Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ทำเนียบแหล่งการเรียนรู้

ทำเนียบแหล่งการเรียนรู้

Description: ทำเนียบแหล่งการเรียนรู้

Search

Read the Text Version

ทำเนยี บแหล่งกำรเรียนรู้ อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบวั ลำภู ประจำเดอื น เมษำยน 2563 ศนู ย์กำรศึกษำนอกระบบและกำรศกึ ษำตำมอัธยำศยั อำเภอโนนสงั สำนักงำน กศน.จังหวดั หนองบวั ลำภู สำนกั งำนปลดั กระทรวงศึกษำธิกำร กระทรวงศกึ ษำธกิ ำร

คำนำ รายงานทาเนยี บแหล่งเรยี นรู้ อาเภอโนนสงั จังหวัดหนองบัวลาภู ฉบบั น้ี จัดทาขึ้นเพอ่ื รวบรวมข้อมูลแหล่งเรยี นรู้ เชน่ แหล่งเรียนรูท้ างโบราณคดี แหล่งเรียนรู้ทางโบราณวัตถุ แหลง่ ศกึ ษาทางธรรมชาติ แหลง่ เรยี นรู้ทางการเกษตร แหล่งเรียนร้ภู ูมิปญั ญาทอ้ งถิ่น ภายในเขต อาเภอโนนสงั จังหวัดหนองบัวลาภู เพือ่ เปน็ แหลง่ รวมขององคค์ วามรู้อันหลากหลายพร้อมที่จะ ให้ผู้สนใจเขา้ ไปศกึ ษาค้นคว้า ด้วยกระบวนการจัดการเรียนรู้ท่แี ตกต่างกันของแตล่ ะบคุ คล และเป็นการส่งเสรมิ การเรียนรตู้ ลอดชวี ิต เปน็ แหลง่ เชอ่ื มโยงใหส้ ถานศึกษาและชมุ ชนมี ความสมั พนั ธใ์ กลช้ ดิ กนั การจัดทาข้อมูลแหล่งเรียนรู้ อาเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลาภู คร้ังนี้ ได้รับความ ร่วมมืออย่างดีย่ิงจากชุมชน จึงขอขอบคุณอย่างสูงไว้ ณ โอกาสน้ี และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า สารสนเทศท่ีได้จากการจัดทาข้อมูลแหล่งเรียนรู้ อาเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลาภู จะเป็น ประโยชนต์ ่อหน่วยงานทีเ่ กย่ี วข้อง เพ่ือใชเ้ ป็นแนวทางในการขยายผลและพฒั นาการดาเนนิ งานท่ี ถูกตอ้ งเพื่อให้เกดิ ประสิทธิภาพและประสทิ ธผิ ลในการดาเนินงานย่งิ ขน้ึ ตอ่ ไป คณะผจู้ ัดทา

สารบญั หน้า แหล่งเรียนรู้ตำบลโนนสงั 1 การจักรสาน 2-4 แหล่งเรียนรตู้ ำบลนคิ มพฒั นำ 5 การทอผ้า 6-7 แหล่งเรยี นรตู้ ำบลโคกใหญ่ 8 การการทอ่ งเทยี่ ว 9-10 11 แหล่งเรยี นรตู้ ำบลบ้ำนถน่ิ 12-13 การเพาะเหด็ 14 แหลง่ เรยี นร้ตู ำบลหนองเรอื 15-16 การทาปลาแปรรูป 17 แหลง่ เรียนรู้ตำบลปำงกู่ 18-19 แหลง่ โบราณ 20 แหลง่ เรียนรู้ตำบลกุดดู่ 21 เลยี้ งวัวพอ่ พันธ์ุ 22 23 แหลง่ เรียนรู้ตำบลบ้ำนคอ้ 24 การทารชกระติบข้าว 25 26 แหลง่ เรยี นร้ตู ำบลโคกมว่ ง 27 การประดษิ ฐ์รถเกี่ยวข้าว แหล่งเรยี นรู้ตำบลโนนเมือง การทาผ้าขาวมา้

ตำบลโนนสงั ประวัติภมู ปิ ัญญำทอ้ งถิน่ อำเภอโนนสงั ดำ้ นแหลง่ อำชพี สำขำกำรจกั รสำน นำงสำยใจ โนนคำปอง

ควำมเปน็ มำของปญั หำ หัตถกรรมเครื่องจักสานเป็นภูมิปัญญาท้องถ่ินของชุมชนท่ีสาคัญยิ่งต่อการดารงชีวิตต้ังแต่อดีต ต้ังแต่สมัยอยุธยาจนถึงปัจจุบัน หัตถกรรมเครื่องจักสานเป็นตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นภูมิปัญญา อันเฉลียวฉลาดของคนในท้องถ่ิน ท่ีใช้ภูมิปัญญาสามารถนาส่ิงท่ีมีอยู่ในชุมชนมาประยุกต์ทาเป็น เคร่ืองมือเครอ่ื งใชใ้ นชีวิตประจาวัน ซึง่ มปี ระโยชน์ในการดารงชวี ติ จะเหน็ ได้ว่าหตั ถกรรมเครอ่ื งจักสานมีมานานแล้วและได้มีการพัฒนามาตลอดเวลาโดย อาศัยการถา่ ยทอดความรจู้ ากคนรนุ่ หนึ่งไปสู่คนอกี รุ่นหนึง่ การดารงชีวติ ประจาวันของชาวบ้านส่วน ใหญ่ไม่ได้เอาการรู้หนังสือมาเกี่ยวข้อง การเรียนรู้ต่างๆ อาศัยวิธีการฝึกหัดและบอกเล่าซ่ึงไม่เป็น ระบบในการบนั ทกึ (ชูเกียรต์ิ ลสี วุ รรณ, 2535) สะท้อนให้เห็นการเรียนรู้ ความรู้ท่ีสะสมท่ีสืบทอด กนั มาจากอดีตมาถึงปัจจบุ นั หรือที่เรียกกนั ว่าภูมิปัญญาท้องถ่ิน ดงั นนั้ กระบวนถ่ายทอดความรู้ จงึ มีความสาคญั อย่างยง่ิ ที่ทาภมู ปิ ัญญาท้องถ่ินนนั้ คงอย่ตู ่อเน่ืองและยง่ั ยืน จากเหตุผลท่ีกล่าวมาข้างต้น ผู้วิจัยจึงสนใจทาการศึกษากระบวนการถ่ายทอดภูมิ ปญั ญาหัตถกรรมเครื่องจักสาน ซึ่งมคี วามสาคัญยง่ิ ที่จะให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นหัตถกรรมเครื่องจักสาน นนั้ ๆคงอยูต่ ลอดไป ซ่งึ ผลจากการศกึ ษากระบวนถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นหัตถกรรมเคร่ืองจักสาน นั้น จะนาไปเป็นข้อมูลท่ีจะนาไปไปพัฒนากระบวนการถ่ายทอดภูมิปัญญาในชุมชนมีประสิทธิภาพ ยิง่ ขึ้น และดารงอยู่คสู่ งั คมสืบตอ่ ไป

ขน้ั ตอนกำรจักสำน วิธกี ารจักตอก 1. การจักตอกปืน้ แบ่งไม้ไผ่ออกเป็นชิน้ ๆตามขนาดที่ต้องการ ใช้มีดจกั ตอกเอาส่วนในออก (ขีต้ อก)จกั ในส่วนท่ีเหลือออกเป็นเส้นบางๆ แล้วหลาวให้เรียบร้อยตากแดดให้แห้ง 2. การจกั ตอกตะแคง ใช้วิธีเดียวกนั กับการจกั ตอกปืน้ เบือ้ งต้น แต่การจกั ให้เป็ นเส้นตอกจะทา การจกั ทางผิวเป็นเส้นเล็กกวา่ ตอกปืน้ ทาการหลาวให้เรียบร้อย แล้วนาออกตาก

การสาน การสาน เป็นข้ันตอนท่ียาก และต้องใช้ความละเอียดมากท่ีสุด เริ่มจากการก่อฐาน ด้านล่างด้วยเส้นตอกสองชนิด คือ ตอกยืน (ตอก-ต้ัง) ซ่ึงจะมีลักษณะคอดตรงกลางต่าง จากตอกทว่ั ๆ ไป และตอกนอน (ตอกสาน) ท่ีมีขนาดกว้างเท่ากันเท่ากันทั้งเส้นตากปกติ เหตทุ ี่ตอกยืนมีลกั ษณะพิเศษ เนอื่ งมาจากเม่ือสานเสร็จจะได้ตะกร้าที่มีฐานเล็ก และค่อย ๆ บานขึน้ บริเวณปาก การรมควนั เป็นข้ันตอนสุดท้ายของการสานเพ่ือเพ่ิมความแข็งแรง สวยงาม แก่เคร่ืองจักสานด้วย หวาย ในส่วนท่ีต้ องการเสริมเป็ นพิเศษได้ แก่ ปาก ขา หู การผูกและพันด้ วย หวาย จะเสริมให้เคร่ืองจกั สานเกิดความสวยงาม การถกั และพัน เม่ือสานตัวเรียบร้อยก็ถึงการรมควันโดยจะทาในวันที่ไม่มีลม ใช้ฟางพรมนา้ หมาด ๆ เป็น เชือ้ เพลิงเพ่ือให้เกิดควันมาก รมจนเครื่องจกั สานมีสีเหลืองเท่ากันทัง้ ใบ แล้วนามาเข้า สว่ นประกอบหวาย มีการผกู ปาก พนั ขา ใส่ฐานและหหู วิ ้

ตำบลนิคมพัฒนำ ประวตั ิภูมปิ ัญญำทอ้ งถน่ิ อำเภอโนนสงั ด้ำนแหล่งอำชีพ สำขำกำรทอผ้ำ นำงสม ลำยเมฆ

ประวัติควำมเป็นมำ ตาบลนคิ มพัฒนา โดยแยกออกจากตาลกุดดู่และตาบลโนนสัง ตั้งขึน้ เป็นตาบลโนนสงั เม่อื ประมาณปี พ.ศ.2524 ปัจจบุ นั เป็นตาบลที่อย่ใู นเขตการปกครองของอาเภอโนนสงั ประกอบด้วย 11 หม่บู ้าน ได้แก่ หมู่ 1 บ้านนคิ มพฒั นา หมู่ 2 บ้านหนองหวั ววั หมู่ 3 บ้านภเู ก้า หมู่ 4 บ้านโคกสง่า หมู่ 5 บ้านโคกสะอาด หมู่ 6 บ้านหนองนาเลิง หมู่ 7 บ้านนิคมทองหลาง หมู่ 8 บ้านโสกแดง หมู่ 9 บ้านโสกมว่ ง หมู่ 10 บ้านดง บาก หมู่ 11 บ้านโคกเจริญ พ้ืนท่ี มีเนือ้ ท่ีท้ังหมด 43.34 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 27,088 ไร่ สภาพพนื ้ ที่ส่วนใหญ่เป็นท่ีราบสงู มี ความสงู อยรู่ ะหวา่ ง 180 - 540 เมตรจากระดบั นา้ ทะเลปานกลาง มีเทือกเขาภเู ก้า เขตพืน้ ท่ี ทศิ เหนอื ตดิ กับ ต.บ้านถนิ่ , ต.โคกม่วง อ.โนนสงั จ.หนองบวั ลาภู ทศิ ใต้ ตดิ กบั ต.โนนเมือง, ต.หนองเรือ, ต.โนนสงั อ.โนนสงั จ.หนองบวั ลาภู ทศิ ตะวนั ออก ติดกบั ต.กดุ ด่,ู ต.บ้านถิ่น อ.โนนสงั จ.หนองบวั ลาภู ทิศตะวนั ตก ตดิ กบั ต.โคกมว่ ง อ.โนนสงั จ.หนองบวั ลาภู อำชพี อาชีพหลกั ทานา อาชีพเสริม ทาสวน ทาไร่ เลีย้ งสตั ว์ รับจ้าง และอตุ สาหกรรมในครัวเรือน สำธำรณปู โภค - มีไฟฟา้ ครบทกุ หม่บู ้าน - มีประปาครบทกุ หม่บู ้าน - มีโทรศพั ท์สาธารณะครบทกุ หมบู่ ้าน กำรเดนิ ทำง - ถนนลาดยางจากอาเภอบ้านโสกก้านเหลือ-ดา่ นตรวจอทุ ธยาน ระยะทาง 19 กิโลเมตร และจากดา่ น ตรวจบ้านดงบาก ถนนดินระยะทาง 5 กิโลเมตร ถึงแหล่งท่องเท่ียวตอ่ อีก 4 กิโลเมตร เป็นถนนดิน รวม 28 กิโลเมตร - ถนนลาดยางจากอาเภอ-อบต. ระยะทาง 14 กิโลเมตร และเข้าสหู่ มบู่ ้านตา่ ง ๆ ด้วยถนนลกู รัง ผลติ ภณั ฑ์ ผ้าไหม

ข้นั ตอนในการทอผ้า 1. สืบเส้นด้ายยืนเข้ากบั แกนม้วนด้ายยืน และร้อยปลายด้ายแต่ละเส้นเข้าในตะ กอแต่ละชดุ และฟันหวี ดงึ ปลายเส้นด้ายยืนทงั้ หมดม้วนเข้ากบั แกนม้วนผ้าอีกด้านหนง่ึ ปรับความตงึ หยอ่ นให้พอเหมาะ กรอด้ายเข้ากระสวยเพือ่ ใช้เป็นด้ายพงุ่ 2. เริ่มการทอโดยกดเคร่ืองแยกหมตู่ ะกอ เส้นด้ายยืนชดุ ที่ 1 จะถกู แยก ออกและเกดิ ชอ่ งวา่ ง สอดกระสวยด้ายพงุ่ ผ่าน สลบั ตะกอชดุ ที่ 1 ยกตะกอชดุ ที่ 2 สอดกระสวยด้ายพงุ่ กลบั ทา สลบั กนั ไปเร่ือย ๆ 3. การกระทบฟันหวี ( ฟืม ) เม่ือสอดกระสวยด้ายพงุ่ กลบั ก็จะกระทบ ฟันหวี เพื่อให้ด้ายพงุ่ แนบติดกนั ได้เนือ้ ผ้าท่ีแน่นหนา 4. การเก็บหรือม้วนผ้า เมื่อทอผ้าได้พอประมาณแล้วก็จะม้วนเก็บใน แกนม้วนผ้า โดยผอ่ น แกนด้ายยืนให้คลายออกและปรับความตงึ หย่อนใหม่ ่่ให้พอเหมาะ

ตำบลโคกใหญ่ ประวัติและผลงำนภูมปิ ัญำทอ้ งถิน่ อำเภอโนนสงั ด้ำนแหลง่ กำรท่องท่ียว สำขำ กำรกำรทอ่ งเทย่ี ว หำดโนนยำว

หำดโนนยำว หำดโนนยำว หรือ พทั ยำสำม เปน็ แหล่งท่องเทย่ี วทอ่ งธรมชำติ ลกั ษณะพืน้ ที่เปน็ เกำะ ขนำดใหญ่หำดทรำยที่อยรู่ ิมทะเลสำบเขอ่ื นอุบลรตั นล์ ้อมรอบทงั้ สำมดำ้ นทอดตวั ลงไปเปน็ บรเิ วณ กวำ้ ง สำมำรถมองเห็นเทือกเขำภูพำนคำทอดแนวยำวไดช้ ดั เจน ทศั นยี ภำพโดยท่ัวไปสวยงำม นอกจำกนยี้ งั มีแพ เรือท้องเทยี่ วเทศบำลตำบลโนนสัง ซึ่งเปน็ แพยนต์ทมี่ คี วำมยำว 14.99 เมตรควำม กวำ้ ง 8 เมตร จผุ ู้โดยสำรไดป้ ระมำณ 150 คน แพท้องเท่ียวนี้เปดิ บรกิ ำรทกุ วัน ลักษณะเดน่ แหลง่ ทอ่ งเทย่ี วทอ่ งธรมชำติ สถำนทตี่ ัง้ หมู่ 7 ตำบลโคกใหญ่ อำเภอโนนสงั จงั หวดั หนองบวั ลำภู

ตำบลบ้ำนถิน่ ประวตั ิและผลงำนภูมปิ ัญำทอ้ งถ่นิ อำเภอโนนสงั ด้ำนแหลง่ อำชีพ สำขำ กำรเพำะเห็ด นำงสังวำลย์ ดวงตำ

ประวัติควำมเป็นมำ ตาบลบ้านถิ่น ตามประวตั ไิ มป่ รากฎหลกั ฐานวา่ ตง้ั ข้ึนในสมัยใด จากหลักฐานทพี่ บบริเวณ บ้านกุดกวางสรอ้ ย มรี อ่ งรอยแห่งอารยธรรมของมนุษยส์ มยั โบราณ มีการขุดพบโครงกระดกู ของมนษุ ย์ เคร่อื งประดบั เครือ่ งป้นั ดินเผา และส่ิงของเครอื่ งใชเ้ ปน็ จานวนมาก กระจายอยู่ บริเวณที่ราบเชงิ เขาภูเก้า ซง่ึ แสดงใหเ้ ห็นวา่ เคยเปน็ แหล่งท่ีอยแู่ ละเป็นแหลง่ อารยธรรม เก่าแก่มาชา้ นาน ปัจจุบนั เปน็ ตาบลท่ีอยูใ่ นเขตการปกครองของอาเภอโนนสงั ประกอบด้วย 9 หม่บู ้าน ได้แก่ หมู่ 1 บ้านถ่ิน หมู่ 2 บ้านกดุ กวางสร้อย หมู่ 3 บ้านหินส่ิว หมู่ 4 บ้าน หนองเล้าข้าว หมู่ 5 บ้านโสกก้านเหลือง หมู่ 6 บ้านโนนสงู หมู่ 7 บ้านโนนคณู หมู่ 8 บ้านนิคมโคกม่วง หมู่ 9 บ้านหนองสวรรค์ พนื้ ท่ี สภาพพ้นื ทีส่ ว่ นใหญเ่ ป็นทีร่ าบเชิงเขา ทิศตะวันตกตดิ กบั ภเู กา้ พื้นดินมีความอุดมสมบรู ณ์ เหมาะแก่การเพาะปลูก สำธำรณูปโภค จานวนครัวเรือนที่มไี ฟฟ้าใชใ้ นเขต อบต. 1,102 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 100.00 จานวน บ้านท่ีมีโทรศพั ท์ 10 หลงั คาเรือน กำรเดินทำง สามารถเดินทางจากจังหวัดหนองบวั ลาภูลงมาทางทิศใตไ้ ปยังอาเภอโนนสัง ระยะทาง 30 กิโลเมตรถึงบ้านโนนสงู ผ่านมาอีก 2 กิโลเมตรถึงบ้านโสกก้านเหลือง ซงึ่ เป็นท่ีตงั้ ของที่ ทาการองค์การบริหารส่วนตาบลบ้านถ่ิน ผลติ ภณั ฑ์ เห็ดเปา๋ ฮอื้ ,เหด็ ฮงั การ่ี

ข้ันตอนในกำรทำ อุปกรณ์ในกำรเพำะ • ก้อนเชือ้ เห็ดนางฟา้ หรอื เห็ดฮงั การี • ถังพ่นน้า ใชถ้ งั พน่ ยาก็ได้ แตต่ ้องสะอาดนะ่ คะ่ • แผน่ ยางพลาสตกิ ใช้หรอื ไมใ่ ชก้ ็ได้ แตใ่ ชจ้ ะดีสาหรับเวลาเรารดนา้ กอ้ นเหด็ จะช่วยใน การเกบ็ ความช้ืนได้ดี พื้นที่ในกำรเพำะ • ตามบรเิ วณบ้านหรือสวน ทีเ่ ป็นทโ่ี ลง่ มีลมผ่านได้ และทสี่ าคญั ต้องมีร่มเงา ไมค่ วรให้ อยู่ทก่ี ลางแจง้ แดดจ้า อยา่ งบริเวณที่บ้านน้อยใช้เพาะเหด็ นางฟา้ ฮงั การีนัน้ บ้านน้อย ใช้ด้านข้างของคอกไก่คะ วธิ ีกำรทำหรอื เรยี งกอ้ นเชอ้ื เห็ด • วิธกี ารวางหรือเรยี งกอ้ นเชื้อเหด็ กป็ กตทิ ว่ั ไปเหมือนกับเราวางเพาะในโรงเรือน แต่บ้าน นอ้ ยใช้แผน่ พลาสตกิ ใสท่ีมีเหลอื ในสวน มาขงึ ตงึ ใสก่ ับฝาคอกไก่ แลว้ ก็ใช้ไม้วางรอง ด้านล่างยกขึ้นมาพอประมาณ เวลาเรียงก้อนเหด็ จะไมต่ อ้ งตดิ พ้ืนง่ายและสะดวก สะอาด เวลารดนา้ กไ็ ม่ต้องเปอ้ื นดนิ

ตำบลหนองเรือ ประวตั แิ ละผลงำนภมู ปิ ญั ำทอ้ งถิ่นอำเภอโนนสงั ด้ำนแหล่งอำชีพ สำขำ กำรทำปลำแปรรูป นำงใบแบ้ง พรหมรำช

ประวัตคิ วำมเป็นมำ ตาบลหนองเรือ ตั้งขึ้นเมือ่ ปี พ.ศ.2469 ราษฎรสว่ นใหญ่อพยพมาจากจงั หวดั ร้อยเอด็ และอบุ ลราชธานี สาเหตทุ ี่ตงั้ ช่ือวา่ ตาบลหนองเรือ เน่ืองจากสมยั ก่อนมีหนองนา้ หลาย แหลง่ เช่น หนองร้อย หนองเรือ และมีทา่ เรือซงึ่ เป็นท่าจอดเรือกระแซง ของพ่อค้าขาย ข้าว จงึ ตงั้ ชื่อว่า ตาบลหนองเรือ จนปัจจบุ นั นี ้ พน้ื ที่ ตาบลหนองเรอื มกี ารปกครอง 12 หม่บู ้าน อยหู่ า่ งจากตวั อาเภอไปทางทศิ ใต้ระยะทาง ประมาณ 10 กิโลเมตร ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ เป็นท่ีราบลมุ่ ตดิ อา่ งเก็บนา้ เข่ือนอบุ ลรัตน์ เขตพ้นื ท่ี ทศิ เหนอื ตดิ กับ ตาบลนคิ มพัฒนา อาเภอโนนสัง จังหวดั หนองบัวลาภู ทศิ ใต้ ติดกบั อา่ งเก็บนา้ เขื่อนอบุ ลรัตน์ ทิศตะวนั ออก ตดิ กบั ตาบลโนนสงั อาเภอโนนสงั จงั หวดั หนองบวั ลาภู ทิศตะวนั ตก ตดิ กบั ตาบลโนนเมือง อาเภอโนนสงั จงั หวดั หนองบวั ลาภู อำชีพ อาชีพหลัก ทานา อาชีพเสริม ทาการประมง สำธำรณูปโภค จานวนครัวเรือนทม่ี ไี ฟฟ้าใช้ในเขต อบต. 1,490 ครัวเรือน คดิ เป็นร้อยละ 90.00 จานวน บ้านท่ีมีโทรศพั ท์ 5 หลงั คาเรือน กำรเดินทำง เดินทางออกจากจงั หวดั ไปทางทิศตะวนั ออกไปตามถนนสายหนองบัวลาภู - ขอนแก่น ตรง เข้าอาเภอโนนสงั ระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร เมื่อถงึ ตวั อาเภอโนนสงั ออกจาก โนนสงั ไปตามถนน รพช.ไปทางทิศใต้ ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ผลติ ภณั ฑ์ ปลาแปรรูป



ตำบลปำงกู่ ประวัตแิ ละผลงำนภมู ปิ ญั ำทอ้ งถิ่นอำเภอโนนสงั ดำ้ นแหลง่ เรียนรู้ กำรทไม้กวำด สำขำ ด้ำนอำชีพ นำงศวพิ ร อินใย

ประวัตคิ วามเป็ นมา ตาบลกู่ เป็นตาบลท่ีเกิดขนึ ้ เก่าแก่ ตงั้ มานานแล้ว โดยได้แยกออกมาตงั้ เป็นอาเภอปรางค์ก่เู ดิม ขนึ ้ อยกู่ บั อาเภอขขุ นั ธ์ ตอ่ มาได้แยกออกมาเป็นอาเภอปรางค์กู่ โดยตงั้ เป็นชื่อตาบลก่เู นื่องจาก มีปราสาทชื่อว่า \"ปราสาทปรางค์ก่\"ู แบง่ การปกครองออกเป็น 17 หมบู่ ้าน พนื้ ท่ี สภาพทว่ั ไปเป็นท่ีราบล่มุ ในฤดฝู นนา้ จะหลากมาทว่ มบริเวณนา ทาให้เกิดการเสียหาย ราษฎร ประกอบอาชีพทานาเกษตรอาศยั นา้ ฝน ถ้าปีไหนฝนไมต่ กเกษตรกรจะอพยพแรงงานไป ประกอบอาชีพนอกเขตพนื ้ ท่ี สถานทต่ี งั้ หมู่ 1 บ้านดอนกู่ ตาบลปางกู่ อาเภอโนนสงั จงั หวดั หนองบวั ลาภู อุปกรณ์-วธิ ีการทาไม้กวาดดอกหญ้า อปุ กรณ์การทาไม้กวาดดอกหญ้า 1. เข็มเย็บกระสอบ 2. เชือกฟาง 3. ไม้ไผ่ ความยาวประมาณ 80 ซม. 4. ดอกหญ้า 5. ตะปขู นาด 1 นวิ ้ จานวน 2 ตวั ขนั้ ตอนการทาไม้กวาด วธิ ีทาไม้กวาดดอกหญ้า 1.นาดอกหญ้ามาทาความสะอาดและตากแดดให้แห้งคดั เลือกเฉพาะดอกหญ้าท่ีมีคุณภาพ ดี 2. นาดอกหญ้าปริมาณ 1 กามือ มดั ให้เป็นวงกลม 3. นาเข็มเย็บกระสอบ ซงึ่ ร้อยเชือกฟางไว้แล้ว แทงเข้าตรงกลางมดั ดอกหญ้า แล้วถักขนึ ้ ลง แบบหางปลา ให้ได้ 3 ชนั้ พร้อมจดั ดอกหญ้าให้มีลกั ษณะแบน 4. ตดั โคนดอกหญ้าให้เสมอกนั 5. นาด้ามไม้ไผเ่ จาะรูที่หวั ไว้สาหรับห้อยเชือกและเจาะรูตรงปลายนามาขดั ด้วยก้อนจากนนั้ เสียบเข้าตรงกลางมดั ดอกหญ้า 6. นาเชือกฟางมดั ดอกหญ้าไว้ด้วยกนั โดยนาเชือกฟางมาสอดตรงรูท่ีเจาะ เพื่อป้องกนั ไมใ่ ห้ ดอกหญ้าออกจากกนั 7. ตอกตะปทู ี่เตรียมไว้ เพอ่ื ให้ดอกหญ้าตดิ กบั ด้ามไม้ไผ่ และมีความแข็งแรงขึน้ * เคลด็ ลบั ทา ให้ไม้กวาดแข็งแรง ควรนาดอกหญ้าตากแดดให้แห้งสนิทก่อนมดั จะได้ไม้กวาดที่มีความ แขง็ แรง ไม่หลดุ ง่าย เม่ือถงึ เวลาใช้งาน

ตำบลกุดดู่ ประวัติและผลงำนภมู ิปัญำทอ้ งถ่นิ อำเภอโนนสงั ดำ้ น เลยี้ งววั พ่อพนั ธ์ุ สำขำ เกษตรกรเลี้ยง ววั พนั ธุ์ (นำยปรำโมทย์ หนิ กลำง )

คุณปราโมทย์ หนิ กลาง อยู่บ้านเลขท่ี 8 หมู่ท่ี 4 ตาบกุดดู่ อาเภอโนนสัง จังหวัด หนองบัวลาภู เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพค้าขายอยู่ด้วย ต่อมาเหน็ พืน้ ท่บี ริเวณในท่ดี นิ ของเธอ ค่อนข้างว่าง ยังสามารถทาอะไรได้อีกหลายอย่าง ต่อมาประมาณ ปี 2544 จงึ ได้มองอาชีพ เสริมท่เี กดิ รายได้ให้สอดคล้องและเหมาะสมกบั พืน้ ท่ขี องเธอเอง ก็ได้ฝึกอบรมเกี่ยวกบั การจดั สรรเนือ้ ที่ให้เหมาะสม โดยแบ่งเป็นส่วนๆ ทงั้ ปลกู ผกั เลีย้ งปลา เลีย้ ง เป็ด เลีย้ งไก่ ซงึ่ การทาอะไรแบบผสมผสาน อยา่ งน้อยเวลามีอะไรผดิ พลาด เราก็จะไมข่ าดทนุ ซง่ึ ชว่ งนนั้ การเลีย้ งววั กระแสมาแรง เราก็เลยตดั สินใจเลีย้ งววั ด้วย” คณุ ปราโมทย์ เลา่ ถึงที่มาของการ เลือกอาชีพเสริม ซง่ึ ตอนเริ่มแรกของการเลีย้ งววั คณุ ปราโมทย์ เล่าวา่ จะซอื ้ ลกู ววั มาเลีย้ งเอง มีทงั้ พนั ธ์บุ ราห์ มนั บราซลิ และพนั ธ์อุ ่ืนๆ ท่ีนยิ มของตลาดมาเลีย้ งเพ่อื ขยายพนั ธ์เุ อง ซงึ่ การท่ีจะให้ลกู ววั เติบโตเต็ม วยั จนสามารถผสมพนั ธ์ุได้นนั้ ต้องใช้เวลาเลีย้ งกนั อยา่ งน้อย 18 เดือน เลยทีเดียว โดยราคาของนา้ เชือ้ มีราคาต่าสดุ อยทู่ ี่ หลอดละ 300 บาท และราคาสงู สดุ อยทู่ ี่ 3,000 บาท ซงึ่ ราคา ที่แตกต่างกนั นนั้ ขนึ ้ อย่กู บั สายพนั ธ์ุ “พอเราเป็นที่รู้จกั มากขนึ ้ ก็ได้รู้จกั สตั วแพทย์หลายคน เราก็เลยได้มีโอกาสมาเป็นแหลง่ เก็บ นา้ เชือ้ โดยคนท่ีอยากได้สายพนั ธ์ดุ ีๆ เขาก็มาตดิ ตอ่ ซอื ้ นา้ เชือ้ ที่เรา ซงึ่ การผสมก็ติดลกู ดี เรียกว่า นา้ เชือ้ ที่เราเก็บนนั้ ดีมีคณุ ภาพ เลยบอกกนั ไปปากต่อปาก ทาให้เรามีนา้ เชอื ้ ของหลายพอ่ พนั ธ์มุ า เก็บไว้ ให้คนท่ีต้องการซอื ้ ไปผสมได้ทนั ท”ี คณุ ปราโมทย์ กล่าว ซง่ึ จากความสาเร็จของคณุ จติ ตราในเร่ืองนี ้เธอได้กลา่ วแนะนาสาหรับผ้ทู ี่สนใจอยากเลีย้ งววั ด้วยว่า การท่ีจะเลีย้ งให้ได้กาไรนนั้ สิง่ ท่ีสาคญั ท่ีสดุ คือ ต้องลงมือทาด้วยตนเองเพอื่ จะได้เกิดความ ชานาญ จากนนั้ ก็เร่ิมจบั ทาการเกษตรด้านอ่ืนๆ อยเู่ สมอ เพ่ือให้มีความหลากหลายในการประกอบ อาชีพ ความสาเร็จก็อยไู่ ม่ไกลเกินกว่าความพยามยาม เพราะได้ทงั้ ความรู้และรายไดอ้ ีกด้วย

ตำบลบ้ำนค้อ ประวตั ิและผลงำนภมู ิปญั ำทอ้ งถน่ิ อำเภอโนนสงั ด้ำน อำชพี สำขำ กำรทำรชกระตบิ ขำ้ ว นำยบุญชว่ ย ศิรชิ ำ

ประวตั ิควำมเปน็ มำ ตาบลบ้านคอ้ มหี มู่บา้ นอยใู่ นเขตการปกครองเดมิ ของตาบลโนนสัง และตาบลโคกใหญ่ ตาบล โนนสังมี ม.1,2,3,4,6,7,8 ตาบลโคกใหญ่มี ม.5 ต่อมาได้จดั ตงั้ เป็นตาบลบ้านค้อ เม่ือปี พ.ศ.2513 กานนั คนแรกช่ือ นายวนั พนั ธ์แน่น ปัจจบุ นั มีหมบู่ ้านในเขตการปกครอง 10 หม่บู ้าน กานนั ตาบลบ้านคือช่ือ นายพมิ พา จาปา พื้นที่ พื้นที่สว่ นใหญเ่ ปน็ ที่ราบลุ่มเชงิ เขามพี น้ื ทีส่ ่วนหนึง่ มีอาณาเขตตดิ เข่อื นอบุ ลรัตน์ จงั หวดั ขอนแกน่ พนื้ ท่ที าการเกษตร 16,989 ไร่ พนื ้ ที่ป่าไม้ 20,600 ไร่ พนื ้ ท่ีแหลง่ นา้ 4,812 ไร่ พนื ้ ท่ีอยอู่ าศยั 5,357 ไร่ เขตพน้ื ที่ ทิศเหนอื ติดกบั ตาบลกดุ ดู่ อาเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลาภู ทิศใต้ ติดกบั เข่ือนอบุ ลรัตน์ อาเภออบุ ลรัตน์ จงั หวดั ขอนแก่น ทิศตะวนั ออก ตดิ กบั เทือกเขาภเู ก้าภพู านคา อาเภอโนนสงั จงั หวดั หนองบวั ลาภู ทศิ ตะวนั ตก ตดิ กบั ตาบลโนนสงั อาเภอโนนสงั จงั หวดั หนองบวั ลาภู อำชีพ อาชีพหลัก ทานา อาชีพเสริม รับจ้าง จกั สาน ทอผ้าไหม ประมงนา้ จืด เลีย้ งสตั ว์ ปลกู ผกั ต่าง ๆ ฯลฯ สำธำรณูปโภค มีระบบไฟฟ้าครบทุกหม่บู ้าน ตโู้ ทรศพั ท์สาธารณะครบทกุ หมู่บา้ น ถนนในหมู่บา้ นสว่ นใหญเ่ ป็น คอนกรีต มถี นนลกู รังไม่กหี่ ม่บู ้าน กำรเดนิ ทำง การเดนิ ทางโดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2146 เดินทางด้วยทางรถยนต์จากตวั จงั หวดั หนองบวั ลาภถู ึงตาบลบ้านค้อ ระยะทาง 49 กิโลเมตร เดนิ ทางจากที่ว่าการอาเภอโนนสงั ระยะทาง 5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดนิ ทางโดยรถโดยสารประจาทางประมาณ 1 ชม.ถงึ จงั หวดั หนองบวั ลาภู ผลิตภณั ฑ์ กระติบข้าว



ตำบลโคกม่วง ประวตั แิ ละผลงำนภูมิปัญำทอ้ งถน่ิ อำเภอโนนสงั ดำ้ น การประดษิ ฐ์รถเกี่ยวข้าว สำขำ เกษตรกรทำนำ นายขวญั ชยั โชคพชิ ิตชยั

กลุ่มบคุ คล เป็นผการประดษิ ฐ์รถเก่ียวข้าวลงานประดิษฐ์ของ นายขวญั ชยั โชคพชิ ติ ชยั อาเภอบ้าน โพธ์ิ โดยร่วมกบั นายอารมณ์ ภมู ลิ กั ษณ์ ผ้ใู หญ่บ้านในเขตอาเภอบางพลี จงั หวดั สมทุ รปราการ เป็นผ้นู าอาชีพก้าวหน้าระดบั จงั หวดั ผ้ปู ระดิษฐ์รถเกี่ยวข้าว นบั เป็นรายแรกของประเทศ องค์ความรู้ เม่ือมีปัญหาการขาดแคลนแรงงานเก่ียวข้าวเกิดขนึ ้ รถเก่ียวข้าวเป็นเคร่ืองทนุ แรงท่ีดี แต่ รถเกี่ยวข้าวที่สง่ั ซอื ้ จากต่างประเทศ ไม่สามารถนามาใช้กบั สภาพพนื ้ ที่นาของประเทศเราได้ นาย ขวญั ชยั จงึ ทดลองประดิษฐ์รถเกี่ยวข้าวขนึ ้ เพ่ือให้เหมาะสมกบั สภาพการใช้งานของเมืองไทย โดย ร่วมกบั นายอารมณ์ ภมู ลิ กั ษณ์ ผ้ใู หญ่บ้านในเขตอาเภอบางพลี จงั หวดั สมทุ รปราการ ระยะแรก นนั้ ไม่ได้ผล เกิดความเสียหายสญู เปล่า แต่นายขวญั ชยั ก็ยงั ไม่ยอ่ ท้อ เขาได้ดดั แปลง ส่วนประกอบโดยคดั เลือกชนิ ้ สว่ นจากประเทศตา่ งๆ หลายประเทศ และปรับระบบการขบั เคลื่อน เป็นระบบไฮโดรลคิ ซงึ่ ทาให้ผ้ขู บั ข่ีไมต่ ้องออกแรงมาก และในท่ีสดุ เขาก็ประสบผลสาเร็จ จนคน ทวั่ ไปรู้จกั รถเกี่ยวข้าวในนามของบริษัทสยามแอพพลาย ปัจจบุ นั บริษัทสยามแอพพลายจะขายเฉพาะวสั ดอุ ปุ กรณ์และอะไหล่ของรถเกี่ยวข้าว เทา่ นนั้ เน่ืองจากเป็นการเปิดโอกาสให้ช่างฝีมือของบริษัท (ส่วนใหญ่มีอาชีพทานามาก่อน) ได้ แสดงความสามารถ โดยการปรับปรุง พฒั นา และประยกุ ต์รถเก่ียวข้าวให้เหมาะกบั การใช้งาน และทนั สมยั มากขนึ ้ พร้อมทงั้ ลงทนุ ผลติ รถเกี่ยวข้าวไว้ใช้เอง รวมทงั้ ผลติ เพ่ือการจาหน่ายด้วย ประโยชน์ รถเกี่ยวข้าวท่ีคิดค้นนีเ้ป็นตวั แบบรุ่นแรกของรถเก่ียวข้าวท่ีผลติ ในประเทศไทย ซง่ึ ต่อมาได้ มีการพฒั นาและประยกุ ต์ให้เหมาะสมกบั การใช้สอยมากขนึ ้ รถเก่ียวข้าวได้รับความนยิ มอยา่ ง แพร่หลาย เพราะมีความสะดวกในการใช้สอย เก่ียวข้าวได้ในปริมาณมาก สามารถใช้ได้ทงั้ ใน พนื ้ ที่ที่มีนา้ และพนื ้ ท่ีแห้ง สามารถแยกเมล็ดข้าวออกจากรวงได้ทนั ที ได้เมลด็ ข้าวใสก่ ระสอบ พร้อมส่งโรงสี จงึ นบั ได้วา่ เป็นรถเก่ียวข้าวช่วยประหยดั เวลา และแรงงาน ก่อให้เกิดประโยชน์ใน การเกษตรอย่างมาก ผลงานการประดษิ ฐ์รถเกี่ยวข้าวนีเ้ป็นท่ียอมรับจากบคุ คล กลุ่มอาชีพ และ สถานศกึ ษาต่างๆ

วธิ ีเก็บเก่ียวข้าว ด้วยคน ในช่วงของการเก่ียวข้าวเป็นอีกช่วงหนงึ่ ท่ีมีความต้องการใช้แรงงานจานวนมาก ชาวไร่ ชาวนามีวธิ ีระดมแรงงานในกล่มุ เครือญาติหรือเพื่อนบ้านมาช่วยทางาน เรียกว่า “เอามือ้ เอาวนั ” หรือ “เอามือ้ เอาแฮง” แบง่ การเก่ียวข้าวเป็น การใช้เคียวเกี่ยวข้าว และการใช้แกระเกี่ยวข้าว เกี่ยวข้าวโดยใช้เคียว :: วธิ ีเก่ียวข้าวโดยใช้เคียว ชาวไร่ชาวนาจะถือเคียวด้วยมือข้างท่ีถนดั แล้วใช้เคียวเก่ียวกระหวดั กอ ข้าวทีละกอ ในขณะเดียวกนั ก็ใช้มืออีกข้างหนง่ึ จบั กอข้าวนนั้ และออกแรงดงึ เคียวให้คมเคียวตดั ลาต้นข้าวให้ขาดออกมา โดยทวั่ ไปจะเก่ียวให้มีความยาวของต้นข้าวห่างจากรวงข้าว ให้พอเหมาะ ที่จะนาไปฟาดข้าวได้สะดวก หรือให้มีความยาวของต้นข้าวพอที่จะนาไปใช้ประโยชน์อย่างอ่ืน ต่อไปได้ เช่น ใช้คลมุ แปลงปลกู หอม กระเทียม ฯลฯ

ตำบลโนนเมอื ง ประวัตแิ ละผลงำนภมู ิปัญำทอ้ งถ่นิ อำเภอโนนสงั ดำ้ น อำชพี สำขำ กำรทำผำ้ ขำวม้ำ นำงบญุ มี ปัดนำถำ

ข้นั ตอนกำรทอผำ้ ขำวมำ้ 1. สืบเส้นด้ายยืนเข้ากบั แกนม้วนด้ายยืน และร้อยปลายด้ายแตล่ ะเส้นเข้าในตะ กอ แตล่ ะชดุ และฟันหวี ดงึ ปลายเส้นด้ายยืนทงั้ หมดม้วนเข้ากบั แกนม้วนผ้าอีกด้านหนง่ึ ปรับความตงึ หยอ่ นให้พอเหมาะ กรอด้ายเข้ากระสวยเพื่อใช้เป็นด้ายพ่งุ 2. เร่ิมการทอโดยกดเคร่ืองแยกหมตู่ ะกอ เส้นด้ายยืนชดุ ที่ 1 จะถกู แยก ออกและ เกิดช่องว่าง สอดกระสวยด้ายพงุ่ ผ่าน สลบั ตะกอชดุ ที่ 1 ยกตะกอชดุ ท่ี 2 สอด กระสวยด้ายพงุ่ กลบั ทาสลบั กนั ไปเรื่อย ๆ 3. การกระทบฟันหวี ( ฟืม ) เมื่อสอดกระสวยด้ายพงุ่ กลบั ก็จะกระทบ ฟันหวี เพอื่ ให้ ด้ายพงุ่ แน่นหนาตดิ กนั ได้เนือ้ ผ้าท่ีแนน่ หนา 4. การเก็บหรือม้วนผ้า เมื่อทอผ้าได้พอประมาณแล้วก็จะม้วนเก็บใน แกนม้วนผ้า โดยผอ่ นแกนด้ายยืนให้คลายออกและปรับความตงึ หยอ่ นใหม่ ให้พอเหมาะ

คณะผจู้ ัดทำ ที่ปรึกษำ ครูรักษาการในตาแหนง่ ผู้อานวยการ กศน.อาเภอโนนสัง ๑. นางนวพรรษ จันทราทลู ผรู้ ับผดิ ชอบ ครู กศน.ตาบล ๑. นางมะลิ ไชยพาฤทธ์ิ ครู กศน.ตาบล ๒. นางสาวมณทภิ า ดหู ฤคา ครู กศน.ตาบล ๓. นางธนพร สมสนั ต์ ครู กศน.ตาบล ๔. นางสาวสภุ าพร วงษ์ออ่ น ครู กศน.ตาบล ๕. นางสาวสุนีนาถ แวววงศ์ ครู กศน.ตาบล ๖. นางสาวอรดี ไชยบุรมณ์ ครู กศน.ตาบล ๗. นางถนอมทรัพย์ ทองเดช ครู กศน.ตาบล ๘. นายชยั กติ ติ โสภาศรี ครู กศน.ตาบล ๙. นายอรุณ รตั นงาม ครู กศน.ตาบล ๑๐. นายธนภทั ร สมสนั ต์ ครู กศน.ตาบล ๑๑. นายสทุ ธินัน สีอุดทา ครู กศน.ตาบล ๑๒. นายปฏิวัติ ววิ าจารย์ ครู กศน.ตาบล ๑๓. นายรตั นะ มว่ งกลาง ครู กศน.ตาบล ๑๔. นายอนุวฒั น์ ทองเดช ผู้รวบรวมและจัดพิมพ์ บรรณารกั ษ์ ๑. นางสาวจุฑามาศ พลนางาม เจำ้ ของเอกสำร ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อาเภอโนนสัง

ศนู ยก์ ำรศกึ ษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอธั ยำศัยอำเภอโนนสงั สำนักงำน กศน.จังหวดั หนองบวั ลำภู สำนกั งำนปลัดกระทรวงศึกษำธกิ ำร กระทรวงศกึ ษำธกิ ำร