บทท่ี 2 ทฤษฏแี ละเอกสารทเ่ี ก่ียวของ 2.1 ลักษณะการดาํ เนินการ 2.1.1 ระบบงานเดิม ในปจจุบันสินคาประเภทยาและสินคาที่เกี่ยวกับสุขอนามัยภายในรานขายยาสุภาวดี เภสัช จะไมมีระบบการจัดเก็บคลังสินคาทําใหไมทราบวาการจัดการสินคาที่มีอยูในรานในลําดับ ของการเขามาของสินคาที่ไมทราบวันหมดอายุท่ีแนนอนและปริมาณของสินคาคงเหลือท่ีเปน ปจจุบัน จึงทําใหเกิดปญหาเมื่อมีลูกคาท่ีจะซ้ือสินคาแลวปริมาณสินคาไมเพียงพอตอความ ตอ งการหรอื สินคา หมดอายโุ ดยไมทราบส่ิงท่ีจําเปนตอรานสุภาวดีเภสัชคือ อาการโรคตางๆ ของ ลูกคาที่เปนตามอาการ เภสัชกรจะเปนคนจายยาใหกับลูกคาตามความสามารถของเภสัชกร แต ในกรณีที่เภสัชกรไมสามารถทํางาน ณ เวลานั้นได ลูกคาที่จะมาซื้อสินคาจะตองรอเภสัชกร เทา นั้นจงึ ทําใหเสยี ผลกาํ ไรตอ รา น แตในบางกรณีมีลกู คา ท่ีเคยมีประวัติแพยาเภสัชกรก็จะจายยา ที่ไมมตี วั ยาท่ลี กู คา แพให แตอ าจจะเกดิ ความผิดพลาดไดเพราะไมมกี ารเก็บประวัติลูกคา 2.1.2 ระบบงานใหม ระบบงานฐานการจัดการรานขายยาผูจัดทําไดนําเว็บไซตมาทําพัฒนาระบบการจัดการ รานขายยา โดยเนื้อหาของระบบประกอบไปดวยขอมูลการแจงเตือน ขอมูลการชําระดานการ ขายสินคาหนาราน ขอมูลโรค ดานขอมูลจัดสง เพ่ือใหระบบมีความทันสมัยตอการตรวจสอบ ขอมูลของผูเขาใชได และอีกท้ังยังทําใหเกิดความสะดวกรวดเร็วในการคนหา บันทึก แกไข และ รายงานขอมูล ที่มีความปลอดภัยในการเก็บรักษาขอมูลสูง เพื่อท่ีจะสามารถเรียกใชขอมูลราน ขายยาตอไปในอนาคต 2.3.2.1 ดา นระบบแจง เตือน 2.3.2.2 ดานการจดั การขายสนิ คาหนา เว็บไซต 2.3.2.3 ดา นการชําระ 2.3.2.4 ดา นการตดิ ตอ 2.3.2.5 ดานขอมลู ระบบจดั สงสินคา
2.2**โปรแกรมเพือ่ การพฒั นาระบบงาน 2.2.1 โปรแกรม WordPress WordPress (เวิรดเพรสส) คือ โปรแกรมสําเร็จรูปที่ใชสรางและจัดการเน้ือหาเว็บไซต ประเภท Contents Management System หรือเรียกยอๆ วา \"CMS\" ซ่ึงเขียนดวยภาษา PHP และใชระบบจัดการฐานขอมูล MySQL โดยมีสวนประกอบหลักๆ คือWordPress Core เปน ซอฟตแวรหลัก ใชจัดการเว็บไซต เน้ือหาและบทความตางๆWordPress สามารถแบงไดเปน 2 แบบ คือWordpress.com Wordpress.org ภาพท่ี 2.1 หนาแสดงการเขา สโู ปรแกรม WordPress ภาพท่ี 2.2 หนา จอเขา สูโปรแกรม WordPress
ภาพท่ี 2.3 หนาโปรแกรม WORDPRESS ภาพท่ี 2.4 หนาการเขา สูโ ปรแกรม XAMPP
ภาพท่ี 2.5 หนา จอโปรแกรม XAMPP เลือกมุมขวาบนเพ่อื สรา งฐานขอมูล ภาพที่ 2.6 หนาจอโปรแกรม XAMPP เพื่อสรางฐานขอมูล
2.2.2 โปรแกรม WooCommerce เพ่ือใหเ วบ็ เราใชง านไดอ ยา งมปี ระสทิ ธิภาพ และแพลต็ ฟอรม Ecommerce ออนไลน มาพัฒนาในแบบโอเพนซอรส (Open Source) ที่เราสามารถดาวนโหลดจากเว็บไซตในการชวย ทํางาน WooCommerce.com มาใชง านในระบบของ WordPress ได ภาพท่ี 2.7 การเปด หนา จอตั้งคาใชงาน WOOCOMMERCE ภาพที่ 2.8 หนาจอตงั้ คา ขอ มูลเกย่ี วกบั การสงขอมลู เเละการขายตางๆใชงาน
ภาพที่ 2.8 หนา จอเสร็จสนิ้ การต้งั คา WOOCOMMERCE 2.2.3 PHP PHP คือภาษาคอมพิวเตอรจําพวก scripting language ภาษาจําพวกนี้คําส่ังตางๆ จะเก็บอยูในไฟลท่ีเรียกวา script และเวลาใชงานตองอาศัยตัวแปรชุดคําส่ังตัวอยางของภาษา สตริปตก็เชนJavaScript,Perlเปนตน ลักษณะของ PHP ที่แตกตางจากภาษาสคริปตแบบอ่ืนๆ คือ PHP ไดรับการพัฒนาและออกแบบมา เพ่ือใชงานในการสรางเอกสารแบบ HTMLโดย สามารถสอดแทรกหรือแกไขเนื้อหาไดโดยอัตโนมัติ ดังน้ันจึงกลาววา PHP เปนภาษาที่เรียกวา Server-side หรือ HTML-embedded scripting language นั้นคือในทุกๆ คร้ังกอนที่เครื่อง คอมพิวเตอรซ่ึงใหบริการเปนWeb serverจะสงหนาเว็บเพจท่ีเขียนดวย PHP ใหเรา มันจะทํา การประมวลผลตามคําส่ังที่มอี ยูใ หเ สรจ็ เสยี กอน แลวจึงคอยสงผลลพั ธที่ไดใหเราผลลัพธท่ีไดน้ันก็ คือเว็บเพจที่เราเห็นน่ันเอง ถือไดวาPHP เปนเครื่องมือที่สําคัญชนิดหน่ึงท่ีชวยใหเราสามารถ สราง Dynamic Webpages (เว็บเพจที่มีการโตตอบกับผูใช) ไดอยางมีประสิทธิภาพและมี ลูกเลนมากขึ้น PHP เปนผลงานท่ีเติบโตมาจากกลุมของนักพัฒนาในเชิงเปดเผยรหัสตนฉบับ หรือ OpenSource ดังน้ัน PHP จึงมีการพัฒนาไปอยางรวดเร็ว และแพรหลายโดยเฉพาะอยาง ย่ิงเมื่อใชรวมกับ Apache Webserver ระบบปฏิบัติอยางเชนLinuxหรือ FreeBSD เปนตน ใน ปจจุบัน PHP สามารถใชรวมกับ WebServer หลายๆตัวบนระบบปฏิบัติการอยางเชน Windows95/98/NTขอดีของภาษาPHP 1. ใชไดฟ รี 2. งายตอ การศึกษา เพราะมรี ูปแบบโครงสรา งที่ไมซับซอน 3. เรียนรงู า ยเนือ่ งจากPHPฝงเขาไปในHTMLและใชโ ครงสรา งและไวยากรณภาษางายๆ 4. เรว็ และมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมือ่ ใชก ับ Apache Webserver เพราะไมตองใช โปรแกรมจากภายนอก
2.2.4 SQL ภาษาสอบถามขอมูลหรือภาษาจัดการขอมูลอยางมีโครงสรางมีการพัฒนา ภาษาคอมพิวเตอรและโปรแกรมฐานขอมูลที่รองรับมากมาย เพราะจัดการขอมูลไดงาย เชน MySQL, MsSQL, PostgreSQLหรือ MS Access เปนตน สําหรับโปรแกรมฐานขอมูลท่ีไดรับ ความนิยมคือMySQL เปน Open Source ท่ีใชงานไดท้ังใน Linux และ Windows ใชในการ จัดการฐานขอมูลจัดเก็บขอมูล เพ่ิม ลบ แกไข และคนหา รวมทั้งการจัดเรียงขอมูลPHP MyAdmin Database ManagerphpMyAdmin เปน โปรแกรมหนึ่งที่ติดมากับ Appserv เพื่อใช สําหรับการจัดการฐานขอมูล เชนสราง/ลบฐานขอมูล สราง/ลบตาราง จัดการฟลดตางๆ ของ ขอมูล รวมทง้ั การประมวลผลคําสัง่ SQL ขอ ดีของภาษา SQL 1. เปน ภาษาใชง าย 2. ฐานขอ มลู มีขนาดเลก็ 3. มคี วามปลอดภยั ในระดบั ท่ีดี 4. มีความตอ งการทรัพยากรต่าํ 5. สามารถประยกุ ตใชไดโดยงา ย 2.2.5 AppServ คือโปรแกรมท่ีรวบรวมเอา Open Source Software หลายๆ อยางมารวมกันโดย มี Package หลกั ดังนี้ PHP MySQL โปรแกรมตางๆ ท่ีนํามารวบรวมไวท้ังหมดน้ี ไดทําการดาวนโหลดจาก Official Releaseทั้งสิ้นโดยตวั AppServ จึงใหค วามสําคัญวาทุกสิ่งทุกอยางจะตองใหเหมือนกับ ตนฉบับ เราจึงไมไดตัดทอนหรือเพิ่มเติมอะไรท่ีแปลกไปกวา Official Release แตอยางได เพยี งแตม ีบางสวนเทาน้ันที่เราไดเพมิ่ ประสทิ ธิภาพการติดต้ังใหสอดคลองกับการทํางานแตละคน โดยที่การเพิ่มประสิทธิภาพน้ีไมไดเขาไปรวมในสวนของ Original Package เลยแมแตนอย เพียงแตเ ปน การกําหนดคา Config เทานั้นเชน Apache ก็จะเปนในสวนของ httpd.conf, PHP ก็จะเปนในสวนของ php.ini, MySQL ก็จะเปนในสวนของ my.ini ดังน้ันเราจึงรับประกันไดวา โปรแกรม AppServ สามารถทํางานและความเสถียรของระบบ ไดเหมือนกับ Official Release ทั้งหมดขอ ดขี อง Appserv
2.2.6 ทฤษฏี HTML คือ ภาษาที่ใชในการเขียนเว็บเพจ ยอมาจากคา วา Hypertext Markup Language โดยHypertext หมายถึง ขอความท่ีเชื่อมตอกันผานลิงก (Hyperlink) Markup หมายถงึ วิธีในการเขยี นขอ ความ language หมายถงึ ภาษา ดังนั้น HTML จึงหมายถึง ภาษาที่ใช ในการเขียนขอความ ลงบนเอกสารท่ีตางก็เช่ือมถึงกันใน Cyberspace ผาน Hyperlink นั่นเอง HTML เร่ิมข้ึนเม่ือ ป1990เพื่อตอบสนองความตองการในการส่ือสารแลกเปล่ียนขอมูลกันของ นักวทิ ยาศาสตรระหวางสถาบันและมหาวทิ ยาลัยตางๆทว่ั โลก โดย Tim Berners-Lee นักพัฒนา ของ CERN ไดพัฒนาภาษาท่ีมีรากฐานมาจาก SGML ซึ่งเปนภาษาท่ีซับซอนและยากตอการ เรยี นรู จนมาเปนภาษาท่ีใชไ ดงายและสะดวกในการแลกเปล่ียนเอกสารทางวิทยาศาสตรผานการ เช่ือมโยงกันดวยลิงกในหนาเอกสาร เม่ือWorld Wide Web เปนที่แพรหลาย HTML จึงถูก นํามาใชจนเกิดการแพรหลายออกไปยังทั่วโลกจากความงายตอการใชงานHTML ในปจจุบัน พัฒนามาจนถึง HTML 4.01และ HTML 5 นอกจากนั้นยังมีการพัฒนาไปเปน XHTML ซึ่งคือ Extended HTML มีความสามารถและมาตรฐานท่มี ากกวา เดมิ โดยอยภู ายใตก ารควบคุมของ 2.2.7 โปรแกรม SQL Server หรอื MicrosoftSQL Server คือระบบจัดการฐานขอมูลเชิงสัมพันธ (relational database management system หรือRDBMS) ผลิตโดยบริษัท Microsoft เปนระบบฐานขอมูลแบบ Client/Server และรันอยูบนWindow NT ซึ่งใชภาษา T-SQL ในการดึงเรียกขอ มูลดวยเหตุท่ีขอมูลสวนใหญ ทั่วโลกเก็บไวบนเคร่ืองท่ีใช Microsoft Windows เปน Operating System จึงทําใหเปนการ งา ยตอ Microsoft SQL ทจ่ี ะนาํ ขอ มลู ท่ีอยใู นรูป Windows Based มาเกบ็ และประมวลผล และ ประกอบกับการที่ราคาถูกและหางาย จึงเปนปจจัยหลักที่ทํา ให Microsoft SQL จึงเปนระบบ ฐานขอ มูลทมี่ กั จะถกู เลอื กใช
2.3 ทฤษฎแี ละเอกสารทีเ่ กย่ี วขอ ง 2.3.1**ทฤษฎีระบบฐานขอมูล ระบบฐานขอ มูล คือ ท่ีรวมของฐานขอมูลตาง ๆ หรือที่รวมของขอมูลท้ังหมด ซึ่งอาจจะ ไดจากการคํานวณ หรือประมวลผลตาง ๆ หรืออาจจะไดจากการบันทึกขอมูลโดยผูใช เชน ระบบฐานขอมูลงานทะเบียนนิสิตมหาวิทยาลัยทักษิณ ก็จะรวมเอาฐานขอมูลตาง ๆ เชน ฐานขอ มลู วิชาเรยี น ฐานขอ มลู นิสิต ฐานขอมลู อาจารยผสู อน และ ฐานขอมลู หลักสูตร เปนตน ซ่ึงรวมกันเปนระบบฐานขอมูลของงานทะเบียนนิสิต หรือฐานขอมูลหางรานตาง ๆ ก็จะ ประกอบดวย ฐานขอมูลสินคา ฐานขอมูลลูกคา ฐานขอมูลระบบบัญชีฐานขอมูลลูกหน้ี และ ฐานขอมูลตัวแทนจาหนา ย เปนตน 2.3.1.1 องคป ระกอบของฐานขอมลู ระบบฐานขอมูลสวนใหญเปนระบบที่มีการนําระบบคอมพิวเตอรเขามาชวยใน การจัดเก็บ โดยมีโปรแกรม Software ชวยในการจัดการขอมูลเหลาน้ีเพื่อใหไดขอมูล ตามทผ่ี ูใชตองการ องคประกอบของฐานขอมลู แบง ออกเปน 5 ประเภท 1)**ฮารดแวร (Hardware) ในระบบฐานขอมูลท่ีมีประสิทธิภาพควรมี ฮารดแวรตาง ๆ ท่ีพรอมจะอานวยความสะดวกในการบริหารขอมูลไดอยางมี ประสิทธิภาพไมวาจะเปนความเร็วของหนวยประมวลผลกลาง ขนาดของหนวยความจํา หลัก อุปกรณนําเขาและออกขอมูล รายงานหนวยความจําสํารองท่ีจะรองรับการ ประมวลผลขอมูลในระบบไดอ ยา งมีประสิทธภิ าพ 2)**ซอฟตแวร (Software) ในการประมวลผลขอมูลอาจจะใชซอฟตแวรหรือ โปรแกรมท่แี ตกตา งกัน ทั้งนขี้ ึน้ อยูกบั คอมพิวเตอรท ี่นามาใชวาเปนแบบใดโปรแกรมจะทํา หนาท่ีดูแลการสราง การเรียกใชขอมูลการจัดทารายงาน การปรับเปล่ียน แกไข โครงสรางการควบคุม หรืออาจกลาวไดอีกอยางวาระบบจัดการฐานขอมูล คือ โปรแกรมประยุกตตาง ๆ ท่ีมีอยูในฐานขอมูล ตัวอยางเชน DBASE IV, EXCEL, ACCESS, INFORMIX, ORACLE เปน ตน 3)**ซอฟตแวร (Software) ฐานขอมูลเปนการจัดเก็บรวบรวมขอมูลใหเปน ศูนยกลางขอมูลอยางมีระบบ ซึ่งขอมูลเหลาน้ีสามารถเรียกใชรวมกันได ผูใชขอมูลใน ระบบฐานขอมูลจะมองภาพขอมลู ในลกั ษณะทแี่ ตกตา งกนั เชน ผูใชบางคนมองภาพของ ขอ มูลท่ีถกู จัดเกบ็ ไดในสื่อขอ มูล ผใู ชบางคนมองภาพขอ มูลจากการใชงาน เปนตน 4)**บคุ ลากร (People) ในระบบฐานขอมลู จะมบี คุ ลากรทเ่ี ก่ียวของ ดังน้ี 4.1) ผูใชท ั่วไป (User) หมายถึง บคุ ลากรทใ่ี ชขอ มลู จากระบบ
ฐานขอมลู เพอ่ื ใหง านสําเรจ็ ลุลวงได 4.2) พนกั งานปฏบิ ตั ิการ (Operator) หมายถงึ ผูปฏิบัติการดานการ ประมวลผลการปอ นขอ มลู เขาเครอ่ื งคอมพิวเตอร 4.3) นักเขียนโปรแกรม (Programmer) หมายถึง ผูท่ีมีหนาท่ีเขียน โปรแกรมประยุกตใชงานตาง ๆ เพื่อใหจัดเก็บขอมูล การเรียกใชขอมูลเปนไปตาม ตองการของผใู ช 4.4) นักวิเคราะหและออกแบบระบบ (System Analyst)หมายถึง บคุ ลากรที่ทําหนาทว่ี ิเคราะหร ะบบฐานขอ มลู และออกแบบระบบงานทจี่ ะนามาใช 4.5)**ผูบริหารฐานขอมูล (Database Administrator) หมายถึง บุคลากรทท่ี าหนา ท่ีบริการและควบคมุ การบรหิ ารงานของระบบฐานขอมลู ท้งั หมด 5)**ขั้นตอนปฏิบัติงาน (Procedure) ในระบบฐานขอมูลท่ีดีจะตองมีการจัดทา เอกสารที่ระบุขั้นตอนการทางานของหนาท่ีตาง ๆ ระบบฐานขอมูลทั้งในสภาวะปกติ และในสภาวะทรี่ ะบบเกดิ ขัดขอ งมปี ญ หา ซึ่งเปนขน้ั ตอนการปฏบิ ัติงานสําหรับบุคลากร ในทุกระดับขององคก ร 2.3.1.2**ระบบการจัดการฐานขอมูล ระบบการจดั การฐานขอ มลู หมายถึง โปรแกรม หรือ ซอฟตแ วรท ี่ทําหนาที่ ในการบริหารและจัดการฐานขอมูลในการสราง การเรียกใช การปรับปรุงฐานขอมูล เปนเสมือนตัวกลางระหวางผูใชงานกับระบบฐานขอมูล โปรแกรมท่ีใชในการจัดการ ฐานขอ มลู เชน Microsoft Access, Oracle, My SQL หรอื SQL Sever 1)**ภาษาระบบจัดการฐานขอมลู 1.1)**ภาษาท่ีใชกําหนดโครงสรางหรือนิยามขอมูล (Data Definition Language : DDL) เปนภาษาท่ีใชกําหนดโครงสรางขอมูล ซ่ึง DBA เปนผูกําหนดไว ผลจากการแปลงเปน ภาษา DDL แลว จะทําใหไ ดต ารางทจ่ี ดั เกบ็ พจนานกุ รม 1.2)**ภาษาสําหรับการใชขอมูล (Data Manipulation Language DML) เปนภาษาท่ีใชติดตอกับ DBMS เพ่ือดึงขอมูล คนหาขอมูล แกไข หรือ ลบขอมลู 2.3.1.3**หนา ท่ีของระบบการจดั การฐานขอ มูล 1)**ทําหนาท่ีแปลงคําส่ังที่ใชจัดการกับขอมูลในฐานขอมูล ใหอยูใน รปู แบบท่ีฐานขอ มลู เขา ใจได
2)**ทําหนา ท่นี าํ คําสง่ั ทไ่ี ดรบั การแปลแลว ไปส่งั ใหฐานขอมูลทํางาน เชน การเรียกใชขอมูล (Retrieve) การจัดเก็บขอมูล (Update) การลบขอมูล (Delete) การ เพมิ่ ขอ มลู (Add) เปนตน 3)**ทําหนาที่ปองกันความเสียหายที่เกิดขึ้นกับขอมูลภายในฐานขอมูล โดยตรวจสอบวาคําส่ังใดทํางานได คําสั่งใดทํางานไมได หรือจัดทําระบบสํารองและการ กคู ืนใหก ลบั สภาพการทํางานสูสภาวะปกติ 4) ทําหนาทรี่ กั ษาความสัมพนั ธของขอมูลในฐานขอมูลใหม ีความถูกตอง 5)**ทําหนาที่จัดเก็บรายละเอียดตาง ๆ ท่ีเก่ียวของภายในฐานขอมูลไว ใน Data Dictionary รายละเอยี ดเหลา น้เี รยี กวา “คาํ อธบิ ายขอมลู (Metadata)” 6)**ทําหนาท่คี วบคุมใหฐานขอ มลู ทางานไดอยางถูกตองและ มีประสิทธิภาพ เชน ควบคุมการใชขอมูลพรอมกันของผูใชระบบ (Concurrency Control) ควบคมุ ความบรู ณภาพของขอ มูล (Integrity Control) 7)**ทําหนาท่ีประสานงานกับระบบปฏิบัติการท่ีควบคุมการทํางานของ อปุ กรณตา ง ๆ ใหส ามารถเรยี กใช แกไ ขขอมูล หรอื ออกรายงานกับอุปกรณท ี่เกีย่ วของได 2.3.1.4**วงจรการพัฒนาระบบงาน SDLC วงจรการพัฒนาระบบงาน ( System Development Life Cycle : SDLC ) หมายถึง ข้ันตอนหรือกระบวนการในการพัฒนาระบบงาน ซึ่งมีจุดเร่ิมตนในการทํางาน และจุดส้ินสุดของการปฏิบตั ิงาน 2.3.1.5**ขัน้ ตอนการพฒั นาระบบงาน SDLC 1)**การวางแผน (Planning) เปนข้ันตอนการการวางแผนงานโดย กาํ หนดรูปแบบของซอฟตแวร ประมาณการตนทุนในการพัฒนาระบบ กําหนด แนวทางของการพฒั นาระบบ กําหนดระยะเวลา เปนตน 2)**การวเิ คราะหความตอ งการ (Analysis) เปนขั้นตอนของการคนหา ความตองการของระบบ และวิเคราะหความตองการนั้น เพ่ือใหเขาใจภาพรวม และหนาที่การทาํ งานของระบบ 3)**การออกแบบ*(Design) เปนข้ันตอนการออกแบบสวนประกอบ ตาง*ๆ*ของซอฟตแวร* เพือ่ ใหตรงกบั ความตองการท่ไี ดว ิเคราะหมาแลว 4)**การเขยี นโปรแกรม*(Development)*เปน ขนั้ ตอนการสรางระบบ โดยการเขียนโปรแกรม ตามแนวทางการออกแบบจากข้นั ตอนท่ีผานมา
5)**การทดสอบ*(Testing)*เปนข้ันตอนการนําระบบท่ีทํามาทดสอบ การใชงาน*วาทํางานถูกตองตามความตองการที่ไดหรือไม*ซ่ึงการทดสอบนี้จะ รวมถงึ การทดสอบการเชอ่ื มโยงกับระบบซอฟตแ วรอ ่ืนๆท่เี กีย่ วของดว ย 6)**การประเมิน*เปนขั้นตอนการประเมินวาระบบท่ีผานการทดสอบ แลว *เหมาะสมทีจ่ ะนําไปใชง านไดหรอื ไม 7)**การโอนยายขอมูล*(Data*Conversion) *เปนขั้นตอนการนํา ขอมูลเกาเขา ระบบใหมกอ นการนาํ ระบบไปใชจริง 8)**การนําไปใชง านงานจริง*(Production) *เปนข้ันตอนท่ีนําระบบท่ี พัฒนาสําเร็จและผานการทดสอบแลวไปใชงาน*โดยทําการติดต้ัง และสอน วิธกี ารใชงานแกผ ูใช 9)**การใหความชวยเหลือ (Support) เปนขั้นตอนของการใหความ ชวยเหลือตอผูใช*เม่ือพบปญหา*โดยหากปญหาที่เกิดไมสามารถแกไขได* จะตองทําการพัฒนาระบบเพมิ่ เติม*ก็จะเร่ิมวนไปท่ีขั้นตอนแรกใหม 3.3.2 ทฤษฎสี ี สเี ปน สงิ่ ท่มี ีความสา คญั ตอ วิถชี ีวิต นบั แตส มัยดึกด าบรรพจ นถงึ ปจจบุ นั ไดน าสมี าใชใหเกิดประโยชนโดยใชเปนสญั ลกษั ณใ นการถา ยทอดความหมายอยา ง สจี งึ เปน ส่ิงท่คี วรศกึ ษาเพ่ือใชประโยชนก บัวิถีชวี ติ ของเราเพราะสรรพส่ิงทงัหลายท่ีแวดล อม ตวเั ราประกอบไปดวย สที งัสน้ิ ในงานศลิ ปะสีเปนองคป ระกอบสําคญั อยา งหนึง่ และ ในวถิ ีชวี ิตของเราสเี ป นองคป ระกอบท่ีมีอทิ ธิพลตอ ความรูสกึ อารมณ และจิตใจแมส ี ประกอบดวย สแี ดง สเี หลืองและสีนา เงิน เมื่อนาแมส ที งัสามมาผสมกนั ในอตรั าสว น ตา ง ๆ ก็จะเกิดสนี มามากมายประโยชนจากการทเ่ี ราน าสีมาผสมกันท าใหเ รา สามารถ เลอื กสตี าง ๆ มาใชไดตามความพอใจ สรางสรรคผ ลงานศิลปะทง่ี ดงามตามความพอใจ ขอผสู รางสีทีเ่ กดิ จากการน าเอาแมสมี าผสมกัน เกิดสีใหมเม่ือมาจัดเรียงอยางเปน ระบบ รวมเรยี กวาวงจรส1ี . แดง2. สเี หลอื ง3. สีนา เงินสีขนท่ี 2 (Binary Color) คือสีท่ีเกิด จากกาท่ี 1 หรือแมส ีมาผสมกันในอัตราสว นเทา กนั จะทาใหเกดิ สใี หม 3 สีไดแก 1. สีเขยี วเกดิ จากการนา เอา สีเหลืองกบั สีนา เงนิ มาผสมกนั ในอตัราสว นเทา 2. สสี ม เกิดจากการน าเอา สีเหลอื ง กบั สีแดง มาผสมกนั ในอัตราสวนทเี่ ทา 3. สมี วง เกิดจากการนา เอา สนี า เงนิ กบั สแี ดง มาผสมกนั ในอตัราสว นท่เี ทา - สแี ดงแกมมวง เกิดจากการผสมกันระหวา งสีแดงกับสีมวงอยา งละเทา ๆกนั
- สแี ดงแกมสม เกดิ จากการผสมกันระหวางสแี ดงกับสสี มอยางละเทาๆกัน - สเี หลอื งแกมสม เกิดจากการผสมกนั ระหวางสเี หลอื งกบั สีสมอยา งละเทาๆกนั - สนี า เงินแกมเขียวเกิดจากการผสมกนัระหวา งสีนา เงินกบั สีเขียวอยา งละเทาๆ คณุ ลกั ษณะของสมี ี 3 ประการ คือ - สีแทหรือความเป นส(ี Hue) หมายถึงสีที่อยใ นวงจรสีธรรมชาติทง ั 12 สี สีท่ีเราเห็นอยทู ุกวนั นแ บงเปน 2วรรณะโดยแบง วงจรสีออกเปน 2 สวน จากสีเหลือง น้าํ าหนกั ของสี (Value) เปน การใชคานา หนกัในระดบั ตาง ๆ กนั และมีสีหลาย เปนสเี ดยี วกจ็ ะ มีลกัษณะเปน สีเอกรงคก ารองสีจะทา ใหเกดิ ความกลมกลืน ลึกถามีคา นา หนกั หลาย ๆ ระดบั สกี ็จะกลมกลนื กนั มากขน แตถ ามเี พียง1 - 2 ระดับที่ หางกนั ใหเกิดความแตกตางความรูส กึ ของสกี ารใชวรรณะรอนเชนสแี ดงสม ทา ใหเกิด ความรสู ึกอบอนุ เคล่ือนไหวส่ิงตาง ๆ ท่ีเราสมั ผัสดว ยสายตา ความรสู ึกขน ภายในตอเรา ทนั ทีที่เรามองเห็นสีไมว าจะเปน การแตง กาย บา นที่อยอู าศัย เคร่ืองใชต าง ๆ แลวเรา จะท าอยางไร จึงจะใชสีไดอยางดี 2.3.3 การเขียนผังงาน ยังไมไดท าํ
Search
Read the Text Version
- 1 - 13
Pages: