วชิ าภาษาไทย ม.ปลาย อาจารยวรธน อนันตวงษ
ระดบั มธั ยมปลาย สาระการอ่าน สาระการเขยี น สาระการฟัง การดู การพูด สาระหลกั การใช้ภาษาไทย สาระวรรณคดแี ละวรรณกรรม 1
สาระการอ่าน 1. “ความสุขแมจ้ ะอยกู่ บั เราไม่นาน แต่ความทรงจาํ ที?ดีจะอยกู่ บั เราตลอดไป อยากมีความทรงจาํ ดี กจ็ งใหส้ ิ?งดีๆ กบั ผอู้ ?ืน” ขอ้ คิดดีๆ จากละครทรงธรรม จากขอ้ ความขา้ งตน้ สะทอ้ นความรู้สึกของผเู้ ขียนตามขอ้ ใด 1. ความสุข 2. ความรัก 3. ความทรงจาํ 4. คิดดีทาํ ดีจะทาํ ใหม้ ีความสุข 2. วนั นOี “ทอ้ ” ไม่เป็นไรขอ “ใจสู”้ “พรุ่งนOี” ยงั มีอยใู่ ห้ “แกไ้ ข” มีความหลงั เป็นบทเรียน ใชส้ อนใจ “อนาคต” วนั ขา้ งหนา้ เป็นอยา่ งไร อยทู่ ี?เรา จากบทความขา้ งตน้ ผเู้ ขียนเขียนบทความนOีดว้ ยความรู้สึกอยา่ งไร 1. เพ?ือสอนใจ 2. เพ?ือเตือนตวั เอง 3. เพ?ือสร้างกาํ ลงั ใจ 4. เพ?ือแกไ้ ขสิ?งท?ีผดิ 3. “การอ่านหนงั สือและส?ือสารสนเทศเป็นเครื?องมือสาํ คญั อยา่ งยงิ? ในการแสวงหาความรู้ เพ?ือพฒั นาตนเอง ใหเ้ ป็นคนฉลาดรอบรู้ ทนั โลก ทนั เหตุการณ์และสามารถปรับตวั ใหเ้ ขา้ กบั สิ?งแวดลอ้ ม ไดเ้ ป็นอยา่ งดี การอ่านการเสริมสร้างสติปัญญา ความรู้ความคิดใหก้ วา้ งขวาง เป็นรากฐานของการศึกษาหาความรู้ทุก แขนง...ทุกคนไม่อาจอ่านหนงั สือและสื?อสารสนเทศทOงั หมดได้ แมว้ า่ จะมีความสามารถและมีเวลา เพียงใดกต็ าม จึงตอ้ งรู้จกั เลือกหนงั สือและสื?อสารสนเทศ” จากเนOือหาขา้ งตน้ ผพู้ ดู กล่าวถึงเรื?องใดเป็นสาํ คญั 1. คุณค่าของการอ่านหนงั สือและสื?อสารสนเทศ 2. ประโยชนข์ องหนงั สือและสื?อสารสนเทศ 3. การเสริมสร้างนิสยั รักการอ่าน 4. การเลือกอ่านหนงั สือ อ่านข้อความต่อไปนีแE ละตอบคาํ ถามข้อ 4 – 5 แพทยส์ มาคมอเมริกนั และระหวา่ งประเทศไดน้ าํ เสนองานวจิ ยั เร?ือง ฟัน เปิ ดเผยวา่ คนทว?ั ไปมกั ไม่เคยสนใจเม?ือฟันหกั หรือหลุด ทOงั ๆ ท?ีการรักษาสุขภาพปากและฟัน มีความสาํ คญั กบั สุขภาพในระยะ ยาว การสูญเสียฟันอาจทาํ ใหป้ ัญญาเสื?อมและสมองเสื?อมในผใู้ หญ่ได้ รายงานวจิ ยั ไดค้ น้ พบวา่ ผใู้ ดท?ีปล่อยใหส้ ูญเสียฟันไปไม่นอ้ ยกวา่ 1 ใน 4 จะเส?ียงกบั อาการสมอง เส?ือมสูงกวา่ คนอ?ืน 4. จากขอ้ ความขา้ งตน้ ขอ้ ใดสรุปความไดต้ รงท?ีสุด 1. ผลกระทบของสุขภาพปากและฟัน 2. การรักษาสุขภาพฟัน 3. สมองเสื?อมในผใู้ หญ่ 4. การรักษาสุขภาพปาก 2
5. “ขออยา่ ยอมแพ้ อยา่ อ่อนแอแมจ้ ะแพพ้ า่ ย 2. อยา่ ยอมแพ้ จงลุกขOึนสูไ้ ป จุดหมายไม่ไกลเกินรอ” 4. สูไ้ ปสู่จุดหมาย ใจความสาํ คญั ของขอ้ ความนOีตรงกบั ขอ้ ใด 1. จงลุกขOึนสู้ 3. อยา่ อ่อนแอ สาระการเขยี น 1. ขอ้ ใดมีคาํ ท?ีสะกดไดถ้ ูกตอ้ งทุกคาํ 1. ลาดหนา้ 1 กระเพราไข่ดาว 1 2. ขา้ วเหนียวเปี ยก ถา้ เติมกะทิราดลงไปสกั ชอ้ นจะอร่อย 3. กะเพาะปลาท?ีเยาวะราชอร่อยมากใส่เนOือปูเป็นปOัน ๆ 4. ขา้ วตม้ ปลากะพงเป็นของชอบใส่ขOึนไช่ลงไปช่วยดบั กลิ?นคาว 2. ขอ้ ใดใชเ้ ครื?องหมายวรรคตอนไดถ้ ูกตอ้ ง 1. เม?ือวานทาํ บุญบา้ น มีคนเอาขนมใหม้ ากมายทOงั ทองหยอด ทองหยบิ ฝอยทอง ทองเอก ฯลฯ 2. ‘มทั นะพาธา’ แปลวา่ ความบาดเจบ็ จากความรัก 3. เงาะ, มงั คุด, และสม้ เป็นผลไมท้ ?ีฉนั ชอบมาก 4. เขาชอบไปในท?ีๆ คนไม่ชอบไป 3. ขอ้ ใดใชค้ าํ ขOึนตน้ และลงทา้ ยจดหมายถึงครูไดถ้ ูกตอ้ ง 1. เรียน ดว้ ยความนบั ถือ 2. กราบเรียน ดว้ ยความเคารพ 3. เรียน ดว้ ยความเคารพอยา่ งสูง 4. กราบเรียน ดว้ ยความเคารพอยา่ งสูง 4. ขอ้ ใดมีความสมเหตุสมผลท?ีสุด 1. ป่ าไมอ้ ุดมสมบูรณ์เพราะฝนตกหนกั ตลอดปี 2. ป่ าไมอ้ ุดมสมบูรณ์เพราะมีสตั วป์ ่ าอาศยั อยเู่ ยอะ 3. ป่ าไมอ้ ุดมสมบูรณ์เพราะเกิดจากการทบั ถมของดิน 4. ป่ าไมอ้ ุดมสมบูรณ์เพราะทุกคนช่วยกนั อนุรักษ์ 5. ขอ้ ใดเป็นขอ้ ความท?ีมีความสมเหตุสมผลที?สุด 1. เดือนพฤษภาคมอยใู่ นช่วงฤดูฝน 2. เดือนพฤษภาคมโรงเรียนมกั เปิ ดเรียนภาคเรียนที? 1 3. เดือนพฤษภาคมจะเป็นเดือนแรกท?ีชาวนาเร?ิมลงมือทาํ นา 4. เดือนพฤษภาคมฝนตกหนกั จึงทาํ ใหม้ ีผปู้ ่ วยเป็นโรคไขห้ วดั สูง 3
6. ขอ้ ใดเป็นขอ้ คิดเห็น 1. แสงแดดมีทOงั ความร้อนและแสงสวา่ ง 2. ดวงอาทิตยข์ Oึนจากทางตะวนั ออกตกทางทิศตะวนั ตก 3. สงั เกตวา่ คนจะอว้ นจะผอมขOึนอยกู่ บั การกินเป็นส่วนใหญ่ 4. จากการศึกษาขอ้ มูลทางวทิ ยาศาสตร์ในปัจจุบนั พบวา่ สิ?งท?ีทาํ ใหม้ นุษยเ์ ราสามารถมีอายยุ นื ยาวมี 4 ปัจจยั คือ กรรมพนั ธุ์ สิ?งแวดลอ้ ม โภชนาการ และการออกกาํ ลงั กาย 7. ขอ้ ใดมีขอ้ คิดเห็นและขอ้ เทจ็ จริง 1. รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงพาณิชย์ แกป้ ัญหาการจดสิทธิบตั ร “สารสกดั จากกญั ชา” โดยตOงั คณะกรรมการตรวจสอบการรับคาํ ขออยา่ งละเอียด 2. สมคิด ยอมรับผลกระทบสงครามการคา้ แรงกวา่ ท?ีคาด แต่เชื?อมน?ั ประเทศไทยและตลาดหุน้ จะผา่ น พน้ พายรุ อบนOีได้ 3. เรามกั เช?ือมนั? วา่ คนเราเกิดมาบา้ งร?ํารวยบา้ งยากจน เป็นเพราะ “กรรม” ในอดีตชาติที?ทาํ มาไม่เท่ากนั 4. ปี นOีผลการประกอบการของกลุ่มซีพีเอฟ มีกาํ ไรกวา่ หมื?นสามพนั ลา้ นบาท เพ?ิมขOึนจากปี ท?ีแลว้ 7 % 8. 1. ตOงั แต่ยคุ โบราณมาจนถึงปัจจุบนั กค็ ือ 2. ไซซี สาวงามในสมยั เลียดก๊ก 3. จนถึงเป็นสญั ลกั ษณ์ของผหู้ ญิงท?ีสวยงาม ชนิดหยาดฟ้ามาดิน 4. ใน “สี?หญิงงามล่มเมือง” ผทู้ ?ีขOึนชื?อวา่ งามท?ีสุดเป็นท?ีรู้จกั กนั ดีท?ีสุด ขอ้ ใดเรียงลาํ ดบั เนOือหาขา้ งตน้ ไดถ้ ูกตอ้ ง 1. 4 3 2 1 2. 1 2 4 3 3. 4 3 1 2 4. 2 3 1 4 9. ขอ้ ใดเขียนคาํ นาํ ของเรียงความเร?ือง “เพ?ือน” ไดด้ ีที?สุด 1. เพื?อน ในที?นOีหมายถึงเพ?ือนที?คบหาสมาคมกนั โดยทว?ั ไป มีสมั พนั ธภาพท?ีดีต่อกนั มีทOงั ผชู้ ายและ ผหู้ ญิง 2. เม?ือพดู ถึงเพื?อน หลายคนบอกวา่ คาํ นOีเป็นคาํ ท?ียงิ? ใหญ่มีความหมายลึกซOึงถึงขนาดบางคนใหค้ วาม สาํ คญั กบั เพื?อนมากกวา่ ภรรยาหรือสามีกม็ ี ทOงั นOนั ขOึนอยกู่ บั ประสบการณ์ในการคบเพ?ือนของแต่ ละคน 3. เพ?ือน สาํ หรับหลายคนคือความยงิ? ใหญ่ เป็นมิตรท?ีคุยไดท้ ุกเร?ือง ช่วยเหลือเกOือกลู กนั ดงั ท?ีมีคาํ กล่าว ถึงเพ?ือนในหลายๆ รูปแบบ เช่น เพื?อนกิน เพื?อนนอน เพ?ือนเท?ียว เพื?อนแท้ 4. เพ?ือนมีความหมายตามพจนานุกรมวา่ ผชู้ อบพอรักใคร่ ผสู้ นิทสนมคุน้ เคยกนั ในชีวติ ของคนเราเมื?อ เกิดและเติบโตขOึนมายอ่ มจะมีเพ?ือนดว้ ยกนั ทุกคน เพ?ือนคนแรกๆ ของเราคือ พอ่ แม่ พ?ี นอ้ ง วงศาคณาญาติ เม?ือเติบโตมากขOึนเพ?ือนกข็ ยายวงออกนอกครอบครัวคือ เพ?ือนเล่น เพ?ือนเรียน จะทาํ ใหเ้ รามีสงั คม ไม่เหงา มีกิจกรรมร่วมกนั 4
สาระการฟัง การดู การพูด 1. เรื?องที?ฟังในขอ้ ใดมีสาระสาํ คญั เช?ือถือได้ 1. ฟังประวตั ิบุคคล 2. ฟังการนาํ เสนอผลงาน 3. ฟังสาระสาํ คญั ของการอภิปราย 4. ฟังประกาศจากหน่วยงานราชการ 2. หน่อย ตดั สินใจเลิกใชถ้ ุงพลาสติกหลงั จากฟังรายการวทิ ยุ เรื?องวธิ ีลดภาวะโลกร้อน หน่อยปฏิบตั ิตน ตามขอ้ ใด 1. การพิจารณาเหตุผลจากส?ิงที?ฟัง 2. การประเมินค่าสิ?งที?ไดจ้ ากการฟัง 3. การปฏิบตั ิตามขอ้ มูลที?ไดจ้ ากการฟัง 4. การนาํ แนวทางจากสิ?งที?ฟังไปประยกุ ตใ์ ช้ 3. ขอ้ ใดเป็นการพดู ท?ีเป็นทางการ 1. การพดู ในงานสงั สรรค์ 2. การพดู กบั เพ?ือนร่วมงาน 3. การพดู บรรยายใหค้ วามรู้ 4. การพดู กบั บุคคลในครอบครัว 4. ขอ้ ใดเป็นผมู้ ีมารยาทในการพดู 1. นอ้ ย พดู ช?ืนชมความดีของเพื?อนๆ 2. เนตร แนะนาํ เพ?ือนในทางท?ีไม่ชอบ 3. นิด นาํ ความลบั ของเพ?ือนมาบอกต่อ 4. หน่อย ชอบมาเล่าเร?ืองผอู้ ื?นใหเ้ พื?อนๆ ฟัง 5. ขอ้ ใดเป็นการพดู ที?ดีที?สุด 1. ใครไม่ส่งการบา้ นจะถูกหกั คะแนนครOังละ 5 คะแนน 2. ถา้ ใครไม่ส่งการบา้ นเกิน 3 ครOัง จะไม่ใหส้ อบวชิ าของครู ถือวา่ ไม่ใส่ใจการเรียน ไม่ใหเ้ กียรติครู 3. การบา้ นที?ครูให้ ใครจะทาํ หรือไม่ทาํ ครูไม่วา่ แต่การบา้ นมีคะแนนเป็นส่วนหน?ึงของคะแนนเกบ็ ระหวา่ งภาคเรียน 4. การทาํ การบา้ นอาจเป็นเร?ืองน่าเบ?ือของบางคน แต่การทาํ การบา้ นกเ็ ป็นรูปแบบหน?ึงที?จะช่วยทบทวน ความรู้ท?ีพวกเธอไดแ้ ละยงั เป็นส่วนหน?ึงของการเกบ็ คะแนนระหวา่ งภาคดว้ ย 6. บุคคลในขอ้ ใดใชค้ าํ พดู เหมาะสมกบั ผฟู้ ัง 1. คุณยาย : หนูแกว้ ช่วยหยบิ ผา้ เชด็ มือใหย้ ายดว้ ย 2. ป๊ ุกกOี : แม่อยา่ ยงุ่ เรื?องนOีเพราะมนั เป็นเร?ืองส่วนตวั ของหนูค่ะ 3. ปราณี : เสOือสวยนะ แต่ใส่แลว้ ทาํ ใหเ้ ธอยง?ิ เหมือนตุ่มต่อขา 4. สุวฒั น์ : ถา้ หวั หนา้ คิดวา่ ผมทาํ งานไม่ดี หวั หนา้ กท็ าํ เองสิ 7. ขอ้ ใดเป็นการแสดงความยนิ ดีในการไปเยย?ี มเดก็ แรกคลอดไดเ้ หมาะสม 1. ยนิ ดีดว้ ยนะคะท?ีไดล้ ูกชายสมใจ เดก็ นOาํ หนกั นอ้ ยไปนิดแต่ค่อยๆ ขนุ ไปเดkียวกอ็ ว้ น 2. ยนิ ดีดว้ ยนะคะท?ีไดล้ ูกชายสมใจ แต่ตอ้ งเลOียงดูดีๆ นะ เดก็ ผชู้ ายเลOียงยาก มกั เกเร 3. ยนิ ดีดว้ ยนะคะท?ีไดล้ ูกชาย แมจ้ ะคลอดก่อนกาํ หนดแต่โชคดียงั แขง็ แรง 4. ยนิ ดีดว้ ยนะคะที?ไดล้ ูกชาย หนา้ ตาน่าเอน็ ดูและแขง็ แรง 5
8. ขอ้ ใดเป็นการพดู แสดงความคิดเห็นในเชิงบวก 1. เสOือสวยกเ็ หมาะกบั คนสวยๆ ถา้ มน?ั ใจจะซOือไปกไ็ ดแ้ ต่ไม่รับคืน 2. ไม่ไดเ้ จอกนั นาน เธอดูสมบูรณ์ขOึนและสวยภูมิฐาน 3. บา้ นหลงั ใหม่ของเธอถึงจะเป็นบา้ นสองชOนั แต่กแ็ คบ 4. รองเทา้ สวยและเก๋มาก แต่ไม่เหมาะกบั วยั อยา่ งเราๆ นกั 9. ขอ้ ใดเป็นการกล่าวขอบคุณอยา่ งเป็นทางการไดด้ ีท?ีสุด 1. ผมขอขอบคุณทุกท่านที?ใหค้ วามร่วมมือในการจดั งานครOังนOีดว้ ยดี 2. ผมขอขอบคุณทุกคนท?ีพร้อมใจกนั ทาํ งานใหง้ านสาํ เร็จลุล่วงดว้ ยดี 3. ผมขอขอบคุณดว้ ยความจริงใจสาํ หรับทุกคนที?ไดช้ ่วยงานในครOังนOีอยา่ งเตม็ ที?และหวงั วา่ โอกาสหนา้ เม?ือมีงานสาํ คญั เช่นนOีอีกจะไดร้ ับความร่วมมือเช่นเคย 4. ผมขอขอบคุณทุกคนท?ีเสียสละแรงกายแรงใจ ทาํ ใหง้ านสาํ เร็จลุล่วงดว้ ยดี เพราะโดยตวั ผมเองคงไม่ สามารถทาํ ใหง้ านสาํ เร็จได้ ดงั นOนั ความสาํ เร็จของงานในครOังนOี ขอยกความดีใหก้ บั ทุกคนในท?ีนOี 10. บทโฆษณาขอ้ ใดชวนใหซ้ Oือสินคา้ มากที?สุด 1. แป้งเยน็ นารายณ์ ทาแลว้ เยน็ ผดผนื? หาย 2. แป้งเยน็ ฤาษี 3 ตน ทาหนา้ ทาตวั แกส้ ิว แกฝ้ ้า กนั แดดได้ ตอ้ งใชแ้ ป้งฤาษี 3 ตน 3. แป้งเยน็ ตราพญานาค มีส่วนผสมของทานาคา แกส้ ิว แกฝ้ ้า ทาทุกวนั ผวิ พรรณดีในพริบตา 4. แป้งเยน็ ตราหมูบิน มีส่วนผสมของดินสอพอง การบูร และมิOนท์ ทาแลว้ เยน็ ผดผนื? หาย สิวแหง้ 11. การโฆษณาในขอ้ ใดมีความน่าเชื?อถือท?ีสุด 1. คอลลาเจนแคป็ คอลลาเจนจากปลาทะเลนOาํ ลึกช่วยลดอาการปวดขอ้ ปวดเข่าและชะลอริOวรอยแห่งวยั เพียงวนั ละ 2 แคป็ ซูลต่อวนั รับประทานต่อเนื?องตามคาํ แนะนาํ ขา้ งกล่อง 2. ยธู ครีม ครีมบาํ รุงผวิ หนา้ หนา้ กระจ่างใส ลดฝ้า ลดกระ ลดริOวรอยเหี?ยวยน่ ผลิตจากดินใตท้ ะเลลึก 3. ซุปเปอร์ครอป เอสเซ็นส์หยดสีทอง เพียง 1 หยด ลดเลือนริOวรอยได้ ภายใน 1 สปั ดาห์ 4. วอส์ซ ผงซกั ฟอกพลงั ซกั ซุปเปอร์ซกั ผา้ ไดข้ าวหมดจดแมค้ ราบเลือด 12. ความคิดเห็นของส?ือในขอ้ ใดที?ตOงั อยบู่ นพOืนฐานขอ้ มูลตวั เลข 1. ถึงเวลาหรือยงั ที?ประเทศไทยจะตอ้ งมีกฎหมายควบคุมการชกมวย หา้ มเดก็ ชกมวยอยา่ งเดด็ ขาด 2. ต่างชาติสิOนสงสยั เรื?องการยดึ โรดแมปคืนประชาธิปไตย ผดิ กบั เวทีในประเทศท?ีตอ้ งเร่งเคลียร์สร้าง ความกระจ่างเรื?องการเลือกตOงั 3. คาํ กล่าวท?ีวา่ “คุกมีไวข้ งั คนจน” ไม่ใช่เร?ืองที?พดู กนั เล่นๆ แต่เป็นความจริงในสงั คมไทย ที?มีผตู้ อ้ งหา และจาํ เลย ประมาณ 63,000 คน ท?ีถูกคุมขงั เพราะไม่มีเงินประกนั ตวั 4. ตอ้ งถือเป็น “โศกนาฏกรรมแห่งความยากจน” โดยแท้ กรณีนกั มวยเดก็ อายุ 13 ปี ถูกคู่ต่อสูน้ ็อค ลม้ หวั กระแทกพOืนอยา่ งแรงจนหมดสติถูกนาํ ส่งโรงพยาบาลและเสียชีวติ ในเวลาต่อมา 6
สาระหลกั การใช้ภาษาไทย 1. ขอ้ ใดมีคาํ ภาษาจีนที?ใชใ้ นภาษาไทยทุกคาํ 1. ป?ิ นโตเถานOีสีสนั เทคนิคคลั เลอร์จริง ๆ 2. หมี?เหลืองของภาคใตเ้ สน้ ใหญ่กวา่ ของภาคอื?นๆ 3. อาม่าไม่สบายเขา้ แอดมิดที?โรงพยาบาลตOงั แต่เม?ือคืน 4. เยน็ ตาโฟร้านนOีอร่อยมาก เครื?องครบ ก๋วยเตีkยวนOาํ กอ็ ร่อย 2. 1. นาฬิกา 2. อ่านหนงั สือ 3. ยายกินขา้ ว ขอ้ ใดเรียงลาํ ดบั คาํ วลี และประโยคไดถ้ ูกตอ้ ง 1. 1 3 2 2. 1 2 3 3. 3 2 1 4. 3 1 2 3. ขอ้ ใดใชค้ าํ วา่ “ท?ี” เป็นคาํ สนั ธานเชื?อมประโยคไดถ้ ูกตอ้ ง 1. ถOาํ ขนุ นOาํ นางนอนเป็นที?ที?ทีมหมูป่ าหลงติดอยใู่ นนOนั 13 วนั 2. วดั เป็นที?ร่มเยน็ คนเขา้ ไปกส็ บายใจ 3. สถานท?ีท่องเที?ยวแห่งนOีสวยงาม 4. ฉนั ชอบนอนบนที?นอนนุ่มๆ 4. ขอ้ ใดมีทOงั คาํ ซOาํ และคาํ ซอ้ น 2. ซกั ฟอก ฟ่ มุ เฟื อย เร็วไว 1. อว้ นพี พรรคพวก ยกั ษม์ าร 3. เดก็ ๆ ชุกชุม มากมาย 4. เสOือผา้ กกั ขงั อ่อนแอ 5. ขอ้ ความในขอ้ ใดที?ทาํ ใหผ้ ฟู้ ังปฏิบตั ิตามไดท้ นั ที 1. หา้ มเดินลดั สนาม 2. อยา่ ไปเดินลดั สนาม 3. อยา่ หา้ มเดินลดั สนาม 4. หา้ มไม่ใหเ้ ดินลดั สนาม 6. “สุวรรณเป็นช่างเช?ือมท่อประปา เขาพบวา่ หวั หนา้ เขากาํ ลงั ทุจริตเร?ืองซOือท่อนOาํ ประปา เขาพยายาม หาทางขดั ขวาง แต่เพ?ือนเตือนวา่ ทาํ ไปกไ็ ม่สาํ เร็จและอาจไดร้ ับผลร้าย ใหร้ อเวลาและจงั หวะท?ี เหมาะสม” จากกรณีขา้ งตน้ ตรงกบั คาํ พงั เพยในขอ้ ใด 1. นOาํ เชี?ยวอยา่ ขวางเรือ 2. นOาํ กลิOงบนใบบอน 3. นOาํ นอ้ ยยอ่ มแพไ้ ฟ 4. นOาํ มาปลากินมด 7. “คาํ วา่ ไทยคือไทยดว้ ยใจรัก ร่วมใจภกั ดqิต่อชาติศาสนา” จากกลอนแปดขา้ งตน้ ขอ้ ใดอธิบายคาํ ท?ีขีดเสน้ ใตไ้ ดถ้ ูกตอ้ ง 1. รักคือวรรคสดบั ภกั ดqิคือวรรครับ 2. รักคือวรรคสดบั ภกั ดqิคือวรรคส่ง 3. รักคือวรรครับ ภกั ดqิคือวรรครอง 4. รักคือวรรครอง ภกั ดqิคือวรรคส่ง 7
8. จากมามาล?ิวลOาํ ลาํ บาง บางยเ?ี รือราพลาง พ?ีพร้อง เรือแผงช่วยพานาง เมียงม่าน มานา บางบ่รับคาํ คลอ้ ง คล่าวนOาํ ตาคลอ จากโคลงสี?สุภาพคาํ วา่ “คล่าว” มีความหมายอยา่ งไร 1. รอ 2. ชว?ั ครู่ 3. ล่วงหนา้ 4. หลง?ั ไหล สาระวรรณคดแี ละวรรณกรรม 2. วเิ คราะห์ 4. ทาํ ความเขา้ ใจเร?ือง 1. ขอ้ ใดคือขOนั ตอนแรกในการพินิจวรรณคดี 2. สอง / สาม / สาม 1. วจิ ารณ์ 4. สาม / สอง / สาม 3. ประเมินค่า 2. รู้โลก ขยนั หา 2. ตามปกติการอ่านกลอนแปดจะแบ่งจงั หวะอยา่ งไร 4. แสวงหา ขนั แข่ง 1. สอง / สาม / สอง 3. สาม / สอง / สอง 3. “ตอ้ งฝึกเขียน เรียนไว้ ใหเ้ ลิศหรู เป็นประตู _____ โชคดง?ั ฝัน รู้ลึกกวา้ ง สร้างภูมิ คอยคุม้ กนั ตอ้ งมุ่งมน?ั _____ แหล่งวชิ า” จากบทประพนั ธ์ขา้ งตน้ ควรเติมคาํ ใดในช่องวา่ ง 1. สู่ชยั แข่งขนั 3. สู่โลก ขนั แข่ง 4. ขอ้ ใดมีความไพเราะดา้ นสมั ผสั อกั ษร 1. ด?ิงด?าํ ลOาํ ลึกระทึกถี? โทนทบั รับรี?ระรัวไหว ร้อยดอกไมร้ ่วงพวงมาลยั สดชื?นในสาํ นึกลึกซOึง 2. เชิญเจา้ มาลอ้ มวงทรงแม่ศรี แม่อยา่ มีหม่นหมองเลยนอ้ งเอ่ย พี?จะร้องรับขวญั อญั เชิญเชย ใหเ้ หมือนเคยแต่ครOังเจา้ ยงั เยาว์ 3. ฤดูหนาวไยเยาวน์ กั ฤาสาํ ลกั ฤดูกาล ความหนาวเคยยาวนาน กลบั อุ่นเนOือไม่เหลือรอย 8
4. สรวงสวรรคล์ อยอยเู่ บOืองหนา้ ร?ําร้องเรียกขา้ ฯ กา้ วขา้ ม ทิOงสิOนป่ าเขาเมืองงาม เหลือเพียงนามไวภ้ พนOี 5. คาํ ประพนั ธ์ขอ้ ใดดีเด่นดา้ นการเล่นเสียงวรรณยกุ ต์ 1. จิบจบั เจาเจ่าเจา้ รังมา 2. ความสุขและความสงบ จะประสบแก่ทุกท่าน 3. นกเขาบินบินขา้ มภูเขาเขียว แวบเดียวถึงป่ าที?อาศยั 4. เบญจวรรณจบั วลั ยช์ าลี เหมือนวนั พ?ีไกลสามสุดามา 6. “จะกอดแกว้ ดว้ ยกลอนขจรกรุ่น เป็ นอกหนุนอุ่นเนOือเมื?อนอนหนาว แลว้ ร้อยดาวเรียงดวงเป็นรวงดาว สวา่ งพราวกะพริบพริOมชมฉิมพลี” (เนาวรัตน์ พงษไ์ พบูลย)์ จากคาํ ประพนั ธ์ขา้ งตน้ มีความไพเราะในดา้ นใด 1. สมั ผสั อกั ษร 2. สมั ผสั สระ 3. สมั ผสั นอก 4. สมั ผสั ใน 7. อา้ อรุณแอร่มระเร?ือรุจี ประดุจมโนภิรมยร์ ะตี ณ แรกรัก แสงอรุณวโิ รจนน์ ภาประจกั ษ์ แฉลม้ เฉลาและโศภินกั ณ ฉนั ใด หญิงและชาย ณ ยามระตีอุทยั สวา่ ง ณ กลางกมลละไม กฉ็ นั นOนั (มทั นะพาธา) 4. สมั ผสั นอก คาํ ประพนั ธ์ขา้ งตน้ มีความไพเราะดา้ นใด 1. เสียงคาํ 2. สมั ผสั ใน 3. การใชค้ าํ 9
8. แม่รักลูกลูกกร็ ู้อยวู่ า่ รัก (ขนุ ชา้ งขนุ แผน – สุนทรภู่) คนอื?นสกั หม?ืนแสนไม่แมน้ เหมือน จะกินนอนวอนวา่ เมตตาเตือน 2. มีสมั ผสั คลอ้ งจองทุกวรรค จะจากเรือนร้างแม่ไปแต่ตวั 4. มีสมั ผสั นอกสมั ผสั ในทาํ ใหเ้ สียงคาํ ไพเราะ บทประพนั ธ์ขา้ งตน้ มีความไพเราะอยา่ งไร 1. เลือกใชค้ าํ ไพเราะกินใจ 3. ใชค้ าํ ความหมายดี มีสมั ผสั ในไพเราะ 9. เสียเจา้ ราวร้าวมณีรุ้ง มุ่งปรารถนาอะไรในหลา้ มิหวงั กระทง?ั ฟากฟ้า ซบหนา้ ติดดินกินทราย จะเจบ็ จาํ ไปถึงปรโลก ฤารอยโศกรู้ร้างจางหาย จะเกิดก?ีฟ้ามาตรมตาย อยา่ หมายวา่ จะใหห้ วั ใจ (เสียเจา้ – องั คาร กลั ยาณพงศ)์ บทประพนั ธ์ขา้ งตน้ เป็นบทประพนั ธ์ท?ีมีความดีเด่นในเรื?องใด 1. ใชภ้ าษาไดไ้ พเราะกินใจ 2. ใชถ้ อ้ ยคาํ มีความหมายดี 3. ระบายความรู้สึกดว้ ยอารมณ์ท?ีพลิOวไหว 4. คาํ ประพนั ธ์ใชเ้ ป็นตวั อยา่ งการประพนั ธ์ได้ 10. แลเห็นเขาเงาเงOือมชะง่อนชะโงก เป็นกรวยโกรกนOาํ สาดกระเซ็นซ่าน โครมครึกกึกกอ้ งทอ้ งพนานต์ พลุ่งพล่านมาแต่ยอดศิขรินทร์ (ขนุ ชา้ งขนุ แผน – สุนทรภู่) คาํ ประพนั ธ์ขา้ งตน้ มีความไพเราะดา้ นใด 1. การใชค้ าํ ที?ใหเ้ กิดจินตนาการดา้ นภาษาและเสียง 2. การใชส้ มั ผสั ใน สมั ผสั นอกคลอ้ งจองกนั 3. การใชส้ มั ผสั ในทาํ ใหเ้ กิดเสียง 4. การใชเ้ สียงคาํ ไพเราะ 10
11. “เราเกิดมาทOงั ทีเป็นไทยแท้ ไม่ใช่แขกหรือจีนจากท?ีไหน อาจเป็ นคนต่างแดนมาแสนไกล แต่ยงั ไงเลือดไทยยงั ยนื ยง” จากบทกลอนนOีสะทอ้ นความรู้สึกของผเู้ ขียนขอ้ ใด 2. รักชาติ 1. ฮึกเหิม 3. พร้อมรบ 4. ภาคภูมิใจ 12. รักชาติยอมสละแม้ ชีวี รักเกียรติจงเจตนพ์ ลี ชีพได้ รักราชมุ่งภกั ดี รองบาท รักศาสนร์ าญเศิกไส้ เพ?ือเกOือพระศาสนา (สมเดจ็ พระกนิษฐาธิราชเจา้ กรมสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯ) บทประพนั ธ์ขา้ งตน้ ใหค้ ุณค่าในดา้ นใด 1. ศาสนา 2. ศีลธรรม 3. ประวตั ิศาสตร์ 4. สงั คมและวฒั นธรรม 13. บราลีลาสศุภจรูญ นกศูลประภสั สร หางหงส์ผจงพจิ ิตรงอน ดุจกวกั นภาลยั คาํ ประพนั ธ์ขา้ งตน้ ใหค้ ุณค่าดา้ นใด 1. ศิลปะ 2. วฒั นธรรม 3. วรรณศิลป์ 4. สภาพชีวติ ความเป็นอยู่ 14. กา้ นบวั บอกลึกตOืน ชลธาร มารยาทส่อสนั ดาน ชาติเชOือ โฉดฉลาดเพราะคาํ ขาน ควรทราบ หยอ่ มหญา้ เห?ียวแหง้ เรOือ บอกร้ายแสลงดิน ประเดน็ สาํ คญั ของคาํ ประพนั ธ์บทนOีคือขอ้ ใด 2. วาจาส่อปัญญา 1. กิริยาส่อสกลุ 3. สาํ เนียงส่อภาษา 4. ภาษาส่อเชOือชาติ 11
15. ดนตรีไทยนOนั มิใช่ไร้รสชาติ โสตประสาทยนิ แลว้ แวว่ สุขสม ดุจดงั ไดท้ ิพยช์ ลามาประพรม คลายอารมณ์ที?ข่นุ ขอ้ งหม่นหมองเอย คาํ ประพนั ธ์ขา้ งตน้ มีความไพเราะดา้ นใด 1. สนุกสนานกบั เพลง 2. เห็นคุณค่าของเพลง 3. ไดค้ วามรู้เกี?ยวกบั เพลง 4. มองเห็นภาพของเพลง 16. วบั วาวราวเพชรผกายฉาย พราวพรายอยใู่ นสายแดดส่อง ร่วงรุ้งโรยรายที?ชายคลอง ใยยองระยบั ไหวในสายลม (ศิลาสีรุ้ง – เนาวรัตน์ พงษไ์ พบูลย)์ จากบทประพนั ธ์ขา้ งตน้ ใหค้ ุณค่าในดา้ นใด 1. ดา้ นศาสนา 2. ดา้ นวรรณศิลป์ 3. ดา้ นวฒั นธรรม 4. ดา้ นประวตั ิศาสตร์ 17. “รักกนั อยขู่ อบฟ้า เขาเขียว เสมออยหู่ อแห่งเดียว ร่วมหอ้ ง ชงั กนั บ่แลเหลียว ตาต่อ กนั นา เหมือนขอบฟ้ามาป้อง ป่ าไมม้ าบงั ” คาํ ประพนั ธ์ขา้ งตน้ ใหค้ ุณค่าดา้ นใด เพราะเหตุใด 1. ดา้ นวฒั นธรรม เพราะความเชื?อที?วา่ เนOือคู่กนั แลว้ กไ็ ม่แคลว้ กนั 2. ดา้ นวรรณศิลป์ เพราะใชถ้ อ้ ยคาํ กินใจ เกิดจินตนาการและมีสมั ผสั ไพเราะ 3. ดา้ นศีลธรรม เพราะถา้ เรามีครอบครัวอยแู่ ลว้ กไ็ ม่ควรคิดถึงบุคคลอ?ืน 4. ดา้ นอารมณ์ เพราะยามรักถึงอยหู่ ่างกนั กค็ ิดถึง ยามชงั เมื?ออยใู่ กลก้ นั กเ็ หมือนมีส?ิงขวางกOนั 18. เอง็ ไปอยเู่ มืองโกโ้ ตเมืองกอก นึกวา่ ลืมบา้ นนอกเสียแลว้ หนา ไปเรียนสูงรุ่งเรืองอยเู่ มืองฟ้า นึกวา่ ลืมปลาร้าภาษาจน โชคยงั ดีท?ีเอง็ ไม่เบ่งอา้ ง เดินอวดท่าอวดทางไปตามถนน เสี?ยวยงั แทแ้ มน้ านกท็ านทน เหมือนปลาร้ามีมนตด์ ลใจรัก (มา้ กา้ นกลว้ ย) แนวคิดสาํ คญั ของคาํ ประพนั ธ์ขา้ งตน้ ตรงกบั ขอ้ ใด 1. สะทอ้ นค่านิยมของคนในชนบทท?ีแมจ้ ะไปอยเู่ มืองหลวง แต่ไม่ลืมวถิ ีชีวติ ในชนบท 2. ค่านิยมของคนส่วนมากที?นิยมส่งลูกหลานไปเรียนในเมืองใหญ่ 3. ความเสมอตน้ เสมอปลายของการดาํ เนินชีวติ 4. ความน่ารักของคนชนบท 12
19. งามผวิ ประไพผอ่ ง กลทาบศุภาสุพรรณ งามแกว้ แฉลม้ ฉนั พระอรุณแอร่มละลาน งามเกศะดาํ ขาํ กลนOาํ ณ ทอ้ งละหาน (มทั นะพาธา) เลOียงมากไ็ ดห้ า้ ขวบปลาย รูปกายงามยงิ? พริOงเพรา ทรวดทรงส่งศรี ไม่มีแมน้ อรชรออ้ นแอน้ ประหน?ึงเหลา ผมสลวยสวยขาํ งามเงา (ขนุ ชา้ งขนุ แผน) จากคาํ ประพนั ธ์ขา้ งตน้ กวสี ?ือแนวคิดสาํ คญั ในเร?ืองใด 1. ความงามของเสน้ ผม 2. ความงามของผวิ พรรณ 3. ความงามในเรื?องรูปกาย 4. ความงามของรูปร่างหนา้ ตา 20. คาํ ประพนั ธ์ในขอ้ ใดใหค้ ุณค่าทางวรรณศิลป์ ที?ก่อใหเ้ กิดจินตนาการ 1. แมน้ มีความรู้ดงั? สพั พญั tู ผบิ ่มีคนชู ห่อนขOึน 2. จะวา่ โศกโศกอะไรที?ในโลก ไม่เท่าโศกใจหนกั เหมือนรักสมร จะวา่ หนกั หนกั อะไรในดินดอน ถึงสิงขรกไ็ ม่หนกั เหมือนรักกนั 3. ขอกายเจา้ จงเป็นเช่นตน้ ไม้ ยนื อยไู่ ดโ้ ดยภพสงบนิ?ง เพ?ือแผร่ ่มและเป็นหลกั ใหพ้ กั พิง แต่งดอกพริOงผลดั ฤดูอยชู่ วั? กาล 4. เรืองเรืองไตรรัตนพ์ น้ พนั แสง รินรสพระธรรมแสดง ค?าํ เชา้ เจดียร์ ะตะแซง เสียดยอด ยลยงิ? แสงแกว้ เกา้ แก่นหลา้ หลากสวรรค์ 21. เอนระนาบอาบนOาํ คา้ งกลางแดดหนาว ทอดรวงยาวยอดระยา้ รานOาํ ใส ละลานรอนขอบฟ้าคราพลิOวใบ เพียงพรมใหญ่ไหวระยาบทาบเปลวทอง (เนาวรัตน์ พงษไ์ พบูลย)์ คาํ ท?ีขีดเสน้ ใตห้ มายถึงขอ้ ใด 1. วชั พืช 2. ตน้ ขา้ ว 3. ตน้ หญา้ 4. ไมค้ ลุมดิน 13
22. ขอ้ ใดเป็นรสวรรณคดีประเภทนารีปราโมทย์ 1. เม?ือรักกนั ไม่ไดก้ ไ็ ม่รัก ไม่เห็นจกั เกรงการสถานไหน 2. ลาํ ดวนเอ๋ยจะด่วนไปก่อนแลว้ ทOงั เกดแกว้ พิกลุ ยสี? ุ่นสี 3. ประไพพกั ตร์ลกั ษณ์ลOาํ ลว้ นขาํ คม ทOงั เนOือนมนวลเปล่งออกเต่งทรวง 4. ถึงมว้ ยดินสิOนฟ้ามหาสมุทร ไม่สิOนสุดความรักสมคั รสมาน 23. ฮึดฮดั ขดั แคน้ แน่นใจ ตาแดงดง?ั แสงไฟฟ้า เป็ นชายดูด๋ ูมาหม?ินชาย มิตายกจ็ ะไดเ้ ห็นหนา้ (รามเกียรตq ิตอนนารายณ์ปราบนนทก) คาํ ประพนั ธ์ขา้ งตน้ เป็นรสวรรณคดีแบบใด 1. เสาวรสจนี (แสดงความงาม) 2. พิโรธวาทงั (แสดงความโกรธ) 3. นารีปราโมทย์ (แสดงความรักใคร่) 4. สลั ลาปังคพิสยั (แสดงการคร?าํ ครวญ) 14
Search
Read the Text Version
- 1 - 15
Pages: