พดั สานบา้ นแพรก ผ้จู ดั ทา นายอนชุ า ละออง 6231110097 นายโกศล ยอดคา 6231110080 นายสิทธินนท์ จันทรท์ อง 6231110122 เอกสารฉบบั นเ้ี ปน็ ส่วนหน่งึ ของการศกึ ษาค้นควา้ ประกอบการเรียนรายวชิ าชวี ติ กบั สังคมไทย วทิ ยาลยั เทคนิคลพบุรี สงั กดั สานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2563
พัดสานบ้านแพรก ผู้จดั ทา นายอนชุ า ละออง 6231110097 นายโกศล ยอดคา 6231110080 นายสิทธินนท์ จันทรท์ อง 6231110122 เอกสารฉบบั นเ้ี ปน็ ส่วนหน่งึ ของการศกึ ษาคน้ ควา้ ประกอบการเรยี นรายวชิ าชวี ติ กบั สังคมไทย วทิ ยาลยั เทคนิคลพบรุ ี สงั กดั สานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2563
คานา โครงงานเลํมนี้จัดทาขึ้นเพื่อเป็นสํวนหน่ึงของวิชา ชีวิตกับสังคมไทย ช้ัน ปวส.2/สทอ.5 -6 เพือ่ ให๎ได๎ศึกษาหาความร๎ูในเร่ือง ภูมปิ ัญญาท๎องถ่ิน พัดสานบ๎านแพรก และได๎ศึกษาอยํางเข๎าใจเพื่อ เป็นประโยชน์กับการเรียนผ๎ูจัดทาหวังวํา โครงงานเลํมน้ีจะเป็นประโยชน์กับผ๎ูอําน หรือนักเรียนที่ กาลงั หาขอ๎ มลู เรอื่ งนี้อยูํ หากมขี อ๎ แนะนาหรอื ข๎อผิดพลาดประการใด ผจ๎ู ัดทาขอน๎อมรับไว๎และขออภัย มา ณ ท่ีนดี้ ๎วย ผู๎จัดทา นายอนุชา ละออง นายโกศล ยอดคา นายสิทธนิ นท์ จนั ทรท์ อง วนั ที่ 24 เดอื นมกราคม พ.ศ. 2564
ค ชือ่ เรอ่ื ง พดั สานบา๎ นแพรก ผจู้ ดั ทา นายอนชุ า ละออง นายโกศล ยอดคา นายสทิ ธินนท์ จนั ทรท์ อง ทป่ี รกึ ษา ครู ศริ ิโสภา วิศิฏ์วฒ์ นะ ปีการศกึ ษา 2563 บทคัดยอ่ เรอ่ื ง พัดสานบา๎ นแพรก มจี ดุ มํุงหมาย เพื่อศึกษาวัฒนธรรมท๎องถน่ิ ภมู ิปญั ญาไทยดง้ั เดมิ พัดสานเป็นงานหตั ถกรรมพื้นบา๎ นอนั ทรงคุณคําท่เี กิดจากภูมิปญั ญาชาวบ๎านอยาํ งแทจ๎ ริง ของอาเภอ บา๎ นแพรก จงั หวดั พระนครศรีอยุธยา ชาวบ๎านแพรกได๎ริเร่ิมการสานพัดมาเป็นเวลากวํา ๑๐๐ ปี มกี ารประยุกต์ปรับปรุงเปล่ยี นแปลงรูปแบบและกรรมวิธีในการสานพัดตลอดเวลา การสานพัดเป็น อาชีพเสรมิ สามารถทารายไดด๎ ีพอสมควร ชาวบ๎านจะสานพัดในชํวงวํางเว๎นจากการทานาพัดสาน จึงกลายมาเปน็ หตั ถกรรมพ้ืนบา๎ นและได๎รับการยกยอํ งให๎เป็นเอกลกั ษณข์ องอาเภอบ๎านแพรก เพ่อื ศกึ ษาวัฒนธรรมทอ๎ งถิ่น ภมู ปิ ัญญาไทยดง้ั เดมิ และลายพดั สาน ผพู๎ ัฒนาจงึ ได๎เรยี บเรียง และคน๎ ควา๎ ถงึ ข้นั ตอนของการสานพัดใหเ๎ กดิ ประโยชน์และความรู๎ตํอไป
ง กติ ตกิ รรมประกาศ การจัดทาโครงงาน เรอื่ งภูมปิ ญั ญาท๎องถ่ิน พัดสานบ๎านแพรก โครงงานฉบับน้ีสาเร็จได๎ด๎วย ความกรณุ าของครูผ๎ูสอน ซึง่ ได๎ใหค๎ าปรึกษา ข๎อชี้แนะและความชํวยเหลือ จนกระท่ังโครงงานสาเร็จ ลลุ วํ งไปได๎ด๎วยดีคณะผ๎จู ดั ทาขอกราบขอบพระคุณอยาํ งสูงมา ณ ที่น้ี ขอกราบขอบพระคณุ อาจารย์ท่ีปรกึ ษา ท่ีให๎ความกรุณาในการแก๎ไขข๎อบกพรํองตํางๆ ของ โครงงานและให๎ความร๎ู ให๎คาแนะนาทงั้ กาลังใจ ท๎ายสุดนี้คณะผ๎ูจัดทาหวังเป็นอยํางยิ่งวํา โครงงานนี้จะเป็นประโยชน์ตํอการศึกษาและ นาํ สนใจสาหรบั ผทู๎ ่ีสนใจตอํ ไป นายอนชุ า ละออง นายโกศล ยอดคา นายสิทธินนท์ จนั ทร์ทอง
เรื่อง สารบัญ จ บทคดั ยํอ หน้า กิตติกรรมประกาศ ค ง สารบัญ จ สารบญั ภาพ ช บทที่ 1 บทนา 1 1.1 ความเปน็ มา 1 1.2 วัตถปุ ระสงค์ 2 1.3 ขอบเขต 2 1.4 ประโยชนท์ ี่ไดร๎ บั 3 บทท่ี 2 ทฤษฎที ่ีเก่ียวข๎อง 4 4 2.1 ภูมปิ ญั ญาทอ๎ งถน่ิ 5 2.2 ความสาคัญของภูมปิ ัญญาท๎องถน่ิ 5 2.3 คาจากัดความของภูมิปญั ญาทอ๎ งถ่ิน บทที่ 3 วิธดี าเนินการ 5 3.1 วิธกี ารศึกษา 7-8 3.2 เครื่องมือและวสั ดุ อุปกรณท์ ่ีใชใ๎ นการศกึ ษา 8 3.3 วัสดุหรอื อปุ กรณท์ ี่ใช๎ในการเก็บรวบรวมข๎อมลู 9 9 บทที่ 4 ผลการศกึ ษาคน๎ ควา๎ 9 4.1 ประวตั คิ วามเปน็ มาและความสาคัญของ พัดสานบา๎ นแพรก 10 4.3 วิธกี ารทาพดั สาน และ การสานพัด 11 12 ทบที่ 5 สรปุ ผล อภปิ รายและข๎อเสนอแนะ 5.1 สรปุ ผล 5.2 ปัญหาและอปุ สรรคในการศกึ ษาค๎นคว๎า 5.3 ขอ๎ เสนอแนะและแนวทางในการพฒั นา บรรณานุกรม ภาคผนวก ประวัติผ๎ูศกึ ษา
สารบัญภาพ ช ภาพท่ี 3-1 สมดุ ปากกา ใช๎จดรายระเอียดตํางๆในการสัมภาษณ์ หน๎า ภาพท่ี 3-2 คอมพิวเตอร์ และอินเทอรเ์ นต็ เพอื่ ใชใ๎ นการทาโครงงานในครงั้ นี้ 6 6
1 บทท1่ี บทนา 1. ความเป็นมา การสานพัด ผู๎สานนิยมสานเป็นรูปลักษณะตําง ๆ มุํงเน๎นประโยชน์การใช๎งานมีการ ปรับปรงุ พัฒนารูปแบบใหม๎ ีความสวยงามประณตี เชํน พดั สานหา๎ เหล่ยี มเหมาะสาหรบั โพกพัดเตาไฟ พัดยกลายดอกสานเป็นลวดลายตําง ๆ พดั ละเอียดรปู ใบโพธ์หิ รือรปู หวั ใจ และรปู ตาลปตั ร พัดสานบา๎ นแพรกเป็นงานหัตถกรรมพ้ืนบ๎านอันทรงคุณคําที่เกิดจากภูมิปัญญาชาวบ๎าน อาเภอบ๎านแพรก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชาวอาเภอบ๎านแพรกริเริ่มการสานพัดมาเป็นเวลานับ 100 ปี มีการประยุกต์ปรับปรุงรูปแบบตลอดเวลา การสานพัดเป็นอาชีพเสริมทารายได๎ดีภายใน ครวั เรือน ชาวบา๎ นจะสานพัดในชวํ งวํางเว๎นจากการทานา เป็นสินค๎าพ้ืนเมืองที่สาคัญอยํางหนึ่งของ ชาวอาเภอบ๎านแพรก พัดสายจึงกลายมาเป็นงานหตั ถกรรมพ้นื บา๎ นท่ีมีชอ่ื เสียง และได๎รับการยกยํอง ให๎เป็นเอกลักษณ์ของอาเภอบ๎านแพรก ดังปรากฏในคาขวัญท่วี ํา “หลวงพํอเขียว หลวงพํอขาว หลวงพํอเภาคํูบ๎าน พัดสานคูํเมือง พิพิธภัณฑ์ลือเล่ือง รํุงเรืองเกษตรกรรม เลิศล้าหัตถศิลป์ ดินแดนถิ่นลิเก บ๎านเกิดของหอมหวล นาคศิริ ราชาลิเกแหํง เมอื งไทย” 2. วัตถปุ ระสงค์ 2.1 เพือ่ ศึกษาลายพดั สาน และ ความเป็นมาของพดั สาน 2.2 เพ่ือศกึ ษาข้นั ตอนการสานพัด และ การกอํ พดั 2.3 เพอ่ื เผยแพรภํ มู ิปญั ญาท๎องถน่ิ 2.4 เพอ่ื สบื ทอดและรกั ษาประเพณที อ๎ งถ่ินใหอ๎ ยูํตลอดไป
2 3. ขอบเขต 3.1 สถานที่ 37/2 หมํู4 ตาบลบา๎ นแพรก อาเภอบา๎ นแพรก จงั หวดั พระนครศรีอยุธยา 13240 3.2 ระยะเวลา โครงการนี้เร่มิ ทาการศึกษาตง้ั แตเํ ดือนมกราคม – เดือนมีนาคม พ.ศ. 2564 3.3 ตัวแปรหรอื ประชากรกลํุมตวั อยําง - ประชากรคือ ชาวบ๎านในตาบลบา๎ นแพรก อาเภอบา๎ นแพรก จงั หวัดอยุธยา - กลํุมตวั อยาํ ง คอื ชาวบ๎านหมํูที่ 1-4 ตาบลบ๎านแพรก อาเภอบา๎ นแพรก จงั หวดั อยุธยา ไดเ๎ กบ็ รวบรวมโดยวถิ ีสมั ภาษณ์ 4. ประโยชน์ที่ได้รับ 4.1 ไดศ๎ ึกษาเก่ยี วกับประวัติ ความเป็นมาของพัดสาน 4.2 ไดร๎ ูจ๎ ักลายพัดสานตาํ งๆ มากมาย 4.3 ได๎มสี วํ นรํวมในการสืบทอดลายพัดสาน และ วิธีสานพนั ของชาวตาบลบ๎านแพรก 4.4 ได๎เผยแพรํภูมปิ ญั ญาท๎องถิ่น
3 บทท2ี่ ทฤษฎีทเี่ ก่ยี วข้อง ในการศกึ ษาโครงงาน เรอ่ื ง ภมู ปญั ญาท๎องถ่ิน พดั สานบา๎ นแพรก ผจ๎ู ดั ทาได๎รวบรวมลายพดั สานตํางๆ และวธิ สี านพัด จากเอกสารทเี่ กี่ยวขอ๎ งดังตอํ ไปนี้ 2.1 ภูมปัญญาทอ้ งถิ่น พดั สาน เป็นพัดสาหรับพัดโบกเตาไฟของคนไทยสมัยกํอน หรือใช๎พัดโบกรํางกายให๎คลาย ร๎อนได๎ สามารถท่ีจะนาติดตัวไปไหนมาไหนได๎สะดวก วัสดุท่ีใช๎สานพัดเป็นผลผลิตจากพืชพรรณ ธรรมชาตใิ นทอ๎ งถ่ินคอื ไม๎ไผํ วธิ ีทาพัดสาน 1. การเลือกไม๎สานพดั เลือกลาไผํยาวตรง ๆ ดูสีผิวของลาไม๎ไผํ ไมํอํอนหรือแกํจนเกินไป ไม๎ไผํท่ีกาลังพอดีผิวไม๎ไผํเป็นมัดปลากด ถ๎าไม๎แกํผิวจะออกเขียวเข๎มไปทางแดงหรือ น้าตาล 2. การจักตอกเม่อื ตัดไม๎ไผสํ ีสุกมาเป็นลาแล๎ว นามาทอนหรือตัดเป็นปล๎อง ๆ โดยใช๎เล่ือย มือเดยี ว หรือเลอื่ ยลนั ดา โดยตัดข๎อทิ้งไปด๎วย พยายามตัดให๎ตรง ๆ ลงไป ระวังอยําให๎ ไมแ๎ ตก ความยาวแตลํ ะปลอ๎ งยาวประมาณ 1 ฟตุ แลว๎ จกั เป็นตอก 3. การยอ๎ มสตี อก (สีท่ใี ชเ๎ ป็นสยี ๎อมผ๎า อาจจะเป็นสซี องหรือกระป๋องก็ได๎) 3.1 กํอเตาถําน หรือเตาฟืน เตาแก๏ส แลว๎ แตํสะดวก ใช๎กระทะที่ใช๎สาหรับย๎อมสีใสํน้าพอสมควร ต้ังไฟ ใหเ๎ ดือด 3.2 เมอื่ น้า สี เกลือ สารส๎ม เขา๎ กนั ดี นาตอกประมาณ 20 เสน๎ จุํมลงในกระทะ เพือ่ ทดสอบความเขม๎ ของสีกํอนวําใชไ๎ ดห๎ รอื ไมํ เม่ือใช๎ไดแ๎ ลว๎ กน็ าตอกมาหยบิ มือคอํ ย ๆ จํุมลงไปในกระทะทีก่ าลงั เดือด โดยใหน๎ ้าสีทัว่ ตอกจนเห็นวําเกาะเส๎นตอก จนทั่วจึงเอา ตอกออก 3.3 รีบนาตอกท่ีย๎อมสีแล๎ว ไปล๎างน้าสะอาดเพ่ือไมํให๎สีจับท่ีตอกหนาเกินไป เวลา สานสตี อกจะได๎ไมตํ ดิ มือ 3.4 นาตอกทลี่ า๎ งน้าแลว๎ ไปผ่งึ แดดจนแหง๎ ก็นาไปสานพัด ได๎ 4. การสานกอํ เป็นแผงนาตอกทย่ี อ๎ มสแี ล๎วมาสานกอํ โดยมากนิยมสานเปน็ ลาย 3 หมายถึง ยกตอก3 เส๎น ขัดตอก 3 เส๎น หรอื เรียกวํายก 3 ขํม 3 เป็นข้นั บนั ได แตถํ ๎าจะให๎เป็นลาย เป็นดอกหรอื เป็นรปู ทรงอะไรนน้ั อยูทํ ี่เทคนิคของผู๎สาน
4 5. การตัดพัดใหเ๎ ปน็ รปู เลมํ ตามแบบเมื่อสานพัดเปน็ แผงเสร็จขนาดประมาณ 1 ฟตุ แล๎วนา แบบไมห๎ รือแบบกระดาษท่ีทาเป็นรูปใบโพธิ์ หรือรปู ตาลปัตร ท่ีนิยมกัน มาทาบแล๎วตัด ตามแบบ (สาหรับพัดหยาบนั้นนิยมทาเป็นรูปตาลปัตร เพราะใหญํใช๎งานได๎ดีกวํา) การทาลายขอบพดั หลังจากตัดพดั เป็นรูปทตี่ ๎องการแล๎ว จึงนาผ๎าตาดทอง หรือผ๎าดิบสี ขาว มาฉีกเพอ่ื ทาขอบพัด ขนาดกว๎างประมาณ 1-1.5 เซนติเมตร นามาพับเข๎าทั้งสอง ข๎าง ให๎เหลือ 1 เซนติเมตร แล๎วดึงผ๎าดิบกับขอบโลหะแข็ง ๆ เชํน ขอบ ป๊ิบ ยาว ประมาณ 3 ฟุต แลว๎ นามาหุ๎มขอบพัดที่ตดั แล๎ว ตามรูปพดั โดยเริม่ จากด๎านลาํ งทีจ่ ะใสพํ ดั 2.2 ความสาคญั ของภมู ปัญญาท้องถิ่น พดั สานบ๎านแพรก ได๎สืบทอดทาตํอกันมาจากบ๎านปุูยาดตายายเป็นเวลานานกวํา 100ปี พัดสานยังสามารถสรา๎ งรายไดใ๎ หแ๎ กคนในชุมชน และยังเป็นอาชีพของชาวอาเภอบ๎าน แพรกได๎เป็นอยํางดี พัดสานท่ีประกรอบเสร็จเรียบร๎อยสมบูรณ์แล๎ว จะจานํายออกนอก ประเทศ และภายในประเทศ สามารถทาเม็ดเงนิ หมนุ เวยี นในชมุ ชนได๎พอสมควร 2.3 คาจากดั ความของภูมปิ ัญญาทอ้ งถ่ิน พดั สาน เปน็ ของใชส๎ าหลับโบกเตาไฟ หรอื ใช๎โบกรํางกายให๎คลายความร๎อนได๎ เป็นผลผลิต จากพชื พรรณธรรมชาติ ในทอ๎ งถ่ินคอื ไม๎ไผํ
5 บทท3่ี วธิ นี าเนินงานศกึ ษาค้นคว้า การจดั ทาศึกษาคน๎ ควา๎ โครงงาน เรอื่ ง ภมู ปญั ญาทอ๎ งถ่ิน พัดสานบ๎านแพรก นี้ ผ๎จู ัดทา โครงการมีวิธกี ารนาเดินงานโครงการ ตามขน้ั ตอนดังตํอไปนี่ 3.1 วิธีการศกึ ษา 3.1.1 ประชุมศกึ ษาหารอื ภายในกลมํุ 3.1.2 กาหนดหวั ข๎อเร่ืองทจี่ ะศึกษา หรอื หัวข๎อโครงงาน 3.1.3 รํางเค๎าโครงโครงงานเสนอตํอครูทป่ี รึกษา 3.1.4 เกบ็ รวบรวมข๎อมลู 3.1.5 ลงมือปฏั บิ ตั 3.1.6 วิเคราะห์ขอ๎ มลู 3.1.7 สรปุ ผล 3.2 เคร่อื งมือและวัสดุ อปุ กรณ์ทใ่ี ช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล 3.2.1 สมดุ ปากกา ใช๎จดรายระเอียดตาํ งๆในการสัมภาษณ์ 3.2.2 คอมพิวเตอร์ และอินเทอรเ์ นต็ เพ่ือใชใ๎ นการทาโครงงานในคร้งั นี้
6 ภาพ 3.2.1 ใช๎ในการจดบันทกึ และกาหนดหวั เรอื่ งท่จี ะนามาพิมพใ์ นคอมพวิ เตอร์ ภาพ 3.2.2 ใช๎ในการทาโครงงาน และหาลายระเอยี ดตาํ งๆในการทาโครงงานในคร้ังน้ี
7 บทท4่ี ผลการศึกษาค้นคว้าวา จากการที่ศึกษาขอ๎ มลู เกี่ยวกบั พัดสานบ๎านแพรกเพอื่ ทาโครงงาน และหลงั จากการทีศ่ ึกษา ขอ๎ มูลแลว๎ ผจู๎ ดั ทา ไดค๎ วามรดู๎ งั นี้ 1. ได๎รับความรใ๎ู นเรอ่ื งประวัตขิ องพดั สาน และขอ๎ มลู เกยี่ วกบั การขึน้ แบบพัดตลอดจนถงึ การย๎อมสีพดั 2. ได๎รจ๎ู กั ลายพดั สาน และ การสานพัด 3. ได๎รจ๎ู ักวิธีการเตรียม ไมไ๎ ผํในการจักตอก และ การตากตอกเพื่อทจี่ ะนามาสานเปน็ พัด 4. ไดค๎ วามรู๎เกย่ี วกบั การ เย็บขอบพดั หรอื ขนึ้ ขอบพดั 5. ไดค๎ วามรเ๎ู ก่ยี วกบั การประดษิ ฐล์ ายพดั ทง้ั ลายเกํา ลายใหมํทง้ั ท่ีเกิดขึน้ แล๎ว และยงั ไมํได๎ เกิดข้ึน 6. มีความรู๎สามารถนาไปเผยแพรํให๎กบั เยาวชน ได๎เปูนอยาํ งดี และทาให๎ตนเองมคี วามร๎ู เกย่ี วกับเรอ่ื งพัดสานพอสมควร 4.1 ประวัตคิ วามเปน็ มาและความสาคัญของภูมิปญั ญาท้องถิ่น พัดสานบ้านแพรก พดั สาน เปน็ ของใช๎สาหรับโบกเตาไฟของคนไทยในสมยั กํอน หรือใช๎สาหรับโบกพัดรํางกายให๎หาย คลายจากความร๎อนได๎ สามารถทจี่ ะนาติดตวั ไปไหนมาไหนไดอ๎ ยํางสะดวก วัสดุท่ีใช๎พัดสานเป็นผลผลิตจาก พชื พรรณธรรมชาตใิ นทอ๎ งถิ่นคือ ไม๎ไผํ การสานพัด ผ๎สู านนิยมสานเปน็ รปู ลกั ษณะตําง ๆ มงํุ เน๎นประโยชน์การใช๎งาน มีการปรับปรุงพัฒนา รปู แบบให๎มคี วามสวยงามประณตี เชนํ พัดสานห๎าเหลี่ยมเหมาะสาหรับโพกพัดเตาไฟ พัดยกลายดอกสาน เปน็ ลวดลายตาํ ง ๆ พดั ละเอยี ดรูปใบโพธหิ์ รอื รูปหวั ใจ และรูปตาลปัตร พดั สานบา๎ นแพรกเป็นงานหตั ถกรรมพื้นบา๎ นอันทรงคุณคาํ ที่เกิดจากภูมิปัญญาชาวบา๎ นอาเภอบ๎านแพรก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชาวอาเภอบ๎านแพรกริเร่ิมการสานพัดมาเป็นเวลานับ 100 ปี มีการประยุกต์ ปรับปรุงรูปแบบตลอดเวลา การสานพัดเป็นอาชีพเสริมทารายได๎ดีภายในครัวเรือน ชาวบ๎านจะสานพัด ในชํวงวาํ งเว๎นจากการทานา เปน็ สินค๎าพ้นื เมืองทีส่ าคัญอยาํ งหนึ่งของชาวอาเภอบา๎ นแพรก พัดสายจึงกลาย มาเป็นงานหตั ถกรรมพน้ื บ๎านที่มีชื่อเสียง และได๎รับการยกยํองให๎เป็นเอกลักษณ์ของอาเภอบ๎านแพรก ดัง ปรากฏในคาขวัญทีว่ าํ
8 “หลวงพํอเขยี ว หลวงพํอขาว หลวงพํอเภาคบํู ๎าน พัดสานคเูํ มือง พิพิธภณั ฑ์ลอื เล่ือง รงุํ เรอื งเกษตรกรรม เลศิ ล้าหัตถศิลป์ ดินแดนถน่ิ ลเิ ก บา๎ นเกิดของหอมหวล นาคศิริ ราชาลิเกแหงํ เมืองไทย” วธิ ีทาพัดสาน 1.การเลอื กไม๎สานพดั เลอื กลาไผํยาวตรง ๆ ดูสผี วิ ของลาไม๎ไผํ ไมํออํ นหรือแกํจนเกินไป ไม๎ไผํท่ีกาลังพอดี ผวิ ไมไ๎ ผเํ ปน็ มัดปลากด ถ๎าไมแ๎ กํผิวจะออกเขียวเขม๎ ไปทางแดงหรือนา้ ตาล 2.การจักตอกเม่อื ตัดไมไ๎ ผํสีสกุ มาเปน็ ลาแล๎ว นามาทอนหรือตัดเป็นปล๎อง ๆ โดยใช๎เล่ือยมือเดียว หรือเล่ือย ลันดา โดยตัดข๎อท้ิงไปด๎วย พยายามตัดให๎ตรง ๆ ลงไป ระวังอยําให๎ ไม๎แตก ความยาวแตํละปล๎องยาว ประมาณ 1 ฟตุ แล๎วจักเป็นตอก 3.การย๎อมสตี อก (สีที่ใช๎เป็นสยี อ๎ มผา๎ อาจจะเปน็ สีซองหรอื กระปอ๋ งก็ได)๎ 3.1 กอํ เตาถาํ นหรอื เตาฟืน เตาแกส๏ แลว๎ แตํสะดวก ใช๎กระทะทีใ่ ช๎สาหรับย๎อมสีใสํน้าพอสมควร ตัง้ ไฟ ให๎เดือด 3.2 เม่ือน้า สี เกลือ สารส๎ม เข๎า กนั ดี นาตอกประมาณ 20 เส๎น จมุํ ลงในกระทะเพื่อทดสอบความเข๎ม ของสีกอํ นวําใชไ๎ ด๎หรอื ไมํ เม่ือใช๎ได๎แล๎ว กน็ าตอกมาหยบิ มือคํอย ๆ จุมํ ลงไปในกระทะที่กาลังเดือด โดยให๎น้าสีทว่ั ตอกจนเห็นวําเกาะเสน๎ ตอก จนท่ัว จึงเอาตอกออก 3.3 รบี นาตอกทยี่ อ๎ มสแี ลว๎ ไปล๎างนา้ สะอาดเพ่อื ไมใํ หส๎ จี ับทต่ี อกหนาเกนิ ไปเวลา สานสีตอก จะไดไ๎ มตํ ดิ มือ 3.4 นาตอกทีล่ า๎ งนา้ แลว๎ ไปผึง่ แดดจนแหง๎ กน็ าไปสานพัดได๎ 4.การสานกอํ เปน็ แผงนาตอกทย่ี อ๎ มสีแลว๎ มาสานกอํ โดยมากนิยมสานเปน็ ลาย 3 หมายถึง ยกตอก3 เส๎น ขัด ตอก 3 เสน๎ หรือเรียกวํายก 3 ขมํ 3 เปน็ ข้ันบนั ได แตํถ๎าจะให๎เปน็ ลายเปน็ ดอกหรอื เปน็ รปู ทรงอะไรนนั้ อยํทู ่ี เทคนิคของผ๎ูสาน 5.การตัดพดั ให๎เป็นรปู เลมํ ตามแบบเมือ่ สานพัดเปน็ แผงเสร็จขนาดประมาณ 1 ฟุต แล๎วนาแบบไม๎หรือแบบ กระดาษที่ทาเปน็ รูปใบโพธ์ิ หรือรูปตาลปตั ร ท่ีนยิ มกนั มาทาบแลว๎ ตดั ตามแบบ (สาหรับพดั หยาบนน้ั นยิ มทา เปน็ รูปตาลปตั ร เพราะใหญํใชง๎ านได๎ดีกวํา) การทาลายขอบพัด หลังจากตัดพัดเป็นรูปที่ต๎องการแล๎ว จึง นาผา๎ ตาดทอง หรือผ๎าดบิ สขี าว มาฉีกเพ่อื ทาขอบพดั ขนาดกวา๎ งประมาณ 1-1.5 เซนตเิ มตร นามาพบั เข๎าทง้ั สองข๎าง ให๎เหลือ 1 เซนติเมตร แล๎วดึงผ๎าดิบกับขอบโลหะแข็ง ๆ เชํน ขอบ ปิ๊บ ยาวประมาณ 3 ฟุต แล๎ว นามาหุ๎มขอบพัดทตี่ ัดแล๎ว ตามรูปพัดโดยเรม่ิ จากด๎านลํางทจ่ี ะใสพํ ัด
9 ทบท5่ี สรปุ อภปิ รายผลและขอ้ เสนอแนะ 5.1 สรปุ ผลการทดลอง ผลการศึกษาโครงการ ภูมปิ ัญญาท๎องถ่นิ ในคร้ังนม้ี ีวตั ถุประสงค์เพอื่ ศกึ ษาประวัติความ เปน็ มาของพดั สานบา๎ นแพรก เพื่อให๎รจ๎ู กั ข้ันตอนวธิ ีการสานพัด และลายพัดสาน เพ่อื สืบทอดและ ดารงรกั ษาภูมิปัญญาทอ๎ งถน่ิ พดั สานบา๎ นแพรกให๎คงอยูํตลอดไป และเพอ่ื เผยแพรํภมู ิปญั ญาพดั สาน บา๎ นแพรกให๎แพรหํ ลาย ซงึ การศกึ ษาโครงการในครง้ั นี้ จะใชก๎ ลมํุ ตวั อยํางทใ่ี ชใ๎ นการศึกษา คอื ชาวบา๎ นหมทํู ่ี 1 ตาบลบา๎ นบ๎านแพรก อาเภอบา๎ นบ๎านแพรก จังหวดั พระนครศรีอยุธยา เกบ็ รวบรวม ข๎อมลู โดยใชว๎ ธิ ีการสมั ภาษณ์ และค๎นคา๎ วทางอินเทอรเ์ นต็ 5.2 ปัญหาและอุปสรรคในการศึกษาค้นควา้ ปญั หาและอปุ สรรคในการทาโครงงานในครั้งนก้ี ็คอื สมาชิกในกลมํุ บ๎านจะอยูคํ นละที่กันซงึ่ ทาใหป๎ รกึ ษาตํอหนา๎ กันลาบาก แตํก็สามารถใช๎อนิ เทอร์เน็ตในการตดิ ตอํ สื่อสารปรกึ ษางานกนั ได๎ แม๎ ไมไํ ดอ๎ ยตํู อํ หน๎า ในปจั จบุ นั เทคโนโลยีได๎เขา๎ มามีบทบาทตอํ การดารงชีวติ ของคนไทยเปน็ อยํางมาก และ เศรษฐกจิ ของไทยกเ็ ป็นไปตามกระแสทนุ นยิ ม สํงผลทาให๎วถิ ชี าวบ๎านเปลย่ี นแปลงไป พร๎อมกบั สงํ ผล ทาให๎เยาวชนไทยไมํตระหนกั ถงึ ความสาคัญของภูมปิ ัญญาไทย ขาดจิตสานกึ ความเปน็ ไทย โครงการภมู ิปญั ญาทอ๎ งถนิ่ ของชาวไทยพวนจงึ เป็นแนวทางหรอื ทางเลือกให๎กบั คนในชมุ ชน ทางดา๎ นการนาภูมปิ ัญญาทอ๎ งถน่ิ ไปใช๎ 5.3 ขอ้ เสนอแนะและแนวทางในการพัฒนา การจดั ทาโครงงานครงั้ น้ี อาจไมมํ ีความสมบรู ณเ์ ทาํ ทค่ี วร อาจมขี ๎อมลู ไมํครบถ๎วน หรอื ตก หลนํ ไปบา๎ งผ๎ูจัดทาโครงการน้ี จงึ มองเห็นวาํ ผู๎ท่อี ยากจะศกึ ษาตํอควรจะไปศกึ ษาตํอในการฝกึ ทาพัด สาน และเขา๎ อบลม
10 บรรณานกุ รม http://banphraek.ayutthaya.doae.go.th/putsan.htm https://www.komchadluek.net/news/government-of-thailand/374574 http://www.geocities.ws/nfeay2001/banprag.html
11 ภาคพนวก ประวตั ผิ ูจ้ ัดทา โครงงานเรอ่ื ง ภูมิปัญญาทอ้ งถ่ิน พัดสานบา้ นแพรก 1 นายอนชุ า ละออง ประวัติสว่ นตวั เกิดเมอื่ วนั ท่ี 19 มนี าคม พ.ศ.2543 ทอ่ี ยํู 37/2 หมํทู ่ี 4 ตาบลบ๎านแพรก จังหวัดพระนครศรอี ยดุ ธยา 13240 ประวัตกิ ารศึกษา ชน้ั ป.6 ร.ร. วดั เขียนลายทองคาวิทยานุสรณ์ ชั้น ม.3 ร.ร. บา๎ นแพรกประชาสรรค์ ช้ัน ม.4 ร.ร. บ๎านแพรกประชาสรรค์ 2 นายโกศน ยอดคา ประวัติสว่ นตัว เกิดเมอื่ วนั ท่ี 10 สงิ หาคม พ.ศ.2543 ทอ่ี ยูํ 58 หมทูํ ่ี 5 ตาบลสายหว๎ ยแก๎ว อาเภอบ๎านหม่ี จังหวดั ลพบรุ ี 15110 ประวตั ิการศึกษา ช้นั ป.6 ร.ร. วัดสายห๎วยแกว๎ ชั้น ม.3 ร.ร. บ๎านหมวี่ ทิ ยา ชน้ั ม.4 ร.ร. บา๎ นหมีว่ ทิ ยา
12 3 นายสทิ ธนิ นท์ จนั ทรท์ อง ประวัติส่วนตัว เกิดวันท่ี 18กรกฎาคม2540 ที่อยูํ 49หม4ํู ต.บางคู๎ อ.ทาํ วง๎ุ จ.ลพบรุ ี 15150 ประวัติการศึกษา ช้นั ป.6 รร.อนุบาลลพบรุ ี ชน้ั ม.3ที่วินิตศกึ ษา ชัน้ ม.4 รร.พบิ ลู วิทยาลัย
Search
Read the Text Version
- 1 - 20
Pages: