Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ดนตรี ม.๑

ดนตรี ม.๑

Published by สรวิศ จันพุ่ม, 2019-09-06 03:50:47

Description: ดนตรี ม.๑

Search

Read the Text Version

๓๔ ดนตรี เครอ่ื งหมายประจาํ จงั หวะอตั ราจงั หวะธรรมดา (Simple time) การแปลความหมาย การแปลความหมายของตวั เลขแสดงอตั ราจังหวะธรรมดาที่มีเลขสว นลางเปน ๔ มวี ธิ ี การดังน้ี ให้นกั เรียนสังเกตตวั เลขเหลานซ้ี ึง่ ทาํ หน้าทีเ่ ปน เครอื่ งหมายประจําอัตราจังหวะ ประกอบไปดว้ ยตวั เลขสวนบนและตัวเลขสวนลาง ตัวเลขสวนบนในเครือ่ งหมายแสดงอัตราจงั หวะธรรมดาหมายถึง จาํ นวนโน้ต ซงึ่ จะมจี าํ นวนเปน ๒ ๓ หรอื ๔ ทาํ หน้าทเ่ี ปนตวั ระบจุ ํานวนชพี จรจงั หวะในหน่งึ หอ้ งเพลง ตวั เลขสว นลา ง ในทน่ี จ้ี ะกลา วถงึ เฉพาะทเ่ี ปน เลข ๔ ซง่ึ ในเครอ่ื งหมายแสดงอตั ราจงั หวะหมายถงึ โนต้ ตวั ดาํ เสมอ ดงั นน้ั การแปลความหมาย สามารถแปลไดต้ รงตวั ตามตวั เลขและหนา้ ทท่ี ป่ี รากฏอยใู นเครอ่ื งหมายประจาํ จงั หวะ (Time signature) คําอธบิ าย อา นวา อตั ราจงั หวะสองสี่ ความหมายของเลขตวั บนคือ ๒ ความหมายของเลขตวั ลา งคอื ตวั ดาํ ความหมายของเลขสองตัวรวมกันคือ ในหน่งึ ห้องเพลงมีโน้ตตัวดาํ ๒ ตัว ดงั นนั้ โน้ตทอี่ ยใู นห้องเพลงนั้นๆ สามารถเปนโน้ตอะไรกไ็ ด้ แตรวมแลว้ มคี า เทา กบั โน้ตตัวดาํ ๒ ตัว หรือในหนง่ึ ห้องเพลงมี ๒ ชพี จรจงั หวะ อา นวา อตั ราจังหวะสามส่ี ความหมายของเลขตัวบนคือ ๓ ความหมายของเลขตวั ลา งคอื ตวั ดาํ ความหมายของเลขสองตวั รวมกันคอื ในหนงึ่ ห้องเพลงมีโนต้ ตัวดํา ๓ ตวั ดังน้ัน โน้ตทอ่ี ยใู นห้องเพลงน้นั ๆ สามารถเปน โน้ตอะไรก็ได้ แตร วมแลว้ มีคา เทา กับโน้ตตัวดํา ๓ ตัว หรือในหนึ่งห้องเพลงมี ๓ ชีพจรจังหวะ

ดนตรี ๓๕ อานวา อตั ราจังหวะสีส่ ่ี ความหมายของเลขตวั บนคือ ๔ ความหมายของเลขตัวลางคือ ตวั ดํา ความหมายของเลขสองตวั รวมกนั คอื ในหนึง่ ห้องเพลงมีโน้ตตัวดํา ๔ ตัว ดังน้นั โนต้ ท่อี ยูในห้องเพลงน้นั ๆ สามารถเปนโนต้ อะไรกไ็ ด้ แตร วมแล้ว มีคาเทากับโนต้ ตวั ดาํ ๔ ตัว หรอื ในหนึ่งห้องเพลงมี ๔ ชพี จรจังหวะ การบันทึกจงั หวะ

๓๖ ดนตรี กิจกรรมนาํ การเรียนรู ๓.๔) นกั เรยี นแบง กลุม กลุมละประมาณ ๕ คน ฟงเพลงแผนดินของเราจากแผน เสียง และร้องเพลงใหถ้ กู ตอ้ งตาม จังหวะ จากนัน้ ให้ชวยกันบันทึกตวั โน้ตแสดงจังหวะตามวรรคของเพลงทถี่ ูกคดั เลือกมา และเขียนคําร้องแสดง จังหวะไวใ้ ต้โน้ต เพลงแผนดินของเรา ( แผนท่ี ๒ เพลงที่ ๔๑) บทเพลงพระราชนพิ นธใ์ นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหวั ภมู ิพลอดลุ ยเดช ๑) ถงึ อยูแ คว้นใด ไมสขุ สาํ ราญ ถงึ อยู แควน้ ใด ไม สุข สาํ ราญ ๒) ทรัพย์จากผนื ดนิ สินจากนที ............................................................................................................................................................................................................................................................ ๓) มสี ิทธเ์ิ สรี สนั ติครองเมอื ง ............................................................................................................................................................................................................................................................ ๔) เรามีปา ไม้ อยสู มบูรณ์ ............................................................................................................................................................................................................................................................ ๕) ไรน าสดใส ใตฟ้ า เรือง ............................................................................................................................................................................................................................................................ ๖) รกั ชาตขิ องเรา ไว้เถิดผองไทย ............................................................................................................................................................................................................................................................ ๗) ผืนแผนแหลมทอง ............................................................................................................................................................................................................................................................ ๘) รกั เกียรติรกั วงศ์ เสริมสง สมั พนั ธ์ ............................................................................................................................................................................................................................................................ ๙) ทนู เทิดเมอื งไทยน้นั ใหย้ ืนยง ............................................................................................................................................................................................................................................................

ดนตรี ๓๗ กิจกรรมนาํ การเรยี นรู ๓.๕) นกั เรียนในกลมุ ชวยกนั ตบมือตามจงั หวะที่บันทกึ พรอ้ มท้ังร้องทอนของเพลง เพ่อื ตรวจสอบความถกู ต้องของการ บันทึกจังหวะอีกคร้งั กจิ กรรมนําการเรียนรู ๓.๖) นกั เรียนในกลุม ชวยกันสรุปสัญลักษณต์ ัวโนต้ แสดงจงั หวะ พรอ้ มกับคา ของจังหวะ ............................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................. กิจกรรมนําการเรยี นรู ๓.๗) นักเรยี นแบงกลมุ กลมุ ละประมาณ ๕ คน ร้องเพลงและตบมือพร้อมกนั โดยตบมือเฉพาะคําท่ีเปน ตวั หนา เพลงชวา ( แผนที่ ๒ เพลงท่ี ๔๓) ทํานอง : หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศลิ ปบรรเลง) คาํ ร้อง : คุณหญงิ ชน้ิ ศลิ ปบรรเลง เพลนิ เสยี ง เพลงครืน้ เครงวญิ ญา _ ฟง ซิ ฟงเสียง ดังลอย มา _ กรอกรี กรอออ เพลงช วา _ ลาลา ลาคลา้ ย ทํานอง เพลง _ เพลนิ เสยี ง เพลงครืน้ เครงวญิ ญา _ งามแสง จนั ทรข์ าว นวลยวน ตา _ บนฟา ไกลไร้ ดวงดา รา _ มาซิ มาร้อง รําทํา เพลง _

๓๘ ดนตรี กิจกรรมนําการเรยี นรู ๓.๘) นักเรยี นชวยกันสงั เกตความสมั พันธ์ระหวางการตบมือ เน้อื รอ้ ง และการอา นการบนั ทกึ จังหวะแบบสากลตัวท่ี เปน ตวั หนาคอื จังหวะที่นกั เรยี นจะต้องตบมอื เสมอ หมายเหตุ เครอ่ื งหมาย + อา นวา “และ” นักเรียนในกลุมแบง กนั รอ้ งแนวทาํ นอง และแนวทเี่ ปน ตวั เลข จากนนั้ สลับหน้าทก่ี ัน เพลงชวา ( แผนที่ ๒ เพลงที่ ๔๓) ทาํ นอง : หลวงประดษิ ฐไพเราะ (ศร ศลิ ปบรรเลง) คําร้อง : คณุ หญิงชน้ิ ศลิ ปบรรเลง เพลนิ เสียง เพลง ครืน้ เครง วญิ ญา_ ๑ + ๒+๑ +๒ ฟง ซิ ฟง เสยี ง ดงั ลอย มา_ ๑ + ๒+๑ +๒ กรอ กรี กรอ ออ เพลง ช วา_ ๑ + ๒+๑ +๒ ลา ลา ลา คล้าย ทํา นอง เพลง_ ๑ + ๒+๑ +๒ เพลนิ เสียง เพลง ครื้น เครง วิญ ญา_ ๑ + ๒+๑ +๒ งาม แสง จนั ทร ขาว นวล ยวน ตา_ ๑ + ๒+๑ +๒ บน ฟา ไกล ไร้ ดวง ดา รา_ ๑ + ๒+๑ +๒ มา ซิ มา รอ้ ง รํา ทํา เพลง_ ๑ + ๒+๑ +๒

ดนตรี ๓๙ กจิ กรรมเสริมการเรียนรู ๓.๙) นกั เรยี นสงั เกตความสมั พนั ธร์ ะหวา งการตบมอื เนอ้ื รอ้ ง การอา นการบนั ทกึ จงั หวะแบบสากลและการบนั ทกึ โนต้ แสดงจงั หวะแบบสากล ตัวทเ่ี ปน ตวั หนาคอื จังหวะทน่ี ักเรยี นจะต้องตบมอื เสมอ หมายเหตุ : เครื่องหมาย + อา นวา “และ” เพลงชวา ( แผน ที่ ๒ เพลงท่ี ๔๓) ทาํ นอง : หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศลิ ปบรรเลง) คําร้อง : คุณหญิงชน้ิ ศลิ ปบรรเลง

๔๐ ดนตรี กิจกรรมเสรมิ การเรยี นรู ๓.๑๐) จากรปู แบบจังหวะดังตอไปน้ี ใหนักเรยี นเขยี นตัวเลขกํากบั และสรางประโยคจากคําตา งๆ หลังจากนัน้ ใหนกั เรยี นตบมอื พรอมกับอา นคาํ ตามจังหวะ

ดนตรี ๔๑ กิจกรรมนาํ การเรียนรู ๓.๑๑) นกั เรียนแบง กลมุ กลมุ ละประมาณ ๕ คน ฟงเพลงสายทิพยจ์ ากแผนเสยี ง ( แผนท่ี ๒ เพลงที่ ๔๔) ดู การบนั ทกึ โนต้ ตามไปดว้ ย โดยแบง เปน กลมุ ยอ ย ตบมอื ตามชพี จรจงั หวะ และนกั เรยี นทเ่ี หลอื ชว ยกนั รอ้ งเพลงใน กจิ กรรมน้ี ใหน้ กั เรยี นสงั เกตตวั ดาํ ประจดุ ทต่ี ามดว้ ยตวั เขบต็ หนง่ึ ชน้ั เพลงสายทิพย คํารอ้ ง : สายสรุ ี จุติกุล แสง ดาว สวย พราว ดู เดน เลง็ เหน็ เหมอื น ตา ของ เธอ เฝา เพอ้ หวั ใจ ละ เดอื น เหมอื น เตอื น ใจ เศรา้ โอ้ เรา รกั รา้ ว หวั ใจ คอย ไป เหมอื น ตวั แสน เมอ ราํ พนั ___ แสง ไกล รกั มน่ั ___ จาก เธอ ไป แลว้ ใจ หาย ดวง ใจ ยงั คดิ ถงึ สาย สมั พนั ธ์ รกั ยงั มิ วาย คลาย จาง___ ขอ เดอื น ชว ย เตอื น ใจ มน่ั ใฝ ฝน ถงึ เธอ ทกุ วนั มอง จนั ทร์ นกึ ความ สมั พนั ธ์ ครง้ั กอ น กจิ กรรมนาํ การเรยี นรู ๓.๑๒) นกั เรยี นรอ้ งทอ นของเพลงในขอ้ ๑ ใหค้ รบทง้ั ๓ รปู แบบ แลว้ จงึ รอ้ งในขอ้ ถดั ไปจนครบทง้ั ๓ ขอ้ ลําดับวิธกี ารเรียนรู ๑) นกั เรยี นรอ้ งขอ้ ๑ ในรปู แบบท่ี ๑ ใหร้ สู้ กึ และเขา้ ใจถงึ จาํ นวนชพี จรจงั หวะในแตล ะหอ้ งเพลง โดยแบง นกั เรยี นเปน สอง กลมุ กลมุ ท่หี น่ึงนบั ๑ ๒ ๓ กลุม ทสี่ องรอ้ งแนวทาํ นอง ๒) นกั เรยี นรอ้ งขอ้ ๑ ในรปู แบบท่ี ๒ เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นมคี วามเขา้ ใจในเรอ่ื งคา ของจงั หวะทส่ี มั พนั ธก์ บั ชพี จรจงั หวะมากยง่ิ ขน้ึ โดยแบง นักเรียนเปนสองกลุม กลุมทห่ี นึ่งนบั ๑ ๒+ ๓+ กลุมที่สองรอ้ งแนวทํานอง โดยใหน้ กั เรยี นกลมุ ท่สี องสงั เกตวา แนวทํานองมาตรงกับระบบการนบั ของกลมุ ที่หนึ่งอยางไร

๔๒ ดนตรี ๓) นกั เรยี นรอ้ งขอ้ ๑ ในรปู แบบที่ ๓ โดยให้นักเรียนรอ้ งดว้ ยจังหวะทีช่ ้ามาก เพ่ือให้นกั เรยี นมคี วามเขา้ ใจในเรือ่ งคาของ จงั หวะที่สัมพันธ์กบั ชีพจรจงั หวะมากย่งิ ขึ้นโดยแบงนกั เรียนเปน สองกลมุ กลมุ ที่หนง่ึ นับ ๑+ ๒+ ๓+ โดยรกั ษาชีพจร จงั หวะใหค้ งท่ีกลมุ ทส่ี องรอ้ งแนวทาํ นองโดยใหน้ กั เรยี นกลมุ ทส่ี องสงั เกตวา แนวทาํ นองนนั้ มาตรงกบั ระบบการนบั ของ กลุม ท่ีหน่ึงอยา งไร จากนนั้ จึงเพ่ิมความเรว็ ขน้ึ ๔) นกั เรยี นรอ้ งขอ้ ๒ และ ๓ ให้ครบท้ัง ๓ รปู แบบ แลว้ จงึ สลับกลุม กันรอ้ ง รปู แบบที่ ๑ ๑ ๒๓ ๑ ๒๓ ๑) ดาว สวย พราว ดู เดน เลง็ ๒) เหน็ เหมือน ตา ของ เธอ เฝา ๓) เพ้อ หัว ใจ ละ เมอ รํา รปู แบบท่ี ๒ รูปแบบที่ ๓ ๑๒ + ๓+ ๑ +๒ + ๓ + ๑) ดาว สวย พราว ดู ๑) ดาว สวย พราว ๒ เห็น เหมือน ตา ของ ๒ เหน็ เหมอื น ตา ๓) เพอ้ หัว ใจ ละ ๓) เพอ้ หัว ใจ

ดนตรี ๔๓ กิจกรรมนําการเรียนรู ๓.๑๓) นักเรยี นแบงกลมุ กลมุ ละประมาณ ๕ คน ฟงเพลงต้นตระกลู ไทยตามทอ นเพลงถกู คดั เลือกมาจากแผนเสยี ง ( แผนท่ี ๒ เพลงที่ ๔๕) พร้อมทัง้ สังเกตวธิ กี ารบันทกึ จงั หวะโดยใหค้ วามสนใจไปทล่ี กั ษณะจงั หวะทีไ่ มเ คย ปรากฏในกจิ กรรมกอ นหนา้ มากอน เพลงตน ตระกลู ไทย ทํานอง : พลตรีหลวงวิจิตรวาทการ คําร้อง : พลตรหี ลวงวจิ ติ รวาทการ เกร็ดนารู เพลงตน ตระกลู ไทย เปน เพลงปลกุ ใจ ประพนั ธค์ าํ รอ้ งและทาํ นองโดยหลวงวจิ ติ รวาทการ เพื่อประกอบละคร “อานุภาพพอขุนรามคําแหง” เมื่อป พ.ศ. ๒๔๙๗ นอกจาก เพลงต้นตระกูลไทยแล้ว หลวงวิจิตรวาทการ ยังเปนผู้ประพันธ์คําร้องและทํานอง เพลงปลกุ ใจ ต่นื เถดิ ชาวไทย อีกดว้ ย

๔๔ ดนตรี กิจกรรมนําการเรยี นรู ๓.๑๔) แบง นกั เรยี นออกเปน ๓ กลมุ นกั เรยี นกลมุ แรกตบมอื ตามชพี จรจงั หวะ กลมุ ทส่ี องอา นจงั หวะ ตามตวั เลขทเ่ี ขยี น ไวกลุมที่สามรองแนวทํานองตามสวนของเพลงที่เลือกมา ในขณะเดียวกันใหทุกคนสังเกตวิธีการบันทึกโนต และระยะหางของคํา ๑) ๒) ๑+ ๒ ๓ ๔ ตน ตระกูล ไทย สู จน สูญ เสีย แม ชี วติ ของ กิจกรรมนาํ การเรยี นรู ๓.๑๕) นกั เรียนแบงกลุม กลุมละประมาณ ๕ คนฟงเพลงพกั ตรงนีด้ ีกวาจากแผน เสียง จากนน้ั ชวยกันรอ งเพลง เพลงพกั ตรงนี้ ( แผนที่ ๒ เพลงที่ ๔๖) ทาํ นอง : อภไิ ชย เยน็ พนู สขุ คาํ รอ ง : นิตพิ งษ หอ นาค สายลมไหว โชยเอ่ือย เหน่อื ยคลายไดแรงกลับคืนเหมือนเดมิ

ดนตรี ๔๕ กิจกรรมนาํ การเรยี นรู ๓.๑๖) นักเรียนชว ยกันร้องเพลงพักตรงนี้ และบันทกึ จังหวะโดยร้องและบนั ทึกทีละชวงส้ันๆ จนจบเพลง ..................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................... กิจกรรมนาํ การเรยี นรู ๓.๑๗) เมอ่ื บนั ทกึ จงั หวะจบแลว้ ใหน้ กั เรยี นชว ยกนั รอ้ งและตบมอื ตามจงั หวะทใ่ี นกลมุ ไดช้ ว ยกนั บนั ทกึ โดยอาจจะมีนักเรียน ในกลุมที่เลนเครื่องประกอบจังหวะ ซึ่งในกรณีนี้ขอให้เครื่องประกอบจังหวะเลนชีพจรจังหวะ (Beat) และ นักเรียนบางสวนตบมือตามจังหวะ (Rhythm) ที่ได้บันทึก กิจกรรมเสริมการเรียนรู ๓.๑๘) นักเรียนศึกษาคําอธิบายเกี่ยวกับการบันทึกจังหวะ และการบันทึกความดังเบาในระบบดนตรีสากล การบนั ทกึ จงั หวะ (Rhythm notation) สว นใหญแ ลว้ การบนั ทกึ จงั หวะ(Rhythm notation)ถอื วา มคี วามสาํ คญั ในแงก ารบนั ทกึ โนต้ ในระบบดนตรสี ากล เนอ่ื งจากหากไมม กี ารกาํ หนดความสนั้ ยาวแลว้ เราจะไมส ามารถทราบไดว้ า ทร่ี ะดบั เสยี งนนั้ จะตอ้ งมคี วามยาวเปน เทา ไหร การบนั ทึกจงั หวะทาํ หน้าที่กําหนดวาเสยี งๆ หนึ่งจะมีความส้นั และยาวมากนอ้ ยเพยี งใด โดยมีความเกี่ยวข้อง กบั เคร่อื งหมายประจําจังหวะ (Time signature) และห้องเพลง (Measure) โดยตรง การบนั ทกึ จงั หวะ (Rhythm notation) ถอื วาเปน การสือ่ สารอยา งหน่ึง ระหวางผู้ประพันธ์และผู้บรรเลง หาก เราตอ้ งการทจี่ ะเลน บทเพลงท่ถี กู บนั ทึกอยูในระบบการบันทกึ โนต้ สากล เราก็จาํ เปน ท่จี ะต้องเข้าใจถงึ การบันทกึ จงั หวะ แบบสากล (Rhythmnotation)ในที่น้จี ะศึกษาเพียงคา ของจังหวะในอตั ราจงั หวะธรรมดาทม่ี ีตวั เลขสวนลางเปนเลข ๔ เทาน้นั

๔๖ ดนตรี รปู แบบจังหวะ ชื่อเรียก รูปแบบตวั หยุด ชอ่ื เรยี ก คาของจงั หวะ รูปแบบจังหวะ รปู แบบตวั หยดุ ตวั กลม ตัวหยุดของตัวกลม ๔ จงั หวะ ตัวขาวประจดุ ตวั หยุดของ ๓ จังหวะ ตัวขาว ตัวขาวประจดุ ตวั ดําประจดุ ตัวหยุดของตวั ขาว ๒ จังหวะ ตัวดํา ตัวเขบต็ หนึง่ ชัน้ ตวั หยุดของ ๑ จังหวะครง่ึ ตัวดําประจดุ ประจุด ตวั เขบ็ต ตวั หยุดของตวั ดํา ๑ จังหวะ หน่งึ ชั้น ตัวเขบต็ สอง ตัวหยดุ ของ ๓/๔ จงั หวะ ชน้ั ประจุด ตัวเขบ็ตหนึ่งช้ันประจุด คร่งึ จงั หวะ ตวั เขบต็ สองชั้น ตัวหยดุ ของ ตัวเขบต็ หนึง่ ช้นั ตวั หยดุ ของ สามสว น ตัวเขบต็ สองชั้นประจดุ แปดจังหวะ ตัวหยดุ ของ หน่งึ สวน ตวั เขบ็ตสองชนั้ ส่จี งั หวะ แผนผังแสดงความสมั พนั ธค า ตวั โนตแตละชนดิ

ดนตรี ๔๗ การบันทกึ ความดังเบา (Dynamic marking) ในดนตรสี ากลนน้ั มกี ารกาํ หนดเครอ่ื งหมายแสดงความดงั เบา โดยเปน คาํ ศพั ทซ์ ง่ึ นาํ มาจากภาษาอติ าลี โดยเครอ่ื งหมาย ทนี่ ยิ มใชม้ ดี ังน้ี สัญลักษณ คาํ อา น ความหมาย ฟอรต์ ิซิโม (Fortissimo) ดังมาก ฟอรต์ เต (Forte) ดงั เมดโซ ฟอร์ตเต (Mezzo forte) ดงั ปานกลาง เมดโซ เปยโน (Mezzo piano) เบาปานกลาง เปย โน (Piano) เบา เปยนซิ โิ ม (Pianissimo) เบามาก เครเชนโด (Crescendo) ดงั ขน้ึ เดเครเชนโด (Decrescendo) เบาลง กจิ กรรมเสริมการเรยี นรู ๓.๑๙) นกั เรียนแบง กลมุ กลมุ ละประมาณ ๕ คน ชวยกนั นาํ ความร้ทู ั้งหมดทีไ่ ด้รบั จากการเรยี นรู้ในบทที่ ๓ มา แตง เพลง หลังจากนั้นใหจ้ ัดกิจกรรมการแสดงหนา้ ช้นั เรยี นโดยมีการรอ้ งเพลง การบรรเลงเครื่องดนตรีตามถนัดรวมทงั้ เคร่ืองดนตรปี ระกอบจงั หวะ และใหเ้ พอ่ื นรว มช้ันเรียนชวยกนั ตบมือตามชีพจรจงั หวะ ........................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................... ...........................................................................................................................................................................................................................

บทที่ ๔ การบันทึกโนต ในดนตรีสากล วตั ถปุ ระสงคก ารเรยี นรู ๑) บนั ทึกโน้ตดนตรตี ามระบบการบนั ทึกโนต้ สากล มโนทัศน การนําเพลงที่อยูในบริบทชีวิตประจําวันมาบันทึกองค์ประกอบของดนตรีตามระบบการบันทึกโน้ตสากลอยางถูกต้อง ทาํ ใหน้ ักเรยี นมีความเขา้ ใจถงึ เหตผุ ลในการบันทึกสัญลกั ษณ์ และการนําโน้ตดนตรีทม่ี อี ยมู าบรรเลงในบทเพลงไดอ้ ยาง ถกู ตอ้ ง องคค วามรู กญุ แจโซ (G clef) กุญแจฟา (F clef) และกญุ แจโด (C clef) ๒) มคี วามรกั ดนตรีเรยี นรวู้ ฒั นธรรมผา นบทเพลงในบรบิ ทชวี ติ ประจาํ วนั รวมทง้ั มคี วามเขา้ ใจในเนอื้ หาและทม่ี าของเพลง มโนทศั น การขับรอ้ งเพลง และรวมกจิ กรรมกลุม โดยนําเพลงที่อยูใ นบรบิ ทชีวติ ประจําวนั ท่นี ักเรียนมคี วามคนุ้ เคยและสามารถ เขา้ ถงึ ไดม้ าจดั กจิ กรรมดนตรีทาํ ใหน้ กั เรยี นเกดิ ความเพลดิ เพลนิ รกั ในวชิ าดนตรีและมคี วามรใู้ นเนอ้ื หาและทมี่ าของบทเพลง องคค วามรู ตัวอยา งเพลงเพ่อื การเสริมสรา้ งวฒั นธรรมและความรกั ดนตรี ๓) ขับรอ้ งเพลงเกยี รตยิ ศ และเพลงพระราชนพิ นธ์ โดยออกอักขระไดอ้ ยางชดั เจน ถูกต้อง ร้องตรงจังหวะ ระดบั เสียง และเขา้ ใจความหมาย มโนทศั น การขับร้องเพลงเกยี รติยศและเพลงพระราชนิพนธ์ โดยเน้นเรอ่ื งความแมน ยาํ ของจังหวะ ระดับเสยี ง ความถกู ต้องของ ภาษาและความเขา้ ใจในเนอ้ื หาของเพลงทาํ ใหน้ กั เรยี นในฐานะเยาวชนไทยเกดิ ความรกั และซาบซงึ้ ในพระมหากรณุ าธคิ ณุ รวมถงึ พระราชอจั ฉรยิ ภาพทางดา้ นดนตรขี องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหัว องคค วามรู ตวั อยางเพลงพระราชนิพนธ์ ผลการเรียนรทู ี่คาดหวงั ๑) อา นโนต้ ที่บนั ทึกในระบบกญุ แจโซ (G clef) ๒) เข้าใจความแตกตา งของกญุ แจโซ (G clef) กญุ แจฟา (F clef) และกญุ แจโด (C clef) รวมถึงนําไปใชใ้ นการบันทึก โนต้ ไดอ้ ยา งเหมาะสม ๓) บนั ทกึ โน้ตเพลงจากบทเพลงที่กาํ หนดให้ ๔) จัดกจิ กรรมแสดงดนตรหี น้าชน้ั เรียนตามหวั ขอ้ ทีก่ าํ หนด

ดนตรี ๔๙ การรอ งโนตในระบบโซลเฟจ การรอ้ งโน้ตในระบบโซลเฟจ (Solfege) คือการร้องโนต้ โดยการออกเสยี งตัวโน้ตเปน โด เร มี ฟา โซ ลา ที กจิ กรรมนาํ การเรียนรู ๔.๑) นักเรียนแบงกลุม กลมุ ละประมาณ ๕ คน ฟงเพลงพรปใหมจ ากแผน เสียงและร้องเพลงตามเนือ้ เพลงดา้ นลา ง เพลงพรปใ หม ( แผนที่ ๒ เพลงท่ี ๔๗) ทาํ นอง : พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู ัว ภมู พิ ลอดุลยเดช คําร้อง : พระเจ้าวรวงศเ์ ธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพญ็ ศิริ กจิ กรรมนําการเรียนรู ๔.๒) หลังจากการรอ้ งเพลงพรปใหมแล้ว ให้นกั เรียนเปลย่ี นเนื้อรอ้ งใหม โดยรอ้ งเน้อื เพลงตามทก่ี ําหนดให้ดา้ นลา ง เพลงพรปใหม ( แผน ที่ ๒ เพลงท่ี ๔๗) ทํานอง : พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู ัว ภมู พิ ลอดลุ ยเดช คาํ ร้อง : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองคเ์ จา้ จักรพันธเ์ พ็ญศริ ิ

๕๐ ดนตรี กิจกรรมนําการเรยี นรู ๔.๓) นกั เรยี นตบชีพจรหลักในแตละหอ้ งเพลง พรอ้ มทงั้ ร้อง ทาํ นองแนวลา ง (โด เร ม)ี จากทํานองของเพลงพรปใ หม เพลงพรปใ หม ( แผน ที่ ๒ เพลงที่ ๔๗) ทํานอง : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู วั ภูมพิ ลอดุลยเดช คาํ รอ้ ง : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธเ์ พญ็ ศิริ

ดนตรี ๕๑ บรรทัดหา เสนและกญุ แจโซ กิจกรรมเสริมการเรยี นรู ๔.๔) นักเรียนศึกษาคาํ อธิบายเรอ่ื งการบนั ทกึ ระดับเสียงทางดนตรีสากลเพ่มิ เติม เปนสญั ลกั ษณ เรียกวากญุ แจโซ (G clef) เมื่อนํากญุ แจโซไปวาง บนบรรทัดหาเสนตัวโนตท้ังหมดที่ถูกวางบนบรรทัดหาเสนจะถูก อา นดวยระบบการควบคุมของกญุ แจโซ คอื บรรทดั หาเสน ทาํ หนาที่เปนจุดแสดง ตําแหนงของการบันทึกตวั โนต ใหนักเรียน สงั เกตวา บรรทัดหา เสน จะมี ๕ เสน และ ๔ ชอ ง หวั กุญแจโซคาบเสน ท่ี ๒ ซง่ึ จะสง ผลใหต วั โนตท่ีคาบอยู ณ เสน น้ีอา นวา โซ โนต ตัวนี้อานวา “โซ”

๕๒ ดนตรี หลกั การนับโนต ในบรรทดั หาเสน โน้ตในบรรทดั หา้ เสน้ จะมวี ิธีการเรียงตวั กนั คอื อยคู าบเส้น อยใู นชอง เปน เชน นไ้ี ปเร่อื ยๆ ลาํ ดบั ของโน้ตจะ เรียงตามนีเ้ สมอ “โด เร มี ฟา โซ ลา ที” และเมอ่ื จบตัว “ท”ี แลว้ จะวนกลับมาท่ตี ัว “โด” ใหม สงั เกตได้วาช่ือโน้ต เดิมจะวนกลับมาหลายคร้ังแตอ ยูใ นตําแหนง ที่ตา งกนั บนบรรทัดหา้ เสน้ ในการอา นโนต้ ทถ่ี กู บนั ทกึ ลงบนบรรทดั หา้ เสน้ นน้ั เมอ่ื โนต้ อยสู งู ขน้ึ แสดงวา โนต้ มรี ะดบั เสยี งสงู ขน้ึ ตรงกนั ขา้ ม หากโนต้ อยตู า่ํ ลง โนต้ จะมีระดบั เสยี งตา่ํ ลง ซง่ึ สามารถแสดงการบนั ทึกโน้ตในระบบกญุ แจโซไดด้ ังน้ี ระดบั เสียงต่าํ ลง “โซ” ระดับเสียงสูงขนึ้ นอกจากนน้ั หากไลโ นต้ แลว้ โนต้ นน้ั อยสู งู กวา หรอื ตา่ํ กวา บรรทดั หา้ เสน้ กส็ ามารถขดี เสน้ เลก็ ๆ เพม่ิ เองและวางโนต้ ลงไปได้ โดยใชห้ ลกั วธิ ีการลาํ ดับโน้ตแบบเดมิ ซ่งึ เราเรียกเส้นเล็กๆ น้ันวา “เสน้ นอ้ ย” (Leger line) กจิ กรรมเสรมิ การเรียนรู ๔.๕) นักเรียนแบงกลมุ กลมุ ละประมาณ ๕ คน ชว ยกนั อานโนต้ ทกี่ ําหนดให้ตอ ไปนอี้ ยางรวดเร็ว

ดนตรี ๕๓ หลักการเขียนหางโนต กิจกรรมเสรมิ การเรยี นรู ๔.๖) นักเรยี นศกึ ษาคาํ อธบิ ายเรอ่ื งการเขยี นหางของโน้ต หลกั การเขียนหางโนต ๑) หากโน้ตตวั นั้นอยูต ่าํ กวา หรอื เทา กบั บรรทดั ท่ี ๓ ในบรรทัดหา้ เสน้ ให้นกั เรยี นเขียนหางโนต้ ขนึ้ ๒) หากโน้ตตวั นน้ั อยสู ูงกวาหรอื เทา กับบรรทดั ที่ ๓ ในบรรทัดหา้ เส้นให้นกั เรียนเขียนหางโนต้ ลง ขอสงั เกต ๑) เมื่อโน้ตเปนโนต้ หางข้ึน หางของโน้ตจะอยูท างขวา ๒) เมือ่ โน้ตเปน หางโนต้ ลง หางของโน้ตจะอยูท างซา้ ย โนตหางข้ึน โนตหางลง

๕๔ ดนตรี การบันทึกโนตดนตรสี ากล กิจกรรมนําการเรยี นรู ๔.๗) นกั เรยี นแบง กลมุ กลมุ ละประมาณ ๕ คน สงั เกต และศกึ ษาวธิ กี ารบนั ทกึ โนต้ ดนตรแี บบดนตรสี ากล จากเพลง พระคณุ ท่ีสาม ( แผน ที่ ๒ เพลงที่ ๔๘) แลว้ สรปุ เปนหลักการบนั ทกึ โนต้ ดนตรีสากลของตนเอง ตวั อยาง การบนั ทึกโนตดนตรีแบบสากล เพลงพระคุณทส่ี าม ทํานอง : สเุ ทพ โชคสกุล คาํ ร้อง : สุเทพ โชคสกลุ

ดนตรี ๕๕ หลกั การบันทึกโนตดนตรสี ากล ๑) ตอ้ งมกี ารใสกญุ แจเสียง (Clef) กํากบั ไวท้ ุกบรรทดั ๒) หลงั กญุ แจเสียงตอ้ งใสเครื่องหมายประจําจงั หวะ (Time signature) ไวใ้ นบรรทดั แรกเทานั้น ๓) การกั้นหอ้ งเพลงจะขึ้นอยกู ับเครอ่ื งหมายประจําจังหวะ (Time signature) ซงึ่ จะถกู ขีดด้วยเสน้ กน้ั ห้อง (Bar line) ๔) _______________________________________________ ๕) _______________________________________________ ๖) _______________________________________________ ๗) _______________________________________________ ๘) _______________________________________________ ๙) _______________________________________________ ๑๐)_______________________________________________ กจิ กรรมนําการเรยี นรู ๔.๘) นกั เรยี นแบง กลมุ กลมุ ละประมาณ ๕ คน ชว ยกนั บนั ทกึ ระดบั เสยี งจากจงั หวะในกจิ กรรมท่ี ๔.๓ ลงในบรรทดั หา้ เสน้ โดยนักเรียนต้องคํานึงถึง จาํ นวนชีพจรจังหวะในแตละหอ้ งเพลง เมอ่ื ครบ ๔ จงั หวะแลว้ ตอ้ งขีดเส้นกน้ั หอ้ ง (Bar line) และจาํ นวนชพี จรจงั หวะตอ้ งไมเ กนิ ๔ จงั หวะ ตอ หนง่ึ หอ้ งเพลง เมอ่ื จบเพลงแลว้ ขดี เสน้ คู (Double Bar line) แสดงการ จบเพลง หมายเหตุ : นกั เรยี นตอ้ งไมล มื วา ในบางครง้ั โนต้ ทม่ี ชี อ่ื เดยี วกนั อาจจะอยใู นตาํ แหนง ตา งกนั บนบรรทดั หา้ เสน้ ได้ เนอ่ื งจากเปน โนต้ คนละชว งเสยี งกนั (สงู ตา่ํ )

๕๖ ดนตรี เพลงพรปใหม ( แผน ท่ี ๒ เพลงท่ี ๔๗) ทาํ นอง : พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว ภูมพิ ลอดุลยเดช คาํ รอง : พระเจา วรวงศเธอ พระองคเจาจักรพันธเพ็ญศริ ิ การบนั ทึกจังหวะจากกิจกรรมที่ ๔.๓ น สันต ทุก วัน ทกุ คืน ช่นื ชม ให สม ฤ ทัย ให รุง เรือง ใน วัน ป ใหม ผอง ชาว ไทย จง ส วสั

ดนตรี ๕๗ เพลงพรปใ หม ทาํ นอง : พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู ัว ภมู ิพลอดลุ ยเดช คาํ ร้อง : พระเจ้าวรวงศเ์ ธอ พระองคเ์ จ้าจักรพนั ธ์เพญ็ ศิริ

๕๘ ดนตรี กญุ แจฟาและกญุ แจโด กิจกรรมเสรมิ การเรียนรู ๔.๙) นักเรยี นศกึ ษาคําอธบิ ายเรือ่ งกญุ แจเสยี งฟา (F clef) และกญุ แจเสียงโด (C clef) ดังตอ ไปน้ี เปนสญั ลักษณ์เรียกวา กุญแจฟา หวั กุญแจฟาคาบเสน้ ที่ ๔ สง ผลใหโ้ นต้ ท่ีอยูระดับเสน้ น้อี า นวา “ฟา” เปน สัญลกั ษณเ์ รยี กวา กุญแจโด กึง่ กลางของกญุ แจอยทู ีเ่ ส้นท่ี ๓ สงผลใหโ้ น้ตทีอ่ ยรู ะดับเส้นน้อี านวา “โด” ความสาํ คญั ของกญุ แจเสยี ง ในการบันทกึ โน้ตแบบสากลน้ัน เราจะบนั ทกึ บนบรรทดั ห้าเส้นเสมอ นอกเหนือจากนัน้ หากระดบั เสยี งสงู หรือ ตา่ํ กวา บรรทดั หา้ เส้น เราสามารถใช้เสน้ นอ้ ย (Ledger line) เพมิ่ เตมิ ไดอ้ ีก แตเ ครือ่ งดนตรที ีเ่ ปนแหลงกําเนิดเสยี งนั้น มีความหลากหลายของระดบั เสยี งเปน อยางมาก ยกตัวอยา งเชน ดบั เบลิ้ เบส มเี สียงระดับเสยี งตา่ํ มาก แตไวโอลนิ นนั้ มรี ะดบั เสยี งสูงมาก หรอื นักเรียนสามารถเข้าใจไดโ้ ดยงายวา เปยโน เปนเครื่องดนตรีทม่ี ี ๘๘ คีย์ นัน่ หมายถงึ มี ๘๘ ระดบั เสียง ดังนน้ั การเลอื กบนั ทกึ โน้ตบนบรรทดั หา้ เสน้ จึงควรเลือกกญุ แจเสยี งทเ่ี หมาะสมกบั เคร่ืองดนตรนี ั้นๆ ซงึ่ การเลือกกุญแจเสียงได้เหมาะสมกับเครื่องดนตรนี นั้ ๆ จะทาํ ให้การบนั ทกึ โนต้ ในบรรทดั หา้ เสน้ ทําไดง้ า ยข้นึ การเลอื กกุญแจเสยี งท่เี หมาะสม อาจหมายถึง การทีไ่ มต ้องบนั ทกึ โนต้ บนเส้นนอ้ ยมากๆ เพราะการบันทึกโน้ต บนเสน้ นอ้ ยสามารถทาํ ไดง้ า ย แตผ อู้ า นโนต้ จะเกดิ ความสบั สน เนอ่ื งจากตอ้ งนบั เสน้ นอ้ ยทม่ี จี าํ นวนมาก นกั ดนตรสี ว น ใหญจ งึ สะดวกท่จี ะอา นโนต้ ที่อยใู นขอบเขตของบรรทดั ห้าเส้นมากกวา เพลงพรปใ หม ทาํ นอง : พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู ัว ภมู พิ ลอดลุ ยเดช คาํ ร้อง : พระเจ้าวรวงศเ์ ธอ พระองค์เจา้ จกั รพันธเ์ พญ็ ศิริ ส วัส ดี วนั ป ใหม พา ให้ บรร ดา เรา ทา น ร่ืน รมย์ ฤกษ์ยาม ดี เปรม ปรดี ์ ชืน่ ชม ตาง สขุ สม นิ ยม ยิน ดี ภาพแสดงการบันทึกโนต้ เพลงพรปใหม โดยใช้กญุ แจฟาซึ่งเปนกุญแจเสยี งทไี่ มเ หมาะสมกับการบนั ทกึ โน้ตเพลงนท้ี าํ ใหเ้ กิดโน้ตทีอ่ ยบู นเส้นนอ้ ยมากมายยากแกก ารทน่ี กั ดนตรจี ะอา นโน้ตและบรรเลงบทเพลง

ดนตรี ๕๙ ข้อสรุปทจี่ ะสามารถอธิบายเรอ่ื งกญุ แจเสียง ๓ ชนดิ นไ้ี ดอ้ ยา งสังเขปคอื - กญุ แจโซ (G clef) ใช้บันทกึ ระดบั เสียงสงู - กุญแจโด (C clef) ใชบ้ นั ทกึ ระดับเสยี งกลาง - กญุ แจฟา (F clef) ใช้บันทึกระดบั เสียงตํา่ สาํ หรบั กญุ แจเสยี ง (Clef) ในการบนั ทกึ โนต้ ในดนตรสี ากลนน้ั มมี ากกวา ๓ ชนดิ ทก่ี ลา วถงึ แตก ญุ แจเสยี ง ทง้ั ๓ ชนดิ ท่ีไดน้ ําเสนอมาน้ี เปน กญุ แจเสยี งทน่ี ยิ มใช้ในปจ จบุ ัน กิจกรรมเสริมการเรียนรู ๔.๑๐) นกั เรยี นแบง กลุม กลุมละประมาณ ๕ คนโดยแตละคนฝก เขียนกุญแจเสียงตา งๆ พร้อมทัง้ เขียนโนต้ ในกุญแจเสียง ตา งๆ หลงั จากน้ันฝกอานโน้ตของตนเองให้คลอง แลว้ จึงแลกเปลีย่ นกับเพอ่ื นในกลมุ จากนั้นชวยกนั สรุปเปน หลกั การอา นโน้ต-นับเสน้ ใหเ้ รว็ (เน่อื งจากการอานโนต้ เรว็ จะชว ยให้นกั เรียนสามารถเลน หรือร้องเพลงไดเ้ ร็ว ตามไปดว้ ย)

๖๐ ดนตรี หลกั การอา นโนต ๑) เม่อื โน้ตน้นั ถกู กํากับด้วยกญุ แจโซ ๑.๑) โนต้ ท่ีคาบเส้นท่ี ๒ อานวา โซ ๑.๒) โนต้ คาบเส้นทง้ั หมดในกญุ แจโซ เมอ่ื เรยี งจากลา งขึ้นบนคือ มี โซ ที เร ฟา ๑.๓) โนต้ ในชอ งทง้ั หมดในกุญแจโซ เมือ่ เรียงจากลางขนึ้ บนคอื เร ฟา ลา โด มี ๑.๔) ______________________________________________ ๑.๕) ______________________________________________ ๒) เมอ่ื โนต้ น้ันถกู กาํ กับด้วยกญุ แจฟา ๒.๑) ______________________________________________ ๒.๒) ______________________________________________ ๒.๓) ______________________________________________ ๒.๔) ______________________________________________ ๒.๕) ______________________________________________ ๓) เมื่อโนต้ นัน้ ถกู กาํ กับดว้ ยกญุ แจโด ๓.๑)______________________________________________ ๓.๒)______________________________________________ ๓.๓)______________________________________________ ๓.๔)______________________________________________ ๓.๕)______________________________________________

ดนตรี ๖๑ กจิ กรรมเสรมิ การเรยี นรู ๔.๑๑) นักเรียนแบงกลุม กลมุ ละประมาณ ๕ คน ชว ยกนั ศกึ ษาโนต เพลงสายฝน ( แผน ท่ี ๒ เพลงท่ี ๔๙) แลว รอ ง โนต ในระบบโซลเฟจ (Solfege) พรอ มนับจังหวะใหถูกตอง หลงั จากนั้นใหนกั เรียนแบงหนาท่ีกนั ทาํ กจิ กรรม ดนตรี ซึ่งอาจจะมีกลมุ รองเพลงหรือกลมุ ทเี่ ลน เคร่อื งดนตรีตามถนัดตลอดจนเครอื่ งดนตรปี ระกอบจงั หวะ หมายเหตุ : โนต ตัวน้อี า นวา “ฟ” เพลงสายฝน ซ่งึ นักเรียนจะไดศกึ ษารายละเอยี ด ทํานอง : พระบาทสมเด็จพระเจาอยูห วั ภมู ิพลอดลุ ยเดช ในบทเรียนถดั ไป คาํ รอง : พระเจา วรวงศเธอ พระองคเจาจักรพันธเ พ็ญศริ ิ คาํ รองภาษาอังกฤษ : พระเจา วรวงศเ ธอ พระองคเ จา จักรพันธเ พ็ญศิริ ทา นผหู ญิงนพคุณ ทองใหญ ณ อยุธยา เมือ่ ลม ฝน บน ฟา มา ลิ่ว ตน ไม พล้วิ ลู กิ่ง ใบ___ เหมอื น จะ สาด เปน สาย พราย พล้วิ ทวิ ทงุ แดด ทอ รุง อ รา ม ตา___ รุง เลื่อม ลาย พราง พราย น ภา ยาม เมือ่ ฝน มา แต ไกล พระ พรหม ชว ย อํา นวย ให ฝน หลงั่ ___ เพื่อ ประ ทัง ชี วิต มิ ทราม น้าํ ทิพย ชืน่ ฉาํ่ ___ เพอื่ จะ นํา ดับ ความ รอ น ใจ นา้ํ ฝน หลงั ลง มา จาก ฟา แดน ไกล พชื พรรณ ไม ช่นื ยืน ยง เกรด็ นารู เพลงพระราชนิพนธ สายฝน เปนเพลงพระราชนพิ นธลําดับท่ี ๓ ทรงพระราชนิพนธใน พ.ศ. ๒๔๘๙

บทท่ี ๕ ทฤษฎดี นตรีสากล วตั ถปุ ระสงคก ารเรียนรู ๑) เช่ือมโยงทกั ษะการแสดงดนตรีดว้ ยการขบั รอ้ ง และ/หรือ บรรเลงเพลงทส่ี อดคลอ้ งกับทฤษฎดี นตรสี ากล มโนทัศน เรยี นรูท้ ฤษฎีดนตรี โดยใช้การขบั รอ้ ง และ/หรอื บรรเลงเพลงในรูปแบบการแสดงเดีย่ วและการแสดงกลุม ทาํ ใหน้ กั เรยี น เกดิ ความมน่ั ใจในการแสดง มปี ฏสิ มั พนั ธก์ บั กลมุ เพอ่ื น มคี วามเขา้ ใจ และสามารถแสดงออกถงึ องคป์ ระกอบดนตรไี ดอ้ ยา ง ถกู ต้องและแมนยํา องคความรู ความเขา้ ใจในทฤษฎดี นตรี ไดแ้ ก ครง่ึ เสยี ง (Semitone) เสยี งเตม็ (Tone) ขน้ั คู (Interval) เครอ่ื งหมายแปลงเสยี ง (Accidental) ๒) มคี วามรกั ดนตรี เรยี นรวู้ ฒั นธรรมผา นบทเพลงในบรบิ ทชวี ติ ประจาํ วนั รวมทง้ั มคี วามเขา้ ใจในเนอ้ื หาและทม่ี าของเพลง มโนทศั น การขบั รอ้ งเพลง และรว มกจิ กรรมกลมุ โดยนาํ เพลงทอ่ี ยใู นบรบิ ทชวี ติ ประจาํ วนั ทน่ี กั เรยี นมคี วามคนุ้ เคยและสามารถเขา้ ถงึ ไดม้ าจดั กจิ กรรมดนตรี ทําให้นกั เรยี นเกดิ ความเพลิดเพลนิ รกั ในวิชาดนตรี และมคี วามรู้ในเนอื้ หาและที่มาของ บทเพลง องคความรู ตวั อยางเพลงเพือ่ การเสริมสร้างวฒั นธรรมและความรกั ดนตรี ๓) ขบั รอ้ งเพลงเกยี รตยิ ศ และเพลงพระราชนพิ นธ์ โดยออกอกั ขระไดอ้ ยา งชดั เจน ถกู ตอ้ ง รอ้ งตรงจงั หวะ ระดบั เสยี งและ เขา้ ใจความหมาย มโนทศั น การขบั รอ้ งเพลงเกยี รตยิ ศ และเพลงพระราชนพิ นธ์ โดยเนน้ เรอ่ื งความแมน ยาํ ของจงั หวะ ระดบั เสยี ง ความถกู ตอ้ งของภาษา และความเขา้ ใจในเนอ้ื หาของเพลง ทาํ ใหน้ กั เรยี นในฐานะเยาวชนไทยเกดิ ความรกั และซาบซง้ึ ในพระมหากรณุ าธคิ ณุ รวมถงึ พระราชอัจฉริยภาพทางดา้ นดนตรีของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยูห ัว องคความรู ตวั อยา งเพลงพระราชนพิ นธ์ ผลการเรยี นรทู ่ีคาดหวัง ๑) ร้องคูเสยี ง (Interval) ที่กําหนดให้ได้ตรงระดบั เสยี ง (Pitch) และระบุคูเสยี ง (Interval) ได้ ๒) เข้าใจโครงสร้างของบันไดเสียงเมเจอร์ (Major scale) ๓) ร้องโนต้ ในบันไดเสยี งเมเจอร์ (Major scale) ไดต้ รงระดบั เสยี ง ๔) เขา้ ใจระบบโดคงท่ี และระบบโน้ตตัวอักษร รวมทัง้ แปลงโน้ตจากระบบโดคงท่ีเปน ระบบโนต้ ตัวอักษร ๕) เข้าใจเรอื่ งเคร่ืองหมายแปลงเสียง (Accidental) ตางๆ และนํามาใชใ้ นการบันทึกโน้ต

ดนตรี ๖๓ คูเ สียง กิจกรรมนาํ การเรยี นรู ๕.๑) ครูสาธติ กจิ กรรมการรอ้ งโน้ต ฟา-มี และ ท-ี โด พรอ้ มแสดงทาทางประกอบใหน้ ักเรยี นดู หลังจากน้ันให้นักเรียน แบง กลุม กลุมละประมาณ ๕ คน ปฏบิ ัติตามโดยมรี ายละเอยี ดของกจิ กรรมดงั นี้ กิจกรรมนําการเรียนรู ๕.๒) ครูสาธติ กิจกรรมการรอ้ งโน้ต เร-มี และ ลา-ที พรอ้ มแสดงทา ทางประกอบให้นักเรียนดหู ลงั จากนั้นให้นักเรียน แบง กลมุ กลุมละประมาณ ๕ คน ปฏบิ ตั ติ ามโดยมีรายละเอียดของกิจกรรมดงั นี้

๖๔ ดนตรี กจิ กรรมนาํ การเรยี นรู ๕.๓) นกั เรียนรว มกนั อภิปรายความแตกตางของเสยี งของทัง้ สองกิจกรรม แลว้ สรุปเปนความคดิ เห็นตามความรู้สึกของ นักเรยี น - ในแงความใกลเ้ คียงของเสียง ........................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................... - ในแงความยากของการร้อง ........................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................... - ในแงข องจินตนาการ เชน เหมือนกาํ ลังรูส้ ึกวาดาํ นํา้ อยู สวางกวา เปนตน้ ........................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................... บันไดเสยี ง กิจกรรมเสรมิ การเรยี นรู ๕.๔) นักเรยี นอา นคําอธบิ ายเรื่องระยะหางของเสยี ง เมอ่ื นกั เรยี นรอ้ งโนต้ ทง้ั ๘ ตวั คอื โด เร มี ฟา โซ ลา ที โด เรยี งกนั โดยทไ่ี มข า้ มตวั ใดตวั หนง่ึ หรอื สลบั โนต้ เราเรยี ก ลําดับของการรอ้ งโน้ตนี้วา บนั ไดเสยี งเมเจอร์ (Major scale) บันไดเสยี ง (Scale) มีหลายประเภท แตละประเภทจะมีสาํ เนยี งและระยะหา งของโนต้ แตละตัวท่แี ตกตา งกนั ไป นอกเหนอื จากนน้ั บันไดเสียงแตล ะประเภทจะแสดงถึงความรสู้ กึ ทแ่ี ตกตา งกนั ไปดว้ ย ในดนตรไี ทย ความแตกตางของ บันไดเสยี งกอ ใหเ้ กิดสาํ เนยี งตา งๆ เชน สําเนียงเขมร สําเนยี งลาว สาํ เนยี งจนี เปน ต้น ซ่ึงในดนตรีของชาตอิ น่ื ๆ ก็มสี าํ เนยี ง ที่เปนเอกลักษณ์แสดงถึงความเปนดนตรีประจําชาติที่แตกตางกันไป ในดนตรีตะวันตก มีบันไดเสียงมาตรฐานอยู ๒ ประเภทด้วยกันคือ บันไดเสยี งเมเจอร์ (Major scale) และบันไดเสยี งไมเนอร์ (Minor scale) ในที่นจ้ี ะกลา วถงึ บนั ได เสยี งเมเจอร์โดยสงั เขปเพือ่ โยงเขา้ สเู รอ่ื งของระยะหา งของเสียงเทา นัน้

ดนตรี ๖๕ บนั ไดเสยี งเมเจอร บนั ไดเสียงเมเจอร (Major scale) โครงสรา้ งของบันไดเสยี งเมเจอร์นน้ั ประกอบไปด้วยระยะหา งของเสียงดงั น้ี หลังจากการอานคาํ อธบิ ายข้างตน้ แลว้ ใหน้ กั เรยี นรอ้ งโนต้ ทัง้ หมดในบันไดเสียงเมเจอร์ อยางช้าๆ แลว้ สงั เกต ความรสู้ ึกเม่อื ร้องระยะหาง ๑ เสียง (Tone) และคร่ึงเสียง (Semitone) ในทางทฤษฎดี นตรนี ้ัน ๑ เสยี ง (Tone) จะประกอบไปดว้ ย การรวมของครึ่งเสยี ง (Semitone) ๒ ครัง้ ระยะหางระหวา งโน้ต ไมว าจะเปน โน้ตใดไปถึงโนต้ ใด กต็ าม เราเรยี กวา ขนั้ คเู สียง (Interval) โด-เร ใหน้ บั โด เร แสดงวา โนต้ โด-เร หางกนั เปน คู ๒ มี-ฟา มี-ฟา จะหางกันครึ่งเสยี งเสมอ (ความร้สู กึ จากกจิ กรรมท่ี ๕.๑) โด-ฟา ใหน้ ับ โด เร มี ฟา แสดงวาโนต้ โด-ฟา หางกนั เปนคู ๔ เร-ที ให้นับ เร มี ฟา โซ ลา ที แสดงวาโน้ต เร-ที หา งกนั เปนคู ๖ ที-โด ที-โด จะหา งกันคร่งึ เสยี งเสมอ (ความรสู้ ึกจากกิจกรรมท่ี ๕.๑) โด-โด ให้นบั โด เร มี ฟา โซ ลา ที โด แสดงวา โนต้ โด-โด หางกันเปน คู ๘ หมายเหตุ : คู ๘ น้ันมอี กี ชอื่ หนงึ่ วา “หนง่ึ ชวงทบ” (Octave) กิจกรรมเสรมิ การเรยี นรู ๕.๕) นักเรียนแบง กลมุ กลุมละประมาณ ๕ คน ชว ยกันร้องคเู สยี งทกี่ ําหนดใหต้ อ ไปนใี้ หต้ รงระดับเสยี ง (ไมเ พ้ียน) รวมทัง้ อภปิ รายกนั ดว้ ยวา คเู สยี งทก่ี าํ หนดใหน้ ั้น เปนคเู สียงอะไร (คสู อง คูสาม ฯลฯ)

๖๖ ดนตรี กิจกรรมเสรมิ การเรยี นรู ๕.๖) นกั เรียนศกึ ษาคาํ อธิบายเร่ืองระยะหางของเสียงจากคีย์เปย โน - คีย์สีขาวไปคยี ์สดี ําที่ตดิ กนั หางกันคร่งึ เสียง - คีย์สีดําไปคียส์ ีขาวท่ีตดิ กัน หา งกันครึง่ เสียง - หากไมม คี ียส์ ีดาํ ระหวางน้นั ถอื วาคยี ์สขี าวไปคยี ส์ ขี าว หา งกนั คร่งึ เสยี ง โด เร มี ฟา โซ ลา ที โด ระบบโดคงที่ และระบบโนต ตัวอักษร กิจกรรมเสริมการเรยี นรู ๕.๗) นักเรยี นศกึ ษาคาํ อธบิ ายเรอื่ งการเรยี กชื่อโน้ต เมอื่ เรานําโน้ตท้งั ๘ ตวั มาเรียงกันจนเกิดเปน บันไดเสยี ง (Scale) แลว้ โน้ตแตล ะตัวในบนั ไดเสียงจะถกู กาํ หนด โดยหมายเลข ดังตอ ไปนี้คอื ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ดังภาพ ซึ่งโนต้ แตละลาํ ดับจะมีเสียงร้อง และชอ่ื ประจําตาํ แหนง เสมอ ดังตอ ไปนี้

ดนตรี ๖๗ ๑๒๓๔ ๕ ๖๗๘ จากภาพ จะเห็นวา บันไดเสยี งนป้ี ระกอบไปด้วยโน้ตสองกลมุ มารวมกนั ๑ ๑ ๑/๒ ๑ ๑ ๑ ๑/๒ กิจกรรมเสริมการเรียนรู ๕.๘) นักเรียนแบงกลมุ กลมุ ละประมาณ ๕ คน ชว ยกนั ร้องบนั ไดเสียงท่ีกาํ หนดให้ โดยหยุดพักระหวางชว งรอยตอ ของ กลุมโนต้ ท่ี ๑ และ ๒ ดงั โน้ตท่ีกาํ หนดให้ตอ ไปนี้ เพ่ือทําความเข้าใจเร่อื งองค์ประกอบของบนั ไดเสียง หยดุ หยดุ หยดุ

๖๘ ดนตรี กจิ กรรมเสรมิ การเรียนรู ๕.๙) ใหน้ กั เรยี นศกึ ษาคาํ อธบิ ายเรอ่ื งระบบการเรยี กชอ่ื โนต้ ในกจิ กรรมท่ี ๕.๙ จากการศกึ ษา เรอ่ื งโครงสรา้ งของบนั ไดเสยี งแล้ว เราสามารถเพิม่ เตมิ ได้อกี วา หากเราให้บันไดเสยี งเริม่ ทโ่ี นต้ ตัวอน่ื แตใหม้ โี ครงสร้างของคูเสยี งเหมอื นบันไดเสียงขา้ งต้นนี้ แสดงวา เราก็จะได้บันไดเสยี งเมเจอร์ (Major scale) ทเี่ รม่ิ ตน้ บนโนต้ ตัวใหม ซึ่งเราสามารถทําได้เปนจาํ นวน ๑๒ บนั ไดเสียงเมเจอร์ (๑๒ Major scales)

ดนตรี ๖๙ โดยทล่ี าํ ดบั เสยี งของโนต้ แตล ะตวั ในบนั ไดเสยี งยงั คงอา นออกเสยี งไดต้ ามเสยี งประจาํ ตาํ แหนง รวมทง้ั ชอ่ื ประจาํ ตาํ แหนง ดงั น้ี หมายความวา โด เร มี ฟา โซ ลา ที โด สามารถเปน โน้ตตวั อะไรก็ไดข้ ้ึนอยกู ับวา ณ เวลาน้ัน โน้ตตัวนนั้ ๆ จะตกอยทู ีต่ ําแหนงใด (โทนกิ ซปู เปอร์โทนกิ ฯลฯ) ซ่งึ เราเรียกสง่ิ ทเี่ กิดขึ้นในลกั ษณะน้วี า โดเคลอ่ื นท่ี (Movable Do) ในกรณนี ี้ตอ้ งไมลืมวา ในระบบโดเคลอ่ื นทนี่ ้ี โด เร มี ฯลฯ เปน เพยี งชอ่ื เพอื่ การรอ้ งเทานั้น นอกจากนนั้ เรายงั มรี ะบบการอานชอื่ โนต้ อยา งหน่ึงที่เรียกวา โดคงท่ี (Fixed Do) ซ่ึงหมายความวา โน้ตตัว น้ีชือ่ วา โด เร มี ฯลฯ และมีเสยี งร้องเปน โด เร มี ฯลฯ จริงๆ ซึง่ กรณีน้ีเปนกรณที ี่นกั เรียนเคยใชเ้ ปน วธิ กี ารอาน โนต้ มากอ นหนา้ นี้ การรอ้ งโนต้ ในบนั ไดเสียงเมเจอรท์ ้ัง ๑๒ บนั ไดเสยี งข้างต้น หากร้องดว้ ยระบบโดคงท่ี จะมคี วาม ยากมาก หากร้องด้วยระบบโดเคลอ่ื นทีจ่ ะมคี วามงายกวา แตมปี ญ หาเกดิ ข้นึ คอื โนต้ โด เร มี ฯลฯ ที่ร้องอยูนั้นเปน เพยี งเสยี งรอ้ งไมใชช อ่ื ทใี่ ชใ้ นการเรียกโน้ต ซง่ึ ถา้ ยงั คงเปน เชนนตี้ อไปการเรยี กชื่อโน้ตจะทาํ ใหส้ ับสนมากกวา ตอ้ งการ เรียกชือ่ จริงๆ ของโนต้ หรอื ต้องการรอ้ งเสียงประจําตาํ แหนง วิธีการเรียกชอ่ื โน้ตตามระบบ โดเคลอ่ื นที่ เรานยิ มใชร้ ะบบตัวอักษร (Alphabet) ซึ่งจะประกอบดว้ ยตัวโน้ต ทงั้ หมด ๗ ตัว และสามารถใชเ้ รียกเปน ชือ่ โน้ตได้เลย โดยไมเ ปล่ียนแปลงตามตําแหนงใดๆ ทง้ั ส้นิ โดยโน้ตทง้ั หมด ประกอบด้วย A B C D E F G และจะกลับมาวนใหมเรื่อยๆ เชนเดยี วกบั โด เร มี ฟา โซ ลา ที โด

๗๐ ดนตรี ตอ ไปจะเปน การเปรยี บเทียบโนต ในระบบ โดคงท่ี (Fixed Do) และ ระบบตัวอกั ษร (Alphabet) เครื่องหมายแปลงเสยี ง กจิ กรรมนาํ การเรียนรู ๕.๑๐) นักเรยี นแบงกลมุ กลมุ ละประมาณ ๕ คน ฟงและชวยกันรองเพลงสายทิพย ( แผน ท่ี ๒ เพลงที่ ๔๔) พรอ มท้ัง ดกู ารบนั ทกึ โนต ประกอบ ใหน กั เรยี นวงกลมโนต ทม่ี เี ครอ่ื งหมาย และเครอ่ื งหมาย ใหช ดั เจน สงั เกต เสยี งรอ ง ณ ตาํ แหนง ทโ่ี นต มเี คร่อื งหมายแปลงเสียง แลวอภิปรายกนั ในกลมุ วา การทโี่ นต มีเครื่องหมายแปลง เสียงทาํ ใหเกดิ การเปล่ียนแปลงทางระดับเสียงอยา งไร เพลงสายทพิ ย คํารอง : สายสรุ ี จุตกิ ุล แสง ดาว สวย พราว ดู เดน เลง็ เหน็ เหมอื น ตา ของ เธอ เฝา เพอ หวั ใจ ละ เดอื น เหมอื น เตอื น ใจ เศรา โอ เรา รัก รา ว หวั ใจ คอย ไป เหมอื น ตวั แสน เมอ รํา พนั ___ แสง ไกล รัก มน่ั ___ จาก เธอ ไป แลวใจ หาย ดวง ใจ ยัง คิด ถึง สาย สัม พนั ธ รกั ยงั มิ วาย คลาย จาง____ ขอ เดอื น ชวย เตอื น ใจ ม่ัน ใฝ ฝน ถงึ เธอ ทุก วัน มอง จันทร นึก ความ สมั พนั ธ คร้งั กอน

ดนตรี ๗๑ หลงั จากการอภิปรายกนั ภายในกลุมแลว้ จงอธบิ ายความรูส้ กึ จากการไดย้ นิ เครื่องหมาย และเครือ่ งหมาย เครอ่ื งหมาย กอใหเ้ กดิ การเปลีย่ นแปลงทางระดับเสยี งคือ__________ เครื่องหมาย กอใหเ้ กิดการเปล่ียนแปลงทางระดับเสยี งคือ___________ กิจกรรมเสริมการเรยี นรู ๕.๑๑) นกั เรยี นศกึ ษาคําอธิบายเรอ่ื งเครื่องหมายแปลงเสียง เคร่ืองหมายแปลงเสียง (Accidentals) เปน สัญลกั ษณ์ทใี่ ชแ้ สดงการเปลย่ี นแปลงระดบั เสยี งใหส้ ูงขึน้ ต่าํ ลง หรอื กลบั เปนปกติ วธิ กี ารเขียนเครื่องหมายแปลงเสยี ง จะเขียนอยหู น้าตัวโนต้ เสมอ ในท่ีน้จี ะกลา วถงึ เคร่ืองหมายแปลง เสียง ๓ ชนิด ได้แก เคร่อื งหมายชาร์ป (Sharp) เครอ่ื งหมายแฟลต (Flat) และเครื่องหมายเนเชอรัล (Natural) เครอ่ื งหมายชาร์ป (Sharp) สัญลักษณค์ ือ เปน เคร่อื งหมายท่ีเม่อื ถูกเขียนไว้หนา้ ตัวโน้ตใดกต็ ามตัวโนต้ นั้น จะสูงขน้ึ ครึง่ เสียง ซ่ึงเคร่ืองหมายชารป์ จะมีผลบงั คับโนต้ ตัวนั้นไปตลอดท้ังหอ้ งเพลง จนกระทง่ั มกี ารใชเ้ คร่อื งหมาย แปลงเสียงอืน่ หรือขน้ึ ห้องเพลงใหม จะเปน การยกเลกิ เคร่ืองหมายชาร์ปตัวน้ัน การเขยี นเคร่อื งหมายชารป์ น้นั ต้องให้ชองสีเ่ หลยี่ มตรงกลางอยู ระดบั เดยี วกบั ตัวโนต้ ที่ต้องการแปลงเสยี ง

๗๒ ดนตรี เคร่ืองหมายแฟลต (Flat) สัญลกั ษณค์ ือ เปน เครอ่ื งหมายทเ่ี มอื่ ถกู เขียนไวห้ นา้ ตัวโน้ตใดกต็ าม ตวั โนต้ น้นั จะตาํ่ ลงคร่งึ เสียง ซงึ่ เครอื่ งหมายแฟลตจะมีผลบังคับโน้ตตัวนัน้ ไปตลอดทัง้ ห้องเพลง จนกระท่ังมีการใชเ้ คร่ืองหมาย แปลงเสยี งอ่นื หรือขึ้นหอ้ งเพลงใหม จะเปน การยกเลิกเครือ่ งหมายแฟลตตวั นั้น การเขียนเครอ่ื งหมายแฟลตนั้น ต้องให้สว นกลมอยรู ะดบั เดียว กบั ตวั โนต้ ที่ต้องการแปลงเสยี ง เครื่องหมายเนเชอรลั (Natural) สัญลกั ษณค์ อื เปนเครอ่ื งหมายทีเ่ ม่ือถูกเขยี นไวห้ น้าตัวโนต้ ใดกต็ ามตัวโนต้ นั้นจะกลับมาเปนปกติใช้ในกรณีที่โน้ตตัวกอนหน้าถูกแปลงเสียงด้วยเคร่ืองหมายชาร์ปหรือเครื่องหมายแฟลตแล้วต้อง การใหก้ ลบั มาเปน ระดับเสียงเดิม การเขยี นเครื่องหมายเนเชอรลั นั้น ตอ้ งใหส้ ี่เหล่ยี มตรงกลางอยู ระดับเดยี วกบั ตวั โนต้ ทีต่ อ้ งการแปลงเสยี ง กิจกรรมเสรมิ การเรยี นรู ๕.๑๒) นกั เรียนทาํ กิจกรรม โดยเขยี นส่งิ ท่ีต้องการไว้บนตัวโนต้ ในบรรทัดห้าเสน้ ดงั นแี้ ปลงโน้ตเพลงแผน ดินของเรา จากระบบโดคงที่(FixedDo)เปน โน้ตในระบบตัวอักษร(Alphabet)เชนอานในโนต้ ได้ตวั ลาเขียนเปนตัว A เปน ต้น เขยี นเคร่อื งหมายแปลงเสยี งไวห้ ลงั ช่ือโนต้ ทีอ่ า นได้ เชน A B เปน ตน้

ดนตรี ๗๓ เพลงแผนดนิ ของเรา ทาํ นอง : พระบาทสมเดจ็ พระเจาอยหู ัว ภูมิพลอดุลยเดช คํารอ งภาษาไทย : ทานผูหญงิ มณีรตั น บนุ นาค คาํ รองภาษาอังกฤษ : หมอมราชวงศเ สนีย ปราโมช ถึง อยู แควน ใด ไม สขุ สาํ ราญ เหมอื นอยู บาน เรา ช่นื ฉ่ํา คา่ํ เชา สุข ทวี ทรพั ยจาก ผืน ดิน สนิ จาก น ที มี สิทธ์ิ เส รี สนั ติ ครอง เมอื ง เรา มี ปา ไม อยู สม บรู ณ ไร นา สด ใส ใต ฟา เรือง โบ ราณ ส ถาน สอ ง นาม ประเทอื งเกยี รตเิ มอื ง ไทย ข จร ไป ทั่ว แดน ไกล_____ รกั ชาติของ เรา ไว เถิด ผอง ไทย ผนื แผน แหลม ทอง รวม พี่ รวม นอ ง ดว ย กนั รัก เกียรติ รัก วงศ เสรมิ สง สมั พันธ ทูน เทดิ เมือง ไทย นน้ั ให ยืน ยง

บทท่ี ๖ รจู กั บทเพลงท่ีมีคุณคา วตั ถปุ ระสงคก ารเรยี นรู ฟง วเิ คราะห วิจารณดนตรี และรจู กั เพลงที่มีคุณคา มโนทัศน การฟงผลงานท่ีมีคณุ คา ผา นสอื่ การสอน ผา นการแสดงของเพ่ือนรว มชัน้ เรียน หรือจากการแสดงสด ทําใหนกั เรียนรูจกั เพลงท่มี คี วามเปนศลิ ปะชัน้ สูง สามารถวิเคราะหอ งคประกอบ สังคตี ลักษณข องดนตรี จนกระทั่งสามารถวจิ ารณไ ดอยา ง สรา งสรรคและมีมารยาท องคค วามรู - องคประกอบของดนตรีในการฟง วิเคราะห และวจิ ารณ - สังคตี ลกั ษณท ํานองหลักและการแปรทํานอง (Theme and variations) - ตัวอยา งเพลงไทยเดมิ เพลงคลาสสกิ (Classical music) ผลการเรยี นรูท่ีคาดหวัง ๑) วเิ คราะห และวจิ ารณจากการฟง เพลง ๒) เขา ใจ และสามารถสรา งสรรคบ ทเพลงโดยการใชส งั คตี ลกั ษณท าํ นองหลกั และการแปรทาํ นอง (Theme and variations) ๓) จัดกจิ กรรมแสดงดนตรีหนาชั้นเรยี นตามหัวขอ ทก่ี าํ หนด

ดนตรี ๗๕ การวเิ คราะหบ ทเพลงจากการฟง กิจกรรมนาํ การเรียนรู ๖.๑) นกั เรยี นแบง กลมุ กลมุ ละประมาณ๕คนฟง เพลงราตรปี ระดบั ดาว(เถา)ของพระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา เจา อยหู วั ( แผน ท่ี ๒ เพลงท่ี ๕๐) หลงั จากจบเพลง ใหน กั เรยี นชว ยกนั วเิ คราะหบ ทเพลงตามความรแู ละความรสู กึ (เชน ในแงข องจงั หวะ อัตราจังหวะ ความรูสกึ เมื่อไดย ินบทเพลง) ........................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................... กิจกรรมนาํ การเรยี นรู ๖.๒) นกั เรยี นแบง กลุม กลุมละประมาณ ๕ คนฟง เพลง ลาโฟรเ ลีย ของคอลเรลลี ( แผนที่ ๒ เพลงที่ ๕๑) หลงั จาก จบเพลงนักเรยี นชวยกันวเิ คราะหบทเพลงตามความรู และความรสู ึก (เชน ในแงข องจังหวะ อตั ราจงั หวะ ความรูสึกเม่ือไดย ินบทเพลง) ........................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................... ...........................................................................................................................................................................................................................................................

๗๖ ดนตรี สังคตี ลกั ษณท าํ นองหลกั และการแปรทํานอง กจิ กรรมนําการเรยี นรู ๖.๓) นักเรียนศึกษาความรูเ รื่องรูปแบบของเพลง เร่ืองทํานองหลักและการแปรทาํ นอง สงั คตี ลกั ษณท าํ นองหลกั และการแปรทาํ นอง (Theme and variations) เปน วธิ กี ารประพนั ธเ พลงแบบหนง่ึ โดยท่ี ผปู ระพนั ธจ ะมีแนวคดิ หลกั อยู การนําเสนอแนวคดิ หลักน้ี จะถกู เรยี กวา ทาํ นองหลกั (Theme) สว นแนวคิดหลักทีถ่ กู ดัดแปลงและพฒั นาไปเร่อื ยๆ ตามการสรา งสรรคของผปู ระพนั ธน ั้นเราเรยี กวาการแปรทาํ นอง (Variations) การแปรทํานอง สามารถทาํ ไดห ลายวิธี ยกตวั อยางเชน การเปลีย่ นแปลงจังหวะ การเปลย่ี นแปลงความเรว็ การเปลย่ี นแปลงระดับเสยี งเล็กนอ ย การเปลีย่ นบนั ไดเสยี ง ซ่งึ การแปรทํานองจะมีความพลกิ ผันไมต ายตัว แตส่งิ ที่ จาํ เปนอยางยิง่ คือ ผฟู ง ตองสามารถรับรไู ดว าทาํ นองที่ถูกแปรคอื บทเพลงเดยี วกนั กับบทเพลงตนฉบับ การแปรทํานองน้ัน สามารถปฏิบัติไดโ ดย ดรุ ยิ ปฏิภาณ (Improvisation) การประพันธ (Composition) ตลอดจน การเรยี บเรียงเพลง (Arrangement) หรอื กลา วคือสามารถปฏิบัตไิ ดโ ดยวิธีใดก็ไดที่เปน การสรางสรรคผลงาน (Creation) ในการแปรทาํ นองของดนตรไี ทยน้ัน จะใชค าํ วา “ทาง” หมายถงึ ผเู ลนเครอ่ื งดนตรีแตละเครอ่ื งกจ็ ะมี ทางบรรเลง เปนของตนเอง “ทาง” สามารถแบงไดเปน ๓ ความหมาย ดังน้ี ๑. หมายถงึ วธิ ดี าํ เนนิ ทาํ นองโดยเฉพาะของเครอ่ื งดนตรแี ตล ะชนดิ เชน ทางซอดว ง ทางระนาดเอก ทางฆอ งวงใหญ ๒. หมายถงึ วธิ ีดาํ เนนิ ทาํ นองของเพลงทีแ่ ตงขนึ้ โดยเฉพาะ เชน ทางของครคู นนั้น คนนี้ ทางเดีย่ ว ทางหมู ทางกรอ ๓. ระดับเสียงทีบ่ รรเลง ซึง่ แตละทางจะมีทํานองท่แี ตกตางกนั และมชี ่ือเรียกเปน ทรี่ ู เชน ทางเพยี งออลาง ทางในและทางกลาง นอกเหนอื จากเรอ่ื ง “ทาง” แลว เพลงเถา ซง่ึ ประกอบไปดว ยเพลงชน้ั เดยี ว สองชน้ั และสามชน้ั ตามลาํ ดบั ซง่ึ แตล ะชน้ั ของเพลงน้ัน จะมีลักษณะจังหวะท่ีแตกตา งกันไป รวมถึงมวี ิธีการบรรเลงท่ีแตกตา งเชน กนั แตผ ูฟง ยังคง สามารถเขา ใจไดวาเปน บทเพลงเดยี วกัน ถือวาเปน วิธกี ารแปรทาํ นองอยางหนี่ง ในดนตรสี ากล เราเรยี กสงั คตี ลกั ษณน ว้ี า ธมี แอนด แวรเิ อชน่ั (Theme and variations) หมายถงึ สงั คตี ลกั ษณท าํ นองหลกั และการแปรทาํ นอง เพลงลาโฟรเลีย ของคลอเรลลที น่ี ักเรียนไดฟ ง ไปในกจิ กรรมกอ นหนานี้ ถือเปน ธีม แอนด แวรเิ อช่นั (Theme and variations) ดวยเชนกนั

ดนตรี ๗๗ กิจกรรมเสริมการเรียนรู ๖.๔) นกั เรียนแบง กลุม กลมุ ละประมาณ ๑๐ คน สร้างสรรคบ์ ทเพลง โดยไมจ ํากดั วาเปน ทํานองจากเพลงที่มอี ยแู ล้วหรอื เพลงใหม แตเ นน้ วา ต้องเปน สงั คตี ลักษณ์ทํานองหลกั และการแปรทํานอง (Theme and variations) เพื่อนํามา สรา้ งสรรคเ์ ปน การแสดง โดยอาจจะอยูในรปู แบบของการร้อง และ/หรอื เลนเครือ่ งดนตรี รวมทงั้ เครื่องประกอบ จงั หวะหน้าชัน้ เรียน เมอ่ื จบการแสดงของแตล ะกลมุ ให้นกั เรยี นในชนั้ เรียนรว มกันวิจารณแ์ ละแสดงความคดิ เหน็ ตลอดจนคาํ แนะนาํ ในหวั ข้อดังน้ี คณุ ภาพของเสยี งและความถกู ต้องของระดับเสียงความสามารถในการรวมวง ความเท่ียงตรงของจังหวะ อตั ราจงั หวะ และการส่อื อารมณข์ องเพลงจากผรู้ ้องและ/หรอื เลนดนตรี ........................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................... ...........................................................................................................................................................................................................................................................

บรรณานุกรม กมล ทพั คัลไลย. รวมโนต เพลงไทยสากล. กรงุ เทพฯ : ๒๕๔๓. กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. คูมือการจดั การเรียนรกู ลุมสาระการเรยี นรศู ิลปะ. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พองคการรับสง สินคาและ พสั ดุภัณฑ, ๒๕๔๔. โกวทิ ประวาลพฤกษ และปรัชญา ปานเกต.ุ ดนตรี-นาฏศลิ ป มธั ยมศึกษาปท ี่ ๑ กลุม สาระการเรียนรูศ ิลปะ. กรงุ เทพฯ : บริษัทพฒั นาคุณภาพวิชาการ (พว.) จํากัด, ๒๕๕๐. ชนาธปิ พรกลุ . การออกแบบการสอน การบูรณาการ การอาน การคิดวิเคราะหแ ละการเขยี น. กรุงเทพฯ : บรษิ ัท วี.พร้นิ ท, ๒๕๕๑. ชยั วฒั น เหลาสืบสกุลไทย. เพลงเพ่ือการสอนและการจัดกิจกรรมนันทนาการ. พิมพค รง้ั ท่ี ๔. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พแหงจฬุ าลงกรณม หาวิทยาลยั , ๒๕๕๑. ณรุทธ สุทธจติ ต. พฤตกิ รรมการสอนดนตรี. พิมพค รงั้ ที่ ๓. กรุงเทพฯ : โรงพิมพแ หง จุฬาลงกรณม หาวิทยาลยั , ๒๕๔๔. ณัชชา โสตติยานรุ กั ษ. พจนานุกรมศัพทด รุ ิยางคศิลป. พิมพค ร้งั ท่ี ๒. กรุงเทพฯ : บริษทั แอคทฟี พรนิ้ ท จํากดั , ๒๕๔๗. . สงั คีตลักษณและการวิเคราะห. พมิ พค ร้ังที่ ๓. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พแหง จุฬาลงกรณม หาวิทยาลัย, ๒๕๔๗. . ทฤษฎดี นตรี. พิมพครัง้ ที่ ๕. กรุงเทพฯ : โรงพิมพแ หงจุฬาลงกรณม หาวิทยาลัย, ๒๕๔๘. บทเพลงพระราชนพิ นธ. กรุงเทพฯ : สาํ นักราชเลขาธกิ าร, ๒๕๔๙. . หนงั สือเรียนการเรียนรพู น้ื ฐาน ดนตร-ี นาฏศิลป ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี ๑ กลมุ สาระการเรียนรศู ลิ ปะ. พมิ พค ร้ังท่ี ๒. กรงุ เทพฯ : บริษทั สํานักพิมพว ฒั นาพาณิช จํากัด, ๒๕๕๐. ประสทิ ธ์ิ ถาวร. ความรเู รือ่ งดนตรไี ทย. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พน ิยมอกั ษร, ๒๕๑๕. ภาณพุ ันธุ อุทยั จันทร. รวมโนต เพลงพระราชนิพนธ. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพแหง จฬุ าลงกรณม หาวิทยาลัย, ๒๕๓๑. มูลนธิ ิวงดรุ ิยางคซ ิมโฟนกี รุงเทพ. เพลงแหงชาต.ิ กรงุ เทพฯ : บรษิ ทั เจ. ฟล ม โปรเซส จาํ กัด, ๒๕๓๗. ราชบัณฑติ ยสถาน. สารานุกรมศัพทด นตรไี ทย ภาคคตี ะ–ดุรยิ างค. พมิ พค รั้งท่ี ๒. นนทบรุ ี : สหมติ ร พริน้ ติง้ , ๒๕๔๕. วีรพล วงศาโรจน, สราวธุ สระมูล. รวมชุดสาระการเรียนรพู ื้นฐาน ดนตรี ๑. กรุงเทพฯ : บริษัท สาํ นกั พิมพเ อมพันธ จํากัด, ๒๕๕๑. วรี ศักดิ์ ศรสี ะอาด. โนตเพลงฮิต ๑. กรุงเทพฯ : บริษทั วงศสวางการพมิ พ จํากดั , ๒๕๓๕. สงบศกึ ธรรมวหิ าร. ดรุ ยิ างคไทย. พมิ พค รงั้ ท่ี ๒. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พแ หงจฬุ าลงกรณม หาวิทยาลัย, ๒๕๔๒. สงัด ภเู ขาทอง. การดนตรีไทยและทางเขาสดู นตรีไทย. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพเรอื นแกว การพิมพ, ๒๕๓๙. สุกรี เจริญสุข. เพลงชาต.ิ กรงุ เทพฯ : ดร.แซ็ก, ๒๕๔๐. สุรพล สวุ รรณ. ดนตรีไทยในวฒั นธรรม. กรงุ เทพฯ : บรษิ ัท แอคทีฟ พริน้ ท จาํ กัด, ๒๕๔๙. สรุ ยิ ะ สรยุทธ. เพลงประทับใจ. กรงุ เทพฯ : สํานักพิมพว รรณสาสน, ๒๕- -. . เพลงยอดนยิ ม. กรงุ เทพฯ : สํานกั พิมพว รรณสาสน , ๒๕- -. อรจรยี  ณ ตะกว่ั ทุง. คมู ือปฏิบัติการเรียนการสอนยุคใหม. กรุงเทพฯ : ธรรกมลการพมิ พ, ๒๕๔๖. อรวรรณ บรรจงศลิ ป. พน้ื ฐานดนตรี. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พแ หงจฬุ าลงกรณมหาวทิ ยาลยั , ๒๕๓๔. ฮารเดอร, พอล. พืน้ ฐานทฤษฎดี นตร.ี แปลโดย ณัชชา พนั ธุเ จรญิ . กรุงเทพฯ : โรงพมิ พคุรุสภาลาดพราว, ๒๕๓๘. Choksy, L The Kodaly method I. New Jersey : Prentice Hall, Inc., 1999. Choksy, L The Kodaly method II. New Jersey : Prentice Hall, Inc., 1999. Ministry of Education. The Ontario Curriculum Grades 11 and 12. Canada : Queen’s Printer for Ontario, 2000.

รายช่อื คณะผจู ดั ทํา ผูตรวจ ดร. สมชยั ตระการรุง รศ. ดร. สุกรี เจรญิ สุข บรรณาธกิ ารทปี่ รกึ ษา นายณัฐนชุ า ศศปิ ุราณะ ท่ปี รึกษาดา นวิชาการ นายเชาวนว์ ุฒิ อรุโณทอง นางสาวพรชนนั สรุ วิชัย นางสาวกฤตนิ ี เงินสมบตั ิ ผูเรียบเรยี งและจดั ทาํ ตนฉบบั นางสาวพรชนนั สุรวชิ ัย นายณัฐ เชียงทอง นายณฐั นุชา ศศปิ ุราณะ นางสาวกฤตินี เงินสมบตั ิ นายกมลธรรม เก้อื บุตร นายศักดพิ ล มติ รประยูร นายเชาวนว์ ุฒิ อรโุ ณทอง นายนัทธี เชยี งชะนา นางสาวปวรินทร์ ลลี าววิ ฒั น์ นางสาวปณ ญพสั ตร์ ธรรมรตั น์ นางสาวพรสุรัช อนิ ตะ ขันท์ นางสาวปรญี านนั ท์ พรอ้ มสุขกลุ คณะนักดนตรี นางสาวพรชนนั สุรวชิ ัย นายเชาวนว์ ุฒิ อรุโณทอง นายณัฐนุชา ศศปิ รุ าณะ นายอลงกรณ์ เหลา สายเชอื้ นายณัฐ เชยี งทอง นายสาธติ ชมเชีย่ วชาญ นางสาวปวรนิ ทร์ ลลี าววิ ัฒน์ นายบญุ ชัย เศวตกติ ตกิ ุล นายประเสริฐ ราชมณี ปกและภาพประกอบ นายนิติ กาวินคํา นายฉัตรชัย เทียนสิน นายอษั ฎาวุธ ใจจง นางสาวพุทธริ า มาสาซ้าย ออกแบบจัดหนา นายศักดช์ิ ัย มหาคามินทร์

พมิ พ์ท่โี รงพมิ พ์ สกสค. ลาดพร้าว นายสมมาตร์ มีศลิ ป์ ผ้พู มิ พแ์ ละผ้โู ฆษณา พ.ศ. ๒๕๕๖


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook