蒙古族กลุ่มชาตพิ นั ธ์ุมองโกล
蒙古族 ชนกลุ่มน้อยเผ่ามองโกล กลมุ่ ชาติพนั ธ์มุ องโกล ประกอบด้วยประชากร 5,813,947 คน ส่วนมากเป็นผู้เลีย้ งปศุสตั ว์ในเขตปกครองตนเองมณฑลมองโกเลียใน และมณฑลเหลียวหนิง เป็นที่น่าสนใจว่ามีชาวมองโกลในประเทศจีนมากกว่าในมองโกเลียซะอีก ชาวมองโกลนบั ถือศาสนาพทุ ธแบบทิเบต บุคคลในประวตั ิศาสตร์ที่มีช่ือเสียงและเป็นที่เคารพของชาวมองโกล ก็คือ เจงกีสขา่ นหรือ เตมจู ิน ผ้ทู ่ีรวบรวมชนเผ่ามองโกลเข้าด้วยกนั และก่อตงั้ ราชวงศ์หยวนและกบุ ไลข่ ่านท่ีแผ่ขยายอาณาจกั รไปอยา่ งกว้างขวางจากฝ่ังทะเลจีนจนถึงฝ่ังทะเลดาในยโุ รป ภาษาจีนเรียกชนกลุ่มน้ีว่า “เหมิงกู่” แต่ที่รู้จกั กนั ทวั่ ไปเรียกช่ือว่า “มองโกล” ส่วนใหญ่อาศยั อยู่ในเขตปกครองตนเองมองโกล และกลุ่มปกครองตนเองเผ่ามองโกล ในซินเจียง (新疆 Xīnjiāng ) ชิงห่าย (青海 Qīnghǎi) กานซู่ (甘肃 Gānsù) เฮยหลงเจียง(黑龙江 Hēilóngjiāng) จ๋ีหลิน(吉林 Jílín) เหลียวหนิง (辽宁 Liáoníng) และยงั มีกระจดั กระจายอยู่ในพ้ืนที่ต่างๆของมณฑลยูนนาน เหอเป่ ย ซ่ือชวน หนิงเซี่ย ปักกิ่งเป็ นตน้
บรรพบรุ ุษของชาวมองโกล บรรพบุรุษของชาวมองโกลมีถิ่นกาเนิดอยบู่ ริเวณลุ่มน้าวง่ั เจ้ียน (望建河 Wàng jiàn hé) ปัจจุบนั คือบริเวณท่ีราบลุ่มแม่น้าเอ๋อเอ่อร์กู่น่า (额尔古纳河 É ěr gǔ nà hé) มีชื่อปรากฏคร้ังแรกในบนั ทึกชื่อ จิ้วถงั ซู (旧唐书 Jiù táng shū) “บนั ทึก เก่าสมยั ราชวงศถ์ งั ”คริสตศ์ กั ราช 840 หลงั จากท่ีประเทศหุยกู่ฮน่ั (回鹘汗国 Huíhú hàn guó) ล่มสลาย กลุ่มชนท่ีอาศยั อยู่ในบริเวณดงั กล่าวน้ีอพยพไปอาศยั อยู่ทางทิศ ตะวนั ตก อยู่ร่วมกบั กลุ่มคนท่ีพูดภาษา เทอร์จิคในพ้ืนท่ีราบลุ่มมองโกล ในช่วงน้ีได้รับ อิทธิพลทางภาษาจากชนกลุ่ม เทอร์จิค และพฒั นาอกั ษรภาษามองโกลข้ึน ดา้ นเศรษฐกิจและ สังคมก็ไดร้ ับอิทธิพลจากชนกลุ่ม เทอร์จิคมาตลอด ชาวมองโกลในยุคน้นั ดารงชีพดว้ ยการ เล้ียงสัตวต์ ามทุ่งหญา้ มองโกลอนั กวา้ งใหญ่ กลุ่มชนที่อาศยั อยู่บริเวณทุ่งหญา้ มองโกลดารงชีพอยู่ดว้ ยอาชีพสองอย่าง คือการเล้ียงสัตวเ์ ร่ร่อน และการล่าสัตวป์ ่ า กลุ่มแรกท่ีมีอาชีพเล้ียงสัตว์เร่ร่อนคือพวกกลุ่ม เทอร์จิคที่อาศยั ติดแผ่นดินมาแต่เดิมรวมถึงกลุ่มท่ีอพยพเขา้ มาภายหลงั แลว้ ไดร้ ับอิทธิพลจากกลุ่ม เทอร์จิค และกลุ่มมองโกล ส่วนกลุ่มที่สองคือกลุ่มที่อาศยั อยใู่ นป่ าลึก ดารงชีพอย่ดู ว้ ยการล่าสัตวป์ ่ า ประชาชนมีสิทธิเท่าเทียมกนั ในการใช้พ้ืนท่ีทามาหากิน จากอาชีพเล้ียงสัตวท์ ่ีพฒั นาข้ึนเรื่อยๆ ทาใหส้ ภาพสังคมของกลุ่มชนท่ีอาศยั อยบู่ ริเวณทุ่งมองโกลน้ีเกิดมีระบบชนช้นั ข้ึน ชนช้นั คนรวยแบ่งแยกตวั ออกจากชนส่วนใหญ่เกิดเป็นกลุ่มชนเล้ียงสตั วช์ ้นั สูงเรียกวา่ “น่าเหยยี น” (那颜 Nà yán) ชนกลุ่มน้ีมีอานาจใน
อาณาเขตเล้ียงสัตวแ์ ละมีสัตวเ์ ล้ียงในครอบครอง จานวนมาก เมื่อมีอานาจมากข้ึนกไ็ ดก้ ่อต้งั กองกาลงั เฉพาะตวั ข้ึนเรียกวา่ “น่าเข่อร์” (那可儿 Nà kě er) ส่วนประชาชนทว่ั ไปเรียกวา่ “ฮาลาชู”(哈剌出 Nà kě er) คือกลุ่มชนช้นั ธรรมดาท่ีเดิมมีสิทธิเท่าเทียมกนั กลายมาเป็นชนช้นั ต่ากว่าท่ีตอ้ งรับจา้ งเป็ นทาสและพ่ึงพาอาศยั ชนช้นั สูง ระบบสังคมในยคุ น้นั จึงเป็นไปในลกั ษณะสังคมศกั ดินาแบบทาสคนงานเล้ียงสัตว์ และมีแนวโนม้ ใกลเ้ คียงกบั ระบบทาสแบบสมบูรณ์ ในปี 1206 เตมูจินรวบรวมชนเผา่ มองโกลและก่อต้งั เป็ นชาติมองโกลข้ึนในบริเวณฝ่ังแม่น้าโวห่ นาน (斡难河 Wò nán hé) ถือเป็ นการก่อต้งั ชาติมองโกลคร้ังสาคญั เพราะนบั เป็ นชนชาติมีความยิง่ ใหญ่มน่ั คงและมีกาลงั เขม้ แข็งมากชนชาติหน่ึงในบริเวณภาคเหนือของจีน ท้งั ยงั ขยายอาณาเขตความเจริญรุ่งเรืองออกไปไมห่ ยดุ ย้งั อาณาเขตท่ีชนชาติมองโกลปกครอง รวมเรียกวา่ อาณาเขตมองโกล และรวมเรียกประชาชนในพ้นื ที่ปกครองวา่ ชนชาวมองโกลท้งั หมด นบั ต้งั แต่ปี 1219 – 1260 ภายใตก้ ารนาของเจงกีสข่าน (成吉思汗 Chéngjísīhán) ชนชาติมองโกลทาศึกสงครามขยายอาณาเขตไปทางตะวนั ตก และก่อต้งั รัฐในปกครองแถบยเู รเซีย ข้ึนถึง 4 รัฐไดแ้ ก่ รัฐโวคว่ั ไถ (窝阔台 Wō kuò tái) รัฐฉาเหอไถ(察合台 Chá héTái) รัฐชินฉา (钦察Qīn chá) รัฐอีร์ (伊儿 Yī er) ในขณะเดียวกนั กไ็ ดบ้ ญั ชาการการทาสงครามขยายอาณาเขตลงไปทางใต้ ตลอดระยะเวลาศึกสงคราม 70 กว่าปี ก็ไดก้ ่อต้งั ประเทศจีนที่เป็ นรูปเป็ นร่างข้ึน โดยการก่อต้งัราชวงศห์ ยวนไดเ้ ป็ นผลสาเร็จ ดินแดนประเทศจีนในสมยั หยวนน้ีทิศเหนือจรดไซบีเรีย (西伯利亚Xībólìyǎ) ทิศใตจ้ รดทะเลจีนใต้ ทิศตะวนั ออกเฉียงเหนือจรดแม่น้าอูซูหล่ี (乌苏里江 Wū sūlǐjiāng) ดา้ นตะวนั ออกและใตร้ วมดินแดนไปถึงหวินหนาน นอกจากน้ีในสมยั หยวนยงั ขยายอาณาเขตครอบครองไปถึงดินแดนทางทิเบตเป็ นคร้ังแรก นบั เป็นจุดเร่ิมตน้ ของรากฐานความเป็ นปึ กแผ่นของแผน่ ดินจีนมาจนปัจจุบนั
ภาษาชาวมองโกล ภาษาของชาวมองโกล คือ ภาษามองโกล จดั อยใู่ นตระกูลภาษาอลั ไต สาขาภาษามองโกล แบ่งออกเป็นสามสาเนียงภาษาคือ มองโกเลียใน, Oirat-Khalkha, Khulkha-Buryat ส่วนภาษาอกั ษรที่ใช้อยู่ในปัจจุบนั คือ ภาษาท่ีประดิษฐ์ข้ึนจากภาษาอุยกูร์ในตน้ ศตวรรษท่ี 13 และพฒั นามาเร่ือยๆโดยนกั ภาษาศาสตร์ชาวมองโกล จนพฒั นาเป็นภาษามองโกลท่ีสมบูรณ์ดงั ท่ีใชอ้ ยใู่ นปัจจุบนั ศตวรรษท่ี 17ดาไลลามะไดป้ รับปรุงอกั ษรมองโกลเพ่ือใชส้ าหรับภาษามองโกลสาเนียง Khulkha-Buryat อกั ษรน้ีเรียกวา่ ทวั เท่อ (托忒 Tuō tè) ใชส้ าหรับชาวมองโกลท่ีอาศยั อยทู่ ี่มณฑลซินเจียง ด้านเศรษฐกจิ วฒั นธรรม
ดา้ นเศรษฐกิจวฒั นธรรม ชาวมองโกลในอดีตดารงชีวิตอยู่ดว้ ยการล่าสัตวแ์ ละเล้ียงสัตว์ เร่ร่อน จนปัจจุบนั กิจกรรมท่ีสืบทอดมาจากการดารงชีพยงั คงปรากฏชดั เห็นไดจ้ ากชาวมองโกล เชี่ยวชาญการข่ีมา้ และยงิ ธนู แต่เดิมท่ีเล้ียงสตั วเ์ ร่ร่อนพฒั นามาเป็นการเล้ียงสตั วท์ ุ่งหญา้ และต้งั ถ่ิน ฐานเป็นหลกั แหล่ง แต่ยงั คงมีการอพยพยา้ ยฝูงสัตวต์ ามฤดูกาล คือ ฤดูหนาวและฤดูร้อน การดารง ชีพด้วยการล่าสัตว์และเล้ียงสัตว์เพียงแต่เดิม พัฒนามาเป็ นการทาการเกษตรควบคู่ไปด้วย โดยเฉพาะในช่วงศตวรรษที่ 17 ตรงกบั ยคุ อาลาถ่านข่าน (阿拉坦汗 Ā lātǎnhàn) ได้ เชื่อมสัมพนั ธ์กบั ราชสานกั หมิง โดยมีการเปิ ดพรมแดนการคา้ ระหว่างกนั ผลจากการเปิ ดพรมแดน การคา้ น้ีทาใหก้ ิจการดา้ นการเกษตรและเล้ียงสัตวข์ องชาวมองโกลพฒั นาไปอยา่ งรวดเร็ว มองโกล ไดส้ ร้างเมืองใหม่ข้ึน ซ่ึงปัจจุบนั คือเมืองฮูเหอเฮ่าเท่อ (呼和浩特 Hūhéhàotè) ด้านวทิ ยาการทางการแพทย์แผนโบราณของชาวมองโกล ดา้ นวทิ ยาการทางการแพทยแ์ ผนโบราณของชาวมองโกลกม็ ีความพเิ ศษและโดดเด่น อนั เป็นภูมิปัญญาท่ีก่อกาเนิดข้ึนจากการตกผลึกทางความรู้ที่ไดม้ าจากการต่อสู้กบั โรคภยั ธรรมชาติ และการซึมซบั รับเอาวทิ ยาการทางการแพทยจ์ ากชาวฮน่ั และทิเบตผนวดเขา้ ดว้ ยกนั ในอดีตก่อนการก่อต้งั ชาติมองโกล ชาวมองโกลก็มีการสืบทอดวิธีการรักษาและตาหรับยาอยู่แลว้ เช่น การดื่มนมมา้ เพื่อรักษาโรคการใชเ้ หลก็ เผาไฟรักษาบาดแผล เป็นตน้ การแพทยแ์ ผนมองโกลพฒั นาข้ึนเป็นรูปร่างชดั เจน ถึงข้นั มีการก่อต้งั โรงพยาบาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบดา้ นการรักษาพยาบาลข้ึนมาต้งั แต่สมยั หยวนแลว้และพฒั นาข้ึนอย่างสมบูรณ์ในสมยั หมิงและชิง มีการเขียนตาราการแพทย์ และตารายาตามหลกั การแพทยแ์ ผนมองโกลข้ึน เช่น เร่ือง(蒙药正典 Ménɡ yào zhènɡdiǎn) “ตาหรับยามองโกล” เรื่อง(饮膳正要 Yǐnshàn zhènɡyào) “อาหารการกิน” เรื่อง(蒙医药选编Ménɡ yī yào xuǎnbiān) “ตาราแพทยแ์ ละยามองโกล” การแพทยแ์ ผนมองโกลไม่เพียงแต่ใหค้ วามสาคญั กบั ตาหรับยาและวิธีการรักษา แต่ใหค้ านึงถึงอาหาร การบารุงและการป้องกนั โรคดว้ ยนบั เป็นคุณประโยชนใ์ หญ่หลวงแก่วงการสาธารณสุขของประเทศจีนจวบจนปัจจุบนั
ปัจจุบัน ปัจจุบนั เขตปกครองตนเองมองโกลไดพ้ ฒั นาวทิ ยาการดา้ นต่างๆอยา่ งทนั สมยั และรุดหนา้ โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ การใหค้ วามสาคญั กบั การพฒั นาดา้ นการศึกษา โดยในปัจจุบนั มีการก่อต้งั โรงเรียนประถมกวา่ 2 หม่ืนแห่ง โรงเรียนมธั ยม 5 พนั กวา่ แห่ง วทิ ยาลยั การอาชีพกวา่ 80 แห่ง และมหาวิทยาลยั 15 แห่ง มีการสร้างสถานีวิทยุโทรทัศน์เผยแพร่ข่าวสารความรู้เพื่อพฒั นาคุณภาพชีวิตความเป็ นอยู่ของชาวมองโกล มีการก่อต้งัหอ้ งสมุด พิพิธภณั ฑ์ เพื่อการศึกษาวิจยั ดา้ นภาษามองโกลอนั ถือเป็นงานหลกั ท่ีชาวมองโกลให้ความสาคญัในอนั ท่ีจะเป็นรากฐานในการพฒั นาดา้ นเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพ ในขณะเดียวกนั ก็ยงั สามารถรักษาขนบธรรมเนียม วฒั นธรรมด้งั เดิมใหค้ งอยดู่ ว้ ยดา้ นขนบธรรมเนียมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การดารงชีวิต อาหารการกิน ท่ีอยอู่ าศยั การแต่งงาน การแต่งกาย พิธีการต่างๆ ลว้ นมีเอกลกั ษณ์เฉพาะตวั การแต่งกายของชาวมองโกล ชายหญิงสวมชุดคลุมยาว แขนยาวและกวา้ ง รัดดว้ ยสายรัดเอว สวมรองเทา้ บูท้ ที่เยบ็ จากหนงั สัตว์ ชายสวมหมวกสีน้าเงิน ดา น้าตาล หรือโพกศีรษะดว้ ยผา้ สีแดงหรือเหลือง หญิงสวมหมวกครอบศีรษะ มีพู่ระยา้หมวกท่ีคลุมเป็นสีแดงและน้าเงิน ดา้ นอาหารการกิน ชาวมองโกลท่ีอาศยั อยใู่ นบริเวณพ้ืนท่ีเล้ียงสัตวบ์ ริโภคเน้ือและนมที่ไดจ้ ากแกะและววั เป็ นหลกั ส่วนชาวมองโกลท่ีอาศยั อยใู่ นบริเวณพ้ืนท่ีเกษตรบริโภคเน้ือ นมสัตวแ์ ละผกั เป็นอาหารหลกั ดา้ นที่พกั อาศยั ชาวมองโกลพกั อาศยั อยใู่ นกระโจมทรงกลม มีฝาบา้ นลอ้ มรอบซ่ึงก่อข้ึนอย่างง่าย ๆ เพื่อสะดวกต่อการอพยพโยกยา้ ย อันเป็ นผลพวงทางวฒั นธรรมท่ีเกิดข้ึนจากการดารงชีวติ เล้ียงสัตวเ์ ร่ร่อนมาแต่อดีตนนั่ เอง ภายนอกคลุมดว้ ยผา้ สักหลาด ปัจจุบนั ชาวมองโกลดารงชีวติ เป็ นหลกั แหล่ง สร้างบา้ นเรือนดว้ ยอิฐและไม้ แต่ยงั คงรักษารูปร่างที่เป็ นเอกลกั ษณ์ด้งั เดิมไว้ อีกอยา่ งหน่ึงท่ีชาวมองโกลยงั คงรักษาวฒั นธรรมด้งั เดิมไวค้ ือ การข่ีมา้ ไม่วา่ เดินทางใกลไ้ กล ชาวมองโกลจะใชม้ า้ เป็นพาหนะคู่กายเสมอ
ครอบครัว ครอบครัวชาวมองโกลอาศยั อยเู่ ป็นครอบครัวเดี่ยวที่ประกอบดว้ ย พ่อ แม่ และลูกท่ียงั ไม่แต่งงาน ลูกที่แต่งงานแลว้ จะแยกไปต้งั ครอบครัวใหม่ของตนเอง พ่อแม่จะสืบทอดมรดกใหก้ บัลูกคนเลก็ ในอดีตการแต่งงานเป็นแบบสามีภรรยาเดียว ไม่แต่งงานกบั คนในสายตระกูลเดียวกนัการแต่งงานพ่อแม่เป็ นผูจ้ ดั การให้ แต่บางพ้ืนที่มีการแต่งงานแบบพี่ชายน้องชายมีภรรยาคนเดียวกนั สถานภาพทางสังคมของผหู้ ญิงถูกกดขี่ ปัจจุบนั หนุ่มสาวมีอิสระในการเลือกคู่ครอง และเขม้ งวดกบั การแต่งงานแบบสามีภรรยาเดียว สถานภาพชายหญิงมีความเท่าเทียมกนั นบั ต้งั แต่การก่อต้งั สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นตน้ มา ชาวมองโกลดารงชีวติ อยอู่ ยา่ งปกติสุขดว้ ยวฒั นธรรมท่ีสืบทอดมาแต่บรรพบุรุษ และมีสุขภาพดีดว้ ยภูมิปัญญาการแพทยข์ องตน ผสมผสานกบั ความเจริญในยคุ ปัจจุบนั ทาใหช้ าวมองโกลมีสภาพชีวิตความเป็ นอยู่ที่สงบสุข ชาวมองโกลเป็นมิตรต่อแขกผูม้ าเยือน จริงใจและซื่อสัตย์ จนไดร้ ับขนานนามว่าเป็ นชนเผ่าพ่ีเผ่านอ้ ง วฒั นธรรมด้งั เดิมท่ีไม่ส่งผลดีต่อการพฒั นา ค่อยๆ สูญหายไป และรับเอาวฒั นธรรมอนั ดีของชุมชนรอบขา้ งผสมผสานกบั วฒั นธรรมของตนได้อย่างกลมกลืน เช่น พิธีบูชาเทพเจา้ ที่จดั ข้ึนยิ่งใหญ่ในเดือนกรกฎาคม ปรับเปลี่ยนมาเป็ นกิจกรรมเฉลิมฉลองการเก็บเกี่ยว มีกิจกรรมรื่นเริงต่างๆ มากมาย เช่นการแข่งมา้ ยงิ ธนู มวยปล้า เป็นตน้
Search
Read the Text Version
- 1 - 8
Pages: