ห น่ ว ย ที่ 2 ร ะ บ บ เ ค รื อ ข่ า ย ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ แ ล ะ โ ค ร ง ส ร้ า ง พื้ น ฐ า น แ บ บ ฝึ ก หั ด บ ท ที่ 5 เ รื่ อ ง อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ พื้ น ฐ า น ข อ ง ร ะ บ บ เ ค รื อ ข่ า ย ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ร า ย ชื่ อ ส ม า ชิ ก น า ง ส า ว แ พ ร พ ล อ ย โ ส ภ า อ อ ก แ บ บ ภ า ย ใ น ปี ที่ 3 ร หั ส นั ก ศึ ก ษ า 4 6 3 1 0 7 1 1 4 1 1 1 9 น า ง ส า ว ทิ พ เ ก ษ ร ชิ ด ส ม บั ติ อ อ ก แ บ บ ภ า ย ใ น ปี ที่ 3 ร หั ส นั ก ศึ ก ษ า 4 6 3 1 0 7 1 1 4 1 1 4 5
แบบฝึกหดั เรอ่ื ง องคป์ ระกอบพืน้ ฐานของระบบเครอื ข่ายคอมพิวเตอร์ อภปิ รายและตอบคาถามในหวั ขอ้ ดงั ตอ่ ไปนี้ 1 องคป์ ระกอบพนื้ ฐานของระบบเครอื ข่ายคอมพวิ เตอรม์ ีอะไรบา้ ง จงอธิบาย ตอบ ระบบเครอื ขา่ ยคอมพิวเตอรจ์ ะทางานไม่ได้ ถา้ ปราศจากอปุ กรณต์ ่างๆ ท่ีทาให้ คอมพิวเตอรแ์ ละ ระบบเครือข่าย ทางานได้ ซง่ึ อปุ กรณส์ าหรบั ระบบเครอื ข่ายคอมพิวเตอร์ มีองคป์ ระกอบพืน้ ฐานท่ีแตกตา่ งกนั ไปหลายชนิด แตล่ ะชนิดมี หนา้ ท่กี ารทางานท่ีแตกตา่ ง กนั ออกไป เพ่ือใหส้ ามารถเลอื กใชง้ านได้ ตามความเหมาะสมและสามารถเพ่มิ ประสทิ ธิภาพ ในการทางานไดอ้ ยา่ งสงู สดุ การท่คี อมพวิ เตอรจ์ ะสามารถเช่ือมตอ่ กนั เป็นเครอื ข่ายคอมพิวเตอรไ์ ด้ ตอ้ งมี องคป์ ระกอบ พนื้ ฐาน 1.คอมพิวเตอรอ์ ย่างนอ้ ย 2 เครื่อง เช่ือมตอ่ กนั 2.เนต็ เวริ ค์ การด์ หรอื NIC (Network Interface Card) เป็นการด์ ท่ี เสียบเขา้ กบั ช่องบนเมนบอรด์ ของคอมพิวเตอร์ ซง่ึ เป็นชดุ เช่ือมตอ่ ระหวา่ งคอมพวิ เตอร์ และเครอื ข่าย 3.ส่อื กลางและอปุ กรณส์ าหรบั การรบั สง่ ขอ้ มลู เช่น สายสญั ญาณ สายสญั ญาณท่ีนิยมใชใ้ นระบบเครอื ขา่ ย เชน่ สาย โคแอ็กเชียล สายคบู่ ดิ เกลียว และสายใย แกว้ นาแสง เป็นตน้ ส่วนอปุ กรณเ์ ครือข่าย เช่น ฮบั สวิตช์ เราทเ์ ตอร์ เกตเวย์ เป็น ตน้ 4.โปรโตคอล (Protocol) โปรโตคอลเป็นภาษาท่ีคอมพวิ เตอรใ์ ช้ ส่อื สารกนั ผา่ นเครอื ข่ายคอมพิวเตอร์ ท่ีสามารถส่อื สาร กนั ไดน้ นั้ จ าเป็นตอ้ งใชภ้ าษา หรอื โปรโตคอลเดียวกนั เชน่ OSI TCP/IP IPX/SPX เป็นตน้ ระบบปฏบิ ตั กิ ารเครือข่าย หรือ NOS (Network Operating System) ระบบปฏบิ ตั กิ ารเครอื ข่ายจะเป็นตวั ท่คี อยจดั การ เก่ียวกบั การใชง้ านเครอื ขา่ ย ของผใู้ ชแ้ ตล่ ะคน หรอื เป็นตวั จดั การและควบคมุ การใชท้ รพั ยากรต่างๆ ของเครอื ข่าย ระบบปฏิบตั ิการเครอื ขา่ ยท่เี ป็นท่ีนยิ ม เช่น Windows Server 2007 Novell NetWare Sun Solaris และ Red Hat Linux เป็นตน้ 2 ลกั ษณะการทางานของคอมพวิ เตอรท์ ่ีเช่ือมตอ่ ในการทางานระบบเครอื ขา่ ย คอมพวิ เตอรจ์ ะแบง่ เครอ่ื งคอมพวิ เตอรเ์ ป็น 2 ประเภท คือประเภทใดบา้ ง ตอบ คอมพิวเตอรอ์ อกเป็น 2 ประเภท คอื ประเภทท่ีใชเ้ ป็น เซิรฟ์ เวอรข์ องเครอื ข่าย (Server Computer) และประเภทท่ี ใชเ้ ป็นเครอื่ งลกู ข่าย (Client)
3 ใหน้ กั ศกึ ษาอธิบายหนา้ ท่ขี องอปุ กรณเ์ หล่านี้ 3.1 แลนการด์ ทาหนา้ ท่อี ะไร ตอบ แลนการด์ (LAN Card) อปุ กรณน์ ีจ้ ะทาหนา้ ท่ีแปลงขอ้ มลู เป็นสญั ญาณท่ีสามารถสง่ ไปตามสายสญั ญาณหรอื ส่อื แบบอ่นื ได้ ปัจจบุ นั นีม้ ีการด์ หลายประเภท ซง่ึ ถกู ออกแบบใหใ้ ชก้ บั เครอื ข่ายประเภทตา่ งๆ เชน่ อีเธอรเ์ น็ตการด์ โทเคนรงิ การด์ เป็นตน้ การด์ แตล่ ะประเภทอาจใชไ้ ดก้ บั สายสญั ญาณบางชนดิ เท่านนั้ หรอื อาจจะใชไ้ ดก้ บั สญั ญาณหลายชนดิ 3.2 ฮบั (Hup) ทาหนา้ ท่อี ะไร ตอบ ฮบั (Hub) เป็นอปุ กรณพ์ นื้ ฐานท่ีใชใ้ นการเช่ือมตอ่ เคร่อื งจานวน มากเขา้ ดว้ ยกนั ในเครอื ข่ายคอมพิวเตอร์ โดยท่ฮี บั จะมีพอรต์ (Port) หรอื ชอ่ งสาหรบั ตอ่ สาย RJ-45 เขา้ มาจากเคร่อื งคอมพวิ เตอร์ และท าหนา้ ท่เี ป็นศนู ยก์ ลางในการ กระจาย ขอ้ มลู ไปยงั เคร่อื งอืน่ ๆ ในระบบเครอื ข่าย ความเรว็ ของฮบั มีหนว่ ยเป็น Megabit per 3.3 รพี ีตเตอร์ (Repeater) ทาหนา้ ท่อี ะไร ตอบ รพี ตี เตอร์ (Repeater) เป็นอปุ กรณร์ ะบบเครอื ขา่ ยท่ใี ชใ้ นการเช่ือมตอ่ สาย เคเบิล 2 เสน้ เขา้ ดว้ ยกนั เพ่อื เพ่มิ ระยะ ทางการเช่ือมตอ่ ระบบเครอื ข่าย สายสญั ญาณแต่ ละชนิดท่เี ลือกใช้ จะมีความสามารถในการขนสง่ ขอ้ มลู ไปในระยะทางท่ี จากดั ระยะหนง่ึ ตามมาตรฐานของสายสญั ญาณ แตล่ ะชนดิ จากนนั้ สญั ญาณขอ้ มลู จะถกู ดดู กลนื ไปตาม สายทาให้ สญั ญาณขอ้ มลู ออ่ นลง หากตอ้ งการเช่ือมโยงระบบเครอื ข่ายออกไปไกลเกินกวา่ สายสญั ญาณท่ีใชจ้ ะรองรบั ไดจ้ ะตอ้ งใช้ รพี ตี เตอรช์ ่วยในการขยายสญั ญาณขอ้ มลู 3.4 บรดิ จ์ (Bridge) ทาหนา้ ท่ีอะไร ตอบ บรดิ จ์ (Bridge) เป็นอปุ กรณเ์ ช่ือมโยงเครอื ขา่ ยของเครอื ข่ายท่แี ยกจากกนั แตเ่ ดิม บรดิ จไ์ ดร้ บั การออกแบบมาใหใ้ ช้ กบั เครอื ขา่ ยประเภทเดียวกนั เช่น ใชเ้ ช่ือมโยง ระหวา่ งเครอื ข่ายอเี ธอรเ์ นต็ กบั อเี ธอรเ์ น็ต (Ethernet) บรดิ จม์ ีใชม้ านาน แลว้ ตงั้ แตป่ ี ค.ศ. 1980 บรดิ จจ์ งึ เป็นเสมือนสะพานเช่ือมระหวา่ งสองเครอื ข่าย การตดิ ตอ่ ภายในเครือขา่ ย เดียวกนั มี ลกั ษณะการสง่ ขอ้ มลู แบบแพรก่ ระจาย ดงั นนั้ จงึ กระจายไดเ้ ฉพาะเครอื ขา่ ย เดียวกนั เท่านนั้ การรบั สง่ ภายในเครือข่ายมี ขอ้ กาหนดใหแ้ พก็ เกตท่ีสง่ กระจายไปยงั ตวั รบั ไดท้ กุ ตวั แตถ่ า้ มีการส่งมาท่อี ยู่ (Address) ตา่ งเครอื ขา่ ยบรดิ จจ์ ะนาขอ้ มลู เฉพาะ แพก็ เกต นนั้ สง่ ใหบ้ รดิ จจ์ งึ เป็นเสมือนตวั แบง่ แยกขอ้ มลู ระหวา่ งเครอื ข่ายใหม้ ีการส่อื สารภายใน เครอื ข่ายของตน ไมป่ ะปนไปยงั อีกเครอื ข่ายหน่งึ เพ่ือลดปัญหาปรมิ าณขอ้ มลู กระจายใน สายส่อื สารมากเกินไป ในระยะหลงั มีผพู้ ฒั นา บรดิ จใ์ หเ้ ช่ือมโยงเครอื ข่ายต่างชนิดกนั ได้ เช่น เครอื ขา่ ยอเี ธอรเ์ นต็ กบั โทเกน้ รงิ เป็นตน้ หากมกี ารเช่ือมตอ่ เครอื ข่าย มากกวา่ สอง เครอื ขา่ ยเขา้ ดว้ ยกนั และเครือขา่ ยท่เี ช่ือมตอ่ มีลกั ษณะ ท่ีหลากหลายจะเลอื กเราตเ์ ตอร์ (Router) เป็น อปุ กรณใ์ นการเช่ือมโยงมากกวา่ การใชบ้ รดิ จเ์ ป็นตวั เช่ือมโยงเครอื ข่ายเพ่ือ ประสทิ ธิภาพสงู สดุ ในการใชง้ านและความ เหมาะสมในบรบิ ทการใชง้ านท่ีแตกตา่ งกนั
3.5 เราตเ์ ตอร์ (Router) ทาหนา้ ท่ี อะไร ตอบ เราตเ์ ตอรเ์ ป็นอปุ กรณร์ ะบบเครอื ขา่ ยซง่ึ ทาหนา้ ท่เี สมือนสะพานสาหรบั เช่ือมตอ่ เครอื ขา่ ยทอ้ งถ่ิน หรอื ระบบเครอื ขา่ ย แลน (Local Area Network) เขา้ กบั ระบบ เครอื ขา่ ยแวน (Wide Area Network) ขนาดใหญ่ และเม่ือเครอื ขา่ ยแลนถกู เช่ือมตอ่ เขา้ ดว้ ยกนั โดยใชเ้ ราตเ์ ตอร์ เครอื ขา่ ยแลน แต่ละฝ่ังจะยงั คงมีเครอื ขา่ ยท่เี ป็นของตนเอง ไม่ เก่ียวขอ้ งกบั เครือขา่ ย ของอีกฝ่ังหน่งึ ซ่งึ เป็นประโยชน์ ในการบรหิ ารจดั การเครือข่าย ภายใน ซง่ึ การทางานของเราตเ์ ตอรจ์ ะมีตารางขอ้ มลู ท่ี เรยี กวา่ Route Table ช่วยอธิบาย วธิ ีการในการส่งขอ้ มลู ท่ีตอ้ งการใหไ้ ปถึงปลายทางไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ โดยตารางขอ้ มลู นี้ จะ ถกู เก็บไวใ้ นหนว่ ยความจาภายในเราตเ์ ตอร์ และจะถกู ปรบั ปรุงขอ้ มลู (Update) เสน้ ทาง การขนสง่ ขอ้ มลู อยู่ ตลอดเวลาเม่ือมีการเปล่ียนแปลง และจะถกู เพ่ิมเตมิ เสน้ ทาง เม่ือมีการ สง่ ขอ้ มลู ไปยงั ปลายทางท่ีใหม่ๆ 3.6 เกตเวย์ (Gateway) ทาหนา้ ท่ีอะไร ตอบ เกตเวย์ (Gateway) เป็นอปุ กรณร์ ะบบเครอื ขา่ ยท่มี ีความซบั ซอ้ นมากกวา่ เราตเ์ ตอรห์ รอื บรดิ จ์ เพราะอปุ กรณช์ นดิ นี้ สามารถเช่ือมตอ่ ระบบเครอื ข่ายท่ใี ชโ้ ปรโตคอล (Protocal) ในระดบั Data link และ Network Layer ท่แี ตกตา่ งกนั ได้ มากกวา่ 2 ระบบ ซง่ึ จะทาการอธิบายในบทท่ีเก่ียวกบั สถาปัตยกรรมเครอื ขา่ ยคอมพิวเตอร์ ซง่ึ การทางาน ของเกตเวยท์ กุ ระดบั ชนั้ จะเป็นไปตามมาตรฐาน ISO/OSI Model เกตเวยส์ ามารถ เปล่ยี นแปลงโปรโตคอลจากเครอื ข่ายหน่งึ ไปยงั อกี เครอื ขา่ ยหนง่ึ หรอื เปล่ยี นรูปแบบของ ขอ้ มลู ในโปรแกรมประยกุ ตไ์ ด้ 4. สายสญั ญาณท่ีใชเ้ ป็นมาตรฐานในระบบเครอื ขา่ ยคอมพิวเตอรม์ ีก่ีประเภท อะไรบา้ ง ตอบ 3 ประเภท -สายโคแอ็กเชียล (Coaxial Cable) -สายคบู่ ิดเกลียว (Twisted Pairs) -สายใยแกว้ นา้ แสง (Fiber Optic) 5. โปรโตคอล (Protocol) หมายถงึ อะไร ปัจจบุ นั โปรโตคอลใดท่ีนยิ มใชท้ ่สี ดุ ตอบ โปรโตคอล (Protocol) เป็นมาตรฐานในการส่อื สารขอ้ มลู ของคอมพวิ เตอร์ หรอื อาจกล่าวไดว้ า่ โปรโตคอลเป็น ภาษา ท่คี อมพวิ เตอรใ์ ชส้ ่อื สารกนั ดงั นนั้ คอมพิวเตอรท์ ่ี ตอ้ งการส่อื สารกนั จ าเป็นท่ตี อ้ งใช้ ภาษา หรอื โปรโตคอลเดยี วกนั เพราะไมเ่ ช่นนนั้ คอมพิวเตอรก์ ็จะส่อื สารกนั ไมไ่ ด้ ปัจจบุ นั โปรโตคอลท่นี ยิ มใชม้ ากท่สี ดุ คอื โปรโตคอล TCP/IP (Transmission Control/ Internet Protocol) ซง่ึ เป็นโปรโตคอลท่ใี ชใ้ นระบบ อินเทอรเ์ น็ตซง่ึ เป็นระบบเครอื ข่าย คอมพวิ เตอรท์ ่ใี หญ่ท่สี ดุ ในโลก นอกจากโปรโตคอลนี้ แลว้ ยงั มีโปรโตคอลอ่นื ๆ ท่ีนยิ มใชก้ นั อยู่ เช่น โปรโตคอล IPX/SPX (Internet PacketExchange/ Sequenced Packet Exchange) ซง่ึ เป็นโปรโตคอลท่พี ฒั นาโดยบรษิ ทั โน เวลล์ สาหรบั ใชก้ บั ระบบปฏิบตั ิการเน็ตแวร์ (Netware)
Search
Read the Text Version
- 1 - 4
Pages: