หลักสตู รการจดั การศกึ ษาอาชพี เพื่อการมงี านทาํ หลกั สตู รชางปูกระเบ้ือง กลมุ อาชีพเฉพาะทาง สํานักงานสงเสรมิ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั สาํ นักงานปลดั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร กระทรวงศึกษาธิการ
2 คํานาํ การจัดการศึกษาเพ่ือตอบสนองนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ตองมุงเนนการพัฒนา เพอ่ื เพ่มิ ศักยภาพและขดี ความสามารถของประชาชนกลุมเปา หมาย ใหสามารถประกอบอาชีพ สรางรายไดท่ี ม่ังคั่งและมั่นคง เปนบุคคลท่ีมีวินัย เปยมไปดวยคุณธรรม จริยธรรม มีจิตสํานึกรับผิดชอบตอตนเอง ผูอื่น และสังคม เนนการจัดการศึกษาท่ียึดพ้ืนท่ีเปนฐาน โดยสถานศึกษาตองวิเคราะหศักยภาพ 5 ดาน ของแตละ พื้นท่ี ไดแก ศักยภาพดานทรัพยากรธรรมชาติ ศักยภาพดานภูมิอากาศ ศักยภาพดานภูมิประเทศ ศักยภาพ ดานศิลปวัฒนธรรมประเพณี และศักยภาพดา นทรัพยากรมนษุ ย และวิเคราะหข อมูลวถิ กี ารดาํ เนนิ ชีวิต ความ ตองการ และประชาชนในภูมิภาคตางๆ ที่เปนผูใชบริการผลผลิตของสถานศึกษา การวิเคราะหขอมูล ดังกลา วจะนาํ มาสกู ารกาํ หนดหลักสูตรอาชพี ท่ีสถานศึกษาจะจดั การเรยี นการสอน การจัดการศึกษาของสํานักงาน กศน. เพ่ือตอบสนองนโยบายดังกลาว จึงตองปรับเปล่ียน กระบวนการจัดการเรียนรู ทเี่ นนการปฏิบัติจริง มีการศึกษาดูงานเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรูจากผูมีประสบการณ ในอาชีพโดยตรง ผูสอนเปนวิทยากรที่มีความรู ความสามารถ และเปนผูประกอบการในอาชีพน้ัน ๆ ให ความสําคัญตอการประเมินผลการจบหลักสูตรที่เนนทักษะ ความสามารถ และการมีผลงาน ชิ้นงาน ท่ีได มาตรฐานออกสูตลาดได การพัฒนาหลักสูตรอาชีพ จึงตองปรับใหมโดยการพัฒนาใหครบวงจร ประกอบดวย ชองทางการประกอบอาชีพ ทักษะของอาชีพ การบริหารจัดการ และโครงการอาชีพพรอม แหลงเงินทุน และใหผูเรียนท่ีเรียนจบจากหลักสูตรอาชีพมีความม่ันใจวาจะสามารถประกอบอาชีพสราง รายได ไดอยางแทจริง จึงขอใหสถานศึกษาท่ีนําหลักสูตรท่ีไดพัฒนาแลวนั้น นํามาคัดเลือกใหเหมาะสมกับ ความตองการของพ้ืนท่ี และนาํ ไปอนมุ ตั ิใชในการจดั การเรียนการสอนตอ ไป หลักสูตรอาชีพที่พัฒนาข้ึนไดปรับปรุงจากหลักสูตรอาชีพที่สถานศึกษาในแตละจังหวัด พัฒนาเปนฉบับรางมาแลว สํานักงาน กศน. นํามาพัฒนาเนื้อหาสาระใหครบวงจรและกําหนดระยะเวลาใน การเรียนใหเหมาะสม โดยไดรับความรวมมือเปนอยางดีจาก สถาบัน กศน.ภาค สํานักงาน กศน.จังหวัด สถานศึกษา วิทยากร ภูมิปญญา และผูท่ีเกี่ยวของ มารวมพิจารณาและตรวจสอบความถูกตองจึงทําใหการ ดาํ เนนิ การจัดทาํ หลักสตู รในครง้ั นี้เสร็จสิน้ ไปดว ยดี สํานักงาน กศน. ขอขอบคณุ มา ณ โอกาสนี้ (นายประเสรฐิ บุญเรือง) เลขาธกิ าร กศน. มกราคม 2555
สารบญั 3 คํานํา หนา สารบัญ ความเปนมา 1 หลกั การของหลักสูตร 1 จุดหมาย 1 กลมุ เปาหมาย 1 ระยะเวลา 1 โครงสรางหลักสูตร 2 2 - ชองทางการประกอบอาชพี 2 - ทักษะการประกอบอาชีพ 2 - การบริหารจดั การในการประกอบอาชีพ 2 - โครงการประกอบอาชพี 3 การจดั กระบวนการเรียนรู 3 สอื่ การเรียนรู 3 การวดั และประเมนิ ผล 3 การจบหลกั สตู ร 3 เอกสารหลักฐานการศึกษา 4 การเทียบโอน 5 ภาคผนวก 36 คณะผจู ัดทาํ
1 หลักสูตรชางปูกระเบ้ือง จํานวน 48 ช่วั โมง กลุมอาชีพเฉพาะทาง ความเปน มา อาชีพชางปูกระเบื้องเปนอาชีพอิสระท่ีผูเรียนสามารถนํามาเปนอาชีพหลักหรืออาชีพรองได เนื่องจากเปนอาชีพท่ีผูสนใจสามารถเรียนรูไดงายไมยุงยาก ไมมีตนทุนในการประกอบอาชีพ เพราะเปน อาชพี ท่ีใชฝมือ และทกั ษะในการประกอบอาชีพ และในปจจุบันท่ีพักอาศัยของประชาชนสวนใหญกอสราง จากวัสดุคอนกรีต ซึ่งการตกแตงภายในและภายนอกจะนิยมใชกระเบื้องเปนสวนประกอบท้ังพ้ืนบาน ผนัง หองนํ้า และปจจุบันครอบครัวของสังคมไทยเปนครอบครัวขยาย จึงมีการปลูกที่พักอาศัยมากขึ้น ทําใหผู ประกอบอาชีพดานชางปูกระเบ้ืองขาดแคลน อาชีพชางปูกระเบ้ืองเปนอาชีพหนึ่งที่เปนชองทางในการ ประกอบอาชพี ของผูที่ยังไมม งี านทําหรอื ผูทตี่ อ งการเปล่ยี นอาชพี ทเ่ี ปน งานอสิ ระและมั่นคงได หลกั การของหลักสูตร 1. เปนหลกั สตู รทีเ่ นน การจดั การศกึ ษาอาชพี เพือ่ การมงี านทาํ 2. เปน หลักสตู รทเ่ี นนการเรียนรูจากการปฏบิ ัติจรงิ เพ่อื ประโยชนในการประกอบอาชีพไดจริง จุดหมาย ผเู รยี นมีความรู มที ักษะในการปกู ระเบื้อง และประกอบอาชพี อยา งมคี ณุ ธรรม สามารถประกอบ อาชีพเล้ียงตนเองและครอบครัวได กลุม เปาหมาย กลมุ เปา หมายคือประชาชนกลุม เปาหมายนอกระบบโรงเรยี น 1. ผทู ไี่ มมอี าชพี 1. ผูที่มอี าชีพและตอ งการพัฒนาอาชพี ระยะเวลา จํานวน 48 ชว่ั โมง
2 โครงสรา งหลักสตู ร 1. ชองทางการประกอบอาชีพ จํานวน 2 ช่วั โมง 1.1 ความสาํ คัญและประโยชนข องการปูกระเบื้อง 1.2 การประกอบอาชีพชา งปกู ระเบ้ือง - คุณธรรม จรยิ ธรรมสาํ หรับอาชีพชางปูกระเบือ้ ง 1.3 ความรูเบ้อื งตน เกี่ยวกับการปกู ระเบอื้ ง 1.3.1 ชนดิ ของกระเบื้อง 1) กระเบื้องปพู ื้น 2) กระเบื้องปฝู าผนัง 3) กระเบอื้ งดนิ เผา 1.3.2 ชนิดของวัสดปุ ูกระเบอ้ื ง 1) กาวซีเมนตส ําหรบั ปกู ระเบื้อง 2) ปนู ปูกระเบอื้ ง (ปูนสาํ เรจ็ รปู ) 3) ปูนทรายผสมเอง 1.4 ประเภทของเครอื่ งมือทใี่ ชป ูกระเบ้อื ง และวิธใี ช 1.5 ความปลอดภัยในการใชเ ครอ่ื งมอื อุปกรณ 2. ทักษะการประกอบอาชีพ จาํ นวน 24 ช่วั โมง (ทฤษฎี 4 ชั่วโมง ปฏบิ ตั ิ 20 ช่วั โมง) 1.1 การเตรียมพน้ื ที่ 1.2 การเตรียมกระเบอ้ื ง และวัสดอุ ปุ กรณ 1.3 วิธีปพู ื้น 1.4 วธิ ีปูฝาผนงั 1.5 วธิ ปี ูกระเบอื้ งดินเผา 1.6 วิธีการเกบ็ รายละเอยี ดของชนิ้ งาน 3. การบรหิ ารจัดการในการประกอบอาชพี จาํ นวน 10 ชัว่ โมง (ทฤษฎี 3 ช่ัวโมง ปฏบิ ัติ 7 ชัว่ โมง) 3.1 การคํานวณพ้นื ท่ี และคาํ นวณราคาในการปพู ื้น/ปูผนัง/ปกู ระเบอื้ งดนิ เผาได 3.2 การประชาสมั พนั ธ และการหาลูกคา 3.3 การควบคมุ มาตรฐานของการบรกิ าร 3.4 การเจรจาตอรองราคากบั ลกู คา 4. โครงการประกอบอาชพี จํานวน 12 ชั่วโมง 4.1 ความสาํ คญั ของโครงการ 4.2 ประโยชนข องโครงการ 4.3 องคประกอบของโครงการ
3 4.4 การเขียนโครงการ 4.5 การประเมนิ ความเหมาะสมและสอดคลองของโครงการ การจดั กระบวนการเรยี นรู 1. จดั กจิ กรรมสาํ รวจและวเิ คราะหต นเอง ทรพั ยากร อาชีพ และความตองการของตลาด เพ่ือให ผเู รยี นไดเ หน็ ชองทางการประกอบอาชพี 2. จัดกิจกรรมวเิ คราะหข อ มลู โดยใชก ระบวนการ SWOT รวมทั้งการศึกษาดงู าน เพื่อกําหนดทศิ ทางการพฒั นาประกอบอาชพี 3. ฝกทกั ษะการประกอบอาชพี - เรยี นรจู ากวิทยากร - เรียนรูจากการลงมอื ปฏิบตั จิ รงิ ส่ือการเรยี นรู 1. เอกสารการประเภทกระเบ้อื ง/การปกู ระเบอ้ื ง/การตรวจรับงานปกู ระเบือ้ ง 2. วทิ ยากรผูเ ชยี่ วชาญ 3. วัสดุจรงิ การวดั และประเมินผล 1. การประเมินความรูภ าคทฤษฎรี ะหวางเรียนและจบหลักสูตร 2. การประเมินผลงานระหวา งเรียนจาการปฏบิ ัติ ไดผ ลงานทม่ี คี ุณภาพสามารถสรา งรายได และ จบหลกั สตู ร การจบหลักสูตร 1. มเี วลาเรยี น ไมนอ ยกวารอ ยละ 80 2. มผี ลการประเมนิ ตลอดหลกั สูตร ไมน อ ยกวา รอ ยละ 60 3. มีผลงานท่มี คี ณุ ภาพ เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษา 1. หลักฐานการประเมนิ ผล 2. ทะเบียนคุมวฒุ บิ ตั ร 3. วฒุ บิ ตั รการศกึ ษา ออกโดยสถานศกึ ษา
4 การเทียบโอน ผเู รยี นทีจ่ บหลกั สูตรนี้สามารถนําไปเทยี บโอนผลการเรยี นรูกับหลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดับ การศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 ในสาระการประกอบอาชีพวชิ าเลือกทสี่ ถานศึกษาไดจ ดั ทาํ ขน้ึ
5 ภาคผนวก
6 แบบโครงการอาชพี 1. ชอ่ื โครงการอาชพี 2. ชอ่ื ผูร บั ผิดชอบโครงการ (ลงชื่อ) 3. ที่ปรึกษา 1. 2. 4. หลกั การและเหตผุ ล. 5. วัตถปุ ระสงค 6. เปาหมาย ดา นปริมาณ ดานคุณภาพ 7. ขั้นตอนและแผนการดาํ เนินงาน การเตรยี มการ การเตรียมสถานท่ี การดาํ เนนิ งาน
8. ระยะเวลาดาํ เนนิ โครงการ 7 9. สถานทป่ี ระกอบการ 10. รปู แบบผลติ ภณั ฑ/บรกิ าร ลกั ษณะเดน 1. ผลติ ภณั ฑ/ บรกิ าร 2. 1. 3. 2. 3. 11. การวางแผนบรหิ ารจัดการ แผนการตลาด แผนการผลิต แหลงวตั ถดุ ิบ แผนบรหิ ารจดั การ 12. ประมาณการตน ทนุ การผลติ และการกาํ หนดราคาจดั จาํ หนา ย ผลติ ภณั ฑ/ บรกิ าร ตน ทุน ราคาขาย ราคาขายของคแู ขง (ถา มี) 1. 1. 1. 1. 2. 3. 2. 2. 2. 3. 3. 3.
13. ประมาณการรายรบั และรายจา ยในการประกอบอาชพี ตอ เดือน 8 บาท รายรบั บาท ราคาจา ย จากยอดขาย คาเชาสถานที่ จากรายไดอ ่ืน คาวตั ถุดบิ /วสั ดุเพื่อผลิต คา แรงงาน คา สาธารณูปโภค (คา น้ํา คาไฟ คา โทรศัพท) คา ใชจา ยอน่ื .... 14.ทรัพยากร/งบประมาณ ทรพั ยากร งบประมาณ 15. แผนการปฏบิ ัติงาน กิจกรรมดําเนนิ งาน มค. กพ. มีค. เมย. พค. ป พ.ศ. สค. กย. ตค. พย. ธค. หมายเหตุ มยิ . กค. 16. ผลทคี่ าดวา จะไดรับ 1) 2) 3) 4) 17. ปญ หา / อุปสรรค /ขอ เสนอแนะ
9 18. การประเมินผล (ตนเองของผูเรียน) (ลงชือ่ ) ผเู สนอโครงการ ( ) พ.ศ. วนั ที่ เดอื น ความเหน็ ของอาจารยทปี่ รกึ ษา (ลงช่ือ) อาจารยท่ีปรึกษา ( ) พ.ศ. วันท่ี เดอื น ความเหน็ ของการตรวจสอบโครงการ (ลงช่ือ) เดอื น ผูวเิ คราะหโ ครงการ ( ) พ.ศ. วนั ท่ี ผลการพิจารณาโครงการ ( ) อนุมัติในหลักการ ( ) อนมุ ัตใิ หดาํ เนนิ การได ลงชอ่ื ...........................................ผูว ิเคราะหโ ครงการ ( .........................................) ผอู ํานวยการ กศน. อาํ เภอ.....................................
10 ตัวอยา ง โครงการอาชพี 1. ชือ่ โครงการอาชีพ จาํ หนา ยอาหารสาํ เร็จรปู 2. ช่อื ผูรับผดิ ชอบโครงการ นางสาวอารียา ศิรมิ าลา 3. ทปี่ รกึ ษา 1. นายรอบรู สอนดี 2. นางสมศรี ดพี รอมจริง 4. หลกั การและเหตผุ ล อาหารเปนส่ิงจําเปนสําหรับทุกคน คนทุกคนตองรับประทานอาหารทุกวัน โดยคนในชุมชนของ สวนใหญประกอบอาชีพนอกบาน ไมมีเวลาในการประกอบอาหารเอง นอกจากน้ันชุมชนใกลเคียงมี สํานักงานของเอกชนซึ่งมีพนักงานจํานวนมาก แตในบริเวณชุมชนมีรานจําหนายอาหารสําเร็จรูปนอย ไม เพียงพอตอความตอ งการของลูกคา และบางรา นมีคณุ ภาพอาหารและการบรกิ ารไมคอ ยดี ราคาขายปานกลาง ดังนน้ั จากความรแู ละทกั ษะการฝกทกั ษะอาชพี การบริหารจัดการในอาชีพจําหนายอาหารสําเรจ็ รปู และขอมูลบริบทชุมชนดังกลาว จึงไดมีความคิดเห็นวา นาจะมีสวนแบงตลาดในการจําหนายอาหาร สําเร็จรูปไดอีก โดยมีความมั่นใจวา จะประกอบอาชีพจําหนายอาหารสําเร็จรูปไดอยางมีคุณภาพ และ ตอเน่ือง 5. วัตถุประสงค 1. เพ่อื เปนชอ งทางในการประกอบอาชีพ 2. เพอ่ื ประกอบอาชีพจําหนา ยอาหารสําเรจ็ รปู ใหเกดิ รายได 3. เพอ่ื ใหประชาชนในชุมชนไดรับประทานอาหารสาํ เร็จรปู ทีม่ คี ุณภาพ หลากหลาย และราคา ยอมเยาว 6. เปา หมาย ดานปริมาณ 1. ปรงุ และจาํ หนายอาหารสําเรจ็ รปู ทกุ วนั วันละ 5 – 10 อยาง 2. มรี ายไดหลงั จากหกั คา ใชจ ายแลว ไมน อ ยกวา 800 – 1,000 บาท ตอวนั ดานคณุ ภาพ - ดําเนนิ งานอาชีพจาํ หนา ยอาหารสาํ เรจ็ รปู ไดอยางมคี ณุ ภาพ และตอ เนอื่ ง
11 7. ข้ันตอนและแผนการดาํ เนินงาน ขัน้ ตอนการดาํ เนนิ งาน 7.1 การเตรยี มการ - ศึกษาสาํ รวจขอ มูล เชน แหลงและราคาวตั ถดุ ิบประเภทตางๆทต่ี องใช รวมทั้ง ตรวจสอบ ความพรอ มของเครอื่ งมอื อปุ กรณทตี่ อ งใชใ นการปรุงและจาํ หนา ยอาหารสําเรจ็ รปู - สํารวจตลาด และความนิยมประเภทอาหารสาํ เร็จรปู - กําหนดรายการอาหารทจ่ี ะจําหนา ย - กาํ หนดวันเรมิ่ จาํ หนา ย - เขยี นโครงการ - ขออนมุ ตั ิโครงการ - เตรยี มหาทุน 7.2 การเตรียมสถานท่ี - จดั ตกแตง สถานท่ี - เตรียมวัสดอุ ปุ กรณ 7.3 การดาํ เนนิ งาน - ประชาสัมพนั ธกลุมลูกคาเปา หมาย - ดําเนนิ งานปรุงอาหารและจัดจําหนา ย - จดั ทําบญั ชี ประเมินการปฏิบตั ิงานเปนรายวนั / รายสัปดาห /รายเดอื น - ประเมินสรุปเมอ่ื ปฏบิ ัติงานเสรจ็ สิ้นตามระยะเวลาทก่ี าํ หนด - เสนอแนวทางการพฒั นาอาชีพ 8. ระยะเวลาดําเนินโครงการ 1 มกราคม – 30 กันยายน 2555 9. สถานที่ประกอบการ บานของนางสาวอารยี า ศริ มิ าลา เลขที่ 99 ชมุ ชนบานลา ง ตาํ บลบางพระ อาํ เภอเมอื ง จังหวดั ตราด 10. รูปแบบผลติ ภัณฑ/ บรกิ าร ลักษณะเดน 1. สด ใหม สะอาด ผลิตภณั ฑ/บรกิ าร 2. ราคาไมแพง 1. อาหารสาํ เรจ็ รปู 3. ทาํ จากวัตถดุ บิ ในทอ งถ่ิน 2. อาหารปน โต 3. อาหารสําหรับงานเลยี้ งเลก็ ๆ ตามเทศกาล
12 11. การวางแผนบริหารจดั การ 11.1 แผนการตลาด 1) ลูกคา กลมุ เปา หมาย 1. ลูกคา ในชมุ ชนทีท่ ํางานนอกบาน ไดแ ก พนกั งานบรษิ ทั หา งราน ขา ราชการ ประชาชน ทัว่ ไป 2. กลุม จดั เลย้ี ง เชน งานสงั สรรค งานวนั เกิด วนั สําคัญอน่ื ๆ 3. ลกู คาจากชมุ ชนอ่นื ๆ 2) การโฆษณา 1. แผนพบั ใบปลวิ 2. ติดปายโฆษณาตามสถานทีต่ า ง ๆ ในตวั เมอื ง ตลาด และชมุ ชนใกลเคียง 3. การบอกตอ 3) ประชาสัมพันธ - ในวันเปด กิจการวนั แรก ทางรานจะมกี ารแจกของชํารว ยใหล กู คา ท่มี ารับประทานอาหารในรา น และซื้อกลบั บาน 4) การสงเสรมิ การขาย - ซือ้ อาหาร 5 อยา ง/ครงั้ แถม นาํ้ พรกิ 1 ถุง - บตั รสะสมแตม ซือ้ อาหารครบ 20 คร้ัง แถม แกง 1 ถุง 11.2 แผนการผลติ 1. เนนความหลากหลายของอาหาร 2. เนนคณุ ภาพ สด ใหม รสชาติดี อรอ ยคงทีส่ มา่ํ เสมอ 3. มีการบริการจัดเล้ยี งนอกสถานท่ี 11.3 แหลง วัตถดุ บิ 1. วัตถุดบิ ในทองถ่ิน 2. วัตถดุ ิบตามฤดูกาล 3. วตั ถดุ ิบทเี่ ปน อาหารสดตองจัดการหมนุ เวยี นวันตอวนั สว นอาหารแหง สัปดาหละ 1 ครง้ั 11.4 แผนบรหิ ารจดั การ 1. เปนธุรกิจในครัวเรอื น 2. ลูกคา สะดวกสบาย มีทจ่ี อดรถ
12. ประมาณการตน ทนุ การผลิตและการกําหนดราคาจัดจําหนาย 13 ผลติ ภัณฑ/ บรกิ าร ตน ทนุ (บาท) ราคาขาย (บาท) ราคาขายของคูแขง (ถา ม)ี 1. แกง 20 บาท 25 บาท 30 บาท 2. ตมยํา 25 บาท 30 บาท 30 บาท 3. ผัดผักรวมมติ ร 20 บาท 25 บาท 30 บาท 4. ตมจืด 20 บาท 25 บาท 30 บาท 5. น้าํ พรกิ 20 บาท 25 บาท 25 บาท 13. ประมาณการรายรับและรายจายในการประกอบอาชพี ตอ เดอื น รายรับ บาท ราคาจา ย บาท จากยอดขาย 30,000 - คา เชาสถานท่ี ไมมี จากรายไดอ ่ืน 3,000 - คาวตั ถดุ บิ /วัสดเุ พ่อื ผลติ 15,000 - คา แรงงาน 5,000 - รวม 33,000- คาสาธารณูปโภค 800 - (คานํ้า คา ไฟ คา โทรศัพท) 500 - คา ใชจา ยอน่ื 21,000 - รวม 14. ทรพั ยากร / งบประมาณ ทรัพยากร - ใชคนในครอบครวั - ใชเครอ่ื งมอื อุปกรณ เครื่องครวั ที่มีอยูแลว งบประมาณ - จํานวนเงนิ ทนุ ทขี่ อรับการสนับสนุน เร่ิมโครงการ 5,000 บาท
14 15. แผนการปฏบิ ตั งิ าน กจิ กรรมดาํ เนนิ งาน มค. กพ. มคี . ป พ.ศ. 2555 กย. ตค. พย. ธค. หมายเหตุ เมย. พค. มิย. กค. สค. การเตรยี มการ - สาํ รวจตลาด และ ความนิยมประเภท อาหารสาํ เรจ็ รปู กําหนดทุกวัน - กําหนดรายการ เพ่อื ไมให รายการอาหาร อาหารทีจ่ ะจาํ หนาย ช้ํา - เขยี นโครงการ - ขออนมุ ตั โิ ครงการ - เตรียมหาทนุ การเตรยี มสถานท่ี - จัดตกแตง สถานที่ - เตรยี มวสั ดอุ ปุ กรณ การดาํ เนนิ งาน - ประชาสัมพนั ธ ประชาสมั พันธ กลุมลูกคาเปา หมาย ไมใ ชเวลานาน เพ่อื ไมใหล ูกคา - ดาํ เนนิ งานปรงุ ลืม อาหารและจดั จาํ หนาย - จัดทาํ บญั ชี ประเมนิ การ ปฏบิ ตั ิงานเปนรายวนั / รายสัปดาห - ประเมนิ สรปุ เมือ่ ปฏบิ ตั ิงานเสรจ็ สน้ิ ตาม ระยะเวลาทก่ี ําหนด - เสนอแนวทางการ พัฒนาอาชพี
15 16. ผลทคี่ าดวา จะไดรับ 1. สามารถประกอบอาชพี จําหนา ยอาหารสําเร็จรปู ไดอยางตอ เนือ่ ง มรี ายไดทส่ี ามารถนาํ ไปใชใ น การดาํ รงชวี ิตและนําไปใชในการพฒั นาอาชพี ไดอ ยางตอ เน่อื ง 2. การดํารงชีวติ มคี วามมน่ั คงมากขนึ้ เปนลําดบั 17. ปญ หา / อุปสรรค /ขอเสนอแนะ - การหาเงนิ ทนุ จากแหลงอน่ื 18. การประเมินผล 1. ประเมนิ ผลจากการจดั ทําบัญชี 2. ประเมินผลจากขอมูลสรปุ ผลเมอ่ื เสร็จสิน้ โครงการตามระยะเวลาทกี่ ําหนด (ลงชือ่ ) อารียา ศิริมาลา ผเู สนอโครงการ ( นางสาวอารยี า ศริ ิมาลา ) วนั ที่ 30 เดอื น มกราคม พ.ศ. 2555
16 (ตวั อยา ง) แบบประเมินโครงการ โครงการ................................................................. ตามหลักสตู รการจัดการศกึ ษาอาชพี เพือ่ การมีงานทาํ คําชี้แจง ใหพจิ ารณาเอกสารโครงการ พรอมวเิ คราะห และประเมนิ ตามประเดน็ ทก่ี ําหนด โดยใหท ําเครอื่ งหมาย / ลงใน ( ) หนา ขอ ความที่ตรงกับความคิดเหน็ ............................................................................................................................................................. 1. องคป ระกอบในโครงการ ( ) มีครบ ( ) มไี มค รบ ขาดหัวขอ.............................. 2. ช่อื โครงการชดั เจน ครอบคลมุ เนือ้ หาสาระของโครงการ ( ) ชดั เจน ( ) ไมช ัดเจน 3. ระบุผรู บั ผดิ ชอบโครงการ ( ) ชดั เจน ( ) ไมชดั เจน 4. ระบุที่ปรึกษาโครงการ ( ) ชัดเจน ( ) ไมช ดั เจน 5. หลักการและเหตุผล 5.1 ความสอดคลองกับปญ หาและความตอ งการ ( ) สอดคลอ ง ( ) ไมสอดคลอ ง 5.2 ความชดั เจนของปญหาและความตองการ ( ) ชัดเจน ( ) ไมชดั เจน 6. วัตถุประสงค 6.1 ความสอดคลอ งกบั หลักการและเหตผุ ล ( ) สอดคลอ ง ( ) ไมสอดคลอง 6.2 ความสอดคลองกบั เปา หมาย ( ) สอดคลอ ง ( ) ไมสอดคลอ ง 6.3 ความสอดคลอ งกบั ผลที่คาดวาจะไดร บั ( ) สอดคลอ ง ( ) ไมสอดคลอ ง 6.4 ความเปนไปได ( ) มีความเปน ไปได ( ) เปนไปไมไ ด
17 7. เปาหมาย 7.1 ความสอดคลอ งกับวัตถุประสงค ( ) สอดคลอง ( ) ไมสอดคลอ ง 7.2 การระบหุ นว ยนบั ( ) วดั ได ( ) วดั ไมไ ด 7.3 ความเปน ไปได ( ) เปน ไปได ( ) เปนไปไมไ ด 8. ขั้นตอนและแผนการดาํ เนนิ งาน 8.1 การกําหนดขนั้ ตอน ( ) ชัดเจน ( ) ไมชัดเจน 8.2 การกําหนดระยะเวลาตามแผนการดําเนนิ งาน ( ) ชัดเจน ( ) ไมช ัดเจน 8.3 สอดคลอ งกบั วัตถุประสงค ( ) สอดคลอง ( ) ไมส อดคลอ ง 8.4 ความเปน ไปได ( ) เปน ไปได ( ) เปน ไปไมได 9. ระยะเวลาดาํ เนินการ ( ) เปน ไปได ( ) เปนไปไมไ ด 10. สถานที่ประกอบอาชีพ ( ) ชดั เจน ( ) ไมชดั เจน 11. รปู แบบผลิตภัณฑ/บริการ ( ) เปนไปได ( ) เปนไปไมไ ด 12. การวางแผนบรหิ ารจดั การ แผนการตลาด ( ) เปนไปได ( ) เปน ไปไมไ ด การผลิต ( ) เปน ไปได ( ) เปน ไปไมไ ด แหลงวัตถดุ บิ ( ) เพยี งพอความตองการ ( ) ไมเพยี งพอความตอ งการ แผนการบรหิ ารจัดการ ( ) เปนไปได ( ) เปนไปไมไ ด
18 13. ประมาณการตน ทนุ การผลติ และการกําหนดราคาจดั จาํ หนา ย ( ) เปนไปได ( ) เปน ไปไมไ ด 14. ประมาณการรายรบั และรายจายในการประกอบอาชพี ตอ เดอื น ( ) เปน ไปได ( ) เปนไปไมไ ด 15. ทรัพยากร / งบประมาณ 15.1 ความเปน ไปไดข องทรัพยากรที่ใช ( ) เปนไปได ( ) เปน ไปไมไ ด 15.2 เปรียบเทยี บงบประมาณกบั เปาหมาย ( ) คมุ คา ( ) ไมคุมคา 15.3 ความเปน ไปไดข องงบประมาณกับงานอาชพี ( ) เปนไปได ( ) เปนไปไมไ ด 16. ผลทีไ่ ดร บั จากโครงการ 16.1 สอดคลองกับหลกั การและเหตุผล ( ) สอดคลอง ( ) ไมส อดคลอง 16.2 ผลกระทบตอสิ่งแวดลอ ม ทรพั ยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม ประเพณี และวิถชี ีวติ ( ) ไมมี ( ) มี คือ................................................ 17. ปญ หา / อุปสรรค /ขอ เสนอแนะ ( ) มี ( ) ไมไ ด 18. การประเมนิ ผล 18.1 ระบวุ ิธกี ารประเมนิ ผล ( ) ชัดเจน ( ) ไมชดั เจน 18.2 ระบเุ คร่อื งมือหรือแหลง ขอ มูลที่ใชในการประเมนิ ผล ( ) ชดั เจน ( ) ไมชัดเจน (ลงชื่อ) ผปู ระเมนิ โครงการ ( ) วันท่ี เดอื น พ.ศ.
19 ขอ คิดเห็นและขอ เสนอแนะ สรุปผลการวิเคราะหโครงการ ( ) อนมุ ตั ิในหลกั การ ( ) ปรบั ปรงุ ใหม ( ) อนมุ ัตใิ หด าํ เนนิ การได (ลงชือ่ ) ผวู ิเคราะหโ ครงการ ( ) หวั หนา กศน. ตาํ บล พ.ศ. วันที่ เดอื น ผลการพิจารณาโครงการ ( ) อนุมตั ใิ นหลกั การ ( ) อนมุ ตั ใิ หดาํ เนนิ การได (ลงชอ่ื ) ผวู ิเคราะหโครงการ ( ) ผูอํานวยการ กศน. อําเภอ พ.ศ. วนั ที่ เดือน
20 ใบงาน สําหรบั การศกึ ษาดูงาน สถานท่ี วิทยากร อาชพี ท่ศี กึ ษาดูงาน ขั้นตอนการประกอบอาชพี ท่ศี ึกษาดงู าน 1) 2) 3) 4) 5) อุปกรณการประกอบอาชพี ท่ศี กึ ษาดูงาน ระยะเวลาของการผลิต/บริการ เทคนคิ การประกอบอาชพี (เชน เจียวไขฟู ตองใสน ้ํามันเยอะๆ ใสมะนาวเลก็ นอย) แนวทางและวธิ กี ารแกปญหา
21 การจดั สถานทขี่ องแหลงเรียนรู การจดั จาํ หนา ย/บรกิ าร รายได/ คาใชจ า ยในการประกอบอาชพี การหาแหลงเงนิ ทุน ความเปนไปไดทจี่ ะประกอบอาชีพทไี่ ดศ กึ ษาดูงาน (เสน ทางความกาวหนา หรอื ความเจริญเติบโตของ อาชีพทศี่ ึกษาดงู าน) อาชีพทศ่ี ึกษาดงู านสอดคลอ งกับความตองการของทาน หรอื ไม (ลงช่ือ) เดอื น ผเู รียน/ผูศ กึ ษาดงู าน ( ) พ.ศ. วันท่ี
รายละเอยี ดโครงสรางห เร่อื ง จดุ ประสงคก ารเรยี นรู เนื้อหา 1. ชอ งทางการ 1. ผูเ รยี นบอกความสาํ คญั และ 1. ชอ งทางการประกอบอา ประกอบอาชพี ประโยชนข องการปกู ระเบื้องทง้ั 1.1 ความสําคัญและประ ในและนอกอาคารได 2. วิเคราะหต นเองในการ การปกู ระเบื้องท้งั ในและน ประกอบอาชพี ชา งปกู ระเบอ้ื ง 1.2 วเิ คราะหตนเองในก สามารถบอกคุณธรรม จรยิ ธรรม สาํ หรับอาชีพชางปูกระเบอ้ื งได อาชพี ชางปูกระเบอ้ื ง และค 3. บอกชนดิ กระเบือ้ ง วัสดุปู จริยธรรมสําหรบั อาชพี ชา ง กระเบ้ืองและประเภทของ 2. ความรูเ บ้ืองตนเกย่ี วกบั ก เครอื่ งมือที่ใชในการปูกระเบ้ือง กระเบื้อง ได 4. อธบิ ายวธิ ีการรักษาความ 2.1 ชนดิ ของกระเบอื้ ง ปลอดภัยจากการใชเคร่อื งมอื 1) กระเบอ้ื งปูพนื้ วัสดุ อุปกรณไ ด 2)กระเบอื้ งปผู นัง 3) กระเบอื้ งดนิ เผา 2.2 ชนดิ ของวสั ดปุ ูกระเบ 1) กาวซเี มนตส าํ หรับ 2) ปนู สําเรจ็ รปู 3) ปนู ทรายผสมเอง
หลักสตู ชางปกู ระเบอ้ื ง 22 าชพี การจัดกระบวนการเรยี นรู จาํ นวนชวั่ โมง ะโยชนข อง ทฤษฎี ปฏบิ ตั ิ นอกอาคาร 1. ผูเ รยี นศกึ ษาสอื่ เอกสาร ใบความรู สอ่ื อินเทอ การประกอบ เน็ต เกยี่ วกับความสําคัญ ประโยชน ความรู 2- คณุ ธรรม เบื้องตน คณุ ธรรมจรยิ ธรรมเกย่ี วกบั การปู งปูกระเบื้อง กระเบอื้ ง การปู 2. ผูเรียนสอบถาม สัมภาษณ พูดคุยกับชางปู กระเบื้อง เกี่ยวกับอาชพี ชางปกู ระเบื้อง บอ้ื ง 3. นาํ ขอมลู จากการศึกษาสอ่ื และจากการ บปูกระเบอ้ื ง สมั ภาษณ มาวเิ คราะหต นเอง เพ่อื ตดั สินใจ ประกอบอาชพี 4. นาํ ผลการวเิ คราะหม าแลกเปล่ียนกับผูรู เพื่อน ในกลมุ และวทิ ยากร 5. สรุปชองทางการประกอบอาชพี และตดั สนิ ใจ ของตนเอง
เร่อื ง จดุ ประสงคการเรยี นรู เนือ้ หา 2. ทักษะการ 1. เตรยี มพน้ื ที่ กระเบอ้ื ง วสั ดุ 2.3 ประเภทของเคร่ืองมือท ประกอบอาชพี อปุ กรณ และเคร่อื งมอื ในการ ปกู ระเบ้อื ง และวธิ ีใช ปกู ระเบื้องได 2.4 ความปลอดภัยในการใ 3. การบริหาร 2. ปูพนื้ ปูฝาผนัง และปู อุปกรณ จดั การในการ กระเบื้องดนิ เผาไดถูกตอง 1. การเตรียมพ้นื ท่ี ประกอบอาชพี 3. เก็บรายละเอยี ดของงานได 2. การเตรียมกระเบอ้ื ง เรียบรอยสวยงาม 3. การเตรยี มวสั ดอุ ปุ กรณเ 4. สรปุ ขั้นตอนและเทคนิคการ 4. วิธกี ารปูพน้ื ทาํ งานไดครบทกุ ขน้ั ตอน 5. วธิ ีการปฝู าผนงั 6. วิธีการปูกระเบ้อื งดินเผ 1. คาํ นวณพนื้ ที่และราคาคาแรง 7. วิธีการเก็บรายละเอยี ดข คา วสั ดุ ปูพื้น ปูฝาผนงั และปู กระเบอื้ งดนิ เผาได 1. การคํานวณพนื้ ทแี่ ละกา 2. หาลูกคาและประชาสมั พนั ธ ราคา 1.1 การคาํ นวณพนื้ ทีแ่ ละ คํานวณราคาในการปูพ้ืน
การจดั กระบวนการเรียนรู 23 จาํ นวนชัว่ โมง ทฤษฎี ปฏบิ ตั ิ ท่ีใช ใชเ คร่ืองมือ เครื่องมอื 1. ผเู รยี นศึกษาใบความรเู กยี่ วกับประเภทของ 4 20 กระเบื้อง วธิ ีการปกู ระเบื้องทุกวิธี 3 7 ผา 2. ผูเ รยี นศกึ ษาดงู านและสัมภาษณ/ สนทนากบั ผู ของงาน ประกอบ 3. ผูเ รียนชมการสาธิตของวทิ ยากรพรอ ม ารคาํ นวณ สมั ภาษณขน้ั ตอนและวธิ กี ารปูพื้นทกุ วธิ ี ละการ 4. ผเู รยี นฝกปพู ืน้ ทกุ วธิ ี และฝก เก็บรายละเอยี ด ของงานตามใบงานจนชํานาญ 5. ผเู รียนและผูสอน รวมกนั สรปุ ขน้ั ตอนและ เทคนคิ การทํางานไดครบทกุ ข้นั ตอน 1. ผเู รยี นศึกษาใบความรูเรื่องการคํานวณพนื้ ท่ี และการคาํ นวณราคาคาแรงและวัสดุ การหาลกู คา การประชาสัมพนั ธมาตรฐานของการบรกิ าร และ การเจรจาตอรองราคา
เรอ่ื ง จุดประสงคก ารเรียนรู เน้ือหา 4. โครงการ งานปูกระเบ้ืองได 1.2 การคาํ นวณพน้ื ทแี่ ละ ประกอบอาชพี 3. อธบิ ายมาตรฐานของการ คาํ นวณราคาในการปูฝาผน บริการปูกระเบ้ืองได 4. เจรจาตอ รองราคากับลูกคาได 1.3 การคํานวณพนื้ ที่และ อยา งราบร่ืนและเปน ที่พงึ พอใจ คํานวณราคาในการปูกระเบ ของลกู คา 2. การประชาสมั พนั ธแ ละก 5. สรุปกระบวนการบริหาร ลกู คา จัดการในการประกอบอาชพี ชา ง 3. การควบคมุ มาตรฐานขอ ปูกระเบื้องทพ่ี งึ ประสงคข อง บริการ ลกู คา ได 4. การเจรจาตอ รองราคากบั 1. บอกความสาํ คญั ของ โครงการอาชีพได 1. ความสําคัญของโครงกา 2. บอกประโยชนข องโครงการ 2. ประโยชนข องโครงการ อาชพี ได 3. องคประกอบของโครงก 3. บอกองคประกอบของ ประกอบอาชพี โครงการอาชีพได 4. การเขียนโครงการอาชพี 4. อธบิ ายความหมายของ 5. การประเมนิ ความเหมาะ องคประกอบของโครงการอาชีพ สอดคลองของโครงการอา
ละการ การจดั กระบวนการเรียนรู 24 นงั จาํ นวนช่ัวโมง ละการ 2. ผูเรียนฝกคาํ นวณพ้นื ที่ ราคาคา แรง และวัสดุ ทฤษฎี ปฏบิ ตั ิ บอ้ื งดินเผา การหาลกู คา และวธิ กี ารประชาสมั พันธ การหา 3. ผเู รยี นฝกรบั งาน และฝกเจรจาตอรองราคากับ 39 ลกู คา โดยใชบ ทบาทสมมติ และสถานการณจรงิ องการ 4. ผเู รียน และผสู อน สรุปกระบวนการบรหิ าร จัดการในการประกอบอาชพี ชางปกู ระเบอ้ื งได บลูกคา 1. จัดใหผ เู รียนศกึ ษาเนอื้ หาจากใบความรู เรื่อง ารอาชีพ ความสําคญั ของโครงการอาชีพ ประโยชนข อง รอาชพี การ โครงการอาชีพ องคประกอบของโครงการอาชีพ การ แลวจดั กจิ กรรมการสนทนาแลกเปลย่ี นขอมลู ความคดิ เห็น เพื่อสรา งแนวคดิ ในการดาํ เนนิ พ กจิ กรรมการเรยี นรู ะสมและ 2. จัดใหผูเรียนศึกษาสาระขอ มูลจากใบความรู าชพี เร่ือง ตัวอยางการเขียนโครงการอาชีพทด่ี ี
เร่อื ง จุดประสงคการเรยี นรู เนอ้ื หา ได 5. อธิบายลกั ษณะการเขยี นทด่ี ี ขององคป ระกอบของโครงการ อาชพี ได 6. เขียนโครงการในแตล ะ องคป ระกอบใหเ หมาะสมและ ถกู ตอ งได 7. ตรวจสอบความเหมาะสม และสอดคลอ งของโครงการ อาชีพได
การจดั กระบวนการเรยี นรู 25 เหมาะสม และถกู ตอ ง พรอมจัดการอภิปราย เพ่ือ จาํ นวนชั่วโมง สรุปแนวคิดเปนแนวทางในการเขยี นโครงการ ทฤษฎี ปฏบิ ตั ิ อาชีพทดี่ ี เหมาะสม และถกู ตอ ง 3. จัดใหผูเรียนฝกปฏิบัติ การเขียนโครงการ อาชพี 4. กาํ หนดใหผ ูเ รียนฝก ปฏบิ ตั ิการประเมินความ เหมาะสมและสอดคลอ งของโครงการอาชพี 5. จัดใหผูเรียนปรับปรุงโครงการอาชีพ ใหมี ความเหมาะสมและถูกตอง 6. กําหนดใหผ ูเ รียนเขยี นโครงการอาชพี ของ ตนเอง เพื่อเสนอขอรับการสนบั สนุนงบประมาณ ดาํ เนินงานอาชีพ และใชใ นการดําเนนิ การ ประกอบอาชพี ตอ ไป
26 ใบความรูท่ี 1 ประเภทของกระเบ้ือง กระเบือ้ งเซรามิกถือเปน ตวั เลือกทด่ี ที สี่ ดุ ไดรบั การแนะนําสําหรับการตกแตง บา นในแบบทเ่ี รยี บงา ย ท้งั นีเ้ นือ่ งดว ยคุณสมบัติตา ง ๆ ดังน้ี 1) สะอาดและปราศจากไร 2) มใี หเ ลือกหลากหลายสี ขนาด และพน้ื ผวิ 3) ดูแลรกั ษาและทาํ ความสะอาดงา ย 4) มคี วามทนทานและอายกุ ารใชงานยาวนานกวา 5) ใชป ระโยชนไ ดหลากหลาย กระเบื้องบผุ นงั ชนดิ เคลือบ เหมาะสาํ หรับการใช เพ่อื การตกแตงภายใน และไมค วร ใชรองรับแรงกระแทกที่มากเกนิ ไป มีอณุ หภูมิทส่ี งู หรอื สภาพการใชง านทีส่ มบุกสมบันนกั มใี หเลอื กทัง้ ใน แบบทีส่ วยงามในขนาดตาง ๆ กนั เพื่อการตกแตง และการใชงาน กระเบือ้ งปพู นื้ ชนิดไมเคลอื บ มีคุณสมบตั เิ ชน เดยี วกับกระเบ้ืองผผุ นงั ชนิดเคลอื บ แตม คี วามทนทานตอแรงกระแทก แรงกด และการสกึ หรอไดม ากกวา มใี หเลือกทั้งในแบบท่สี วยงามใน ขนาดตาง ๆ กนั เพื่อการตกแตง และการใชงาน กระเบอ้ื งพอรซ แลนชนิดเคลอื บ กระเบือ้ งทอี่ ดั แนน เนอ้ื ละเอียดนถี้ กู เผาที่ อุณหภูมิ เกนิ กวา 1000℃ จึงทําใหเปนกระเบอ้ื งปพู ้นื ทม่ี คี วามแข็งแกรง และทนทาน เหมาะสําหรับการตกแตง หอ งนํา้ หรอื ใชภ ายนอกตวั อาคาร กระเบอื้ งชนิดน้ีมีพนื้ ผวิ ขัดเงาแบบตางๆ ใหเ ลือก ทง้ั แบบแวววาวหรอื
27 แบบเคลือบ หรือแบบสสี วา งหรอื โปรง ใส ตลอดจนพ้ืนผิวดาน และหยาบเพอื่ กนั ล่นื และเพอ่ื วัตถปุ ระสงค ในการตกแตง กระเบื้องพอรซ เลนสาํ หรับตกแตง กระเบอ้ื งแกรนิตแบบมลี วดลายมีรปู แบบ และเนอ้ื กระเบื้องเลยี นแบบลกั ษณะหนิ ตามธรรมชาติ เชน หนิ แกรนติ หินออน และหนิ ทราเวอรท นี (Travertine) กระเบ้อื งชนดิ นีม้ ีความแขง็ และสามารถกนั รอยตา งๆไดม ากขน้ึ ดงั นนั้ จงึ มคี วามทนทานกวา หนิ ตาม ธรรมชาติ กระเบอ้ื งชนิดนม้ี ใี หเ ลือกทัง้ แบบ บผุ นังและแบบปูพ้ืนเหมาะแกก ารใชงานท้ังภายในอาคารและ ภายนอกอาคาร
28 ใบความรทู ่ี 2 อปุ กรณท ่ใี ชก ารปูกระเบื้อง 1) สายระดับนํา้ 2) ทต่ี ัดกระเบือ้ ง (แทน ตดั ) 3) หินเจยี รขนาดเล็ก (ลูกหนู) 4) เกยี งสําหรบั ปาดปนู เกยี งปาดกาว เกยี งกอ 5) ตลับเมตร 6) คอน 7) ฉาก 8) เตาตเี สน 9) กะบะผสมปูน 10) จอบผสมปูน 11) สายเอ็น
29 ใบความรู 3 ขั้นตอนการปกู ระเบ้อื ง ข้ันตอนท่ี 1 วดั ขนาดกําหนดแนวการปกู ระเบ้ืองกอ น เชน การปูผนงั การปูผนงั ควรใหเศษอยูดานลา งหรือการปไู ม เตม็ ความสูงของผนงั ควรใหแ ผน เตม็ อยูบนสุด สวนการปกู ระเบือ้ งพน้ื ควรกาํ หนดแนวปโู ดยใหเศษกระ เบ้อื ง อยดู า นขา งรมิ หอง ใชเ กรยี งฉาบปนู ผสมปนู สําหรบั ปกู ระเบ้อื งใน กระถางผสมปูน ปนู ปูกระเบือ้ ง 1สว น ทราย 2 สว น ควรผสมคร้ังละพอประมาณในการปไู มค วรผสมมากเกนิ ไปจะทําใหป นู แขง็ ตวั ในขณะทย่ี ังใช ไมห มดการผสมควรผสมใหป นู หนดื อยตู ัว ขน้ั ตอนท่ี 2 รา งแบบเพ่ือวางแนวการปูใหต รงตามความตอ งการกาํ หนดจดุ เรมิ่ ตน โดยอิงกบั แนววงกบประตู ใชด า ยตี เสน ตีเสน ทีเ่ ปน แนวสําหรบั การปูท้ังแนวนอนและ แนวตงั้ ข้นั ตอนท่ี 3 ใชเ กรียงฉาบปนู ผสมปูนสําหรบั ปูกระเบ้อื งใน กระถางผสมปนู ปูนปูกระเบอ้ื ง 1สวน ทราย 2 สว น ควร ผสมครง้ั ละพอประมาณในการปไู มควรผสมมากเกินไปจะทาํ ใหปูนแขง็ ตัวในขณะทย่ี งั ใชไมห มดการผสม ควร ผสมใหปนู หนดื อยูตวั
30 ข้นั ตอนที่ 4 นํากระเบ้ืองทต่ี องการปมู าแชน ํ้าสะอาดไวป ระมาณ 20-30 นาที ใหก ระเบอ้ื ง ดูดซมึ นาํ้ จนอ่มิ ตัวกอนเพื่อ ไมใหก ระเบอื้ งดดู น้ําจากปูนปูกระเบอื้ ง จนแหง จะทําใหกระเบอ้ื งหลดุ รอน นํากระเบ้ืองทีแ่ ชนา้ํ ขนึ้ มาผง่ึ ให แหง หมาดๆ ขัน้ ตอนท่ี 5 ใชเกรียงฟน รอ งตกั ปนู ใสด า นหลังกระเบอ้ื ง ฉาบเปน รอ งปาดใหทวั่ ท้งั แผนดว ยการออกแรงกดเบา ๆ ใหม ี เนือ้ ปูนประมาณ 5 มิลลเิ มตร ขนั้ ตอนที่ 6 นาํ กระเบ้อื งตดิ บนพ้ืนตามแนวแลว เคาะเบาๆ ดว ยคอนยางหรอื ดามเกรยี งใหแ นน กบั พนื้ ผวิ ปาดปนู สว นเกนิ ออก ข้นั ตอนที่ 7 ปแู ผน ตอ ไปโดยใหช อ งหางแนวกระเบือ้ งประมาณ 2 -3 มม. เปนแนวตรงไมบ ดิ เบ้ยี ว โดยปูตามแนวของ เสนทไ่ี วท้งั แนวนอนและแนวตัง้ กอน แลวคอ ย ปูใหเ ตม็ พ้นื ทโ่ี ดยปใู หไ ดร ะนาบเดียวกันไมเ หลอื่ มสูงกวา กนั ปูจนเตม็ พน้ื ที่ทงั้ หมดโดยเวน สว นของ เสา ,วงกบ ไวก อน
31 ขั้นตอนท่ี 8 ควรท้งิ ไว 1 วนั กอ นถงึ สามารถเหยียบเขาไปเก็บสวนทขี่ าดรอบหองได การปกู ระเบอื้ งในสว นทไ่ี ม เตม็ แผน จะตอ งวัดสวนท่ีตองการตัดออกดว ยตลับเมตรวา ตองการขนาดเทาไร ขีดเสนทําเคร่ืองหมายกอนนาํ ไป ตัดดว ยแทน ตดั กระเบ้อื ง หรอื เครอ่ื งเจยี รแบบลกู หนู ทดลองวางดูกอนฉาบปูนใหม รี อ งหา งกนั ประมาณ 2 - 3 มม. ขั้นตอนท่ี 9 ผสมปนู ยาแนว 1 สว น กับนาํ้ 1 สว น ฉาบยาแนวลงในสว นของรอ งรอยตอ ของกระเบ้ืองใหเตม็ ทิ้งไวใ ห พอ หมาดจงึ เชด็ ออกดว ยฟองน้ําชบุ นํ้าหมาดๆ จนรอ งยาแนวเรยี บสนิท ความกวา งของรอ งกวา เสมอกนั ตลอด แนว
32 ใบความรู 4 วิธกี ารปกู ระเบื้อง 1. วิธกี ารปกู ระเบือ้ งแบบเปย ก 1.1 การปกู ระเบ้อื งพนื้ ใชว ิธกี ารปแู บบเปย ก คือเทปูนทรายปรบั ระดับ แลวจึงเร่ิมปกู ระเบอ้ื งโดย ระวงั ไมใ หเกดิ โพรงอากาศระหวางกระเบอื้ งกับผิวปนู ซึง่ เปนวธิ ที ก่ี ระเบ้อื งจะตดิ แนน กบั ผวิ พนื้ ไดด ี 1.2 กอ นปกู ระเบอ้ื งตอ งขึงเชือกหาแนวดิง่ ฉากของกระเบอื้ งในแถวแรกเพ่อื เปนแนวในการปแู ถว ตอ ๆ ไป หากเปนการปสู ลบั แนวตอ งควบคมุ แนวกระเบอ้ื งใหร ะยะของแนวที่ปูสลบั เทา กนั โดยตลอดจัด ระยะหางของกระเบอ้ื งท้งั ดา นสัน้ และดา นยาวใหเ ทากนั แนวกระเบอ้ื งบริเวณมุมและรอยตอมีความ เรียบรอ ย ระยะความสูงเสมอกัน ไดแนวระนาบ ขนาด สี ลวดลาย ความประณีตของเน้ืองาน ความลาดเอียง ของพื้นตองมที ศิ ทางที่ชว ยใหน าํ้ ไหลลงทอ ไดสะดวก 1.3 ระหวางปกู ระเบื้องตองหม่ันซับทําความสะอาดนํา้ ปนู ระวงั อยา ใหจ ับเปนคราบ ฝา ผิวกระเบ้อื ง ท่ปี ูแลว ตอ งไดระดับเสมอกนั ทกุ แผน เหลยี่ มมุมของกระเบือ้ งไมแตกบนิ่ ชาํ รดุ 2. วิธกี ารปกู ระเบ้ืองแบบซาลาเปา การปกู ระเบ้อื งพ้นื โดยใชว ิธกี ารปแู บบซาลาเปา คือการปโู ดยชา งจะใชปนู พอกเปน กอนบนหลัง แผนกระเบ้อื ง เหมือนลกู ซาลาเปา แลวนําแผน กระเบื้องวางบนผิวปนู หยาบ เน้ือปูนบริเวณผวิ พนื้ ดา นลางจะ ไมเ สมอ จึงมโี อกาสทแ่ี ผน กระเบื้องแตกบรเิ วณมุม ปูนยาแนวแตก นํา้ จะซมึ เขา ไปใตแ ผนกระเบือ้ ง ทาํ ลาย โครงสรา งอาคาร ความชื้นที่สงู มากและระบายออกไมท นั ทาํ ใหก ระเบ้ืองพื้นระเบดิ (กระเบอื้ งจะหลดุ ออกมาจากพนื้ เปน แผนๆ เกิดไดจ ากหลายสาเหตุ ความชน้ื อณุ หภมู ิทเ่ี ปลย่ี นแปลง คุณภาพกระเบอื้ งทม่ี ี อัตราสว นการยืดหดตวั สูง การปูกระเบ้อื งแบบชิด) 3. วิธีการปกู ระเบื้องแบบปนู กาว 3.1 การปูกระเบ้ืองพ้นื โดยใชว ธิ ีการปแู บบปนู กาว คอื ใชเ กรยี งฟน รองดักปนู ใสด า นหลกั ระเบอ้ื ง ฉาบเปน รอ งปาดใหท ว่ั ทั้ง แผนดว ยการออกแรงกดเบาๆ ใหม เี นือ้ ปนู ประมาณ 5 มิลลิเมตร 3.2 นํากระเบอ้ื งตดิ บนพน้ื ตามแนวแลว เคาะเบาๆ ดวยคอ นยางหรอื ดา มเกรยี งใหแนน กบั พน้ื ผวิ ปาด ปูน สวนเกินออก 3.3 ปแู ผน ตอ ไปโดยใหช อ งหา งแนวกระเบือ้ งประมาณ 2-3 มม. เปนแนวตรงไมบดิ เบี้ยว โดยปตู าม แนวของเสน ทที่ ไี่ วท ง้ั แนวนอนและแนวตง้ั กอน แลวคอ ยปใู หเ ต็มพ้นื ท่ี 3.4 ควรท้ิงไว 1 วัน กอนถึงสามารถเหยยี บเขาไปเกบ็ สว นท่ขี าดรอบหองได การปูกระเบือ้ งในสวน ท่ีไมเ ต็มแผนจะตองวดั สวนท่ีตอ งการตดั ออกดว ยตลับ เมตรวาตอ งการขนาดเทา ไร ขีดเสน ทําความ เครอ่ื งหมายกอ นนําไปตดั ดว ยแทน ตัดกระเบอ้ื ง หรอื เครี่องเจยี รแบบลูกหนูทดลองวางดูกอ นฉาบปูนใหม ี รอ งหางกนั ประมาณ 2-3 มม.
33 3.5 ผสมปูนยาแนว 1 สวน กับนํา้ 1 สวน ฉาบยาแนวลงในสวนของรอ งรอยตอ ของกระเบือ้ งใหเ ตม็ ทิ้งไวใ หพ อหมาดจงึ เช็ด ออกดวยฟองนํ้าชมุ นํ้าหมาดๆ จนรอ งยาแนวเรยี บสนิท ความกวา งของรองกวา ง เสมอกันตลอดแนว
34 ใบความรู 5 วธิ ีตรวจรับงานปกู ระเบอื้ ง ข้ันตอนที่ 1 ความสวยงาม- กระเบอื้ งทมี่ สี สี นั และลวดลายแบบเดยี วกนั ควรปแู ลวดกู ลมกลนื กนั ไมค วรมีแผน ใดแผน หน่งึ มสี ผี ดิ เพย้ี น เดน สะดดุ ตาขน้ึ มา แนวขอบกระเบอ้ื งหรือแนวรอ งตองเปน เสนตรง ไมบ ดิ เบยี้ ว เฉ เอยี ง ซงึ่ ตรวจสอบได โดยการใชเ ชือก ขึงดู ระยะของรอ งยาแนวควรอยูระหวาง 1 - 3 มม . ไมควรหา ง จนเกินไป ขัน้ ตอนท่ี 2 ความราบเรยี บ - กระเบอ้ื งทกุ แผน ตองเรยี งอยูในระดบั เสมอเทา กนั กบั แผน ขางเคยี ง ถา เปน ผนัง ตรวจสอบ ไดโ ดยการใชม อื ลูบ ถาเปนพน้ื ตรวจสอบไดโดยการใชเหรยี ญวางแนบลงระหวางรอยตอ ของแผน ถา สามารถกดเหรยี ญแลวกระดกได แสดงวา กระเบ้ือง 2 แผน นั้นปูไมไ ดร ะดบั เสมอกนั ขั้นตอนที่ 3 ระดับความลาดเอียงของพน้ื - พื้นทีป่ ูควรมีระนาบเอยี งไปสูตาํ แหนงทใ่ี หน ํา้ ไหล ระบายลงไปได เชน ขอบ พืน้ หรือรูทอระบายนา้ํ ท้ิง ตรวจสอบได โดยการทดลองราดนํา้ ลงท่ีพน้ื ใหเ ปย กอยางท่วั ถงึ แลวสงั เกตดู ทิศทางไหลของนํา้ และดวู า มีบริเวณใดทม่ี นี ้ําไหลไปรวมกนั เปนแอง
35 ขน้ั ตอนท่ี 4 การยาแนวรอ ง- ควรใชปนู ซีเมนตข าว หรือกาวยาแนวรอ งยาแนวท่ีเรยี บรอ ยตองดเู นยี นเรยี บ ไมม ี เศษปนู ลนรอ ง ไมม ีกอนปนู ขรขุ ระ ไมม ีรูเลก็ รนู อย ซึง่ อาจกลายเปนท่อี ยอู าศยั ของมด แมลงได ตรวจสอบไดโ ดย การใชนวิ้ ลบู ตามแนวรอง ขั้นตอนที่ 5 วัสดุที่ใชป-ู ตอ งแนใจวามกี ารรองพ้นื คอนกรตี ดว ยแผน พลาสตกิ เพอ่ื กัน ความช้ืนแลว และพืน้ ปนู ทราย ปรับระดับได มีการผสมนาํ้ ยากนั ซึมไวด ว ยแลว - ควรใชปนู ซเี มนตขาว หรอื กาวปูเซรามิค เพ่อื การยดึ เกาะท่ี ดี และ ปอ งกันปญ หาเร่อื งความชืน้ หรือเชื้อรา- วสั ดุที่ใชตอ งปาดใหเ รยี บเตม็ แผน กระเบือ้ งเพอื่ การยึดเกาะ เต็มท่ี และ เพอื่ ความแขง็ แรงในการรับนาํ้ หนกั - ตรวจสอบไดโดยการเคาะเบา ๆ ดว ยของแขง็ แลว ฟง เสียงดู วา ใตก ระเบื้องโปรงหรอื ไม
36 คณะผจู ดั ทาํ ทปี่ รกึ ษา บญุ เรือง เลขาธกิ าร กศน. 1. นายประเสริฐ อิ่มสุวรรณ รองเลขาธกิ าร กศน. 2. นายชัยยศ จําป รองเลขาธิการ กศน. 3. นายวัชรนิ ทร เลศิ วิริยะกลุ ผเู ช่ยี วชาญเฉพาะดา นพฒั นาหลักสตู ร 4. นายกุลธร งามเขตต ผูอํานวยการกลุมพฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน 5. นางศทุ ธินี ผเู ชีย่ วชาญดา นเนอ้ื หา / ภมู ิปญญา ผูอํานวยการ กศน.อําเภอบางน้ําเปรี้ยว 1. นายสมหมาย ม่งั คงั่ จังหวัดฉะเชงิ เทรา กศน. อําเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา 2. นายชเู กยี รติ มเี จริญ สถาบัน กศน.ภาคใต 3. นางมยรุ ี สุวรรณเจรญิ คณะทํางาน 1. นายณภทั ร สิงหส ถติ ย ครู กศน.ตําบล จ.นครสวรรค 2. นายมงคลศกั ด์ิ เพช็ รคง ผเู ชย่ี วชาญปะผุ เคาะ พน สี จงั หวดั นครสวรรค 3. นายไพฑรู ย ศรีเพช็ ร ผอู าํ นวยการ กศน.อําเภอพัฒนานคิ ม จงั หวดั ลพบุรี 4. นางสาวปรีดานชุ ปญโญ นักวชิ าการศึกษา สํานกั งาน กศน.จงั หวดั ลพบุรี 5. นางสวุ รรณี กรรณทพิ ย ครูอาสาสมัคร กศน.เมอื ง จงั หวัดปราจนี บรุ ี 6. นางสาวปราริสชาติ คําอุดม ผเู ชยี่ วชาญการดูแลสตรหี ลงั คลอด จังหวดั ปราจีนบุรี 7. นายนพดล โกมลวฒั นะ ครู กศน.ตําบล จังหวัดชลบุรี 8. นายโชตพิ ล ทองแถม ผูเชยี่ วชาญหลกั สูตรชา งซอ มรถจกั รยานยนต 9. นายสมชาย ฐติ อิ ศั วรัตน นกั วิชาการศกึ ษา กลมุ พฒั นาการศึกษานอกโรงเรยี น 10. นางสาวฐติ มิ า วงศบณั ฑวรรณ นกั วิชาการศึกษา กลุมพฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน
Search
Read the Text Version
- 1 - 43
Pages: