Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore อารยธรรมกรีก

อารยธรรมกรีก

Published by gikiyd3956, 2021-09-16 14:37:50

Description: อารยธรรมกรีก

Search

Read the Text Version

อารยธรรมกรีก 1. สภาพภูมิศาสตรข องกรีก ดนิ แดนของกรีกบนพื้นแผน ดนิ ในทวีปยโุ รปแบง ไดเ ปน 3 สวน คือ 1.1 ภาคเหนอื ไดแก แควน มาซโิ ดเนยี (Macedonia) เทสซาลี (Thessaly) และอิไพรัส (Epirus) 1.2 ภาคกลาง ไดแก บริเวณที่เปนเนินเขาสูง เปนที่ตั้งของนครทีบส (Thebes) นครเดลฟ (Delphi) ชองเขาเทอรมอปเล (Thermopylae) และยอดเขาพารแนสซัส (Parnassus) ซึ่งเปนที่สถิตของอะพอลโล (Apollo) หรือสุริยเทพ ตรงปลายสุดของดานตะวนั ออก คือ แควนอัตติกา (Attica) ซึ่งมีเมืองหลวง คือ นคร เอเธนส (Athens) แหลง กำเนิดการปกครองระบอบประชาธปิ ไตย 1.3 บริเวณคาบสมุทรเพโลพอนนีซัส (Peloponnesus) อยูตอนใตอาวคอรินท เปนที่ตั้งของนคร รฐั สปารต า (Sparta) ทีม่ ชี อ่ื เสยี งดา นการรบ และโอลิมเปย (Olympia) ซ่ึงเปนทีส่ ิงสถติ ของบรรดาเทพเจา กรีก 2. ปจจยั ทางภูมิศาสตรท ส่ี งผลตอ อารยธรรมกรีก ภมู ปิ ระเทศของกรีก ประกอบดวย ภูเขา พ้ืนดนิ และทะเล โดยกรีกมพี ื้นที่ราบนอย พ้ืนท่สี ว นใหญเปน ภูเขา และหมูเกาะในทะเลอีเจียน ประชาชนอาศัยอยูตามหมูบา นในบริเวณที่ราบเล็กๆ ในหุบเขาที่ลอมรอบ ดว ยภเู ขาสูง ซึง่ เปน อปุ สรรคสำคญั ในการติดตอสื่อสาร ซึ่งสภาพภูมศิ าสตรเชนนท้ี ำใหแยกชมุ ชนตางๆออกจาก กนั สงผลใหแตละเมอื งแตกแยกเปน นครรฐั ตาง ๆ มากมายซ่ึงเปนอสิ ระไมข ้ึนแกกนั นครรฐั ทสี่ ำคัญไดแก นคร รฐั เอเธนส และนครรฐั สปารต า พ้นื ดินสวนใหญของกรีกขาดความอดุ มสมบูรณและมีพ้นื ดนิ ขนาดเลก็ ประกอบ กบั มีแมนำ้ สายส้ัน ๆ นำ้ ไหลเชีย่ วและพัดพาเอาความอุดมสมบูรณของดนิ ไป และจากลกั ษณะภูมิประเทศท่ีมี ลักษณะคลายแหลมยื่นไปในทะเล ทำใหกรีกมีชายฝงทะเลทีย่ าว ซึ่งความเวาแหวงของทะเลเปนที่กำบังคลื่น

ลมไดเปน อยางดี ใชเปนอาวสำหรบั จอดเรือ ทำใหช าวกรีกเปน คนชอบคา ขายทางทะเล นอกจากนดี้ นิ แดนกรีก ยังเปน ดินแดนที่มที รพั ยากรธรรมชาติมากมาย เชน เหลก็ ทอง เงิน หินออน เปน ตน 3. อารยธรรมเริม่ ตน ของอารยธรรมกรีก 3.1 อารยธรรมไมนวน (Minoan Civilization) เปน อารยธรรมที่เกดิ ขน้ึ ทเี่ กาะครีต โดยมีชาวครีตหรอื ชาวครตี นั เปนชนพน้ื เมอื งของเกาะน้ี กษตั ริยท ่ีมีอำนาจมากทีส่ ุด คอื พระเจามินอส พระราชวงั ที่สำคญั คอื พระราชวังคนอสซุส พระราชวงั คนอซุส พระราชวงั ของกษัตรยิ ไมโนน

ภาพเฟรสโกภายในพระราชวัง (ภาพทลี่ งสขี ณะปนู ยงั เปยกอย)ู ภาพแสดงวถิ ชี วี ิของชาวไมโนน ความเสือ่ มของอารยธรรมไมโนน 1) เกดิ จากการปะทุของภเู ขาไฟทท่ี ำลายเมอื ง

2) การรกุ รานของพวกไมซนิ จี ากแผนดินใหญ 3.2 อารยธรรมไมซินี (Mycenae Civilization) เปนอารยธรรมของพวกไมซีเนยี น มศี นู ยก ลางอยูท่เี มืองไมซเี นบนคาบสมทรเพโลพอนนซี ัส โดย บรรพ บุรษุ ของชาวไมซีเนยี น คือ พวกเอเคียน มคี วามสามารถในการรบและการคา ซง่ึ พวกน้ีโจมตเี กาะครีต ทำลาย พระราชคนอสซุส และไดสรางเมืองไมซีเนขึ้น ซึ่งมีปอมปราการที่แข็งแรง ทำใหพวกเอเคียนมีชือ่ ใหมวาไมซี เนียนตามชื่อเมือง ตอมาพวกเอเคียนไดไปทำสงครามกับเมืองทรอยในสงครามโทจัน เนื่องจากเมืองทรอย ตั้งอยทู างทศิ ตะวนั ออกเฉียงเหนือของเอเชยี ไมเนอร ซงึ่ เปนคูแขงทางการคา กับเมอื งไมซเี นจนสำเรจ็ มรดกของอารยธรรมไมซีเน คือ การนับถือเทพเจาหลายองครวมทั้งเทพเจาซุส (Zeus) เฮรา (Hera) และโพไซดอน เปนตน ความเสอ่ื มของอารยธรรมไมซเี น คอื ถกู พวกดอเรยี นซงึ่ เปน ชาวกรกี เผาหนึง่ เขามารกุ รานจนทำใหความ เจริญหยดุ ลงชวั่ ขณะ แผนที่แสดงท่ตี ง้ั ของอารยธรรมไมซีนี

4. กรีกยคุ มดื เนอื่ งจากการขาดหลกั ฐานการเขียนทำใหความรขู องเราเกี่ยวกับเรื่องนถ้ี กู จำกัด โดยสงครามเปนเหตุให เศรษฐกิจกรีกพนิ าศ ซึ่งสรางความยากจนและสับสน ทางการเมอื งซ่ึงยาวนาน กษตั รยิ ไมซีเนียนถกู แทนที่ดวย หัวหนาเล็ก ๆ ผูมีอำนาจและทรัพยสินจำกัด ศิลปนหยุดการวาดคนและสัตวบนหมอไห กรีกเพาะปลูกใน พ้นื ดนิ นอยนิด มคี นมาต้ังถนิ่ ฐานนอ ย และการคา สากลนอยกวาทีเ่ คยมีมากอ น ซึง่ เรือ่ งราวตาง ๆ ของกรีกยุค มดื ปรากฏอยใู นวรรณกรรมมขุ ปาฐะ เรื่องมหากาพยอเิ ลียด และโอดิสซี ของมหากวโี ฮเมอร (Homer) ซึ่งมหา กาพยอเิ ลยี ดเปนเรอ่ื งเกีย่ วกับการทำสงครามกับทรอย สว นมหากาพยโอดสิ ซีเปนเร่อื งเกยี่ วกับชยั ชนะจากการ ทำสงครามกับทรอย 5. อารยธรรมของกรกี อารยธรรมกรีกประกอบดวย อารยธรรมเฮเลนกิ และอารยธรรมเฮเลนิสติค 5.1 อารยธรรมเฮเลนิก (Hellenic Civilization) หรือยคุ คลาสสกิ (Classical Age) ในสมยั นมี้ กี ารสรางอาณานคิ มเกดิ ขน้ึ มีการปฏริ ปู ทางเศรษฐกิจและผูน ำชุมชนเร่ิมตั้งสภาและกลุมตาง ๆ เพื่อ จัดกิจกรรมสาธารณะที่อกอรา ซึ่งเปนที่พบปะสังสรรคกันของผูคนในนครรัฐ ซึ่งยุคคลาสสิคนี้ไดเกิดนครรัฐ ขนาดใหญ 2 นครรัฐ ไดแก นครรัฐสปารตา และนครรัฐเอเธนส 5.1.1 นครรัฐสปารตา ชาวสปารตาเปนชาตินักรบ เนื่องจากตอ งตอสูเ พื่อใหไดครอบครองลาโคเนียและเมอซีเนีย และ เพื่อปองกันการกบฏของลาโคเนียและเมอซีเนีย ชาว สปารตาจึงตองสรางกองทัพใหเขมแข็ง จรทำให ชาวสปารตากลายเปนชาตินักรบ มีการปกครองแบบคณาธิปไตย และเนื่องจากสภาพภูมิประเทศของ ชาว สปารตาไมมที า เรือทด่ี ี และตั้งอยอู ยางโดดเดยี่ วขนาบดว ยภูเขาจงึ ทำใหช าวสปารตาขาดการติดตอจาก โลกภายนอก และยงั เปนผลใหสปารตาเปน รัฐทม่ี ีความสามารถในการรบอีกดวย 5.1.2 นครรฐั เอเธนส เนื่องจากชาวเอเธนสอพยพแบบคอยเปนคอยไปเขามาในคาบสมุทรกรีก และสภาพภูมิ ประเทศของชาวเอเธนสม่ังคงั่ ดวยแรธ าตุและทาเรือท่ีดี จงึ ทำใหม พี ฒั นาการทางดานการคาและมีความเจริญ ทางดานวัฒนธรรม จึงทำใหนครรัฐแหงนี้ปกครองดวยระบอบประชาธิปไตย ทำใหชาวเอเธนสเปนนัก ประชาธิปไตย และรักความกา วหนา ในยคุ คลลาสสิคนเ้ี กิดสงครามคร้ังยิ่งใหญ 2 คร้ัง ไดแก สงครามเปอรเซียและสงครามเพโลพอนเน เชียน

1) สงครามเปอรเซีย สาเหตุเกิดจากความขัดแยงระหวางเอเธนสกับเปอรเซีย เพราะเปอรเซยี ขยายอำนาจเขามาในเอเชียไมเนอร ผลของสงคราม คอื เอเธนสช นะเปอรเ ซยี 2) สงครามเพโลพอนเนเชียน ชาวกรีกเกิดความคิดในการเตรียมการปองกันชาวเปอรเซีย นครรัฐตางๆ ของกรีกจึงตางเขามา เปนสมาชิก และสมาชิกแตละนครรัฐมีสิทธิเทาเทียม ทำใหนครรัฐกรีกรวมกันตั้งสหพันธแหงเกาะ เดลอส สหพนั ธรัฐใชเปน ศนู ยกลางและเปน ท่เี กบ็ ทรัพยสมบัติ แตในความเปน จรงิ แลว นครรัฐเอเธนสม ีอิทธิพล ในการเปนผูนำ ตอมาสหพันธรัฐเปลี่ยนสภาพเปนจักรวรรดิของเอเธนส เอเธนสใชเงินเพื่อผลประโยชนของ ตนเอง ลดฐานะสมาชิกอ่นื ๆ ใหอยใู นฐานะบรวิ าร และหา มไมใ หร ฐั สมาชิกแยกตัวออกจากสหพันธ เม่ือรัฐใด กอกบฏกจ็ ะใชกำลงั ปราบโดยยึดกองทหารเรอื และเกบ็ เครอ่ื งราชบรรณาการ วธิ นี ที้ ำใหนครรฐั สปารตากลัววา เอเธนสจ ะเปนผูนำกรกี ทงั้ หมด และเนอ่ื งจากสภาพสังคมของทง้ั 2 รฐั แตกตางกัน จงึ ทำใหเ กดิ สงครามข้ึน ผล ของสงคราม คือ นครรฐั สปารต าชนะ ทำใหนครรฐั สปารตาไดเอเธนสไ วในอำนาจ และนำระบอบการปกครอง แบบคณาธิปไตยมาใช แตการปกครองของสปารตาไมมั่นคงจึงทำใหนครรัฐสปารตาพายแพตอกองทัพของ นครธบี สี และเอเธนส ในท่ีสุดกรีกทั้งหมดก็ตกอยภู ายใตอทิ ธพิ ลของมาซิโดเนีย 5.2 อารยธรรมเฮเลนิสติก เปน ชวงทีน่ ครรฐั ตางๆ ของกรกี เสอื่ มลง เนอื่ งมาจากสงครามเพโลพอนเนเชยี น และแควน มาซโิ ดเนียเจริญข้ึน โดยแควนมาซโิ ดเนียมีกษัตริยองคสำคัญ ไดแก พระเจาฟล ิปที่ 2 ไดนครรัฐกรีกไวในอำนาจ และกษัตริยองค ตอมา คือ พระเจาอเลก็ ซานเดอรม หาราช ไดทำการปลดปลอ ยหวั เมืองกรกี ตางๆ บนเอเชยี ไมเนอรใหพนจาก การปกครองเปอรเ ซีย 6. มรดกทางอารยธรรมกรีก 6.1 สถาปตยกรรม ใชระบบโครงสรางแบบเสาและคาน แผนผังอาคารเปนรูปสี่เหลี่ยมผืนผา มีการ สรา งเสารายรอบอาคาร ซึ่งจะมคี วามแตกตา งตรงหวั เสา สามารถแบงออกเปน 3 แบบ คอื แบบดอรกิ (Doric) แบบไอโอนิก (Ionic) และแบบคอรินเธียน (Corinthian) และสวนใหญยังนิยมกอสรางอาคารเพื่อกิจกรรม สาธารณะ เชน วิหาร สนามกีฬา และโรงละคร วิหารที่มีชื่อเสียง สรางบนภูเขาที่มีชื่อเรียกวา อะครอโพลิส (Acropolis) คือ วหิ ารพารเธนอน สรางเพ่อื ถวายแดเ ทพอี ะธีนา (Athena)

6.2 ประติมากรรม สวนใหญเปนรูปปนเทพเจาที่มีลายเสนกลามเนื้อและเสนเอ็นคลายมนุษยที่มี ชวี ติ ดูเปน ธรรมชาติ

6.3 จิตรกรรม สวนใหญเ ปน ลวดลายทีป่ รากฏบนเครอ่ื งปนดนิ เผา เชน แจกัน คนโท ไห ฯลฯ และฝาผนังท่ีพบ ในวิหารหรอื กำแพง 6.4 นาฏกรรม ละครประเภทโศกนาฏกรรม (Tragedy) และสขุ นาฏกรรม (Comedy) การแสดงจะ ใชนักแสดงชายทั้งหมด โดยทกุ คนจะสวมหนา กาก และมีผูพากยและหมนู ักรอ ง (Chorus) สงเสยี งประกอบ 6.5 วรรณกรรม วรรณกรรมที่โดดเดน ไดแก มหากาพยของโฮเมอรเรื่อง อีเลียด และ โอดิสซี ท่ี สะทอ นถึงความรูสึกที่กวมี ีตอ โศกนาฏกรรมในสงครามทรอย (Troy) นอกจากน้ยี ังใหขอ มูลทางประวัติศาสตร เกีย่ วกบั สถานท่ที ี่สำคญั ประเพณี วถิ ีชวี ติ และความคิดของชาวกรีกดว ย 6.6 ปรัชญา 6.6.1 โซเครติส (Socrates) เกิดที่เธนส เขาสอนใหคนใชเ หตุผลและสตปิ ญญาในการแสวงหาความจริง เกยี่ วกบั ชวี ิตมนุษย วธิ ีสอนของเขาเรียกวา “Socretic method” ไมเนน การทองจำแตใชวิธีต้ังคำถามโดยไม

ตอ งการคำตอบ แตใ หผ ถู ูกถามขบคิดปญหาเพอ่ื หาคำตอบดวยตนเอง แมโ ซเครตสิ มลี ูกศิษยม ากมาย แตก็ไมมี ผลงานเขียนของตนเอง ดังนั้นปรัชญา และทฤษฎีของเขาทีร่ ูจักจึงเปนผลงานท่ถี ายทอดโดยลูกศษิ ยข องเขา 6.6.2 เพลโต (Plato) เปนศิษยเอกของโซเครติส เปนผูรวบรวมหลักคำสอนของโซเครตสิ เรียกวา Dialogue และเปน ผูถ า ยทอดหลักการและความคิดของโซเครติสใหชาวโลกไดรับรู เพลโตไดเปด โรงเรยี นช่อื “อะคาเดมี” (Academy) และไดเ ขียนหนังสือท่ีสะทอนแนวคิดเกีย่ วกับการปกครอง การศกึ ษา ระบบยุติธรรม ผลงานท่ีโด เดนจนทำใหไดรับยกยองวา เปนบดิ าแหงปรัชญาการเมืองสมัยใหมคือหนังสือชือ่ สาธารณรัฐ (Republic) ซึ่ง เสนอแนวคิดในการปกครองประเทศและมอี ิทธพิ ลตอความคิดทางการเมืองของผูคนทว่ั โลก 6.6.3 อริสโตเติล (Aristotle) เปนทั้งนักปรัชญาและนักวิทยาศาสตร เขาเปนศิษยของเพลโตและเคยเปน อาจารยข องพระเจาอะเลก็ ซานเดอรมหาราช อรสิ โตเตลิ เปน ทัง้ นกั ปราชญและนักวจิ ัย ซง่ึ นอกจากปรัชญาทาง การเมืองแลว เขายงั สนใจวทิ ยาการใหมๆดว ย เชน ชวี วทิ ยา ฟสิกส ดาราศาสตร หลักตรรกศาสตร วาทกรรม จรยิ ศาสตร ฯลฯ ผลงานทีโ่ ดดเดน ของเขาคอื หนังสอื ชือ่ การเมือง (Politics) 6.7 ประวัติศาสตร เปนชาติแรกในโลกตะวันตกที่เริ่มศึกษาประวัติศาสตรตามแบบวิธีการทาง ประวตั ศิ าสตร โดยนักประวตั ศิ าสตรก รกี คนแรกทเี่ รมิ่ เขียนงาน ประวตั ศิ าสตรแ ละไดร ับการยกยองวาเปนบิดา แหงวชิ าประวัติศาสตรของโลกตะวนั ตก คอื เฮโรโดตสั (Herodotus) นอกจากน้ยี ังมี ทซู ดิ ิดีส (Thucydides) ซงึ่ มีงานเขยี น คือ The Peloponnesian War ซงึ่ เปนงานเขยี นบันทกึ เหตกุ ารณท างประวตั ิศาสตรดวยวิธีการ ของนกั วชิ าการเปนครงั้ แรก

6.8 คณติ ศาสตรแ ละวิทยาศาสตร นักคณติ ศาสตรเ ดนของกรกี ไดแ ก ปท าโกรัสแหง เมืองซามอส ผูคิดคนทฤษี บทปทาโกรัส ยคู ลิดแหง เมอื งอะเล็กซานเดรยี ผูคิดเรขาคณติ แบบยูคลิด และเขยี นหนงั สอื ชดุ Elements ซึ่งมี จำนวน 13 เลม เน้ือหาสวนใหญก ลา วถึงเรขาคณิตระนาบและเร่ืองสัดสวน อารคิมีดสี แหง เซียราคิวส เปนผูคิด ระหัดวดิ นำ้ แบบเกลียวลกู กรอกชุด ตง้ั กฎของคานดีดคานงัด และพบวิธีการหาปรมิ าตรของวัตถุโดยการแทนที่ นำ้ 6.9 การแพทย ฮปิ โปเครตีส (Hippocrates) ไดร ับการยกยอ งเปน “บิดาแหง การแพทย” ซึ่งคน พบวาโรคราย ตางๆที่เกิดข้ึนเกิดจากธรรมชาติ ไมใชการลงโทษของพระเจา เขาเชื่อวาวิธีการรกั ษาท่ีดีท่ีสุดคือ การควบคุม ดานโภชนาการและการพักผอน นอกจากนี้ยังเปนผูริเริ่มการผาตัด และการกำหนดหลักจรรยาแพทยที่ถือ ปฏิบัตติ อ มาจนถึงปจจุบนั 6.10 ดาราศาสตรแ ละภมู ิศาสตร เอราทอสทินสี (Eratosthenes) ท่ีเช่ือวา โลกกลม สามารถคำนวณความยาว รอบโลกได และยงั คนพบวา การข้นึ ลงของกระแสนำ้ เกดิ จากอทิ ธิพลของดวงจนั ทร


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook