Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ความเป็นมาของวิวัฒนาการ

ความเป็นมาของวิวัฒนาการ

Published by กมณรัตน์ บุญรอด, 2019-10-22 00:40:24

Description: ความเป็นมาของวิวัฒนาการ

Search

Read the Text Version

ในทางตรงกนั ขา้ ม โครงสรา้ งของสิ่งมีชีวิตท่ีมี ลกั ษณะภายนอกเหมือนกนั และทาหนา้ ที่เดียวกนั แต่ มีจุดกาเนิดต่างกนั (analoguos structure) จะไม่ สามารถใชอ้ ธิบายความสมั พนั ธข์ อง สมช. ว่าไดส้ ืบ ทอดมาจากบรรพบุรุษร่วมกนั

ตวั อยา่ งเชน่ ปี กคา้ งคาวและปี กแมลงทาหนา้ ท่ี สาหรบั การบิน แต่ปี กของคา้ งคาวประกอบดว้ ยกระดกู หลายช้ิน มีกลา้ มเน้ือและแผ่นหลงั ในขณะท่ีปี กของ แมลงประกอบดว้ ยไคติน (chitin) และเสน้ ลายปี ก (vein) ดงั นน้ั คา้ งคาวจึงไม่มีความสมั พนั ธใ์ กลช้ ิดกบั แมลง

หาภาพ



2. วิทยาเอ็มบริโอเปรียบเทียบ (Comparative embryology) - นักกายวิภาคศาสตรใ์ นศตวรรษท่ี 18 ไดต้ งั้ ขอ้ สงั เกตวา่ สตั วท์ ี่มีความสมั พนั ธใ์ กลช้ ิดกนั จะมีความคลา้ ยคลึงกนั ใน ระยะเอ็มบริโอมากกว่าเมื่อโตเต็มวยั ดงั รูป



เอริ น์ สท์ เฮคเคล (Ernst Haeckel) ไดเ้ สนอทฤษฎกี าร ยอ้ นรอยบรรพบุรุษ (Biogenetic law หรือ Recapitulation theory) ซ่ึงหมายถึง สมช. ท่ีมีรปู แบบในการพฒั นา เอ็มบริโอคลา้ ยกนั และมีลกั ษณะร่วมซ่ึงยงั คงปรากฏอยู่ ในระยะเต็มวยั อาจมีวิวฒั นาการจากบรรพบุรุษร่วมกนั

3. ชีวเคมีเปรียบเทียบ (Comparative biochemistry) - จากการศึกษาโดยเทคนิคทางชวี เคมพี บวา่ สมช. ท่มี ี ความสมั พนั ธใ์ กลช้ ดิ กนั จะมอี งคป์ ระกอบทางพนั ธุกรรมหรือ โปรตนี ท่คี ลา้ ยกนั เชน่ การศึกษาเปรียบเทยี บความแตกตา่ งของ ลาดบั กรดอะมโิ นในฮโี มโกลบนิ ของมนุษยแ์ ละสตั วม์ กี ระดูกสนั หลงั อ่ืน ๆ

พบวา่ มนุษยแ์ ละลิงรีซสั มีจานวนกรดอะมิโนที่ แตกต่างกนั จานวน 8 ตวั ในขณะที่มนุษยแ์ ละหนูมี จานวนกรดอะมิโนท่ีแตกต่างกนั ถึง 27 ตวั ดงั นน้ั มนุษยจ์ ึงมีความสมั พนั ธใ์ กลช้ ิดกบั ลิงรีซสั มากกว่า



หาภาพ





4. บรรพชีวินวิทยา หรือการศึกษาซากดาบรรพ์ (Paleontology) - การศึกษาซากดึกดาบรรพท์ ่พี บในชน้ั หิน สามารถนาไปใช้ อธิบายการเกดิ วิวฒั นาการของ สมช. ได้ เชน่ มกี ารขุดพบซากดึก ดาบรรพข์ อง Archaeopteryx จากยุคจูแรสสิก (Jurassic Period) ซ่ึงมลี กั ษณะร่วมระหวา่ งสตั วเ์ ล้ือยคลานและนก มขี ากรรไกรยาว ฟนั คม มเี กลด็ ท่ขี า แตม่ ขี นคลา้ ยนก

นักววิ ฒั นาการหลายทา่ นเช่ือวา่ Archaeopteryx เป็นตวั เช่ือมโยงท่หี ายไป (missing link) ระหวา่ งสตั วท์ ง้ั สอง ประเภท ซ่ึงทาใหส้ นั นิษฐานไดว้ ่านกอาจมีวิวฒั นาการ มาจากสตั วเ์ ล้ือยคลาน

หาภาพ





นอกจากน้ียงั มกี ารคน้ พบ สมช. ท่คี าดว่าสญู พนั ธไุ์ ป แลว้ แต่กลบั พบว่าในปัจจุบนั ยงั มีชีวิตอยู่ เรียกว่า ซากดึกดาบรรพท์ ่ีมีชีวิต (living fossil) เชน่ ปลาซลี า แคนธ์ (coelacanth) ท่นี ักวิทยาศาสตรไ์ ดส้ นั นิษฐานวา่ ไดส้ ูญ พนั ธุไ์ ปเม่ือ 80-100 ลา้ นปี

แต่ต่อมามีการพบปลาซีลาแคนธ์ ที่นอกชายฝัง่ ตะวนั ออกของแอฟริกาใต้ ซ่ึงยงั คงมลี กั ษณะใกลเ้ คยี งกบั บรรพบุรุษในยุคไทรแอสสิก (230 ลา้ นปีมาแลว้ ) และยุคครีเทเชยี ส (80 ลา้ นปีมาแลว้ ) และมีนกั วิวฒั นาการหลายท่านเช่ือว่าปลาซีลาแคนธ์ เป็ นบรรพบรุ ุษของสตั ว์ 4 เทา้ ในปัจจุบนั

หาภาพ









5. การแพร่กระจายของสิ่งมีชีวิต (Biogeographical distribution) - กลุม่ ส่ิงมชี วี ติ ท่มี คี วามสมั พนั ธเ์ ชงิ ววิ ฒั นาการใกลช้ ดิ กนั มกั พบแพร่กระจายในบริเวณท่ใี กลก้ นั แตส่ ่ิงกดี ขวางทาง ภูมศิ าสตร์ (geographical barrier) เชน่ มหาสมุทร หรือ เทือกเขา สามารถแยกกลุม่ สมช. เหลา่ น้ีใหม้ คี วามแตกตา่ ง กนั จนกระทง่ั เกดิ เป็นสปีชสี ใ์ หม่

นอกจากน้ี การมสี ภาพภูมิศาสตรท์ ่แี ตกตา่ งกนั ทาให้ สมช. ตอ้ งปรับตวั ใหเ้ ขา้ กบั สภาพแวดลอ้ ม และการปรับตวั เป็นระยะเวลานาน จะสง่ ผลใหล้ กั ษณะทางพนั ธุกรรม แตกตา่ งไปจากเดมิ จนในท่สี ุดอาจนาไปสูก่ ารเกดิ สปีชสี ใ์ หม่

กระบวนการท่นี าไปสูก่ ารเกดิ วิวฒั นาการอยา่ งรวดเร็ว ของ สมช. ใหมห่ ลายสปีชสี ท์ ่มี กี ารปรับตวั เพ่ือความอยูร่ อด ในสภาพแวดลอ้ มตา่ ง ๆ ของบริเวณเดยี วกนั หรือ adaptive radiation ก่อใหเ้ กิดรปู แบบของการวิวฒั นาการแบบลู่ ออก ( divergent evoution) เชน่

จากการศึกษากระบวนการเกดิ สปีชสี ใ์ หม่ (speciation) ของนกฟินชบ์ นเกาะตา่ ง ๆ ของหมูเ่ กาะกาลาปากอส พบวา่ นกฟิ นชด์ งั กล่าวมีบรรพบุรุษร่วมกนั ตอ่ มาไดเ้ คลื่อนยา้ ย ไปอย่ตู ามเกาะต่าง ๆ ที่มีสภาพทางภูมิศาสตรท์ ่ีแตกต่าง กนั ส่งผลใหช้ นิดของพืชและสตั วท์ ี่เป็ นอาหารของนกมี ความแตกต่างกนั

ดงั น้ัน นกฟิ นชจ์ ึงตอ้ งปรบั ตวั โดยการเปลี่ยนแปลง ลกั ษณะจะงอยปากเพื่อใหเ้ หมาะสมกบั ชนิดของอาหารท่ี จาเพาะ และจากลกั ษณะของจะงอยปากท่แี ตกตา่ งกนั ถึง 14 รูปแบบ ทาใหด้ ารว์ ินสามารถจาแนกนกฟิ นชไ์ ด้ 14 สปี ชีส์

หาภาพ

สตั วเ์ ล้ยี งลูกดว้ ยน้านมท่มี ถี ุงหนา้ ทอ้ ง ซ่ึงมี ความสมั พนั ธ์ คลา้ ยกบั พวกท่มี รี ก (placental) เชน่ ชูการ์ ไกล เดอร์ (sugar glider) ของออสเตรเลยี ซ่ึงคลา้ ยกบั กระรอกบนิ (flying squirrel) ของอเมริกาเหนือนั้น ไมไ่ ดเ้ กดิ จาก ความสมั พนั ธใ์ กลช้ ดิ กนั เชงิ วิวฒั นาการ แต่เกิดจากการ ปรบั ตวั เพื่อใหอ้ าศยั อย่ใู นสภาพแวดลอ้ มได้ วิวฒั นาการ ของ สมช. ในลกั ษณะน้ีเรียกว่า วิวฒั นาการแบบล่เู ขา้ (convergent evolution)

หาภาพ



6. การคดั เลือกโดยมนุษย์ (Artificial selection) - มกี ารใชต้ วั อยา่ งการคดั เลือกลกั ษณะท่ตี อ้ งการของ พืชหรือสตั วโ์ ดยมนุษย์ ซ่ึงตอ้ งผา่ นคดั เลือกในหลายชว่ั รุ่น เชน่ การ ปรบั ปรุงพนั ธพุ์ ืชจาพวกกะหลา่ จากพืชป่ าโดยมนุษย์ ทาใหม้ ี การพฒั นาพนั ธเุ์ ศรษฐกิจต่าง ๆ เช่น กะหลา่ ปลี กะหลา่ ดอก และบรอคโคลี เป็นตน้ และการปรบั ปรุงพนั ธสุ์ นุ ขั โดยมนุษย์ ทาใหม้ ีการพฒั นาพนั ธเุ์ ล้ียงต่าง ๆ ในเวลาอนั สนั้ เช่น เชา เชา และดลั เมเชียน เป็นตน้



หาภาพ








Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook