บทที่ 4: กรณีศกึ ษาการใชท้ รัพยากรชายฝั่งและทะเลดา้ นการทอ่ งเทย่ี ว 49ตารางท่ี 4.3 (ต่อ)จังหวดั ปี พ.ศ. 2549 2545 2547 2551 2553 3,010,015รวมกลุ่มจงั หวดั อนั ดามัน 3,124,823 4,243,708 n/a 2,357,014 6,359,674 n/a 6,157,180ผู้เย่ยี มเยือนชาวไทย 3,423,158 7,253,723 9,484,497 100,755.35 n/a 8,514,194ผ้เู ยีย่ มเยอื น 4,374,505 114,769.86 n/a 142,860.94ชาวตา่ งชาติ 3.74 n/a 3.94 4.25ผเู้ ยย่ี มเยือนรวม 7,777,663รายได้ (ล้านบาท) 95,031.37วันพักเฉล่ยี 4.43ทม่ี า: การทอ่ งเทย่ี วแห่งประเทศไทย กรมการท่องเท่ยี ว 2554.หมายเหต:ุ 1. ผเู้ ยย่ี มเยือน เทา่ กบั นักทอ่ งเท่ยี ว รวมกับ นกั ทศั นาจร 2. ผู้เย่ียมเยือน ปี พ.ศ. 2551 n/a (not applicable) เน่ืองจากขอ้ มลู ไมส่ มบูรณ์ และใชข้ ้อมลู ผู้เยย่ี มเยือน ปี พ.ศ. 2550 บวกด้วย (ข้อมลู ผู้เยย่ี มเยือน ปี พ.ศ. 2550 คูณดว้ ย อัตราการขยายตวั ของผู้เย่ียมเยือนเฉล่ียรายภูมิภาค ปี พ.ศ. 2551) เปน็ ตวั แทน 3. วันพักเฉล่ีย ในปี พ.ศ. 2551 n/a (not applicable) เน่ืองจากข้อมูลไม่สมบูรณ์ ประมาณการโดยใช้ค่าเฉลี่ยของระยะเวลาเฉล่ียในการเขา้ พักจากปี พ.ศ. 2547-2550 4. รายได้จากการท่องเที่ยว ในปี พ.ศ. 2551 n/a (not applicable) เน่ืองจากข้อมูลไม่สมบูรณ์ ประมาณการโดยใช้ข้อมูลในปี พ.ศ. 2550บวกดว้ ย (ข้อมูลรายไดจ้ าการทอ่ งเทยี่ วปี พ.ศ. 2550 คูณดว้ ย อัตราการขยายตวั ของดัชนีราคาผบู้ รโิ ภครายจังหวัด ปี พ.ศ. 2551) เปน็ ตวั แทนง) ศกั ยภาพทางดา้ นการท่องเทยี่ ว กลมุ่ ไขม่ กุ อนั ดามนั มที รพั ยากรการทอ่ งเทยี่ วทหี่ ลากหลาย และมศี กั ยภาพสงู โดยเฉพาะทรพั ยากรทอ่ งเทย่ี วประเภท หาดทราย และชายทะเล แตล่ ะจงั หวดัมีศักยภาพและจุดเด่นการท่องเท่ียวท่ีแตกต่างกันออกไป พอสรุปเป็นสังเขปไดด้ ังน1้ี • จังหวัดภูเก็ต มีศักยภาพในเร่ืองการท่องเที่ยวเพ่ือการพักผ่อนและการกีฬาทางนํา้ (Marine sports) และการท่องเที่ยวเพือ่ สขุ ภาพ (Health tourism)โดยเน้นในเรอื่ งของความทันสมยั สิง่ อ�ำ นวยความสะดวก และความหลากหลายของกิจกรรมการท่องเที่ยว ตลาดนักท่องเที่ยวของภูเก็ตเน้นกลุ่มนักท่องเท่ียวทม่ี กี �ำ ลงั ซอ้ื สงู และมคี ณุ ภาพ นอกจากนี้ จงั หวดั ภเู กต็ ยงั มศี กั ยภาพในการพฒั นาในเรือ่ งของ Marina (ท่จี อดเรือยอชท์ ) ซงึ่ ปจั จุบนั มแี นวโน้มการใช้บรกิ าร Marinaของนักทอ่ งเทย่ี วเพิม่ มากข้นึ (ยา้ ยมาจากสงิ คโปร)์1 สรุปมาจากแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว พ.ศ. 2550-2553 กลุ่มจังหวัดสามเหล่ียมอันดามัน (พังงา ภูเก็ต กระบ่ี) ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, และจากการสัมภาษณ์และประชุม รว่ มกับผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกย่ี วข้อง.
50 กรณศี กึ ษาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น • จงั หวดั พงั งา มจี ดุ เดน่ ในเรอ่ื งของการทอ่ งเทย่ี วเชงิ นเิ วศน์(Eco-tourism)ท่เี กิดจากการผสมผสานความอุดมสมบรู ณข์ องทรพั ยากรธรรมชาติทห่ี ลากหลายและสวยงาม และการทอ่ งเทยี่ วเชงิ เกษตรกรรม(Agro-tourism) รวมทง้ั สปา(Spa)เน่ืองจากจังหวัดนี้มีความได้เปรียบทางกายภาพท่ีทำ�ให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธ์ุ เช่น สวนผลไม้ สมุนไพร เปน็ ตน้ นอกจากนย้ี งั มีมมุ ท่มี ีความสงบของเมือง เช่น เขาหลัก ตะก่วั ปา่ (มีสถาปัตยกรรมโบราณทีส่ ะทอ้ นถงึ ยุคแหง่ การทำ�เหมืองดีบุก) เป็นต้น รวมท้ังความสวยงามของธรรมชาติทางทะเลท่ีโดดเด่นอยา่ งหมเู่ กาะสุรนิ ทรแ์ ละหมเู่ กาะสมิ ลิ นั • จงั หวดั กระบี่ มศี กั ยภาพในเรอ่ื งความหลากหลายของสถานทที่ อ่ งเทยี่ วเชน่ อ.อา่ วลกึ มีประวัตศิ าสตรภ์ าพเขียนโบราณ เปน็ แหล่งของถํา้ ป่าไม้ ลำ�ธารต.เขาทอง มีการพายเรือแคนู มีวิวทิวทัศน์และธรรมชาติท่ีสวยงาม หาดยาวซงึ่ เปน็ พนื้ ทร่ี าบสามารถสรา้ งเปน็ สนามกอลฟ์ และจดั การทอ่ งเทย่ี วแบบLongstayเกาะลันตาที่มีวัฒนธรรมท่ีหลากหลาย และเกาะไหง ที่มีความสงบสูง เป็นต้นนอกจากนี้ ยังมีจุดเด่นในเรื่องการท่องเที่ยวแบบ Diving paradise ท้องทะเลสวยงาม แหล่งดำ�น้ําที่สำ�คัญ เช่น หมู่เกาะพีพี เกาะพีพีเล เกาะห้า เป็นต้นจะเห็นไดว้ า่ แหลง่ ท่องเท่ียวของจังหวดั กระบม่ี คี วามหลากหลายและแตกตา่ งกันอย่างส้นิ เชงิ ทง้ั ลักษณะทางกายภาพ และศกั ยภาพในการพัฒนา ดงั นนั้ จึงควรได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสม ตามแนวทางการพัฒนาโดยการสร้างเอกลักษณ์ของแต่ละพน้ื ท่ี นอกจากศกั ยภาพทางดา้ นแหลง่ ทอ่ งเทยี่ วแลว้ กลมุ่ จงั หวดั ไขม่ กุ อนั ดามนัยงั มศี กั ยภาพในเร่ืองของอาหาร และของท่รี ะลึก อีกดว้ ย โดยเฉพาะในเรือ่ งของอาหารพ้ืนเมือง และอาหารทะเล ซ่งึ เปน็ อกี หน่งึ จุดเดน่ ท่สี ำ�คัญของกล่มุ จังหวัดน้ีทั้ง 3 อบต. ดังกล่าวข้างต้นมีปัญหาที่เก่ียวเน่ืองกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการท่องเท่ียวที่คลายคลึงกัน อาทิเช่น การบุกรุก การใช้ประโยชน์พื้นที่สูง(ภเู ขา) พนื้ ที่ใตน้ า้ํ พนื้ ทชี่ ายหาด แตอ่ ยา่ งไรกต็ าม แตล่ ะ อปท. กม็ ปี ระเดน็ ปญั หาบางประการท่ีในรายละเอียดทีแ่ ตกตา่ งกัน ซ่งึ จะกล่าวตอ่ ไป4.1.1 ปัญหาทีเ่ ก่ยี วกบั การใชท้ รัพยากรธรรมชาติเพอ่ื การทอ่ งเทย่ี ว เน่ืองจากพื้นท่ีชายฝั่งภูอันดามันมีแหล่งทรัพยากรด้านการท่องเท่ียวทางทะเลทสี่ วยงามและเปน็ ทแ่ี หลง่ ทม่ี าของรายไดแ้ กป่ ระชากรในทอ้ งที่ จงึ ท�ำ ให้ อปท.ชายทะเลมีปัญหาเก่ียวกับการบุกรุกพ้ืนท่ีสาธารณะหรือการก่อสร้างในพื้นที่สูง
บทที่ 4: กรณศี กึ ษาการใช้ทรพั ยากรชายฝง่ั และทะเลดา้ นการท่องเท่ยี ว 51ปญั หามลพษิ ขยะและปญั หาอนื่ ๆ ทเ่ี กยี่ วเนอ่ื งกบั การใชท้ รพั ยากรทางการทอ่ งเทย่ี วดังนี้ก) ปัญหาการใช้ทส่ี าธารณะ • การบุกรุกพ้ืนท่ีบริเวณชายหาด ไม่ใช่เป็นการบุกรุกเพ่ือยึดท่ีดินแตเ่ ปน็ การบกุ รกุ ในลกั ษณะของหาบเร่ แผงลอย และสรา้ งเปน็ เพงิ เลก็ ๆ บนชายหาดบริเวณซ่ึงมีลักษณะเป็นเพิงชั่วคราวท่ีใช้ในการขายของในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว6 เดือน และก็ท้งิ ร้างไปในช่วงที่ไม่ใชฤ่ ดูท่องเที่ยว และกลับมาใหม2่ ซึ่งปัญหาการดูแลพื้นท่ีสาธารณะมิได้อยู่ในอำ�นาจองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่เปน็ กฎหมายถอื ร่วมกันกบั ทางอ�ำ เภอ และจังหวดั ปญั หาบรเิ วณชายหาด เชน่ เกา้ อชี้ ายหาดกพ็ ยายามจดั ใหอ้ ยเู่ ปน็ โซนของสถานบริการนั้นๆ เพราะหากมีแค่เพียงห้องพักก็ไม่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทสี่ ว่ นใหญ่มาเท่ยี วทะเลก็เพ่อื ลงเล่นนา้ํ ทะเล และอาบแดด ซง่ึ ตรงน้กี เ็ ป็นรายได้อีกสว่ นหน่งึ ท่สี ถานบริการไดร้ ับ ในจังหวัดพังงามีประกาศของผู้ว่าราชการจังหวัด เรื่องห้ามใช้สกู๊ตเตอร์ยานพาหนะบรเิ วณชายหาด เพอ่ื ใหช้ ายหาดของจงั หวดั พงั งาเปน็ ธรรมชาตมิ ากทส่ี ดุตามนโยบายการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ดังนั้น บริเวณชายหาดในพื้นที่ จึงทำ�ให้ไม่มีกิจกรรมทางน้ํา เชน่ เรือกล้วย เจต็ สกี ท�ำ ใหไ้ ม่มีปญั หาเรอ่ื งมลพษิ ทางเสียงซงึ่ เป็นจดุ ขายจดุ หนง่ึ ของนกั ทอ่ งเท่ียวท่มี าเทีย่ วและพักผอ่ นทน่ี ่ี • ปัญหาไม่มีที่จอดเรือสำ�หรับชาวประมง ซ่ึงในพื้นท่ีมีการทำ�ประมงขนาดเล็กเท่านั้น แต่ก็ยังไม่มีท่าเรือจอด เกิดปัญหาก็คือเรือชาวประมงหากไม่จอดในบรเิ วณพน้ื ทหี่ น้าโรงแรมทตี่ ดิ ชายหาด กท็ �ำ ใหเ้ กดิ ปญั หาบดบงั ทศั นยี ภาพบริเวณหน้าหาด หรือหากเรือไปจอดในพื้นท่ีเอกชนซ่ึงหมายถึงพ้ืนที่เอกชนทม่ี ีหนา้ โฉนดติดชายหาด เอกชนไมต่ อ้ งการใหช้ าวประมงเดินผา่ นเขา้ ออกพื้นท่ีกรรมสิทธิ์ นอกจากนี้การจอดเรือของชาวประมงไม่ใช่แค่เพียงจอดเรือไว้เฉยๆแต่หากต้องมีการอยู่โยงเฝ้าเรือด้วย ทำ�ให้ชาวประมงต้องสร้างเพิงพักชั่วคราวข้ึนในพ้นื ทเ่ี หลา่ น้ี เนอ่ื งจากไมม่ ีทา่ จอดโดยเฉพาะส�ำ หรบั ชาวประมง ซ่ึงในอดตียังไม่มีสถานบริการโรงแรมก็ถือว่าชายหาดเป็นที่สาธารณะยังไม่มีคู่กรณีเกิดข้ึนแต่ในปัจจุบันเม่ือมีสถานบริการเกิดข้ึนก็ทำ�ให้เกิดคู่กรณีขึ้นกลายเป็นปัญหาขึ้นมาทนั ทีหากเรอื ประมงจะไปจอดในบริเวณนั้น2 ดูวธิ ีการจัดการจากกรณีศกึ ษาเทศบาลเมืองแสนสุขในตอนถัดไปซง่ึ มีการจดั การอย่างเป็นระบบ.
52 กรณศี ึกษาการจดั การทรพั ยากรธรรมชาตขิ ององค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิข) ปัญหาการถือครองทีด่ นิ และกระบวนการพสิ ูจนก์ ารครอบครองทด่ี นิ ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติซ่ึงชาวบ้านแจ้งว่าได้มีการประกาศเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับที่ดินทำ�กินของชาวบ้านและไม่ได้รับความเป็นธรรม และทางการไม่ได้ทำ�การพิสูจน์สิทธ์ิอยา่ งจรงิ จงั เพ่อื ท่อี อกโฉนดให้กบั ชาวบา้ น อบต. ในพนื้ ทศ่ี กึ ษากม็ ปี ญั หาทตี่ งั้ ส�ำ นกั งาน อบต. ปจั จบุ นั มหี ลกั ฐานชดั เจนว่าเป็นที่ดิน นสล. แต่ทางเจ้าหน้าที่อุทยานก็แจ้งว่าไม่สามารถก่อสร้างอาคารไดเ้ น่ืองจากท่ีดินบริเวณดังกล่าวเปน็ ท่ีดินท่ีอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ นอกจากนี้ก็มีการซื้อ ครอบครองที่ดินบนเขาท่ีไปทำ�เป็นรีสอร์ทซงึ่ ตามลกั ษณะพน้ื ที่ไมน่ า่ จะออกเปน็ เอกสารสทิ ธิ์ได้ แต่ อปท. ไมม่ สี ทิ ธไิ ปจดั การตรงนน้ั ได้ค) ปญั หาการขาดแคลนนา้ํ และการจัดหาสาธารณูปโภค ในพื้นที่ อบต. ท่ีศึกษามีปัญหาคล้ายคลึงกัน คือ 1)ประชาชนยังไม่มีน้ําประปาเต็มพื้นท่ี 2)ส่วนท่ีมีน้ําประปา อบต. ขาดทุนทุกปีเน่ืองจากรายได้ไม่พอกบั รายจ่าย ในบางกรณีงบประมาณของการประปาส่วนภูมิภาคไม่เพียงพอท่ีจะต่อทอ่ แขนงไปใหท้ วั่ ถงึ อบต. ทเี่ ปน็ กรณศี กึ ษามแี ผนจดั สรา้ งระบบทอ่ แขนงเชอื่ มตอ่ไปยังหมู่บ้านเป็นระยะทาง 1,800 เมตร ซ่ึงอยู่ในแผนพัฒนาปี พ.ศ. 2554โดยจะสรา้ งใหร้ ะบบทอ่ แขนงเหลา่ นเ้ี พอ่ื ใหก้ ารประปาสว่ นภมู ภิ าคยมื แตจ่ ะขดั กบัระเบยี บ (สตง.) ทวี่ า่ การสรา้ งขนึ้ มาใหมเ่ พอ่ื ใหย้ มื นนั้ ท�ำ ไมไ่ ด้ จะใหย้ มื ไดก้ ต็ อ่ เมอื่มีของเดิมอยู่แล้วและให้การประปาส่วนภูมิภาคยืมใช้ จึงยังไม่สามารถต่อท่อนํ้าประปาให้ครบร้อยละ 100 ของพื้นที่และก็ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะแล้วเสร็จครบเต็มพ้ืนทเ่ี มือ่ ไหร่ง) ปญั หาเรือ่ งนา้ํ เสียจากอุตสาหกรรมทอ่ งเท่ียว พนื้ ที่ในความรบั ผดิ ชอบของ อบต. ทเี่ ปน็ กรณศี กึ ษาเปน็ พนื้ ทช่ี ายฝงั่ ทะเลมีความสวยงามและมีชื่อเสียงซ่ึงเป็นท่ีนิยมของนักท่องเที่ยวท้ังชาวไทยและชาวตา่ งชาติ ท�ำ ใหม้ โี รงแรม และรา้ นอาหารเกดิ ขนึ้ มากมาย มกี ารปลอ่ ยนาํ้ เสยี ลงสทู่ ะเล ถงึ แมจ้ ะมกี ฎหมายทกี่ �ำ หนดไวว้ า่ โรงแรมแตล่ ะแหง่ จะตอ้ งมรี ะบบบ�ำ บดั นาํ้เสยี แต่ในทางปฏบิ ตั พิ บวา่ สถานประกอบการตา่ งๆ จะด�ำ เนนิ การเครง่ ครดั ในชว่ งท่ีมเี จา้ หนา้ ทเี่ ขา้ ไปตรวจเท่าน้นั และยังคงมกี ารลกั ลอบปลอ่ ยนาํ้ เสียลงทะเล
บทท่ี 4: กรณศี กึ ษาการใชท้ รพั ยากรชายฝง่ั และทะเลดา้ นการทอ่ งเทยี่ ว 53 ปจั จบุ นั อบต. ทศ่ี กึ ษาไมม่ รี ะบบบ�ำ บดั นาํ้ เสยี รวม มเี พยี งระบบบ�ำ บดั นา้ํ เสยีซง่ึ มคี วามจปุ ระมาณ300 ลกู บาศกเ์ มตร อยทู่ ห่ี มู่2 เพยี งแหง่ เดยี ว ซง่ึ ไมเ่ พยี งพอสำ�หรบั ชาวบา้ นในเขตพืน้ ท่ี ส่วนพื้นที่ที่เป็นเกาะ คือ เกาะพีพีดอน ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักมโี รงแรม บังกะโล รีสอร์ท และร้านอาหารจ�ำ นวนมากอยบู่ นเกาะพีพี อกี ทั้งยงั มีประชาชนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น ก่อให้เกิดมลพิษและน้ําเสียมากมาย ในปีพ.ศ. 2543 กรมควบคุมมลพิษได้จัดสร้างระบบรวบรวมนํ้าเสียและระบบบำ�บัดน้าํ เสยี บนเกาะพีพีในพ้ืนทห่ี มู่ 7 และได้ทำ�การส่งมอบให้ อบต. เป็นผู้รบั ผดิ ชอบดแู ล แตเ่ นอื่ งจากระบบนเ้ี ปน็ ระบบที่ใชเ้ ทคโนโลยสี งู และตอ้ งอาศยั พลงั งานไฟฟา้ในการสูบนา้ํ เสยี เข้าสู่บอ่ บำ�บัดอกี ท้ังต้องเดินเครอ่ื งเติมลมอยูต่ ลอดเวลา ทำ�ให้มีคา่ บ�ำ รงุ รกั ษาทสี่ งู มาก กอปรกบั อบต. ในพนื้ ทซ่ี งึ่ ขณะนน้ั ยงั เปน็ อบต. ขนาดเลก็ขาดแคลนบคุ ลากรและงบประมาณในการบ�ำ รงุ รกั ษา และมไิ ดเ้ ข้าไปมสี ว่ นรว่ มในโครงการตงั้ แต่เร่มิ ตน้ ทำ�ให้โครงการนี้ไมป่ ระสบความสำ�เร็จและลม้ เหลวอย่างสิน้ เชิง ระบบบำ�บัดนํ้าเสียแบบบึงประดิษฐ์บนเกาะพีพีก็ยังคงมีปัญหาเน่ืองจากอบต. ยังขาดแคลนงบประมาณและบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในด้านนี้โดยตรง ซึ่งการบำ�รุงรักษาและปรับปรุงระบบต้องการบุคลากรที่มีความรู้และประสบการณ์ และพบว่ามคี ่าใช้จ่ายค่อนข้างสงู เคร่ืองจกั รชำ�รุด และระบบบำ�บัดไมม่ ปี ระสทิ ธภิ าพเพยี งพอในการรองรบั นาํ้ เสยี และสง่ิ สกปรกในรปู ของสารอนิ ทรยี ์ทส่ี งู กวา่ ท่ีไดอ้ อกแบบระบบไว้ รวมทง้ั มกั มกี ารอดุ ตนั ของตะกอนและไขมนั นา้ํ มนัและมกี ารซึมผา่ นของนาํ้ เสียออกนอกบ่อบ�ำ บัดจ) พ.ร.บ.ส่งเสริมคุณภาพส่งิ แวดลอ้ มไมม่ ผี ลบังคับใชส้ �ำ หรับการกอ่ สร้างหอ้ งพักโรงแรมขนาดเล็ก ใน อบต. กรณศี กึ ษา มโี รงแรมทมี่ จี �ำ นวนหอ้ งไมถ่ งึ 10 หอ้ ง ถงึ แมว้ า่ หอ้ งพกัหรอื โรงแรมเหลา่ นจี้ ะมจี �ำ นวนไมถ่ งึ รอ้ ยละ50 ของโรงแรมทง้ั หมดในบรเิ วณพน้ื ท่ีแตเ่ พราะไมม่ กี ารจดั ท�ำ ระบบบ�ำ บดั รวม ไมม่ กี ารท�ำ รายงานสงิ่ แวดลอ้ ม กอ่ ใหเ้ กดิปัญหาน้ําเสีย ซ่ึงไม่ทราบว่าปล่อยน้ําเสียออกไปเป็นจำ�นวนเท่าไหร่ นอกจากนี้สำ�หรับโรงแรมขนาดใหญ่ซ่ึงมีตารางการตรวจระบบบำ�บัดนํ้าเสียทุกๆ 6 เดือนก็ยังมีปัญหาการปล่อยนํ้าเสีย เน่ืองจากสถานบริการมีตารางการตรวจเข้าเช็คการบำ�บัดจึงจะทำ�เพียงแค่ในช่วงท่ีจะมีเจ้าหน้าท่ีเข้าตรวจเท่าน้ัน เนื่องจากไม่มี
54 กรณศี ึกษาการจดั การทรัพยากรธรรมชาติขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิการท�ำ วจิ ยั ในเรอ่ื งสภาพสงิ่ แวดลอ้ มในปจั จบุ นั เลย เชน่ การปลอ่ ยนาํ้ ลงสแู่ หลง่ นา้ํสาธารณะนั้นอยู่ที่ปริมาณเท่าไหร่ เป็นต้น และ อปท. ก็ไม่มีสมรรถนะทำ�ให้สงิ่ แวดล้อมเสื่อมโทรมลงฉ) ปัญหาขยะ จังหวัดกระบ่ีไม่มีเตาเผาขยะ ปัจจุบันใช้วิธีการฝังกลบซึ่งดำ�เนินการโดยเทศบาล และ อบต. จะต้องด�ำ เนินการเกบ็ ขยะจากแตล่ ะหม่บู ้านและส่งตอ่ ไปยังเทศบาลเพ่ือฝังกลบ ค่าใช้จ่ายในการฝังกลบประมาณกิโลกรัมละ 0.17 บาทแตเ่ กบ็ คา่ ขยะจากชาวบ้านเพียง 30 บาทต่อครัวเรือน ซึง่ ท�ำ ให้ อบต. ประสบกับภาวะขาดทุนต่อเน่ืองมาโดยตลอด แต่ก็ไม่สามารถเพ่ิมอัตราค่าเก็บขยะจากชาวบา้ นได้ นอกจากนยี้ งั ตอ้ งรบั ผดิ ชอบพนื้ ที่ในสว่ นทเ่ี ปน็ เกาะตา่ งๆ ซงึ่ สว่ นใหญ่เปน็ แหลง่ ทอ่ งเทยี่ วทนี่ ยิ ม เชน่ เกาะพพี ี ปจั จบุ นั ไดอ้ นญุ าตใหภ้ าคเอกชนมาท�ำ การประมูลการจัดเก็บขยะในเกาะเหล่านี้โดยขนขยะจากเกาะมายังชายฝ่ังโดยใช้เรือซึ่งผูป้ ระกอบการเชา่ จาก อบต. (ทม่ี ีเรือเพียง 1 ลำ�) • อบต. ทศ่ี กึ ษาไดใ้ หเ้ ทศบาลเป็นผ้ดู ำ�เนินการมีต้นทุนตันละ 600 บาทแตเ่ กบ็ เงินกับชาวบ้านเดอื นละ 30 บาทตอ่ ครัวเรอื น และค่าขยะของสถานบรกิ ารโรงแรม คิดเป็นห้องละ 1 บาท ต่อวันต่อห้อง หรือห้องละ 30 บาทต่อเดือนซึง่ ไมพ่ อค่าใช้จ่าย • ปัญหาขยะ ท้ังขยะบนบก และขยะในทะเล ซ่ึงส่วนมากเป็นจำ�พวกถุงพลาสติก การจัดการขยะของ อบต. ดำ�เนินการโดยจ้างบริษัทเอกชนมาจดั เกบ็ ซง่ึ คา่ ใชจ้ า่ ยเหลา่ นม้ี ากกวา่ รายไดท้ ที่ าง อบต. เกบ็ คา่ ขยะจากชาวบา้ นซึ่ง อบต. ต้องแบกรับภาระสว่ นต่างช) ปัญหาการเตอื นและกภู้ ยั ปญั หาหอเตอื นภยั สนึ ามมิ ไี มเ่ พยี งพอ และไมไ่ ดร้ บั การดแู ลใหเ้ ปน็ มาตรฐานในเขตพ้ืนที่กรณีศึกษา มีหอเตือนภัยสึนามิที่อยู่ในความดูแลทั้งหมด 4 หอซงึ่ พบวา่ สญั ญาณเตอื นภยั นนั้ กลบั ถกู เสยี งคลนื่ ลมกลบทบั หมด ขนาดทวี่ า่ ชาวเรอืประมงท่ีจอดอยู่ไม่ห่างตัวหอนัก ยังไม่ได้ยิน นอกจากเสียงไม่ดัง บางคร้ังเสียงยังขาดหาย ท่ีทราบเพราะวา่ ทาง อบต. เจ้าของพนื้ ทม่ี ีการซ้อมเป็นประจำ�ทุกปีและทางศนู ยเ์ ตอื นภยั พบิ ตั จิ ะมแี บบฟอรม์ ใหก้ รอกหลงั การซอ้ มวา่ มปี ญั หาอะไรบา้ งทาง อบต. ได้เขียนรายงานกลบั ไปในทกุ ๆ คร้ังหลงั การซอ้ มเสรจ็ และมขี ้อความ
บทท่ี 4: กรณีศึกษาการใชท้ รัพยากรชายฝงั่ และทะเลดา้ นการทอ่ งเที่ยว 55เหมอื นๆ กนั ถงึ 5 ครงั้ แตก่ ็ไมม่ กี ารแกไ้ ขใดๆ เกิดขน้ึ เนือ่ งจากชายหาดมีความยาวถงึ 13 กิโลเมตร แตม่ หี อส่งสัญญาณเพียงแค่ 4 หอ ซ่งึ แตล่ ะหอส่งสญั ญาณไปได้ภายในระยะ 2 กิโลเมตรเท่านั้น ซ่ึงในความเป็นจริงเพียงแค่ภายในระยะ1 กิโลเมตร ก็ไม่ค่อยได้ยินแล้ว เพราะเสียงคลื่นลมบริเวณนี้มีเสียงดังมากปัญหาท่เี กดิ ขึน้ กค็ ือการติดต้งั หอเตอื นภัยน้นั ทาง อบต. ได้รับจดั สรรมาเพียงแค่4 หอ การติดตง้ั จะตอ้ งคำ�นึงถึงบรเิ วณท่ีติดตัง้ เป็นพ้นื ทส่ี าธารณะหรอื หากพน้ื ท่ีที่ต้องการติดตั้งติดกับเอกชน ก็จะต้องใช้เวลาในการเจรจากว่าจะตกลงกันได้แตเ่ นอ่ื งจากโครงการตดิ ตง้ั หอเตอื นภยั สนึ ามเิ ปน็ โครงการเรง่ ดว่ น ในทส่ี ดุ หอเตอื นภยัทัง้ สจ่ี งึ อยู่ในพื้นทส่ี าธารณะทง้ั สน้ิ • อบต. แจ้งว่าขาดการประสานงานกันระหว่างเรือบรรเทาสาธารณภัยยามชายฝ่ัง (ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดที่จัดจ้างเจ้าหน้าท่ียามชายฝ่ังมาประจำ�ท่ีหอ) กรณีเกิดอุบัติเหตุในทะเลในเขตพ้ืนท่ีไมช่ ดั เจนวา่ จะตอ้ งแจง้ ไปยงั หนว่ ยงานไหน ล�ำ ดบั ขน้ั ตอนเปน็ อยา่ งไร หรอื ยามชายฝง่ักรณเี กดิ เหตนุ กั ทอ่ งเทยี่ วจมนาํ้ และตอ้ งการความชว่ ยเหลอื เพอ่ื น�ำ สง่ โรงพยาบาลจะต้องติดตอ่ ประสานงานกับหน่วยงานใด เหล่านเี้ ปน็ ต้น4.1.2 อปุ สรรคดา้ นกฎหมาย มีประเด็นปัญหาเก่ียวกับกฎหมาย อบต. ชายฝ่ังทะเลจำ�นวนมากที่ผู้ให้สมั ภาษณท์ เี่ กยี่ วเนอื่ งกบั การใชท้ รพั ยากรธรรมชาตเิ พอ่ื การทอ่ งเทย่ี ว ทง้ั น้ี ทมี วจิ ยัไดย้ กกฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ งกับปญั หามาเทยี บเคียงให้เหน็ ดังน้ีก) ความเขา้ ใจของ อบต. 1) การบุกรกุ พื้นทีช่ ายฝงั่ ทีม่ ี นสล. 107 ไร่ ซงึ่ มีปญั หาการบกุ รกุ โดยมีการอ้างสิทธ์เิ พอ่ื ท�ำ ธรุ กิจท่องเทีย่ ว ได้แก่ การสรา้ งโรงแรม ซ่งึ อบต. ไมส่ ามารถเข้าไปด�ำ เนนิ การใดๆ ได้ เนื่องจากตดิ เรื่องประเด็นทางกฏหมาย และขาดอ�ำ นาจในการดูแลพนื้ ท่ีสาธารณะบริเวณชายฝั่งในบรเิ วณดงั กล่าวข) ข้อเทจ็ จริงตามกฎหมาย/ข้อเสนอ 1.1) มาตรา 122 พ.ร.บ.ลักษณะปกครองพื้นที่ พุทธศักราช 2457“นายอำ�เภอมีหน้าที่ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ประโยชน์
56 กรณศี ึกษาการจดั การทรพั ยากรธรรมชาติขององค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิร่วมกัน และส่ิงซึ่งเป็นสาธารณประโยชน์อื่นอันอยู่ในเขตอำ�เภอนายอำ�เภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินไม่มีอำ�นาจใช้หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้ท่ีดินตามวรรคหน่ึง เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าราชการจังหวัดและปฏิบัติตามประมวลกฎหมายที่ดนิ และกฎหมายอ่ืนท่ีเก่ยี วขอ้ ง 1.2) ในกรณที ม่ี ขี อ้ พพิ าทหรอื คดเี กยี่ วกบั ทดี่ นิ ตามวรรคหนง่ึ นายอ�ำ เภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะร่วมกันดำ�เนินการหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเป็นผดู้ �ำ เนนิ การ ก็ใหม้ อี �ำ นาจกระท�ำ ได้ ทง้ั นี้ กระทรวงมหาดไทยจะวางระเบยี บก�ำ หนดหลกั เกณฑ์เปน็ แนวปฏิบตั ิด้วยก็ได้ 1.3) ค่าใชจ้ า่ ยในการดำ�เนินการตามวรรคหนง่ึ และวรรคสามให้จา่ ยจากงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามระเบียบท่ีกระทรวง มหาดไทยกำ�หนด” ดังนั้นตามมาตรานี้นายอำ�เภอ และ อปท. สามารถฟ้องขับไล่ได้แต่ อปท. จะตอ้ งรบั ผิดชอบคา่ ใช้จ่ายทัง้ หมดก) ความเข้าใจของ อบต. 2) ในเขตพ้ืนท่ี อบต. ศึกษา ได้มีประชาชนและนายทุนได้ทำ�การบุกรุกและสร้างสิ่งปลกู สรา้ งในเขตพื้นทสี่ ูง โดยไดท้ ำ�การขออนญุ าตทำ�การออกเอกสารสิทธ์ิและขออนุญาตก่อสร้างจาก อบต. แต่ทาง อบต. เห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ได้จึงได้ทำ�การแจ้งให้บุคคลกลุ่มดังกล่าวทราบและไมอ่ นญุ าตใหท้ �ำ การกอ่ สรา้ ง แตเ่ นอื่ งจากขาดการประสานงานและท�ำ งานรว่ มกนัอย่างเป็นระบบของหน่วยงานต่างๆ กอปรกับกฎหมายไม่ได้ให้อำ�นาจแก่ อบต.อย่างเพียงพอทจี่ ะบรหิ ารจัดการทรัพยากรธรรมชาตเิ หลา่ น้ี ทำ�ให้ในท่สี ุดนายทุนท่ีไดท้ ำ�การบุกรกุ พน้ื ที่เหล่าน้ันก็สามารถออกเอกสารสทิ ธ์ิได้ ซง่ึ กอ่ ใหเ้ กิดผลเสยีตามมาอกี มากมาย เช่น เกิดปญั หาดนิ ถล่ม (Landslide) หลายจุดข) ข้อเท็จจรงิ ตามกฎหมาย/ข้อเสนอ 2.1) อบต. ต้องเสนอเรื่องให้นายอำ�เภอเพื่อตรวจสอบการครอบครองทด่ี นิ กรณขี องนายทนุ ทก่ี อ่ สรา้ งโรงแรม หากมหี ลกั ฐานชดั เจนกส็ ามารถเสนอเรอื่ งให้นายอำ�เภอเพื่อพิจารณาส่ังให้เจ้าพนักงานที่ดินตรวจสอบข้อเท็จจริงและสอบสทิ ธกิ ารครอบครองทดี่ นิ สาธารณะ 2.2) อบต. มีภารกิจหน้าที่ในการคุ้มครอง ดูแล และรักษาทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน แต่ไม่มีสิทธิที่จะเข้าไปใช้ประโยชน์ในท่ีดิน
บทที่ 4: กรณีศึกษาการใช้ทรัพยากรชายฝง่ั และทะเลดา้ นการทอ่ งเทย่ี ว 57สาธารณะนั้นๆ ซึ่งประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน การขอใช้ที่สาธารณะเพื่อหาประโยชน์ ตอ้ งดำ�เนนิ การขอยกเลกิ การเป็นทีด่ นิ สาธารณะนนั้ กอ่ น ซง่ึ เป็นอ�ำ นาจของรฐั มนตรวี า่ การกระทรวง มหาดไทยจะพจิ ารณา โดยให้ อบต. ทำ�เรื่องเสนอผา่ นนายอำ�เภอและต้องมคี วามเหน็ ชอบของประชาชนประกอบไปดว้ ยก) ความเข้าใจของ อบต. 3) อบต. ไมม่ อี �ำ นาจหนา้ ที่ในการจดั เกบ็ คา่ เชา่ ในพนื้ ทสี่ าธารณะ หลงั จากที่เกิดสึนามึเมื่อปี พ.ศ. 2547 อบต. ได้สร้างร้านค้าข้ึนบริเวณหน้าหาดสุรินทร์โดยมแี ผนทีจ่ ะให้เอกชนเช่า แตก่ ลับได้รับแจ้งจากทางอ�ำ เภอวา่ อบต. มีหน้าที่เพียงแค่ดูแลพื้นท่ีสาธารณะ แต่นำ�มาหาผลประโยชน์มิได้ และขออนุมัติการใชใ้ หม่ และไมม่ อี �ำ นาจในการจดั เกบ็ คา่ เชา่ ซงึ่ ท�ำ ใหผ้ ปู้ ระกอบการที่ไดเ้ คยเชา่ พน้ื ที่ดังกล่าว ถือโอกาสอยู่ในบริเวณดังกล่าวต่อไปโดยท่ี อบต. ก็ไม่มีอำ�นาจในการขบั ไล่ข) ข้อเทจ็ จรงิ ตามกฎหมาย/ข้อเสนอ 3.1) ตามประมวลกฎหมายทดี่ นิ พ.ศ.2497 นายอ�ำ เภอและ อปท. มหี นา้ ท่ีดูแลที่สาธารณะร่วมกันในระดับท้องถ่ิน ในกรณีท่ี 2.1 อบต. ต้องทำ�เรื่องไปให้นายอำ�เภอขับไล่ 3.2) ถ้า อปท. มีความประสงค์จะขอใช้ที่ดินของรัฐเพ่ือกิจการใดๆใหท้ �ำ เรอ่ื งขออนญุ าตตอ่ นายอ�ำ เภอทอ้ งที่ กรณที เี่ ปน็ พนื้ ทที่ ปี่ ระชาชนใชป้ ระโยชน์ร่วมกัน ต้องให้ประชาชนแสดงเจตนาก่อนว่าจะไม่ใช้ประโยชน์แล้วจึงขอยกเลิกกับทอ้ งที่ 3.3) กรณีของอำ�นาจในการใช้ที่ดินสาธารณะศาลช้ันต้นเคยวินิจฉัยว่าอบต. ไมม่ อี �ำ นาจโดยตรงในการออกค�ำ สงั่ ใหร้ อื้ ถอนสงิ่ ปลกู สร้าง การจบั กมุ ผบู้ กุ รกุและศาลปกครองสงู สดุ (ในคดเี ดยี วกนั ) ยงั วนิ จิ ฉยั วา่ หากไมม่ กี ฎหมายเฉพาะเรอ่ื งให้อ�ำ นาจ อบต. ไว้ อบต. ก็ไมม่ อี ำ�นาจ (กอบกุล รายะนาคร และคณะ 2555) 3.4) ถ้าร้านค้าเป็นของ อบต. สร้างข้ึน อบต.สามารถรื้อถอนได้แตถ่ า้ เปน็ รา้ นคา้ ของเอกชน อบต. ต้องฟ้องร้องใหเ้ อกชนรอื้ ถอน แตถ่ า้ อบต.ทำ�สัญญาให้เช่าแก่เอกชนต้องมีการขอล้มเลิกสัญญา และชดใช้ค่าเสียหายให้เอกชน แต่ในขณะเดียวกัน อบต. ก็ต้องรับผิดชอบดูแลในเร่ืองการจัดระบบสาธารณูปโภคให้กับประชาชนรวมถงึ รา้ นค้าในบริเวณเหลา่ นี้
58 กรณีศกึ ษาการจัดการทรพั ยากรธรรมชาตขิ ององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิก) ความเข้าใจของ อบต. 4) การบกุ รกุ ดงั กลา่ วนก้ี อ่ ใหเ้ กดิ ปญั หาสบื เนอ่ื งตอ่ มาคอื รา้ นคา้ สว่ นใหญ่ไมม่ รี ะบบการบ�ำ บดั นาํ้ เสยี และปลอ่ ยนาํ้ เสยี ลงสทู่ ะเล ซง่ึ ปญั หาเหลา่ นที้ าง อบต.เชงิ ทะเลไมม่ ีอ�ำ นาจหน้าที่ในการจดั การ จึงได้ท�ำ การแจง้ ปัญหาเหล่าน้ีไปยงั ผ้วู า่ราชการจังหวัดภูเก็ตใหด้ ำ�เนนิ การต่อไปข) ข้อเท็จจริงตามกฎหมาย/ขอ้ เสนอ 4.1) อบต. สามารถออกข้อบัญญัติ และสามารถแจง้ ความรอ้ งทกุ ข์แก่ต�ำ รวจทอ้ งทตี่ ามกฎหมายกรมเจา้ ทา่ มาตรา112-115 หรอื ใช้ พ.ร.บ. การสาธารณสขุพ.ศ. 2536 มาตรา 25-28 ท่ีใหอ้ �ำ นาจ อปท. ในการระงบั เหตุอันเป็นอันตรายและเหตุร�ำ คาญในทอ้ งถน่ิ ของตนได้ ดงั ความใน “มาตรา 25 ในกรณที มี่ ีเหตุอนัอาจก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียงหรือผู้ที่ต้องประสบกับเหตุนนั้ ดงั ต่อไปน้ี ใหถ้ ือว่าเป็นเหตุรำ�คาญ • แหลง่ นาํ้ ทางระบายนาํ้ ทอ่ี าบนา้ํ สว้ ม หรอื ที่ใสม่ ลู หรอื เถา้ หรอื สถานท่ีอน่ื ใดซึง่ อยู่ในท�ำ เลไม่เหมาะสม สกปรก มีการสะสมหรือหมักหมมสิ่งของมกี ารเททงิ้ สงิ่ ใดเปน็ เหตใุ หม้ กี ลน่ิ เหมน็ หรอื ละอองสารเปน็ พษิ หรอื เปน็ หรอื นา่ จะเปน็ ท่ีเพาะพนั ธ์ุพาหะนำ�โรค หรือก่อให้เกดิ ความเส่อื มหรอื อาจเป็นอันตรายตอ่ สุขภาพ • การเลี้ยงสัตว์ในที่หรอื โดยวิธีใดหรือมจี ำ�นวนเกินสมควรจนเป็นเหตุให้เสือ่ มหรอื อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ • อาคารอนั เปน็ ทอ่ี ยขู่ องคนหรอื สตั ว์ โรงงานหรอื สถานทป่ี ระกอบการใดไมม่ กี ารระบายอากาศ การระบายนา้ํ การก�ำ จดั สงิ่ ปฏกิ ลู หรอื การควบคมุ สารเปน็ พษิหรอื มแี ตไ่ มม่ กี ารควบคมุ ใหป้ ราศจากกลน่ิ เหมน็ หรอื ละอองสารเปน็ พษิ อยา่ งพอเพยี งจนเป็นเหตุให้เสื่อมหรืออาจเป็นอนั ตรายต่อสุขภาพ • การกระทำ�ใดๆ อันเป็นเหตุใหเ้ กดิ กล่ิน แสง รังสี เสยี ง ความร้อน สิ่งมีพิษ ความสัน่ สะเทอื น ฝนุ่ ละออง เขมา่ เถ้า หรอื กรณีอน่ื ใด จนเป็นเหตุใหเ้ สอื่ มหรืออาจเปน็ อันตรายตอ่ สขุ ภาพ • เหตอุ ่นื ใดทรี่ ฐั มนตรีกำ�หนดโดยประกาศในราชกจิ จานุเบกษา” และ 4.2) “มาตรา 26 ให้เจ้าพนักงานท้องถ่ินมีอำ�นาจห้ามผู้หนึ่งผู้ใดมิให้ก่อเหตุรำ�คาญในที่หรือทางสาธารณะหรือสถานที่เอกชนรวมท้ังการระงับเหตุร�ำ คาญด้วย ตลอดทั้งการดแู ล ปรับปรุง บ�ำ รงุ รักษา บรรดาถนน ทางบก ทางนํ้ารางระบายนํ้า คู คลอง และสถานที่ตา่ งๆ ในเขตของตนใหป้ ราศจากเหตรุ ำ�คาญ
บทที่ 4: กรณีศกึ ษาการใช้ทรพั ยากรชายฝงั่ และทะเลดา้ นการทอ่ งเทีย่ ว 59ในการน้ีใหเ้ จา้ พนกั งานทอ้ งถน่ิ มอี �ำ นาจออกค�ำ สง่ั เปน็ หนงั สอื เพอ่ื ระงบั ก�ำ จดั และควบคุมเหตรุ �ำ คาญต่างๆ ได”้ก) ความเข้าใจของ อบต. 5) ปญั หาการบำ�บดั นา้ํ เสยี ก่อนปลอ่ ยลงในพื้นท่ี อบต. จากการสมั ภาษณ์พบว่า ตามกฏหมายการก่อสร้างโรงแรม รสี อร์ท หอ้ งชุด บ้านจัดสรร หรือสง่ิปลูกสร้างใดๆ ท่ีเข้าลักษณะที่ต้องมีการจัดการระบบบำ�บัดนํ้าเสีย และต้องส่งผลรายงานการบำ�บัดน้ําเสียในแต่ละเดือนตรงถึงกรมควบคุมมลพิษ โดย อบต.มีอำ�นาจในการเข้าตรวจเย่ียมระบบบำ�บัดนํ้าเสียของโรงแรมทุกๆ 6 เดือนตามก�ำ หนดการ แตม่ กั จะพบวา่ การบ�ำ บดั นาํ้ เสยี ในสว่ นของโรงแรม รสี อรท์ ในเวลาท่ีทำ�การตรวจน้ันเรียบร้อยดี แต่ต้ังแต่หลังการตรวจคร้ังแรกจนกระทั่งก่อนการตรวจครง้ั ทสี่ อง ไมส่ ามารถบอกไดเ้ ลยวา่ ทางผปู้ ระกอบการไดท้ �ำ การบ�ำ บดั นาํ้ เสยีกอ่ นปลอ่ ยหรอื ไม่ นอกจากนป้ี ญั หานา้ํ เสยี จากพน้ื ทบ่ี กุ รกุ รมิ ชายหาด ซงึ่ เปน็ ทตี่ งั้ของรา้ นคา้ รา้ นอาหาร ซง่ึ ปลอ่ ยลงทะเล ท�ำ ใหเ้ กดิ กลน่ิ เหมน็ จนไดร้ บั การรอ้ งเรยี นมาท�ำ ใหท้ าง อบต. ตอ้ งเขา้ ไปจัดการดูดนา้ํ เสียในบริเวณนน้ั ออกข) ขอ้ เท็จจรงิ ตามกฎหมาย/ขอ้ เสนอ 5.1) อบต. สามารถออกข้อบัญญัติตาม พ.ร.บ. การสาธารณสุขพ.ศ.2535 มาตรา26 และ มาตรา27 ที่ใหเ้ จา้ พนกั งานทอ้ งถนิ่ มอี �ำ นาจหา้ มผหู้ นงึ่ผ้ใู ดมิใหก้ ่อเหตุรำ�คาญในทห่ี รอื ทางสาธารณะหรือสถานทีเ่ อกชนรวมท้งั การระงับเหตรุ �ำ คาญดว้ ย ตลอดทง้ั การดแู ล ปรบั ปรงุ บ�ำ รงุ รกั ษา บรรดาถนน ทางบก ทางนา้ํรางระบายนํ้า คู คลอง และสถานทตี่ ่างๆ ในเขตของตนให้ปราศจากเหตรุ ำ�คาญ 5.2) ในการนี้ ให้เจ้าพนักงานท้องถ่ินมีอำ�นาจออกคำ�ส่ังเป็นหนังสือเพอ่ื ระงับ กำ�จัด และควบคุมเหตรุ ำ�คาญต่างๆ ได้ 5.3) มาตรา 27 ในกรณที ่ีมเี หตรุ ำ�คาญเกดิ ขนึ้ หรืออาจเกดิ ข้นึ ในท่หี รอืทางสาธารณะ ให้เจ้าพนักงานท้องถ่ินมีอำ�นาจออกคำ�ส่ังเป็นหนังสือให้บุคคลซึ่งเป็นต้นเหตุหรือเกี่ยวข้องกับการก่อหรืออาจก่อให้เกิดเหตุรำ�คาญนั้น ระงับหรือปอ้ งกนั เหตรุ �ำ คาญภายในเวลาอนั สมควรตามทรี่ ะบไุ ว้ในค�ำ สงั่ และถ้าเหน็ สมควรจะให้กระท�ำ โดยวิธีใดเพอื่ ระงบั หรือปอ้ งกนั เหตุรำ�คาญน้นั หรอื สมควรก�ำ หนดวิธีการเพื่อปอ้ งกนั มิใหม้ เี หตรุ ำ�คาญเกิดขึ้นอีกในอนาคต ให้ระบไุ วใ้ นคำ�ส่งั ได้
60 กรณีศึกษาการจัดการทรพั ยากรธรรมชาตขิ ององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ 5.4) การคมุ้ ครอง ดแู ล และบ�ำ รงุ รกั ษาทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ มสามารถใชอ้ �ำ นาจของ พระราชบญั ญตั คิ วบคมุ อาคาร พ.ศ.2522 เมอ่ื มกี ารขออนญุ าตก่อสร้างอาคารในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินใด ต้องได้รับการอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถนิ่ (ผูบ้ รหิ ารท้องถ่ิน) ซ่งึ อบต. สามารถกำ�หนดเงอื่ นไขในขอ้บญั ญัตติ ำ�บล และใชก้ ฎหมายการสาธารณสุข คมุ้ ครอง ดแู ล ตรวจสอบคา่ ของนา้ํ เสียทบ่ี �ำ บัดแลว้ ออกท้ิงภายนอกในทีส่ าธารณะ ตอ้ งไมเ่ กนิ คา่ ทก่ี ำ�หนด และมีอำ�นาจเข้าตรวจสอบเม่ือไม่ปฏิบัติตาม ใช้อำ�นาจตามกฎหมายการสาธารณสุขสงั่ พกั ใชใ้ บอนญุ าตประกอบกจิ การทเี่ ปน็ อนั ตรายตอ่ สขุ ภาพ ภายในเวลาทก่ี �ำ หนดแตต่ อ้ งไมเ่ กนิ 15 วนั และมคี �ำ สง่ั เพกิ ถอนเมอ่ื ปรากฎวา่ ถกู สงั่ พกั ใชใ้ บอนญุ าต2 ครงั้หรอื ไมป่ ฏบิ ตั หิ รอื ปฏบิ ตั ไิ มถ่ กู ตอ้ งตามบทบญั ญตั ขิ องกฎหมาย กฎกระทรวง หรอืขอ้ ก�ำ หนดของทอ้ งถน่ิ ผถู้ กู สง่ั เพกิ ถอนจะขอรบั ใบอนญุ าตอกี ตอ้ งพน้ ก�ำ หนดหนงึ่ ปีนบั แตว่ นั ทถ่ี กู ค�ำ สง่ั เพกิ ถอนใบอนญุ าต และสามารถใชอ้ �ำ นาจตามกฎหมายรกั ษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรยี บรอ้ ยของบ้านเมอื งได้อีกทางหนง่ึก) ความเข้าใจของ อบต. 6) ปัญหาขยะ ทัง้ ขยะบนบก และ ขยะในทะเล ซ่งึ สว่ นมากเปน็ จำ�พวกถงุ พลาสตกิ การจัดการขยะของ อบต. ด�ำ เนินการโดยจา้ งบรษิ ัทเอกชนมาจดั เกบ็ซงึ่ ค่าใช้จา่ ยเหลา่ น้ีมากกวา่ รายได้ที่ทาง อบต. เก็บคา่ ขยะจากชาวบ้าน ซึ่ง อบต.ต้องแบกรบั ภาระสว่ นตา่ งข) ขอ้ เทจ็ จริงตามกฎหมาย/ข้อเสนอ 6.1) พระราชบัญญัตกิ ารสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ให้อ�ำ นาจทอ้ งถ่นิ ออกขอ้บัญญัตแิ ละเงอื่ นไขที่ไมข่ ดั กฎหมาย เพือ่ บังคับใชก้ ับประชาชนในเขต แต่องคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ินเกือบท้ังหมดออกข้อบัญญัติกำ�หนดค่าธรรมเนียมท่ีจัดเก็บค่อนข้างต่ํากว่าอัตราท่ีกำ�หนดไว้ในกฎกระทรวง จึงตกเป็นภาระของ อบต.ต้องจัดทำ�งบประมาณสนับสนุนด้านการบริหารการจัดเก็บและด้านการกำ�จัดขยะและสิ่งปฏิกูล อบต. ที่มีค่าธรรมเนียมต่ํากว่ากฎหมายกำ�หนดสามารถข้ึนคา่ ธรรมเนียมได้
บทที่ 4: กรณีศกึ ษาการใช้ทรพั ยากรชายฝั่งและทะเลด้านการทอ่ งเที่ยว 614.1.3 ปัญหาอ่นื ๆปัญหาอื่นๆ ทผี่ บู้ ริหาร อปท. กล่าวถึงได้แก่ก) อบต. ไม่มีอำ�นาจเบ็ดเสรจ็ อบต. ไมม่ อี �ำ นาจเบด็ เสรจ็ ในการจดั การเรอ่ื งใดเรอื่ งหนงึ่ เชน่ ธรุ กจิ โรงแรมตอ้ งขออนญุ าตกอ่ สรา้ งโรงแรมจาก อบต. แตก่ ารอนญุ าตใหเ้ ปดิ โรงแรมหรอื ไมน่ นั้ตอ้ งมคี ณะกรรมการรว่ มอยทู่ จ่ี งั หวดั ท�ำ ใหย้ ากตอ่ การท�ำ งาน ไมม่ อี �ำ นาจเบด็ เสรจ็ในการดำ�เนินการ เคยมกี ารเสนอให้ อบต. อา่ วนาง เปน็ เมอื งทมี่ อี �ำ นาจเบด็ เสรจ็ ในการบรหิ ารงานเหมือนเมืองพทั ยาเนอ่ื งจากมีสภาพคลา้ ยๆ กนั แต่ก็ไมไ่ ด้รบั อนุมตั ิข) การดำ�เนินงานตา่ งๆ ไม่คลอ่ งตวั การด�ำ เนนิ การในโครงการตา่ งๆ ท่ีตอ้ งประสานกบั หน่วยงานอน่ื สว่ นกลางมีความล่าช้า ทำ�ให้ อบต. ไม่สามารถดำ�เนินการแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที เช่นโครงการปรบั ปรงุ ภมู ทิ ศั นบ์ นเกาะพพี ี ต.อา่ วนาง อ.เมอื ง จ.กระบี่ ซงึ่ จะตอ้ งท�ำ การรือ้ บ้าน จ�ำ นวน 11 หลงั เปน็ บ้านที่สร้างขนึ้ ตามโครงการบ้านเอือ้ อาทร เมอ่ื สมัยนายกฯ ทักษิณ ที่อยู่ริมหาดบรเิ วณอา่ วต้นไทรเกาะพพี ี ไดม้ กี ารเสนอโครงการนี้ไปยงั จังหวัดกระบมี่ าเปน็ เวลานานกว่า 3 ปี พ่ึงจะได้รบั อนุมตั งิ บประมาณจำ�นวน8.7 ลา้ นบาทในปี พ.ศ. 2554 และทาง อบต. อ่าวนาง สมทบอกี 7 ล้านบาทรวมเป็น 15.7 ล้านบาท เพื่อดำ�เนินการรือ้ บา้ นทง้ั 11 หลัง เปน็ การปรับภูมิทัศน์ใหเ้ กดิ ความสวยงามสมกับเปน็ แหล่งทอ่ งทีม่ ีชอ่ื เสียงระดับโลก4.1.4 ข้อสรุปในเบอื้ งต้นของกรณีศกึ ษาอนั ดามัน กรณีศึกษา อปท. ในแหล่งท่องเที่ยวอันดามันพบว่า ปัญหาบุกรุกที่สาธารณะเป็นปัญหาสำ�คัญในแหล่งทอ่ งเทีย่ ว แต่ อปท. แทบไมม่ อี �ำ นาจในการจัดการใดๆ ท้ังสิ้น อำ�นาจในการขับไล่อยู่ที่นายอำ�เภอ หน่วยงานสิ่งแวดล้อมในระดับจังหวัดไม่มีกำ�ลังงบประมาณในการดูแลกำ�กับมลพิษ อีกท้ังขั้นตอนประสานงาน กับหน่วยงานต่างๆ ค่อนข้างช้า ทำ�ให้การจัดการแหล่งท่องเที่ยวเป็นไปโดยไมม่ ปี ระสิทธิภาพเทา่ ที่ควร
62 กรณีศึกษาการจดั การทรัพยากรธรรมชาตขิ ององคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ิน4.2 กรณีศึกษาเทศบาลเมืองแสนสขุ4.2.1 ภาพรวม เทศบาลเมอื งแสนสขุ เปน็ เมอื งชายฝงั่ ทะเลตะวนั ออก มลี กั ษณะภมู อิ ากาศแบบฝนเมอื งร้อน มีพ้นื ทีช่ ายฝงั่ ทะเล เป็นท้งั แหลง่ เพาะเล้ยี งสตั ว์น้ําและสถานที่ทอ่ งเทย่ี วทส่ี �ำ คญั มบี รเิ วณพนื้ ทป่ี ระกอบดว้ ยแนวชายฝง่ั ทะเลยาว12.23 กโิ ลเมตรภมู ปิ ระเทศเปน็ พนื้ ทท่ี รี่ ะดบั นา้ํ ทะเลปานกลางเฉลยี่ 3 เมตร สภาพการใชป้ ระโยชน์ชายฝง่ั ทะเลแบง่ เปน็ การใชป้ ระโยชนท์ าง พาณชิ ยกรรม การท�ำ ประมง ทอ่ี ยอู่ าศยัปจั จบุ นั เทศบาลเมอื งแสนสขุ มพี น้ื ทคี่ รอบคลมุ 3 ต�ำ บล คอื ต�ำ บลแสนสขุ ทงั้ ต�ำ บลต�ำ บลเหมือง (บางสว่ น) และตำ�บลหว้ ยกะปิ (บางสว่ น) รวมพื้นทีป่ ัจจบุ ันทั้งสนิ้20.26 ตารางกิโลเมตร (12,667 ไร่) ประชากรในเขตเทศบาลเมืองแสนสุขณ วนั ที่ 31 ธนั วาคม พ.ศ. 2553 มจี ำ�นวน 43,840 คน จ�ำ นวนอาคารบ้านเรือนในเขตเทศบาล 24,691 หลังคาเรอื น ร้อยละ 80 ของประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชพี คา้ ขาย เศรษฐกจิ โดยรวมจงึ ขน้ึ อยกู่ บั การพาณชิ ยกรรม กจิ กรรมดา้ นการคา้ต้ังอยู่หนาแน่นบริเวณตลาดหนองมนและหาดบางแสน จึงทำ�ให้เศรษฐกิจเติบโตอยา่ งรวดเร็ว นอกจากนย้ี ังมีอาชีพอนื่ ๆ ทเ่ี สรมิ สรา้ งเศรษฐกจิ ของชุมชน ได้แก่อาชีพประมง ทำ�สวนมะพร้าว ฟาร์มกุ้ง รับจ้าง และรวมถึงกิจการท่ีเก่ียวเนื่องกับการบริการด้านการท่องเที่ยว เช่น การให้เช่ารถจักรยาน เรือลากกล้วยเรอื สกตู๊ เตอร์ เรือใบ เป็นตน้ เทศบาลแสนสขุ เป็นเทศบาลที่ดูแลหาดบางแสน ซงึ่ เป็นสถานทท่ี ่องเท่ยี วท่ีลือนามมาหลายทศวรรษ เน่ืองจากหาดบางแสนอยู่ใกล้กรุงเทพมหานครจึงมีผู้มาเยี่ยมเยือนจำ�นวนมาก ทำ�ให้ทรัพยากรธรรมชาติร่อยหรอ มีผู้ประกอบการรายย่อยจำ�นวนมากเข้ามาทำ�ธุรกิจ ทำ�ให้บางแสนกลายเป็นชายหาดเสื่อมโทรมต่อมาเทศบาลแสนสุขได้ดำ�เนินการจัดระเบียบปรับปรุงการใช้ประโยชน์ชายหาดจนท�ำ ใหช้ ายหาดบางแสนกลบั มานา่ ทอ่ งเทย่ี ว เกดิ รายไดท้ ง้ั ตอ่ ผปู้ ระกอบการและทอ้ งถิน่ เป็นอนั มาก
บทที่ 4: กรณศี กึ ษาการใชท้ รพั ยากรชายฝั่งและทะเลดา้ นการท่องเทย่ี ว 63ตารางท่ี 4.4 จ�ำ นวนผูป้ ระกอบการ แยกตามประเภท 9 ประเภท จ�ำ นวนผปู้ ระกอบการ (ราย)ประเภท 557หาบเร่ 293หว่ งยาง 150เรอื สกตู๊ เตอร์ 137เกา้ อ้ีผา้ ใบ 161แผงลอยอาหาร 537ลอ้ เลือ่ น 21ชา่ งภาพ 286ไกย่ า่ ง 140กลมุ่ แผงลอยถนนสขุ ุมวทิรวม 2,282ท่ีมา: แผนยทุ ธศาสตร์การพฒั นาเทศบาลเมืองแสนสขุ พ.ศ. 2553-2557.4.2.2 ปัญหาการจัดการทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อมก) ปญั หาการรกุ ล้ําพื้นทีช่ ายฝ่งั ทะเล บริเวณชายฝง่ั ทะเลช่วงเขาสามมขุ เปน็ พนื้ ทที่ ีม่ กี ารรกุ ลํ้าเข้ามาอาศัยอยู่แต่ดงั้ เดมิ ปจั จบุ นั มีจ�ำ นวนรวม 80 หลงั คาเรอื น โดยได้เสยี ค่าธรรมเนยี มลว่ งลํ้าลำ�นํ้าให้กับเทศบาลเมืองแสนสุข นอกจากน้ียังมีปัญหาน้ําเสียที่เกิดจากชุมชนท่ียงั ตอ้ งจัดการข) ปัญหาขยะมูลฝอย ปญั หาขยะมลู ฝอยเปน็ ปญั หาใหมข่ องเทศบาลแสนสขุ มที ม่ี าจากการทอ่ งเทย่ี วชมุ ชน และขยะจากทะเลที่ไหลเขา้ สฝู่ ง่ั ในชว่ งฤดรู อ้ นและฤดฝู นจงึ เปน็ ปญั หาส�ำ คญั
64 กรณศี กึ ษาการจดั การทรพั ยากรธรรมชาติขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่ินค) ปญั หากัดเซาะชายฝง่ั พื้นที่แนวชายฝั่งทะเลในเขตเทศบาลเมืองแสนสุขยาว 12.23 กิโลเมตรมพี น้ื ทท่ี ม่ี ปี ญั หาการกดั เซาะชายฝง่ั ทะเลอยทู่ ช่ี มุ ชนหาดวอนนภา(หาดบางแสนลา่ ง)ระยะทางกัดเซาะ 1.43 กม. อตั ราการกัดเซาะ 1.96 เมตรต่อปี และการกัดเซาะชายฝง่ั ตลอดแนวชายหาดบางแสนชว่ งฤดฝู นหรอื ฤดมู รสมุ ตงั้ แตม่ ถิ นุ ายน-ตลุ าคมของทกุ ปี โดยมีสาเหตทุ งั้ หมด 3 ด้าน คอื • จากการใช้ประโยชน์ที่ดินใกล้ชายฝั่งเกินไป เช่น การสร้างถนนเลียบชายหาด กอ่ สรา้ งหมูบ่ า้ นและชมุ ชนล้ําเขา้ ไปในทะเล • จากสิ่งก่อสร้างที่เป็นโครงสร้างแข็งในพ้ืนที่ เช่น เขื่อนหินท้ิงป้องกันตลิ่ง ลานเอนกประสงค์ สะพานท่าเทยี บเรือ • ด้านกายภาพ เชน่ ความกวา้ งชายหาดเดิมเหลอื นอ้ ย พื้นทีเ่ ปน็ ทะเลเปิดไม่มที ี่กำ�บังคลน่ื ลมง) การจัดการพน้ื ท่ชี ายหาด ในขณะท่ี อปท. ในแหลง่ ทอ่ งเทย่ี วตา่ งๆ ไมส่ ามารถจดั การและใชท้ รพั ยากรท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ เทศบาลเมืองแสนสุขได้อาศัยอำ�นาจตามกฎหมายท่ีมอี ยู่ คือ พ.ร.บ. การสาธารณสขุ พ.ศ. 2535 และ พ.ร.บ. เทศบาล พ.ศ. 2546มาควบคุมได้อยา่ งเป็นประสทิ ธิผล โดย • จดั ท�ำ เปน็ บนั ทกึ ขอ้ ตกลงกบั ผปู้ ระกอบการรมิ ชายหาด ก�ำ หนดจ�ำ นวนชนดิ สนิ คา้ (1 รม่ ไมเ่ กิน 3 ชนิด) เพ่ือใหจ้ ดั การง่ายและลดความขดั แย้งระหวา่ งผคู้ า้ • อาศยั อำ�นาจตามมาตรา 60 แหง่ พ.ร.บ. เทศบาล พ.ศ. 2496 และมาตรา43 มาตรา54 มาตรา55 มาตรา58 มาตรา63 แหง่ พ.ร.บ. การสาธารณสขุพ.ศ. 2535 ออกเทศบัญญัติเทศบาลตำ�บลแสนสุข เร่ืองการจำ�หน่ายสินค้าในท่ีสาธารณะ พ.ศ. 2538 ท�ำ ใหส้ ามารถเกบ็ คา่ ใบอนญุ าตจ�ำ หนา่ ยสนิ คา้ โดยเรยี กเกบ็ได้ตารางเมตรละ 500 บาทตอ่ ปี และในกรณที ี่ไมม่ สี นิ ค้า เชน่ บริการเตยี งผ้าใบเจท็ สกี ห่วงยาง เกบ็ เปน็ ค่าขยะคิดตามตารางเมตร • ผู้ประกอบการจะต้องจับฉลากเพ่ือหมุนเวียนการใช้พ้ืนท่ี เพื่อป้องกันการสร้างอิทธพิ ลในระยะยาว
บทท่ี 4: กรณศี กึ ษาการใช้ทรัพยากรชายฝัง่ และทะเลด้านการท่องเที่ยว 65จ) การจดั การนาํ้ เสีย • ออกเทศบญั ญตั เิ ทศบาลต�ำ บลแสนสขุ เรอื่ ง การจดั เกบ็ คา่ บ�ำ บดั นา้ํ เสยีพ.ศ. 2544 อาศัยอ�ำ นาจตามมาตรา 60 พ.ร.บ. เทศบาล พ.ศ. 2496 และมาตรา16 (18) แหง่ พ.ร.บ. กำ�หนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำ�นาจแก่ อปท. พ.ศ.2542 และมาตรา 93 แหง่ พ.ร.บ. ส่งเสริมและรกั ษาคุณภาพส่ิงแวดล้อมแห่งชาติพ.ศ. 2535 ก�ำ หนดใหผ้ คู้ รอบครองแหลง่ มลพษิ นํ้าทม่ี ไิ ดบ้ ำ�บดั เองเช่ือมตอ่ ทอ่ กบัระบบบ�ำ บดั ของเทศบาล และมกี ารจา่ ยคา่ ธรรมเนยี มตามอตั ราทก่ี ฎหมายก�ำ หนด(0.65 บาท/ ตร.ม.) โดยใหส้ ถานประกอบการใหเ้ ช่าหอ้ งพักเสยี ในอัตรา 10 บาทต่อห้อง • ออกเทศบัญญัติเทศบาลตำ�บลแสนสุข เร่ืองกิจการท่ีเป็นอันตรายตอ่ สขุ ภาพ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2553 ให้กจิ การหอพกั อาคารชดุ ใหเ้ ช่า หอ้ งเชา่บ้านแบ่งให้เช่า เป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและให้เสียค่าธรรมเนียมห้องละ 40 บาท/ปี ดงั นน้ั ขอ้ กลา่ วขวญั กนั ทวั่ ไปวา่ อปท. ไมส่ ามารถเขา้ ไปจดั ระเบยี บ ปกั รม่เก็บค่าขยะนั้น เกิดจากความไม่เข้าใจขอบเขตอำ�นาจของตนเท่าท่ีมีอยู่ และยังไม่ใชก้ ฎหมายทมี่ ีใหเ้ กดิ ประสทิ ธภิ าพสงู สดุ เทศบาลเมอื งแสนสขุ ไดใ้ ชเ้ ครอื่ งมือกฎหมายทมี่ อี ยมู่ ารกั ษาคณุ ภาพสง่ิ แวดลอ้ มอยา่ งมปี ระสทิ ธผิ ล อปท. อน่ื ๆ สมควรที่จะน�ำ มาใช้ประโยชน์ได้4.3 สรปุ การศึกษาเปรียบเทียบกรณีอันดามัน และกรณีแสนสุขช้ีให้เห็นชัดเจนว่าอปท. แหล่งทอ่ งเทยี่ วสว่ นใหญ่ยังใชก้ ฎหมายทม่ี ีอยเู่ พ่อื สรา้ งรายได้ให้กับ อปท.ของตนไม่เต็มศักยภาพ เพราะบุคลากรขาดความรู้ความเข้าใจกฎหมายท่ีมีอยู่บางครั้งเหตุผลประการอื่นที่ อปท. ไม่แก้ไขปัญหาการใช้ประโยชน์ท่ีสาธารณะก็เพราะว่ากลัวเสียฐานคะแนนเสียง และผู้บริหารไม่อยากเอาตัวไปพัวพันในข้อพิพาท ปญั หาของ อปท. ท่มี ีแหลง่ ทอ่ งเท่ียวกค็ อื งบประมาณที่ได้รบั เป็นไปตามประชากรท่มี อี ยู่ แต่ใน อปท. ที่เป็นแหลง่ ทอ่ งเทยี่ ว อปท. ต้องดูแลสง่ิ แวดล้อมมากขน้ึ กว่าเดมิ เพราะนกั ทอ่ งเทยี่ วเปรยี บเสมอื นประชาชนชวั่ คราว อย่างไรกค็ อื
66 กรณศี กึ ษาการจดั การทรัพยากรธรรมชาติขององคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิอปท. ไม่สามารถเก็บคา่ ธรรมเนียมการใชป้ ระโยชน์ ทรัพยากรทอ่ งเทยี่ ว หรอืคา่ ธรรมเนยี มส่งิ แวดล้อมจากนักท่องเทย่ี ว เพราะไม่มกี ฎหมายใดบญั ญัตไิ ว้ และคณะกรรมการกฤษฎกี าเคยมวี นิ จิ ฉยั ในปี พ.ศ.2546 กรณขี อง อบต. เกาะชา้ ง และอบต. เกาะชา้ งใต้ จะเกบ็ คา่ ธรรมเนยี มการบ�ำ รงุ รกั ษาสง่ิ แวดลอ้ มจากนกั ทอ่ งเทย่ี วมไิ ด้เพราะนกั ทอ่ งเทย่ี วมิใชผ่ ไู้ ด้รบั บริการหรือประโยชน์โดยตรง (กอบกลุ รายะนาครและคณะ 2555) แม้ว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาจะไม่ยอมรับว่าการดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นบริการและสินค้าท่องเท่ียวแต่ในศาสตร์ของการท่องเท่ียวสิ่งแวดล้อมเป็นสินค้าทอ่ งเท่ียว ประเภทสินคา้ สาธารณะท่ีใชร้ ว่ มกนั ถึงแมว้ ่าการใช้จะไม่ใชก่ ารใชแ้ ล้วหมดไป แต่ก็เป็นการใช้ท่ีก่อให้เกิดการสึกหรอ ซึ่งจำ�เป็นต้องมีเคร่ืองมือกำ�กับให้ต้นทุนการศึกหรอต่ําท่ีสุด คือ ควรมีการเก็บค่าธรรมเนียมการใช้ทรัพยากรทอ่ งเทย่ี ว เชน่ คา่ ธรรมเนยี มขนึ้ เกาะ คา่ ธรรมเนยี มชมปะการงั จงึ ควรมกี ฎหมายใหม่ท่ีขยายประเภทและฐานภาษีให้ อปท. มีรายไดเ้ พิ่มเพื่อไปจดั การดา้ นอนุรักษ์และรักษาสภาพส่ิงแวดล้อมได้
บทที่ 5: กรณีศึกษาปัญหาปา่ ไมแ้ ละทด่ี ิน: จังหวัดลำ�พนู 67 บทท่ี 5 กรณศี ึกษาปญั หาปา่ ไมแ้ ละท่ดี ิน: จงั หวดั ลำ�พูน ชัยพงษ์ สำ�เนยี ง การออกโฉนดชมุ ชนเปน็ ทางเลอื กนโยบายใหมข่ องรฐั บาลทม่ี นี ายอภสิ ทิ ธ์ิเวชชาชวี ะ เปน็ นายกรฐั มนตรี โดยมวี ตั ถปุ ระสงค์ใหป้ ระชาชนมคี วามมน่ั คงในการถือครองท่ดี นิ และความม่นั คงในชีวติ นโยบายเร่ืองโฉนดชมุ ชนออกเปน็ ระเบยี บสำ�นักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน พ.ศ. 2553 ได้ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เลม่ ท่ี 127 ตอนพิเศษ 37 ง วนั ท่ี 11 มิถนุ ายน 2553 เพ่ือให้มกี ารบรหิ ารจดั การทด่ี นิ ในรปู แบบสทิ ธริ ว่ มกนั ของชมุ ชน เพอื่ การท�ำ เกษตรกรรมและเพอ่ื ทอ่ี ยอู่ าศยั และใหม้ คี วามมน่ั คงในการถอื ครองทด่ี นิ สงวนไวส้ �ำ หรบั ลกู หลานในอนาคต (โฉนดชุมชน 2554: 7) ความขดั แยง้ ในเรอ่ื งทด่ี นิ ระหวา่ งราษฎรกบั รฐั และระหวา่ งชาวบา้ นกบั นายทนุเกดิ ขน้ึ อยา่ งตอ่ เนอื่ งยาวนาน(อานนั ท์ กาญจนพนั ธุ์ และมง่ิ สรรพ์ ขาวสอาด2538)เนอื่ งดว้ ยนโยบายของจดั ทท่ี �ำ กนิ ของรฐั ในชว่ งเวลาตา่ งๆ มคี วามไมช่ ดั เจนในระดบัพื้นที่ ฝ่ายผู้มีผลประโยชน์และอิทธิพลมีพลังทางการเมืองสูงกว่าฝ่ายที่ต้องการปฏิรูป พ้นื ที่ต่างๆ มีปญั หามากบ้างน้อยบ้างแตกตา่ งกัน ความรนุ แรงของปัญหาข้ึนอยู่ว่าพ้ืนที่นั้นๆ มีศักยภาพทางเศรษฐกิจมากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะพ้ืนท่ีเชยี งใหม-่ ล�ำ พนู มปี ญั หาเรอื่ งทด่ี นิ มากเนอ่ื งดว้ ยการขยายตวั ของเมอื ง การทที่ ด่ี นิเรม่ิ มรี าคาสูงขนึ้ ก็ท�ำ ใหป้ ัญหาทด่ี ินมคี วามซบั ซอ้ นมากกวา่ พ้ืนทีอ่ น่ื
68 กรณีศกึ ษาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติขององคก์ รปกครองส่วนท้องถนิ่5.1 กรณีศกึ ษาโฉนดชมุ ชน: เทศบาลตำ�บลศรเี ตย้ี การศกึ ษาปญั หาทท่ี �ำ กนิ ไดเ้ ลอื กพน้ื ทจ่ี งั หวดั ล�ำ พนู เปน็ กรณศี กึ ษาเพราะวา่เปน็ พนื้ ทท่ี มี่ คี วามขดั แยง้ ดา้ นทท่ี �ำ กนิ สงู จากการส�ำ รวจของเครอื ขา่ ยปฏริ ปู ทด่ี นิโดยชมุ ชน สหพนั ธเ์ กษตรกรภาคเหนอื กลมุ่ เพอื่ นราษฎรในพน้ื ทจี่ งั หวดั เชยี งใหม่เชียงราย และล�ำ พนู พบว่า มีปญั หาทีด่ นิ จำ�นวน 26 กรณี สว่ นใหญอ่ ยู่ในพน้ื ท่ีจงั หวดั ล�ำ พนู จ�ำ นวน17 แหง่ เชยี งราย2 แหง่ เชยี งใหม่7 แหง่ (อจั ฉรา รกั ยตุ ธิ รรม,บรรณาธกิ าร 2548 : 102-107 และดเู พม่ิ ใน ศยามล ไกรยรู วงศ์ และคณะ: 79-83)ปัจจุบันชาวบ้านในหลายพื้นที่ถูกฟ้องร้องดำ�เนินคดี เช่น บ้านแพะใต้ ที่โดนพิพากษาจำ�คุก 6 เดือน จำ�นวน 9 คน เนื่องด้วยพ้ืนท่ีอยู่ในเขตป่าอนุรักษ์เปน็ อนั มาก จากสถติ ปิ ี พ.ศ. 2543 จังหวดั ลำ�พูนมีพ้นื ท่ี 4,505.9 ตารางกโิ ลเมตรมีพน้ื ที่ปา่ 2,725.1 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นรอ้ ยละ 60.48 ของพนื้ ทีท่ ้ังจังหวัดในปี พ.ศ. 2547 มีพ้ืนที่ป่า 2,606 ตารางกิโลเมตร คดิ เป็นรอ้ ยละ 57.8 ของพื้นที่ทั้งจังหวัด1 จะเห็นว่าในพ้ืนท่ีจังหวัดลำ�พูน มีสัดส่วนพื้นที่ป่ามากกว่าพื้นที่เกษตรกรรม และทีอ่ ยอู่ าศยั มีการขยายตวั ของประชากรท้งั ในระดบั ทอ้ งถ่นิ และประชากรจากต่างพ้ืนที่เข้ามาทำ�งานในนิคมอุตสาหกรรมจำ�นวนมาก ส่งผลให้ปญั หาเรอื่ งท่ีดนิ ในพ้ืนท่รี นุ แรงกวา่ จังหวดั อ่ืนๆ ในภาคเหนือ ในปี พ.ศ. 2528 ได้มกี ารตัง้ นิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ ในจังหวดั ล�ำ พนู(จัดต้ังเม่ือปี พ.ศ. 2526) ตามนโยบายแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2520-2524) ได้กอ่ สรา้ งแลว้ เสร็จในเดอื นมนี าคม พ.ศ. 2528ใช้เงนิ ทุนท้งั สิน้ ประมาณ 438 ลา้ นบาท มเี นือ้ ที่ประมาณ 1,788 ไร่ การเกิดข้ึนของนคิ มอตุ สาหกรรมท�ำ ใหม้ คี วามตอ้ งการซอ้ื ทดี่ นิ เพอ่ื กอ่ สรา้ งโรงงานจ�ำ นวนมาก(ทรงศักดิ์ ปัญญา 2551: 115) ทำ�ให้ท่ีดินมีราคามากข้ึน นายทุนเร่ิมมองเห็นประโยชน์ในการกวา้ นซือ้ ท่ดี นิ ขณะเดยี วกนั การขยายตวั ของการพฒั นาของเมอื งล�ำ พนู ในฐานะเมอื งแฝดของเชียงใหม่ การพัฒนาภาคส่วนต่างๆ ท้ังอุตสาหกรรม สาธารณูปโภคการคมนาคม ภาคสนิ คา้ และบรกิ าร การทอ่ งเท่ยี ว ภาคการเกษตร สง่ ผลใหต้ ลาดท่ีดินในจังหวัดลำ�พูนขยายตัวและมีราคาสูงข้ึน โดยเฉพาะท่ีดินบริเวณรอบๆ1 ที่มา: http://service.nso.go.th/nso/nsopublish/servGis/Report_stat/10_2.htm (สำ�นักงานสถิติ แหง่ ชาติ).
บทที่ 5: กรณีศกึ ษาปัญหาป่าไม้และที่ดนิ : จังหวัดล�ำ พนู 69นคิ มอตุ สาหกรรม ในตวั เมอื งและรอบๆ ตวั เมอื งล�ำ พนู ไดก้ อ่ ใหเ้ กดิ ความตอ้ งการท่ดี นิ เพือ่ ลงทนุ ในธุรกิจประเภทตา่ งๆ อย่างมาก ทำ�ให้มีการเขา้ มากว้านซอื้ ทีด่ ินในภาคเกษตรกรรมโดยเฉพาะพนื้ ทท่ี อ่ี ยู่ในเขตปา่ จ�ำ แนกเดมิ รวมทง้ั พน้ื ทที่ างการเกษตร เชน่ ทีน่ า ที่สวน ของกล่มุ ทุนต่างๆ ทั้งทุนในทอ้ งถน่ิ และทุนภายนอกเนื่องจากที่ดินในภาคเกษตรมีราคาไม่แพงหากเปรียบเทียบกับท่ีดินบริเวณชานเมือง ซึ่งภายหลังจากการเข้าครอบครองที่ดินในภาคการเกษตรจำ�นวนมากเหลา่ นแี้ ลว้ กลมุ่ ทนุ ไดน้ �ำ ทดี่ นิ ไปเกง็ ก�ำ ไรเพอื่ ขายหรอื ปรบั เปลย่ี นการใชป้ ระโยชน์จากการผลิตภาคการเกษตรไปสธู่ ุรกจิ อสังหารมิ ทรพั ย์ เชน่ บ้านจัดสรร รีสอรท์โรงงาน บางกรณีกลุ่มทุนก็ลงทุนทำ�แปลงเกษตรกรรมขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่ท่ีดินเหล่าน้ีหากไม่ได้ขายกลุ่มทุนก็จะนำ�ไปจำ�นองกับธนาคารเพื่อนำ�เงินทุนมาหมนุ เวยี นใชใ้ นธรุ กจิ อนื่ ๆ ของตน (พงษท์ พิ ย์ ส�ำ ราญจติ น์ ใน อจั ฉรา รกั ยตุ ธิ รรม,บรรณาธกิ าร 2548: 40 และทรงศักดิ์ ปญั ญา 2551: 115) ความต้องการทีด่ ินในจงั หวดั ล�ำ พนู สงู ขน้ึ ตามอตั ราการพฒั นา รวมถงึ พนื้ ทจี่ งั หวดั ล�ำ พนู มคี วามเชอ่ื มโยงดา้ นการคมนาคม เศรษฐกจิ กบั เชยี งใหมท่ ถี่ อื วา่ เปน็ เมอื งหลกั ของภมู ภิ าค ท�ำ ให้พื้นที่ในจังหวัดลำ�พูนมีความสำ�คัญในแง่เศรษฐกิจ เพ่ือรองรับกับการขยายตัวของเมือง5.1.1 ความขัดแย้งของปญั หาท่ดี ินในจงั หวดั เชียงใหม-่ ลำ�พนู 2 ววิ ฒั นาการความขดั แยง้ ของปญั หาทด่ี นิ ในจงั หวดั เชยี งใหม-่ ล�ำ พนู เกดิ ขนึ้จากความลม้ เหลวในการจดั การทด่ี ินของรฐั อยา่ งนอ้ ย 2 ประการ คอื ประการแรก ความล้มเหลวในการจดั การทดี่ นิ และปา่ ไม้ของรัฐ นับตงั้ แต่กระบวนการเร่ิมออกกฎหมายเกี่ยวกับการถือครองและการออกเอกสารสิทธิที่ดินพ.ศ. 2497 และการประกาศ พ.ร.บ. ปา่ สงวนแหง่ ชาติ พ.ศ. 2507 รัฐมคี วามพยายามจะจัดประเภททด่ี นิ ใหอ้ ยู่ภายใตก้ ารรบั รองระบบกรรมสทิ ธเ์ิ พียง 2 ระบบเท่านนั้ คอื ระบบกรรมสิทธ์ขิ องรัฐ และระบบกรรมสิทธ์เิ อกชน ประกอบกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจได้ผลักดันให้รัฐต้องการให้ทดี่ นิ ทรี่ ฐั ไดจ้ �ำ แนกไวต้ ามกฎหมายไดม้ กี ารใชป้ ระโยชน์โดยเฉพาะการท�ำ การผลติพืชพาณิชย์เพื่อส่งออก โดยรัฐเร่ิมโครงการสนับสนุนให้ชาวบ้านเข้าไปจับจอง2 ดูรายละเอียดใน, ทรงศักดิ์ ปัญญา. (2551). การยึดที่เอกชนโดยชาวบ้านในเขตจังหวัดลำ�พูน แคณละะเมชนียษุงใยหศมาส่ ตพร.์ ศม.ห2าว5ทิ3ย3า-2ล5ัย4เช3ีย.งใวหิทมย่.านิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต ภาควิชาประวัติศาสตร์
70 กรณศี ึกษาการจดั การทรัพยากรธรรมชาติขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิน่ที่ดินท�ำ กนิ ซง่ึ รฐั จัดสรรผา่ นโครงการจัดสรรท่ดี ิน เช่น โครงการจัดท่ีดนิ ผนื ใหญ่บา้ นโฮง่ -ปา่ ซาง(หนองปลาสวาย) จงั หวดั ล�ำ พนู ในปี พ.ศ.2509 เนอื้ ท่ี15,000 ไร่โดยคณะกรรมการทด่ี นิ แห่งชาติ การออกนโยบายการเดนิ ส�ำ รวจเพอื่ ออกเอกสารสทิ ธิ น.ส.3 ในปี พ.ศ. 2517 การออกพระราชบัญญัติปฏริ ูปที่ดนิ เพ่อื เกษตรกรรม(ส.ป.ก.) พ.ศ. 2518 เปน็ ต้น การจัดการท่ีดินของรัฐผ่านโครงการและกฎหมายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพ่ือต้องการให้ราษฎรได้มีท่ีดินทำ�กินและมีเอกสารสิทธิเพ่ือสร้างความมั่นคงและแรงจูงใจในการลงทุนทำ�การผลิต แต่ในทางกลบั กันผลการดำ�เนนิ งานภายใต้โครงการเหลา่ นไ้ี ดส้ ง่ ผลใหเ้ กดิ ปญั หาตามมาหลายประการ เชน่ การแสวงหาประโยชน์จากขบวนการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบในท่ีดินของรัฐ (อานันท์ กาญจนพันธุ์และมงิ่ สรรพ์ ขาวสอาด 2538: 54) เพื่อน�ำ ไปเก็งก�ำ ไรและนำ�ไปใชป้ ระโยชนท์ างธรุ กิจในรูปแบบอืน่ ๆ เช่น ท�ำ รีสอร์ท บา้ นพักตากอากาศ ทำ�โรงงาน สนามกอล์ฟเปน็ ตน้ น�ำ มาสคู่ วามขดั แยง้ ตา่ งๆ ทง้ั ในระดบั ชาวบา้ นดว้ ยกนั หรอื ชาวบา้ นกบั คนภายนอกชุมชนทีเ่ ข้ามาครอบครองที่ดิน (ทรงศกั ด์ิ ปัญญา 2551: 114) ประการท่ีสอง นโยบายของรัฐท่ีไม่มีการจำ�กัด และกระจายการถือครองที่ดินเปิดช่องทางให้กลุ่มทุนสามารถถือครองท่ีดินได้เป็นจำ�นวนมากด้วยวิธีการต่างๆ โดยเฉพาะภายหลังจากการยกเลิกการจ�ำ กดั การถือครองท่ดี นิ ไม่เกิน 50 ไร่ในปี พ.ศ.2503 สมยั จอมพลสฤษดิ์ ธนะรชั ต์ ท�ำ ใหก้ ลมุ่ นายทนุ สามารถใชท้ นุ ของตนเองเขา้ ไปครอบครองทดี่ นิ ในชนบทไวเ้ ปน็ จ�ำ นวนมากโดยอาศยั โครงการของรฐัและความร่วมมือของเจา้ หนา้ ทรี่ ัฐ รว่ มกบั ผนู้ ำ�ชาวบ้าน เชน่ กำ�นัน ผใู้ หญบ่ ้านในทอ้ งถิ่นในการจดั หาทีด่ ินมาออกเอกสารสทิ ธิ (ทรงศกั ด์ิ ปญั ญา 2551: 114) ในชว่ งเวลารว่ ม 20 ปี (พ.ศ. 2528-2547) กรมทด่ี นิ ไดม้ โี ครงการเรง่ รดั การออกโฉนดทด่ี นิ โดยมเี ปา้ หมายเพ่ือออกโฉนดที่ดนิ ของรัฐและเอกชนทั่วประเทศมีเนื้อท่ีทั้งหมด 78.4 ล้านไร่ โครงการนี้ได้รับเงินสนับสนุนจากธนาคารโลกวตั ถปุ ระสงคข์ องโครงการเพอื่ สรา้ งความมน่ั คงในการถอื ครองทด่ี นิ ใหแ้ กเ่ กษตรกรสร้างแรงจูงใจในการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตให้สูงข้ึน3 นโยบายนี้ส่งผลให้มีการออกเดินสำ�รวจเพ่ือเร่งรัดออกโฉนดให้ได้จำ�นวนตามเป้าหมายที่ก�ำ หนดไวข้ องโครงการ และยงั ท�ำ ใหเ้ กดิ อาชพี นายหนา้ คา้ ทดี่ นิ โดยกลมุ่ ผนู้ �ำ ทอ้ งถนิ่ทที่ �ำ หนา้ ทเ่ี ปน็ เสมอื นศนู ยข์ อ้ มลู ระดบั หมบู่ า้ นใหก้ บั กลมุ่ นายทนุ กระบวนการซอื้3 รายงานสรุปข้อเท็จจริงปัญหาการถือครองท่ีดินกรณีจังหวัดลำ�พูน-เชียงใหม่, สหพันธ์เกษตรกร ภาคเหนือ, เอกสารอดั สำ�เนา, 2545, หนา้ 49-56.
บทที่ 5: กรณศี ึกษาปญั หาป่าไมแ้ ละที่ดนิ : จงั หวดั ลำ�พนู 71ขายท่ีดินในระยะน้ีก่อตัวขึ้นและขยายตัวอย่างกว้างขวางในเขตพ้ืนท่ีป่าจำ�แนกซึ่งเป็นพ้ืนท่ีท่ีกรมพัฒนาที่ดินเป็นผู้สำ�รวจเพื่อจำ�แนกไว้ให้เป็นป่าถาวรตามมติคณะรฐั มนตรี ซง่ึ ปา่ จ�ำ แนกอยภู่ ายใตก้ ารคมุ้ ครองของ พ.ร.บ. ปา่ ไม้ พทุ ธศกั ราช2484 ซ่ึงห้ามไม่ให้มีการตัดไม้ เก็บของป่า และปลูกสร้างที่พักอาศัย (อานันท์กาญจนพันธุ์ และม่งิ สรรพ์ ขาวสอาด 2538: 113) ในบริเวณท่ีชาวบ้านได้จับจองทำ�กินส่วนใหญ่อยู่ในป่าแพะซ่ึงเป็นป่าท่ีไม่สมบรู ณ์ ทดี่ นิ ในปา่ แพะบางพน้ื ท่ชี าวบ้านเขา้ ใจวา่ เปน็ ปา่ จ�ำ แนกคือ แยกออกมาจากเขตอุทยานแห่งชาติ และเขตป่าสงวนแห่งชาติแล้วเพ่ือให้ชาวบ้านสามารถเข้าไปทำ�ประโยชน์ได้ ซ่ึงเป็นความเข้าใจผิดเพราะป่าจำ�แนกบางส่วนอาจอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ บางพ้ืนท่ีอาจอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ท่ีมีกฎหมายสงวนหวงห้ามไว้ เป็นความเข้าใจที่คลาดเคล่ือนของการนิยามความหมายป่าไม้ระหวา่ งรัฐกบั ราษฎร (อานนั ท์ กาญจนพันธ์ุ และมิง่ สรรพ์ ขาวสอาด 2538: 113)แตป่ า่ แพะบางสว่ นมีใบแสดงการใชป้ ระโยชนแ์ ละการครอบครอง เชน่ ภบท.5 ส.ค.1 น.ส.3 น.ส. 3ก บางสว่ นไม่มีเอกสารสิทธติ ามกฎหมาย ก�ำ นัน และผู้ใหญบ่ ้านจะต้องเป็นผู้ให้ปากคำ�แก่เจ้าหน้าท่ีที่ดินเพื่อรังวัดออกเอกสารสิทธิในที่ดินที่เป็นทีส่ าธารณะ นายหน้าของนายทุนจะตอ้ งให้ผลประโยชน์แกผ่ ใู้ หญ่บ้าน และก�ำ นันแลกกบั ความรว่ มมอื ในการออกเอกสารสทิ ธิ การรงั วดั นด้ี �ำ เนนิ การทงั้ โดยเปดิ เผยและลักลอบ (ทรงศกั ดิ์ ปญั ญา 2551: 115) ท�ำ ใหท้ ด่ี ินจ�ำ นวนมากตกอยู่ในมอื ของนายทุนท้งั ที่ได้มาโดยชอบและมิชอบตามกฎหมาย5.1.2 ขบวนการเคลอ่ื นไหวของประชาชนเพอ่ื ปฏริ ปู การถอื ครองทด่ี นิ ในภาคเหนอื การตอ่ สเู้ รอ่ื งทดี่ นิ ของเกษตรกรมมี าอยา่ งยาวนานนบั ตง้ั แตย่ คุ 14 ตลุ าคม2516 ในยุคของความเบ่งบานของประชาธิปไตยเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ปัจจุบันเครอื ขา่ ยปฏริ ปู ทด่ี นิ เพอ่ื ประชาชนประกอบดว้ ยองคก์ รประชาชน คอื สมชั ชาคนจนสหพนั ธ์เกษตรกรภาคเหนือ สมัชชาชาวนาชาวไร่ภาคอีสาน สมาพนั ธ์ชาวประมงพน้ื บา้ นภาคใต้ เครอื ขา่ ยสลมั 4 ภาค เครอื ขา่ ยเกษตรกรรมทางเลอื ก และเครอื ขา่ ยปฏิรูปที่ดินเพ่ือคนจนภาคใต้ โดยเครือข่ายมีวัตถุประสงเพ่ือตรวจสอบการทุจริตการเชา่ ทด่ี นิ รฐั การออกเอกสารสทิ ธโิ ดยมชิ อบในภาคเหนอื ภาคอสี าน และภาคใต้รวมถงึ เปดิ ประเดน็ ปญั หาการถอื ครองทดี่ นิ โดยเฉพาะการทจุ รติ ในการออกเอกสารสิทธิในที่ดินสาธารณะ ที่ชุมชน ที่ดินของรัฐ (อัจฉรา รักยุติธรรม 2548: 13)จะเห็นว่าการต่อสู้เพ่ือให้เกิดการกระจายการถือครองท่ีดินของภาคประชาชนเป็น
72 กรณศี ึกษาการจดั การทรัพยากรธรรมชาติขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นเครอื ขา่ ยทห่ี ลากหลาย มปี ระเดน็ ปญั หาทแี่ ตกตา่ งกนั ทง้ั การประกาศเขตปา่ สงวนแหง่ ชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ ทบั ที่ท�ำ กิน ที่อยู่อาศยั หรือการเขา้ ไปใชท้ ร่ี าชพัสดุทีส่ าธารณะ ทีท่ หาร รวมถึงที่ดนิ เอกชน แต่มคี วามสอดคลอ้ งกันในเร่ือง “ปัญหาที่ดนิ ” ในมิตติ า่ งๆ ซ่งึ จะเหน็ วา่ ปญั หาทีด่ ินเปน็ ปญั หาท่ีใหญม่ าก มคี วามซบั ซอ้ นของปัญหาในหลากหลายมติ ิ ตราบใดที่ท่ดี นิ ยงั มคี วามสำ�คญั ในการผลิต และยังไมม่ กี ารปฏริ ปู ทด่ี นิ ปญั หานก้ี จ็ ะรนุ แรงขน้ึ เรอ่ื ยๆ โดยเครอื ขา่ ยไดด้ �ำ เนนิ การเรยี กรอ้ งสิทธิการใชท้ ด่ี ินของรัฐ กรณกี ารยดึ ทด่ี นิ ทเ่ี อกชนทไ่ี ดม้ าโดยมชิ อบ และทด่ี นิ เอกชนทท่ี ง้ิ รา้ งวา่ งเปลา่มีจุดเร่ิมต้นมาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดดทำ�ให้เกิดวิกฤตเศรษฐกจิ ในปี พ.ศ.2540 ท�ำ ใหเ้ กดิ หนเี้ สยี (NPL) หรอื หนท้ี ี่ไมก่ อ่ ใหเ้ กดิ ประโยชน์ทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะท่ีดิน ในช่วงปี พ.ศ. 2528 ธนาคารโลกได้ให้เงินกู้แก่รฐั บาลไทย เพอ่ื เรง่ รดั การออกโฉนดทด่ี นิ ส�ำ หรบั ผทู้ เ่ี ปน็ เจา้ ของทดี่ นิ อยา่ งเปน็ ธรรมทำ�ให้นายทุนพากันกว้านซื้อท่ีดินตามภูมิภาคต่างๆ ของประเทศเพื่อเก็งกำ�ไร(พงษ์ทพิ ย์ ส�ำ ราญจติ น์ ใน อัจฉรา รักยุตธิ รรม บรรณาธิการ 2548: 40) แล้วน�ำไปจ�ำ นองกบั สถาบนั ทางการเงนิ พอเกดิ วกิ ฤตเศรษฐกจิ ท�ำ ใหเ้ กดิ เอน็ พแี อล(NPL)ทำ�ใหท้ ่ดี นิ ถกู ทง้ิ ร้างว่างเปล่า หลังปี พ.ศ. 2530 พบว่า ที่ดินจ�ำ นวนมหาศาลไดไ้ หลไปกระจุกตวั ในมือของนายทุน ส่วนเอกสารสิทธิถูกจำ�นองไว้กับสถาบันการเงิน ทำ�ให้ที่ดินถูกท้ิงรกร้างว่างเปล่าไม่มีการใช้ประโยชน์ คิดเป็นมูลค่าท่ีประเทศไทยต้องสูญเสียทางเศรษฐกิจไปกวา่ 127,384 ลา้ นบาทต่อปี (พงษท์ ิพย์ ส�ำ ราญจติ น์ ใน อจั ฉรารกั ยตุ ธิ รรม บรรณาธิการ 2548: 40-41) ในช่วงเวลาที่มีการเร่งรัดออกเอกสารสิทธิพบว่า ในพื้นท่ีภาคเหนือมีการออกเอกสารสทิ ธโิ ดยมชิ อบดว้ ยกฎหมายในหลายพน้ื ที่ โดยเฉพาะการลกั ลอบออกเอกสารสิทธิในทดี่ นิ สาธารณประโยชน์ และป่าชมุ ชนในเขตป่าสงวนแห่งชาตโิ ดยการ “สวมสทิ ธ์ิ” หรือ “ส.ค.บิน” (พงษท์ ิพย์ สำ�ราญจิตน์ ใน อจั ฉรา รักยุติธรรมบรรณาธิการ 2548: 41) จากการสำ�รวจของเครือข่ายปฏิรูปท่ีดินโดยชุมชน สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนอื กลมุ่ เพอื่ นประชาชน พบวา่ พน้ื ทจี่ งั หวดั เชยี งใหม่ เชยี งราย และล�ำ พนูเปน็ พนื้ ทท่ี มี ปี ญั หาทด่ี นิ จ�ำ นวน 26 กรณี (อจั ฉรา รกั ยตุ ธิ รรม บรรณาธกิ าร 2548:102-107) แยกเป็น 3 กลุ่ม ดงั ตอ่ ไปนคี้ อื
บทท่ี 5: กรณีศึกษาปัญหาปา่ ไมแ้ ละท่ดี ิน: จงั หวดั ล�ำ พนู 73 กรณีท่ี 1 นายทุนปลอ่ ยทีด่ ินรกร้างวา่ งเปล่า ชาวบ้านเขา้ ไปใชป้ ระโยชน์จำ�นวน 11 แห่ง เช่น จังหวัดเชียงใหม่ 6 แห่ง บ้านดงป่าหวาย อ.ดอยหล่อบา้ นดอยแก้ว อ.จอมทอง บ้านหนองหา่ ย อ.จอมทอง บ้านดอยน้อย อ.ดอยหลอ่บ้านคานาอัน อ.จอมทอง บ้านโป่ง อ.สันทราย จังหวัดเชียงราย 2 แห่ง เช่นบา้ นสนั ทราย อ.พาน บา้ นดงเจรญิ อ.พาน จงั หวดั ล�ำ พนู 3 แหง่ เชน่ บา้ นหลา่ ยแกว้อ.บา้ นโฮง่ บา้ นสนั หางเสือ และบ้านพระบาท อ.ปา่ ซาง กรณที ่ี 2 มกี ารออกเอกสารสทิ ธิในท่ีดนิ โดยมิชอบทับทป่ี า่ จ�ำ นวน 7 แหง่โดยแยกเป็นจังหวดั เชยี งใหม่ 1 แห่งคือ บ้านห้วยม่วง อ.จอมทอง และจงั หวดัล�ำ พนู 6 แหง่ ไดแ้ ก่ (1)บ้านเหล่าปงเสอื บา้ นวงั ผาง บา้ นดงหลวง บา้ นเวยี งอ.หนองลอ่ ง(2)บา้ นไรด่ ง บา้ นหนองสมณะ บา้ นแมอ่ าว อ.ปา่ ซาง(3)บา้ นหนองเจดยี ์อ.ปา่ ซาง (4)บ้านไร่กอคา่ อ.ปา่ ซาง (5)บา้ นโป่งรู อ.ป่าซาง และ (6)บา้ นสนั ปา่ ฮักอ.ป่าซาง กรณีที่ 3 การรุกที่ดินจัดสรรโดยรัฐหรือกรณีหนองปลาสวาย จ.ลำ�พูนเดิมท่ีดินผืนนี้เป็นท่ีดินสาธารณประโยชน์เป็นส่วนหน่ึงของโครงการจัดสรรที่ดินโดยรฐั ในเขตอ�ำ เภอบ้านโฮ่ง-ปา่ ซาง (หนองปลาสวาย) ตอ่ มาโครงการถกู ยกเลิกนายทนุ จงึ กวา้ นซอ้ื ทแี่ ลว้ น�ำ ไปออกโฉนดทด่ี นิ โดยมชิ อบ และปลอ่ ยทงิ้ รา้ งวา่ งเปลา่ซึ่งโครงการนี้ครอบคลุมหลายหมู่บ้าน เช่น หมู่บ้านท่ีอยู่ใน อ.เวียงหนองล่องได้แก่ บ้านแพะใต้ บา้ นท่าหลุก บ้านทา่ ช้าง บา้ นหนองลอ่ ง และหมูบ่ ้านในเขตอ.บ้านโฮ่ง ได้แก่ บ้านหนองสูน บ้านท่ากอม่วง บ้านหนองเขียด บ้านศรีเต้ียบา้ นศรีเจรญิ บา้ นศรีลาภรณ์ และบ้านดงขีเ้ หล็ก การเขา้ ไปยดึ ทเ่ี อกชนหรอื ทชี่ าวบา้ นสรา้ งวาทกรรมวา่ “การปฏริ ปู ทดี่ นิ โดยประชาชน” โดยมีสำ�นึกว่าที่ดินจะต้องเป็นของผู้ท่ีทำ�ประโยชน์จากที่ดิน ดังกรณีศึกษาดงั ต่อไปนี้ ซง่ึ อปท. มีบทบาทสนบั สนุนใหป้ ระชาชนมีโฉนดชมุ ชน5.1.3 กรณศี ึกษาตำ�บลศรีเตย้ี อำ�เภอบา้ นโฮ่ง จังหวัดลำ�พูน ในสว่ นนเ้ี ปน็ การสมั ภาษณ์ นายสมบตั ิ ณวรรณไทย ประธานสภาเทศบาลต�ำ บลศรเี ตย้ี นายพลั ลภ หาค�ำ รจุ า รองนายกเทศมนตรตี �ำ บลศรเี ตยี้ นายธนา ยะโสภาสมาชิกสภาเทศบาลตำ�บลศรีเต้ีย และเป็นแกนนำ�คนสำ�คัญในการเรียกร้องการปฏริ ปู ที่ดิน ซ่ึงช้ีให้เหน็ บรบิ ท ปญั หา และแนวทางในการแก้ไขปัญหาการกระจายทด่ี นิ อยา่ งไม่เป็นธรรม
74 กรณีศกึ ษาการจัดการทรัพยากรธรรมชาตขิ ององคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ5.1.4 สภาพทัว่ ไปของเทศบาลต�ำ บลศรีเต้ีย อ�ำ เภอบา้ นโฮ่ง จงั หวดั ล�ำ พูน เปน็ เทศบาลขนาดเล็ก มจี �ำ นวนประชากร 5,800 คน ใน 1,700 ครวั เรอื นมีหมู่บ้านในพนื้ ท่ี 9 หมู่บา้ น ประชาชนสว่ นใหญม่ อี าชพี เกษตรกรรม มแี ม่นํา้ ล้ีไหลผ่าน ในบริเวณเขตพื้นท่ีมีลำ�ห้วย/ลำ�เหมือง 5 สาย คือ ลำ�เหมืองเปาโตนบ่องครก พันตอง กันงอ และบ้านดง มีฝาย 2 แห่ง คือ บ้านดงขี้เหล็กและบา้ นศรเี ตย้ี พน้ื ทบ่ี างสว่ นอยู่ในเขตปา่ สงวนแหง่ ชาตปิ า่ บา้ นโฮง่ พนื้ ทป่ี า่ สงวนบางส่วนเป็นที่ดินทำ�กินไม่เหลือสภาพพ้ืนท่ีป่าภูมิประเทศเป็นท่ีราบลุ่มแม่น้ําล้ีมีพน้ื ที่ 29.5 ตารางกโิ ลเมตร ในพืน้ ที่มภี เู ขาไมส่ ูง มีสำ�นกั สงฆ์ 2 แห่ง เทศบาลตำ�บลศรีเตีย้ มีรายได้จำ�นวน 19 ล้านบาท เป็นเงินรายได้ 3 ล้านบาท เงนิ อุดหนนุจากภาครฐั 16 ลา้ นบาท ส่วนใหญ่เก็บจากภาษที ด่ี ิน5.1.5 ปญั หาท่ีดนิ ในพื้นที่ ปัญหาจัดที่ทำ�กินในเทศบาลตำ�บลศรีเต้ียเกิดข้ึนหลังจากคณะกรรมการจัดท่ีดินแห่งชาติกันพื้นท่ีจำ�นวน 15,000 ไร่ ออกจากเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าบ้านโฮ่งในปี พ.ศ. 2507 แล้วจัดสรรให้แบบเหวี่ยงแห ราษฎรในพ้ืนท่ีต่างๆคนละ 5-10 ไร่ แตช่ าวบ้านบางสว่ นไมร่ ้วู ่าพ้นื ท่ีของตนอยู่บรเิ วณไหน หรือบางสว่ นอยหู่ า่ งไกลจากพน้ื ทท่ี ี่ไดร้ บั จดั สรร เชน่ ราษฎรบางสว่ นอยู่ในเขตต�ำ บลปา่ ซางฉางข้าวน้อย อ.ป่าซาง แต่รัฐได้จัดที่ทำ�กินให้ในเขตอำ�เภอบ้านโฮ่งจึงไม่มาขอรับสทิ ธิ ท�ำ ใหพ้ น้ื ท่เี หลา่ น้ันไมม่ เี จา้ ของหรือ ถกู ผอู้ ื่นเขา้ ใช้ประโยชน์ ในปี พ.ศ. 2528 ไดม้ กี ารเรยี กใบจองคนื (เพกิ ถอนใบจอง) จากราษฎรที่ได้จัดทีด่ นิ ท�ำ กนิ เพราะประสบปญั หา ราษฎรไมส่ ามารถเข้าไปใช้ประโยชนจ์ ากทดี่ นิได้จริง พ.ศ. 2533 มีการเดินสำ�รวจที่ดินเพ่ือออกโฉนดท่ีดิน และในช่วงเวลาน้ีบรษิ ัทเอกชนไดเ้ ข้ามา เพื่อซื้อที่ดนิ ของชาวบา้ น มีการออกโฉนดทด่ี ินโดยอ้างวา่ทีด่ ินทบ่ี รษิ ทั ท่ีซ้ือจากชาวบา้ นมกี ารครอบครองมาก่อนปี พ.ศ. 2497 เพราะท่ดี นิผืนใดที่มีการครอบครองก่อนปี พ.ศ. 2497 ไม่ต้องมีหลักฐานการครอบครองเช่น ใบจอง ส.ค.1 หรือหลักฐานการเสียภาษี บริษัทที่กว้านซื้อท่ีดินส่วนใหญ่อา้ งวา่ ชาวบา้ นครอบครองในปี พ.ศ.2493 เชน่ นายศรวี รรณ จ�ำ ปาทอง ครอบครองทดี่ นิ ในปี พ.ศ.2493 แตท่ จี่ รงิ เกดิ ปี พ.ศ.2497 ซงึ่ เปน็ การทจุ รติ สรา้ งหลกั ฐานเทจ็เพือ่ มาขอออกโฉนดท่ดี ิน
บทที่ 5: กรณีศกึ ษาปญั หาปา่ ไมแ้ ละทดี่ ิน: จงั หวัดล�ำ พนู 75 ปัญหาการออกโฉนดท่ีดินโดยไม่ชอบของเอกชนยังปรากฏในเขตพ้ืนท่ีใกล้เคียงคือ ต�ำ บลหนองล่อง และต�ำ บลหนองปลาสวาย กลุ่มบริษัทเอกชนที่เข้ามาออกโฉนดที่ดินโดยมิชอบในพื้นที่ตำ�บลศรีเตี้ยสว่ นใหญเ่ ปน็ บรษิ ทั ในจงั หวดั เชยี งใหม่ เปน็ บรษิ ทั จดั สรรทด่ี นิ โดยกลมุ่ บรษิ ทั เอกชนเหล่าน้ีจะเข้ามาซื้อที่ดินจากชาวบ้านโดยผ่านทางกำ�นัน ผู้ใหญ่บ้าน แล้วนำ�ไปคํ้าประกนั เงนิ กู้ แลว้ ปล่อยท่ีดนิ เหลา่ น้นั ให้รกร้างวา่ งเปลา่ ไม่มีการท�ำ ประโยชน์ กระบวนการท่ีกลุ่มทุนเข้ามาในพื้นที่พบว่า มีที่ดินท่ีชาวบ้านยินยอมขายให้ประมาณรอ้ ยละ 3 ส่วนอกี ร้อยละ 97 ไมไ่ ด้ขายแต่บางส่วนถูกสวมสิทธ์ิทำ�ให้ชาวบ้านต้องการตรวจสอบ และให้เพิกถอนโฉนดของนายทนุ ในปัจจุบันพื้นท่ีเทศบาลตำ�บลศรีเต้ียมีปัญหาคือ พื้นท่ีหมู่ 1 และหมู่ 4อยู่ในพื้นทีเ่ ขตป่าสงวนแห่งชาติจำ�นวน 2,000 ไร่ หมู่ 2 หมู่ 8 และหมู่ 9 มีพ้ืนที่สาธารณะทีป่ ระกาศเป็นพ้ืนทห่ี วงห้าม 3,300 ไร่ (อยู่นอกเขตปา่ สงวนแห่งชาต)ิหมู่ 5 มีที่ดนิ ที่มีปญั หา 700 ไร่ หมู่ 3 บ้านศรเี ตี้ย หมู่ 6 บ้านศรีเจรญิ หมู่ 7บ้านศรีลาพร มีที่ดนิ ที่เปน็ ปัญหา 1,500 ไร่ ปญั หาในพน้ื ที่ หมู่ 1 และหมู่ 4 เกิดจากชาวบ้านเข้าไปอยู่ในพนื้ ที่เขตปา่สงวนแหง่ ชาติ ปัญหา คือ ไมม่ กี ารก�ำ หนดเขต (เสน้ ) ท่แี นน่ อนระหวา่ งเขตป่าสงวนแห่งชาติ และเขตทีท่ �ำ กนิ ของชาวบ้าน ในส่วนนี้เทศบาลได้สนับสนุนเงินทุนเพื่อให้ป่าไม้จัดทำ�แผนที่กำ�หนดเขตไปแลว้ จ�ำ นวน 20,000 บาท แตย่ งั ไมม่ คี วามคืบหนา้ หมู่ 2 หมู่ 8 และหมู่ 9 มพี ้นื ทีท่ ่ีมีปัญหาจำ�นวน 3,200 ไร่ ซึง่ แตเ่ ดิมพน้ื ที่น้ีเป็นพน้ื ทที่ ่ชี าวบ้านใช้ท�ำ กิน เป็นพ้นื ท่ีสาธารณะ พ้ืนที่ 3,200 ไร่ได้มีการประกาศเป็นพ้ืนท่ีหวงห้ามโดยอำ�เภอเป็นผู้ออกประกาศเม่อื วนั ที่ 23 กรกฎาคม 2533 โดยเฉพาะหมู่ 2 บา้ นสันปูเลยเป็นที่สงวนหวงหา้ ม(พนื้ ทท่ี หาร) ประชาชนเขา้ ท�ำ ประโยชน์ไมไ่ ด้ เทศบาลไมม่ อี �ำ นาจในการจัดการ ในปัจจุบันพ้ืนที่หวงห้ามดังกล่าวได้กลายเป็นพื้นที่ทำ�กินของชาวบ้านเปน็ สว่ นใหญ่ แตว่ า่ ไมส่ ามารถออกเอกสารสทิ ธิในทด่ี นิ ผนื นี้ได้ เพราะวา่ ยงั เปน็ เขตหวงหา้ ม ท�ำ ใหช้ าวบา้ นตอ้ งการทจี่ ะเพกิ ถอนเขตพนื้ ทหี่ วงห้าม โดยมกี ารก�ำ หนดเขตให้ชัดเจนว่าพ้ืนท่ีใดเป็นพื้นท่ีทำ�กินของชาวบ้าน หรือพื้นท่ีใดเป็นท่ีหวงห้ามซงึ่ จะนำ�มาสู่การออกเอกสารสทิ ธิเพื่อให้ชาวบ้านไดใ้ ช้ประโยชนอ์ ย่างแท้จรงิ
76 กรณศี ึกษาการจดั การทรพั ยากรธรรมชาตขิ ององคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ พน้ื ทห่ี มู่ 5 ท่ดี ินทม่ี ีปัญหามจี �ำ นวน 700 ไร่ (บา้ นดงขเี้ หล็ก) เป็นทีน่ ายทุนทงั้ หมด เดมิ เปน็ เขตปา่ เสอื่ มโทรม ตอ่ มาเอกชนไดเ้ ขา้ มาออกเอกสารสทิ ธิ ปจั จบุ นัชาวบา้ นได้เขา้ ครอบครองท�ำ กนิ บา้ นสันปูเลย หมู่ 5 บา้ นศรเี ตีย้ ศรเี จรญิ ศรีลาพร หมู่ 3 หมู่ 6 และหมู่ 7มีปัญหาคล้ายกัน คือ การเข้ายึดที่ท่ีรกร้างของเอกชน ที่ชาวบ้านเชื่อว่าออกเอกสารสทิ ธโิ ดยมชิ อบ โดยมนี ายทนุ ไดเ้ ขา้ มาประสานงานผา่ นผนู้ �ำ ทอ้ งถนิ่ ก�ำ นนัผใู้ หญบ่ า้ น เพอ่ื กวา้ นซอื้ ทด่ี นิ สรา้ งหลกั ฐานเทจ็ เพอื่ ออกโฉนด จากการตรวจสอบมีการกล่าวอ้าง เช่น • นายค�ำ ตอ่ มสาร ตายปี พ.ศ. 2518 แตอ่ า้ งในเอกสารวา่ มกี ารซอื้ ทด่ี นิจากนายคำ� ในปี พ.ศ. 2527 • นายพวง วรรณะ ตายปี พ.ศ. 2519 แต่มกี ารขายทด่ี ินในปี พ.ศ. 2527 • นายสุข ตาก้ี ตายปี พ.ศ. 2502 ขายที่ดนิ ในปี พ.ศ. 2527 รวมถึงกรณีนายแกว้ วงศ์กมล ท่ีมลี กั ษณะเหมือนกรณีนายสุข ตากี้ เป็นต้น แสดงใหเ้ หน็ วา่ การออกโฉนดในพนื้ ทมี่ คี วามไมโ่ ปรง่ ใส ชาวบา้ นเกดิ ความตระหนักว่าจะต้องรักษาพนื้ ท่ผี ืนนี้ไว้ จึงน�ำ มาสู่การต่อสู้ของชาวบา้ นในพื้นทีท่ ีจ่ ะอนรุ กั ษ์ รักษาทดี่ ินขา้ งตน้ ท�ำ ให้ชาวบา้ นเสยี ชีวติ ไป 1 ราย5.1.6 การตอ่ สูข้ องชาวบา้ นศรเี ตี้ย การตอ่ สขู้ องชาวบา้ นเพอื่ ใหท้ ด่ี นิ เปน็ กรรมสทิ ธขิ์ องชาวบา้ น ดงั ค�ำ ประกาศล�ำ พนู 4 ในวันท่ี 12 กนั ยายน 2545 ทว่ี า่ “…ที่ดนิ มิอาจปลอ่ ยให้ตกเป็นเครอ่ื งมือสินค้า การซื้อขายของนายทุนและข้าราชการฉอ้ ฉลไดอ้ ีกต่อไป เรามิอาจปลอ่ ยให้รัฐและนายทุนจัดการท่ีดิน อันเป็นต้นทุนทางสังคมเพียงฝ่ายเดียวได้อีกต่อไปณ ทน่ี ี้ เราขอประกาศวา่ การปฏริ ปู ทีด่ ินโดยชมุ ชน…จักสามารถด�ำ เนนิ การแล้วเสรจ็ ได้ โดยมอื เราเทา่ นั้น การจดั สรรทดี่ นิ คืนให้กับชาวนาผูย้ ากไร้ ไรท้ ที่ ำ�กนิ …มอิ าจคาดหวงั จากกลไกแหง่ รฐั ในนามนายทนุ ไดอ้ กี ตอ่ ไป…การเขา้ ไปปฏริ ปู ทดี่ นิโดยชมุ ชน คอื ค�ำ ตอบเดยี วทก่ี ระจายการถอื ครองทดี่ นิ อยา่ งเปน็ ธรรม คนื ปจั จยัการผลติ ใหช้ าวนา เกษตรกร สามารถผลติ อาหารหลอ่ เลย้ี งชาวโลกอยา่ งเปน็ ธรรม4 ประกาศภายหลังมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2545 ท่ีเปิดโอกาสให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ต�ำ รวจ มอี ำ�นาจในการจับกมุ คุมขงั ชาวบา้ นในเขตปา่ และทดี่ นิ สาธารณะ การประกาศเจตนาข้างต้น โดยเครอื ขา่ ยปฏริ ปู ทดี่ นิ โดยชมุ ชน เพอื่ สะทอ้ นใหเ้ หน็ อ�ำ นาจรฐั ทค่ี กุ คามชาวบา้ น ตามมติ ค.ร.ม. ฉบบั นี้ ไดม้ กี ารจับกุมชาวบา้ นกวา่ 100 คน มากกวา่ 1,000 คด.ี
บทท่ี 5: กรณศี กึ ษาปญั หาป่าไม้และท่ดี นิ : จังหวดั ล�ำ พนู 77และย่งั ยืน…” (อจั ฉรา รักยตุ ิธรรม, บรรณาธิการ 2547: 24-25) เนื่องด้วยการออกมติคณะรัฐมนตรีเม่ือวันท่ี 23 เมษายน 2545 ท่ีเปิดโอกาสให้ข้าราชการ เจ้าหนา้ ท่ตี �ำ รวจ มีอ�ำ นาจในการจบั กุม คมุ ขงั ชาวบ้านในเขตป่า และท่ีดนิ สาธารณะการประกาศเจตนาข้างตน้ โดยเครอื ข่ายปฏิรปู ทด่ี นิ โดยชุมชน เป็นการตอบโต้มติค.ร.ม. ฉบับน้ีได้มีการจับกมุ ชาวบ้านกว่า 100 คน เกิดเปน็ คดีมากกวา่ 1,000 คดีชาวบา้ นศรเี ตยี้ ซง่ึ เปน็ หนงึ่ ในเครอื ขา่ ยปญั หาทด่ี นิ โดยชาวบา้ นศรเี ตย้ี ไดต้ อ่ สเู้ พอื่การปฏิรูปทดี่ ินอย่างเป็นข้ันเป็นตอนดังตอ่ ไปน้ี ก) ชาวบา้ นศรเี ตยี้ ไดพ้ ยายามปลดก�ำ นนั ต�ำ บลศรเี ตยี้ โดยการลงประชามติทมี่ ขี อ้ พพิ าทกบั ชาวบา้ นในการเปน็ นายหนา้ ใหน้ ายทนุ ในการลงประชามตคิ รงั้ น้ีชาวบา้ นจ�ำ นวน1,600 เสยี งใหก้ �ำ นนั พน้ จากต�ำ แหนง่ ผใู้ หญบ่ า้ น เพราะการเปน็ ก�ำ นนัต้องเปน็ ผู้ใหญ่บ้านก่อน ถา้ ปลดจากผู้ใหญ่บา้ นกจ็ ะขาดจากสภาพการเปน็ ก�ำ นนัโดยปริยาย ข) ชาวบ้านร่วมชุมนุมเพื่อให้เกิดพลังในการเรียกร้อง โดยเข้าร่วมเคลื่อนไหวกับ คณะกรรมการเกษตรกรภาคเหนือ (คกน.) แนวร่วมเกษตรกรภาคเหนอื (นกน.) สมชั ชาคนจน เปน็ ตน้ เพอ่ื เรยี กรอ้ งใหม้ กี ารปฏริ ปู ทด่ี นิ และเพกิ ถอนเอกสารสิทธิท่ีได้มาโดยมิชอบของนายทุน การต่อสู้ของชาวบ้าน อาศัยกลยุทธ์ที่หลากหลาย ท้ังการชุมนุมกดดัน เช่น ร่วมเคลื่อนไหวกับเครือข่ายท่ีดินแห่งประเทศไทย ไปเรยี กรอ้ งเพอื่ ใหร้ ฐั บาลแกไ้ ขปญั หาทด่ี นิ หนา้ ท�ำ เนยี บรฐั บาลในวนั ที่14 กุมภาพันธ์ 2554 เป็นตน้ การเขา้ ไปร่วมเปน็ กรรมการในคณะกรรมการปฏริ ปูทดี่ นิ ท่ีไดร้ บั การแตง่ ตงั้ จาก รมว. มหาดไทย เพอื่ จะไดเ้ ขา้ ไปขอส�ำ เนาเอกสารสทิ ธิเพอ่ื ทราบระวางวา่ พน้ื ท่นี ั้นๆ เป็นของใคร เปน็ ตน้ การตอ่ ส้ขู องพี่นอ้ งชาวบ้านอาศยั การตอ่ สรู้ ว่ มกบั องคก์ รอน่ื ๆ ในระดบั ประเทศเพอ่ื ใหเ้ กดิ พลงั ในการตอ่ สู้ เชน่มกี ารตั้งเครอื ขา่ ยปฏิรปู ท่ดี ินแห่งประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2539 ค) การแกป้ ญั หาของรฐั บาล หนว่ ยงานราชการไมต่ อ่ เนอ่ื งแลว้ แตน่ โยบายของรัฐบาล ในอดีตอำ�นาจในการส่ังเพิกถอนโฉนดท่ีดิน อาศัยอำ�นาจของผู้ว่าราชการจังหวดั ในปจั จุบนั เป็นอ�ำ นาจของอธิบดีกรมท่ีดิน ทำ�ใหก้ ารประสานงานมคี วามยงุ่ ยากเพราะหา่ งไกลจากพื้นทีม่ ากกว่าเดมิ ง) การจะเพกิ ถอนเอกสารสทิ ธิ หรอื โฉนด จะตอ้ งยนื ยนั วา่ ไดม้ าโดยมชิ อบดว้ ยกฎหมาย กรณบี า้ นไรด่ ง ต.นา้ํ ดบิ อ.ปา่ ซาง บา้ นแมอ่ าว ต.นครเจดยี ์ อ.ปา่ ซาง(บ้านแม่อาวมีการเตรียมการออกโฉนดชุมชนเป็นพื้นท่ีนำ�ร่องของรัฐบาลในภาคเหนอื )
78 กรณีศึกษาการจัดการทรพั ยากรธรรมชาตขิ ององคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่น จ) ชาวบ้านศรเี ตีย้ ใชว้ ธิ กี ารยดึ ท่ดี ินก่อนตั้งแตป่ ี พ.ศ. 2541 เพราะถา้ รอการเพิกถอนโฉนดต้องใช้เวลายาวนาน ในกรณีนี้มีชาวบ้านถูกฟ้องให้ออกนอกพ้นื ที่ 1 ราย โดยชาวบา้ นเขา้ ไปยดึ ทีด่ นิ แลว้ 1,500 ไร่ พบวา่ ออกเอกสารสิทธิไม่ถูกตอ้ งจำ�นวน 400 ไร่ ท่เี หลือจะต้องซ้ือคนื ไรล่ ะประมาณ 60,000 บาท ถา้ มีการออกโฉนดชมุ ชน ฉ) ชาวบ้านกลุ่มปฏิรูปท่ีดินพยายามเข้าไปเป็นสมาชิกในองค์กรท่ีเป็นทางการของรฐั เช่น กำ�นัน ผใู้ หญ่บ้าน หรอื สมาชกิ และผบู้ ริหารเทศบาล เพื่อใช้อ�ำ นาจขององคก์ รรฐั เหลา่ น้ันในการสนบั สนุนการเคลื่อนไหว ช) การเรยี กรอ้ งใหม้ กี ารออกโฉนดชมุ ชน โฉนดชมุ ชนมขี อ้ ดี คอื ชาวบา้ นมีที่ทำ�กินตลอดไป เป็นการกระจายการถือครองที่ดิน รวมถึงชาวบ้านมีความยืดหย่นุ ในการจัดการภายใน ท�ำ ให้ทีด่ นิ ไมต่ กเป็นของนายทนุ ในอนาคต โดยเรม่ิในพืน้ ที่ หมู่ 3 หมู่ 6 หมู่ 7 ก่อนและจะท�ำ ต่อไปในหมู่ 5 สถานภาพปัจจุบัน ได้มีมตติ ามมติ ค.ร.ม. วนั ท่ี 8 มีนาคม 2554 ได้มีการตรวจสอบเอกสารสิทธิท่ีออกตามโครงการเดินสำ�รวจออกโฉนดท่ีดินบริเวณบา้ นสนั ตับเต่า หมทู่ ่ี 17 ตำ�บลบา้ นโฮ่ง อ�ำ เภอบ้านโฮ่ง จังหวัดล�ำ พูน และบริเวณที่ดินโครงการจัดที่ดินผนื ใหญ่ 15,000 ไร่ ตำ�บลหนองปลาสวาย อำ�เภอบ้านโฮ่งจงั หวดั ล�ำ พนู เรอื่ งน้ี คณะอนกุ รรมการฯ ไดม้ คี �ำ สง่ั แตง่ ตงั้ คณะท�ำ งานฯ ใหด้ �ำ เนนิการตรวจสอบเอกสารสิทธิในพื้นที่ดังกล่าวว่า มีลักษณะพื้นที่เป็นอย่างไร มีใครเป็นเจ้าของ ออกเอกสารสิทธเิ ม่อื ไหร่ ออกโดยวธิ ีใด เป็นการออกโดยชอบด้วยกฎหมายหรอื ไม่ ซง่ึ กรมที่ดนิ (โดยสำ�นกั มาตรฐานการออกหนงั สือส�ำ คญั ) ไดม้ ีค�ำ สง่ั แตง่ ต้งั คณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา 61 แห่งประมวล กฎหมายทด่ี นิเพอ่ื ดำ�เนนิ การเพกิ ถอนโฉนดทดี่ นิ จ�ำ นวน 21 แปลง และ 49 แปลง ตามล�ำ ดับโดยกระทรวงมหาดไทยไดม้ คี �ำ สั่งที่ 97/2554 ลงวนั ที่ 24 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. 2554แตง่ ตง้ั คณะท�ำ งานตรวจสอบเอกสารสทิ ธบิ รเิ วณโครงการจดั ทด่ี นิ ผนื ใหญ่15,000 ไร่ตำ�บลหนองปลาสวาย อำ�เภอบ้านโฮง่ จงั หวดั ลำ�พนู เพื่อใหเ้ กดิ ความชดั เจนว่าเอกสารสทิ ธบิ ริเวณดงั กลา่ วไดอ้ อกไปโดยชอบดว้ ย กฎหมายหรือไม่ (จาก www.thaigov.go.th สืบค้นวนั ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2554)
บทที่ 5: กรณีศกึ ษาปญั หาป่าไม้และที่ดิน: จงั หวดั ลำ�พนู 795.1.7 บทบาทของ อปท. คณะกรรมการกระจายอ�ำ นาจตามค�ำ สง่ั (2/2551) กรมการปกครอง กรมทดี่ นิรว่ มกับเทศบาล(หรอื อปท.) ท้องถ่ิน (เทศบาลศรเี ตย้ี ) อาศยั อำ�นาจตาม พ.ร.บ.กระจายอ�ำ นาจฯ พ.ศ. 2542 มาตรา 16 เรอ่ื งการจัดบรกิ ารสาธารณะ ในที่น้คี อืท่ที �ำ กนิ มขี นั้ ตอนคอื ก) ในตอนแรกขบวนการต่อสู้เพื่อท่ีดินเกิดจากประชาคมหมู่บ้านในตำ�บลศรเี ตย้ี คือ หมู่ 3 หมู่ 6 หมู่ 7 เรอ่ื งโฉนดชมุ ชน ในพ้ืนท่ีมีการประชามติมากกว่า 50 ครั้ง โดยชาวบ้านทำ�กันเอง ในตอนหลังเทศบาลเข้าไปมีบทบาทอย่างส�ำ คญั คือ • ตั้งสหกรณ์รองรบั โดยมีเทศบาลเปน็ ตวั ประสาน • ตั้งคณะกรรมการบ้านม่นั คงฯ ในหมู่ 3 6 และ 7 รองรับสถาบนั พัฒนาองค์กรชมุ ชน (พอช.) ข) เทศบาลสนบั สนนุ เงนิ จ�ำ นวน2,000 บาท เพอ่ื ใชด้ �ำ เนนิ การลงประชามติ ค) จัดทำ�ฐานข้อมูลให้แก่ทางราชการ เช่น ผู้ครอบครองที่ดิน แนวเขตเปน็ ตน้ ง) เปน็ ผนู้ �ำ ในการขับเคลอ่ื นในประเดน็ ต่างๆ จ) ตดิ ตามประสานงาน ที่ดิน ที่นำ�มาจัดท�ำ โฉนดชุมชนแตเ่ ดมิ เปน็ ท่ดี ินเอกชน ที่ประชาชนเคยใช้ประโยชน์มากอ่ น แตเ่ อกชนเข้ามาออกเอกสารสิทธิโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย วิธีการคอื ก) การออกโฉนดชุมชนจะออกในนามของของสหกรณ์ ข) สหกรณ์จะต้องผ่อนเงินคืนให้รัฐโดยเก็บจากประชาชนท่ีใช้ประโยชน์จากท่ีดิน เพื่อคืนให้แก่เอกชนเฉพาะส่วนท่ีมีสิทธิตามกฎหมายอย่างถูกต้องอย่างแท้จรงิ ส่วนชาวบ้านไม่มีสิทธิในการขาย ค) เมอื่ ไม่ใชป้ ระโยชนแ์ ลว้ สามารถขายคนื ใหแ้ กส่ หกรณห์ รอื “ธนาคารทด่ี นิ ”จะนำ�ไปขายให้แก่บคุ คลอืน่ ไม่ได้
80 กรณีศึกษาการจดั การทรพั ยากรธรรมชาติขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่นิ หนว่ ยงานทเ่ี ขา้ มามสี ว่ นรว่ มอยา่ งส�ำ คญั ในการตอ่ สเู้ พอ่ื ใหไ้ ดม้ าซงึ่ สทิ ธิในท่ดี นิ ทำ�กินของชาวบ้านศรีเตย้ี คือ เทศบาลตำ�บลศรีเต้ยี ซ่งึ เปน็ องค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ ท่ีมบี ทบาทอยา่ งสำ�คัญในปัจจุบัน รวมถึงเปน็ องคก์ รทม่ี คี วามใกล้ชดิชาวบ้าน รับรู้ถึงปัญหาของท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี โดยเทศบาลตำ�บลศรีเต้ียเปน็ เทศบาลทมี่ จี ดุ เดน่ ทส่ี �ำ คญั คอื เปน็ เทศบาลทกี่ ลมุ่ ปฏริ ปู ทด่ี นิ สามารถเขา้ ไปมีบทบาททง้ั ดา้ นบรหิ าร และนติ บิ ญั ญตั ิ ท�ำ ใหน้ �ำ องคก์ รเขา้ ไปมสี ว่ นในการแกป้ ญั หาขับเคลื่อนได้ เพราะเทศบาลเป็นองค์กรตามกฎหมายสามารถใช้ในการต่อรองกับองค์กรภาครัฐอ่ืนๆ ควบค่ไู ปกับการเคล่อื น ไหวภาคประชาชน ท�ำ ให้การต่อสูข้ องชาวบา้ นมพี ลงั เพมิ่ มากขนึ้ แตอ่ ยา่ งไรกต็ ามอ�ำ นาจหนา้ ทข่ี องเทศบาลยงั มขี อ้ จ�ำ กดัในหลายๆ ดา้ น ทำ�ใหไ้ ม่สามารถแกไ้ ขปัญหาได้เทา่ ท่ีควร เชน่ ก) ไม่มีกฎหมายท่ีให้อ�ำ นาจท้องถน่ิ อย่างแท้จริง ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ตามรัฐธรรมนญู ปี พ.ศ. 2550 ข) ท้องถิ่นไม่มีอำ�นาจในการจัดการภารกิจในหน่วยงานอื่นๆ ท่ีได้รับมอบหมาย เช่น การออกเทศบัญญัติว่าด้วยเรื่องป่าชุมชนซ่ึงยังไม่มีกฎหมายรองรบั ค) การกระจายอำ�นาจหรือภารกิจต่างๆ ให้ท้องถิ่น แต่ไม่มีการกระจายงบประมาณ และบุคลากรตามมาดว้ ย ง) การออกเทศบญั ญตั /ิ ขอ้ บญั ญตั ิ อปท. ไม่มีอำ�นาจอย่างแทจ้ รงิ จะตอ้ งไดร้ ับความเห็นชอบจากนายอ�ำ เภอ จ) เขตป่า และพื้นท่ีทำ�กินของชาวบ้านไม่ชัดเจนว่าส่วนไหนเป็นเขตป่าเขตไหนชาวบา้ นสามารถเขา้ ไปใชป้ ระโยชน์ได้ ในสว่ นน้ี อปท. ยงั ไม่มีอ�ำ นาจในการจดั การ ในปจั จบุ นั อปท. ตอ้ งขอความรว่ มมอื จากกรมปา่ ไมเ้ พอื่ จบั พกิ ดั เขตปา่ว่าส่วนไหนอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ หรอื อยู่ในเขตที่ทำ�กนิ ของชาวบา้ น ฉ) อปท.(เทศบาล/ อบต.) กรณเี ทศบาลต�ำ บลศรเี ตย้ี ไมม่ อี �ำ นาจเพกิ ถอนออกโฉนด จับผกู้ ระท�ำ ผดิ ไม่ได้ ช) ชาวบา้ นคดิ วา่ NGOs ดกี วา่ องคก์ รรฐั อน่ื ๆ เพราะสามารถเรยี กรอ้ งและสร้างพลงั ตอ่ รองกับรฐั ไดม้ ากกวา่ ซ) เทศบาลไม่มีศักยภาพสร้างโครงสร้างพ้ืนฐานขนาดใหญ่ท่ีต้องใช้งบประมาณจำ�นวนมาก เช่น นอกจากปัญหาท่ีดินแล้วในเขตเทศบาลศรีเต้ียยังมีปัญหาเรื่องน้ําที่ขาดแคลนในฤดูแล้ง และน้ําท่วมในฤดูฝน รวมถึงตลิ่งพังจ�ำ นวน 8 หมู่บ้านจาก 9 หมบู่ ้าน แตไ่ ม่มงี บประมาณในการจดั สรา้ งท�ำ ใหเ้ ป็นปญั หาท่แี ก้ยังไมไ่ ด้
บทที่ 5: กรณศี ึกษาปญั หาปา่ ไมแ้ ละท่ดี นิ : จังหวดั ล�ำ พูน 815.1.8 การเพิ่มอำ�นาจของเทศบาล: ขอ้ มลู จากการสมั ภาษณ์ การทจ่ี ะท�ำ ใหแ้ กไ้ ขปญั หาตา่ งๆ ได้ อปท. ทสี่ มั ภาษณต์ อ้ งการใหเ้ พมิ่ อ�ำ นาจใหแ้ ก่ท้องถิน่ ในด้านต่างๆ เช่น ก) มีอำ�นาจในการจัดท่ีทำ�กินในเขตป่าเส่ือมโทรม ป่าสงวนแห่งชาติปา่ หวงหา้ ม เช่น เพกิ ถอนสภาพปา่ เพอื่ ให้ราษฎรทเ่ี ข้าไปท�ำ กินในป่าก่อนมกี ารประกาศเปน็ เขตป่าสงวนแห่งชาติสามารถออกเอกสารสทิ ธิ์ได้ ข) ท้องถิ่นต้องมีอำ�นาจเพิกถอนโฉนดท่ีดินท่ีทิ้งรกร้างว่างเปล่าเกินเวลาทก่ี ฎหมายก�ำ หนด หรอื ทด่ี ินท่ีได้มาโดยมิชอบ เพราะท้องถ่นิ รู้สภาพวา่ ในจุดใดใครอยูม่ ากอ่ นหรือหลัง ค) มีกฎหมายให้อำ�นาจแก่ท้องถิ่นในเรื่องต่างๆ เป็นกรณีเฉพาะ เช่นการออก สปก. เพราะการออก สปก. มีข้อกำ�หนดว่าจะต้องมีการสร้างถนนสาธารณูปโภคใหซ้ งึ่ เปน็ หน้าท่ขี องเทศบาล ในกรณีนีท้ าง ส.ป.ก. ต้องให้ทอ้ งถ่ินมีอำ�นาจในการเข้าไปดำ�เนินการแทนในเร่ืองสาธารณูปโภคต่างๆ แต่ในขณะนี้ไมส่ ามารถด�ำ เนนิ การได้ ง) ในปจั จบุ นั อ�ำ นาจของทอ้ งถนิ่ ยงั ไมเ่ ขม้ แขง็ ขาดการประสานงานตง้ั แต่ต้นทางของอ�ำ นาจ (กระทรวงมหาดไทย) มีการออกประกาศ/ค�ำ สงั่ จ�ำ นวนมากทำ�ให้ท้องถิ่นไม่มีอิสระ ท้องถ่ินเป็นแต่ผู้รับปัญหา แต่ไม่มีอำ�นาจในการแก้ไขจัดการ ในส่วนนี้ต้องให้อำ�นาจและอิสระอย่างแท้จริงแก่ท้องถิ่น ลดอำ�นาจของสว่ นภมู ภิ าคในการสงั่ การใหน้ อ้ ยลง ลดขนั้ ตอนของการสง่ั การ เชน่ ใหก้ ารแกป้ ญั หายตุ ใิ นระดบั อ�ำ เภอ หรอื จงั หวดั ไมต่ อ้ งเขา้ กรมฯ เหมอื นดงั ปจั จบุ นั เชน่ การเพกิ ถอนเอกสารสทิ ธ์ิเป็นอ�ำ นาจของอธิบดกี รมท่ดี นิ เป็นตน้ จ) ให้ท้องถ่ินมีโอกาส “คิด” ทำ�โครงการ/พัฒนาท้องถิ่นของตน เพราะปัจจบุ ันทอ้ งถ่ินไม่มีโอกาสคิด ท�ำ ตามค�ำ สงั่ จากส่วนกลางอย่างเดียว ในแต่ละวนัมหี นงั สอื สง่ั การจากอ�ำ เภอ จงั หวดั จ�ำ นวนมาก “รฐั ตอ้ งเปลยี่ นจากเปน็ ผกู้ �ำ กบั ดแู ลมาเปน็ ผูใ้ หค้ ำ�ปรกึ ษา” ฉ) การดำ�เนินการจัดการปัญหา/แนวทางแก้ปัญหา/การเสนอโครงการ/การกำ�หนดงบประมาณต่างๆ ต้องให้ท้องถิ่นเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการรับรู้/แก้ปัญหา ช) การจัดการดูแลป่า/ป่าชุมชน ถ้าให้อำ�นาจท้องถ่ินในการจัดการ หรือด�ำ เนินการจะสามารถรกั ษาปา่ ได้ดกี ว่าปัจจบุ นั เปน็ อย่างย่งิ
82 กรณศี กึ ษาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่น ซ) การแกป้ ญั หาการบกุ รกุ ทปี่ า่ จะตอ้ งใช้ “นโยบาย” ไมส่ ามารถใชก้ ฎหมายอย่างเดียวเพราะกฎหมายบางอย่างล้าสมัยไม่สามารถบังคับได้จริง เช่น การใช้มติ ค.ร.ม. 30 ม.ิ ย. 2541 ที่ให้สามารถออก ส.ท.ก. ในพนื้ ทลี่ มุ่ น้าํ ชั้น 3 ชน้ั 4และชั้น 5 ได้ สว่ นพนื้ ท่ีลมุ่ นา้ํ ช้นั 1 และช้ัน 2 หา้ มออก ส.ท.ก. อย่างเด็ดขาดเพราะเป็นพน้ื ทต่ี ้นนํ้า ส.ท.ก. จะออกได้เฉพาะปา่ เสือ่ มโทรมเทา่ น้ัน ยกตัวอยา่ งจงั หวัดแม่ฮ่องสอนทพี่ ้ืนทีเ่ ป็นเขตล่มุ นาํ้ ชนั้ 1 และชั้น 2 ถึงร้อยละ 80 ของพนื้ ที่จงั หวดั เปน็ ต้น ในส่วนของการเก็บภาษีที่ดินในส่วนของโฉนดชุมชน ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายรองรับ จากการศึกษาในกรณีน้ีทำ�ให้เราต้องทบทวนการแก้ปัญหาที่ปัจจุบันเป็นระบบบนลงล่าง คือ ถูกกำ�หนดมาจากส่วนกลาง โดยชุมชนชาวบ้านไม่มสี ว่ นร่วมในการหาทางออกของปัญหา รวมถงึ หน่วย งานต่างๆ มคี วามเหลื่อมซ้อนของอำ�นาจทำ�ให้ขาดการแก้ปัญหาแบบบูรณาการ การแก้ไขปัญหาทดี่ ินทำ�กิน หรอื ปัญหาอ่ืน ควรได้รับการทบทวนว่าควรให้อ�ำ นาจองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ (อปท.) ในการแกป้ ญั หา เพราะองค์กรเหลา่ นน้ั อยู่ในพ้ืนทแี่ ละเข้าใจปัญหามากกวา่ องค์กรสว่ นกลาง รวมถึงมีกระบวน การทชี่ าวบา้ นสามารถถ่วงดลุตรวจสอบได้ง่ายกว่า ซ่ึงน่าจะเป็นองค์กรที่สามารถพึ่งพิงของชาวบ้านได้ต่อไปในอนาคต5.2 กรณศี กึ ษา อบต.แม่ทา: การออกข้อบัญญัติป่าชมุ ชน อบต. แม่ทา เป็น อบต. ท่มี กี ารจดั การป่าชมุ ชนท่ีเขม้ แขง็ สามารถออกข้อบัญญัติใช้ในพ้ืนท่ีได้เป็นแห่งแรกๆ ของประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของท้องถิ่นที่สามารถดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ เพ่ือใช้เปน็ ตน้ แบบของชมุ ชนอื่นๆ ตอ่ ไป5.2.1 ข้อมูลทว่ั ไปของ อบต. แม่ทา อบต. แมท่ า ไดร้ บั การยกฐานะจากสภาต�ำ บลเปน็ องคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำ บลเม่ือวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2542 ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ต้ังอยู่ในอ.แม่ออน อยู่ห่างจากตวั เมอื งประมาณ 80-90 กิโลเมตร มีทางเขา้ ออก 2 ทางคือ ทาง อ.สันก�ำ แพง และมาจากจังหวดั ลำ�พูนผ่าน ต.ทาปลาดุก ช่ือ “แมท่ า”มาจากช่อื แมน่ ํ้าที่ไหลผา่ นต�ำ บล โดยตำ�บลแม่ทาอยู่ในลุ่มนาํ้ แม่ทาตอนบน
บทที่ 5: กรณศี กึ ษาปญั หาป่าไม้และท่ีดนิ : จังหวดั ล�ำ พนู 83 ชุมชนมีความเป็นมาประมาณ 300 ปี มีบรรพบุรุษเป็นคนเมืองเชื้อสายลัวะ (ลาว) คนยองท่อี พยพมาจาก อ.ปา่ ซาง จ.ลำ�พนู (ล้อื ) และขมุ ซ่งึ มารบั จ้างตอนที่มีการสัมปทานป่าในอดีต มีประชากรประมาณ 1,495 ครัวเรือน หรือประมาณ 5,000 คน แบ่งออกเป็น 7 หมูบ่ ้าน โดยประชาชนทอ่ี าศัยอยู่ในหมู่ท่ี1-4 มเี ช้อื สายลวั ะ หมู่ท่ี 5-7 มเี ชอื้ สายยอง (คนที่มีเชอื้ สายขมเุ ป็นคนกลุ่มน้อยกระจายอย่ทู ่วั ไป) “อบต.แม่ทามีพื้นที่ 108 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 67,500 ไร่ภมู ปิ ระเทศมลี กั ษณะเปน็ พน้ื ทรี่ าบเชงิ เขา มเี ทอื กเขานอ้ ยใหญส่ ลบั ซบั ซอ้ น สภาพดินทวั่ ไป เปน็ ดนิ รว่ นปนทราย เหมาะส�ำ หรบั ท�ำ การเกษตรกรรม (ท่รี าบล้อมรอบด้วยภูเขาลักษณะเป็นเกือกมา้ ) พน้ื ท่ปี ระมาณร้อยละ 90 เป็นภเู ขาและทีล่ าดชันมีพ้ืนท่ีราบ ที่ใช้อยู่อาศัยประมาณพ้ืนที่ทำ�กินรวม 22.2 ตารางกิโลเมตรหรือประมาณ 13,875 ไร่ พ้ืนท่ีมีเอกสารสิทธิจำ�นวน 5,000 ไร่ เป็นท่ีนาและท่ีพักอาศัยของชาวบ้าน และอีกประมาณ 79.9 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 49,937.5 ไร”่ 3 อยู่ในเขตปา่ สงวนแห่งชาติ ซึง่ ทางกรมอทุ ยานแหง่ ชาติสตั วป์ า่ และพนั ธพ์ุ ชื มนี โยบายจะประกาศเปน็ อทุ ยานแหง่ ชาตแิ มต่ ะไคร้ แตช่ าวบา้ นคัดค้าน จนกระท่งั ปัจจุบันกย็ งั ไม่สามารถประกาศเป็นอุทยานแห่งชาตไิ ด้ ซ่งึ ตามขั้นตอน ผูแ้ ทน อปท. ในพนื้ ท่ีจะตอ้ งลงนามเหน็ ชอบกบั การประกาศเขตอุทยานปัจจบุ ัน อบต.แม่ทา และ อบต.ทาเหนือ ยังไม่ร่วมลงนาม ปัญหาส่วนใหญข่ องคนในพ้ืนที่ คือ การเพาะปลกู ข้าวไม่เพียงพอตอ่ การเล้ียงชีพ เน่ืองจากพ้ืนที่เพาะปลูกมีน้อย การขาดแคลนน้ําในฤดูแล้งเนื่องจากอยู่นอกเขตชลประทาน และมีเพียงแม่น้ําทาไหลผ่าน และการใช้ประโยชน์จากป่ายงั มไี มเ่ ต็มที่5.2.2 การจดั การทรพั ยากรทด่ี นิ ปา่ ไม้ และความเป็นมาของการจดั ตงั้ ปา่ ชมุ ชน ในพ้ืนที่ตำ�บลแม่ทาภาครัฐได้ให้สัมปทานป่าไม้ในพื้นท่ี 4 คร้ัง คร้ังแรกเป็นการสมั ปทานไมส้ ัก ครัง้ ท่สี องเปน็ การสมั ปทานไม้เนอ้ื แข็ง เพอื่ ไปทำ�หมอนรางรถไฟ คร้ังทสี่ ามเป็นการสัมปทานไม้ธรรมดา ไปท�ำ ฟืนรถไฟ และคร้ังสดุ ท้ายเป็นการสัมปทานล้างป่า คือไม้อะไรก็ได้นำ�ไปเป็นเช้ือเพลิงโรงบ่มยาสูบการสมั ปทานปา่ ไม้เลิกไปเมือ่ ประมาณปี พ.ศ. 25005 ขco้อnมteูลnจt&ากviเeวw็บ=ไaซrtตic์ leอ&บidต=.47แ:2ม0่ท1า0-0(h8t-t0p1:/-/0w8w-2w8.-m59a&ectahtaidfa=s1a:lai.tceosmt-n/ienwdse&xI.tpehmpid?=o2p8t)io. n=com_
84 กรณีศกึ ษาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติขององค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ ในระยะแรก ประมาณปี พ.ศ. 2528-2529 การต่อสู้เพ่ือการอนุรักษ์ป่าเป็นการต่อสู้กบั กล่มุ นายทนุ โดยมีผใู้ หญ่บา้ นและกำ�นนั เปน็ แกนน�ำ แตไ่ มป่ ระสบความสำ�เร็จ จึงมีการจัดโครงสร้างกรรมการป่า เพื่อจัดระบบป่าชุมชน แต่ก็ยังป้องกนั การตดั ไม้ไมไ่ ด้ท้งั หมด เน่อื งจากการสัมปทานป่าทำ�ใหช้ าวบ้านเรียนรู้วา่ไมม้ มี ูลค่า จงึ ยงั มชี าวบ้านตัดไมไ้ ปขายท่ี ต.บา้ นธิ จุดเปลี่ยนท่ีสำ�คัญที่ทำ�ให้ชาวบ้านตระหนักถึงความสำ�คัญของป่าไม้คอื วิกฤตกิ ารขาดแคลนนํ้าในปี พ.ศ. 2535 ทำ�ให้ชาวบ้านไมส่ ามารถท�ำ นาได้ชาวบ้านได้มีการวิเคราะห์ถึงสาเหตุของการขาดแคลนน้ํา พบว่า ในพ้ืนท่ีหมู่ 2และหมู่ 3 ทร่ี บั นาํ้ มาจากล�ำ หว้ ยแมบ่ อน ซง่ึ ไหลมาจากเขตปา่ ความเชอื่ (ปา่ ทเ่ี ปน็เมืองวิญญาณของคนแม่ทา) ไม่ได้ขาดแคลนนํ้าเหมือนหมู่บ้านอื่นๆ เน่ืองจากพนื้ ทปี่ า่ ความเชอื่ ถกู สมั ปทานเพยี งครงั้ เดยี ว คอื ครง้ั แรกที่ใหต้ ดั ไมส้ กั สว่ นครง้ั ท่ี2-4 คนเฒา่ คนแกใ่ นหมบู่ า้ นขอใหล้ ะเวน้ การใหส้ มั ปทานในพน้ื ทป่ี า่ ความเชอ่ื ดงั กลา่ วท�ำ ใหช้ าวบา้ นเชื่อว่า การทพ่ี น้ื ท่หี มู่ 2 และ 3 ยงั คงมนี ํ้าใชม้ าจากการรกั ษาปา่ป่าไมไ้ ม่ได้ใหป้ ระโยชนแ์ ตไ่ ม้อย่างเดียว แต่การมปี า่ ยังให้ประโยชนเ์ รอ่ื งนํา้ ด้วย ต่อมา ทางชุมชนได้มีการร่างกฎระเบียบการใช้ประโยชน์จากป่า มีการแต่งต้ังกรรมการหมู่บ้านมาดูแล โดยมีกำ�นันเป็นผู้ดูแลในภาพรวม ทำ�ให้ป่าเริม่ ฟ้นื ตวั ในปี พ.ศ. 2537-2538 โดยได้แบ่งการใชป้ ระโยชนท์ ่ีดนิ ออกเป็น 4 ช้ันดงั รปู ท่ี 5.1รูปท่ี 5.1 การจัดช้นั ของพนื้ ท่ีในเขตแมท่ า ชั้นที่ 1 ท่ที �ำ กินมีเอกสารสทิ ธิ ชัน้ ที่ 4 5,000 ไร่ ปา่ อนรุ ักษ์ 40,000 ไร่ช้นั ที่ 3 ชัน้ ท่ี 2ป่าใช้สอย (ป่าชุมชน) ท่ที �ำ กนิ ในเขตป่าสงวน25,000 ไร่ 9,000 ไร่
บทท่ี 5: กรณีศึกษาปัญหาปา่ ไม้และท่ีดนิ : จงั หวัดล�ำ พูน 85การพยายามผลกั ดันปา่ ชมุ ชน เนือ่ งจากทางชมุ ชนตอ้ งการแสดงใหส้ ังคมเห็นวา่ ก) ตอ้ งการใหก้ ารจดั การทรัพยากร เปน็ สิทธิข้ันพืน้ ฐานของคนในชุมชนต้องการให้คนในชุมชนเป็นผู้ตัดสินเองว่าจะจัดการทรัพยากรในพ้ืนที่ของตนเองอยา่ งไร ในรา่ งกฎหมายปา่ ชมุ ชน ทเ่ี สนอโดยประชาชน ชมุ ชนตอ้ งการเปน็ ผดู้ แู ลปา่ท้ังป่าเส่ือมโทรม และป่าอุดมสมบูรณ์ แต่รัฐต้องการให้ประชาชนดูแลเฉพาะป่าเสอื่ มโทรมเท่านัน้ ข) ชาวบ้านมีทัศนคติท่ีไม่ดีต่อเจ้าหน้าที่รัฐ เน่ืองจากพ้ืนที่ ต.แม่ทาเป็นพ้ืนท่ีห่างไกลตัวอำ�เภอ ซ่ึงแต่เดมิ ขนึ้ กบั อำ�เภอสันก�ำ แพง ท�ำ ใหไ้ มค่ ่อยไดร้ ับความสนใจ ประกอบกับในอดีตเคยมเี หตกุ ารณท์ ี่ชาวบา้ นประมาณ 7 คน รว่ มกนัส่งจดหมายสนเท่ห์ไปยังปลัดอำ�เภอ เพื่อร้องเรียนว่ามีพ่อค้าไม้ลักลอบตัดไม้ในพนื้ ที่ ปรากฏวา่ อกี 3 วนั ถัดมา พ่อค้าไม้ไดเ้ รยี กชาวบา้ นกล่มุ ท่รี ้องเรยี นไปพบแล้วแสดงจดหมายสนเท่ห์ฉบับดังกล่าวให้ดู พร้อมกับข่มขู่ว่าอย่าเข้ามายุ่งกับเรือ่ งดังกล่าวอกี เน่อื งจากนายทนุ ดงั กลา่ วก็เปน็ คนในหมบู่ ้าน และคนท่รี ้องเรียนคนหนึ่งก็เป็นหลานของนายทุน ทำ�ให้ยังไม่มีเหตุการณ์รุนแรง แต่เรื่องดังกล่าวก็แสดงให้เหน็ วา่ ไมส่ ามารถพ่งึ พาเจ้าหนา้ ที่รัฐได้ ค) ต้องการแสดงให้เห็นถึงการต่อสู้ร่วมกันของภาคประชาชน เป็นการยนื ยันสิทธิของตน และชมุ ชนแม่ทาก็ถอื วา่ เป็นผ้นู ำ�ของเครือขา่ ยปา่ ชุมชน เปน็ ผู้ผลักดันมาตั้งแต่การเสนอกฎหมายป่าชุมชน ฉบับประชาชน ในปี พ.ศ. 2540จนกระทั่งเข้าไปชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการท่ีรัฐสภา ในปี พ.ศ. 2541 กฎหมายปา่ ชมุ ชนมกี ารรา่ งออกมาหลายฉบบั รวมทงั้ ฉบบั ของภาครฐั โดยประเดน็ ทชี่ าวบา้ นไมเ่ หน็ ดว้ ยกบั รา่ งกฎหมายของภาครฐั อยา่ งชดั เจน คอื การทน่ี ายยงยทุ ธ ตยิ ะไพรชัรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในสมัยน้ันให้สัมภาษณ์ว่า ห้ามทำ�ป่าชุมชนในพ้ืนที่อนุรักษ์พิเศษ โดยพ้ืนท่ีอนุรักษ์พิเศษคือ พ้ืนท่ีใดก็ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมกำ�หนดให้เป็นพ้ืนที่อนุรักษ์ (อาศัยความในมาตรา 45 แห่งพระราชบัญญัติสง่ เสรมิ และรกั ษาคณุ ภาพสง่ิ แวดลอ้ มแหง่ ชาติ พ.ศ.2535) ทง้ั นี้ ในพนื้ ที่ ต.แมท่ าเปน็ เขตปา่ สงวนแหง่ ชาตไิ มไ่ ดอ้ ยู่ในเขตปา่ อนรุ กั ษท์ �ำ ใหม้ ชี อ่ งทางในการออกเปน็พน้ื ทพี่ เิ ศษได้ ง) ต้องการให้แม่ทาเป็นต้นแบบของการใช้ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพโดยการท�ำ การเกษตรไมจ่ �ำ เปน็ ตอ้ งใชท้ ด่ี นิ ถงึ 30-40 ไร่ เพยี ง 6-10 ไร่ กเ็ พยี งพอเลย้ี งชพี ได้ เกษตรกบั ปา่ สามารถอยรู่ ว่ มกนั ได้ หากใหช้ มุ ชนเปน็ ผดู้ แู ลปา่ ทงั้ หมดจะไม่มกี ารขยายที่ดนิ ท�ำ กนิ รกุ ล้าํ พ้ืนท่ีปา่ ใชส้ อย และปา่ อนุรักษ์
86 กรณีศกึ ษาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน พื้นที่วงท่ี 2 ท่ีเป็นท่ีดินทำ�กินท่ีอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ประชาชนที่ทำ�กนิ อยบู่ นพ้ืนทน่ี นั้ มีท้งั ทมี่ าตั้งถน่ิ ฐานอยกู่ ่อนปี พ.ศ. 2512 ซึ่งมีการประกาศพน้ื ทีป่ ่าสงวนแหง่ ชาติ และกลุ่มท่ีเข้ามาภายหลงั ปี พ.ศ. 2512 (ช่วงปี พ.ศ. 2512ต.แมท่ า มีประชากรประมาณ 3,000 คน) อย่างไรกต็ าม การกำ�หนดเขตพื้นที่ออกเอกสารสทิ ธ์ิในสมยั กอ่ น คนลากโซ่ (หมายถงึ คนทมี่ ารงั วดั ทด่ี นิ ท�ำ แนวเขต)ไมไ่ ดร้ งั วดั ทดี่ นิ ตามความเปน็ จรงิ มากนกั เชน่ ชาวบา้ นมบี า้ นอยู่ในหมบู่ า้ น และมีทสี่ วนอยู่ในเขตปา่ คนท�ำ แนวเขตกร็ งั วดั เฉพาะทที่ อี่ ยู่ในหมบู่ า้ น ท�ำ ใหพ้ น้ื ทท่ี �ำ กนิในเขตปา่ ไมม่ กี ารกนั ออกจากเขตปา่ สงวนแหง่ ชาติ กอปรกบั สมยั กอ่ นมคี วามเชอ่ืเรื่องเสือ เรื่องวญิ ญาณในปา่ ทำ�ให้ไมก่ ลา้ เขา้ ไป ในขณะทีช่ าวบา้ นก็ไม่รกู้ ฎหมายและไม่คิดว่าการออกเอกสารสิทธ์ิไม่ครบพ้ืนที่ท่ีทำ�กินอยู่จริงจะทำ�ให้มีปัญหาต่อเนื่องมาจนปจั จุบัน สำ�หรับความร่วมมือกับทางหน่วยงานรัฐที่ดูแลป่าไม้ก็มีพัฒนาการที่ดีข้ึนเรอ่ื ยๆ ถงึ แมว้ า่ ชาวบา้ นและรฐั จะมเี ปา้ หมายเดยี วกนั คอื การอนรุ กั ษป์ า่ แต่ในอดตีกไ็ มไ่ ดม้ คี วามรว่ มมอื กนั สาเหตมุ าจากความไมเ่ ขา้ ใจกนั แต่ในปจั จบุ นั ความสมั พนั ธ์เริ่มดีขน้ึ เรอ่ื ยๆ เร่มิ มีความร่วมมอื กัน ช่วยเหลือกัน อะล้มุ อลว่ ยกันในบางเร่ืองอาทิ การใชไ้ มใ้ นเขตปา่ ใชส้ อย มกี ารก�ำ หนดวา่ หากตดั ไม้ 1 ตน้ ตอ้ งปลกู ทดแทน10 ต้น ท้งั ท่ตี าม พ.ร.บ.ป่าสงวนแหง่ ชาตไิ มส่ ามารถท�ำ ได้ ความเปน็ มาของการจัดการที่ดินในเขตปา่ โดยองคก์ รชุมชน เริ่มมาตงั้ แต่สมัยรัฐบาลนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ซึ่งมีการต้ังศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพ่ือเอาชนะความยากจน (ศตจ.) กรมการปกครอง จนกระทั่งรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีนโยบายการออกโฉนดชุมชน ชาวบ้านไม่ค่อยชอบคำ�ว่า“โฉนดชมุ ชน” เทา่ ใดนกั เนอ่ื งจากใหค้ วามรสู้ กึ วา่ เปน็ การใหก้ รรมสทิ ธเ์ิ ปน็ ของปจั เจกอย่างไรก็ดี อบต. แม่ทา ได้ย่ืนเร่ืองขอสมัครเป็นพื้นท่ีท่ีออกโฉนดชุมชนด้วยโดยโฉนดชุมชนทีข่ อออกจะครอบคลุมถึงที่ดนิ ในวงท่ี 3 เขตปา่ ใช้สอย ระยะเวลาการครอบครองและใช้ประโยชน์ตามโฉนดชุมชน ตามระเบียบส�ำ นกั นายกรฐั มนตร6ี ก�ำ หนดใหช้ าวบา้ นใชป้ ระโยชน์ไดไ้ มน่ อ้ ยกวา่ 25 ปี แตไ่ มเ่ กนิ30 ปี(เปน็ ตามระเบยี บกรมปา่ ไม้7 ก�ำ หนดไวค้ ราวละไมต่ า่ํ กวา่ 5 ปี แตไ่ มเ่ กนิ 30 ป)ีการออกโฉนดชมุ ชนควรมรี ะยะเวลาคราวละ30 ปี และอาจจะก�ำ หนดใหเ้ จา้ หนา้ ที่รฐั ลงตรวจพ้ืนทีเ่ ป็นระยะ อาทิ ทุก 1-3 ปี เปน็ ตน้6 ระเบยี บสำ�นักนายกรัฐมนตรี ว่าดว้ ยการจดั ให้มโี ฉนดชมุ ชน พ.ศ. 2553.7 พระ.เศบ.ีย2บ54ก8ร.มป่าไม้ ว่าด้วยการอนุญาตให้เข้าทำ�ประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ
บทท่ี 5: กรณีศกึ ษาปัญหาป่าไมแ้ ละท่ดี นิ : จงั หวัดล�ำ พนู 87 การออกโฉนดชุมชนน้ีจะเช่ือมโยงไปถึงนโยบายธนาคารที่ดินด้วย โดยท่ีดินใดท่ีซ้ือได้ก็ใช้วิธีกู้เงินจากธนาคารท่ีดินไปซ้ือ แล้วชาวบ้านค่อยผ่อนใช้ทีหลังหรือที่ดินใดขอโอนกรรมสิทธิ์ได้ก็ขอโอนโดยไม่ต้องซ้ือ เป้าหมายของการออกโฉนดชมุ ชนกค็ อื การปอ้ งกนั ไม่ใหท้ ดี่ นิ หลดุ จากมอื ประชาชนที่ไดร้ บั เอกสารสทิ ธ์ิในอนาคต และปอ้ งกนั การบุกรกุ ท�ำ ลายปา่ อบต. แมท่ า มกี ารตรวจสขุ ภาพปา่ ทกุ ปี โดยในอดตี ศนู ยฝ์ กึ อบรมวนศาสตร์ชมุ ชนแหง่ ภมู ิภาคเอเชยี แปซฟิ ิก (RECOFTC) มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ ได้ให้ความช่วยเหลือโดยการสอนวธิ กี ารตรวจสขุ ภาพป่าใหแ้ กช่ าวบา้ น5.2.3 ข้อบัญญัตติ ำ�บลแม่ทา เร่อื งการจัดการป่าชมุ ชนต�ำ บลแมท่ า พ.ศ. 2550 ขอ้ บญั ญตั ติ ำ�บลแม่ทาออกโดยอ้างตามมาตรา 16 ของ พ.ร.บ. กำ�หนดแผนและขนั้ ตอนการกระจายอ�ำ นาจใหแ้ กอ่ งคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ พ.ศ. 25428ซ่ึงภารกิจด้านป่าไม้ที่ถ่ายโอน ได้แก่ การป้องกันไฟป่า และการปลูกต้นไม้เท่าน้ัน และการป้องกันไฟป่า ก็ถ่ายโอนแต่ภารกิจไม่มีการถ่ายโอนงบประมาณงบประมาณยังคงอยทู่ ่กี รมอทุ ยานฯ และอ้างอิงมาตรา 71 ของ พ.ร.บ. สภาตำ�บลและองค์การบริหารส่วนตำ�บล พ.ศ. 2537 โดยข้อบัญญัติดังกล่าวได้ผ่านการพจิ ารณาของสภาต�ำ บลแล้ว และได้เสนอเร่อื งต่อนายอำ�เภอแม่ออน นายอ�ำ เภอไมไ่ ด้ให้ความเห็นชอบหรือไมเ่ หน็ ชอบ ดังนนั้ เมอ่ื ครบกำ�หนด 15 วนั ทาง อบต.จงึ น�ำ ขอ้ บัญญตั ดิ งั กลา่ วกลบั มาเสนอต่อสภาต�ำ บลอกี ครั้ง และทางสภาเหน็ ชอบจึงประกาศใช้ในทีส่ ุดเปา้ หมายในการออกข้อบัญญัติมีอยู่ 4 ขอ้ ได้แก่ ก) เปน็ การสรา้ งความภาคภมู ใิ จใหแ้ กช่ าวบา้ นทม่ี หี นา้ ทค่ี วบคมุ ดแู ลการใช้ประโยชนจ์ ากปา่ วา่ เปน็ ผู้ที่ได้รับแตง่ ตัง้ และมอบหมายจากนายก อบต. ซึ่งเป็นพนักงานเจา้ หนา้ ที่โดยต�ำ แหนง่ ข) เปน็ การสรา้ งขอ้ ผกู พนั ในดา้ นงบประมาณของ อบต. ทจ่ี ะตอ้ งสนบั สนนุการดแู ลรกั ษาปา่ และท�ำ ใหส้ ามารถตงั้ งบประมาณเพอ่ื ดแู ลสวสั ดกิ ารใหแ้ กช่ าวบา้ นทดี่ ูแลได้8 ซง่ึ ใหอ้ �ำ นาจแก่ อปท. ในการจดั ระบบบรกิ ารสาธารณะเพอื่ ประโยชนข์ องประชาชนในทอ้ งถน่ิ ของตนเอง ขส่งิ้อแว(2ด4ล)้อมก.ารจัดการ การบำ�รุงรักษาและการใช้ประโยชน์จากป่าไม้ ท่ีดิน ทรัพยากรธรรมชาติและ
88 กรณศี กึ ษาการจัดการทรัพยากรธรรมชาตขิ ององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น ค) เป็นการสรา้ งองค์ความรู้ และพัฒนาบุคลากรของเทศบาล และชุมชนการออกข้อบัญญัติใช้เวลาถึง 2 ปี (เริ่มร่างในปี พ.ศ. 2548 และประกาศใช้ปีพ.ศ. 2550) ทาง อบต. ไดม้ กี ารสร้างความรู้ความเข้าใจให้แกช่ าวบา้ น เกดิ การสร้างทมี งานโดยมนี ักวชิ าการเขา้ มาชว่ ย โดย อ.ไพโรจน์ พลเพชร คณะกรรมการปฏิรปู กฎหมายเป็นผู้รว่ มรา่ งกฎหมาย และให้ อ.ไพสิฐ พาณิชยก์ ุล เปน็ ผู้ดูแลให้คำ�ปรกึ ษาแก่ชุมชน ง) เปน็ การสร้างเครอื ข่ายนกั วชิ าการจากภายนอกเข้ามาเรียนร้รู ว่ มกนัขน้ั ตอนการออกข้อบญั ญตั 9ิ ก) อบต.แมท่ า จดั ประชมุ องคก์ รชาวบา้ นแมท่ า เพอื่ แลกเปลยี่ นการบรหิ ารจัดการทรัพยากรป่าไม้ท้องถ่ิน และหากลไกการสนับสนุนความเข้มแข็งองค์กรชาวบ้าน ตอ่ การจัดการปา่ ชมุ ชนตำ�บลแม่ทา ข) สมาชิก อบต.แม่ทา ลงพ้ืนท่ีศึกษาข้อมูลและรูปแบบการจัดการป่าชุมชน 7 หมู่บ้าน และจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ เร่ืองบทบาทหน้าท่ี กลไกการสนบั สนนุ องค์กรชาวบ้านในการจัดการปา่ ชมุ ชนและการออกขอ้ บญั ญตั ิต�ำ บล ค) สภา อบต.แมท่ า จดั ประชมุ สมาชกิ อบต. ฝา่ ยบรหิ ารของ อบต.แมท่ าเพ่ือเสนอวาระเรื่องการจัดทำ�ข้อบัญญัติตำ�บล ว่าด้วยการจัดการป่าชุมชนต�ำ บลแมท่ า(ประชมุ วาระที่1) ซงึ่ ทป่ี ระชมุ สภา อบต. มมี ตเิ หน็ ชอบ รบั ในหลกั การและให้สมาชิก อบต. ดำ�เนินการรวบรวมข้อมูลเพ่ือทำ�การยกร่างเป็นข้อบัญญัติตำ�บล ว่าด้วยการจัดการป่าชมุ ชนตำ�บลแม่ทา ง) สมาชกิ อบต.แมท่ า 7 หมูบ่ า้ น ลงพน้ื ที่จดั ประชุมระดมความคดิ เห็นและความต้องการขององค์กรชาวบ้าน 7 หมู่บ้าน ต่อข้อบัญญัติตำ�บล ว่าด้วยการจดั การปา่ ชุมชนต�ำ บลแมท่ า จ) อบต. แม่ทา จัดประชุมเพื่อรวบรวมข้อมูล 7 หมู่บ้าน และยกร่างขอ้ บัญญตั ติ �ำ บล วา่ ดว้ ย การจดั การปา่ ชมุ ชนต�ำ บลแม่ทา ฉ) สภา อบต.แม่ทา เรยี กประชมุ สมาชกิ อบต. เพอื่ เสนอรา่ งข้อบัญญัติต�ำ บล เรื่องการจัดการป่าชมุ ชนตำ�บลแม่ทา (ประชุมวาระที่ 2) และให้ที่ประชมุปรับปรุงแก้ไขเพ่ิมเติมร่างข้อบัญญัติตำ�บลและได้รับมติเห็นชอบให้นำ�ร่างข้อ9 คดั ลอกจาก, ขอ้ บญั ญัตติ �ำ บลแม่ทา เรอ่ื ง การจดั การป่าชมุ ชนตำ�บลแมท่ า พ.ศ. 2550. กรงุ เทพฯ : แ25ผ5น1ง,านหสนน้าบั 3ส5น-นุ37ค.วามรว่ มมอื ในประเทศไทย ศนู ยฝ์ กึ อบรมวนศาสตรช์ มุ ชนแหง่ ภมู ภิ าคเอเชยี แปซกิ ฟกิ .
บทที่ 5: กรณีศึกษาปญั หาป่าไม้และทด่ี นิ : จังหวดั ลำ�พูน 89บญั ญตั ติ �ำ บลไปจดั ท�ำ เวทปี ระชาพจิ ารณ์ รบั ฟงั ความคดิ เหน็ รว่ มกบั องคก์ รชาวบา้ นแมท่ า 7 หม่บู ้าน ช) อบต.แมท่ า จดั ประชมุ องคก์ รชาวบา้ นแมท่ า7 หมบู่ า้ น เพอ่ื สรา้ งความเขา้ ใจและท�ำ ประชาพิจารณ์ พร้อมรบั ฟงั ความคิดเหน็ ตอ่ ขอ้ บญั ญตั ติ ำ�บล ซ) อบต.แมท่ า รวบรวมขอ้ คดิ เหน็ และน�ำ ไปปรบั ปรงุ แกไ้ ขตอ่ รา่ งขอ้ บญั ญตั ิตำ�บล ตามมติ สว่ นใหญ่ของเวทปี ระชาพิจารณ์องค์กรชาวบา้ นแม่ทา 7 หมบู่ า้ น ฌ) สภา อบต.แมท่ า เรยี กประชมุ สมาชกิ อบต. เพอื่ ขอมตริ บั รองใหค้ วามเหน็ ชอบตอ่ รา่ งขอ้ บญั ญตั ติ �ำ บล เรอื่ งการจดั การปา่ ชุมชน ตำ�บลแมท่ า (ประชุมวาระท่ี 3) และทปี่ ระชุมมีมติรับรา่ งขอ้ บัญญัติต�ำ บล และให้นำ�ไปเสนอต่ออำ�เภอเพอ่ื การพจิ ารณา ญ) อ�ำ เภอศกึ ษาและพจิ ารณารา่ งขอ้ บญั ญตั ติ �ำ บล เรอื่ งการจดั การปา่ ชมุ ชนต�ำ บลแมท่ า ตามขนั้ ตอนของ มาตรา 71 พ.ร.บ. อบต. พ.ศ. 2537 แก้ไขเพมิ่ เติม(ฉบบั ท่ี 5) พ.ศ. 2546 ฎ) สภา อบต.แม่ทา จัดประชมุ สมาชิก เพื่อพิจารณา ทบทวน และขอมติตามร่างข้อบญั ญตั ิต�ำ บล เรื่องการจดั การปา่ ชุมชน ตำ�บลแม่ทา ด้วยคะแนนเสียงไมน่ ้อยกว่าสองในสามของจำ�นวนสมาชิก อบต. ท้งั หมดเทา่ ทม่ี ีอยู่ และมีมติให้นายก อบต. ลงชื่อ และประกาศใช้ตามขนั้ ตอนของ มาตรา 71 พ.ร.บ. อบต.พ.ศ. 2537 แกไ้ ขเพมิ่ เติม (ฉบับท่ี 5) พ.ศ. 2546 ฏ) นายก อบต. ลงช่ือ และออกคำ�ส่ังประกาศข้อบัญญัติตำ�บลแม่ทาเรอ่ื งการจดั การปา่ ชมุ ชนต�ำ บลแมท่ า และน�ำ ไปตดิ ประกาศตามทร่ี ะเบยี บก�ำ หนดไว้ การออกข้อบัญญัติข้างต้นช้ีให้เห็นว่า อบต. ได้ให้ความสำ�คัญกับชุมชนเป็นอย่างมาก เพราะทุกข้ันตอนมีการให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างท่ัวถึงโดยตระหนกั ว่า “ป่า” เปน็ ของชุมชน ถา้ ชมุ ชนไม่ใหค้ วามร่วมมือ หรอื มสี ำ�นึกว่า“ปา่ ” เปน็ ของชมุ ชน อบต. หรอื ผนู้ �ำ กไ็ มส่ ามารถรกั ษาปา่ ไวไ้ ด้ ฉะนน้ั การด�ำ เนนิ งานของ อปท. ไม่ว่าในประเด็นใดต้องแสวงหาความร่วมมือจากชุมชนให้ได้จึงจะสามารถบรรลุเป้าหมายท่ีต้องการ ขอ้ บญั ญตั ดิ งั กลา่ ว บังคับใช้ครอบคลมุ เขตพืน้ ทป่ี า่ อนรุ ักษ์ (วงที่ 4) มกี ารกำ�หนดป่าชุมชนไว้ 5 ป่า โดยมีแนวลำ�ห้วยเป็นตัวแบ่งเขต โดยแบ่งการดูแลตามหมู่ ดงั น้ี ป่าชมุ ชนหมู่ 1 หมู่ 2-3 หมู่ 4 หมู่ 5 หมู่ 6-7 ป่าชุมชนใน อบต.แมท่ า ประกอบดว้ ย
90 กรณศี ึกษาการจัดการทรพั ยากรธรรมชาติขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น “(1) ป่าชมุ ชนบ้านทาม่อน เนอ้ื ทีจ่ ำ�นวน 8,548 ไร่ มอี าณาเขตทศิ เหนือตดิ ตอ่ กบั ห้วยป่ากล้วยจนถงึ สันต้นม่วงคุ๊ ทิศใตต้ ิดตอ่ กบั สนั ห้วยแลง้ หว้ ยน้าํ ข่นุและสนั กลางหว้ ยปา่ เตา้ ทศิ ตะวนั ออก ตดิ ตอ่ กบั หว้ ยแมบ่ อนบก และทศิ ตะวนั ตกติดตอ่ กับหว้ ยแม่ผาแหน และสันหว้ ยแม่ลาน (2) ป่าชุมชนบ้านท่าข้าม-บ้านค้อกลาง เน้ือท่ีจำ�นวน 18,813 ไร่มีอาณาเขตทิศเหนือติดต่อกับห้วยยาบ สันห้วยแล้ง และห้วยแม่ตะกร้า ทิศใต้ตดิ ต่อกบั สนั เขาห้วยแมเ่ ลาะ และหว้ ยแม่ค่อม ทิศตะวนั ออกตดิ ตอ่ กับห้วยแมน่ ึงและห้วยแม่แจก และทิศตะวันตกตดิ ต่อกบั ล�ำ นา้ํ แม่ทา (3) ปา่ ชุมชนบา้ นห้วยทราย เน้ือท่จี ำ�นวน 5,000 ไร่ มอี าณาเขตทศิ เหนือตดิ ต่อกับห้วยนาํ้ ขนุ่ ทศิ ใต้ตดิ ต่อกับหว้ ยปงกา ทิศตะวันออกติดต่อกบั ห้วยเมี่ยงและหว้ ยฮ่อม และทิศตะวนั ตกติดต่อกับหว้ ยแมธ่ ิ (4) ปา่ ชมุ ชนบา้ นปา่ นอด เนอื้ ทจี่ �ำ นวน10,601 ไร่ มอี าณาเขตทศิ เหนอื ตดิ ตอ่กับสนั ห้วยทราย และขนุ ห้วยนาํ้ ขนุ ทศิ ใตต้ ิดตอ่ กบั หว้ ยป่ากล้วย และหว้ ยแมต่ บีทศิ ตะวนั ออกติดต่อกับหว้ ยแม่เลาะ และทศิ ตะวนั ตกติดตอ่ กับหว้ ยแมธ่ ิ (5) ป่าชุมชนบ้านดอนชัย-บ้านใหม่ดอนชัย เนื้อที่จำ�นวน 9,862 ไร่มอี าณาเขตทิศเหนือติดตอ่ กบั สนั กอม่วงจดสันเขาแม่ตีบ ทศิ ใต้ติดตอ่ กับหว้ ยหกและห้วยแม่โฮงห่าง ทิศตะวันออกติดต่อกับสันเขาทิศตะวันออกเฉียงเหนือตดิ สันเขาห้วยไมง้ ้นุ จดสันเขาแม่ขะแมว ทศิ ตะวันออกเฉยี งใต้ ตดิ ต่อกับห้วยหกตดิ สนั เขาแมป่ า่ ขา่ ทศิ ตะวนั ตกตดิ ตอ่ กบั สนั เขาหว้ ยแมธ่ ิ และทศิ ตะวนั ตกเฉยี งใต้ตดิ ต่อกับล�ำ หว้ ยจะคา่ น จดสันเขาแม่โฮง่ หา่ ง โดยชมุ ชนได้ร่วมกนั จดั การอนรุ กั ษ์ดูแลรกั ษา และใชป้ ระโยชนอ์ ย่างตอ่ เน่อื งมาเปน็ เวลา 12 ปี ข้อ 4 ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำ�บลแม่ทา และสภาองค์การบริหารส่วนตำ�บล มีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้ และให้มีอำ�นาจออกระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำ�สั่งเพ่ือปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนต�ำ บลน”ี้ 10 ส�ำ หรบั คณุ สมบตั ขิ องคนทจี่ ะสมคั รเปน็ สมาชกิ ปา่ ชมุ ชน จะเปน็ คนในพน้ื ที่หรือไม่ก็ได้ 11 แต่การขอใช้ประโยชน์จากป่าต้องขออนุญาตจากคณะกรรมการชุมชนก่อน ว่าจะอนุญาตหรือไม่ (การเป็นสมาชิกไม่มีค่าใช้จ่าย แต่อาจเสียค่าใชจ้ ่ายกรณีขอใชป้ ระโยชน์จากปา่ )1210 ข้อบญั ญัตติ ำ�บลแม่ทาเร่อื ง การจัดการป่าชมุ ชนตำ�บลแมท่ า พ.ศ. 2550,หนา้ 19-20.11 ขอ้ บัญญัติตำ�บลแมท่ าเรอ่ื ง การจัดการปา่ ชมุ ชนต�ำ บลแม่ทา พ.ศ. 2550, ข้อ 17.12 ขอ้ บญั ญตั ิต�ำ บลแม่ทาเรื่อง การจัดการปา่ ชมุ ชนตำ�บลแมท่ า พ.ศ. 2550, ขอ้ 16,17.
บทที่ 5: กรณีศกึ ษาปัญหาป่าไมแ้ ละทีด่ ิน: จังหวัดล�ำ พูน 91 การใชป้ ระโยชนท์ ด่ี นิ ทาง อบต. พยายามพฒั นาใหช้ าวบา้ นมกี ารใชป้ ระโยชน์ทีด่ นิ อยา่ งมีประสิทธภิ าพ เพ่อื เพมิ่ รายได้ โดยทศิ ทางอาจพฒั นาเปน็ ระบบเกษตรประณีตที่ใชค้ วามร้มู ากขนึ้ เพ่ือเพ่ิมมูลคา่ สนิ ค้าเกษตร ปจั จุบัน กองทุนปา่ ชมุ ชน ระดับต�ำ บลมีเงนิ กองทุนประมาณแสนกว่าบาทในขณะทก่ี องทนุ ระดบั หมบู่ า้ นมปี ระมาณ3-4 แสนบาท และ อบต. กม็ กี ารสนบั สนนุงบประมาณทกุ ปี โดยสนบั สนนุ ในรปู การจดั กจิ กรรม อาทิ คา่ อาหารเลยี้ งชาวบา้ นทีม่ ารว่ มท�ำ แนวกันไฟ เป็นตน้ จะเหน็ วา่ การรักษาปา่ ของชาวบ้านแมท่ า เปน็ ความร่วมมือระหวา่ ง อบต.กับชาวบ้านท่ีหนุนเสริมซ่ึงกันและกัน โดย อบต. เป็นองค์กรที่มีอำ�นาจและงบประมาณ สว่ นชาวบา้ นเปน็ ผมู้ บี ทบาทในกจิ กรรมอนรุ กั ษป์ า่ การที่ อบต. ไดเ้ ขา้ มามีบทบาทในฐานะตัวประสานในการจัดการป่าของหมู่บ้านต่างๆ รวมถึงออกข้อบัญญัติเพื่อรองรับความชอบธรรมในการดูแลป่าของชาวบ้านสนับสนุนงบประมาณในการดูแลป่า นอกจากนี้ชาวบ้าน และ อบต. ยังได้สร้างข้อตกลงในการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากป่าทำ�ให้ชาวบ้านมีสำ�นึกว่าป่าเป็นของชุมชนจึงสามารถรกั ษาป่าในพนื้ ท่ีไวไ้ ด้5.2.4 การจัดการทรัพยากรอนื่ ๆ นอกจากทรัพยากรปา่ ไม้ และทดี่ ินแลว้ ทาง อบต.แม่ทา ยงั สนใจการจัดการทรัพยากรนํา้ เน่ืองจาก นํ้าเป็นสง่ิ ส�ำ คญั ต่อการเกษตร หากชาวบ้านสามารถทำ�การเกษตรได้ตลอดปี จะส่งผลถึงรายได้ของชาวบา้ นท่ีเพมิ่ ขน้ึ เม่อื เศรษฐกจิ ดีสงั คมก็จะดตี ามไปดว้ ย พชื เศรษฐกจิ ในพน้ื ที่ อบต.แมท่ า คอื ขา้ วโพดฝกั ออ่ น ฤดฝู นจะปลกู ในทส่ี งูฤดูแล้งปลูกในที่นา มีลำ�ไยบ้างบางส่วน แต่เป็นการปลูกทิ้งไว้ไม่ได้ดูแลมากผลผลิตจึงไม่ค่อยดีนัก นอกจากน้ียังมีการเลี้ยงโคขุน โดยให้กินต้นข้าวโพดเปลือกขา้ วโพด ซึ่งเปน็ รายไดเ้ สริมของชาวบ้าน ปจั จบุ นั ระบบเหมอื งฝายโบราณถกู ท�ำ ลาย มกี ารสรา้ งเหมอื งฝายคอนกรตีมาทดแทนฝายแบบเดมิ ทำ�ให้ชาวบา้ นเคยชิน และเหน็ วา่ เป็นหนา้ ที่ของ อบต.ทจ่ี ะตอ้ งเขา้ มาจดั การนาํ้ ใหเ้ หมาะสมกบั ความตอ้ งการ แตอ่ �ำ นาจหนา้ ทข่ี อง อปท.ในการจัดการนํ้ายงั มีอยูจ่ ำ�กัด อาทิ จะขุดลอกคูคลอง สร้างฝายกต็ ้องขออนุญาตจากกรมเจ้าทา่ ก่อน
92 กรณศี ึกษาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ ปัจจบุ ัน อบต. แมท่ า มีโครงการเพอื่ แก้ไขปัญหานา้ํ ขาดแคลนในฤดแู ลง้และนํ้าหลากในฤดฝู น โดยจะเปน็ การแกไ้ ขทั้งลุ่มนํ้าทาตอนบน (ซึ่งมี 4 อปท.)ในขนั้ แรก ตอ้ งการรวบรวมขอ้ มลู ผใู้ ชน้ า้ํ วา่ ทงั้ ปมี กี จิ กรรมการใชน้ า้ํ อยา่ งไร ตอ้ งใช้ปรมิ าณเท่าไหร่ และในปัจจบุ ัน อบต. มีอา่ งเกบ็ นา้ํ อยู่ 3 อ่าง จะตอ้ งเพม่ิ แหลง่กกั เก็บน้ําหรอื ไม่ อย่างไร เพือ่ จะไดว้ างแผนการจดั สรรน้าํ ให้เหมาะสม ชาวบ้านจะไดว้ างแผนการผลติ ได้ ปจั จบุ นั ในฤดแู ลง้ ชาวบา้ นท�ำ การเกษตรไมไ่ ดก้ จ็ ะเขา้ ปา่เกบ็ ของปา่ มาขาย สว่ นคนรนุ่ ใหมจ่ ะเขา้ ไปท�ำ งานในเมอื ง ทง้ิ เดก็ เลก็ ไวใ้ หค้ นแกเ่ ลย้ี งอาจเกิดปัญหาสังคม หรือคนอาจละท้ิงท่ีถ่ินฐานไปอยู่ในเมืองเหมือนกับคนในภาคอีสาน ในด้านคุณภาพน้ําท่ีผ่านมาแหล่งน้ํายังไม่มีปัญหาเรื่องคุณภาพนํ้าแต่ปัจจุบันได้มีโครงการหลวงเข้ามาในพ้ืนที่ อบต. ทาเหนือ ทำ�ให้เริ่มมีปัญหาเรื่องสารเคมีเกษตรปนเป้ือนในแหล่งน้ําบ้าง รวมถึงในพื้นท่ีมีสนามกอล์ฟตั้งอยู่ระหว่างลุ่มนํ้าทาเหนือและทากลาง ทำ�ให้มีการผันนํ้าไปใช้ในสนามกอล์ฟในปริมาณมาก ทำ�ให้เกษตรกรที่อยู่ท้ายนํ้าเกิดผลกระทบจากการไม่มีน้ําเพียงพอตอ่ การท�ำ การเกษตร5.2.5 ปญั หาอุปสรรคของการกระจายอำ�นาจ การกระจายอ�ำ นาจมาสู่ อปท. แมจ้ ะมกี ารด�ำ เนนิ การมาหลายปแี ลว้ แตย่ งัมขี อ้ กฎหมาย ระเบยี บปฏิบตั อิ ยจู่ ำ�นวนมากทที่ ำ�ใหก้ ารท�ำ งานของ อปท. ล่าช้าและไมเ่ ปน็ ตามวัตถุประสงค์ เชน่ ก) กฎหมายปัจจุบันมักให้ผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานราชการส่วนกลางเป็นผู้มีอำ�นาจตัดสินใจในขั้นสุดท้าย ท้ังท่ีบางเรื่องอาจไม่จำ�เป็นต้องมีข้ันตอนส่งไปถึงส่วนกลาง ควรมีการมอบอำ�นาจให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือนายอำ�เภอในการพิจารณาอนมุ ตั ิได้ เนอ่ื งจากจะมคี วามใกล้ชิด และเขา้ ใจบรบิ ทของพ้นื ที่ไดม้ ากกวา่ นอกจากน้ี ควรมกี ารก�ำ หนดขอบเขตหน้าทร่ี ับผิดชอบของอปท. ไปตามพ้ืนที่และความสามารถของแต่ละ อปท. ที่มบี รบิ ทและศักยภาพท่ีแตกต่างกนั ข) ในพนื้ ทชี่ นบทแบบ อบต. แมท่ า การปกครองในรปู แบบ อบต. มคี วามเหมาะสมมากกวา่ การยกฐานะเปน็ เทศบาล เพราะการเป็น อบต. ทำ�ใหม้ ตี ัวแทนครอบคลุมทุกหมู่บ้าน ซ่ึงตัวแทนเหล่านั้นสามารถสะท้อนปัญหาของชาวบ้านได้อยา่ งทั่วถงึ แต่การยกฐานะเป็นเทศบาลทำ�ให้หม่บู า้ นที่มีขนาดเล็กสญู เสียโอกาส
บทท่ี 5: กรณศี ึกษาปัญหาปา่ ไมแ้ ละท่ดี นิ : จังหวัดล�ำ พนู 93ในการมตี ัวแทน เพราะตัวแทนหรือสมาชกิ เทศบาล (สท.) จะไปกระจกุ ตัวอยู่ในหมู่บ้านใหญ่และมีจำ�นวนประชากรมาก ทำ�ให้ไม่สามารถสะท้อนปัญหาของชาวบา้ นได้ รวมถงึ ระเบยี บบางขอ้ ที่ใชบ้ งั คบั ในเขตเทศบาล เชน่ เรอ่ื งความสะอาดการหา้ มเลยี้ งสัตว์ในบริเวณบ้าน ขัดตอ่ วถิ ชี วี ิตในชนบท เป็นต้น ค) ดา้ นงบประมาณ ควรใหอ้ สิ ระดา้ นการเงนิ การคลงั มากขนึ้ อาทิ การใชจ้ า่ ยตามระเบียบพสั ดุควรใหม้ คี วามยืดหย่นุ ตามความต้องการของพน้ื ท่ี งบประมาณควรลงมาตามก�ำ หนด ไมค่ วรลา่ ชา้ เพราะบางครง้ั เมอื่ ไดร้ บั งบประมาณกเ็ ปน็ ชว่ งท่ีไมเ่ หมาะสมทจ่ี ะด�ำ เนนิ การ เชน่ ไดร้ บั งบประมาณท�ำ ถนนในชว่ งฤดฝู น เปน็ ตน้ปัจจบุ นั อบต. แมท่ า ได้รบั งบประมาณรวมประมาณ 15 ล้านบาท และมกี ารใช้งบประมาณกับผ้สู งู อายปุ ระมาณ 4 ล้านบาท ง) การเก็บภาษี อบต. แม่ทา เก็บภาษีได้ไม่มากเน่ืองจากเป็นชุมชนเกษตรกรรมในชนบทไม่ค่อยมีร้านคา้ / อุตสาหกรรม ควรให้อ�ำ นาจ อปท. ในการตัดสินใจมากขึ้นว่าจะเก็บภาษีอย่างไร อาทิ ตามกฎหมาย อปท. ต้องผ่อนผันการเก็บภาษีจากเจ้าของที่ดินท่ีมีที่ดินตํ่ากว่า 3 ไร่ แต่บางคร้ัง ที่ดิน 3 ไร่สามารถสร้างรายได้ให้แก่เจ้าของมากกว่าเกษตรกรที่มีท่ีดินมากกว่า 3 ไร่ดังน้ัน ควรมีการเก็บภาษีตามผลประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้ประโยชน์ที่ดินมากกวา่ การเกบ็ ภาษตี ามขนาดพ้ืนที่ จ) ดา้ นบุคลากร เนอ่ื งจาก อบต. เป็น อบต. ขนาดกลาง มเี จา้ หน้าที่อยปู่ ระมาณ 9 คน ทาง อบต. ไดพ้ ฒั นาบคุ ลากรจนเปน็ บคุ ลากรทมี่ คี วามสามารถแตก่ ารทเ่ี จา้ หนา้ ทจี่ ะมคี วามกา้ วหนา้ เตบิ โตไปในต�ำ แหนง่ ทสี่ งู ขน้ึ ไมส่ ามารถท�ำ ได้เนอ่ื งจากความจ�ำ กดั ของกรอบต�ำ แหนง่ เชน่ ตอ้ งการขอก�ำ หนดต�ำ แหนง่ รองปลดัอบต. เพิ่ม โดยทยี่ งั มจี ำ�นวนบุคลากรเท่าเดมิ และ อบต. มงี บประมาณพอท่จี ะจา่ ยคา่ ตอบแทนทเ่ี พม่ิ ขน้ึ ได้ แตก่ ็ไมส่ ามารถขอต�ำ แหนง่ ได้ ดงั นนั้ หากเจา้ หนา้ ท่ีต้องการความก้าวหน้าจะตอ้ งขอย้ายไปอยู่ อปท. ทม่ี ีขนาดใหญ่กวา่ ทำ�ให้คนดีๆเกง่ ๆ ไปอยู่ในองค์กรใหญๆ่ อปท.เลก็ ๆ ก็จะได้คนใหม่ท่ีไม่มีประสบการณ์ ท�ำ ให้การพัฒนา อปท. ขนาดเลก็ เป็นไปไดอ้ ย่างเช่อื งช้า ฉ) ชาวบา้ นจะเรยี นรู้ และสนใจนโยบายของรฐั เมอ่ื เปน็ เรอ่ื งทสี่ ง่ ผลกระทบต่อวิถีชีวิตของตนเองโดยตรง นโยบายรัฐบางอย่าง ชาวบ้านอาจจะไม่รับรู้ถึงผลกระทบตอ่ ตนเองกจ็ ะไมส่ นใจ อยา่ งไรกต็ าม ควรใหช้ มุ ชนไดเ้ ขา้ มารว่ มตดั สนิ ใจในนโยบายท่ีเก่ยี วขอ้ ง หรอื ส่งผลกระทบต่อวถิ ชี ีวติ ของพวกเขา
94 กรณีศึกษาการจดั การทรพั ยากรธรรมชาตขิ ององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ การอนรุ กั ษแ์ ละจดั การปา่ ชมุ ชนในพน้ื ที่ อบต. แมท่ า เปน็ ตน้ แบบของหลายชมุ ชนท่ี อบต. ได้เข้ามามีบทบาทอย่างส�ำ คญั ทงั้ การสนบั สนุนดา้ นงบประมาณในการดำ�เนินการ การออกข้อบัญญัติเพ่ือเป็นฐานในการสร้างความชอบธรรมในกิจกรรมของชาวบ้าน (ในที่นี้คือ ข้อบัญญัติเรื่อง การจัดการป่าชุมชน) รวมถึงการให้ชาวบา้ นเข้ามารว่ มก�ำ หนดแผนวา่ ในแต่ละปีจะท�ำ อะไร การตรวจสอบการท�ำ งานของ อบต. ซง่ึ เปน็ การสรา้ งความรว่ มมอื ระหวา่ งชาวบา้ น และ อบต. ท�ำ ให้การด�ำ เนินงานของ อบต. ประสบผลสำ�เรจ็ และตอบสนองต่อความตอ้ งการของชาวบา้ นไดอ้ ยา่ งแท้จรงิ นอกจากนี้ อบต. แมท่ า ยงั สรา้ งเครอื ข่ายอยา่ งกวา้ งขวางทงั้ ภายในชมุ ชนและอาศัยพลังภายนอก (นกั วิชาการ, NGOs, ปา่ ไม้) เพ่ือขบั เคล่ือนประเดน็ ต่างๆและสร้างองค์ความรู้ควบคู่กับการเคล่ือนไหว ทำ�ให้แสวงหาความร่วมมือจากองค์กรอ่ืนๆ ได้อย่างกว้างขวาง ซ่ึงแสดงให้เห็นว่าการขับเคล่ือนประเด็นต่างๆของ อปท. ไมส่ ามารถทำ�ได้อย่างโดดเดยี่ ว ตอ้ งอาศัยความรว่ มมือจากหลายฝา่ ยจงึ จะท�ำ ใหก้ ารท�ำ งานของ อปท. ประสบความส�ำ เรจ็ ได้5.3 สรุป ความพยายามในการปฏิรูปท่ีดินในสังคมไทยมีมาอย่างต่อเนื่องยาวนานแตย่ ังไมพ่ บแนวทางทส่ี ามารถปฏิบัติได้จรงิ เน่ืองด้วยหลายปจั จยั เช่น กลุ่มคนทม่ี ีอ�ำ นาจในการออกกฎหมายปฏิรปู ท่ีดนิ เช่น ส.ส. (สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร)ส.ว. (สมาชกิ วฒุ ิสภา) ล้วนเปน็ บุคคลทีค่ รอบครองที่ดนิ จ�ำ นวนมาก รวมถึงท่ดี นิจำ�นวนมากอยู่ในความครอบครองของนายทุนซ่ึงเป็นผู้สนับสนุนท่ีสำ�คัญของนักการเมือง เป็นต้น แต่ประเด็นท่ีน่าวิตก คือ เกษตรกรไทยที่ต้องอาศัยท่ีดินในการทำ�กินกลับเป็นกลุ่มคนที่ไร้ท่ีดิน หรือมีก็จำ�นวนน้อยกว่าจะพอทำ�กินได้ที่ดินในประเทศจำ�นวนมากกลับตกอยู่ในการครอบครองของคนจำ�นวนไม่กี่เปอร์เซ็นต์ของประเทศ ซํ้าปล่อยท่ีดินเหล่าน้ันให้รกร้างว่างเปล่า ไม่มีการทำ�ประโยชนแ์ ต่อย่างใด ปญั หาที่ดนิ จึงเปน็ ปัญหาใหญ่ และทวีความสำ�คัญอยา่ งย่งิต่อการพฒั นาประเทศ ถา้ เราไมส่ ามารถแกไ้ ขปัญหาการกระจายทดี่ นิ ไดก้ จ็ ะเปน็ระเบิดเวลาท่ีส่ันคลอนสังคมไทย เพราะท่ีดินเป็นปัจจัยท่ีสำ�คัญในการผลิตของเกษตรกร
บทที่ 5: กรณีศกึ ษาปัญหาปา่ ไม้และทีด่ ิน: จงั หวดั ล�ำ พูน 95 แม้ว่าในปัจจุบันจะมีการออกโฉนดชุมชนในพื้นที่ต่างๆ แต่ก็ยังไม่อาจเป็นหลักประกันได้ว่าจะเป็นแนวทางท่ีกระจายการถือครองท่ีดินให้ประชาชนได้อย่างท่ัวถึง เพราะโฉนดชุมชนเป็นนโยบายรัฐบาลปัจจุบันซึ่งไม่แน่ว่ารัฐบาลชุดต่อไปจะทำ�ต่อหรือไม่ การออกระเบียบก็เป็นระเบียบสำ�นักนายกรัฐมนตรีซึ่งอาจจะแก้ไข หรือยกเลิกได้โดยง่าย แต่อย่างไรก็ตาม การออกโฉนดชุมชนกเ็ ปน็ ความพยายามของการกระจายการถอื ครองทดี่ นิ และเปน็ มติ ิใหมข่ องการออกนโยบายท่ีให้ประชาชนเขา้ มารว่ มในขน้ั ตอนตา่ งๆ อย่างกว้างขวาง เป็นการสร้างนโยบายจากลา่ งขึน้ บน ซึ่งจะท�ำ ใหเ้ กิดความเปลย่ี นแปลงในมติ ิอน่ื ๆ ตามมา การแกป้ ญั หาทดี่ นิ ไมอ่ าจท�ำ ไดเ้ พยี งวนั เดยี ว หรอื ในเวลาสนั้ ๆ แตต่ อ้ งมกี ารปฏริ ปู อยา่ งจรงิ จงั อาศยั ความรว่ มมอื ของทกุ ภาคสว่ น และตอ้ งใหค้ วามส�ำ คญั แก่อปท. ทเี่ ป็นองคก์ รท่ีใกลช้ ดิ ประชาชนในระดบั ฐานราก เพ่อื ใหก้ ารปฏิรูปที่ท�ำ กินเป็นจรงิ ได้
บรรณานกุ รม 97 บรรณานุกรมกอบกลุ รายะนาคร. องคป์ กครองสว่ นทอ้ งถนิ่ : สถานภาพ และชอ่ งวา่ งการศกึ ษา. เชียงใหม่: สถาบนั ศกึ ษานโยบายสาธารณะ มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม,่ 2554. . โครงการปฏิรูปกฎหมายเพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพและนวัตกรรมของ การบรหิ ารจดั การทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ มขององคก์ รปกครอง ส่วนท้องถ่ิน. สถาบันศึกษานโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2555.เกริกเกยี รติ พพิ ฒั นเ์ สรีธรรม. วิเคราะห์กฎหมายปฏิรูปทดี่ ินในเชิงเศรษฐศาสตร์ การเมือง. วารสารธรรมศาสตร์ ปีที่ 6 เล่มท่ี 4 (เมษายน-มถิ ุนายน 2520) หนา้ 64-75. . ชาวนากบั ท่ดี ิน: ปฏิวตั ิหรือปฏิรปู . กรุงเทพฯ: ดวงกมล, 2521.ชัยพันธ์ ประภาสะวัติ, และคณะ. การศึกษาฟื้นฟูและจัดการลุ่มน้ําแม่ตาช้าง. กรงุ เทพฯ : ส�ำ นกั งานกองทนุ สนบั สนุนการวจิ ยั . 2544. . โครงการการศึกษาฟื้นฟูและจัดการลุ่มนํ้าแม่ตาช้าง: รายงานวิจัย ฉบับสมบูรณ์. กรุงเทพฯ: สำ�นักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.). 2547.ชยั พนั ธ์ ประภาสะวตั . บทเรยี นจากแมต่ าชา้ ง อ.หางดง อ.แมร่ มิ อ.เมอื ง เชยี งใหม.่ เชยี งใหม่: สนั ตภิ าพพร้นิ ท์. 2545.ชศู กั ด์ิ วทิ ยาภัค, บรรณาธกิ าร. ธรรมชาติ วฒั นธรรม พน้ื ท่ี สงั คม. เชียงใหม่ : คณะสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม,่ 2543.ชเู กียรติ ทรัพย์ไพศาล. เอกสารประกอบค�ำ บรรยาย เร่ือง การบรหิ ารจดั การภยั นา้ํ ทว่ มในพ้นื ทีล่ มุ่ น้าํ เจ้าพระยาตอนล่าง. 2554.
98 กรณีศกึ ษาการจัดการทรพั ยากรธรรมชาตขิ ององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นดวงมณี เลาวกลุ และเออื้ มพร พชิ ยั สนทิ . โครงการวจิ ยั เรอ่ื งนโยบายและมาตรการ การคลงั เพอ่ื ความเป็นธรรมในการกระจายรายได.้ กรุงเทพฯ: คณะท�ำ งาน การกระจายรายได้ สภาทปี่ รึกษาเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ, 2551.ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์. นโยบายการคลังสาธารณะ. เชียงใหม่: สำ�นักงานกองทุน สนบั สนนุ การสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ(สสส.) ภายใตแ้ ผนงานสรา้ งเสรมิ การเรยี นรู้ กับสถาบันอุดมศึกษาไทยเพื่อการพัฒนานโยบายสาธารณะที่ดี (นสธ.) สถาบันศึกษานโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม,่ 2553.เดโช ไชยทพั . คนอยูป่ ่า 2. เชยี งใหม:่ เครือขา่ ยป่าชุมชนภาคเหนอื , 2545.ทรงศกั ดิ์ ปญั ญา. การยดึ ท่เี อกชนโดยชาวบา้ นในเขตจงั หวัดลำ�พนู และเชียงใหม่ พ.ศ. 2533-2543. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต ภาควิชา ประวัติศาสตร์ คณะมนษุ ยศาสตร์ มหาวิทยาลยั เชยี งใหม่, 2551.ทวดิ า กมลเวชช. “นํา้ ทว่ ม ตอผดุ ” ถอดรหสั การจดั การอุทกภยั (Stumps at Hide Tide: Decoding Flood Management). บทความ.นันทนา เบญจศิลารักษ์ และศุภมาศ ศิลารักษ์. เปิดแฟ้มละเมิดสิทธิคนบ้านป่า คนชายขอบแผน่ ดินไทย. เชยี งใหม่: มลู นธิ ิพฒั นาภาคเหนอื , 2542.บญุ ตา สบื ประดษิ ฐ์ และอจั ฉรา รกั ยตุ ธิ รรม. 3 ทศวรรษป่าชมุ ชนท่ามกลางความ สับสนของสังคมไทย. หนังสือประกอบงานสมัชชาป่าชุมชนภาคเหนือ วันที่ 14-15 มกราคม 2542 ณ ปา่ ชุมชนบ้าน ทงุ่ ยาว อ.เมอื ง จ.ลำ�พนู , 2542.ฝา่ ยทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม สถาบันวิจัยเพอื่ การพฒั นาประเทศไทย. รายงานการศึกษาเรื่อง นโยบายการปฏิรูปท่ีดินเพ่ือเกษตรกรรม. มปพ., 2535.พงษท์ พิ ย์ ส�ำ ราญจติ น.์ ขบวนการตอ่ สเู้ รอื่ งทดี่ นิ ท�ำ กนิ ในประเทศไทย. ใน อจั ฉรา รักยุติธรรม, บรรณาธิการ. ท่ีดินและเสรีภาพ. กรุงเทพฯ: Black Lead, 2548.พฤกษ์ เถาถวลิ . เสยี งเกษตรกร ปลดพนั ธนาการเกษตรกรรายยอ่ ย ปญั หาเกษตรกร ภาคเหนือ บทวิเคราะห์ ข้อเสนอเชิงนโยบายของเกษตรกร. เชียงใหม่: สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ, 2544.
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108