มาตรฐาน ว 1.1 ป.6/2 อธิบายการทางานทส่ี ัมพนั ธ์กนั ของระบบยอ่ ยอาหาร ระบบหายใจ และระบบหมนุ เวยี นเลือดของมนษุ ย์ อวัยวะท่เี ป็นทางเดินอาหาร เริ่มปาก คอหอย หลอดอาหาร กระเพาะ ลาไส้เลก็ ลาไส้ใหญ่ ทวารหนกั
มาตรฐาน ว 1.1 ป.6/2 อธบิ ายการทางานท่ีสมั พันธ์กนั ของระบบยอ่ ยอาหาร ระบบหายใจ และระบบหมุนเวียนเลอื ดของมนษุ ย์ 1. ปาก ( mouth) มีการยอ่ ยเชงิ กล โดยการบดเค้ยี วของฟนั และมีการ ย่อยทางเคมีโดยเอนไซมอ์ ะไมเลสหรอื ไทยาลีน ซง่ึ ทางานไดด้ ใี นสภาพ ทเี่ ปน็ เบสเล็กนอ้ ย แป้ง น้าตาลมอลโตส (maltose) ลิ้น (tongue) คอยคลุกเคลา้ อาหารใหผ้ สมกบั น้าลายและมตี อ่ มรบั รส (test bud) กระจาย อยู่ทั่วโดยปลายล้นิ รับรสหวาน โคนลิน้ รับรส ขม ขา้ งลน้ิ รบั รสเปร้ียว
มาตรฐาน ว 1.1 ป.6/2 อธบิ ายการทางานทส่ี มั พันธ์กันของระบบยอ่ ยอาหาร ระบบหายใจ และระบบหมุนเวียนเลอื ดของมนษุ ย์ 2. คอหอย (pharynx) เป็นทางผ่านของอาหาร ซง่ึ ไมม่ กี ารยอ่ ยใดๆ ทงั้ ส้ิน 3. หลอดอาหาร(esophagus) มีลักษณะเป็นกลา้ มเนอ้ื เรยี บมีการยอ่ ยเชิงกล โดยการบีบตัวของกลา้ มเนื้อทางเดินอาหาร เป็นช่วงๆ
มาตรฐาน ว 1.1 ป.6/2 อธิบายการทางานท่ีสมั พนั ธก์ นั ของระบบย่อยอาหาร ระบบหายใจ และระบบหมุนเวียนเลอื ดของมนษุ ย์ 4. กระเพาะอาหาร(stomach) มีการย่อยเชงิ กลโดยการบีบตวั ของ กล้ามเนื้อทางเดนิ อาหารและมีการยอ่ ยทางเคมีโดยเอนไซม์เพปซนิ (pepsin) ซง่ึ จะทางานได้ดใี นสภาพทเี่ ปน็ กรด สรุป การย่อยทีก่ ระเพาะอาหารจะมกี ารย่อยโปรตนี เพยี งอยา่ งเดยี ว เท่านั้น
มาตรฐาน ว 1.1 ป.6/2 อธบิ ายการทางานท่ีสัมพันธ์กันของระบบย่อยอาหาร ระบบหายใจ และระบบหมนุ เวยี นเลอื ดของมนษุ ย์ 5. ลาไสเ้ ล็ก (small intestine) เป็นบริเวณทม่ี ีการย่อยและการดูดซึมมาก ที่สดุ โดยเอนไซมใ์ นลาไส้เลก็ จะทางานได้ดใี นสภาพทเ่ี ปน็ เบส ซงึ่ เอนไซม์ท่ี ลาไสเ้ ล็กสร้างขนึ้ ไดแ้ ก่ - มอลเทส (maltase) เป็นเอนไซมท์ ี่ยอ่ ยน้าตาลมอลโทส กลูโคส - ซเู ครส (sucrase) เปน็ เอนไซมท์ ่ีย่อยน้าตาลทรายหรอื นา้ ตาลซูโครส กลูโคสกบั ฟรักโทส (fructose) - แล็กเทส (lactase) เปน็ เอนไซมท์ ่ีย่อย น้าตาลแล็กโทส กลูโคสกบั กาแล็กโทส
มาตรฐาน ว 1.1 ป.6/2 อธบิ ายการทางานที่สมั พันธก์ นั ของระบบยอ่ ยอาหาร ระบบหายใจ และระบบหมุนเวียนเลอื ดของมนษุ ย์ อวยั วะทมี่ ีส่วนเกี่ยวข้องกบั การย่อยอาหาร ตบั แต่ไมม่ หี นา้ ทใ่ี นการย่อย คอื ตับ และตับออ่ น ตบั (liver) ทาหน้าที่ผลติ นา้ ดี (bile) มีฤทธิเ์ ป็นเบสอ่อนๆ แล้วนาไปเก็บไว้ท่ีถงุ นา้ ดี (gall bladder) โดย นา้ ดที าใหไ้ ขมันแตกตวั เป็นหยดไขมันเล็ก ๆ ตบั ออ่ น ถงุ นา้ ดี
มาตรฐาน ว 1.1 ป.6/2 อธิบายการทางานทสี่ มั พันธ์กันของระบบย่อยอาหาร ระบบหายใจ และระบบหมุนเวยี นเลอื ดของมนษุ ย์ นา้ ดี (bile) เป็นสารทีผ่ ลติ มาจากตับ (liver) แล้วไปเกบ็ ไว้ทถ่ี งุ นา้ ดี (gall bladder) นา้ ดีไม่ใช่เอนไซม์เพราะไม่ใชส่ ารประกอบประเภทโปรตีน นา้ ดีจะทาหน้าทยี่ ่อยโมเลกลุ ของโปรตนี ใหเ้ ล็กลงแลว้ นา้ ย่อยจากตับ ออ่ นจะย่อยต่อทาใหไ้ ดอ้ นภุ าคทีเ่ ลก็ ทีส่ ดุ ที่สามารถแพร่เข้าส่เู ซลล์
มามตารตฐราฐนานว ว1.11.1ป.ป6/.62/2 อธอบิ ธาบิ ยากยากราทราทงาางนาทน่สี ทมั ่ีสพมั นั พธนั ก์ ธนั ์กขันอขงอรงะรบะบบยบ่อยยอ่ อยาอหาาหรารระรบะบบหบาหยาใยจใจแลแะลระะรบะบบหบมหุนมเนุวียเวนียเนลเือลดือขดอขงอมงนมุษนยษุ ์ ย 6. ลาไส้ใหญ่ (large intestine ) ที่ลาไส้ใหญ่ไม่มกี ารย่อย แต่ ทาหน้าทเ่ี ก็บกากอาหาร และดดู ซึมนา้ ออกจากกาก อาหาร ดงั นัน้ ถา้ ไม่ถ่าย อจุ จาระเปน็ เวลาหลายวัน ติดตอ่ กนั จะทาให้เกดิ อาการ ทอ้ งผูก ถ้าเป็นบอ่ ยๆจะทา ใหเ้ กิด โรครดิ สีดวงทวาร
มาตรฐาน ว 1.1 ป.6/2 อธิบายการทางานทส่ี ัมพนั ธก์ นั ของระบบย่อยอาหาร ระบบหายใจ และระบบหมุนเวยี นเลอื ดของมนษุ ย์ สรุป การย่อยสารอาหารประเภทต่างๆในลาไสเ้ ลก็ คาร์โบไฮเดรต อะไมเลส มอลโทส มอลเทส กลูโคส + กลูโคส แป้ง ซเู ครส กลูโคส + ฟรักโทส มอลโทส ทริปซิน กลโู คส + กาแลก็ โทส ซูโครส ทรปิ ซิน กรดอะมโิ น แลก็ โทส โปรตนี เพปไทด์
มาตรฐาน ว 1.1 ป.6/2 อธิบายการทางานท่สี มั พนั ธก์ ันของระบบย่อยอาหาร ระบบหายใจ และระบบหมนุ เวยี นเลือดของมนษุ ย์ • สรปุ กระบวนการย่อยอาหาร คาร์โบไฮเดรต จะถูกยอ่ ยลาดับแรกในปาก โปรตนี ถกู ย่อยเป็นอนั ดับทสี่ องในกระเพาะอาหาร ไขมัน ถูกยอ่ ยเปน็ อันดับสุดท้ายท่ลี า้ ไสเ้ ล็ก
ระบบหายใจ
มาตรฐาน ว 1.1 ป.6/2 อธบิ ายการทางานทสี่ ัมพนั ธก์ นั ของระบบยอ่ ยอาหาร ระบบหายใจ และระบบหมุนเวยี นเลอื ดของมนษุ ย์ ระบบหายใจ
มาตรฐาน ว 1.1 ป.6/2 อธิบายการทางานทสี่ ัมพันธก์ ันของระบบย่อยอาหาร ระบบหายใจ และระบบหมนุ เวียนเลอื ดของมนษุ ย์ ระบบหายใจ การหายใจ (respiration) เป็นการน้าอากาศเข้าและออกจาก ร่างกาย ส่งผลใหแ้ กส๊ ออกซิเจนท้าปฏิกิริยากับสารอาหาร ได้พลังงาน น้ำ และแก๊สคำรบ์ อนไดออกไซต์ กระบวนการหายใจเกิด ขึ้นกบั ทุกเซลล์ตลอดเวลา การหายใจจ้าเป็นต้องอาศัย โครงสร้าง 2 ชนดิ คอื 1. กลา้ มเนือ้ กะบังลม 2. กระดกู ซโี่ ครง
มาตรฐาน ว 1.1 ป.6/2 อธิบายการทางานทสี่ มั พนั ธก์ นั ของระบบย่อยอาหาร ระบบหายใจ และระบบหมุนเวยี นเลอื ดของมนษุ ย์ กลไกการทางานของระบบหายใจ 1. การหายใจเขา้ (Inspiration) กะบังลมจะเลื่อนต้า่ ลง กระดกู ซ่ีโครงจะเลื่อนสูงขึน้ ปรมิ าตรของช่องอกเพิม่ ขึน้ ความดันอากาศในบรเิ วณรอบๆ ปอดลดต่า้ ลงกว่าอากาศภายนอก อากาศ ภายนอกจึงเคล่ือนเข้าส่จู มกู หลอดลม และไป ยัง ถุงลมปอด
มาตรฐาน ว 1.1 ป.6/2 อธิบายการทางานที่สัมพนั ธก์ ันของระบบย่อยอาหาร ระบบหายใจ และระบบหมนุ เวยี นเลือดของมนษุ ย์ 2. การหายใจออก (Exspiration) กระบงั ลมจะเล่ือนสูงขึน้ กระดูกซโ่ี ครงจะเลือ่ นต่้าลง ท้าใหป้ รมิ าตรของชอ่ งอกลด นอ้ ยลง ความดนั อากาศภายในบรเิ วณ รอบ ๆ ปอดสูงกว่าอากาศภายนอก อากาศภายในถงุ ลมปอดจึงเคลอื่ นทจ่ี าก ถงุ ลมปอดสู่หลอดลม และออกทางจมูก
มาตรฐาน ว 1.1 ป.6/2 อธิบายการทางานท่สี มั พนั ธ์กนั ของระบบย่อยอาหาร ระบบหายใจ และระบบหมุนเวียนเลอื ดของมนษุ ย์ อาการที่เกย่ี วขอ้ งกบั การหายใจ 1. การจาม เกดิ จากการหายใจเอาอากาศทไ่ี ม่สะอาดเข้าไปใน ร่างกาย ร่างกายจึงพยายามขับสิ่งแปลกปลอมเหลา่ น้นั ออกมา นอกรา่ งกาย โดยการหายใจเขา้ ลึกแลว้ หายใจออกทันที 2. การหาว เกิดจากการทีม่ ีปริมาณก๊าซคารบ์ อนไดออกไซด์ สะสมอยู่ในเลอื ดมากเกินไป จงึ ตอ้ งขบั ออกจากร่างกาย โดย การหายใจเข้ายาวและลึก เพื่อรบั แกส๊ ออกซิเจนเข้าปอดและ แลกเปล่ียนกา๊ ซคาร์บอนไดออกไซดอ์ อกจากเลือด
มาตรฐาน ว 1.1 ป.6/2 อธบิ ายการทางานท่สี ัมพนั ธก์ ันของระบบย่อยอาหาร ระบบหายใจ และระบบหมนุ เวยี นเลอื ดของมนษุ ย์ อาการทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกับการหายใจ 3. การสะอกึ เกิดจากกะบังลมหดตัวเป็นจงั หวะๆ ขณะหดตวั อากาศจะถูกดนั ผ่านลงส่ปู อดทันที ทาใหส้ ายเสยี งสนั่ เกดิ เสยี งขึ้น 4. การไอ เป็นการหายใจอย่างรนุ แรงเพื่อปอ้ งกนั ไมใ่ หส้ ิ่ง แปลกปลอมหลดุ เข้าไปในกลอ่ งเสียงและหลอดลม ร่างกายจะมี การหายใจเข้ายาวและหายใจออกอยา่ งแรง
ระบบหมุนเวยี นเลอื ดของมนษุ ย์
มาตรฐาน ว 1.1 ป.6/2 อธบิ ายการทางานทส่ี มั พันธ์กนั ของระบบยอ่ ยอาหาร ระบบหายใจ และระบบหมนุ เวียนเลอื ดของมนษุ ย์ ระบบหมุนเวียนเลอื ดของมนษุ ย์ หวั ใจ (Heart) ท้าหนา้ ที่ สบู ฉดี เลือดไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยทา้ ใหเ้ กดิ ความดนั เลอื ดในหลอดเลอื ดแดงเพอ่ื ใหเ้ ลือดเคลื่อนที่ไปยงั อวยั วะสว่ นต่างๆ ของร่างกายไดท้ ั่วถึง มดี ว้ ยกัน 4 ห้อง
มาตรฐาน ว 1.1 ป.6/2 อธบิ ายการทางานทีส่ มั พันธ์กนั ของระบบย่อยอาหาร ระบบหายใจ และระบบหมนุ เวยี นเลอื ดของมนษุ ย์ ระบบหมนุ เวยี นเลอื ดของมนุษย์
มาตรฐาน ว 1.1 ป.6/2 อธบิ ายการทางานที่สัมพันธก์ ันของระบบย่อยอาหาร ระบบหายใจ และระบบหมุนเวยี นเลือดของมนุษย์ สว่ นประกอบและหน้าที่ของเลอื ด ส่วนที่เป็นของเหลว 55 % เรียกว่า พลาสมา หรอื น้าเลือด ประกอบดว้ ย น้า 91 % • ส่วนประกอบของเลือด สารต่าง ๆ เอนไซม์ ฮอร์โมน แกส๊ ของเสีย ไดแ้ ก่ ยูเรีย CO2 ส่วนที่เป็นของแขง็ 45 % เม็ดเลอื ดแดง(Red blood cell ) เม็ดเลอื ดขาว (White blood cell) เกล็ดเลอื ด(Platelet)
มาตรฐาน ว 1.1 ป.6/2 อธบิ ายการทางานทีส่ มั พนั ธก์ ันของระบบย่อยอาหาร ระบบหายใจ และระบบหมนุ เวียนเลือดของมนษุ ย์ การหมนุ เวยี นเลอื ด ภายในหลอดเลือดจะถูกควบคุมโดย หวั ใจ ซงึ่ ทาหน้าทเี่ หมือนเครอ่ื งสบู ฉดี เพื่อ ทาใหเ้ กิดแรงดนั ทส่ี ามารถจะ ดันใหเ้ ลือดไหล ไปตามหลอดเลือดต่าง ๆ ทอ่ี ยู่ ทัว่ รา่ งกาย และสามารถไหล กลบั เข้าสหู่ ัวใจได้ ผูค้ ้นพบเป็น คนแรก ได้แก่ นักวิทยาศาสตร์ ชาวองั กฤษ ชอื่ วลิ เลีย่ ม ฮาร์วยี ์
มาตรฐาน ว 1.1 ป.6/2 อธิบายการทางานที่สัมพันธ์กนั ของระบบย่อยอาหาร ระบบหายใจ และระบบหมุนเวยี นเลือดของมนษุ ย์ วงจรเลอื ด เลือดจากส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เอเตรียมซ้าย ผ่านไบคัสพดิ เอเตรียมขวา ผ่านลนิ้ ไตรคัสพดิ เวนตริเคลิ ซ้าย เวนตริเคลิ ขวา ปอด
มาตรฐาน ว 1.1 ป.6/2 อธิบายการทางานทีส่ ัมพันธก์ นั ของระบบย่อยอาหาร ระบบหายใจ และระบบหมุนเวียนเลือดของมนษุ ย์ หลอดเลือด หลอดเลือด ทาหนา้ ทลี่ าเลียงเลอื ดจากหวั ใจไปยังอวยั วะสว่ นตา่ ง ๆ ทว่ั รา่ งกาย และเป็นเสน้ ทางให้เลือดจากอวยั วะต่าง ๆ ทวั่ รา่ งกายกลบั เขา้ สหู่ ัวใจ หลอดเลือดในรา่ งกายมี 3 ชนิด ไดแ้ ก่ 1. หลอดเลือดแดง (Artery) 2. หลอดเลอื ดดา (Vein) 3. หลอดเลอื ดฝอย (Capillary)
มามตารตฐราฐนานว ว1.11.1ป.ป6/.62/2 อธอบิ ธาิบยากยากราทราทงาางนาทน่ีสทมั ส่ี พมั นั พธนั ก์ ธันก์ ขนั อขงอรงะรบะบบยบ่อยย่ออยาอหาาหรารระรบะบบหบาหยาใยจใจแลแะลระะรบะบบหบมหุนมเุนวียเวนียเนลเอื ลดอื ขดอขงอมงนมุษนยุษ์ ย . หลอดเลอื ดแดง (Artery) หลอดเลือดแดง เป็นหลอดเลือดท่ีนาเลอื ดออกจากหัวใจ ไปยงั เซลล์ต่าง ๆ ของรา่ งกาย มผี นงั หนาแข็งแรง เพอ่ื ใหม้ คี วาม ทนทานตอ่ แรงดันเลือดทถ่ี กู ฉดี ออกไป ไม่มีลน้ิ กนั้ ภายใน เลอื ดทอี่ ยใู่ น หลอดเลือดแดง มปี ริมาณแก๊สออกซเิ จนมาก เรียกว่า “ เลือดแดง ” ยกเวน้ หลอดเลือดแดงท่นี าเลือดออกจากหวั ใจไปยงั ปอดภายในเปน็ เลอื ดที่มปี รมิ าณ แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์มาก เรยี กวา่ “ เลอื ดดา ”
มาตรฐาน ว 1.1 ป.6/2 อธิบายการทางานทีส่ ัมพันธก์ ันของระบบย่อยอาหาร ระบบหายใจ และระบบหมุนเวยี นเลอื ดของมนษุ ย์ หลอดเลือดดา (Vein) หลอดเลอื ดดา เปน็ หลอดเลือดทีน่ าเลอื ดจากส่วนตา่ ง ๆ ของ ร่างกายเขา้ สหู่ ัวใจ หลอดเลอื ดดามผี นังบางกว่าหลอดเลือดแดง มีลิน้ ก้นั ภายในเพ่ือป้องกันเลือดไหลย้อนกลบั เลอื ดที่ไหลอยภู่ ายในหลอด เลอื ดมีปรมิ าณแก๊สคาร์บอนไดออกไซดม์ าก ยกเว้น หลอดเลอื ดดาที่ นาเลือดจากปอดเข้าสหู่ วั ใจ จะเปน็ เลอื ดแดง
มาตรฐาน ว 1.1 ป.6/2 อธิบายการทางานทสี่ ัมพนั ธ์กันของระบบยอ่ ยอาหาร ระบบหายใจ และระบบหมนุ เวียนเลอื ดของมนษุ ย์ รูป โครงสรา้ งของหลอดเลอื ดแดง และหลอดเลือดดา
มาตรฐาน ว 1.1 ป.6/2 อธิบายการทางานทสี่ มั พนั ธก์ นั ของระบบยอ่ ยอาหาร ระบบหายใจ และระบบหมนุ เวียนเลอื ดของมนษุ ย์ หลอดเลอื ดฝอย (Capillary) หลอดเลือดฝอย เป็นหลอดเลอื ดท่ี รูป หลอดเลือดฝอย เชื่อมต่อระหวา่ งหลอดเลอื ดแดงและ หลอดเลอื ดดาสานเปน็ รา่ งแหแทรก อยตู่ ามเน้อื เยอ่ื ต่าง ๆ ของรา่ งกาย มี ขนาดเลก็ ละเอยี ด เป็นฝอย มผี นัง บางมาก ประกอบด้วยเซลลเ์ พยี งช้นั เดียว เปน็ แหล่งที่มกี ารแลกเปลย่ี น แก๊สและสารตา่ ง ๆ ระหวา่ งเลือดกับ เซลล์ของรา่ งกาย
มาตรฐาน ว 1.1 ป.6/2 อธบิ ายการทางานที่สมั พันธ์กันของระบบย่อยอาหาร ระบบหายใจ และระบบหมุนเวียนเลอื ดของมนษุ ย์ ความดันเลอื ด • ความดนั เลือด (Blood pressure) คือ ความดนั ทีเ่ กดิ จากการบีบตัวและคลายตวั ของหัวใจ ขณะหัวใจบบี ตวั เลอื ดจะถกู ดันออกไปตามหลอดเลือดแดงด้วยความดนั สูงทาให้เลอื ดเคล่ือนท่ไี ปตาม สว่ นตา่ ง ๆ ของร่างกาย และในขณะท่ีหัวใจคลายตวั เลอื ดจะไหลกลับเข้าสหู่ วั ใจตาม หลอดเลอื ดดาด้วยความดันต่า ความดันเลือดมีหนว่ ยเป็น มิลลิเมตรของปรอทมีคา่ ตัวเลข 2 ค่า เช่น 120 / 80 มิลลเิ มตรของปรอท 120 = คา่ ความดนั เลอื ด ขณะหัวใจบีบตวั ให้เลือดออกจากหวั ใจ 80 = ค่าความดนั เลอื ด ขณะหวั ใจคลายตวั รับเลือดเข้าส่หู วั ใจ
มาตรฐาน ว 1.1 ป.6/2 อธิบายการทางานท่สี ัมพันธ์กนั ของระบบย่อยอาหาร ระบบหายใจ และระบบหมุนเวยี นเลอื ดของมนษุ ย์ ชีพจร ชีพจร หมายถึง การหดตวั และการคลายตัวของหลอด เลอื ดแดง ซึ่งตรงกับจงั หวะการเต้นของหวั ใจคนปกติหวั ใจเตน้ เฉลี่ยประมาณ 72 ครงั้ ตอ่ นาที การเตน้ ของชพี จรแต่ละคนจะแตกต่าง กันปกติอตั ราการเต้นของชพี จรในเพศชายจะสูงกวา่ เพศหญงิ
ตวั อย่างข้อสอบ ว 1.1 ตวั อยา่ งข้อสอบ O-net ปี 2555
ตัวอย่างข้อสอบ ว 1.1 ป.5/2 ตัวอย่างขอ้ สอบ O-net ปี 2555
ตวั อย่างข้อสอบ ว 1.1 ป.5/2 ตวั อย่างขอ้ สอบ O-net ปี 2555
ตวั อย่างข้อสอบ ว 1.1 ป.5/2 ตวั อย่างขอ้ สอบ O-net ปี 2555
ตัวอย่างข้อสอบ ว 1.1 ป.6/3 ตัวอย่างขอ้ สอบ O-net ปี 2556
ตวั อย่างขอ้ สอบ ว 1.1 ป.6/3 ตัวอย่างขอ้ สอบ O-net ปี 2556
ตัวอย่างข้อสอบ ว 1.1 ป.5/2 ตัวอย่างขอ้ สอบ O-net ปี 2556
ตัวอยา่ งขอ้ สอบ ว 1.1 ป.6/2 ตวั อย่างขอ้ สอบ O-net ปี 2556
ตัวอยา่ งขอ้ สอบ ว 1.1 ป.5/2 ตวั อย่างขอ้ สอบ O-net ปี 2558
ตัวอยา่ งขอ้ สอบ ว 1.1 ป.6/2 ตวั อย่างขอ้ สอบ O-net ปี 2558
ตัวอยา่ งขอ้ สอบ ว 1.1 ป.6/3 ตวั อย่างขอ้ สอบ O-net ปี 2558
ตัวอยา่ งขอ้ สอบ ว 1.1 ป.6/3 ตวั อย่างขอ้ สอบ O-net ปี 2558
Search