Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แบบสรุปการดำเนินงาน ครูจิราพร

แบบสรุปการดำเนินงาน ครูจิราพร

Published by banlakor school, 2022-08-15 02:27:51

Description: แบบสรุปการดำเนินงาน ครูจิราพร

Search

Read the Text Version

แบบสรุปการดาเนินงาน Model Teacher โครงการ พฒั นาโรงเรียนบ้านละกอเปน็ ชุมชนแห่งการเรียนรู้ (School as Learning Community : SLC) เพื่อพฒั นาสมรรถนะพลเมืองรุน่ ใหม่ ประจำปงี บประมาณ 2565 ชอื่ – สกลุ นางสาวจริ าพร ปัญญารัตนานนท์ ตำแหนง่ ครู โรงเรียน บา้ นละกอ สำนกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสมี า เขต 2 หน้าท่ปี ฏบิ ตั ิการสอนทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย สอนกลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ รายละเอยี ดการดำเนินงานตามกิจกรรม Lesson Study (PLAN DO SEE) ปฏิทินการดำเนินงาน ที่ วนั วนั ท่ี คาบ เวลา กิจกรรม 1 จนั ทร์ ๑ พ.ย. 64 1 0๙.๓0 – ๑๐.๓0 น. จัดต้งั ทีมชุมชนแห่งการเรียนรู้ 2 จันทร์ ๑ พ.ย. 64 1 ๑๐.๓0 – ๑๑.๓0 น. ประชมุ ค้นหาปญั หา หาสาเหตุ และแนวทางการ แก้ปัญหาของนกั เรยี น 3 องั คาร 14 ธ.ค. 64 1 16.30 – 17.30 น. รว่ มออกแบบกจิ กรรมการเรยี นรู้วงรอบที่ 1 4 ศุกร์ 17 ธ.ค. 64 1 11.00 – 11.00 น. ร่วมออกแบบและสะทอ้ นสอื่ /การวัดผลและการ ประเมนิ ผล/แบบฝึก/ใบงาน วงรอบท่ี 1 5 พฤหัสบดี 23 ธ.ค. 64 1 11.00 – 12.00 น. การปฏบิ ตั กิ ารจดั กจิ กรรมเปดิ ชน้ั เรียน วงรอบที่ 1 6 พฤหัสบดี 23 ธ.ค. 64 1 15.30 – 16.30 น. ร่วมสะทอ้ นคิดหลงั เปดิ ชั้นเรยี นวงรอบท่ี 1 7 จันทร์ 17 ม.ค..65 1 15.30 – 17.30 น. รว่ มออกแบบกจิ กรรมการเรียนร้วู งรอบที่ 2 8 พฤหัสบดี 20 ม.ค. 64 1 09.30 - 11.30 น. ร่วมออกแบบและสะท้อนส่อื /การวดั ผลและการ ประเมินผล/แบบฝกึ /ใบงาน วงรอบที่ 2 9 ศกุ ร์ 21 ม.ค.65 1 09.20 – 10.20 น. การปฏิบตั กิ จิ กรรมเปดิ ชั้นเรยี นวงรอบท่ี 2 10 ศกุ ร์ 21 ม.ค.65 1 15.30 – 16.30 น. ร่วมสะท้อนคดิ หลังเปดิ ช้ันเรยี นวงรอบที่ 2 11 ศุกร์ 4 ก.พ.65 1 16.30 – 17.30 น. รว่ มออกแบบกจิ กรรมการเรยี นรู้วงรอบที่ 3 12 จันทร์ 7 ก.พ.65 1 09.30 - 11.30 น. ร่วมออกแบบและสะท้อนสื่อ/การวัดผลและการ ประเมนิ ผล/แบบฝึก/ใบงาน วงรอบท่ี 3 13 ศกุ ร์ 10 ก.พ.65 1 11.00 – 12.00 น. การปฏิบตั กิ จิ กรรมเปดิ ช้นั เรยี นวงรอบที่ 3 14 ศกุ ร์ 10 ก.พ.65 1 15.30 – 16.30 น. ร่วมสะทอ้ นคิดหลงั เปิดชั้นเรยี นวงรอบที่ 3 แผนการจัดการเรยี นรู้ เรื่อง แหลง่ น้ำบนโลก

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 4 ร้จู กั น้ำและการเปล่ยี นแปลงของน้ำ หนว่ ยย่อยที่ 1 เรอ่ื ง นำ้ บนโลก กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันประถมศึกษาปีที่ 5 รหสั วชิ า ว 15101 เวลา 50 นาที ............................................................................................................................. ............................................. 1. มาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตวั ช้ีวัด มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์กบั ระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลก และบนผวิ โลก ธรณพี ิบตั ิภัย กระบวนการเปล่ียนแปลง ลมฟ้าอากาศและภมู ิอากาศของโลก รวมท้ังผลต่อ ส่งิ มชี ีวติ และสงิ่ แวดลอ้ ม ตวั ชวี้ ดั ว 3.2 ป.5/1 เปรยี บเทยี บปรมิ าณน้ำในแตล่ ะแหล่ง และระบุปรมิ าณนำ้ ที่มนุษย์สามารถนำมาใช้ ประโยชน์ได้จากขอ้ มูลท่รี วบรวมได้ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ ดา้ นความรู้ ความเข้าใจ - เปรียบเทียบปริมาณนำ้ จดื กับนำ้ บนโลกและระบนุ ้ำจืดทมี่ นุษย์นำมาใชป้ ระโยชนไ์ ด้ ด้านทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ - การตีความหมายข้อมลู และลงข้อสรปุ เกี่ยวกบั ปรมิ าณนำ้ จืดทมี่ นุษย์นำมาใชป้ ระโยชน์ได้ ด้านคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ - มีวินัย - ใฝ่เรยี นรู้ - มุ่งมน่ั ในการทำงาน 3. สาระ/เน้อื หา นำ้ ทงั้ หมดบนโลกประกอบไปดว้ ยนำ้ จืดและน้ำเค็ม ปรมิ าณนำ้ จดื และน้ำเค็มแตกตา่ งกันมาก 4. สาระการเรียนรู้ แหลง่ นำ้ ธรรมชาติมที ั้งแหลง่ นำ้ ผิวดนิ เชน่ ทะเล บงึ แมน่ ้ำ และแหล่งน้ำใต้ดิน เชน่ นำ้ บาดาล ปริมาณนำ้ ทั้งหมดบนโลกเป็นน้ำเค็มร้อยละ 97.5 และมีปริมาณนำ้ จืดร้อยละ 2.5 จากปริมาณน้ำท้ังหมด บนโลก ปริมาณนำ้ จดื บนโลกแบ่งเปน็ นำ้ จืดท่ีไมส่ ามารถนำมาใชไ้ ด้ คิดเปน็ รอ้ ยละ 1.75 เช่น ธารน้ำแข็ง และพืดน้ำแข็ง นำ้ แข็งใต้ดนิ ความชนื้ ในดนิ ความช้นื ในบรรยากาศ นำ้ ในสิ่งมีชีวิต และน้ำจดื ท่ีสามารถ นำมาใช้ได้ คิดเปน็ รอ้ ยละ 0.75 โดยแบ่งเปน็ น้ำจดื ที่ไม่สามารถนำมาใชไ้ ด้ทนั ที เช่น นำ้ ใต้ดนิ คิดเปน็ ร้อยละ 0.74 และน้ำจืดท่ีสามารถนำมาใชไ้ ดท้ นั ที เช่น ทะเลสาบ บงึ แม่นำ้ คิดเป้นร้อยละ 0.01 5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น

- ความสามารถในการสอ่ื สาร บอกปรมิ าณน้ำจืดกับปริมาณน้ำทั้งหมดบนโลกและระบุปรมิ าณนำ้ จดื ท่มี นุษย์นำมาใช้ประโยชน์ได้ - ความสามารถในการคิด เปรยี บเทียบสดั สว่ นของปรมิ าณนำ้ จดื และน้ำท้ังหมดบนโลกและระบุ ปริมาณนำ้ จดื ที่มนุษย์นำมาใช้ประโยชนไ์ ด้ - ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต 6. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ข้ันท่ี 1 การเรยี นรตู้ งั้ คำถาม (5 นาที) 1. นกั เรียนชมวีดที ศั นเ์ รื่อง ดาวเทยี มน่าซาพบน้ำจดื บนโลกลดลง แลว้ ตอบคำถาม ดงั นี้ (สุ่ม นักเรียนตอบโดยการจับสลากเลขที่) - จากวิดีทศั น์พ้นื ผวิ ของโลกประกอบด้วยอะไรบ้าง (พื้นผิวของโลกประกอบด้วยพ้ืนดินและพน้ื น้ำ) - พืน้ ดินกบั พน้ื นำ้ มีบรเิ วณเทา่ กันหรือไม่ อย่างไร (มบี รเิ วณไม่เท่ากัน พ้นื น้ำมบี รเิ วณมากกว่า พน้ื ดิน) - ปริมาณน้ำบนโลกมีนำ้ จืดและนำ้ เค็มเทา่ กนั หรือไม่ อยา่ งไร (ไมเ่ ทา่ กนั มีปริมาณนำ้ เค็ม มากกวา่ ปริมาณนำ้ จืด) - แหล่งนำ้ ใดบา้ งเปน็ นำ้ จืด (แม่นำ้ ) - แหล่งนำ้ ใดบา้ งเป็นนำ้ เค็ม (ทะเล) - แหล่งน้ำใดมีมากทส่ี ดุ (มหาสมุทร) ขนั้ ท่ี 2 การเรยี นรู้แสวงหาสารสนเทศ (20 นาที) 2. แบง่ กล่มุ นักเรียนคละความสามารถและเพศ กล่มุ ละ 4 คน แต่ละกลมุ่ แบ่งหน้าทส่ี มาชิกใน กล่มุ เป็นประธาน รองประธาน และเลขานุการ ตวั แทนกลุ่ม ใบความรู้ และใบงาน 3. นักเรยี นอ่านชอื่ ใบงาน ครชู วนนกั เรียนหาคำตอบและแจง้ จดุ ประสงคใ์ หน้ ักเรยี นทราบว่า ช่วั โมงนน้ี ักเรียนจะได้อา่ นข้อมูลและเปรียบเทียบน้ำจดื กบั น้ำท้งั หมดบนโลกและระบนุ ำ้ จืดที่มนุษย์นำมาใช้ ประโยชนไ์ ด้ 4. ครูใหน้ ักเรยี นอา่ นวธิ ีทำอยา่ งไรในใบงานที่ 1 เรื่องนำ้ แตล่ ะแหลง่ บนโลกมีอย่ทู ่ีเท่าใด ครู ตรวจสอบความเข้าใจในการทำกจิ กรรมทลี ะข้ันตอนโดยใช้คำถามดงั น้ี - กจิ กรรมนี้นักเรยี นจะไดเ้ รยี นเร่อื งอะไร (สุม่ ให้นกั เรียน ๑ คน คำตอบของผู้เรียนทีค่ าดว่าจะตอบ คอื ปรมิ าณน้ำในแตล่ ะแหลง่ ต่างๆบนโลก) - นักเรียนจะเรียนเรอ่ื งน้ีด้วยวิธใี ด (สมุ่ ใหน้ กั เรยี น ๑-๒ คน คำตอบของผเู้ รียนที่คาดว่าจะตอบ คือ ใช้แบบจำลองเปรียบเทยี บสดั สว่ นของปริมาณน้ำแต่ละแหล่ง)

5. นกั เรยี นอา่ นสิ่งท่ตี ้องใชใ้ นการทำกิจกรรม และตอบคำถามดงั น้ี (สุ่มนักเรียนตอบโดยการจับ สลากเลขท่ี) - สง่ิ ท่ตี ้องใชม้ ีกี่อย่างอะไรบ้าง (ส่มุ ใหน้ ักเรยี น ๑ คนตอบ คำตอบของผู้เรียนทค่ี าดว่าจะตอบ คือ 5 อย่าง นำ้ ขวดพลาสติก หลอดฉดี ยา บีกเกอร์ และชอ้ น) 6. ครูทบทวนวิธกี ารใชแ้ ละการอ่านปริมาตรของหลอดฉีดยา ทบทวนหน่วยการวัดปริมาตร 1 ลิตร = 1,000 ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร - ถา้ ครตู ้องการน้ำ 20 ลิตร ครูตอ้ งการน้ำกลี่ กู บาศก์เซนตเิ มตร - ถังบรรจนุ ำ้ 5,000 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร แสดงว่าถังใบนบี้ รรจนุ ำ้ ไดก้ ี่ลิตร 7. ครใู ห้นักเรยี นอ่านทำอยา่ งไรในใบกิจกรรมที่ 1 เรื่องน้ำแต่ละแหล่งบนโลกมีอยู่ท่ีเท่าใด และตรวจสอบความเขา้ ใจโดยใช้คำถาม ดงั นี้ - นกั เรยี นตอ้ งเตรียมนำ้ ท้ังหมดกล่ี ิตรหรือกีล่ ูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร (สุ่มให้นักเรียน ๑ คนตอบ คำตอบของผเู้ รยี นทคี่ าดว่าจะตอบ คือ 20 ลิตรหรอื 20,000 ลกู บาศก์เซนติเมตร) - นำ้ ท้งั หมด 20 ขวดแทนอะไร (สุ่มให้นักเรียน ๑ คนตอบ คำตอบของผ้เู รยี นท่คี าดวา่ จะตอบ คือตัวแทนน้ำทงั้ โลก) - บรรจนุ ำ้ จนเตม็ ขวดขนาด 1,000 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร จำนวน 20 ขวด จะมีนำ้ ทง้ั หมด 20,000 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร ซึ่งสมมติใหเ้ ปน็ นำ้ ทง้ั หมดบนโลก - แบ่งนำ้ จากขวดใบทห่ี นง่ึ ออกมา ใส่ในขวดใบท่ี 21 กลี่ กู บาศกเ์ ซนติเมตร (สุ่มให้นักเรียน ๑ คน ตอบ คำตอบของผูเ้ รยี นท่ีคาดวา่ จะตอบ คือ 500 ลูกบาศก์เซนติเมตร) - แบ่งน้ำจากขวดที่ 21 ออกมา 150 ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร ใส่ในขวดใบที่ 22 ดว้ ยวิธใี ด (สมุ่ ให้ นักเรียน ๑ คนตอบ คำตอบของผู้เรียนทค่ี าดว่าจะตอบ คือตวงน้ำ 150 ลูกบาศก์เซนติเมตรด้วยบีกเกอร์) - แบ่งนำ้ จากขวดใบท่ี 22 ออกมา 2 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร ใสใ่ นชอ้ น ดว้ ยวิธีใด (สุ่มให้นกั เรียน ๑ คนตอบ คำตอบของผเู้ รยี นที่คาดว่าจะตอบ คือตวงนำ้ ขนาด 2 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร ใสห่ ลอดฉีดยาขนาด 10 มิลลิลิตร) 7. นกั เรยี นดวู ีดที ศั น์ข้นั ตอนการปฏิบัตกิ ิจกรรม แล้วตวั แทนกลุม่ รบั วสั ดุอปุ กรณแ์ ละนักเรียนลงมือ ปฏบิ ัตติ ามขัน้ ตอน 8. นักเรยี นแต่ละคนศกึ ษาใบความรู้เรอื่ ง ปริมาณนำ้ บนโลก 9. ครนู ำอภปิ รายผลการทำกิจกรรมโดยใหน้ กั เรียนเปรยี บเทยี บตวั เลขจากใบความรู้กับปริมาณนำ้ ในภาชนะ เพอื่ ให้เข้าใจถึงปริมาณมากและน้อย และใช้คำถาม ดังต่อไปนี้ - จากแบบจำลองนำ้ ทง้ั หมดท่มี ีบนโลกกี่ลกู บาศก์เซนตเิ มตร (สุม่ ใหน้ กั เรยี น ๑ คน ตอบ คำตอบของผู้เรยี นที่คาดว่าจะตอบ คือ 20,000 ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร) - การแบ่งน้ำจากขวดใบทหี่ น่ึงออกมาใส่ในขวดใบท่ี 21 เป็นปรมิ าณเท่าใด คิดเป็นร้อยละเท่าใด

เม่อื เทียบกับปรมิ าณนำ้ ท้ังหมดในแบบจำลอง และเทยี บกับแหล่งน้ำใด (นกั เรียนดตู ัวอยา่ งการคำนวณ สุ่ม ให้นักเรยี น ๑ คนตอบ คำตอบของผเู้ รียนท่ีคาดวา่ จะตอบ คอื ร้อยละ 2.5 เทียบไดก้ บั แหล่งน้ำจืด) - จากแบบจำลองน้ำในขวดใบท่ี 22 มปี ริมาณเทา่ ใด คดิ เปน็ ปริมาณน้ำร้อยละเท่าใด เม่ือเทยี บ กบั ปริมาณน้ำทั้งหมดในแบบจำลอง และเทยี บกบั แหล่งน้ำใด (นักเรียนดตู วั อยา่ งการคำนวณ สุ่มให้นักเรยี น ๑ คนตอบ คำตอบของผู้เรยี นทีค่ าดวา่ จะตอบ คือ ปริมาณ 150 ลูกบาศก์เซนติเมตร คดิ เป็นรอ้ ยละ 0.75 เทียบได้กบั แหลง่ นำ้ จดื ทส่ี ามารถนำมาใช้ได)้ - จากแบบจำลองน้ำทเ่ี หลือในขวดใบท่ี 21 มีปริมาณเท่าใด คิดเป็นปริมาณน้ำรอ้ ยละเท่าใด เม่อื เทียบกบั ปรมิ าณนำ้ ท้ังหมดในแบบจำลอง และเทียบกับแหลง่ น้ำใด (นักเรียนดูตวั อย่างการคำนวณ สุ่ม ให้นกั เรยี น ๑ คนตอบ คำตอบของผู้เรียนท่ีคาดว่าจะตอบ คือปรมิ าณ 350 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร คดิ เปน็ ร้อย ละ 1.75 เทยี บได้กับแหลง่ น้ำจืดที่ไม่สามารถนำมาใชไ้ ด)้ - จากแบบจำลองนำ้ ที่อยู่ในชอ้ นมีปริมาณเทา่ ใด คิดเป็นปริมาณน้ำรอ้ ยละเทา่ ใด เม่ือเทียบกบั ปรมิ าณนำ้ ท้ังหมดในแบบจำลอง และเทยี บกบั แหลง่ นำ้ ใด (นกั เรียนดูตวั อย่างการคำนวณ สุ่ม ให้นักเรียน ๑ คนตอบ คำตอบของผู้เรยี นท่ีคาดวา่ จะตอบ คอื ปรมิ าณ 2 ลกู บาศก์เซนตเิ มตร คิดเปน็ รอ้ ยละ 0.01 เทยี บได้กบั แหลง่ นำ้ จดื ที่สามารถนำมาใช้ได้ทันท)่ี - จากแบบจำลองน้ำทเี่ หลือในขวดใบที่ 22 มีปริมาณเทา่ ใด คดิ เปน็ ปรมิ าณนำ้ รอ้ ยละเทา่ ใด เม่ือเทียบกบั ปริมาณน้ำทั้งหมดในแบบจำลอง และเทยี บกบั แหล่งนำ้ ใด (ปรมิ าณ 148 ลูกบาศก์แซนติเมตร คดิ เป็นร้อยละ 0.74 เทียบได้กับแหล่งนำ้ จืดท่ีไม่สามารถนำมาใช้ได้ทันท)ี ข้นั ท่ี 3 การเรียนรู้เพอ่ื สรา้ งองคค์ วามรู้ (10 นาที) 10. ครูและนกั เรียนรว่ มกนั อภปิ รายจากการทำกิจกรรมและการอา่ นใบความรู้ โดยใช้คำถาม ดงั น้ี - โลกปกคลุมด้วยนำ้ ร้อยละเท่าใดของพืน้ ทท่ี ้ังหมด (สุ่มใหน้ กั เรยี น ๑ คนตอบ คำตอบของผู้เรยี น ท่ีคาดวา่ จะตอบ คือ รอ้ ยละ 70) - ปรมิ าณนำ้ บนโลกสว่ นใหญ่เปน็ น้ำจดื หรือนำ้ เค็ม (สุ่มให้นักเรยี น ๑ คนตอบ คำตอบของผเู้ รียนท่ี คาดวา่ จะตอบ คือนำ้ เค็ม รอ้ ยละ 97.5 นำ้ จืดรอ้ ยละ 2.5) - เราพบนำ้ เค็มได้ที่ใดบา้ ง (สุ่มให้นกั เรยี น ๑ คนตอบ คำตอบของผเู้ รียนท่คี าดว่าจะตอบ คือทะเล มหาสมทุ ร) - จงเรียงลำดับของนำ้ จืดจากนอ้ ยไปมาก (สุ่มใหน้ กั เรียน ๑ คนตอบ คำตอบของผู้เรยี นที่คาดวา่ จะ ตอบ คือดจู ากร้อยละของน้ำจืดแลว้ นำมาเรยี งลำดับจาก แหล่งน้ำจืดท่ีสามารถนำมาใชไ้ ดท้ นั ที่ แหล่งน้ำจดื ที่สามารถนำมาใชไ้ ด้ แหล่งน้ำจดื ท่ีไม่สามารถนำมาใชไ้ ด้) - จงยกตวั อยา่ งแหล่งน้ำจดื ทไ่ี ม่สามารถนำมาใช้ได้ทันที (สุ่มใหน้ ักเรยี น ๑ คนตอบ คำตอบของ ผู้เรียนท่คี าดวา่ จะตอบ คือนำ้ ใตด้ นิ )

- จงยกตวั อยา่ งแหลง่ น้ำจืดที่ไมส่ ามารถนำมาใช้ได้ ( สุ่มให้นกั เรยี น ๑ คนตอบ คำตอบของผูเ้ รยี นที่ คาดวา่ จะตอบ คือธารนำ้ แข็ง พดื นำ้ แข็ง ) - แหลง่ น้ำจืดท่ีนำมาใชไ้ ดท้ นั ที (สุม่ ให้นกั เรยี น ๑ คนตอบ คำตอบของผู้เรียนทีค่ าดว่าจะ ตอบ คือ แมน่ ำ้ บึง ทะเลสาบ) - แหลง่ น้ำจดื ทม่ี ปี ริมาณมากทส่ี ุด คือท่ีไหน (สุ่มให้นักเรียน ๑ คนตอบ คำตอบของผู้เรียนทค่ี าดว่า จะตอบ คอื ธารน้ำแข็ง พดื น้ำแข็ง) 11. นักเรยี นเปรียบเทียบปรมิ าณนำ้ ในแต่ละขวดและในช้อนกบั ปริมาณน้ำในแตล่ ะแหลง่ จากใบ ความรู้ และอภปิ รายว่าแตล่ ะภาชนะเปน็ ตวั แทนของแหล่งน้ำใดบนโลก บันทกึ ผลลงในใบงาน ขน้ั ที่ 4 รวมพลังสื่อสารและคดิ สะท้อน (10 นาที) 12. ตวั แทนกลุ่มนำเสอนด้วยความสมคั รใจ หรือสุม่ ตัวแทนนกั เรียนนำเสนอหนา้ ชัน้ 2 กลมุ่ ขั้นที่ 5 รวมพลงั ประยกุ ตแ์ ละตอบแทนสังคม (5 นาที) 13. ใหน้ กั เรยี นแต่ละกล่มุ เขียนแผนผังความคิด เร่ือง การใช้น้ำอย่างประหยัด เปน็ การบ้าน 7. การวดั และประเมนิ ผล วิธกี าร เครอ่ื งมอื เกณฑ์การประเมิน ผ่านเกณฑ์การประเมนิ สง่ิ ทต่ี ้องการวัดและประเมนิ ผล สงั เกตการตอบ แบบประเมนิ ระดบั คุณภาพดีขน้ึ ไป คำถามในชนั้ เรยี น ความรู้ 1.ดา้ นความรู้ ความเข้าใจ และเนือ้ หาในใบงาน ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ -เปรยี บเทยี บปรมิ าณน้ำจืดกับ ระดับคุณภาพพอใช้ขึน้ น้ำบนโลกและระบนุ ้ำจืดที่ สังเกตทักษะ แบบประเมนิ ไป มนุษยน์ ำมาใชป้ ระโยชนไ์ ด้ กระบวนการทาง ทักษะ วทิ ยาศาสตร์ กระบวนการทาง ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ 2.ด้านทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ ระดับคุณภาพผ่าน วทิ ยาศาสตร์ - การตคี วามหมายขอ้ มูลและลง สงั เกตคณุ ลักษณะอัน แบบประเมนิ ขอ้ สรปุ เก่ยี วกับปรมิ าณน้ำจืดที่ มนุษย์นำมาใช้ประโยชน์ได้ พงึ ประสงค์ คุณลักษณะอันพงึ 3.ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ประสงค์ - มวี นิ ยั - ใฝเ่ รียนรู้ - มงุ่ มน่ั ในการทำงาน

4.สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น สงั เกตพฤติกรรม แบบประเมนิ ผ่านเกณฑ์การประเมิน 1.ความสามารถในการสือ่ สาร ในขณะทำกจิ กรรม สมรรถนะสำคัญ ระดับคุณภาพผ่าน -บอกปรมิ าณน้ำจืดกบั นำ้ ของผเู้ รยี น ทง้ั หมดบนโลกและระบปุ ริมาณ นำ้ จืดท่มี นุษย์นำมาใชป้ ระโยชน์ ได้ 2.ความสามารถในการคิด เปรยี บเทียบปรมิ าณนำ้ จืดกบั น้ำ ทง้ั หมดบนโลกและระบุปริมาณ น้ำจดื ท่ีมนษุ ยน์ ำมาใช้ประโยชน์ ได้ 8.ส่ือการเรียนรู้ 1. วดี ีทศั น์ เร่ือง ดาวเทยี มนาซาพบน้ำจืดบนโลกลดลง 2. ใบงานท่ี 1 เร่อื งแหลง่ น้ำบนโลกแต่ละแหล่งมีอยเู่ ท่าใด 3. ใบความรู้ เร่อื ง ปริมาณนำ้ บนโลก 4. น้ำ 5. ขวด 1,000 ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร 6.หลอดฉีดยา 7. ชอ้ น 8. บีกเกอร์ 9. ความเหน็ ของหวั หน้าสถานศกึ ษาหรอื ผูท้ ี่ได้รบั มอบหมาย ได้ทำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรู้ของ นางสาวจิราพร ปัญญารัตนานนท์ แล้วมคี วามคดิ เห็นดังน้ี 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่  ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรงุ 2. การจัดกจิ กรรมไดน้ ำกระบวนการเรียนรู้  เน้นผเู้ รียนเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนได้อย่างเหมาะสม  ยงั ไม่เนน้ ผ้เู รยี นเปน็ สำคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาต่อไป 3. เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้ที่

 นำไปใชไ้ ด้จรงิ  ควรปรบั ปรงุ กอ่ นนำไปใช้ 4. ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ ................................................................................................................................................. ........... ........................................................................................................................ .................................... ลงชอื่ ................................................ หัวหน้าฝา่ ยวชิ าการ (.นางสาวจริ าพร ปญั ญารตั นานนท์) …………. /……………. /………… ความคิดเห็น ............................................................................................................................. ............................... .................................................................................................... ........................................................ ลงชือ่ ว่าทรี่ ้อยตรี...................................... ผู้อำนวยการโรงเรียน (สัญญา เขยี วปาน) …………. /……………. /………… 10.บนั ทกึ ผลหลังการจดั การจดั การเรียนรู้

แบบประเมนิ ความรู้ แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1 เร่ือง แหล่งน้ำบนโลก ชอ่ื ผู้ประเมนิ นางสาวจริ าพร ปัญญารัตนานนท์ ประเมนิ ครง้ั ที่ 1 วนั ท่ี 23 เดอื น ธันวาคม พ.ศ. 2564

รายการประเมนิ /ระดบั คะแนน รวมคะแนน (12 คะแนน) ช่ือ -สกุล การตอบคำถาม การสรุปความรู้ ค วา ม ถ ู กต ้ อง 12 ด.ช.กติ ตินันท์ ทิศกระโทก ในช้นั เรยี น (4) (4) ครบถว้ นของ 5 ด.ช.นนั ทชาติ เนาวก์ ระโทก 9 ด.ช.วรธน วรรณประดิษฐ์ เน้ือหาในใบงาน 10 ด.ช.ธติ ิสรรค์ ไทยอฐั วิถี 9 ด.ช.นพดล นนกระโทก 432143214321 12 ด.ช.อัครนิ ทร์ เทยี นลำ 9 ด.ช.ศิริภทั ร ตง้ั กติ ติพงศ์ 2 12 11 ด.ช.ธรี ภทั ร ทับกระโทก 12 ด.ญ.ณพฒั ษร เวา้ กลาง 4 34 10 ด.ญ.วรี ยา ทับกระโทก 5 ด.ญ.สรัญชนิ ดา แตงอยู่ 4 33 12 ด.ญ.อรศิ รา ทิศกระโทก 12 ด.ญ.กมลภทั ร นสิ สัยหมั่น 333 5 ด.ญ.ภรู ิชญา ทบั กระโทก 10 ด.ญ.วรรณปภา ช่างจันทกึ 444 10 ด.ญ.ปภสั รา พฒั ศรี 9 ด.ญ.ศริ ินทรา กิมก่อสุข 333 10 ด.ญ.สจุ ารี ทศิ กระโทก 10 ด.ญ.สโิ รชา อตุ ตะมะบูรณ์ 44 3 10 ด.ช.เดชฤทธิ์ อุชชา 5 444 4 33 2 12 444 444 2 12 4 33 4 33 333 4 33 4 33 4 33 2 12 เกณฑ์การประเมินความรู้ ประเด็นการ ระดับคุณภาพ นำ้ หนัก คะแนน ประเมิน 4 (ดีมาก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรบั ปรุง) เต็ม 1.การตอบ การตอบคำถาม การตอบ การตอบ การตอบ 1.0 4 คำถาม ได้ถูกต้อง คำถาม คำถามถูกต้อง คำถามไม่ ทงั้ หมด ถกู ต้องเป็น เปน็ บางส่วน ถกู ต้อง สว่ นใหญ่

2.การสรุป สรปุ ความรู้ สรุปความรู้ สรปุ ความรู้ สรุปความรู้ 1.0 4 1.0 4 ความรู้ ความเข้าใจ ความเขา้ ใจ ความเข้าใจ ความเข้าใจ เกย่ี วกบั เร่ืองท่ี เกย่ี วกับเรื่อง เกีย่ วกบั เร่ือง เกย่ี วกบั เรื่อง ศึกษาได้ ทศี่ ึกษาได้ ท่ศี ึกษาได้ ที่ศึกษาได้ ไม่ ถูกต้อง ถกู ต้อง ถกู ต้อง ถูกต้องและไม่ ครบถว้ น ครบถว้ น บางสว่ นและ ครบถ้วน ไม่ครบถ้วน 3.ความ เนื้อหาท่ีเขียน เนอ้ื หาที่ เนื้อหาที่เขียน เนอ้ื หาท่ีเขียน ถูกตอ้ ง ในใบงานมี เขยี นในใบ ในใบงานมี ในใบงานไม่ ครบถ้วนของ ความถูกต้อง งานมี ความถูกต้อง ถูกต้อง เนือ้ หาใบงาน ครบถว้ นตามที่ บางสว่ นไม่ บางสว่ นน้อย กำหนด ถูกต้องตามท่ี กำหนด เกณฑ์การประเมินคุณภาพ คะแนน ระดับคุณภาพ 11-12 ดีมาก 8-10 ดี 6-7 พอใช้ ตำ่ กวา่ 6 ปรับปรุง เกณฑ์การตดั สนิ ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ระดับพอใชข้ นึ้ ไป แบบประเมินทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1 แหลง่ น้ำบนโลก ที่ รายการประเมิน/ระดบั คะแนน รวมคะแนน ช่อื -สกุล การลงความเห็น การตีความหมาย (6 คะแนน) 1 ด.ช.กติ ตินันท์ ทิศกระโทก จากข้อมลู ข้อมูลและลงข้อสรุป 4 2 ด.ช.นันทชาติ เนาวก์ ระโทก 3 21 3 2 1 5 3 ด.ช.วรธน วรรณประดิษฐ์ 5 4 ด.ช.ธิตสิ รรค์ ไทยอฐั วถิ ี 22 4 5 ด.ช.นพดล นนกระโทก 32 6 23 22 33

6 ด.ช.อคั รินทร์ เทยี นลำ 23 5 7 ด.ช.ศิรภิ ทั ร ต้ังกิตติพงศ์ 32 5 8 ด.ช.ธีรภทั ร ทบั กระโทก 33 6 9 ด.ญ.ณพัฒษร เวา้ กลาง 4 10 ด.ญ.วีรยา ทับกระโทก 22 2 11 ด.ญ.สรญั ชนิ ดา แตงอยู่ 11 5 12 ด.ญ.อรศิ รา ทศิ กระโทก 5 13 ด.ญ.กมลภัทร นสิ สยั หมนั่ 32 2 14 ด.ญ.ภรู ิชญา ทบั กระโทก 32 5 15 ด.ญ.วรรณปภา ชา่ งจนั ทึก 5 16 ด.ญ.ปภัสรา พัฒศรี 11 4 17 ด.ญ.ศริ ินทรา กิมก่อสุข 32 5 18 ด.ญ.สุจารี ทศิ กระโทก 32 4 19 ด.ญ.สโิ รชา อตุ ตะมะบรู ณ์ 5 20 ด.ช.เดชฤทธิ์ อชุ ชา 22 3 32 22 32 21 เกณฑ์การประเมิน ระดบั ความสามารถ ทักษะกระบวนการ ทางวทิ ยาศาสตร์ ด(ี 3) พอใช(้ 2) ควรปรับปรงุ (1) การลงความเหน็ จาก ขอ้ มูล สามารถนำข้อมลู จาก สามารถนำข้อมูลจาก ไม่สามารถนำข้อมลู จาก การตคี วามหมาย การอ่านใบความรู้มาลง การอา่ นใบความรู้มาลง การอ่านใบความรู้มาลง ขอ้ มลู และลงข้อสรุป ความเหน็ ข้อมลู เกี่ยวกบั ความเหน็ ข้อมลู เก่ียวกับ ความเหน็ ข้อมลู เกีย่ วกับ แหล่งนำ้ ผิวดินและแหลง่ แหลง่ นำ้ ผิวดนิ และแหล่ง แหลง่ น้ำผิวดินและแหลง่ น้ำใตด้ นิ ไดด้ ้วยตนเอง นำ้ ใตด้ นิ ได้ โดยการ นำ้ ใตด้ ินได้ แมจ้ ะได้รบั ชี้แนะของครหู รือผอู้ ื่น คำแนะนำจากครูหรือ ผู้อ่นื สามารถอธบิ ายสดั สว่ น สามารถอธบิ ายสัดสว่ น ไม่สามารถอธบิ ายสัดสว่ น ของนำ้ จดื กับประมาณ ของน้ำจดื กบั ประมาณ ของนำ้ จดื กับประมาณน้ำ นำ้ ทง้ั หมดบนโลกและ นำ้ ท้ังหมดบนโลกและ ท้งั หมดบนโลกและ ตีความหมายไดว้ า่ นำ้ จดื ตีความหมายไดว้ า่ นำ้ จดื ตคี วามหมายไดว้ ่า น้ำจดื ท่ีมนุษย์สามารถนำมาใช้ ทมี่ นษุ ยส์ ามารถนำมาใช้ ที่มนุษยส์ ามารถนำมาใช้ ไดม้ ีปรมิ าณน้อยมากเมอื่ ไดม้ ปี ริมาณน้อยมากเม่อื ได้มีปรมิ าณนอ้ ยมากเมื่อ เทยี บกบั นำ้ ท้ังหมดบน เทยี บกับนำ้ ทั้งหมดบน

เทียบกับนำ้ ท้ังหมดบน โลกได้ โดยการชแ้ี นะ โลกได้ แม้จะได้รับ คำแนะนำจากครหู รือ โลกได้ด้วยตวั เอง ของครหู รือผู้อืน่ ผู้อื่น เกณฑ์การประเมินคุณภาพ คะแนน ระดบั คุณภาพ 5-6 ดี 3-4 พอใช้ ตำ่ กว่า 3 ปรบั ปรุง เกณฑ์การตดั สิน ผา่ นเกณฑ์การประเมินระดับพอใชข้ ้นึ ไป แบบประเมนิ พฤติกรรมการทำงานกลุม่ เรอื่ ง .......................................................................... กลุม่ .......................................... .... คำชแ้ี จง ครสู งั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในการปฏิบัตกิ ิจกรรมตามท่ีกำหนดใหแ้ ละให้คะแนนช่องทตี่ รงกบั พฤติกรรมของนกั เรียน ท่ี ช่ือ สรปุ การวางแผนร่วม ักนทำงาน (3 ผ่าน (8-12) ไม่ผา่ น (4-7) คะแนน) ทำงานตามที่ได้ ัรบมอบหมาย (3 คะแนน) แสดงความ ิคดเ ็หนอย่าง ีมเหตุผล (3 คะแนน) ยอมรับข้อส ุรปและผลงานของกลุ่ม และร่วมปรับปรุงงาน (3 คะแนน) 1. 2. 3. 4. เกณฑ์การประเมินพฤติกรรมการทำงานกล่มุ

1. มกี ารแสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจนอยู่ในระดับดี 3 คะแนน 2. มกี ารแสดงออกให้เห็นบ้างบางครัง้ อยใู่ นระดับปานกลาง 2 คะแนน 3. มกี ารแสดงออกใหเ้ หน็ น้อยมากหรอื ไม่แสดงออกเลย อย่ใู นระดบั ปรบั ปรุง 1 คะแนน ใบงาน เร่ือง น้ำแต่ละแหลง่ บนโลกมีอยเู่ ท่าใด จุดประสงค์ 1. เปรียบเทียบสดั สว่ นปรมิ าณน้ำบนโลกในแตล่ ะแหลง่ โดยใช้แบบจำลอง สิ่งทีต่ อ้ งใช้ 1. น้ำ 2. ขวดพลาสตกิ ขนาด 1000 ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร 3. บกี เกอรข์ นาด 500 ลูกบาศก์เซนติเมตร 4. หลอดฉีดยาขนาด 10 ลูกบาศก์เซนติเมตร 5. ช้อน ทำอยา่ งไร 1. บรรจนุ ้ำจนเตม็ ขวดขนาด 1,000 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร จำนวน 20 ขวด จะมนี ำ้ ทงั้ หมด 20,000 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร ซง่ึ สมมติใหเ้ ปน็ นำ้ ทง้ั หมดบนโลก 2. แบง่ นำ้ จากขวดใบหนง่ึ ออกมา 500 ลกู บาศก์เซนตเิ มตร ใสใ่ นขวดใบท่ี 21 2. แบ่งนำ้ จากขวดที่ 21 ออกมา 150 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร ใสใ่ นขวดใบที่ 22 3. แบ่งนำ้ จากขวดใบท่ี 22 ออกมา 2 ลกู บาศก์เซนตเิ มตร ใส่ในช้อน 4. อ่านใบความรู้ เรื่องปริมาณน้ำบนโลก 5. เปรียบเทียบปริมาณน้ำในแต่ละขวดและในชอ้ นกบั ปริมาณน้ำในแต่ละแหลง่ จากใบความรู้ แลว้ อภปิ รายว่าแตล่ ะภาชนะเป็นตวั แทนของแหล่งนำ้ ใดบนโลก บันทึกผล 6. อา่ นใบความรู้ เรือ่ งแหลง่ น้ำในธรรมชาติ อภปิ รายและยกตัวอยา่ งแหลง่ น้ำท่จี ัดเป็นแหล่งน้ำผิวดนิ และแหล่งนำ้ ใต้ดนิ

ใบบนั ทึกผลกจิ กรรมเรื่อง นำ้ แตล่ ะแหลง่ บนโลกมอี ยู่เทา่ ใด

ใบความรู้ เร่ืองปริมาณน้ำบนโลก ช่ือ-สกลุ ......................................................................... ชนั้ ....................... เลขท่ี ...................

โลกปกคลุมดว้ ยนำ้ ถงึ ร้อยละ 70 ของพนื้ ที่ทง้ั หมด ปริมาณน้ำของโลกท้ังหมดเป็นนำ้ เค็มประมาณ ร้อยละ97.5 ของปริมาณนำ้ ท้ังหมดบนโลก ส่วนทีเ่ หลืออีกประมาณร้อยละ 2.5 เป็นนำ้ จดื แตป่ รมิ าณน้ำท่ี สามารถนำมาใชป้ ระโยชนไ์ ด้น้ันมนี ้อยมาก โดยร้อยละของปริมาณนำ้ จากแหลง่ นำ้ ต่างๆ ทวั่ โลกเปน็ ดงั นี้ ตาราง แหลง่ น้ำและปริมาณนำ้ เป็นรอ้ ยละ ปรมิ าณนำ้ ทงั้ หมด (ร้อยละ) 97.5 แหล่งนำ้ 2.5 (1.75) แหล่งน้ำเคม็ เช่น มหาสมุทรและทะเล (0.74) (0.01) แหลง่ น้ำจืด 100 - แหลง่ นำ้ จืดทไี่ ม่สามารถนำมาใช้ได้ เชน่ ธารน้ำแข็งและพดื น้ำแขง็ * ช้ันดินเยอื กแขง็ คงตวั ** และน้ำแข็งใตด้ ิน ความชืน้ ในดิน ความชน้ื ในบรรยากาศ นำ้ ในสง่ิ มชี วี ิต - แหล่งนำ้ จืดทีส่ ามารถนำนำ้ มาใช้ได้ - แหล่งนำ้ จดื ท่ีไม่สามารถนำน้ำมาใช้ไดท้ ันที เช่น นำ้ ใต้ดนิ - แหลง่ นำ้ จืดทส่ี ามารถนำน้ำมาใชไ้ ดท้ ันที เช่น ทะเลสาบ บึง แม่นำ้ รวมนำ้ จากทกุ แหล่งบนโลก *พืดนำ้ แข็ง คอื น้ำแข็งท่ปี กคลุมพ้นื ดินเปน็ บรเิ วณกวา้ งใหญ่แถบขัว้ โลก โดยเฉพาะทีเ่ กาะกรีนแลนดแ์ ละทวีปแอนตาร์ กติกา **ชั้นดนิ เยือกแข็งคงตวั คอื ชั้นดนิ ทีอ่ ณุ หภมู อิ ยูใ่ ตจ้ ุดเยอื กแขง็ ต่อเนื่องกันเป็นเวลานานหลายรอ้ ยปหี รือหลายพันปี ชน้ั ดนิ เยอื กแขง็ นเี้ กดิ อย่ใู นบริเวณซึง่ ความรอ้ นของอากาศในฤดูรอ้ นไมอ่ าจซมึ ซาบลงไปในชั้นดนิ นไ้ี ด้ และพบในบริเวณทม่ี ี อณุ หภูมเิ ฉลยี่ ของอากาศประจำปปี ระมาณ -5 องศาเซลเซยี ส หรือต่ำกว่าน้ัน เชน่ บรเิ วณข้ัวโลกเหนอื และขั้วโลกใต้ นำ้ บนโลกทเ่ี ปน็ น้ำจดื รอ้ ยละ 2.5 ซึ่งมีปรมิ าณนอ้ ยมาก โดยถ้าเรยี งลำดบั ปรมิ าณน้ำจืดจากมากไป น้อยได้ดังน้ี ธารน้ำแขง็ และพืดนำ้ แขง็ น้ำใต้ดนิ ช้นั ดนิ เยือกแขง็ คงตวั และน้ำแขง็ ใต้ดิน ทะเลสาบ ความช้ืน ในดิน ความชนื้ ในบรรยากาศ บึง แมน่ ้ำ และในสงิ่ มชี วี ิต ตามลำดบั

ภาพกจิ กรรมวิพากย์แผนการจดั การเรยี นรู่วงรอบท่ี 1 ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 5 เรื่อง แหลง่ นำ้ บนโลก เม่อื วนั ท่ี 14 ธนั วาคม 2564 ภาพกจิ กรรมเปดิ ชั้นเรียนวงรอบที่ 1 ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 5 เร่อื ง แหล่งน้ำบนโลก เมือ่ วนั ท่ี 17 ธันวาคม 2564

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 2 เรอ่ื ง เมฆและหมอกเกดิ ขนึ้ ได้อยา่ งไร หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 4 วัฏจักร หนว่ ยยอ่ ยท่ี 1 เรอื่ ง วฏั จกั รนำ้ กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5 รหสั วชิ า ว 15101 เวลา 50 นาที ประเดน็ ท้าทาย : นักเรยี นขาดทกั ษะการคิดวิเคราะห์ ............................................................................................................................................... ........................... 1. มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวช้วี ดั มาตรฐาน ว 3.2 เขา้ ใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์กบั ระบบโลก กระบวนการเปล่ียนแปลงภายในโลก และบนผิวโลก ธรณีพบิ ัตภิ ยั กระบวนการเปล่ยี นแปลง ลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศของโลก รวมทัง้ ผลต่อ สิ่งมชี ีวติ และสิ่งแวดลอ้ ม ตวั ชี้วดั ว 3.2 ป.5/4 เปรยี บเทยี บกระบวนการเกิดเมฆ หมอก น้ำค้างและน้ำคา้ งแข็งจากแบบจำลอง 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ - นกั เรยี นอธิบายการเกดิ เมฆ หมอกโดยใช้แบบจำลองได้ (K) - นกั เรียนบนั ทกึ การเปลีย่ นแปลงทเ่ี กิดข้ึนจากแบบจำลองการเกิดเมฆหมอกได้ (P) - นักเรยี นตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรปุ - นกั เรียนสรา้ งแบบจำลอง ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A) - มีวินยั - ใฝเ่ รยี นรู้ - มุง่ ม่นั ในการทำงาน 4. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน - ความสามารถในการสอื่ สาร อธบิ ายการเกดิ เมฆและหมอกจากแบบจำลองได้ - ความสามารถในการคิด เปรยี บเทยี บกระบวนการเกดิ เมฆหมอกจากแบบจำลองได้ - ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต แบง่ บทบาทหนา้ ทข่ี องสมาชกิ ในการทำกจิ กรรมได้ 5. สาระการเรยี นรู้ ไอน้ำในอากาศ จะควบแน่นเป็นละอองนำ้ เลก็ ๆโดยมลี ะอองลอยเช่นฝนุ่ ละอองหรืออนุภาคอน่ื เปน็ อนภุ าคแกนกลางเมอ่ื ละอองน้ำจำนวนมากเกาะกล่มุ รวมกันลอยอยู่ในทอ้ งฟา้ เรยี กวา่ เมฆ แตล่ ะอองน้ำที่ เกาะกลุม่ รวมตวั กันอยใู่ กล้พน้ื โลก เรียกวา่ หมอก

6. กจิ กรรมการเรียนรู้ ขนั้ ท่ี 1 การเรยี นร้ตู ั้งคำถาม (5 นาที) 1. แบ่งกล่มุ นักเรยี นคละความสามารถและเพศ กลมุ่ ละ 4 คน แต่ละกล่มุ แบ่งหนา้ ที่สมาชิกใน กลมุ่ เป็นประธาน รองประธาน และเลขานุการ 2. ครแู จง้ จุดประสงค์การเรียนให้นกั เรยี นทราบว่าช่วั โมงนนี้ ักเรียนจะได้สร้างแบบจำลองอธบิ าย การเกดิ เมฆและหมอก 3. นักเรียนชมวีดีทศั น์ เรอ่ื ง เมฆ หมอก แล้วตอบคำถาม ดังนี้ (นกั เรยี นยกมือตอบคำถาม) - จากวดี ีทัศน์สังเกตเห็นอะไรบ้าง (นกั เรยี นตอบตามทสี่ ังเกตได้) - เมฆหมอกเกดิ ข้นึ ได้อย่างไร (นักเรียนตอบตามความเขา้ ใจของตนเอง คำตอบทคี่ รคู วรรู้ คือเมฆ และหมอกเกิดจากไอน้ำในอากาศควบแนน่ เปน็ ละอองน้ำโดยมีละอองลอย ควัน หรืออนุภาคอน่ื ๆเป็น แกนกลางถา้ ละอองน้ำนีล้ อยอยู่ระดบั ใกล้พนื้ โลกจะเรยี กว่า หมอก แต่ถ้ารวมตวั กนั ในระดบั สูงอยู่ในท้องฟ้า เรยี กวา่ เมฆ) ขนั้ ท่ี 2 การเรียนรแู้ สวงหาสารสนเทศ (15 นาที) 4. ตวั แทนกล่มุ รบั ใบงานที่ 1 เร่ือง เมฆและหมอกเกิดข้ึนได้อยา่ งไรและอุปกรณ์ ครูแนะนำอปุ กรณ์ คอื 8 อย่าง น้ำแข็ง กระป๋องทราย ไมข้ ีดไฟ กระตกิ นำ้ ร้อน แก้วพลาสติกใส คัดเตอร์ ขวดพลาสติกใสขนาด 1.5 ลติ ร ธูป) และใบงาน 5. นกั เรียนอา่ นวิธที ำอยา่ งไรในใบงานท่ี 1 เรื่อง เมฆและหมอกเกดิ ข้นึ ได้อยา่ งไร 6. นกั เรยี นบันทึกจุดประสงค์ลงในแบบบันทึกกิจกรรม 7. ครูให้นักเรยี นชมวดี ที ัศน์ตัวอย่างการปฏบิ ตั ิการวิทยาศาสตร์ เรอื่ ง เมฆและหมอกเกิดขึน้ ได้ อย่างไร ขั้นท่ี 3 การเรียนรเู้ พ่ือสร้างองคค์ วามรู้ (15 นาที) 8. นักเรียนลงมอื ปฏิบตั ิกิจกรรมตามขั้นตอนในใบงานที่ 1 9. ครูและนักเรียนร่วมกนั อภิปรายและบันทึกผลลงในใบงานที่ 1 - เม่ือนำขวดสว่ นท่ี 1 ซึ่งใสน่ ้ำแขง็ จนเต็มมาวางบนขวดส่วนท่ี 2 ซึ่งใส่น้ำอนุ่ ทนั ทีส่ งั เกตพบ อะไรบ้าง (เกิดฝา้ ขาวภายในขวดส่วนที่ 2) - ฝา้ ขาวภายในขวดสว่ นที่ 2 เกิดขน้ึ ไดอ้ ยา่ งไร (น้ำอนุ่ ระเหยกลายเปน็ ไออยู่ในอากาศภายใน ภาชนะ และเมื่ออากาศลอยสูงข้ึนไปกระทบกับอากาศที่อยู่ใกลน้ ำ้ แข็งซ่งึ เย็นกวา่ ไอน้ำในอากาศจะเกิด การควบแนน่ เปน็ ละอองนำ้ เล็กๆจับตวั กันทำให้มองเห็นเป็นฝ้าสีขาวจางๆเหมอื นน้ำอุน่ ในขวดส่วนท่ี 2)

- เม่อื จุดธูปแล้วจ่อลงในขวดนักเรยี นจะสงั เกตเห็นอะไร (เกิดละอองน้ำจบั ตวั กันมากขึ้นลอยสูงขึ้น จากเหนือนำ้ ในขวดส่วนท่ี 2) - เพราะเหตุใดเมื่อจ่อธปู ลงในขวดส่วนที่ 2 จึงทำให้เกิดละอองน้ำไดม้ ากข้ึน (เพราะการเผาไหมข้ อง ธูปทำให้มีฝุน่ ละอองในอากาศเพิม่ ขึ้น ซึ่งฝ่นุ ละอองน้จี ะเป็นแกนกลางทำใหล้ ะอองนำ้ ท่เี กดิ จากการ ควบแน่นเกาะมากขึน้ ทำใหม้ องเห็นละอองนำ้ ได้มากข้นึ ) - ละอองน้ำท่ีลอยสงู ขนึ้ จากเหนือนำ้ เปรียบได้กับอะไรในธรรมชาติ (เมฆ) - ละอองน้ำที่ลอยใกลผ้ ิวน้ำเปรยี บได้กบั อะไรในธรรมชาติ (หมอก) - กจิ กรรมนีค้ ้นพบอะไรบา้ ง (ไอน้ำในอากาศเม่อื กระทบกบั อากาศที่เยน็ กว่าหรอื อุณหภมู ิต่ำกว่าจะ เกิดการควบแนน่ กลายเปน็ ละอองน้ำเลก็ ๆ โดยมีฝนุ่ ละออง ควนั หรอื อนุภาคอ่ืนๆเป็นแกนกลาง ถ้าเกิดใน ระดบั ใกล้พนื้ โลก เรียกว่าหมอก แต่ถ้าเกดิ ในระดับสูงอยใู่ นทอ้ งฟ้า เรยี กว่าเมฆ) 10. นักเรียนแต่ละกลมุ่ ร่วมกันสรุปและตอบคำถามเปน็ ผลงานของกลมุ่ ข้นั ที่ 4 รวมพลังส่ือสารและคิดสะท้อน (10 นาที) 11. ตวั แทนกลมุ่ นำเสอนผลการทำกิจกรรม ขน้ั ท่ี 5 รวมพลงั ประยกุ ตแ์ ละตอบแทนสังคม (5 นาที) 12. ครแู ละนักเรียนชว่ ยกันสรุปองค์ความรู้ จากคำถาม ถ้าวันไหนมหี มอก วันนัน้ อากาศจะรอ้ น หรอื เย็น เราควรสวมเสื้อผ้าลักษณะใด(อากาศเย็น ควรสวมเสอ้ื ผา้ หนาๆเพือ่ ใหร้ ่างกายอบอุ่น) 7. การวดั และประเมนิ ผล วธิ ีการ เคร่อื งมือ เกณฑ์การประเมิน สง่ิ ท่ตี อ้ งการวดั และประเมนิ ผล แบบประเมิน ผ่านเกณฑ์การประเมิน 1.ดา้ นความรู้ ความเข้าใจ สงั เกตการตอบ ความรู้ ระดับคุณภาพดีข้ึนไป - อธิบายการเกิดเมฆและหมอก คำถามในชั้นเรยี น และเน้อื หาในใบงาน แบบประเมิน ผ่านเกณฑ์การประเมิน 2.ดา้ นทักษะกระบวนการทาง ทักษะ ระดับคุณภาพพอใช้ขน้ึ วทิ ยาศาสตร์ สงั เกตทกั ษะ กระบวนการทาง ไป - การตีความหมายขอ้ มลู และลง กระบวนการทาง วทิ ยาศาสตร์ ข้อสรุปเก่ียวกับเมฆและหมอก วทิ ยาศาสตร์ - การสรา้ งแบบจำลองการเกิด เมฆและหมอก

3.ด้านคุณลักษณะอนั พงึ สังเกตคุณลักษณะอัน แบบประเมนิ ผ่านเกณฑ์การประเมิน ประสงค์ ระดบั คุณภาพผา่ น - มวี นิ ัย พงึ ประสงค์ คณุ ลักษณะอันพึง - ใฝเ่ รยี นรู้ ผ่านเกณฑ์การประเมิน - มงุ่ ม่นั ในการทำงาน ประสงค์ ระดับคุณภาพผ่าน 4.สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน สงั เกตพฤตกิ รรม แบบประเมนิ 1.ความสามารถในการสื่อสาร ในขณะทำกจิ กรรม สมรรถนะสำคัญ - อธิบายการเกดิ เมฆและหมอก จากแบบจำลอง ของผูเ้ รียน 2.ความสามารถในการใชท้ ักษะ ชีวิต - แบ่งบทบาทหนา้ ที่ในการทำ กิจกรรมได้ 8.สอ่ื การเรียนรู้ 1. วีดีทัศน์ ปฏบิ ตั ิการวิทยาศาสตรเ์ ร่อื งการเกิดเมฆ หมอก และนำ้ ค้าง 2. ใบงานที่ 1 เร่ือง เมฆและหมอกเกิดขึ้นได้อยา่ งไร 3. คัดเตอร์ 4. นำ้ แข็ง 5. กระป๋องทราย 6. ธูป 7. ไมข้ ีดไฟ 8. กระติกน้ำร้อน 10. ขวดพลาสตกิ ใสขนาด 1.5 ลิตร 9. ความเหน็ ของหัวหนา้ สถานศึกษาหรอื ผ้ทู ไ่ี ด้รับมอบหมาย ............................................................................................................................. ............................... ................................................................................................... ......................................................... ลงช่อื ................................................ หัวหน้าฝ่ายวชิ าการ (.นางสาวจริ าพร ปญั ญารตั นานนท์)

…………. /……………. /………… ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู้ อง นางสาวจริ าพร ปญั ญารัตนานนท์ แล้วมคี วามคดิ เห็นดงั นี้ 1. เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี  ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรงุ 2. การจดั กจิ รรมได้นำกระบวนการเรยี นรู้  เน้นผเู้ รยี นเป็นสำคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม  ยงั ไมเ่ นน้ ผู้เรยี นเป็นสำคัญ ควรปรบั ปรุงพัฒนาต่อไป 3. เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี  นำไปใชไ้ ด้จริง  ควรปรับปรงุ กอ่ นนำไปใช้ 4. ข้อเสนอแนะอนื่ ๆ ............................................................................................................................. ............................... .................................................................................................... ........................................................ ลงช่ือ ว่าทรี่ ้อยตรี...................................... ผูอ้ ำนวยการโรงเรียน (สัญญา เขยี วปาน) …………. /……………. /………… 10.บนั ทกึ ผลหลังการจดั การจดั การเรยี นรู้

แบบประเมินความรู้

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 2 เรอื่ ง เมฆ หมอก เกดิ ขนึ้ ได้อยา่ งไร ชอื่ ผู้ประเมนิ นางสาวจริ าพร ปญั ญารตั นานนท์ ประเมนิ ครั้งท่ี 2 วนั ท่ี 21 เดอื น มกราาคม พ.ศ. 2565 รายการประเมิน /ระดบั คะแนน รวมคะแนน ช่อื -สกลุ การตอบคำถาม การสรุปความรู้ ค วา ม ถ ู กต ้ อง (12 คะแนน) ในชนั้ เรยี น (4) (4) ครบถว้ นของ เน้ือหาในใบงาน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 12 ด.ช.กิตตินนั ท์ ทิศกระโทก 2 12 5 ด.ช.นนั ทชาติ เนาวก์ ระโทก 4 34 9 ด.ช.วรธน วรรณประดิษฐ์ 4 3 3 10 ด.ช.ธิตสิ รรค์ ไทยอฐั วถิ ี 333 9 ด.ช.นพดล นนกระโทก 4 4 4 12 ด.ช.อคั รนิ ทร์ เทยี นลำ 333 9 ด.ช.ศริ ิภัทร ตั้งกิตติพงศ์ 4 4 3 11 ด.ช.ธรี ภัทร ทบั กระโทก 4 4 4 12 ด.ญ.ณพัฒษร เว้ากลาง 4 3 3 10 ด.ญ.วีรยา ทบั กระโทก 2 12 5 ด.ญ.สรญั ชนิ ดา แตงอยู่ 4 4 4 12 ด.ญ.อริศรา ทศิ กระโทก 4 4 4 12 ด.ญ.กมลภทั ร นิสสยั หมั่น 2 12 5 ด.ญ.ภูริชญา ทบั กระโทก 4 3 3 10 ด.ญ.วรรณปภา ชา่ งจันทึก 4 3 3 10 ด.ญ.ปภัสรา พฒั ศรี 333 9 ด.ญ.ศิรนิ ทรา กมิ ก่อสขุ 4 3 3 10 ด.ญ.สจุ ารี ทิศกระโทก 4 3 3 10 ด.ญ.สิโรชา อตุ ตะมะบูรณ์ 4 3 3 10 ด.ช.เดชฤทธิ์ อุชชา 2 12 5 เกณฑก์ ารประเมินความรู้ ระดับคุณภาพ น้ำหนัก คะแนน ประเด็นการ 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง) เต็ม ประเมิน 4 (ดีมาก)

1.การตอบ การตอบคำถาม การตอบ การตอบ การตอบ 1.0 4 1.0 4 คำถาม ได้ถูกต้อง คำถาม คำถามถูกต้อง คำถามไม่ 1.0 4 ท้งั หมด ถูกต้องเป็น เปน็ บางส่วน ถูกต้อง สว่ นใหญ่ 2.การสรุป สรปุ ความรู้ สรปุ ความรู้ สรุปความรู้ สรปุ ความรู้ ความรู้ ความเข้าใจ ความเขา้ ใจ ความเขา้ ใจ ความเข้าใจ เกย่ี วกบั เร่ืองที่ เก่ียวกับเรื่อง เกี่ยวกบั เรื่อง เกยี่ วกับเรื่อง ศกึ ษาได้ ท่ศี ึกษาได้ ที่ศึกษาได้ ท่ศี ึกษาได้ ไม่ ถกู ต้อง ถูกต้อง ถูกต้อง ถูกต้องและไม่ ครบถ้วน ครบถว้ น บางส่วนและ ครบถ้วน ไม่ครบถ้วน 3.ความ เนอ้ื หาที่เขียน เนอ้ื หาท่ี เนือ้ หาที่เขียน เนอ้ื หาท่ีเขียน ถูกตอ้ ง ในใบงานมี เขยี นในใบ ในใบงานมี ในใบงานไม่ ครบถ้วนของ ความถูกต้อง งานมี ความถูกต้อง ถกู ต้อง เน้อื หาใบงาน ครบถ้วนตามที่ บางส่วนไม่ บางสว่ นนอ้ ย กำหนด ถูกต้องตามท่ี กำหนด เกณฑ์การประเมินคุณภาพ คะแนน ระดบั คุณภาพ 11-12 ดมี าก 8-10 ดี 6-7 พอใช้ ต่ำกว่า 6 ปรบั ปรุง เกณฑ์การตัดสนิ ผ่านเกณฑ์การประเมินระดับพอใช้ขนึ้ ไป แบบประเมนิ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 2 เมฆ หมอกเกิดขนึ้ ได้อย่างไร ท่ี รายการประเมนิ /ระดับคะแนน รวมคะแนน ชอ่ื -สกุล การสรา้ ง การตคี วามหมาย (6 คะแนน) แบบจำลอง ขอ้ มลู และลงข้อสรุป 1 ด.ช.กิตตนิ ันท์ ทิศกระโทก 3 21 3 2 1 4 22

2 ด.ช.นันทชาติ เนาว์กระโทก 32 5 3 ด.ช.วรธน วรรณประดิษฐ์ 23 5 4 ด.ช.ธติ ิสรรค์ ไทยอัฐวิถี 22 4 5 ด.ช.นพดล นนกระโทก 6 6 ด.ช.อัครนิ ทร์ เทยี นลำ 33 5 7 ด.ช.ศริ ภิ ทั ร ตั้งกิตตพิ งศ์ 23 5 8 ด.ช.ธรี ภัทร ทบั กระโทก 6 9 ด.ญ.ณพัฒษร เวา้ กลาง 32 4 10 ด.ญ.วรี ยา ทบั กระโทก 33 2 11 ด.ญ.สรัญชินดา แตงอยู่ 5 12 ด.ญ.อรศิ รา ทศิ กระโทก 22 5 13 ด.ญ.กมลภัทร นิสสัยหม่ัน 11 2 14 ด.ญ.ภูริชญา ทับกระโทก 5 15 ด.ญ.วรรณปภา ชา่ งจนั ทกึ 32 5 16 ด.ญ.ปภัสรา พัฒศรี 32 4 17 ด.ญ.ศริ ินทรา กมิ ก่อสุข 5 18 ด.ญ.สุจารี ทศิ กระโทก 11 4 19 ด.ญ.สิโรชา อุตตะมะบรู ณ์ 32 5 20 ด.ช.เดชฤทธ์ิ อุชชา 32 3 22 32 22 32 21 เกณฑ์การประเมิน ด(ี 3) ระดบั ความสามารถ ควรปรับปรุง(1) ทักษะกระบวนการ การตคี วามหมายข้อมูล พอใช(้ 2) การตีความหมายข้อมลู ทางวิทยาศาสตร์ และลงข้อสรปุ จาก และลงข้อสรปุ จาก แบบจำลองการเกิดเมฆ การตคี วามหมายข้อมลู แบบจำลองการเกิดเมฆ การตีความหมาย หมอก ได้อย่างถูกต้อง และลงข้อสรปุ จาก หมอก ไดเ้ พียงบางสว่ น ขอ้ มลู และลงข้อสรุป ด้วยตนเองวา่ เมฆและ แบบจำลองการเกิดเมฆ วา่ เมฆและหมอกเกิด หมอกเกดิ จากไอน้ำใน หมอก ไดอ้ ย่างถูกต้อง จากไอน้ำในอากาศ อากาศควบแน่นเป็น โดยอาศัยการช้ีแนะจาก ควบแน่นเปน็ ละอองน้ำ ละอองนำ้ เมื่ออุณหภมู ิ ครูหรือผู้อน่ื ว่า เมฆและ เมอ่ื อณุ หภูมขิ องอากาศ ของอากาศลดลงจะลอย หมอกเกดิ จากไอนำ้ ใน ลดลงจะลอยที่ความสูง ทค่ี วามสูงตา่ งๆถ้าลอย อากาศควบแนน่ เป็น ตา่ งๆถา้ ลอยอย่เู หนือ ละอองน้ำ เม่ืออุณหภมู ิ ของอากาศลดลงจะลอย

การสรา้ งแบบจำลอง อยเู่ หนือท้องฟ้าเป็นเมฆ ท่ีความสูงต่างๆถา้ ลอย ท้องฟ้าเปน็ เมฆ แต่ถ้า แต่ถ้าลอยต่ำเหนอื พื้น อย่เู หนือท้องฟ้าเปน็ เมฆ ลอยตำ่ เหนือพน้ื โลกเปน็ โลกเปน็ หมอก แต่ถ้าลอยต่ำเหนอื พ้นื หมอก โลกเปน็ หมอก สามารถอธบิ ายการเกดิ สามารถอธบิ ายการเกดิ เมฆ หมอก โดยใช้ สามารถอธบิ ายการเกดิ เมฆ หมอก โดยใช้ แบบจำลองไดอ้ ย่าง เมฆ หมอก โดยใช้ แบบจำลองได้อย่าง ถกู ต้องดว้ ยตนเอง แบบจำลองได้อย่าง ถูกต้องบางสว่ น แม้ครู ถกู ต้องโดยอาศัยการ หรอื ผอู้ ่ืนชีแ้ นะ ชี้แนะจากครหู รือผู้อื่น เกณฑ์การประเมินคุณภาพ คะแนน ระดบั คุณภาพ 5-6 ดี 3-4 พอใช้ ตำ่ กว่า 3 ปรบั ปรุง เกณฑ์การตัดสิน ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ระดับพอใชข้ น้ึ ไป แบบประเมนิ พฤติกรรมการทำงานกล่มุ เร่อื ง .......................................................................... กลุ่ม .......................................... .... คำชแี้ จง ครูสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในการปฏิบตั ิกิจกรรมตามที่กำหนดใหแ้ ละให้คะแนนช่องท่ีตรงกับ พฤติกรรมของนักเรียน การวางแผนร่วม ักนทำงาน สรปุ (3 คะแนน) ท่ี ช่อื ทำงานตาม ีท่ได้ ัรบมอบหมาย ผ่าน ไมผ่ ่าน (3 คะแนน) (8-12) (4-7) แสดงความ ิคดเ ็หนอ ่ยางมี เห ุตผล (3 คะแนน) ยอม ัรบข้อสรุปและผลงานของ ก ุ่ลมและ ่รวมป ัรบป ุรงงาน (3 คะแนน) 1. 2. 3. 4.

เกณฑก์ ารประเมินพฤติกรรมการทำงานกลุม่ 4. มีการแสดงออกใหเ้ ห็นอย่างชัดเจนอยู่ในระดบั ดี 3 คะแนน 5. มีการแสดงออกให้เหน็ บา้ งบางครัง้ อย่ใู นระดับปานกลาง 2 คะแนน 6. มกี ารแสดงออกใหเ้ ห็นน้อยมากหรอื ไมแ่ สดงออกเลย อยู่ในระดับปรับปรงุ 1 คะแนน ใบงานท่ี 1 เรอื่ ง เมฆและหมอก เกดิ ขึ้นได้อย่างไร จดุ ประสงค์ 7. อธบิ ายการเกดิ เมฆและหมอกโดยใชแ้ บบจำลอง สิ่งท่ีต้องใช้ 6. นำ้ แข็ง 7. ขวดพลาสตกิ ขนาด 1,500 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร 8. คัตเตอร์ 9. กระป๋องทราย 10. ไมข้ ีดไฟ 11. กระติกนำ้ ร้อน 12. ธปู 13. แกว้ น้ำ ทำอยา่ งไร 2. นำขวดพลาสตกิ ใสที่มีฝาปดิ มาตัดออกเป็น 2 สว่ น โดยตดั ดา้ นท่มี ีฝาปิดให้มคี วามยาว 1 ใน 3 ของความสูงของขวด โดยใหข้ วดดา้ นทม่ี ฝี าปิดเปน็ ส่วนท่1ี ดา้ นกน้ ขวดเปน็ ส่วนท่ี 2 8. เช็ดขวดทั้ง 2 สว่ นให้แห้งทัง้ ภายในและภายนอก ใสน่ ำ้ แข็งในขวดส่วนท่ี 1 จนเตม็ 9. ใส่นำ้ อนุ่ อุณหภูมิประมาณ 50-60 องศาเซลเซียส ภายในภาชนะสว่ นที่ 2 ใหส้ ูงประมาณ 2-3 เซนตเิ มตร นำขวดสว่ นที่ 1 มาวางบนขวดสว่ นที่ 2 ทันที สงั เกตสิ่งทีเ่ กิดขน้ึ บริเวณท่ีวางเหนือ ผิวนำ้ ข้นึ ไปภายในขวดสว่ นที่ 2 อยา่ งต่อเนื่องเป็นเวลา 3 นาที บนั ทึกผล

10. เทน้ำออกแล้วเช็ดขวดสว่ นท่ี 2 ให้แหง้ 11. เติมน้ำอ่นุ ใหส้ ูงประมาณ 2-3 เซนตเิ มตร จุดธูปใหเ้ กดิ ควนั จอ่ ลงในภาชนะสว่ นที่ 2 ประมาณ 3 วินาที แล้วนำภาชนะส่วนที่ 1 วางบนภาชนะส่วนท่2ี ทันที สงั เกตส่งิ ทเ่ี กิดขนึ้ บรเิ วณท่วี าง เหนือผิวนำ้ ขึ้นไปในภาชนะสว่ นที่ 2 อีกครง้ั หนง่ึ บันทึกผล 12. ร่วมกนั อภปิ รายการเกดิ เมฆและหมอกจากแบบจำลองทส่ี ร้างข้ึน และนำเสนอ

ใบความร้เู ร่อื ง การเกิดเมฆและหมอก ไอน้ำเปน็ ส่วนประกอบสำคัญของบรรยากาศทที่ ำให้สภาพลมฟ้าอากาศเกิด การเปลี่ยนแปลง เมอื่ ไอนำ้ ในอากาศเกดิ การควบแน่นเป็นละอองน้ำเลก็ ๆ โดยมีละอองลอย ซง่ึ เป็นฝุน่ ละอองหรอื อนุภาคอ่ืนๆ เปน็ แกนกลางรวมตัวกนั เกดิ เปน็ เมฆและหมอก โดยเมฆ จะเกดิ จากไอนำ้ ในอากาศท่ีลอยตวั ข้ึนและเยน็ ลง จากนั้นควบแน่นเปน็ ละอองนำ้ เล็กๆ และ รวมตัวกนั ลอยอยใู่ นท้องฟ้า ส่วนหมอกเกิดจากไอนำ้ ในอากาศท่มี าสัมผัสกบั อากาศเย็นบริเวณใกล้พ้ืนโลก จึงควบแน่นเปน็ ละอองน้ำเลก็ ๆ ลอยอยูใ่ กล้พนื้ โลก

ชื่อ -สกุล ....................................................................................ช้นั ................... เลขท่ี ......... 1.จดุ ประสงค์ของกจิ กรรม ทำกจิ กรรมนี้เพ่ือ .................................................................................................................................... 2.บันทกึ ผลการทำกจิ กรรม ผลการสังเกตส่ิงท่ีเกิดขนึ้ บรเิ วณท่ีวา่ งเหนผื วิ น้ำขึ้นไปในภาชนะสว่ นที่ 2 บรเิ วณท่สี ังเกต ผลการสงั เกต บริเวณทีว่ า่ งเหนอื ผวิ น้ำขนึ้ ไปในภาชนะ สว่ นท่ี 2 ขณะที่ไม่มีควันธูป ................................................................................ ................................................................................ บรเิ วณทว่ี ่างเหนือผวิ นำ้ ขนึ้ ไปในภาชนะ ส่วนท่ี 2 เม่อื มคี วันธปู ................................................................................ ................................................................................ คำถาม เปรยี บไดก้ บั 1. สิง่ ตา่ งๆในแบบจำลองเปรียบได้กับสงิ่ ใดในธรรมชาติ สงิ่ ต่างๆในแบบจำลอง ภาชนะใสน่ ้ำแข็ง น้ำอุ่น บริเวณทีว่ ่างเหนอื ผิวน้ำภายในขวด ควันธูป

ชอื่ กลุ่ม ...................................................................... คำถาม 1. สงิ่ ต่างๆในแบบจำลองเปรียบได้กับสิง่ ใดในธรรมชาติ สิ่งตา่ งๆในแบบจำลอง เปรยี บได้กบั ภาชนะใส่นำ้ แขง็ น้ำอุน่ บริเวณท่ีว่างเหนือผิวน้ำ ภายในขวด ควนั ธูป

ภาพกิจกรรมวิพากย์แผนการจัดการเรยี นรู้วงรอบท่ี 2 ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 5 เร่อื ง เมฆและหมอกเกดิ ขน้ึ ได้อยา่ งไร เม่ือวันท่ี 21 มกราคม 2565

ภาพกจิ กรรมวิพากย์แผนการจดั การเรียนรู้วงรอบท่ี 2 ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 5 เร่ือง เมฆและหมอกเกิดข้นึ ได้ อย่างไร เม่ือวันที่ 23 มกราคม 2565 ภาพกจิ กรรมสะท้อนผลการจัดการเรียนรวู้ งรอบท่ี 2 ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 5 เรื่อง เมฆและหมอกเกดิ ขน้ึ ได้ อย่างไร เม่ือวนั ที่ 23 มกราคม 2565 แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 3 เรอ่ื ง วัฏจกั รนำ้

หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 4 วฏั จกั ร หน่วยยอ่ ยที่ 1 เรือ่ ง วฏั จักรน้ำ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 5 รหสั วชิ า ว 15101 เวลา 60 นาที ประเด็นทา้ ทาย : นกั เรยี นขาดทักษะการคดิ วิเคราะห์ ............................................................................................................................. ............................................. 1. มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวชว้ี ัด มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสมั พนั ธ์กับระบบโลก กระบวนการเปล่ยี นแปลงภายในโลก และบนผิวโลก ธรณีพบิ ตั ิภยั กระบวนการเปล่ียนแปลง ลมฟา้ อากาศและภมู ิอากาศของโลก รวมทัง้ ผลตอ่ สงิ่ มชี ีวติ และสง่ิ แวดลอ้ ม ตวั ชว้ี ัด ว 3.2 ป.5/3 สรา้ งแบบจำลองที่อธบิ ายการหมุนเวยี นของนำ้ ในวัฏจกั รนำ้ 2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ - นักเรียนอธบิ ายลักษณะและการเกิดวฏั จักรน้ำ โดยใช้แบบจำลอง (K) - สร้างแบบจำลอง (P) ดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) - มวี ินยั - ใฝ่เรียนรู้ - ซื่อสัตย์ 3. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น - ความสามารถในการสื่อสาร - ความสามารถในการคดิ เปรียบเทียบเสน้ ทางการเดินทางของอนภุ าคน้ำและวิเคราะห์ กระบวนการการเปลย่ี นที่อยูข่ องอนุภาคนำ้ - ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต แบ่งบทบาทหนา้ ทข่ี องสมาชกิ ในการทำกจิ กรรมได้ - การแกป้ ญั หา 4. สาระการเรยี นรู้ วัฏจกั รนำ้ เกิดจากการหมนุ เวียนของอนภุ าคน้ำอยา่ งต่อเน่ืองระหวา่ งแหล่งตา่ งๆ ท้ังน้ำในสัตว์ พืช เมฆ ธารนำ้ แข็ง น้ำใตด้ นิ ทะเลสาบ มหาสมุทร แม่น้ำ และดนิ โดยการหมุนเวยี นของอนุภาคนำ้ ไปตามแหลง่ ตา่ งๆมกี ารเปลี่ยนที่อยู่ของนำ้ ซ่งึ อาจมีการเปลี่ยนสถานะหรือไม่มีการเปลีย่ นสถานะก็ได้

5. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นท่ี 1 การเรยี นรู้ตงั้ คำถาม (10 นาท)ี 1. ครตู ิดแหล่งที่อยู่ของน้ำทโ่ี ต๊ะในจดุ ท่ีเตรียมไว้ แบง่ นักเรยี นออกเป็น 9 กลุม่ ตามแหล่งท่ีอยู่ กลุ่มละเท่าๆกนั 2. นักเรยี นดวู ิดที ศั น์ เรื่อง วฏั จักรนำ้ 3. ตอบคำถามจากวีดที ศั น์ทน่ี ักเรยี นดู - จากวีดีทศั น์นำ้ อย่ทู ่ีไหนบา้ ง (มหาสมทุ ร แม่นำ้ เมฆ ทะเลสาบ พชี สัตว)์ - จากวดี ีทัศน์สังเกตเห็นการเปลย่ี นแปลงอะไรบา้ ง (น้ำระเหยไปเปน็ เมฆ น้ำไหลลงมหาสมทุ ร พืชดูดนำ้ น้ำซมึ ลงดิน พชื คายนำ้ ) - นำ้ ตามแหลง่ ท่ีอยู่ตา่ งๆสามารถเปลีย่ นแปลงแหล่งที่อย่ไู ด้หรือไม่ เปล่ียนไดอ้ ย่างไร (น้ำระเหย ไปเปน็ เมฆ นำ้ ไหลลงมหาสมุทร เมฆตกลงมาเปน็ ฝน) 4. ครแู จง้ จดุ ประสงคก์ ารเรียนใหน้ กั เรยี นทราบว่าช่ัวโมงน้นี ักเรยี นจะได้สรา้ งแบบจำลองอธิบาย ลกั ษณะและการเกิดวัฏจกั รนำ้ และแนะนำส่ิงท่ีต้องใช้ในใบงานที่ 1 เรื่อง วฏั จักรน้ำเปน็ อยา่ งไร ลกู เต๋า ใบ งาน สีเมจกิ กระดาษแขง็ 5. สมมุตวิ ่านักเรยี นเปน็ อนภุ าคนำ้ และจะต้องเข้าไปรวมกลุ่มกันตามแหล่งน้ำตา่ งๆ ได้แก่ สัตว์ เมฆ ธารน้ำแขง็ นำ้ ใต้ดนิ ทะเลสาบ มหาสมุทร พืช แม่นำ้ ดนิ กลมุ่ ละ 2 คน อกี 2 คนทเ่ี หลือไปอยกู่ ลุ่ม มหาสมทุ ร 6. อธบิ ายการเล่นเกมวัฏจักรน้ำ 7. นักเรยี นซึ่งเปน้ อนภุ าคนำ้ เขา้ ไปอยู่แหลง่ ท่ีอยขู่ องตนเอง และตัวแทนกลมุ่ รบั ใบงานที่ 1 ขั้นท่ี 2 การเรียนรู้แสวงหาสารสนเทศ (15 นาที) 8. นักเรยี นชมวดี ีทศั นต์ วั อย่างการเล่นเกมวัฏจักรน้ำแลว้ ซกั ถามนักเรยี นถึงขัน้ ตอนการเลน่ เกม 9. นักเรียนเริม่ เล่นเกมวฏั จกั รนำ้ ตามขั้นตอนตามวีดที ัศน์ 9.1 บนั ทึกช่ือแหลง่ น้ำที่อยู่ เมื่อได้ยินสญั ญาณนกหวีดกเ็ ริ่มเล่นรอบท่ี 1 โดยทอดลูกเตา๋ 9.2 อ่านคำสั่งในหนา้ ลกู เต๋าท่ีหงายข้ึน บนั ทึกชื่อแหล่งนำ้ ที่ตอ้ งไปและเหตผุ ลทตี่ ้องเปลยี่ น ทีอ่ ย(ู่ ครเู ดินดู) 9.3 เมื่อไดย้ ินสญั ญาณนกหวีดสนั้ ๆ 2 ครั้งให้ปฏิบัติตามคำสงั่ 9.4 บนั ทึกชอ่ื แหลง่ นำ้ ทีอ่ ยู่ของตนเองขณะนนั้ เมื่อได้ยินสัญญาณนกหวดี เริ่มเลน่ รอบท่ี 2 ทอดลกู เตา๋ 1 ครง้ั โดยปฏิบตั ิเช่นขอ้ 9.2 9.5 เล่นเกมต่อไปจนครบ 9 รอบ 10. นบั จำนวนอนภุ าคน้ำในแตล่ ะแหลง่ ท่ีอยเู่ ชื่อมโยงกับก่อนเลน่ เกม จำนวนอนุภาคนำ้ ก่อนเล่น

เกมและหลงั เลน่ เกมเพ่ือดูจำนวนวา่ สอดคลัองกบั ปริมาณน้ำแต่ละแหลง่ หรือไม่ 11. อนุภาคน้ำกลบั ไปอยู่กลมุ่ เดมิ ขั้นท่ี 3 การเรยี นรู้เพื่อสร้างองคค์ วามรู้ (15 นาท)ี 12. แจกกระดาษบรุ๊ฟกลุ่มละ 1 แผน่ 13. นักเรียนแต่ละกล่มุ เขียนเส้นทางการเดนิ ทางของอนุภาคนำ้ แต่ละอนุภาคไปตามแหลง่ ตา่ งๆลง ในกระดาษบรุ๊ฟแผน่ เดยี วกัน (แบบจำลองวัฏจกั รน้ำ การเขียนอธบิ ายลำดับการเปลีย่ นแปลงแหลง่ ทอี่ ยู่ของ อนุภาคน้ำ โดยเขยี นลกู ศรแสดงลำดับ การเปลย่ี นแหล่งที่อยู่ใหม่จากแหล่งท่ีอยหู่ นงึ่ ไปยังแหลง่ ท่ีอยหู่ น่ึง) 14. นกั เรียนแตล่ ะคนอภปิ รายเปรียบเทียบการเดินทางของอนุภาคน้ำกบั เพ่ือนๆในกล่มุ - ผลการเปรยี บเทยี บการเดินทางของอนุภาคน้ำเปน็ อย่างไร (อนุภาคนำ้ ของกลมุ่ เริม่ ต้นเหมือนกัน แต่หลงั จากทอดลกู เต๋าแลว้ อนุภาคน้ำก็เปลย่ี นท่ีอยูเ่ หมือนกนั บา้ งไมเ่ หมือนกันบา้ ง) - ในแต่ละรอบอนุภาคน้ำแตล่ ะอนภุ าคเปลีย่ นแปลงท่ีอยู่ไปแหลง่ เดยี วกันหรอื ไม่ อย่างไร (อนุภาค นำ้ อาจไปยังที่อยู่เดยี วกันหรอื คนะละแหล่งก็ได้ 14. วิเคราะห์กระบวนการเปล่ียนแปลงทอ่ี ยู่ของอนุภาคน้ำภายในกลมุ่ - ในการเปลย่ี นแปลงท่อี ยู่ของอนุภาคนำ้ แตล่ ะคร้ังตอ้ งเปลี่ยนสถานะด้วยหรอื ไม่ (บางครง้ั อาจมี การเปล่ยี นสถานะหรือไม่มีการเปลย่ี นสถานะก็ได้) - ยกตวั อยา่ งการเปลย่ี นแปลงทอ่ี ยู่ของอนุภาคน้ำที่มีการเปล่ียนสถานะจากในกจิ กรรมเขียน อธิบายลงในกระดาษบรฟุ๊ (การเปลย่ี นทอี่ ยจู่ ากธารนำ้ แข็งไปยงั นำ้ ใต้ดิน) - หลังจากเล่นเกมวัฏจกั รน้ำจบอนภุ าคน้ำกลบั มายงั จดุ เร่ิมต้นหรอื ไม่ (อนภุ าคน้ำอาจกลับมาหรอื ไม่ไดก้ ลบั มายังจุดเร่มิ ตน้ ก็ได้) 15. ครอู ธบิ ายแบบรปู คงที่ เช่น การเปลย่ี นแปลงการเจรญิ เติบโตของสตั ว์ทม่ี ีลำดบั การ เปล่ยี นแปลงเกดิ ขึน้ ซ้ำเดิมได้เสมอ - การเปล่ียนแปลงแหลง่ ท่อี ยู่หนงึ่ ไปยังแหล่งทอี่ ยหุ่ นงึ่ มแี บบรปู คงทห่ี รือไม่ยกตัวอยา่ ง (การ เปล่ยี นแปลงที่อยู่ของน้ำจากแหลง่ หนึง่ ไปยังอีกแหล่งหน่งึ จะมีแบบรปู การเปล่ียนแปลงคงที่ เชน่ การ เปล่ียนแปลงท่อี ยู่ของน้ำจากเมฆไปยังมหาสมุทร จะเกดิ โดยละอองนำ้ ในเมฆจะรวมตัวเปน้ หยดนำ้ เมอ่ื มี ขนาดใหญข่ ้นึ จะตกลงมาเปน็ ฝนลงส่มู หาสมุทร) ขัน้ ที่ 4 รวมพลังสื่อสารและคิดสะท้อน (10 นาที) 16. นกั เรยี นทกุ กล่มุ นำเสอนผลการทำกิจกรรมการเขยี นเสน้ ทางการเดนิ ทางของอนุภาคน้ำ และ ผลการวเิ คราะห์กระบวนการเปลย่ี นแปลงทอี่ ยู่ของน้ำจากกิจกรรม ขั้นท่ี 5 รวมพลงั ประยุกตแ์ ละตอบแทนสังคม (5 นาที)

17. ครแู ละนักเรยี นชว่ ยกันสรุปองค์ความรู้ อนภุ าคน้ำสามารถเปลี่ยนแปลงแหลง่ ที่อย่ตู ่างๆไดแ้ ก่ แหลง่ นำ้ เค็ม แหลง่ นำ้ จดื ที่ไมส่ ามารถนำมาใชไ้ ด้ และแหล่งนำ้ จดื ท่ีไมส่ ามารถนำมาใช้ไดท้ นั ที คิดเป็นร้อย ละ 99.99 และใช้เวลามากในการหมนุ เวียนเข้าไปในแหล่งน้ำจดื ทีส่ ามารถนำมาใช้ไดท้ ันที ทำให้ปรมิ าณน้ำ จดื ในแหลง่ นำ้ ไมเ่ พ่ิมขนึ้ ถา้ เราใชน้ ้ำในกิจกรรมต่างๆอย่างไม่ระมัดระวงั จะเกิดอะไรขี้น (เราอาจจะมนี ้ำจืดที่ ใชไ้ ดท้ ันทีไม่เพยี งพอ) และเราจะทำอยา่ งไรดี (ต้องวางแผนใช้น้ำอย่างประหยดั และอนุรักษ์แหล่งนำ้ ) โดย วิธีใด(ไม่ตดั ไมท้ ำลายปา่ ) 6. การวดั และประเมินผล วธิ ีการ เครือ่ งมอื เกณฑ์การประเมิน ส่งิ ทีต่ อ้ งการวดั และประเมนิ ผล แบบประเมนิ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ 1.ด้านความรู้ ความเข้าใจ สงั เกตการตอบ ความรู้ ระดับคุณภาพดีขนึ้ ไป - อธบิ าย คำถามในชน้ั เรยี น และเนอ้ื หาในใบงาน แบบประเมนิ ผ่านเกณฑ์การประเมนิ 2.ด้านทักษะกระบวนการทาง ทักษะ ระดบั คุณภาพพอใช้ขน้ึ วิทยาศาสตร์ สงั เกตทักษะ กระบวนการทาง ไป - การตีความหมายขอ้ มลู และลง กระบวนการทาง วทิ ยาศาสตร์ ข้อสรุป วทิ ยาศาสตร์ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ - การสรา้ งแบบจำลอง ระดบั คุณภาพผ่าน 3.ดา้ นคณุ ลักษณะอันพึง สังเกตคณุ ลักษณะอัน แบบประเมนิ ประสงค์ - มีวินัย พงึ ประสงค์ คณุ ลักษณะอันพึง - ใฝ่เรยี นรู้ - ม่งุ ม่นั ในการทำงาน ประสงค์

4.สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น สังเกตพฤตกิ รรม แบบประเมิน ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ 1.ความสามารถในการสอ่ื สาร ในขณะทำกิจกรรม สมรรถนะสำคัญ ระดับคุณภาพผ่าน - อธิบายลกั ษณะและการเกดิ วัฏ ของผ้เู รยี น จกั รน้ำจากแบบจำลอง 2.ความสามารถในการใชท้ ักษะ ชวี ติ - แบง่ บทบาทหนา้ ท่ีในการทำ กจิ กรรมได้ 7.สอ่ื การเรยี นรู้ 1. วดี ีทัศน์ ตัวอย่าง การเล่นเกมวฏั จกั รนำ้ 2. ใบงานท่ี 1 เรอื่ ง วัฏจกั รน้ำเปน็ อย่างไร 3. กระดาษบรู๊ฟ 4. นกหวดี 5. สีเมจกิ 6. ลูกเตา๋ วัฏจักรน้ำ 9 ลกู 7. วีดีทัศน์ เร่ือง วัฏจักรน้ำ ข้อเสนอแนะของวชิ าการ ________________....____________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ลงชอื่ __________________ฝ่ายวิชาการ (นางสาวจริ าพร ปญั ญารัตนานนท)์ _____/_____/_____ ข้อเสนอแนะของผู้บรหิ ารสถานศึกษา ได้ทำการตรวจแผนการจดั การเรียนของ นางสาวจริ าพร ปัญญารัตนานนท์ แลว้ มคี วามคิดเห็น ดังน้ี 1. เป็นแผนการจดั การเรียนท่ี  ดีมาก  ดี  พอใช้ 2. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนไดน้ ำเอาทกั ษะและกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ มาจดั กิจกรรมโดย

 เนน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคัญ และจดั กิจกรรมการเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสมดีมาก  เนน้ ผู้เรียนเป็นสำคัญ และจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสมดี  ยังไมเ่ น้นผเู้ รยี นเปน็ สำคัญ 3. เป็นแผนการจดั การเรยี นท่ี  นำไปใชไ้ ด้จรงิ  ควรปรับปรงุ กอ่ นนำไปใช้ ลงช่อื ว่าที่ ร.ต. __________________ผบู้ รหิ ารสถานศึกษา (สัญญา เขียวปาน) _____/_____/_____ 9.บนั ทกึ ผลหลงั การจดั การจัดการเรยี นรู้

แบบประเมินความรู้ แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 3 เรื่อง วฏั จกั รนำ้

ชื่อผ้ปู ระเมิน นางสาวจิราพร ปญั ญารัตนานนท์ ประเมนิ ครง้ั ที่ 3 วนั ที่ 10 เดอื น กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 รายการประเมิน /ระดบั คะแนน รวมคะแนน ช่ือ -สกุล การตอบคำถาม การสรุปความรู้ ค วา ม ถ ู กต ้ อง (12 คะแนน) ในช้ันเรยี น (4) (4) ครบถ้วนของ เนอื้ หาในใบงาน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 12 ด.ช.กติ ตนิ ันท์ ทศิ กระโทก 2 12 5 ด.ช.นันทชาติ เนาวก์ ระโทก 4 34 9 ด.ช.วรธน วรรณประดษิ ฐ์ 4 3 3 10 ด.ช.ธิติสรรค์ ไทยอัฐวิถี 4 3 3 10 ด.ช.นพดล นนกระโทก 4 4 4 12 ด.ช.อคั รินทร์ เทยี นลำ 333 9 ด.ช.ศิริภัทร ตงั้ กติ ติพงศ์ 4 4 3 11 ด.ช.ธีรภทั ร ทับกระโทก 4 4 4 12 ด.ญ.ณพัฒษร เวา้ กลาง 4 3 3 10 ด.ญ.วรี ยา ทับกระโทก 2 12 5 ด.ญ.สรญั ชินดา แตงอยู่ 4 4 4 12 ด.ญ.อริศรา ทศิ กระโทก 4 4 4 12 ด.ญ.กมลภัทร นสิ สัยหมัน่ 2 12 5 ด.ญ.ภรู ิชญา ทบั กระโทก 4 3 3 10 ด.ญ.วรรณปภา ช่างจันทึก 4 3 3 10 ด.ญ.ปภสั รา พฒั ศรี 23 3 8 ด.ญ.ศริ ินทรา กิมกอ่ สขุ 333 9 ด.ญ.สุจารี ทศิ กระโทก 333 9 ด.ญ.สิโรชา อตุ ตะมะบรู ณ์ 4 3 3 10 ด.ช.เดชฤทธ์ิ อุชชา 2 12 5 เกณฑ์การประเมินความรู้ ประเด็นการ ระดับคุณภาพ น้ำหนัก คะแนน ประเมิน 4 (ดีมาก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรบั ปรุง) เต็ม 1.การตอบ การตอบคำถาม การตอบ การตอบ การตอบ 1.0 4 คำถาม ไดถ้ ูกต้อง คำถาม คำถามถูกต้อง คำถามไม่ ท้ังหมด ถูกต้องเป็น เป็นบางส่วน ถกู ต้อง สว่ นใหญ่

2.การสรุป สรุปความรู้ สรปุ ความรู้ สรุปความรู้ สรปุ ความรู้ 1.0 4 1.0 4 ความรู้ ความเขา้ ใจ ความเข้าใจ ความเข้าใจ ความเข้าใจ เกีย่ วกบั เร่ืองที่ เกี่ยวกับเรื่อง เกีย่ วกบั เร่ือง เกีย่ วกับเร่ือง ศึกษาได้ ท่ศี ึกษาได้ ทศ่ี ึกษาได้ ทีศ่ ึกษาได้ ไม่ ถูกต้อง ถกู ต้อง ถกู ต้อง ถกู ต้องและไม่ ครบถ้วน ครบถ้วน บางส่วนและ ครบถ้วน ไม่ครบถว้ น 3.ความ เนื้อหาที่เขียน เนื้อหาท่ี เนอื้ หาที่เขียน เนื้อหาที่เขียน ถูกต้อง ในใบงานมี เขยี นในใบ ในใบงานมี ในใบงานไม่ ครบถ้วนของ ความถูกต้อง งานมี ความถูกต้อง ถกู ต้อง เนอ้ื หาใบงาน ครบถ้วนตามที่ บางสว่ นไม่ บางส่วนนอ้ ย กำหนด ถกู ต้องตามที่ กำหนด เกณฑ์การประเมนิ คุณภาพ คะแนน ระดับคุณภาพ 11-12 ดมี าก 8-10 ดี 6-7 พอใช้ ตำ่ กวา่ 6 ปรับปรุง เกณฑ์การตดั สนิ ผ่านเกณฑ์การประเมินระดบั พอใชข้ นึ้ ไป แบบประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 3 วฏั จักรน้ำ ที่ รายการประเมนิ /ระดบั คะแนน รวมคะแนน ช่อื -สกุล การจัดกระทำ การตคี วามหมาย (6 คะแนน) 1 ด.ช.กิตตินันท์ ทศิ กระโทก และส่ือ ขอ้ มูลและลงข้อสรปุ 4 2 ด.ช.นันทชาติ เนาว์กระโทก ความหมายข้อมูล 4 3 ด.ช.วรธน วรรณประดษิ ฐ์ 3 21 3 2 1 4 22 22 22

4 ด.ช.ธติ ิสรรค์ ไทยอฐั วิถี 2 24 5 ด.ช.นพดล นนกระโทก 3 3 6 6 ด.ช.อคั รนิ ทร์ เทยี นลำ 3 25 7 ด.ช.ศริ ิภทั ร ตั้งกติ ติพงศ์ 3 25 8 ด.ช.ธรี ภทั ร ทบั กระโทก 3 3 6 9 ด.ญ.ณพัฒษร เวา้ กลาง 3 25 10 ด.ญ.วีรยา ทับกระโทก 1 12 11 ด.ญ.สรญั ชินดา แตงอยู่ 3 3 6 12 ด.ญ.อรศิ รา ทศิ กระโทก 3 3 6 13 ด.ญ.กมลภัทร นสิ สัยหมนั่ 1 12 14 ด.ญ.ภูริชญา ทบั กระโทก 3 25 15 ด.ญ.วรรณปภา ช่างจนั ทึก 3 25 16 ด.ญ.ปภสั รา พัฒศรี 2 24 17 ด.ญ.ศิรินทรา กิมก่อสุข 3 25 18 ด.ญ.สุจารี ทิศกระโทก 3 25 19 ด.ญ.สโิ รชา อุตตะมะบูรณ์ 3 25 20 ด.ช.เดชฤทธ์ิ อุชชา 2 24 เกณฑ์การประเมนิ ทักษะกระบวนการ ระดับความสามารถ ทางวิทยาศาสตร์ ด(ี 3) พอใช(้ 2) ควรปรับปรุง(1) การจัดกระทำและ สามารถนำข้อมูลจาก สามารถนำข้อมลู จากการ สามารถนำข้อมูลจากการ สอ่ื ความหมาย การเล่นเกมวัฏจักรนำ้ มา เลน่ เกมวฏั จกั รนำ้ มาทำ เลน่ เกมวฏั จักรนำ้ มาทำ ขอ้ มลู ทำเป้นเสน้ ทางการ เปน้ เส้นทางการเดินทาง เปน้ เสน้ ทางการเดินทาง เดนิ ทางของอนุภาคนำ้ ของอนุภาคนำ้ และ ของอนุภาคนำ้ และ และนำเสนอไดถ้ ูกต้อง นำเสนอได้ถูกต้อง นำเสนอได้ถูกต้อง ครบถว้ นด้วยตนเอง ครบถ้วนจากการชแ้ี นะ ครบถ้วนด้วยตนเอง ของครุและผู้อนื่ การตีความหมาย สามารถตคี วามหมาย สามารถตคี วามหมาย สามารถตีความหมาย ขอ้ มลู และลง ขอ้ มูลและลงข้อสรุปจาก ขอ้ มลู และลงข้อสรุปจาก ขอ้ มลู และลงข้อสรุปจาก ขอ้ สรปุ การเล่นเกมวัฏจักรน้ำได้ การเล่นเกมวฏั จกั รนำ้ ได้ การเลน่ เกมวัฏจกั รน้ำได้ อยา่ งถูกต้องด้วยตนเอง อยา่ งถูกต้องโดยอาศยั คำ เพียงบางสว่ นวา่ วฏั จักร วา่ วัฏจักรน้ำเกิดจาก ชี้แนะของครูและผู้อ่ืนวา่ น้ำเกิดจากการหมนุ เวยี น การหมุนเวยี นที่อยขู่ อง วัฏจักรน้ำเกิดจากการ ทอ่ี ยขู่ องน้ำอยา่ งต่อเน่ือง

นำ้ อยา่ งต่อเนือ่ งระหว่าง หมุนเวยี นที่อยขู่ องนำ้ ระหวา่ งแหล่งตา่ งๆ ทั้งน้ำ แหล่งตา่ งๆ ทงั้ น้ำผิวนำ้ อย่างต่อเน่อื งระหวา่ ง ผิวนำ้ น้ำใต้ดนิ และนำ้ ใน น้ำใต้ดิน และนำ้ ใน แหลง่ ตา่ งๆ ทั้งนำ้ ผิวน้ำ อากาศ โดยการหมุนเวยี น อากาศ โดยการ น้ำใตด้ ิน และน้ำใน เปลี่ยนท่ีอย่ขู องนำ้ จะมี หมุนเวียนเปลีย่ นท่ีอยู่ อากาศ โดยการหมนุ เวียน แบบรปู คงท่ี คอื ถ้า ของน้ำจะมแี บบรปู คงที่ เปลยี่ นทีอ่ ยู่ของน้ำจะมี อนุภาคนำ้ จากแหล่งหนง่ึ คือ ถ้าอนภุ าคนำ้ จาก แบบรูปคงที่ คือ ถ้า ไปยังอีกแหล่งหน่ึงไมว่ า่ แหล่งหน่งึ ไปยงั อีกแหลง่ อนุภาคนำ้ จากแหล่งหน่ึง จะเกิดข้นึ บรเิ วณใดหรือ หนง่ึ ไมว่ า่ จะเกดิ ขึ้น ไปยงั อีกแหล่งหน่ึงไมว่ ่า เกดิ ข้ึนเม่ือใดจะมี บริเวณใดหรือเกิดขน้ึ จะเกดิ ข้นึ บรเิ วณใดหรือ กระบวนการเปลี่ยนแปลง เมื่อใดจะมีกระบวนการ เกดิ ข้นึ เมื่อใดจะมี ทม่ี ีแบบรปู คงทแ่ี มว้ ่าจะ เปลีย่ นแปลงท่มี ีแบบรูป กระบวนการเปลี่ยนแปลง ได้รบั คำช้ีแนะจากครูหรอื คงท่ี ทีม่ ีแบบรูปคงท่ี ผู้อ่ืน เกณฑ์การประเมินคุณภาพ คะแนน ระดับคุณภาพ 5-6 ดี 3-4 พอใช้ ต่ำกวา่ 3 ปรบั ปรงุ เกณฑ์การตัดสิน ผา่ นเกณฑ์การประเมินระดับพอใชข้ ึ้นไป แบบประเมนิ พฤติกรรมการทำงานกล่มุ เร่อื ง .......................................................................... กลมุ่ .............................................. คำชี้แจง ครสู ังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในการปฏบิ ตั ิกิจกรรมตามท่กี ำหนดใหแ้ ละให้คะแนนช่องทีต่ รงกบั พฤติกรรมของนกั เรยี น การวางแผน ่รวม ักนทำงาน สรุป (3 คะแนน) ท่ี ช่อื ทำงานตาม ีท่ได้ ัรบมอบหมาย ผ่าน ไมผ่ า่ น (3 คะแนน) (8-12) (4-7) แสดงความ ิคดเห็นอ ่ยางมี เห ุตผล (3 คะแนน) ยอม ัรบข้อสรุปและผลงานของ ก ่ลุมและร่วมป ัรบป ุรงงาน (3 คะแนน) 1.

2. 3. 4. เกณฑก์ ารประเมินพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม 7. มีการแสดงออกให้เหน็ อย่างชัดเจนอยใู่ นระดบั ดี 3 คะแนน 8. มีการแสดงออกให้เห็นบา้ งบางครงั้ อยูใ่ นระดับปานกลาง 2 คะแนน 9. มกี ารแสดงออกใหเ้ หใน็ บนง้อายนมาทก่ีหร1อื ไเมร่แอื่ สงดงวออัฏกจเลกั ยรนอย้ำใู่ เนประ็นดอับยป่ารบังปไรรุง 1 คะแนน จุดประสงค์ 13. อธิบายลกั ษณะและการเกิดวัฏจกั รน้ำ โดยใชแ้ บบจำลอง สิ่งท่ตี ้องใช้ 14. สเี มจิก 15. กระดาษบรู๊ฟ 16. ลูกเต๋าทมี่ ีข้อมลู และคำสงั่ ในแต่ละหน้า 17. นกหวดี ทำอย่างไร 1. เลน่ เกมอนุภาคนำ้ โดยใช้แบบจำลอง ดังน้ี 1.1 สมมุติใหน้ ักเรียนแตล่ ะคนเป้นอนุภาคน้ำแต่ละอนุภาคแบ่งนักเรยี นเปน็ 9 กลุ่มๆละเท่ากัน จากนน้ั ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มเข้าไปอยู่ในแหลง่ น้ำแตล่ ะแหลง่ ซึง่ มีท้ังหมด 9 แหล่งได้แก่ สตั ว์ เมฆ ธารนำ้ แข็ง นำ้ ใต้ดนิ ทะเลสาบ มหาสมทุ ร พืช แม่น้ำ และดนิ นักเรียนท่เี หลอื ให้ไปอยใู่ น แหลง่ นำ้ มหาสมุทร 1.2 แต่ละคนบนั ทึกแหลง่ น้ทอ่ี ยู่ของตนเองจากนั้นเมอื่ ได้ยินสัญญาณนกหวดี เรมิ่ เล่รอบท่ี 1แต่ ละคนทอดลูกเต๋า 1 คร้งั 1.3 อ่านคำสงั่ ในหนา้ ลกู เตา๋ ท่ีหงายข้นึ บันทกึ ชือ่ แหล่งน้ำที่ต้องเดนิ ทางต่อไป และเหตผุ ลของ การเดนิ ทางเปลย่ี นทอี่ ยู่ เม่ือได้ยนิ สญั ญาณนกหวีดส้ันๆ 2 ครง้ั ใส่แตล่ ะคนปฏบิ ัตติ าม คำสั่งซ่ึงบางคนอาจอยู่ทเี่ ดมิ 1.4 บนั ทึกแหล่งนำ้ ท่ีอยู่ของตนเองขณะนัน้ เม่อื ได้ยนิ สญั ญาณนกหวีดเริ่มเลน่ รอบ 2 ทอดลุก เต๋าแลว้ ปฏบิ ัตเิ ขน่ เดียวกับข้อ1.3 เล่นเกมนต้ี อ่ ไปจนครบ 9 รอบ

2. แต่ละกลุ่มเขยี นเสน้ ทางการเดนิ ทางของอนภุ าคน้ำแตล่ ะอนภุ าคไปตามแหล่งตา่ งๆ โดยใช้ ปากกาสตี า่ งกนั ลงในกระดาษปร๊ฟู แผ่นเดีนวกนั จากนนั้ รว่ มกนั อภิปรายเปรียบเทียบการ เดนิ ทางของอนุภาคน้ำแตล่ ะอนุภาคในกลุม่ ว่าเหมอื นหรือแตกต่างกนั อย่างไร ช่อื -สกุล ....................................................................................ช้นั ................... เลขท่ี .........

1.จุดประสงค์ของกิจกรรม ทำกจิ กรรมน้ีเพ่ือ ............................................................................................................................. ....... 2.บนั ทึกผลการทำกจิ กรรม ตารางการเปลี่ยนแปลงแหล่งท่อี ยขู่ องอนุภาคนำ้ รอบ แหลง่ นำ้ ที่อยู่ แหล่งนำ้ ทไ่ี ปจาก เหตผุ ลของการเปลย่ี นทอ่ี ยู่ของนำ้ การทอดลูกเต๋า 1 ………………………………………………………………………….. 2 ………………………………………………………………………….. 3 …………………………………………………………………………. 4 ………………………………………………………………………….. 5 …………………………………………………………………………... 6 ………………………………………………………………………….. 7 ………………………………………………………………………….... 8 ………………………………………………………………………….... 9 ………………………………………………………………………….... คำถาม 1. ในแตล่ ะรอบอนุภาคน้ำแตล่ ะอนภุ าคเปลีย่ นแปลงทอ่ี ยู่ไปแหล่งเดียวกนั หรอื ไม่ อยา่ งไร .................................................................................... ………………………………………………………… ............................................................................................................................. ........................

2. ในการเปลี่ยนแปลงที่อยขู่ องอนภุ าคน้ำแต่ละคร้งั ต้องเปลีย่ นสถานะดว้ ยหรอื ไม่ ....................................................................................………………………………………………………… ............................................................................................................................. ........................ 3. การเปลย่ี นแปลงท่ีอย่ขู องอนุภาคนำ้ ไปท่ีใดบ้างที่ตอ้ งเปลี่ยนสถานะ ....................................................................................………………………………………………………… ............................................................................................................................. ........................ 4. การเปล่ียนแปลงที่อยู่ของอนุภาคน้ำไปที่ใดบา้ งที่ไม่ต้องเปลย่ี นสถานะ ....................................................................................………………………………………………………… ............................................................................................................................. ........................ 5. เมือ่ เลน่ เกมครบ 9 รอบอนุภาคนำ้ สว่ นมากอยทู่ ่ีแหลง่ ใด สอดคล้องกับความเป็นจริงใน ธรรมชาตหิ รือไม่ .................................................................................... ………………………………………………………… .....................................................................................................................................................


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook