คูม่ ือการปฏบิ ัติงานหอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอภูพาน ประจาปงี บประมาณ ๒๕๖๔ คำนำ คู่มือการปฏิบัติงานห้องสมุดประชาชนอาเภอภูพาน ประจาปีงบประมาณ ๒๕๖๔ เล่มน้ี ได้จัดทา ข้ึนเพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานของห้องสมุดประชาชน ซึ่งได้ระบุถึงสภาพท่ัวไป นโยบายและ จดุ เน้นการดาเนินงาน สานกั งาน กศน. การดาเนินห้องสมดุ ประชาชน และขอ้ มูลอื่นๆ ท่จี ะทาใหบ้ คุ ลากรมี ความเข้าใจในแนวนโยบาย แนวคิด และทิศทางการดาเนินงานที่ตรงกัน และหวังว่าคงจะเป็นประโยชน์ สาหรับทกุ ท่าน ขอขอบคุณผู้อานวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอภูพาน คณะครู บุคลากรศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอภูพานทุกคน คณะกรรมการห้องสมุด นักเรียน นกั ศึกษา และเครอื ขา่ ยทุกทา่ นทไ่ี ด้ใหค้ วามรว่ มมอื จนคู่มอื การปฏบิ ัติงานหอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอ ภูพาน ประจาปงี บประมาณ ๒๕6๔ สาเรจ็ ลลุ ่วงดว้ ยดี เพื่อจะไดน้ าไปเป็นข้อกาหนดทิศทางการปฏบิ ัติงาน ให้เกดิ ประโยชน์ต่อผรู้ ับบรกิ ารทว่ั ไปอยา่ งมคี ุณภาพตอ่ ไป คณะผู้จัดทา หอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอภพู าน ~ก~
คูม่ อื การปฏบิ ตั งิ านห้องสมุดประชาชนอาเภอภูพาน ประจาปงี บประมาณ ๒๕๖๔ สารบัญ หน้า เรือ่ ง ก ข คำนำ ๑ สำรบญั ๔ บทท่ี ๑ ข้อมลู พน้ื ฐำนทว่ั ไปของห้องสมุดประชำชนอำเภอภพู ำน ๑๗ บทที่ ๒ นโยบำยและจุดเน้นกำรดำเนนิ งำน สำนักงำน กศน. ประจำปงี บประมำณ ๒๕๖๔ ๒๓ บทท่ี ๓ กำรดำเนนิ งำนหอ้ งสมดุ ประชำชน ๓๔ บทที่ ๔ งำนบริกำรหอ้ งสมุดประชำชน ๔๘ บทท่ี ๕ งำนเทคนคิ ห้องสมุดประชำชน ๕๐ บทท่ี ๖ กำรวเิ ครำะห์ SWOT หอ้ งสมดุ ประชำชนอำเภอภพู ำน ๕๑ ภาคผนวก ๕๒ - บรรณานกุ รม - คณะผจู้ ดั ทำ ~ข~
บทที่ ๑ ขอ้ มูลพืน้ ฐำนทัว่ ไปของห้องสมุดประชำชนอำเภอภพู ำน วสิ ยั ทัศน์ ห้องสมดุ ประชาชนอาเภอภพู าน เป็นฐานข้อมลู ศูนยก์ ลางการเรียนรู้นาสู่ชุมชน ประชาชนพึงพอใจ พฒั นาไกล ไปกับเทคโนโลยี พนั ธกิจ ใหบ้ รกิ ารหนังสือและสื่อการเรียนรทู้ ่มี คี ณุ ภาพ ให้บริการในบรรยากาศเอื้อต่อการเรียนรู้ ให้บรกิ ารส่งเสริมการเรยี นรู้อยา่ งมคี ุณภาพ เป้ำประสงค์ เพ่ือพัฒนาการบริการของห้องสมุดให้มีความหลากหลาย และสามารถบริการให้กับ กลมุ่ เปา้ หมาย สอดคลอ้ งกับความต้องการของชมุ ชน เพ่ือใหห้ ้องสมุดเป็นแหล่งเรียนรทู้ มี่ ีชวี ติ ชวี าอยา่ งต่อเน่ืองตลอดชีวิต ประวัตหิ ้องสมุดประชำชนอำเภอภูพำน ห้องสมุดประชาชนอาเภอภูพาน ได้ประกาศจดั ตั้งขน้ึ ในปี พ.ศ. ๒๕๔๑ โดยครั้งแรกไดเ้ ช่า บ้านเพื่อจัดตั้งเป็นห้องสมุดประชาชนอาเภอภูพาน โดยอยู่ร่วมกับศูนย์บริการการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอภูพาน ท่ีบ้านบ่อเดือนห้า หมู่ ๑๐ ตาบลโคกภู อาเภอภูพาน จังหวัด สกลนคร จนกระทงั่ ใน ปี พ.ศ. ๒๕๔๓ นายสมเกยี รติ คาทะเนตร ผ้อู านวยการในขณะน้ัน ได้ขอใชท้ ่ีดิน ของโรงเรียนคาเพ่ิมพิทยาจานวน ๒ ไร่ ก่อสร้างอาคารแฝดชั้นเดียวเพื่อเป็นท่ีทาการศูนย์บริการ การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อาเภอภพู าน โดยใหห้ อ้ งสมุดประชาชนอาเภอภูพานอยู่ ร่วมกัน โดยไม่ได้ใช้งบประมาณจากทางราชการแตอ่ ย่างใด จากน้ันนายสมบูรณ์ มีระหงษ์ ผู้อานวยการ กศน.อาเภอภูพานในขณะนั้น ได้ทาการปรับปรุงและก่อสร้างเพ่ิมเติมให้ กศน.อาเภอ ภูพานและ ห้องสมุดประชาชนอาเภอภูพาน มีพ้ืนที่กว้างขวางและเป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้น ผู้อานวยการสถานศึกษา คนปัจจบุ นั คือ นายอเสกข์ อปุ พงษ์ สถำนทต่ี ัง้ หอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอภูพาน ตงั้ อยทู่ ี่ ๒๗๙ หมู่ ๑๕ ตาบลโคกภู อาเภอภพู าน จังหวดั สกลนคร ๔๗๑๘๐ โทรศัพท์ ๐๔๒-๗๐๘๑๗๗ ขอบเขตกำรใหบ้ ริกำรหอ้ งสมุดประชำชนอำเภอภพู ำน เวลำเปดิ ทำกำร วนั จนั ทร์ – วนั อาทติ ย์ เปดิ บรกิ ารเวลา ๐๘.๓๐ - ๑๖.๓๐ น. ไม่เว้นวนั หยุดนักขัตฤกษ์
คู่มือการปฏิบตั งิ านหอ้ งสมุดประชาชนอาเภอภพู าน ประจาปีงบประมาณ ๒๕๖๔ 2 งำนบริกำรของหอ้ งสมุดประชำชนอำเภอภูพำน มีดังน้ี ๑. บริการการอ่าน เป็นบริการหลกั ของหอ้ งสมดุ ท่ีจดั หาและคดั เลือกหนงั สอื สิ่งพมิ พต์ า่ งๆ มา ไว้เพื่อให้บริการ และจัดเตรียมสถานที่ให้อานวยความสะดวกต่อการอ่าน เพื่อตอบสนองความต้องการ และความสนใจของผูใ้ ช้มากท่ีสุด ๒. บรกิ ารยืม - คืน คอื บรกิ ารใหย้ มื - คืนทรัพยากรสารสนเทศประเภทต่างๆ ตามระเบยี บการ ยมื ของห้องสมดุ แต่ละแห่ง เพ่อื ใหค้ วามสะดวกในการใช้ ในกรณที ี่ยมื เกินกาหนด ผู้ยมื จะต้องเสยี ค่าปรบั ตามอัตราที่หอ้ งสมุดกาหนด ๓. บริการหนังสือจอง เป็นบริการท่ีห้องสมุดจัดแยกหนังสือรายวิชาต่าง ๆ ที่ครูผู้สอน กาหนดให้นักเรยี นอา่ นประกอบ รวมท้งั เป็นบรกิ ารพิเศษที่จดั ขึน้ ในกรณที ี่หนังสือน้นั มีจานวนนอ้ ย แต่มี ผใู้ ช้ตอ้ งการจานวนมาก โดยแยกไวต้ า่ งหาก และมีกาหนดระยะเวลาให้ยมื สนั้ กวา่ หนังสอื ท่ัวไป ๔. บริการแนะนาการใช้ห้องสมุด เป็นบริการเพื่อแนะนาผู้ใช้ให้ทราบว่า ห้องสมุดจัดบริการ อะไรบ้างให้กับผู้ใช้ เช่น การปฐมนิเทศแนะนาแก่นักเรียนท่ีเข้าเรียนในชั้นปีแรก ห้องสมุดส่วนใหญ่จะ จัดทาคู่มือการใช้ห้องสมุด เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับห้องสมุด เช่น ประวัติของห้องสมุด ระเบียบการยืม - คนื ทรพั ยากรสารสนเทศ มารยาทในการใช้หอ้ งสมุด บรกิ ารและกิจกรรมตา่ งๆของหอ้ งสมดุ เป็นตน้ ๕. บริการตอบคาถามและชว่ ยการคน้ ควา้ เป็นบริการท่คี รูบรรณารักษห์ รอื เจา้ หนา้ ท่ีห้องสมุด จะช่วยให้คาแนะนาและบริการตอบคาถามแกน่ ักเรียนและผู้ใช้ ท้ังคาถามทั่วไปเก่ยี วกับการใช้ห้องสมดุ และคาถามทตี่ ้องค้นหาคาตอบจากทรัพยากรสารสนเทศตา่ งๆ ในห้องสมดุ ๖. บริการแนะแนวการอ่าน เป็นบริการสาคัญที่ห้องสมุดจัดขึ้นเพ่ือส่งเสริมการอ่าน พัฒนา นิสยั รักการอ่าน และใช้เวลาว่างใหเ้ ป็นประโยชน์ นอกจากนี้ยงั เปน็ การช่วยเหลอื ผใู้ ช้ห้องสมุดที่มีปัญหา ในการอา่ น ผทู้ ี่ไม่อยากอ่านหนังสอื หรอื เลือกหนังสืออา่ นไมเ่ หมาะสมกับความต้องการของตน ๗. บริการสอนการใช้ห้องสมุด เป็นบริการของห้องสมุดในโรงเรียนที่จัดสอนให้แก่นักเรียนท่ี เข้าเรียนใหม่ในช้ันปีแรก เพื่อให้ความรู้เก่ียวกับการใชห้ ้องสมุด การเลือกใช้ทรัพยากรสารสนเทศแตล่ ะ ประเภท และบริการตา่ งๆ ของห้องสมดุ ใหผ้ ้ใู ชส้ ามารถใช้ประโยชน์จากหอ้ งสมดุ ได้อย่างเตม็ ที่ ๘. บริการสืบค้นฐานข้อมูล เป็นบริการสืบค้นฐานข้อมูลหนังสือของห้องสมุดช่วยให้ผู้ใช้ สามารถคน้ หาหนงั สอื ด้วยตนเองได้สะดวก รวดเร็วขึน้ ๙. บริการรวบรวมบรรณานุกรม เป็นการรวบรวมรายชื่อหนังสือ สาหรับใช้ประกอบการเรียน การสอน ในรายวิชาต่างๆ รวมถึงการรวบรวมบรรณานุกรมหนังสือใหม่ประจาเดือนที่ห้องสมุดออก ใหบ้ รกิ ารแกผ่ ใู้ ช้ ๑๐. บริการข่าวสารทนั สมัย เป็นบริการท่ีช่วยให้ผู้ใชห้ อ้ งสมดุ ได้ทราบขอ้ มลู ใหมๆ่ ในสาขาวชิ า ต่างๆ โดยการถ่ายสาเนาหน้าสารบัญวารสารฉบับล่าสุดท่ีห้องสมุดได้รับรวบรวมไว้ในแฟ้ม เพื่อ ใหบ้ ริการแกผ่ ใู้ ช้ในการศกึ ษาคน้ คว้า ~2~
คู่มอื การปฏิบตั ิงานห้องสมุดประชาชนอาเภอภูพาน ประจาปงี บประมาณ ๒๕๖๔ 3 ๑๑. บริการอินเทอร์เน็ต ผู้ใช้บริการสามารถสืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตที่สนใจได้ท่ัวโลก ซ่ึง ทาให้ผ้ใู ช้สามารถเข้าถึงสารสนเทศทท่ี นั สมัยไดม้ ากขึ้น ตรงตามความต้องการและสะดวกรวดเร็ว ๑๒. บริการอ่ืนๆ ที่ห้องสมุดอาจจัดขึ้น เช่น บริการโสตทัศนวัสดุ ส่ืออิเล็กทรอนิกส์ บริการ ห้องสมดุ เคล่ือนท่ี บรกิ ารชมุ ชน บรกิ ารขอใช้สถานท่ปี ระชุม เปน็ ตน้ ๑๒.๑ บริการส่ืออิเล็กทรอนิกส์ เป็นบริการค้นคว้าหาความรู้ด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เชน่ ส่ือมลั ตมิ ีเดีย ซีดีรอม ดีวดี ี วีซดี ี เปน็ ต้น ๑๒.๒ บริการห้องสมุดเคล่ือนที่ เป็นบริการการอ่านที่ห้องสมุดจัดไว้ตามมุมต่างๆของ โรงเรียน เพ่ือส่งเสริมการเรียนรู้ เช่น ใต้บันได ระเบียงอาคาร สวน ศาลา ฯลฯ เป็นการให้บริการอย่าง ไม่เป็นทางการ ง่ายๆ ~3~
บทที่ ๒ นโยบายและจดุ เน้นการดาเนนิ งาน สานักงาน กศน. ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 256๔ วสิ ยั ทศั น คนไทยทุกชวงวุยไดรบโอกาสทางการศึกษาและการเรุยนรูตลอดชุวุตอยางมคณุ ภาพมทกษะท่จาเปนุ และสมรรถนะท่สุ อดรุบกบุ ทศุ ทางการพุฒนาประเทศุ สามารถดารงชวุ ตุ ไดอยางเหมาะสมบนรากฐานของหลกุ ปรุชญาุ ของเศรษฐกุจพอเพุยง พนั ธกิจ 1. จดและสงเสรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธยาศยท่มคณภาพ ุสอดคลองุ กบหลกปรชญาของเศรษฐกจพอเพยงุและความเปล่ยนแปลงทางเศรษฐกจและสงคมุเพุ่อยกระดบการศึกษาุ และพฒนาสมรรถนะุทกษะการเรยนรูุของประชาชนกลุมเปาหมายใหเหมาะสมในแตละชวงวยุใหพรอมรบุ การเปล่ยุ นแปลงและการปรุบตุวในการดารงชุวตุ ไดอยางเหมาะสมุกาวสูการเปนสงคมแหงการเรยนรูตลอดชวุ ุตุ อยางยงุ่ยุน 2. พฒนาหลกสูตรุรูปแบบการจดกจกรรมการเรยนรูุส่อและนวตกรรมเทคโนโลยทางการศึกษาุ การวุดและประเมนุ ผลในทุกรูปุ แบบใหมคุ ุณภาพและมาตรฐานสอดคลองกุบรูุปแบบการจุดการเรุยนรูุและบรบุ ทุ ในปจจบุน 3. สงเสรมุ และพุฒนาเทคโนโลยุทางการศึุกษาุและนาเทคโนโลยมาพุฒนาเพุอ่ เพุ่มชองทางและโอกาสุ การเรยนรูุรวมถึงการเพ่มประสทธภาพในการจดและใหบรการการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธยาศยุ ใหกุบประชาชนกลมุ เปาหมายอยางท่วถึง 4. สงเสรมสนบสนนุแสวงหาุและประสานความรวมมอเชุงรุกกุบภาคเุครุอขายุใหเขามามสวนรวมุ ในการสนุบสนุนและจุดการศึุกษานอกระบบและการศึกษาตามอุธยาศยุและการเรยนรูตลอดชวุ ตุ ในรูปุ แบบตางุๆุ ใหกุบประชาชน 5. พฒนาระบบการบรหารจดการภายในองคกรใหมุเอกภาพุเพ่อการบรหารราชการทุดุบนหลกุ ของธรรมาภุบาลุมประสทุ ธุภาพุประสุทธผุ ลุและคลองตวุ มากยุ่งขึ้น 6. ยกระดบการบรหารและการพฒนาศกยภาพบคลากรใหมความรูุทกษะุสมรรถนะุคณธรรม และจรยธรรมท่ดุเพอุ่ เพุ่มประสทธภุ าพของการใหบรการทางการศกึ ษาและการเรยนรู้ท่มคณภาพมากยง่ ขึน้ เปาประสงค 1. ประชาชนผูดอยุพลาดุและขาดโอกาสทางการศึกษารวมท้งประชาชนทุ่วไปไดรบโอกาสุ ทางการศึกษาในรูปแบบการศึกษานอกระบบระดบการศึกษาข ุ้นพุ้นฐานุ การศึกษาต อเนุ่องุและการศึกษาุ ตามอธยาศยทุ่มคณภาพอยางเทาเทยมและทุ่วถึงุเปนไปตามบรบทุสภาพปญหาและความตองการของแตละุ กลมเปาหมาย 2. ประชาชนไดรบุ การยกระดบุ การศึกุ ษาุสรางเสรมุ และปลูุกฝงคุณธรรมุจรุยธรรมุหนาทุ่ความเปนุ พลเมอุ งทดุ่ ุภายใตการปกครองในระบอบประชาธุปไตยอุนมพุ ระมหากษุตรยุ เปนประมขุ ุท่สอดคลองกุบหลุกปรชุ ญาุ ของเศรษฐกจพอเพยงุอนนาไปสูการยกระดบคณภาพชวตและเสรมสรางความเขมแข็งใหชมชนุเพุ่อพฒนาุ ไปสูความม่นคงและยงุ่ ยนทางดานเศรษฐกจุสงคมุวฒุ นธรรมุประวตุ ศุ าสตรุและสง่ แวดลอม
คมู่ อื การปฏิบัติงานหอ้ งสมุดประชาชนอาเภอภูพาน ประจาปงี บประมาณ ๒๕๖๔ 3. ประชาชนไดรบการพฒนาทกษะการเรยนรูและแสวงหาความรูดวยตนเองผานแหลงเรยนรูุ ชองทางการเรยนรูุและกจกรรมการเรยนรูรูปแบบตางุๆุรวมท้งมเจตคตทางสงคมุการเมองุวทยาศาสตรุ และเทคโนโลยท่เหมาะสมุสามารถคดุวเคราะหุแยกแยะอยางมเหตผลุและนาไปประยกตใชในชวตประจาวนุ รวมถึุงการแกปญหาและพฒุ นาคณภาพชวุ ุตไดอยางสรางสรรค 4. หนวยงานและสถานศึกุ ษาุกศน.ุมหลกสตู รุส่อุ ุนวุตกรรมุชองทางการเรยนรูุและกระบวนการุ เรยนรูุในรูปแบบท่หลากหลายุทนสมยุและรองรบกบสภาวะการเรยนรูในสถานการณตางุๆุเพ่อแกปญหาุ และพฒนาคณภาพชวตตามความตองการของประชาชนและชมชนุรวมทุ้งตอบสนองกุบการเปล่ยุ นแปลงบรุบทุ ดานเศรษฐกจุ ุสงุคมุการเมอุ งุวฒนธรรมุประวตุ ุศาสตรุและสุ่งแวดลอม 5. หนวยงานและสถานศึกษาุกศน.ุสามารถนาเทคโนโลยทางการศึกษาุและเทคโนโลยดจทลุ มาพุฒนาเพ่อุ เพุ่มชองทางการเรยุ นรูุและนามาใชในการยกระดุบคุณภาพในการจดุ การเรยุ นรูุและโอกาสการเรุยนรูุ ใหกบุ ประชาชน 6. ชมชนและภาคเครอขายทกภาคสวนุมสวนรวมในการจดุสงเสรมุและสนบสนนการศึกษาุ นอกระบบและการศึุกษาตามอธุ ยาศุยุรวมทงุ้ การขบุ เคลุ่อนกจุ กรรมการเรยุ นรูุของชมุ ชน 7. หนวยงานและสถานศึุกษามรุ ะบบการบรุหารจดุ การองคกรทุทนุ สมุยุมประสทธภาพุและเปนไปุ ตามหลุกธรรมาภบุ าล 8. บุคลากรุกศน.ุทกประเภททกระดุบไดรุบการพุฒนาเพุอ่ เพุ่มทุกษะและสมรรถนะในการปฏบุตุงานุ และการใหบรกุ ารทางการศึุกษานอกระบบและการศึุกษาตามอุธยาศยุ ุรวมถึงการปฏุบตุ ุงานตามสายงานอยางมุ ประสุทธภุ าพ ตวั ชว้ี ัด คาเปาหมาย รายละเอียดตัวชว้ี ัด รอยละุ80 1. ตัวชวี้ ัดเชงิ ปรมิ าณ 1.1ุรอยละของผูุเรุยนทุ่ไดรุบการสนุบสนนุ คาใชจายการศึุกษานอกระบบระดุบการศึุกษาุ 756,675ุคน ข้นุ พุ้นฐานตามสทุ ธทุ ุก่ าหนดไวุ(เทุยบกบุ เปาหมายตามุพ.ร.บ.งบประมาณรายจายุ 9,800,00ุคน ประจาป) ไมนอยกวาุ 1.2ุุจานวนของผูลงทะเบุยนเขารวมกุจกรรมการเรยนรู/ุไดรบบรการกุจกรรมการศึกษาุ 3,000ุฉบุบ ตอเนอุ่ งุทสุ่ อดคลองกบุ สภาพุปญหาุและความตองการ 1,787ุแหง 1.3ุุจานวนของผูรบบรการ/เขารวมกจกรรมการศกึ ษาตามอุธยาศย 1.4ุุจานวนบุนทกึ ขอตกลงความรวมมอุ(MOU) รวมกบภาคเครอขาย 424,500ุคน 100ุคน 1.6ุุจานวนแหลงเรยนรูในระดบตาบลทม่ ุความพรอมในการใหบรุการ/ุการจดุ กุจกรรมุ การศึุกษานอกระบบและการศึุกษาตามอธุ ยาศยุ 22,272ุคน 6,800ุคน 1.7ุ จานวนประชาชนทุเ่ ขารุบการพุฒนาทกุ ษะอาชพุ เพุ่อสรางรายไดและการมุงานทา 1.8ุุ จานวนุครูุกศน.ุตาบลุท่ไดรบการพฒนาศกยภาพดานการจดการเรยนการสอนุ ภาษาองุกฤษเพอุ่ การสอุ่ สาร 1.9ุ จานวนประชาชนทไุ่ดรุบการฝกอบรมภาษาตางประเทศเพ่อุ การสุอ่ สารดานอาชพุ 1.10ุุุจานวนผูุผานการอบรมหลุกสูุตรการดูุแลผูุสูงุอายุ ~ุ5 ~
ค่มู ือการปฏิบัติงานหอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอภูพาน ประจาปงี บประมาณ ๒๕๖๔ รายละเอียดตวั ชวี้ ดั คาเปาหมาย 1.11ุุุจานวนประชาชนทผ่ านการอบรมจากศูนยดจทลชมชน 185,600ุคน 1.12ุจานวนส่อการเรยนออนไลน หลกสูตรการพฒนาโปรแกรมคอมพวเตอรเพ่องาน ไมนอยกวาุ30ุวชา 1อา.1ช3พุจานวนบคลากรสงกดสานกงานุกศน.ุท่ไดรบการพฒนาศกยภาพและความก 2,807ุคน าวหนาุตามสายงานในอาชพ 1.14ุจานวนบคลากรสงกดสานกงานุกศน.ุท่เขารบการอบรมดานการปกปองและเชด 10,000ุคน ชูุสถาบนหลกของชาตุดานความปรองดองสมานฉนท ดานการมจตสาธารณะุ และดานทกษะในการปฐมพยาบาลเบอ้ งตน 1.15ุจานวนบทความเพ่อการเรยนรูตลอดชวตในระดบตาบลุในหวขอตางุๆุอาทุ 8,000ุบทความ อาชพุชมชนุวฒนธรรมท้องถน่ ุภมู ปญญา 1.16ุจานวนศนู ยการเรยนรตูุนแบบุ(Co-Learning Space) 77ุแหง 2. ตัวช้ีวดั เชิงคุณภาพ 2.1ุุรอยละของนกศึกษาท่คาดว าจะจบในทกระดบุ ท่สาเร็จการศึกษาในแต ละภาค รอยละุ75 2เร.ย2นุุรอยละของผูจบหลกสูตร/ุกจกรรมการศกึ ษาตอเนอ่ งุท่สามารถนาความรูความเข รอยละุ80 าใจุไปใชพฒนาตนเองไดตามจดมงหมายของหลกสูตร/กจกรรม 2.3ุุรอยละของผูผานการพฒนาทกษะอาชพุสามารถนาความรูไปใชในการประกอบุ รอยละุ80 อาชพหรอพฒนาตนเองได 2.4ุรอยละของผูเรยนในเขตพ้นท่จงหวดชายแดนภาคใตท่ไดรบการพฒนาศกยภาพุ รอยละุ80 หรอทกษะดานอาชพุสามารถมงานทาหรอนาไปประกอบอาชพได 2.5ุุรอยละของประชาชนท่ไดรบบรการ/ุเขารวมกจกรรมการศึกษาตามอธยาศยุม รอยละุ80 ความรูความเขาใจ/ุเจตคต/ุทกษะุตามจดมงหมายของกจกรรมท่กาหนด 2.6ุุรอยละของผูสูงอายท่เปนกลมเปาหมายุมโอกาสมาเขารวมกจกรรมการศึกษาุ รอยละุ80 ตลอดชวต 2.7ุร อยละของบคลากรท่ได รบการพฒนาุท่มการพฒนาตนเองในด านพฤตกรรมุ รอยละุ90 บคลกภาพุทศนคตุคานยมท่พึงประสงค ภาวะผูนาุและมจรรยาบรรณวชาชพุท่ เหมาะสมย่งขน้ึ ~ุ6 ~
คมู่ อื การปฏบิ ตั ิงานหอ้ งสมุดประชาชนอาเภอภพู าน ประจาปีงบประมาณ ๒๕๖๔ จุดเนนการดาเนินงานประจาปงบประมาณ พ.ศ. 2564 1. นอมนาพระบรมราโชบายดานการศึกษาสการปฏิบัติ 1.1ุสบุ สานศาสตรพระราชาุโดยการสรางและพฒุ นาศูนุ ยสาธตุ และเรุยนรูุ“โคกุหนองุนาุโมเดล”ุ เพุอ่ เปนแนวทางในการจดุ การบรหุ ารทรพุ ยากรรปู แบบตางุๆุทง้ ดุนุนา้ ุลมุแดดุรวมถึงพชุ พุนธตุ างุๆุและสงเสรมุ ุ การใชพลงุงานทดแทนอยางมปุ ระสทุ ธุภาพ 1.2ุจดใหมุ“หนง่ึุชมุ ชนุหนุ่งึ นวุตกรรมุการพุฒนาชมุ ชน”ุเพุ่อความกนดุอยูุดุมงานทา 1.3ุการสรางกลมุ จตอาสาพฒนาชมชนุรวมท้งปลูกฝงผูเรยนใหมหลกคดท่ถูกตองดานคณธรรมุ จรยธรรมุมทศนคตุท่ดตุ อบานเมองุและเปนผมู ความพอเพยุ งุระเบุยบวนุ ยุ ุสจรตุจตอาสาุผานกจุ กรรมการพฒุ นาุ ผูเุรุยนโดยการใชกระบวนการลูุกเสอุ และยุวกาชาด 2. สงเสรมิ การจัดการศกึ ษาและการเรียนรูต้ ลอดชีวิตสาหรับประชาชนท่เี หมาะสมกับทกุ ชวงวัย 2.1ุสงเสรมการจดการศึกษาอาชพเพ่อการมงานทาุในรูปแบบุRe-Skill& Up-Skill และการสรางุ นวตกรรมและผลตภณฑท่มคณภาพุมความหลากหลายุทนสมยุและตอบสนองความตองการของประชาชนุ ผูรุบุ บรกุ ารุและสามารถออกใบรบุ รองความรูคุ วามสามารถเพุ่อนาไปใชในการพฒุ นาอาชุพได 2.2ุสงเสรุมและสงสรมทกุ ษะภาษาอุงกฤษใหกบุ ประชาชนุ(English for All) 2.3ุสงเสรมการเรยนการสอนท่เหมาะสมสาหรบผูท่เขาสูสงคมสูงวยุอาทุการฝกอบรมอาชพุ ทุ่เหมาะสมรองรบสงคมสูงวย ุหลกสูตรการพฒนาคณภาพชวตและส งเสรมสมรรถนะผ ูุสูงวยุและหลกสูตรุ การดูแุ ลผสู ูงวุยุโดยเนนการมสวนรวมกบภาคเครอขายทกภาคสวนในการเตรยมความพรอมเขาสสู งคมสงู วุย 3. พัฒนาหลักสตร ส่อ เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการศึกษา แหลงเรียนร และรปแบบ การจัดการศึกษาและการเรียนร ในทุกระดับ ทุกประเภท เพ่อประโยชนตอการจดการศึกษาทุเหมาะสมุ กบทกกลมเปาหมายุมความทนสมยุสอดคลองและพรอมรองรบกบบรบทสภาวะสงคมปจจบนุความตองการ ของผเู รยนุและสภาวะการเรยนรูในสถานการณตางุๆุท่จะเกดข้ึนในอนาคต 3.1ุ พ ฒ น า ร ะ บ บ ก า ร เ ร ย น รู ONIE Digital Learning Platform ท่ ร อ ง ร บ ุ DEEP ข อ ง กระทรวงศกึ ษาธการุและชองทางเรยนรูรปู แบบอ่นุๆุทง้ ุOnline On-site และุOn-air 3.2ุพฒนาแหล งเรยนรู ประเภทต างุๆุอาทุDigital Science Museum/ Digital Science Center/ Digital Library ศูนยการเรยนรูทกชวงวยุและศูนยการเรยนรูตนแบบุกศน.ุ(Co-Learning Space) เพอ่ ใหสามารถุ“เรยนรูไดอยางทว่ ถึงุทกทุ่ ทกเวลา” 3.3 พฒนาระบบรบสมครนกศึกษาและสมครฝกอบรมแบบออนไลน มระบบการเทยบโอนความรู ระบบสะสมหน วยการเรยนรู (Credit Bank System) และพฒนา/ขยายการให บรการระบบทดสอบ อเลก็ ทรอนกส (E-exam) 4. บรณาการความรวมมอในการสงเสริม สนับสนุน และจัดการศึกษาและการเรียนรใหกับ ประชาชนอยางมีคณุ ภาพ 4.1ุรวมมอกบุ ภาคเครอขายท้งภาครฐุเอกชนุประชาสุงคมุและองคกรปกครองสวนท้องถ่นุรวมทงุ้ ุ สงเสรมและสนุบสนุนการมสวนรวมของชุมชนุอาทุการสงเสรมการฝกอาชพทเุปนอุตลกษณและบรบทของชมุ ชนุ สงเสรุมการตลาดและขยายชองทางการจาหนายเพุ่อยกระดบุ ผลุตภุณฑ์/สุนคาุกศน. 4.2ุบูรณาการความรวมมอกบหนวยงานตางุๆุในสงกดกระทรวงศึกษาธการุทุ้งในสวนกลาง และภูมุ ภุ าค ~7~
คู่มอื การปฏิบตั งิ านห้องสมดุ ประชาชนอาเภอภูพาน ประจาปีงบประมาณ ๒๕๖๔ 5. พัฒนาศกั ยภาพและประสิทธิภาพในการทางานของบุคลากร กศน. 5.1ุพุฒนาศุกยภาพและทกุ ษะความสามารถดานเทคโนโลยดุ ุจุทุลุ(Digital Literacy & Digital Skills) ใหกบุ บุคลากรทุกประเภททุกระดุบุรองรบความเปนรฐุ บาลดุจทุ ลุ อยางมุประสทุ ธภุ าพุรวมท้งุพฒุ นาครูุใหมทุ กุ ษะุ ความรูุและความชานาญในการใชภาษาอุงกฤษุการผลตุ สุ่อการเรยนรูุและการจดุ การเรยุ นการสอนเพอุ่ ฝกทกุ ษะุ การคดวุเคราะหอยางเปนระบบและมเหตุผลุเปนขน้ ตอน 5.2ุ จดกจกรรมเส รมสร างความสมพนธ ของบคลากรุกศน.และ กจกรรมเพุ่มประสทธภาพุ ในการทางานรวมกนในรูปแบบตางุๆุอาทุการแขงขนกฬาุการอบรมเชงปฏบตการพฒนาประสทธภาพุ ในการทางาน 6. ปรับปรุงและพัฒนาโครงสร างและระบบบริหารและการประชาสัมพันธ สรางการรับร ตอสาธารณะชนุ 6.1ุเร งผลกดนร างพระราชบญญตส งเสรมการเรยนรู ุพ.ศ.ุ....ุให สาเร็จ ุและปรบโครงสร างุ การบรหุ ารและอุตรากาลงใหสอดคลองกบบรบทการเปลย่ นแปลงุเรงการสรรหาุบรรจุแตงต้งุทม่ ประสทธภุ าพ 6.2ุนานวุตกรรมและเทคโนโลยดุ ุจทุ ุลมาใชในการบรุหารจดุ การุพฒุ นาระบบการทางานและขอมูลุ ุ สารสนเทศดานการศึกุ ษาทุ่ทุนสมุยุรวดเร็ุวุและสามารถใชงานทุนทุโดยจดต้งศูนยขอมูลกลางุกศน.ุเพ่อจดทาุ ขอมูุลุกศน.ุทุง้ ระบบุ(ONE ONIE) 6.3ุพฒนาุปรบปรงุซอมแซมุฟนฟูอาคารสถานทุ่และสภาพแวดลอมโดยรอบของหนวยงานุ สถานศึกษาุและแหลงเรยนรทู กแหงุใหสะอาดุปลอดภยุ ุพรอมใหบรการ 6.4ุประชาสมพนธ/สรางการรบรูใหกบประชาชนท่วไปเก่ยวกบการบรการทางวชาการ/กจกรรมุ ดานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธยาศยุและสรางชองทางการแลกเปลุ่ยนเรยนรูุดานวชาการุ ของหนวยงานและสถานศึุกษาในสุงกุดุอาทุขาวประชาสุมพนุ ธุผานส่อุ รูุปแบบตางุๆุการจดุ นุทรรศการ/มหกรรมุ วุชาการุกศน. การจัดการศึกษาและการเรียนรูในสถานการณการแพรระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ของสานักงาน กศน. จากสถานการณการแพรระบาดของเช้อไวรสโคโรนาุ2019ุ(COVID - 19)ุเมุ่อเดอนธนวาคมุ2562ุ สงผลกระทบตอระบบการจดการเรยนการสอนของไทยในทกระดบช้นุซ่ึุงรฐบาลและกระทรวงศึกษาธการุ ไดออกประกาศและมมาตรการเฝาระวงเพ่อุ ปองกนการแพรกระจายของเชุอ้ ไวรสดงกลาวุอาทุกาหนดใหมุ การเวนระยะหางทางสงคมุ(Social Distancing) หามการใชอาคารสถานท่ของโรงเรยนและสถาบนการศึกษาุ ทกุ ประเภทุเพุ่อจดุ การเรุยนการสอนุการสอบุฝกอบรมุหรอุ การทากจุ กรรมใดุๆุท่มผูเขารวมเปนจานวนมากุ การปดสถานศึกษาดวยเหตุพุเศษุ การกาหนดใหใชวธุ ุการจดการเรยนการสอนรูปแบบใหมุอาทุการจดุ การเรยนรูุ แบบออนไลนุการจดการเรยนรูุผานระบบการออกอากาศทางโทรทศนุวทยุและโซเซยลมเดยุตางุๆุรวมถึงุ การสอ่ สารแบบทางไกลหรอดวยวธุ ุอุเลก็ ทรอนุกส ในสวนของสานกุ งานุกศน.ุไดมการพฒนาุปรบรูปแบบุกระบวนการุและวุธุการดาเนุนงานในภารกจุ ตอเนอุ่ งตางุๆุในสถานการณการใชชวตประจาวนุและการจดการเรยนรูเพ่อรองรบการชวตแบบปกตวถใหมุ (New Normal) ซึุ่งกจกรรมการเรยนรูตางุๆุไดใหความสาคญกบการดาเนนงานตามมาตรการการปองกนุ การแพรระบาดของเชุ้อไวรสโคโรนาุ2019ุ(COVID - 19)ุอาทุการจดกจกรรมการเรยนรูทกประเภทุ หากมความจาเปนตองมาพบกลุมุหรออบรมสมมนาุทางสถานศึกษาตองมมาตรการปองกนทเุ่ขมงวดุมเจลุ แอลกอฮอลลางมอุผูรบบรการตองใสหนากากอนามยหรอหนากากผาุตองมการเวนระยะหางระหวางบคคลุ เนนการใชสุ่อดุจทุ ลุ และเทคโนโลยุออนไลนในการจุดการเรยุ นการสอน ~8~
คู่มอื การปฏิบตั ิงานหอ้ งสมุดประชาชนอาเภอภูพาน ประจาปงี บประมาณ ๒๕๖๔ ภารกจิ ตอเนือ่ ง 1. ดานการจดั การศึกษาและการเรยี นร 1.1 การศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพน้ ฐาน 1) สนบุ สนุนการจุดการศึุกษานอกระบบตงุ้ แตปฐมวยุ จนจบการศึุกษาข้นุ พุ้นฐานโดยดาเนุนการ ใหผูเรยนไดรบการสนบสนนคาจดซ้อหนงสอเรยนุคาจดกจกรรมพฒนาคณภาพผูเรยนุและคาจดการเรยน การสอนอยางท่วถงึ และเพยงพอเพอ่ เพ่มโอกาสในการเขาถึงบรการทางการศึกษาทม่ คณภาพโดยไมเสยคาใชจาย 2) จดการศึกษานอกระบบระดบการศึกษาข้นพุ้นฐานใหกบกลมเปาหมายผูดอยุ พลาดุ และขาดโอกาสทางการศึกุ ษาุผานการเรยุ นแบบเรุยนรูุดวยตนเองุการพบกลมุ ุการเรุยนแบบชนุ้ เรยุ นุและการจดุ การศึกุ ษาทางไกล 3) พฒนาประสทธภาพุคณภาพุและมาตรฐานการจดการศึกษานอกระบบระดบการศึกษาุ ข้นพุ้นฐานุท้งดานหลกสูตรรูปแบบ/กระบวนการเรยนการสอนุส่อและนวตกรรมุระบบการวุดและประเมุนผลุ การเรยนุและระบบการใหบรการนุกศกึ ษาในรูปแบบอุ่นุๆ 4) จดใหมการประเมนเพ่อเทยบระดบการศึกษาุและการเทยบโอนความรูและประสบการณุ ทุ่มความโปร งใสุยตธรรม ุตรวจสอบได ุ มมาตรฐานตามท่กาหนด ุและสามารถตอบสนองความต องการุ ของกลุมเปาหมายไดอยางมุประสุทธุภาพ 5) จดใหมกุจกรรมพฒนาคณภาพผูเรยนทุมคณภาพทุผูเรยนตองเรยนรูและเขารวมปฏบตุ กุจกรรมุเพุ่อเปนสวนหน่งึุของการจบหลกุ สูตุ รุอาทุกุจกรรมเสรมสรางความสามคคุกุจกรรมเกยุ่ วกบุ การปองกุนุ และแกไขปญหายาเสพตดการแขงขนกฬาุการบาเพ็ุญสาธารณประโยชนอยางตอเนอุ่ งุการสงเสรุมการปกครองุ ในระบอบประชาธปุ ไตยอุนมพุ ระมหากษตรยทรงเปนประมุขุกจกรรมลูกเสอุเนตรนารุและยวุ กาชาดุกุจกรรมุ จตอาสาุ และการจดต้งชมรม/ชมนมุ พรอมท้งเป ดโอกาสให ผูุเรยนนากจกรรมการบาเพ็ญประโยชน อุ่นุ ๆุ นอกหลกุ สูตุ รมาใชเพ่มุ ชุ่วโมงกุจกรรมใหผูุเรยุ นจบตามหลุกสูตุ รได 1.2 การสงเสริมการรหนังสอ 1) พุฒนาระบบฐานขอมูลผูไมรูหนุงสอุใหมความครบถวนุถูกตองุทนสมยและเปนระบบ เดยุ วกุนุ ท้งสวนกลางและสวนภูุมภุ าค 2) พุฒนาและปรุบปรุงหลุกสูตุ รุสุ่อุแบบเรุยนเครอุ่ งมุอวุดผลและเครุ่องมอุ การดาเนุนงานการ สงเสรมการรูหนุงสอท่สอดคลองกบสภาพและบรบทของแตล ะกลุมเปาหมาย 3) พุฒนาครูุกศน.ุและภาคเครอขายทุรวมจดการศึุกษาุใหมุความรูุความสามารถุและทุกษะการุ จดกระบวนการเรยนรูใหกบผูไมรูหนงสออยางมประสทธภาพุและอาจจดใหมอาสาสมุครสงเสรมการรูุหนุงสุอในุ พ้นุ ทท่ ม่ ความตองการจาเปนเปนพเุศษ 4) สงเสรมุสนบสนนใหสถานศกึ ษาจดกจกรรมสงเสรมการรูหนงสอุการคงสภาพการรูุหนงุสุอุ การพฒนาทกษะการรูหนงสอใหกบประชาชนเพ่อเปนเคร่องมอในการศึกษาและเรยนรูอยางตอเน่องตลอดชวตุ ของประชาชน 1.3 การศกึ ษาตอเนอ่ ง 1)ุจดการศึกษาอาชพเพ่อการมงานทาอย างย่งยนุโดยให ความสาคญกบการจดการศึกษา อาชพเพ่อการมงานทาในกลมอาชพเกษตรกรรมุอตสาหกรรมุพาณชยกรรมุคหกรรมุและอาชพเฉพาะทางหรอ การบรการุรวมถงึ การเนนอาชพชางพ้นฐานุท่สอดคลองกบศกยภาพของผเู รยนุความตองการและศกยภาพของ แตละพ้นทุ่มคณภาพไดมาตรฐานพฒนาประเทศุตลอดจนุสรางความเขมแข็งใหกบศูนยฝกอาชพชมชนุโดย ~9~
จดใหมการสงเสรมการรวมกลมวสาหกจชมชนุการพฒนาุหนึ่งตาบลหนึ่งอาชพุเดนุการประกวดสนคาุุุุุุุุุุุุุุุ ดพรเม่ยมุการสรางแบรนดของุกศน.ุรวมถึงการคสูม่ งือเกสารรปมฏแบิ ตัลิงะานจหด้องหสามดุชปอรงะชทาาชนงอกาาเภรอจภาูพหานนปารยะสจานปคีงบาปแระลมะาณผล๒ต๕๖ภ๔ณฑ และใหมการกากบุตดตามุและรายงานผลการจดการศกึ ษาอาชพุเพ่อการมงานทาอยางุเปนระบบและตอเน่อง 2) จดการศึกษาเพ่อพฒนาทกษะชวตใหกบทกกลมเปาหมายุโดยเฉพาะคนพการุผูสูงอายุุุุุุุ ท่สอดคลองกบความตองการจาเปนของแตละบคคลุและมงเนนใหทกกลมเปาหมายมทกษะการดารงชวต ตลอดจนุสามารถประกอบอาชพพ่งึ พาตนเองไดมความรูความสามารถในการบรหารจดการชวตของตนเองใหอยู ในสงคมุไดอยางมความสขสามารถเผชญสถานการณตางุๆุท่เกดขึ้นในชวตประจาวนไดอยางมประสทธภาพุ และเตรยมพร อมสาหรบการปรบตวให ทนต อการเปล่ยนแปลงของข าวสารข อมูลและเทคโนโลยสมยใหม ใน อนาคตุโดยจดกจกรรมท่มเน้อหาสาคญตางุๆุเชนุการอบรมจตอาสาุการใหความรูเพ่อการปองการการแพร ระบาดุของเช้อไวรสโคโรนาุ2019 (COVID - 19) การอบรมพฒนาสขภาพกายและสขภาพจตุการอบรม คณธรรมุและจรยธรรมุการปองกนภยยาเสพตดุเพศศกึ ษาุการปลูกฝงและการสรางคานยมทพ่ ึงประสงค ความ ปลอดภยุในชวตและทรพยสนุผานการอบรมเรยนรูในรูปแบบตางุๆุอาทุคายพฒนาทกษะชวตุการจดต้ง ชมรม/ชมนมุการอบรมสงเสรมความสามารถพเศษตางุๆุเปนตน 3) จดการศึกษาเพุ่อพฒนาสงคมและชมชนุโดยใชหลกสูตรและการจดกระบวนการเรยนรูุ แบบบูรณาการในรูปแบบของการฝ กอบรมการประชมุ สมมนาุการจดเวทแลกเปลุ่ยนเรยนรูการจดกจกรรมุ จตอาสาุ การสร างชมชนนกปฏบต ุ และรูปแบบอุ่นๆุ ทุเหมาะสมกบกล มเป าหมายุ และบรบทของชมชนุ แตละพนุ้ ทุเคารพความคดุ ของผูุอนุ่ ุยอมรบุ ความแตกตางและหลากหลายทางความคุดและอดุ มการณุรวมท้งุสุงคมุ พหุวุฒนธรรมุโดยจดกระบวนการใหบคคลรวมกลมุ เพ่อแลกเปล่ยุ นเรยุ นรูุรวมกุนุสรางกระบวนการจตุ สาธารณะุ การสรางจตุ สานึกุ ความเปนประชาธุปไตยุการเคารพในสุทธุและเสรุภาพุและรบุ ผุดชอบตอหนาทุ่ความเปนพลเมอุ งุ ท่ดภายใตการปกครองระบอบประชาธปไตยอนมพระมหากษตรยเปนประมขุการสงเสรมคณธรรมุจรยธรรมุ การเปนจตุ อาสาุการบาเพ็ุญประโยชนในชุมชนการุบรุหารจุดการน้ำุุการรบุ มุอกุบสาธารณภุยุการอนรกษพลงงานุ ทรพุ ยากรธรรมชาตแุ ละส่งุแวดลอมุการชวยเหลอซงึ่ กนและกนในการพุฒนาสงคมและชมุ ชนอยางยุ่งยุน 4) การจดกจกรรมการเรุยนรูุตามหลุกปรชุ ญาเศรษฐกุจพอเพยุ งผานกระบวนการเรุยนรูุตลอดชวุ ุตุ ในรูปุ แบบตางุๆุใหกบประชาชนุเพอุ่ เสรมสรางภูุมคมกนุสามารถยนุ หยดุ อยูไดอยางม่นคงุและมการบรุหาร จดุ การุ ความเสุ่ยงอยางเหมาะสมุตามทศุ ทางการพฒุ นาประเทศสูุความสมดลุ และย่งุยนุ 1.4 การศึกษาตามอัธยาศัย 1) พุฒนาแหลงการเรุยนรูทุ ุ่มุบรรยากาศและสภาพแวดลอมทุ่เอุอ้ ตอการอานและพุฒนาศุกยภาพุ การเรยนรูใหเกดขึุ้นในสงคมไทยุใหเกดขึุ้นอยางกวางขวางและทุวถึงุเชนุการพฒนาุกศน.ุตาบลุหองสมดุ ประชาชนทกแหงใหมการบรการท่ทนสมยุสงเสรมและสนบสนนอาสาสมุครสงเสรุมการอานุการสรางเครอุ ขายุ สงเสรมการอานุจดหนวยบรการหองสมดเคล่อุ นทุ่ หองสมุดชาวตลาดุพรอมหนงสอและอปกรณเพ่อจดุ กุจกรรมุ สงเสรมการอานและการเรยนรูท่หลากหลายใหบรการกบประชาชนในพ้นท่ตางุๆุอยางทุ่วถึงุสม่าเสมอุรวมทุ้งุ เสรมุ สรางความพรอมในดานบุคลากรุส่ออปกรณเพ่อสนบสนนการอานุและการจดกจกรรมเพ่อสงเสรมการอานุ อยางหลากหลายรูปุ แบบ 2) จดสรางและพฒุ นาศูนยวุทยาศาสตรเพุ่อการศึกุ ษาุใหเปนแหลงเรยนรวู ุทยาศาสตรตลอดชุวตุ ของประชาชนุเปนแหลงสรางนวุตกรรมฐานวุทยาศาสตรและเปนแหลงทองเทุยวเชุงศุลปะวุทยาการประจาท้องถ่นุ โดยจดทาและพฒนานทรรศการส่อและกจกรรมการศึกษาท่เน นการเสรมสรางความรูและสรางแรงบนดาลใจุ ดานวทยาศาสตรสอดแทรกวธการคดเชงวเคราะหุการคดเชงสรางสรรคุและปลูกฝงเจตคตทางวทยาศาสตรุ ผานการกระบวนการเรยุ นรูุทุบูุรณาการความรูุดานวุทยาศาสตรุควบคูกุ บุ เทคโนโลยุวศุ วกรรมศาสตรและคณุตศาสตรุ ~ 10 ~
ค่มู อื การปฏบิ ัตงิ านหอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอภพู าน ประจาปงี บประมาณ ๒๕๖๔ รวมทุ้งสอดคลองกบหลกปรชญาของเศรษฐกจพอเพยงุบรบทของชมชนุและประเทศุรวมทุ้งระดบภูมภาคุ และระดบุ โลกเพ่อุ ใหประชาชนมคุ วามรูุและสามารถนาความรูแุ ละทุกษะไปประยุกตใชในการดาเนุนชวุ ตุ ุการพุฒนา อาชพุการรุกษาสุ่งแวดลอมุการบรรเทาและปองกุนภยุ พุบตุ ทุ างธรรมชาตุรวมทงุ้ มุความสามารถในการปรบุ ตว รองรบผลกระทบจากการเปล่ยนแปลงของโลกท่เปนไปอยางรวดเร็วและรนแรงุ(Disruptive Changes) ไดอยางุ มประสทธภาพ 3) ประสานความรวมมอหนวยงานุองคกรุหรอภาคสวนตางุๆุท่มแหลงเรยนรูอ่นุๆุเพ่อุุุุุุุุุุุุุุ สงเสรมการจดการศึกษาตามอธยาศยใหมรูปแบบท่หลากหลายุและตอบสนองความตองการของประชาชนุเชนุ พพธภณฑ ศูนยเรยนรู แหลงโบราณคดุวดุศาสนาสถานุหองสมดุรวมถึงภมู ปญญาท้องถ่นุเปนตน 2. ดานหลักสตร ส่อรปแบบการจดั กระบวนการเรียนร การวดั และประเมินผลงานบริการทางวิชาการ และการประกันคุณภาพการศึกษา 2.1 สงเสริมการพัฒนาหลักสตร รปแบบการจัดกระบวนการเรียนรและกิจกรรมเพ่อสงเสรมุ การศึุกษานอกระบบและการศึกุ ษาตามอุธยาศยุ ทหุ่ ลากหลายุทุนสมุยุรวมถึงุการพุฒนาหลกุ สูุตรฐานสมรรถนะุและุ หลกสตู รท้องถน่ ท่สอดคลองกบสภาพบรบทของพุ้นทุและความตองการของกลุมเปาหมายและชุมชน 2.2 สงเสริมการพัฒนาส่อแบบเรียน ส่ออิเลกทรอนิกสและส่ออ่น ๆ ทุเอุอ้ ตอการเรยุ นรูขุ องผูเุรุยนุ กลุมเปาหมายทุ่วไปและกลมุ เปาหมายพุเศษุเพุ่อใหผเู รยนสามารถเรยนรไู ดทกทุทกเวลา 2.3 พัฒนารปแบบการจัดการศึกษาทางไกลใหมีความทันสมัย หลากหลายชองทางการเรยนรูุ ดวยระบบหองเรุยนและการควบคุมการสอบรูุปแบบออนไลน 2.4 พัฒนาระบบการประเมินเพ่อเทียบระดับการศึกษา และการเทียบโอนความรและประสบการณ เพุอ่ ใหมคณภาพุมาตรฐานุและสามารถตอบสนองความตองการของกลุมเปาหมายไดอยางมุประสุทธุภาพุรวมทุง้ ุ มุการประชาสมุ พนุ ธใหสาธารณชนไดรุบรูุและสามารถเขาถึงุระบบการประเมุนได 2.5 พัฒนาระบบการวัดและประเมินผลการศึกษานอกระบบทุกหลักสตร โดยเฉพาะหลกสูตรุ ในระดบการศึกษาข้นพุ้นฐานใหไดมาตรฐานโดยการนาแบบทดสอบกลางุและระบบการสอบอเล็กทรอนกสุ (e-Exam) มาใชอยางมุประสุทธภุ าพ 2.6 สงเสริมและสนับสนุนการศึกษาวิจัยเพอุ่ พุฒนาหลกุ สูตุ รุรูปุ แบบการจดุ กระบวนการเรุยนรูุ การุ วดุ และประเมุนผลุและเผยแพรรูุปแบบการจดุ ุสงเสรมุและสนบุ สนุนการจุดการศึุกษานอกระบบและ การศึุกษาุ ตามอุธยาศุยุรวมท้งใหมการนาไปสกู ารปฏุบุตุอยางกวางขวางและมการพุฒนาใหเหมาะสมกบบรบทอย างตอเนุ่อง 2.7 พัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาใหไดมาตรฐาน มกุ ารพุฒนาระบบการประกนุ คณภาพภายในท่สอดคลองกบบรบทและภารกจของุกศน.ุมากขุ้นึ ุเพ่อพรอมรบการประเมนคณภาพภายนอกุ โดยพฒนาบคลากรใหมความรูุความเขาใจุตระหนกถึงความสาคญของระบบการประกนคณภาพุและสามารถุ ดาเนุนการประกุนคณุ ภาพภายในของสถานศึกุ ษาไดอยางตอเนุอ่ งโดยใชการประเมุนภายในดวยตนเองุและจุดใหมุ ระบบสถานศึกษาพเุ่ ลุ้ยงเขาไปสนบสนนอยางใกลชดุสาหรบสถานศึกษาทยุ่ งไมไดเขารบการประเมนคณภาพุ ภายนอกุใหพุฒนาคณุ ภาพการจุดการศึุกษาใหไดคุณภาพตามมาตรฐานทุ่กาหนด 3. ดานเทคโนโลยีเพ่อการศึกษา 3.1 ผลิตและพัฒนารายการวิทยุและรายการโทรทัศนเพ่อการศึกษาเพอุ่ ใหเชุ่อมโยงและตอบสนองุ ตอการจดุ กจุ กรรมการศึุกษานอกระบบและการศึุกษาตามอธุ ยาศุยของสถานศึุกษาเพุ่อกระจายโอกาสทางการศึกุ ษาุ สาหรุบกลุมเปาหมายตางุๆุใหมทุ างเลอุ กในการเรุยนรูุทุ่หลากหลายและมคุ ณุ ภาพุสามารถพฒุ นาตนเองใหรูุเทาทุนุ ~ 11 ~
ค่มู ือการปฏิบตั งิ านหอ้ งสมุดประชาชนอาเภอภพู าน ประจาปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ส่อุ และเทคโนโลยสุ ารสนเทศเพอุ่ การส่อุ สารุเชนุรายการพฒุ นาอาชพุ เพ่อุ การมุงานทาุรายการตวุ เขมเตุมเต็ุมความรูุ รายการุรายการทากนก็ไดุทาขายก็ดุฯลฯุเผยแพรทางสถานวทยศึกษาุสถานวทยโทรทศนเพุ่อการศึกษาุ กระทรวงศึุกษาธุการุ(ETV) และทางอนุ เทอรเนต็ุ 3.2 พัฒนาการเผยแพรการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยโดยผานระบบุ เทคโนโลยดจทลุและชองทางออนไลนตางุๆุเชนุYoutube Facebook หรอุApplication อุ่นุๆุเพ่อสงเสรมุ ใหครุู กศน.ุนาเทคโนโลยุดุจทลมาใชในการสรางกระบวนการเรุยนรูดุ วยตนเองุ(Do It Yourself : DIY) 3.3 พัฒนาสถานีวิทยุศึกษาและสถานีโทรทัศนเพอการศึกษาเพุ่อเพุ่มประสทธภาพการผลตุ และการออกอากาศใหกลมเปาหมายสามารถใชเปนชองทางการเรยนรูุทุมคณภาพไดอยางตอเน่องตลอดชวตุ โดยขยายเครอขายการรบฟงใหสามารถรบฟงไดทกทุ่ทกเวลาุครอบคลมพุ้นทุ่ท่วประเทศและเพ่มชองทางุ ใหสามารถรบชมรายการโทรทศนไดท้งระบบุKu - Band C - Band Digital TV และทางอนเทอรเน็ตุพรอมทจุ่ ะุ รองรบการพุฒนาเปนสถานวุ ทุ ยโทรทศนเพุ่อการศกึ ษาสาธารณะุ(Free ETV) 3.4 พัฒนาระบบการใหบริการส่อเทคโนโลยีเพ่อการศึกษาเพุ่อใหไดหลายชองทางท้งทางุ อนุ เทอรเน็ตุ ุและรูุปแบบอ่นุ ุๆุอาทุApplication บนโทรศพุ ทเคลุ่อนทุ่ และุTablet รวมท้งส่อุOffline ในรูุปแบบุ ตางุๆุเพุอ่ ใหกลมเปาหมายสามารถเลอกใชบรการเพุ่อเขาถึงโอกาสทางการศึกษาและการเรยนรูไดตามความุุุุุุุุุุุุุุุุุ ตองการุ 3.5 สารวจ วิจัย ติดตามประเมินผลดานการใชส่อเทคโนโลยเี พอ่ การศึกษาอยางตอเนอ่ งเพุ่อนาผลุ มาใชในการพฒนางานใหมความถูกตองุ ทนสมยและสามารถสงเสรมการศึกษาและการเรยนรูุตลอดชวต ของประชาชนไดอยางแทจรงุ 4. ดานโครงการอันเนอ่ งมาจากพระราชดาริ หรอโครงการอนั เก่ียวเน่องจากราชวงศ 4.1 สงเสริมและสนับสนุนการดาเนินงานโครงการอันเนอ่ งมาจากพระราชดาริหรอโครงการ อันเกย่ี วเน่องจากราชวงศ 4.2 จัดทาฐานขอมลโครงการและกิจกรรมของ กศน.ที่สนองงานโครงการอันเน่องมาจาก พระราชดาริหรอโครงการอันเกยี่ วเน่องจากราชวงศเพ่อนาไปใชในการวางแผนุการตุดตามประเมนุ ผลและการุ พฒุ นางานไดอยางมุประสุทธภุ าพ 4.3 สงเสรมิ การสรางเครอขายการดาเนินงานเพอ่ สนบสนนโครงการอนเนอ่ งมาจากพระราชดารุ เพุ่อใหเกดความเขมแข็งในการจดการศึกษานอกระบบและการศึุกษาตามอุธยาศุย 4.4 พัฒนาศนยการเรียนชุมชนชาวไทยภเขา “แมฟาหลวง”เพุ่อใหมความพรอมในการจดุ การศึุกษาุนอกระบบและการศึกุ ษาตามอุธยาศยุ ตามบทบาทหนาทุ่ทุ่กาหนดไวอยางมุประสทุ ธภุ าพ 4.5 จัดและสงเสริมการเรียนรตลอดชีวิตใหสอดคลองกับวิถีชีวิตของประชาชนบนพ้นท่ีสง ถิ่นทรุ กันดาร และพ้นท่ชี ายขอบ 5. ดานการศึกษาในจังหวดั ชายแดนภาคใต พ้นทเ่ี ขตเศรษฐกิจพิเศษและพ้นที่บริเวณชายแดน 5.1 พัฒนาการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในจังหวัดชายแดนภาคใต 1) จดและพฒนาหลกสูตรุและกจกรรมสงเสรมการศึกษาและการเรยนรูท่ตอบสนองปญหาุ และความตองการของกลมเปาหมายรวมท้งอุตลกษณและความเปนพหวุฒนธรรมของพุ้นท่ 2) พฒุ นาคณภาพการศึกษานอกระบบระดุบการศึกษาข้นพุ้นฐานอยางเขมขนและตอเน่องเพุ่อ ใหุผเู รยนสามารถนาความรูท่ไดรบไปใชประโยชนไดจรง ~ 12 ~
คมู่ ือการปฏิบตั ิงานหอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอภพู าน ประจาปงี บประมาณ ๒๕๖๔ 3) ใหหนวยงานและสถานศึกษาจดใหมมาตรการดูแลรกษาความปลอดภยแกบคลากรและุ นกุ ศึกษาุกศน.ตลอดจนผมู าใชบรการอยางท่วถงึ 5.2 พัฒนาการจัดการศึกษาแบบบรณาการในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 1) ประสานความรวมมอกบหนวยงานท่เก่ยวของในการจดทาแผนการศึกษาตามยทธศาสตรุ และบรบทของแตละจงหวุดในเขตพฒุ นาเศรษฐกจพุเศษ 2) จดทาหลกสูตรการศึกษาตามบรบทของพุ้นทุโดยเนนสาขาท่เปนความตองการของตลาดุ ใหเกุดการพฒุ นาอาชพุ ไดตรงตามความตองการของพุน้ ทุ่ 5.3 จัดการศึกษาเพ่อความมั่นคงของศนยฝกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดน (ศฝช.) 1) พฒนาศูนยฝกและพฒนาอาชพราษฎรไทยบรเวณชายแดนุเพ่อใหเปนศูนยฝกและสาธตุ การประกอบอาชพดานเกษตรกรรมุและศูนยการเรยนรูตนแบบการจดกจกรรมตามแนวพระราชดารปรชญาุ เศรษฐกจพอเพยงุสาหรบประชาชนตามแนวชายแดนดวยวธการเรยนรูทหลากหลาย 2) มงจดและพฒนาการศึกษาอาชพโดยใชวธการหลากหลายใชรูปแบบเชงรกเพ่อการเขาถึงุ กลมุุุุุุุุุุุุุุุเปาหมายุเชนุการจดมหกรรมอาชพุการประสานความรวมมอกบเครอขายุการจดอบรมแกน นาดานอาชพุท่เนนเร่องเกษตรธรรมชาตท่สอดคลองกบบรบทของชมชนชายแดนุใหแกประชาชนตามแนว ชายแดน 6. ดานบุคลากรระบบการบรหิ ารจัดการ และการมสวนรวมของทกุ ภาคสวน 6.1 การพัฒนาบุคลากร 1) พฒนาบคลากรทกระดบทกประเภทใหมสมรรถนะสูงข้ึนอยางตอเน่องุท้งกอนและระหวางุ การดารงตาแหนงเพ่อุ ใหมเจตคตทุ ดุ ใุนการปฏุบุตงุานใหมความรแู ละทกษะตามมาตรฐานตาแหนงุใหตรงกบุ สายงานุ ความชานาญุและความตองการของบุคลากรสามารถปฏบุ ุตงุานและบรุหารจดุ การการดาเนนุ งานของหนวยงานและุ สถานศึกษาได อย างมประสทธภาพรวมท้งส งเสรมให ข าราชการในสงกดพฒนาตนเองเพ่อเล่อนตาแหน งุ หรอุ เล่อุ นวทุ ยฐานะโดยเนนการประเมุนวทุ ยฐานะเชงุประจกุ ษ 2) พฒนาศึกษานเทศกุกศน.ุใหมสมรรถนะท่จาเปนครบถวนุมความเปนมออาชพุสามารถุ ปฏบตการนเทศได อย างมศกยภาพ ุเพุ่อร วมยกระดบคณภาพการจดการศึกษานอกระบบและการศึกษา ุ ตามอุธยาศุยในสถานศึกุ ษา 3) พุฒนาหุวหนาุกศน.ตาบล/แขวงใหมุสมรรถนะสูงุข้นุึ ุเพุ่อการบรหุ ารจดุ การุกศน.ตาบล/แขวงุ และการปฏบตงานตามบทบาทภารกจอย างมประสทธภาพุ โดยเนนการเป นนกจดการความรู และผูอานวยุ ความสะดวกในการเรยนรูเพุ่อใหผูเรยนเกดการเรยนรทู ม่ ประสทธภุ าพอยางแทจรง 4) พุฒนาครูุกศน.ุและบุคลากรทุเกยุ่ วของกบุ การจดุ การศึุกษาใหสามารถจุดรูปุ แบบการเรยุ นรูุ ไดอยางมคุ ณุ ภาพโดยสงเสรุมใหมุความรูคุ วามสามารถในการจดุ ทาแผนการสอนุการจุดกระบวนการเรุยนรูุการวดุ และประเมุนผลุและการวุจุยเบ้อุ งตน ~ 13 ~
คู่มอื การปฏบิ ัติงานห้องสมดุ ประชาชนอาเภอภูพาน ประจาปงี บประมาณ ๒๕๖๔ 5) พฒนาศกยภาพบคลากรุทุ่รบผดชอบการบรการการศึกษาและการเรยนรูุใหมความรูุ ความสามารถและมุความเปนมุออาชพุ ในการจดุ บรกุ ารสงเสรุมการเรยุ นรูุตลอดชุวตุ ของประชาชน 6) สงเสรมใหคณะกรรมการุกศน.ุทกระดบุและคณะกรรมการสถานศกึ ษาุมสวนรวมในการุ บรหุ ารการดาเนนุ งานตามบทบาทภารกุจของุกศน.อยางมุประสทุ ธภุ าพ 7) พฒนาอาสาสมครุกศน.ุใหสามารถทาหนาทุ่สนบสนนการจดการศึกษานอกระบบและุ การศึุกษาตามอธุ ยาศยุ ไดอยางมุประสทุ ธุภาพ 8) พฒนาสมรรถนะและเสรมสรางความสมพนธระหวางบคลากรรวมท้งภาคเครอขายทุ้งในุ และตางประเทศในทกุ ระดุบุโดยจดใหมกจกรรมเพ่อเสรมสรางสมพนธภาพและเพ่มประสทธภาพในการทางานุ รวมกนในรูปแบบท่หลากหลายอยางตอเน่องอาทุการแขงขนกฬาุการอบรมเชงปฏบตการพฒนาประสทธภาพุ ในการทางาน 6.2 การพัฒนาโครงสรางพ้นฐานและอัตรากาลัง 1) จดุ ทาแผนการพุฒนาโครงสรางพนุ้ ฐานและดาเนุนการปรบุ ปรุงสถานทุ่และวสุ ดอุ ปุ กรณุใหมุ ความพรอมในการจุดการศึุกษาและการเรุยนรูุ 2) สรรหาุบรรจุแตงตงุุ้และบรหารอุตรากาลุงทุ่มอุ ยูทุ้งในสวนทุ่เปนขาราชการุพนกุ งานราชการุ และลกู จางุใหเปนไปตามโครงสรางการบรุหารและกรอบอุตรากาลุงุรวมทุ้งรองรุบกุบบทบาทภารกจุ ตามทกุ่ าหนดไวุ ใหเกดประสุทธภุ าพสูุงสดุ ในการปฏุบุตุงาน 3) แสวงหาความรวมมอจากภาคเครอขายทกภาคสวนใารระดมทรพยากรเพุ่อนามาใชุใน การปรบปรงโครงสรางพุ้นฐานใหมความพรอมสาหรบดาเนนกจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาุ ตามอุธยาศยุ ุและการสงเสรมุ การเรยุ นรูุสาหรบุ ประชาชน 6.3 การพัฒนาระบบบริหารจัดการ 1) พฒนาระบบฐานขอมูลใหมความครบถวนุถูกตองุทนสมยุและเชุ่อมโยงกนท่วประเทศุ อย างเป นระบบเพุ่อให หนวยงานและสถานศึกษาในสงกดสามารถนาไปใช เปนเคร่องมอสาคญในการบรหาร ุ การวางแผนุการปฏบุ ุตุงานุการตุดตามประเมุนผลุรวมท้งุจดุ บรการการศึุกษานอกระบบและการศึุกษาตามอธยาศยุ ุ อยางมุประสุทธุภาพ 2) เพ่มุ ประสทุ ธุภาพการบรุหารจุดการงบประมาณุโดยพฒุ นาระบบการกากบุ ุควบคุมุและเรงรดุ ุ การเบกุ จายงบประมาณใหเปนตามเปาหมายทุ่กาหนดไว 3) พฒนาระบบฐานขอมูลรวมของนกศึกษาุกศน.ุใหมความครบถวนุถูกตองุทนสมยุและุ เชุ่อมโยงกนุ ทวุ่ ประเทศุสามารถสุบคนและสอบทานไดทุนความตองการเพุอ่ ประโยชนในการจุดการศึุกษาใหกุบุ ผเู รยนและการบรหารจดการอยางมประสทธภุ าพ 4) สงเสรมใหมการจดการความรูในหนวยงานและสถานศึกษาทกระดบุรวมทุ้งการศกึ ษาวจยุ เพุ่อสามารถนามาใชในการพฒนาประสทธภาพการดาเนนงานทุ่สอดคลองกบความตองการของประชาชนุ และชุมชนพรอมท้งพุฒนาขดความสามารถเชุงการแขงขนของหนวยงานและสถานศกึ ษา 5) สรางความรวมมุอของภาคุเครอขายทุกภาคสวนุทุ้งภาครฐุ ุเอกชนุประชาสงุคมทุง้ ในประเทศุ และตางประเทศุรวมท้งสงเสรมและสนบสนนการมสวนรวมของชุมชนเพอุ่ สรางความเขาใจุและใหเกดความรวมมอุ ุ ในการสงเสรมุสนบุ สนนุ ุและจดการศกึ ษาและการเรยนรูใหกบประชาชนอยางมคณภาพ ~ 14 ~
คมู่ อื การปฏิบตั ิงานห้องสมดุ ประชาชนอาเภอภพู าน ประจาปงี บประมาณ ๒๕๖๔ 6) สงเสรมการใชระบบสานกงานอเุล็กทรอนกสุ(e -office) ในการบรหุ ารจุดการุเชนุระบบการุ ลาุระบบสารบรรณอุเล็ุกทรอนกุ สุระบบการขอใชรถราชการุระบบการขอใชหองประชุมุเปนตน 7) พฒนาและปรบระบบวธการปฏบตราชการใหทนสมยุมความโปรงใสุปลอดการทจรตุ และประพฤตมุ ชอบุบรหารจดการบนขอมูลและหลกฐานเชุงประจกษุมงผลสมฤทธุม์ ความโปรงใส 6.4 การกากับ นิเทศติดตามประเมิน และรายงานผล 1) สรางกลไกการกากุบุนุเทศุตดุ ตามุประเมุนุและรายงานผลการดาเนนุ งานการศึุกษานอกระบบุ และการศกึ ษาตามอธุ ยาศยใหเชุ่อมโยงกบหนวยงานุสถานศกึ ษาุและภาคเครอขายท้งระบบ 2) ใหหนวยงานและสถานศึกษาท่เก่ยวของทกระดบุพฒนาระบบกลไกการกากบุ ุตดุ ตามและุ รายงานผลการนานโยบายสูการปฏบตุใหสามารถตอบสนองการดาเนนงานตามนโยบายในแตละเร่องไดอยางมุ ประสทุ ธุภาพ 3) สงเสรมการใชเทคโนโลยสารสนเทศและการส่อสารุและส่ออ่นุๆุทุ่เหมาะสมุเพอุ่ การกากุบุ นเุทศุตุดตามุประเมุนผลุและรายงานผลอยางมปุ ระสุทธภุ าพ 4) พฒุ นากลไกการตดุ ตามประเมุนผลการปฏบุ ุตรุาชการตามคารบุ รองการปฏบุ ตุ ุราชการประจาปุ ของหนวยงานุสถานศึุกษาุเพุ่อการรายงานผลตามตุวชุ้วุดในคารุบรองการปฏบุ ุตุราชการประจาปุของสานกุ งานุ กศน.ใหดาเนนุ ไปอยางมุประสุทธภุ าพุเปนไปตามเกณฑุวุธกุ ารุและระยะเวลาทกุ่ าหนด 5) ใหมุการเชุ่อมโยงระบบการนเุทศในทกุ ระดบุ ุทุ้งหนวยงานภายในและภายนอกองคกรุต้งุแตุ สวนกลางุภูมภาคุกลุมจงหวดุจงหวดุอาเภอ/เขตุและตาบล/แขวงุเพุ่อความเปนเอกภาพในการใชขอมูลุ และการพฒุ นางานการศึุกษานอกระบบและการศึกุ ษาตามอธุ ยาศยุ ~ 15 ~
บทที่ ๓ การดาเนินงานหอ้ งสมุดประชาชน การดาเนินงานของห้องสมดุ การดําเนินงานของหอ้ งสมุดใหบ้ รรลุวัตถุประสงค์ ผ้ปู ฏบิ ัตงิ านตอ้ งผา่ นการเรียนทฤษฎีและ ฝึก ปฏิบัติโดยการฝึกงานมาทุกด้านเพื่อมาทํางานในห้องสมุดได้อย่างครบวงจร การดําเนินงานห้องสมุด เป็นการใช้วิชาชีพบรรณารักษศาสตร์ ในการรู้จักทรัพยากรสารสนเทศทุกประเภท รู้หลักการคัดเลือก ทรัพยากร ให้ตรงกับเป้าหมายขององค์กร และสอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้ รู้ระบบการจัด หมวดหมู่ และจําแนกเนื้อหาให้เป็นระบบรู้วิธีการจัดเก็บทรัพยากรห้องสมุดให้เป็นระบบ รู้วิธีค้นหา ข้อมูลจากส่ือทกุ ประเภท รู้วิธีให้บริการสารสนเทศ สามารถแนะนําการอ่าน การใช้ ทรัพยากรห้องสมดุ การสืบค้นข้อมูลแกผ่ ู้ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งจัดกิจกรรมส่งเสรมิ การอ่าน วางแผนปฏิบัติงาน/ โครงการ จัดสรรงบประมาณประจําปี และมีนโยบายที่แน่นอน การดําเนินงานห้องสมุด สามารถแบ่งได้ เปน็ 3 งาน ดังน้ี 1.งานบรหิ ารทวั่ ไป 1.1 จดั ทาํ แผนการดําเนินงานและการพัฒนาห้องสมุดประชาชน 1.2 จดั ทําทะเบยี นรับ – สง่ หนงั สือ 1.3. งานการเงินและวัสดุ 1.4 อํานวยความสะดวกแกผ่ ใู้ ช้บริการทง้ั ภายในและภายนอกห้องสมดุ 1.5 ประชาสัมพันธ์การบริการและจัดกิจกรรมหอ้ งสมุดประชาชน 1.6 จัดเกบ็ สถิติการใหบ้ ริการ การดําเนินงาน 1.7 พัฒนา/ ปรับปรงุ เว็บไซด์ห้องประชาชนอาํ เภอภูพาน 1.8 จัดทาํ รายงานผลการดําเนนิ งานประจําเดือน ประจาํ ปี 2. งานเทคนิค 2.1 จดั หา คัดเลอื กสือ่ ความรู้ ท้ังสอ่ื สิง่ พมิ พ์ สื่อโทรทัศน์ สอ่ื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ เพ่ือ สนองตอบความตอ้ งการของกลมุ่ เป้าหมาย 2.2 ประทบั ตรา ลงทะเบยี น ส่อื ความรทู้ ุกชนิด 2.3 บันทึกข้อมูลรายการหนังสือ/ส่ือ ลงในระบบเชื่อมโยงแหล่งเรียนรู้ และจัดทํา ระบบสืบค้นโดยใช้ระบบเชื่อมโยงแหลง่ เรียนรู้ 2.4 พิมพ์บาร์โค้ด ทะเบียนหนังสือ /ส่ือ พิมพ์ ลาเบล ติดสันหนังสือ/ส่ือ พร้อมติดที่ หนงั สอื ขน้ึ ชั้น 2.5 นําสารสนเทศข้ึนบริการ และดูแลเก็บสื่อให้เปน็ ระเบยี บร้อยตลอดเวลา
คมู่ อื การปฏิบตั ิงานห้องสมุดประชาชนอาเภอภพู าน ประจาปงี บประมาณ ๒๕๖๔ 2.6 ซ่อมแซ่ม เย็บเล่ม บํารุงรักษาสื่อสารสนเทศ วัสดุท่ีเสียหายพร้อมให้บริการ ตลอดเวลา 2.7 จัดหา วิเคราะห์ คัดเลือก สื่อข้อมูลท้องถิ่น จัดทําทะเบียน จัดทําระบบสืบค้น จัดระบบการบรกิ ารแกส่ มาชิกห้องสมุด ๒.๘ จัดนทิ รรศการเน่อื งในโอกาสต่างๆ เปน็ ต้น 3. งานบริการ 3.1 งานบรกิ ารภายในห้องสมุดประชาชน - บริการยมื – คนื สอื่ สารสนเทศ - บรกิ ารสืบค้นสารสนเทศด้วยระบบคอมพวิ เตอร์ บริการอินเตอรเ์ นต็ - บรกิ ารอ่าน การศึกษาค้นควา้ จากสือ่ ความรู้ทกุ ประเภท - บรกิ ารส่ืออเิ ลก็ ทรอนิกส์ทุกประเภท - บรกิ ารรบั บริจาคหนังสือ - บริการชว่ ยคน้ คว้า และตอบคําถาม - บรกิ ารการอ่าน การศึกษาค้นคว้าตามอธั ยาศัย - จัดหา แลกเปล่ียน ยืมสารสนเทศระหว่างห้องสมุดกับหน่วยงานอื่นและ การยืมระหว่างห้องสมุดและหอ้ งสมุดทเี่ ป็นเครอื ขา่ ยความร่วมมอื กัน - บริการสมัครสมาชกิ ห้องสมดุ 3.2 งานบริการภายนอกห้องสมุดประชาชน - จัดบริการความรู้ตามอัธยาศัย ส่งเสริม สนับสนุน การหมุนเวียนส่ือไปยัง บ้านหนังสอื ชมุ ชน ฯลฯ - จดั บรกิ ารรว่ มกับอําเภอเคลือ่ นท่ี และจังหวดั เคลือ่ นที่ - บรกิ ารรถโมบายเคลือ่ นท่ี ตามสถานศึกษาในชุมชน วิธีการดาเนนิ งานของหอ้ งสมดุ โดยยึดหลกั หอ้ งสมดุ 3 ดี คือ 1. หนงั สอื ดี หนงั สอื หรอื ส่อื การเรียนรทู้ ีอ่ ยใู่ นรปู ของสิ่งพิมพ์ ส่ืออิเลก็ ทรอนกิ ส์ สื่อมัลติมีเดีย หรือสื่ออนื่ ๆ ต้องมเี นอ้ื หาท่ดี ี มีคณุ ภาพ ไม่เปน็ พิษเป็นภัยตอ่ สงั คมประกอบดว้ ย 1) หนงั สือหรอื สอ่ื การเรียนร้ทู ี่มคี ุณภาพตอ้ งอาศัยสิ่งบ่งช้ดี งั นี้ • เน้อื หามีสาระ สง่ เสริมจนิ ตนาการ คณุ ธรรม จริยธรรม • ความถกู ตอ้ งของข้อมูล เชอ่ื ถือได้ มกี ารอา้ งองิ ถูกตอ้ ง • มภี าพและลายเส้นประกอบใหส้ อดคลอ้ งกบั เนือ้ หา • ใช้คาํ ท่ีอ่านง่าย เขา้ ใจงา่ ย 2) การจัดหาหนังสือหรือสอ่ื การเรยี นรทู้ ีม่ ีคุณภาพ ต้องอาศัยส่ิงบง่ ชีด้ ังนี้ ~ 18 ~
คมู่ ือการปฏิบตั ิงานหอ้ งสมุดประชาชนอาเภอภูพาน ประจาปีงบประมาณ ๒๕๖๔ • มนี โยบายการจดั หา • มคี ณะกรรมการคัดเลอื ก • มคี ณะกรรมการจดั ซื้อ • มมี ุมแนะนําหนงั สอื ดี • มกี ารหมุนเวยี นหนงั สอื เป็นประจาํ • มกี ารจัดทําฐานข้อมูลหนงั สือ • มีการสนับสนุนสอ่ื อเิ ล็กทรอนิกส์ 2. บรรยากาศดี บรรยากาศท่ีเอ้ือต่อการอ่านหนังสือ บริการในห้องสมุดอย่างเป็นกันเอง สะดวก สบาย ท่ีสําคัญต้องประหยัดพลังงาน และสะท้อนเอกลักษณ์ของชุมชนจัดสถานท่ีให้สะดวกแก่ ผู้เข้าใช้ บรรยากาศสวยงาม เพื่อดึงดูดให้ผู้ใช้บริการอยากเข้าไปอ่านหนังสือพร้อมทั้งจัดครุภัณฑ์ให้ เหมาะสม เพียงพอ ประกอบด้วย 1) บรรยากาศภายในห้องสมดุ ดี ต้องอาศยั สิง่ บง่ ช้ีดงั น้ี • บรรยากาศทั่วไปดี เช่น สะอาด โล่ง โปร่ง สบาย แสงสว่างเพียงพอ ต้นไม้ รม่ ร่นื • การจดั พ้ืนน่าสนใจ เช่น มมุ หนังสอื ท่ีหลากหลาย มุมเฟอรน์ เิ จอร์ ป้ายกํากบั ชดั เจน • การจดั หนงั สอื เช่น จัดวางหนังสอื ไดเ้ หมาะสม เขา้ ถึงงา่ ยใช้งานสะดวก 2) บรรยากาศภายนอกหอ้ งสมุดดี ต้องอาศยั ส่ิงบง่ ชดี้ ังนี้ • สถานทีเ่ ปน็ เอกเทศ ชุมชนเขา้ ถึงสะดวก มีส่ิงอํานวยความสะดวก • อาคารน่าสนใจดงึ ดดู ผูใ้ ชบ้ ริการ เชน่ ใช้สจี ดั บรรยากาศดว้ ยภาพตน้ ไม้ ฯลฯ • พืน้ ที่ไมค่ ับแคบ จัดสัดสว่ นใหเ้ หมาะตอ่ การใชบ้ ริการ • พื้นทปี่ รบั ไดต้ ามการใชง้ าน 3. บรรณารกั ษด์ ี บรรณารกั ษม์ ีความรู้ และมีความเป็นมืออาชีพในการปฏบิ ัติงานบรรณารักษ์ดี ประกอบด้วย 1) บรรณารกั ษม์ คี ุณภาพ ต้องอาศัยส่งิ บ่งชดี้ ังนี้ • มีความรคู้ วามสามารถในการบริหารจดั การห้องสมุด • มที กั ษะในการปฏิบตั ิงานในห้องสมุดดี เชน่ ดา้ นไอที ด้านการบรกิ าร และ ดา้ นการจดั กจิ กรรม 2) บรรณารักษ์มคี วามเปน็ มอื อาชพี ตอ้ งอาศัยส่ิงบง่ ช้ีดงั น้ี • มกี ระบวนการและข้นั ตอนในการทาํ งานในหอ้ งสมดุ • เปน็ นกั จัดกิจกรรมส่งเสรมิ การอา่ นอย่างตอ่ เน่อื ง ~ 19 ~
คมู่ อื การปฏิบตั ิงานหอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอภูพาน ประจาปีงบประมาณ ๒๕๖๔ • บริหารจดั การความร้ใู นรูปแบบใหม่ • เป็นนกั คดิ นักพฒั นา และนกั วางแผนในการใช้ไอทเี พอื่ การปฏบิ ัติงาน • เปน็ ผู้ประสานเครอื ขา่ ย • เปน็ ผ้นู ําด้านบรกิ ารใหม่ๆ • มคี วามภูมิใจในวชิ าชีพ 3) บรรณารกั ษ์มีจติ บรกิ ารตอ้ งอาศัยสิ่งบง่ ชี้ดงั นี้ • มที ศั นคตเิ ชงิ บวก • ติดตามและปรบั ตัวใหเ้ ข้ากบั สงั คมได้ตลอด • มีความคิดสรา้ งสรรค์ • บุคลกิ ภาพดี และมคี วามสุขในการทํางาน การจดั ห้องสมดุ 1. ความสะดวกในการเข้าออก ทางเข้าออกห้องสมุดจะต้องอยู่ในที่ซึ่งผู้เข้าใช้จะเข้าไปได้ โดยสะดวก ถา้ เปน็ อาคารเอกเทศก็ตอ้ งจดั ทางเข้าไวด้ ้านหนา้ ไม่ใชอ่ ย่ดู ้านข้างหรือด้านหลัง ถา้ เปน็ ห้อง ทางเขา้ ออกกค็ วรอยู่ตรงประตทู ต่ี ดิ ทางเดนิ เจ้าหน้าท่ีท่ีให้บริการ เช่น บริการยืมหนังสือ บริการตอบคําถาม ควรอยู่ในที่ซ่ึงผู้ติดต่อจะเข้า ไป หาได้โดยสะดวก คือใกล้ทางเขา้ ทางเดินไปยังช้ันหนังสือ หรือห้องหนังสือควรเป็นช่องทางที่กว้างพอ ไม่วกวน ไม่มี โต๊ะ เก้าอ้ี หรือครภุ ัณฑ์อืน่ ๆ ขวางทาง 2. สุขภาพของผู้ใช้ ห้องสมุดจะต้องมีแสงสว่างเพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นห้องอ่านหนังสือ ห้อง ทาํ งานของเจา้ หนา้ ที่ อากาศถา่ ยเทได้สะดวก ไมอ่ ับช้ืน 3. ปราศจากเสียงรบกวน ห้องสมุดเป็นสถานที่ที่ต้องการความสงบ เพื่อให้ผู้อ่านมีสมาธิ ห้องสมุด ไม่ควรอยู่ใกล้ถนนที่มียวดยานผ่านไปมามาก ควรมีห้องประชุมท่ีปิดเสียงได้สนิท เวลาจัด กจิ กรรมจะไดไ้ ม่รบกวนผ้อู า่ น 4. เชิญชวนผู้อ่านเข้าไปใช้ ห้องสมุดจะต้องจัดบรรยากาศให้สวยงาม สะอาดตา เชิญชวนให้ ผู้อ่านเข้าใช้ห้องสมุดของเรา มีการประชาสัมพันธ์หนังสือน่าอ่าน กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ไม่วางสิ่ง ของเกะกะ รกรงุ รัง ไม่กีดขวางทางเดิน สีหอ้ งสมุดควรเป็นสเี ยน็ ตา เชน่ สีเขียวออ่ น สีฟา้ อ่อน สนี วล ห้องสมุดที่เปิดให้คนหลายวัยใช้ อาจจะต้องแบ่งสัดส่วนสําหรับคนแต่ละวัยไม่ปะปนกัน มี ความต้องการต่างกัน เพราะแต่ละวัยใช้หนังสือคนละประเภทกัน โดยเฉพาะห้องสมุดประชาชน ควรมี มุม หรือห้องสําหรับเด็กเล็ก ห้องสําหรับเด็กวัยรุ่น ห้องสําหรับผู้ใหญ่ ห้องสมุดในต่างประเทศ เช่น สหรฐั อเมรกิ า มีห้องสาํ หรบั คนชรา คนตาบอด หรอื หอ้ งสมุดมหาวิทยาลยั บางแห่ง แยกสถานท่ี สาํ หรบั ~ 20 ~
คมู่ ือการปฏบิ ัตงิ านห้องสมดุ ประชาชนอาเภอภพู าน ประจาปงี บประมาณ ๒๕๖๔ นกั ศกึ ษาปริญญาตรกี บั นักศึกษาท่ีเรียนระดับสูงขน้ึ ไปออกจากกัน เพื่อความสะดวกในการใช้ ประโยชน์ จากบรกิ ารของห้องสมดุ มากข้นึ ในปัจจุบันปัญหาภัยธรรมชาติมักเกิดข้ึนบ่อยครั้ง เช่น อุทกภัย ห้องสมุด ไม่จําเป็นต้องอยู่ ช้ัน ล่างเสมอไป อาจจัดให้อยู่ในชั้นบนของอาคารที่มีการเข้าใช้ได้สะดวก หรือถ้าเป็นอาคารเอกเทศ ควร จัดทาํ เป็นเนนิ สงู เพ่ือป้องกนั ปญั หาอทุ กภยั การจัดหาทรัพยากรหอ้ งสมดุ การจัดหาทรัพยากรฯ เข้าห้องสมุด ประกอบด้วย หนังสือ วารสาร หนังสือพิมพ์ เอกสาร ส่ือ อิเล็กทรอนิคส์ โสตทัศนวัสดุ บรรณารักษ์จะต้องคํานึงถึงความต้องการของผู้ใช้ ตรงตามวัตถุประสงค์ ของห้องสมุดแต่ละแห่งด้วย เช่น ห้องสมุดเฉพาะท่ีให้บริการการค้นคว้าด้านวิจัยวิทยาศาสตร์ย่อม จะต้อง มุ่งจัดหาทรัพยากรฯ ด้านวิทยาศาสตร์ให้มากท่ีสดุ ห้องสมุดโรงเรียนก็ยอ่ มจะตอ้ งจัดหาหนังสอื และสอ่ื ทจ่ี ะส่งเสรมิ การเรยี น ตรงตามหลกั สตู รของโรงเรยี น เป็นตน้ ทรพั ยากรห้องสมดุ ในรูปแบบตา่ ง ๆ แต่ละปมี ีผูเ้ ขยี นผลติ ข้ึนเป็นจํานวนมาก ท่ีมคี ณุ ภาพสูงท่ีมี ท่ีใช้ไม่ได้เลยก็มี บรรณารักษ์จําเป็นจะต้องใช้วจิ ารณญาณ เลือกเฟ้นทรัพยากรฯ เหล่านั้น นอกจากนั้น บรรณารักษ์จะต้องรู้จักสํานักพิมพ์และร้านจําหน่าย ใครบ้างเป็นผู้ชอบสะสมหนังสือ หนังสือที่หายาก บางเล่มจะมีอยู่ท่ีบ้านผู้สะสมเท่านั้น บางเล่มก็มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์มากมาย ถ้าบรรณารักษ์เป็นผู้ รอบรู้ กจ็ ะช่วยตอบคาํ ถามและชว่ ยค้นควา้ แก่ผู้ใชบ้ ริการได้ดี จัดทรัพยากรห้องสมุดบริการผู้ใช้ เมอ่ื ห้องสมุดดาํ เนินการรวบรวมทรัพยากรห้องสมุด มาใหบ้ ริการแก่ผู้ใชแ้ ล้ว ข้นั ตอนตอ่ ไปก็คือ จัดทรัพยากรห้องสมุดให้สะดวกแก่การใช้ นอกจากจะจัดตามระบบการจัดเก็บทรัพยากรสารสนเทศใน ระบบทศนิยมของดิวอี้ หรือระบบรัฐสภาอเมริกัน หรืออื่น ๆ หลักสําคัญก็คือมุ่งที่จะให้ผู้ใช้ได้ใช้ ประโยชน์ในการอา่ นการศกึ ษาค้นควา้ ไดม้ ากทีส่ ุด การจัดทรัพยากรห้องสมุด เพ่ืออํานวยความสะดวกในการเข้าถึง และการใช้ของผู้ใช้บริการให้ สะดวก รวดเรว็ เป็นหน้าท่ีสําคัญของบรรณารักษ์ห้องสมุด ท่ีจะต้องหาวธิ เี พื่อให้หนังสือและสือ่ ถึงมือ ผู้ ใชไ้ ดเ้ รว็ ทส่ี ดุ การจัดทรัพยากรสารสนเทศมหี ลักเกณฑโ์ ดยทวั่ ๆไป ดงั นี้ 1. ให้ผู้ใช้มีความสะดวก การจัดหนังสือต้องจัดในระบบช้ันเปิด (Open Shelves) ถ้าเป็นตู้ หนังสือ ต้องเปิดให้ผู้อ่านหยิบใช้ได้เอง การให้ผู้ใช้บริการหยิบหนังสือและเลือกหนังสือได้เองทําให้ผู้ใช้ ได้รบั ความสะดวกสบาย รสู้ กึ ใกลช้ ดิ กบั หนงั สือมากขึ้น 2. นึกถึงการใช้เป็นสําคัญ ทรัพยากรห้องสมุด โดยเฉพาะหนังสือที่มีผู้ใช้มาก ควรอยู่ในท่ีซึ่ง ผอู้ า่ นเข้าไปถึงได้ง่าย ~ 21 ~
คมู่ อื การปฏิบัตงิ านหอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอภพู าน ประจาปีงบประมาณ ๒๕๖๔ 3. จัดทําระบบสืบค้นทรัพยากรสารสนเทศที่จัดไว้แล้วได้สะดวก บรรณารักษ์จัดทําข้อมูลของ ทรัพยากรประเภทต่างๆ ท่ีจัดบริการในห้องสมุดให้ผู้ใช้บริการได้สืบค้นได้โดยสะดวก ไม่ว่าจะเป็น รูป บัตรรายการ หรอื จดั ทาํ ฐานข้อมูล ให้ผู้ใชไ้ ดส้ ืบค้นทรพั ยากรในคอมพวิ เตอร์ การเกบ็ รักษาทรัพยากรสารสนเทศ ทรัพยากรสารสนเทศในห้องสมุดมีไว้เพ่ือบริการแก่ผู้ใช้ห้องสมุด บรรณารักษ์ต้องรักษา ทรัพยากร เหลา่ นนั้ ไม่ใหส้ ญู หาย และเสียหายไปโดยไม่มเี หตุอันควร ทรพั ยากรทีม่ ีผู้ใชม้ ากก็อาจสกึ หรอ ไดต้ าม กาลเวลา และจํานวนผู้ใช้บริการ ส่ิงที่จะทําให้ทรัพยากรสารสนเทศในห้องสมุดเสียหาย มี ปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความช่ืน แสงแดด ตัวแมลง ไฟความร้อนเกินไป ควรปรับอุณหภูมิในการรักษา ทรัพยากรสารสนเทศ ในหอ้ งสมดุ ให้คงทน ดว้ ยการติดเคร่ืองปรบั อากาศ ~ 22 ~
บทท่ี ๔ งานบรกิ ารห้องสมดุ ประชาชน หลกั การจดั บริการหอ้ งสมดุ การจดั บริการเป็นกิจกรรมท่ีนําเสนอให้ผู้ใช้ได้รับสารสนเทศทีต่ อ้ งการ การวเิ คราะห์ชมุ ชนและ ลักษณะของประชาชนจะช่วยให้ทราบความตอ้ งการทแ่ี ท้จรงิ ซึ่งจะเป็นการบอกให้ทราบวา่ ห้องสมดุ จะ จัดบริการอะไรและอย่างไรการจัดบริการจะต้องมีความหลากหลาย นอกจากบริการพ้ืนฐานอันได้แก่ บริการยมื คืนและบรกิ ารตอบคาํ ถามและช่วยการคน้ คว้าแล้ ยังจะตอ้ งจัดบรกิ ารพิเศษเพื่อความของผู้ใช้ แต่ละกลุม่ ซงึ่ การจดั บริการตอ้ งพิจารณาถงึ จาํ นวนของบคุ ลากรของห้องสมดุ หรอื ความชํานาญในการจัด กิจกรรม พิจารณาจํานวนผู้ใช้บริการรวมทั้งคุณลักษณะของสารสนเทศท่ีผู้ใช้ต้องการว่ามีจํานวน เพยี งพอ หรอื มคี วามลึกซ้ึงมากนอ้ ยเพียงไร ซ่ึงส่ิงเหลา่ นจี้ ะช่วยในการ ตดั สินใจว่าหอ้ งสมุดจะจัดบริการ อย่างไร จัดเชน่ ท่ีเคยทํามาหรือเปลี่ยนแปลงบริการหรือลดบรกิ ารบางอย่างลงในการเปลีย่ นแปลงจะต้อง พิจารณาสิ่งต่อไปน้ี 1. พิจารณาบริการท่ีห้องสมุดจัดให้บริการว่าผู้ใช้ได้รับประโยชน์มากน้อยเพียงไรเหมาะสมกับ การทุ่มเทของหอ้ งสมุดหรอื ไม่ 2. วิเคราะห์บริการที่น่าจะมีประโยชน์แต่ห้องสมุดยังไม่ได้จัดให้บริการซึ่งบางครั้งอาจจะมี ประโยชนก์ ับผู้ใชก้ ไ็ ด้ การท่ีจะทราบข้อมูลดังกล่าวผู้บริหารห้องสมุดสามารถสอบถามผู้ใช้บริการว่ามีความพอใจใน บริการมากน้อยเพียงไร และต้องการบริการเพ่ิมเติม นอกจากน้ีข้อมูลบางส่วนสามารถรวบรวมได้จาก บุคลากรของห้องสมดุ แตล่ ะแผนกซงึ่ จะทราบขอ้ มูลว่าสิง่ ทห่ี ้องสมุดนําเสนอผู้ใชป้ ระสบผลสาํ เร็จหรือไม่ ประเภทบริการของหอ้ งสมุด การแบ่งประเภทของการจัดบริการของห้องสมุดช่วยให้ห้องสมุดสามารถดําเนินงานได้ชัดเจน มากยิ่งขึ้น ซึ่งสามารถแบ่งได้หลายวิธีขึ้นอยู่กับประเภทของห้องสมุดหรือกลุ่มผู้ใช้ของห้องสมุดเป็น สาํ คญั การแบง่ ตามลกั ษณะบริการท่ีจดั ใหก้ ับผ้ใู ชไ้ ด้ 1. บริการสารสนเทศโดยตรง หมายถึง บริการท่ีผู้ใช้ได้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจและการปัญหา ทันทีท่ีรับบริการดังกล่าว เช่น บริการค้นคืนสารสนเทศทุกรูปแบบบริการตอบคําถามและช่วยการ ค้นคว้า บรกิ ารสืบคน้ ฐานขอ้ มลู บริการถา่ ยเอกสาร 2. บริการสารสนเทศโดยอ้อม หมายถึง บริการที่ห้องสมุดทําหน้าที่เป็นสื่อกลางโยงไปสู่แหล่ง สารสนเทศต่อไป เช่น บริการยืมคนื ระหว่างห้องสมุด บริการบรรณานกุ รม และบริการนามานกุ รม การจดั แบง่ บรกิ ารและกิจกรรมตามลกั ษณะการใช้บรกิ ารหอ้ งสมุด 1. บริการทผ่ี ใู้ ช้ทําหนา้ ท่ีรับบรกิ ารเพยี งอยา่ งเดียว เช่น บริการแนะนาํ ผอู้ า่ น บรกิ ารสอนทักษะ การใช้ห้องสมุด บริการโสตทัศนวัสดุ บริการเล่าเรื่องจากหนังสือ โครงการส่งเสริมการอ่านภาคฤดูร้อน การจัดบรรยายพเิ ศษ บริการเผยแพร่สารสนเทศสู่ชุมชน 2. บริการที่ผู้ใช้มีส่วนร่วมในการจัดบริการ เช่น การจัดกลุ่มอภิปราย การแข่งขันตอบปัญหา โตว้ าที เปน็ ต้น การจัดแบ่งบรกิ ารและกิจกรรมหอ้ งสมดุ ตามสถานท่ีท่ใี ห้บริการ (In-House and external services)
คู่มือการปฏบิ ัติงานห้องสมุดประชาชนอาเภอภพู าน ประจาปีงบประมาณ ๒๕๖๔24 1. กิจกรรมและบริการภายใน เป็นบริการท่ีผู้ใช้จะต้องเข้ามาใช้บริการภายในห้องสมุด เช่น บริการทรัพยากรสารสนเทศทุกรูปแบบ บริการตอบคําถามและช่วยการค้นคว้า บริการสืบค้นข้อมูล กจิ กรรมสง่ เสริมการอา่ น บรกิ ารแปล บรกิ ารข้อมูลท้องถน่ิ บริการยมื ระหว่างหอ้ งสมุด 2. บริการภายนอก (external services) หมายถึง บริการห้องสมุดเคลื่อนที่ออกไปให้บริการ ตามชุมชน หรือหน่วยงานต่างๆ เช่น หมู่บ้าน วัด เป็นต้น หรือบริการท่ีผู้ใช้ติดต่อมายังห้องสมุดเพื่อ ขอให้ส่งข้อมูลไปตามท่ีอยู่ท่ีได้แจ้งให้ทราบ เนื่องจากบุคคลเหล่าน้ีไม่สามารถที่จะมาใช้บริการท่ี ห้องสมุดโดยตรง เช่น บริการยืมคืนทางไปรษณีย์ บริการตอบคําถามทางโทรศัพท์ หรือทางโทรสาร (facsimile) หรือการจดั บรรยายร่วมกับชุมชน การจัดแบ่งบรกิ ารตามวยั ของผู้ใชบ้ รกิ าร ห้องสมุดประชาชนจะมีกลุ่มผู้ใช้ท่ีมีระดับอายุแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ซ่ึงจะทําให้มองเห็น ขอบขา่ ยของบรกิ ารทจี่ ะนาํ เสนอต่อผูใ้ ช้ให้มีความชดั เจนมากย่งิ ข้นึ 1. กลุ่มเดก็ และวัยรุน่ ต้องมีการพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศให้สอดคลอ้ งกับความต้องการของ เด็ก ทั้งในรูปแบบและเน้ือหาของส่ือ เพ่ือให้การปฏิบัติงานได้ผลมากย่ิงขึ้นจะต้องมีความรู้เก่ียวกับ ทรัพยากรสารสนเทสอย่างดี เพ่ือที่จะสามารถตอบคําถามได้ถูกต้อง บริการที่จัดสําหรับเด็กมีท้งั บริการ ที่จัดภายในและภายนอกห้องสมุด เช่น บริการเล่าเร่ืองสําหรับเด็กเล็ก บริการแนะนําการอ่าน บริการ สอนการใช้ห้องสมุด บริการเล่านิทาน กิจกรรมท่ีจัดร่วมกับพ่อแม่หรือผู้ปกครองเด็ก โครงการส่งเสริม การอ่านในภาคฤดรู อ้ น กิจกรรมสนทนากบั นักเขียน ส่วนกลุ่มวยั รุน่ จะเพมิ่ บริการข้อมลู ในการศกึ ษาตอ่ ระดับอุดมศึกษาแนะนําเก่ียวกับวิธีการเรียนให้ประสบผลสําเร็จ กิจกรรมการแข่งขันเชิงวิชาการ หรือ บริการข้อมูลเกี่ยวกับตลาดงาน เป็นต้น ที่สําคัญในการจัดกิจกรรมทุกอย่างแล้วจะต้องมีการตรวจสอบ และประเมินผลว่ากิจกรรมดังกล่าวประสบผลสําเร็จมากน้อยเพียงไร เพ่ือท่ีจะได้ใช้เป็นแนวทางในการ จัดกิจกรรมการประเมินกิจกรรมสําหรับเด็กทําให้ทราบวิธีการจดั กิจกรรมสําหรับผู้ใหญ่ เพราะผู้เด็กจะ กลายเป็นกลุ่มผู้ใชท้ ีเ่ ปน็ ผใู้ หญ่ตอ่ ไป 2. กลุ่มผู้ใหญ่ (adult services) ผู้ใหญ่ถือว่าเป็นกลุ่มผู้ใช้หลักของห้องสมุดประชาชนท่ีเดียว เพราะวัตถุประสงค์ท่ีต้องการให้ประชาชนได้มีโอกาสศึกษาต่อเน่ืองตลอดชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ห้องสมุดท่ีให้บรกิ ารในชนบทถือว่าเปน็ แหล่งที่จะต้องให้ประโยชน์กับผู้ใชค้ อ่ นข้างมาก ดังนั้นจงึ จําเปน็ ที่ จะต้องจัดกิจกรรมเฉพาะสําหรับผู้ใหญ่ ไม่ว่าผู้ใหญ่จะมีเจตนามาใช้ห้องสมุดโดยเฉพาะหรือมาใช้พร้อม กับเด็กก็ตามรวมทั้งกลุ่มผู้ใช้ที่ไม่มีโอกาสเข้ามาใช้ห้องสมุดเนื่องจากภาระงาน ซ่ึงห้องสมุดจะต้อง นําเสนอ สารสนเทศออกไปยังชุมชน เพื่อท่ีจะให้ผู้ใช้ได้มีความใกล้ชิดกับแหล่งข้อมูลมาย่ิงขึ้นบริการ สําหรับผู้ใหญ่ ได้แก่ บริการอภิปรายกลุ่ม บริการส่งเสริมการศึกษาต่อเน่ือง และขจัดปัญหาการลืม หนังสอื การแนะนาํ การใช้หอ้ งสมุด บรกิ ารข่าวสารข้อมูลตามความสนใจ ห้องสมุดประชาชนท่ีสังกัดกรมการศึกษานอกโรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดบริการโดย แบง่ บรกิ ารของห้องสมุดออกเปน็ 5 ประเภท ดังนี้ (เรณู เปียซือ่ , 2538 : 113-126) 1. บริการภายนอก หมายถึง การจัดบริเวณห้องสมดุ ให้เปน็ ท่ีดึงดดู ความสนใจของผูใ้ ชเ้ พื่อท่ีจะ เป็นการสรา้ งภาพลกั ษณ์ท่ีดขี องหอ้ งสมดุ ประชาชน เช่น การตกแต่งร้วั บริเวณหอ้ งสมดุ จัดท่จี อดรถ ซ้มุ อ่านหนงั สือใหน้ ่าสนใจ 2. บริการภายใน หมายถึง การจัดบริการภายในห้องสมุดเพื่อให้ผู้ใชไ้ ด้รับบริการสารสนเทศได้ สะดวกมากยิ่งขึน้ ~ 24 ~
คู่มือการปฏิบตั ิงานหอ้ งสมุดประชาชนอาเภอภูพาน ประจาปีงบประมาณ ๒๕๖๔25 3. บริการเชิงรุก หมายถึง การเปล่ียนแปลงของสังคมข่าวสารทําให้ห้องสมุดจะต้องก้าวให้ทัน กับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ ส่ืออื่นๆ ท่ีจะต้องนํามาให้บริการ กับผูใ้ ช้ 4. บริการห้องสมุดเคลื่อนท่ี ห้องสมุดประชาชนมีความแตกต่างจากห้องสมุดประเภทอ่ืนที่ ชัดเจนคือ ชุมชนท่ีให้บริการ ซึ่งมีลักษณะแตกต่างกันมาก และ ประชาชนไม่มีเวลาเข้ามาใช้บริการ เนอื่ งจากตอ้ งประกอบอาชพี ดงั น้ันการนําสารสนเทศไปให้บรกิ ารในรปู แบบต่างๆ จงึ เปน็ ส่ิงจาํ เป็นอยา่ ง ย่งิ 5. บริการพิเศษ เป็นบริการท่ีห้องสมุดประชาชนจัดขึ้นมาเพื่อท่ีจะให้บริการแก่บุคคลเฉพาะ กลมุ่ เชน่ บรกิ ารสําหรับผปู้ ่วย ผพู้ ิการ หรอื บริการนักโทษในเรอื นจาํ เป็นตน้ บริการยืมคืนทรัพยากรสารสนเทศ ห้องสมุดประชาชนได้จัดหาทรัพยากรสารสนเทศเพื่อให้บริการตรงตามควา มต้องการของ ประชาชน และเปิดโอกาสให้ประชาชนไปยืมไปใชข้ ้างนอกห้องสมุดประชาชนจะต้องมีวธิ ีการที่จะทาํ ให้ ผู้ใช้ได้ค้นหาสารสนเทศและใช้สารสนเทศได้อย่างสะดวก ซึ่งท้ังหมดจะมีความสัมพันธ์กันเป็น กระบวนการต้ังแต่การกําหนดกฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับเกี่ยวกับการใช้ห้องสมุดว่าเอ้ืออํานวยให้ ประชาชนได้เข้าใช้บริการหรือไม่ เช่น การกําหนดเวลาปิด-เปิดห้องสมุด ช่วงเวลาในการยืม ประเภท ของทรพั ยากรสารสนเทศที่ใหย้ ืมจาํ นวนทรัพยากรสารสนเทศทใ่ี หย้ ืมตอ่ ครง้ั บริการยืมคืนทรัพยากรสารสนเทศ หมายถึงการควบคุมทรัพยากรสารสนเทศ เพ่ือทราบว่า รายการใดท่ีมีการยืมออกไปจากห้องสมุด ใครเป็นคนยืม กําหนดวันส่งคืน เม่ือมีการส่งคนื จะนาํ เก็บเข้า ที่ใหเ้ รยี บร้อย เมอื่ ผใู้ ช้คนอื่นขอใช้สามารถนาํ ออกให้บรกิ ารไดท้ ันที ซ่งึ จะเกย่ี วขอ้ งกบั การกําหนดวันยืม และการวางมาตรการกับการยืมแล้วไม่ส่งคืน หรือส่งคืนเลยกําหนดระยะเวลา ถ้าห้องสมุดประชาชนที่ เปดิ ใหมส่ ามารถกําหนดระเบยี บปฏิบัติไดง้ ่ายแต่ห้องสมุดท่ดี ําเนินการมานาน การเปลีย่ นแปลงระเบียบ ปฏิบัติจะต้องทําความเข้าใจกับผู้ใช้ให้ดีไม่งั้นก็จะเกิดการต่อต้าน ซ่ึงจะไม่เป็นผลดีต่อการบริการ สารสนเทศของหอ้ งสมดุ ซงึ่ ในการดาํ เนินงานบรกิ ารยืมคืนห้องสมดุ ประชาชน มหี ลกั ปฏิบัตดิ งั น้ี 1. การกําหนดระยะเวลาในการยืมช่วงเวลาในการยืมมีความสัมพันธ์กันระหว่างรูปแบบของ วัสดุและจํานวนผู้ยืมทรัพยากรสารสนเทศแต่ละประเภทจะกําหนดระยะเวลาในการยืมแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปริมาณของทรัพยากรแต่ละประเภทรวมทั้งจํานวนฉบับซ้ํา (Copy) ของสารสนเทศแต่ละ รายการ (Title) หนังสือท่ัวไปอาจจะให้ยืม 7 วันหรือหนึ่งสัปดาห์ แต่ถ้าหากหนังสือที่จัดเป็นหนังสือ สาํ รอง เน่ืองจากในขณะนัน้ กําลังเป็นเร่ืองอยูใ่ นความสนใจของประชาชน อาจจะให้ยืมแค่ 3 วัน เพ่ือวา่ ประชาชน ในชมุ จะได้มโี อกาสใชก้ ันอย่างท่ัวถึง เทปเสียงหรอื วดี ิทัศน์กําหนดเวลายืมใหส้ ั้นลง เน่ืองจาก สือ่ ดงั กล่าวมีจํานวนนอ้ ย หรือเป็นส่อื ท่ีมีผ้ใู ช้จํานวนมาก หรือเป็นสือ่ ทใ่ี ชป้ ระกอบการเรียนของนกั เรียน การศึกษานอกโรงเรียน นักศึกษาของมหาวทิ ยาลยั เปดิ การให้บริการต้องพิจารณาความจําเป็นของกลุ่มผู้ใช้ด้วยห้องสมุดประชาชนที่ให้บริการแก่ ประชาชนท่ีอยู่ห่างจากห้องสมุดนานๆ จึงจะมีโอกาสเข้ามาใช้ห้องสมุด ถ้าหากห้องสมุดกําหนด ระยะเวลาส้ันอาจจะไม่อยากมาใช้บริการเพราะไม่สามารถนําหนังสือมาคืนในช่วงเวลาดังกล่าวได้ แต่ ทั้งน้ีในการกําหนดระยะเวลาการยืม จะต้องแจ้งให้บุคลากรของห้องสมุดได้ทราบ เพื่อจะได้ปฏิบัติงาน ไดถ้ กู ตอ้ ง และ สามารถอธบิ ายใหผ้ ้ใู ช้บริการไดเ้ ขา้ ใจ 2. การกําหนดรายการอ้างอิงในการยืม ในบัตรยืมไม่ว่าจะเป็นการยืมโดยการ ใช้บัตรสมาชิก หรือการยืมโดยใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์จะต้องมีการกําหนดรายการอ้าง อิงการยืม เช่น ใช้เลขทะเบียน ~ 25 ~
คู่มือการปฏบิ ัตงิ านห้องสมดุ ประชาชนอาเภอภูพาน ประจาปงี บประมาณ ๒๕๖๔26 หนังสือ ชื่อหนังสือ เป็นต้น การยืมแต่ละคร้ังจะต้องให้ผู้ ยืมบันทึกรายการ ให้ถูกต้องก่อนที่จะประทับ วนั กาํ หนดสง่ และเกบ็ บัตรยมื ไว้เป็นหลกั ฐาน 3. การจัดโต๊ะบริการยืมคืน การวางโต๊ะบริการยืมคืนจะต้องอาศัยหลักศิลปะในการจัดเพื่อ ดึงดูดความสนใจและสร้างความเป็นกันเองกับผู้ใช้ควรวางโตะ๊ บริการยืมคืนไว้ใกล้กับประตูเดินเข้าออก ห้องสมุดเพ่ือความสะดวกในการยืมและคืนหนังสือของผู้ใช้บริการ และเพื่อความสะดวกในการตรวจ หนังสือก่อนออก เน่ืองจากบุคลากร ห้องสมุดประชาชนมีจํานวนน้อยอาจจะต้องทําหน้าท่ีบริการตอบ คําถามและช่วยการค้นคว้าด้วย ดังนั้น การจัดเก็บทรัพยากรสารสนเทศอ้างอิงไว้ใกล้ๆ จะทําให้การ ปฏบิ ัตงิ านคลอ่ งตวั มากขน้ึ 4. การกําหนดอัตราค่าปรับมาตรการหน่ึงที่ห้องสมุดประชาชนจะต้องนํามาใช้เพื่อท่ีทําให้การ ใชท้ รัพยากรสารสนเทศของส่วนรวมเป็นไปดว้ ยดี เพราะไมอ่ ยา่ งนัน้ แล้วผใู้ ช้บรกิ ารกจ็ ะได้ใช้สารสนเทศ เพียงบางคนเทา่ นนั้ โดยเฉพาะหนงั สือทีม่ ีจํานวนน้อยหรือหนงั สือที่ทก่ี าํ ลงั อย่ใู นความสนใจของผู้ใช้ เช่น หนังสือขายหนังสือนวนิยายท่ีนําไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์หรือภาพยนตร์ เป็นต้น ดังน้ันการกําหนด ค่าปรับจะช่วยให้ผู้ใช้นําหนังสือมาคืนตามกําหนด ถ้าหากไม่นํามาคืนจะต้องมีการทวง และจ่ายค่าปรับ ตามระเบียบขอ้ บงั คับ 5. การกําหนดกฎระเบียบ เพื่อช่วยให้การบริการยืมคืนเป็นไปอย่างมีระเบียบ การกําหนด ระเบียบข้อบังคับจะต้องมีการศึกษาผลกระทบท่ีจะเกิดขึ้น เพราะจะมีผู้ใช้ทั้งท่ีพอใจและไม่พอใจ บางครั้งอาจจะเป็นการส่งเสริมให้มีการขโมยหนังสือมากกว่าการยืมหนังสือในกรณีท่ีกฎระเบียบไม่ เอื้ออํานวยต่อการใช้บริการทุกครั้งจะต้องแจ้งให้ประชาชนได้ทราบโดยเฉพาะผู้ที่เข้ามาใช้บริการ หอ้ งสมดุ เป็นคร้ังแรกจะตอ้ งทราบเพอ่ื จะได้ปฏิบัตไิ ดถ้ ูกต้องตามระเบียบ 6. ผู้มีสิทธ์ิในการยืมห้องสมุดประชาชนมีผู้ใช้บริการหลายกลุ่มและมีวัตถุประสงค์ในการใช้ บริการสารสนเทศแตกต่างกัน เช่น กลุ่มนักเรียน นักศึกษา เกษตรกร นักธุรกิจ นักวิชาการ นักวิจัย อาจารย์แมบ่ ้าน เป็นต้น ซง่ึ จะตอ้ งกาํ หนดระเบียบในการยมื ให้แตล่ ะกลมุ่ ไดใ้ ชป้ ระโยชน์มากทสี่ ุด 7. การบันทึกรายการยืม เพ่ือควบคุมการยืมสารสนเทศโดยให้ผู้ยืมบันทึกข้อมูลลงบนบัตรยืม เช่น ช่ือ นามสกุล และหมายเลขสมาชิก เพื่อความสะดวกในการติดตาม บัตรยืมจะถูกนํามาจัดเรียง อย่างเป็นระบบ ตามลําดับวันกําหนดส่ง และจัดเรียง ตามลําดับเลขเรียกหนังสือ หรือเลขทะเบียน หนังสอื นวนิยายมกั จะจดั เรยี งตามลําดบั อักษรช่ือผู้แต่ง การดําเนนิ งานบรกิ ารยืมคนื หอ้ งสมุดได้จดั หาหนังสือลงทะเบยี น จัดระบบและจดั ทาํ เคร่อื งมอื ชว่ ยคน้ เรียบรอ้ ยแล้ว หนังสือ จะถูกนําข้ึนช้ันบริการ โดยมีการจัดเรียงหนังสือบนชั้นตามเลขเรียกหนังสืออย่างมีระบบหลังจากน้ัน แผนกบริการยืมคืนทรัพยากรสารสนเทศก็ต้องรับผิดชอบในข้ันการให้บริการต่อไปซ่ึงข้ันตอนสําคัญ มี ดงั นี้ 1. การทําบัตรสมาชิกผู้ใช้บริการห้องสมุด ผู้ใช้บริการห้องสมุดประชาชนมีหลายกลุ่ม ดังน้ัน การทําบัตรสมาชิกอาจจะต้องแยกประเภท เพื่อที่จะยืมทรัพยากรได้ตามสถานะการทําบัตรสมาชิก ผใู้ ชบ้ รกิ ารจะตอ้ งจดั เตรียมหลักฐานดังน้ี 1.1 บัตรประจําประชาชน หรือบตั รอืน่ ๆ ทมี่ ขี อ้ มูลท่ีสามารถตดิ ต่อ 1.2 คา่ ธรรมเนียมในการทาํ บัตรสมาชกิ ตามระเบียบของการใชบ้ ริการ 1.3 รูปถ่าย 2 แผ่น เพ่ือท่ีห้องสมุดจะได้เก็บทําบัตรทะเบียนสมาชิก 1 บัตร เพื่อ สะดวกในการค้นหาข้อมลู สว่ นตัวของผ้ใู ชบ้ ริการ ~ 26 ~
ค่มู ือการปฏิบัติงานหอ้ งสมุดประชาชนอาเภอภูพาน ประจาปีงบประมาณ ๒๕๖๔27 2. การให้บริการยืม ให้ผู้ใช้บริการบันทึกช่ือผู้ยืมและเลขทะเบียนสมาชิกลงบนบัตรยืมและ เขียนเลขทะเบียนหนังสือลงบนบัตรสมาชิกห้องสมุดแล้วประทับตราให้เรียบร้อยก่อนที่จะนําออกจาก ห้องสมุด 3. การจดั เก็บเอกสารการยมื เก็บบตั รยมื แยกตามประเภทของส่อื ทใ่ี ห้ยมื เชน่ หนงั สือ วารสาร ล่วงเวลา โสตทศั นวัสดุ รวมทงั้ สือ่ อิเลก็ ทรอนกิ ส์ และจดั เรยี งสื่อ แต่ละประเภทอย่างเป็นระเบียบโดยยึด หลักการการเรียงตามลําดับเลขเรียกหนังสือ เลขทะเบียนหนังสือ วันกําหนดส่ง ตามอักษรของ ทรัพยากรสารสนเทศ เพือ่ ความสะดวกในการทาํ งานรว่ มกันเป็นคณะ 4. การรับหนังสือคืน ตรวจสอบความถูกต้องของการส่งคืนหนังสือ ถ้าเกินกําหนดดําเนินการ ตามระเบียบของห้องสมุด เพ่ือสร้างวินัยในการใช้ทรัพยากรของส่วนรวมและตรวจสอบสภาพของวัสดุ ว่าอยู่ในสภาพเดมิ หรอื ไม่รวมทงั้ การดําเนินงาน ในกรณผี ใู้ ชท้ าํ หนงั สือหายดว้ ย 5. ให้บริการหนังสือจอง กรณีท่ีผู้ใช้คน้ หาหนังสือบนช้นั ไม่พบแลว้ มาติดตอ่ บรรณารักษจ์ ะตอ้ ง ยินดีที่จะให้ข้อมูลว่าหนังสือมีผู้ยืมไปแล้วถ้าจะใช้ต่อให้ข้อมูลท่ีเป็นประโยชน์สําหรับการติดต่อให้มารับ หนังสือ 6. เกบ็ สถิติการใช้บริการยมื คืนสารสนเทศ เช่น สถิตกิ ารยืมหนงั สือ โสตทศั นวสั ดุ วารสารฉบบั ยอ้ นหลงั สถิตกิ ารจองหนังสือจะใชส้ ําหรับการประเมินผลการทํางาน และนาํ ข้อมลู ไปส่งให้ฝา่ ยต่างๆ ที่ เก่ียวข้อง 7. รบั ขอ้ เสนอแนะและขอ้ มูลท่ีเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนางาน เชน่ การ ทผ่ี ู้ใช้ตอ้ งการหนงั สือ เพ่ิมเติม หรือต้องการให้ปรับปรุงแกไ้ ขระเบียบการยืมคืนให้เหมาะสม หรือเวลาในการใช้บรกิ าร ผู้ใช้จะ ทราบความต้องการดีท่ีสุด ซึ่งงานบริการจะเป็นหน่วยรวบรวมข้อมูลที่ดีเพราะเป็นสถานที่ผู้ใช้มาตดิ ต่อ มากพอๆ กับงานบริการตอบคําถามและช่วยการค้นคว้า เจ้าหน้าท่ีในจุดนี้จะต้องเป็นมิตรกับผู้ใช้ เพือ่ ทีจ่ ะไดข้ อ้ มลู ท่ีถกู ต้อง บรกิ ารตอบคาํ ถามและชว่ ยการค้นคว้า บริการตอบคําถามและช่วยการค้นคว้าหรือบริการอ้างอิง (reference services) หมายถึง บริการที่ช่วยใหผ้ ู้ใช้บริการได้สารสนเทศทต่ี ้องการผูใ้ ช้ไดร้ ับคําตอบที่ถูกต้อง หรอื ไดพ้ บสอื่ ท่ีจะให้ข้อมูล ภายในห้องสมุด หรือได้รับคําแนะนําในการท่ีจะค้นหาสารสนเทศจากแหล่งอื่นๆ บริการอ้างอิงมี ความสําคัญต่อห้องสมุดประชาชนเนื่องจากผู้ใช้ต้องการคําแนะและความช่วยเหลือ เพราะประชาชน เป็นจํานวนมากที่ขาดประสบการณ์ในการใช้ห้องสมุด ดังน้ันการให้บริการแนะนําให้ผู้ใช้ได้รู้แหล่งที่จะ ค้นหาข้อมูลดีกว่าห้องสมุดไม่ได้ให้คําแนะนําอะไรเลย แต่ในการตอบคําถามจะต้องมีความระมัดระวัง เพราะถ้าหากผู้ใช้ได้รับคําตอบที่ผิดเม่ือนําไปปฏิบัติหรือใช้ในการแก้ปัญหาในชีวิตประจําจะเกิดปัญหา ตามมา หนา้ ทีค่ วามรบั ผิดชอบงานบริการตอบคาํ ถาม ตัวคําถามและความต้องการคําตอบของผู้อ่านแต่ละคนแตกต่างกันขึ้นอยู่กับความสนใจและ จุดประสงค์ของผู้อ่านแต่ละคน ดังนั้นก่อนท่ีจะตอบคําถามแต่ละคร้ัง บรรณารักษ์จะต้องมีการ ตีความหมายของคําถามให้เข้าใจความต้องการแท้จริงของผู้อ่าน จะช่วยค้นหาคําตอบได้อย่างรวดเร็ว และตรงกับความตอ้ งการของผใู้ ช้ งานบรกิ ารตอบ คาํ ถามมีหน้าทีร่ ับผดิ ชอบ 1. การให้บริการสารสนเทศโดยตรง (direct service) เป็นการให้ความช่วยเหลือผู้อ่านเป็น รายบุคคลเพื่อให้ได้รับข้อมูลท่ีตรงการ เช่น การจัดหาคําตอบเมื่อมีผู้ถามคําถามกรณีที่ต้องการข้อมูล ~ 27 ~
ค่มู ือการปฏิบัติงานหอ้ งสมุดประชาชนอาเภอภพู าน ประจาปงี บประมาณ ๒๕๖๔28 ส้ันๆ หรือข้อมูลท่ีบรรณารักษ์ทราบอยู่แล้ว ช้ีแนะแหล่งข้อมูลโดยเฉพาะหนังสืออ้างอิง หรือแหล่ง สารสนเทศอื่นๆ การติดต่อยืมสารสนเทศ - ระหว่างห้องสมุด เป็นต้น บริการแนะนําการใช้ห้องสมุด ห้องสมุดประชาชนจะตอ้ งให้คําแนะนําการใชห้ ้องสมุดแกป่ ระชาชนที่เข้ามาใช้บริการอา้ งอิงคราวต่อไป จะได้ค้นหาคําตอบได้ด้วยตัวเอง เช่น การใช้บัตรรายการ บัตรดรรชนีวารสาร การใช้หนังสือ บรรณานุกรม ตลอดจนการใช้หนงั สอื อา้ งอิง 2. การให้บรกิ ารสารสนเทศโดยอ้อม (indirect service) เปน็ การจดั เตรยี มงานเพอื่ ให้ผู้ใช้ได้รบั ความสะดวกในการรับบรกิ ารข้อมลู เช่น การเลอื กและจัดหาทรัพยากรสารสนเทศอ้างองิ เพื่อที่จะใช้เป็น แหล่งข้อมูลในการตอบคําถาม การเตรียมบุคลากรและการจัดแบ่งหน้าท่ีรับผิดชอบตลอดจนอุปกรณ์ท่ี ใช้ประกอบการดําเนินงานให้มีความพร้อม การประชาสัมพันธ์และการสร้างภาพลักษณ์ท่ีดีของงาน บริการตอบคําถามและช่วยการค้นคว้า การประเมินผลการปฏิบัติงานเพ่ือที่จะใช้ประโยชน์ในการปรับ ปรุงงาน ขอบเขตงานบริการตอบคาํ ถามของห้องสมุดประชาชน ห้องสมุดประชาชนมีผู้ใช้บริการหลากหลายไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นิสิต นัก ศึกษา อาจารย์ นัก ธุรกิจ เกษตรกร แม่บ้าน และสมาชิกประเภทอื่นๆ ในชุมชน บรรณารักษ์บริการตอบคําถามจะต้องมี หน้าทีร่ ับผดิ ชอบในการจดั บรกิ ารหลายประเภท ดังนี้ 1. ตอบคําถามและชว่ ยการคน้ คว้า 2. แนะนํารายงานทรัพยากร สารสนเทศในลักษณะอื่นๆ ที่ห้องสมุดได้จัดหามาไว้ บริการ หรือที่ห้องสมดุ จัดทําข้นึ เอง 3. พัฒนาและจัดระบบทรัพยากรสารสนเทศอ้างอิงให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา ทั้ง ประเภทท่ีให้ข้อมูลและทีช่ ้ีแนะแหลง่ ข้อมลู เพื่อจะช่วยให้การตอบคําถามครอบคลุมมากย่ิงขึ้น โดยการ ร่วมมือกันกบั แผนกต่างๆ ในหอ้ งสมดุ 4. รวบรวมและจัดระบบกฤตภาค จุลสาร แผ่นพับ และเอกสารอ่ืนท่ีเป็น ประโยชน์ สําหรับช่วยในการตอบคําถามได้สะดวก โดยเฉพาะคําตอบที่มีผู้ใช้บริการ ควรท่ีจัดเก็บไว้อย่างเป็น ระบบสามารถค้นหาได้สะดวก อาจจะแยกเก็บตามหัวเรือ่ ง เพราะในกรณีมีเรอ่ื งท่กี าํ ลงั อยใู่ นความสนใจ ผูใ้ ชห้ อ้ งสมดุ ประชาชนมักจะเข้ามาถามซํา้ 5. ประชาสัมพันธ์และสร้างภาพลักษณ์งานบริการตอบคําถาม โดยการจัดโต๊ะบริการ ให้มีบรรยากาศน่าใช้บริการ บรรณารักษ์มีบุคลิกดีเหมาะสําหรับงานบริการจัดนิทรรศการแนะนําและ ส่งเสรมิ การใชบ้ ริการจดั ทําแผ่นพับ จุลสารแนะนาํ งานบริการ 6. เก็บสถิติและประเมินผลการให้บริการแผนกอ้างอิงเพื่อใช้ประโยชน์ สําหรับการ พัฒนางาน และจัดทําเป็นรายงานเสนอผู้บริหารและแจ้งให้ผู้ร่วมงานได้รับทราบ เช่น สถิติการตอบ คาํ ถามประจาํ วัน ประเภทของคําถาม ความสําเร็จและเวลาที่ใช้ในการคน้ หาคําตอบแตล่ ะครง้ั ซ่ึงขอ้ มูล เหล่านี้บางส่วนได้มาจากการบันทึกการตอบ คําถาม หรือการสอบถามผู้ใช้บริการและผู้ไม่ใช้บริการ อา้ งองิ 7. หน้าท่ีอื่นๆ เช่น การติดต่อยืมทรัพยากรสารสนเทศระหว่างห้องสมุดหรือ การ พัฒนาระบบการค้นคืนสารสนเทศด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ซีดีรอม การสืบ ค้นจากฐาน ข้อมูลคอมพิวเตอร์ภายในองค์กร หรือการสืบค้นข้อมูลในระบบออนไลน์ เพื่อท่ีจะขยายบทบาทของ ห้องสมุดประชาชนเป็นหอ้ งสมุดไร้พรมแคน เพื่อตอบสนองการเรียนรู้ของประชาชนในชุมชนให้ทันสมัย และก้าวไกลมากย่ิงขน้ึ ~ 28 ~
คู่มอื การปฏบิ ัติงานห้องสมดุ ประชาชนอาเภอภูพาน ประจาปีงบประมาณ ๒๕๖๔29 การจดั นิทรรศการ นิทรรศการ ตรงกับคําภาษาอังกฤษว่า “exhibitions” มีความหมายใกล้เคียงกับคํา ว่า “Display” นิทรรศการเป็นการสร้างความสนใจให้เกิดขึ้นกับผู้ที่ผ่านไปมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับความรู้ ความคดิ และสรา้ งความสนใจให้ผู้พบเหน็ ในเรอ่ื งที่จะนาํ เสนอ ซึ่งการจัดนทิ รรศการสามารถนาํ มาใช้ใน การเผยแพรส่ ารสนเทศของห้องสมุดประชาชนได้เป็นอย่างดี เพราะผู้ใชส้ ่วนใหญ่มเี วลาจํากัดในการเข้า ใช้บรกิ ารห้องสมดุ การจดั นทิ รรศการมปี ระโยชนใ์ นการเผยแพร่สารสนเทศของหอ้ งสมดุ ประชาชน ดงั นี้ (ณรงค์ สมพงษ์, 2535 : 346-356) 1. นทิ รรศการเปน็ การรวมสือ่ ตา่ งๆ ไว้ที่เดียวกัน ประชาชนที่เข้ามาใช้บรกิ ารหอ้ งสมุด สามารถรับความรู้ตามความถนัดหรือศักยภาพของตัวเอง เช่น แผ่นป้าย นิเทศ รูปภาพ ของจริง ของ ตวั อยา่ ง หุน่ จําลอง การสาธติ เป็นตน้ 2. บรรณารักษส์ ามารถรวบรวมความรทู้ ี่หลากหลายมานําเสนอจากสอื่ หลายประเภท เพื่อให้เกิดความสมบูรณข์ องข้อมูล และประชาชนเลือกรับข้อมูลจากนิทรรศการท่อี ยู่ในความสนใจของ ตัวเองได้ 3. การจัดนิทรรศการทําให้ความรู้ที่เป็นนามธรรมมีความเป็นรูปธรรมท่ีชัดเจนมาก ยง่ิ ขน้ึ ซึ่งจะใช้ได้ดกี ับการนาํ เสนอสารสนเทศให้ประชาชนในชุมชนทม่ี ี ความแตกต่างกันในด้านตา่ งๆ 4. การจัดนิทรรศการเป็นการให้ข้อมูลบางส่วนซ่ึงจะชว่ ยส่งเสรมิ ให้ประชาชนทเ่ี ขา้ มา ชมนิทรรศการของห้องสมุดได้สามารถท่ีจะศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมได้จากทรัพยากรสารสนเทศที่จัด ใหบ้ ริการในหอ้ งสมุด ซึ่งเปน็ การกระต้นุ ให้มกี ารใช้ทรัพยากรสารสนเทศเพ่มิ มากขน้ึ 5. การจัดนิทรรศการก่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างห้องสมุดประชาชนกับหน่วยงาน ต่างๆ ท่ีเก่ียวข้องกับเร่ืองที่จัดนิทรรศการ เช่น สถานีอนามัย สถานีตํารวจ วัด หรือองค์กรเอกชนใน ชุมชน รวมท้ังการติดต่อขอความร่วมมือจากประชาชนใน ชุมชนใหเ้ ขา้ มารว่ มในการจัดนิทรรศการ เพอ่ื สร้างความสรา้ งความสัมพนั ธ์อนั ดี เพอ่ื ความสมบรู ณ์ของการจดั นทิ รรศการในแต่ละคร้ัง ประเภทของการจดั นทิ รรศการของห้องสมุดประชาชน 1. การจัดนิทรรศการถาวร ส่วนมากเป็นการนําเสนอข้อมูลท่ีไม่ค่อยจะมีการ เปลี่ยนแปลงจัดในลักษณะคล้ายกับพิพิธภัณฑ์ภายในห้องสมุด ซึ่งการจัดนิทรรศการในลักษณะนี้ บรรณารักษ์จะเหน่ือยในคร้ังแรก เช่น การจัดนิทรรศการประวัติความเป็นมาของชุมชนและพัฒนาการ ของห้องสมุดภูมิปัญญาท้องถิ่น บุคคลท่ีให้การอุปถัมภ์ห้องสมุดหรือนิทรรศการแนะนําการใช้ห้องสมุด เป็นต้น 2. นิทรรศการชั่วคราว หรือการจัดนิทรรศการในช่วงเวลาสั้นๆ ตามเหตุการณ์ที่ น่าสนใจ เช่น ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และรายนามคณะรัฐมนตรีสมัยปัจจุบันหรือวัน สาํ คัญในรอบปี เช่น นทิ รรศการวันปีใหม่ วันสงกรานต์ วันเข้าพรรษา 3. นิทรรศการเคลื่อนที่เปน็ นทิ รรศการท่ีมีการเคลอื่ นย้ายไปจดั นอกห้องสมุด เช่น การ จัดนิทรรศการตามชุมชนก่อนท่ีห้องสมุดจะออกไปให้บริการ หรือร่วม มือกับหน่วยงานต่างๆ ในการจัด นิทรรศการเพ่ือเผยแพร่ข้อมูล โดยห้องสมุดประชาชนทําหน้าท่ีให้ข้อมูลท่ีเป็นประโยชน์ในการจัด นทิ รรศการ การวางแผนในการจัดนิทรรศการเป็นองค์ประกอบสําคัญที่จะทําให้การจัดประสบ ผลสาํ เรจ็ หรอื ไม่ ขน้ั ตอนสาํ คญั มีดังนี้ ~ 29 ~
คมู่ อื การปฏิบัติงานห้องสมดุ ประชาชนอาเภอภพู าน ประจาปงี บประมาณ ๒๕๖๔30 1. การกําหนดจุดมุ่งหมายในการจัดนิทรรศการจะต้องมีความชัดเจนว่าต้องการ นําเสนอข้อมูลท่ีเป็นประโยชน์ หรือต้องการให้ผู้ใช้ได้ทราบระเบียบข้อบังคับของห้องสมุด เพื่อการ ประชาสมั พันธใ์ นเร่ืองใดเร่อื งหนึง่ หรอื ต้องการเปลย่ี นทัศนคติใหม้ ีความเหน็ คล้อยตาม 2. กําหนดกลุ่มผู้ชมนิทรรศการ มีความสําคัญต่อการจัดเพราะเป็นกลุ่มเป้าหมายใน การรับสารสนเทศ ต้องกําหนดให้ชัดเจนลงไป เพ่ือจะได้จัดนิทรรศการให้สอดคล้องกัน ไม่ว่าจะเป็น ระดับอายุ ระดบั การศึกษา เพศ ซึง่ มีผลต่อเทคนคิ การนําเสนอ 3. การกาํ หนดเนอ้ื เรอ่ื งการจดั นิทรรศการจะต้องเป็นเรอ่ื งทก่ี าํ ลังอยู่ในความสนใจของ ประชาชนในขณะนั้น เช่น การจัดนิทรรศการการลดค่าเงินบาทของรัฐบาล การจัดนิทรรศการกิจกรรม สง่ เสรมิ การอา่ นในภาคฤดูรอ้ น การจัดนิทรรศการสัปดาห์ หอ้ งสมดุ ในตอนต้นเดอื นสิงหาคมของทุกปี บริการส่งเสริมการอา่ น หอ้ งสมดุ ประชาชน เป็นแหล่งสารสนเทศของชุมชนอย่างแทจ้ ริง เพราะเป็นการใหข้ อ้ มลู แกผ่ ู้ใช้ ทุกประเภท ทุกเพศ ทุกวัย และทุกระดับการศึกษา แม้แต่คนที่อ่าน หนังสือไม่ได้หรือผู้ไม่รู้หนังสือ (1literacy) หอ้ งสมุดกม็ ีหนา้ ทีใ่ นการใหก้ ารศกึ ษาดว้ ย รวมทัง้ ผู้ที่ไม่สนใจการใช้บรกิ ารห้องสมดุ และไม่ รักการอา่ น กิจกรรมและบรกิ ารส่งเสรมิ การอา่ นทีห่ ้องสมุดประชาชนควรทจี่ ะจดั บริการ การแนะนาํ ทรพั ยากรสารสนเทศ การจัดบริการของห้องสมุดควรจะเป็นการจัดบริการเชิงรุก โดยการนําเสนอสินค้าหรือบริการ ของห้องสมุด เพ่ือให้ผู้ใช้บริการซ่ึงถ้าในทางธุรกิจเรียกว่า ลูกค้าให้รู้จักสินค้าและมีความต้องการท่ีจะ บริโภคทรัพยากรสารสนเทศในห้องสมุดถือว่าเป็นบริการท่ีสําคัญอย่างหนึ่งท่ีมีคุณค่าสําหรับสร้างเสริม สติปัญญา ห้องสมุดจะต้องทําทุกวิถีทางที่จะทําให้ผู้ใช้ได้ใช้บริการทรัพยากรสารสนเทศท่ีห้องสมุดมอี ยู่ แล้วแต่มีผู้ใช้น้อย และทรัพยากรสารสนเทศใหม่ท่ีห้องสมุดพึงจัดหาเข้ามาใหม่ รูปแบบการจัดแนะนํา ทรพั ยากรสารสนเทศทาํ ได้หลายวิธีดงั นี้ การจดั แสดงหนงั สือ การจัดแสดงหนังสือ เป็นกิจกรรมท่ีดึงดูดให้ผู้ใช้บริการห้องสมุดเข้ารู้จัก หนังสือและเลือกใช้ หนงั สอื ขั้นตอนการจัดแสดงหนังสอื 1. การเลือกหนังสือ วิธีการเลือกหนังสอื มาจดั แสดงมดี งั นี้ 1.1 หนังสือใหม่ท่ีห้องสมุดได้นําออกมาให้บริการ โดยมีการแบ่งหนังสือใหม่ ออกบริการทุกเดือน เพือ่ ให้ผูอ้ า่ นได้มีหนังสอื ใหม่อ่านตลอดทงั้ ปี 1.2 หนังสือเก่าที่มีคุณค่า หรือหนังสือท่ีได้รับรางวัล เช่น หนังสือท่ี ชนะการ ประกวดรางวัลซไี รท์ รางวัลการประกวดหนังสอื งานสปั ดาหห์ นงั สือแห่งชาติ ซึง่ เป็นหนังสือที่ไดผ้ ่านการ กลนั่ กรองจากคณะกรรมการผทู้ รงคณุ วฒุ ิ 1.3 หนังสือท่ีสอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เกิดข้ึน เพ่ือให้ประชาชนได้ติดตาม ขา่ วสารทท่ี นั สมัย เนอื่ งจากห้องสมคุ เปน็ แหลง่ ข้อมูลที่สาํ คญั ของชมุ ชน 1.4 จัดแสดงหนังสือตามเทศกาลหรือประเพณีที่สําคัญของท้องถิ่น เนื่อง จากคนไทยมีความผูกพันกับประเพณที ีม่ ตี ลอดปี ซ่ึงแต่ละภูมภิ าคหรือทอ้ งถน่ิ จะมีแตกตา่ งกัน ห้องสมุด ~ 30 ~
คมู่ ือการปฏิบตั งิ านห้องสมุดประชาชนอาเภอภูพาน ประจาปงี บประมาณ ๒๕๖๔31 ประชาชนเป็นหน่วยงานทจ่ี ะอนุรักษ์ประเพณี และเผยแพร่ประเพณีให้ คนรุ่นใหม่ได้ศึกษาเพ่อื ให้คงอยู่ ตลอดไป 1.5 จัดแสดงหนังสือเฉพาะกลุ่ม เช่น กลุ่มอาชีพ กลุ่มกีฬา กลุ่มเด็ก วัย รุ่น ผู้ใหญ่ เป็นตน้ 2. การเตรียมอุปกรณป์ ระกอบการจดั แสดงนอกจากหนงั สอื แลว้ จะต้องมีวสั ดอุ ปุ กรณ์ ประกอบการจัดแสดง เพื่อให้เกดิ ความสวยงาม ผคู้ นไดใ้ หค้ วามสนใจ ดงั น้ี 2.1 วัสดุอุปกรณ์เครื่องเขียน เช่น กระดาษ ปากกา สี พู่กัน กาว กรรไกร ไม้ บรรทดั ยางลบ เปน็ 2.2 อปุ กรณ์ประกอบการจัดฉาก เช่น ตุ๊กตา ผา้ แพร ใบหมุ้ ปก แผนท่ี ลูกโลก เพื่อให้ข้อมูลมีความชัดเจน รูปภาพ แผนภูมิ แผนผัง ของตัวอย่าง ของจําลอง สไลค์ เทปเสียง วีดิทัศน์ ซีด-ี รอม 3. วิธีการจัดแสดงหนัง สามารถจัดได้หลายรูปแบบตามความเหมาะสมของ สถานท่ี เนื้อหา และกลุม่ เปา้ หมาย การจดั แสดงแตล่ ะครง้ั ไม่ควรจะยาวนานเกินไป เพราะจะทําให้ผใู้ ช้เกิดความ เบือ่ หนา่ ย ในการจัดนอกจากจะแสดงหนงั สอื แลว้ จะตอ้ งมขี ้อมูลเพิม่ เตมิ หรือมสี ่อื ทช่ี ่วยขยายให้มคี วาม ชัดเจนมากยง่ิ ข้นึ โดยยดึ หลกั ศิลปะใน การจัดนทิ รรศการ รปู แบบการจัดนิทรรศการ มดี ังนี้ 3.1 การจัดตู้แสดงหนังสือถาวร ห้องสมุดโดยทั่วไปมักจะมีตู้กระจกท่ี มองเห็นหนังสือข้างใน และสามารถหยิบอ่านเล่มที่สนใจได้ ถ้าเป็นหนังสือใหม่ควร แจ้งให้ผู้ใช้ทราบว่า หนงั สอื จะยมื ไดเ้ มือ่ ไหร่ 3.2 การแขวนที่ป้ายประกาศ โดยเฉพาะการใช้ใบหุ้มปกไปติดไว้และจัด แสดงตัวเล่มหนังสอื ไวใ้ กล้ๆ 3.3 การจัดแสดงหนงั สืออย่างง่ายๆ เชน่ การแสดงหนังสือไวท้ ี่โต๊ะบริการยืม- คืนหนังสือ เม่ือผู้ใช้มายืมหนังสือสามารถมองเห็นได้ชัดเจน การวางหนังสือ ไว้บนบัตรรายการ การ แสดงหนังสือไว้ด้านหน้าของชั้นหนังสือแต่ละช้ันวางไว้ที่โต๊ะบริการตอบคําถามและช่วยการค้นคว้า รวมท้ังการจดั แสดงไว้ทีจ่ ดุ อ่ืนๆ ทด่ี งึ ดูด ความสนใจของผูใ้ ช้ 3.4 การจัดแสดงภายนอกห้องสมุด ขอความร่วมมือจากหน่วยงานบริการ ประชาชนท้ังภาครัฐและเอกชน และนําหนังสือไปจัดแสดง โดยให้มีผู้รับผิดชอบ ซึ่งอาจจะเป็นผู้นํา ชุมชน ในบริเวณศาลาประชาคม ที่ว่าการอําเภอ จังหวัด ท่ีว่าการเขต หรือการจัดแสดงหนังสือเมื่อมี การจดั หอ้ งสมดุ เคลอ่ื นที่ออกไปให้บริการ 4. การประเมินผลการจัดแสดงหนังสือ การจัดแต่ละครั้งได้รับความสนใจ มากน้อยเพียงไร หนังสือแต่ละเล่มและสื่อประเภทอื่นๆ ที่นําไปจัดแสดงมีผู้ยืมหรือไม่การใช้ แบบสอบถามสําหรับการประเมินผลการจัดแสดงแต่ละครั้ง หรือการสํารวจความคิดเห็นพร้อมกับ บรกิ ารอน่ื ของหอ้ งสมดุ ทกุ ๆ ปี บรกิ ารบรรณานกุ รมและบรรณนทิ ศั น์ การวบรวมบรรณานุกรม หมายถึง การรวบรวมรายชื่อหนังสือ สิ่งพิมพ์ หรือ ทรัพยากร สารสนเทศอ่ืนๆ เพ่ือส่งเสริมการอ่านและอํานวยความสะดวกในการค้นคว้า ของผู้ใช้บริการ โดยการ คัดเลือกหนังสือที่มีคุณค่า และตรงกับความต้องการของผู้ใช้ให้รายละเอียดที่เป็นประโยชน์ต่อการใช้ สารสนเทศนนั้ ๆ ~ 31 ~
คมู่ ือการปฏิบตั งิ านห้องสมดุ ประชาชนอาเภอภูพาน ประจาปงี บประมาณ ๒๕๖๔32 บรรณนิทศั น์ หมายถงึ การชีแ้ จง อธบิ าย หรือการประเมนิ คณุ ค่าของทรัพยากรสารสนเทศ การ เขียนบรรณนิทัศน์อาจเขียนโดยการให้เฉพาะสารหรือรายละเอียดของ หนังสือ และอาจจะเพ่ิมความ คิดเห็นประเมินคุณค่าหนังสือเข้าไปด้วยก็ได้ แต่การแสดงความคิดเห็นจะต้องอยู่บนรากฐานของความ ถูกต้อง โดยไม่ใสอ่ คตเิ ข้าไป การจัดทาํ บรรณานุกรมและบรรณนิทัศน์ เป็นกิจกรรมท่ีมีขั้นตอนการดําเนินงานหลายข้ันตอน ถ้าหากประสงค์จะให้ผู้อ่านได้รับสาระอย่างย่อๆ ของหนังสือมักจะจัดทําให้รูปบรรณนิทัศน์ แต่ถ้าหาก ต้องการเผยแพรร่ ายชอ่ื หนังสอื ใหผ้ ูใ้ ชไ้ ดร้ ับอย่างรวดเร็ว อาจจะให้เฉพาะรายละเอียดทางบรรณานุกรม ประเภทของบรรณานกุ รมและบรรณนทิ ศั น์ การจัดทาํ บรรณานุกรมและบรรณานทิ ศั นห์ นงั สือ แบ่งไดด้ ังนี้ 1. หนังสือใหม่ เม่ือห้องสมุดได้นําหนังสือออกให้บริการควรท่ีจะมีการพิมพ์รายชื่อ หนังสือใหม่เผยแพร่ ในรูปแบบบรรณานุกรมและบรรณนิทัศน์ หมุนเวียนไปยังกลุ่มเป้าหมายอย่าง ตอ่ เน่อื ง เพ่อื ผใู้ ช้จะไดต้ ดิ ตามความทันสมัยของรายการทรพั ยากรสารสนเทศของหอ้ งสมุด 2. หนังสือเฉพาะสาขาวิชา เฉพาะด้าน หรือหนังสือของนักเขียนแต่ละคน เพ่ือความ สะดวกในการค้นหาหนังสือของผู้ใช้บริการ ซึ่งผู้ใช้ไม่จําเป็นจะต้องเป็นผู้ท่ีอยู่ในสาขาวชิ านั้น ผู้ใช้ท่ัวไป สามารถตัดสินใจทจี่ ะเลอื กอา่ นได้เชน่ เดียวกัน โดยเฉพาะหอ้ งสมดุ ประชาชนเปน็ ศูนย์รวมผ้ใู ช้บริการทุก กล่มุ ซงึ่ จะเปน็ เครอ่ื งมือชว่ ยค้นเป็น อยา่ งดี เชน่ การปลูกมะมว่ ง กฎหมายชาวบา้ น เปน็ ตน้ บริการหอ้ งสมดุ เคลอ่ื นท่ี ห้องสมุดเคลื่อนที่เป็นการขยายบริการของห้องสมุดไปยังประชาชนท่ีไม่สะดวกท่ีจะมาใช้ บริการหอ้ งสมดุ หรอื ปัญหาด้านระยะทางหรอื ระบบการคมนาคม โดยเฉพาะผู้ ทีอ่ ยู่ในชนบทหา่ งไกล วตั ถุประสงคข์ องหอ้ งสมุดเคล่อื นที่ ห้องสมุดประชาชนได้จดั บริการหอ้ งสมดุ เคลือ่ นท่ี เพื่อวตั ถุประสงคด์ ังต่อ ไปน้ี 1. เพอื่ เผยแพรข่ า่ วสารความรู้แก่ประชาชน โดยการจดั หาสอื่ ทุกรปู แบบทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ และสิง่ ไม่ตพี มิ พ์ รวมทัง้ การรว่ มมอื กับหน่วยงานอื่นในการสอนวิชาชพี ให้สอดคล้องกับความเป็นอยู่ของ ประชาชนในแต่ละท้องถ่ิน รวมทงั้ การรว่ มมอื กบั หนว่ ย งานสาธารณสุขใหค้ วามร้ดู ้านสุขภาพอนามัยแก่ ประชาชน 2. ส่งเสริมให้ประชาชนรู้จักการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ โดยการแนะนําให้เห็น คุณค่าของประโยชน์ของสารสนเทศ การเลือกใช้สารสนเทศ เนื่องจากในปัจจุบันน้ี ข้อมูลข่าวสารมีอยู่ อย่างท้วมท้น นอกจากจะก้าวให้ทันข่าวสารแล้วจะตอ้ งรู้ทนั ด้วย ไม่อย่างนั้นจะต้องถูกกระแสพัดพาไป ตกเป็นเหย่ือของข้อมูลข่าว ดังนั้นห้องสมุดประชาชนจะต้องสอนให้ประชาชนได้รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็น ประโยชนโ์ ดยการใช้ ขอ้ มลู ขา่ วสารให้เป็นประโยชน์ 3. เพื่อปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน การให้ความเอาใจใส่ในการพัฒนาการเรียนรู้ของเด็ก เปน็ สงิ่ ทมี่ ีค่ายง่ิ โดยเฉพาะการปลกู ฝังนิสัยรักการอา่ นของเด็กจะช่วยใหส้ ังคมในอนาคตมีประชาชนท่ีใฝ่ ศึกษาเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ซึ่งทําให้การพัฒนาประเทศเป็นไปอย่างรวดเร็ว การจัดกิจกรรมส่งเสริมการ อ่านเป็นสิง่ ที่กระทาํ คู่กบั การบรกิ ารหอ้ งสมดุ เคล่อื นท่ี การท่ีจะดงึ ผใู้ หญห่ รอื พ่อแมม่ าใชบ้ รกิ ารห้องสมุด ~ 32 ~
คมู่ อื การปฏบิ ัติงานหอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอภูพาน ประจาปีงบประมาณ ๒๕๖๔33 จะต้องมีกิจกรรมสําหรับ เด็ก เพื่อผู้ปกครองจะได้นําเด็กมาร่วมกิจกรรม เช่น การเล่านิทาน การเล่า เรอ่ื งหนังสือ ตอบปญั หา การเลน่ เกมสพ์ ัฒนาทางดา้ นสตปิ ญั ญา และทางรา่ งกายการวาดภาพระบายสี 4. การขจัดปัญหาการลืมหนังสอื สงั คมท่ีขาดแคลนหนงั สอื และสอ่ื ประเภท อนื่ ๆ ทจ่ี ะ ใช้สําหรบั อ่าน หรือไม่มีโอกาสได้ไปใชบ้ รกิ ารแหล่งสารสนเทศ โดยขาดการศึกษาอย่างต่อเนื่องหลังจาก การจบการศึกษาภาคบงั คับ ทาํ ให้มีโอกาสทจี่ ะลืมหนังสือได้มาก ทาํ ใหจ้ ดั การศึกษาในระบบเกดิ การสญู เปล่า การจัดบริการห้องสมดุ เคลือ่ นทีไ่ ปยังชุมชนท่ขี าดแหลง่ สารสนเทศ อยา่ งสมํา่ เสมออาจจะช่วยขจดั ปัญหาดงั กล่าวได้เป็นอย่างมาก 5. เพื่อประชาสัมพันธห์ ้องสมุด ห้องสมุดเคล่ือนที่เป็นกิจกรรมเพื่อการประชาสัมพันธ์ หรือการสร้างความเข้าใจอันดีระหวา่ งห้องสมุดและชมุ ชน โดยเฉพาะการขอความร่วมมือภาคเอกชนให้ เข้ามามีสว่ นร่วมในการให้บริการห้องสมดุ และชักชวนให้ไปใชบ้ รกิ ารห้องสมดุ ประชาชน ~ 33 ~
บทท่ี ๕ งานเทคนิคหอ้ งสมดุ ประชาชน ขอบเขตงานเทคนิคหอ้ งสมดุ องค์ประกอบสําคญั ของการดําเนินงานห้องสมุด คือทรัพยากรสารสนเทศ เพ่ือตอบสนองความ ต้องการของชุมชน การพัฒนาทรัพยากรห้องสมุดให้สอดคล้องกับความสนใจและความสามารถของแต่ ละกล่มุ ซงึ่ ห้องสมุดจะตอ้ งรบั รองไดว้ ่าชุมชนจะ ต้องได้ใช้สารสนเทศท่ตี อ้ งการ งานเทคนิคห้องสมุด เป็นการรวมหลายกจิ กรรมเขา้ ด้วยกัน เพอื่ ใหเ้ กิดความม่นั ใจไดว้ า่ หนังสือ วารสาร และสารสนเทศอื่นๆ ของห้องสมุด สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการของ ห้องสมุดประชาชน ได้อย่างแท้จริง ซึ่งกิจกรรมของห้องสมุดท่ีเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ มีดงั นี้) 1. การเตรียมการวางแผนและนโยบายในการพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ การพัฒนาและการ กําหนดงบประมาณสาํ หรับสารสนเทศ 2. การวิเคราะห์และประเมินค่าวัสดุสารสนเทศโดยพิจารณาจากการใช้ประโยชน์ของผู้ใช้ เพ่ือท่ีจะได้ทราบว่าวัสดุสารสนเทศควรประกอบด้วยอะไรบ้าง และ วัสดุสารสนเทศเหล่าน้ันตรงกับ ความตอ้ งการของผ้ใู ช้หรือไม่ 3. การสํารวจสารสนเทศท่ีมีอยู่ในปัจจุบัน พิจารณาว่าส่วนใดท่ียังคงมีความจําเป็นสําหรับผู้ใช้ ส่วนใดทไี่ ม่ไดใ้ ช้ไม่เปน็ ทีต่ ้องการ และมมี ากเกินไปเมอื่ เปรยี บเทียบ กบั จํานวนผใู้ ช้ ซงึ่ จะตอ้ งดาํ เนินการ คัดออกจากหอ้ งสมดุ 4. การศึกษาการใชส้ ารสนเทศและการศึกษาผใู้ ช้บรกิ าร 5. ศึกษาประสิทธิภาพเกี่ยวกับการปฏิบัติงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานพัฒนา ทรัพยากรสารสนเทศ ๖. การกําหนดประสิทธิภาพในการจัดหาสารสนเทศ โดยเฉพาะในส่วนของสํานักพิมพ์หรือ ตวั แทนจาํ หน่ายในเร่อื งความตรงตอ่ เวลา ราคา และบรกิ ารด้านอ่ืนๆ ตอ่ ห้องสมุด ๗. การจัดให้มีความร่วมมือและประสานงานการพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศกับ ห้องสมุดใน ท้องถิน่ หรอื ชุมชนเดียวกัน เพอ่ื เพ่มิ คุณค่าของสารสนเทศใหเ้ กิดประโยชน์มากยิง่ ข้นึ การคดั เลือกทรพั ยากรสารสนเทศ การเลือกและประเมินค่าทรัพยากรสารสนเทศเป็นงานที่มีความสําคัญอย่างหนึ่ง เนื่องจากเป็น สิ่งทป่ี ระกนั ได้ว่าหอ้ งสมดุ ได้จัดหาสารสนเทศทดี่ ี มีคุณคา่ และเหมาะสําหรบั ชุมชนบรรณารักษห์ อ้ งสมดุ ประชาชนเป็นบุคคลสําคัญที่มีบทบาทในการเลือกสารสนเทศ จะต้องเปน็ ผูท้ ี่มีความรู้ทางด้านวิชาชีพ มี ความรู้ และมปี ระสบการณ์ในการคัดเลือกสารสนเทศเปน็ อยา่ งดี ความสําคญั ของการคดั เลือก 1.งบประมาณที่มีจํากัด เม่ืองบประมาณที่ได้รับถูกตัดทอนลง หรือได้รับเท่าเดิม แต่ราคาของ วัสดุสารสนเทศเพ่ิมขึ้นทุกปี ความสามารถในการจัดหาสารสนเทศจะลดจํานวนลงดังนั้นจึงต้องมีการ คดั เลือกวัสดุสารสนเทศทีด่ ใี หส้ อดคล้องกับงบประมาณ 2. การเพ่ิมขึ้นของทรัพยากรสารสนเทศอย่างรวดเร็ว การเปล่ียนแปลงของข้อมูลข่าวสาร ซึ่ง ล้วนแต่มีผลให้ห้องสมุดจะต้องเลือกสิ่งท่ีดีมีความทันสมัยอยู่เสมอ โดยเฉพาะการตัดสินใจเลือกซ้ือ
คู่มือการปฏบิ ัติงานห้องสมดุ ประชาชนอาเภอภพู าน ประจาปงี บประมาณ ๒๕๖๔35 หนังสือ วารสารหรอื หนงั สือพิมพ์ รวมทั้งสื่อประเภท อ่ืนๆ หนังสือมีท้ังดีและไม่ดปี ะปนกนั ไป ห้องสมุด จะตอ้ งตรวจสอบก่อนทจี่ ะนํามาให้ บริการแกผ่ ใู้ ช้ 3. ความแตกต่างของผู้ใช้บริการ จําเป็นที่จะต้องมีการคัดเลือกทรัพยากร สารสนเทศให้ สอดคล้องกับสภาพของผู้ใช้สภาพแวดล้อมหรือชุมชนของห้องสมุดประชาชนแต่ละแห่งท่ีมีความ แตกต่างกัน เช่น การประกอบอาชีพ การนับถือศาสนา ความเชื่อต่างๆ ล้วนเป็นปัจจัยท่ีส่งผลต่อความ ต้องการสารสนเทศท้ังนนั้ 4. การแข่งขนั ของสํานกั พิมพ์ ตวั แทนจําหน่าย หรือร้านจําหนา่ ยหนังสอื ห้องสมดุ จะต้องเลือก ทรัพยากรสารสนเทศที่ผลิตโดยสํานักพิมพ์ท่ีมีความเช่ียวชาญใน แต่ละสาขาและราคาอยู่ในเกณฑ์ มาตรฐานทว่ั ไป 5. ห้องสมุดมีหลายประเภท มีวัตถุประสงคใ์ นการดําเนินงานแตกตา่ งกัน ห้องสมุดประชาชนมี งานหนักกว่าห้องสมุดประเภทอ่ืนๆ เน่ืองจากจะต้องให้บริการแก่คนทุกคน การจัดหาทรัพยากร สารสนเทศจะเน้นเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไม่ได้ น่ันคือการบริหารงบประมาณที่มีอยู่จํากัดบรรณารักษ์ที่ ทาํ หน้าทคี่ ัดเลอื กจะตอ้ งเลือกสารสนเทศทผ่ี ้ใู ช้ทกุ กลุ่มสามารถใชร้ ว่ มกนั ได้ นโยบายการเลอื ก การพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศบนพื้นฐานการวางแผน และการกําหนดนโยบายการเลือกท่ี ชัดเจน จะช่วยลดปัญหาการเลือกสารสนเทศที่ผิดพลาดได้มาก โดยเฉพาะบรรณารักษ์ท่ียังไม่มีความ เข้าใจการคัดเลือกหรือเร่ิมทําหน้าที่คัดเลือกทรัพยากรสารสนเทศจะได้ใช้เป็นเคร่ืองมือและทําให้การ เลือกไม่เกิดอคติ โดยการเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรให้บุคลากรทุกคนได้รับทราบเพื่อการปฏิบัติงานจะ ได้เปน็ อันหนงึ่ อันเดยี วกัน 1. ผู้คัดเลือก (Selector) จะต้องมีการกําหนดให้ชัดเจน มีการระบุบทบาทและหน้าที่ความ รบั ผดิ ชอบของแต่ละบุคคล 1.1 บรรณารักษ์รับผิดชอบในการคัดเลือกวัสดุสารสนเทศโดยตรงถึงแม้จะให้คนอื่น เขา้ มามสี ่วนรว่ มในการคดั เลือก แตข่ น้ั ตอนสําคัญในการตัดสินใจคือ บรรณารักษ์ทจี่ ะตรวจสอบรายการ ที่มีผู้เสนอแนะว่าภายในห้องสมุดมีหรือยัง จํานวนเพียงพอต่อการใช้หรือยัง หรือคุณภาพของหนังสือ เลม่ ดงั กล่าวสมควรจดั หา หรือจะเลอื กรายการในกรณที ่ีมเี น้อื หาเหมอื นกัน 1.2 คณะกรรมการหรือท่ีปรึกษาของห้องสมุด ควรจะมีบทบาทในการเลือกวัสดุ สารสนเทศ เพราะคณะกรรมการห้องสมุด เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและเห็นความสําคัญของห้องสมุด นอกจากนค้ี วรจะมบี ทบาทเก่ยี วกบั การใชจ้ ่ายเงนิ งบประมาณในการจัดหาวสั ดสุ ารสนเทศแต่ละรายการ 1.3 ผู้ใช้บริการควรมีโอกาสเสนอแนะและแจ้งความตอ้ งการวัสดุสารสนเทศทตี่ อ้ งการ เป็นข้อมูลที่สําคัญท่ีจะใช้ประกอบการคัดเลือกทรัพยากรสารสนเทศ จัดให้มีสมุดสําหรับให้ผู้ใช้ได้ เสนอแนะหนังสือเข้าห้องสมุด ตู้หรือกล่อง แสดงความคิดเห็น และเสนอแนะหนังสือแบบสอบถามเพื่อ การคัดเลอื กและจดั หาทรพั ยากรสารสนเทศ แต่ข้อมูลเหล่านี้เป็นเครื่องมอื ประกอบการคัดเลือกเท่านัน้ แต่ ขอ้ มลู จะมีประโยชน์มากแคไ่ หนข้ึนอยกู่ บั จาํ นวนและความหลากหลายของผูเ้ สนอแนะ 2. วัตถุประสงค์ในการคัดเลือก จะช่วยให้งานคัดเลือกสารสนเทศประสบผลสําเร็จมากย่ิงขึ้น โดยเฉพาะการคัดเลือกจะต้องพิจารณาท่ีความต้องการของผู้ใช้เป็นหลัก หรือพิจารณาท่ีคุณภาพของ วัสดุสารสนเทศ สารสนเทศที่ผู้ใช้ต้องการอาจจะไม่ใช่สารสนเทศท่ีมีคุณภาพอย่างเดียว สังเกตจาก สมาชิกห้องสมุดประชาชนท่ีเป็น ผู้หญิงส่วนใหญ่จะยืมหนังสือนวนิยาย เม่ือเปรียบเทียบกับหนังสือ ~ 35 ~
คมู่ อื การปฏบิ ัตงิ านห้องสมดุ ประชาชนอาเภอภพู าน ประจาปีงบประมาณ ๒๕๖๔36 วิชาการท่ีมีผู้ใช้นอ้ ย หอ้ งสมดุ ประชาชนไม่ได้มวี ตั ถปุ ระสงค์เพ่อื ความบันเทงิ เพียงอยา่ งเดยี ว ดังนน้ั การ กําหนดวัตถุประสงค์ในการเลือกวัสดุสารสนเทศจะช่วยให้การเลือกสารสนเทศมีความสมดุลกันมาก ย่ิงขึ้น ข้อสังเกตเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างการเลือกสารสนเทศ เพื่อสนองความต้องการของผู้ใช้ และการเลือกอยา่ งมีความรับผดิ ชอบ มีดงั นี้ 2.1 การเลอื กสารสนเทศที่ผู้อา่ นมคี วามตอ้ งการจรงิ ๆ โดยไม่คาํ นึงถงึ ส่งิ ใด 2.2 การเลือกโดยคํานึงถึงความรับผิดชอบต่อหน้าที่และสถาบัน โดยเลือกวัสดุ สารสนเทศท่ีมคี ุณคา่ ท่ีสดุ ท่ีผู้ใช้ต้องการ 2.3 การเลือกวัสดุสารสนเทศท่ีมีคุณค่าที่สุด โดยไม่คํานึงถึงความต้องการของ ผู้ใชบ้ ริการ แนวคิดเกยี่ วกับการเลือกหนังสอื ที่มีคุณภาพหรือหนงั สือทมี่ ผี ูใ้ ชต้ ้องการยงั คงมีความสัมพนั ธ์กบั การคัดเลอื กวัสดุสารสนเทศ การให้สารสนเทศท่ีดีท่ีสุดและมีประโยชน์กับผใู้ ช้ส่งเสริมการศึกษาเพม่ิ พนู ความรู้ เพราะถ้าหากผู้ใชไ้ ด้อ่านหนังสือที่ดีจะช่วยให้เกิดการพัฒนาในทุกๆ ด้าน ผู้อ่านบางคนอาจจะมี รสนิยมในการอ่านหนังสือที่เน้นความบันเทิงมากกว่าสารคดี ถ้าหนังสือท่ีดีแต่หนักไปด้วยสาระก็จะไม่ อ่านอย่างไรก็ดีการกําหนดวัตถุประสงค์ในการเลือกควรจะสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของห้องสมุด ประชาชน ซ่ึงจะขน้ึ อยกู่ บั ลกั ษณะของแต่ละชมุ ชน 3. ประเภทของวัสดุสารสนเทศ ความพยายามในการค้นหาสื่อท่ีจะใช้เผยแพร่สารสนเทศของ มนุษย์ในแต่ละยุคสมัยทําให้มีการพัฒนาส่ือท่ีมีประสิทธิข้ึนเรื่อยๆ แต่อย่างไรหนังสือก็ยังเป็นส่ือที่ใช้ สําหรับเผยแพร่สารสนเทศมากกว่าสื่ออ่ืนๆ ส่วนสื่ออื่นๆ จะช่วยเสริมให้เกิดการเรียนรู้ได้เร็วมากย่ิงขึ้น ห้องสมุดจําเป็นต้องจัดหาส่ือท่ีมีความหลากหลายไว้ให้บริการตามความต้องการและความสามารถใน การใชส้ ่อื ของผ้ใู ช้ห้องสมดุ ประชาชนควรจะมกี ารรวบรวมสือ่ ดงั น้ี 1. หนงั สอื อ้างอิงพืน้ ฐานท่วั ไป 2. หนังสอื สาํ หรบั ผู้ใช้ทั้งประเภทบันเทงิ คดแี ละสารคดี 3. หนังสอื สาํ หรับเดก็ ทกุ ระดบั รวมทงั้ เด็กวยั รนุ่ 4. วารสารและส่งิ พมิ พต์ อ่ เน่ืองสาํ หรบั เดก็ วยั รุน่ และวัยผใู้ หญ่ 5. โสตทศั นวสั ดุทุกประเภท เช่น รปู ภาพ แผนที่ ลูกโลก หุน่ จําลอง ของตวั อยา่ ง ของจริง แถบ บันทึกเสียง วีดิทัศน์ แผ่นดิสเก็ต ซีดี-รอม ซ่ึงส่ือพวกน้ี สามารถจัดหาได้ง่ายข้ึนเนื่องจากมีการผลิต ภายในประเทศ 6. วัสดุสารสนเทศที่มคี วามเก่ียวข้องกับชุมชน เชน่ ประวัตทิ ้องถ่ิน (local history) ภมู ปิ ัญญา ท้องถ่นิ วัฒนธรรมท้องถิน่ การปกครองทอ้ งถนิ่ ส่งิ พิมพ์รฐั บาล วารสารและหนงั สอื พมิ พข์ องหนว่ ยงาน ในท้องถน่ิ การกาํ หนดความต้องการของผ้ใู ช้ การพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศจะต้องพิจารณาความต้องการของผู้ใช้มีการศึกษาข้อมูล เกยี่ วกับสภาพการใช้สารสนเทศเพอื่ ประเมินว่าสารสนเทศตรงกับความต้องการของผู้ใช้มากนอ้ ยเพียงใด วธิ กี ารพิจารณามีดงั นี้ 1. การศึกษาสภาพการใช้สารสนเทศ เป็นการประเมินผลการจัดหาสารสนเทศที่ผ่านมาจาก สถิติการยืมหนังสือ จากข้อมูลของฝ่ายบริการยืมคืนหนังสือ บริการโสตทัศนวัสดุ การใช้ทรัพยากร ~ 36 ~
คมู่ อื การปฏบิ ตั ิงานห้องสมุดประชาชนอาเภอภูพาน ประจาปีงบประมาณ ๒๕๖๔37 สารสนเทศอ้างอิง จากสถิติงานบริการตอบคํา ถามและช่วยการค้นคว้า ข้อมูลการยืมหนังสือระหว่าง ห้องสมดุ 2. สอบถามผู้ใช้บริการ ผู้ใช้บางคนอาจจะไม่พอใจเม่ือเข้าห้องสมุดแล้วไม่ได้ส่ิงที่ต้องการ เม่ือ ประสบปัญหาน้ีบ่อยครั้งก็จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ที่มีต่อห้องสมุด และไม่อยากที่จะมาใช้บริการ ห้องสมุดประชาชนไม่ควรจะให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ควรมีการสํารวจความพึงพอใจ และความ ต้องการสารสนเทศอย่างต่อเน่ือง โดยการจัดทําสมุดแนะนําหนังสือ หรือออกแบบฟอร์มเสนอแนะ รายชื่อหนังสอื เป็นต้น 3. การวิเคราะห์วัสดุสารสนเทศห้องสมุดควรที่จะพิจารณาทรัพยากรสารสนเทศที่เก่าแต่ไม่มี ผู้ใช้บริการบางรายการข้อมูลอาจจะล้าสมัย โดยเฉพาะ สารสนเทศทางวิทยาศาสตร์ที่มีการค้นพบ วิทยาการใหม่ มีการเปล่ียนแปลงตลอดเวลา เป็นข้อมูลประกอบการเลือกและจัดหาหนังสือ โดยการ เลือกจัดหาหนังสือสําหรับข้อมูลท่ีมีการเปล่ียนแปลงช้า หรือหนังสือพิมพ์และวารสารสําหรับข้อมูลที่มี การ เปล่ยี นแปลงตลอดเวลา เครื่องมอื ชว่ ยเลือกวัสดสุ ารสนเทศ การจัดหาทรัพยากรสารสนเทศเพ่ือให้งานออกมาเป็นที่พอใจของผู้ปฏิบัติงาน และผู้ใช้บริการ จะต้องอาศัยเครือ่ งมอื ชว่ ยในการเลือกหลายอย่างประกอบกัน ดงั นี้ 1. บุคลากรของห้องสมุด ได้มีส่วนร่วมในการคัดเลือกสารสนเทศ เพราะทุกคนมีบทบาทเป็นผู้ ใหบ้ ริการย่อมทราบความต้องการของผู้ใชแ้ ตล่ ะแผนกได้เป็น อยา่ งดี 2. การตรวจสอบจากร้านจําหน่ายหนังสือหรือห้องสมุดอื่นๆ บรรณารักษ์จะต้องตรวจสอบ หนังสือหรือวัสดุสารสนเทศประเภทอ่ืนๆ ก่อนท่ีจะตัดสินใจเลือกซื้อ เพ่ือท่ีจะได้ไม่ผิดพลาดโดยเฉพาะ หนังสือที่เขียนโดยนักเขียนหลายคน การตรวจสอบไมม่ ีวธิ ีการใดท่ีจะดเี ท่ากับการได้ดูจากของจริง จาก ร้านจาํ หนา่ ยหนงั สือหรอื จากห้องสมุดอนื่ 2.1 บรรณารักษ์สามารถสํารวจรายชื่อหนงั สือจากร้านจาํ หน่ายหนังสอื จดบันทึกสน้ั ๆ เก่ียวกับหนังสือแต่ละรายการ เพ่ือท่ีจะเปรียบเทียบระหว่างร้านค้าที่ให้ราคาถูกกว่า ซ่ึงไม่ใช่ส่ิงท่ีผิดใน การท่ีจะสํารวจแต่ละร้าน ถ้าหากเง่ือนไขในการขายไม่ดีก็ไม่จําเป็นต้องซ้ือร้านจําหน่ายหนังสือทราบดี วา่ หอ้ งสมดุ เป็นตลาดการคา้ ทสี่ าํ คัญและผู้ใช้หอ้ งสมุดเมื่อพบหนงั สอื ในหอ้ งสมดุ และเกิดความพอใจก็จะ ซือ้ หนังสอื เลม่ นั้นเปน็ สมบตั ิส่วนตวั หอ้ งสมดุ ทําหนา้ ทโี่ ฆษณาและประชาสัมพนั ธ์ หนังสอื ใหก้ บั ร้านค้า เป็นอย่างดีโดยไมค่ ดิ คา่ โฆษณา 2.2 การไปสํารวจห้องสมุดอื่น หรือการเข้าไปดูจาก website ห้องสมุด แต่ละแห่งใน เครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะห้องสมุดท่ีมีความพร้อมด้านงบประมาณ เพื่อท่ีจะได้สํารวจหนังสือ จํานวนมาก ซึ่งห้องสมุดเหล่านั้นยินดีให้ใช้ห้องสมุดเป็นแนวทางสําหรับการจัดห้องสมุดบางแห่ง นอกจากจะให้ความชว่ ยเหลือในการจัดหาทรพั ยากรสารสนเทศแล้วยงั เป็นศนู ยจ์ ัดแสดงหนังสือ เพื่อให้ บรรณารักษ์จากห้อง สมุดต่างๆ จัดกิจกรรมการวิจารณ์หนังสือแสดงความคิดเห็นร่วมกัน จัดให้มีความ ร่วมมือระหว่างห้องสมุด เพื่อใช้ทรัพยากรร่วมกัน นอกจากนี้ห้องสมุคบางแห่งยังมีหน่วยงานศูนย์ หนังสือบริการจาํ หน่ายหนงั สือทงั้ ปลกี และส่งใหแ้ ก่ผู้สนใจท่วั ไปดว้ ย 3. บรรณานุกรม เป็นหนังสือท่ีรวบรวมรายช่ือหนังสือ และรายละเอียดท่ีเป็นประโยชน์ที่ใช้ ประกอบการเลอื กหนังสือ ไดแ้ ก่ ช่อื ผู้แต่ง ชอ่ื หนงั สอื ครง้ั ท่พี ิมพ์ สถานที่พมิ พ์ สํานักพมิ พ์ ปีพิมพ์ ราคา ~ 37 ~
ค่มู ือการปฏิบัตงิ านห้องสมุดประชาชนอาเภอภพู าน ประจาปงี บประมาณ ๒๕๖๔38 จํานวนหน้า บรรณานุกรมที่เผยแพร่ มีท้ังบรรณานุกรมท่ัวๆไป บรรณานุกรมเฉพาะวิชา บรรณานุกรม เลอื กสรรเฉพาะกลุ่ม เฉพาะหนงั สือทไี่ ดร้ ับรางวลั หนังสือดสี ําหรับห้องสมดุ แต่ละประเภท 4. สิ่งพิมพ์โฆษณาหนังสือของร้านจําหน่ายหนังสือหรือสํานักพิมพ์ ซ่ึงจะส่งเผยแพร่ตาม ห้องสมุด บางที่เรียกวา่ บรรณานุกรมร้านคา้ สิ่งพิมพ์ประเภทน้ีจะรวบรวมรายช่อื หนงั สือให้รายละเอยี ด ทางบรรณานุกรม มีการจัดแยกตามสาขาวิชา ตามหัวเรื่อง ถ้าหากหนังสือรายการใหม่ๆ หรือรายการที่ ได้รางวัลจากประกวดจะมีภาพ ประกอบและมีสรุปยอ่ รวมทั้งขอ้ ความโฆษณารายการดงั กลา่ ว 5. การโฆษณาหรือการวิจารณ์หนังสือทางส่ือมวลชน เช่นการโฆษณาทาง วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ วารสารหรือหนังสือพมิ พ์ ทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต การโฆษณาอาจจะเป็นการรายการที่ จัดเป็นประจําของสํานักพิมพ์ หรือวารสารชื่อน้ัน โดยการนําเสนอรายการหนังสือท่ีสํานักพิมพ์ได้ จัดพิมพ์ออกมาใหม่ พร้อมกับการสรุป เร่ืองย่อ และยกข้อความที่น่าสนใจขึ้นมากล่าว และตอนท้ายให้ ผู้อ่านได้ติดตามได้จาก ตัวเล่มจริงๆ ซึ่งการจัดรายการในลักษณะน้ีเป็นปลูกฝังให้คนสนใจอ่านหนังสือ เพิ่มข้ึน แต่ขึ้นอยู่กับว่าผู้ท่ีแนะนําหนังสือได้คัดเลือกหนังสือท่ีดีมากน้อยเพียงใด ส่วนหนังสือพิมพ์ รายวัน จะมคี อลมั น์แนะนาํ หนงั สอื และสอ่ื มลั ตมิ เี ดียเป็นประจาํ ทกุ วัน ทุกวัน สดุ สปั ดาห์ เป็นต้น 6. วารสารวิชาชีพบรรณารกั ษศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์ จะมีคอลัมน์แนะนําหนังสือและส่อื สําหรับห้องสมุด พร้อมบทสรุปและบทวิจารณ์หนังสือเล่มดังกล่าว ซ่ึงเป็นข้อมูลที่จะใช้สําหรับการ ตัดสินใจในการคัดเลือกได้ดีท่ีสุด เน่ืองจากผู้วิจารณ์หรือผู้แนะนําเป็นผู้ท่ีมีความรู้ในหลักการเลือก สารสนเทศเป็นอย่างดี เชน่ วารสาร Library Journal , Public Library Quarterly เปน็ ต้น การประเมินทรพั ยากรสารสนเทศ การเพ่ิมขึ้นของสารสนเทศเนื่องจากการค้นคว้าวิทยาการสมัยใหม่ การพัฒนาเทคโนโลยีการ พิมพ์ และการสื่อสาร รวมทั้งการแข่งขันของธุรกิจสารสนเทศ ห้องสมุดไม่สามารถจัดหาสารสนเทศได้ ทกุ รายการ เพราะมีงบประมาณจํากดั ดังน้นั จาํ เปน็ ต้องเลอื กรายการทด่ี แี ละมีคุณคา่ มากที่สดุ 1. ผู้แต่งหรือผู้รับผิดชอบ หมายถึง ผู้เขียน หรือผู้ประพันธ์ ผู้แปล ผู้รวบ รวม ผู้เรียบเรียง นักวิจัย ผู้ถ่ายภาพหรือวาดภาพประกอบ บรรณาธิการหรือผู้รับผิดชอบ อื่นๆ เพื่อพิจารณาความ น่าเช่ือถือ ความเช่ียวชาญ ความชํานาญ โดยพิจารณาจากวุฒิ การศึกษา ประสบการณ์การทํางาน ผลงานดีเด่น หรือรางวัลท่ีได้รับเก่ียวกับสาขาวิชาดัง กล่าว เช่น นักวิจัยดีเด่น นักวิทยาศาสตร์ดีเด่น เปน็ ตน้ 2. สํานักพิมพ์ หรือผู้ผลิต แต่ละแห่งจะมีความชํานาญในการจัดพิมพ์ หนังสือแตกต่างกัน บรรณารกั ษ์จะตอ้ งมคี วามรูเ้ กีย่ วกบั สํานกั พมิ พ์หรอื บริษัทผู้ผลติ วัสดสุ ารสนเทศเปน็ อย่างดี เชน่ หนงั สือ อ้างอิง หนงั สอื แบบเรียน หนงั สือเดก็ และ เยาวชน วีดทิ ศั น์เพ่อื การศกึ ษา เปน็ ต้น 3. เนือ้ หา 3.1 จุดมุ่งหมายในการจัดทําเพื่อการอ้างอิงเพื่อประกอบการเรียน สําหรับเด็กหรือ ผใู้ หญ่ เพ่อื ให้ความรู้ในการประกอบอาชีพ 3.2 ความถกู ตอ้ งและความสมบรู ณ์ของเนอ้ื หา 3.3 การใช้ภาษาเหมาะกบั ผู้ใช้แต่ละกลุ่มหนังสือเด็กใชเ้ น้นภาพประกอบ มากกว่าคํา บรรยาย คู่มือประกอบอาชีพใช้ภาษาง่ายๆ เหมาะกับพ้ืนความรู้ของชาวบ้าน การใช้ภาษาควรคงความ เป็นเอกลักษณข์ องภาษาไทย ~ 38 ~
คมู่ ือการปฏบิ ตั ิงานหอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอภพู าน ประจาปงี บประมาณ ๒๕๖๔39 3.4 การเรียบเรียงเนื้อหาตามลําดับความยากง่ายของเน้ือหาจากความรู้พ้ืนฐานไปสู่ รายละเอียดทล่ี ึกซึง้ เรียงตามลําดบั เหตกุ ารณข์ องเนอื้ เรอ่ื ง 3.5 การอ้างอิงหรือการบอกแหล่งท่ีมาของข้อมูลที่ใช้ประกอบการแต่งหนังสือ โดยเฉพาะหนังสอื สารคดีหรือหนังสือวชิ าการจําเปน็ ตอ้ งมีการอ้างอิงเพ่อื บง่ ช้ีความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ปรากฏ หนังสือวิชาการควรที่จะมีการอ้างอิงในเน้ือหา และการอ้างอิงทา้ ยเล่ม 4. การพิจารณารูปลกั ษณ์หรอื ส่วนประกอบของหนังสอื ใบหมุ้ ปก ปก หนังสอื หนา้ ปกใน หน้า หลังหน้าปกใน คํานํา สารบัญ สารบัญภาพ บรรณานุกรม ภาค ผนวก ครรชนี ตลอดจนวัสดทุ ี่ใช้ในการ พิมพห์ นงั สอื เป็นตน้ การจดั หาทรัพยากรสารสนเทศ ห้องสมุดประชาชนมีวิธีการจัดหาวัสดุสารสนเทศหลายวิธี การเลือกใช้วิธีการ จัดโดยวิธีใด ขึน้ อยู่กับประเภทของวสั ดุสารสนเทศ ดังนี้ 1.การจัดซอ้ื 2. การขอรับบริจาคหรอื การได้รับอภินันทนาการ 3. การแลกเปลีย่ น 4. การจดั ทําขึ้นเอง การจดั ซ้ือวัสดสุ ารสนเทศ การจัดซื้อเป็นวิธีการจัดหาทรัพยากรสารสนเทศที่สําคัญ เนื่องจากเป็นวิธีการที่ทําให้ ผู้ใช้ไดร้ บั สารสนเทศตรงกบั ความต้องการการใช้เงินงบประมาณในการจัดหาจะตอ้ งมีการพิจารณาอย่าง รอบคอบ โดยพิจารณาจัดซื้อเฉพาะรายการที่ห้องสมุดไม่อาจจัดหาได้โดยวิธีอ่ืน พิจารณาวัสดุที่ให้ ความรู้ทางวิชาการ เพื่อพัฒนาสติปัญญาของชุมชน เนื่องจากเงินงบประมาณที่ใช้ในการจัดซ้ือมาจาก เงินภาษีของราษฎร ส่วนสื่อท่ีให้ความบันเทิงไม่ใช่ไม่ให้จัดซื้อแต่บรรณารักษ์ควรพิจารณารายการท่ีให้ คณุ คา่ หรือประโยชน์แกป่ ระชาชนดว้ ยขน้ั ตอนสําคญั ในการจดั ซือ้ มดี ังน้ี 1. กําหนดระยะเวลาในการจดั ซือ้ หนังสอื ในรอบปใี ห้ชดั เจนสอดคล้องกับงบประมาณ 2. รวบรวมรายชอ่ื วัสดุสารสนเทศที่ได้จากการเสนอแนะ และผ่านข้นั ตอนการคดั เลือก และการประเมนิ คณุ คา่ กรอกรายละเอียดแต่ละรายการลงในบตั รบนั ทกึ รายการหรือแบบฟอร์มเพ่ือขอ อนุมัติการสั่งซื้อ ห้องสมุดประชาชนซึ่งมีบุคลากรจํากัด ใช้แบบฟอร์มที่บันทึกข้อมูลได้หลายรายการจะ สะดวกกว่า แต่ควรท่ีจะมีการทําสําเนา 3 ชุด เพ่ือเก็บไว้เป็นหลักฐาน เพ่ือตรวจสอบรายการท่ีอยู่ใน ข้ันตอนการจัดซ้ือ 1 ชุด ส่ง ไปประกอบการขออนุมัติในการจัดซ้ือ 1 ชุด และส่งไปร้านจําหน่ายหรือ สาํ นกั พมิ พ์ 1 ชุด 3. การขออนุมัติเพ่ือการจัดซ้ือห้องสมุดประชาชนไม่ว่าจะสังกัดหน่วยงานราชการ เอกชน มูลนิธิ สมาคม ฯลฯ การใช้งบประมาณเพื่อการจัดซ้ือวัสดุจะต้องมีการขอนุมัติต่อผู้มีอํานาจใน การอนุมัติรายการวสั ดุสารสนเทศที่ตอ้ งการจัดซือ้ แนบไปพรอ้ มกับแบบฟอรม์ การขออนมุ ัตจิ ัดซื้อวสั ดุ 4. การจัดซื้อ เมื่อได้รับอนุมัติให้มีการจัดซื้อวัสดุสารสนเทศจะต้องพิจารณาว่าจะซื้อ จากสาํ นกั พิมพ์ ร้านจาํ หน่ายหนังสือ หรอื ตวั แทนจําหนา่ ย ซงึ่ จะมีข้อดีและขอ้ เสียแตกต่างกนั 4.1 สํานักพิมพ์ (Publisher) ถ้าห้องสมุดจัดซื้อหนังสือจํานวนมาก สํานักพิมพ์จะให้ส่วนลดจํานวนมาก เน่ืองจากเป็นผู้ผลิตวัสดุสารสนเทศโดยตรง หนังสือบางเล่มท่ี ~ 39 ~
คมู่ อื การปฏิบัติงานหอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอภพู าน ประจาปีงบประมาณ ๒๕๖๔40 ตัวแทนจําหน่ายไม่มี หรือสํานักพิมพ์จะขายเองโดยไม่ผ่านตัวแทนจําหน่าย ห้องสมุดต้องส่ังซ้ือจาก สํานักพิมพ์โดยตรง และได้หนังสือที่ทนั สมัยทสี่ ุด ห้องสมุดประชาชนซ่ึงส่วนใหญ่เป็นห้องสมุดขนาดเล็ก ไม่นิยมจัดซื้อหนังสือผ่านสํานักพิมพ์ เพราะจะต้องติดต่อหลายสํานักพิมพ์ทําให้ส้ินเปลืองเวลาในการ ดําเนนิ งาน และสํานกั พิมพบ์ างแห่งไม่มกี ารจาํ หนา่ ยปลีก หรอื ใหส้ ่วนลดนอ้ ย 4.2 ตัวแทนจําหน่าย (Jobbers or Wholesalers) การสง่ั ซ้ือวสั ดุ สารสนเทศ โดยผา่ นตัวแทนจาํ หน่ายจะช่วยให้ผู้ใชบ้ รกิ ารไดป้ ระโยชนเ์ พิม่ มากข้ึน 1. สามารถจัดหาหนังสอื ไดจ้ ากหลายสาํ นกั พมิ พ์ในคราวเดียวกัน ลด ขน้ั ตอนการจัดซือ้ การบนั ทึกรายการ หรอื การตรวจรับพสั ดุ 2. การจัดซ้ือวสั ดุจํานวนมาก แต่ละครงั้ จะได้สว่ นลดจํานวนมาก ทาํ ใหป้ ระหยัดงบประมาณในการจดั ซ้ือ 3.ตัวแทนจําหน่ายมีความคุ้นเคยกับระบบและข้ันตอนของห้องสมุด และทราบความต้องการสามารถใหบ้ ริการแกห่ ้องสมดุ ได้เปน็ อยา่ งดี 4. มีบริการพิเศษสําหรับห้องสมุด ส่งหนังสือหรือวัสดุสารสนเทศมา ให้ คัดเลือกทกุ เดือน ถ้าไมพ่ อใจสง่ คืนได้ ทาํ ให้ห้องสมดุ มีหนงั สือใหมใ่ หบ้ รกิ ารทกุ เดือน 4.3 รา้ นขายหนังสอื หรือร้านค้าปลีกในทอ้ งถิน่ (booksellers or bookstores) การซ้ือหนังสือจากร้านหนังสือในท้องถ่ิน เหมาะสําหรับห้องสมุดขนาดเล็กท่ี อยู่ห่างไกลจากสํานักพิมพ์หรือตัวแทนจําหน่าย ห้องสมุดประชาชนที่อยู่ต่างจังหวัด การคมนาคมไม่ สะดวกที่จะมาติดต่อกับสํานักพิมพ์ การซื้อจากร้านจําหน่ายหนังสือมีโอกาสดูตัวเล่มสําหรับช่วยในการ ตัดสินใจเลือกซื้อแต่ละรายการสร้างความคุ้นเคยกับร้านค้า ทําให้ได้รับความช่วยเหลือในโอกาสท่ี ห้องสมุดมีการจัดกิจกรรม นําหนังสือมาออกร้านในงานสัปดาห์ห้องสมดุ ให้บริการของขวัญสําหรบั ผู้เข้า แข่งในกิจกรรมส่งเสริมการอ่านของห้องสมุด สิ่งพิมพ์ประเภทวารสารและหนังสือพิมพ์ ซ่ึงเป็น สิ่งพิมพ์ต่อเนื่อง แต่ละรายการมีผู้ผลิตต่างกัน การบอกรับเป็นสมาชิกผ่านร้านค้าจะมีความสะดวก มากกว่า ลดขั้นตอนการสั่งซื้อ การตรวจรับ ถ้ารายการส่ังซื้อไม่มาตามกําหนดเวลา สามารถทวงถามได้ อย่างรวดเร็ว ร้านจําหน่ายหนังสือจะให้บริการห้องสมุดเป็นอย่างดี เนื่องจากห้องสมุดจะช่วยประชา สัมพันธใหร้ ้านจาํ หน่ายหนงั สือ การตรวจรับพสั ดุ การตรวจรับพัสดุหรือหนังสือเป็นข้ันตอนสําคัญของการจัดหาวัสดุสารสนเทศ เนื่องจาก งบประมาณที่ใช้ในการจัดซื้อไม่ใช่เงินส่วนตัวของบรรณารักษ์ แต่เป็นเงินภาษีของราษฎรการใช้จ่าย จะต้องมีความรอบครอบ เพ่ือป้องกันคําครหาเม่ือร้านค้า สํานักพิมพ์ หรือตัวแทนจําหน่ายส่งหนังสอื มา ให้ห้องสมุดมกี ารต้ังคณะกรรมการตรวจรับพสั ดุ ซึง่ ประกอบด้วยประธานกรรมการ และกรรมการตรวจ รับ อยา่ งนอ้ ย 2 คน จํานวนขนึ้ อยู่กบั งบประมาณท่ีจัดซอื้ ในแต่ละครั้ง คณะกรรมการควรประกอบด้วย บรรณารักษ์หรือผู้ท่ีมีความรู้เก่ียวกับวัสดุสารสนเทศเป็นอย่างดีด้วย เพ่ือที่จะได้เป็นผู้ตรวจสอบความ ถูกต้องของแต่ละรายการในใบส่งของหรือใบเสร็จรับเงินกับหนังสือท่ีส่งมาสภาพหนังสือแต่ละเล่มมี ความสมบูรณ์ ไม่มตี าํ หนิ ตวั อกั ษร รปู ภาพ มีความชดั เจน การเรียงลาํ ดับหน้าถกู ตอ้ ง ~ 40 ~
ค่มู อื การปฏิบตั งิ านห้องสมดุ ประชาชนอาเภอภูพาน ประจาปงี บประมาณ ๒๕๖๔41 เมื่อคณะกรรมการได้ตรวจรับพัสดุเรียบร้อย บรรณารักษ์จะต้องเก็บหลักฐานการส่ังซื้อแต่ละ คร้ัง เพ่ือประกอบการจัดซ้ือในคราวต่อไป โดยเฉพาะรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้เงินงบประมาณแต่ละ ครั้ง และยอดคงเหลือ การขอรบั บริจาคและการได้รบั บรจิ าค การจัดหาทรัพยากรสารสนเทศอีกวธิ หี น่ึงที่ช่วยพฒั นาทรพั ยากรสารสนเทศ ให้มีความสมบูรณ์ มากย่ิงขน้ึ บรรณารักษต์ ระหนักดวี ่าทรพั ยากรสารสนเทศบางประเภทหรือบางรายการไม่มกี ารจาํ หน่าย จัดทําขึ้นเพ่ือเผยแพร่ความรู้ หรือให้อภินันทนาการแก่หน่วยงานที่เก่ียวข้องกับเรื่องดังกล่าว หรือส่งให้ ห้องสมุดเพ่ือเผยแพร่ความรู้ให้กับผู้ใช้ ถ้าหากการผลิตจํานวนจํากัดห้องสมุคบางแห่งอาจจะไม่ได้รับ สารสนเทศรายการดังกล่าว เพราะจะส่งให้เฉพาะหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องโดยตรง ดังน้ันห้องสมุดเห็นว่า ส่ิงพิมพ์มีประโยชน์กับผู้ใช้จะต้องติดต่อขอจากแหล่งผลิตโดยตรง ซึ่งจะช่วยให้ห้องสมุดมีทรัพยากร สารสนเทศที่มีคณุ คา่ ตรงกับความต้องการของผูใ้ ช้ โดยไมต่ ้องเสยี งบประมาณในการจดั ซอื้ ข้นั ตอนการการจัดหาสิง่ พมิ พไ์ ด้เปล่า 1. รวบรวมรายชื่อแหล่งผลิตสารสนเทศให้เปล่า หลายหน่วยงานท่ีมหี น่วยผลิตวสั ดุสารสนเทศ เพอ่ื เผยแพร่ความรใู้ นสาขาวชิ าทเี่ กย่ี วข้องรายงานความเคลื่อนไหวทางวชิ าการประชาสมั พนั ธ์หรือสร้าง ความเขา้ ใจอันดกี ับลกู ค้า หรือผ้มู ารับบริการหน่วยงาน หนว่ ยงานผลติ สารสนเทศใหเ้ ปลา่ มีดงั น้ี 1.1 หน่วยงานราชการ กระทรวง ทบวง กรม กองแผนกต่างๆ มีการ ผลิตสิ่งพิมพ์ ใน รปู แบบตา่ งๆ เชน่ หนังสอื วารสาร หนงั สอื พิมพ์ จลุ สาร แผน่ พบั วี ดิทศั น์ และสอ่ื อน่ื ๆ เพื่อจดุ ประสงค์ ในการเผยแพร่ความรู้ไม่หวังผลกําไร สารสนเทศที่ผลิตโดยหน่วยงานราชการเป็นส่ือที่มีความน่าเชื่อถือ และมีคุณค่าย่ิง เน่ืองจากผู้แต่งหรือผู้ประพันธ์เป็นผู้ท่ีมีความรู้ความสามารถความเชี่ยวชาญในแต่ละ สาขา ได้มีค้นคว้าข้อมูลอยู่ตลอดเวลา ทําให้สารสนเทศมีความทันสมัยมีประโยชน์สําหรับผู้ท่ีต้องการ ติดตามความรู้ทางวิชาการติดตามความเคลื่อนไหวของวิชาชีพในแต่ละสาขา และมีความเข้าใจ หนว่ ยงานมากยิง่ ขึ้น สถาบันการศึกษา เป็นหน่วยงานท่ีมีการผลิตสื่อทางวิชาการจํานวนมาก มหาวิทยาลัย สถาบัน ราชภัฏ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล และสถาบันอื่นๆ ที่เปิด สอนในระดับอุดมศึกษา นอกจากผลิต บัณฑิตแล้ว ยังมีบทบาทในการให้บริการวิชาการแก่ชุมชนมีการผลิตสารสนเทศที่เป็นประโยชน์สําหรับ ชุมชน ดังน้ันห้องสมุดประชาชนจะเป็นหน่วยรับฝากบริการสารสนเทศของสถาบันการศึกษาได้เป็น อยา่ งดี นอกจากน้ียังมีหน่วยงานท่ีมีหน้าที่ในการให้บริการข่าวสารความรู้ เฉพาะด้านแก่ประชาชน เชน่ กองอนามัย กองควบคมุ โรคติดตอ่ กรมสง่ เสริมการ เกษตร ซง่ึ มีการผลติ สอ่ื เผยแพร่อยา่ งตอ่ เน่ือง 1.2 รัฐวิสาหกิจ มีการผลิตสิ่งพิมพเ์ พ่ือเผยแพร่ความรู้ ข่าวความเคลื่อน ไหวและการ ประชาสัมพันธก์ ิจกรรมของหนว่ ยงานหลายหนว่ ยงานได้มีการผลติ สงิ่ พมิ พเ์ พอ่ื เผยแพร่ความรู้ 1.3 องค์การ สมาคม มูลนิธิ และหน่วยงานอ่ืนๆ ที่มีลักษณะการดําเนินงานเพ่ือ สาธารณประโยชนท์ วั่ ไปท้ังระดบั ทอ้ งถิ่น ระดบั ชาติ และระดับนานาชาติ 1.4 ธนาคาร บริษัท และหน่วยงานเอกชนต่างๆ ที่มีการผลิตส่ิงพิมพ์ เพื่อโฆษณา สินค้า และประชาสัมพันธห์ น่วยงาน นอกจากจะใชเ้ ป็นคู่มือในการเลอื กซอ้ื สนิ ค้าและการรบั บรกิ ารแล้ว ยังมบี ทความ บทสารคดี บทวจิ ารณ์ ทีม่ ปี ระโยชน์ สาํ หรบั ประชาชน ~ 41 ~
คู่มอื การปฏิบัติงานห้องสมดุ ประชาชนอาเภอภพู าน ประจาปงี บประมาณ ๒๕๖๔42 1.5 การประชุมสัมมนาทางวิชาการ รายงานการสัมมนา เอกสารหรือส่ิง พิมพ์ ประกอบการสัมมนา เป็นส่ือที่จัดทําขึ้นเฉพาะกิจไม่มีการเผยแพร่ท่ัวไป อยู่ในกลุ่มของผู้ท่ีเข้าร่วมการ ประชุมเท่าน้ัน ส่ิงพิมพ์ประเภทนม้ี ีคุณค่า และมีความทนั สมัย ในรอบปีแต่ละหน่วยงานมีการจดั ประชมุ และจัดสัมมนา บรรณารักษ์ต้องเก็บข้อมูลเก่ียวกับการจัดประชุมสัมมนาของหน่วยงานต่างๆ เรียง ตามลําดบั เดือนท่ีจัดการ ประชุม เพื่อความสะดวกในการติดตามสิ่งพิมพ์ ส่วนรายการประชมุ ทไี่ ม่มกี าร จดั แน่นอน ต้องคอยติดตามขอ้ มลู จากสอื่ มวลชน ท่มี กี ารแจ้งกาํ หนดการลว่ งหนา้ 1.6 ห้องสมุดบางแห่งมีหน่วยงานผลิตส่ิงพิมพ์ โดยเฉพาะห้องสมุดขนาดใหญ่ หรือ หอสมดุ แหง่ ชาติ จะมีจาํ นวนสิง่ พมิ พฉ์ บบั ซํ้าจํานวนมาก หนงั สือที่มีผู้ใช้จาํ นวนนอ้ ยทตี่ ้องการจะคัดออก และประสงคจ์ ะบรจิ าคใหก้ ับหอ้ งสมุดแห่งอื่น บรรณารักษ์จะตอ้ งมกี ารตดิ ตามข่าวจากวารสาร จดหมาย ขา่ ว หรือสง่ิ พิมพ์ทางดา้ นวชิ าชพี บรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศศาสตรอ์ ย่างต่อเนอ่ื ง การแลกเปลย่ี นวสั ดสุ ารสนเทศ การแลกเปล่ียนวัสดุสารสนเทศ เป็นการใช้ทรัพยากรร่วมกันของห้องสมุด เพราะวัสดุ สารสนเทศบางรายการเกินความต้องการ หรือท่ีได้จากการรับบริจาคหรือการผลิตข้ึนเอง การ แลกเปล่ียนจะช่วยพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศโดยไม่เสียงบประมาณ ประหยัดงบประมาณ ลดจํานวน ทรัพยากรสารสนเทศของห้องสมุดท่ีมีจํานวนมาก ซึ่งอาจจะมีประโยชน์กับห้องสมุดแห่งอ่ืน การ แลกเปลี่ยนเป็นวิธีการจัดหาทรัพยากรสารสนเทศ ท่ีไม่มีจําหน่ายในท้องตลาด หรือหนังสือหายาก หนังสือที่เลิกพิมพ์แล้ว แต่การแลกเปล่ียนไม่ใช่ว่าเป็นการพัฒนาสารสนเทศโดยไม่เสียงบประมาณเลย เสยี ทเี ดยี ว เพราะบรรณารกั ษ์จะต้องเสยี เวลาในการดําเนนิ งานในการสง่ และรบั วัสดุสารสนเทศ รวมทัง้ การจัดเก็บหลักฐานต่างๆ ดังน้ันการแลกเปลี่ยนถือว่าเป็นงานท่ีสําคัญเช่นเดียวกับงานจัดหาทรัพยากร สารสนเทศโดยวิธี วิธีการแลกเปลี่ยนสารสนเทศมีดังน้ี 1. เขียนโครงการแลกเปล่ียนวัสดุสารสนเทศ ประกอบด้วยหลักการและเหตุผลในการ แลกเปล่ียน วัตถุประสงค์ แผนการดําเนินงาน ตลอดจนเป้าหมายหรือ ประโยชน์ท่ีจะได้รับจากการ ดําเนนิ โครงการ จะช่วยใหก้ ารดําเนินงานมีแนวปฏบิ ตั ิที่ชดั เจน 2. ศึกษาข้อมูลเกีย่ วกบั หน่วยงานที่มีการแลกเปลีย่ นวสั ดสุ ารสนเทศ ห้องสมดุ หรอื แหล่งบริการ สารสนเทศท่ัวๆ ไป หรือศูนย์กลางการแลกเปล่ียนสารสนเทศ ทั้งในระดับท้องถิ่น และระดับประเทศ เพอ่ื ทราบแนวนโยบาย ประเภทของวัสดุ สารสนเทศ และวธิ กี ารดาํ เนนิ การแลกเปลีย่ น 3. สํารวจวัสดุสารสนเทศท่ีใช้ในการแลกเปลี่ยนห้องสมุดประชาชนโดยท่ัวไปจะมีวัสดุ สารสนเทศทใี่ ช้สําหรับการแลกเปล่ียนกบั หอ้ งสมดุ อนื่ ๆ ดงั น้ี 3.1 ทรพั ยากรสารสนเทศท่ีห้องสมุดหรือหน่วยงานที่สงั กดั ผลิตข้ึนเอง เช่น การจดั ทํา รายงานประจําปี รายงานการวิจยั ของสถาบัน วารสารหนังสือพิมพ์ รายงานการประชมุ สมั มนา เอกสาร การประเมินผลงานวิชาการ คู่มือปฏิบัติงาน รวมท้ังเอกสารที่บุคลากรในหน่วยงานผลิตข้ึนมาเพ่ือเสนอ ผลงานทางวิชาการ วัสดุสารสนเทศเหล่าน้ีล้วนมีประโยชน์และมีคุณค่ากับห้องสมุดบางแห่งที่เก่ียวข้อง กบั เรื่อง ดงั กลา่ ว การแลกเปลย่ี นวสั ดสุ ารสนเทศท่ผี ลิตข้นึ เอง มักจะเปน็ การให้หรอื การรบั สารสนเทศที่ มีประโยชน์และมีคุณค่าท่ีหาซื้อไม่ได้ การรวบรวมรายช่ือหน่วยงานที่ผลิตสารสนเทศที่มีประโยชน์ต่อ ผใู้ ช้ห้องสมุดประชาชน จะทําใหห้ ้องสมดุ ไดร้ บั สารสนเทศท่ีดี โดยไม่ตอ้ งเสียงบประมาณจํานวนมาก 3.2 วัสดุสารสนเทศที่ห้องสมุดมีจํานวนมากเกินความต้องการการนํามาแลกเปลี่ยน บางส่วน และเก็บไว้ให้บริการบางส่วน จะทําให้ห้องสมุดมีสารสนเทศ ให้บริการมากขึ้น สิ่งพิมพ์บาง ~ 42 ~
คู่มือการปฏิบัติงานห้องสมดุ ประชาชนอาเภอภูพาน ประจาปีงบประมาณ ๒๕๖๔43 ประเภทท่ีได้มกี ารจัดหาเข้ามา เพ่ือให้บรกิ ารระยะหน่ึงเห็นวา่ มปี รมิ าณเกินความตอ้ งการก็ควรจะมกี าร นํามาแลกเปลย่ี น 3.3 วัสดุสารสนเทศท่ีไม่มีผู้ใช้หรือห้องสมุดไม่ต้องการจัดเก็บ โดยเฉพาะส่ิงพิมพ์ที่ได้ จากการบริจาค หรือส่ิงพิมพ์ที่ล้าสมัยสําหรับหน่วยงาน โดยท่ีห้องสมุดไม่ได้ขอไป เมื่อมีการพิจารณา แล้ว เห็นว่าไม่เหมาะกับผู้ใช้ของห้องสมุดประชาชน ถ้ามีการจัดเก็บไว้จะทาํ ให้เสียค่าใชจ้ ่ายในการดูแล รักษามาก ไม่คุ้มค่า ควรนํามาแลกเปลี่ยนจะเป็นวิธีการคัดออก (weeding) ที่ดีที่บรรณารักษ์ไม่มี ความรสู้ ึกวา่ ตวั เองผิดทค่ี ัดออก แต่เปน็ การพฒั นาทรัพยากรสารสนเทศทดี่ ีวธิ หี นึง่ 4. แนวทางการแลกเปลยี่ น ถา้ หากมกี ารปฏบิ ัติอยบู่ นพ้ืนฐานของหลักการ และเหตผุ ลทีช่ ดั เจน จะเป็นวธิ ีการพฒั นาทรพั ยากรที่ดี การแลกเปลี่ยนมวี ธิ ีปฏิบัติดงั นี้ 4.1 การแลกเปล่ียนโดยถือจํานวนเป็นหลัก โดยการตกลงกับห้องสมุดที่จะร่วม แลกเปล่ียน โดยคํานึงถึงจํานวนวัสดุสารสนเทศ ถ้าเป็นหนังสือจํานวนเล่มเท่ากัน หนังสือกับวารสาร 2 ฉบบั เป็นต้น 4.2 การแลกเปลี่ยนโดยการยดึ ราคาของวัสดุ การแลกเปล่ียนโดยวิธีน้ีคอ่ นข้างย่งุ ยาก เนื่องจากวัสดุสารสนเทศที่ใช้สําหรับการแลกเปล่ียนโดยทั่วไปผลิตขึ้นเอง โดยไม่มีการจําหน่าย จึงไม่มี การบอกราคาทําใหเ้ ป็นปัญหาในการแลกเปลีย่ น \" 4.3 การแลกเปล่ียนโดยยึดประเภทของวัสดุสารสนเทศ ทาํ ให้การแลกเปลยี่ นสามารถ กําหนดนโยบายการแลกเปลี่ยนท่ีชัดเจนและมีความเสมอภาค ปัจจุบันมีวัสดุสารสนเทศหลายประเภท แต่ละประเภทมีการต้นทุนการผลิตแตกตา่ งกัน หนังสือแลกเปล่ียนหนงั สอื งานวจิ ัยกบั งานวิจยั วดี ทิ ัศน์ กบั วีดิทศั น์ เป็นต้น 4.4 การแลกเปลี่ยนที่ไม่มีกฎเกณฑ์แน่นอน เมื่อมีการผลิตสารสนเทศ หรือได้รับ บริจาคแต่ห้องสมุดไม่ต้องการก็จะคัดเลือกวัสดุแต่ละรายการท่ีเหมาะกับห้องสมุดที่จะแลกเปล่ียนด้วย โดยไม่ตอ้ งรอว่าห้องสมดุ แตล่ ะแห่งมีวสั ดุที่จะแลกเปลีย่ นดว้ ยหรือไม่มีลักษณะคล้ายกบั การบรจิ าค แต่มี การวางนโยบายร่วมกันระยะยาว การโอนยา้ ยสารสนเทศเพ่อื เพิม่ คุณค่าของสารสนเทศ การแลกเปล่ียนวัสดุสารสนเทศที่กล่าวมาท้ัง 4 วิธี จะเห็นว่าในประเทศไทย ยังไม่เห็น ความสําคัญของการแลกเปล่ียนเท่าที่ควร ทั้งที่ห้องสมุดแต่ละแห่งมีการผลิตทรัพยากรสารสนเทศ ห้องสมุดประชาชนมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว เริ่มมีการร่วมมือกันในบางอย่าง แต่การร่วมกันพัฒนา ทรัพยากรสารสนเทศโดยการแลกเปล่ียนกันยังมีน้อย มีการแลกเปลี่ยนกันแบบไม่เป็นทางการมากกว่า คล้ายกับการบริจาค หรือการอภินันทนาการ ห้องสมุดประชาชนท่ีมีการกระจายอยู่ทั่วภูมิภาคของ ประเทศถ้าหากมีการจัดตั้งศูนย์กลางการแลกเปล่ียน โดยให้ห้องสมุดศูนย์ในแต่ละภาคเป็นศูนย์กลาง และมีการกําหนดแนวนโยบายการดําเนินงานเป็นลายลักษณ์อักษรจะช่วยให้การแลกเปล่ียนข้อมูลมี ความเปน็ ไปได้สงู การลงทะเบียน ทรัพยากรสารสนเทศที่ผ่านการคัดเลือก และจัดหาเข้ามาในห้องสมุดจะต้องมีการลงทะเบียน วัสดุสารสนเทศเป็นการทําทะเบียนวัสดุแสดงกรรมสิทธ์ิเหมือนกับพัสดุอื่นๆ เพ่ือควบคุมตรวจสอบ รายการพัสดุ แสดงจํานวนวัสดุสารสนเทศแต่ละประเภทเป็นข้อมูลสําหรับการจัดหาวัสดุเพิ่มเติมและ การคัดออกหรือการจําหน่ายออก การลงทะเบียนโดยทั่วไปจะแยกตามประเภทของวัสดรุ ายละเอียดจะ แตกต่างกันไ ลงทะเบียนในสมุดทะเบียนหรือแยกลงรายการเป็นแผ่นๆ การลงทะเบียนจะบันทึกราย ~ 43 ~
ค่มู อื การปฏบิ ตั งิ านหอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอภพู าน ประจาปงี บประมาณ ๒๕๖๔44 ละเอียดของวัสดุ ซึ่งมีประโยชน์สําหรับใช้ติดต่อสั่งซ้ือ ได้แก่ เลขทะเบียน ชื่อหนังสือ ผู้แต่ง ครั้งท่ีพมิ พ์ สถานท่พี มิ พ์หรอื โรงพิมพ์ ปที พ่ี มิ พ์ ราคา หมายเหตุ หนังสือเป็นทรัพยากรสารสนเทศที่มีจํานวนมาก มีการจัดทําสมุดทะเบียนที่มีรายการท่ีใช้ สําหรับบันทึกข้อมูลที่สําคัญของหนังสอื แตล่ ะเล่ม ห้องสมุดที่มีงบประมาณจาํ กัดใช้สมดุ ปกแข็งเล่มใหญ่ แลว้ ตีเส้นควรใชห้ น้าคู่ เพือ่ ใหม้ ีเนื้อที่สาํ หรับบันทกึ รายการเพยี งพอ ขนั้ ตอนการลงทะเบียนมดี งั น้ี 1. ประทับตราสัญลักษณข์ องห้องสมุดท่ีหนา้ หลังหน้าปกใน หน้าสุดท้ายของหนังสอื ที่ มีเนื้อหาปรากฏ และหน้าลับเฉพาะ ห้องสมุดแต่ละแห่งกําหนดหน้าลับเฉพาะต่างกัน มักเป็นหน้าต้นๆ ของหนังสือ และประทับตราที่มีข้อความแสดงกรรมสิทธ์ิหรือสมบัติของห้องสมุด หนังสือเล่มหนาจะมี การประทับข้อความท่ีข้างของหนังสือทง้ั 3 ดา้ นด้วย 2. ประทับทะเบียนวัสดุท่ีใช้บันทึกเลขทะเบียน วันลงทะเบียน เลขเรียก หนังสือ ที่ หน้าหลังหน้าปกใน หน้าลับเฉพาะ การประทับตราเลขทะเบียน ซึ่งเป็น ตราขนาดใหญ่ ควรประทับ บริเวณทว่ี า่ งดา้ นล่างของหน้ากระดาษทีม่ องเหน็ ไดช้ ัด หน้าลับเฉพาะ ได้แก่หน้าหนังสือที่ห้องสมุดกําหนดให้เป็นหน้าลับเฉพาะ เป็นท่ีรู้กัน เฉพาะบุคลากรห้องสมุดแต่ละแห่งกําหนดหน้าลับเฉพาะแตกต่างกัน ส่วนมากมักจะอยู่ตอนต้นของ หนังสือไม่เกินหน้า 50 และเป็นหน้าหลังด้านขวามือของหนังสือมีประโยชน์สําหรับตรวจสอบหนังสือ กรณีที่หน้าปกหรือหน้าทีใ่ ห้รายละเอียดทางบรรณานุกรมตอนต้นขาดหายไปเพราะหนังสือเก่าหรือการ เจตนาทุจริต ของผ้ใู ช้ 3. การลงรายการในสมุดทะเบียนให้ยึดถือรูปแบบการลงรายการ บรรณานุกรม เพอื่ ให้การลงรายการมรี ูปแบบทเี่ ป็นมาตรฐานเดียวกัน การลงทะเบียนกําหนดจํานวนตัวเลขเท่ากัน โดยการเติมเลขศูนย์ข้างหน้าห้องสมุด ขนาดเล็กใช้การเขียนแต่ถ้าเป็นห้องสมุดขนาดใหญ่ใช้ตรายาง หรือตราประทับอัตโนมัติที่สามารถ กําหนดเลขใหป้ ระทบั ซํา้ กคี่ รงั้ ก็ได้ ชว่ ยลดขั้นตอนการหมนุ ตวั เลข การลงรายการผู้แตง่ ผู้แต่งหลายคนให้ลงเฉพาะคนทห่ี นึ่งและตามด้วยคําวา่ “และคน อื่นๆ” ไม่ลงคํานําหน้าชื่อ เช่น นาย นาง นางสาว ดอกเตอร์ อาจารย์ ผู้ช่วย ศาสตราจารย์ รอง ศาสตราจารย์ ศาสตราจารย์ ฯลฯ ยกเว้นคํานําหน้าท่ีเป็น ราชทินนามหรือนามบรรดาศักดิ์ เช่น พระ พระยา เจา้ พระยา กรมพระยา สมเดจ็ พระ ม.ร.ว. ม.ล. ผู้รับผิดชอบในการจัดทํามีสถานะเป็นหน่วยงานนิติบุคคล ทั้งภาคราชการ เอกชน สมาคม ใหก้ ลบั ขอ้ ความหน้าชื่อท่ีระบสุ ถานะของหนว่ ยงานไวด้ า้ นหลัง ชื่อหนังสือ ถ้าเป็นข้อความยาวๆ ไม่สามารถเขียนในบรรทัดเดียวได้ให้ใส่เครื่องหมาย จดุ สามจุดตอ่ ท้าย หรือหนังสือท่ีมชี ือ่ เรอ่ื งรองหรอื สว่ นขยายชื่อเร่ืองตัดออกได้ ครง้ั ทพี่ ิมพ์ เพื่อให้เกิดความแตกตา่ งจากหนงั สอื ท่มี ีการพิมพห์ ลายครัง้ ราคา เพื่อบอกให้ทราบมูลค่าของวัสดุสารสนเทศ ให้ประโยชน์สําหรับการจัดซ้ือ หนังสือมาทดแทน กรณีท่ีผู้ใช้ทาํ หนงั สือชํารุดหรอื สูญหาย สํานักพิมพ์หรือผู้รับผิดชอบในการพิมพ์ ลงชื่อสํานักพิมพ์ โดยไม่ต้องระบุ คําว่า “สํานักพิมพ์” ส่วนโรงพมิ พใ์ ห้ใส่โรงพิมพ์ไว้ด้วย ส่วนหนังสือท่ีจัดพิมพ์โดยหน่วยงานให้ลงช่ือหน่วยงาน แทน ปที ่ีพมิ พ์ หนงั สอื ภาษาไทยใหใ้ ส่ปี พ.ศ. ภาษาตา่ งประเทศใหใ้ ส่ปี ค.ศ. ~ 44 ~
ค่มู ือการปฏบิ ัติงานหอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอภพู าน ประจาปีงบประมาณ ๒๕๖๔45 ท่ีมาของหนังสือ ให้บอกท่ีมาของหนังสือแต่ละรายการ จากเงินงบ ประมาณแผ่นดิน งบรายได้ หรอื เงนิ บํารงุ การศึกษา ไดร้ ับบริจาคหรอื จากการแลกเปลีย่ นกับห้องสมุดอ่ืน เพ่ือประโยชนใ์ น การคดั ออกหรือการจําหน่ายออก หมายเหตุสําหรับบันทึกข้อมูลที่เก่ียวข้องกับหนังสือแต่ละเล่ม เช่น หนังสือ สูญหาย หนังสือถูกคัดออก การลงทะเบียนวารสารและหนังสอื พิมพ์ วารสารและหนังสือพิมพ์เป็นสิ่งตีพิมพ์พ่ีมีวาระกําหนดออกแน่นอนต่อเนื่อง กันไป การลงทะเบียนแยกจากหนังสือ ห้องสมุดใช้การลงทะเบียนในบัตรทะเบียนเป็น แผ่นๆ แยกแต่ละชื่อ ออกจากกัน บัตรทะเบียนสําเร็จรูปทําข้ึนสําหรับวารสารและสิ่ง พิมพ์ที่มีกําหนดออกต่างกัน เช่น รายวนั รายสปั ดาห์ รายเดอื น การละทะเบียน วารสารและหนังสอื พมิ พ์มีขน้ั ตอน ดังน้ี 1. เมื่อได้รับวารสารและหนังสือพิมพ์ให้ประทับตราห้องสมุดท่ีปกหน้า และปกหลัง วารสารให้ประทับตราทห่ี น้าสารบัญและหนา้ ลบั เฉพาะดว้ ย 2. เลือกบัตรทะเบียนวารสารให้สอดคล้องกับกําหนดออกของวารสาร เขียน ช่ือ วารสาร ผ้ผู ลิต กาํ หนดออก ราคา การคดั ออก การคัดออก (weeding) หมายถึง การดําเนินงานเก่ียวกบั การลดจาํ นวนหรอื การย้ายท่ีเก็บวัสดุ สารสนเทศของห้องสมุดที่มกี ารใชน้ อ้ ยหรือไมม่ กี ารใช้เป็นเวลานานรายการท่ีคดั ออกไมไ่ ด้หมายความว่า จะนําไปทําลาย แต่เป็นการเปล่ียนที่จัดเก็บ โดยนําไปแลกเปล่ียนหรือบริจาคให้กับห้องสมุดอื่น ตลอดจนการขายใหก้ บั ร้านขายหนังสือที่ขายหนงั สือเก่า วตั ถุประสงค์ของห้องสมุดประชาชนต้องการจะนาํ เสนอวัสดสุ ารสนเทศให้ตรงกับความต้องการ และความสนใจของผใู้ ชใ้ นชมุ ชนความต้องการจะเป็นปัจจัยสําคัญสําหรบั การเลือกและการคัดออกวัสดุ สารสนเทศท่ีไม่ได้รับความสนใจหรือไม่มีการใช้เป็นเวลานานเป็นประเด็นหนึ่งท่ีห้องสมุดจะนํามา พิจารณาว่าจะจัดเกบ็ หรอื คัด ก่อนที่จะมีการคัดออกวัสดุสารสนเทศจะต้องเข้าใจนโยบายและเป้าหมายของ : ห้องสมุด รวมถึงการศึกษาสภาพของห้องสมุดในปัจจุบัน ความเป็นไปได้ในการคัดออก ซ่ึงจะเกี่ยวข้องกับหลาย ปัจจัย เช่น ผู้ใช้ ประเภทของห้องสมุด ลักษณะวัสดุสารสนเทศ ราคาของวัสดุ การคัดออกมี ความสัมพันธ์กับการประเมินค่าของวัสดุสารสนเทศ ซึ่งมีความสัมพันธ์กับการคัดเลือกวัสดุสารสนเทศ โดยปริยาย งานคัดออก เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศของห้องสมุด การ เลือกและ การคดั ออกมีลกั ษณะคลา้ ยกนั คอื 1. ท้ังสองงานเป็นสิ่งท่ีกิจกรรมที่จําเป็นสําหรับการพัฒนาทรัพยากร สารสนเทศของ ห้องสมุดให้มีคณุ ภาพ 2. ทง้ั สองงานจําเป็นต้องใช้หลักการตดั สินใจเหมือนกัน หมายความว่าการตดั สนิ ใจใน การเพิ่มวัสดุนําไปสู่การตัดสินใจลดหรือคัดออกในเวลาต่อมา ดังน้ันนโยบายการเลือกวัสดุสารสนเทศ จะเป็นตัวกาํ หนดนโยบายการคัดออก นโยบายการเลือกถ้าหากมีการเตรียมการอย่างดีจะช่วยลดปัญหาการคั ดออกและคว บคุม ปริมาณการเพิ่มของวัสดุสารสนเทศ แม้กระนั้นเม่ือเวลาผ่านไปนานปริมา วัสดุสารสนเทศจะเพิ่มขึ้น เร่ือยๆ จะต้องมีการควบคุมให้เหมาะสมไม่อย่าง นั้นก็จะเกิดปัญหาการจัดเก็บและปัญหาผู้ใช้เสียเวลา ~ 45 ~
คู่มือการปฏิบัตงิ านหอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอภูพาน ประจาปงี บประมาณ ๒๕๖๔46 ในการค้นหาสารสนเทศนาน เม่ือปัญหาเกิดข้ึนจะต้องตัดสินใจว่าจะสร้างอาคารเพิ่มการแบ่งแยกวัสดุ สารสนเทศ หรือการคัดออก ท้ัง 3 วิธีการเป็นส่ิงสําคัญสําหรับการตัดสินใจ บรรณารักษ์จะต้องให้ ความสําคัญทั้ง 3 วิธี ไม่ใช่ว่าพอเกิดปัญหาก็จะใช้วิธีการลดจํานวนหรือคัดท้ิงอย่างเดียว ข้อควรระวัง สําหรบั การจะใช้นโยบายการคัดออกในการแก้ปญั หาการเพิม่ ข้นึ ของสารสนเทศของห้องสมุด 1. รายการท่ีจะคดั ออก อาจจะมีอยา่ งน้อยหนง่ึ คนในโลกท่ีเหน็ ความสาํ คญั 2. รายการทห่ี ้องสมุดเก็บไวน้ านและไมม่ ีผใู้ ช้หลงั จากห้องสมดุ คัดออก เพียง 10 นาที ต่อมาอาจจะมีผใู้ ช้เดนิ เขา้ มาและถามหารายการดังกล่าว ความจําเป็นในการคัดออกวสั ดุสารสนเทศ 1. ประหยัดเน้ือที่ห้องสมุดโดยทั่วไปจะมีเนื้อท่ีจํากัด โดยเฉพาะห้องสมุดประชาชนท่ี ให้บริการแก่ประชาชนในชุมชนแออัดในสังคมเมือง บางคร้ังไม่สามารถท่ีจะจัดสรา้ งอาคารห้องสมุดขึ้น โดยเฉพาะจะต้องเช่าสถานท่ีหรอื ใช้รถห้องสมุดเคล่อื นที่ในการปฏิบัติงานตรงกันขา้ มกับการเพิ่มขึ้นของ สารสนเทศทําให้ห้องสมุดจะต้องมีการจัดการเนื้อที่ภายในห้องสมุดให้ดี เพื่อแบ่งเป็นส่วนทํางานของ บรรณารักษ์ สถานที่บริการผู้ใช และส่วนท่ีใช้เก็บวัสดุสารสนเทศ โดยเฉพาะโสตทัศนวัสดุ หรือส่ือ อเิ ล็กทรอนกิ ส์ ท่จี ะตอ้ งใชท้ ี่จดั เกบ็ โดยเฉพาะรวมทั้งสิ่งพมิ พ์แต่ละประเภทท่ีเพิ่มข้นึ อยา่ งรวดเรว็ ดังนัน้ นโยบายการคดั ออกจงึ เป็นวิธกี ารแกป้ ญั หาดา้ สถานทอ่ี ย่างหน่ึงของหอ้ งสมุด 2. ช่วยใหก้ ารคน้ หาสารสนเทศรวดเร็วข้นึ ถา้ ห้องสมดุ มีสารสนเทศจํานวนมากจะเป็น ปัญหาต่อการจัดระบบสารสนเทศภายในห้องสมุดไมว่ ่าจะเป็นการจดั เก็บหรอื การค้นหาสารสนเทศก็จะ ใช้เวลานาน เนื่องจากจะต้องคัดเลือกสารสนเทศท่ีต้องการจากส่ิงท่ีไม่ต้องการ ซึ่งทําให้เสียเวลาโดยไม่ จําเป็น แต่ในทางตรงกันข้ามถ้าห้องสมุดจัดเก็บเฉพาะรายการท่ีตรงกับความต้องการของผใู้ ช้ในจํานวน ท่พี อเหมาะจะชว่ ยใหก้ ารจัดเก็บสะดวก รวดเรว็ และผู้ใช้ค้นหาไดง้ า่ ย ซงึ่ เป็นแนวคดิ ในการจัดหอ้ งสมุค สมยั ใหม่ 3. ประหยัดงบประมาณการมีสารสนเทศจํานวนมากทําให้เพ่ิมงบประมาณหลายด้าน งบประมาณในการเพม่ิ สถานทจ่ี ัดเก็บบุคลากรปฏิบัติงานในแต่ละข้ันตอนของงาน หลักการคัดออก การคัดออกไม่ใช่การทํางานเพียงชั่วคราวเท่านั้น และไม่สามารถแยกออกจากงาน พัฒนาทรัพยากรสารสนเทศได้ต้องมีการพิจารณาหลายปัจจัยประกอบกัน วัตถุประสงค์ของห้องสมุด งบประมาณท่ีใช้จัดซื้อแต่ละรายการที่จะคัดออก ความสัมพันธ์กันกับสาขาวิชาอ่ืนๆ ลักษณะของ ห้องสมุดจัดเก็บเอกสารจดหมายเหตุ และแนวโน้มการใช้รายการดังกล่าวในอนาคต นอกจากนี้การคัด ออกทรพั ยากรสารสนเทศ แตล่ ะรายการควรคํานงึ สง่ิ ต่อไปน้ี 1. จํานวนสําเนาหรือฉบับซํ้า (duplicates) ของทรัพยากรสารสนเทศบางรายชื่อ หอ้ งสมดุ มีมากเกินความจําเป็ จะตอ้ งคัดออก 2. วัสดุสารสนเทศที่ได้รับบริจาคโดยที่ห้องสมุดไม่ได้ขอ (unsolicited gifts) หรือไม่ ตอ้ งการ (unwanted gifts) 3. หนังสือท่ีไม่ใช้แล้ว (obsolete books) หนังสือบางประเภทข้อมูลจะเก่า และ ล้าสมัยเร็ว โดยเฉพาะข้อมูลทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะต้องมีการคัดออก เพ่ือที่จะให้ผู้ใช้ ไดร้ ับข้อมลู ทผ่ี ดิ เก่า และล้าสมยั เพอื่ ทีจ่ ะไดห้ าเล่มมาทดแทน ~ 46 ~
คูม่ ือการปฏบิ ตั งิ านห้องสมดุ ประชาชนอาเภอภพู าน ประจาปงี บประมาณ ๒๕๖๔47 4. หนังสือบางประเภทที่ห้องสมุดหาฉบับใหม่มาทดแทนได้ (superseded edition) ฉบับเกา่ อาจชํารุด ขนึ้ ราจนใชไ้ ม่ได้ ทรัพยากรห้องสมุดท่สี ามารถคัดออกไดม้ ดี งั นี้ 1. หนังสือที่สกปรก มีเช้ือโรค (infested) ยับยู่ยี่ (shabby) เก่า (wornout) จะต้องมี การคัดออก เพื่อให้มที ีส่ ําหรับจัดเก็บหนังสือใหม่ 2. ส่ิงพิมพ์เล่มเล็ก (Smal print) จัดเก็บลําบาก ใช้กระดาษไม่ดีในการพิมพ์ ทําให้ จดั เกบ็ ได้ไม่นาน และเนือ้ หาบางหนา้ ขาดหายไป ขอ้ ความไมต่ ่อเนื่อง ผใู้ ช้ได้รับข้อมลู ไมส่ มบูรณ์ 3.สารสนเทศที่ไม่ใช้และไม่เป็นท่ีต้องการแล้ว พิจารณาจากสถิติการใช้ที่ผ่านมา ประกอบการคัดออก แต่ข้อมูลจะต้องมีความถูกต้องท่ีจะใช้ตัดสินใจได้ ไม่ใช้ เพราะว่าการจัดหมวดหมู่ หรือการจัดเก็บยังไม่ดี ไม่มีเครื่องมือช่วยค้นทําให้การค้นหาลําบาก วัสดุสารสนเทศที่มีการใช้น้อย บรรณารักษ์ต้องพิจารณาว่าถ้าหากรายการ ดังกล่าวได้จากแหล่งสารสนเทศที่อยู่ใกล้เคียงติดต่อขอรับ บรกิ ารไดส้ ะดวก และราคาค่าบรกิ ารถูกค่าจดั เก็บและดแู ลของหอ้ งสมดุ - 4. วารสาร หนงั สือพมิ พท์ ่ีไมม่ กี ารจัดทําครรชนีชว่ ยคน้ โดยเฉพาะวารสารบนั เทิง หรือ หนังสือพมิ พ์เชิงปริมาณทไ่ี ม่ได้ถกู นาํ ไปอา้ งอิงทางวชิ าการ การพจิ ารณาลกั ษณะรปู ลักษณ์ภายนอกของหนังสอื การตัดสนิ ใจคดั ออกต้องทราบแน่ ชัดว่าหนังสือเก่าชํารุด เพราะว่ามีผู้ใช้มากหรือคุณภาพของกระดาษหรือ การพิมพ์ไม่ดี ถ้าหากชํารุด เพราะใชม้ ากแสดวา่ หนงั สอื มคี ุณคา่ ถา้ หาเล่มใหมม่ าทด แทนไมไ่ ด้การท่จี ะมกี ารซ่อมแทนการคัดออก ~ 47 ~
บทที่ ๖ การวิเคราะห์ SWOT หอ้ งสมุดประชาชนอาเภอภูพาน การวเิ คราะห์สภาพแวดลอ้ มปจั จัยภายในองคก์ ร S : Strength จดุ แข็ง - ด้านอาคารสถานทห่ี ้องสมดุ ประชาชนอาเภอภพู านตัง้ อยใู่ นท่ีชุมชน สะดวกตอ่ การตดิ ต่อ - ห้องสมดุ ประชาชนอาเภอภูพานมคี วามเป็นเอกเทศ สะดวกตอ่ การจัดกจิ กรรม - บคุ ลากรมีจานวนเพยี งพอต่อการปฏบิ ตั ิงาน - บคุ ลากรมคี วามรคู้ วามสามารถดา้ นวิชาชพี บรรณารักษ์ - บุคลากรไดร้ ับการพฒั นาตนเองอย่างตอ่ เน่อื ง - การจดั กจิ กรรมทีห่ ลากหลายเพยี งพอต่อความต้องการของกลมุ่ เป้าหมาย - มีสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยในการจัดกระบวนการเรียนการสอนที่หลากหลาย เช่น คอมพวิ เตอร์ อนิ เทอร์เน็ตความเร็วสงู - สื่อและแหลง่ เรยี นร้พู รอ้ มบริการทั่วถึง - มีความพรอ้ มด้านสอ่ื อิเลก็ ทรอนกิ ส์ เชน่ CD, DVD, E-book ฯลฯ - มีระบบการจัดเก็บและสืบค้นข้อมูลท่ีทันสมัย สามารถสืบค้นทรัพยากรสารสนเทศ ฯลฯ ผา่ นทางเว็บไซต์ ระบบเช่ือมโยงแหลง่ เรียนรู้ : ห้องสมุดประชาชนอาเภอภพู าน W : Weakness จุดออ่ น - สถานท่ีคบั แคบ ไมเ่ หมาะสมกับการจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ - วสั ดอุ ปุ กรณ์ทีจ่ าเปน็ ในการปฏิบัติงานมอี ยอู่ ยา่ งจากดั - ครุภณั ฑ์ / อุปกรณ์ ในการใหบ้ รกิ ารไมเ่ พียงพอ การวเิ คราะหส์ ภาพแวดล้อมปจั จัยภายนอกองคก์ ร O : Opportunity โอกาส - ไดร้ บั ความรว่ มมอื กับภาคเี ครือข่ายเป็นอย่างดี - ภาคเี ครอื ข่ายในชุมชนมสี ่วนร่วมในการจดั กิจกรรมการศกึ ษาตามอัธยาศัย
Search