Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ลมฟ้าอากาศ

ลมฟ้าอากาศ

Published by กัญญาวีร์ น้ำแก่ง, 2019-11-21 22:51:48

Description: ลมฟ้าอากาศ

Search

Read the Text Version

เมฆ เมฆเกดิ จากการกลนั่ ตวั ของไอนา้ ในอากาศทร่ี ะดบั สูงจากผวิ โลกข้นึ ไป โดยอากาศช้นื จะดูดไอนา้ ไวแ้ ลว้ ลอยตวั สูงข้นึ อากาศทล่ี อยตวั น้จี ะขยายตวั และเยน็ ลง ไอนา้ ในอากาศจะเกาะตวั กบั อนุภาคเลก็ ๆ ในชน้ั บรรยากาศ เช่น ฝุ่น เกลด็ เกลอื หรอื ผงเลก็ ๆ แลว้ กลนั่ ตวั เป็นหยดนา้ เกดิ เป็นเมด็ เมฆเลก็ ๆ ขนาดต่าง ๆ มากมาย และจะรวมตวั กนั กลายเป็นกอ้ นเมฆ ในบรรยากาศ

เมฆชน้ั สูง เซอรร์ สั (cirrus) มลี กั ษณะเป็นฝอยบาง ๆ หรอื ปยุ คลา้ ยขนนก สขี าวละเอยี ด โดยทวั่ ไปมรี ูปร่างลกั ษณะ ทไ่ี มแ่ น่นอน เมฆชนิดน้บี อกถงึ สภาพอากาศทด่ี พี อสมควร

เมฆชน้ั สูง เซอรโ์ รสเตรตสั (cirrostratus) มลี กั ษณะเป็นแผ่นบาง ๆ สขี าวหรือสนี า้ เงนิ จาง ทาใหเ้กดิ ปรากฏการณ์ ทเ่ี รยี กวา่ วงแสงรอบดวง

เมฆชน้ั สูง เซอรโ์ รควิ มลู สั (cirrocumulus) เป็นเมฆสขี าวกอ้ นเลก็ ๆ เหมอื นคลน่ื หรอื เกลด็ โดยทวั่ ไปจะรวมกลุ่มกนั เป็นเสน้

เมฆชน้ั กลาง อลั โตควิ มลู สั (altocumulus) มลี กั ษณะเป็นกอ้ นกลมใหญ่สขี าว บางครงั้ มสี เี ทา มกี ารจดั ตวั กนั เป็นแถว ๆ หรอื เป็นคลน่ื และอาจเกดิ แสงทรงกลดไดใ้ นเมฆพวกน้ี

เมฆชน้ั กลาง อลั โตสเตรตสั (altostratus) มลี กั ษณะเป็นมา่ นเมฆสเี ทาและสฟี ้าแผเ่ ป็นบรเิ วณกวา้ ง มองดูเรยี บเป็นปยุ หรอื ฝอยละเอยี ด อาจเกดิ แสงทรงกลดได้

เมฆชน้ั ตา่ สเตรตสั (stratus) มลี กั ษณะเป็นชน้ั เหมอื นหมอกลอยอยู่สูงจากพ้นื ดนิ มกั ปกคลมุ อยูบ่ รเิ วณยอดเขา

เมฆชน้ั ตา่ สเตรโตควิ มลู สั (stratocumulus) เป็นกลมุ่ เมฆสขี าว มลี กั ษณะเป็นลอนเชอ่ื มต่อกนั ดูอ่อนนุ่ม เมฆลกั ษณะน้ี สว่ นมากจะไมม่ ฝี น

เมฆชน้ั ตา่ นิมโบสเตรตสั (nimbostratus) มลี กั ษณะรูปร่างไม่แน่นอน สเี ทาดา อยูต่ า่ ใกลพ้ ้นื ดนิ

เมฆท่กี อ่ ตวั ในแนวตง้ั ควิ มลู สั (cumulus) เป็นกอ้ นสขี าวหนาทบึ กระจดั กระจายเหมอื นสาลี เมฆลกั ษณะน้แี สดงวา่ อากาศอยูใ่ นภาวะ ปกติ เมฆควิ มลู สั บางชนดิ ทม่ี ขี นาดใหญ่อาจจะพฒั นาไปเป็นเมฆควิ มโู ลนมิ บสั ได้

เมฆท่กี อ่ ตวั ในแนวตง้ั ควิ มโู ลนมิ บสั (cumulonimbus) เป็นกลมุ่ เมฆหนาทบึ ขนาดใหญ่สดี ามดื ภายในเตม็ ไปดว้ ยหยดนา้ ทอ่ี ดั ตวั กนั แน่น บรเิ วณยอดเมฆแผอ่ อกเหมอื นรูปทงั่ ซง่ึ จะนาพายุฝนฟ้าคะนอง และมลี มกระโชกแรงเกดิ ตามมาพรอ้ มกบั การเกดิ ฟ้าแลบ และฟ้ าผ่าได ้



หมอก หมอกเป็นเมฆระดบั ตา่ ชนดิ หน่ึงทป่ี รากฏในรูปของละอองนา้ ทม่ี ขี นาดของหยดนา้ ใหญ่กวา่ หยดนา้ ในเมฆ เกดิ จาก อากาศช้นื เยน็ ตวั และลอยตา่ ใกลพ้ ้นื ผวิ โลก ซง่ึ แตกต่างจากการเกดิ เมฆทเ่ี กดิ จากการเยน็ ตวั ของอากาศช้นื แลว้ ลอยตวั สูงข้นึ

ฝน ฝนเกดิ จากละอองไอนา้ ขนาดต่าง ๆ กนั ในกอ้ นเมฆมารวมกนั และเกดิ การกลนั่ ตวั เป็นหยดนา้ เมอ่ื หยดนา้ มขี นาด ใหญ่ข้นึ จนไมส่ ามารถลอยตวั อยู่ในกอ้ นเมฆไดก้ ็จะตกลงมาเป็นฝน การกลนั่ ตวั ของเมฆใหก้ ลายเป็นฝนไดน้ น้ั ตอ้ งมผี ลกึ นา้ แขง็ หรอื เมด็ นา้ ขนาดใหญ่ ซง่ึ เกดิ จากการทก่ี อ้ นเมฆลอยตวั สูงข้นึ เมอ่ื ถงึ ระดบั ทอ่ี ณุ หภมู ติ า่ กวา่ จดุ เยอื กแขง็ หยดนา้ ใน กอ้ นเมฆจะกลายเป็นผลกึ นา้ แขง็ หรือเมด็ นา้ แขง็ ขนาดเลก็ ทาใหอ้ ากาศบริเวณนน้ั แขง็ ตวั ไปดว้ ย เม็ดนา้ ขนาดเลก็ จะรวมตวั กนั กลายเป็นเกลด็ หมิ ะ เมอ่ื มนี า้ หนกั มากเกนิ ไปจะตกผ่านอากาศทอ่ี ่นุ กวา่ และละลายกลายเป็นฝน

หมิ ะ ในฤดูหนาวอณุ หภมู ขิ องอากาศจะเยน็ จดั ทาใหเ้มด็ ฝนทต่ี กผ่านอากาศลงมาจะไมล่ ะลายและตกลงมากลายเป็น หมิ ะ เกลด็ ของหมิ ะมหี ลายลกั ษณะโดยทวั่ ไปเป็นรูปหกเหลย่ี ม รูปร่างและขนาดแตกต่างกนั ไป

ลกู เหบ็ ลูกเหบ็ เป็นกอ้ นนา้ แขง็ ทเ่ี กิดจากกระแสลมแรงทเ่ี กดิ ในเมฆควิ มโู ลนิมบสั ซง่ึ เป็นเมฆพายุฝนฟ้าคะนองพาหยดนา้ ฝน ข้นึ ไปแขง็ ตวั ในระดบั สูง เกดิ เป็นกอ้ นนา้ แขง็ และถกู กระแสลมพดั พาข้นึ ลงนบั ครงั้ ไมถ่ ว้ น กอ้ นนา้ แขง็ จงึ รวมตวั ใหญ่ข้นึ เกดิ เป็นลูกเหบ็ หลน่ ลงมายงั พ้นื โลก สภาวะของนา้ ทต่ี กลงมาจากทอ้ งฟ้ากลายเป็นฝน หมิ ะ หรอื ลูกเห็บ เราเรยี กสง่ิ เหลา่ น้ี วา่ หยาดนา้ ฟ้า (precipitation) ซง่ึ ตอ้ งอาศยั เมฆในการเกดิ ทง้ั ส้นิ แต่การมเี มฆไมจ่ าเป็นตอ้ งมหี ยาดนา้ ฟ้า เพราะมเี มฆ บางชนดิ เทา่ นน้ั ทท่ี าใหเ้กดิ หยาดนา้ ฟ้าได้

ลม ส่วนต่าง ๆ ของพ้นื ผวิ โลกจะรบั เอาพลงั งานความรอ้ นจากดวงอาทติ ยไ์ วไ้ ดไ้ มเ่ ท่ากนั จงึ ทาใหส้ ภาพอากาศเหนือ บรเิ วณต่าง ๆ มคี วามแตกต่างกนั ไปดว้ ย กลา่ วคอื บรเิ วณทเ่ี ป็นพ้นื ดนิ จะเก็บปรมิ าณความรอ้ นไวไ้ ดน้ อ้ ยกวา่ ส่วนทเ่ี ป็น พ้นื ความแตกต่างของอณุ หภมู เิ หนือบรเิ วณต่าง ๆ น้เี องเป็นสาเหตสุ าคญั ของการเกิดลม

Thank You


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook