ นาคะแนนไปเปรียบเทียบกับเกณฑท์ ี่กาหนดให้ค่าระดับผลการเรียนเปน็ 8 ระดับ ดงั น้ี ได้คะแนนรอ้ ยละ 80 – 100 ใหร้ ะดับ 4 หมายถงึ ดีเยย่ี ม ไดค้ ะแนนร้อยละ 75 – 79 ให้ระดบั 3.5 หมายถึง ดมี าก ได้คะแนนร้อยละ 70 – 74 ใหร้ ะดบั 3 หมายถงึ ดี คะแนนร้อยละ 65 – 69 ให้ระดับ 2.5 หมายถงึ คอ่ นขา้ งดี ได้คะแนนรอ้ ยละ 60 – 64 ใหร้ ะดบั 2 หมายถงึ ปานกลาง ไดค้ ะแนนร้อยละ 55 – 59 ให้ระดบั 1.5 หมายถงึ พอใช้ ไดค้ ะแนนร้อยละ 50 – 54 ให้ระดับ 1 หมายถึง ผ่านเกณฑ์ขัน้ ต่าที่กาหนด ไดค้ ะแนนรอ้ ยละ 0 – 49 ใหร้ ะดบั 0 หมายถงึ ตา่ กว่าเกณฑ์ขนั้ ต่าท่ีกาหนด 2.3 ขอ้ ตกลง ข้อปฏบิ ตั ิ และกฎระเบียบในการเรยี นการสอนในหอ้ งเรียน ดังน้ี 1. ผ้เู รียนตอ้ งเขา้ เรียนไม่ตา่ กวา่ 80 เปอรเ์ ซ็นต์ ของเวลาเรียนท้ังหมด 2. ผู้เรียนไมพ่ ดู คุยเสียงดงั หรอื สง่ เสียงรบกวนเพื่อนในเวลาเรียน 3. ผู้เรียนต้องเขา้ เรยี นใหต้ รงเวลา 4. หากมีความจาเป็นต้องหยุดเรยี น ต้องขออนุญาตครผู ู้สอนกอ่ นทุกครัง้ 5. ไมน่ าอาหารมารบั ประทานในหอ้ งเรียนขณะครูสอน 6. หากมีข้อสงสยั ขณะเรียน ใหส้ อบถามครไู ด้ทนั ที 3 2.4 ครูช้แี จงรายละเอียดการพบกลุม่ วนั เวลา สถานทใ่ี หผ้ ู้เรียนทราบ 3. ขั้นปฏบิ ัติ และนาไปประยุกตใ์ ช้ 3.1 ครูใหผ้ เู้ รยี นแนะนาตัวให้ครู และเพื่อน ๆ ทกุ คนในห้องเรยี นไดร้ ้จู กั 3.2 ครแู จกแบบทดสอบกอ่ นเรยี น รายวชิ า ช่องทางการเข้าสูอ่ าชีพ (อช11001) ให้ผู้เรยี นทาจากนน้ั ตรวจ แบบทดสอบพร้อมบนั ทึกคะแนนไว้ และร่วมกนั สรปุ ถึงการทาแบบทดสอบ กอ่ นเรียน รายวชิ า ชอ่ งทางการเข้าส่อู าชีพ (อช 11001) 4. ขัน้ ประเมินผลการเรยี นรู้ 4.1 ครูถามผู้เรียนเกีย่ วกบั เรอ่ื งทคี่ รกู ลา่ วมาข้างต้น ว่ามเี ร่ืองอะไรบ้างมีรายละเอียดทีส่ าคัญอยา่ งไร (เรือ่ งท่ีจะเรียน หลกั เกณฑก์ ารให้คะแนน กฎระเบยี บ ขอ้ ตกลง ขอ้ ควรปฏิบตั ิ กตกิ าในการเรยี นการสอน) 4.2 ครถู ามผู้เรียนวา่ พบกลมุ่ วันไหน เวลาไหน และที่ไหน 4.3 ครซู กั ถามผเู้ รียนวา่ มขี ้อสงสยั หรือไม่ 4.4 ครมู อบหมายใหผ้ ู้เรยี นศึกษาเร่ืองทีจ่ ะเรียนในคร้ังต่อไปลว่ งหน้า (เรอ่ื ง การฟงั และการดู) การวัดผลประเมนิ ผล วิธีการวัด ประเมินจากการสังเกต การซักถาม ตอบคาถาม และแบบทดสอบก่อนเรยี น เครื่องมอื ได้แก่ แบบประเมนิ และแบบทดสอบก่อนเรยี น

เกณฑก์ ารวัด ผา่ น ต้องทาแบบทดสอบก่อนเรยี น ไดค้ ะแนนไม่นอ้ ยกว่ารอ้ ยละ 50 ของคะแนนเตม็ ส่อื และแหล่งเรียนรู้ 1. แบบทดสอบก่อนเรยี น วิชาชอ่ งทางการเขา้ สู่อาชพี (อช11001) ระดับประถมศกึ ษา 2. ใบความรู้ เอกสารประกอบการปฐมนเิ ทศ

บันทึกหลงั สอน 1. ปัญหาหรอื อุปสรรคในการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ กกกกกกก……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. แนวทางการแก้ปญั หาหรืออปุ สรรค กกกกกกก……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. การปรับปรุงแผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้ เรอ่ื ง การปฐมนเิ ทศ กกกกกกก……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชือ่ …………………………………………………… (……………………………………………………) ตาแหนง่ …………………………………………………. ความคิดเหน็ ของผู้นเิ ทศท่ีได้รับมอบหมายจากผู้บริหาร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ลงชอื่ ………………………………………………..…… (……………………………………………………) ตาแหน่ง…………………………………………………. ความคิดเห็นของผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงช่ือ………………………………………………..…… (……………………………………………………) ตาแหนง่ ………………………………………………….

แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้ กลุม่ สาระความรพู้ ้นื ฐาน รายวชิ า ชอ่ งทางการเข้าสู่อาชพี ( อช11001) ระดบั ประถมศึกษา แผนการจัดการเรยี นรู้เร่อื งท่ี 2 เรือ่ งการงานอาชีพ เวลา 6 ช่ัวโมง สอนวนั ที่ …….……เดือน …………………พ.ศ.………......... ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2563 มาตรฐานการเรยี นรู้ระดับ 1. มีความรู้ ความเข้าใจและเจตคตทิ ่ีดใี นงานอาชพี วเิ คราะหล์ กั ษณะงาน ขอบขา่ ยงานอาชีพในชมุ ชน สังคม ประเทศและภูมิภาค 5ทวีป ได้แก่ ทวปี เอเชีย ทวีปออสเตรเลีย ทวปี อเมรกิ า ทวปี ยุโรป และทวีปอัฟรกิ า ที่เหมาะสมกับ ศกั ยภาพ 5 ดา้ นไดแ้ ก่ ศักยภาพของทรัพยากรธรรมชาตใิ นแตล่ ะพ้ืนท่ี ศกั ยภาพของพืน้ ทต่ี ามลกั ษณะภูมิอากาศ ศักยภาพ ของภูมปิ ระเทศและทาเลทต่ี ง้ั ของแตล่ ะพ้ืนท่ี ศักยภาพของศิลปะ วัฒนธรรมประเพณีและวถิ ีชีวติ ของแต่ละพ้ืนท่ีศกั ยภาพ ของทรัพยากรมนุษย์ในแต่ละพนื้ ที่เพอ่ื การเข้าสู่อาชีพ ตวั ช้วี ดั 1.อธบิ ายความสาคัญ และความจาเป็นในการประกอบอาชีพได้ 2.อธิบาย วเิ คราะห์ลกั ษณะขอบขา่ ยกระบวนการผลิตงานอาชีพในชมุ ชน สงั คม ประเทศและภมู ิภาค5 ทวปี ไดแ้ ก่ ทวปี เอเชีย ทวีปออสเตรเลยี ทวปี อเมริกา ทวีปยุโรป และทวีปอัฟริกา 3.อธิบายการจดั การอาชีพในชุมชน สังคม ประเทศ และภูมิภาคทวปี ได้เก่ ทวปี เอเชยี ทวปี ออสเตรเลีย ทวปี อเมรกิ า 4.อธบิ ายคุณธรรม จรยิ ธรรมในการทางานอาชพี 5.อธบิ ายการอนุรักษ์พลังงานและส่งิ แวดลอ้ มในการทางานอาชีพในชุมชน สังคมประเทศและภมู ภิ าค 5 ทวปี ได้แก่ ทวีปเอเชยี ทวปี ออสเตรเลีย ทวีปอเมริกา ทวปี ยุโรป และทวปี แอฟริกา สาระการเรยี นรู้ 1.ความสาคญั และความจาเปน็ ในการประกอบอาชพี ได้ 2.วเิ คราะหล์ กั ษณะขอบขา่ ยกระบวนการผลิตงานอาชีพในชุมชน สงั คม ประเทศและภมู ิภาค5 ทวปี ไดแ้ ก่ ทวปี เอเชีย ทวีปออสเตรเลยี ทวปี อเมริกา ทวปี ยโุ รป และทวปี อฟั ริกา 3.การจัดการอาชพี ในชมุ ชน สังคม ประเทศ และภมู ภิ าคทวีป ได้เก่ ทวีปเอเชียทวปี ออสเตรเลีย ทวีปอเมริกา 4.คุณธรรม จรยิ ธรรมในการทางานอาชีพ 5.การอนรุ กั ษพ์ ลงั งานและส่ิงแวดลอ้ มในการทางานอาชีพในชุมชน สงั คมประเทศและภูมิภาค 5 ทวีปไดแ้ กท่ วีป เอเชีย ทวปี ออสเตรเลยี ทวปี อเมรกิ า ทวีปยุโรป และทวปี แอฟริกา

กระบวนการจัดการเรยี นรู้ 1.ขัน้ กาหนดสภาพปญั หาความตอ้ งการในการเรยี นรู้ .ครูและผ้เู รียนร่วมกนั กาหนดการเรียนรใู้ นเรอื่ งต่อไปน้ี - การมองเห็นช่องทางการประกอบอาชีพ - ความเปน็ ไปได้ในการเขา้ สอู่ าชพี - การลาดบั อาชพี และเหตผุ ล -ใหผ้ ู้เรยี นทากจิ กรรมตามใบงาน ขน้ั ที่ ๒ แสวงหาข้อมูลและจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ครูผู้เรียนรว่ มกนั กาหนดกรอบเนือ้ เก่ียวกบั การเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง การใช้แหลง่ เรียนรู้ การใช้แหลง่ เรยี นรู้รวมทงั้ การ จดั การความรู้ ขั้นท่ี ๓ การปฏิบัติและการนาไปใช้ ๑.ครูและผู้เรียนสรปุ สาระสาคัญและนาความรูท้ ี่สอดคล้องกบั วิถชี วี ติ ไปเป็นแนวทางในการดาเนินชีวิต ๒.จดั ทาเปน็ รปู เลม่ รายงานจัดนทิ รรศการและอภปิ รายรว่ มกนั ข้นั ท่ี ๔ การประเมนิ ผลการเรียนรู้ ๑ ครแู ละผู้เรยี นสรปุ สาระสาคัญตามมาตรฐานการเรียนรู้ ๒ .ซกั ถาม ๓. แบบประเมนิ ขน้ั ที่ ๕ มอบหมายงาน/กจิ กรรมการเรยี นรใู้ นสปั ดาหต์ อ่ ไป ๑.มอบหมายงานการเรียนร้ใู นหน่วยการเรยี นร/ู้ กจิ กรรมในสัปดาหต์ อ่ ไป ๒.ผเู้ รียนนาผลการเรียนรูท้ ี่ได้รบั ไปบนั ทกึ ในคู่มอื ผเู้ รยี น/สมุดบนั ทกึ ๓.ครูบนั ทึกความคดิ เหน็ หลงั การจัดกจิ กรรมการพบกลุ่ม

ใบความรู้ท1่ี การมองเห็นช่องทางการประกอบอาชีพ โอกาสและความสามารถที่จะนามาประกอบอาชีพได้ก่อนผู้อน่ื เป็นหวั ใจสาคญั ของการประกอบอาชีพ หากผปู้ ระกอบอาชีพ ตามทต่ี ลาดต้องการและเป็นอาชพี ท่ีเหมาะสมกับสถานการณ์ในขณะน้ัน ย่อมทาให้มีโอกาสประสบความสาเร็จ สามารถ พฒั นาตนเองให้มองเห็นโอกาสในการประกอบอาชพี ได้ คือ 1. ความชานาญจากงานที่ทาในปัจจบุ นั จะเป็นแหล่งความรู้ ความคิด ท่ีจะชว่ ยให้มองเห็นโอกาสในการประกอบ อาชพี ไดม้ าก เช่น บางคนมีความชานาญทางดา้ นการทาอาหาร ตดั เย็บเสอื้ ผ้า ซอ่ มเคร่ืองใชไ้ ฟฟา้ ต่อท่อน้าประปา ช่างไม้ ช่างปูกระเบ้ือง ช่างทาสี ฯลฯ ซงึ่ สามารถนาความชานาญดังกล่าวมาพัฒนาและประกอบอาชีพขน้ึ มาได้ บางคนเคยทางานท่ี โรงงานตัดเย็บเสอื้ ผา้ เม่ือกลับมาภมู ิลาเนาเดิมของตนเอง ก็นาความรคู้ วามสามารถและความชานาญมาใช้เปน็ ช่องทางการ ประกอบอาชีพของตนเองได้ 2. ความชอบความสนใจสว่ นตัว เป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยให้มองเห็นช่องทางโอกาส ในการประกอบอาชีพ บางคนชอบ ประดษิ ฐด์ อกไม้ บางคนชอบวาดรปู ทาใหบ้ คุ คลเหลา่ นี้ พัฒนางานท่ชี อบ ซงึ่ เปน็ งานอดเิ รกได้กลายเปน็ อาชพี หลกั ทารายได้ เป็นอย่างดี 3. การฟงั ความคดิ เหน็ จากแหล่งตา่ ง ๆ พดู คยุ แลกเปล่ียนความคดิ เหน็ กบั บุคคล เป็นแหล่งความรแู้ ละก่อใหเ้ กิด ความคดิ ริเริ่มเปน็ อย่างดี ในบางครัง้ เรามีความคดิ แล้ว และได้พูดคุยกับบุคคลตา่ ง ๆ จะช่วยให้การวเิ คราะห์ความคดิ ชัดเจน ขึ้น ช่วยให้มองไปขา้ งหน้าได้อย่างรอบคอบก่อนที่จะลงมือทางานจรงิ 4. การศกึ ษาคน้ ควา้ จากหนังสอื นิตยสาร หนังสอื พิมพ์ การดวู ีดที ศั น์ ฟงั วทิ ยุ ดรู ายการโทรทศั น์ จะช่วยให้เกิด ความรแู้ ละความคิดใหม่ ๆ 5. ขอ้ มูล สถติ ิ รายงาน ข่าวสารจากหนว่ ยราชการและเอกชน รวมทง้ั แผนพฒั นาเศรษฐกจิ ของประเทศในการมอง หาช่องทางในการประกอบอาชพี ผู้ท่ีจะมองหาอาชีพ พัฒนาอาชีพ ควรให้ความสนใจข้อมลู ต่าง ๆ ในการติดตามเหตุการณ์ ให้ทนั แล้วนามาพิจารณา ประกอบการตัดสินใจประกอบอาชพี

ใบความรู้ที2่ การตดั สนิ ใจเลอื กอาชีพ การตดั สนิ ใจเลือกอาชีพ นับเปน็ ข้นั ตอนทสี่ าคญั นะคะ เพราะถา้ ตัดสนิ ใจเลอื กอาชีพเหมาะสมกบั ตนแล้ว จะทาให้ เรามคี วามสขุ และมีความก้าวหนา้ ในชีวติ ประจาวัน ในแต่ละวนั ทกุ คนมกี ารตดั สนิ ใจอย่ตู ลอดเวลา และบางครงั้ ตอ้ งตดั สนิ ใจ หลายเรอื่ งซ่ึงทุกเรื่องอาจมีความสาคัญและจาเป็นสาหรับตัวเรา การตดั สินใจเปน็ ส่งิ สาคัญและหลกี เล่ียงไม่ได้การตัดสินใจทด่ี ี ตอ้ งร้หู ลักการ วธิ กี าร ขัน้ ตอน เพอื่ จะได้ตัดสนิ ใจใหด้ ที สี่ ุดคะ ไม่คิดเปน็ เร่ืองของโชคลาง การฝกึ การตัดสนิ ใจเร่อื งอาชีพตอ้ ง เรียนรกู้ ระบวนการตัดสินใจเลือกอาชพี ร้วู ิธกี าร และปฏิรปู แบบของการตัดสนิ ใจเลือกอาชพี การตัดสนิ ใจเลอื กอาชีพ นบั วา่ เป็นเรอื่ งสาคญั อยา่ งยิ่งในชวี ิตของมนษุ ย์ อาจกล่าวได้วา่ “งานคือชวี ิต” ดังนัน้ จาเป็นตอ้ งมีการเรม่ิ ตน้ ด้านการวางแผนชีวติ ด้านอาชพี ตง้ั แต่วยั เรยี น ซึ่งเป็นการวางแผนระยะยาวท่ีต้องใชเ้ วลานานจะอาศยั ความพยายามอยา่ งมาก ผลตอบแทนท่ี ไดร้ ับก็คมุ้ คา่ ส่งิ สาคญั ในการตัดสนิ ใจเลือกอาชีพ ข้นึ อยู่กับองคป์ ระกอบทสี่ าคัญ 2 ประการคือ ประการที่ 1 ปัจจัยภายนอกได้แก่ ข้อมลู ด้านอาชพี พอสรุปได้ดังน้ี 1. แนวโนม้ ของตลาดแรงงาน เป็นขอ้ มลู เกย่ี วกับความต้องการผทู้ างานในด้านต่าง ๆ ปจั จบุ นั และการพยากรณ์ความ ตอ้ งการในอนาคต 2. ลักษณะงาน งานท่ตี ้องทาเปน็ ประจามีลกั ษณะอย่างไร ผู้ทางานจะต้องทาอะไรบ้างเป็นงานท่ที าให้เกิดความเพลิดเพลิน หรอื เบ่อื หนา่ ย งานใหญ่ หรอื งานเลก็ มีความรับผดิ ชอบท่ีสาคัญมากหรือไม่ ฯลฯ 3. สภาพแวดลอ้ มของงาน ได้แก่สภาพแวดล้อม บรรยากาศ ของงาน เชน่ รอ้ น สกปรก ฝุน่ มาก เสียงดงั มสี ารพษิ มีความ ขัดแยง้ ตา่ ง ๆ ในหนว่ ยงาน ฯลฯ 4. คณุ สมบัติของผ้ปู ระกอบอาชีพ อายุ ได้มกี ารกาหนดอายกุ ่อนเกษียณอยา่ งไร เพศ อาชพี นน้ั ๆ 5. การเขา้ ประกอบอาชีพ การเข้าประกอบอาชพี ต้องมวี ิธกี ารอยา่ งไร โดยการสมคั รงานกบั นายจ้างหรอื สอบข้อเขียน สอบ สมั ภาษณ์ดว้ ย 6. รายได้ ในการประกอบอาชพี มรี ายได้โดยเฉลีย่ เทา่ ไหร่ 7. ความกา้ วหน้า อาชีพนัน้ ๆ มคี วามก้าวหน้าเพยี งใด ต้องมีการอบรมเพ่ิมเตมิ และมีความสามารถเท่าไหร่ถงึ จะเลือนขัน้ 8. การกระจายของผู้ประกอบอาชพี มผี ู้ประกอบอาชีพมากนอ้ ยเพยี งใดกระจายอยูท่ ว่ั ประเทศหรือมีอยู่เพยี งบางจังหวดั 9. ขอ้ ดีและข้อเสยี อาชีพแต่ละอยา่ งมที ้งั ขอ้ ดีและข้อเสีย ขนึ้ อยู่กับความพอใจและความตอ้ งการของผปู้ ระกอบอาชีพน้นั ประการที่ 2 ปจั จัย ภายในไดแ้ ก่ ปัจจัยสว่ นบุคคล ความสนใจ บุคลิกภาพ สติปัญญา ความถนัดทักษะ แรงจูงใจใฝ่ สมั ฤทธิ์ ความรับผดิ ชอบ ความอุตสาหะ เพศ เช้ือชาติ อายุ ความแข็งแรง สุขภาพ ความปลอดภัย ความม่นั คง การทางาน เป็นประโยชนต์ ่อผ้อู ืน่ หรือไม่ ฯลฯ กระบวนการตัดสนิ ใจเลอื กอาชีพ กระบวนการทบ่ี คุ คลจะพจิ ารณาเพ่อื ประกอบการตัดสินใจ เป็นกระบวนการท่ีสลับ ซับซ้อน เช่น ตอ้ งพจิ ารณาคา่ นยิ ม ความสนใจ ความถนัด และคุณสมบัติอ่ืน ๆ การตดั สินใจสัมพันธ์กบั ทักษะที่ไดเ้ รียนรู้ ลกั ษณะทเี่ ป็นเอกลักษณ์ของบคุ คล เช่นหลกั ในการตัดสนิ ใจ เปน็ การสารวจหนทางที่ จะเปน็ ไปได้กาหนดวา่ จะทาอะไร จะ เกิดผลอะไร ในการตดั สินใจ เราต้องรจู้ กั ความสามารถ ความสนใจ คา่ นิยมของตนเองและรู้ประสบการณท์ ่ีเกีย่ วข้อง นา ความรไู้ ปพิจารณาตัวเลือกต่าง ๆ ถ้าได้ข้อมลู มากเทา่ ใด บคุ คลนัน้ ก็มีโอกาสได้ผลทพี่ งึ ปรารถนามากขนึ้ เท่าน้นั ข้อมลู จาก การประเมินนาไปสู่การอภปิ รายลกั ษณะพเิ ศษของบุคคลท่ีสามารถเชื่อม โยงกบั ความต้องการทางการศึกษาและอาชีพ จะทราบได้อย่างไรวา่ อาชีพไหนเหมาะสมกับเรา คนเรามีความถนดั ความสามารถ และความสนใจในงานอาชีพ แตกตา่ งกนั คะ บางคนเหมาะท่ีจะทางานดา้ นหตั ถกรรม บางคนเหมาะท่ีจะทางานเกี่ยวกับเคร่อื งจักรกล หรืองานทางด้าน

วทิ ยาศาสตร์ สว่ นบางคนเหมาะกบั งานทางด้านทจี่ ะสอนดนตรี แต่ละคนย่อมแตกตา่ งกัน ข้อสาคัญคอื ท่านต้องรจู้ กั ตนเอง และร้จู ักงานอาชพี ต่าง ๆ อย่างกว้างขวางรวมท้ังพจิ ารณาดูว่า มงี านอะไรบา้ งท่ีทา่ นชอบและสนใจมากทส่ี ุด และงานนั้น ๆ เหมาะกับอุปนิสยั และบคุ ลิกภาพของท่านหรือไม่ ปญั หาก่อนตดั สินใจเลอื กอาชีพ 1. ขาดความรู้ ความเข้าใจ ในการประกอบอาชีพต่าง ๆ ขาดทักษะและรายละเอยี ดข้อมลู เก่ียวกบั โลกอาชีพ 2. ต้องการความชว่ ยเหลอื เกี่ยวกบั การให้คาปรึกษา แนะนา แนะแนวอาชีพ การเตรยี มตัวก่อนเขา้ สู่ตลาดแรงงาน 3. ขาดการรจู้ ักตนเอง ดา้ นความสามารถ สตปิ ัญญา ความถนดั ความสนใจในอาชีพทีเ่ หมาะสมกับตัวเราคะ ข้อสรุปก่อนตดั สนิ ใจเลอื กอาชพี 1. ผู้ตัดสินใจเลือกควรร้จู ักตนเองใหด้ ีเสยี ก่อน โดยเฉพาะในดา้ นอปุ นิสยั ใจคอ ความรู้ ความถนัด ความสามารถ สภุ าพ นสิ ยั ทัศนคตเิ กย่ี วกบั อาชพี น้ัน ๆ และฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัว ฯลฯ 2. ควรมคี วามรูค้ วามเข้าใจเก่ียวกับอาชีพต่าง ๆ ลกั ษณะของงานอาชีพต่าง ๆ ลักษณะของงานอาชพี ค่าจ้าง สวัสดิการ งานทป่ี ระชาชนท่วั ไปนยิ มทาเปน็ อาชีพน้นั จะตอ้ งใช้ความรูค้ วามสามารถ ความอุตสาหะอดทน ความรกั ในงาน อาชีพ ความซือ่ สัตย์สุจรติ และความภาคภูมิใจ ฯลฯ ลักษณะของงานอาชีพ มดี ังนี้ 1 งานเกษตรกรรม เป็นงานที่เกีย่ วขอ้ งกบั ธรรมชาติ บคุ คลทเ่ี ลือกประกอบงานอาชพี เกษตรกรรมต้องชอบและรักการปลูกตน้ ไม้ เลยี้ งสตั ว์ มีความเอาใจใส่ ไมร่ ังเกยี จความสกปรกต้องอดทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศ งานทเ่ี กีย่ วข้อง คอื การปลูกพืชสวน พืชไร่ การปศุสตั ว์ และการประมง เนอ่ื งจากประเทศไทยมีสภาพภูมิอากาศเหมาะสมต่อการเพาะปลูก เลย้ี งสัตวแ์ ละการทาประมง น้าจดื และน้าเค็ม เพื่อประโยชนต์ อ่ การบรโิ ภค และเปน็ งานอาชีพไดส้ มกับคากลา่ วที่วา่ เมืองไทยเป็นอขู่ า้ วอูน่ ้าของดินแดน แหลมทอง 2 งานธุรกจิ เปน็ งานท่เี ก่ียวกับธุรกิจและการค้า อาชพี ธุรกิจ คือ การทางานดา้ นการค้าขาย การทาบญั ชี การจดั การธุรกิจ การ เก็บเอกสาร การติดต่อสอ่ื สารและเทคโนโลยีสารสนเทศ 3.งานอุตสาหกรรม เปน็ งานเกีย่ วกบั ความถนัดด้านชา่ ง และเครื่องมือเคร่ืองจกั รอุตสาหกรรม เพื่อผลิตสินคา้ ชนิดตา่ ง ๆ รายได้ท่ีได้รับ คอื คา่ แรงงานท่ีเหมาะสมกบั ระดับความร้คู วามสามารถ และประสบการณ์ 4 งานคหกรรม เป็นงานทเ่ี กี่ยวกบั การจัดการบา้ นเรือน การตกแต่งบ้าน การประกอบอาหาร การเยบ็ ปกั ถักร้อย เพ่ือชีวิตและความ เปน็ อยูท่ ด่ี ีและประสิทธิภาพในการประกอบอาชพี ต่อไป 5 งานศิลปกรรม เป็นงานอาชพี ที่มุง่ หวงั เพ่ือเป็นช่างฝมี ือทมี่ ีความละเอยี ดอ่อน ความคดิ สรา้ งสรรค์ทั้งด้านศิลปกรรมไทย และศลิ ปกรรม รว่ มสมัย สามารถนาความรู้ไปประกอบอาชพี การจัดทาศลิ ปะประยุกต์ การตกแต่ง การออกแบบในด้านต่าง ๆ เชน่ หัตถกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม เปน็ ต้น เพื่อประโยชน์ในการอนรุ กั ษ์ศลิ ปะและวัฒนธรรมทอ้ งถิ่นไว้ให้อนุชนรุ่นหลงั ไดเ้ รยี นรตู้ ่อไปวามกา้ วหน้า ความต้องการของตลาดแรงงาน ฯลฯ

ใบงาน วชิ าชอ่ งทางการเข้าสอู่ าชีพ  ให้นักศึกษาอธิบาย วิธีการในการมองเห็นช่องทางการเข้าสู่อาชีพของตนเอง ดังตอ่ ไปนี้ กลุ่มที่ 1 อาชีพทานา กลมุ่ ที่ 2. อาชีพค้าขาย กลมุ่ ที่ 3. อาชพี เลี้ยงกงุ้ -ปลา กลุ่มที่ 4. อาชพี ทาสวน โดยให้อภิปรายในหวั ข้อต่อไปนี้ 1. ความจาเปน็ ในการมองเห็นช่องทางเพือ่ พฒั นาอาชีพ 2. ความเป็นไปไดใ้ นการพัฒนาอาชพี - การลงทนุ - การตลาด - กระบวนการผลติ - การขนสง่ - การบรรจุหีบหอ่ - การแปรรูป - ผลกระทบต่อชมุ ชน และสภาพแวดลอ้ ม - ความรคู้ วามสามารถ 3. การกาหนดวิธกี ารพฒั นาอาชพี พร้อมใหเ้ หตุผล .....................................................................................................................

ใบงาน ความเป็นไปไดใ้ นการเขา้ สอู่ าชีพของตน ชแี้ จง ใหผ้ ้เู รียนศึกษาศึกษาความรู้เพมิ่ เติม ในเรือ่ ง วเิ คราะหค์ วามเป็นไปได้ในการเข้าสู่อาชีพของตน พรอ้ มสรุปตาม ความเข้าใจ ............................................................................................................................. .............................................. ............................................................................................................................. .............................................. ........................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .............................................. ............................................................................................................................. .............................................. ........................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .............................................. ............................................................................................................................. .............................................. ........................................................................................................................................................................ ... ............................................................................................................................. .............................................. .................................................................................... ....................................................................................... ............................................................................................................................. .............................................. ............................................................................................................................. .............................................. ........................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .............................................. ............................................................................................................................. .............................................. ........................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .............................................. ............................................................................................................................. .............................................. ........................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .............................................. ............................................................................................................................. ..............................................

แบบทดสอบก่อนเรยี น 1.การสารวจตนเองก่อนเลอื กประกอบอาชีพ มีประโยชน์อย่างไร ก. ทาใหม้ ีเพือ่ นรว่ มงานมาก ข. ทาให้มรี ายได้สูง ค.ทาให้มีความรับผดิ ชอบต่องาน ง. ทาให้ได้ทางานที่ชอบและมคี วามถนัด 2. การเลือกประกอบอาชีพในข้อใดไม่เหมาะสมสาหรบั การตัดสนิ ใจเลอื กประกอบอาชีพ ก.ความชอบ ข.ความนิยมของสังคมในการประกอบอาชีพ ค. ความสามารถ ง. ความสนใจ หรอื ความถนัด 3.ข้อใดเป็นผลดีของการประกอบอาชีพ ก. มรี ายได้เลี้ยงตนเองและครอบครวั ข. มีผ้คู นใหค้ วามนับถือ ค. มสี นิ คา้ ออกสทู่ ้องตลาด ง. มชี ื่อเสียงโด่งดงั 4.ขอ้ ใดเปน็ ลักษณะของการประกอบอาชีพอิสระ ก. มีรายได้แนน่ อนประจาทุกเดอื น ข.มีรายไดไ้ ม่แนน่ อน ข้นึ อยกู่ ับการดาเนนิ การ ค.มรี ายไดแ้ น่นอนทุกวนั เพราะมกี ารซ้ือขายตลอด ง.มรี ายไดไ้ ม่แน่นอน ขึน้ อยู่กับดอกเบ้ียเงนิ ฝากธนาคาร 5.ผู้ทีป่ ระกอบอาชีพรับจ้างจะมกี ารทางานในลกั ษณะใด ก.จะสามารถทางานได้อยา่ งหลากหลาย ข.มีความสามารถในการทางานเฉพาะด้าน และมีความร้ใู นวิชาชีพอย่างใดอยา่ งหน่งึ ค.ใชแ้ รงกายเป็นหลักในการประกอบอาชีพ ง.กาหนดรปู แบบการทางานของตนเองได้อย่างอสิ ระ

เฉลย 1.ง 2.ข 3.ก 4.ข 5.ข

บนั ทกึ หลงั สอน กกกกกกก1. ปัญหาหรืออปุ สรรคในการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ กกกกกกก……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… กกกกกกก2. แนวทางการแก้ปญั หาหรอื อุปสรรค กกกกกกก……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… กกกกกกก3. การปรับปรุงแผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้ เร่อื ง การอ่าน กกกกกกก……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชอ่ื …………………………………………………… (……………………………………………………) ตาแหน่ง…………………………………………………. ความคดิ เหน็ ของผู้นิเทศท่ีไดร้ บั มอบหมายจากผู้บรหิ าร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงช่อื ………………………………………………..…… (……………………………………………………) ตาแหนง่ …………………………………………………. ความคิดเห็นของผ้บู รหิ ารสถานศึกษา ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชอ่ื ………………………………………………..…… (……………………………………………………) ตาแหน่ง………………………………………………….

แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้ กล่มุ สาระความรู้พืน้ ฐาน รายวชิ า ชอ่ งทางการเขา้ สู่อาชีพ ( อช11001) ระดบั ประถมศกึ ษา แผนการจัดการเรยี นรู้เรือ่ งที่ 3 เรื่องชอ่ งทางการเข้าสูอ่ าชีพ เวลา 6 ชั่วโมง สอนวันที่ …….……เดือน …………………พ.ศ.………......... ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2563 มาตรฐานการเรยี นรู้ระดับ 1. มีความรู้ ความเข้าใจและเจตคติทดี่ ีในงานอาชีพ วเิ คราะห์ลักษณะงาน ขอบข่ายงานอาชพี ในชมุ ชน สงั คม ประเทศและภูมภิ าค 5ทวปี ได้แก่ ทวปี เอเชยี ทวปี ออสเตรเลยี ทวีปอเมริกา ทวีปยุโรป และทวีปอัฟริกา ท่เี หมาะสมกบั ศักยภาพ 5 ดา้ นไดแ้ ก่ ศักยภาพของทรัพยากรธรรมชาติในแต่ละพ้ืนที่ ศกั ยภาพของพื้นทต่ี ามลกั ษณะภมู อิ ากาศ ศักยภาพ ของภูมปิ ระเทศและทาเลทต่ี ้งั ของแตล่ ะพ้ืนท่ี ศักยภาพของศลิ ปะ วฒั นธรรมประเพณีและวถิ ีชีวิตของแตล่ ะพื้นท่ีศกั ยภาพ ของทรัพยากรมนุษย์ในแต่ละพน้ื ท่เี พือ่ การเขา้ สู่อาชีพ ตัวชี้วดั 1. อธบิ ายความจาเปน็ ในการมองเห็นช่องทางในการประกอบอาชีพได้อย่าง เหมาะสมกับตนเอง 2. ศกึ ษาอาชีพในชมุ ชน สังคม ประทศและภมู ภิ าครทวปี ไดแ้ ก่ ทวีปเอเชยี ทวีปออสเตรเลีย ทวปี อมริกา ทวปี ยโุ รป และทวีปแอฟริกา เพื่อวเิ คราะหค์ วามเป็นไปได้ใน การเชา้ สูอ่ าชีพของตน 3. ลาดับอาชพี โดยพิจารณาความเปน็ ไปไดข้ องอาชพี จานวน 3 อาชพี พร้อมทงั้ ใหเ้ หตผุ ล ในการสาคบั อาชพี ทเี่ ลอื ก สาระการเรียนรู้ อาชพี ต่างๆ ที่มีอยใู่ นท้องถน่ิ ประทศและภมู ภิ าคทวปี 5 ไดแ้ ก่ ทวปี เอเชีย ทวีปออสเตรเลยี ทวีปอเมรกิ า ทวปี ยุโรป และทวีปแอฟริกา มีอยู่มากมาหลายอาชพี แต่ละอาชีพสองใชค้ วามรคู้ วามรูส้ ามารถ ทกั ษะอาชพี ตลอดจนมีลักษณะขอการ ประกอบอาชีพแตกต่างกนั ออกไปดังนั้นก่อนตัดสินเลือกประกอบอาชีพ จาเป็นจะต้องศกึ ษาอาชีพนัน้ ให้ถ่องแท้

กระบวนการจัดการเรยี นรู้ ขนั้ กาหนดสภาพปัญหาความต้องการในการเรียนรู้ 1.ครูและผู้เรยี นร่วมกนั กาหนดการเรยี นรใู้ นเรื่องต่อไปน้ี - ความจาเปน็ ในการมองเห็นช่องทางประกอบอาชีพ - ความเป็นไปได้ในการเข้าสอู่ าชพี - การลาดับอาชีพและเหตผุ ล -ใหผ้ ู้เรยี นทากิจกรรมตามใบงาน ขน้ั ท่ี ๒ แสวงหาข้อมลู และจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ครูผเู้ รียนร่วมกนั กาหนดกรอบเนื้อเกีย่ วกบั การเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง การใช้แหลง่ เรยี นรู้ การใชแ้ หล่งเรียนร้รู วมทงั้ การ จดั การความรู้ ข้ันท่ี ๓ การปฏิบตั ิและการนาไปใช้ ๑.ครแู ละผเู้ รยี นสรปุ สาระสาคัญและนาความรู้ทส่ี อดคล้องกับวิถชี วี ิตไปเป็นแนวทางในการดาเนินชวี ิต ๒.จดั ทาเป็นรูปเลม่ รายงานจัดนิทรรศการและอภปิ รายร่วมกนั ขน้ั ที่ ๔ การประเมนิ ผลการเรียนรู้ ๑ ครแู ละผูเ้ รยี นสรปุ สาระสาคญั ตามมาตรฐานการเรยี นรู้ ๒ .ซักถาม ๓. แบบประเมิน ขน้ั ที่ ๕ มอบหมายงาน/กจิ กรรมการเรยี นรู้ในสัปดาห์ต่อไป ๑.มอบหมายงานการเรยี นรใู้ นหน่วยการเรียนรู้/กิจกรรมในสัปดาหต์ ่อไป

ใบความรู้ที่ 1 เทคนคิ การเลอื กอาชพี ให้ได้งานท่เี หมาะกับคุณ 1. ประเมินตนเอง อนั ดับแรก คุณควรมีการประเมินตนเองก่อน วา่ คณุ มีความสนใจในด้านใด มที ักษะที่โดดเดน่ ในดา้ นใด มีบุคลกิ มีค่านยิ มอย่างไร ซึง่ จะทาให้คณุ เหน็ วา่ งานแบบใดทเ่ี หมาะหรือไมเ่ หมาะกับคุณ โดยอาจทาแบบทดสอบทางอาชีพ เพื่อดูแนวโน้มอาชีพท่ีเหมาะกับคุณประกอบการตัดสินใจ หรอื อาจหาทป่ี รกึ ษาสักคนทีส่ ามารถให้คาแนะนาในการเลือก อาชีพทเ่ี หมาะสมของคุณได้ 2. ทารายการอาชพี ที่สนใจ เมื่อคุณได้แนวทางอาชีพแบบกว้าง ๆ แล้ว ให้ลงมือจากัดคนสนใจใหแ้ คบลง ทารายการอาชีพ ทีส่ นใจสัก 5-10 รายการ จากน้นั ใหว้ งกลมรายการที่คุณสนใจเปน็ พเิ ศษไวเ้ พอ่ื คน้ หาข้อมูลเพม่ิ เติม 3. เรมิ่ การค้นหาข้อมูลอาชีพ ศกึ ษาข้อมูลรายละเอยี ดของงาน วุฒกิ ารศึกษาทีต่ ้องการ ทักษะ และคุณสมบตั ิอน่ื ๆ ทพี่ ึงมี นอกจากนี้ ควรหาข้อมลู เก่ยี วกับโอกาสกา้ วหนา้ ในการงาน และผลตอบแทนที่จะได้รับด้วย 4. ขอขอ้ มลู จากผู้ทอ่ี ยู่ในสายอาชีพโดยตรง หลังจากทค่ี ุณได้ข้อมลู เพ่ิมข้ึน รายการอาชีพของคณุ จะถูกตดั ออกไปอีกจน เหลอื เพยี ง 2-3 อาชีพเท่าน้ัน ขนั้ ตอนต่อไปนี้คอื การลงมือหาขอ้ มลู อยา่ งละเอยี ดดว้ ยการพูดคุยกับผ้ทู ่อี ยู่ในสายอาชีพท่คี ุณ คน้ หาโดยตรงถงึ ประเดน็ ตา่ ง ๆ ทคี่ ณุ ต้องการทราบ ความคิดเหน็ เกี่ยวกบั งานที่เขาทา ทงั้ ขอ้ ดแี ละข้อเสยี เพื่อทราบขอ้ มูลที่ เป็นประโยชนส์ าหรับการตัดสินใจไดด้ ขี ึ้นอีก 5. กาหนดเป้าหมาย และเส้นทางอาชพี เมือ่ คณุ ได้พูดคุยกับคนในสายอาชพี ตา่ ง ๆ แล้ว ถงึ ตอนน้คี ุณน่าจะตัดสนิ ใจไดแ้ ล้ว วา่ อาชีพไหน เป็นอาชพี ท่ีคณุ ใฝฝ่ นั ก่อนลงมือหางาน คุณจะตอ้ งกาหนดเปา้ หมายในอาชีพเสียก่อนวา่ คุณจะเตบิ โตไปสูจ่ ุดใด และใชเ้ วลานานเพยี งใด 6. เตรยี มความพรอ้ มสกู่ ารทางาน คุณจาเปน็ ต้องมีการวางแผนและการเตรียมตัวเปน็ อยา่ งดี ไมใ่ ชเ่ พ่ือแข่งขนั กับผู้หางาน จานวนมาก แตต่ ้องทางานให้ดดี ้วย โดยคณุ อาจเรียนเพม่ิ เตมิ หากงานนั้นต้องใชท้ ักษะใหม่ ๆ ทีค่ ุณยังไม่มี หรือคุณอาจหา โอกาสฝึกงานกับบริษัทท่ีมชี อ่ื เสยี งในสายงานที่คุณปรารถนาก่อนทจ่ี ะลงมือทางานจรงิ ก็จะทาให้คณุ เหน็ ภาพการทางานได้ ชัดเจนยงิ่ ขึ้น เมื่อคุณวางแนวทางอาชีพของตนไวอ้ ย่างชดั เจนแล้ว ต่อไปก็คือเดนิ ทางเสน้ ทางท่ีคุณวาดไว้อย่างมงุ่ มัน่ จากจุดเริม่ ตน้ ท่ีมั่นคง ยอ่ มนาไปสปู่ ลายทางความสาเร็จท่ชี ดั เจนเชน่ กัน

ใบความร้ทู ี่ 2 ความเป็นไปได้ของการเขา้ สูอ่ าชีพ การประเมินความเปน็ ไปไดใ้ นการนากรอบแนวคดิ ไปใชใ้ นการขยายอาชีพไดจ้ รงิ จากแผนภูมดิ ังกลา่ วแสดงใหเ้ หน็ กรอบแนวคิดในการประเมนิ ความเปน็ ไปได้ มีองคป์ ระกอบ ร่วมกนั 6 องค์ประกอบ ในแตล่ ะองค์ประกอบมีตัวแปรดงั น้ี 1. รปู แบบการขยายอาชพี มีตัวแปรรว่ ม ดังนี้ 1.1 ผลผลติ 1.2 กระบวนการผลิต 1.3 ปัจจยั นาเขา้ การผลิต 2. ความยากงา่ ยของการดาเนินการจดั การ มีตวั แปรร่วม ดังน้ี 2.1 การบรหิ ารจดั การ แรงงาน เงินทุน 2.2 แผนธุรกิจ 3. การรับไดข้ องลกู คา้ มตี ัวแปรร่วมดงั น้ี 3.1 ผลผลิตอยู่ในความนยิ ม 3.2 เป็นส่งิ จาเปน็ ต่อชีวิต 3.3 ราคา 4. การรับได้ของสงั คมชุมชน มตี วั แปรร่วม ดังน้ี 4.1 สภาพแวดล้อม 5. ความเหมาะสมของเทคนิควิทยาการทใี่ ชใ้ นการขยายอาชีพ 5.1 เทคนิควทิ ยาการเพอ่ื การลดตน้ ทุน 5.2 เทคนคิ วิทยาการเพ่ือการลดของเสยี วธิ ีการวเิ คราะห์ การวเิ คราะห์เพื่อการตดั สินใจมคี วามจาเปน็ ทเ่ี จ้าของธุรกิจจะตอ้ งประเมินตดั สนิ ใจด้วยตนเองสาหรับ กรณที ีธ่ ุรกิจมีหนุ้ ส่วนหรือผเู้ ก่ียวขอ้ ง ควรจะใชว้ ิธสี นทนาเจาะลกึ และวธิ คี วามสมั พันธ์รว่ มกนั โดยมวี ิธีการ วเิ คราะห์ความสัมพันธ์ระหวา่ งองคป์ ระกอบด้วยตนเอง ด้วยรายละเอียดและความเป็นไปได้ ความเปน็ พวกเดียวกัน โดยทบทวนหลาย ๆ คร้ังจนม่ันใจแล้วจงึ ตดั สินใจ อาชีพที่มีส่วนร่วมพฒั นาประเทศ สามารถแบง่ ออกเป็น 8 ประเภท คอื 1. อาชีพเกษตรกรรม (Agriculture) เปน็ อาชีพหลกั ของคนไทยมาเป็นเวลาช้านาน ไดแ้ ก่ การทาสวน การทา นา ทาไร่ การประมง การเล้ยี งสตั ว์ และการป่าไม้ 2. อาชพี เหมืองแร่ (Mineral) เกย่ี วข้องกับการดาเนนิ กจิ กรรม การขุดเจาะนาเอาทรัพยากรธรรมชาตติ ่างๆมา ใช้ เชน่ ถา่ นหิน ดบี กุ น้ามัน และปนู ซเี มนต์ ฯลฯ 3. อาชพี อุตสาหกรรม (Manufacturing) เป็นการดาเนนิ กจิ กรรมทางด้านการผลิตและบริการทว่ั ๆไปท้ัง อุตสาหกรรมขนาดย่อมและขนาดใหญ่ แบง่ ไดด้ ังน้ี 3.1 อตุ สาหกรรมในครัวเรอื น หรือ อุตสาหกรรมขนาดย่อม เปน็ การดาเนินกจิ กรรมท่ใี ช้แรงงาน สมาชิกในครอบครวั วสั ดุท่ีใช้ผลิตหาไดใ้ นท้องถิน่ ผลติ ัณฑ์จากภมู ิปญั ญาท้องถน่ิ 4. อาชพี ก่อสร้าง (Construction) เปน็ การดาเนินกจิ กรรมเกี่ยวกับการสรา้ งอาคาร ท่อี ยู่อาศัย ถนน สะพาน เขื่อน ฯลฯ 5. อาชพี การพาณชิ ย์ (Commercial) เปน็ การดาเนินกจิ กรรมเก่ยี วช้องกับการตลาด การจาหนา่ ยสินค้าปลีก และ

สินค้าส่ง 6. อาชีพการเงนิ (Financial) การดาเนนิ กจิ กรรมท่สี ่งเสรมิ ใหธ้ รุ กจิ ต่างๆคล่องตัวมากยิ่งขึน้ ให้ความชว่ ยเหลอื และ การลงทุน ไดแ้ ก่ ธนาคารต่างๆ 7. อาชพี บริการ (Services) เป็นการดาเนินกิจกรรมทตี่ อบสนองความต้องการของผบู้ ริโภค ในการอานวยความ สะดวกสบาย เป็นการขนส่ง การสือ่ สาร การโรงแรม การทอ่ งเทีย่ ว โรงพยาบาล โรง ภาพยนตร์ ภตั ตาคาร รา้ นอาหาร สถานบันเทงิ ต่างๆ ฯลฯ 8. อาชพี อนื่ ๆ เปน็ อาชีพทน่ี อกเหนือจากอาชพี ดังกลา่ วข้างตน้ ไดแ้ ก่ อาชพี อสิ ระต่างๆ เชน่ แพทย์ ครู เภสชั วิศวกร สถาปนิก จติ รกร ประตมิ ากร เป็นต้น

ใบความรูท้ ี่ 3 การประเมินความพร้อมและความเปน็ ไปได้ ของอาชีพทต่ี ดั สนิ ใจเลอื ก การเตรยี มความพร้อมและความเปน็ ไปได้ของการประกอบอาชีพ 1. เงนิ ทุน การประกอบอาชพี ต้องใชเ้ งนิ ทนุ เร่ิมต้นจานวนเท่าใด ถา้ เปดิ เปน็ รา้ นค้าต้องสารวจตนเองก่อนว่ามเี งินทนุ เพียงพอหรือไม่ และจะสามารถหาเงนิ ทุนจากแหลง่ ใดไดบ้ ้าง 2. แรงงาน ตอ้ งพจิ ารณาวา่ การประกอบอาชีพจาเปน็ ต้องจ้างแรงงานคนอน่ื เขา้ มาช่วยหรอื ไม่ และสามารถหาได้จากท่ี ไหน 3. วัสดุ อุปกรณ์ ต้องพิจารณาถึงความจาเปน็ ว่าต้องใช้ เครือ่ งมือ วสั ดุ อุปกรณอ์ ะไรบ้าง จานวนเทา่ ใด ในการ ประกอบอาชีพ 4. ทาเลท่ีต้งั สารวจตนเองมสี ถานทหี่ รอื ไม่ ถา้ ไมม่ จี าเปน็ ตอ้ งเช่าหรือซ้ือ จะมที นุ เพยี งพอหรอื ไม่ คมุ้ กับการลงทุน เพยี งใด 5. วัตถุดบิ จะหาซ้ือวตั ถุดบิ ได้จากแหลง่ ใดไดบ้ า้ ง 6. คณุ สมบัตทิ ่จี าเปน็ ในอาชพี ผู้ประกอบอาชีพใดก็ตามต้องเปน็ ผู้ท่มี ใี จรกั ในอาชพี นัน้ และมีความอดทนมุ่งม่นั ในการ ประกอบอาชีพใหป้ ระสบผลสาเรจ็ 7. สขุ ภาพ สารวจว่าตนเองมสี ขุ ภาพแขง็ แรงเหมาะสมท่ีจะประกอบอาชีพท่ีตนไดเ้ ลือกไว้หรือไม่ 8. ความถนดั และความมใี จรกั ในอาชีพ ตอ้ งพจิ ารณาวา่ อาชีพที่ตนเองได้เลอื กแล้วมีความเหมาะสมกบั คุณสมบตั ขิ อง ตนเองหรือไม่ มีความถนัดท่จี ะทาหรือมใี จรกั ทจ่ี ะทาเพยี งพอที่จะเผชิญปัญหาอปุ สรรคต่างๆ ในอาชีพหรือไม่ 9. สว่ นแบ่งตลาด ตอ้ งสารวจว่าอาชีพที่ตนได้เลือกแลว้ น้นั มโี อกาสก้าวหน้าได้หรือไม่ จะใช้กลยุทธ์ทางการตลาดให้ ประชาชนสนใจสนิ คา้ ตนเองได้อย่างไร 10. การขยายกจิ การ พิจารณาว่าในอนาคตสามารถขยายกจิ การได้หรือไมจ่ ะมปี ญั หาหรืออปุ สรรคอะไรบา้ ง 11. ความมั่นคงในอาชีพ พิจารณาวา่ อาชพี น้ีมีความม่ันคงเพยี งใดเมือ่ ลงทนุ แลว้ จะคุ้มทุนหรือไม่ เมอ่ื มีการวิเคราะห์ความพรอ้ มของตนเองในการประกอบอาชพี แล้ว ก็สามารถตอบไดว้ า่ มคี วามพร้อมแล้ว และมีความพอใจ กับการวิเคราะหค์ วามเป็นไปไดข้ องการประกอบอาชีพ กแ็ สดงวา่ มีความมัน่ ใจทจี่ ะประกอบอาชีพนตี้ ่อไป จากนั้นจงึ มีการ วางแผนงานในการประกอบอาชีพนั้นๆ ตอ่ ไป เม่อื ตดั สนิ ใจวา่ จะประกอบอาชีพใดแลว้ เพ่ือใหเ้ กิดความมั่นใจและเชื่อมัน่ ว่าอาชพี ท่เี ลือกนั้น จะสามารถดาเนนิ การได้ ตลอดไป จึงมีความจาเป็นต้องมกี ารประเมนิ โดยวเิ คราะห์ความพร้อม และความเปน็ ไปได้ของอาชพี ที่ตดั สินใจเลอื ก

ใบงาน ชอ่ งทางการเขา้ สอู่ าชีพ ตอบคาถามต่อไปน้ี 1 กอ่ นการตัดสนิ ใจเลือกประกอบอาชีพ ผู้เรียนควรปฏบิ ัติตนอยา่ งไร ……………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………… 2 วิเคราะห์และเปรียบเทียบผลดแี ละผลเสียของกระบวนการตดั สนิ ใจเลอื กอาชพี ……………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………… 3 สารวจบุคลกิ ภาพของตนเองวา่ มีจุดเดน่ อยา่ งไร บนั ทึกผลและนาเสนอหนา้ ช้นั เรียน ……………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………

4 ผูเ้ รยี นคิดวา่ คา่ นยิ มในการทางานในปัจจบุ นั นีเ้ ป็นอย่างไร สรปุ ผลและนาเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น ……………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………… 5 ผู้เรียนคิดวา่ ตนเองมีความสามารถพเิ ศษอะไร และมีความเหมาะสมกบั อาชพี อะไร ……………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………… 6. ใหผ้ ู้เรียนค้นคว้าหาข้อมูลเกีย่ วกบั อาชีพทีน่ า่ สนใจจากหนงั สือพิมพ์ นติ ยสารหรอื อินเทอรเ์ นต็ สรปุ ผลและจัดทา เปน็ รายงาน ……………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………

แบบทดสอบหลงั เรียน คำชี้แจง ใหท้ ำเคร่ืองหมำย X ทบั ตวั อกั ษรหนำ้ คำตอบที่ถูกที่สุดเพยี งขอ้ เดียว 1. ขอ้ ใดคือควำมสำคญั ของกำรประกอบอำชีพ ง. กำรใชว้ จิ ำรณญำณในกำรตดั สินเลือก ก. ควำมสำคญั ตอ่ ตนเอง อำชีพ ข. ควำมสำคญั ต่อครอบครัว ค. ควำมสำคญั ต่อชุมชน คำถำมน้ีมีคำตอบท่ีถูกตอ้ งอีกคือ_____________ ง. ถูกทุกขอ้ _______________________________________ 5. ขอ้ ใดไมใ่ ช่กำรดูแลรักษำสุขภำพร่ำงกำย คำถำมน้ีมีคำตอบที่ถูกตอ้ งอีกคือ_____________ _______________________________________ ก. กำรรับประทำนอำหำรที่มีประโยชน์และ 2. ปัจจยั ในกำรเลือกอำชีพมีท้งั หมดก่ีปัจจยั คุณคำ่ ตอ่ ร่ำงกำย ก. 5 ข .กำรทำงำนไมเ่ ป็นเวลำ ข. 6 ค. กำรออกกำลงั กำย ค. 7 ง. กำรนอนหลบั พกั ผอ่ นอยำ่ งเพียงพอ ง. 8 คำถำมน้ีมีคำตอบท่ีถูกตอ้ งอีกคือ_____________ คำถำมน้ีมีคำตอบท่ีถูกตอ้ งอีกคือ_____________ _______________________________________ _______________________________________ 6. ขอ้ ใดไมใ่ ช่กำรรู้จกั ตนเองหรือทำกำรสำรวจ 3. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ปัญหำในกำรเลือกอำชีพ ตนเองในกำรทำงำน ก. เลือกอำชีพไมต่ รงกบั ควำมรู้ ก. คน้ หำควำมน่ำเชื่อถือ ข. คน้ หำทกั ษะ ควำมสำมำรถ ค. ควำมชอบหรือควำมไมช่ อบ ข. เลือกอำชีพตำมที่ตนถนดั ง. สำรวจผลสมั ฤทธ์ิทำงกำรเรียน ค. ขำดทกั ษะควำมเช่ียวชำญในสำขำอำชีพท่ี คำถำมน้ีมีคำตอบท่ีถูกตอ้ งอีกคือ_____________ _______________________________________ เลือกปฏิบตั ิ 7. ขอ้ ใดไมใ่ ช่กำรมองหำแหล่งงำนจำกแหล่ง ง. เลือกอำชีพตำมกระแสสงั คมมำกกวำ่ ควำม ต่ำง ๆ ก. หอ้ งแนะแนว ตอ้ งกำร ข. หนงั สือพิมพห์ รือหนงั สือสมคั รงำน คำถำมน้ีมีคำตอบท่ีถูกตอ้ งอีกคือ_____________ ค. อินเทอร์เน็ต _______________________________________ ง. จดหมำย 4. ขอ้ ใดไม่ใช่หลกั ในกำรเลือกอำชีพของ Frank คำถำมน้ีมีคำตอบที่ถูกตอ้ งอีกคือ_____________ Parsons _______________________________________ ก. หลกั กำรตำมกระแสนิยม ข. หลกั กำรวเิ ครำะห์ตนเอง ค. หลกั กำรวเิ ครำะห์อำชีพ

8. กำรตดั สินใจเลือกงำนควรศึกษำรำยละเอียดท่ี สำคญั อะไรบำ้ ง ก. ควำมมน่ั คงและควำมกำ้ วหนำ้ ข. สภำพและบรรยำกำศกำรทำงำน ค. รำยไดแ้ ละสวสั ดิกำร ง. ถูกทุกขอ้ คำถำมน้ีมีคำตอบที่ถูกตอ้ งอีกคือ_____________ _______________________________________ 9. ขอ้ ใดไม่ใช่ส่ิงสำคญั และจำเป็นตอ้ งจดั เตรียม ก่อนไปสมคั รงำน ก. หลกั ฐำนกำรสมคั รงำน ข. เพอ่ื นหรือผตู้ ิดตำม ค. อุปกรณ์ท่ีตอ้ งใชใ้ นกำรสมคั รงำน ง. กำรแต่งกำย คำถำมน้ีมีคำตอบที่ถูกตอ้ งอีกคือ_____________ _______________________________________ 10. ขอ้ ใดไมใ่ ช่แนวทำงกำรเขียนจดหมำยสมคั ร งำน ก. ใชภ้ ำษำสุภำพ เขำ้ ใจง่ำย และกะทดั รัด ข. หลีกเล่ียงกำรใชค้ ำยอ่ ค. เขียนใหเ้ กินจริง ง. ใหใ้ ชจ้ ดหมำยฉบบั จริงอยำ่ ใชส้ ำเนำ คำถำมน้ีมีคำตอบที่ถูกตอ้ งอีกคือ_____________ _______________________________________

เฉลย _____________________________________________________________________________________ 1. ง 2. ค 3. ข 4. ก 5. ข 6. ก 7. ง 8. ง 9. ข 10. ค

บนั ทกึ หลงั สอน กกกกกกก1. ปัญหาหรืออปุ สรรคในการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ กกกกกกก……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… กกกกกกก2. แนวทางการแก้ปญั หาหรอื อุปสรรค กกกกกกก……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… กกกกกกก3. การปรับปรุงแผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้ เร่อื ง การอ่าน กกกกกกก……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชอ่ื …………………………………………………… (……………………………………………………) ตาแหน่ง…………………………………………………. ความคิดเหน็ ของผู้นิเทศท่ีไดร้ บั มอบหมายจากผู้บรหิ าร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงช่อื ………………………………………………..…… (……………………………………………………) ตาแหนง่ …………………………………………………. ความคิดเหน็ ของผ้บู รหิ ารสถานศึกษา ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชอ่ื ………………………………………………..…… (……………………………………………………) ตาแหน่ง………………………………………………….

แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้ กลมุ่ สาระความรู้พน้ื ฐาน รายวชิ า ช่องทางการเขา้ สูอ่ าชพี ( อช11001) ระดบั ประถมศกึ ษา แผนการจัดการเรียนรู้เรือ่ งท่ี 4 เรือ่ งการตดั สนิ ใจเขา้ สอู่ าชีพ เวลา 6 ชัว่ โมง สอนวันที่ …….……เดอื น …………………พ.ศ.………......... ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2563 มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ 1. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจและเจตคตทิ ีด่ ีในงานอาชีพ วิเคราะหล์ กั ษณะงาน ขอบข่ายงานอาชีพในชมุ ชน สงั คม ประเทศและภมู ิภาค 5ทวีป ได้แก่ ทวปี เอเชยี ทวีปออสเตรเลยี ทวีปอเมริกา ทวปี ยโุ รป และทวีปอัฟรกิ า ท่เี หมาะสมกบั ศกั ยภาพ 5 ดา้ นไดแ้ ก่ ศกั ยภาพของทรัพยากรธรรมชาติในแต่ละพื้นท่ี ศักยภาพของพ้นื ที่ตามลกั ษณะภูมิอากาศ ศักยภาพ ของภูมปิ ระเทศและทาเลทีต่ ง้ั ของแต่ละพนื้ ท่ี ศักยภาพของศิลปะ วัฒนธรรมประเพณแี ละวถิ ีชวี ติ ของแต่ละพื้นท่ีศกั ยภาพ ของทรัพยากรมนุษย์ในแตล่ ะพนื้ ทเ่ี พื่อการเขา้ สู่อาชีพ ตัวชวี้ ัด ผู้เรยี นสามารถตดั สนิ ใจเลือกอาชพี ได้เหมาะสมกบั ตนเอง สาระการเรยี นรู้ 1. ตดั สนิ ใจเขา้ สอู่ าชีพด้วยปรัชญาคดิ เป็น 2. ตัดสนิ ใจเขา้ ส่อู าชพี ดว้ ยการวเิ คราะหศ์ ักยภาพ กระบวนการจดั การเรยี นรู้ ขน้ั กาหนดสภาพปัญหาความต้องการในการเรียนรู้ 1.ครูและผู้เรียนรว่ มกนั กาหนดการเรียนรใู้ นเรื่องตอ่ ไปน้ี - ตัดสนิ ใจเขา้ สู่อาชพี ดว้ ยปรชั ญาคดิ เป็น - ตัดสนิ ใจเขา้ สู่อาชพี ด้วยการวิเคราะหศ์ ักยภาพ -ใหผ้ เู้ รยี นทากจิ กรรมตามใบงาน ข้นั ท่ี ๒ แสวงหาข้อมูลและจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ครผู เู้ รยี นรว่ มกันกาหนดกรอบเนอ้ื เกี่ยวกับการเรยี นรู้ด้วยตนเอง การใช้แหลง่ เรียนรู้ การใช้แหล่งเรยี นรู้รวมทั้งการ จัดการความรู้ ข้ันท่ี ๓ การปฏิบัตแิ ละการนาไปใช้ ๑.ครูและผูเ้ รียนสรุปสาระสาคญั และนาความรทู้ สี่ อดคล้องกับวิถชี ีวิตไปเป็นแนวทางในการดาเนนิ ชีวิต ๒.จัดทาเปน็ รปู เลม่ รายงานจัดนิทรรศการและอภปิ รายร่วมกัน ขน้ั ท่ี ๔ การประเมินผลการเรียนรู้ ๑ ครูและผูเ้ รียนสรปุ สาระสาคญั ตามมาตรฐานการเรียนรู้ ๒ .ซักถาม ๓. แบบประเมนิ ข้ันท่ี ๕ มอบหมายงาน/กิจกรรมการเรยี นรูใ้ นสัปดาหต์ ่อไป ๑.มอบหมายงานการเรยี นรใู้ นหนว่ ยการเรียนร/ู้ กิจกรรมในสปั ดาหต์ อ่ ไป

ใบความรู้ ท่1ี ตดั สนิ เข้าสอู่ าชพี ด้วยปรัชญาคดิ เปน็ แนวความคดิ เรอ่ื งคดิ เปน็ มีองค์ประกอบทส่ี าคญั ในเชงิ ปรัชญา 3 ส่วน กล่าวคือ เป้าหมายสงู สดุ ของชีวิตมนุษย์ คอื ความสุข มนุษย์จงึ แสวงหาวธิ ีการต่าง ๆ เพื่อทีจ่ ะมุ่งไปสูค่ วามสขุ นัน้ แตเ่ นื่องจากมนษุ ย์มคี วามแตกตา่ งกนั โดยพน้ื ฐานทัง้ ทาง กายภาพ อารมณ์ สงั คม จิตใจและสภาวะแวดล้อม ทาให้ความตอ้ งการของคนแตล่ ะคนมีความแตกตา่ งกนั การให้คุณคา่ และ ความหมายของความสุขของมนษุ ยจ์ ึงแตกตา่ งกัน การแสวงหาความสุขที่แตกต่างกนั นั้น ขน้ึ อยกู่ ับการตดั สินใจของคนแต่ละ คน การตดั สนิ ใจนน้ั จาเป็นจะตอ้ งใช้ขอ้ มูลอยา่ งรอบด้าน ซ่ึงโดยหลักการของการคิดเป็น มนุษย์ควรจะใชข้ ้อมลู อย่างนอ้ ย 3 ด้าน คือ ข้อมลู ตนเอง ซึง่ เป็นข้อมลู เก่ยี วกบั ตนเอง ท้งั ทางด้านกายภาพ สุขภาพอนามัยความพร้อมตา่ ง ๆ ข้อมลู สงั คม ซึ่ง เปน็ ขอ้ มูลเกย่ี วกบั สภาพแวดลอ้ ม ครอบครวั สงั คม วัฒนธรรม ความเชือ่ ประเพณี คา่ นิยมตลอดจนกรอบคุณธรรม จริยธรรม และขอ้ มูลทางวิชาการ คือความรทู้ เ่ี กี่ยวข้องกบั เรื่องทต่ี ้องคิด ตดั สินใจนน้ั ๆ ว่ามีหรือไม่เพียงพอที่จะนาไปใช้ หรอื ไม่ การใชข้ ้อมลู อย่างรอบดา้ นน้ีจะชว่ ยให้การคิดตัดสินใจเพอื่ แสวงหาความสุขของมนษุ ย์เป็นไปอยา่ งรอบคอบ เรยี ก วิธกี ารคิดตดั สนิ ใจนี้วา่ “คดิ เปน็ ” และเป็นความคิดที่มพี ลวัต คือ ปรับเปลย่ี นได้เสมอ เมือ่ ข้อมลู เปลีย่ นแปลงไป เปา้ หมาย ชวี ิตเปลี่ยนไป กระบวนการคดิ เปน็ กระบวนการคดิ เป็นอาจจาแนกให้เหน็ ข้ันตอนต่าง ๆ ทีป่ ระกอบกนั เข้าเป็นกระบวนการคิดได้ ดังน(ี้ สานัก บริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน.2547:31-32) ขนั้ ที่ 1 การระบุปัญหาท่ีกาลังเผชิญอยู่ ขัน้ ท่ี 2 การศึกษารวบรวมข้อมูลเกยี่ วกับปัญหาเพื่อทาความเข้าใจปัญหาและสถานการณ์น้ัน ๆ โดยจาแนกข้อมูล ออกเป็น 3 ประเภท คือ ข้อมลู สังคม : ไดแ้ ก่ขอ้ มูลเก่ียวกบั สภาพแวดลอ้ มที่อยู่รอบ ๆ ตวั ปัญหา สภาพสังคมของแตล่ ะบุคคล ต้งั แต่ครอบครวั ชุมชนและสังคมทั้งในแงเ่ ศรษฐกจิ การเมืองการปกครอง ส่ิงแวดล้อม วฒั นธรรม ประเพณี ความเช่อื คา่ นิยม เปน็ ตน้ ข้อมูลตนเอง : ไดแ้ ก่ขอ้ มลู เกย่ี วกบั ตวั บคุ คล ซงึ่ จะเป็นผ้ตู ัดสินใจ เป็นข้อมลู ทั้งทางดา้ นกายภาพ ความพร้อมทั้งทางอารมณ์ จติ ใจ เปน็ ตน้ ขอ้ มูลทางวิชาการ : ไดแ้ กข่ ้อมูลด้านความร้ใู นเชงิ วชิ าการทจ่ี ะชว่ ยสนบั สนนุ ในการคิดการดาเนนิ งาน ขั้นท่ี 3 การสังเคราะหข์ ้อมูลทัง้ 3 ดา้ น เขา้ มาชว่ ยในการคิดหาทางแก้ปญั หาภายในกรอบแหง่ คุณธรรม ประเดน็ เด่นของ ขั้นตอนน้ีคือระดับของการตดั สนิ ใจท่ีจะแตกต่างกันไปแต่ละคนอนั เปน็ ผลเนอ่ื งมาจากขอ้ มูลในขัน้ ท่ี 2 ความแตกต่างของการ ตัดสินใจดงั กล่าว มงุ่ ไปเพื่อความสขุ ของแต่ละคน ขั้นที่ 4 การตัดสนิ ใจ เป็นข้ันตอนสาคัญของแต่ละคนในการเลือกวธิ ีการหรือทางเลือกในการแก้ปัญหา ขน้ึ อยกู่ บั ว่าผล ของการตดั สินใจน้นั พอใจหรือไม่ หากไม่พอใจกต็ อ้ งทบทวนใหม่ ขนั้ ที่ 5 เป็นการปฏบิ ัติตามส่ิงทไ่ี ด้คดิ และตดั สินใจแลว้

ใบความรูท้ ่ี 2 - การตัดสินใจเขา้ สอู่ าชพี ด้วยการวิเคราะหศ์ กั ยภาพ - ตรวจสอบความเปน็ ไปไดใ้ นการประกอบอาชีพ ตอ้ งรจู้ ักตนเอง 1.1 ความชอบหรือความสนใจของบุคคล ในการเลือกอาชีพท่ีเหมาะสมกับตนเองควรนาเอาผลการสารวจดา้ นต่างๆ มา ประกอบการพิจารณา เชน่ มีบุคลิกภาพแบบใด ความสามารถดา้ นใด ชอบทากจิ กรรมอะไรซ่งึ จะช่วยให้พจิ ารณาตนเองได้ว่า ควรประกอบอาชีพอะไร ซงึ่ หากเลือกอาชีพได้ตรงกับคุณสมบตั ิของตนเองกจ็ ะทาใหป้ ระกอบอาชีพนั้นได้อย่างมีความสขุ และมผี ลงานท่ีมปี ระสิทธิภาพ 1.2 ความถนัดของบุคคล การท่บี คุ คลจะวางแผนในอนาคตได้อย่างถกู ต้องเหมาะสมกับตนเองได้นัน้ บคุ คลตอ้ งรู้จักความ ถนัดของตนเอง ทกุ คนมีความถนดั แตล่ ะดา้ นแตกต่างกันไป เม่ือทาสงิ่ ใดไดด้ ีกจ็ ะทาให้มีความสขุ และเกิดความภาคภูมิใจใน ตนเอง การรจู้ ักจุดด้อยของตนเองจะช่วยให้พฒั นาได้ถูกต้อง และเรียนรู้ท่ีจะปรับปรงุ ด้านท่ไี ม่ถนัด ความถนัดและความ สนใจมกั เปน็ สงิ่ ท่ีคู่กันไปความถนัด อาจสงั เกตได้จากการท่ีบุคคลทากจิ กรรมใดหรือสง่ิ ใดแลว้ ทาได้ดีคล่องแคล่ว ทาแล้ว ประสบความสาเรจ็ 1.3 สติปัญญาและความสามารถ การท่จี ะดูวา่ สติปญั ญาหรือความสามารถดหี รือไมด่ ีน้ันอาจดูไดจ้ ากผลการเรยี นที่ผา่ นมา ในแต่ละวชิ าทีส่ อบ ไดผ้ ลการเรียนเป็นอยา่ งไรถ้าไดผ้ ลการเรยี นในวิชานั้นสูงกแ็ สดงวา่ ระดับสติปญั ญาหรอื ความสามารถใน การเรียนวชิ านน้ั สูง แต่ถ้าผลการเรยี นในวิชานัน้ ตา่ ก็แสดงว่าสติปัญญาหรอื ความสามารถในการเรยี นวชิ านั้นต่า ถา้ บุคคลรวู้ า่ ตนเองมีความสามารถดา้ นใดกจ็ ะชว่ ยทาให้ เลอื กแนวทางทเ่ี หมาะสมกับตนเองมากท่ีสุด 1.4 ค่านยิ ม การท่บี ุคคลจะวางแผนอนาคตได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสมกับตนเองไดน้ ้นั ต้องรูค้ ่านยิ มในงานทีต่ นยดึ ไวเ้ ปน็ หลัก คา่ นยิ มในตนเองมีผลตอ่ การเลือกแนวทางตา่ งๆในชวี ติ การสารวจค่านิยมในงานอาชีพจะชว่ ยชี้นาไปสู่อาชีพที่ตรงกับความ ต้องการของตนเอง มโี อกาสประสบความสาเร็จในหนา้ ทก่ี ารงานสงู แต่กค็ วรจะนาคณุ สมบตั ิดา้ นอน่ื ๆมาประกอบกับค่านิยม ของตนเองด้วย เพ่อื ช่วยใหพ้ ิจารณาอาชีพที่ควรเลอื กทา เพือ่ จะไปประกอบอาชีพในอนาคต 1.5 บุคลิกภาพ เป็นลักษณะเฉพาะตัวของแตล่ ะบคุ คลดา้ นตา่ งๆทัง้ ภายนอกและภายใน ภายนอก เชน่ รปู ร่าง หน้าตา กริ ิยา มารยาท การแต่งกายภายใน เชน่ สตปิ ญั ญา ลักษณะอารมณ์ ลกั ษณะต่างๆของ บุคลกิ ภาพ ไมส่ ามารถแยกเป็นส่วนๆออกจากกันได้ บุคลิกภาพของบคุ คลถกู หล่อหลอมดว้ ยพันธุกรรม การเรยี นรู้ วธิ ปี รับตวั ของบุคคลและส่ิงแวดลอ้ ม ต้องพจิ ารณาว่าอุปนสิ ัยใจคอของตนเองเปน็ อยา่ งไร ควรไดร้ ับการพฒั นาจนกลายเป็น ความสามารถและลกั ษณะเฉพาะตัว ทาให้เปน็ คนมีคุณภาพ ลกั ษณะบางอย่างอาจนึกไม่ถึงเพราะเป็นจุดเลก็ ๆ แต่อาจเปน็ จุด ทด่ี ีและเดน่ ของตนเองก็ได้ การสารวจตนเองจะทาให้เลอื กแนวทางชวี ติ ไดอ้ ยา่ งถูกต้องและเหมาะสม 1.6 รปู รา่ งและลักษณะของร่างกาย สถานศึกษาหลายแห่งกาหนดคุณสมบตั ิ รปู ร่างและลกั ษณะของทางรา่ งกายไวด้ ้วย เช่น สถานศึกษาด้านทหาร ตารวจ พลศึกษา จะต้องเปน็ คนท่มี สี ขุ ภาพดีคือมรี ปู ร่างสมบูรณแ์ ข็งแรง (มสี ว่ นสูงสัมพนั ธ์กับ นา้ หนกั ) มีลักษณะสมชายและตอ้ งไม่พกิ ารทางสายตา 1.7 อายุ สถานศกึ ษาหลายแห่ง กาหนดอายุของผูท้ ่จี ะเข้าศกึ ษาไว้ ซง่ึ ต้องนามาประกอบการตดั สินใจ 1.8 เพศ บางสถานศึกษาได้กาหนดเพศเอาไวด้ ้วย เพ่ือความเหมาะสมและความคล่องตัวในการประกอบอาชพี เช่น พยาบาล 1.9 สัญชาตแิ ละเชอื้ ชาติ สถานศึกษาบางแหง่ จะกาหนดวา่ ผู้เขา้ ศึกษาตอ่ ต้องมีสัญชาติและเชื้อชาตติ ามสถานศึกษาน้นั กาหนด ทง้ั นต้ี ้องสงวนสิทธใิ์ นการประกอบอาชีพบางอาชีพเพ่ือคนไทย เชน่ อาชีพทหารหรอื ตารวจ 1.10 เป้าหมายในอนาคต ควรตงั้ เปน็ เปา้ หมายในอนาคตวา่ ต้องการประกอบอาชีพใดเพ่ือจะได้ศึกษาต่อในสาขาวชิ าท่ี สอดคลอ้ งกับอาชีพที่ตนเองสนใจ มคี วามถนัดและสอดคล้องกบั บุคลิกภาพของตน 1.11 ผูป้ กครอง การท่จี ะเลือกศึกษาต่อหรือประกอบอาชีพ ควรขอคาปรกึ ษาจากผปู้ กครองก่อนเพอ่ื ช่วยชี้แนะแนวทางให้ ตัดสินใจได้อยา่ งถูกต้อง ตอ้ งรู้จกั สิ่งแวดล้อม

ตอ้ งดูข้อมูลเก่ยี วกบั สถานศกึ ษาทจ่ี ะศกึ ษาต่อวา่ มีที่ตัง้ ระยะทางไป-กลับระหว่างท่พี ักกับสถานศึกษาระเบยี บการ หลักสตู ร คุณสมบัตทิ ี่ต้องการ สวัสดิการ คา่ ใชจ้ ่าย เป็นอย่างไรหรือข้อมลู เกีย่ วกับอาชีพวา่ ลักษณะงาน คุณสมบัติท่ีต้องมี โอกาส ก้าวหน้าในอาชีพ รายได้ สวัสดกิ ารเปน็ อย่างไร และอาชีพในอนาคตเปน็ ทต่ี ้องการของตลาดแรงงานหรอื ไม่ เปรียบเทียบข้อมูลของตนเองกับสิ่งแวดล้อม เมือ่ รจู้ ักตนเองดา้ นต่างๆ รูจ้ ักขอ้ มลู เกีย่ วกับสถานศึกษาท่ีต้องศึกษาต่อ หรอื ขอ้ มลู เกี่ยวกับอาชีพแล้วให้นาข้อมลู ท่เี ก่ียวกบั ตนเองเปรียบเทยี บกบั ขอ้ มูลสิ่งแวดลอ้ ม วา่ เหมาะสมทจ่ี ะเลือกศึกษาต่อหรือประกอบอาชีพได้อยา่ งถกู ต้องและเหมาะสม กบั อัตภาพของตนโดยมีการพจิ ารณาอย่างรอบคอบ องค์ประกอบก่อนตดั สินใจเลอื กอาชีพ ก่อนตัดสินใจเลือกอาชีพจาเปน็ ต้องมีการวางแผนชีวติ ดา้ นอาชีพต้ังแต่วยั เรียน ซ่ึงเป็นการวางแผนระยะยาวทีต่ ้องใช้ระยะ เวลานาน และใช้ความพยายาม การจะไดร้ บั ผลตอบแทนอยา่ งคุ้มค่าข้ึนอยกู่ ับองคป์ ระกอบ 2 ประการคอื ปจั จัยภายนอก ได้แก่ ข้อมลู อาชีพเป็นข้อมูลท่ีมีขอบข่ายกว้างขวางมากซง่ึ สรุปไดด้ งั น้ี 1.1 แนวโนม้ ของตลาดแรงงาน เป็นขอ้ มูลเกย่ี วกับความต้องการผ้ทู างานในด้านต่างๆในปัจจุบันและพยากรณ์ทจ่ี ะมีความ ต้องการเพิ่มขนึ้ หรอื ลดลงใน 1.2 ลกั ษณะงาน งานท่ีจะต้องทาเปน็ ประจามีลักษณะอย่างไร ทท่ี างานจะต้องทาอะไรบา้ ง เปน็ งานที่ทาใหเ้ กดิ ความ เพลิดเพลินหรือก่อให้เกิดความเบ่อื หนา่ ย 1.3 สภาพแวดลอ้ มของงาน ได้แก่ สภาพแวดลอ้ มและบรรยากาศของงานเ ช่น รอ้ น เยน็ ช้ืน แหง้ เปยี ก ฝนุ่ ละออง สกปรก เสียงดงั ในอาคารกลางแจ้ง ในโรงงานมีสารพิษ มีความขัดแย้ง 1.4 คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชพี อายุ ได้มกี ารกาหนดช่วงอายุในการทางานและเกษียณไว้อย่างไร เพศ อาชีพน้นั ๆโดยท่วั ไปเปน็ อาชพี สาหรับเพศหญงิ หรือเพศชายหรอื ใหโ้ อกาสแก่ท้ังหญิง ท้งั ชายหรือให้โอกาสแก่เพศใดเพศหนงึ่ มากกว่า 1.5 การเลือกประกอบอาชพี การประกอบอาชีพต้องมวี ิธกี ารอยา่ งไร โดยการสมัครงานกับนายจ้างดว้ ยตนเอง ตอ้ งมีการ สอบสมั ภาษณ์ หรือต้องสอบขอ้ เขียนดว้ ย ถา้ เป็นการประกอบอาชีพอิสระต้องใช้ทนุ ทรัพย์เพื่อดาเนินกิจการมากน้อยเพยี งใด 1.6 รายได้ ในการประกอบอาชพี น้นั ควรพิจารณาว่าจะมีรายไดเ้ ป็น วนั สปั ดาห์ เดอื น ปี โดยเฉลีย่ แลว้ เป็นเงนิ จานวนเท่าใด 1.7 ความกา้ วหนา้ อาชีพน้ันจะมคี วามก้าวหนา้ เพียงใด จะต้องมีการศึกษาอบรมเพ่มิ เติม มีความสามารถหรือประสบการณ์ อยา่ งไรจึงจะไดเ้ ลือ่ นข้นั มากน้อยเพียงใด การประกอบอาชีพเดมิ นาไปส่อู าชีพใหม่หรือไม่ 1.8 การกระจายของผปู้ ระกอบอาชีพ มีผ้ปู ระกอบอาชีพมากน้อยเพยี งใด และกระจายอยทู่ ว่ั ประเทศหรือมอี ยู่เพยี งบาง จงั หวัด ทาไมจึงเปน็ เช่นน้ัน ประกอบอาชีพใดก็ได้หรือจะต้องอยู่ทีใ่ ดทห่ี น่ึงโดยเฉพาะ 1.9 ขอ้ ดแี ละข้อเสยี อาชีพแตล่ ะอยา่ งย่อมมีท้ังขอ้ ดีและข้อเสียขนึ้ อยู่กับความพอใจและความต้องการของผปู้ ระกอบอาชพี ของแตล่ ะคน งานบางอยา่ งอาจมกี ารทางานล่วงเวลา ทางานในวนั เสารอ์ าทิตย์หรือวันหยุด และเดนิ ทางไปปฏบิ ัตใิ นท้องท่ี อน่ื ๆ งานบางอาชพี มีความม่ันคงกว่างานอาชีพอื่น ปัจจยั ภายใน โดยแบง่ ออกเป็น 2.1 ปจั จยั สว่ นบคุ คล เช่นความสนใจ บคุ ลิกภาพ สติปญั ญา ความถนัด ทักษะความสมั ฤทธผิ์ ล ประสบการณ์ แรงจงู ใจใฝ่สัมฤทธิผ์ ล ความรับผดิ ชอบ ความอตุ สาหะ ความตรงต่อเวลา ความอบอุน่ เพศ เชื้อชาติ 2.2 ปัจจยั เกีย่ วกบั โครงสร้างของค่านิยม ปญั หาก่อนตดั สนิ ใจเลือกอาชีพ ในการตัดสนิ ใจเลอื กอาชพี จาเป็นต้องวางแผนใหร้ อบคอบ ซง่ึ ตอ้ งใช้ระยะเวลานานพอสมควร และต้องใชค้ วามเพียร พยายามอย่างมาก เพอ่ื ให้ได้ผลตอบแทนอยา่ งดีท่สี ุดในชีวติ ของตนเอง อย่างไรก็ตามก่อนจะตัดสนิ ใจเลือกอาชีพอาจจะมี ปญั หาของแตล่ ะบุคคลแตกต่างกนั ไปดงั น้ี

1.ขาดความรูค้ วามเข้าใจในการประกอบอาชีพ ขาดทักษะและรายละเอยี ดข้อมูลเกี่ยวกบั อาชีพ เช่นลกั ษณะของงานอาชพี กระบวนการทางานในอาชพี นั้นๆ ความก้าวหน้าในอาชพี และความต้องการของตลาดแรงงานสาขาอาชีพน้นั 2.ขาดความช่วยเหลอื เก่ยี วกับการใหค้ าปรึกษา แนะนา แนะแนวอาชีพ แนะแนวการศึกษาต่อและการเตรยี มตวั ก่อนเขา้ สู่ ตลาดแรงงาน 3.ขาดความรู้ขีดความสามารถของตนเอง ผสู้ มัครงานไมส่ ามารถประเมนิ สตปิ ัญญาความถนัด ความสนใจและความพร้อมใน การเลอื กประกอบอาชีพใหเ้ หมาะสมกับตนเองได้ 4.ขาดความรู้ดา้ นเศรษฐกิจ ผู้สมคั รงานจะต้องมคี วามรู้เรื่องปัญหาเศรษฐกจิ ซึ่งมผี ลต้ังแตก่ ารเลอื กเรียนตอ่ หรือศึกษา เพ่มิ เติมในสาขาวิชาท่ใี ช้เงนิ ทุนจานวนนอ้ ย และเมื่อสาเร็จการศึกษาแล้ว เป็นท่ีต้องการของตลาดแรงงานและการฝึกพฒั นา ฝมี อื ตนเองเพ่ิมเติม เพ่ือคุณลักษณะเด่นในการสมคั รงาน ขอ้ แนะนากอ่ นตัดสนิ ใจเลือกอาชพี ก่อนตดั สินใจเลือกอาชพี ใดควรพิจารณาอย่างรอบคอบซ่ึงมีขอ้ แนะนาดังนี้ ผตู้ ดั สนิ ใจเลอื กอาชพี ควรรจู้ กั ตนเอง ไม่ว่าจะเปน็ นสิ ัย ความรู้ ความถนัด ความสามารถ ความสนใจบคุ ลกิ ภาพ เจต คตเิ กี่ยวกับอาชีพ และฐานะการเงนิ ของตนเองควรมคี วามรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกับอาชีพตา่ งๆ ไม่วา่ จะเป็น ค่าจา้ ง สวัสดิการ ความกา้ วหน้า และความมน่ั คงของงาน ความต้องการของตลาดแรงงาน ควรเลอื กอาชีพท่ีชอบหรือคดิ วา่ ถนดั สารวจตัวเอง ว่าสนใจอาชพี อะไร ชอบหรอื ถนดั ดา้ นใด มีความสามารถอะไรบา้ ง ที่ สาคัญคือตอ้ งการหรืออยากจะประกอบอาชีพอะไรจงึ จะเหมาะสมกบั ตวั เองและครอบครวั กลา่ วคือ พิจารณาลักษณะงาน อาชพี และ พจิ ารณาตวั เองพร้อมทง้ั บุคคลในครอบครัวประกอบกนั ไปด้วย ควรจะต้องพฒั นาความสามารถของตนเอง คือ ต้องศกึ ษารายละเอียดของอาชีพที่จะเลือกไปประกอบ ใหค้ วามรู้ความเขา้ ใจ ยังมีนอ้ ยมีไม่เพยี งพอก็ต้องทาการศกึ ษา ฝกึ อบรม ฝึกปฏบิ ัติเพ่ิมเติมจากบุคคลหรือหนว่ ยงานตา่ งๆ ให้มีพืน้ ฐานความรูค้ วาม เข้าใจ ในการเริ่มประกอบอาชพี ทถ่ี ูกตอ้ ง เพื่อจะไดเ้ รียนรู้จากประสบการณ์จริงของผมู้ ีประสบการณ์มาก่อน จะได้เพิ่มโอกาส ความสาเรจ็ สมหวงั ในการประกอบอาชีพนน้ั ๆ ควรพิจารณาองค์ประกอบอืน่ ทีเ่ กี่ยวข้อง เชน่ ทาเลทีต่ ั้งของอาชีพ สภาพแวดล้อมผู้รว่ มงาน พ้นื ฐานในการเร่ิมทาธุรกิจ เงินทุนโดยเฉพาะเงินทุน ต้องพจิ ารณาว่ามีเพยี งพอหรือไม่ ไม่พอจะหาแหล่งเงินทนุ จากทีใ่ ด หลักเกณฑใ์ นการเลอื กอาชพี เม่ือไดร้ ายชอ่ื บรษิ ัทท่ีผสู้ มคั รสนใจจะไปสมัครงานจากแหล่งตา่ งๆเรยี บร้อยแลว้ ควรจะมีการศึกษาหารายละเอียดเก่ียวกบั บรษิ ทั เหลา่ นั้นบา้ ง เพ่อื ป้องกันความผดิ พลาดการหารายละเอยี ดน้ีกเ็ พื่อดูความมน่ั คงของกิจการ ซ่ึงมหี ลักเกณฑ์ในการ พิจารณาต่อไปนี้ หุ้นดาเนินการและกิจการท่วั ไปผูส้ มัครคงจะไมท่ ราบฐานะทางการเงินของบรษิ ัทยกเว้นธนาคารบางแห่ง ท่ีมกี ารเปิดเผยผล กาไรขาดทุนและแสดงฐานะของกิจการในรายงานประจาปี แต่ผสู้ มัครก็พอจะมีทางทราบฐานะของกจิ การทว่ั ไป เช่น ด้าน การตลาด การผลิต และการให้บรกิ าร และสวัสดกิ ารแกพ่ นักงาน บริษัทหลายแห่งท่มี นั่ คงจะมตี ึกสานักงานของตนเอง และมี การใหบ้ รกิ ารแก่สังคมสงู เป็นที่ยอมรับของคนทว่ั ไป ทตี่ ัง้ ผ้สู มัครควรพจิ ารณาทีต่ ้ังของบริษทั ท่ีไปสมัครงานเพอื่ ความสะดวกในการเดินทางไปกลบั จากทท่ี างานถ้าบรษิ ทั อยไู่ กล จากทพ่ี ักมาก รายได้ ผู้สมคั รจะตอ้ งพจิ ารณาให้ดอี าจจะสอบถามคนทท่ี างานอยูแ่ ลว้ หรือสอบถามจากกรรมการเม่ือสอบสมั ภาษณ์ก็ได้ บรรยากาศการทางาน ผู้สมัครควรศกึ ษาบรรยากาศในการทางานของบรษิ ัทนั้นว่า มกี ารทางานกันอย่างมคี วามสุข เป็น ระเบยี บเรยี บรอ้ ย มวี ินัยดีพอสมควรหรือไม่ เพ่ือประกอบการตัดสนิ ใจใหถ้ กู ตอ้ งและเพ่อื ความสบายใจในการทางาน สภาพการทางาน สภาพการทางานเป็นสงิ่ ทีเ่ ป็นประโยชนส์ าคัญในการทางานอย่างมีความสุขและมปี ระสิทธิภาพ บา้ งบริษทั ที่ก้าวหนา้ และทนั สมยั จะมีอุปกรณอ์ านวยความสะดวกในการทางานเกือบทกุ อย่าง นับตงั้ แต่ มีทจี่ อดรถของพนักงาน ลิฟต์

เครอื่ งปรับอากาศ โตะ๊ และม้านั่ง เคร่อื งใชส้ านกั งาน เคร่ืองเขยี นและอปุ กรณ์โทรศัพท์หลายเลขหมาย เพื่อการติดตอ่ ภายนอกได้สะดวก โตะ๊ รบั แขก บริการกาแฟและเครื่องดื่มห้องน้าและหอ้ งอาหาร โอกาสก้าวหน้า ผู้สมคั รควรพิจารณาดูว่าบริษัทนน้ั ให้โอกาสแกพ่ นักงานในการพัฒนาความรคู้ วามสามารถอยา่ งไรบา้ ง เพื่อ จะได้มคี วามก้าวหนา้ ในตาแหนง่ งานอาชีพ และเงินเดอื น บางบริษทั จะสนับสนุนพนักงานในการเขา้ รบั การฝึกอบรม สมั มนา ดูงาน และฝกึ งานทงั้ ในและนอกประเทศ หรือให้พนกั งานร่วมกิจกรรมของสงั คมทีเ่ ปน็ ประโยชน์ซึ่งเปน็ การเปิดโอกาสให้ พนักงานมีโอกาสพัฒนาตนเอง มีวตั ถปุ ระสงค์ตรงกบั ผู้สมัคร ปรชั ญาในการดาเนินธรุ กจิ ของบริษทั ควรจะสอดคล้องกบั ปรัชญาในการประกอบอาชีพผู้สมคั ร ด้วย เช่น มีความรับผิดชอบต่อสงั คม ไมเ่ อาเปรยี บผ้บู ริโภค หรอื มเี ปา้ หมายแอบแฝง หรือเปน็ ภัยตอ่ ความมนั่ คงของ ประเทศชาติ ลักษณะงาน มนุษยท์ กุ คนมีความถนัดเฉพาะตวั แตกตา่ งกัน และความถนัดนี้ กน็ า่ จะได้มีโอกาสนามาใช้งานใหเ้ หมาะสมและ ถูกต้อง ดงั คาสุภาษติ ท่ีว่า จงบรรจุคนท่ีเหมาะสมที่สุดในงานทเ่ี หมาะสมทส่ี ดุ หรือ put the right Man on the right Job ดังนนั้ ลกั ษณะงานจึงจาเปน็ ต้องทาให้เกิดความพอใจในงานดว้ ย เพื่อจะไดท้ างานดว้ ยความรักและมีประสิทธิภาพ การตดั สนิ ใจเลอื กอาชพี การตัดสนิ ใจเลือกอาชพี คือ การนาข้อมูลหลายๆ ด้าน ที่เกย่ี วกับอาชีพทจ่ี ะเลอื กมาพจิ ารณาอย่างละเอียดถ่ีถว้ นรอบคอบ เพ่ือประกอบการตัดสนิ ใจ เลือกประกอบการใหเ้ หมาะสมกับสภาพ ขีดความสามารถของตนเองให้มากทีส่ ุด มีปญั หาอุปสรรค น้อยท่ีสดุ องค์ประกอบในการตดั สินใจเลอื กอาชีพ การตดั สนิ ใจเลือกอาชีพมีองค์ประกอบทีส่ าคัญดงั น้ี ขอ้ มลู ประกอบการตดั สินใจ ซ่ึงจะพิจารณาข้อมูล 3 ดา้ นคือ 1.1 ขอ้ มลู เก่ยี วกบั ตนเอง คือขอ้ มูลตา่ งๆ ท่ีเก่ยี วกบั การประกอบอาชีพทต่ี นเองมีอยู่ เช่น เงินทนุ ทด่ี ิน อาคาร สถานที่ แรงงาน เครือ่ งมอื เครือ่ งใช้ วสั ดุ อปุ กรณ์ ความรู้ ทักษะตา่ งๆทจ่ี ะนามาใช้ในการประกอบอาชีพมีหรือไม่อย่างไร 1.2 ข้อมลู เกย่ี วกับสภาพแวดลอ้ มและสังคม เชน่ ผ้ทู จ่ี ะมาใชบ้ รกิ าร(ตลาด) ส่วนแบง่ ของตลาดทาเลการคมนาคม ทรพั ยากรท่จี ะเอ้ือประโยชนใ์ นทอ้ ง ถิ่นแหลง่ ความรู้ ตลอดจนผลทจี่ ะเกิดข้ึนต่อชมุ ชน 1.3 ขอ้ มูลทางวชิ าการ ได้แก่ ความรู้ทางเทคนิคตา่ งๆ ที่จาเปน็ ต่ออาชีพนน้ั ๆ เช่น การตรวจซ่อมแก้ไขเทคนิคการ ให้บรกิ ารลูกค้า ทกั ษะงานอาชีพต่างๆความถนดั โดยท่ัวไปคนเราจะมีความถนัดในเชงิ ชา่ งแตกต่างกัน เช่น ความถนัดในการ ทาอาหาร ถนัดในการประดิษฐ์ ผทู้ ีม่ ีความถนัดจะชว่ ยให้การทางานนนั้ เปน็ ไปได้อย่างสะดวกรวดเรว็ คล่องแคล่ว รวมท้งั ยงั ช่วยให้มองเหน็ แนวทางในการพฒั นาอาชีพนนั้ ๆ ที่รดุ หนา้ ได้ดีกว่าคนท่ีไมม่ ีความถนัดเจตคตทิ ่ีดตี ่องานอาชพี เป็นความรสู้ ึก ภายในของแต่ละคนทมี่ ตี ่องานอาชีพ ได้แก่ ความรกั ความศรทั ธา ความภูมิใจ ความจรงิ ใจ ความรู้สกึ ต่างๆ เหลา่ น้ี จะเปน็ แรงผลักดันให้คนเกดิ ความมานะอดทน มุ่งม่นั ขยัน กล้าสู้ กล้าเสี่ยง ทาให้ประสบความสาเร็จในการประกอบอาชีพได้ การที่ จะตดั สินใจเลอื กอาชพี ผ้ปู ระกอบการตอ้ งนาเอาข้อมลู ต่างๆ มาวิเคราะห์โดยมีแนวทางในการพจิ ารณา คือ 3.1 วิเคราะห์สภาพท่เี ปน็ อยู่ หมายถึง สิง่ ทเี่ ปน็ อยใู่ นขณะน้นั เกีย่ วกบั เรอื่ งต่างๆโดยต้องวิเคราะห์ตามสภาพจริงที่ เปน็ อยู่ 3.2 วเิ คราะห์ทางออก หมายถงึ แนวทางในการดาเนินงานท่ผี ู้วเิ คราะหเ์ หน็ วา่ ในกรณที ่ีสภาพท่เี ปน็ อยูน่ ้ันไม่เปน็ ไป ตามความต้องการหรือตามท่ีกาหนด แตอ่ าจมแี นวทางดาเนนิ งานหรือทางออกอื่นๆ ทจี่ ะทาให้เป็นไปตามที่ตอ้ งการไดห้ ลายวธิ ี ซ่ึงต้องตัดสินใจ เลอื กทางออกโดยวธิ ีทีเ่ หมาะสมเป็นไปได้มากท่ีสดุ 3.3 วเิ คราะห์ความเปน็ ไปได้ หมายถึง การวิเคราะห์ความสมั พันธร์ ะหว่างสภาพทเ่ี ป็นอยู่กบั ทางออกแนวทางท่จี ะ ดาเนนิ การนนั้ เป็นสง่ิ ท่สี ามารถจะทาใหเ้ กิดขน้ึ หรอื เป็นไปได้จรงิ หรอื ไม่ ตามทางออกทค่ี ิดไว้ 3.4 ตดั สนิ ใจเลือก เป็นการตัดสินใจเลือกอาชีพหลังจากท่ีมกี ารวเิ คราะหอ์ ยา่ งละเอยี ดรอบคอบแล้ว

ใบงาน ประยกุ ต์ใช้ปรชั ญา \"คดิ เป็น\" ผู้เรยี นทาความเข้าใจกบั ปรชั ญา\"คิดเป็น\" 2. ผู้เรียนร่วมกนั คิดจะนาปรัชญา\"คิดเป็น\" ไปใชใ้ นชีวติ ได้อย่างไร แล้วยกตัวอยา่ ง ใหเ้ ห็นชัดเจน แบบบนั ทึก การใช้ปรัชญา \"คดิ เปน็ \" กบั การดาเนนิ ชีวิต 1. การนาไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั เพือ่ แก้ปญั หา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. สาเหตขุ องปัญหา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

แบบทดสอบหลังเรยี น 1.องคป์ ระกอบหลักในการพิจารณาเลอื กอาชีพ คือข้อใด ก.เป็นอาชพี ทตี่ นเองถนดั มีความมน่ั คงและสุจรติ ข.เป็นอาชพี ท่สี งั คมยอมรับและมีผลตอบแทนสงู ค.เปน็ อาชพี ท่ีครอบครวั ทาสืบทอดกนั มา ง.เป็นพื้นฐานของการศกึ ษาในอนาคต 2.ข้อใดไม่ใช่เหตุผลทีท่ าใหผ้ ู้ประกอบอาชีพประสบความล้มเหลว ก.ผู้ประกอบอาชีพมคี วามเกียจคร้าน ข.ไมเ่ ป็นทยี่ อมรับของสังคมหรอื ทอ้ งตลาด ค.เป็นอาชีพท่ีมีคู่แข่งในทอ้ งตลาดเปน็ จานวนมาก ง.ผู้ประกอบอาชีพไม่มคี วามถนัดในอาชพี เป็นพื้นฐาน 3.การศึกษาข้อมลู ลกั ษณะของงานทนี่ าไปประกอบอาชีพ มีประโยชน์อย่างไร ก.ใช้เป็นแนวทางในการเลือกประกอบอาชีพ ข.ใชป้ ระกอบการตัดสนิ ใจเลือกอาชีพ ค.ใช้ในการวางแผนเลอื กศึกษาตอ่ ง.ถูกทกุ ข้อ 4.นกั เรยี นสามารถวิเคราะหต์ นเองในการตดั สนิ ใจเลอื กอาชีพได้อยา่ งไร ก.ศกึ ษาขอ้ มลู ลักษณะงาน มีรายละเอยี ดปลีกยอ่ ยอย่างไร ข.ศึกษาลักษณะงานในอาชีพจากสถานประกอบการจรงิ ค.พจิ ารณาความสนใจ ความสามารถ ความถนัด ของตนเอง ง.พจิ ารณาจากประโยชนท์ ี่ได้รบั จากการตัดสินใจเลือกทางาน 5.ขอ้ ใดจดั เปน็ ตวั ชวี้ ัดของเจตคตทิ ี่ดตี ่อการทางานเพ่ือประกอบอาชีพสุจรติ ก.ความยุติธรรม ข.ความขยันและอดทน ค.ความเมตตากรุณา ง.ความเหน็ แกต่ วั

เฉลย 1.ค 2.ก 3.ง 4.ค 5.ข

บันทกึ หลงั สอน กกกกกกก1. ปญั หาหรืออปุ สรรคในการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ กกกกกกก……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… กกกกกกก2. แนวทางการแก้ปัญหาหรืออปุ สรรค กกกกกกก……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… กกกกกกก3. การปรับปรุงแผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้ เร่ือง การอ่าน กกกกกกก……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงช่ือ…………………………………………………… (……………………………………………………) ตาแหน่ง…………………………………………………. ความคดิ เหน็ ของผนู้ เิ ทศทไี่ ด้รับมอบหมายจากผูบ้ รหิ าร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชอ่ื ………………………………………………..…… (……………………………………………………) ตาแหน่ง…………………………………………………. ความคิดเห็นของผ้บู ริหารสถานศึกษา ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………………………………..…… (……………………………………………………) ตาแหนง่ ………………………………………………….