Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เนื้อหา น้่ำอากาศ

เนื้อหา น้่ำอากาศ

Published by ดียานา เจ๊ะอูมา, 2019-11-21 21:16:26

Description: เนื้อหา น้่ำอากาศ

Search

Read the Text Version

นำ้ และอำกำศ

นำ้

นำ้ กบั สง่ิ มีชีวติ นำ้ เป็นทรัพยำกรธรรมชำตทิ ม่ี คี ณุ คำ่ มหำศำล มีประโยชน์ ตอ่ กำรดำรงชีวิตของพืชและสตั ว์ และมนษุ ย์ด้วย ถ้ำขำดนำ้ สงิ่ มีชีวติ จะไม่ สำมำรถดำรงชีวิตอยไู่ ด้ บนโลกของเรำประกอบด้วยนำ้ 3 สว่ น และพืน้ ดนิ 1 สว่ น นำ้ มที งั้ นำ้ บนผวิ ดิน นำ้ ใต้ดิน และนำ้ ในบรรยำกำศ นำ้ ผวิ ดนิ ได้แก่ แมน่ ำ้ ลำคลอง หนองบงึ ห้วย ลำธำร ทะเล ทะเลสำบ และมหำสมทุ ร และนำ้ ทีเ่ ก่ียวข้องกบั กำรดำรงชีวิตของมนษุ ย์ คือ นำ้ บนดิน นำ้ ใต้ดิน นำ้ ใต้ดินมี 2 ประเภท คือ นำ้ ในดนิ และนำ้ บำดำล นำ้ ใน บรรยำกำศ เช่น ไอนำ้ ละอองนำ้ ในอำกำศ เป็นต้น

วัฏจกั รของนำ้ ลกั ษณะของนำ้ ท่ีหมนุ เวยี น เกิดจำกกำรระเหยของนำ้ บน พืน้ โลก โดยแสงแดด ควำมร้อน ลม เม่ือไอนำ้ ลอยขนึ ้ สงู จะ รวมตวั กนั เป็นก้อนเมฆ แล้วเคล่ือนท่ีไปตำมกระแสลม เม่ือ ไปกระทบควำมเยน็ เป็นฝนตกลงมำสพู่ ืน้ ดนิ นำ้ ฝนไหลลงสู่ แหลง่ นำ้ บนผวิ ดิน และใต้ดนิ ตอ่ ไป ปรำกฏกำรณ์หมนุ เวียน ของนำ้ เรำเรียกวำ่ วฏั จกั รของนำ้

สมบัตขิ องนำ้ - นำ้ เป็นสสำรชนิดหนงึ่ ซงึ่ มที งั้ สถำนะของแขง็ ของเหลว และก๊ำซ นำ้ เป็นสสำรมี นำ้ หนกั ต้องกำรที่อยแู่ ละสมั ผสั ได้ โดยปกตนิ ำ้ อยใู่ นสภำวะของเหลวมีสมบตั ิ ดงั นี ้ - นำ้ จะมรี ูปร่ำงเปล่ียนไปตำมภำชนะที่บรรจุ เช่น เม่อื อยใู่ นแก้วจะมีรูปร่ำงของแก้ว เป็นต้น - นำ้ เม่ือได้รับควำมร้อนถงึ จดุ เดือดจะกลำยเป็นไอ และเชน่ เดียวกบั เมื่อได้รับควำมเยน็ จะเป็นสถำนะเป็นของแข็งที่อณุ หภมู ศิ นู ย์องศำเซลเซียส

สมบตั ขิ องนำ้ ต่อ - กำรเคลอื่ นท่ีของนำ้ นำ้ จะเคลอ่ื นที่เพื่อรักษำระดบั ผวิ นำ้ ให้เทำ่ กนั เสมอไมว่ ่ำจะอยใู่ นภำชนะทม่ี ีรูปร่ำง ตำ่ งกนั อยำ่ งไร - นำ้ จะไหลจำกที่สงู ลงสทู่ ี่ต่ำกวำ่ ด้วยแรงดงึ ดดู ของโลก ซงึ่ ทำให้นำ้ จำกท่ีสงู ไหลไปรวมกบั นำ้ แหลง่ ตำ่ งๆ ท่ี ต่ำกวำ่ เชน่ นำ้ ตก นำ้ ในทะเล มหำสมทุ ร - แรงดนั ของนำ้ คือ แรงของนำ้ ที่กดลงพืน้ ท่ีบริเวณหนงึ่ ๆ แรดนั ของนำ้ จะสมั พนั ธ์กับระดบั ควำมลกึ ของนำ้ โดยนำ้ ท่ีระดบั เดียวกนั จะมีแรงดนั ของนำ้ เทำ่ กนั และนำ้ ที่ระดบั ลกึ กวำ่ แรงดนั มำกกวำ่ นำ้ ที่ระดบั ต้นกวำ่

ประโยชน์ของนำ้ ด้ำนอปุ โภคบริโภค มนษุ ย์ สตั ว์ ต้องกำรนำ้ เพอ่ื กำรด่มื กนิ ใช้ประกอบอำหำร ชำระล้ำงร่ำงกำย และสง่ิ สกปรก ตำ่ งๆ ในชีวิตประจำวนั ด้ำนเกษตรกรรม ใช้ในกำรเกษตร กำรเพำะปลกู และเลยี ้ งสตั ว์ ด้ำนอตุ สำหกรรม ใช้ประโยชน์ในกำรอตุ สำหกรรมทกุ ชนิด เพรำะอตุ สำหกรรมทกุ ประเภทต้องอำศยั นำ้ เป็น วตั ถดุ บิ เช่น อำหำรกระป๋ อง เครื่องดื่ม ใช้ระบำยควำมร้อน ของเคร่ืองจกั ร เคร่ืองยนต์ ใช้ล้ำงทำควำมสะอำด ผลติ ภณั ฑ์และกำกอำหำรของเสยี ตำ่ งๆ เป็นต้น

- ด้ำนกำรคมนำคมทำงนำ้ ใช้เป็นเส้นทำงคมนำคมในกำรติดตอ่ สื่อสำร และตดิ ตอ่ ทำงกำรค้ำ เชน่ เรือ แพ ตำมแมน่ ำ้ ลำคลอง สำมำรถขนสง่ สนิ ค้ำได้ทีละมำกๆ เป็นกำรคมนำคมขนสง่ ที่รำคำถกู กวำ่ ใช้รถยนต์หรือเครื่องบนิ - ด้ำนแหลง่ ผลติ พลงั งำนไฟฟำ้ นำพลงั นำ้ จำกกำรสร้ำงเขอ่ื นเก็บกกั นำ้ มำผลติ กระแสไฟฟำ้ เชน่ เขือ่ น ภมู ิพล เข่ือนสริ ิกิต์ิ เขื่อนจฬุ ำภรณ์ เข่ือนอบุ ลรัตน์ เข่ือนศรีนครินทร์ เป็นต้น - ด้ำนที่อยอู่ ำศยั นำ้ เป็นแหลง่ ท่ีอยอู่ ำศยั ของสตั ว์นำ้ และพืช เช่น ปลำ ก้งุ ปู หอย และสำหร่ำยทกุ ชนิด - ด้ำนทรัพยำกรธรรมชำติ เป็นแหลง่ ของทรัพยำกรท่ีสำคญั เชน่ แก๊สธรรมชำติ และเกลอื เป็นต้น - ด้ำนนนั ทนำกำร เป็นแหลง่ พกั ผอ่ นหยอ่ นใจ และเป็นแหลง่ ทอ่ งเที่ยวทำงนำ้

คณุ ภำพของนำ้ นำ้ ตำมแหลง่ ตำ่ งๆ โดยทวั่ ไปจะมีสงิ่ เจือปนอยใู่ นปริมำณตำ่ งๆ ตำมประเภทของแหลง่ นำ้ นำ้ จำกแหลง่ นำ้ บำงแหง่ มองดแู ล้วใสสะอำด แตเ่ รำไมส่ ำมำรถบอกได้วำ่ นำ้ นนั้ สะอำดหรือไม่ นำ้ ท่ีสะอำดจะต้องไมม่ ีสี ไม่มีกลิ่น ไมม่ ีรส สำมำรถใช้ดื่มได้ ซงึ่ เรำเรียกวำ่ เป็นนำ้ ท่ีมีคณุ ภำพ

กำรปรับปรุงคุณภำพของนำ้ นำ้ ท่ีใช้เพื่อกำรบริโภคและอปุ โภคของคนเรำนนั้ หำกได้มำจำกแหลง่ นำ้ ธรรมชำติ อำจมีสง่ิ เจือปน ตำ่ งๆ ละลำยอยู่ ดงั นนั้ ก่อนท่ีจะนำมำใช้จะต้องทำให้สะอำดเสยี กอ่ น ด้วยวธิ ีกำรตำ่ งๆ ดงั นี ้ - กำรต้ม นำนำ้ มำต้มให้เดือดประมำณ 20-30 นำที เพรำะควำมร้อนจะเป็นตวั ทำลำยเชือ้ โรคท่ีปนมำกบั นำ้ ได้ดี นำ้ ต้มเป็นนำ้ ที่ใช้ด่ืมได้อยำ่ งปลอดภยั - ให้ตกตะกอน โดยกำนำสำรส้มมำแกวง่ เร็วๆ ในนำ้ ให้สำรส้มกระจำยไปทว่ั ประมำณ 1 นำที แล้วแกว่งช้ำๆ ประมำณ 10-20 นำที จะทำให้สำรตำ่ งๆ ท่ีอยใู่ นนำ้ ตกตะกอนนอนก้นได้นำ้ ใส แตไ่ มเ่ หมำะสำหรับด่มื เพรำะ ไมไ่ ด้ฆ่ำเชือ้ โรค แตส่ ำมำรถนำไปใช้ชำระร่ำงกำยและภำชนะเครื่องใช้ตำ่ งๆ ได้

- กำรใสค่ ลอรีน ในปริมำณท่เี หมำะสมเป็นกำรฆ่ำเชือ้ โรคในนำ้ ที่มีประสทิ ธิภำพสงู โดยใช้คลอรีนผงคร่ึงช้อนตอ่ นำ้ 1 ตมุ่ (10 ปีบ) โดยละลำยผงคลอรีนในนำ้ 1 ถ้วยกอ่ น คนให้สะอำด เทลงตมุ่ กวนให้ผสมกนั ดี ทงิ ้ ไว้อยำ่ งน้อย 20 นำที จงึ นำไปใช้ได้ - กำรกรอง เป็นกำรนำวตั ถชุ นิดตำ่ งๆ มำวำงซ้อนกนั หลำยๆ ชนั้ เชน่ ทรำยละเอียด ทรำยหยำบ ถ่ำน กรวดละเอียด กรวดหยำบ และสำลี แล้วเทนำ้ ลงไปให้ไหลผำ่ นชนั้ ตำ่ งๆ เพ่ือได้นำ้ ท่ีสะอำดแตไ่ มค่ วรบริโภค เพรำะยงั ไมไ่ ด้ฆ่ำเชือ้ โร - กำรกลนั่ เป็นวิธีกำรที่นำนำ้ มำต้นให้กลำยเป็นไอ แล้วให้ไอนำ้ ผำ่ นควำมเยน็ ไอนำ้ จะกน่ั ตวั เป็นหยดนำ้ ซงึ่ นำ้ ที่ได้จะ สะอำดมำกที่สดุ แตส่ นิ ้ เปลืองคำ่ ใช้จ่ำยมำก นิยมนำมำใช้ในกำรแพทย์

กำรอนรุ ักษ์ทรัพยำกรนำ้ นำ้ มีประโยชน์ตอ่ สงิ่ มีชีวติ มำก ถ้ำไมม่ ีนำ้ สงิ่ มีชีวิตกไ็ มส่ ำมำรถดำรงชีวิตอยไู่ ด้ ดงั นนั้ เพอื่ ให้เกิดประโยชน์สงู สดุ ใน กำรดำรงชีวติ ของมนษุ ย์ เรำจงึ ควรชว่ ยกนั แก้ปัญหำกำรสญู เสยี ทรัพยำกรนำ้ ด้วยกำรอนรุ ักษ์นำ้ ดงั นี ้ กำรปลกู ต้นไม้ ทำให้อำกำศมีควำมช่มุ ชืน้ ทำให้มีฝนตกตำมฤดกู ำล นอกจำกนี ้ต้นไม้ยงั ช่วยลดปัญหำกำรตืน้ เขิน ของแหลง่ นำ้ ตำมธรรมชำติตำ่ งๆ ได้เป็นอยำ่ งดี เพรำะรำกของต้นไม้ จะชว่ ยยดึ ดินไว้ไมใ่ ห้ถกู นำ้ พดั พำไปทบั ถมกนั ใน แหลง่ นำ้ ได้

กำรใช้นำ้ อย่ำงประหยัด สำมำรถปฏิบัตไิ ด้ดังนี้ หมนั่ ตรวจสอบกำร่ัวไหลของนำ้ ไมเ่ ปิดนำ้ ทงิ ้ ไว้หลงั เลิกใช้นำ้ แล้ว ใช้สบเู่ หลวแทนสบกู่ ้อนเวลำล้ำงมือ เพรำะจะใช้นำ้ น้อยกวำ่ ใช้ฝักบวั รดนำ้ ต้นไม้แทนสำยยำง ล้ำงรถเทำ่ ท่ีจำเป็น หมน่ั ตรวจสอบทอ่ นำ้ ในบ้ำนวำ่ มีรอยรั่วหรือไม่ ล้ำงผกั หรือผลไม้ในอำ่ งหรือภำชนะทกุ ครัง้ ล้ำงจำนในอำ่ งล้ำงจำน ใช้สขุ ภณั ฑ์ประหยดั นำ้ อยำ่ ทงิ ้ นำ้ ด่ืมท่ีเหลือโดยเปลำ่ ประโยชน์ รินนำ้ ให้พอดีดื่ม

กำรเผำป่ำ กำรถำงป่ำ เพ่ือทำไร่เล่ือนลอยไมค่ วรกระทำ เพรำะป่ำไม้เป็นต้นกำเนิดของแหลง่ นำ้ กำรปอ้ งกนั มลพษิ ทำงนำ้ เรำสำมำรถชว่ ยปอ้ งกนั มลพิษทำงนำ้ ได้ด้วยกำรไมท่ งิ ้ ขยะหรือส่ิงปฏิกลู หรือสำรพิษลงสแู่ หลง่ นำ้ กำรนำนำ้ ท่ีใช้แล้วกลบั มำใช้ใหม่ เรำสำมำรถนำนำ้ ท่ีใช้แล้วกลบั มำใช้ใหมไ่ ด้อีก เช่น นำนำ้ ท่ีเหลือจำกกำรซกั ผ้ำในครัง้ สดุ ท้ำย มำรดนำ้ ต้นไม้ เพ่ือเป็นกำรประหยดั นำ้ ในบริเวณทม่ี โี รงงำนอตุ สำหกรรม ควรตรวจสอบวำ่ โรงงำนเหลำ่ นีม้ ีระบบบำบดั นำ้ เสยี หรือไม่ และควรมรกำรตรวจสอบ คณุ ภำพในแหลง่ นำ้ อยเู่ สมอ เพ่ือจะได้ทรำบวำ่ เกิดปัญหำนำ้ เสียหรือไมแ่ ละเกิดในชว่ งใดของแหลง่ นำ้

อำกำศ

อำกำศกับส่งิ มีชีวิต อำกำศเป็นสสำรชนิดหนง่ึ มีตวั ตน มีนำ้ หนกั ต้องกำรที่อยแู่ ละสมั ผสั ได้ โลกของเรำมีอำกำศหอ่ ห้มุ อยู่ เรำเรียกอำกำศท่ีอยรู่ อบตวั เรำและหอ่ ห้มุ โลกของเรำวำ่ บรรยำกำศ

ส่วนประกอบของอำกำศ อำกำศประกอบด้วยก๊ำซหลำยชนิด สว่ นประกอบของก๊ำซที่สำคญั ในอำกำศโดยปริมำตร ได้แก่ -ไนโตรเจน ร้อยละ 78 -ออกซเิ จน ร้อยละ 21 -อำร์กอน ร้อยละ 0.93 -คำร์บอนไดออกไซด์ ร้อยละ 0.03 -ก๊ำซอื่นๆ ฝ่นุ ละอองและไอนำ้ ร้อยละ 0.04 อำกำศท่ีไมม่ ีไอนำ้ เรียกวำ่ อำกำศแห้ง สว่ นอำกำศทมี่ ีไอนำ้ ปนอยดู่ ้วย เรียกว่ำ อำกำศชืน้ ไอนำ้ ท่มี ี อยใู่ นอำกำศมีอยรู่ ะหวำ่ งร้อยละ 0-4 ของอำกำศทงั้ หมด ไอนำ้ เป็นสว่ นผสมท่ีสำคญั ของอำกำศ และไอ นำ้ กเ็ ป็นสำเหตขุ องกำรเกิดปรำกฏกำรณ์ตำ่ งๆ เชน่ ลม พำยุ ฟำ้ แลบ ฟำ้ ร้อง รุ้งกินนำ้ เป็นต้น

สมบตั ขิ องอำกำศ อำกำศมีตวั ตนและสมั ผสั ได้ อำกำศมีนำ้ หนกั อำกำศต้องกำรท่ีอยู่ อำกำศเคล่อื นที่ได้ และเม่ืออำกำศได้รับควำมร้อนจะขยำยตวั ลอยตวั สงู ขนึ ้ ทำให้ควำมหนำแน่นของอำกำศ บริเวณนีล้ ดลง อำกำศบริเวณใกล้เคียงที่มีอณุ หภมู ิต่ำกวำ่ ควำมหนำแนน่ มำกกว่ำจะเข้ำมำแทนที่ ซงึ่ เรียกวำ่ กำรเคลื่อนที่ของอำกำศหรือลม

ประโยชน์ของอำกำศ - อำกำศเป็นส่งิ ที่จำเป็นตอ่ กำรหำยใจของสง่ิ มีชีวิต ถ้ำขำดอำกำศ สง่ิ มีชีวติ จะไม่สำมำรถดำรงชีวติ อยไู่ ด้ - อำกำศชว่ ยปรับอณุ หภมู ิของโลกให้พอเหมำะ โดยทำหน้ำที่คล้ำยเคร่ืองปรับอณุ หภมู ิไมใ่ ห้ร้อนหรือเยน็ เกินไป นอกจำกนนั้ บรรยำกำศทหี่ อ่ ห้มุ โลกยงั ทำหน้ำที่กรองและดดู รังสอี ลุ ตรำไวโอเลตหรือแสงเหนือมว่ ง ไว้ ไมใ่ ห้ผ่ำนเข้ำสโู่ ลกชนั้ ในมำกจนเป็นอนั ตรำยตอ่ ส่งิ มีชีวติ - ชว่ ยปอ้ งกนั อนั ตรำยจำกสง่ิ ท่ีมำจำกภำยนอกโลก เช่น อกุ กำบำต ขยะอวกำศ - ทำให้เกิดเมฆฝน ซงึ่ เป็นสิง่ สำคญั ในกำรทำเกษตรกรรมในประเทศ ประโยชน์ท่ีสำคญั ท่ีสดุ ของอำกำศ คือ ใช้หำยใจ ถ้ำไมม่ ีอำกำศส่งิ มีชีวติ ทกุ ชนิดกไ็ มส่ ำมำรถดำรงชีวติ อยไู่ ด้ แตป่ ัจจบุ นั เรำกำลงั ประสบปัญหำเกี่ยวกบั อำกำศเสีย

สำเหตุของกำรเกดิ อำกำศเสียหรือเกดิ มลพษิ ทำงอำกำศ มดี ังนี้ - เกิดขนึ ้ เองตำมธรรมชำติ เชน่ ไฟป่ำ ภเู ขำไฟระเบิด ทำให้เกิดกลมุ่ ควนั ไฟ ฝ่นุ ละออง และก๊ำซตำ่ งๆ กำรเนำ่ เปื่อยของซำก พืชซำกสตั ว์ ทำให้เกิดก๊ำซตำ่ งๆ ปะปนในอำกำศ กำรเผำไหม้เชือ้ เพลงิ ในเคร่ืองยนต์และควนั จำกทอ่ ไอเสีย จะปลอ่ ยก๊ำซคำร์บอนไดออกไซด์ และก๊ำซคำร์บอนมอนนอกไซด์ ออกมำ - โรงงำนอตุ สำหกรรม จะปลอ่ ยควนั ของสำรพิษ ฝ่นุ ละอองและก๊ำซซลั เฟอร์ไดออกไซด์ ก๊ำซคำร์บอนไดออกไซด์ และก๊ำซ คำร์บอนมอนนอกไซด์ ก๊ำซอนื่ ๆ อีกหลำยชนิดออกมำ - โรงไฟฟำ้ ใช้เชือ้ เพลงิ ไปเผำไหม้ เช่น นำ้ มนั เตำ ถำ่ นหนิ ลิกไนต์ หรือเชือ้ เพลงิ อื่นๆ ไปผลติ กระแสไฟฟำ้ ทำให้เกิดก๊ำซ ซลั เฟอร์ไดออกไซด์ ก๊ำซอื่นๆท่ีเป็นอนั ตรำย - กำรเผำไหม้ของเชือ้ เพลงิ ในบ้ำน เชน่ กำรเผำฟื น ถ่ำน ในกำรหงุ ต้ม ล้วนทำให้เกิดก๊ำซคำร์บอนมอนนอกไซด์ และก๊ำซ ซลั เฟอร์ไดออกไซด์ - แหลง่ นำ้ เสยี ทำให้เกิดก๊ำซไฮโดรเจนซลั ไฟด์ และก๊ำซไฮโดรคำร์บอน กำรระเหยของสำรเคมีตำ่ งๆ เชน่ นำ้ มนั กรด สี เป็นต้น

แนวทำงในกำรป้องกนั มลพษิ ในอำกำศ ชว่ ยกนั ปลกู ต้นไม้ เพรำะต้นไม้จะชว่ ยดดู ก๊ำซคำร์บอนไดออกไซด์ และคำยก๊ำซออกซิเจนท่ีใช้ในกำร หำยใจออกมำ ลดกำรใช้ผลภิ ณั ฑ์ที่ทำมำจำกโฟมและพลำสตกิ ไมเ่ ผำขยะทที่ ำให้เกิดควนั พิษ แตใ่ ช้วธิ ีกำจดั โดยกำรฝัง ช่วยกนั จดั ระเบียบของบ้ำนเมือง เช่น ปรับปรุงชมุ ชนแออดั กวดขนั รถท่ีปลอ่ ยควนั เสีย

จำกกำรศกึ ษำเร่ืองนำ้ และอำกำศ สรุป ได้ว่ำ โลกของเรำมอี ำกำศและนำ้ เป็นปัจจยั สำคญั ในกำรดำรงชีวิตของมนษุ ย์ สตั ว์ และพืช นำ้ มีได้ 3 สถำนะ คือ ของแขง็ ของเหลว และก๊ำซ นำ้ ที่สะอำดจะต้องไมม่ ีสี ไมม่ ีกลน่ิ และไมม่ ีรส นำ้ มีกำรหมนุ เวียนตำมธรรมชำตติ ลอดเวลำ เรำจงึ รักษำนำ้ ให้สะอำดอยเู่ สมอ อำกำศเป็นสสำรชนิดหนงึ่ มีตวั ตน มีนำ้ หนกั ต้องกำรที่อยอู่ ำศยั และสมั ผสั ได้ อำกำศประกอบด้วย ไนโตรเจน ร้อยละ 78 ออกซเิ จน ร้อยละ 21 อำร์กอน ร้อยละ 0.93 คำร์บอนไดออกไซด์ ร้อยละ 0.03 ก๊ำซอื่นๆ ฝ่นุ ละอองและไอนำ้ ร้อยละ 0.04 ไอนำ้ เป็นสำเหตขุ องกำรเกิดปรำกฏกำรณ์ตำ่ งๆ เช่น ลม พำยุ ฟำ้ แลบ ฟำ้ ร้อง เป็นต้น อำกำศเคลอื่ นที่จำกบริเวณทมี่ ีควำมหนำแน่นสงู ไปยงั บริเวณท่ีมคี วำมหนำแน่นต่ำ อณุ หภมู ิ คือ ระดบั ควำมร้อนหนำวของอำกำศ ถ้ำอำกำศร้อนอณุ หภมู สิ งู ถ้ำอำกำศหนำวอณุ หภมู ติ ่ำ อำกำศช่วยให้สงิ่ มีชีวติ ดำรงอยไู่ ด้ และปรับอณุ หภมู ิของโลกให้พอเหมำะ สำเหตขุ องอำกำศเสีย คือ เกิดขนึ ้ เองตำมธรรมชำติ กำรเผำไหม้เชือ้ เพลงิ ในเคร่ืองยนต์ ในโรงงำนอตุ สำหกรร


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook