Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือการจัดการเรียนรู้วิชาประวัตศาสตร์ ม.2 เทอม 2

คู่มือการจัดการเรียนรู้วิชาประวัตศาสตร์ ม.2 เทอม 2

Published by nmaliwan2538, 2023-01-28 19:10:05

Description: คู่มือการจัดการเรียนรู้วิชาประวัตศาสตร์ ม.2 เทอม 2

Search

Read the Text Version

คู่มอื การจดั การเรียนรู้ วิชาประวัตศิ าสตร์ กล่มุ สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๒ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ ภาคเรียนที่ ๒ ม.๒ นายนันทพงษ์ มะลิวัลย์ ครผู สู้ อน โรงเรยี นสวายวทิ ยาคาร ตาบลสวาย อาเภอเมอื งสุรนิ ทร์ จังหวัดสุรินทร์ สานักงานเขตพื้นท่ีการศกึ ษามัธยมศึกษาสรุ ินทร์ สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน

สว่ นท่ี 1 วเิ คราะหห์ ลกั สตู ร

หลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2561) 1. วิสัยทัศน์ หลักการ จดุ หมาย วิสยั ทัศน์ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน มุง่ พฒั นาผูเ้ รยี นทุกคน ซง่ึ เป็นกำลังของชาติให้เป็นมนุษย์ที่มี ความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลเมืองโลก ยึดมั่น ในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้และทักษะพื้นฐาน รวมทั้ง เจตคติ ที่จำเป็นต่อการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็น สำคัญบนพน้ื ฐานความเชอื่ วา่ ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เตม็ ตามศักยภาพ โรงเรยี นสวายวิทยา คารจัดการศึกษามีคุณภาพเทียบเคียงมาตรฐานสากล บนพื้นฐานความเป็นไทย ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพยี ง หลกั การ หลักสูตรโรงเรียนสวายวิทยาคาร พุทธศักราช 2561 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2561) มหี ลกั การทส่ี ำคัญ ดังน้ี 1. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติ มีจุดหมายและมาตรฐานการเรียนรู้เป็น เป้าหมายสำหรบั พัฒนาเดก็ และเยาวชนใหม้ ีความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรมบนพืน้ ฐานของความเป็นไทย ควบคู่กับความเปน็ สากล 2. เป็นหลักสตู รการศึกษาเพ่ือปวงชน ทปี่ ระชาชนทุกคนมโี อกาสได้รับการศึกษาอย่างเสมอภาคและมี คุณภาพ 3. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่สนองการกระจายอำนาจ ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาให้ สอดคล้องกบั สภาพและความตอ้ งการของท้องถิ่น 4. เป็นหลกั สตู รการศึกษาทม่ี โี ครงสร้างยดื หยนุ่ ทง้ั ด้านสาระการเรยี นรู้ เวลาและการจัดการเรียนรู้ 5. เปน็ หลกั สตู รการศกึ ษาทเี่ น้นผ้เู รียนเป็นสำคัญ 6. เป็นหลักสูตรการศึกษาสำหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ครอบคลุมทุก กลุ่มเปา้ หมาย สามารถเทียบโอนผลการเรียนรู้ และประสบการณ์

จุดหมาย หลักสูตรโรงเรียนสวายวิทยาคาร พุทธศักราช 2561 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2561) มงุ่ พัฒนาผ้เู รยี นให้เป็นคนดี มีปญั ญา มีความสุข มีศักยภาพ ในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ จึงกำหนดเปน็ จุดหมายเพือ่ ใหเ้ กิดกบั ผู้เรียน เมื่อจบการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน ดงั นี้ ๑. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตนตาม หลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาท่ีตนนับถือ ยดึ หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ๒. มีความรู้ ความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี และมีทักษะชีวิตมี สุขภาพกายและสุขภาพจติ ทด่ี ี มสี ขุ นสิ ัย และรกั การออกกำลงั กาย 3. มีความรักชาติ มีจิตสำนึกในความป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิตและการปกครองตาม ระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษัตริยท์ รงเป็นประมุข 5. มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม มีจิต สาธารณะท่มี ุง่ ทำประโยชน์และสรา้ งสิ่งทดี่ งี ามในสงั คม และอยรู่ ว่ มกันในสงั คมอยา่ งมคี วามสขุ 2. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ในการพัฒนาผู้เรยี นตามหลักสตู รโรงเรยี นสวายวิทยาคาร พทุ ธศกั ราช 2561 ตามหลักสตู รแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2561) มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตาม มาตรฐานทก่ี ำหนด ซง่ึ จะชว่ ยให้ผู้เรยี นเกิดสมรรถะสำคญั และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ดังนสี้ มรรถนะสำคัญ ของผ้เู รยี นหลักสตู รโรงเรียนสวายวิทยาคาร พุทธศักราช 25'61 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2561 มงุ่ ให้ผูเ้ รียนเกดิ สมรรถนะสำคัญ 5 ประการ ดังน้ี 1. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษา ถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและ ประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลด ปัญหาความขดั แย้งตา่ ง ๆ การเลอื กรบั หรือไม่รับข้อมูลข่าวสารดว้ ยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการ เลือกใช้วิธีการสื่อสาร ท่ีมีประสทิ ธภิ าพโดยคำนึงถึงผลกระทบทมี่ ีตอ่ ตนเองและสังคม 2. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิดอย่าง สร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศ เพอ่ื การตดั สนิ ใจเกีย่ วกับตนเองและสงั คมไดอ้ ย่างเหมาะสม 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆที่เผชิญได้ อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพืน้ ฐานของหลกั เหตุผล คุณธรรมและข้อมลู สารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และการ เปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไ ข ปญั หา และมีการตดั สนิ ใจท่ีมปี ระสทิ ธภิ าพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกดิ ขนึ้ ต่อตนเอง สงั คมและสงิ่ แวดล้อม

4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการ ดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทำงาน และการอยู่ร่วมกันในสังคม ด้วยการสร้างเสริมความสัมพนั ธ์อันดีระหว่างบคุ คล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึง ประสงคท์ สี่ ่งผลกระทบตอ่ ตนเองและผูอ้ นื่ 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือกและใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสารการ ทำงาน การแกป้ ญั หาอย่างสร้างสรรค์ ถกู ต้อง เหมาะสม และมคี ุณธรรม 3. คณุ ลักษณอนั พงึ ประสงค์ หลักสูตรโรงเรียนสวายวิทยาคาร พุทธศักราช 2561 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2561) มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์เพื่อให้ สามารถอยูร่ ่วมกบั ผู้อน่ื ในสังคมไดอ้ ยา่ งมีความสขุ ในฐานะเป็นพลเมอื งไทยและพลโลก ดังน้ี 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ 2. ซ่อื สตั ยส์ ุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝเ่ รียนรู้ 5. อยอู่ ย่างพอเพยี ง 6. มุง่ ม่นั ในการทำงาน 7. รกั ความเป็นไทย 8. มจี ิตสาธารณะ นอกจากนี้ สถานศึกษาสามารถกำหนดคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์เพิ่มเติมใหส้ อดคล้องตามบริบทและ จุดเนน้ ของตนเอง

4. มาตารฐานการเรียนรู้ ตัวช้ีวัด สาระท่ี 1 ศาสนา ศีลธรรม จรยิ ธรรม มาตรฐาน ส 1.1 รู้ และเข้าใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือ ศาสนาทต่ี นนับถือและศาสนาอื่น มีศรัทธาทีถ่ ูกตอ้ ง ยดึ ม่ัน และปฏิบตั ติ ามหลักธรรม เพ่อื อยู่ร่วมกันอย่างสันติ สขุ มาตรฐาน ส 1.2 เข้าใจ ตระหนักและปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี และธำรงรักษาพระพุทธศาสนา หรอื ศาสนาที่ตนนบั ถือ สาระท่ี 2 หนา้ ท่ีพลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชวี ิตในสังคม มาตรฐาน ส 2.1 เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงาม และธำรง รักษาประเพณแี ละวฒั นธรรมไทย ดำรงชีวติ อยู่ร่วมกันในสังคมไทย และ สังคมโลกอย่างสันติสุข มาตรฐาน ส 2.2 เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสงั คมปจั จุบัน ยึดมนั่ ศรัทธา และธำรงรักษา ไวซ้ ่ึงการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษตั ริย์ทรงเป็นประมุข สาระท่ี 3 เศรษฐศาสตร์ มาตรฐาน ส.3.1 เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภคการใช้ ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมทั้งเข้าใจหลักการของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการดำรงชีวิตอย่างมดี ุลยภาพ มาตรฐาน ส.3.2 เข้าใจระบบ และสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ และความจำเปน็ ของการรว่ มมือกันทางเศรษฐกิจในสงั คมโลก สาระท่ี 4 ประวตั ิศาสตร์ มาตรฐาน ส 4.1 เข้าใจความหมาย ความสำคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้ วธิ ีการทางประวตั ิศาสตรม์ าวิเคราะห์เหตกุ ารณต์ ่างๆ อยา่ งเป็นระบบ มาตรฐาน ส 4.2 เข้าใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ในด้านความสัมพันธ์และ การเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง ตระหนักถึงความสำคัญและสามารถ วิเคราะห์ผลกระทบที่ เกิดขึน้ มาตรฐาน ส 4.3 เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภมู ิใจและธำรงความเปน็ ไทย

สาระท่ี 5 ภมู ิศาสตร์ มาตรฐาน ส 5.1 เข้าใจลักษณะทางกายภาพของโลก และความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งซึ่งมีผลต่อกัน ใช้แผนที่และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ในการค้นหา วิเคราะห์ และสรุปข้อมูลตามกระบวนการทางภูมิศาสตร์ ตลอดจนใช้ภูมสิ ารสนเทศอย่างมีประสทิ ธิภาพ มาตรฐาน ส 5.2 เข้าใจปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่ก่อให้เกิดการ สร้างสรรคว์ ิถกี ารดำเนินชวี ิต มจี ติ สำนึก และมีส่วนรว่ มในการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมเพ่ือการพัฒนา ท่ยี งั่ ยืน 5. สาระการเรยี นรู้ กล่มุ สาระการเรียนรูส้ ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมวา่ ด้วยการอยรู่ ่วมกันในสังคม ที่มีความเช่ือม สัมพันธ์กัน และมีความแตกต่างกันอย่างหลากหลาย เพื่อช่วยให้สามารถปรับตนเองกับบริบทสภาพแวดล้อม เป็นพลเมอื งดี มีความรับผิดชอบ มคี วามรู้ ทกั ษะ คุณธรรม และคา่ นยิ มทเี่ หมาะสม โดยได้กำหนดสาระต่างๆ ไว้ ดังน้ี ศาสนา ศีลธรรมและจริยธรรม แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม หลักธรรมของ พระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ การนำหลักธรรมคำสอนไปปฏิบัติในการพัฒนาตนเอง และการอยู่ ร่วมกันอย่างสันติสุข เป็นผู้กระทำความดี มีค่านิยมที่ดีงาม พัฒนาตนเองอยูเ่ สมอ รวมทั้งบำเพ็ญประโยชน์ต่อ สงั คมและส่วนรวม หนา้ ท่พี ลเมอื ง วัฒนธรรม และการดำเนนิ ชีวติ ระบบการเมืองการปกครองในสังคม ปัจจุบันการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ลักษณะและความสำคัญ การ เป็นพลเมืองดี ความแตกต่างและความหลากหลายทางวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ ปลูกฝังค่านิยมด้าน ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สิทธิ หน้าที่ เสรีภาพการดำเนินชีวิตอย่างสันติสุขใน สงั คมไทยและสงั คมโลก เศรษฐศาสตร์ การผลติ การแจกจ่าย และการบรโิ ภคสินค้าและบริการ การบริหารจัดการทรัพยากร ที่มีอยู่อย่างจำกัดอย่างมปี ระสิทธิภาพ การดำรงชีวิตอย่างมีดุลยภาพ และการนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ ในชีวิตประจำวัน ประวัติศาสตร์ เวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ วิธีการทางประวัติศาสตร์ พัฒนาการของ มนุษยชาติจากอดีตถึงปัจจุบัน ความสัมพันธ์และเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่างๆ ผลกระทบที่เกิดจาก เหตุการณ์สำคัญในอดีต บุคคลสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆในอดีต ความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรมและภูมปิ ญั ญาไทย แหล่งอารยธรรมท่ีสำคัญของโลก

ภูมิศาสตร์ ลักษณะทางกายภาพของโลก และความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งซึ่งมีผลต่อกัน ใช้ แผนที่ และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ ภูมิสารสนเทศ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสภาพแวดล้อมทางกายภาพ การ จดั การทรัพยากรและส่ิงแวดลอ้ มเพ่ือการพัฒนาทีย่ ง่ั ยนื 6. การพัฒนาหลักสตู ร หลกั การหรือแนวคดิ พืน้ ฐานในการพฒั นาหลักสตู ร การศึกษาเป็นกระบวนการในการพัฒนามนุษย์ การจัดการศึกษาที่ดีควรพัฒนาผู้เรียนในทุก ๆ ต้าน และต้องเป็นประโยชน์ทั้งต่อผู้เรียนและท้องถิ่นอย่างแท้จริง สอดคล้องและเกื้อกูลกัน การศึกษานำไปสู่การ พัฒนาคุณภาพชีวิต เศรษฐกจิ และสงั คมของแต่ละท้องถ่ิน โดยหลกั สตู รและ เนือ้ หาวชิ าทสี่ อนตอ้ งตรงกับการ ความต้องการและนำมาใช้ประโยชน์ในการดำรงชีวิตประจำวัน และการประกอบอาชีพของผู้เรียนในปัจจุบัน และอนาคต ประกอบกับผลจากความก้าวหน้าทางเดินเทคโนโลยีสารสนเทศเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม เปลี่ยนแปลงไปเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่อุตมไปด้วยข้อมูล ความรู้ และนวัตกรรม ส่งผลต่อการทำงาน กล่าวคือ คนที่มีความรู้และทักษะในการรับมือการเปล่ียนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและสามารถปรับตัวให้ เข้ากับสถานการณ์ใหม่ๆ ได้เท่านั้นที่จะประสบความสำเร็จ ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 จะช่วยให้เราสามารถ เรียนรู้และปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา และเพื่อจัดการกับความท้าทายที่เกิดขึ้นนี้ เราจึงต้องหา วธิ กี ารในการสร้างทกั ษะที่จำเป็นเหล่านี้ โดยหน่งึ ในวิธกี ารทสี่ ำคญั คือ การจดั ระบบการศึกษาให้สอดคล้องกับ บริบทที่เปลยี่ นแปลงไป แตใ่ นความเป็นจริงนั้น การจดั การศึกษาในปัจจุบันเปน็ รูปแบบศนู ย์กลางความรู้ กลา่ วคือ หลักสูตรท่ี ใช้ในโรงเรียนทั่วประเทศเป็นหลักสตู รกลาง ซึ่งไต้รับการพัฒนาขึ้นจากหน่วยงานส่วนกลาง จึงเป็นหลักสูตรที่ เหมาะสมสำหรับนำไปใช้ในระดับกว้าง ไม่เจาะจงผู้เรียนในภูมิภาคหรือพื้นใดพื้นที่หนึ่งการใช้หลักสูตร แกนกลางอาจไม่สอดคล้องต่อความต้องการของแต่ละท้องถิ่น ที่มีความแตกต่างกันไป ซึ่งอาจเป็นสาเหตุ สำคัญประการหนึ่งท่ีส่งผลทำให้ผลการประเมินคุณภาพการศึกษาของนักเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ทั้งผล การทดสอบระดับชาติ (O-NET) ผลการสอบ PISA ดังนั้นแล้ว จึงควรวางแนวทางการปฏิรูปการศึกษาอย่าง เป็นรูปธรรม โดยการปรับรูปแบบหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนและท้องถิ่น สามารถ ยืดหยุ่นได้ตามความเหมาะสม มีความหมายต่อชีวิตผู้เรียน และเหมาะสมต่อขนบธรรมเนียมประเพณีของ สังคม และหลักสูตรท่ีดีจะต้องสร้างข้ึนด้วยความร่วมมือจากทุกฝา่ ย และตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาล ซึ่ง หนึ่งในนโยบายทส่ี ำคัญและส่งเสริมให้ผู้เรยี นไดเ้ ปน็

7. หลักการจดั การเรียน กระบวนเรยี นรู้ การออกแบบการจดั การเรียน ข้าพเจ้าได้ศึกษาและมีความเข้าใจในหลักสูตรกลางกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศึกราช 2551 เป็นเบื้องตน้ แล้ว จากนนั้ ทำการศกึ ษาลักษณะของมาตรฐานการเรยี นร้แู ละตัวชว้ี ัด แล้วนำมาวเิ คราะมาตรฐาน และตัวช้ีวดั ของกลุ่มสาระการเรยี นรูส้ ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โดยจดั ทำเป็นโครงสร้างรายวิชาตามที่ ตนรับผิดชอบ และดำเนินการออกแบบหน่วยการเรียนรู้โดยอิงมาตรฐานบนพื้นฐานตามแนวคิดที่ว่า เพื่อเป็นการสง่ เสรมิ ให้ผูเ้ รียนมีส่วนร่วมในช้ันเรียน สร้างปฏสิ มั พันธ์ระหว่างครูผู้สอนกับนักเรยี น มุ่งให้ผู้เรยี น ลงมือปฏิบัติ โดยมีครูเป็นผู้อำนวยความสะดวก เพื่อแสวงหาเทคนิควิธีการจัดการเรียนรู้ และแหล่งเรียนรู้ที่ หลากหลาย ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างมีความหมาย ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้ได้ มีความเข้าใจในตนเอง ใช้ สติปญั ญา คดิ วเิ คราะห์ สรา้ งสรรค์ผลงานนวัตกรรมทบ่ี ง่ บอกถงึ การมสี มรรถนะสำคัญในศตวรรษท่ี 21 ผู้จัดทำได้การออกแบบการจัดการเรียนที่เน้นการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อส่งเสริมให้ให้ ผู้เรยี นได้ปฏิบัตจิ ริงและมีการใช้วิจารณญาณในการคิดและตัดสนิ ในในการปฏิบัตกิ ิจกรรมน้ัน ผู้สอนสนับสนุน ให้เกดิ ความรว่ มมอื อย่างมีประสิทธิภาพ ซ่ึงร่วมมอื ในการปฏบิ ัตงิ านกลุ่มจะนำไปสคู่ วามสำเร็จในภาพรวม การ จัดการเรียนรูเ้ ชิงรุก (Active Learning) ทำให้นักเรียนมีแรงจูงใจในการเรยี น และเเสดงออกถึงความสามารถ ของผเู้ รียน เมื่อผ้เู รยี นได้มสี ่วนร่วมในการปฏิบัตกิ จิ กรรมอยา่ งกระตือรือรน้ ในสภาพแวดล้อมท่ีเอื้ออำนวย ผ่าน การใชก้ จิ กรรมท่คี รูผ้สู อนจัดเตรยี มไวใ้ หอ้ ย่างหลากหลาย การออกแบบการเรียนการสอนการเรียนรู้เชิงรุก เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ลดบทบาทการสอนและ การให้ความรู้โดยตรงของครู แต่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมสร้างองค์ความรู้ภายในห้องเรียนและนอก ห้องเรียนเพื่อให้ผู้เรียนนำความรู้ ความเข้าใจไปประยุกต์ใช้ สามารถวิเคราะห์ สังเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ส่ิง ต่างๆ พัฒนาทักษะกระบวนการคิดไปสู่ระดับที่สูงขึ้น เน้นให้ผู้เรียนได้ใช้ความคิดของตนเองอย่างมีเหตุผล มี โอกาสรว่ มอภิปรายและนำเสนอผลงาน

8. บทบาทครูผสู้ อน บทบาทผู้เรยี น ปัจจุบันนี้ เรื่องของ Active Learning นับเป็นสิ่งที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดในการศึกษาช่วงศตวรรษที่ 21 นี้ ด้วยเพราะเป็นแนวจัดการเรียนรู้ที่จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้และตอบสนองต่อการพัฒนาของ สังคมโลกที่เปลีย่ นแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยความหมายของ Active Learning (การเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัต)ิ นั้น หมายถึงกระบวนการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถข้าใจและเรียนรู้อย่างมีความหมาย โดยผ่านการ กระทำและรว่ มมอื กันระหวา่ งผู้เรยี นดว้ ยกัน ซงึ่ เกิดข้นึ จากสมมตฐิ าน 2 ประการ อันไดแ้ ก่ 1. การเรียนร้เู ป็นความพยายามโดยธรรมชาตขิ องมนษุ ย์ 2. แตล่ ะคนมีแนวทางในการเรียนรทู้ ี่แตกต่างกนั บทบาทของครู กับ Active Learning บทบาทของครู กับ Active Learning ณัชนัน แก้วชัยเจริญกิจ (2550) ได้กล่าวถึงบทบาทของ ครูผูส้ อนในการจดั กิจกรรมการเรยี นร้ตู ามแนวทางของ Active Learning ตังนี้ - จัตใหผ้ ู้เรียนเป็นศูนยก์ ลางของการเรยี นการสอน กจิ กรรมต้องสะทอ้ นความตอ้ งการในการพฒั นา ผเู้ รยี นและเนน้ การนำไปใช้ประโยชน์ในชวี ิตจริงของผู้เรยี น - สร้างบรรยากาศของการมีส่วนร่วม และการเจรจาโต้ตอบที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับ ผสู้ อนและเพือ่ นในช้ันเรยี น - จดั กจิ กรรมการเรียนการสอนให้เปน็ พลวตั ส่งเสริมใหผ้ ู้เรยี นมสี ่วนร่วมในทุกกจิ กรรมรวมทั้งกระตุ้น ให้ผูเ้ รยี นประสบความสำเร็จในการเรียนรู้ - จัดสภาพการเรียนรแู้ บบร่วมมือ สง่ เสรมิ ใหเ้ กิดการร่วมมือในกลุ่มผเู้ รยี น - จดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนใหท้ า้ ทาย และใหโ้ อกาสผูเ้ รยี นไดร้ ับวธิ ีการสอนที่หลากหลาย - วางแผนเกย่ี วกับเวลาในจัดการเรยี นการสอนอย่างชดั เจน ท้งั ในส่วนของเนอื้ หา และกจิ กรรม - ครูผูส้ อนตอ้ งใจกว้าง ยอมรับในความสามารถในการแสดงออก และความคิดของผูเ้ รียน

บทบาทผเู้ รยี น การเตรียมตัวด้านผู้เรียน นอกจากจะต้องพาตัวเองหรือบังคับตัวเองให้ไปเข้าชั้นเรียนแล้ว ส่งิ ที่จะก่อใหเ้ กดิ บรรยากาศของ AL ได้ ผูเ้ รียนกจ็ ะตอ้ งเตรียมตัวในเร่อื งตอ่ ไปนี้ คือ - อ่านบทเรยี นและหรอื ทำการบา้ นที่ได้รับมอบหมายมาล่วงหนา้ - ทบทวนสง่ิ ทไ่ี ด้เรียนไปแลว้ - เตรยี มใจทจ่ี ะเรยี นอย่างสนใจ - เตรยี มกายให้พร้อมทจ่ี ะเข้ารว่ มกจิ กรรมตา่ ง ๆ ขณะเรียน - ต้องพยายามเป็นผู้ฟังที่ Active คือ ตื่นตัวตลอดเวลาว่าใครพูดอะไร ไม่ว่าจะเป็นครูหรือเพื่อนรว่ ม ชั้นและต้องมสี ว่ นรว่ มในการสนองตอบต่อการพดู คุยน้นั - ต้องจดบนั ทึกสม่ำเสมอ 9. สื่อการเรยี นรู้ ม่งุ มน่ั ในการพัฒนาตนเองในการสรา้ งและพัฒนาสือ่ การเรยี นรู้ รวมถงึ ดา้ นเทคโนโลยที างการศกึ ษา ต่าง ๆ ให้มที ักษะความรู้ ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยีเพ่ือเกิดประโยชน์ต่อผูเ้ รียน นำมาใช้ในการจดั การ - เรียนการสอนและการประเมินผล ดงั นี้ - การตรวจขอ้ สอบโดยใชโ้ ปรแกรม ZiPGrage - การเรยี นการสอนโดยใช้โปรแกรม Kahoot - การเรยี นการสอนโดยใช้โปรแกรม Quizizz - การเรียนการสอนโดยใช้ สื่อ power point - การเรียนการสอนโดยใช้ ใบงานตา่ ง ๆ - ภาพยนตรส์ ั้นเพ่อื การเรียนรู้ในรายวิชาตา่ ง ๆ - หนงั สอื เรยี น ประวตั ิศาสตร์ ม.2 - การเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน (Game-based Learning) - เพลงเจ้าตาก KARAOKE https://www.youtube.com/watch?v=FvjtjEC9geY - ภาพบุคคลสำคญั สมัยอาณาจักรธนบรุ ี - ภาพบคุ คลสำคญั สมัยอยธุ ยา - เทคนิคหมวก 6 ใบ - สมุดเล่มเล็กประวัตบิ ุคคลสำคัญ

10. เกณฑก์ ารวัดประเมนิ ผลการเรยี น ดำเนินการวัดและประเมินผลไปพร้อม ๆ กันซง่ึ เป็นการประเมินนักเรยี นตามสภาพจริงและสอดคล้อง กบั แนวทางการวดั และประเมนิ ผลในปจั จุบัน ดังนี้ นอกจากนี้ยังมกี ารตรวจผลงาน การสังเกตนักเรยี น ในขณะปฏบิ ตั งิ าน การซกั ถามเป็นรายบคุ คล การตรวจสอบการส่งงานตามกำหนดเวลา ทั้งนี้ ขา้ พเจา้ ได้จัดทำแบบทดสอบเพ่อื ใช้ในการทดสอบก่อนเรยี น และหลังเรียนในบางจุดประสงค์ พร้อมกันนี้ได้ดำเนินการวัดและประเมินผลตามแนวทางของหลักสูตร การศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 และระเบียบว่าดว้ ยการวดั และประเมนิ ผลสถานศกึ ษา ระดับมัธยมศึกษา ในกรตัดสินเพ่ือให้ระดับผลการเรียนรายวิชา ให้ใช้ตัวเลขแสดงระดับผลการเรียน เป็น 8 ระดับ โดยแบ่งระดบั ผลการเรียน ดงั นี้ ระดบั ผลการเรยี น ความหมาย ชว่ งคะแนนเป็นร้อยละ 4 ผลการเรยี นดเี ยีย่ ม 80-100 3.5 ผลการเรยี นดีมาก 75-79 3 ผลการเรยี นดี 70-74 2.5 ผลการเรียนคอ่ นข้างดี 65-69 2 ผลการเรียนน่าพอใจ 60-64 1.5 ผลการเรียนน่าพอใจ 55-59 1 ผลการเรยี นผา่ นเกณฑ์ขน้ั ต่ำ 50-54 0 ผลการเรยี นตำ่ กวา่ เกณฑ์ 0-49 ใหใ้ ช้อักษรแสดงผลการเรยี นท่มี ีเงอื่ นไขในแตล่ ะรายวิชาดังนี้ มส หมายถึง ไม่มสี ิทธ์ิเข้ารบั การประเมินผลปลายภาคเรียน ร หมายถงึ รอการตัดสนิ หรอื ยงั ตัดสินไม่ได้ มก หมายถงึ เรยี นโดยไมน่ บั หนว่ ยกติ มเี วลาเรียนครบร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทัง้ หมด การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์นั้น ให้ระดับผล การประเมนิ เปน็ ดีเยยี่ ม ดี และผา่ น

11. กระบวนการวิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและ วัฒนธรรม ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 2 ประกอบด้วยหัวขอ้ ตา่ ง ๆ ดังน้ี 11.1 คำอธิบายรายวิชา รายวิชา ประวตั ศิ าสตร์ 4 ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2 รหสั วิชา ส22104 เวลาเรยี น 20 ชัว่ โมง/ภาคเรียน น้ำหนัก 0.5 หนว่ ยกิต ศึกษาวิเคราะห์พัฒนาการการของอาณาจักรอยุธยาและธนบุรี ในเรื่องเกี่ยวกับการสถาปนา อาณาจักร ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเจริญรุ่งเรืองและความมั่นคง พัฒนาการทางด้านการเมืองการปกครอง สังคม เศรษฐกจิ และความสัมพันธร์ ะหว่างประเทศ เหตุการณ์สำคญั ในสมยั อยธุ ยา และธนบรุ ี เช่น การเสยี กรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 1 และการกู้เอกราช การเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 และการกู้เอกราช วิเคราะห์ภูมิ ปัญญาไทยและวฒั นธรรมไทยสมัยอยุธยา และธนบรุ ที ่มี ีต่อพัฒนาการชาติไทยในยุคต่อมา เช่น การควบคุม กำลังคน ศิลปกรรมไทย วรี กรรมของบรรพบุรุษไทยสมัยอยุธยา และธนบรุ ี เชน่ สมเด็จพระรามาธบิ ดที ี่ 2 สมเด็จพระสุริโยทัย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระนารายณ์มหาราช สมเด็จพระเจ้าตากสิน มหาราช โดยใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการเผชิญสถานการณ์ และกระบวนการแก้ปัญหา เพื่อให้เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรมไทยและภูมิปัญญาไทย เห็นความพยายามของ บรรพบุรุษที่ปกป้องชาติ และสร้างสรรค์ความเจริญสืบต่อมาถึงปัจจุบัน มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในด้าน รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต ใฝ่เรียนรู้ มีวินัย มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย อยู่อย่าง พอเพยี งตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ตวั ช้วี ดั ส 4.3 ม.2/1, 2, 3 รวม 3 ตัวชวี้ ัด

11.2 โครงสรา้ งรายวิชา รายวิชา ประวตั ิศาสตร์ 4 ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2 รหัสวิชา ส22104 เวลาเรียน 20 ชวั่ โมง/ภาคเรยี น น้ำหนกั 0.5 หนว่ ยกิต ลำดบั ช่อื หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการ สาระสำคญั เวลา ท่ี เรยี นรู/้ ตวั ช้วี ดั (ชัว่ โมง) ส 4.3 ม.2/1 พัฒนาการของอาณาจักรอยุธยามี ม.2/2 ม.2/3 ปจั จัยสำคญั ทสี่ ง่ ผลต่อความ 1 พัฒนาการของ ส 4.3 ม.2/1 เจรญิ รงุ่ เรอื งของอาณาจกั ร ภมู ิ 9 อาณาจักรอยธุ ยา ม.2/3 ปญั ญาและวฒั นธรรมของสมัย ส 4.3 ม.2/3 อยธุ ยายงั มีอทิ ธพิ ลต่อการพัฒนา รวม ชาตไิ ทยในยคุ ตอ่ มา พฒั นาการของอาณาจักรธนบุรีมี ปัจจัยสำคัญทีส่ ง่ ผลต่อความ 2 พฒั นาการของ เจริญรุง่ เรอื งของอาณาจักร ภูมิ 6 อาณาจกั รธนบุรี ปัญญาและวัฒนธรรมของสมัย ธนบุรียังมีอิทธิพลต่อการพัฒนา ชาตไิ ทยในยุคตอ่ มา ประวตั ิและผลงานของ พระมหากษัตรยิ ์ ขนุ นาง ในสมยั ประวัตแิ ละผลงาน อยุธยาและสมยั ธนบุรี ท่ที ำ ของบุคคลสำคญั ใน คุณประโยชนใ์ ห้แก่ชาตบิ า้ นเมอื ง การสร้างสรรค์ชาติ 3 ในดา้ นตา่ งๆ ด้วยความเสียสละ 5 ไทย กลา้ หาญ อดทน และความเข้มแข็ง เปน็ แบบอย่าง ใหอ้ นุชนรนุ่ หลงั ไดน้ ำไปประพฤติ ปฏิบตั ิตาม 20

11.3 การวิเคาระหห์ น่วยการเรียน รายวชิ า ประวตั ิศาสตร์ 4 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 รหสั วชิ า ส22104 เวลาเรยี น 20 ช่วั โมง/ภาคเรียน นำ้ หนัก 0.5 หนว่ ยกิต หน่วยการเรยี นรู้ เรอื่ งย่อย ตวั ช้วี ัด พัฒนาการของอาณาจักรอยธุ ยา 1. การสถาปนอาณจักรอยุธยา เวลา 9 ชว่ั โมง 2. ปัจจยั ท่ีมผี ลตอ่ ความ ส 4.3 เจรญิ รงุ่ เรอื งของอาณาจกั ร ม.2/1 วเิ คราะหพ์ ัฒนาการของ พฒั นาการของอาณาจกั รธนบุรี อยุธยา อาณาจักรอยุธยาและธนบุรีใน เวลา 6 ชวั่ โมง 3. พฒั นาการทางประวตั ศิ าสตร์ ดา้ นต่าง ๆ ของอาณาจักรอยธุ ยา ม.2/2 วิเคราะห์ปัจจัยทส่ี ง่ ผลต่อ ประวัตแิ ละผลงานของบุคคล 4. การเส่อื มอำนาจของ ความมน่ั คงและความ สำคัญในการสร้างสรรคช์ าตไิ ทย อาณาจักรอยุธยา เจรญิ ร่งุ เรอื งของอาณาจกั รอยธุ ยา เวลา 5 ชว่ั โมง 5. ภูมปิ ญั ญาและวัฒนธรรมไทย ม.2/3 ระบภุ ูมปิ ญั ญาและ สมยั อยุธยา วัฒนธรรมไทยสมยั อยุธยาและ ธนบรุ ี และอทิ ธพิ ลของภูมิปัญญา 1. การสถาปนาอาณาจักรธนบรุ ี ดงั กลา่ ว ตอ่ พัฒนาชาตไิ ทยยุค 2. ปัจจัยท่มี ีผลตอ่ ความ ตอ่ มา เจรญิ รุ่งเรอื งของอาณาจักรธนบรุ ี 3. พัฒนาการทางประวตั ิศาสตร์ ส 4.3 ของอาณาจักรธนบรุ ี ม.2/1 วเิ คราะห์พัฒนาการของ 4. การเสอ่ื อำนาจของอาณาจกั ร อาณาจักรอยุธยาและธนบรุ ีใน ธนบุรี ด้านต่าง ๆ 5. ภูมปิ ญั ญาและวฒั นะรรมไทย ม.2/3 ระบุภมู ปิ ญั ญาและ สมัยธนบุรี วัฒนธรรมไทยสมยั อยธุ ยาและ 1. ประวตั ิและผลงานของบุคคล ธนบรุ ี และอิทธิพลของภูมปิ ัญญา สำคัญในสมยั อยธุ ยา ดังกลา่ ว ต่อพฒั นาชาตไิ ทยยุค 2. ประวัติและผลงานของบุคคล ต่อมา สำคัญในสมัยอยุธยา ส 4.3 ม.2/3 ระบุภมู ิปญั ญาและ วฒั นธรรมไทยสมัยอยุธยาและ ธนบุรี และอทิ ธิพลของภูมปิ ัญญา ดังกลา่ ว ต่อพัฒนาชาตไิ ทยยุค ตอ่ มา

11.3 การกำหนดเปา้ หมายการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ชี้วัด ความรู้ กจิ กรรม คุณลกั ษณะ มาตรฐาน ส 4.3 ม.2/1 วเิ คราะห์ กระบวนการ/ทกั ษะ เข้าใจความเปน็ มา พัฒนาการของ 1. อธบิ ายเร่ืองราว 1. รักชาติ ศาสน์ ของชาติไทย อาณาจักร ก่อนการสถาปนา 1. วเิ คราะหป์ ัจจยั ท่ี กษัตรยิ ์ วัฒนธรรม ภมู ปัญญา อยุธยาและ อาณาจกั รอยุธยาได้ สง่ เสรมิ ความ 2. ซ่อื สัตย์สจุ ริต ไทย มีความรัก ความ ธนบุรีในด้านต่าง 2. อธบิ ายลกั ษณะ เจริญร่งุ เรืองของ 3. มีวินั ภูมิใจและธำรงความ ๆ การเมืองการปกครอง อาณาจกั รอยุธยาได้ 4. ใฝเ่ รยี นรู้ เป็นไทย สมัยอยุธยาได้ 2. ทักษะกระบวนการ 5. อยูอ่ ย่าง ม.2/2 วเิ คราะห์ 3. เปรียบเทียบ กล่มุ พอเพยี ง มาตรฐาน ส 4.3 ปัจจยั ทส่ี ่งผลต่อ รปู แบบการจดั การ 3. วเิ คราะห์พัฒนาการ 6. มงุ่ มนั่ ในการ เข้าใจความเป็นมา ความมัน่ คงและ ปกครองในสมัยตา่ งๆ ด้านการเมอื งการ ทำงาน ของชาติไทย ความ ได้ ปกครองของอาณาจกั ร 7. รกั ความเปน็ วฒั นธรรม ภูมปญั ญา เจรญิ รุง่ เรอื งของ 4. อธบิ ายสาเหตุของ ธนบุรไี ด้ ไทย ไทย มคี วามรัก ความ การเลือกกรุงธนบุรี 8. มจี ติ สาธารณะ เป็นราชธานตี อ่ จากรงุ 1. ทกั ษะกระบวนการ ศรีอยธุ ยาได้ กลุม่ 1. รกั ชาติ ศาสน์ 5. นักเรียนบอกการ 2. วิเคราะหล์ ักษณะ กษตั รยิ ์ ปกครองของ ความสมั พันธร์ ะหว่าง 2. ซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ อาณาจกั รธนบรุ ไี ด้ อยุธยากับรฐั ทอ่ี ยู่ 3. มวี ินั 6. บอกสาเหตุของ ใกล้เคยี งได้ 4. ใฝ่เรยี นรู้ ปัญหาเศรษฐกจิ ใน สมยั ธนบรุ ีได้ 7. อธบิ ายบทบาท และความสัมพนั ธข์ อง ชนช้นั ตา่ งๆ ในสงั คม สมยั ธนบรุ ไี ด้ 8. บอกสาเหตุของ ปัญหาเศรษฐกิจใน สมยั ธนบรุ ไี ด้ 9. อธิบายบทบาท และความสมั พันธ์ของ ชนชั้นตา่ งๆ ในสงั คม สมยั ธนบรุ ีได้ 10. อธบิ ายสาเหตุท่ี ทำให้อาณาจกั รธนบรุ ี เสื่อมอำนาจได้ 1. อธิบายลกั ษณะ การเมอื งการปกครอง สมัยอยธุ ยาได้ 2. เปรยี บเทียบ รปู แบบการจดั การ

ภมู ิใจและธำรงความ อาณาจักร ปกครองในสมยั ตา่ งๆ 3. วิเคราะหส์ าเหตกุ าร 5. อยู่อย่าง เป็นไทย อยุธยา ได้ เสียกรงุ ศรีอยธุ ยาคร้ังที่ พอเพยี ง 3. อธิบายลักษณะ 1 และครงั้ ที่ 2 ได้ 6. มงุ่ ม่นั ในการ เศรษฐกจิ ของ ทำงาน อาณาจกั รอยธุ ยาได้ 7. รักความเปน็ 4. บอกความสำคญั ไทย ของสังคมศักดินาได้ 8. มีจิตสาธารณะ 5. อธิบายโครงสร้าง ทางสงั คมในสมยั อยุธยาได้ 6. บอก ความสมั พันธร์ ะหวา่ ง อยธุ ยากบั ชาติ ตะวันตกได้ 7. อธบิ ายข้ันตอน การกอบกเู้ อกราชได้ มาตรฐาน ส 4.3 ม.2/3 ระบภุ ูมิ 1. ระบภุ มู ิปัญญา 1. ทักษะกระบวนการ 1. รกั ชาติ ศาสน์ เขา้ ใจความเป็นมา ปญั ญาและ และวฒั นธรรมไทย กลมุ่ กษัตริย์ ของชาติไทย วฒั นธรรมไทย สมยั อยธุ ยาได้ 2. วเิ คราะห์พระราช 2. ซือ่ สตั ยส์ ุจรติ วัฒนธรรม ภูมปัญญา สมยั อยธุ ยาและ 2. อธบิ ายอทิ ธพิ ล ประวัติของสมเด็จพระ 3. มวี นิ ั ไทย มีความรัก ความ ธนบุรี และ ของภมู ปิ ัญญาสมยั นารายณ์มหาราช และ 4. ใฝ่เรยี นรู้ ภูมใิ จและธำรงความ อทิ ธพิ ลของภมู ิ อยุธยาที่มตี ่อการ สมเด็จพระเพทราชาได้ 5. อยูอ่ ย่าง เป็นไทย ปญั ญาดงั กลา่ ว พัฒนาชาตไิ ทยในยคุ ทำคณุ ประโยชนใ์ หแ้ ก่ พอเพียง ตอ่ มาได้ ชาติบ้านเมอื งในดา้ น 6. มงุ่ มนั่ ในการ ต่อพฒั นาชาติ 3. ระบภุ ูมิปญั ญา ตา่ ง ๆ ได้ ทำงาน ไทยยคุ ต่อมา และวฒั นธรรมไทย 7. รักความเปน็ สมัยธนบรุ ี ไทย 4. เลา่ พระราช 8. มจี ติ สาธารณะ ประวตั ขิ องสมเด็จ พระรามาธบิ ดีท่ี 1 (อู่ ทอง) และสมเดจ็ พระ บรมไตรโลกนาถได้ 5. บอกวีรกรรมของ สมเด็จพระสรุ โิ ยทยั และสมเดจ็ พระ นเรศวรมหาราชท่ีมี สว่ นในการพฒั นาชาติ ไทยได้ 5. อธบิ ายวีรกรรม ของสมเดจ็ พระ นารายณ์มหาราช และสมเดจ็ พระเพท ราชาท่ีมสี ่วนในการ พฒั นาชาติไทยได้

6. บอกวรี กรรมของ ออกญาโกษาธิบดี (ปาน) ลาลแู บร์ และ เยเรเมยี ส ฟาน ฟลตี ท่มี สี ่วนในการพฒั นา ชาติไทยได้ 7. เล่าพระราช ประวัตขิ องสมเด็จ พระเจ้าตากสิน มหาราช สมเดจ็ เจ้าพระยามหา กษตั ริยศ์ ึก และ ความเป็นมาของ เจ้าพระยาสรุ สหี ์ (บุญ มา) ได้

11.4 ตัวช้วี ดั / ผลการเรยี นรู้ กลุม่ สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม รายวชิ าประวัติศาสตร์ 4 รหสั วชิ า ส22104 สาระท่ี 4 ประวตั ศิ าสตร์ น้ำหนกั การประเมิน KP ตัวชีว้ ัด/ผลการเรียนรู้ มาตรฐาน A ก่อนกลาง กลาภงาภคาค ห ัลงกลาง ปลาภายคภาค ่กอนกลาง กลาภงาภคาค ห ัลงกลาง ปลาภายคภาค ่กอนกลาง ห ัลภงากคลาง ภาค รวมคะแนน ส 4.3 ม.2/1 วิเคราะห์พฒั นาการ ส 4.3 15 14 - 10 7 6 - 6 3 - 61 ของอาณาจักรอยธุ ยาและธนบุรใี นดา้ น ตา่ ง ๆ ส 4.3 - - 7 6 - - 3 2 - 2 20 - - 6 4 - - 4 2 - 3 19 ส 4.3 ม.2/2 วเิ คราะหป์ จั จัยท่ี ส 4.3 15 14 13 20 7 6 7 10 3 5 100 สง่ ผลต่อความมั่นคง และความ เจริญร่งุ เรอื งของอาณาจักรอยุธยา ส 4.3 ม.2/1 วิเคราะห์พฒั นาการ ของอาณาจกั รอยธุ ยาและธนบุรใี นดา้ น ตา่ ง ๆ ส 4.3 ม.2/3 ระบุภมู ปิ ญั ญาและ วฒั นธรรมไทยสมยั อยุธยาและธนบรุ ี และอทิ ธพิ ลของภูมปิ ญั ญาดงั กล่าว ต่อ การพฒั นาชาตไิ ทยในยุคต่อมา รวม ตัวช้วี ัด / ผลการเรียนรทู้ ี่ประเมินเพอื่ เกบ็ คะแนนกอ่ นวดั ผลกลางภาค คือ ส ๔.๓ ม.๒/๑, ๒/๒ ตวั ช้วี ัด / ผลการเรียนรู้ทส่ี อบเกบ็ คะแนนวดั ผลกลางภาค คือ ส ๔.๓ ม.๒/๑, ๒/๒ ตัวช้วี ดั / ผลการเรียนรู้ที่ประเมนิ เพ่ือเกบ็ คะแนนหลงั วัดผลกลางภาค คือ ส ๔.๓ ม.๒/๑, ๒/๓ ลงชื่อ..................................ครผู ู้สอน ลงช่อื .................................หัวหนา้ กลุม่ สาระฯ (นายนันทพงษ์ มะลวิ ลั ย์) (นางสาวนนั ทิยา ชุ่มชนื่ ด)ี


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook