คํานํา เส่ือกกบางสระเกา เปนงานหัตถกรรมท่ีมีคุณภาพและเปนสิ่งที่แสดง ถึงอัตลักษณของทองถ่ินบางสระเกา เปนผลิตภัณฑจากเส่ือกกท่ีมีคุณภาพดี การันตีดวยรางวัล ผลิตภัณฑชุมชนและทองถิ่นระดับ 5 ดาว หมูบานบางสระ เกาเปนแหลงทอเสื่อกกแหลงใหญของเมืองจันทบุรี ซ่ึงท่ีน่ีไดนําตนกกมาทอ เปนเส่ือและนํามาทําเปนผลิตภัณฑจากเสื่อกก สามารถทํารายไดใหแกชุมชน บางสระเกาอยางมากมาย โรงเรียนแหลมสิงหวิทยาคมไดตระหนักและเห็นคุณคาของงาน หัตถกรรมเส่ือกก จึงไดสืบคนและศึกษา รวมท้ังเผยแพรอัตลักษณทองถ่ินเสื่อ กกบางสระเกา โดยไดรับการสนับสนุนจากคณะศึกษานิเทศกภาค 9 เพื่อเปน การสืบทอดภมู ปิ ญ ญาและอัตลักษณของทองถ่นิ ตอ ไป คณะผูจัดทําหวังเปนอยางย่ิงวาหนังสือเลมนี้คงเปนประโยชนตอทาน ผอู า นไดตามสมควร คณะผูจ ัดทํา
สารบญั หนา เร่ือง 1 พระราชประวตั ิสมเดจ็ พระนางเจา ราํ ไพพรรณี 2 หัตถกรรมทรงพฒั นาเสอื่ สมเดจ็ 3 อตั ลักษณทองถนิ่ เสื่อกกบางสระเกา 3 ช่อื ผลิตภัณฑอตั ลักษณทองถน่ิ 3 ประวัตคิ วามเปนมา 6 วัตถดุ บิ ท่ีสาํ คญั ของการทอเสอ่ื 9 ข้ันตอนการผลิต (การทอเสอ่ื ) และวัตถุดิบในการทอเสื่อ 10 วธิ กี ารทอเสอื่ 12 ประโยชนจากภมู ปิ ญ ญาทอ งถ่นิ 12 ความโดดเดน ของเสือ่ กกจันทบูรตาํ บลบางสระเกา 13 ลายเสื่อกกจนั ทบูร 15 ผลติ ภณั ฑจ ากเสอ่ื กก 15 Video เสื่อกกบางสระเกา
~1~ สมเดจ็ พระนางเจา ราํ ไพพรรณี ราชนารผี มู พี ระขนั ตธิ รรม พระราชประวตั ิ พระนางเจารําไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลท่ี 7 เปนพระราชธิดา ในสมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ กรมพระสวัสดิวัดนวิศิษฎ และพระบรมวงศเธอ พระองคเจา อาภาพรรณี ทรงพระราชสมภพ วันอังคารที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2447 มีพระนามทเี่ รยี กขาน กนั ในหมู พระญาตวิ า “ทานหญิงนา” หลังจากที่เขา อภเิ ษกสมรส กบั สมเด็จเจา ฟากรมขุนสุโขทยั ธรรมราชา เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2461 ระหวา งทป่ี ระทับท่ีพระตาํ หนกั หอ คือ วงั สุโขทัย กิจวตั รประจําวนั คือทรงปรนนิบัตพิ ระ สวามี ซ่ึงพระพลานามัยไมสมบูรณ เสวยพระกระยาหาร และพระสธุ ารสรวมกนั เมอ่ื พระสวามี มิไดเสดจ็ ไปทรงงาน ทรงปลูกตนไม บางครั้งก็ทอดพระเนตรภาพยนตร และทรงกีฬา เมื่อสมเด็จเจา ฟากรมหลวงสโุ ขทยั ธรรมราชาทรงครองราชยสมบตั ิและเฉลมิ พระปรมาภิไธยเปน พระบาทสมเด็จพระปกเกลา เจา อยหู วั ใน พ.ศ. 2468 ไดทรงสถาปนาพระวรชายา เปน สมเด็จพระนางเจา ราํ ไพพรรณี พระบรมราชนิ ี พระราชกรณยี กจิ ในฐานะสมเด็จพระบรมราชินี ทรงบําเพญ็ พระราชกรณยี กจิ อยา งเรียบรอย งดงามทุกประการดว ยพระราชวริ ยิ ะอุตสาหะ เชนการเสด็จพระราชดาํ เนิน ทรง เย่ยี มราษฎรที่หางไกลตามมลฑลตางๆและการทรงเยอื น ตา งประเทศ เพ่อื เจริญพระราชไมตรี ภายหลงั ท่เี สดจ็ มา ประทบั ณ สวนบานแกว ประมาณ 5 ป สมเดจ็ พระนาง เจา ราํ ไพพรรณี ทรงพฒั นาการทอเส่อื กกจนั ทบูร เปน หัตถกรรมและอาชพี หลักที่มีชอ่ื เสียงของจังหวดั จันทบุรี พระราชจริยวตั รของสมเด็จพระนางเจา ราํ ไพพรรณี ณ สวนบานแกวเปนไปในลกั ษณะเรยี บงายโดยขาราชบริพาร ไดบันทึกไว ดงั มีขอ ความทีว่ า
~2~ “ ทานทรงคิดคนออกแบบกระเปาใหคนถือ เปนกระเปาขายของ อีฟ แซงตลอ รองต แตทําดวยเสื่อทั้งหมดปรากฏวาขายดิบขายดี มีคนนิยมมากสวนการยอมสีเส่ือ แบบเดมิ นั้นสีไมท นและตกลอก กระดํากระดา ง ทานก็รบั ส่งั ใหน อ งชายของทาน คือหมอม เจากอกษัตริยเสด็จมาที่จันทบุรีจัดหากรรมวิธีในการยอมสีกกไมใหหลุดออก ... เมื่อตั้ง โรงงานทอเส่อื แลวก็เอาคนแถบบานขอมมาเปน ลูกจางทอเสื่อ ทอกระเปา ตอนนั้นกิจการดี มาก แลวชาวบานก็นําวิธีในการยอมเสื่อกกใหสีไมตกไปใชสงเสริมในเร่ืองนี้มาก ถือเปน อาชพี หลกั ของจันทบูร ... ” หัตถกรรมทรงพัฒนาเสอ่ื สมเดจ็ พระราชกรณียกิจที่สําคัญอีกประการหนึ่งที่ปรากฏเปนผลทําใหเส่ือจันทบูรเปนที่ นิยมแพรหลาย สรางรายไดใหแกประชาชนในทองถ่ินมาจนตราบทุกวันน้ี คือการพัฒนา งานดา นการทอเส่อื และผลิตภณั ฑจากกก ซึ่งเปนเหตุผลประการหนึ่งในการท่ีตัดสินพระทัย เลอื กมาประทบั ณ จงั หวดั จนั ทบรุ ี ดงั มขี อ ความทว่ี า “ สมเด็จทานรับสั่งวาท่ีเมืองจันนั้นนะดี ปลูกผลไมผลดีมาก แตฉันจะไป ฉันจะไม ปลูกผลไมแขงกบั ราษฎร ฉันชอบเสอื่ กกจันทบูร ฉันจะไปดูซิวาเส่ือจันทบูร เวลายอมกกใน สมยั กอ นสมี นั จะตก สีมันจะซีด จะมหี นทางอยางไรบาง ท่ีจะพัฒนาเร่ืองการทอเส่ือใหเปน อาชีพเสริม หรือเปนอาชีพหลักของคนเมืองจันท เราจะเอาเส่ือกกมาเปนรูปแบบตางๆ ขึน้ มา ” สมเด็จพระนางเจารําไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลท่ี 7 ทรงมีความมุงมั่นใน พระราชหฤทัยท่ีจะสงเสริมงานหัตถกรรมการทอเส่ือกกพื้นเมืองใหเจริญกาวหนาข้ึนดวย การปรับปรุงการยอมสีใหมีสีออนงดงามและคงทนถาวรในการใชสอยมากข้ึน ทรงริเริ่ม สงเสรมิ ใหนาํ เสอ่ื กกมาผลติ เปนของใชประเภทอ่ืน เชน กระเปาถือสตรีแบบตางๆ กลองใส กระดาษเช็ดมือ ถาด ท่ีรอง แกว ท้ังนี้ทรงประดิษฐลวดลาย สวยงามและตรวจคุณภาพ สินคาดวยพระองคเอง สินคาเลานี้โปรดใหติดเครื่องหมายการคาและรูปคนหาบกระจาด มีอกั ษรยอ ส.บ.ก. (สวนบา นแกว ) ใชช่อื วา “อตุ สาหกรรมชาวบา น” เปนทรี่ จู ักทวั่ ไปในชือ่ “ผลติ ภัณฑเ ส่ือสมเด็จ” ทําใหค วามนิยมในเสอ่ื และผลิตภณั ฑท ี่ทาํ ดว ยเสื่อจนั ทบรู แพรหลาย อยางรวดเรว็ นับเปน การชว ยหาเล้ียงชีพของ ราษฎรใหกา วหนาขึน้ ตามลาํ ดบั ตราบจนทุกวันนี้
~3~ อตั ลกั ษณท อ งถนิ่ “เสอื่ กกบางสระเกา ” ช่ือ / สถานที่ตง้ั อตั ลกั ษณทอ งถ่นิ “เสือ่ กกบางสระเกา ” ต.บางสระเกา อ.แหลมสงิ ห จ.จนั ทบรุ ี ชือ่ ผลติ ภณั ฑอ ตั ลกั ษณท อ งถน่ิ เสื่อกกบางสระเกา อําเภอแหลมสงิ ห จังหวัดจันทบุรี ประวตั คิ วามเปนมา เมอื่ กอน บานบางสระเกา เปน หมูบานเล็กๆ ข้ึนกับตําบลคลองนํ้าเค็ม อําเภอ พล้ิว จังหวัดจันทบุรี มีท่ีวาการอําเภอต้ังอยูที่บานคลองยายดํา ตอมา ในป พ.ศ. 2447 ไดมีการยา ยทวี่ าการอําเภอจากบานคลองยายดํา มาต้ังท่ีหมูบานปากน้ํา และ ไดเปลี่ยนชื่อเปน “อําเภอแหลมสิงห” จนทุกวันน้ี บานบางสระเกาก็ไดมีการ เปลี่ยนแปลงฐานะยกระดับการปกครองจากหมูบาน เปนตําบลบางสระเกา แตไม ทราบป พ.ศ. ท่ีแนชัด แบงเขตการปกครองในตําบลเปน 5 หมูบาน ตําบลบางสระ เกามีสภาพทางภมู ศิ าสตรเปนท่ีราบลุมเหมาะกับการเพาะปลูก ชาวบานสวนใหญจึง ประกอบอาชีพดานเกษตรกรรม ทํานาทําไร เนื่องจากพื้นท่ีติดกับน้ําทะเลการทํานา ขา วจงึ ทําไดเพยี งปละ 1 คร้งั เทานั้น เมือ่ วา งจากฤดูกาลทํานา ชาวบานจะหันมาเย็บ ใบจากเปนอาชีพเสริม และตัดกกมาจักเปนเสนเล็กๆ นํามายอมดวยน้ําโคลนบาง ยางของไมบา ง เพือ่ รักษาเสนกกใหม คี วามคงทนแลวนํามาทอเปน เสือ่ เสอื่ กกบางสระเกา จังหวัดจนั ทบุรี มกี ารทอเสื่อกันหลายหมูบาน เนื่องดวยมี ตนกก ตนปอท่ีเกิดข้ึนเองตามธรรมชาติและเจริญงอกงามในพ้ืนที่นาของชาวบาน ซึ่งมีปริมาณมากและเพียงพอใชทอเสื่อไดตลอดท้ังป อีกทั้งยังสามารถแบงปนให หมูบา นหรือตาํ บลอ่ืน นําไปใชทอเปนเส่ือไดอีกดวย การทอเส่ือในอดีตจัดเปนอาชีพ เสริม เปนงานหัตถกรรมในครัวเรือนประเภทหน่ึงของจันทบุรีท่ีขึ้นช่ือมาก มีการ ถายทอดและสืบตอ กันมาจนถึงทุกวันนี้ ปจจุบันการทอเส่ือจัดเปนอาชีพหลักที่สราง รายไดใหก บั ครอบครวั และชมุ ชน
~4~ เส่ือกกจันทบูร เปนภูมิปญญาทองถ่ิน นํามาผสมผสานกับธรรมชาติและวัตถุดิบใน พน้ื ที่ ผนวกเขากับสีสันและลวดลายจากงานศิลปะ เกิดเปนงานหัตถศิลป ท่ีมีคุณคาของ จังหวดั จันบุรี ดงั คําขวัญของจงั หวัดจนั ทบุรกี ลา วไวว า “ นาํ้ ตกลือเลือ่ ง เมอื งผลไม พริกไทยพนั ธุดี อัญมณมี ากเหลอื เสอื่ จันทบูร สมบูรณธรรมชาติ พระเจา ตากสินมหาราช รวมญาติกูช าตทิ จ่ี นั ทบุรี ” ที่ตําบลบางสระเกา นางสุริยา แกนจันทร เปนบุคคลหนึ่งที่ไดรับการถายทอด กระบวนการและวิธกี ารทอเสอ่ื จากบดิ ามารดา นางสุริยา แกนจันทร เปนบุตรสาวของพอ หยับ แมละมอม แถวเนิน ซึ่งบิดา มารดาของนางสุริยา แกนจันทร ก็ไดรับการถายทอด และเรียนรูมาจาก ปูยา , ตายาย อีกทอดหน่ึงเชนเดียวกัน นางสุริยา แกนจันทร เม่ือครั้ง เยาววัย ก็ไดรับการปลูกฝงและใหมีสวนรวมในขั้นตอนของการทําเสื่อ วิถีชีวิตในชุมชน สวนมากจะอยูรวมกันเปนครอบครัวใหญ ชวยกันปฏิบัติภารกิจการงานในการทําเสื่อ เด็กๆ จะไดมีโอการเรียนรูข้ันพ้ืนฐาน เชน การจักกก ตัดกก ยอมสีและการทอเสื่อ เปน ตน ขั้นตอนและกระบวนการตางๆ จะซึมซับเขาไปสรางความเขาใจในการทํางานโดย อัตโนมัติ ซ่ึงยังเปนการสรางสัมพันธอันดีในครอบครัวและชุมชนอีกดวย เมื่อนางสุริยา สมรสและแยกครอบครัวออกมา ก็ประกอบอาชีพดานเกษตรกรรม และนําความรูเร่ือง ของการทอเสื่อที่ไดรับการถายทอดมาทําเปนอาชีพเสริมสรางรายไดใหกับครอบครัว ใน ระยะแรกๆ การทอเส่อื จะทอเปนผืนใหญ มหี ลายขนาดตั้งแตขนาดกวาง 5 คืบ ถึง กวาง 10 คืบ เส่ือปกติจะยาวประมาณ 10 คืบ ( คืบ เปนคํา กริยา ใชเปนหนวยวัดในการ ซ้ือ– ขาย เสือ่ ในอดตี เพราะชาวบานไมม ีเครือ่ งมือมาตรฐานจงึ ใชว ธิ กี ารคืบดว ยมือ จะเห็นไดวา เส่ือในอดีตจะมีขนาดไมเทากัน เนื่องจากการคืบน้ิวของแตละคนไมเทากัน ตอมาเมื่อ ชาวบานเร่ิมมีความรูและมีมาตราเมตริก จึงไดเทียบให 1 คืบ เทากับ 20 เซนติเมตร ) สําหรับเสื่อที่มีความยาวกวา 10 คืบ เรียกวา “เสื่อลวด” เสื่อท่ีทอมีการเมมริมเส่ือ เสื่อ เริ่มเปลี่ยนแปลงในยุคของนางสุริยา แกนจันทร ซึ่งทอเสื่อจําหนายไดระยะหน่ึงก็รูสึกได ถงึ ความอม่ิ ตัวของตลาด ประกอบกับเสื่อจันทบูร มคี วามแข็งแรงทนทาน ไมชํารุดงาย ทํา ใหมีผูซื้อนอยลง ในขณะน้ันประชากรยังมีไมมาก นางสุริยา แกนจันทร จึงเกิดแนวคิด ใหมนําเส่ือผืนเกาๆ มาตัดและอาศัยความรูในการใชจักร เย็บผามาประยุกตใชผากุนริม แตล ะช้ินแลวนาํ มาเยบ็ ตอ กนั เปน ผืนจากเสอ่ื รูปแบบเดิมผนื ใหญไมส ามารถพับไดนําติดตัว ไมส ะดวก เกดิ เปน ผลติ ภณั ฑเ สือ่ กกรปู แบบใหม ผลท่ีไดจากเส่ือผนื ใหญส ามารถพับใหเล็ก ลง นําพาติดตัวไปใชงานสะดวกทุกพื้นที่ เปนที่ถูกตาถูกใจของผูพบเห็น เกิดการ ขับเคล่ือนตัวในตลาดเสื่อไดอีกคร้ังหน่ึง และตั้งชื่อวา “ เส่ือพับปกนิก ” เม่ือนําออกไป จําหนายในตลาดปรากฏวาเปนที่ตองการของผูบริโภคทั้งในพื้นที่และตางพื้นที่ มีรายการ สั่งซอ้ื เส่ือเขา มามาก นางสรุ ิยาผูเดยี วไมสามารถผลิตไดทนั
~5~ จึงไดชักชวนเพื่อนบานมารวมกลุมกันผลิตเมื่อป พ.ศ. 2515 โดยมี นางสุริยา แกน จนั ทร เปนผูถายทอดความรูและวธิ ีการใหก ับชาวบาน นางสุริยา แกนจันทร เปน คนท่ีชางสังเกต เมื่อตองเดินทางไปทําธุระท่ีใดก็จะมองเคร่ืองใชตางๆ ที่จะสามารถ นํามาประยุกตใชกับเส่ือ หรือนําเสื่อไปประกอบใชงานรวมกันได นํากลับมาคิดและ สรางสรรคเปนผลงานอยา งหลากหลาย มีการตดิ ตอซ้อื ขายมากขึน้ และจากกลุมเล็กๆ ก็เริ่มเปนกลุมท่ีใหญขึ้น และไดรับการไววางใจจากสมาชิกกลุมใหดํารงตําแหนงผูนํา กลุม (เปนกลุมอาชีพท่ีจัดตั้งและรวมตัวกันเองของชาวบานเพ่ือแกปญหาพอคาคน กลาง) ตอมาในป พ.ศ. 2527 ภาครัฐมีนโยบายสงเสริมใหชาวบานรวมตัวเปนกลุม อาชีพในตําบล จึงมีหลายหนวยงานเขามาใหความรูแกกลุมในเรื่องตางๆ เชน กรมการพฒั นาชมุ ชน ใหความรเู ร่ืองของการบริหารจัดการกลุม โดยใหมีประธานและ คณะกรรมการบริหารกลุม นางสุริยา แกนจันทร ไดรับการคัดเลือกใหดํารงตําแหนง ประธานกลมุ สํานักงานเกษตรจังหวดั ชว ยเร่ืองการดแู ลรกั ษาวตั ถดุ ิบการปลูกและการ เก็บเก่ียว สํานักงานพาณิชยจังหวัดชวยในเร่ืองการตลาด สํานักงานอุตสาหกรรม จงั หวดั ดแู ลในเรื่องมาตรฐานสนิ คา ปจ จุบนั กลมุ ทาํ เส่ือกกสุริยาบางสระเกาที่ นางสุริยา แกนจันทร เปนประธานมี ผลติ ภัณฑแ ปรรปู จากเส่อื กกจนั ทบรู มากมาย ไดนําผลติ ภณั ฑข องกลุม สง เขาประกวด คัดสรรสินคาหนึ่งตําบลหนึ่งผลิตภัณฑระดับจังหวัดและระดับประเทศ ไดรับความ ไววางใจจากคณะกรรมการใหเปนสินคาหนึ่งตําบลหนึ่งผลิตภัณฑ และนายวิทยา ปณฑแพทย ผวู าราชการจังหวัดจันทบุรีในขณะน้ัน ไดคัดเลือกใหกลุมทําเส่ือกกสุริยา บางสระเกา เปน กลุม ผลิตภณั ฑ สินคา OTOP ประเภทเคร่อื งใช เครื่องประดับดีเดน ประจํา จังหวัดจันทบุรีและอนุมัติ ตราประจําจังหวัด ใหกับ กลุมประทับบนผลิตภัณฑ อีกดวยนับเปนความภาค ภูมิใจของกลุมและสมาชิก ทกุ คนท่จี ะไดตง้ั ใจผลิตสินคา ผลิตภัณฑเส่ือกกบางสระเกา ใหมีคณุ ภาพย่ิงข้นึ ตอ ไป กลุมทําเสื่อกกสุริยาบางสระเกา ภูมิใจท่ีไดเปนสวนหนึ่งในการอนุรักษภูมิ ปญ ญาทอ งถ่นิ การทอเสือ่ จันทบูรไวและพัฒนาเส่ือใหเปนสินคาสงออกไปตางประเทศ ทําใหหลายประเทศรูจักและเห็นคุณคาของหัตถกรรมไทย กลุมทําเส่ือกกสุริยาบาง สระเกา เปนศูนยเรียนรูและฝกอาชีพแกผูที่สนใจนําไปสรางงานสรางรายไดใหกับ ตนเอง ครอบครวั และชมุ ชนทัง้ ในชุมชนบางสระเกา และชุมชนใกลเ คียง
~6~ ผลิตภณั ฑเ สอื่ กกบางสระเกา วตั ถดุ บิ ทสี่ าํ คญั ของการทอเสอ่ื ตนกก คือ วัตถุดิบสําคัญท่ีใชสําหรับการทอเสื่อจันทบูร มีลักษณะเปนตนกลม ยาว มีชือ่ ทางวิทยาศาสตรวา Cyprus corymbs Hook. F. มีขึ้นอยูท่ัวไปตามพื้นที่ ราบลุมของตําบลบางสระเกา ปจจุบันมีการปลูกเสริมทดแทนสวนท่ีนํามาจาก ธรรมชาติ โดยการนําหัวกก จากธรรมชาติมาปลูกในนา ตนกกสามารถเจริญเติบโตได ดีในดินเหนียวปนทรายน้ําคอนขางกรอยไมจืดสนิท จึงจะไดตนท่ีมีคุณภาพดี มีความ เหนียว นุม ทนตอ การตอการใชง านใชเ วลาปลูกประมาณ 4–5 เดือน เมื่ออายไุ ดกําหนดเกษตรกรลงมือตัดแลวรวมเปน มดั ไว
~7~ สะบดั กกเพื่อใหไ ดก กทีม่ คี วามยาวเทาๆ กัน ตดั กกใหเทากันพรอมนาํ ไปจักเปนเสน จกั กกเปน เสน โดยมดี คมผาตน กกเปน 4-5 สว น นาํ มามัดรวมกัน แลวนําไปตากแดดใหแหง นํากกไปยอมใหเปนสีตา งๆ เสร็จแลว นําไปตากแดดใหแหง ปอกระเจา ปอกระเจาเปน วัตถดุ บิ สําคัญอกี ชนิดหน่ึงที่ใชเปนเสนยนื ในการทอ เสอ่ื ปอกระเจาข้ึนอยูต ามพ้ืนท่รี าบลุมเหมือน กบั ตน กก ตอ งมาผา นกระบวนการกอนนําไป ใชงานการปลกู ตองปลกู ในนาเหมอื นกบั ตน กก เชนกนั ใชเวลาในการปลูก 3-4 เดือน เมื่ออายุ ครบกําหนดกจ็ ะถอนขน้ึ มาจากนาพนื้ ท่ีท่ีปลูก
~8~ นําปอมาลอกเอาแตเปลือกทีละตนจนหมดแลวจากน้ันนําเปลือกท่ีไดมาขูดผิว ออกใหเหลือแตเสนใย ดวยมีดคมๆ ทําใหแตกเปนเสนเล็กๆดวยหวีเหล็ก เปน เคร่ืองมือที่สรางขึ้นมาเอง จากน้ันนําไปตากแดดตากลมใหแหง แลวนําปอไปปนดวย เคร่ืองมือเรียกวา ไนปนปอ กอนจะนําไปปนใหเปนเสนยาว ผูใชจะยอมสีกอนก็ได หรือไมย อมกไ็ ด ในปนปอแบบถบี ในปน ปอแบบมอเตอร เมื่อปน ปอเสร็จแลว ก็จะนําเสน ปอไปเก็บในอปุ กรณเ ก็บเสนปอเรยี กวา กะวิง กอนนาํ ไปใชงาน
~9~ ขัน้ ตอนการผลติ (การทอเส่อื ) และวตั ถดุ บิ ในการทอเสอ่ื 1. เสน กก เสนเอ็นปอท่ยี อมสีแลวหรือไมยอมก็ได 2. ไมสําหรับพุง เสน กก ทําจากไมไผเ หลาปลายแหลมดา นหนึ่งสําหรับนาํ เสน กกมาพนั 3. ฟม มฟี นเปน ซเี่ จาะรูสาํ หรับรอ ยเสน เอ็น ทําจากไมไผมโี ครงเปนไมจ รงิ 4. หูกสาํ หรับขงึ เสนเอ็น และคน 2 คน
~ 10 ~ วธิ กี ารทอเสื่อ 1. นําเสนเอน็ มาขึงบนหูกตามขนาดของเสอ่ื ทีต่ อ งการจะทอ 2. นําสวนปลายของเอ็นสอดเขาในรูซ่ฟี น ของฟม 3. หกู ที่ขงึ เอน็ เสรจ็ แลวจะมฟี มลอยอยดู งึ ใหตงึ 4. การทอเส่ือตองใชค น 2 คน สาํ หรับเสอื่ ขนาดใหญ
~ 11 ~ การทอเสอื่ ตอ งใชค น 2 คน สาํ หรบั เส่อื ขนาดใหญ ทําหนาที่สอดเสนกกเขาไป ในชอ งวางระหวา งคขู องเสนเอน็ 1 คน เรยี กวา “คนพุง ” อกี 1 คน ทาํ หนาที่ทอ โดย การพลิกฟมขึ้น เรียกวา “หงาย” ใหคนท่ีมีหนาท่ีพุงสอดเสนกกเขาไปเมื่อดึงไมพุง ออกคนทอก็ออกแรงดึงฟมกระทบเขาหาตัว 1 คร้ัง แลวผลักฟมออกหางจากตัว พอประมาณ กดขอบฟมลงเรียกวา “คว่ํา” เม่ือผูพุงสอดเสนกกเขาไปแลวดึงไมพุง ออก ผูทอตองออกแรงดึงฟมเขาหาตัวเหมือนคร้ังแรก โดยใหนํ้าหนักพอเหมาะและ เสมอกันทั้งสองดาน ทําเชนน้ีไปเร่ือยๆ จนกระท้ังเสร็จผืน (ยาว 2 เมตร) สวนเส่ือท่ี เลก็ ลงมาใชคนทอเพียงคนเดียว การทอเสอื่ สามารถทอไดท ุกเพศทกุ วยั
~ 12 ~ ประโยชนจากภมู ปิ ญ ญาทอ งถน่ิ ปจจบุ ันน้ี แตละพนื้ ท่ไี ดนาํ เอาภมู ปิ ญ ญาทอ งถ่นิ ของตนเองออกมาใชประโยชน ในดานตางๆ มากมายเพ่ือเปนการสรางงาน สรางอาชีพ สรางรายได ใหกับคนใน ชุมชนและแพรหลายไปยังชุมชนใกลเคียง ภูมิปญญาทองถิ่นจึงเปนปจจัยพ้ืนฐาน รองรับการวางงานและชวยแกปญหาเศรษฐกิจไดสวนหน่ึง จะเห็นไดจากวิกฤต เศรษฐกิจของประเทศท่ีผานมามีบุคคลท่ีถูกเลิกจางงานเปนจํานวนมาก ไดอาศัย ภูมปิ ญญาทองถน่ิ สรา งงาน สรา งอาชีพใหม มีรายไดใ หก ับตนเองและชุมชน การทอเส่อื กกท่ีตาํ บลบางสระเกากเ็ ชน กัน เปน มรดกที่สืบทอดกันมา สามารถ แกปญหาเศรษฐกิจไดเหมือนกัน จะเห็นไดเดนชัดเม่ือประมาณป พ.ศ. 2533 ตําบล บางสระเกามกี ารเปล่ียนแปลงไปอยางมาก สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงมาจากการนํา พ้ืนท่ีเพาะปลูกไปขุดเปนบอเล้ียงกุงกุลาดํา ซึ่งเปนอาชีพใหมท่ีชาวบานเห็นวาสราง รายไดดีกวาอาชีพอื่น ในระยะแรกๆ ก็ประสบความสําเร็จ ตอมาเม่ือชาวบานขยาย พื้นท่ีเล้ียงกุงกุลาดําออกไป ยอมเปนการทําลายธรรมชาติ เม่ือธรรมชาติถูกทําลาย มากจึงสงผลกระทบตออาชีพการเล้ียงกุง ชาวบานแทบทุกครัวเรือนเร่ิมมีหนี้สิน นับเปนวกิ ฤตอยา งหนงึ่ ของตาํ บลบางสระเกา ในขณะนน้ั เปนชว งจงั หวะท่ี นางสรุ ิยา แกน จนั ทร ประธานกลุมทําเสื่อกกสุริยา บางสระเกา ไดพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑจากเส่ือกก กลายเปนสินคาสงออก ตางประเทศได จึงกระจายงานใหกับคนในชุมชนใหมีรายได สามารถลดปญหาเร่ือง หนี้สินของชาวบานบางสวนได ทําใหชาวบานเห็นประโยชนของการนําภูมิปญญา ทองถิ่นมาใช อีกแงมุมหน่ึงก็เปนการอนุรักษและรักษาภูมิปญหาทองถ่ินไวเปนมรดก สืบทอดใหกับลูกหลานรุนตอไปนําไปพัฒนา สรางงาน สรางรายได ใหกับตนเองและ ชุมชนตอไป เสื่อกกจนั ทบรู ทีต่ าํ บลบางสระเกา มคี วามโดดเดน ดวยคณุ ลกั ษณะ ดงั นี้ 1. ใชเสนเอ็นที่ผลิตจากเสนใยของปอกระเจาเปนเสนยืนในการทอเส่ือ ทําให ผืนเส่ือมีความสม่ําเสมอ เหนียว แนน คงทน ไมคลอนตัวตามสภาพอากาศ เชน อากาศรอนเส่อื จะไมย ดื ตัว อากาศเยน็ เสอื่ จะไมห ดตัว เปน ตน 2. กระบวนการและขัน้ ตอนการผลิตมคี วามประณีต ต้งั แตการคดั เลอื กวัตถดุ ิบ จากธรรมชาติ คณุ สมบตั ขิ องวัตถุดบิ มีความแตกตางจากทีอ่ ื่นอันเน่อื งจากสภาพพ้ืนที่ วัตถุดิบจากธรรมชาตบิ างอยา งเปนพชื เฉพาะถ่นิ ซึง่ ในบางพ้นื ที่ไมส ามารถปลกู ได
~ 13 ~ ลายเส่อื กกจนั ทบรู เส่อื จันทบรู มลี วดลายท่ีโดดเดนสวยงาม แปลกตา ข้ึนอยูกับคิดสรางสรรคของ ผูทอลายหลักๆ ของเส่ือก็มี เชน ลายจันทบูร ลายพริกไทยตา 3 เสน ลายกางปลา เปนตน สวนใหญก็จะเรียกแตกตางกันออกไปตามถิ่นอาศัยของผูทอ นอกจาก ลวดลายท่ีมีสีสันแลวเสื่อยังสามารถยกลายใหมีความวิจิตรงดงาม นูนเดน อยูบนพื้น เสือ่ ไดอ ีกดวย ข้นึ อยกู บั จนิ ตนาการของผทู อ ลวดลายวิจิตรเหลาน้ีปจจุบันไมคอยมีให เห็นเนอ่ื งจากแตล ะผนื ตอ งใชเ วลานาน ลายตาแขก ลายตาคู ลายไมก างเขน ลายตาเหลือบ ลายดอกมะขาม ลายสองเสนแดงดาํ ลายขาวเปลอื ก ลายสามเสนแดงดํา
~ 14 ~ ลายไสปลาไหล ลายไขม กุ ลายเมด็ พริกไทย ลายกา งปลา ลายตาคู ลายคลื่นนํา้ ลายจันทบูร ลายกางปลา ลายเม็ดพริกไทย ลายคชกฤช
~ 15 ~ ผลติ ภณั ฑจ ากเสอ่ื กก ตนกกที่นํามาทอเปนเสื่อกกเปนผืนแลว สามารถนํามาทําเปนผลิตภัณฑ ตางๆ เพ่ือเพิ่มมูลคาไดมากมาย เชน นํามาทําเปนเส่ือฟองน้ํา กลองใสกระดาษทิชชู รองเทา กระเปา หมวก เปนตน Video เสือ่ กกบางสระเกา หมายเหตุ ใชมือถือ Scan QR Code เพื่อเขา รับชม Video จาก Youtube
Search
Read the Text Version
- 1 - 20
Pages: