[วนั ท]่ี [ชอ่ื เอกสาร] [ชอ่ื เรอ่ื งรองของเอกสาร] HP [ชอ่ื บรษิ ทั ] [ทอ่ี ย่บู รษิ ทั ]
คำนำ กำหนดการสอนที่จดั ทำข้ึนนี้เพื่อให้ครผู ้สู อนได้เตรยี มการในการจดั การเรยี นการสอนรายวชิ า วิทยาศาสตร์พื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ( ว 21102 ) โดยมีการศึกษาและวิเคราะห์หลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ปรับปรงุ 2560) ตามสาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชี้วดั /ผลการ เรียนรู้ จัดทำคำอธิบายรายวิชา โครงสร้างรายวิชากำหนดเวลาเรียน น้ำหนักคะแนน กำหนดทักษะ กระบวนการในการเรยี นการสอนตลอดจนการวัดและประเมินผลการเรยี นการสอนของครู หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับครูผู้สอนในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้และ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นของนักเรียนต่อไป นางสาวคัททยิ าพร พันปอบิด ครูผสู้ อน
สรุปหลักสตู รฯ กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ * มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กำหนดสาระการเรียนรู้ 4 สาระ ได้แก่ สาระท่ี 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ สาระท่ี 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ สาระท่ี 3 วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ และสาระที่ 4 เทคโนโลยี รวมทั้งยังมีสาระเพิ่มเติมอีก 4 สาระ ได้แก่ สาระชีววิทยา สาระเคมี สาระฟิสิกส์ และสาระโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ องคป์ ระกอบของหลักสูตร ทัง้ ในดา้ นของเนื้อหา การจัดการเรยี นการสอน และการวดั และประเมนิ ผล การเรียนรู้น้นั มคี วามสำคญั อยา่ งยิง่ ในการวางรากฐานการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์ของผู้เรียนในแต่ละระดับช้ันให้มี ความต่อเนือ่ งเชือ่ มโยงกนั ต้ังแต่ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 1 จนถึงช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 สำหรับกลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ได้กำหนดตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางที่ผู้เรียนจำเป็นต้องเรียนเป็นพื้นฐาน เพื่อให้ สามารถนำความรู้ไปใช้ในการดำรงชีวติ หรือศกึ ษาต่อได้ โดยจัดเรียงลำดบั ความยากง่ายของเนอื้ หาในแต่ละช้ัน ให้มีการเชื่อมโยงความรู้กับกระบวนการเรียนรู้ และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนพัฒนา ความคดิ ทัง้ ความคดิ เป็นเหตุเป็นผล คิดสร้างสรรค์ คดิ วเิ คราะหว์ จิ ารณ์ มีทักษะท่ีสำคัญทงั้ ทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์และทักษะในศตวรรษท่ี 21 ในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหา ความรู้ แกป้ ัญหาอยา่ งเปน็ ระบบ ตัดสนิ ใจโดยใชข้ ้อมูลหลากหลายและประจกั ษพ์ ยานที่ตรวจสอบได้ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 นี้ ได้ปรับปรุงเพื่อให้มีความสอดคล้องและ เชื่อมโยงกันภายในสาระการเรียนรู้เดียวกัน และระหว่างสาระการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ตลอดจนการเชื่อมโยงเนื้อหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์กับคณิตศาสตร์ด้วย นอกจากนี้ ยังได้ปรับปรุงเพื่อให้มี ความทันสมยั ตอ่ การเปลย่ี นแปลง และความเจรญิ กา้ วหนา้ ของวทิ ยาการตา่ ง ๆ ทดั เทียมกบั นานาชาติ สาระท่ี 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.1 - ว 2.3 สาระท่ี 1 วทิ ยาศาสตรช์ ีวภาพ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สาระที่ 3 วิทยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ มาตรฐาน ว 1.1 - ว 1.3 วิทยาศาสตร์ มาตรฐาน ว 3.1 - ว 3.2 สาระท่ี 4 เทคโนโลยี มาตรฐาน ว 4.1 - ว 4.2 วทิ ยาศาสตรเ์ พิ่มเตมิ - สาระชีววิทยา - สาระเคมี - สาระฟสิ ิกส์ - สาระโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ
คำอธบิ ายรายวชิ า กลุม่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รายวิชาพ้ืนฐาน ว 21101 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 1 เวลาเรียน 120 ช่ัวโมง (4 ช่ัวโมง/สัปดาห)์ จำนวน 2.0 หน่วยกติ ศึกษาเกี่ยวกับสารรอบตัว สมบัติของสาร การจำแนกสารด้วยสถานะ เน้ือสาร และขนาดอนุภาคของสาร การเปลี่ยนแปลงของสาร สารบริสุทธิ์และสารผสม สมบัติของสารบรสิ ุทธิ์และสารผสม การใช้ความรู้ทางเคมใี ห้ เป็นประโยชน์ต่อการเลือกใช้สารเคมีในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย การศึกษาชีววิทยาโดย อาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ศึกษาประเภทโครงสร้างและหน้าที่ของส่วนประกอบภายในเซลล์สิ่งมีชีวิตด้วย กล้องจุลทรรศน์ ศึกษากระบวนการลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ด้วยวิธีการแพร่และการออสโมซิส ศึกษา การดำรงชีวิตของพืช กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง การลำเลียงสารในพืช การเจริญเติบโตของพืช การ สืบพันธข์ุ องพืช และเทคโนโลยีชวี ภาพของพืช ศกึ ษาเก่ยี วกบั อณุ หภูมแิ ละการวดั ผลของความรอ้ นท่มี ผี ลตอ่ การ เปลี่ยนแปลงของสาร การถ่ายโอนความร้อน การดูดกลืนและคายความร้อน สมดุลความร้อน องค์ประกอบของ บรรยากาศ การแบ่งช้ันบรรยากาศ ผลของรังสีจากดวงอาทติ ยต์ อ่ บรรยากาศ องค์ประกอบของบรรยากาศ ไดแ้ ก่ อุณหภูมิอากาศ ความดันอากาศ ความชื้นอากาศ ลม เมฆและฝน พายุฟ้าคะนอง พายุหมุนเขตร้อน มรสุม การ พยากรณอ์ ากาศ และการเปล่ียนแปลงภูมอิ ากาศของโลก โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต การวิเคราะห์ การทดลอง การอภิปราย การอธิบาย และสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มี ความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งท่ีเรียนรูแ้ ละนำความรู้ไปประยกุ ต์ใช้ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ มคี ุณธรรม และจรยิ ธรรม ตัวชว้ี ดั ว 1.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5 ม.1/6 ม.1/7 ม.1/8 ม.1/9 ม.1/10 ม.1/11 ม. 1/12 ม.1/13 ม.1/14 ม.1/15 ม.1/16 ม.1/17 ม.1/18 ว 2.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5 ม.1/6 ม.1/7 ม.1/8 ม.1/9 ม.1/10 ว 2.2 ม.1/1 ว 2.3 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5 ม.1/6 ม.1/7 ว 3.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5 ม.1/6 ม.1/7 รวม 43 ตวั ชีว้ ัด
โครงสร้างรายวชิ า วิทยาศาสตร์ ม.1 ลำดบั ท่ี ชอ่ื หนว่ ย มาตรฐานการ สาระสำคัญ เวลา 1. การเรยี นรู้ เรียนรู/้ ตวั ชว้ี ดั (ชม.) สารรอบตวั ว 2.1 สารรอบตัวประกอบไปด้วยธาตุและสารประกอบ 26 2. ม.1/1 สารแต่ละชนิดมีสมบัติทางกายภาพและสมบัติทางเคมีที่ 3. ม.1/2 เหมือนและแตกตา่ งกัน 12 ม.1/3 ความร้อนเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้สถานะของสาร ซึ่งเป็น ม.1/4 สมบตั ทิ างกายภาพเปลยี่ นแปลงไป 22 ม.1/5 สารบริสุทธิ์ คือ สารที่มีองค์ประกอบเพียงชนิดเดียว ม.1/6 ประกอบไปด้วยธาตุและสารประกอบ โดยธาตุแบ่งออกเป็น ม.1/7 ธาตุโลหะ ธาตุกึ่งโลหะ และธาตุอโลหะ ซึ่งธาตุบางชนิด ม.1/8 สามารถแผ่รังสีได้ เรียกว่า ธาตุกัมมันตรังสี เมื่อธาตุมากกว่า ม.1/9 หนึ่งชนิดมารวมกันทางเคมีกลายเป็นสารประกอบที่มีสมบัติ ม.1/10 แตกตา่ งไปจากธาตุเดมิ ทีเ่ ป็นองคป์ ระกอบ สารมากกว่าหนึ่งชนิดมาผสมกันเรียกว่า สารผสม บางชนิดผสม หน่วยของสิง่ มีชีวติ ว 1.2 เป็นเนื้อเดียวกัน เรียกว่า สารละลาย บางชนิดผสมไม่เป็นเน้ือ ม.1/1 เดียวกัน เช่น สารแขวนลอย คอลลอยด์ เป็นต้น ม.1/2 สิ่งมีชีวิตทุกชนิดมีเซลล์เป็นหน่วยที่เล็กที่สุดเป็น ม.1/3 องคป์ ระกอบ ซึง่ สง่ิ มชี ีวติ บางชนิดสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้เพียง ม.1/4 เซลล์เดียว บางชนิดจำเป็นต้องมีหลายเซลล์มารวมกันเป็น ม.1/5 เนื้อเยื่อ ซึ่งมีรูปร่างและหน้าที่แตกต่างกัน ซึ่งองค์ประกอบ พื้นฐานของเซลล์ ได้แก่ นิวเคลียส ไซโตพลาซึม และเยื่อหุ้ม การดำรงชีวติ ของ ว 1.2 เซลล์ พืช ม.1/6 กระบวนการแพร่และออสโมซิสเป็นกระบวนการที่สิ่งมีชีวิต ม.1/7 ใช้ลำเลียงสารเขา้ และออกจากเซลล์ ม.1/8 พืชดำรงชวี ติ อยูไ่ ดด้ ้วยส่วนประกอบตา่ ง ๆ ดงั นี้ ม.1/9 ใบไม้ มีคลอโรพลาสต์ที่มีสารคลอโรฟิลล์ซึ่งเกี่ยวข้องกับ ม.1/10 กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงโดยมีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ม.1/11 และนำ้ เป็นสารตงั้ ตน้ และได้นำ้ ตาลกลูโคส และแก๊สออกซิเจน ม.1/12 เป็นผลิตภัณฑ์ ซึ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต ราก ม.1/13 และลำต้น ประกอบไปดว้ ยเน้ือเยื่อลำเลียงไซเล็ม ทำหน้าทีด่ ดู น้ำและแร่ธาตุ โดยอาศัยกระบวนการแพร่และออสโมซิส เนื้อเยื่อลำเลียงโฟลเอ็ม ทำหน้าที่ลำเลียงอาหาร โดยอาศัย กระบวนการทรานสโลเคชน่ั
ลำดับท่ี ชื่อหนว่ ย มาตรฐานการ สาระสำคญั เวลา 4. การเรยี นรู้ เรยี นร้/ู ตัวชีว้ ดั (ชม.) ม.1/14 ดอกไม้ เปน็ อวัยวะสืบพนั ธ์ขุ องพชื เมอ่ื ถกู ผสมเกสร ดอกจะ ม.1/15 เจริญกลายเป็นผลซึ่งภายในมีเมล็ด ทำหน้าที่กระจายพันธุ์พืช 21 ม.1/16 โดยพืชต้นใหมจ่ ะมลี กั ษณะท่ีแตกต่างไปจากต้นพอ่ แม่ ม.1/17 ม.1/18 พืชสามารถขยายพันธุ์ โดยใช้ส่วนโครงสร้างพิเศษต่าง ๆ ของพืช เช่น ราก ลำต้น ใบ และมนุษย์สามารถนำส่วนต่าง ๆ พลงั งานความรอ้ น ว 2.3 ของพืชมาขยายพันธุ์ได้ เช่น การปักชำ การติดตา การตอนกงิ่ ม.1/1 เปน็ ต้น ซึ่งพชื ตน้ ใหม่จะมลี กั ษณะไมแ่ ตกต่างไปจากต้นพอ่ แม่ ม.1/2 ม.1/3 มนุษย์นำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้กับพืช เช่น การ ม.1/4 เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช การดัดแปรพันธุกรรมพืช เป็นต้น เพื่อให้ ม.1/5 เพียงพอตอ่ ความต้องการของมนษุ ย์ ม.1/6 ม.1/7 อุณหภูมิ คือ ระดับความร้อนของสาร สามารถวัดได้โดยใช้ อุปกรณท์ เ่ี รียกว่า เทอร์มอมิเตอร์ เทอร์มอมิเตอร์มีอยู่หลายแบบ เช่น เทอร์มอมิเตอร์แบบ กระเปาะ เทอร์มอมิเตอร์แบบดิจิทัล เป็นต้น ขั้นตอนการใช้ เทอร์มอมิเตอร์แบบกระเปาะ คือ จุ่มเทอร์มอมิเตอร์ด้าน กระเปาะลงในสารที่ต้องการวัด โดยให้เทอร์มอมิเตอร์อยู่ใน แนวดิ่ง แล้วอ่านค่าอุณหภูมิโดยให้สายตาอยู่ระดับเดียวกับ ระดับของเหลวในเทอรม์ อมิเตอร์ หน่วยวัดอุณหภูมิมีอยู่หลายหน่วย ซึ่งแต่ละหน่วยจะมีจุด เยือกแข็งและจดุ เดือดแตกตา่ งกนั หากตอ้ งการเปรยี บเทียบค่า อุณหภมู ิระหว่างหน่วยวัดอณุ หภูมิจะไดส้ มการ ดงั น้ี C/5 = (K-273)/5 = (F-32)/9 = R/4 สารเมื่อได้รับความร้อนอาจมีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ สถานะ หรอื รูปร่างของสาร ความร้อนที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสารขึ้นอยู่ กับมวล ความร้อนจำเพาะ และอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไปโดย สถานะของสารไมเ่ ปลยี่ นแปลง ความร้อนทม่ี ีผลตอ่ การเปล่ยี นแปลงสถานะของสารข้ึนอยู่กับมวล และความรอ้ นแฝงจำเพาะ โดยท่ีอุณหภมู ขิ องสารไม่เปลี่ยนแปลง ความร้อนที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของสาร เมื่อสาร ได้รับความร้อนจะทำให้อนุภาคเคลื่อนที่เร็วขึ้น ทำให้เกิดการ ขยายตัว สง่ ผลใหข้ นาดและรปู รา่ งเปลย่ี นแปลงไป
ลำดับท่ี ชอื่ หนว่ ย มาตรฐานการ สาระสำคญั เวลา การเรียนรู้ เรียนร้/ู ตัวชี้วัด (ชม.) สารที่มีอุณหภูมิแตกต่างกัน จะมีการถ่ายโอนความร้อน 5. บรรยากาศ ว. 2.2 ระหว่างกัน การถ่ายโอนความร้อนมี 3 แบบ คือ การนำความ 23 ม.1/1 รอ้ น การพาความรอ้ น และการแผร่ งั สคี วามรอ้ น ว. 3.2 การนำความร้อนเป็นการถ่ายโอนความร้อนที่อาศัยตัวกลาง ม.1/1 โดยตัวกลางไม่เคลื่อนที่ การพาความร้อนเป็นการถ่ายโอน ม.1/2 ความร้อนที่อาศยั ตวั กลาง โดยตัวกลางมีการเคลอื่ นท่ี สว่ นการ แผร่ ังสคี วามร้อนเป็นการถ่ายโอนความรอ้ นทไ่ี ม่อาศยั ตวั กลาง วัตถเุ มือ่ ไดร้ ับความร้อนจะดดู กลืนพลังงานความร้อนและแผ่ รังสีความร้อนออกมา วัตถุชนิดต่าง ๆ จะมีการดูดกลืนและ คายความร้อนได้แตกต่างกัน ซึ่งปัจจัยที่มีผลต่อการดูดกลืน และคายรังสีความร้อน มีดังน้ี 1. สี วตั ถทุ มี่ ีสีเขม้ จะดดู กลืนและคายความร้อนได้ดีกว่าวัตถุทม่ี ี สีอ่อน 2. อุณหภูมิ วัตถุที่มีอุณหภูมิแตกต่างกับสิ่งแวดล้อมมากจะ ดูดกลืนและคายความร้อนได้เร็วกว่าวัตถุที่มีอุณหภูมิแตกต่างกับ สง่ิ แวดล้อมน้อย 3. ผวิ ของวัตถุ วัตถทุ ่มี ผี ิวหยาบและดา้ น จะดดู กลืนและคาย ความรอ้ นไดด้ กี ว่าวัตถุที่มผี ิวเรียบและมัน 4. พื้นที่ผิว วัตถุที่มีพื้นที่ผิวมาก จะดูดกลืนและคายความ ร้อนได้ดกี ว่าวตั ถุทมี่ ีพืน้ ทผ่ี ิวนอ้ ย สารที่มีอุณหภูมิแตกต่างกันเกิดการถ่ายโอนความร้อน ระหว่างกันจนกระทั่งอุณหภูมิของสารเท่ากัน เรียกสภาพนี้ว่า สมดลุ ความร้อน โดยความรอ้ นทีเ่ พ่มิ ขึ้นของสารหนง่ึ จะเท่ากับ ความร้อนที่ลดลงของอีกสารหนึง่ ซึ่งเป็นไปตามกฎการอนุรกั ษ์ พลังงาน การถ่ายโอนความร้อนจนเกิดสมดุลความร้อนเป็นไป ตามสมการ Qสูญเสีย = Qได้รบั บรรยากาศ คือ ชั้นแก๊สชนิดต่าง ๆ หรืออากาศที่ห่อหุ้มดาว เคราะห์ทั้งหมด ซึ่งประกอบไปด้วยอากาศแห้งที่ไม่มีน้ำเป็น องค์ประกอบ ไอนำ้ และอนุภาคฝุน่ ตา่ ง ๆ บรรยากาศแบง่ ออกเป็น 5 ชัน้ ตามสภาวะของอณุ หภูมิ ดงั นี้ 1. ชั้นโทรโพสเฟียร์ (troposphere) มีปรากฏการณ์ทางลมฟ้า อากาศ อณุ หภมู ิลดลงตามระดับความสูง 2. สตราโทสเฟียร์ (stratosphere) มีชั้นโอโซนช่วยดูดกลืนรังสี อลั ตราไวโอเลตจากดวงอาทติ ย์ อุณหภูมเิ พม่ิ ขนึ้ ตามระดับความสงู
ลำดบั ท่ี ช่ือหน่วย มาตรฐานการ สาระสำคญั เวลา การเรยี นรู้ เรยี นร/ู้ ตัวชวี้ ัด (ชม.) 3. มีโซสเฟียร์ (mesosphere) ช่วยให้เกิดการเผาไหม้ ของวัตถุ 6. บรรยากาศ 2 ว 3.2 นอกโลก อุณหภูมลิ ดลงตามระดบั ความสูง 16 ม.1/3 ม.1/4 4. เทอร์โมสเฟียร์ (thermosphere) มีโมเลกุลที่แตกตัวเป็น ม.1/5 ไอออนชว่ ยสะท้อนคลนื่ วิทยุ อุณหภูมเิ พม่ิ ข้นึ ตามระดบั ความสูง ม.1/6 ม.1/7 5. เอกโซสเฟียร์ (exosphere) เหมาะสำหรับการโคจรของ ดาวเทียมรอบโลกในระดับต่ำ อุณหภูมเิ พ่ิมขนึ้ ตามระดบั ความสงู ลมฟา้ อากาศ เปน็ สภาวะของอากาศ ณ พื้นทีห่ นึ่งในเวลาหนึ่ง ซ่ึง ลมฟ้าอากาศมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับ องค์ประกอบของลมฟ้าอากาศ ได้แก่ อุณหภูมิอากาศ ความดัน อากาศ ความช้นื อากาศ ลม เมฆ และฝน อุณหภูมิอากาศ หมายถงึ ความรอ้ น-เยน็ ของอากาศ ปัจจยั ทส่ี ่งผล ต่ออุณหภูมิอากาศ คือ ระดับ แสงจากดวงอาทิตย์ ปริมาณเมฆ ลกั ษณะพ้ืนท่ี และความสงู จากระดบั น้ำทะเล ความชื้นอากาศ คือ ปริมาณไอน้ำทีม่ ีอยู่ในอากาศ ปัจจัยที่ส่งผล ต่อความชนื้ อากาศ คอื ไอนำ้ ในอากาศและอุณหภูมิอากาศ ความดันอากาศ คือ แรงที่อากาศกระทำต่อหนึ่งหน่วยพื้นท่ี ปัจจัยที่ส่งผลต่อความดันอากาศ คือ จำนวนโมเลกุลของอากาศ อุณหภูมิอากาศ และความสงู จากระดบั น้ำทะเล ลม คือ การเคลื่อนที่ของอากาศ ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดลม คือ ความดันอากาศหรืออณุ หภมู อิ ากาศ เมฆ คือ ละอองน้ำหรือน้ำแข็งในอากาศที่รวมกันเป็นกลุ่มก้อน ปจั จัยทส่ี ง่ ผล คอื ความดนั อากาศและความชืน้ อากาศ ฝน คือ ละอองน้ำขนาดใหญ่ที่ตกลงสู่พื้นดิน ปัจจัยที่ส่งผล คือ ความดนั อากาศและความช้ืนอากาศ องค์ประกอบของลมฟ้าอากาศที่เปลี่ยนแปลง ทำให้เกิด ปรากฏการณ์ต่าง ๆ ได้แก่ มรสุม พายุฟ้าคะนอง พายุหมุน เขต ร้อน เปน็ ตน้ มรสุม เป็นการหมุนเวียนของลมตามฤดูกาล แบ่งออกเป็น มรสุมฤดูร้อนและมรสุมฤดูหนาว มรสุมฤดูร้อนเกิดจากพื้นทวีป ร้อนกว่าพื้นมหาสมุทร มรสุมฤดูหนาวเกิดจากพนื้ ทวปี เยน็ กว่าพืน้ มหาสมทุ ร ลมจงึ พัดจากพื้นทวีปไปยงั พ้ืนมหาสมุทร พายุฟ้าคะนอง เกิดขึ้นในวันที่อากาศร้อนจัด ทำให้เกิดการ ระเหยของน้ำปริมาณมาก เกิดเป็นเมฆคิวมูโลนิมบสั แล้วเกิดการ กลัน่ ตัวเป็นฝน เกิดลมกรรโชก ฟ้าแลบ ฟา้ ร้องและฟ้าผ่า
ลำดบั ที่ ชอ่ื หน่วย มาตรฐานการ สาระสำคญั เวลา การเรียนรู้ เรียนรู้/ตวั ชี้วดั (ชม.) พายุหมุนเขตรอ้ น เกิดขึ้นเหนอื มหาสมุทร โดยอากาศบริเวณที่ เกิดพายุจะมีความดันอากาศต่ำ อากาศลอยตัวสูงขึ้น อากาศ บริเวณรอบข้างเข้ามาแทนที่ ประกอบกบั การหมุนรอบตัวเองของ โลก ทำใหเ้ กิดเป็น พายุหมุน การพยากรณ์อากาศ เป็นการคาดหมายสภาวะของลมฟ้า อากาศ และปรากฏการณ์ที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาข้างหน้า โดย ตรวจวัดองค์ประกอบของลมฟ้าอากาศ การสื่อสารแลกเปลี่ยน ข้อมลู ลมฟา้ อากาศระหวา่ งพนื้ ที่ การวเิ คราะหข์ อ้ มลู และสร้างคำ พยากรณ์อากาศ ซึ่งเกณฑ์ในการพยากรณ์อากาศของกรม อุตุนิยมวิทยา ได้แก่ เกณฑ์อากาศร้อน เกณฑ์อากาศเย็น เกณฑ์ การกระจายของฝน เกณฑ์ปริมาณฝน เกณฑ์ปริมาณเมฆ ใน ท้องฟ้า เกณฑ์สถานะของทะเล ร่องมรสุม ลมพัดรอบบริเวณ ความกดอากาศสูง บรเิ วณความกดอากาศต่ำ เปน็ ต้น แผนที่อากาศ เป็นแผนที่แสดงสภาพลมฟ้าอากาศในช่วงเวลา หนงึ่ ขอ้ มลู ในแผนทีอ่ ากาศจะนำไปใชใ้ นการพยากรณอ์ ากาศ การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิต และ สิ่งแวดล้อม ซึ่งปัจจุบันภูมิอากาศโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่าง รวดเร็ว เช่น การหลอมเหลวของน้ำแข็งขั้วโลก การเพิ่มขึ้นของ ระดับน้ำทะเล การเปลี่ยนแปลงวัฏจักรน้ำ การเกิดโรคอุบัติใหม่ และอุบัติซ้ำ และการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงขึ้น เป็น ผลมาจากการกระทำของมนุษย์ที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ซึ่งมี สาเหตุมาจากภาวะเรือนกระจกและรูโหว่โอโซน มนุษย์จึงควร เรียนรูแ้ นวทางปฏิบัติตนภายในสถานการณ์ดังกล่าว ทั้งแนวทาง ปฏิบัติตนให้เหมาะสม และแนวทางลดกิจกรรมที่ส่งผลต่อการ เปลีย่ นแปลงภมู อิ ากาศโลก
การสอน(Pedagogy) รปู แบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ดว้ ยจดุ ประสงค์ของการจดั การเรียนการสอนวทิ ยาศาสตร์ เพื่อช่วยให้ ผู้เรียนได้พัฒนาวิธีคิด ทั้งความคิดเป็นเหตุเป็นผล คิดสร้างสรรค์ คิด วิเคราะห์ วิจารณ์ มีทักษะสำคัญในการค้นคว้าหาความรู้ และมี ความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ผู้จัดทำจึงได้เลือกใช้รูปแบบ การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ซึ่งเป็น ขั้นตอนการเรียนรู้ที่มุ่งให้ผู้เรียนได้มีโอกาสสรา้ งองค์ความรู้ด้วยตนเองผา่ น กระบวนการคิดและการลงมือทำ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เป็น เครื่องมือสำคัญเพื่อการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และ ทกั ษะการเรียนรู้แห่งศตวรรษท่ี 21 วิธีสอน (Teaching Method) ผู้จดั ทำเลอื กใช้วิธสี อนทีห่ ลากหลาย เช่น การทดลอง การสาธติ การอภปิ รายกลุ่มย่อย เปน็ ต้น เพอื่ ส่งเสริม การเรียนรรู้ ปู แบบการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ให้เกิดประสิทธภิ าพมากท่ีสดุ ซึ่ง จะเน้นใช้วิธีสอนโดยใช้การทดลองมากเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นวิธีสอนที่มุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดองค์ความรู้จาก ประสบการณ์ตรงโดย การคิดและการลงมือทำด้วยตนเอง อันจะช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้และเกิดทักษะทาง วิทยาศาสตร์ท่คี งทน เทคนิคการสอน (Teaching Technique) ผู้จัดทำเลือกใช้เทคนิคการสอนที่หลากหลายและเหมาะสมกับเรื่องที่เรียน เพื่อส่งเสริมวิธีสอนให้มี ประสทิ ธภิ าพมากขนึ้ เช่น การใช้คำถาม การเลน่ เกม เพอื่ นชว่ ยเพ่ือน เป็นตน้ ซึง่ เทคนคิ การสอนต่างๆ จะชว่ ยให้ ผูเ้ รยี นเกิดการเรียนรู้อย่างมีความสุขในขณะที่เรียนและสามารถปฏิบตั ิกจิ กรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมท้ังได้ พัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 อกี ดว้ ย
โครงสรา้ งแผนการจัดการเรยี นรู้ วิชาวิทยาศาสตร์ ม.1 เวลา 60 ชั่วโมง ชอ่ื หน่วย ช่ือเร่อื ง แผนการจดั ทักษะการคิด เวลา ว / ด/ ป การเรียนรู้ การเรยี นรู้ เรอ่ื งท่ี 1 พลงั งานความ (ชั่วโมง) 1 พ.ย. 64 หน่วยการ รอ้ น 1. อุณหภมู แิ ละการวดั 3 พ.ย. 64 เรียนรทู้ ี่ 4 1) ทกั ษะการวเิ คราะห์ 4 4 พ.ย. 64 พลังงาน 2. ผลของความร้อนต่อ 8 พ.ย. 64 ความร้อน การหดตวั และ 2) ทักษะการสรุปลงความเห็น 10 พ.ย. 64 ขยายตวั ของสาร 11 พ.ย. 64 1) ทกั ษะการวิเคราะห์ 3 15 พ.ย. 64 3. ผลของความรอ้ นต่อ การเปลย่ี นแปลง 2) ทักษะการสรปุ ลงความเห็น อุณหภมู ขิ องสสาร และสถานะของสสาร 1) ทกั ษะการวเิ คราะห์ 4 17 พ.ย. 64 4. สมดลุ ความร้อน 18 พ.ย. 64 2) ทักษะการสรุปลงความเห็น 22 พ.ย. 64 5. การนำความรอ้ น 24 พ.ย. 64 6. การพาความรอ้ น 1) ทกั ษะการวเิ คราะห์ 2 25 พ.ย. 64 2) ทักษะการสรุปลงความเห็น 4 29 พ.ย. 64 1) ทักษะการวิเคราะห์ 1 ธ.ค. 64 2) ทกั ษะการสรปุ ลงความเห็น 2 ธ.ค. 64 6 ธ.ค. 64 1) ทกั ษะการวเิ คราะห์ 2 8 ธ.ค. 64 9 ธ.ค. 64 2) ทักษะการสรุปลงความเห็น 13 ธ.ค. 64 หน่วยการ เรอื่ งที่ 1 บรรยากาศ 1. การแผร่ ังสคี วามรอ้ น 1) ทกั ษะการวเิ คราะห์ 2 15 ธ.ค. 64 เรยี นรทู้ ี่ 5 2) ทกั ษะการสรุปลงความเห็น 3 16 ธ.ค. 64 บรรยากาศ สอบกลางภาค 3 20 ธ.ค. 64 1. องคป์ ระกอบของ 1) ทักษะการวเิ คราะห์ 22 ธ.ค. 64 2) ทกั ษะการสรุปลงความเห็น 23 ธ.ค. 64 บรรยากาศ 1) ทกั ษะการวเิ คราะห์ 2. การแบง่ ช้ัน 2) ทกั ษะการสรปุ ลงความเห็น 27 ธ.ค. 64 29 ธ.ค. 64 บรรยากาศ
ชือ่ หน่วย ชอ่ื เรื่อง แผนการจัด ทกั ษะการคิด เวลา ว / ด/ ป การเรยี นรู้ การเรยี นรู้ (ช่วั โมง) 30 ธ.ค. 64 3. องคป์ ระกอบของลม 1) ทกั ษะการวิเคราะห์ 2 5 ม.ค. 65 3 6 ม.ค. 65 ฟ้า อากาศ 2) ทกั ษะการสรปุ ลงความเห็น 10 ม.ค. 65 4. อุณหภูมิของอากาศ 1) ทกั ษะการวเิ คราะห์ 12 ม.ค. 65 2) ทกั ษะการสรุปลงความเห็น 13 ม.ค. 65 17 ม.ค. 65 หน่วยการ เร่อื งท่ี 1 บรรยากาศ 2 5. ความดันอากาศ 1) ทักษะการระบุ 3 19 ม.ค. 65 เรียนรู้ที่ 6 6. ความชืน้ อากาศ 2) ทักษะการเปรยี บเทียบ 3 20 ม.ค. 65 บรรยากาศ 7. ลม 3) ทกั ษะการประเมนิ 3 24 ม.ค. 65 2 8. เมฆและฝน 1) ทักษะการสังเกต 3 26 ม.ค. 65 1. พายฝุ นฟ้าคะนอง 2) ทกั ษะการสำรวจค้นหา 3 27 ม.ค. 65 2. พายุหมนุ เขตรอ้ น 3) ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์ 3 31 ม.ค. 65 1) ทกั ษะการสงั เกต 2 ก.พ. 65 2) ทกั ษะการสำรวจคน้ หา 3 ก.พ. 65 3) ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์ 7 ก.พ. 65 1) ทักษะการสังเกต 9 ก.พ.65 2) ทักษะการสำรวจค้นหา 10 ก.พ. 65 3) ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์ 14 ก.พ. 65 1) ทกั ษะการวิเคราะห์ 16 ก.พ. 65 2) ทกั ษะการสรปุ ลงความเห็น 17 ก.พ. 65 21 ก.พ. 65 1) ทักษะการวเิ คราะห์ 23 ก.พ. 65 2) ทักษะการสรุปลงความเห็น 24 ก.พ. 65 28 ก.พ. 65 3. เกณฑก์ ารรายงาน 1) ทักษะการวิเคราะห์ 3 2 มี.ค. 65 พยากรณ์ 2) ทกั ษะการสรุปลงความเห็น 3 3 ม.ี ค. 65 อากาศ 1) ทักษะการวเิ คราะห์ 7 มี.ค. 65 4. แผนทอี่ ากาศ 2) ทักษะการสรุปลงความเห็น 9 ม.ี ค. 65 10 มี.ค. 65
ชอ่ื หน่วย ชื่อเรอ่ื ง แผนการจดั ทกั ษะการคดิ เวลา ว / ด/ ป การเรยี นรู้ การเรยี นรู้ (ชว่ั โมง) 14 มี.ค. 65 5. การเปล่ียนแปลง 16 ม.ี ค.65 ภูมอิ ากาศโลก 1) ทักษะการวิเคราะห์ 4 17 มี.ค. 65 สอบปลายภาค 2) ทักษะการสรปุ ลงความเห็น อตั ราส่วนคะแนน คะแนนเก็บระหว่างภาค : คะแนนปลายภาค = 70 : 30 รวม 100 คะแนน
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 2 ระดบั ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 ระยะเวลา 23 ช่วั โมง กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระยะเวลา 1 ชว่ั โมง ชือ่ หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 5 เรื่อง บรรยากาศ หน่วยการเรยี นรู้ย่อยท่ี 2 เร่ือง การแบง่ ชนั้ บรรยากาศ ห้อง........................... สอนวนั ................ ท่ี ................. เดือน............................ พ.ศ. …........... ผูส้ อน นางสาวคทั ทิยาพร พันปอบดิ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบ และความสัมพันธข์ องระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลง ภายในโลกและบนผิวโลก ธรณี พิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผล ตอ่ ส่ิงมีชวี ิต และสง่ิ แวดล้อม มาตรฐาน ว 8.1 ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปญั หา รวู้ ่าปรากฏการณท์ างธรรมชาตทิ เ่ี กดิ ขน้ึ สว่ นใหญม่ ีรปู แบบทีแ่ น่นอน ตัวชวี้ ดั ม1/1 สรา้ งแบบจำลองที่อธิบายการแบ่งช้นั บรรยากาศ และเปรยี บเทียบประโยชนข์ องบรรยากาศ แตล่ ะชน้ั จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1. ดา้ นความรู้ (Knowledge) - นักเรยี นมคี วามเข้าใจ สามารถอธบิ ายและเปรียบเทียบการแบง่ ชัน้ บรรยากาศไดอ้ ย่างถกู ต้อง 2. ดา้ นทักษะกระบวนการ (Process) - นักเรยี นสามารถสรา้ งแบบจำลองช้ันบรรยากาศได้อยา่ งถกู ต้อง 3. ด้านเจตพิสยั (Attitude) - นกั เรยี นให้ความรว่ มมือในการจดั การเรยี นการสอน มกี ารแสดงความคดิ เหน็ และมคี วามกระตอื รอื รน้ ในการเรียนเป็นอย่างดี สาระสำคัญ บรรยากาศแบง่ ออกเปน็ 5 ชนั้ ตามสภาวะของอณุ หภมู ิ ดงั นี้ 1. ชัน้ โทรโพสเฟยี ร์ (troposphere) มปี รากฏการณ์ทางลมฟา้ อากาศ อุณหภูมลิ ดลงตามระดบั ความสงู 2. สตราโทสเฟยี ร์ (stratosphere) มชี นั้ โอโซนช่วยดดู กลืนรังสอี ัลตราไวโอเลตจากดวงอาทติ ย์ อณุ หภูมิ เพ่ิมขึ้นตามระดบั ความสงู 3. มีโซสเฟียร์ (mesosphere) ชว่ ยให้เกิดการเผาไหม้ ของวัตถนุ อกโลก อุณหภมู ิลดลงตามระดับความสูง
4. เทอร์โมสเฟียร์ (thermosphere) มีโมเลกุลที่แตกตัวเป็นไอออนช่วยสะท้อนคลื่นวิทยุ อุณหภูมิ เพิม่ ขน้ึ ตามระดบั ความสูง 5. เอกโซสเฟียร์ (exosphere) เหมาะสำหรับการโคจรของดาวเทียมรอบโลกในระดับต่ำ อุณหภูมิ เพ่ิมข้นึ ตามระดบั ความสูง สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน ☑ ความสามารถในการสื่อสาร ☑ ความสามารถในการคิด ☑ ความสามารถในการแกป้ ัญหา ⬜ ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ ☑ ความสามารถในการในการเทคโนโลยี สาระการเรยี นรู้/เนื้อหาสาระ โลกมีบรรยากาศห่อหุ้ม นักวิทยาศาสตร์ใช้สมบัติและองค์ประกอบของบรรยากาศในการแบ่งบรรยากาศ ของโลกออกเป็นชั้น ซึ่งแบ่งได้หลายรูปแบบตามเกณฑ์ที่แตกต่างกัน โดยทั่วไปนักวิทยาศาสตร์ใช้เกณฑ์การ เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิตามความสูง แบ่งบรรยากาศได้เป็น 5 ชั้น ได้แก่ ชั้นโทรโพสเฟียร์, ชั้นสตราโตสเฟียร์, ชน้ั มีโซสเฟียร์, ชนั้ เทอรโ์ มสเฟียร์ และชั้นเอกโซสเฟยี ร์ บรรยากาศแต่ละชั้นมีประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตแตกต่างกัน โดยชั้นโทรโพสเฟียร์มีปรากฏการณ์ลมฟ้าอากาศ ที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต ชั้นสตราโตสเฟียร์ ช่วยดูดกลืนรังสีอัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์ไม่ให้ มายังโลกมากเกินไป ชั้นมีโซสเฟียร์ช่วยชะลอวัตถุนอกโลกที่ผ่านเข้ามาให้เกิดการเผาไหม้กลายเป็นวัตถุขนาด เล็ก ลดโอกาสที่จะทำความเสียหายแก่สิ่งมีชีวิตบนโลก ชั้นเทอร์โมสเฟียร์สามารถสะท้อนคลื่นวิทยุ และช้ัน เอกโซสเฟยี รเ์ หมาะสำหรบั การโคจรของดาวเทียมรอบโลกในระดบั ต่ำ คุณลกั ษณะพงึ ประสงค์ 1. วินัย 2. ใฝเ่ รียนรู้ 3. มุ่งมัน่ ในการทำงาน บรู ณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง เงื่อนไขคุณธรรม : มีความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต และมีความอดทน มีความเพียรใช้ สตปิ ญั ญาในการดำเนินชีวิต บูรณาการภายในวิชา การบูรณาการภายในวชิ า คอื นักเรียนได้ใชท้ ักษะการฟงั การเขียน และการอา่ นภาษาอังกฤษ
กระบวนการจดั การเรียนรู้ (ใชร้ ูปแบบการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ 5 ขัน้ (5E)) ขน้ั ท่ี 1 ขนั้ สรา้ งความสนใจ (5 นาที) 1. ครูชีแ้ จงจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 2. ครูเรียกสมาธินักเรียนก่อนเริ่มเข้าสู่บทเรียน ด้วยเกม “บรรยากาศรอบตัว” เพื่อให้นักเรียนผ่อน คลายและมีสมาธิ พรอ้ มทจ่ี ะรบั ความรูเ้ รือ่ ง “การแบ่งชั้นบรรยากาศ” 3. ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรยี นเกี่ยวกบั เร่ืองการแบง่ ช้นั บรรยากาศ โดยใชค้ ำถาม ดังนี้ - เพระเหตใุ ดสงิ่ ส่ิงมชี วี ติ จงึ สามารถดำรงชวี ติ อยูบ่ นโลกได้ อยบู่ นโลกได้ ขณะที่ดาวเคราะหด์ วง อนื่ ในระบบสรุ ยิ ะไม่พบสงิ่ มชี ีวติ ทส่ี ามารถดำรงชีวติ อยไู่ ด้ (แนวตอบ เพราะโลกมีบรรยากาศห่อหมุ้ ) - บรรยากาศหมายถงึ อะไร (แนวตอบ พิจารณาตามคำตอบของนักเรียนโดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน ตัวอย่าง เข่น บรรยากาศ หมายถงึ อากาศทห่ี ่อหุม้ โลก เป็นตน้ ) - นักเรียนคิดวา่ เราสามารถแบ่งชน้ั บรรยากาศโดยใช้เกณฑใ์ ด (แนวตอบ พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยอยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน ตัวอย่างเช่น ความสูง อณุ หภมู ิ ชนิดของสาร เป็นตน้ ) ขน้ั ที่ 2 ข้ันสำรวจและค้นหา (Explorntion) (30 นาที) 1. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละประมาณ 5-6 คน จากนั้นให้ตัวแทนกลุ่มออกมารับใบกิจกรรมที่ 2 เรอื่ ง การแบง่ ชั้นบรรยากาศ 2. ครูอธบิ ายขน้ั ตอนการทำกิจกรรมให้นกั เรยี นทราบ ดงั น้ี - ให้นกั เรียนศึกษาเก่ยี วกบั เรื่อง การแบ่งชั้นบรรยากาศ จากสื่อวดี ทิ ศั น์ QR code เรอื่ ง การแบ่งชั้น บรรยากาศ และเนื้อหาในหนังสือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ม.1 เลม่ 2 หนา้ 31 (อกั ษร) 3. นักเรียนระดมความคิดและตอบคำถามลในใบกิจกรรมท่ี 2 เรื่อง การแบ่งชั้นบรรยากาศ (กำหนดเวลาในการทำกจิ กรรม 20 นาที) 4. ครูให้นกั เรยี นแต่ละกลุ่มสง่ ตัวแทนออกมารบั อปุ กรณ์ ในการทำกจิ กรรม เร่อื ง การสร้างแบบจำลอง การแบง่ ชั้นบรรยากาศ ได้แก่ กระดานช้นั บรรยากาศ ชดุ แมเ่ หลก็ องค์ประกอบช้ันบรรยากาศ หมายเหต:ุ ครสู ามารถเพ่ิมเติมวสั ดุอุปกรณ์ที่มีราคาประหยัด และหางา่ ยได้ 5. ครูใหน้ ักเรียนแต่ละกลมุ่ สร้างแบบจำลองการแบง่ ช้นั บรรยากาศ ตามแกณ์การแบง่ ช้ันบรรยากาศ ขน้ั ท่ี 3 ข้ันอธิบายและลงขอ้ สรปุ (Explanation) (10 นาท)ี 1. ครูใหน้ ักเรียนแต่ละกลุ่มสง่ ตวั แทนกลุ่ม เพอ่ื ออกมานำเสนอแบบจำลองชนั้ บรรยากาศ กำหนดเวลา กลุม่ ละ ไมเ่ กนิ 3 นาที
2. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลและสรุปความรู้ที่ได้ จากการสร้างแบบจำลองการแบ่งช้ัน บรรยากาศ ดว้ ยส่ือสงิ่ ประดิษฐ์กระดานแม่เหลก็ 3 ครูสรปุ เน้ือหาและอธิบายเพ่มิ เตมิ เรือ่ ง การแบง่ ช้นั บรรยากาศ ชน้ั ท่ี 4 ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration) (10 นาท)ี 1. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมเพื่อทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยใช้ เกมส์ Word Wall เรื่อง การ แบ่งช้นั บรรยากาศของโลก 2. ครูมอบรางวัลใหก้ ับนักเรียนที่มคี ะแนนสงู สุด ในการทำกจิ กรรม ชั้นท่ี 5 ขั้นการประเมินและสรปุ ผล (Exaluation) (5 นาท)ี 1. ครูประเมินความเข้าใจของนกั เรียน โดยใชค้ ำถาม ดงั นี้ - การแบ่งชั้นบรรยากาศโดยใช้การศกึ ษาของนกั วทิ ยาศาสตร์เปน็ เกณฑแ์ บ่งออกเป็นกีช่ น้ั อะไรบ้าง (แนวคำตอบ ชน้ั โทรโพสเฟยี ร์ ชั้นสตราโทสเฟยี ร์ มีโซสเฟียร์ เทอรโ์ มสเฟียร์ เอกโซสเฟียร์ ) 2. ครูประเมินความรู้โดยใช้ใบกิจกรรมที่ 2 เรื่อง การแบ่งชั้นบรรยากาศ เพื่อวิเคราะห์องค์ความรู้ของ นักเรียน ว่าสามารถอธบิ ายการแบ่งชั้นบรรยากาศ ได้หรือไม่ 3. ครูประเมินทักษะโดยการตรวจสอบการสร้างแบบจำลองชั้นบรรยากาศ ได้อย่างไร เพื่อวิเคราะห์ ทักษะและกระบวนการท่เี กดิ ข้นึ 4. ครูสังเกตพฤติกรรมในช้นั เรยี นโดยใช้แบบบันทกึ คะแนนคณุ ลักษณะในช้นั เรยี น สอ่ื อปุ กรณ์ แหล่งการเรยี นรู้ 1. หนังสือเรยี นรายวิชาพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตร์ ม.3 เลม่ 2 2. Power point เรอ่ื ง การแบง่ ชั้นบรรยากาศ 3. วดี ิทัศน์ QR code เรือ่ ง การแบง่ ชั้นบรรยากาศ 4. ใบกจิ กรรมท่ี 2 เรอื่ ง การแบง่ ชนั้ บรรยากาศ 5. สื่อสิ่งประดิษฐ์กระดานแม่เหล็กชน้ั บรรยากาศ 6. เฉลยใบกิจกรรมท่ี 2 เรอ่ื ง การแบง่ ชน้ั บรรยากาศ
การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้ รายการ เครอื่ งมือ เกณฑก์ ารประเมิน ด้านความรู้ (พุทธพสิ ัย) ใบกิจกรรมที่ 2 เรื่อง การแบ่ง ผา่ นมากกวา่ ร้อยละ 70 ขึ้นไป 1. อธิบายและเปรียบเทียบการแบ่งชั้น ชน้ั บรรยากาศ บรรยากาศไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง ดา้ นทักษะกระบวนการ (ทกั ษะพิสัย) แบบประเมินผลงานการสรา้ ง 2. สรา้ งแบบจำลองช้นั บรรยากาศไดอ้ ยา่ ง แบบจำลองการแบง่ ชั้น ผา่ นเกณฑ์ระดบั ดี ขนึ้ ไป ถูกต้อง บรรยากาศ ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (จิตพิสยั ) 3. มีความร่วมมือในการจัดการเรียนการ แบบบนั ทึกคะแนนคณุ ลักษณะ ผา่ นเกณฑ์ระดับดี ข้นึ ไป สอน มีการแสดงความคิดเห็น และมีความ ในช้ันเรียน กระตอื รอื รน้ ในการเรียนเปน็ อย่างดี ความเหน็ ของผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษาหรือผทู้ ่ไี ดร้ บั มอบหมาย ข้อเสนอแนะ ลงชื่อ ................................. ( ............................................... ) ตำแหนง่ .......
บันทกึ หลังการจดั การเรยี นรู้ ระยะเวลา 1 ชัว่ โมง หนว่ ยการเรยี นรยู้ อ่ ยท่ี 2 เรอื่ ง การแบง่ ชั้นบรรยากาศ หอ้ ง........................... สอนวัน................ ท่ี ................. เดอื น............................ พ.ศ. …........... 1. นกั เรียนจำนวน..................คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนร.ู้ .....................คน คิดเปน็ ร้อยละ.................. ไม่ผ่านจดุ ประสงค์การเรยี นร.ู้ .................คน คิดเปน็ รอ้ ยละ.................. 2. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ (K) ................................................................................................................................................................................. 3. นักเรียนมีความรู้เกิดทกั ษะ (P) ................................................................................................................................................................................. 4. นกั เรยี นมเี จตคติ คา่ นยิ ม คุณธรรมจริยธรรม (A) ................................................................................................................................................................................. 2. ปัญหาอุปสรรค ................................................................................................................................................................................. .......... ..................................................................................................................................................................... 3. แนวทางการแกไ้ ข ................................................................................................................................................................................. .......... ..................................................................................................................................................................... 5. การปรับปรุงพัฒนาการเรยี นรู้ครั้งตอ่ ไป ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ลงชอ่ื ................................................................. (นางสาวคัททิยาพร พนั อบิด) ตาํ แหนง่ ................................................................ ความคดิ เหน็/ข้อเสนอแนะของผู้บรหิ าร ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ลงชือ่ ................................................................. (...............................................................) ตําแหน่ง................................................................
ภาคผนวก
คำชแ้ี จง เร่อื ง การแบ่งชน้ั บรรยากาศ ตวั ชว้ี ัดที่ ใหน้ กั เรียนตอบคำถามทกี่ ำหนดให้ลงในช่องวา่ งให้ถูกต้องสมบรู ณ์ 3.2 ม1/1 สรา้ งแบบจำลองที่อธบิ ายการแบ่งช้ันบรรยากาศ และเปรยี บเทยี บประโยชน์ของบรรยากาศแต่ละช้ัน 1.การแบ่งชั้นบรรยากาศตามอณุ หภมู ิของอากาศเป็นเกณฑ์ แบ่งเป็นก่ชี ั้น อะไรบา้ ง .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... 2.นกั เรียนคดิ ว่า บรรยากาศช้ันใดมีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด เพราะเหตุใด .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... 3.ใหน้ ักเรียนเขยี นชอื่ ชั้นบรรยากาศ A – E ใหถ้ กู ต้อง พรอ้ มทง้ั อธบิ ายลักษณะสำคญั แต่ละช้ัน Good Luck คือชั้น…………………………….……………. ลกั ษณะสำคัญ………………………………. …………………………………………………… คอื ชั้น…………………………….……………. ลักษณะสำคัญ………………………………. …………………………………………………… คือชั้น…………………………….……………. ลักษณะสำคัญ………………………………. …………………………………………………… คือช้ัน…………………………….……………. ลักษณะสำคัญ………………………………. …………………………………………………… คอื ชั้น…………………………….……………. ลกั ษณะสำคัญ………………………………. …………………………………………………… ชื่อ.................................................................................................
คำชแ้ี จง เรื่อง การแบ่งชนั้ บรรยากาศ ตวั ชว้ี ดั ท่ี ให้นกั เรียนตอบคำถามทกี่ ำหนดใหล้ งในช่องวา่ งใหถ้ กู ต้องสมบูรณ์ 3.2 ม1/1 สรา้ งแบบจำลองทอ่ี ธบิ ายการแบง่ ช้ันบรรยากาศ และเปรียบเทยี บประโยชนข์ องบรรยากาศแตล่ ะชัน้ 1.การแบ่งชั้นบรรยากาศตามอณุ หภมู ิของอากาศเป็นเกณฑ์ แบ่งเป็นก่ชี ั้น อะไรบ้าง แบ่งออกเป็น 5 ชัน้ ได้แก่ ชน้ั โทรโพสเฟียร์ ช้ันสตราโทสเฟยี ร์ มีโซสเฟียร์ เทอรโ์ มสเฟียร์ เอกโซสเฟียร์ 2.นกั เรียนคดิ วา่ บรรยากาศช้ันใดมีการเปลี่ยนแปลงมากท่ีสดุ เพราะเหตุใด ชน้ั โทรโพสเฟยี ร์ เพราะมีปรากฏการณ์ลมฟา้ อากาศ มีการเปลยี่ นแปลงอุณหภมู ิอย่างรวดเร็ว อยู่สมำ่ เสมอ 3.ให้นักเรยี นเขยี นชือ่ ชัน้ บรรยากาศ A – E ให้ถูกตอ้ ง พร้อมท้ังอธบิ ายลักษณะสำคญั แตล่ ะชัน้ Good Luck คือช้ัน เอกโซสเฟยี ร์ ลกั ษณะสำคัญ ดาวเทียมท่มี วี งโคจร ระดับต่ำจะโคจร คอื ชั้น เทอร์โมสเฟียร์ ลักษณะสำคัญ มีแสงเหนือแสงใต้ เกดิ ขึ้น คือช้ัน เทอร์โมสเฟยี ร์ ลักษณะสำคัญวัตถุนอกโลกจะถกู เผา ไหม้ในช้ันนี้ คอื ชั้น สตราโตสเฟยี ร์ ลักษณะสำคัญมีแก๊สโอโซนชว่ ยดดู กลืนรงั สี อัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์ คอื ช้ัน โทรโพสเฟียร์ ลักษณะสำคัญ ความหนาแนน่ ของ อากาศและไอน้ำมากทีส่ ุด ชอ่ื .................................................................................................
แบบบันทึกคะแนนใบกจิ กรรม แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี ............. วิชา ....................................................................................... ชั้น ...............................ห้อง.................................... หนว่ ยการเรยี นรู้ .................................................................... กจิ กรรม ................................................................. คำชี้แจง : ให้ครูผู้สอนประเมินการสร้างแบบจำลองของนักเรียน โดยให้ระดับคะแนนลงในตารางที่ตรงกับพฤติกรรม และผลงานขอผเู้ รียน เลขท่ี ชือ่ -สกุล รวม เกณฑ์การผ่าน คะแนนเกบ็ (10) ผ่าน ไม่ผ่าน ใบกจิ กรรม 1 คะแนน 2 (10) 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 ลงชื่อ ..................................................... ผู้ประเมนิ (นางสาวคทั ทิยาพร พันปอบดิ ) วนั ที่ ........ เดอื น ...................... พ.ศ. .............
เกณฑ์การประเมนิ ใบกิจกรรม รายการ ระดับคะแนน ประเมิน ขอ้ มูลในใบ 543 2 1 กจิ กรรมตอบ - นกั เรยี นไม่ ครบถว้ น - นกั เรยี นทำใบ - นกั เรียนทำใบ - นกั เรยี นทำใบ - นักเรียนทำใบ ทำใบ กิจกรรมได้ แนวความคดิ กิจกรรมได้ทนั กิจกรรมได้ กจิ กรรมได้ กจิ กรรมได้ สรา้ งสรรค์ - ไมม่ ี เวลาที่กำหนด ทันเวลากำหนด ทันเวลาที่กำหนด ทันเวลากำหนด แนวความคิด สรา้ งสรรค์ - สามารถ - สามารถ - สามารถอธบิ าย - แตไ่ มส่ ามารถ อธิบายเนือ้ หา อธิบายเนอ้ื หา เนอ้ื หาไดอ้ ยา่ ง อธบิ ายเนอื้ หาได้ ไดอ้ ย่าง ไดอ้ ยา่ ง ครอบคลมุ อย่างครอบคลุม ครอบคลมุ ครอบคลมุ ถูกต้องบางส่วน ถกู ต้อง ถกู ต้อง ถกู ตอ้ ง - มีแนวความคดิ - มแี นวความคิด - มแี นวความคดิ - มีแนวความคดิ สรา้ งสรรค์ สรา้ งสรรค์ สร้างสรรค์ สร้างสรรค์ - สอดคล้องกบั - สอดคลอ้ งกับ - สอดคล้องกับ - ขาดการ จุดประสงคข์ อง จดุ ประสงค์ของ จุดประสงค์ของ สอดคลอ้ งกบั ใบกจิ กรรม ใบกจิ กรรม ใบกจิ กรรมเพียง จุดประสงคข์ อง - มกี ารตกแต่งท่ี - แตไ่ ม่มีการ เล็กนอ้ ย ใบกิจกรรม สวยงามหรอื ตกแตง่ ท่ี - แต่ไม่มีการ สะอาดเป็น สวยงามหรอื ตกแตง่ ทสี่ วยงาม ระเบียบ สะอาดเป็น หรือสะอาดเป็น เรยี บรอ้ ย ระเบยี บ ระเบยี บเรียบรอ้ ย เรยี บร้อย ระดับคุณภาพ คะแนน 9-10 คะแนน หมายถึง ดีเยี่ยม คะแนน 7-8 คะแนน หมายถึง ดีมาก คะแนน 5-6 คะแนน หมายถงึ ดี คะแนน 3-4 คะแนน หมายถึง พอใช้ คะแนนตำ่ กวา่ 3 คะแนน หมายถงึ ควรปรบั ปรงุ ผ่านเกณฑ์การประเมนิ คุณภาพระดับดขี ึน้ ไป
แบบบนั ทึกคะแนนคณุ ลักษณะในชั้นเรียน แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี ............. วิชา ....................................................................................... ชั้น ...................................................... หน่วยการเรยี นรู้ .................................................................... กจิ กรรม .............................................. คำช้ีแจง : ใหค้ รผู ้สู อนประเมินจากการสงั เกตพฤตกิ รรมของผู้เรยี นดา้ นคณุ ลกั ษณะ โดยให้ระดบั คะแนนลงใน ตารางทตี่ รงกับพฤตกิ รรมของผ้เู รยี น คะแนน คะแนน เกณฑก์ าร คะแนนเก็บ รวมที่ ผ่าน คุณลักษณะ มีความใฝ่ ได้ เลขท่ี ชอื่ -สกุล มีความ รู้ใฝ่เรียน ปฏิบัตงิ าน (12) ไม่ (5) รบั ผิดชอบ ตรงเวลา ผ่าน (4) ผา่ น (4) (4) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 ลงชือ่ ..................................................... ผู้ประเมนิ (นางสาวคทั ทิยาพร พันปอบิด) วันท่ี ........ เดือน ...................... พ.ศ. .............
เกณฑ์การประเมินคุณลกั ษณะในชัน้ เรียน รายการ 4 ระดบั คุณภาพ 1 ประเมิน รับผิดชอบงานทไี่ ดร้ ับ มคี วาม รับผิดชอบงานที่ 32 มอบหมายได้เป็น รบั ผดิ ชอบ ไดร้ บั มอบหมายได้ อยา่ งดี คน้ ควา้ เสรจ็ เปน็ อย่างดี คน้ ควา้ รบั ผดิ ชอบงานท่ี รับผดิ ชอบงานทีไ่ ดร้ ับ เกินเวลาท่กี ำหนดได้ มคี วามใฝร่ ู้ เสรจ็ กอ่ นเวลาที่ ได้รบั มอบหมายได้ มอบหมายได้เปน็ เน้อื หาไมไ่ มค่ รบ ใฝเ่ รียน กำหนด ได้เนอื้ หาที่ เป็นอย่างดี คน้ ควา้ อย่างดี ค้นควา้ เสรจ็ สมบรู ณ์ สมบรู ณ์ เสร็จตามเวลาที่ เกนิ เวลาทกี่ ำหนดได้ ให้ความสนใจในการ ปฏิบตั งิ าน ให้ความสนใจในการ กำหนดได้เนือ้ หา เนือ้ หาท่ีสมบรู ณ์ เรียนการสอนนอ้ ย ตรงเวลา เรียนการสอนเปน็ สมบรู ณ์ รบกวนเพือ่ นรว่ มช้ัน อยา่ งมาก ไมร่ บกวน ใหค้ วามสนใจในการ ใหค้ วามสนใจในการ มาก ไมต่ งั้ ใจค้นควา้ เพ่อื นรว่ มช้นั ตง้ั ใจ เรยี นการสอนเปน็ เรียนการสอนเปน็ คร้ัง หาขอ้ มูล ศกึ ษาคน้ ควา้ หา อย่างมาก รบกวน คราว รบกวนเพือ่ น ขอ้ มลู เพอ่ื นร่วมชั้นบา้ ง รว่ มชั้นบ้าง ตัง้ ใจ ปฏิบัตงิ านไมท่ นั เวลา ปฏิบัตงิ าน สง่ งาน ตงั้ ใจศึกษาคน้ ควา้ หา คน้ คว้าหาขอ้ มูลบ้าง ทีก่ ำหนด และส่งงาน ตรงเวลาตามเวลาที่ ขอ้ มูล เล็กน้อย เลยเวลาท่ีกำหนดไป กำหนด ปฏิบตั งิ านตรงเวลา ปฏบิ ัตงิ านไมท่ ันเวลา มาก ตามเวลาทกี่ ำหนด ทก่ี ำหนด และสง่ งาน แตส่ ่งงานเลยเวลาท่ี เลยเวลาทกี่ ำหนด กำหนด ระดบั คุณภาพ คะแนน 16-20 คะแนน หมายถึง ดีเยี่ยม คะแนน 11-15 คะแนน หมายถงึ ดี คะแนน 6-10 คะแนน หมายถึง พอใช้ คะแนน 1-5 คะแนน หมายถงึ ควรปรบั ปรงุ ผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ คณุ ภาพระดับดี
แบบประเมิน แบบบนั ทึกคะแนนรายบคุ คล แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ............. ใบงาน(5)วชิ า ....................................................................................... ชั้น ...................................................... แบบประเมินใบหน่วยการเรยี นรู้ .................................................................... กจิ กรรม .............................................. ิกจกรรม (10)คำชแี้ จง : ใหค้ รูผู้สอนประเมินผลของนักเรยี น โดยให้ระดบั คะแนนลงในตารางที่ตรงกับผลคะแนนของผู้เรยี น แบบประเมิน ุคณ ัลกษณะ (5) คะแนน รวม (20) คะแนนเ ็กบ (5)เลขท่ี ช่ือ-สกลุ หมายเหตุ1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 ลงชอ่ื ..................................................... ผู้ประเมนิ (นางสาวคัททิยาพร พนั ปอบดิ ) วนั ท่ี ........ เดือน ...................... พ.ศ. ............
Search
Read the Text Version
- 1 - 29
Pages: