ส่ือ PowerPoint ประกอบการเรียนการสอน ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 2 วชิ าสังคมศึกษา (ส2101)
มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชี้วดั มาตรฐาน ส 2.1 เข้ าใจและปฏิบัติตนตามหน้ าท่ีของ การเป็ นพลเมืองดี มีค่านิยมท่ีดีงาม และธารง รักษาประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดารงชีวิตอยู่ ร่วมกนั ในสังคมไทยและสังคมโลกอย่างสันติสุข ตัวชี้วดั 5. วิเคราะห์ความจาเป็ นที่ต้องมีการ ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงและอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย และเลือกรับวฒั นธรรมสากล
สาระการเรียนรู้ ความหมายของวฒั นธรรม ลกั ษณะของวฒั นธรรม ความสาคญั ของวฒั นธรรม ประเภทของวฒั นธรรม การเปลยี่ นแปลงทางวฒั นธรรม แบบทดสอบก่อนเรียนหลงั เรียน
ความหมายของวฒั นธรรม วัฒนธรรม คือ วิถีการดาเนินชีวิตของมนุษย์ในสังคม ซึ่งคนในสังคมยึดถือปฏิบัติต่อเน่ืองกันมา วัฒนธรรมจึง สะท้ อนการดาเนิ นชี วิตของคนในแต่ ละท้ องถิ่นหรื อแ ต่ ละ สังคม
ความหมายของวัฒนธรรม วัฒนธรรมไทย คือ วิถีการดาเนินชีวิตของชาวไทย ท่ี แสดงถึงความเจริญงอกงาม ความกลมเกลยี วก้าวหน้าของชาตไิ ทย และศีลธรรมอันดีงามของชาวไทย ซึ่งประกอบด้วย ความเช่ื อ ศิลปะ ศีลธรรม ประเพณี ฯลฯ วัฒนธรรมไทยจึงเป็ นส่ิงที่ ปลูกฝังและถ่ายทอดจากชาวไทยรุ่นหน่ึงไปสู่อนุชนอกี รุ่นหน่ึง วัฒนธรรมหลักของสังคมไทย เช่ น พระพุทธศาสนา ภาษาไทย การแต่งกาย การแสดงความเคารพด้วยการกราบ การไหว้ เป็ นต้น
ทมี่ าของวฒั นธรรม วฒั นธรรมไทยมที มี่ าจากปัจจยั ต่าง ๆ ดงั นี้ 1. สิ่งแวดล้อมทางภูมศิ าสตร์ 2. ระบบการเกษตรกรรม 3. ค่านิยม (Values) 4. การเผยแพร่ทางวฒั นธรรม 5. ศาสนาพราหมณ์ 6. พทุ ธศาสนา 7. วฒั นธรรมตะวนั ตก
ทมี่ าของวฒั นธรรม 1. ส่ิงแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ เน่ืองจากสังคมไทยมีลกั ษณะทางดา้ น ภูมิศาสตร์เป็นท่ีราบลุ่มและอุดมสมบูรณ์ดว้ ยแม่น้าลาคลอง คนไทยไดใ้ ช้ น้าในแม่น้า ลาคลอง ในการเกษตรกรรมและการอาบ กิน เพราะฉะน้นั เมื่อ ถึงเวลาหนา้ น้า คือ เพญ็ เดือน 11 และเพญ็ เดือน 12 ซ่ึงอยใู่ นหว้ งเวลาปลาย เดือนตุลาคมและปลายเดือนพฤศจิกายน อนั เป็นระยะเวลา ท่ี น้าไหลหลาก มาจากทางภาคเหนือของประเทศ คนไทยจึงจดั ทากระทงพร้อม ดว้ ยธูป เทียนไปลอย ในแม่น้าลาคลอง เพ่ือเป็นการขอขมาลาโทษแม่คงคา และขอ พรจากแม่คงคา เพราะไดอ้ าศยั น้ากิน น้าใช้ ทาใหเ้ กิด \"ประเพณี ลอยกระทง\" นอกจากน้นั ยงั มีประเพณีอ่ืน ๆ อีกในส่วนที่เก่ียวกบั แม่น้า ลาคลอง เช่น \"ประเพณีแขง่ เรือ\"
ทม่ี าของวฒั นธรรม 2. ระบบการเกษตรกรรม สงั คมไทยเป็นสงั คมเกษตรกรรม (agrarian society) กล่าวคือ ประชากรร้อยละ 80 ประกอบอาชีพเกษตรกรรม หรือ กล่าวอีกนยั หน่ึงไดว้ า่ คนไทยส่วนใหญ่มีวถิ ีชีวิตผกู พนั กบั ระบบการ เกษตรกรรม และระบบการเกษตรกรรมน้ีเอง ไดเ้ ป็น ที่มาของวฒั นธรรม ไทยหลายประการ เช่น ประเพณีขอฝน ประเพณีลงแขก และการละเล่น เตน้ การาเคียว เป็นตน้
ทมี่ าของวฒั นธรรม 3. ค่านิยม (Values) กล่าวไดว้ า่ \"คา่ นิยม\" มีความเกี่ยวพนั กบั วฒั นธรรมอยา่ งใกลช้ ิด และ \"ค่านิยม\" บางอยา่ งไดก้ ลายมาเป็น \"แกน\" ของ วฒั นธรรมไทยกล่าวคือ วถิ ีชีวิตของคนไทยโดยส่วนรวมมีเอกลกั ษณ์ซ่ึง แสดงออกถึงอิสรภาพและเสรีภาพ 4. การเผยแพร่ทางวฒั นธรรม (Cultural diffusion) วฒั นธรรมทาง หน่ึง ยอ่ ม แตกต่างไปจากวฒั นธรรมทางสงั คมอื่น ๆ ท้งั น้ีเพราะวฒั นธรรม มิไดเ้ กิดข้ึนมาใน ภาชนะ ที่ถูกผนึกตราบเท่าที่มนุษย์ เช่น นกั ท่องเที่ยว พอ่ คา้ ทหาร หมอสอนศาสนา และผอู้ พยพยงั คง ยา้ ยถิ่นท่ีอยจู่ ากแห่งหน่ึงไปยงั แห่ง อ่ืน ๆ เขาเหล่าน้นั มกั นาวฒั นธรรมของพวกเขาติดตวั ไปดว้ ย เสมอ ซ่ึงถือได้ วา่ เป็นการเผยแพร่ทางวฒั นธรรม เป็นไปไดอ้ ยา่ งสะดวกรวดเร็วและ กวา้ งขวาง ประจกั ษ์ พยานในเร่ืองน้ีจะเห็นไดว้ า่ น้าอดั ลมชื่อต่าง ๆ มีอยทู่ วั่ ทุกมุมโลก วฒั นธรรมของสงั คมอื่น ซ่ึงไดเ้ ผยแพร่เขา้ มาในสงั คมไทย
ทมี่ าของวฒั นธรรม 5. ศาสนาพราหมณ์ ไดเ้ ผยแพร่เขา้ มาในสงั คมไทย โดยผา่ น ทาง เขมร อินโดนีเซีย และมลายู อนั เป็นท่ีมาของประเพณีต่าง ๆ ซ่ึงไดร้ ับการ ปฏิบตั ิกนั อยใู่ นสงั คมไทย เช่น ประเพณีสงกรานต์ ประเพณีอาบน้าในพธิ ี การต่าง ๆ ไดแ้ ก่ อาบน้าในพธิ ีปลงผมไฟ อาบน้า ในพิธีโกนจุก การอาบน้า ในพธิ ีการแต่งงาน และการอาบน้าศพ เป็นตน้ 6. พุทธศาสนา ไดเ้ ผยแพร่เขา้ มาในสงั คมไทย โดยผา่ นทาง ประเทศ จีน พม่า และลงั กา พทุ ธศาสนาไดเ้ ป็นศาสนาประจาชาติไทย ซ่ึง ก่อใหเ้ กิดประเพณีมากมาย หรือ อาจกล่าวไดว้ า่ พทุ ธศาสนาผกู พนั กบั วถิ ี ชีวติ ของคนไทยต้งั แต่เกิดจนตาย ประเพณีที่สาคญั ๆ ไดแ้ ก่ การก่อพระ เจดียท์ ราย การทอดกฐิน และการบวชนาค เป็นตน้
ทม่ี าของวฒั นธรรม 7. วฒั นธรรมตะวันตก ท่ีมาของวฒั นธรรมไทยอีกแหล่งหน่ึงกค็ ือ วฒั นธรรมตะวนั ตกซ่ึงไดห้ ลงั่ ไหลเขา้ มาในสงั คมไทย อนั เป็นผลสืบ เนื่องมาจากความสะดวก รวดเร็วของการติดต่อส่ือสารคมนาคมและ สื่อมวลชน วฒั นธรรมตะวนั ตกท่ีไดเ้ ผยแพร่เขา้ มา กไ็ ดแ้ ก่ มรรยาทใน การสงั คม เช่น การสมั ผสั มือ (shake hand) การกีฬา เช่น รักบ้ี ฟตุ บอล และการแต่งกายแบบสากล อนั ไดแ้ ก่ ผกู เน็คไท สวมเส้ือนอก เป็นตน้
ลกั ษณะของวฒั นธรรม 1. วฒั นธรรมเป็ นพฤตกิ รรมทเี่ กดิ จากการเรียนรู้ มนุษย์แตกต่างจากสัตว์ 2. วฒั นธรรมเป็ นมรดกของสังคม 3. วฒั นธรรมเป็ นวถิ ีชีวติ 4. วฒั นธรรมเป็ นส่ิงทไ่ี ม่คงที่
ลกั ษณะของวัฒนธรรม 1. วฒั นธรรมเป็ นพฤตกิ รรมทเ่ี กดิ จากการเรียนรู้ มนุษย์ แตกต่างจากสัตว์ ตรงท่ีมีการรู้จกั คิด มีการเรียนรู้ จดั ระเบียบชีวติ ให้ เจริญ อยดู่ ีกินดี มีความสุขสะดวกสบาย รู้จกั แกไ้ ขปัญหา ซ่ึงแตกต่างไป จากสตั ว์ ที่เกิดการเรียนรู้โดยอาศยั ความจาเท่าน้นั 2. วฒั นธรรมเป็ นมรดกของสังคม เนื่องจากมีการถ่ายทอดการ เรียนรู้ จากคนรุ่นหน่ึงไปสู่คนรุ่นหน่ึง ท้งั โดยทางตรงและโดยทางออ้ ม โดยไม่ขาดช่วงระยะเวลา และ มนุษยใ์ ชภ้ าษาในการถ่ายทอดวฒั นธรรม ภาษาจึงเป็นสญั ลกั ษณ์ที่ใชถ้ ่ายทอดวฒั นธรรมนน่ั เอง
ลกั ษณะของวัฒนธรรม 3. วฒั นธรรมเป็ นวถิ ชี ีวติ หรือเป็นแบแผนของการดาเนินชีวิตของ มนุษย์ มนุษยเ์ กิดในสงั คมใดกจ็ ะเรียนรู้และซึมซบั ในวฒั นธรรมของสงั คมที่ ตนเองอาศยั อยู่ ดงั น้นั วฒั นธรรมในแต่ละสงั คมจึงแตกต่างกนั 4. วฒั นธรรมเป็ นสิ่งทไ่ี ม่คงที่ มนุษยม์ ีการคิดคน้ ประดิษฐส์ ิ่งใหม่ ๆ และ ปรับปรุงของเดิมใหเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อความ เหมาะสม และความอยู่ รอดของสงั คม เช่น สงั คมไทยสมยั ก่อนผหู้ ญิงจะ ทางานบา้ น ผชู้ ายทางานนอกบา้ น เพอ่ื หาเล้ียง ครอบครัว แต่ปัจจุบนั สภาพ สงั คมเปลี่ยนแปลงไป ทาใหผ้ หู้ ญิงตอ้ งออกไปทางานนอกบา้ น เพ่ือหา รายได้ มาจุนเจือครอบครัว บทบาทของผหู้ ญิงในสงั คมไทยจึงเปล่ียนแปลงไป
ความสาคญั ของวฒั นธรรม 1. วฒั นธรรมเป็ นส่ิงทช่ี ี้แสดงให้เห็นความแตกต่างของบุคคล กล่มุ คน หรือชุมชน 2. เป็ นส่ิงทท่ี าให้เห็นว่าตนมคี วามแตกต่างจากสัตว์ 3. ช่วยให้เราเข้าใจส่ิงต่างๆ ทเ่ี รามองเห็น การแปลความหมายของส่ิงที่ เรามองเห็นน้ันขึน้ อยู่กบั วฒั นธรรมของกลุ่มชน ซึ่งเกดิ จากการเรียนรู้ และถ่ายทอดวฒั นธรรม 4. วฒั นธรรมเป็ นตวั กาหนดปัจจยั 4 5. วฒั นธรรมเป็ นตัวกาหนดการแสดงความรู้สึกทางอารมณ์ และ การควบคุมอารมณ์ 6. เป็ นตวั กาหนดการกระทาบางอย่าง ในชุมชนว่าเหมาะสมหรือไม่
หน้าทข่ี องวฒั นธรรม 1. วฒั นธรรมเป็ นตวั กาหนดรูปแบบของสถาบนั 2. วฒั นธรรมเป็ นสิ่งทก่ี าหนดพฤตกิ รรมของมนุษย์ 3. วฒั นธรรมเป็ นสิ่งทคี่ วบคุมสังคม
หน้าท่ีของวฒั นธรรม 1. วัฒนธรรมเป็ นตัวกาหนดรูปแบบของสถาบัน ซ่ึงมีลักษณะ แตกต่าง กันไปในแต่ละสังคม เช่น วฒั นธรรมอิสลามอนุญาตให้ชาย (ที่มีความสามารถเล้ียงดูและ ให้ความ ยุติธรรมแก่ภรรยา) มีภรรยาได้ มากกวา่ 1 คน โดยไม่เกิด 4 คน แต่หา้ มสมสู่ ระหวา่ ง เพศเดียว กนั อยา่ ง เดด็ ขาด ในขณะที่ศาสนาอื่นอนุญาตใหช้ ายมีภรรยาไดเ้ พียง 1 คน แต่ไม่ มีบญั ญตั ิห้าม ความสัมพนั ธ์ระหว่างเพศเดียวกัน ฉะน้ันรูปแบบของ สถาบนั ครอบครัวจึงอาจแตกต่างกนั ไป
หน้าทข่ี องวฒั นธรรม 2. วฒั นธรรมเป็ นส่ิงทก่ี าหนดพฤติกรรมของมนุษย์ พฤติกรรม ของคน จะเป็นเช่นไรกข็ ้ึนอยกู่ บั วฒั นธรรมของกลุ่มสงั คมน้นั ๆ เช่น วฒั นธรรมในการพบปะทกั ทายของ ไทย ใชใ้ นการสวสั ดีของ ชาวตะวนั ตกทวั่ ไปใชใ้ นการสมั ผสั มือ ของชาวทิเบตใชก้ ารแลบลิ้น ของชาว มุสลิมใชก้ ารกล่าวสลาม เป็นตน้ • 3. วฒั นธรรมเป็ นส่ิงทคี่ วบคุมสังคม สร้างความเป็นระเบียบ เรียบร้อย ใหแ้ ก่สงั คม เพราะในวฒั นธรรมจะมีท้งั ความศรัทธา ความ เชื่อ คา่ นิยม บรรทดั ฐาน เป็นตน้ ตลอดจน ผลตอบแทนในการปฏิบตั ิ และบทลงโทษเมื่อฝ่ าฝืน
ประเภทของวฒั นธรรม การแบ่งประเภทของวฒั นธรรม มีดงั นี.้ ... • แบ่งตามลกั ษณะทมี่ องเห็น • แบ่งตามเนื้อหาของวฒั นธรรม • แบ่งตามสาขาวทิ ยาการ
ประเภทของวฒั นธรรม 1. แบ่งตามลกั ษณะทม่ี องเห็น ได้แก่ 1.1) วฒั นธรรมทางวตั ถุ คือ เครื่องมือ เคร่ืองใช้ ทมี่ นุษย์ใช้ใน ชีวติ ประจาวนั เพื่อความสุขทางกาย อนั ได้แก่ ยานพาหนะ ท่อี ยู่อาศัย ตลอดจนเครื่องป้องกนั ตวั ให้รอดพ้นจาก อนั ตรายท้งั ปวง 1.2) วฒั นธรรมทางจติ ใจ เป็ นเรื่องเกยี่ วกบั เคร่ืองยดึ เหนี่ยว จิตใจของมนุษย์ เพ่ือให้เกดิ ปัญญาและมจี ิตใจท่ีงดงาม อนั ได้แก่ ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม คติธรรม ตลอดจนศิลปะ วรรณคดี และระเบยี บแบบแผนของ ขนบธรรมเนียมประเพณี
ประเภทของวฒั นธรรม 2. แบ่งตามเนื้อหาของวฒั นธรรม ได้แก่ 2.1) คตธิ รรม คือ ความเชื่อ ค่านิยม ในการดารงชีวติ เช่น ความมวี นิ ัย กล้าหาญ รักชาติ ซื่อสัตย์สุจริต ขยนั หม่ันเพยี ร ฯลฯ 2.2) เนติธรรม คือ กฎหมาย กฎเกณฑ์ ระเบยี บต่าง ๆ เช่น ประเพณเี กยี่ วกบั การเกดิ การหม้นั การแต่งงาน การปลกู บ้านและการตาย 2.3) วตั ถุธรรม คือ ส่ิงประดิษฐ์ต่าง ๆ เช่น บ้าน การแต่งกาย 2.4) สหธรรม คือ มารยาทที่ควรปฏบิ ตั ิต่อกนั ในสังคม
วฒั นธรรมทางวตั ถุ วฒั นธรรมทางด้านจติ ใจ (ไม่ใช่วตั ถุ)
คติธรรม ตวั อย่างของ สหธรรม (ความมีระเบยี บวนิ ัย/ซ่ือสัตย์) วฒั นธรรม (มารยาท/การแสดงความเคารพ) เนตธิ รรม วตั ถุธรรม (ประเพณีการเกดิ /การแต่งงาน) (ส่ิงประดษิ ฐ์)
ประเภทของวฒั นธรรม 3. แบ่งตามสาขาวทิ ยาการ เมื่อปี พ.ศ. 2522 สานักงานคณะกรรมการ วฒั นธรรมแห่งชาติ แบ่งวฒั นธรรมออกเป็ น 5 ประเภท คือ 3.1) วฒั นธรรมด้านศิลปะ ได้แก่ ภาษา ดนตรี วรรณคดี ฟ้อนรา ละคร วจิ ิตรศิลป์ ประตมิ ากรรม 3.2) วฒั นธรรมด้านมนุษยศาสตร์ ได้แก่ ขนบธรรมเนียม ประเพณี คุณธรรม ศีลธรรม ศาสนา ปรัชญา โบราณคดี มารยาทในสังคม การปกครอง กฎหมาย 3.3) วฒั นธรรมด้านการช่างฝี มือ ได้แก่ การเยบ็ ปักถักร้อย การแกะสลกั ทอ ผ้า จักสาน เครื่องเงนิ เคร่ืองทอง การจดั ดอกไม้ ตุ๊กตา เคร่ืองป้ันดนิ เผา 3.4) วฒั นธรรมกฬี าและนันทนาการ ได้แก่ มวยไทย ฟันดาบ กระบี่ กระบอง
การเปลยี่ นแปลงทางวฒั นธรรม วฒั นธรรมมกี ารเปลย่ี นแปลงอยู่ตลอดเวลา ท้งั นีเ้ พราะ วฒั นธรรมเป็ นวถิ ีชีวติ หรือการการดาเนินชีวติ ของมนุษย์ทม่ี ี ความคดิ พฤตกิ รรม ท่ีมกี ารเปลย่ี นแปลงเคลื่อนไหวตลอด ส่งผลให้วฒั นธรรมไม่หยุดน่ิง ท้งั นีอ้ าจมสี าเหตุการเปลยี่ นแปลง ทางวฒั นธรรม ดงั นี้
การเปลยี่ นแปลงทางวัฒนธรรม 1. การประดิษฐค์ ิดคน้ ส่ิงใหม่ ๆ ความตอ้ งการที่ไม่มีท่ีสิ้นสุด ของมนุษย์ ทาใหม้ นุษยค์ ิดประดิษฐส์ ิ่งต่าง ๆ ข้ึนมาเพ่ือสนองตอบ ความตอ้ งการและอานวยความสะดวกใหแ้ ก่ตนเอง 2. การยมื วฒั นธรรมอื่น เป็นการนาวฒั นธรรมของสงั คมอ่ืน มาใชใ้ นระยะแรก เรียกวา่ การยมื แต่เม่ือเวลานานผา่ นไป กก็ ลายเป็น การรับวฒั นธรรมอื่น ทาใหเ้ กิดเป็นวฒั นธรรมใหม่ ๆ ข้ึน 3./..
การเปลยี่ นแปลงทางวฒั นธรรม 3. การแพร่กระจาย เป็ นการกระจายวฒั นธรรมจากสังคม หนึ่งไปยงั อกี สังคมหน่ึง โดยผ่านตัวแทนต่าง ๆ เช่น การศึกษา ศาสนา การค้า ส่ือมวลชน เป็ นต้น การแพร่กระจายทางวฒั นธรรมมีอทิ ธิพลต่อ การเปลย่ี นแปลงวฒั นธรรมในปัจจุบัน 4. การผสมผสานทางวฒั นธรรม เป็ นวธิ ีการรับวฒั นธรรมอ่ืน มาปฏบิ ตั ิ การผสมผสานทางวฒั นธรรมจะเกดิ ขึน้ ได้งายเมื่อวัฒนธรรม ท้งั สองมคี วามคล้ายคลงึ กนั รวมถึงทศั นคติที่ดขี องคนท่ีมีต่อวัฒนธรรม ใหม่ด้วย
ทมี่ าของข้อมูล http://www.baanjomyut.com/library/thai_culture3/06.html
Search
Read the Text Version
- 1 - 28
Pages: