รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตรกลุมสาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตร เทคโนโลยี (วทิ ยาการคาํ นวณ) ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 1 goo.gl/ZtuZ9z
เทคโนโลยี (วทิ ยาการคาํ นวณ) ช้ันมธั ยมศึกษาปท ่ี 1 บทที่ 1 แนวคดิ เชิงนามธรรม บทที่ 2 การแกไ ขปญ หา บทท่ี 3 การโปรแกรมภาษาไพทอน บทที่ 4 การโปรแกรมดว ย Scratch บทท่ี 5 ขอ มูลและการประมวลผล บทที่ 6 การใชเทคโนโลยีสารสนเทศอยา งปลอดภยั
บทท่ี 1แนวคดิ เชงิ นามธรรมAbstraction Thinking ● แนวคดิ เชิงนามธรรม ● การคัดเลือกคุณลกั ษณะทจ่ี ําเปน ตอการแกปญ หา ● การถา ยทอดรายละเอียดของปญหาและการแกไขปญ หา
จดุ ประสงคข องบทเรียนเมื่อเรยี นจบบทนีแ้ ลว นักเรียนจะสามารถ ● อธบิ ายวธิ กี ารนาํ แนวคิดเชงิ นามธรรมมาใชวเิ คราะหโจทยปญ หา และถายทอดแนวคิด ● วิเคราะหร ายละเอยี ดทจี่ าํ เปน ของปญ หาออกจากรายละเอียด ที่ ไมจ ําเปน และอธบิ ายรายละเอยี ดทไ่ี มค รบถว น ● ออกแบบวิธีการแกปญหาโดยใชแนวคิดเชงิ นามธรรม
การคดิ เชิงคาํ นวณComputational Thinking (CT)
การคดิ เชงิ คาํ นวณComputational Thinking (CT)● การแบงยอยปญหา (Decomposition) -> แบง ปญหาหรอื สง่ิ ตา งๆ ออกเปน สว นๆ เพอ่ื ใหงา ย ตอ การแกปญหาน้ัน● การเขาใจรปู แบบ (Pattern Recognition) -> หารูปแบบหรอื ลักษณะสิ่งตา งๆ ทม่ี ักเกิดขึ้น เหมือนๆกนั● ความคิดเชิงนามธรรม (Abstraction) -> มองและระบุปญ หาหลักหรอื สง่ิ ทจ่ี าํ เปน ได● การออกแบบขน้ั ตอนวธิ ี (Algorithm Design) -> ออกแบบลาํ ดับข้นั ตอนของการแกป ญหา
แนวคดิ เชงิ นามธรรม แนวคดิ เชิงนามธรรม (Abstraction Thinking) เปน องคป ระกอบหนง่ึของ แนวคิดเชงิ คาํ นวณ (Computational Thinking) ซง่ึ ใชก ระบวนการคดั แยกคุณลกั ษณะที่สําคญั ออกจากรายละเอยี ดปลีกยอยในปญ หา หรอืงานทีก่ าํ ลงั พิจราณา เพื่อใหไดข อ มลู ทจ่ี ําเปนและเพียงพอในการแกปญหา
“ ในชวี ติ ประจําวนั นักเรยี นคงเคยพบกบั ปญ หาที่ไมร ูหรือจะแกไขดาํ เนินการอยา งไร น้ันเพราะนักเรยี นอาจจะไมเ ขาใจปญ หาหาดพี อ ”
“ เชน นกั เรียนตอ งเดินทางไปสถานทแ่ี หงหน่ึง ดว ยรถโดยสาร นักเรียนอาจจะตอบวาไมเคยไป จะไปไดอยางไร แตถา หากนกั เรยี นพจิ ารณา รายละเอียดตอ ไปวา สถานที่นัน้ อยูท ใี่ ด มีสถานท่ีใดบางทอี่ ยูใ กลเ คยี ง กอ็ าจจะทําใหน กั เรยี นนึกออกวาจะสามารถเดินทางไปไดอยางไร ตอ งเดินทางไป ตอรถทีใ่ ด ราคาคาโดยสารเปนเทา ใด ”
การพิจราณารายละเอยี ดของปญหาการเดนิ ทางของนักเรียน ทาํ ใหเขา ใจเงื่อนไขท่ีเกย่ี วขอ งและทาํ ใหท ราบประเด็นที่สาํ คัญ เพื่อนาํ ไปสวู ธิ ีการแกไ ขปญหาทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพ
ทวบทวนความรูก อ นเรยี นเมอ่ื นักเรียนมีปญ หาหรอื คําถาม นักเรยี นมวี ิธกี ารอธิบายใหผูอนื่ เขา ใจไดอยา งไร
“การออกแบบการแกป ญ หาโดยนําแนวคดิ เชิงนามธรรมมาประยกุ ตใช จะทาํ ใหก ารแกปญ หามปี ระสิทธภิ าพมากขึน้ ในบทนจี้ ะกลา วถึงกระบวนการในการพจิ ราณารายละเอยี ดของปญ หา ซึง่ จะนําไปสูวิธีการแกปญ หา” ในการแกป ญ หาหน่งึ อาจมวี ิธีการแกป ญ หาไดหลายวธิ ีข้นึ อยกู ับการมองเหน็ ของปญ หา การมองเห็นรายละเอียดเปาหมายของโจทยป ญหา และประสบการณของผแู กปญ หา
ตวั อยางท่ี 1.1 คาํ ทักทาย Hello ในภาษาองั กฤษรปู แบบตา งๆ
ใหผ ูเ รียนแตละกลุมเขียน คําวา hello เปนภาษาอังกฤษลงในกระดาษ ตามจนิ ตนาการ แลวใหต ัวแทนกลมุ ออกมา ยืนหนาชน้ัพรอมยกกระดาษใหเ พื่อนดู
คาํ วา hello แตล ะตวั มีรปู แบบทแี่ ตกตางกันขน้ึ อยูกับประสบการณทผี่ ูเ ขยี นแตละคนมีจากตวั อยางจะเห็นรายละเอียดท่แี ตกตา งกนั เชน สี รูปแบบอักษร font อักษรพิมพเล็กพิมพใหญ การเอียงของอักษร โดยรปู แบบท่ีแตละคนมีอยู ถาจะถายทอดใหผ อู ่นื รับรูแ ละเขาใจทกุอยา งแทบจะเปน ไปไมไดเ ลย และอาจจะไมม ีความจาํ เปน ทีผ่ อู น่ื ตองรับรรู ายละเอียดทง้ั หมด ในท่ีน้หี ากผูรบั ขอ มลู ตอ งการทราบแคว า คําน้ปี ระกอบไปดวยอักขระใดบาง โดยไมสนใจองคป ระกอบอ่นื ๆ ภาพๆ นีก้ ็จะมีองคป ระกอบนามธรรมแค เปนคําท่ปี ระกอบไปดว ยอกั ขระh,e,l,l และ o เทาน้นั หรอื เปนคําอังกฤษเพยี งหน่ึงคํา
จงตอบคําถามตอ ไปน้ีการคดั กรองรายละเอยี ดของคําวา HELLO เมอื่ ระบุความตองการที่แตกตา งกัน ● ขอ มูลประกอบดว ยคาํ กี่คาํ ● ขอ มลู ประกอบดวยอักขระกี่ตวั ● ขอ มูลประกอบดวยอักขระใดบาง ● ขอมูลประกอบดว ยอักขระใดบา ง แตล ะอกั ขระประกอบดวยสีใด ● ขอ มูลประกอบดวยอกั ขระใดบา ง แตละอักขระเปนอกั ษรตวั พิมพเ ลก็ พมิ พใ หญ และมสี อี ะไร
ตาราง 1.1 คําอธบิ ายคุณษณะของคาํ วา Hello ตามรายละเอยี ดทีต่ อ งการรายละเอยี ดทตี่ องการ คาํ อธบิ ายคณุ ลกั ษณะของ รูปแบบคาํ วา Hello ระดบั ความระเอยี ด คาํ วา Helloขอ มลู ประกอบดวยคาํ ก่คี ํา คาํ ภาษาอังกฤษหนงึ่ คํา นอ ยขอมลู ประกอบดวยอกั ขรระกี่ คําภาษาองั กฤษที่ตวั ประกอบดว ยอกั ขระ 5 ตัวขอ มูลประกอบดวยอกั ขระใด อักขระ H,E,L,Lและ O Helloบา งขอ มูลประกอบดวยอักขระใด อักขระ H,E,L,Lและ O ที่ Helloบาง แตละอกั ขระ แตละอนั อักขระมสี ีเหลอื งประกอบดวยสีใด เขียว น้ําเงิน แดง และมว ง ตามลาํ ดับขอ มลู ประกอบดว ยคาํ กีค่ ํา คําภาษาองั กฤษหนงึ่ คํา Helloขอ มลู ประกอบดว ยอกั ขระใด อักขระ H,e,l,l และ o ท่ีบาง แตละอกั ขระเปนอักษร แตละอักขระมสี ีเหลือง เขยี วตวั พิมพเ ลก็ พิมพใหญ และมี น้ําเงนิ แดง และมวง ตามสอี ะไร ลําดับมีเฉพาะอกั ขระ H พมิ พใ หญ สว นอกั ขระท่ี เหลือเปน อักษรพิมพเ ลก็ มาก
กิจกรรมที่1.11. ใหนกั เรยี นวาดรปู ตามรายละเอยี ดตอ ไปน้ี
การคัดเลอื กคุณลักษณะที่จาํ เปน ตอ การแกไขปญหา การคัดเลือกคณุ ลักษณะทจี่ ําเปนตอการแกไขปญหา คือ การพิจารณารายละเอียดของปญหาที่อาจจะมจี าํ นวนมาก ทงั้ ท่จี ําเปน และไมจําเปนตอ การแกไขปญหา ดังนนั้ การแกไข ปญหานักเรียนควรเลือกรายละเอยี ดของปญ หาทจ่ี ําเปนเทา นนั้
รายการอาหาร ประเภท ราคา สถาการณต ัวอยา ง (บาท) สลดั ผกั อาหาร ณ หอ งเรียนหนึ่งในโรงเรยี นมัธยมแหง หนง่ึ มี กว ยเตีย๋ ว อาหาร 20 นกั เรียนอยทู ้งั หมด 40 คน เพื่อเปนการตอนรบั การ ขา วผดั อาหาร 35 เปด เรียน มีกลมุ เพ่อื นรักซึ่งประกอบดว ย ดําจงั แก ทับทมิ กรอบ ของหวาน 30 ยงุ บนิ ซมุ และภาจีวร ไดนดั กนั ไปรบั ประทานอาหารลอดชองน้ํากะทิ ของหวาน 20 ทีร่ านเงียบเหงาโภชนา ใกลๆโรงเรยี น และตกลงกนั นํ้ามะนาวปน เคร่อื งด่ืม 25 วาไมว าใครจะสง่ั อะไรก็จะจายคา อาหารคนละเทาๆ เครอ่ื งดม่ื 25 กันโดยมีรายการอาหารดังน้ี ชาเยน็ 15 -ดาํ จงั แกส่ังสลดั ผักกบั น้ํามะนาวปน -ยุงบนิ ซุมสั่งขา วผดั กบั ชาเยน็ -สว นภาจวี รส่ังกวยเต๋ยี วกับทับทมิ กรอบ ใหนักเรียนพิจารณา วามีขอมลู ใดบา งที่จําเปนตอ การแกปญหาการจายคาอาหารนี้
ราคาอาหารแตล ะ ประเภทอาหารแตละ รายการท่สี ่งั รายการที่สั่งราคาเครื่องด่ืมแตล ะ ช่อื เพ่ือนที่ไปทานรายการของทง้ั รา น อาหารดวยกันจาํ นวนเพ่ือนในหอง จาํ นวนเพอื่ นที่ไปทาน ทง้ั หมด อาหารดว ยกนั ชอ่ื อาหารแตล ะ ราคาของหวานแตละ รายการที่สงั่ รายการของทั้งรา น
การถายทอดรายละเอยี ดของปญหาและการแกป ญหา หลงั จากการทค่ี ัดแยกรายละเอียดท่จี าํ เปนออกจากรายการ ละเอียดทไ่ี มจ ําเปน ไดแ ลว ข้ันตอนตอไปคอื การถา ยทอดราย ละเอียดนี้ไปสูผทู ี่จะวิเคราะหและแกป ญ หา ซ่งึ เปนไปไดหลายรูป แบบ หากผแู กปญ หาคือบุคคลอืน่ การถายทอดปญ หาสามารถ ทาํ ไดโดยการอธบิ ายเปน ขอความและอาจใชแผนภาพประกอบ หากผูแกป ญ หาคือคอมพิวเตอร การถา ยทอดวธิ กี ารแกไ ขปญหา ก็จะอยูในรปู แบบของภาษาโปรแกรม
ลุงสมบตั ิตอ งการหารายไดเสรมิ โดยการตัดถนนสว นบคุ คลท่อี นุญาตใหผขู บั ขี่ยานพาหนะผา นไปมาได แตต อ งจา ยคา ผา นทางโดยเริ่มตน ทค่ี ันละ 10 บาท บวกดวยคาธรรมเนยี มท่ีคดิ ตามจํานวนลอของยานพาหนะลอละ 5 บาท(ตวั อยา งเชน รถเกง4ลอจะตองเสียคาผานทาง 10+4x5 = 30 บาท) สว นคนเดินเทา สามารถสญั จรผานไปมาไดโ ดยไมตอ งเสียคาผานทาง จงหารายไดของลุงสมบตั ทิ ีเ่ กบ็ ไดท ้ังหมดของจํานวนรถจากรูปภาพ ดงั ตอไปนี้
สง่ิ ทโี่ จทยตองการ คือ คา ผา นทางทั้งหมดที่ลงุ สมบัติจะเก็บได ซงึ่ คํานวณไดจากจํานวนยานพาหนะ และจาํ นวนลอ ของยานพาหนะ สว นรายละเอยี ดอ่ืนๆ เชน สี รปูทรง จํานวนคนเดมิ ผานทางสามารถละทง้ิ ไดเนือ่ งจากไมมีสวนเกี่ยวขอ งกับการคํานวณ
สรุปทา ยบท “การนาํ แนวคดิ เชิงนามธรรมไปใชใ นการแกปญหา สิ่งทสี่ ําคัญที่สดุ คือ การคดั แยกคุณลกั ษณะทสี่ าํ คญั ออกจากรายละเอยี ดท่ไี มจ ําเปน เพอื่ ใหไ ดขอ มูลที่จาํ เปน เพียงพอ และกระชับในการถา ยทอดองคป ระกอบของปญ หา ทาํ ใหการแกป ญ หามีประสิทธิภาพมากขน้ึ ชวยใหก ารออกแบบขั้นตอนวธิ ใี นการหาคําตอบทําไดง า ยขนึ้ อีกทงั้ ยังเพ่มิโอกาสทจี่ ะพบวา ปญ หาที่กําลงั แกไขเปนสง่ิเดยี วกนั กับปญ หาเดมิ ทีเ่ คยแกไ ขแลว สง ผลใหสามารถนําวธิ ีการทีม่ อี ยูแลว มาประยุกตใ ชง านไดโดยไมตองออกแบบวิธีการแกป ญ หาใหมตงั้ แตตน”
Welcome toComputing Science (CS)
Search
Read the Text Version
- 1 - 30
Pages: