๑
๒ คำนำ การบริหารงานการเรียนการสอนแบบ Active Learning เป็นกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นให้ ผู้เรียนมีส่วนร่วมและมีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติที่หลากหลายรูปแบบ เช่น การ วิเคราะห์ การสังเคราะห์ การระดม สมอง การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการทำกรณีศึกษา เป็นต้น โดย กิจกรรมที่นำมาใช้ควรช่วยพัฒนาทักษะการ คิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การสื่อสาร/นำเสนอ และการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอย่างเหมาะสม บทบาทของผู้เรียนนอกจากการมีสว่ นร่วมในกจิ กรรมดังกล่าว ข้างต้นแล้ว ยังต้องมีปฏิสัมพันธ์กับผู้สอนและผู้เรียนกับ ผู้เรียนด้วยกันด้วย ผู้สอนควรลดบทบาทในการ ถ่ายทอดความรู้แก่ผู้เรียนในลักษณะการบรรยายลง และเพิ่มบทบาท ในการกระตุ้นให้ผู้เรียนมีความ กระตือรือร้นที่จะทำกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการจัดเตรียมสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการเรียนรู้ จึงเห็น ความสำคัญของการบรหิ ารจัดการการเรียนรูใ้ นรูปแบบการจัดการเรียนรูเ้ ชิงรุก Active Learning สู่ความเป็น เลิศ โดย P-PNMK Management ขับเคลื่อนความรู้คู่คุณธรรมและเป็นโรงเรียนปลอดภัย ด้วยกระบวนการ Active Learning
๓ สารบญั เรือ่ ง หน้า ช่ือผลงาน P-PNMK Management ขับเคล่ือนความรู้คคู่ ุณธรรมและเป็นโรงเรียนปลอดภยั ดว้ ยกระบวนการ Active Learning 1 ช่ือผนู้ ำเสนอผลงาน : นางอัจฉรา รกั ษาชนม์ 1 ความสำคัญของผลงานรูปแบบวธิ กี ารหรือนวตั กรรมทนี่ ำเสนอผลงานวิธีปฏิบตั ิที่เปน็ เลศิ การจดั การเรียนรู้เชิงรกุ (Best Practice For Active Learning) 1 จุดประสงค์และเป้าหมาย ของการดำเนินงาน ผลงานวิธีปฏิบตั ทิ เี่ ป็นเลิศ การจัดการเรยี นรู้เชิงรุก (Best Practice For Active Learning) 2 ขนั้ ตอนการดำเนนิ งาน กระบวนการผลิตผลงาน รูปแบบวิธกี ารในการพฒั นาสถานศกึ ษา ผลงานวิธีปฏบิ ัติที่เปน็ เลิศการจดั การเรยี นรู้เชิงรกุ (Best Practice For Active Learning) 2 ผลการดำเนินการ/ผลสมั ฤทธ์ิ/ประโยชนท์ ี่ไดร้ ับ ผลงานวธิ ีปฏบิ ตั ิท่เี ป็นเลิศการจดั การเรียนรู้ เชงิ รกุ (Best Practice For Active Learning) 5 ปจั จัยความสำเรจ็ ผลงานวิธปี ฏบิ ตั ทิ เ่ี ป็นเลศิ การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Best Practice For Active Learning) 8 ประโยชน์ทไ่ี ดร้ ับผลงานวธิ ีปฏิบัติท่เี ป็นเลิศการจดั การเรียนรู้เชงิ รกุ (Best Practice For Active Learning) 8 การเผยแพร/่ การได้รับการยอมรบั /รางวลั ท่ไี ดร้ บั สอดคล้องกับผลงานวิธีปฏิบัติทีเ่ ป็นเลศิ การจัดการเรยี นรเู้ ชิงรกุ (Best Practice For Active Learning) 11 การขยายผล ต่อยอด หรือประยุกต์ใชผ้ ลงาน นวตั กรรม หรอื ผลงานวิธปี ฏิบัตทิ ีเ่ ป็นเลศิ การจัดการเรียนรเู้ ชิงรกุ (Best Practice For Active Learning) 12 ทฤษฎี/เอกสารทางวิชาการ/บทความ/งานวจิ ยั ท่ีเกี่ยวข้อง สอดคล้องกบั กบั ผลงานวธิ ปี ฏิบตั ทิ ี่ เป็นเลศิ การจดั การเรียนร้เู ชงิ รกุ (Best Practice For Active Learning) 12 การเชอื่ มโยงผลงาน/วธิ กี าร/รูปแบบ/นวตั กรรม/ ลงสกู่ ารปฏบิ ัติกับ ผลงานวิธีปฏบิ ตั ิทีเ่ ป็นเลิศ การจดั การเรียนรูเ้ ชิงรกุ (Best Practice For Active Learning) 14 ข้อเสนอแนะท่ไี ด้จากผลการดำเนนิ งานเพื่อการพัฒนางานครง้ั ตอ่ ไป 15 ภาคผนวก คิวอารโ์ คด้ เว็บไซต์ 17 ควิ อาร์โค้ด E-book 17 อินโฟกราฟกิ (Infographic) 18
๑ แบบรายงานกจิ กรรมคดั เลอื กการนำเสนอผลงานวิธปี ฏบิ ัตทิ ่ีเปน็ เลศิ การจดั การเรยี นรเู้ ชิงรุก (Best Practice For Active Learning) (ด้านครูผบู้ ริหาร) สำนกั งานเขตพืน้ ที่การศึกษาประถมศกึ ษาปทุมธานเี ขต ๑ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๖ ๑.ชื่อผลงาน P-PNMK Management ขบั เคล่ือนความรูค้ ่คู ุณธรรมและเปน็ โรงเรียนปลอดภยั ด้วย กระบวนการ Active Learning ๒.ชือ่ ผู้นำเสนอผลงาน : นางอัจฉรา รักษาชนม์ ตำแหนง่ ผ้อู ำนวยการโรงเรยี น โรงเรียนวดั พืชนมิ ิต(คำสวัสด์ิ ราษฎร์บำรุง) สังกัดสำนักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาปทมุ ธานีเขต 1 ตำบล คลองหน่ึง. อำเภอ คลองหลวง จงั หวัด ปทมุ ธานี รหสั ไปรษณีย์ 12120 โทรศัพท์ 095-1595148 E-mail : [email protected] เว็บไซตโ์ รงเรยี น https://data.bopp-obec.info/web/index_view.php?School_ID=1013270027&page=info ๓. ความสำคญั ของผลงานรูปแบบวธิ กี ารหรือนวตั กรรมที่นำเสนอผลงานวิธปี ฏิบตั ิที่เปน็ เลิศการจัดการ เรยี นรู้เชิงรุก (Best Practice For Active Learning) ความเปน็ มาของสภาพปญั หา สภาพชุมชนรอบบริเวณโรงเรียนมีลักษณะเป็นโรงงานอุตสาหกรรม มีประชากรประมาณ ๔๓๘ ครอบครวั จำนวน ๖๑๑ คน ชาย ๒๙๔ คน หญงิ ๓๑๗ คน อาชีพหลักของชุมชนคือ รบั จ้างทำงานในโรงงาน เนอ่ื งจากเปน็ แหล่งโรงงานอตุ สาหกรรม ผปู้ กครองส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย รอ้ ยละ ๙๐ ประกอบอาชีพ รับจา้ ง รอ้ ยละ ๙๐ นับถือศาสนา พุทธ รอ้ ยละ 99 ฐานะทางเศรษฐกจิ /รายได้โดยเฉล่ีย ต่อปี ๓๐,๐๐๐ บาท จำนวนคนเฉลี่ยต่อครอบครัว ๔ คน โอกาสและข้อจำกัดของโรงเรียน โรงเรียนได้รับ ความรว่ มมือและได้รับการสนับสนุนจากเจา้ อาวาสวดั พชื นิมิตและชุมชนเป็นอย่างดใี นการพฒั นาการเรียนการ สอน การปรับปรุงอาคารสถานที่ ข้อจำกัดของโรงเรียนคือมีนักเรียนจำนวนเพิ่มขึ้นทำให้ห้องเรียนไม่ เพียงพอ มีพื้นที่น้อยไม่สามารถขยายห้องเรียนเพิ่มได้ เศรษฐกิจของชุมชน ประชากรส่วนใหญ่ทำงานใน โรงงานอุตสาหกรรม รับจ้างทั่วไป ค้าขาย เกษตรกรรม มีรายได้ไม่แน่นอน ส่วนมากมีฐานะยากจน เด็กจะ อาศัยอยู่กับพ่อหรือแม่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรืออยู่กับญาติ ผู้ปกครองส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลเอาใจใส่เพราะ ต้องประกอบอาชีพ บางส่วนยังขาดความตระหนักในการศึกษาของบุตรหลาน มีปัญหาครอบครัวแตกแยก หย่ารา้ ง จากสภาพปัญหาและส่ิงแวดล้อม ทางโรงเรยี นจึงให้ความสำคญั เร่ืองการศึกษาของนักเรียนเป็นลำดับ แรก โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พื้นฐาน ไดใ้ หค้ วามสำคัญของการจัดการเรยี นรูโ้ ดยกระบวนการ Active Learning โดยการส่งเสริมใหค้ รจู ัดทำหนว่ ยการเรยี นรู้ Active Learning ด้วยการคัดเลือกผลงาน เพ่ือ เชิดชูเกียรติจำแนกเป็นระดับ ระดับดี ดีเด่น ดีเยี่ยม ทั้งมีกิจกรรมเสริมเติมเต็มความรู้เกี่ยวกับการจัดกา ร เรยี นรแู้ บบ Active Learning ใหแ้ กค่ รผู ู้ส่งผลงานท่ีไดร้ ับการคดั เลอื กดว้ ย ซ่งึ การส่งเสริมให้มีการจดั ทำ หน่วย การเรียนรูด้ ังกล่าวจะสง่ ผลให้คุณครูได้นำหน่วยการเรียนรู้ที่ได้ออกแบบขึ้นนั้น ไปใช้ในการจัดการเรยี นรู้ เพื่อ การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทุกตัวชี้วัดของมาตรฐานการเรียนรู้ อย่างมี ประสิทธิภาพ ในการจดั การเรียนรู้แบบ Active Learning นี้ ครผู ูส้ อนจำเปน็ ต้องปรับเปลีย่ นวธิ ีการจัดการ เรียนการสอนให้
๒ สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม เทคโนโลยีและการเรียนรู้ของผู้เรียน ต้องเปลี่ยนจาก ผู้สอน เป็นผู้ ถ่ายทอด โดยปรับเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้ชี้แนะแนะนำวิธีการค้นคว้าหาความรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียน ให้ สามารถ แสวงหาความรู้และประยุกต์ใช้ทักษะต่างๆ โดยการสร้างความเข้าใจด้วยตนเองจนเกิดเป็นการเรียนรู้ อย่างมี ความหมาย ในการจัดการเรยี นการสอนแบบ Active Learning ปจั จยั เกย่ี วขอ้ งท่ีมีความสำคญั ต่อการ จัดการ เรียนการสอนดังกล่าว ประกอบด้วย ผู้สอนและสภาพแวดล้อม โดยด้านผู้สอนต้องมีการเตรียมตัว ค่อนข้างมาก เกี่ยวกับการจัดสิ่งแวดล้อมและอุปกรณ์ให้เอื้อต่อการประกอบกิจกรรมของผู้เรียน เพื่อช่วยให้ ผูเ้ รียนไดค้ วามรู้จากสงิ่ ที่ผูเ้ รียนปฏิบัติ ส่วนผูเ้ รยี นตอ้ งรว่ มคดิ และแกป้ ญั หาด้วยตัวเอง ๔. จุดประสงค์ และเป้าหมาย ของการดำเนินงาน ผลงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Best Practice For Active Learning) 1. ผเู้ รยี นมคี ุณภาพ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ทักษะในศตวรรษท่ี 21 และสมรรถนะทเี่ หมาะสม ตามช่วงวยั 2. ผูเ้ รยี นเขา้ ถงึ โอกาสทางการศกึ ษาและมีความเสมอภาคทางการศกึ ษา เพ่ือลดความเหลือ่ มล้ำ 3. ครูและบุคลากรทางการศึกษามสี มรรถนะตามมาตรฐานตำแหนง่ และมาตรฐานวชิ าชีพ และนอ้ ม นำศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติโดยใชพ้ ้ืนท่ีเปน็ ฐาน 4. ครูและบคุ ลากรทางการศึกษาใช้เทคโนโลยี และสรา้ งนวตั กรรมทางการศึกษาส่คู ุณภาพการศกึ ษา ที่ยั่งยนื 5. สถานศกึ ษามีหลักสตู รที่เหมาะสมตามความตอ้ งการและบริบท ครูสามารถออกแบบกระบวนการ เรียนรทู้ ี่ม่งุ เนน้ การจดั การเรียนรูเ้ ชงิ รุก (Active Learning) และการคิดค้นนวตั กรรมเพ่ือยกระดับคณุ ภาพ การศึกษา มีการวดั และประเมนิ ผลเพ่ือพัฒนาการเรียนรแู้ ละสมรรถนะของผูเ้ รยี น 6. ผูบ้ รหิ ารเปน็ ผนู้ ำและมีส่วนรว่ มในการแลกเปลยี่ นเรยี นรูท้ างวชิ าชพี 7. สถานศกึ ษามสี ภาพแวดล้อมทปี่ ลอดภัย เอ้ือต่อการมสี ุขภาวะที่ดแี ละเปน็ มิตรกบั สง่ิ แวดลอ้ ม 8. สถานศกึ ษามีระบบการบริหารจดั การทมี่ ปี ระสทิ ธิภาพ และการมสี ่วนรว่ มของทุกภาคส่วนในการ จัดการศึกษา ๕. ข้ันตอนการดำเนนิ งาน กระบวนการผลติ ผลงาน รูปแบบวธิ ีการในการพฒั นาสถานศึกษาผลงานวธิ ี ปฏิบตั ิที่เปน็ เลิศการจดั การเรยี นร้เู ชิงรกุ (Best Practice For Active Learning) ๑) สภาพปญั หาก่อนการพัฒนา โรงเรียนวัดพืชนิมิต(คำสวัสดิ์ราษฎร์บำรุง)เป็นโรงเรียนขนาดกลาง มีนักเรียนจำนวน 518 คน ที่มี พนื้ ฐานมาจากครอบครัวทแ่ี ตกตา่ งกนั จงึ ถอื เปน็ หนา้ ที่โดยตรงของผู้บรหิ ารสถานศึกษา ครแู ละผทู้ ีเ่ ก่ียวข้องใน การจัดการศกึ ษาเพื่อสร้างใหน้ กั เรียนมคี ุณธรรมนำความรู้ ผู้บริหารจึงต้องมีเทคนิคหรือวิธีการบรหิ ารเพื่อ“ให้ ทุกคนได้หันหน้าเข้าหากัน ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ร่วมกันสร้างสรรค์คนดี ตามคุณธรรมเป้าหมายมีความ พอเพียง สุจริต จิตอาสาเพื่อสถานศึกษาสู่โรงเรียนที่เป็นเลิศ”โรงเรียนวัดพืชนิมิต(คำสวสั ดิ์ราษฎร์บำรุง)จึงได้ ดำเนินการกิจกรรมโรงเรียนคุณธรรม โรงเรียนสีขาว โรงเรียนวิธีพุทธ โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ และโรงเรียน ปลอดภัย เพิ่มโอกาสให้ผู้เรียนได้สร้างความรู้ด้วยตนเองผ่านการลงมือปฏิบัติจริงมากขึ้นผ่านกิจกรรมต่างๆ ปรับบทบาทของครูจากผูส้ อนมาเป็นผู้ให้คำปรึกษาชี้แนะ (Coach) กิจกรรมการเรียนรู้ตอ้ งมีความสร้างสรรค์
๓ และหลากหลาย ด้วยการพัฒนา กิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning โดยเชื่อมโยงกับหลักสูตร แกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑ ให้สอดคลอ้ งกับคุณธรรมอัตลกั ษณข์ องโรงเรียนวัดพืชนิมิต (คำสวัสดิ์ราษฎร์บำรุง)จึงได้นำหลักการบริหารจัดการแบบ “P-PNMK Management” ขับเคลื่อนความรู้คู่ คุณธรรมและเป็นโรงเรียนปลอดภัย ด้วยกระบวนการ Active Learning” มาใช้ในการบริหารงาน และจัด กิจกรรมต่าง ๆ เพื่อการส่งเสริม พัฒนาคุณธรรมจริยธรรม สามารถดูแลตนเองจากอันตรายภายภัยรูปแบบ ต่างๆได้ ทใี่ ห้โรงเรยี นสรา้ งนกั เรยี นดสี ่สู งั คมปัจจุบนั ๒) การออกแบบนวัตกรรมเพือ่ การพัฒนา “P-PNMK Management ขับเคลื่อนความรู้คู่คุณธรรมและเป็นโรงเรียนปลอดภัย ด้วยกระบวนการ Active Learning” เป็นเทคนิคที่ใช้ในการบริหารงานเพื่อพัฒนาโรงเรียน ให้เป็นโรงเรียนที่เป็นเลิศ โดยได้ พฒั นามาจากหลักการบรหิ ารแบบมีส่วนร่วม มกี ระบวนการผลิตนวัตกรรม/ขั้นตอนการดำเนินงานโดยควบคุม คณุ ภาพดว้ ย PDCA ดังน้ี ๓) ข้นั ตอนการดำเนินงานพัฒนา การดำเนนิ งานขับเคล่ือนนวตั กรรม “P-PNMK Management ขับเคลอ่ื นความรู้ค่คู ณุ ธรรม และเปน็ โรงเรยี นปลอดภัย ดว้ ยกระบวนการ Active Learning” ในรปู แบบ PDCA ซึง่ มีกระบวนการ ดังน้ี P-PNMK Management P = PDCA Plan การวางแผน ขั้นตอนแรกคือตั้งเป้าหมายและการวางแผนงานว่าเราจะปรับปรุงแผนงานอะไร (what) ปรับปรุงอย่างไร (how) ใครเป็นผู้รับผิดชอบ (who) ต้องทำเมื่อไหร่ (when) ที่สำคัญที่สุดคือการ กำหนดผลลัพธ์ที่ต้องการจะได้ (outcome) ว่าจะมีหน้าตาเป็นอย่างไรและกำหนดตัวชี้วัดที่เหมาะสม (KPI) จากนน้ั ทำใหอ้ อกมาเปน็ แผนการดำเนินงาน (Action plan) Do การลงมือปฏิบัติขั้นตอนนี้คือการลงมือปฏิบัติตามแผนการดำเนินงานที่ทำไว้ในข้อ 1 เนื่องจาก การปรับปรุงกระบวนการนั้นยังใหม่อยู่ อาจจะปรับปรุงแล้วประสบความสำเร็จหรือไม่ก็ได้ จึงแนะนำว่าใน ข้นั ตอนนีอ้ าจจะเร่มิ ปฏบิ ัตจิ ากคนกลุ่มก่อนแล้วเร่มิ กวา้ งข้ึนๆ จนทำไดท้ ้ังโรงเรยี น Check การตรวจสอบ จากการปฏบิ ัติตามแผนการดำเนินงานแลว้ ข้นั ตอนถัดไปคือการประเมินว่าได้ ตามแผนที่วางไว้ว่าเป็นไปตามความคาดหวังหรือไม่ โดยใช้ตัวช้ีวัดที่กำหนดไว้มาตรวจสอบ ในการตรวจสอบ จะมีท้ังสว่ นทีเ่ ปน็ ไปตามแผนและไมเ่ ปน็ ไปตามแผน ควรรู้วา่ ถ้าเปน็ ไปตามแผน ปัจจัยอะไรท่ีทำให้สำเรจ็ หาก ไม่เปน็ ไปตามแผนก็ต้องหาสาเหตุด้วยว่าทำไมถึงไมส่ ำเรจ็ Act การปรับปรุง จากผลลัพธ์ที่ได้จากการตรวจสอบ ทีมงานจะต้องนำผลลัพธ์นั้นมาเข้าสู่ กระบวนการปรับปรุงอย่างเหมาะสม วิเคราะห์ว่าปัจจัยใดที่ทำให้ไม่สำเร็จในแผนการที่ตั้งมาตอนแรก เม่ือ ปรับปรุงแผนการดำเนินงานเสร็จ เราก็จะกลับเข้าสู่วงจรการทำ PDCA แบบนี้วนไปเรื่อยๆ จะกลายเป็นการ ปรบั ปรงุ กระบวนการทำงานอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง (Continuous Improvement)
๔ P = Planning มกี ารวางแผนร่วมกันของคณะกรรมการสถานศึกษา และคณะครใู นช่วงเปิดภาคเรียน เพื่อการเตรียมขนั้ ตอนการปฏิบตั ิ รวมกนั ตั้งข้อสงั เกตสาเหตุของการจะบรรลุเป้าหมาย โดยทำการ SWOT บริบทสถานศึกษา จดั ทำแผนปฏบิ ตั กิ ารประจำปี และลงกจิ กรรมปฏบิ ัติงานใหเ้ ป็นไปตามแผนท่วี างไว้ N = Network ส่วนแรกคอื เครือค่ายในท้องถน่ิ เชญิ ชวนเขา้ มารว่ มมือ ชมุ ชนทอ้ งถ่ิน หน่วยงาน เอกชน บรษิ ัทเอกชน ตำรวจ วดั โรงพยาบาลส่งเสรมิ สุขภาพตำบล เครือข่ายผู้ปกครอง สว่ นที่สองส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี ผ้บู รหิ าร ครู บุคลากร นักเรยี นและผู้ปกครองใน ทุกด้าน เพอื่ การเรยี นการสอน การบริหารจัดการงาน และการเขา้ ถงึ การส่ือสารกับโรงเรียนได้สะดวกในหลาย ชอ่ งทาง M = Main ยดึ หลกั สำคัญในการพฒั นาสมรรถนะครู บุคลากร ใหป้ ระโยชน์ทางความรู้ ทักษะ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงคล์ งสู่ตวั นักเรยี นเปน็ หวั ใจสำคัญหลัก โดยใช้การเรยี นการสอนกระบวนการ Active Learning ผา่ นการจัดกจิ กรรมเรยี นในห้องเรยี น และการทำกจิ กรรมภายในโรงเรียน K = Knowledge sharing การแบง่ ปันความรแู้ ละแชรป์ ระสบการณ์เพ่ือเตมิ เต็มใหก้ ันในกลมุ่ ครู และผูบ้ ริหาร กระบวนการสร้างชมุ ชนการเรยี นรู้ทางวชิ าชีพ :PLC นำความรลู้ งสู่ห้องเรียนแก้ปัญหาการเรยี นรู้ ท่ีถดถอย Learning loss และพัฒนานักเรียนให้เป็นไปตามวัย
๕ ๖ . ผลการดำเนนิ การ/ผลสมั ฤทธ/ิ์ ประโยชน์ทไี่ ดร้ บั ผลงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศการจัดการเรียนร้เู ชิงรุก (Best Practice For Active Learning) 6.1) ผลท่ีเกิดตามจุดประสงค์ผลงานวธิ ีปฏิบัติทเี่ ป็นเลิศการจัดการเรียนรู้เชิงรุก 1. ผเู้ รียนมีคุณภาพ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ทกั ษะในศตวรรษท่ี 21 และสมรรถนะทเี่ หมาะสม ตามช่วงวัย คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ มสี มรรถนะทเ่ี หมาะสม นักเรยี นมีทักษะที่เกิดจากการลงมอื 2. ผู้เรยี นเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาและมีความเสมอภาคทางการศึกษา เพื่อลดความเหล่อื มลำ้ หาโอกาสจากภายนอก เทคโนโลยีใช้ได้อยา่ งท่วั ถงึ นักเรียนได้รบั การศึกษาและการดูแล อยา่ งทัว่ ถึงทกุ คน 3. ครูและบุคลากรทางการศึกษามสี มรรถนะตามมาตรฐานตำแหนง่ และมาตรฐานวิชาชพี และน้อม นำศาสตร์พระราชาสูก่ ารปฏิบัตโิ ดยใชพ้ ืน้ ทเ่ี ปน็ ฐาน จัดอบรมภายในให้กบั ครู เปน็ แบบอยา่ งทีด่ ีให้กับนักเรียน สนับสนุนกิจกรรมอบรมภายนอก
๖ 4. ครูและบุคลากรทางการศึกษาใชเ้ ทคโนโลยี และสร้างนวัตกรรมทางการศึกษาส่คู ุณภาพการศกึ ษา ท่ยี งั่ ยนื ครูมีเว็บไซต์ทกุ คน ครูมีช่อง youtube เพื่อเปน็ สอ่ื การสอน ครเู ก็บงานดว้ ย e-book 5. สถานศึกษามีหลักสตู รท่ีเหมาะสมตามความตอ้ งการและบรบิ ท ครูสามารถออกแบบกระบวนการ เรยี นรู้ทม่ี ุ่งเนน้ การจัดการเรียนรเู้ ชิงรุก (Active Learning) และการคิดค้นนวตั กรรมเพื่อยกระดับคณุ ภาพ การศกึ ษา มีการวดั และประเมินผลเพอ่ื พฒั นาการเรียนรู้และสมรรถนะของผู้เรยี น 6. ผบู้ ริหารเป็นผ้นู ำและมสี ่วนรว่ มในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวชิ าชพี PLC กลุ่มแลกเปลย่ี นทางวิชาชพี
๗ 7. สถานศึกษามสี ภาพแวดลอ้ มทป่ี ลอดภัย เอ้ือต่อการมีสุขภาวะท่ดี แี ละเป็นมิตรกับสงิ่ แวดล้อม 8. สถานศึกษามีระบบการบริหารจัดการทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพ และการมีสว่ นร่วมของทุกภาคสว่ นในการจัด การศึกษา
๘ การใชท้ รัพยากร P-PNMK Management ขับเคลื่อนความรู้คู่คุณธรรมและเป็นโรงเรียนปลอดภัย ด้วยกระบวนการ Active Learning เป็นการสร้างและพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยศึกษาเทคนิค วิธีการที่สอดคล้องกับ จุดประสงค์การเรียนรู้ แล้วนำมาสร้างสื่อและวิธีการที่เหมาะสมกับบริบทของห้องเรียน โรงเรียน ด้วย ทรพั ยากรทม่ี อี ยู่ เช่น การปฏิบัตกิ ับอุปกรณจ์ ริง สถานทีจ่ ริง ประโยชนท์ ่ีได้รบั ดา้ นการบรหิ ารจดั การศกึ ษา กระบวนการการพัฒนาผลงาน นวัตกรรมหรอื แนวปฏิบัติ ดา้ นการบรหิ ารจัดการศึกษาท่สี อดคล้องกับ การจัดการเรยี นรเู้ ชงิ รกุ ก่อให้เกดิ ประสบการณก์ ารเรียนร้รู ว่ มกันท้งั โรงเรยี น ๗. ปจั จัยความสำเร็จ ผลงานวธิ ีปฏบิ ตั ทิ เ่ี ป็นเลศิ การจัดการเรยี นรเู้ ชงิ รุก (Best Practice For Active Learning) 7.1) สำนักงานเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาปทมุ ธานี เขต 1 ไดจ้ ัดการอบรม จากวทิ ยากรท่ีมี คณุ ภาพ ให้ความรเู้ ร่อื งนวตั กรรมผ้บู ริหารและครู สนู่ วตั กรรมนกั เรียนในหลากหลายรปู แบบ และได้รบั คำแนะนำจากศึกษานิเทศกป์ ระจำโรงเรยี นในการปรับปรุงแนวทาง เป็นที่ปรกึ ษาเสริมแนวคดิ ในการจดั การ เรยี นรใู้ นกบั นักเรยี น ครูมกี ารทำงานทด่ี ีทั้งแผนการสอนทดี่ ี การจดั กจิ กรรมท่ดี ี 7.2) ผู้บริหารสถานศึกษาและครูทุกทา่ นอำนวยความสะดวก ใหค้ ำปรึกษาและให้การสนบั สนนุ ด้าน งบประมาณ วัสดุ อปุ กรณ์ สถานที่ เวลา และขวญั กำลังใจจากนักเรียนและครผู สู้ อน 7.3) นักเรยี นตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษา การจดั กิจกรรมการเรียน การพัฒนาตนเองดา้ น วชิ าการและใหค้ วามร่วมมอื ในการฝึกฝนตนเองให้มีประสิทธิภาพสูงขน้ึ อย่างต่อเนอ่ื ง และความร่วมมือในการ เรียนรตู้ ามกระบวนการบรหิ าร 7.4) ครผู ู้สอนพฒั นาตนเองอยา่ งตอ่ เน่ือง ให้ความสนใจต่อความต้องการเรยี นรู้และสง่ เสริมผู้เรยี นสู่ การ เรยี นรูท้ ป่ี ระสบความสำเร็จ 7.5) ผ้อู ำนวยการรว่ มกับครูกลุม่ PLC 3 ระดบั ชน้ั มี กลุ่ม PLC ปฐมวยั กล่มุ PLC ชั้นประถมศึกษา ตอนตน้ และกลมุ่ PLC ชัน้ ประถมศึกษาตอนปลาย ให้คำแนะนำภายในกลมุ่ เพื่อเตมิ เต็มให้กนั ภายในกลมุ่ PLC ๘. ประโยชนท์ ่ีไดร้ บั ผลงานวิธปี ฏบิ ตั ทิ ี่เปน็ เลศิ การจดั การเรยี นร้เู ชิงรุก (Best Practice For Active Learning) จากการพัฒนารูปแบบการบริหาร “P-PNMK Management ขับเคลื่อนความรู้คู่คุณธรรมและเป็น โรงเรียนปลอดภยั ด้วยกระบวนการ Active Learning” ได้นำผลการดำเนินงาน นำเสนอและร่วมแลกเปลี่ยน เรียนรู้กับคณะครูของโรงเรียนวัดพืชนิมิต(คำสวัสดิ์ราษฎร์บำรุง)อีกทั้งได้นำ กิจกรรมการเรียนรู้ไปเผยแพร่ใน
๙ เว็บไซต์ของโรงเรียนและของตนเอง https://sites.google.com/view/adchara-ruk/ ซึ่งเป็นพื้นที่แบ่งปัน รปู แบบการบริหารงาน ใหแ้ ก่บคุ คลท่ีสนใจ 8.1 บทเรียนทไ่ี ดร้ ับ มีการแลกเปล่ียนเรยี นร้รู ่วมกันระหว่าง ครูผู้สอน ผู้บริหารสถานศกึ ษา ชุมชน และศึกษานิเทศก์ ใน การพัฒนาโรงเรยี น โดยใช้รปู แบบ “P-PNMK Management ขับเคลื่อนความรู้คู่คุณธรรมและเปน็ โรงเรียน ปลอดภัย ดว้ ยกระบวนการ Active Learning เปน็ โมเดลท่ีสามารถนำไปสกู่ ารปฏิบตั ิได้อยา่ งงา่ ย และ สามารถลงมือปฏิบัติไดจ้ ริง เข้ากบั ทุกกิจกรรมของโรงเรยี นวัดพชื นิมติ (คำสวสั ดิร์ าษฎร์บำรงุ ) - ผ้บู รหิ ารสถานศึกษา ไดร้ บั การยอมรับจากหนว่ ยงานอน่ื ใหเ้ ปน็ คณะทำงาน ทั้งในระดับเขตพืน้ ท่ี และระดับกล่มุ - ครผู ู้สอน ดำเนนิ การจดั การเรยี นการสอน ตามรูปแบบบริหารแล้ว ได้รับรางวลั จากหน่วยงานต่าง ๆ
๑๐ - นักเรยี นไดพ้ ฒั นาตนเองอย่างเต็มศักยภาพ จนได้รบั รางวัลตา่ ง ๆ - ชุมชนเกิดความศรทั ธาและไวว้ างใจในสถานศกึ ษา ส่งบตุ รหลาน เข้าศกึ ษาตามเกณฑ์และมยี อด นักเรยี นเพ่ิมขน้ึ ทุกปี 8.2 ขอ้ เสนอแนะปรับปรงุ คุณภาพมุ่งพัฒนาตอ่ ไป 1) การพัฒนาผลงานหรือนวัตกรรมของครูดว้ ยการจัดการเรียนรเู้ ชิงรุก (Active learning) โดยจัดทำ ในรูปแบบของสื่อออนไลน์แอพพลิเคชั่นอื่นๆ ที่เป็นช่องทางให้ผู้บริหารจำเป็นต้องมีการพัฒนาตนเองอยู่ สม่ำเสมอ เพื่อนำองค์ความรู้ต่าง ๆ มาพัฒนาต่อยอด การบริหารสถานศึกษาต่อไป และต้องมีการประเมิน ตนเอง วิเคราะห์องค์กรตามหลัก SWOT เพื่อให้เห็นจุดอ่อน จุดแข็ง จะได้มีการพัฒนาสถานศึกษาให้มี ประสิทธิภาพ เปน็ ที่ยอมรบั ของชุมชนและผปู้ กครองนักเรยี นไว้วางใจ
๑๑ 8.3 ข้อควรพงึ ระวงั 1) ผู้บริหารและผูส้ อนต้องวางแผนการจดั ทำผลงานหรือนวตั กรรมของเพื่อการจดั การเรียนรูแ้ บบ (Active learning) ใหม้ ีความชดั เจน รดั กุม เพื่อให้ การดำเนินงานเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ ๙. การเผยแพร่/การได้รับการยอมรับ/รางวลั ท่ีได้รบั สอดคลอ้ งกับผลงานวธิ ปี ฏิบัติทเ่ี ปน็ เลศิ การจัดการ เรียนรู้เชงิ รกุ (Best Practice For Active Learning) 9.1) การเผยแพร่ มีการเผยแพร่ในไลน์กลุม่ โรงเรียนและเพอื่ นต่างโรงเรยี นทเี่ ขา้ มาศึกษาดงู าน ทั้ง ภายในและภายนอกสถานศึกษา และเผยแพร่ออนไลน์ใหก้ ารเข้าถงึ ขอ้ มลู เพ่ือเปน็ ประโยชน์กบั เพื่อนครูผ่าน เว็บไซต์ https://sites.google.com/view/adchara-ruk และ E-book https://pubhtml5.com/homepage/agiui/ เว็บไซตผ์ อู้ ำนวยกำรโรงเรยี น E-book ผอู้ ำนวยกำรโรงเรยี น 9.2) การได้รับการยอมรับ/รางวลั ท่ไี ดร้ ับ 1.)ไดร้ บั รางวัล IQA AWARD “ระดับชมเชย” ประเภทสถานศกึ ษาขนาดกลาง ระดบั สำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน ประจำปกี ารศึกษา 2564 เปน็ สถานศึกษาท่มี รี ะบบและกลไกการ บรหิ ารจัดการคุณภาพและมาตรฐานการศกึ ษาเพือ่ การประกนั คุณภาพ
๑๒ ๑๐.การขยายผล ต่อยอด หรอื ประยุกตใ์ ช้ผลงาน นวัตกรรม หรอื วธิ ีการปฏบิ ัติผลงานวธิ ีปฏิบตั ิทเี่ ป็นเลศิ การจัดการเรยี นรู้เชิงรกุ (Best Practice For Active Learning) การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จากการจัดกิจกรรม การจัดการเรียนรู้เชิงรุกเมื่อได้ลงมือปฏิบัตแิ ล้วจึงจะต้อง ตกตะกอนความคิด เพื่อแลกเปลี่ยนกันระหว่างครู จากสิ่งที่ได้เรียนรู้ เกิดการประยุกต์ใช้ในการดำเนิน ชีวิตประจำวันได้อย่างแท้จริง การเรียนรู้เพื่อการต่อยอด และการขยายผล การจัดจำลองประสบการณ์ เสมือนการเจอสถานการณ์จริงที่เจอในสังคม โดยมีการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองจากการเรียนรู้แบบลงมือ ปฏิบัติด้วยตนเอง (Learning by Doing) สามารถนำไป ประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ สอดคล้องกับนโยบาย ของสถานศึกษา และชุมชน รวมทั้งการใช้สื่อ แหล่งเรียนรู้ ศูนย์การเรียนรู้ของโรงเรียนวัดพืชนิมิต(คำสวัสด์ิ ราษฎร์บำรุง) ๑๑. ทฤษฎี/เอกสารทางวชิ าการ/บทความ/งานวิจัยท่ีเก่ียวข้องสอดคล้องกบั ผลงานวิธีปฏิบัติทีเ่ ป็นเลศิ การจัดการเรียนร้เู ชิงรกุ (Best Practice For Active Learning) สุธี ขวัญเงิน (2559: 13-44) กล่าวถึง ความแตกต่างของการจัดการ (Management) และ การ บริหาร (Administration) วา่ โดยทว่ั ไปแลว้ สองคำน้ีใช้แทนกันได้ โดยมีการใหค้ วามหมาย 3 แนวทางคอื แนวทางที่ 1 การบริหารเกี่ยวข้องการกำหนดนโยบาย และการจัดการเป็นการนำนโยบาย ไปปฏิบัติ ซึ่งมีนักวิชาการหลายคนที่สนบั สนุนความหมายนี้ได้แก่ โอลิเวอร์ ลดอล, ฟลอเรนซ์ และทีด, รวมทั้ง สปรีเกล และแลนสเบร์กิ แนวคิดที่ 2 การจัดการเป็นความหมายทั่วไปโดยรวมการบริหารเข้าไปด้วย แนวทางนี้ มองว่า การ จัดการเป็นกระบวนการทีท่ ำหน้าท่ีรบั ผิดชอบต่อการดำเนนิ การขององคก์ รธุรกจิ ใหบ้ รรลุ เปา้ หมายที่กำหนดไว้ ส่วนการบริหารก็คือส่วนหนึ่งของการจัดการที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการด้วย วิธีต่างๆ เพื่อให้เป้าหมายท่ี กำหนดในข้นั การจดั การบรรลุผล แนวคิดที่ 3 การบริหารและการจัดการมีความหมายไม่แตกต่างกัน เป็นความหมายที่เป็นที่ ยอมรับ กันในยุคปัจจุบันนี้ แต่การนิยมใช้จะแตกต่างกัน โดยคำว่า การจัดการจะใช้ในหน้าท่ี การบริหารระดับสูงใน การกำหนดนโยบาย การวางแผน การจัดการองค์กร การจัดบุคคลเข้าทำงาน การสั่งงาน และการควบคุมใน องค์กรธุรกิจ สว่ นคำว่า การบริหาร จะใชใ้ นหน้าท่ี เชน่ เดยี วกับ การจดั การแต่ใช้ในองค์กรรฐั บาล แต่อย่างไรก็ ตาม 2 คำนี้มักจะใช้แทนท่ีกันและกัน การจัดการจะมีความสำเร็จหรือล้มเหลวหรือไม่ ขึ้นอยู่กับกิจกรรมและ กระบวนการ ทางการจัดการ ถ้าหากเจ้าของกิจการหรือผู้ประกอบการละเลยหรือไม่สนใจ ปล่อยให้ทุกอย่าง ดำเนิน ไปตามมีตามเกิด หรือตามความเคยชิน จะทำให้ประสิทธิภาพงานตกต่ำ ดังนั้นการปรับกิจกรรมให้ ตามทนั กับสิ่งใหม่ ๆ ท่เี ปลยี่ นแปลงไปจากเดิม กจ็ ะทำให้ผลิตภัณฑ์หรือบริการทันต่อเทคโนโลยี มีความสมดุล และเกิดผลสำเรจ็ การจัดการ ถือว่าเป็นกระบวนการปฏิบัติที่เป็นสากลในการบริหารงาน กระบวนการ การจัดการ ประกอบด้วยหนา้ ท่ีการจัดการ 5 ประการดังนี้ 1. การวางแผน (Planning) หมายถึง การกำหนดแผนงานหรือวิธีการปฏิบัติงานไว้เป็น การล่วงหน้า เพื่อผลสำเร็จตามที่ตอ้ งการ การวางแผนจะตอ้ งใช้ดุลพินิจพจิ ารณาผลสำเร็จที่ต้องการ และหนทางที่จะทำให้ ได้ตามทต่ี ัง้ เป้าหมายไว้
๑๓ 2. การจัดองค์กร (Organizing) คือการพัฒนาระบบการทำงาน เพื่อให้งานต่างๆ สามารถ ดำเนินไป โดยมีการประสานงานกนั อยา่ งดี การจดั โครงสร้างองค์กรคือการจัดโครงสรา้ งงานที่ ประกอบดว้ ย การกำหนด ตำแหน่งงาน การจัดกลุ่มงานเป็นหน่วย เป็นแผนกหรือเป็นกอง การมอบ อำนาจหน้าที่ที่จำเป็นสำหรับการ ปฏิบัติงานที่มีโครงสร้างที่ดีจะต้องสามารถชี้ชัดได้ว่าใครต้องทำงาน ใด และใครจะต้องรายงานต่อใคร ซึ่งจะ ชว่ ยให้เกิดการมีระเบยี บในขณะปฏบิ ตั งิ านเป็นกลมุ่ อย่างดี 3. การจัดสรรคนเข้าทำงาน (Staffing) มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้องค์กรธุรกิจมีกำลังคนที่มี ประสิทธิภาพ พร้อมในการทำงานในทุกตำแหน่งงาน หลักการ และนโยบายของห้ามที่การจัดการ เกี่ยวกับบุคคลที่ใช้ยึดถือ ปฏิบัตกิ ค็ อื การพยามยามใหเ้ ป็นไปตามหลักการ “Put the Right Man on the Right Job” หรอื ทุกตำแหน่ง มบี คุ ลากรที่มีความสามารถพร้อมและเหมาะสมกับงานทีท่ ำให้มากท่สี ดุ ตลอดเวลานัน่ เอง 4. การสง่ั การ (Directing) หมายถึง กิจกรรมทางการจัดการโดยผูน้ ำหรอื ผู้บรหิ ารใน การบังคับบญั ชา ในการทำงานต่างๆ ภายในโครงสรา้ งองค์กรดำเนนิ ไปโดยราบรื่นมกี ารประสาน ร่วมแรงรว่ มใจในการทำงาน 5. การควบคุม (Controlling) มีขั้นตอนที่สำคัญคือ การวัดผลงานและสิ่งที่ทำได้มี การเปรียบเทียบ ผลงานกับเป้าที่ตั้งไว้ และการดำเนินการแก้ไขเมื่อมีสิ่งผิดปกติ หรือมีเหตุการณ์ที่ทำ ให้ผลงานคลาดเคลื่อน จากที่กำหนดไว้ในแผนด้วยกลไกของการควบคุม การควบคุมจะต้องมี การพิจารณาตกลงใจให้ชัดว่าจะวัดผล งานอะไร จะมีวดั โดยวธิ ีการอยา่ งไร จะใชเ้ กณฑอ์ ะไรเปน็ ตวั วดั สถาพร พฤฑฒิกุล, 2558 Active Learning จึงเป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดการ สร้างสรรค์ทางปัญญา (Constructivism) ที่เน้นกระบวนการเรียนรู้มากกว่าเนื้อหาวิชา เพื่อช่วยให้ผู้เรียน สามารถเชือ่ มโยงความรู้ หรือสร้างความร้ใู หเ้ กิดข้นึ ในตนเอง ด้วยการลงมอื ปฏิบัตจิ รงิ ผ่านส่อื หรือกิจกรรมการ เรียนรู้ ที่มีครูผู้สอนเป็นผู้แนะนำ กระตุ้น หรืออำนวยความสะดวก ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ขึ้น โดย กระบวนการคิดขั้นสูง กล่าวคือ ผู้เรียนมีการวิเคราะห์ สังเคราะห์ และการประเมินค่าจากสิ่งที่ได้รับจาก กิจกรรมการเรียนรู้ ทำให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างมีความหมายและนำไปใช้ในสถานการณ์อื่นๆได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ดร.กอบวิทย์ พิริยะวัฒน์ การจัดทำวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) (2563) Best Practice หมายถึง วิธีการปฏิบัติหรือขั้นตอนการปฏิบัติที่ผ่านการวิจัย ทดลองหรือผ่านประสบการณ์ อย่างต่อเนื่องจน สามารถพิสจู น์ได้ว่านำไปสเู่ ปา้ หมายหรือผลลพั ธ์ท่ตี ้องการ ซึง่ สง่ ผลให้องคก์ าร กล่าวโดยสรุป เป็นกระบวนการปฏิบัติที่เป็นสากลในการบริหารงาน กระบวนการ การจัดการ การ จัดการเรียนรู้เชิงรุกในยุคไทยแลนด์ 4.0 แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้เชิงรกุ (Active Learning) ซึ่งเป็น กระบวนการจัดการ เนน้ กระบวนการเรียนรู้ปฏบิ ัติจริงผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ เป็นการพัฒนาศักยภาพการคิด การแกปัญหาและการนําความรูไปประยุกตใช ผูเรียนมสี วนรวมในการจัดระบบการเรยี นรู้ โดยมีวิธีการปฏิบตั ิ หรือขั้นตอนการปฏิบัติที่ผ่านประสบการณ์ การทดลอง อย่างต่อเนื่องจนสามารถพิสูจนไ์ ด้ว่านำไปสูเ่ ป้าหมาย จนทำให้เกิดเปน็ วิธีการปฏิบัติท่ีเป็นเลิศ (Best Practice) ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ การทำกิจกรรมของนักเรียนได้ เหมาะสมกับรายวิชา สามารถดึงศักยภาพของนักเรียนในรูปแบบทีด่ ีที่สดุ ปรับกิจกรรมให้ ตามทันกับสิ่งใหม่ ๆ ทีเ่ ปลยี่ นแปลงไปจากเดิม กจ็ ะทำใหผ้ ลิตภณั ฑ์หรือบรกิ ารทันตอ่ เทคโนโลยี มคี วามสมดลุ และเกิดผลสำเร็จ
๑๔ ๑๒. การเชื่อมโยงผลงาน/วธิ ีการ/รูปแบบ/นวตั กรรม/ ลงสู่การปฏิบตั กิ ับผลงานวิธีปฏิบัตทิ เ่ี ป็นเลศิ การ จดั การเรยี นรู้เชิงรกุ (Best Practice For Active Learning) “P-PNMK Management ขับเคลอื่ นความรู้คคู่ ุณธรรมและเปน็ โรงเรยี นปลอดภัย ดว้ ยกระบวนการ Active Learning” เป็นเทคนิคท่ใี ช้ในการบรหิ ารงานเพอ่ื พัฒนาโรงเรียน ใหเ้ ปน็ โรงเรียนทเ่ี ปน็ เลิศ โดยได้ พัฒนามาจากหลักการบริหารแบบมสี ว่ นร่วม มกี ระบวนการผลติ นวัตกรรม/ขั้นตอนการดำเนินงานโดยควบคุม คุณภาพดว้ ย PDCA
๑๕ ๑๓. ขอ้ เสนอแนะท่ไี ดจ้ ากผลการดำเนนิ งานเพื่อการพัฒนางานครัง้ ตอ่ ไป 1) ให้การสนับสนุนครูต่อยอดการพัฒนาผลงานหรือนวัตกรรมด้วยการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) โดยจะจัดทำในรูปแบบของสื่อออนไลน์แอพพลิเคชั่นอืน่ ๆ ที่เป็นช่องทางให้นักเรียน ได้ศึกษาหลาย ช่องทาง เช่น การใช้ Padlet เพื่อให้นักเรียนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ และนักเรียนได้ศกึ ษา ค้นคว้า เนื้อหา กิจกรรมเรียบเรยี งอยา่ งเป็นระบบได้จำนวนมากและกว้างยิ่งขึ้น ลงช่ือ................................................... (นางอัจฉรา รักษาชนม์) ตำแหนง่ ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นวดั พชื นิมติ (คำสวัสดิ์ราษฎรบ์ ำรุง)
๑๖ ภาคผนวก
๑๗ เว็บไซตผ์ อู้ ำนวยกำรโรงเรยี น E-book ผอู้ ำนวยกำรโรงเรียน
๑๘
๑๙
Search
Read the Text Version
- 1 - 22
Pages: