Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แนวทางการพัฒนาตนเป็นพลเมืองดีของประเทศชาติ และสังคมโลก

แนวทางการพัฒนาตนเป็นพลเมืองดีของประเทศชาติ และสังคมโลก

Published by soontornwongchalard, 2020-08-13 01:39:00

Description: แนวทางการพัฒนาตนเป็นพลเมืองดีของประเทศชาติ และสังคมโลก

Search

Read the Text Version

1 แนวทางการพัฒนาตนเปน็ พลเมืองดีของ ประเทศชาติ และสังคมโลก ครูผ้สู อน นายสนุ ทร วงษฉ์ ลาด ตำแหนง่ ครู โรงเรยี นมัธยมศรสี ำเภาลนู อำเภอบวั เชด จงั หวดั สรุ นิ ทร์ สำนกั งานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษามัธยมศกึ ษาเขต ๓๓

2 แนวทางการพฒั นาตนเป็นพลเมืองดขี อง ประเทศชาติ และสงั คมโลก ถา้ บุคคลตระหนักถึงคุณลกั ษณะของการเปน้ พลเมอื งดีตอ่ ประเทศชาติและสงั คมโลกท้งั 7 ประการดังกล่าวแล้ว กส็ มควรจะพฒั นา ตนเองให้มีคณุ คุณลักษณะดงั กล่าวด้วย เพอ่ื ทจี่ ะไดเ้ ป็นสมาชิกทีด่ ขี อง ครอบครัว โรงเรยี น และชมุ ชน ซ่งึ แนวทางการพัฒนาตนเป็นพลเมือง ดี มีดงั นี้ 3.1 การเป็นสมาชิกท่ีดีของครอบครัว ในครอบครวั จะประกอบดว้ ยสมาชกิ ทส่ี ำคญั ได้แก่ พอ่ แม่ และ ลูก ในบางครอบครัวคนอนื่ ๆ รว่ มอยูด่ ้วย เชน่ ปู่ ยา่ ตา ยาย เมอื่ เราอยู่รว่ มกนั ในครอบครวั สมาชกิ ทุกคนต่างกม็ บี ทบาทและหน้าทที่ ี่ จะต้องปฏิบัติ เช่น หนา้ ทข่ี องพ่อแม่ทม่ี ตี ่อลกู - หารายไดม้ าเลี้ยงครอบครัว - อบรมส่งั สอน - ใหก้ ารศึกษาแก่ลูก - อน่ื ๆ หนา้ ท่ขี องลูกท่ีมีต่อพ่อแม่ - ชว่ ยแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ - ต้งั ใจศึกษาเลา่ เรียน - เคารพเชือ่ ฟังพ่อแม่ - อ่นื ๆ

3 นอกจากการปฏบิ ัตติ ามบทบาทหน้าทใี่ นฐานะของสมาชิกที่ดีของ ครอบครวั แล้ว ทุกคนควรปฏบิ ตั ิตามข้อตกลงของครอบครัว และมี ความสมั พนั ธท์ ีด่ ีต่อกัน เพ่ือใหอ้ ย่รู ว่ มกันในครอบครัวอย่างมีความสขุ 3.2 การเปน็ สมาชกิ ทด่ี ีของโรงเรียน เมือ่ เราอยูใ่ นโรงเรียน เราทุกคนมีหนา้ ที่ที่ต้องปฏิบตั ิตอ่ โรงเรียน เพราะโรงเรยี นเปน็ สถานทท่ี ใ่ี ห้ความรู้ ซ่ึงเราต้องอยรู่ ่วมกบั คน อ่ืน ๆ อกี มากมาย ดงั นนั้ เราจงึ จำเป็นต้องปฏิบตั ติ ามกฎระเบียบของ ห้องเรยี นและโรงเรียน เพื่อที่จะได้อยูร่ ว่ มกันอย่างมคี วามสุข และเกดิ ความเปน็ ระเบียบเรยี บรอ้ ย เชน่ - เม่อื มาโรงเรียน เราตอ้ งปฏบิ ตั ติ ามกฏระเบียบของ โรงเรียน เชน่ แต่งกายใหถ้ กู ตอ้ งตามระเบยี บ มาใหท้ นั เข้าแถวเคารพธง ชาตใิ นตอนเช้า - เมอ่ื อยใู่ นโรงเรียน เราต้องชว่ ยกนั รักษาความสะอาดใน หอ้ งเรียน และในบริเวณต่าง ๆ ของโรงเรียน ทิ้งขยะลงในถังขยะท่ี โรงเรยี นจัดให้ - ใหค้ วามเคารพเช่ือฟงั ครูอาจารย์ ต้งั ใจเรียน หนงั สอื รวมทงั้ ทำงานต่าง ๆ ทค่ี รมู อบหมายด้วยความต้ังใจและเอาใจใส่ นอกจากน้ี เราควรปฏิบัติตนใหเ้ ป็นสมาชกิ ท่ีดีของหอ้ งเรียนและ โรงรยี น เชน่ - ปฏิบัตใิ นการเปน็ ผูน้ ำและผตู้ ามที่ดี ตอ้ งรวู้ ่าเม่ือเราเปน็ ผ้นู ำในการทำกจิ กรรมต่าง ๆ ควรปฏบิ ัติตนอยา่ งไร และเมื่อเป็นผตู้ าม ควรปฏิบัติตนอยา่ งไร - รู้จักแสดงความคิดเห็นตามสิทธิของตนเอง รวมทง้ั รุ้จักรับ ฟงั ความคดิ เหน็ ของผู้อืน่ และเคารพข้อตกลงของคนสว่ นใหญ่

4 - ถา้ เกดิ ข้อขัดแยง้ กัน ใหแ้ ก้ปัญหาด้วยหลกั เหตุผล ไม่ใช้ อารมณ์หรือพละกำลงั ในการแก้ปัญหา เพราะไมใ่ ชว่ ธิ แี กป้ ัญหาที่ ถกู ต้อง แตก่ ลับจะทำให้เกดิ ปญั หาอน่ื ๆ ตามมา - ในการแข่งขันทำกจิ กรรมต่าง ๆ ของโรงเรียน เช่น การ แขง่ กีฬา การประกวดในด้านต่าง ๆ ตอ้ งฝึกฝนตนเองใหเ้ ป็นผ้รู ู้จกั แพ้ ชนะ และให้อภยั รวมท้ังยอมรับในคำตัดสินของคณะกรรมการ 3.3 การเป็นสมาชิกท่ดี ขี องชุมชน การปฏิบตั ิตนในฐานะตนในฐานะสมาชิกของชมุ ชน สามารถทำ ไดห้ ลายวธิ ี ซงึ่ ในวัยของนักเรียนควรปฏิบตั ิ ดังนี้ 1. ปฏบิ ตั ติ นตามกฎระเบยี บของชมุ ชน เช่น ปฏิบัติตามกฎ จราจร โดยข้ามถนนตรงทางม้าลาย หรือสะพานลอย ไม่วง่ิ ขา้ มถนนตดั หน้ารถ ไม่ทง้ิ ขยะลงในทีส่ าธารณะ ไมท่ ำลายส่งิ ของทีเ่ ป็นของ สาธารณะ และทรัพย์สนิ สว่ นตวั ของผอู้ น่ื ใหไ้ ดร้ บั ความเสยี หายเพราะ ความสนุกสนานของตนเอง 2. เข้าร่วมกจิ กรรมของชมุ ชน เพื่อชว่ ยรกั ษาและเผยแพร่ วัฒนธรรมประเพณีของชมุ ชนไว้ ในแตล่ ะชมุ ชนจะมีขนบธรรมเนยี ม ประเพณีทีป่ ฏบิ ัตสิ บื ทอดกันมา เช่น ประเพณีการทำบุญเมื่อถึงวันสำคัญ ทางศาสนา ประเพณวี นั สงกรานต์ ประเพณีวันลอยกระทง 3. บำเพญ็ ประโยชน์ต่อชุมชน เชน่ ชว่ ยเกบ็ เศษขยะท่ีพบ เหน็ ในบรเิ วณตา่ ง ๆ ช่วยดแู ลตน้ ไม้ ดอกไม้ในสวนสาธารณะของชมุ ชน 4. รว่ มกนั อนรุ กั ษท์ รพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ้ มใน ชุมชน โดยให้ทุกคนในชมุ ชนมีจิตสำนกึ ในการรักษา ส่งิ แวดล้อม เช่น ชุมชนท่ีมปี า่ ชายเลน ควรจะร่วมใจกนั อนุรักษป์ ่าชาย

5 เลน เพ่ือให้เป็นที่อยู่ของสตั ว์ตา่ ง ๆ รวมทัง้ ยงั เป็นแหล่งหลบภยั ของลกู สัตวน์ ำ้ อีกด้วย ชุมชนท่ีอยูต่ ดิ ชายทะเล ควรรว่ มใจกันรกั ษาความสะอาดของ ชายหาด เพอ่ื ใหเ้ ปน็ แหล่งท่องเท่ียวทยี่ ั่งยืนของชุมชน การอนรุ ักษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อมในชุมชนควร เปน็ ความรว่ มมือกนั หลายฝ่ายระหว่างบ้าน โรงเรยี น และชุมชน 3.4 การเปน็ สมาชกิ ทดี่ ขี องประเทศชาติและสังคมโลก 1. เคารพกฎหมายและปฎิบตั ิตามกฎระเบยี บ ข้อบังคบั ของสงั คม เมอ่ื พลเมอื งทุกคนปฎิบตั ิตามกฎระเบียบ ข้อบังคับของสงั คม และ บทบญั ญตั ขิ องกฎหมาย เช่น ไม่ล่วงละเมดิ สิทธิของผ้ะู อ่นื หรือไม่กระทำ ความผิดตามที่กฎหมายกำหนดกจ็ ะทำให้รัฐไม่ต้องเสียงบประมาณในการ ปอ้ งกนั ปราบปรามและจบั กุมผู้ทีก่ ระทำความผดิ มาลงโทษ นอกจากน้ียงั ทำใหส้ งั คมมคี วามเปน็ ระเบียบสงบสุขทกุ คนอยูร่ ว่ มกนั อยา่ ง สมานฉนั ท์ ไมห่ วาดระแวงคิดรา้ ยต่อกนั 2.เปน็ ผมู้ เี หตุผล และรบั ฟังความคิดเหน็ ของผู้อ่นื ทกุ คนย่อมมีอิสระเสรีภาพในการแลกเปลีย่ นความคิดเหน็ ระหว่างกนั ซง่ึ การรจู้ ักการใชเ้ หตผุ ลในการดำเนนิ งาน จะทำใหช้ ่วยประสาน ความสมั พนั ธ์ ทำให้เกดิ ความเขา้ ใจอนั ดงี ามต่อกัน 3.ยอมรับมตขิ องเสยี งส่วนใหญ่ เม่ือมีความขัดแยง้ กนั ในการดำเนนิ กิจกรรมอนั เกิดจากความคดิ เหน็ ที่ แตกต่างกนั และจำเป็นต้องตดั สนิ ปัญหาด้วยการใชเ้ สยี งข้างมากเขา้ ช่วย และมตสิ ่วนใหญ่ตกลงว่าอย่างไร ถึงแม้ว่าจะไม่ตรงกับความคดิ ของเรา เราก็ต้องปฎบิ ัติตาม เพราะเป็นมตขิ องเสียงส่วนใหญน่ ้ัน 4.เป็นผ้นู ำมีน้ำใจประชาธปิ ไตย และเหน็ แกป่ ระโยชน์สว่ นรวม

6 ผู้ที่มคี วามเป็นประชาธิปไตยน้นั จะตอ้ งมคี วามเสียสละ ในเรอื่ งที่จำเปน็ เพือ่ ผลประโยชน์ของสว่ นรวมและรกั ษาไวซ้ ง่ึ สงั คมประชาธปิ ไตย เป็นการ ส่งผลต่อความมนั่ คง และความกา้ วหนา้ ขององค์กร ซ่งึ สดุ ท้ายแลว้ ผลประโยชนด์ งั กลา่ วกย็ ้อนกลับมาสสู่ มาชิกของสังคม เช่นการไปใชส้ ทิ ธ์ิ เลอื กตัง้ ถงึ แม้ว่าเราจะมีอาชีพบางอยา่ งท่ีมรี ายได้ตลอดเวลา เช่นคา้ ขาย แตก่ ็ยอมเสยี เวลาคา้ ขายเพื่อไปลงสทิ ธเ์ิ ลอื กต้งั บางครั้งเราตอ้ งมีนำ้ ใจ ชว่ ยเหลือกิจกรรมส่วนรว่ ม เช่น การสมัครเปน็ กรรมการเลือกต้งั หรือ สมาคมบำเพญ็ ประโยชนส์ ่วนรวม เปน็ ตน้ 5.เคารพในสิทธเิ สรภี าพของผู้อืน่ ควรรูจกั เคารพในสิทธเิ สรีภาพของผอู้ ืน่ เชน่ บคุ คลมีเสรภี าพในการแสดง ความคดิ เหน็ การพูด แตต่ ้องไม่เป็นการพูดแสดงความคดิ เหน็ ที่ใส่รา้ ย ผู้อืน่ ให้เสยี หาย 6.มีความรับผิดชอบตอ่ ตนเอง สังคม ชุมชน ประเทศชาติ ในการอยรู่ ว่ มกันในสงั คม ยอ่ มต้องมีการทำงานเป็นหมู่คณะ จึงตอ้ งมีการ แบ่งหนา้ ทีค่ วามรับผิดชอบในงานน้นั ๆให้สมาชกิ แต่ละคนนำไป ปฎิบัตติ ามท่ีไดร้ บั หมอบหมายไว้อย่างเต็มท่ี 7.มีส่วนรว่ มในกจิ กรรมการเมอื ง การปกครอง ในสังคมประชาธปิ ระไตยนัน้ สมาชกิ ทุกคนต้องมีสว่ นรว่ มในกิจกรรม การเมืองการปกครอง เช่น การเลอื กต้งั เป็นต้น 8.มสี ว่ นรว่ มในการปอ้ งกัน แกไ้ ขปัญหาเศษฐกจิ สงั คม การเมืองการ ปกครอง ชว่ ยสอดสอ่ งพฤตกิ รรมม่ัวสมุ ของเยาวชนในสถานบันเทิงต่าง ไมห่ ลงเช่ือ ข่าวลือคำกล่าวรา้ ยโจมตี ไมม่ องผ้ทู ไี่ ม่เหน็ ดว้ ยกับเราเป็นศัตรู รวมถงึ สง เสรมิ สนบั สนุนการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งตา่ งๆด้วยสันติวิธี 9. มคี ุณธรรม จริยธรรม และปฎบิ ตั ิตนตามหลักธรรม

7 ทุกคนควรมศี ีลธรรมไวเ้ ปน็ หลักในการควบคมุ พฤติกรรมของบคุ ลให้ ดำเนนิ ไปอย่างเหมาะสม ถึงแม้จะไมม่ บี ทลงโทษใดๆก็ตาม การมีสว่ นรว่ มในการเมืองการปกครอง การมีสว่ นรว่ มในกจิ กรรมทางการเมืองการปกครองในระบบ ประชาธปิ ไตย ประชาชนสามารถมีส่วนรว่ มได้ ดังนี้ 1. การใชส้ ิทธิในกรเลือกตั้งระดบั ตา่ งๆ เมอ่ื อายุครบ 18 ปีบริบรู ณ์ ทุคนต้องไปใชส้ ิทธเิ ลอื กตั้งท้งั ใน ระดบั ประเทศ เช่นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎร การเลือกตัง้ สมาชิกวุฒสิ ภา และการเลอื กตัง้ ระดับท้องถนิ่ เช่น การเลอื กต้งั ผูว้ ่า กรุงเทพมหานคร การเลือกตั้งสมาชกิ องค์กรสว่ นท้องถ่นิ เปน็ ตน้ เพอ่ื เลือกตัวแทนไปทำหน้าทบ่ี ริหารประเทศหรือท้องถิน่ ทวั่ ไป 2. การมสี ่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้อำนาจรฐั ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยนัน้ ประชาชนทกุ คนลว้ นมีส่วนร่วมมือ กันสอดสอ่ งดแู ลการบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ ของรฐั บาลหรอื ตรวจสอบการ ทำงานของเจ้าหนา้ ท่ใี นองค์กรตา่ งๆ เพื่อไมใ่ ห้อำนาจไปในทางที่ไม่ถูกตอ้ ง 3. การเปน็ แกนนำปลกุ จิตสำนึกใหแ้ ก่ผู้อืน่ ในการร่วมกจิ กรรมทางการ เมืองการปกครอง ได้แก่การใชส้ ิทธเิ ลือกตั้งและการมีสว่ นร่วมในการตรวจสอบอำนาจของ รัฐ โดยการเปน็ แกนนำนน้ั สามารถปฎบิ ตั ไิ ด้หลายอยา่ ง เชน่ ประกาศ โฆษณาประชาสมั พนั ธ์ การเข้าไปชแ้ี จงเปน็ รายบุคคลการจัดให้มกี าร ประชมุ เพ่ือแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นทีม่ ีผลกระทบต่อสังคม