Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 6. คู่มือการเลือกซื้อจอภาพคอมพิวเตอร์

6. คู่มือการเลือกซื้อจอภาพคอมพิวเตอร์

Published by atswin, 2019-01-30 03:34:47

Description: 6. คู่มือการเลือกซื้อจอภาพคอมพิวเตอร์

Search

Read the Text Version

จอภาพแสดงผลคอมพิวเตอร์ (Monitor) : จอภาพเป็นส่วนท่ีคอมพิวเตอร์ใช้แสดงผลต่อผู้ใช้ ปัจจุบนั ยังมีการใช้จอแบบหลอดภาพ หรือที่เรียกว่า CRT(Cathode Ray Tube) ส่วนจอของเคร่ือง โน๊ตบกุ๊ และคอมพวิ เตอรร์ ุ่นใหมๆ่ จะใชจ้ อแบบผลึกเหลวLCD (Liquide Crystal Display) คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือประมวลผลที่สามารถปฏิบัติได้อย่างรวดเร็ว ตาม คาส่ังท่ีป้อนให้เคร่ืองไว้ ต้ังแต่เริ่มทางาน เคร่ืองจะทางานอย่างอัตโนมัติ จน สาเร็จลุล่วงไปตามต้องการ นอกจากน้ี เครื่อง สามารถเก็บข้อมูล คาส่ัง และ ผลลัพธ์ไว้ได้ สามารถเปรียบเทียบตัวเลขว่าเท่ากันหรือไม่ ตรวจสอบ เครื่องหมายวา่ เปน็ บวกหรอื ลบ สามารถย้ายขอ้ มูลไปได้ท่ัวสว่ นความจา จอแสดงผลเปรยี บเสมอื นสายตาของหมษุ ย์เราเพราะรับแสงและสเี ข้ามาประมวณผลผา่ นสมองเพอื่ ให้ ตอบสนองเป็นภาพก็เปรียบเสมือนจอภาพที่ต้องผ่านการประมวณผลจาก CUPจึงจะสามารถแสดง มายังหนา้ จอได้ จอภาพ (Monitor) จอคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์แสดงผลท่ีมีช่ือเรียกมากมาย เช่น Monitor, CRT (Cathode Ray Tube) สามารถแบ่งได้หลายรูปแบบ เช่น แบ่งเป็นจอแบบตัวอักษร (Text) กับจอ แบบกราฟิก (Graphic) โดยจอภาพแบบตัวอักษรจะมีหน่วยวัดเป็นจานวนตัวอักษรต่อบรรทัด เช่น 80 ตัวอักษร 25 บรรทัด สาดหรับจอคอมพิวเตอร์แบบกราฟิก จะมีหน่วยวัดเป็นจุด (Pixel) เช่น 640 pixel x 480 pixel ลักษณะภายนอกของจอคอมพิวเตอร์ก็คล้ายๆ กับจอโทรทัศน์น่ันเอง ส่ิงที่ แสดงออกทางจอคอมพิวเตอร์มีท้ังข้อความ ภาพน่ิง และภาพเคล่ือนไหว โดยรับข้อมูลจากการ์ด แสดงผล (Video Card, Video Adapter) ซึ่งเป็นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ท่ีเสียบบนเมนบอร์ด ทาหน้าท่ี นาขอ้ มลู จากหนว่ ยประมวลผล มาแปลงเปน็ สญั ญาณภาพ แลว้ ส่งใหจ้ อคอมพวิ เตอรแ์ สดงผล ปจั จบุ นั มีการพัฒนาจอคอมพิวเตอร์ออกมาหลากหลายลักษณะ โดยเน้นที่จานวนสี ความละเอียด ความ คมชดั การประหยัดพลังงาน โดยสามารถแบง่ ประเภทจอคอมพวิ เตอร์ ท่ีใช้ในปัจจบุ ันได้กลมุ่ ใหญๆ่ จอภาพ (Monitor) เป็นอุปกรณ์แสดงข้อมูลผลลัพธ์ (Output) มีรูปร่างลักษณะคล้ายเคร่ืองรับ โทรทัศน์ สามารถแสดง ผลไดท้ งั้ ตวั หนงั สอื ภาพน่ิง และภาพเคลอื่ นไหวจะแบง่ ได้เปน็ 2 ชนิด คือ 1. จอ CRT (Cathode Ray Tube Monitor) คือ จอภาพท่ีรับสัญญาณภาพแบบอะนะล็อก พัฒนามาจากหลอดภาพโทรทัศน์ด้วยการใช้หลอดภาพในการแสดงผลเช่นเดียวกัน จอ ซีอาร์ที จะทางานโดยอาศัยหลอดภาพที่สร้างภาพโดยการยิงลาแสงอิเล็กตรอนไปยังที่ผิว หน้าจอ ซ่ึงมีสารประกอบของฟอสฟอรัสฉาบอยู่ที่ผิว เมื่อถูกแสงอิเล็กตรอนมากระทบสาร เหล่านี้เจะกิดการเรอื งแสงขึ้นมาทาให้เกิดเป็นภาพนน่ั เอง การแสดงผลบนจอภาพเป็นเร่ืองท่ี จาเป็นสาหรับการใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ วิวัฒนาการของการแสดงผลได้พัฒนาก้าวหน้าขึ้น มาตรฐานการแสดงผลท่ีใช้กับไมโครคอมพิวเตอร์มีพื้นฐานมาจากการพัฒนาของบริษัท ไอบีเอ็ม ในยุคต้นความต้องการของการแสดงผลส่วนใหญ่ยังเป็นแบบตัวอักษรโดยมี ภาวะการทางาน (mode) แยกจากการแสดง กราฟิก แต่ในปัจจุบันซอฟต์แวร์จานวนมาก สามารถแสดงผลในภาวะกราฟิก เช่น ระบบปฎิบัติงานวินโดวส์ ต้องใช้ภาวะการแสดงผลใน รูปกราฟิกล้วน ๆ ผู้ใช้สามารถกาหนดขนาดช่องหน้าต่าง หรือการแสดงผลได้ตามที่ต้องการ จอภาพจึงเป็นส่วนสาคัญมากส่วนหน่ึงสาหรับผู้ใช้งานในยุคปัจจุบัน ในยุคแรกต้ังแต่ พ.ศ. 2524 บริษทั ไอบีเอ็มได้พัฒนาระบบการแสดงผลทใี่ ช้กับ

จอภาพสีเดียวที่เรียกว่าโมโนโครม หรือ เอ็มดีเอ (Monochrome Display Adapter : MDA) และ แสดงผลได้เฉพาะภาวะตัวอักษรแต่เพียงอย่างเดียวแต่ให้ความละเอียดสูง หากต้องการแสดงผลใน ภาวะกราฟิกก็ต้องเลือกภาวะการแสดงผลอีกแบบหน่ึงท่ีเรียกว่า ซีจีเอ (Color Graphic Adapter : CGA) ที่สามารถแสดงสีและกราฟิกได้แตค่ วามละเอยี ดน้อยเม่ือมีผู้ผลิตไมโครคอมพิวเตอร์ยี่ห้อต่าง ๆ ท่ีมีระบบการทางานแบบเดียวกับคอมพิวเตอร์ของไอบีเอ็ม (IBM compatible) ไอบีเอ็มจึงต้อง กาหนดมาตรฐานการแสดงผลไว้ ต่อมาบริษัทเฮอร์คิวลีส ซ่ึงเห็นปญั หาของระบบการแสดงผลทั้งสอง นี้ จึงออกแบบแผลวงจรแสดงผล เรียกกันติดปากวา่ แผงวงจรเฮอร์คิวลิส (herculis card) หรือ เอชจี เอ (Herculis Graphic Adapter : HGA) บางครั้งเรียกว่าโมโนโครกราฟิกอะแดปเตอร์หรือเอ็มจีเอ (Monochrome Graphic Adapter : MGA) การแสดงผลแบบน้ีเป็นท่ีแพร่หลายและนิยมใช้กัน ตอ่ เนอื่ งมาและมผี ลติ ข้ึนมาใช้กันมากมาย 2.เทคโนโลยีมอนเิ ตอร(์ Monitor) LCD ย่อมาจาก Liquid Crystal Display ซงึ่ เปน็ จอแสดงผลแบบ (Digital ) โดยภาพท่ีปรากฏขึ้นเกิดจากแสงท่ีถูกปล่อยออกมาจากหลอดไฟด้านหลังของจอภาพ (Black Light) ผ่านช้ันกรองแสง (Polarized filter) แล้วว่ิงไปยัง คริสตัลเหลวท่ีเรียงตัวด้วยกัน 3 เซลลค์ ือ แสงสีแดง แสงสเี ขยี วและแสงสนี า้ เงิน กลายเปน็ พกิ เซล (Pixel) ท่สี วา่ งสดใสเกิดข้นึ หลกั การ ทางานของมอนิเตอร์แบบ LCD มอนิเตอร์แบบ LCD น้ันจะทางานโดยการให้แสงขาว (White light) ผ่านตัวแอ็คทีฟ ฟิลเตอร์ (Active Filter) ซึ่งก็ หมายความว่า แม่สีแสง (สีแดง สีเขียว และ สีน้าเงิน นน้ั ไดม้ าจากการกลนั่ กรองแสงขาวนน่ั เอง หนา้ ทข่ี อง จอแสดงผลคอมพวิ เตอร์ จอภาพ (Monitor) เป็นอุปกรณ์แสดงขอ้ มลู ผลลัพธ์ มีรูปร่างลักษณะคล้ายเครอ่ื งรับโทรทศั น์ สามารถแสดง ผลไดท้ ั้งตวั หนังสอื ภาพน่ิง และภาพเคลอ่ื นไหว จอภาพ ทาหน้าที่แสดงข้อมูลในขณะที่คอมพิวเตอร์กาลังทางาน เพื่อติดต่อและสื่อสารกัน ระหว่างคอมพิวเตอร์กับผู้ใช้นิยมวัดขนาดจอภาพเป็นนิ้ว เช่น 15 นิ้ว และ17 น้ิวโดยวัดจากความ ยาวของเส้นของเส้นทะเเยงมุมบนจอภาพ จอภาพจะต้องใช้งานร่วมกับแผนวงจรอิเล็กทรอนิกส์ท่ีทา หน้าที่แสดงผลบนการ์ดจอซึ่งมีทั้งแบบติดต้ังอยู่ท่ีเมนบอร์ดโดยตรงและแบบท่ีเป็นแผนวงจร อเิ ล็กทรอนกิ ส์แยกตา่ งหาก

ประโยชน์ของ จอภาพคอมพวิ เตอร์ เม่ือพูดถึง คอมพิวเตอร์ แน่นอนว่าทุกคนต้องรู้จักมันเป็นอย่างดี อาจจะเคยสัมผัสใช้แล้วก็ได้ ซ่ึงเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นเราสามารถท่ีจะนามาใช้ประโยชน์หรือทางานต่างๆได้ อย่างมากมาย มากกว่าท่ีเราคิด ซึ่งอาจจะทาในเร่ืองท่ีเหลือเช่ือได้ก็เป็นได้ จนทาให้เคร่ืองคอมพิวเตอร์นั้น ในยุค ปัจจุบันได้มีการพัฒนาและสร้างความแปลกใหม่อยู่เสมอเพ่ือให้มีความทัน สมัยและสามารถที่จะ ตอบสนองในความต้องการของมนุษย์ ซ่ึงเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นก็เปรียบเหมือนกับเป็นเคร่ืองวิเศษ อย่างหนึ่ง ที่คอยช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ ใน เรื่องการทางาน การเก็บข้อมูล การค้นหาข้อมูลมรส่ิงที่ เราไม่รู้จากท่ัวทุกมุมโลก หรือแม้แต่การช่วยในเรื่องของการผ่อนคลาย การเล่นเกมส์ต่างๆ ซ่ึงเป็นที่ แน่นอนที่ทั้งหมดทั้งมวลที่พูดมานั้น เป็นฝีมือของเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นส่ิงท่ีดีเป็นอย่างมาก จน ทาให้ผู้คนส่วนใหญ่นั้นต้องซ้ือเอาไว้ มีเป็นเจ้าของเลยก็ว่า ซึ่งเคร่ืองคอมพิวเตอร์น้ัน ถึงแม้ว่าจะเป็น เครื่องเทคโนโลยีชนิดหนึ่งท่ีมีความสามารถเป็นอย่างมากจนไม่ น่าเช่อื ก็ตอ้ งมีอุปกรณ์ต่างๆเชื่อมต่อ ให้สมบรู ณ์ก่อนถึงจะใช้งานได้ ซึ่งถ้าขาดตวั ใดตัวหนึ่งออกไปน้ัน แน่นอนวา่ ตอ้ งจบเห่ เพราะมันคงจะ ไม่สามารถท่ีจะทาอะไรได้ ถึงแม้ว่าอุปกรณ์บางชนิดน้ัน ถึงแม้ว่าจะขาดหายไปก็ยังใช้ได้อยู่ก็ตาม แต่ แน่นอนว่ามันจะต้องใช้งานได้อย่างราบากอย่างแน่นอน เพราะว่ามันจะไม่ชินกบการที่ขาดมันไป เพราะปกติ โดยพ้นื ฐานของคนจะได้เรียนหรือใช้คอมพิวเตอร์ท่ีอุปกรณ์ที่ครบถ้วน พร้อมใช้งาน ซ่ึงลองคิดดูว่าถ้า เราไม่มีเมาส์เราจะสามารถใช้งานได้อย่างไร แน่นอนว่าใช้ได้ แต่ความเร็ว ความคล่องแคล่วของเราก็ จะหมดลงเช่นกนั ซึ่งก็มีอปุ กรณ์หนง่ึ ท่ีถ้าหายไปกจ็ ะไมส่ ามารถใชไ้ ด้ น้ันก็คอื หน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึง่ ถ้าขาดหายไป ให้ตายยังไงก็ใช้งานไม่ได้อย่างแน่นนอน ไม่เชื่อลองนึกดู ว่าถ้าเราใช้งานคอมพิวเตอร์ แต่ไม่มีหน้าจอคอมในการใช้งาน เราจะสามารถเห็นแล้วใช้งานมันได้ยังไงล่ะ ซึ่งหน้าจอคอมพิวเตอร์

นั้นจึงจัดเป็นอุปกรณ์ท่ีสาคัญมาก ถึงมากท่ีสุด ที่ไม่สามารถที่จะขาดหายไปได้เลย ซ่ึงหน้าจอภาพ คอมพิวเตอร์น้ัน หรืออีกช่ือว่า วีดียู เป็นสื่อเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างหนึ่ง ท่ีจะแสดงภาพให้เรา เห็นบน หน้าจอ โดยเราจะเห็นได้จากอุปการณ์ท่ีสามารถส่งออกทางวิดีโอ อย่างเช่นเคร่ืองคอมพิวเตอร์หรือ โทรทัศน์ ซึ่งรูปภาพที่เราเห็นน้ัน สามารถท่ีจะเปล่ียนแปลงได้ จะไม่อยู่อย่างถาวร จึงจัดเป็นอุปกรณ์ หน่ึงส่ิงของเครื่องคอมพวิ เตอรท์ ่มี ีความสาคัญเป็นอยา่ ง มาก และขาดไม่ไดอ้ ยา่ งเด็ดขาด 1. ใหส้ ีที่สวา่ งสดใสเหมาะกับการแสดงสีกราฟฟิก เชน่ การต์ ูน , สารคดี และละคร 2. เหมาะกบั การนาไปเปน็ Monitor ของคอมพิวเตอร์ 3. เหมาะสาหรบั ใชใ้ นหอ้ งทีส่ วา่ งสูง เชน่ หอ้ งน่งั เลน่ หรอื ห้องรับแขก 4. อาการ Burn-In จะไมโ่ อกาสไม่เกดิ ขนึ้ เลย 5. แอลซีดีทีวยี งั กนิ ไฟนอ้ ยกวา่ ขอ้ ดีของ LED TV 1. ลกั ษณะจอมีขนาดบางกว่าจอLCD และจอPlasma 2. ความสวา่ งและสีสันค่อนข้างสดกวา่ 3. กนิ ไฟนอ้ ยกวา่ จอท้ัง2ชนิด ข้อดีของ Plasma TV 1. สามารถแสดงภาพเคลื่อนไหวเร็วๆได้ดีกว่า เนื่องจากมี Response Time .001 ms จึง เหมาะกบั การใชร้ บั ชมภาพยนตร์ Action และการรบั ชมกฬี าเป็นอย่างมาก 2. อายุการใชง้ าน ยาวนานกว่าที่ 100,000 ช่วั โมง (Half Brightness) 3. สามารถแสดงระดบั พ้นื สีดาไดด้ ีกว่า 4. มีคอนทราสตท์ ีส่ งู กวา่ ทาให้เหน็ มิตขิ องภาพไดด้ กี ว่า 5. มมุ มองจอภาพท่ีกว้างกวา่ แอลซีดี 6. ใหส้ ที ถี่ ูกต้องเปน็ ธรรมชาติ มากกวา่ สอี อกโทนอ่นุ ข้อเสียของ LCD TV 1. ไม่สามารถแสดงภาพเคลื่อนไหวเร็วๆได้ดี เน่ืองจากมี Response Time เร็วที่สุดในขณะนี้ เพียงแค่ 2 ms เท่านนั้ 2. มีความเพี้ยนของสีเกิดขึน้ โดยเฉพาะสแี ดง, โทนสีผวิ , สีทอ้ งฟา้ ทะเล 3. ไม่สามารถแสดงสีดาสนิทได้เนื่องจาก Backlight เปิดตลอดเวลาในขณะท่ีเครื่องทางาน ทา ให้มีแสงขาวเล็ดลอดออกไปในฉากท่ีเป็นสีดา จึงทาให้ฉากสีดาเป็น “ดาสว่าง” ไม่ใช่ “ดา มดื ” อยา่ งทค่ี วรเป็น ขอ้ เสียของ LED TV 1. ราคาแพงกวา่ จอLCD และ Plasma 2. ตลาดยังไมไ่ ดร้ บั ความนิยมเพราะ ในปัจจุบันมีแคย่ ่หี อ้ Samsung เทา่ น้ัน ข้อเสยี ของ Plasma TV

1. อาการ Burn-In มีโอกาสเกิดข้ึนได้ถ้าเปิดภาพนิ่งเป็นเวลานานๆ เช่นโลโก้ช่อง 7 หรือโลโก้ True Vision เป็นตน้ (ดังนั้นจึงไมเ่ หมาะกับการนาไปเปน็ Monitor ของคอมพวิ เตอร์) 2. ไม่เหมาะสาหรับใชใ้ นหอ้ งท่ีสวา่ งสงู เชน่ ห้องนง่ั เล่น หรือกลางแจ้ง 3. หนา้ กระจก ทาให้เกดิ การสะทอ้ นเปน็ เงาได้ 4. กินไฟมากวา่ ทั้งจากตัวทีวีเอง และการทาใหเ้ คร่ืองปรับอากาศทางานหนักขนึ้ เพราะ Plasma TV มีความร้อน ออกมาจากตวั เคร่อื งมากกว่า 5. คา่ ซอ่ มแพง ซอ่ มตอ้ งซ่อมเปลี่ยนท้ังหลอดภาพหมดท้ังชุด “จอซีอาร์ที” หรือจอแสดงผลแบบหลอดภาพ เกดิ ขึ้นครัง้ แรกเมอื่ ปี ค.ศ. 1897 โดย นกั วิทยาศาสตรช์ าวเยอรมันชื่อ Karl Ferdinand Braun โดย พฒั นาเป็นเคร่อื งมือที่เรยี กว่า Oscilloscope ทีใ่ ช้เป็นเคร่ืองวดั ค่าสัญญาณทางไฟฟา้ เริ่มผลิตออกมา ในเชงิ พาณิชย์คร้ังแรกในปี ค.ศ. 1922 ในรปู แบบของ จอโทรทัศน์ จนถงึ ทุกวนั น้ี การทางานของจอ CRT จะทางานอยูภ่ ายในหลอดสญุ ญากาศ โดยภายในจะมี Heater Element (ไสห้ ลอด) เม่อื มี กระแสไฟฟา้ ไหลผ่าน จะเกดิ ความรอ้ นขน้ึ ทาใหอ้ ิเลก็ ตรอนหลุดออกจากวงโคจรรอบนวิ เคลยี สของ อะตอม ในโมเลกลุ ของก๊าซทบี่ รรจอุ ยู่ภายในหลอดภาพ แลว้ จึงถกู สนามไฟฟา้ จากแผน่ โลหะทีม่ ีรทู ่ี เจาะเอาไว้วางอยดู่ า้ นหน้า element นี้ ซงึ่ รบั แรงดนั ไฟฟา้ ด้วยแรงดนั ที่สูง (High Volts) ซึ่งจะทาให้ เกิดการแตกตัวของ ion ของกา๊ ซเฉอื่ ย แล้วเกิดการเรอื งแสงเปน็ สนี ้าเงนิ ข้นึ ทบี่ ริเวณผิวหนา้ ของ จอภาพ อนั เนื่องมาจากพลงั งานของลาอเิ ล็กตรอนทพ่ี งุ่ ไปตกกระทบผวิ จอ โดยเราควบคุมขนาด และ ตาแหนง่ การตกกระทบของอเิ ลก็ ตรอนได้ ด้วยการใช้สนามแมเ่ หล็กไฟฟา้ หรอื ใชส้ นามแม่เหล็กคลอ่ ม ทคี่ วามกว้างของหลอดภาพ ตอ่ มาได้พัฒนาให้เพม่ิ ความสามารถด้านความคมชัด และความละเอยี ด ของสี ดว้ ยการใช้ปืนอเิ ลก็ ตรอน (Electron Gun) พร้อมทัง้ เพมิ่ จานวนสนามแม่เหล็กไฟฟา้ ข้นึ ที่

บรเิ วณคอของหลอดภาพ เม่อื ลาแสงอิเลก็ ตรอนพงุ่ ผา่ นคอไปแล้ว จะถกู ควบคมุ ดว้ ยการกราดตรวจ (Scan) ลาแสงอเิ ลก็ ตรอนในการพงุ่ ไปตกกระทบผวิ จอหลอดภาพ ณ.ตาแหนง่ ทตี่ ้องการ ดว้ ยการใช้ ขดลวดแมเ่ หล็กไฟฟา้ ให้เบ่ียงเบนไปตามความต้องการ หลงั จากอิเล็กตรอนพุ่งไปตกบนผิวจอภาพ ทีม่ ี การฉาบเคลือบผวิ ดว้ ยสารฟอสฟอร์ (Phosphor – สารเคมที จ่ี ะเรอื งแสงเมือ่ มอี ิเล็กตรอนมาตก สาหรับจอสี ลาของอเิ ลก็ ตรอนท่ยี งิ ออกมาก่อนจะถงึ ฟอสฟอรจ์ ะต้องผา่ นสว่ นที่เรยี กวา่ หน้ากาก (Shadow Mask) ซงึ่ แผ่นโลหะมรี อู ยูต่ ามจุดของฟอสฟอร์ เมือ่ ทาหน้าทชี่ ่วยให้ลาแสงอิเลก็ ตรอนมี ความแม่นยาสงู ขึ้นแลว้ ระยะระหว่างรูบนหนา้ กาก (Shadow Mask) ก็คอื ระยะระหว่างแตล่ ะจดุ ที่ จะปรากฏบนจอด้วย โดยเราจะเรียกว่า dot pitch จอภาพทมี่ ีระยะ dot pitch ตา่ จะมคี วามคมชัด สงู กว่า แต่ละจุดบนจอภาพสี จะประกอบดว้ ยฟอสฟอร์ 3 จุด คอื สีแดง สเี ขยี ว และสนี า้ เงิน อย่างละ หน่งึ จุด การยงิ อิเล็กตรอนจะเรมิ่ จากมมุ ซา้ ยบนและไลไ่ ปตามแนวนอน เมอ่ื สิ้นสดุ จอก็จะกลับไปเรม่ิ ต้นที่แถว ถดั ไป ซง่ึ การยา้ ยแนวอิเล็กตรอน จากท้ายแถวหนึ่งไปยงั จุดเรมิ่ ต้นของแถวถดั ไปนี้ เราเรียกวา่ การ กราดตรวจแบบแรสเตอร์ (Raster Scanning) จอภาพ เป็นอุปกรณ์ท่ีรับสัญญาณจากการ์ดแสดงผล มาแสดงเป็นภาพบน จอภาพ ซึ่งเทคโนโลยี จอภาพในปัจจุบันคงจะเป็น จอภาพแบบ Trinitron และ Flat Screen(จอแบน) ไม่ว่าจะเป็น CRT(moniter ท่ัวไป) หรือ LCD (จอท่ีมีลกั ษณะแบนเรยี บทัง้ ตัวเครอ่ื ง) จอแบนจะมปี ระสิทธิภาพ ใน การแสดงผลมากกวา่ จอปกติ เพราะสามารถลดแสดงสะทอ้ นได้ดี กวา่ ทาให้ไม่เกดิ อาการเมอ่ื ยล้า และ ปวดตาเม่ือต้องทางานนาน ๆ แต่ ราคาของจอแบนยังมรี าคาสูงกว่า จอปกติพอสมควรทาให้ยังไม่เปน็ ที่นิยมมากนัก แต่ในอนาคตอันใกล้จอแบนคงจะมีราคาที่ถูกกว่านี้ และเป็นมาตรฐานของจอภาพ คอมพวิ เตอร์ในอนาคต จานวนสีที่สามารถแสดงบนจอภาพไดน้ ั้นเป็นตัวกาหนดว่าภาพบนจอจะมีสีสรรสมจริงเพียงใดโดยจอ VGA (Video Graphics Array) แสดงผลในโหมดความละเอียด 640X480 พิกเซล จอ SVGA (Super Video Graphics Array) แสดงผลในโหมดความละเอียด 800X600 พิกเซล จอภาพใน ปัจจุบันเกือบทั้งหมดใช้จอระดับน้ีแล้วจอภาพที่ แสดงจานวนสี 65,536 หรือ 16 บิตสี จะแสดง ความสมจริงได้ดีพอสมควร เหมาะสาหรับงานการฟฟิก มัลติมีเดีย และส่ิงพิมพ์ ส่วนจอภาพที่แสดง จานวนสี 16,777,216สีจะให้สีสมจริงตามธรรมชาติ สีระดับน้ีเหมาะสาหรับงาน ตกแต่งภาพและ งานสิ่งพมิ พ์ระดับสูง LCD นยี้ อ่ มาจาก Liquid Crystal Display ซึ่งหมายความว่า มอนเิ ตอรแ์ บบนี้ เปน็ แบบผลกึ เหลว ผลึกเหลวน้ีเป็นสสารท่ีแทบจะเรียกได้ว่าโปร่งใส และมีคุณสมบัติ ก้ากึ่งระหว่างของแข็ง และ ของเหลว คือว่า เม่ือตอนอยู่เฉยๆ เนี่ย ผลึกเหลวจะอยู่ในสถานะ ของเหลว แตเ่ มื่อมีแสงผ่านมา ก็จะ เกิด การจัดเรียงโมเลกุลใหม่ ผลึกเหลวก็จะมีคุณสมบัติ เป็นของแข็งแทน ส่วนแสงท่ีผ่านไปเรียบร้อย แล้ว กจ็ ะกลบั มามคี ุณสมบตั ิเป็นของเหลว เหมอื นเดมิ คอมพิวเตอรไ์ ดก้ ลายมาเป็นหนึ่งในปจั จยั สาคญั อยา่ งหน่ึงในชีวิตปัจจุบันของเราแลว้ คอมพวิ เตอร์ มีส่วนช่วยทาให้การทางานหรือการใช้ชวี ิตของเราสะดวกมากย่ิงข้ึน ดังนั้นหากเราพูดถึงคุณประโยชน์

ของคอมพวิ เตอร์ เราคงสามารถบอกได้หลายประการไม่วา่ จะใช้คน้ หาสูตรลับเมนูเด็ด ใช้ติดตอ่ สอ่ื สาร งาน ดูหนัง ทางานออกแบบและอ่ืนๆ อีกมากมาย รู้แบบนี้แล้วคุณรู้หรือไม่ว่าอุปกรณ์เสริมที่ น อ ก เ ห นื อ จ า ก เ ค ร่ื อ ง ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ แ ล้ ว ยั ง มี ส่ ว น ส า คั ญ ต่ อ ก า ร แ ส ด ง ผ ล ห รื อ ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ข อ ง คอมพิวเตอร์ด้วย หน่ึงในอุปกรณ์นั้นก็คือจอคอมพิวเตอร์นั่นเอง ปัจจุบันผู้ผลิตได้ให้ความสาคัญต่อ จอคอมพิวเตอรเ์ ป็นอยา่ งมากทัง้ ยงั ออกแบบมาในขนาด ดไี ซนแ์ ละการใชง้ านท่ีแตกต่างกนั แนน่ อนว่า ราคาก็แตกต่างกันด้วย แล้วแบบน้ีจอคอมพิวเตอร์แบบไหนล่ะ? ท่ีคุณควรเลือกใช้ วันน้ีทางเราจึงได้ รวบรวมข้อมลู เกี่ยวกบั จอคอมพิวเตอร์เพื่อชว่ ยในการประกอบการตัดสินใจของคุณไว้แลว้ ดังน้ี 1. จอคอมพิวเตอรแ์ บบ CRT (Cathode Ray Tube Monitor) – เปน็ จอคอมพวิ เตอรร์ ุ่นแรกของ คอมพิวเตอร์ก็ว่าได้ (จอคอมพิวเตอร์สีขาวขนาดใหญๆ่ น่ะ) แสดงสัญญาณภาพแบบอนาล๊อกซ่ึงไดร้ ับ การพัฒนามาจากจอโทรทัศน์ในสมัยน้ัน ผู้ริเริ่มสร้างจอคอมพิวเตอร์แบบน้ีได้แก่ บริษัทไอบีเอ็ม น่ันเอง จอคอมพิวเตอร์รุ่นน้ียังไม่สามารถแสดงกราฟฟิกต่างๆ ได้เหมือนปัจจุบัน ทุกวันนี้ จอคอมพิวเตอร์แบบ CRT ไม่เป็นที่นิยมแล้วเพราะว่ามีจอคอมพิวเตอร์แบบใหม่มาทดแทนคุณสมบตั ิ ดา้ นการแสดงผลท่ีดกี ว่า 2. จอคอมพิวเตอร์แบบ LCD (Liquid Crystal Display) – เป็นจอคอมพิวเตอร์รุ่นท่ีสองต่อจาก จอแบบ CRT เป็นจอคอมพวิ เตอร์ขนาดเล็กโดยมีหลักการแสดงผลโดยใช้วัสดปุ ระเภทผลึกเหลวมาใส่ ไว้ในผิวของกระจก ปรับเปลี่ยนโมเลกุลของผลึกเหลวเพ่ือปดิ ก้ันแสงเมื่อมีสนามไฟฟ้านา จึงทาให้เกิด สีขึ้น ข้อดีท่ีเห็นได้ชัดของจอคอมพิวเตอร์ LCD คือประหยัดพลังงานมากกว่า CRT แต่ข้อเสียก็คือจอ LCD มีมมุ มองสาหรับการเหบ็ ภาพคอ่ นข้างแคบ 3. จอคอมพิวเตอร์แบบ LED (Light-emitting-diod) – ถือเป็นจอคอมพิวเตอร์ล่าสุด โดยมีการ แสดงผลที่ไม่ยุ่งยากและสลับซับซ้อนเท่าไหร่ ด้วยการนาหลอด LED มาเรียงกันเป็นแถวและภาพ ตา่ งๆ จะเกิดขึ้นจากการติด-ดบั ของหลอด LED ทาให้เกิดภาพและสีทีช่ ัดเจนกว่าจอคอมพิวเตอร์แบบ อ่ืนๆ จอคอมพิวเตอร์แบบ LED น้ันยังไม่มีข้อจากัดในเร่ืองของมุมมองและอัตราการตอบสนองของ ภาพท่ไี วกว่าจอ LCD แถมยงั ประหยดั ไฟได้ดกี ว่าอกี ด้วย จากข้อมูลท่ีกล่าวขา้ งต้น เราหวังว่ามันจะมีส่วนชว่ ยให้คณุ เข้าใจถึงภาพรวมของจอคอมพิวเตอร์แต่ละ ประเภทมากขึ้น นอกจากนี้เรายังเตรียมข้อมลู รายละเอียดเชงิ ลกึ เกี่ยวกับจอคอมพิวเตอร์ทีเ่ ราแนะนา ไว้ใหค้ ุณอีกดว้ ย สว่ นประกอบภายใน Cathode Ray Tube (CRT) – “จอซีอาร์ท”ี หรอื จอแสดงผลแบบหลอดภาพ

การทางานของจอ CRT จะทางานอยูภ่ ายในหลอดสญุ ญากาศ โดยภายในจะมี Heater Element (ไส้หลอด) เมื่อมี กระแสไฟฟ้าไหลผ่าน จะเกดิ ความรอ้ นขนึ้ ทาใหอ้ ิเลก็ ตรอนหลุดออกจากวงโคจรรอบนิวเคลียสของ อะตอม ในโมเลกลุ ของก๊าซทบี่ รรจอุ ยภู่ ายในหลอดภาพ แล้วจงึ ถูกสนามไฟฟ้าจากแผน่ โลหะทีม่ รี ทู ี่ เจาะเอาไวว้ างอยูด่ ้านหน้า element น้ี ซ่งึ รบั แรงดันไฟฟา้ ด้วยแรงดนั ทสี่ ูง (High Volts) ซึ่งจะทาให้ เกิดการแตกตัวของ ion ของกา๊ ซเฉอื่ ย แล้วเกดิ การเรอื งแสงเป็นสีนา้ เงนิ ขน้ึ ทบ่ี ริเวณผิวหน้าของ จอภาพ อันเน่ืองมาจากพลงั งานของลาอเิ ลก็ ตรอนท่ีพ่งุ ไปตกกระทบผิวจอ โดยเราควบคุมขนาด และ ตาแหนง่ การตกกระทบของอิเล็กตรอนได้ ดว้ ยการใชส้ นามแม่เหลก็ ไฟฟา้ หรือใชส้ นามแมเ่ หลก็ คลอ่ ม ท่คี วามกว้างของหลอดภาพ ต่อมาได้พัฒนาใหเ้ พ่มิ ความสามารถดา้ นความคมชดั และความละเอียดของสี ด้วยการใช้ปนื อเิ ล็กตรอน (Electron Gun) พรอ้ มทงั้ เพ่ิมจานวนสนามแม่เหลก็ ไฟฟ้าขนึ้ ท่ีบรเิ วณคอของหลอดภาพ เมอ่ื ลาแสงอิเล็กตรอนพุ่งผา่ นคอไปแล้ว จะถูกควบคมุ ดว้ ยการกราดตรวจ (Scan) ลาแสงอิเลก็ ตรอน ในการพุ่งไปตกกระทบผวิ จอหลอดภาพ ณ.ตาแหน่งทีต่ อ้ งการ ด้วยการใช้ขดลวดแมเ่ หลก็ ไฟฟ้าให้ เบย่ี งเบนไปตามความต้องการ หลงั จากอิเลก็ ตรอนพุ่งไปตกบนผวิ จอภาพ ท่มี ีการฉาบเคลอื บผิวด้วย สารฟอสฟอร์ (Phosphor – สารเคมที จ่ี ะเรอื งแสงเมือ่ มอี ิเลก็ ตรอนมาตกกระทบ) ทาใหเ้ กิดเปน็ จุด แสงทสี่ วา่ งและมดื บนจอได้ สาหรับจอสี ลาของอเิ ลก็ ตรอนท่ยี งิ ออกมากอ่ นจะถงึ ฟอสฟอรจ์ ะต้องผ่านสว่ นทเ่ี รียกวา่ หน้ากาก (Shadow Mask) ซง่ึ แผ่นโลหะมีรูอยู่ตามจุดของฟอสฟอร์ เม่ือทาหน้าทช่ี ว่ ยใหล้ าแสง อเิ ลก็ ตรอนมคี วามแมน่ ยาสูงขึ้นแล้ว ระยะระหว่างรบู นหน้ากาก (Shadow Mask) กค็ อื ระยะ ระหวา่ งแตล่ ะจุดทีจ่ ะปรากฏบนจอด้วย โดยเราจะเรยี กวา่ dot pitch จอภาพทม่ี ีระยะ dot pitch ต่าจะมคี วามคมชัดสงู กว่า แต่ละจดุ บนจอภาพสี จะประกอบด้วยฟอสฟอร์ 3 จุด คือ สแี ดง สีเขยี ว และสีน้าเงนิ อยา่ งละหนึ่งจุด การยงิ อิเลก็ ตรอนจะเรม่ิ จากมุมซา้ ยบนและไล่ไปตามแนวนอน เมอื่ สิน้ สดุ จอกจ็ ะกลบั ไป เรม่ิ ต้นท่แี ถวถดั ไป ซ่งึ การยา้ ยแนวอิเล็กตรอน จากทา้ ยแถวหนึง่ ไปยังจุดเรมิ่ ตน้ ของแถวถัดไปนี้ เรา เรียกว่า การกราดตรวจแบบแรสเตอร์ (Raster Scanning)

Liquid Crystal Display (LCD) – ที่หลายๆคนเรียกว่า “จอแอลซดี ี” หรือจอภาพผลกึ เหลว ท่ีเรยี ก ผลกึ เหลวก็เพราะว่าสถานะของเจ้าผลึกเหลวน้ันอยู่ระวา่ ง ของแข็งกับของเหลว การทางาน LCD เรามาคูโครงสร้างของจอภาพแบบ LCD ทวั่ ๆ ไปกนั กอ่ น สว่ นประกอบหลัก ๆ ของจอภาพ จะมปี ระมาณ 7 ส่วนดว้ ยกนั ช้ันในสุดจะเปน็ หลอดฟลอู อเรสเซน เพอื่ ทาหนา้ ที่ให้แสงสว่างออกมา (ดังนนั้ บางทจี ึงเรยี กกนั ว่าเปน็ จอแบบ backlit คือให้แสงจากดา้ นหลัง ซงึ่ ตา่ งจากจอ LCD ท่ีเราพบ ในอปุ กรณข์ นาดเลก็ ทัว่ ไป ทม่ี ักจะเปน็ จอขาว-ดาท่ีไม่มแี หล่งกาเนิดแสง แต่ใชแ้ สงทสี่ ่องจากดา้ น หนา้ จอเขา้ ไปสะทอ้ นท่ฉี ากหลังออกมา ซ่ึงไม่สวา่ งมากแต่ก็ประหยัดไฟกว่า เคร่อื งคดิ เลขเล็ก ๆ นาฬกิ า หรือแม้แตค่ อมพวิ เตอรข์ นาดเลก็ บางรุน่ เชน่ palm ก็ยงั ใชจ้ อแบนี้) ถดั มาเป็นส่วนของ diffuser หรอื กระจกฝา้ ทีท่ าใหแ้ สงทก่ี ระจายออกมามคี วามสว่างสม่าเสมอ สว่ นที่สามจะเปน็ polarizer ซ่งึ กค็ ือฟลิ เตอรช์ นดิ หนึ่งที่ยอมใหค้ ลืน่ แสงในแนวใดแนวหนึ่ง ผ่านได้ แต่จะไมย่ อมให้คล่นื แสงในอีกแนวหนึง่ ผา่ นไปได้ ซึ่งสว่ นมากนยิ มจะวางใหค้ ลน่ื แสงใน แนวนอนผา่ นออกมาได้ ต่อมากจ็ ะเป็นชน้ั ของแกว้ หรอื glass substrate ซ่ึงทาหน้าทีเ่ ป็นฐานสาหรับ ขั้ว electrode (ขว้ั ไฟฟา้ ) ชัน้ นอกถดั ออกมาอีกก็จะเป็นชัน้ ของ liquid crystal หรือชนั้ ของผลกึ เหลว โดยจะมชี ้ันถัดมาเปน็ แผ่นแก้วปดิ เอาไวเ้ พ่ือไม่ใหผ้ ลึกเหลวไหลออกมาได้ สว่ นช้ันนอกสุดจะเปน็ polarizer อีกชน้ั หนง่ึ ซึง่ นิยมวางใหท้ ามมุ 90 องศากบั polarizer ตวั แรก สว่ นถ้าเปน็ จอสกี จ็ ะมี ฟลิ เตอรส์ ี (แดง เขยี ว และนา้ เงิน) คั่นอย่กู อ่ นทจ่ี ะถงึ polarizer ตวั นอกสุด

ส่วนการทางานของจอภาพแบบนี้ จะเป็นดังนี้ เร่มิ แรกแสงท่ีเปลง่ ออกมาจากหลอดฟลูออ เรสเซนจะสอ่ งผ่าน diffuser ออกมา แสงที่ผ่านออกมานีจ้ ะมคี ลื่นแสงกระจายอย่ทู กุ ทิศทุกทาง เม่อื นาแสงนี้มากระทบกับ polarize ตวั polarizer จะกรองให้เหลือแต่คลนื่ แสงในแนวนอนผา่ นออกมา ได้ เมอื่ แสงผ่าน polarizer ออกมาแล้วกจ็ ะมาถึงชนั้ ของผลกึ เหลว ซ่งึ จะถกู กระตุน้ (charge) ด้วย กระแสไฟจากขั้วไฟฟา้ บน glass substrate ผลึกเหลวท่ีกระตุน้ ด้วยกระแสไฟฟ้าแลว้ จะเกิดการบดิ ตัวของโมเลกุล ซง่ึ จะมากหรอื น้อยขน้ึ อยู่กับกระแสไฟฟ้าท่ปี ลอ่ ยเขา้ ไป โดยจดุ ทถ่ี กู charge มากทสี่ ดุ จะบิดตัวได้ถึง 90 องศา เม่อื แสงผ่านชนั้ ของผลกึ เหลวน้แี ล้วก็จะบดิ ตัวไปตาม โมเลกุลของผลกึ เหลวดว้ ย ตอ่ มาเมื่อ แสงเดนิ ทางมาถงึ polarizer ตวั นอกสุดซึ่งจะยอมใหเ้ ฉพาะคล่นื แสงในแนวตงั้ เท่านัน้ ผ่านออกมาได้ คลื่นแสงทถี่ กู บิดตวั คามผลกึ เหลวถงึ 90 องศาก็จะผ่านตัว polarizer ออกมาได้มากทส่ี ดุ กลายเป็น จุดสวา่ งให้เรามองเหน็ สว่ นคล่นื แสงทถ่ี ูกบิดตวั นอ้ ยกจ็ ะผ่านออกมาไดน้ ้อย ทาใหเ้ ราเห็นเปน็ จดุ ท่ีมี ความสว่างนอ้ ย ส่วนคลน่ื แสงสว่ นทไี่ ม่ถูกบดิ ตัวเลย ก็จะไมส่ ามารถผา่ น polarizer ออกมาได้ ทาให้ กลายเป็นจดุ มืดบนจอภาพ ส่วนถ้าเป็นจอแบบ LCD สี กอ่ นทแี่ สงจะมาถงึ polarizer ตวั ท่สี องก็จะมี ฟิลเตอรส์ ที าให้แสงที่ออกมานนั้ มีสตี ามฟิลเตอร์น้ันดว้ ย Passive-Matrix LCD ในจอภาพแบบ passive-matrix การกระตนุ้ charge แตล่ ะจุดบนจอจะทาโดยการตรวจกวาด (scan) หรือสง่ สัญญาณไปสรา้ งภาพหรอื ควบคมุ การบิดตวั ตรงจุดน้นั ทั้งทางแนวตั้งและแนวนอน เริ่ม จากจดุ ท่หี นงึ่ (คอลมั น์ที่ 1) ในแถวที่ 1, จดุ ทีส่ องในแถวที่ 1, จดุ ทส่ี าม... ไปเรื่อย ๆ แล้ววนกลับมา จดุ แทรกในแถวที่สอง.... ไปเรอ่ื ย ๆ ตามลาดับจนกวา่ จะควบคมุ ทกุ จุดบนจอ Super-Twisted Nematic (STN) จอภาพ passive matrix รุน่ ใหม่ ๆ มกั จะมกี ลไกท่ีเรียกว่า Super-Twisted Nematic หมายถงึ โมเลกุลของผลึกเหลว (Nematic Modecule) จะมีการบิดตวั ได้มากกว่าปกติ เช่น เบีย่ งเบนแสงไดถ้ ึง 180 หรือ 270 องศา (จากปกติท่ีเปน็ 90 องศา) ทาใหไ้ ด้ภาพทด่ี ขี น้ึ และได้พัฒนาไปเป็น Dual- scan STN ในปัจจุบัน Active-Matrix LCD

โครงสร้างของจอภาพแบบ Active ที่ตา่ งจากจอภาพแบบ Passive ก็คือในชน้ั ของ Glass substrate แทนทีจ่ ะเป็นขวั้ ไฟฟ้าธรรมดาก็จะเป็นทรานซสิ เตอร์ทสี่ ร้างจากแผน่ ฟิล์มบาง ๆ (ซง่ึ เปน็ ท่มี าของชอื่ TFT หรอื Thin Film Transistor) ทรานซสิ เตอรเ์ หล่านีช้ ่วยทาให้การ charge ผลกึ เหลว เป็นไปอยา่ งรวดเร็วและทด่ี ยี ง่ิ ขึน้ Light Emitting Diode (LED) การทางานของ LED เป็นอุปกรณ์จาพวกสารก่ึงตัวนา เมือ่ จ่ายไฟเข้าไปในรูปของการ Forward bias จะมีอเิ ล็กตรอน และ hole ไหลผ่าน pn junction จากอเิ ลก็ โทรด เมื่ออิเลก็ ตรอนว่งิ มาพบ hole อเิ ล็กตรอนจะคาย พลงั งานออกจนถงึ ระดบั ต่าพอท่ีจะเขา้ ไปอย่ใู นวงโคจรรอบนิวเคลยี ส (อยู่ในรูปของโฟตอน คอื จะ เปลง่ แสงออกมา) สีของแสงที่ปรากฏข้นึ อย่กู ับสารอนนิ ทรียท์ ่ีผสมในสารกึ่งตัวนา และออกมา ใกล้เคยี ง แสงอุลตร้าไวโอเลต แสงท่มี องเหน็ ได้ และแสงอนิ ฟาเรด ปัจจุบันนี้ LED สามารถนามาพัฒนาเปน็ จอโทรทศั น์ ขนาดใหญ่ ต้งั แต่ 30 – 60 ฟตุ และมี คุณสมบัติทสี่ ามารถเห็นได้ ขณะทีต่ งั้ อย่กู ลางแจง้ มีหลกั การทางานพ้ืนฐานเหมือนกับทวี ีแบบ CRT ท่ี เปลี่ยนสญั ญาณทางไฟฟ้าจากสายอากาศหรือจากเคร่อื งเล่นวดี ีโอเป็นจุดแสงหนา้ จอ โทรทศั นข์ นาดใหญ่ทใี่ ช้หลอด LED สแี ดง เขียว และนา้ เงนิ แทนจุดแสง 1 จุด (1 โมดูล) ดังน้นั บน จอโทรทัศน์ 1 โมดลู เกดิ จากหลอด LED อยา่ งน้อย 3 หลอด (สแี ดง เขียว และนา้ เงิน) อย่างไรก็ ตาม 1 โมดลู อาจประกอบดว้ ย หลอดมากกว่า 3 ดวงกไ็ ด้ ขน้ึ อยูก่ ับผ้อู อกแบบ ขนาดของ 1 โมดลู เพื่อจะไดภ้ าพท่มี รี ายละเอยี ดชัดเจนจะตอ้ งใชห้ ลอด LED เป็นจานวนนบั แสนดวงเรยี งกันเปน็ ตาข่าย ยกตวั อย่างเช่น ถา้ ต้องการภาพท่ีมรี ายละเอียดของจุด 640 x 480 ตอ้ งใชจ้ ดุ แสงจานวน 307200 จุด นน่ั กห็ มายความวา่ ตอ้ งใชห้ ลอด LED อย่างน้อย 307200 x 3 = 921600 ดวง จอคอมพิวเตอรม์ ีกี่ประเภท?

การแสดงผลบนจอคอมพวิ เตอรไ์ ดถ้ กู วิวฒั นาการมาอย่างต่อเนอ่ื ง โดยเริ่มตงั้ แต่จอภาพท่เี ปน็ เพยี ง ตวั หนังสือสีขาว พ้ืนหลังสดี าจนมาถงึ ปัจจุบนั ท่ีจอคอมพวิ เตอรส์ ามารถแสดงสสี ันและกราฟฟกิ ได้ อย่างสมจริง จอคอมพวิ เตอรส์ ามารถแบ่งออกได้ 3 ประเภทไดแ้ ก่ คอมพวิ เตอรไ์ ดก้ ลายมาเปน็ หน่ึงในปจั จัยสาคัญอย่างหนงึ่ ในชวี ิตปจั จบุ นั ของเราแลว้ คอมพิวเตอรม์ ี ส่วนช่วยทาใหก้ ารทางานหรอื การใชช้ วี ิตของเราสะดวกมากยงิ่ ขนึ้ ดงั น้ันหากเราพูดถงึ คณุ ประโยชน์ ของคอมพิวเตอร์ เราคงสามารถบอกได้หลายประการไมว่ ่าจะใช้ค้นหาสูตรลับเมนเู ดด็ ใชต้ ดิ ต่อสื่อสาร งาน ดหู นงั ทางานออกแบบและอนื่ ๆ อีกมากมาย รูแ้ บบนแี้ ลว้ คุณรู้หรือไมว่ ่าอปุ กรณ์เสริมที่ นอกเหนือจากเคร่ืองคอมพวิ เตอร์แล้วยังมีสว่ นสาคัญต่อการแสดงผลหรือประสิทธิภาพของ คอมพิวเตอรด์ ว้ ย หนง่ึ ในอปุ กรณน์ ้ันก็คอื จอคอมพวิ เตอร์นน่ั เอง ปัจจุบันผ้ผู ลติ ไดใ้ ห้ความสาคญั ตอ่ จอคอมพิวเตอรเ์ ป็นอยา่ งมากท้งั ยงั ออกแบบมาในขนาด ดไี ซนแ์ ละการใชง้ านที่แตกตา่ งกัน แนน่ อนวา่ ราคาก็แตกตา่ งกันด้วย แล้วแบบน้ีจอคอมพวิ เตอรแ์ บบไหนล่ะ? ท่ีคณุ ควรเลอื กใช้ วนั นที้ างเราจงึ ได้ รวบรวมข้อมูลเก่ียวกับจอคอมพวิ เตอรเ์ พอ่ื ช่วยในการประกอบการตดั สินใจของคณุ ไว้แล้วดงั นี้ 1. จอคอมพวิ เตอรแ์ บบ CRT (Cathode Ray Tube Monitor) – เป็นจอคอมพวิ เตอรร์ ุ่นแรกของ คอมพิวเตอรก์ ็วา่ ได้ (จอคอมพิวเตอรส์ ขี าวขนาดใหญ่ๆ นะ่ ) แสดงสญั ญาณภาพแบบอนาล๊อกซง่ึ ได้รับ การพฒั นามาจากจอโทรทัศนใ์ นสมยั น้ัน ผรู้ ิเรมิ่ สรา้ งจอคอมพิวเตอร์แบบน้ไี ดแ้ ก่ บรษิ ัทไอบเี อ็ม นนั่ เอง จอคอมพิวเตอร์รุ่นน้ียังไมส่ ามารถแสดงกราฟฟิกต่างๆ ได้เหมือนปัจจุบนั ทุกวันนี้ จอคอมพวิ เตอรแ์ บบ CRT ไม่เป็นท่นี ิยมแล้วเพราะวา่ มจี อคอมพวิ เตอรแ์ บบใหม่มาทดแทนคุณสมบัติ ดา้ นการแสดงผลท่ดี ีกวา่ 2. จอคอมพวิ เตอรแ์ บบ LCD (Liquid Crystal Display) – เปน็ จอคอมพวิ เตอรร์ ุน่ ที่สองตอ่ จากจอ แบบ CRT เป็นจอคอมพิวเตอร์ขนาดเลก็ โดยมหี ลกั การแสดงผลโดยใช้วสั ดปุ ระเภทผลกึ เหลวมาใส่ไว้ ในผวิ ของกระจก ปรับเปลยี่ นโมเลกุลของผลึกเหลวเพอื่ ปดิ กัน้ แสงเมอื่ มสี นามไฟฟา้ นา จึงทาใหเ้ กดิ สี ขึ้น ขอ้ ดีที่เหน็ ได้ชดั ของจอคอมพวิ เตอร์ LCD คอื ประหยดั พลงั งานมากกวา่ CRT แตข่ อ้ เสียก็คือจอ LCD มมี มุ มองสาหรบั การเหบ็ ภาพคอ่ นข้างแคบ 3. จอคอมพิวเตอร์แบบ LED (Light-emitting-diod) – ถอื เป็นจอคอมพวิ เตอรล์ า่ สุด โดยมีการ แสดงผลทไ่ี ม่ยงุ่ ยากและสลับซับซ้อนเท่าไหร่ ดว้ ยการนาหลอด LED มาเรยี งกันเป็นแถวและภาพ ต่างๆ จะเกิดข้นึ จากการตดิ -ดับของหลอด LED ทาใหเ้ กิดภาพและสที ่ชี ัดเจนกว่าจอคอมพวิ เตอรแ์ บบ อ่ืนๆ จอคอมพวิ เตอรแ์ บบ LED น้นั ยังไม่มีขอ้ จากดั ในเรือ่ งของมุมมองและอัตราการตอบสนองของ ภาพท่ไี วกว่าจอ LCD แถมยังประหยดั ไฟได้ดกี ว่าอกี ด้วย จากขอ้ มลู ทีก่ ล่าวขา้ งตน้ เราหวังว่ามนั จะมสี ว่ นชว่ ยให้คณุ เข้าใจถึงภาพรวมของจอคอมพวิ เตอร์ แตล่ ะประเภทมากขึ้น นอกจากนเี้ รายงั เตรียมข้อมลู รายละเอยี ดเชิงลกึ เกีย่ วกับจอคอมพวิ เตอร์ท่ี เราแนะนาไว้ใหค้ ณุ อีกด้วย จอคอมพวิ เตอรม์ กี ่ีประเภท? การแสดงผลบนจอคอมพิวเตอร์ได้ถูกวิวัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง โดยเร่ิมตั้งแต่จอภาพที่เป็น เพียงตัวหนังสือสีขาว พ้ืนหลังสีดาจนมาถึงปัจจุบันท่ีจอคอมพิวเตอร์สามารถแสดงสีสันและ กราฟฟกิ ไดอ้ ยา่ งสมจริง

ขอ้ ดขี องจอภาพแบบ LCD ก็คอื อาการภาพคา้ งตดิ หน้าจอ (Burn-in) จะไมม่ โี อกาสเกิดข้ึนได้เลย จอภาพแบบ LCD นน้ั ใช้กระแสไฟฟา้ น้อยกว่าจอภาพชนดิ อ่นื ให้สที ่ีสวา่ งสดใส เหมาะกบั การแสดงสกี ราฟฟกิ เช่น การต์ นู สารคดี ละคร เป็นตน้ สามารถนาไปใช้เปน็ จอมอนิเตอรข์ องคอมพิวเตอร์ได้ดี เหมาะสาหรับใช้ในห้องทีส่ วา่ งสูง เช่น บรเิ วณหอ้ งนั่งเล่นหรอื หอ้ งรับแขก ัข้อเสียของจอภาพแบบ LCD คอื ไม่สามารถแสดงภาพเคล่ือนไหวเร็ว ๆ ได้ดี เน่ืองจากมีความเร็วในการเปล่ียนสีจอ (Response Time) เร็วที่สุดเพยี งแค่ 2 ไมโครวนิ าที เทา่ น้นั มีความคลาดเคลอ่ื นของสเี กิดขน้ึ โดยเฉพาะสแี ดง โทนสีผวิ สที อ้ งฟ้า ทะเล ไม่สามารถแสดงสีดาสนิทได้ เน่ืองจากไฟสว่างหน้าจอจะเปิดตลอดเวลาในขณะที่เครื่องทางาน ทาใหม้ ีแสงขาวเลด็ ลอดออกไปในฉากท่เี ป็นสดี า จึงทาให้ฉากสดี านัน้ กลายเปน็ ดาสวา่ ง จอคอมพวิ เตอร์คุณภาพเยี่ยมภายใต้แบรนด์ช้ันนา มาพร้อมดไี ซน์สุดทันสมัย กว้าง 21.5 น้ิว ให้ คุณรบั ชมสสี ันชดั เจนมากกว่าที่เคย ต้องบอกเลยว่านอกจากในเรื่องของสเปคคอมพิวเตอร์แล้วยังมีอีกหนึ่งปัจจัยท่ีสาคัญในการเล่น เกมท่ีหลายคนอาจจะมองข้ามมันก็คือเรื่องของ จอคอมพวิ เตอร์หรือ Monitor ซึ่งตอนน้ีบอกเลย วา่ จอคอมพิวเตอร์น้ันมีอยู่มากมายหลายรุ่นหลากแบรนด์ และหลายชว่ งราคา ทาให้การเลือกซ้ือ จอคอมพิวเตอร์นั้นอาจจะทาให้คนที่ไม่ค่อยมีความรู้ในเร่ืองรายละเอียดของจอคอมพิวเตอร์จะ พลาดกันได้ง่ายๆ อาจจะได้จอราคาแพงที่ซ้ือมาแล้วรู้สึกว่าไม่คุ้มค่าเงินท่ีเสียไป หรือไม่ตรงกับ ความต้องการเท่าไหร่นัก ดังนั้นเราจะมาแนะนาเก่ียวกับเรื่องสาคัญหลายๆ อย่างที่ควรมองใน ข้อมูลสเปคก่อนการตัดสินใจเลือกซ้ือจอคอมพิวเตอร์ตัวใดตัวหนึ่งนั่นเอง จะได้รู้ว่าทาไมตัวน้ีถึง แพง ทาไมตัวน้ีถึงถูกจัง ท้ังๆ ที่มีขนาดจอเท่ากัน เพียงแต่เท่าที่เราบอกนั้นอาจจะยังไม่หมด เพราะยังมีส่วนเสริมอ่ืนๆ อย่างเช่นพวก Flicker-free Technology, Motion Blur Reduction หรือเทคโนโลยีพเิ ศษของแต่ละยีห่ ้อทีแ่ ตกตา่ งกนั ไป เทคโนโลยพี วกน้ีส่วนใหญ่ Monitor ตวั TOP นั้น จะมีติดมาเหมือนกันหมดอยู่แล้ว หรือตัวที่มีราคารองลงมาเร่ือยๆ ก็จะมีการตัดพวกนี้ห่ันลง ไปน่ันเอง และก็อาจจะมี Monitor บางตัวท่ียอมตัดเทคโนโลยี พวกน้ีออกไปแต่คงไว้ในเร่ือง จาเป็นอย่างพวก Refresh Rate, Resolution, Panel IPS แล้วจะได้มีราคาที่ต่ากว่าตัวอ่ืนๆ ใน ร่นุ เทยี บเคยี งกัน

๑. นอกจากน้คี ุณยังสามารถหาเลือก Key Lock บน OSD และเปดิ ใช้งานได้ ภาพท่ี 1 ภาพที่ 2 2. ใช้ Hotkey เพ่ือเปิด / ปดิ การใชง้ านฟังก์ช่นั ลอ็ คปุ่ม 1. ไอคอนจะถกู พมิ พ์บนฝารวมถึงปมุ่ \"เมนู\":

ภาพที่ 3 4.สาหรับชนิดของประเภท OSD กด “Menu \" นี้ประมาณ 5 วินาทเี พ่ือ เปดิ /ปดิ การใชง้ านฟงั กช์ ั่น คยี ล์ ็อค 2. ไอคอนไม่ถูกพิมพบ์ นฝามจี ุดเท่านัน้ ภาพท่4ี สาหรบั ชนดิ ของประเภท OSD ให้กดป่มุ ทอี่ ยถู่ ัดจากปุ่มเพาเวอร์ประมาณ 5 วนิ าทีเพ่อื เปิด / ปิดการ ใชง้ านฟงั กช์ ั่นคยี ล์ ็อค 3. MG series monitor

ภาพที่ 5 สาหรับรปู แบบซรี สี ์ MG กด \" ลง \" ทป่ี ุม่ ควบคุม 5 ทศิ ทางประมาณ 5 วินาทีเพื่อเปดิ / ปดิ การใช้ งานฟงั ก์ชั่นล็อคคีย์ 4. PG series monitor ภาพที่ 6 สาหรับรปู แบบชุด PG กดป่มุ \"ปดิ \" กวา่ 5 วนิ าทเี พอ่ื เปดิ / ปิดการใชง้ านฟังกช์ ั่นล็อค

หมายเหต:ุ PG278Q ไมไ่ ด้มฟี ังก์ชัน่ ลอ็ คปุ่ม 1. ปิดคอมพวิ เตอร์ของคุณ และดงึ สายไฟออก 2. เช่ือมตอ่ สาย DVI สีขาว หรือสาย VGA สนี า้ เงนิ ไปยังขั้วต่อบนคอมพวิ เตอร์ และจอแสดงผล 3. เช่ือมต่อสาย USB ท่ีมาพร้อมกับจอแสดงผลของคุณไปยังคอมพิวเตอร์ และขั้วต่ออัปสตรีม USB บนจอแสดงผล หลังจากที่คุณเชื่อมต่อสายเคเบิลน้ีไปยังคอมพิวเตอร์และจอแสดงผลแล้ว คุณสามารถใช้ขัว้ ตอ่ USB บนจอแสดงผลได้ 4. เชอ่ื มต่ออปุ กรณ์ USB ใดๆ 5. เช่ือมตอ่ สายไฟตา่ งๆ 6. เปิดจอแสดงผลและคอมพิวเตอร์ของคุณ ถ้าคุณไม่เห็นภาพ ให้กดปุ่มเลือกสัญญาณเข้า และ ตรวจดใู ห้แน่ใจว่าได้เลือกสัญญาณเข้าที่ถูกต้อง ถ้าคุณยังไม่เห็นภาพอีก ให้อา่ น การแก้ไขปัญหา เกีย่ วกับจอแสดงผลของคณุ ส:ี ดา | ขนาด(เซนติเมตร): 53.2 x 41 x 13 | นา้ หนกั (กโิ ลกรมั ): 2.65 | การรบั ประกนั : มี จอคอมพิวเตอร์ดีไซนท์ ันสมัย กรอบบางท่พี ร้อมให้คุณรับชมสสี ันความคมชัดสมจริงทัง้ ด้านภาพสี และเสียงอย่างเต็มอารมณ์ ด้วยจอคอมพิวเตอร์จาก AOC ที่มีอัตราส่วนค่าความคมชัดมากถึง 1,000:1 นอกจากน้ียังมีความละเอียดระดับ Full HD 1920 x 1080 พร้อมด้วยการเช่ือมต่อ ผ่าน HDMI และ VGA เพื่อให้คุณเข้าถึงความบันเทิงได้อย่างสะดวกสบายและง่ายดายย่ิง กวา่ เดิม ผู้ใช้สามารถปรบั สีและการใช้งานไดต้ ามตอ้ งการ ภายในกล่องยังมีสาย HDMI และ VGA อีกดว้ ย การแสดงผลบนจอคอมพิวเตอรไ์ ดถ้ ูกววิ ฒั นาการมาอย่างต่อเนื่อง โดยเร่มิ ตั้งแต่จอภาพทเี่ ป็นเพียง ตวั หนงั สือสขี าว พ้นื หลงั สดี าจนมาถงึ ปัจจบุ ันท่ีจอคอมพิวเตอร์สามารถแสดงสีสันและกราฟฟิกได้ อยา่ งสมจริง จอคอมพวิ เตอร์สามารถแบง่ ออกได้ 3 ประเภทไดแ้ ก่

จอคอมพวิ เตอร์ขนาดเลก็ กว่า 22 นิ้ว 1. AOC I2281FWH จอคอมพวิ เตอร์คุณภาพเยีย่ มภายใตแ้ บรนด์ชนั้ นา มาพร้อมดีไซน์สดุ ทนั สมัย กว้าง 21.5 นว้ิ ให้คุณ รบั ชมสสี นั ชดั เจนมากกว่าท่ีเคย ส:ี ดา | ขนาด(เซนติเมตร): 53.2 x 41 x 13 | นา้ หนัก(กิโลกรมั ): 2.65 | การรับประกัน: มี จอคอมพิวเตอร์ดีไซน์ทันสมัย กรอบบางท่ีพรอ้ มให้คุณรับชมสสี นั ความคมชัดสมจรงิ ท้ังด้านภาพสแี ละ เสียงอย่างเตม็ อารมณ์ ด้วยจอคอมพิวเตอร์จาก AOC ท่มี อี ตั ราสว่ นคา่ ความคมชดั มากถึง 1,000:1 นอกจากน้ยี ังมคี วามละเอียดระดบั Full HD 1920 x 1080 พรอ้ มดว้ ยการเชอ่ื มต่อผา่ น HDMI และ VGA เพื่อให้คณุ เขา้ ถึงความบันเทิงได้อย่างสะดวกสบายและงา่ ยดายยงิ่ กว่าเดิม ผใู้ ชส้ ามารถ ปรับสีและการใชง้ านได้ตามตอ้ งการ ภายในกล่องยังมสี าย HDMI และ VGA อีกด้วย ขอ้ ดี ขอ้ เสยี ดไี ซนท์ ันสมัย ราคาคอ่ นข้างสงู รองรับการเช่ือมตอ่ แบบ HDMI และ VGA ความละเอียด Full HD สงู ถงึ 1920 x 1080

มสี าย HDMI และ VGA มาใหด้ ว้ ย

จอคอมพวิ เตอร์ขนาดเลก็ กว่า 23-26 นิ้ว 1. AOC I2381FH อีกหน่ึงจอคอมพวิ เตอร์ชน้ั ดี ที่ให้คุณรบั ชมท้ังภาพและเสียงไดอ้ ยา่ งเต็มตาเต็มใจ อกี ทง้ั ยัง มีป่มุ กดหน้าจอให้ใชง้ านไดง้ ่ายกว่าเดิม ส:ี ดา | ขนาด(เซนติเมตร): 39.1 x 53 x 11.9 | น้าหนัก(กโิ ลกรมั ): 3.7 | การ รบั ประกนั : มี จอคอมพิวเตอร์ AOC แบบ LED ขนาด 23 นว้ิ รนุ่ นี้ มาพรอ้ มกบั ความละเอียดสูงสุด 1920 x 1080 ให้ผู้ใชไ้ ดเ้ ข้าถงึ อรรถรสไดม้ ากกวา่ ท่เี คย ดีไซนไ์ ดร้ ับการออกแบบมาแบบกะทัดรัด และขอบหนา้ จอแบบ Narrow Edge โดยมีขนาดบางเพยี ง 9 มม. ใหภ้ าพคมชดั สมจริง หนา้ จอ คอมพิวเตอร์ยังมีป่มุ กดทีช่ าญฉลาด ใชง้ านได้อย่างสะดวก เพียงกดเบาๆ ก็สามารถตอบสนองไดอ้ ย่าง ดี อีกทง้ั ยงั ประหยดั พลังงานอีกดว้ ย จอคอมพวิ เตอร์รุ่นน้ีนอกจากจะมคี ณุ ภาพที่ดีแลว้ ยงั เหมาะกบั การจดั วางทุกพน้ื ที่ในบ้านอีกดว้ ย ข้อดี ข้อเสีย

➕ ปมุ่ กดทีห่ น้าจอคอมพวิ เตอร์ ตอบสนองไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว ➖ มชี อ่ ง HDMI แค่ 1 ช่องเทา่ น้นั ➕ ดีไซน์แบบ Narrow Edge ขนาดกะทัดรัด ➕ ความละเอยี ดสูงสดุ 1920 x 1080 ➕ผู้ใช้สามารถปรับโหมดได้ตามต้องการ จอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญก่ วา่ 27 นิ้ว 1. AOC I3288VWH6 จอคอมพวิ เตอร์ดไี ซน์โมเดิร์น มาพรอ้ มโหมดป้องกนั แสงสฟี า้ ชว่ ยลดความเมอ่ื ยล้าของ กล้ามเนอ้ื ตา สี: ขาว | ขนาด(เซนตเิ มตร): 72.74 x 48.99 x 15.99 | น้าหนกั (กิโลกรัม): 7.5 | การรบั ประกัน: มี

จอคอมพวิ เตอร์ขนาด 31.5 นิ้วในดไี ซน์สุดทนั สมัย ที่นอกจากจะเพมิ่ อรรถรสในการ รับชมแลว้ ยังสามารถตกแต่งใหบ้ า้ นของคุณดูหรหู รามากขึ้นด้วย ตัวหน้าจอคอมพิวเตอรผ์ ลิตจากวัสดุ คณุ ภาพ แขง็ แรง ทนทาน มีโหมดป้องกันแสงสีฟา้ ชว่ ยให้ผ้ใู ชส้ ามารถใชง้ านได้สบายตามากขนึ้ และ ช่วยลดการเมื่อยล้าของกล้ามเนอ้ื ตา ผู้ใช้สามารถตอ่ ไดท้ ง้ั สาย HDMI และ VGA นอกจากน้ียงั สามารถปรับเลอื กโหมดสีภาพไดต้ ามตอ้ งการ จอคอมพวิ เตอรร์ ุน่ น้ีให้ความละเอยี ดสงู สุด 1920 x 1080 ขอ้ ดี ข้อเสีย มโี หมดปอ้ งกันแสงสีฟ้า ราคาค่อนขา้ งสูง ดไี ซน์ทนั สมัยและสวยงาม รองรับการต่อทั้ง HDMI และ VGA วิธกี ารเลอื กซอ้ื จอคอมพวิ เตอร์ ปจั จบุ นั คงแทบไม่สามารถหาซอ้ื จอภาพแบบ CRT ได้แล้ว ถา้ จะเหน็ ก็คงเปน็ รา้ นขายของมือสอง และสว่ นจอภาพ LCD กับ LED น่ัน เนื่องจาก LED คือเทคโนโลยีใหม่ท่ีใหท้ ัง้ ภาพ สสี รรสดใสกว่า ดงั นนั้ ในตลาดปัจจุ บนั ส่วนใหญ่จงึ เป็นจอภาพ LED แทบทัง้ ส้ินเชน่ เดยี วกนั สาหรับรายละเอยี ด นอกเหนือจากการเลอื กซอ้ื จอ LED นัน้ ประกอบดว้ ย  ขนาดหน้าจอ (Size) ขนึ้ ตา่ แนะนาใหซ้ ือ้ 20 นิ้วข้ึนไป เวลาวดั จะวดั ในแนวเส้นทแยงมุม ไม่ได้ วัดจากซา้ ยไปขวา  ความละเอยี ด (Resolution) อยา่ งนอ้ ยกค็ วรเปน็ ระดับ HD หรอื 1920 x 1080  สัดส่วนหนา้ จอ (Aspect Ratio) สว่ นใหญจ่ ะมีขนาด 16:9 ซงึ่ เราเรียกว่า Widescreen หรอื จะเลอื กแบบเดมิ ๆ คือ 5:4 ซึ่งมชี ือ่ ว่า Squre (หนา้ จอรุน่ ใหม่ส่วนใหญเ่ ปน็ Widescreen ซึ่ง เหมาะสาหรับการดูวดี โี อเป็นหลกั )  ขนาด Pixel (Pixel Pitch) ยิง่ มีขนาดเลก็ ยง่ิ ให้ความคมชัดสูงขนึ้ เช่น 0.277 x 0.277 mm เป็นตน้ ข้อสังเกต ยง่ิ ขนาดของ Pixel เล็กมากเทา่ ไหร่ ราคาก็แพงขนึ้ เป็นเงาตามด้วยเชน่ กนั  ความคมชัด (Contrast) ยง่ิ มาก ยิง่ คมชัด ตวั อยา่ งเชน่ Contrast 10,000,000:1 กบั 20,000,000:1 เป็นต้น 20,000,000 ย่อมแสดงความสว่างของภาพไดด้ ีกว่า  ความมดื ความสวา่ ง (Brightness) จะอยูป่ ระมาณ 200 – 300 cd/m2

 พอรต์ (Ports) การเช่อื มต่อ เปน็ อกี สิ่งสาคญั ทผ่ี ซู้ ้ือจอ ไม่ควรละเลย เพราะจะเป็นตัวบ่งบอก ราคา และความคมชดั ไดอ้ ีกอย่างหนึ่ง พอร์ตพืน้ ฐานทม่ี ีคือ VGA / DVI / D-Sub และลา่ สดุ ของ พอรต์ ก็คือ HDMI  เวลาในการแสดงผล (Response Time) ส่วนใหญก่ ็อย่ปู ระมาณ 5 ms ถ้ามากกย็ ง่ิ นานกว่าจะ แสดงผลได้  ลาโพง จอภาพบางร่นุ มีลาโพงในตวั แถมยังมีสายต่อให้มาอีกด้วย การแสดงผลทาง monitor 2 จอ กลบั มาอกี ครง้ั สาหรบั คอรัมน์ IT clinit










Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook