Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore กาพย์เห่เรือ

กาพย์เห่เรือ

Published by รุจิเรศ วงค์ทะนี, 2019-09-30 01:58:19

Description: การศึกษา

Search

Read the Text Version

การเห่เรือ เป็ นกจิ กรรมทคี่ วบค่มู ากบั การเดินทางทางนา้ จาแนกได้ 2 ประเภท คือ 1. การเห่เรือในงานพระราชพธิ ี \"การเห่เรือหลวง\" 2. การเห่เรือสาหรับเที่ยวเตร่หรือในงาน \"เห่เรือเล่น\" ปัจจุบันการเห่เรือเล่นลดความสาคญั ลงไป คงมแี ต่การเห่เรือ หลวง ท่ีดารงอยู่และถือเป็ นโบราณราชประเพณที ่ีต้องรักษาไว้ เป็ นมรดกของชาตสิ ืบต่อไปท่มี าของการเห่เรือน้ัน ไม่เป็ นทที่ ราบ แน่ชัด แต่สันนิษฐานว่าเป็ นประเพณี ของชนชาตติ ่าง ๆ หลากหลายชนชาตทิ ี่มเี รือพายใช้ เช่น อินเดีย จนี ญวน เป็ นต้น

การเห่เรือ ของไทยน้ัน นอกจากจะให้ความรื่นเริงแล้ว ยังเป็ นการให้จังหวะเพอื่ ให้พลพายพายพร้อมกัน โดยทาเป็ นทานองเห่เรือ ทีแ่ ตกต่างกนั ขึน้ อยู่กับความต้องการให้พลพายพายช้าหรือเร็ว เช่น ขณะเริ่มออกเรือ ขณะพายเรือตามน้า จะใช้ทานอง ช้าลวะเห่ เม่ือเรือจวนถงึ ที่ประทับจะใช้ทานอง สวะเห่ ถ้าต้องการให้พายหนักจังหวะเร็วจะใช้ทานอง มูลเห่ สาหรับคนเห่หรือต้นบท ต้องเลือกคนท่ีมเี สียงดแี ละเสียงดังพอให้ได้ยิน ไปท่ัวลาเรือ

บทเห่เรือของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศรนี้ เป็ นการ ชมพยุหยาตราทางชลมารคทน่ี ามาเป็ นบทเรียน ประกอบด้วย เห่ชมเรือกระบวน เห่ชมปลา เห่ชมไม้ เห่ชมนก และเห่ครวญ ทรงนิพนธ์ขนึ้ สาหรับเห่เรือพระทีน่ ่ัง ส่วนพระองค์เมื่อตามเสดจ็ ไปนมสั การพระพทุ ธบาทท่ี จงั หวดั สระบุรี ออกเดนิ ทางจากจังหวัด พระนครศรีอยธุ ยาไปถงึ ท่าเจ้าสนุก โดยแบ่งออกเป็ น 5 บท ดังนี้ คือ 1.ในเวลาเช้า พรรณนากระบวนเรือพยุหยาตราทาง ชลมารค 2. ในเวลาสาย เป็ นการพรรณนาชมปลาต่างๆ 3. ในเวลาบ่าย เป็ นการพรรณนาชมพนั ธ์ุไม้ต่างๆ 4. ในเวลาเย็น เป็ นการพรรณนาชมนกต่างๆ 5. ในยามคา่ คืน เป็ นบทจบด้วยการเห่ครวญถงึ นางผู้ เป็ นทีร่ ัก

เป็ นการพรรณนากระบวนเรือพยหุ ยาตราทางชลมารค ซึ่ง ประกอบด้วยเรือพระทน่ี ัง่ กง่ิ และเรือที่มีโขนเรือเป็ นรูปสัตว์ ต่างๆ ได้แก่ เรือครุฑหยดุ นาค เรือไกรสรมขุ เรือสมรรถชัย เรือสุวรรณหงส์ เรือชัย เรือคชสีห์ เรือราชสีห์ เรือม้า เรือสิงห์ เรือนาคา (วาสุกรี) เรือมงั กร เรือเลยี งผา เรืออนิ ทรี การจัดรูปกระบวนพยหุ ยาตราชลมารค (ใหญ่) กระบวนเรือประกอบไปด้วย ริ้วกระบวน ๕ ริ้ว ใช้เรือรวมท้งั สิ้น ๕๒ ลา ระยะต่อระหว่างลา ๔๐ เมตร เว้นเรือพระทีน่ ่ัง ๘๐ เมตร ระยะเคยี งระหว่างริ้ว ๒๐ เมตร ความยาวของกระบวน ๑,๒๐๐ เมตร กว้าง ๙๐ เมตร โดยมเี รือประเภทต่างๆ ท่ีใช้ในกระบวนพยุหยาตรา ด้ังนี้

เรือประตูหน้า เป็ นเรือนาเริ้วกระบวน ประกอบด้วยเรือ ๒ ลา เป็ นเรือลาหน้าสุดของริ้ว ที่ ๒ และ ริ้วที่ ๔ ใช้เรือทองขวานฟ้าและเรือทองบ้าบิ่น เรือพฆิ าต เป็ นเรือรบทีอ่ ยู่ในริ้วที่ ๒ และ ริ้วท่ี ๔ ถดั จากเรือประตูหน้าเข้ามาใน กระบวน หัวเรือเป็ นรูปเสือ มปี ื นจ่ารงต้ังท่หี ัวเรือ ได้แก่ เรือเสือทยานชล และ เรือเสือคารณสินธ์ุ เรือด้งั เป็ นเรือไม้ทาน้ามัน บางลาทาสีทอง (เรือด้งั ๒๑ และ เรือด้ัง ๒๒) ไม่มีลวดลาย ใช้สาหรับเป็ นเรือรอบนอกของกระบวนโดยอยู่ในริ้วขวาสุดและริ้ว ซ้ายสุด ริ้วนอกด้านหน้าของกระบวนมี ๑๑ คู่ หรือ ๒๒ ลา ได้แก่ เรือด้งั ๑ - ๒๒ โดยเลขค่ีอยู่ด้านขวาและเลขคู่อยู่ด้านซ้าย เรือกลองใน - เรือกลองนอก เป็ นเรือกราบ อยูในริ้วกลางหรือริ้วที่ ๓ มีป่ี ชวาและกลองแขกสาหรับบรรเลง มี ๒ ลา ได้แก่ เรือกลองใน (เรือแตงโม) อยู่บริเวณกลางกระบวนข้างหน้าเรือพระท่ีน่ัง เป็ นเรือสาหรับผู้ บัญชาการกระบวนเรือ และ เรือกลองนอก (เรืออเี หลือง) อยู่หน้าสุดของริ้วกลาง เป็ นเรือสาหรับรองผู้บัญชาการกระบวนเรือ

เรือตารวจใน - เรือตารวจนอก เป็ นเรือกราบ มพี ระตรวจหลวง ช้ันปลดั กรม มี ๒ ลา ได้แก่ เรือตารวจใน อยู่ในริ้วกลางหน้าเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช และ เรือตารวจนอก อยู่ถดั จากเรือตารวจใน เรือรูปสัตว์ เป็ นเรือแกะสลกั หัวเรือเป็ นรูปขนุ กระบี่ รูปอสูร รูปพญาวานร และรูปครุฑ ปัจจุบันมีอยู่ ๘ ลา หรือ ๔ คู่ จัดให้อยู่ใน ริ้วกระบวนท่ี ๒ และ ริ้วกระบวนท่ี ๔ อยู่ถดั ระดบั เรือตารวจนอกเข้ามาโดยมี ตาแหน่งเรือ คือ ริ้วท่ี ๒ เรืออสุรปักษี, เรือกระบ่ีปราบเมืองมาร, เรือสุครีพครองเมือง, เรือครุฑเตร็จไตรจักร ริ้วที่ ๔ เรืออสุรวายุภกั ษ์, เรือกระบ่ีราญรอนราพน์, เรือพาลรี ้ังทวีป, เรือครุฑเหนิ เห็จ

เรือพระทน่ี ่ัง จัดว่าเป็ นเรือสาคัญท่ีสุดและสง่างามทีส่ ุดในกระบวน ประกอบด้วย เรือ พระที่น่ังทรง ได้แก่ เรือพระทนี่ ั่งสุพรรณหงส์ เรือพระทนี่ ั่งรอง ได้แก่ เรือพระท่นี ่ังนารายณ์ทรงสุบรรณรัชกาลที่ ๙, เรือพระทีน่ ั่งอเนก ชาตภิ ชุ งค์, เรือพระทนี่ ่ังอนันตนาคราช เรือคู่ชัก เป็ นเรือทท่ี าหน้าที่นาเรือพระทน่ี ั่ง โดยอยู่ทางเบื้องขวาเฉียงไปข้างท้าย คือ เรือ เอกไชยเหนิ หาว และอยู่ทางเบื้องซ้ายเฉียงไปทางข้างท้าย คือ เรือเอกไชยหลาวทอง เรือตารวจตาม ใช้เรือกราบกญั ญา เป็ นพาหนะของพระตารวจหลวงรักษาพระองค์ที่ ตามเสดจ็ ในกระบวน มตี าแหน่งเรืออยู่ในริ้วกลาง ต่อจากเรือพระที่นั่งรอง (เรือพระทน่ี ั่งอเนกชาตภิ ชุ งค์)

เรือแซง ใช้เรือกราบกัญญา เป็ นเรือทหาร เรือแซงเสดจ็ ท้งั ๒ ข้าง ของเรือพระท่นี ่ัง โดยอยู่ในริ้วกระบวนนอกสุดของกระบวน มี ๖ ลา หรือ ๓ คู่ โดยแซงด้านขวา ๓ ลา ได้แก่ เรือแซง ๑, เรือแซง ๓, เรือแซง ๕ และแซงด้านซ้าย ๓ ลา ได้แก่ เรือแซง ๒, เรือแซง ๔, เรือแซง ๖ นอกจากน้ันยังจัดเรือแซงปิ ดท้ายริ้วกลาง ของกระบวนต่อจากเรือตารวจตามอกี ๑ ลา คือ เรือแซง ๗ เรือประตูหลัง ใช้เรือกราบกญั ญา คือ เรือแซง ๕ และ เรือแซง ๖
















Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook