Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หน่วย 4 การตอบสนองของพืช

หน่วย 4 การตอบสนองของพืช

Published by mamablueeuro, 2020-04-02 01:38:40

Description: หน่วย 4 การตอบสนองของพืช

Search

Read the Text Version

4หนว่ ยการเรียนรู้ที่ การตอบสนองของพืช ผลการเรียนรู้ • สบื คน้ ข้อมูล อธบิ ายบทบาทและหนา้ ที่ของออกซิน ไซโทไคนิน จิบเบอเรลลนิ เอทิลีน และกรดแอบไซซิก และอภิปรายเกี่ยวกับการนาไปใชป้ ระโยชนท์ างการเกษตร • สืบคน้ ข้อมูล ทดลอง และอภิปรายเกย่ี วกับสิ่งเร้าภายนอกทมี่ ีผลต่อการเจรญิ เตบิ โตของพชื

0 1 การตอบสนองของพืชต่อสารเคมี ความเขม้ ขน้ ของออกซินทมี่ ีผลตอ่ ราก ตา และลาตน้ ออกซนิ (auxins) เป็นฮอรโ์ มนพชื ทช่ี ว่ ยเพิม่ ขนาดและความยาวของเซลล์ เปอ ์รเ ็ซนต์การเจ ิรญเติบโต ลาตน้ การเจริญของลาตน้ และราก การขยายขนาดของใบและผล แหลง่ สรา้ งของออกซิน สร้างจากเน้ือเยอื่ เจรญิ บรเิ วณปลายยอดออ่ น ของต้นกล้าและใบออ่ น แล้วแพรก่ ระจายจากยอดผา่ นมัดทอ่ ลาเลยี งไป ยังส่วนตา่ ง ๆ ของพชื ราก ตา -100 ความเข้มขน้ ของออกซิน (ppm) ความเข้มข้นของออกซินสูง ความเขม้ ขน้ ของออกซนิ ต่า

0 2 การตอบสนองของพืชตอ่ สารเคมี ไซโทไคนนิ (cytokinins) เปน็ ฮอรโ์ มนพชื ท่ีกระต้นุ การแบง่ เซลล์ การเปลีย่ นแปลงรูปรา่ งของเซลล์ และเก่ียวข้องกับกระบวนการทาง สรรี วิทยา ไซโทไคนนิ มีผลตอ่ การเจริญเติบโตของพืชในดา้ นอน่ื ๆ เชน่ ทาใหเ้ มล็ดงอกได้เร็วข้นึ , ควบคุมการเปิดปิดของปากใบ, เรง่ การเจริญของราก, ชะลอความแก่ของพืช แหลง่ สร้างของไซโทไคนิน แหลง่ สรา้ งหลกั อยู่ท่บี ริเวณเน้ือเย่ือเจรญิ ปลายราก ความเขม้ ขน้ ของออกซนิ และไซโทไคนินท่ีมผี ลต่อการเปลยี่ นแปลงเนือ้ เยอื่ พืช ออกซนิ เนื้อเยอื่ พืช เกดิ แคลลัส เกดิ ยอด เกดิ ราก ไซโทไคนนิ 0 mg/l 2 mg/l 0.02 mg/l 2 mg/l 0.2 mg/l 0.2 mg/l 0.02 mg/l 1 mg/l

0 3 การตอบสนองของพชื ตอ่ สารเคมี จบิ เบอเรลลิน (gibberellin) เปน็ ฮอร์โมนพชื ทคี่ วบคุมการเจริญเตบิ โตบริเวณขอ้ และมีอทิ ธพิ ลต่อพฒั นาการของพืช รวมท้งั การยดื ของข้อ การงอก การพกั ตัว การออกดอก การแสดงเพศ การชกั นาการสร้างเอนไซม์ แหล่งสรา้ งของจิบเบอเรลลิน พบไดใ้ นเมลด็ ขณะที่พัฒนาปลายยอด ปลายรากอบั เรณู ผล พชื ปกติ เชอื้ รา Gibberella fujikuroi พชื ทไ่ี ดร้ ับจบิ เบอเรลลนิ มากกว่าปกติ

0 4 การตอบสนองของพืชต่อสารเคมี เอทิลีน (ethylene) เป็นฮอรโ์ มนพชื ท่ีอยใู่ นสถานะแก๊ส ผลไม้ใกล้สกุ จะมีแกส๊ เอทิลีนปริมาณมาก และกระตุ้นผลไม้ที่อยใู่ กล้ ๆ ใหส้ ุกไดเ้ ร็วข้ึน ช่วยกระตนุ้ การรว่ งของใบ กระตนุ้ การเกดิ รากฝอยและรากแขนง แหล่งสร้างของเอทลิ ีน ไดแ้ ก่ ดอก ใบ ลาต้น ราก หวั เมล็ด เอทิลีนมีปรมิ าณน้อย เอทิลนี มปี รมิ าณมาก

0 5 การตอบสนองของพืชตอ่ สารเคมี กรดแอบไซซิก (abscisic acid; ABA) เกย่ี วขอ้ งกบั การเจริญเติบโตและการพัฒนาของพืช ทาหนา้ ทเ่ี ป็นสญั ญาณเตอื นว่าพชื เขา้ สูก่ าร เสื่อมตามอายุ กรดแอบไซซิกมบี ทบาทในการทาให้พชื ดารงชวี ิตภายใต้สภาพแวดล้อมทไี่ ม่เหมาะสม เช่น ทาใหป้ ากใบปดิ เมื่ออย่ใู น สภาวะขาดนา้ ทาให้ปากใบปิด ทาใหพ้ ชื ทนต่อสภาวะเค็มได้ ABA จะทาให้โพแทสเซยี มไอออน (K+) กรดแอบไซซิกชว่ ยกระตนุ้ ใหม้ กี าร เคลื่อนท่ีออกจากเซลลค์ มุ ทาให้ปากใบปิด สร้างโปรตีนพเิ ศษ (ออสโมติน) เพ่ือป้องกันไมใ่ ห้นา้ ระเหยออกจากพชื

0 1 การตอบสนองของพืชตอ่ สิ่งแวดล้อม การเคล่ือนไหวแบบทรอปิกหรือการเบน เป็นการตอบสนองของพืชต่อส่งิ เรา้ ภายนอกทมี่ ีทศิ ทางสมั พันธก์ ับส่งิ เรา้ ส่งผลใหพ้ ืชเข้าหา หรือเบนออกจากสิ่งเรา้ การเคล่อื นไหวทต่ี อบสนอง การเคล่ือนไหวทตี่ อบสนองต่อสารเคมี ต่อแรงโน้มถว่ ง น้าและธาตุอาหาร เม่อื เรณตู กลงบนยอดเกสรเพศเมีย รังไขจ่ ะผลติ รากพืชเจริญเขา้ หาแรงโน้มถว่ งของโลก โปรตนี LURE เปน็ ส่งิ เร้ามากระตนุ้ ใหเ้ รณงู อก น้าหรอื ความช้ืน และบรเิ วณท่มี ีธาตุอาหาร หลอดเรณูเขา้ ไปในรังไข่ได้ การเคล่ือนไหวทต่ี อบสนองตอ่ แสง ออกซนิ ทบ่ี ริเวณปลายยอดเคลื่อนทหี่ นีแสง สง่ ผลใหเ้ ซลลบ์ รเิ วณทไ่ี ม่ได้รบั แสงยืดยาวกว่า ปลายยอดพืชจงึ โคง้ หาแสง

0 2 การตอบสนองของพืชต่อส่ิงแวดล้อม การตอบสนองตอ่ การสัมผัสสง่ิ เรา้ เปน็ การตอบสนองของพืชบางชนดิ ที่มีการสัมผสั กบั สิ่งเร้าเป็นตัวกาหนดการเคลอ่ื นไหวของพืช เช่น ต้นองนุ่ ตน้ ตาลึง พชื ตระกูลแตง มือเกาะ (tendril) เซลล์ภายในมอื เกาะ ดา้ นทสี่ มั ผัสกบั วตั ถจุ ะหยดุ การขยายขนาด ดา้ นทไี่ มไ่ ด้สมั ผัสกบั วตั ถจุ ะเจรญิ ขยายขนาด ทาใหม้ ือเกาะมว้ นเปน็ วงรอบวัตถุ เพอ่ื ค้าจนุ ยึดเกาะกับวัตถุอ่นื เพ่อื พยุงลาตน้

0 3 การตอบสนองของพชื ตอ่ สิ่งแวดล้อม การเคลอ่ื นไหวแบบแนสติก (nastic movement) เปน็ การเคลอื่ นไหวทม่ี ที ศิ ทางไมส่ มั พนั ธก์ บั สงิ่ เรา้ สง่ ผลใหส้ ่วนตา่ ง ๆ ของพชื เจริญไม่เทา่ กนั การหุบและกางของต้นไมยราบ เมือ่ สมั ผัสกับใบ ทาใหก้ ลมุ่ เซลล์ทอ่ี ยบู่ รเิ วณโคนใบ เมื่อเวลาผา่ นไป นา้ จะออสโมซสิ กลบั เขา้ สู่เซลล์พลั ไวนสั (กลมุ่ เซลลพ์ ลั ไวนสั ) ทาให้ความเต่งของเซลล์ลดลง ทาใหค้ วามเต่งของเซลล์เพิ่มขน้ึ ใบจงึ กางออก ส่งผลใหใ้ บหบุ กลุ่มเซลล์พลั ไวนัสสญู เสียนา้ ใบจึงหบุ น้าจากเซลล์ขา้ งเคยี งออสโมซสิ เขา้ กลมุ่ เซลลพ์ ัลไวนัส ใบจงึ กางออก

0 4 การตอบสนองของพืชตอ่ สิง่ แวดล้อม การเคลอื่ นไหวแบบอัตโนมตั ิ แบ่งออกเปน็ 2 ประเภท 1 การเคลื่อนไหวแบบส่ายหรอื นูเทชันมฟู เมนต์ 2 การเคล่ือนไหวแบบบิดเปน็ เกลยี ว เป็นการเคลือ่ นไหวท่ีเกดิ เฉพาะสว่ นยอดของพืช เปน็ การเคลือ่ นไหวทปี่ ลายยอดค่อย ๆ บดิ เปน็ เกลยี วขึ้นไป เนื่องจากเนอ้ื เยอ่ื ทงั้ สองดา้ นของยอดเจรญิ ไม่เท่ากนั เมอื่ พชื เจรญิ เติบโตขนึ้ เน่ืองจากเซลลบ์ ริเวณลาตน้ ทั้งสองด้าน ทาใหย้ อดพืชโยกไปมา เจริญเตบิ โตไมเ่ ทา่ กนั ทาให้ลาตน้ บดิ เป็นเกลยี วพนั รอบขึน้ ไป


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook