ตัวอยางเครอื่ งมือประเมนิ มาตรฐานวชิ าชีพ (VQ) หลักสตู รประกาศนียบัตรวชิ าชีพ (ปวช.) พทุ ธศกั ราช. 2545(2546) ประเภทวิชาอตุ สาหกรรม สาขาวิชาไฟฟา และอิเลก็ ทรอนกิ ส สาขางานอเิ ล็กทรอนกิ ส มาตรฐานงานระบบเสียง มาตรฐานงานระบบภาพ มาตรฐานงานสอ่ื สารโทรคมนาคม มาตรฐานงานคอมพิวเตอร มาตรฐานงานอเิ ลก็ ทรอนกิ สอุตสาหกรรม กลุมมาตรฐานอตุ สาหกรรม สํานกั มาตรฐานการอาชวี ศกึ ษาและวิชาชพี สาํ นักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
คํานํา ตวั อยา งเคร่ืองมอื ประเมนิ มาตรฐานวชิ าชพี หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช.2545(2546) ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม จัดทําข้ึนตามโครงการประชุมปฏิบัตกิ ารจัดทาํ เครื่องมือประเมินมาตรฐานวิชาชีพ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช. 2545 ปรบั ปรงุ พ.ศ.2546(ปวช. 2545(2546)) โดยกลมุ งานมาตรฐานอุตสาหกรรม สํานักมาตรฐานการอาชีวศึกษาและวิชาชีพ สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ตามนโยบายการปฏิรปู การบรหิ ารและจดัการศึกษา เปน กรอบและตวั อยา งเคร่ืองมอื ประเมินมาตรฐานวชิ าชพี สาํ หรบั ตรวจสอบคณุ ภาพการจัดการเรียนการสอนวิชาชีพในสถานศึกษา และปรับปรุงใหเกิดประสิทธิภาพ เพอ่ื จดั เตรยี มระบบการประกนั คณุ ภาพการอาชวี ศกึ ษา เปน แนวทางและขน้ั ตอนการจดั ทาํ เครอ่ื งมือประเมนิ เพอ่ื ใหค รูอาจารยในสถานศึกษาไดนําไปศึกษา และเปน คมู อื ในการพฒั นาเคร่ืองมอื ประเมนิ มาตรฐานของสถานศึกษาตอไป ตวั อยา งเคร่ืองมอื ประเมนิ มาตรฐานวชิ าชพี ฯ ในแตละสาขาวิชาประกอบดวย ตวั อยางเครื่องมือประเมินมาตรฐานวิชาชีพตามหัวขอมาตรฐานวิชาชีพที่ปรากฏในสวนหนาของหลักสูตรฯเฉพาะมาตรฐานวิชาชีพสาขาวิชาและวิชาชีพสาขางาน ประกอบดว ยขอ ทดสอบขอ เขยี นและขอทดสอบปฏิบัติ เพ่ือนาํ ไปใชเ ปน สว นหนง่ึ ของชุดการประเมนิ ชดุ การประเมนิ มาตรฐานวชิ าชพี ซง่ึจะตอ งมขี อทดสอบมาตรฐานหมวดวิชาสามัญ หมวดวชิ าชพี (วิชาชีพพื้นฐาน วิชาชีพสาขาวิชาและวิชาชีพสาขางาน) ตามอัตราสวนการเรียนรายวิชาในสาขาวิชานั้น กลุมงานมาตรฐานอุตสาหกรรม สํานักมาตรฐานการอาชีวศึกษาและวิชาชีพ
สารบญั หนา 1 - 17คํานาํ 1 - 17มาตรฐานงานระบบเสยี ง 1 - 20มาตรฐานงานระบบภาพ 1 - 14มาตรฐานงานส่ือสารโทรคมนาคม 1 – 22มาตรฐานงานคอมพวิ เตอร 1 - 20มาตรฐานงานอเิ ลก็ ทรอนกิ สอตุ สาหกรรมตารางวเิ คราะหมาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐานงานระบบเสยี ง
ตวั อยา งขอ สอบตามจดุ ประสงค'หลักสูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชพี (ปวช.) พ.ศ. 2545(46)สาขาวชิ า ไฟฟา และอิเล็กทรอนกิ ส สาขางาน อเิ ล็กทรอนิกสมาตรฐานที่ 11,12,13 (งานระบบเสียง)งานที่ 11.1 เขยี นและอานแบบในงานระบบเสียง 12.1 ตดิ ตง้ั และทดสอบการทาํ งานระบบเสยี ง 13.1 ซอมและบาํ รงุ รักษาระบบเสียงและอุปกรณรายวิชาในกลมุ งาน เขยี นแบบไฟฟา และอิเล็กทรอนิกส 2104-2201 วงจรไฟฟา กระแสตรง 2104-2202 วงจรไฟฟากระแสสลับ 2104-2203 เครื่องมือวดั ไฟฟา และอิเลก็ ทรอนกิ ส 2104-2204 อปุ กรณอิเล็กทรอนกิ ส 2104-2205 วงจรอิเล็กทรอนิกส 2104-2206 เครอ่ื งเสียง 2104-2208 ระบบเสียง 2104-2212สวนประกอบชุดขอสอบ 1. ขอ สอบขอเขยี นแบบปรนยั ชนดิ เลอื กตอบ 4 ตัวเลือกจาํ นวน 30 ขอ 2. ขอสอบขอ เขียนแบบตอบสนั้ จาํ นวน 25 ขอ 3. ขอ สอบปฏิบัติ 4. ตารางประเมินผลขอ สอบปฏิบัติ 5. เฉลยคําตอบ แบบปรนยั และแบบตอบส้ัน
ตวั อยา งขอสอบขอเขียนชนิดเลอื กตอบ' 1. สญั ลกั ษณตัวตา นทานปรับคาไดคือก.ข.ค.ง.2. ทรานซสิ เตอรช นดิ PNP เทยี บไดก บั วงจรขอ ใดก. C Eข. B ECค. B ECง. B EC B3. สัญลักษณไมโครโฟนคือก. ข.ค. ง. มาตรฐานงานระบบเสียง หนา ท่ี 1 ใน 17 หนา
4. สัญลักษณสวติ ช DPDT คอื ก. ข. ค. ง.5. จากรูป คาปาซิเตอรมีคา เทาใด ก. 0.047 µF คา ผดิ พลาด 5% ข. 0.047 µF คาผิดพลาด 10% ค. 0.47 µF คาผดิ พลาด 5% ง. 0.47 µF คาผดิ พลาด 10%6. βdc ของทรานซสิ เตอร หมายถึง ก. อตั ราขยายกระแส ข. อตั ราขยายแรงดัน ค. อตั ราขยายกาํ ลัง PMPO ง. อตั ราขยายกาํ ลงั RMS7. การหากําลงั งานสงู สุดของเครื่องขยายเสียงใชอปุ กรณข อ ใดเปน โหลด ก. หลอดไฟ ข. ลําโพง ค. ตวั ตานทาน ง. วี ยู มิเตอร มาตรฐานงานระบบเสียง หนา ที่ 2 ใน 17 หนา
8. การตอวงจรลาํ โพงขอใดประสทิ ธิภาพสงู สุด 4 ohms/4W 8 ohms 4 ohms/4W ก. 8 ohms 4 ohms/2W 4 ohms/2Wข. 8 ohms 8 ohms/2W 8 ohms/2Wค. 8 ohms 8 ohms/2W 8 ohms/2Wง.9. วงจรลําโพงขอใดทนกาํ ลังขบั ไดส งู สุด ก. 1 2 1. 16 Ω 10W 2. 16 Ω 20W ข. 1. 4 Ω 10W 1 2 2. 4 Ω 20W ค. 1. 16 Ω 10W 1 2 3 2. 8 Ω 10W 3. 8 Ω 10W ง. 1. 4 Ω 10W 1 2 3 2. 8 Ω 5W 3. 8 Ω 5Wมาตรฐานงานระบบเสียง หนา ที่ 3 ใน 17 หนา
10. ทิศทางการรับเสยี งและการใชง านของไมโครโฟน ตามตารางคณุ ลักษณะควรเปนขอ ใดDynamic Microphone Model M138D81Specification :Polar Pattern : CardioidsImpedance : 250 ΩFrequency Response : 90 – 14,000 HzSensitivity : -77 ± 3dBDiaphragm Material : Polyester Filmก. รบั เสยี งดานหนา เหมาะสาํ หรบั งานท่วั ไปข. รับเสียงสองทศิ ทางดา นหนา เหมาะสําหรบั งานแสดงบนเวทีค. รับเสยี งรอบตัว เหมาะสําหรับงานแสดงกลางแจงง. รับเสยี งดา นหนา เหมาะสําหรบั งานหอ งบันทึกเสียงและหองสงวิทยุ11. จากรูปบลอ็ ก X หมายถึงขอ ใด Pre Amplifier X Tone Control Voltage Drive PowerMic Amplifier Pre Amplifier TREBLE Head Phone BASS VOLUME LOUDNESS BALANCEMic LEFT CHANNELก. Band Pass Filterข. Lo - Hi Filter Switchค. Selector Switchง. ON - OFF Power Switch มาตรฐานงานระบบเสียง หนาท่ี 4 ใน 17 หนา
12. ภาค Driver Amplifier มหี นา ท่ีใด ก. เพิม่ ระดับสญั ญาณใหเพยี งพอกบั อนิ พุตของเครื่องขยายเสยี ง ข. ชดเชยความถี่สูง ค. ชดเชยความถต่ี าํ่ ง. ปรบั อิมพแี ดนซใหสัมพันธก บั อปุ กรณอ นิ พตุ13. ขอ ใดเปน หนา ที่ของวงจร Loudness Control ก. ยกระดับแถบความถ่ีต่ํา ข. ยกระดับแถบความถี่กลาง ค. ยกระดับแถบความถ่ีสูง ง. ยกระดับแถบความถตี่ ่าํ และสูง14. รปู บลอ กไดอะแกรมเทปบนั ทกึ เสยี ง A, B, C หมายถงึ Control AmplifierINPUT (5-8 VAC) ALC Pre Amplifier B (Automatic Level Control) C A (30-35 VAC)ก. A: ภาค DC Supply B: หัวบนั ทกึ C: หัวลบข. A: Oscillator B: หวั บันทกึ C: หัวลบค. A: AC Supply B: หวั บนั ทกึ C: หัวลบง. A: Oscillator B:หวั ลบ C: หวั บนั ทกึ มาตรฐานงานระบบเสียง หนา ท่ี 5 ใน 17 หนา
15. จากรปู T1 ทําหนาที่ใด 100 V T1 PA 8 Ω 50W 0Vก. ปรับระดับแรงดันในสายใหส ูงขึ้นข. ปรบั เสยี งทมุ แหลมทล่ี ําโพงใหมากขนึ้ค. ลดสัญญาณรบกวนง. ปรบั อมิ พีแดนซร ะหวา งสายสง กับลาํ โพงใหตรงกัน16. จากกราฟแสดงผลตอบสนองตอ ความถี่ของลาํ โพง (Frequency Response) ตามรปู เปนลําโพงประเภทใด dB40302010 20 50 100 200 500 1k 2k 5k 10k 20k Frequencyก. ลําโพงเสยี งต่ํา (Woofer)ข. ลําโพงเสียงสงู (Tweeter)ค. ลําโพงเสยี งกลาง (Mid Range)ง. ลําโพงทุกยานเสียง (Full Range)17. จากรูปวงจรครอสโอเวอร เนต็ เวอรก (Cross Over Network) ลาํ โพง A และ B ควรเปนลาํ โพงแบบใด Amplifier 7uF 0.9mH A 0.9mH B 7uFก. A เปนลาํ โพงเสยี งตาํ่ (Woofer) B เปนลาํ โพงเสียงสงู (Tweeter)ข. A เปนลาํ โพงเสียงกลาง (Mid Range) B เปน ลําโพงเสียงสูง (Tweeter)ค. A เปน ลําโพงเสยี งสูง (Tweeter) B เปนลําโพงเสียงตํา่ (Woofer)ง. A เปน ลาํ โพงเสยี งสูง (Tweeter) B เปนลาํ โพงเสยี งกลาง (Mid Range) มาตรฐานงานระบบเสยี ง หนาที่ 6 ใน 17 หนา
จากรปู ตอไปนี้ ใชต อบคําถามขอ 18-19R1 R2 R6 R7 TR1 TR2 C5 C8C1 C2 R4 C4 C7 VR1 VR2R3 R5 R8 C6 C9 C318. อปุ กรณ VR 1 ทําหนา ท่ี ก. ปรับเพิม่ -ลดเสยี งแหลม ข. ปรบั เพิ่ม-ลดเสยี งทมุ ค. ปรับเพ่ิม-ลดเสียงทมุ -แหลม ง. ปรบั เพิ่ม-ลดความดงั เสียง19. อปุ กรณ VR 2 ทําหนา ท่ี ก. ปรบั เพ่ิม-ลดเสียงแหลม ข. ปรบั เพิม่ -ลดเสยี งทมุ ค. ปรับเพม่ิ -ลดเสยี งกลาง ง. ปรับเพ่มิ -ลดความดงั เสียง20. จากรปู เปน การจดั วงจรขยายแบบใด Vccก. Push-Pull Amplifier R1 R3 R5 TR2ข. Complementary Amplifier R7 TR1 C1 C2 T1 SP1ค. Quasi Complementary Amplifier C3ง. Differential Amplifier R2 R4 R6 R8 TR321. จากรปู เปน การจดั วงจรขยายแบบใด Vcc ก. Push-Pull Amplifier ข. Complementary Amplifier R1 ค. Quasi Complementary Amplifier ง. Differential Amplifier 1.4 V D1 TR1 R3 C2 D2 R4 C1 TR2 SP1 R2 8Ω มาตรฐานงานระบบเสียง หนา ที่ 7 ใน 17 หนา
22. จากรปู เปนการจดั วงจรขยายแบบใด Vcc TR1 ก. Push-Pull Amplifier R1 ข. Complementary Amplifier TR3 ค. Quasi Complementary Amplifier D1 ง. Differential Amplifier 2.1 V R3 C2 R4 D2 C1 R2 TR2 SP1 TR4 8Ωจากรปู ตอ ไปน้ี ใชตอบคําถาม ขอ 23-25 Vcc R1 R4 TR4 TR1 R6 VoVi R7VR1 TR2 TR3 C1R2 R3 R523. จากรปู TR2, TR3 เปน การจดั วงจรขยายแบบใด ก. Push-Pull Amplifier ข. Complementary Amplifier ค. Quasi Complementary Amplifier ง. Differential Amplifier24. จากรูป R6, C1 ทาํ หนา ท่ใี ด ก. วงจรกรองสญั ญาณ ข. วงจรเชอื่ มตอ ค. วงจรปอ นกลบั ง. วงจรชดเชยความถี่25. จากรูป TR4 ทําหนา ท่ใี ด ก. ขยายแรงดนั ข. แมชช่ิง ค. ปอ นกลบั ง. เปรยี บเทยี บแรงดนั มาตรฐานงานระบบเสียง หนา ที่ 8 ใน 17 หนา
26. วงจรขยายพุชพลู จะกําจดั Cross Over Distortion อยางไร ก. จัดวงจรขยายใหทาํ งานใน Class C ข. จดั วงจรขยายใหท าํ งานใน Class AB ค. ไมใ ชเ อาตพ ุตทรานสฟอรเ มอร ง. ลดไบอสั ของทรานซสิ เตอร27. วงจรขยายในรูป มีประสทิ ธภิ าพทางลาํ โพงลดลงเพราะเหตใุ ด -Vcc TR1 T2 R1 SP1 T1 R2 TR2ก. มีแรงดนั ตกครอม R1 และ R2ข. แรงดันทีค่ อลลเลกเตอรล ดลงเนอ่ื งจากแรงดันท่ี R1 และ R2ค. มีกระแสไหลทค่ี อลเลกเตอรของทรานซิสเตอรทงั้ 2 ตัว เมือ่ ไมปอ นอินพตุง. มกี ระแสไหลที่คอลเลกเตอรข องทรานซิสเตอร ตัวใดตวั หนง่ึ เมอ่ื ไมป อ นอนิ พตุ28. วงจรขยายในรปู ในชว งครง่ึ ลบของสัญญาณอินพตุ การทาํ งานของทรานซสิ เตอรเ ปน ขอใดก. TR1 คตั ออฟข. TR2 คตั ออฟ TR1 Vcc1ค. ท้งั TR1 และ TR2 คตั ออฟ C1 R1ง. ทัง้ TR1 และ TR2 นาํ กระแส TR2 Vcc229. จากรปู ขอ 28 สามารถใชลําโพงแทนทต่ี วั ตา นทานไดเ พราะอะไร ก. มกี ระแสไฟตรงไหลผาน ข. ไมม กี ระแสไฟตรงไหลผาน ค. ลําโพงเปน ตวั ตา นทานเชนกนั ง. ไมมีเอาตพุตทรานสฟอรเ มอร มาตรฐานงานระบบเสยี ง หนา ท่ี 9 ใน 17 หนา
30. วงจรขยายทรานซสิ เตอรม อี ตั ราขยาย 100 เทา มี fL = 50 Hz และ fH = 50 kHz กราฟตอบสนองความถี่ คือก. 1 100 4ข. 2 80ค. 3 60 40 2 3 20 37 1ง. 4 17 50 Hz 50 kHz มาตรฐานงานระบบเสยี ง หนา ที่ 10 ใน 17 หนา
ตวั อยา งขอสอบแบบตอบส้ัน1. ถา สายไมโครโฟนยาว ควรเลอื กใชไมโครโฟนทีม่ ีคาอมิ พิแดนซแ บบใด2. ไมโครโฟนคา อมิ พแิ ดนซต าํ่ ควรใชส ายยาวมากสุดกฟ่ี ตุ3. วงจรคปั ปลิงแบบใดทส่ี ามารถถายทอดกาํ ลงั ไดสงู สดุ4. แรงดันทจี่ ดุ ตอ ทรานซสิ เตอรเอาตพุตในวงจรเครื่องขยายเสยี งแบบ OTL ควรมีคาเทาไร5. เคร่อื งขยายเสยี งแบบ OTL วงจรเอาตพตุ จดั การขยายในคลาสใด6. อัตราการขยาย (Gain) ของเครอื่ งขยายเสียง มีหนวยเปน อะไร7. กาํ ลงั ของเครือ่ งขยายเสยี ง แสดงโดยรูปกราฟทตี่ ําแหนง -3 dB จากคา สูงสุดมกี าํ ลงั เทาใด8. Cross Over Distortion ของเครือ่ งขยายเสยี ง คอื การผดิ เพย้ี นของรปู สัญญาณที่ตําแหนง ใด9. วงจร Pre Amplifier จดั การขยายในคลาสใด10. วงจร Tone Control ติดตง้ั อยกู อ นภาคใด11. การตอวงจรทรานซิสเตอรแบบ Darlington มจี ดุ ประสงค12. ไมโครโฟนชนดิ ใดทตี่ อ งใชแ หลง จา ยไฟ13. Frequency Response Curve ของเคร่ืองขยายเสยี งแสดงดว ยกราฟแบบใด14. ความแตกตางระหวา งชว งความถ่ีสงู กับความถี่ตํ่าที่เคร่ืองขยายเสียงสามารถขยายได เรยี กวาอะไร15. เมอ่ื ไมมกี ารปอ นสัญญาณอนิ พุต กระแสท่ีไหลผานทรานซิสเตอรเ อาตพตุ เรียกวา อะไร16. การตอลําโพงในระบบเสยี งตามสาย โดยไมคาํ นงึ ถึงคาอมิ พิแดนซของเครือ่ งขยายเสียง จะ เลือกใชแมตชงิ่ ทรานสฟอรเ มอรแบบใด17. จงเขียนสูตรเปล่ยี นอัตราขยายแรงดนั ใหอยูในรูป dB18. เครือ่ งขยายเสยี งขนาด 10 วตั ต มี Output Impedance 8 Ω เมอ่ื นําไปตอ ลาํ โพง Impedance 16 Ω จะมกี ําลังท่ีลาํ โพงเทาใด19. ท่ีตําแหนงปกตขิ องการฟง เคร่อื งขยายเสียงระบบสเตอรโิ อ ถาตอ ลําโพงผิดขว้ั จะมผี ลอยางไร20. คอนเดนเซอรไ มคม ที ศิ ทางในการรับสญั ญาณแบบใด21. เม่อื เปดสวิตชเ คร่ืองขยายเสยี งมเี สยี ง(ตุบ )ออกลาํ โพงจะแกไ ขอยางไร22. วงจรปอ งกนั ลาํ โพงในเครือ่ งขยายเสยี งทาํ งานอยา งไร23. เสียงหวีด หอน ในเคร่ืองขยายเสยี งเกดิ จากสาเหตุใด24. Ground Loop หมายถงึ อะไร25. วงจรเครอื่ งขยายเสยี ง OTL และ OCL ตา งกนั อยา งไร มาตรฐานงานระบบเสียง หนา ท่ี 11 ใน 17 หนา
ขอสอบภาคปฏิบัตติ ามจุดประสงคการเรยี นรูประเภทวชิ า อตุ สาหกรรม สาขางาน ………………………… ระดับ ปวช.สาขาวิชา ไฟฟา และอเิ ล็กทรอนกิ สมาตรฐานท่ี 11 , 12 , 13 (งานระบบเสียง)งานท่ี 11.1 – 11.3 , 12.1 – 12.3 และ 13.1 – 13.3ลาํ ดบั ที่คาํ ช้แี จง จุดประสงคท ี่ 11.1.2.1 – 11.1.3.2 , 12.1.2.1 – 12.1.4.2 , 13.1.1.1 – 13.1.3.2 1. ประกอบเครอ่ื งขยาย OTL 20 Watt MONO (OTL – 02) 1 ชดุ 2. เตรียมเคร่ืองมอื ประจําตัว 1 ชุด 3. ลักษณะการทดสอบตามหลักเกณฑก ารตรวจผลสอบภาคปฏิบัติ (งานระบบเสียง) 4. ใชเ วลาทาํ ขอ สอบ 3 ชั่วโมงขอ สอบภาคปฏิบตั ิ ประกอบดว ย 1. อปุ กรณประกอบดว ยเครื่องขยายเสยี ง OTL – 02 1 ชุด 2. แผน ปรินท 1 แผน 3. Schematic diagram แสดงวงจรขยาย OTL – 02 1 แผน 4. รปู แบบลายปรนิ ท 1 แผน 5. ตารางการประเมินวชิ าชพี 1 ชุด มาตรฐานงานระบบเสยี ง หนาที่ 12 ใน 17 หนา
AUDIO AMPLIFIER OTL 20W MONO (OTL-02) +24V C18 R28 BASS R27 100/16 4.7k 3.3k 100kB R1 R9 C19 R11 R13 R22 1M 6.8k 470/16 470k 4.7k 1k C1 C5 C4 R8 C9 C10 C14 R21 TR5 1M 4.7/16 47/25 2k 10/16 C12 BC337 C8 10/25 VR1 D1INPUT 150P 100k 1N4148 TR7 .047 .047 R2 TR2 D2 C1061 1M R4 R6 1N4148 10k 10k R7 C458 TR3 10k C945 TR1 R23 R25 C7 4.7/16 220 0.5 C458 C17 C3 10/16 R12 R14 150k 2.2k C11 1000/16 10/16 47/25 C15 R20 TR6 300P 68 TR8 BC327 TR4 C1061 R3 R5 C6 VOLUME C13 SP 3.9k 3.3k .002 .022 C945 C2 10kA 200P R10 220 R16 R15 220 27k TREBLE R17 R18 R19 C16 R24 R26 33 6.8k 0.5 100kB 100 47/25 220PRE-AMPLIFIER TONE-CONTROL VOLTAGE AMPLIFIER POWER AMPLIFIER and DRIVER
B +24V C VOLUME C B TR7 C B E TR2 E TR5 TR1 E CB SP. C E TREBLE B IN TR3 Eมาตรฐานงานระบบเสยี ง หนา ท่ี 14 ใน 17 หนา B E C B B C TR8 E TR6 TR4 OTL-02 C E BASS
ตารางการประเมินขอสอบภาคปฏิบตั ิชื่อนกั ศกึ ษา………………………………………………….ช้ันปท ่…ี ………………………………..สาขาวิชาชา ง………………………………… มาตรฐานงาน.................................................................ชื่อสถานศกึ ษา………..………………………….วนั ที่…........เดอื น….…………………พ.ศ. ……… รายการประเมนิ คะแนน คะแนนท่ี บนั ทกึ ประเมนิ ไดร บั กรรมการ1. กระบวนการการปฏบิ ัติงาน (50 คะแนน) (10)1.1 การอานแบบ, คมู ือ, คาํ สัง่ 5 5การศึกษา วงจร, คําส่ัง (30) 5การเขียนรายการ เคร่ืองมือ วัสดุ อปุ กรณ 15 101.2 การปฏบิ ัติงาน (10) 5การเตรยี มเคร่อื งมอื วสั ดุ อุปกรณ 2 3ลําดบั ขัน้ การปฏิบัติงาน (30)การตรวจสอบการทํางาน 20 101.3 กจิ นิสัยการปฏิบตั ิงาน (10) 3การใชเ ครือ่ งมอื /รักษา 5 2ความปลอดภยั ในการทํางาน 4ความสะอาดเคร่ืองมือ-พื้นที่ปฏบิ ัติ 6 1002. คณุ ภาพของงาน (40 คะแนน) ไมผาน2.1 ชิ้นงานตามกาํ หนดความถกู ตอง การทาํ งานในวงจรยอยความถกู ตอง การทาํ งานในวงจรรวม2.2 คุณภาพของงานการวางอปุ กรณ(ทศิ ทาง คาสี การบอกคา อปุ กรณ)การจดั ขา-การบัดกรีความประณตี รวม3. ระยะเวลาการปฏิบตั ิงาน (10 คะแนน)3.1 เวลาแตล ะขนั้ ตอน3.2 เวลาการสงผลงานรวมสรปุ ผลการประเมิน ผา น ลงช่อื ………………………….………กรรมการ (…………………………………….) มาตรฐานงานระบบเสียง หนาท่ี 15 ใน 17 หนา
เฉลยคําตอบ1. ขอ สอบแบบเลอื กตอบ1 ง 2 ค 3 ข 4 ค 5 ข 6 ก 7 ค 8 ข 9 ง 10 ก11 ค 12 ก 13 ง 14 ข 15 ง 16 ก 17 ค 18 ข 19 ก 20 ก21 ข 22 ค 23 ง 24 ค 25 ข 26 ข 27 ค 28 ข 29 ข 30 ขขอสอบแบบตอบสนั้ 1. อิมพิแดนซส ูง 2. 100 ฟุต( 10 เมตร) 3. ไดเรก็ คัปปลิง (Direct Coupling) 4. คร่งึ หนึ่งของแหลง จา ยไฟ 5. คลาส AB 6. เดซเิ บล (dB) 7. จดุ ท่ีกําลังเปนครง่ึ หนงึ่ ของคาสูงสุด (Half Power Point) 8. รอยตอ ของสญั ญาณ บริเวณมุมของไซนเ วฟที่ 0 องศาและ 180 องศา 9. คลาสเอ 10. วงจรขยายกําลัง (Power Amplifier) 11. เพิ่มอัตราการขยายกระแสของทรานซสิ เตอร 12. ไมคช นิดคอนเดนเซอร (Condenser Mic) 13. กราฟแบบเซมลิ อก (Semi Log) 14. Band Width ของเครือ่ งขยายเสียง 15. กระแส Idle 16. ไลนโวลเตจทรานสฟอรเมอร (Line Voltage Transformer) 17. 20 log (Vo/Vi) หรอื 20 log Av เมื่อ Av = Vo/Vi 18. 5 วตั ต 19. ทําใหเ ฟสของเสียงหักลางกัน เสียงจะดังคอยลง 20. ทศิ ทางเดียว (Unidirectional) 21. ตอ ตัวเกบ็ ประจุคา ประมาณ 0.1 uF/630V ตอ ครอมเพาวเวอรสวิตช 22. หนวงเวลาการตอลาํ โพงเขากับเครอ่ื งขยายเสียงในชวงของการเปดเครอ่ื งและตัดลาํ โพงออกจากเครอ่ื ง ขยายเสียงเมือ่ มไี ฟฟา DC ออกท่ลี าํ โพง 23. เกดิ การปอนกลับของสัญญาณเสียง 24. การลงกราวนมากกวาหนึ่งจุด 25. การคัปปลิงของสัญญาณเอาตพ ุต / แหลง จายแรงดัน มาตรฐานงานระบบเสยี ง หนา ที่ 16 ใน 17 หนา
มาตรฐานงานระบบภาพ
ตวั อยา งขอ สอบตามจดุ ประสงค'หลกั สตู รประกาศนยี บตั รวชิ าชพี (ปวช.) พ.ศ. 2545(46)สาขาวิชา ไฟฟา และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส สาขางาน อิเล็กทรอนิกสมาตรฐานท่ี 11, 12 (งานระบบภาพ)งานท่ี 11.2 เขียนและอานแบบในงานระบบภาพ 12.2 ติดตั้งและทดสอบการทํางานระบบภาพรายวิชาในกลุมงาน เขียนแบบไฟฟาและอิเล็กทรอนิกส 2104-2201 วงจรไฟฟากระแสตรง 2104-2202 วงจรไฟฟากระแสสลับ 2104-2203 เครื่องมือวัดไฟฟาและอิเล็กทรอนิกส 2104-2204 อุปกรณอิเล็กทรอนิกส 2104-2205 วงจรอเิ ลก็ ทรอนกิ ส 2104-2206 เคร่ืองรบั โทรทศั น 2104-2211 ระบบภาพ 2104-2213สวนประกอบชุดขอสอบ 1. ขอสอบขอเขียนแบบปรนัย ชนดิ เลอื กตอบ 4 ตวั เลอื กจาํ นวน 35 ขอ 2. ขอสอบขอเขียนแบบตอบสั้นจํานวน 15 ขอ 3. ขอสอบปฏิบัติ 4. ตารางประเมนิ ผลขอสอบปฏบิ ัติ 5. เฉลยคาํ ตอบ แบบปรนัยและแบบตอบสั้น
ตัวอยางขอ สอบขอเขียนชนิดเลอื กตอบ1. จากรปู หมายเลข 1, 2, 3 คือขอใด 1 2 3 ก. Dipole, Director, Reflector ข. Reflector, Director, Dipole 34 ค. Reflector, Dipole, Driver ง. Director, Dipole, Reflector2. จากรปู Booster หมายถึง ขอใด 1 ก. หมายเลข 1 ข. หมายเลข 2 ค. หมายเลข 3 ง. หมายเลข 43. จากรปู Splitter หมายถึง ขอ ใด 2 ก. หมายเลข 1 ข. หมายเลข 2 ค. หมายเลข 3 ง. หมายเลข 44. จากรูปเปนการสงสัญญาณโทรทัศนแบบใด 54 61ก. Single Side Band มาตรฐานงานระบบภาพ หนาที่ 1 ใน 17 หนาข. Double Side Bandค. Vestigial Side Bandง. Duplex Side Band
5. จากรปู ขอ 4 ออสซลิ เลเตอรในภาครบั โทรทศั นจ ะผลติ ความถเ่ี ทา ไร ก. 55.25 MHz ข. 87.75 MHz ค. 94.15 MHz ง. 99.65 MHz6. จากรูปขอ 4 หมายเลข คอื คลน่ื พาหข องสัญญาณใด ก. ภาพ ข. เสียง ค. สี ง. ซิงค7. จากรปู ขอ 4 หมายเลข คือคลน่ื พาหข องสัญญาณใด ก. ภาพ ข. เสียง ค. สี ง. ซิงค8. จากรปู วงจรในเสนประ คือวงจรในขอใด SW Fuse SW220V / 50Hz PTC Lก. Peaking Coilข. Time Constant Coilค. L - Filter Coilง. Degaussing Coil มาตรฐานงานระบบภาพ หนาที่ 2 ใน 17 หนา
9. จากรปู ขอ 8 วงจรในเสนประ ทําหนาที่อะไร ก. ลา งอาํ นาจแมเหลก็ จอหลอดภาพ ข. กรองสัญญาณรบกวนไฟเอซี ค. กําหนดเวลาในการลางอํานาจแมเหล็ก ง. ยกระดับสัญญาณความถี่สูง10. จากรปู เปน วงจรดเี ทคเตอรแบบใด 89 IC 1 AN 5606 DETก. Resonance Detectorข. Synchronous Detectorค. RLC Detectorง. Reference Detectorจาก Block diagram ตอไปนี้ ใชในการตอบคําถามขอ 11-14 U-Demod 1 4 RGB CRT 3 Amp 0o / 180o PAL SW 2 90o phase shiftSub Carrier V-Demod11. จากรปู หมายเลข คือ ข. B-Y Amp ก. R-Y Amp ง. Matrix ค. G-Y Amp มาตรฐานงานระบบภาพ หนาที่ 3 ใน 17 หนา
12. จากรปู หมายเลข คือ ข. B-Y Amp ก. R-Y Amp ง. Matrix ค. G-Y Amp ข. PAL Detector 13. จากรปู หมายเลข คือ ง. Matrix ก. Luminance Amplifier ค. G-Y Ampจาก รปู สญั ญาณ ใชในการตอบคําถามขอ 15-1714. จากรปู หมายเลข คือสัญญาณใด ก. Sync. ข. Luminance ค. Chrominance ง. Burst15. จากรปู หมายเลข คือสัญญาณใด ก. Sync. ข. Luminance ค. Chrominance ง. Burst มาตรฐานงานระบบภาพ หนาที่ 4 ใน 17 หนา
16. จากรปู หมายเลข คือสัญญาณใด ก. Sync. ข. Luminance ค. Chrominance ง. Burstจาก รปู สญั ญาณ ใชตอบคําถามขอ 17-20 17. จากรปู หมายเลข คือสัญญาณใด ก. เวอรต คิ อล พัลส ข. อคี วอไลซง่ิ พัลส ค. ฮอรซิ อนตอล พัลส ง. คอมโพซิทซิงค พัลส 18. จากรปู หมายเลข คือสัญญาณใด ก. เวอรต คิ อล พัลส ข. อคี วอไลซง่ิ พัลส ค. ฮอรซิ อนตอล พัลส ง. คอมโพซิทซิงค พัลส 19. จากรปู หมายเลข คอื สญั ญาณใด ก. เวอรต คิ อล พัลส ข. อคี วอไลซง่ิ พัลส ค. ฮอรซิ อนตอล พัลส ง. คอมโพซิทซิงค พัลส มาตรฐานงานระบบภาพ หนาที่ 5 ใน 17 หนา
20. จากรปู หมายเลข มีคาความถี่เทาใด ก. 50 Hz ข. 15,625 Hz ค. 15,750 Hz ง. 31,250 Hz21. วงจร เอซีซี มีหนาที่ควบคุมอะไร ก. อตั ราขยายวงจรขยายเสียง ข. อัตราขยายวงจรขยายภาพ ค. อตั ราขยายวงจรขยายเบิสท ง. อตั ราขยายวงจรขยายสี22. คาํ ตอบใดเปน คณุ สมบตั ขิ องโทรทศั น ระบบ HDTV ก. มีความไวในการรับสัญญาณสูง ข. อตั ราสว นของภาพ 16:9 ค. สามารถรบั สญั ญาณดาวเทยี มได ง. มเี สยี งเปน ระบบสเตริโอ23. การปรบั White Balance มีผลอยางไร ก. อตั ราสวนผสมสีใหเปนแสงสีขาว ข. ควบคุมสมดุลยของสี ค. ความสมบูรณของแสงสีขาว ง. ตําแหนงของแสงสีขาว24. สัญญาณสี ใน Composite Video Signal (ระบบ PAL-B) มีคาความถี่ในชวงใด ก. 0 - 4 MHz ข. 0 - 5 MHz ค. 4 - 5 MHz ง. 0 - 6 MHz มาตรฐานงานระบบภาพ หนาที่ 6 ใน 17 หนา
25. Sub Carrier ของเครอ่ื งรบั โทรทศั น(ระบบ PAL-B) มีคาความถี่เทาใด ก. 3.58 MHz ข. 4.43 MHz ค. 5.50 MHz ง. 5.74 MHz26. อตั ราสวนผสมของแสงสีขาว(Y) คือ ก. 0.30R + 0.11B + 0.59G ข. 0.59R + 0.11B + 0.30G ค. 0.11R + 0.30B + 0.59G ง. 0.30R + 0.59B + 0.11G27. อาการภาพสวนที่เปนสีขาว กลายเปนสีเขียวน้ําทะเล (Cyan) เกิดจากการเสียที่วงจรในขอใด ก. R – Amp ข. B – Amp ค. G – Amp ง. Y – Amp28. สญั ญาณ PAL Ident มีคาความถี่เทาใด ก. 38.9 MHz ข. 33.4 MHz ค. 626.9 KHz ง. 7.8 KHz29. เมอ่ื เราลดั วงจรตาํ แหนง Service Tip อาการของภาพปนอยางไร ก. เปน เสน ตรงกลางจอแนวนอน ข. เปน เสน ตรงกลางจอแนวตง้ั ค. จอภาพเปนเสนแสงสีแดง เขียว นาํ้ เงนิ ง. จอภาพเปนแสงสีขาว มาตรฐานงานระบบภาพ หนาที่ 7 ใน 17 หนา
30. โทรทศั นร ะบบ PAL ใชเวลาในการสแกน 1 เสนภาพเทาใด ก. 16.6 ms ข. 20 ms ค. 63.5 ↑s ง. 64 ↑s31. Aspect Ratio ของหลอดภาพโทรทศั นท ว่ั ไปคอื ก. 3 : 2 ข. 4 : 3 ค. 5 : 4 ง. 16 : 932. แผน VCD มาตรฐาน มีเสนผาศูนยกลางเทาใด ก. 4.5 นว้ิ ข. 5.0 นว้ิ ค. 5.5 นว้ิ ง. 6.0 นว้ิ33. รายละเอียดการสแกนของ VCD ในระบบ PAL คอื ขอ ใด ก. 240 เสน /ภาพ ข. 288 เสน /ภาพ ค. 480 เสน /ภาพ ง. 576 เสน /ภาพ34. ขอ ใดคอื ลักษณะของการบันทึกขอมูลลงบนแผน VCD ก. PIT GAP ข. LAND GAP ค. PIT LAND ง. GAP LAND PIT มาตรฐานงานระบบภาพ หนาที่ 8 ใน 17 หนา
ขอ สอบแบบตอบสน้ัจากรูปตอบคําถามขอ 1-2 2 1 G2 G4 R G B G1 G31. หมายเลข คอื อะไร2. หมายเลข คอื อะไร3. คือสัญลักษณของอะไร4. คือสัญลักษณของอะไร5. คือสัญลักษณของอะไร6. โยค (Yoke) ทําหนาที่อะไร7. สกรนี กริด (Screen Grid) ทําหนาที่อะไร8. คือสัญลักษณของอะไร9. ปุมปรับที่ใชปรับอัตราการขยายของสัญญาณภาพขาว-ดาํ คอื อะไร10. สัญลักษณนี้ หมายถึงปุมปรับอะไร11. ถาภาคฮอรอ อสซิลเลเตอรใ นเคร่ืองรบั โทรทศั นเ สยี จะเกดิ อาการอยา งไร12. ถาภาคเวอรออสซิลเลเตอรในเครื่องรับโทรทัศนเสียจะเกิดอาการอยางไร13. ไฟแรงสงู ในเครอ่ื งรบั โทรทัศน ไดจ ากอปุ กรณใด14. วงจรที่ทําหนาที่แยกสัญญาณเวอรซิงคออกจากสัญญาณซิงครวมคืออะไร15. วงจรที่ทําหนาที่ควบคุมเฟสของภาคฮอรออสซิลเลเตอรใหมีเฟสและความถี่ สัมพันธกบั สัญญาณซงิ คท างแนวนอน (Horizontal Sync.) คือวงจรอะไร มาตรฐานงานระบบภาพ หนาที่ 9 ใน 17 หนา
ขอ สอบภาคปฏบิ ตั ติ ามจดุ ประสงคก ารเรยี นรูประเทชาง อตุ สาหกรรม สาขางาน ………………………… ระดบั ปวช.สาขาวิชา ไฟฟาและอเิ ลก็ ทรอนกิ สมาตรฐานท่ี 11 , 12 , 13 (งานระบบภาพ)งานที่ 11.1 – 11.3 , 12.1 – 12.3 และ 13.1 – 13.3ลําดับที่คาํ ชแ้ี จง จดุ ประสงคท ่ี 11.2.2.1 – 11.2.4.2 , 12.2.2.1 – 12.2.2.2 , 13.2.1.1 – 13.2.3.2 1. ประกอบเครอ่ื งรบั โทรทศั นส ี หรอื ขาวดาํ รับสัญญาณมาตรฐานทางสายอากาศได ดีที่สุด 1 ชองความถี่ 2. เตรยี มเคร่ืองมอื ประจาํ ตวั 1 ชุด และสายตอประกอบการทดลอง 3. รบั สญั ญาณรปู Color Bar พรอมรูปวงกลม 4. ลักษณะการทดสอบตามหลักเกณฑของขอทดสอบ 5. ใชเวลาทําขอสอบ 4 ชว่ั โมง รวม …100 คะแนนงานทป่ี ระเมนิ 1. การอานคําสั่ง 2. การปรบั แตง 3. การวัดและทดสอบวงจรคําสั่ง 1. การปฏิบัติ 1 คน ตอ เคร่ืองรบั โทรทศั นส ี 1 ชุด 2. ใชส ญั ญาณรปู Color Bar รูปวงกลม และตาตาราง 3. เตรยี มเคร่ืองมอื ประจาํ ตวั และสายตอประกอบการทดลอง มาตรฐานงานระบบภาพ หนาที่ 10 ใน 17 หนา
ลําดับขั้นการปฏิบัติ 1. ปรับภาพใหมีลักษณะ ขาว-ดาํ สมบูรณมากที่สุด ขาว ดําตอบคําถาม ปรบั ……………………………………อยูในวงจร …………………………………… 2. ปรับภาพใหไดคุณลักษณะ สีสรรค สมบูรณมากที่สุด ขาว นาํ้ เงนิ ดําตอบคําถาม ปรบั ……………………………………อยูในวงจร …………………………………… ลําดับสีคือ 1. ขาว 2.…….… 3..….…… 4. ………… 5. ….…… 6. นาํ้ เงนิ …7. ดํา 3. ปรับภาพใหเลื่อนขึ้น บันทึก Wave From ที่ V-Output ณ. จดุ ตอ Yoke และหา ความถี่วัดบันทึก รูปภาพเลื่อน V/div T/div มาตรฐานงานระบบภาพ หนาที่ 11 ใน 17 หนา
คํานวณ หาคาความถี่ที่วัดได …………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………….…… ……………………………………………………………………………………………………… ……….. 4. ปรบั ภาพใหย ืดออกนอกกรอบจอภาพตามรปู บันทึก Wave From ที่ V-Yokeวัดบันทึก T/div T/div T/div V/div V/div V/divตอบคําถาม เปรยี บเทยี บความแตกตา งของรปู Wave From ทั้ง 3 รปู …………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………….…… …………………………………………………………………………………………………….… ……………………………………………………………………………………………………… ………….. มาตรฐานงานระบบภาพ หนาที่ 12 ใน 17 หนา
5. ปรบั ชอ งการรบั สญั ญาณเครอ่ื งรบั โทรทศั น (Electronic Tuner) เพิ่มขึ้น 1 ชอ งตอบคําถาม ขั้นตอน การปรบั ชอ งการรบั สญั ญาณเคร่ืองรบั โทรทศั นส ี 1) ……………………………………………………………………… 2) ……………………………………………………………………… 3) ……………………………………………………………………… 4) ……………………………………………………………………… 5) ……………………………………………………………………… 6. ปรบั ภาพใหเปนตามรูป (สีดางบนหนาจอภาพ) และปรับคืนสูสภาพเดิมตอบคําถาม ปรบั ……………………………………อยูในวงจร …………………………………… 7. ปรับภาพใหเกิดสีน้ําเงินไมทับเปนสีขาว และปรับคืนสูสภาพเดิมตอบคําถาม ปรบั ……………………………………อยูในวงจร …………………………………… มาตรฐานงานระบบภาพ หนาที่ 13 ใน 17 หนา
8. ปรับภาพใหเกิดพื้นจอภาพพื้นสีน้ําเงิน และปรับคืนสูสภาพเดิมตอบคําถาม ปรบั ……………………………………อยูในวงจร …………………………………… 9. ปรับใหเกิดเสนแสง Retrace บนจอ และปรับคืนสูสภาพเดิมตอบคําถาม ปรบั ……………………………………อยูในวงจร …………………………………… 10. ปรับภาพใหเกิด SNOW และปรับคืนสูสภาพเดิมตอบคําถาม ปรบั ……………………………………อยูในวงจร …………………………………… มาตรฐานงานระบบภาพ หนาที่ 14 ใน 17 หนา
ตารางการประเมินขอสอบภาคปฏิบัติชื่อนักศึกษา………………………………………………….ชั้นปท…ี่ ………………………………..สาขาวิชาชาง………………………………… มาตรฐานงาน.................................................................ชื่อสถานศึกษา………..………………………….วนั ท่ี…........เดือน….…………………พ.ศ. ………รายการประเมนิ คะแนนเต็ม คะแนนที่ได บันทึก กรรมการ1. กระบวนการการปฏิบัติงาน (75 คะแนน) (5) ขอ ท่ี 1 (5) ขอ ท่ี 2 (15 คะแนน) (15) ขอ ท่ี 3 (10 คะแนน) (15) ขอ ท่ี 4 (10) ขอ ท่ี 5 (5) ขอ ท่ี 6 (5) ขอ ท่ี 7 (5) ขอ ท่ี 8 (5) ขอ ท่ี 9 (5) ขอ ท่ี 10 (4)2. การใชเ คร่ืองมอื (6)3. ระยะเวลาการปฏบิ ตั งิ าน 3.1 เวลาแตละขั้นตอน 3.2 เวลาการสงผลงานรวม 100 มาตรฐานงานระบบภาพ หนาที่ 15 ใน 17 หนา
คําตอบ1. ขอสอบแบบเลือกตอบ1 ง 2 ก 3 ข 4 ค 5 ค 6 ก 7 ข 8 ง 9 ก 10 ข11 ก 12 ค 13 ง 14 ง 15 ค 16 ข 17 ข 18 ก 19 ค 20 ง21 ง 22 ข 23 ก 24 ค 25 ข 26 ก 27 ก 28 ง 29 ก 30 ง31 ข 32 ข 33 ข 34 ค2. ขอสอบแบบตอบสั้น 1. คาโทด (Cathode) 2. แอโนด (Anode) 3. เซรามคิ แทรป (Ceramic Trap) 4. เซรามคิ ฟลเตอร (Ceramic Filter) 5. ซอวฟลเตอร (SAW Filter) 6. เบี่ยงเบนลําอิเล็กตรอน (Electron Deflection) 7. ควบคุมลําอิเล็กตรอนเพื่อการปรับโฟกัสภาพ 8. ดีเลย ไลน (Delay Line) 9. ปุมปรับคอนทราสต (Contrast Control) 10. ปรับความสวาง หรอื ปมุ ปรบั ไบรตเ นส (Brightness Control) 11. หนา จอมืด ไมมีแรงดันไฟสูง 12. ปรากฏเสน เดียวกลางจอทางแนวนอน 13. ฟลายแบคทรานสฟอรเมอร (Flyback Transformer) 14. วงจรโลวพาส ฟลเตอร (Low Pass Filter) 15. AFC (Automatic Frequency Control) มาตรฐานงานระบบภาพ หนาที่ 16 ใน 17 หนา
มาตรฐานงานสื่อสารโทรคมนาคม
ตวั อยา งขอ สอบตามจดุ ประสงค'หลกั สตู รประกาศนยี บตั รวชิ าชพี (ปวช.) พ.ศ. 2545(46)สาขาวิชา ไฟฟาและอเิ ลก็ ทรอนกิ ส สาขางาน อิเล็กทรอนิกสมาตรฐานท่ี 11,12 (งานสื่อสารโทรคมนาคม)งานท่ี 11.3 เขียนและอานแบบในงานสื่อสารโทรคมนาคม 12.3 ติดตั้งและทดสอบการทํางานสื่อสารโทรคมนาคมรายวิชาในกลุมงาน เขียนแบบไฟฟาและอิเล็กทรอนิกส วงจรไฟฟากระแสตรง 2104-2201 วงจรไฟฟากระแสสลับ 2104-2202 เครื่องมือวัดไฟฟาและอิเล็กทรอนิกส 2104-2203 อุปกรณอิเล็กทรอนิกส 2104-2204 วงจรอเิ ลก็ ทรอนกิ ส 2104-2205 เคร่ืองรบั วทิ ยุ 2104-2206 เครื่องสงวิทยุและสายอากาศ 2104-2209 โทรศพั ท 2104-2210 วิทยุสื่อสาร 2104-2217 2104-2218สวนประกอบชุดขอสอบ 1. ขอสอบขอเขียนแบบปรนัย ชนดิ เลอื กตอบ 4 ตวั เลอื กจาํ นวน 40 ขอ 2. ขอสอบขอเขียนแบบตอบสั้นจํานวน 20 ขอ 3. ขอสอบปฏิบัติ 4. ตารางประเมินผลขอสอบปฏิบัติ 5. เฉลยคาํ ตอบ แบบปรนัยและแบบตอบสั้น
ตวั อยา งขอ สอบตามจดุ ประสงคการเรยี นรู1. ขอ ใด เปนชื่อเรียกคณะกรรมการที่กําหนดเกี่ยวกับความถี่สากล ก. I.F.R.B. (The International Frequency Registration Board) ข. C.C.I.R. (The Consultative Committee on International Radio) ค. I.T.U. (The International Telecommunications Union) ง. C.C.I.T.T. (The Consultative Committee on International Telegraphy and Telephone)2. ขอ ใด เปนบทลงโทษสําหรับผูที่ มี/ใช เครอ่ื งวทิ ยุโทรคมนาคม โดยไมไ ดร บั อนุญาต ก. ปรับไมเกิน 5,000 บาท หรือจําคุกไมเกิน 2 ป หรอื ทง้ั จาํ ทง้ั ปรบั ข. ปรับไมเกิน 10,000 บาท หรือจําคุกไมเกิน 5 ป หรอื ทง้ั จาํ ทง้ั ปรบั ค. ปรับไมเกิน 40,000 บาท หรือจําคุกไมเกิน 2 ป หรอื ทง้ั จาํ ทง้ั ปรบั ง. ปรับไมเกิน 100,000 บาท หรือจําคุกไมเกิน 5 ป หรอื ทง้ั จาํ ทง้ั ปรบั3. การ Modulate แบบ FM มีลักษณะอยางไร ก. แอมปลิจูดคงที่ ความถี่คงที่ ข. แอมปลิจูดคงที่ ความถี่เปลี่ยนแปลง ค. แอมปลิจูดเปลี่ยนแปลง ความถี่คงที่ ง. แอมปลิจูดเปลี่ยนแปลง ความถี่เปลี่ยนแปลง4. เคร่ืองรบั วทิ ยุ FM ภาค ไอเอฟมีความถี่เทาใด ก. 455 kHz ข. 10.7 MHz ค. 33.4 MHz ง. 38.9 MHz มาตรฐานงานโทรคมนาคม หนาที่ 1 ใน 20 หนา
5. วงจรตอ ไปน้ี เปนวงจรออสซิลเลเตอรแบบใด +V OUT +Vก. Tuned based ข. X- talค. Colpitts ง. Hartley6. วงจรในขอใด เปนวงจรเทียบเทาของผลึกคริสตอลก.ข.ค.ง. มาตรฐานงานโทรคมนาคม หนาที่ 2 ใน 20 หนา
7. แบนดวิดทของสถานีสงวิทยุ FM 1 สถานีเปนเทาใด ก. 10 KHz ข. 200 KHz ค. 6 MHz ง. 7 MHz8. เมื่อนําสัญญาณเสียงความถี่ 1 KHz มา Modulate แบบ AM กับคลื่นพาหะความถี่ 500 KHz จะไดสัญญาณความถี่ใดบางก. 1KHz, 2KHz, 500KHz ข. 1KHz, 499 KHz, 500 KHzค. 1KHz, 499 KHz, 501 KHz ง. 499 KHz, 500 KHz, 501 KHz9. ขอ ใด เปน ผลทเ่ี กดิ จากวงจร Balance Modulation ก. แยกสญั ญาณเสยี งออกจากสญั ญาณพาหะ ข. แยกสญั ญาณพาหะออกจากสญั ญาณวทิ ยุ ค. ขจัดสัญญาณพาหะ ง. ขจัดสัญญาณวิทยุ10. วงจร Pre-Emphasis และ De-Emphasis เกี่ยวของกับระบบ FM อยางไร ก. ใช Pre-Emphasis ในเครอ่ื งสง และเครอ่ื งรบั ข. ใช De-Emphasis ในเคร่ืองสง และเครอ่ื งรบั ค. ใช Pre-Emphasis ในเครื่องสง , ใช De-Emphasis ในเครอ่ื งรบั ง. ใช De-Emphasis ในเครื่องสง , ใช Pre-Emphasis ในเครอ่ื งรบั11. จากวงจรดงั รูป T3 ทําหนาที่อะไร C2 D1 C1 R1 T3ก. ขจดั สัญญาณ I.F. ออก ข. ยอมใหเ ฉพาะสญั ญาณ I.F. ผานค. แยกสญั ญาณเสยี งออกจากสัญญาณ I.F. ง. ขยายสญั ญาณ I.F. มาตรฐานงานโทรคมนาคม หนาที่ 3 ใน 20 หนา
12. จากวงจรในขอท่ี 11 C1 มีหนาที่อะไรก. กรองสัญญาณใหเปนไฟฟากระแสตรง ข. กรองสัญญาณรบกวนออกจากสัญญาณ I.F.ค. กรองสัญญาณ I.F. ทิ้ง ง. กรองสัญญาณ I.F. ออกจากสญั ญาณ R.F.13. คลื่นวิทยุความถี่ 1.5 GHz มีความยาวคลื่นเทาใดก. 0.02 ซม. ข. 0.2 ซม.ค. 2.0 ซม. ง. 20.0 ซม.14. คลื่นวิทยุที่มีสนามแมเหล็ก ขนานกับพื้นผิวโลกเรียกวา Polarization แบบใดก. Horizontal ข. Verticalค. Forward ง. Reverse15. สายนําสัญญาณชนิด 5VCF มีคาอิมพีแดนซเทาใด ก. 50 ϖ ข. 75 ϖ ค. 150 ϖ ง. 300 ϖ16. ในระบบสายสงสายอากาศ คา SWR ในขอใด ดีที่สุดในทางปฏิบัติก. 1:1.5 ข. 1:2ค. 1.5:1 ง. 2:117. ขอ ใด คือรหัสที่ใชในการสงโทรเลข ข. Morse Code ก. Gray Code ง. Pulse Code ค. Q Code18. สัญญาณโทรศัพทความถี่ 400 Hz ดงั 0.5 วินาที เงียบ 0.5 วินาที คือสัญญาณอะไร ก. สญั ญาณใหห มุน ( Dial Tone ) ข. สญั ญาณเรยี กกลบั ( Ring back Tone ) ค. สญั ญาณไมว า ง ( Busy Tone ) ง. สญั ญาณเรยี ก ( Ringing Tone ) มาตรฐานงานโทรคมนาคม หนาที่ 4 ใน 20 หนา
19. แรงดันไฟฟาที่ใชในคูสายของระบบโทรศัพท มีคาเทาใดก. 220 VAC ข. 90 VACค. 48 VDC ง. 24 VDC20. โทรศัพทแบบกดปุมจะสงสัญญาณความถี่รูปแบบใดก. Pulse-Tone Frequency ข. Subscriber Frequencyค. Dual Tone Multi -Frequency ง. Synthesizer Frequency21. จากรปู คือสัญลักษณใด ก. LPF ข. HPF ค. BPF ง. BSF22. จากรปู คือสัญลักษณใด ก. LPF ข. HPF ค. BPF ง. BSF23. P.A.B.X. คอื อะไร ก. ตูชุมสายโทรศัพทภายในอัตโนมัติ ข. ตูชุมสายโทรศัพทยอย ค. ตูชุมสายโทรศัพทเคลื่อนที่ระบบเซลลูลาร ง. ตคู อดิน24. ขอ ใด ไมใช คุณสมบัติของโทรศัพทเคลื่อนที่แบบเซลลูลาร ก. พื้นที่การใชงานครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดในประเทศ ข. แบงพื้นที่การใชงาน เปนพ้ืนทย่ี อย ๆ ค. ใชความถี่ซ้ํากันได เมื่ออยูคนละพื้นที่ยอย ง. ยา ยการตดิ ตอกบั สถานฐี านโดยอตั โนมตั ิ เม่ือมกี ารเคลื่อนที่ขามพ้ืนท่ียอ ย มาตรฐานงานโทรคมนาคม หนาที่ 5 ใน 20 หนา
25. เทคนิคของการสลับชองสัญญาณ ของโทรศัพทเคลื่อนที่ระบบเซลลูลาร คอื อะไรก. Hand On ข. Hand Overค. Roaming ง. Roam Out26. ประโยชนของการนําความถี่เดิมมาใชซ้ําใหม (Re-used) ในระบบโทรศัพทเคลื่อนที่ คือขอ ใดก. เพิ่มเลขหมายผูใช ข. เพิ่มชองสัญญาณค. เพิ่มกําลังสงสัญญาณ ง. เพม่ิ จาํ นวนเซลล27. ความเร็วของแสงที่เคลื่อนที่ในสุญญากาศมีคาเทาใดก. 3 x106 เมตร/วินาที ข. 3 x 107 เมตร/วินาทีค. 3 x108 เมตร/วินาที ง. 3 x109 เมตร/วินาที28. เครื่องมือที่ใชทดสอบการสงสัญญาณในเสนใยแสง คือขอใดก. Trunk Bridge Meter ข. VSWR Meterค. RF Power Meter ง. OTDR Meter29. จากวงจรเทียบเทาของสายสงวิทยุ ดงั รปู หมายเลข แทนคาอะไร 14ก. Series Resistance 23ค. Series Admittance ข. Shunt Resistance ง. Shunt Admittance30. ถาคาอิมพีแดนซของโหลด (ZL) มีคา 300 โอหม และอิมพีแดนซของสายสง (ZO) มีคา 300 โอหม จะเกิดผลอยางไรก. SWR ในสายสงเพิ่มขึ้น ข. SWR ในสายสงลดลงค. ไมเหนี่ยวนําทางแมเหล็กไฟฟา ง. การสูญเสียต่ํา มาตรฐานงานโทรคมนาคม หนาที่ 6 ใน 20 หนา
31. ขอ ใด เปนอุปกรณที่ใชในการรับสัญญาณแสงจากเสนใยแสงก. แอลอดี ี ข. โฟโต ไดโอดค. พิน ไดโอด ง. โฟโตเซลล32. ขอ ใด เปนยานความถี่ของคลื่นไมโครเวฟ ข. 3 MHz-300 MHz ก. 300 KHz-3 MHz ง. 3 GHz – 30 GHz ค. 300 MHz-3 GHz33. ในการรบั สง คลน่ื ไมโครเวฟ จะตอ งตดิ ตง้ั อปุ กรณท วนสัญญาณ( Repeater ) ที่ระยะทางไมเกินเทาใดก. 10-40 กม. ข. 50-80 กม.ค. 90-120 กม. ง. 130-160 กม.34. ดาวเทยี มบอกตําแหนง “GPS” ปจ จบุ นั มกี ด่ี วง ก. 3 ข. 6 ค. 12 ง. 2435. ดาวเทียมที่ใชในการติดตอสื่อสาร (Geo-stationary orbit Satellite) โคจรหางจากจุดศูนยกลางของโลกประมาณเทาใดก. 35,800 กม. ข. 38,500 กม.ค. 53,800 กม. ง. 58,300 กม.36. สายสง RG-8U มีอัตราการสูญเสีย 8.8 dB ที่ความยาว 100 เมตร และที่ความถี่ 145 MHz ถาตอใชงานที่ความยาว 30 เมตร จะมีการสูญเสียเทาใดก. 2.6 dB ข. 2.9 dBค. 4.4 dB ง. 14.5 dB37. ขอ ใด เปน คณุ สมบัติของโครงขาย ISDN ก. ใชสื่อสารดานเสียง ขอ ความ และขอ มลู คอมพวิ เตอร พรอมกัน ข. ใชสื่อสารดานเสียง โทรศัพท และโทรสาร พรอมกัน ค. ใชสื่อสารดานโทรศัพท โทรเลข และโทรทัศน พรอมกัน ง. ใชสื่อสารดานโทรศัพท วิทยุกระจายเสียง และโทรทัศน พรอ มกนั มาตรฐานงานโทรคมนาคม หนาที่ 7 ใน 20 หนา
38. ดาวเทียมเพื่อการพยากรณอากาศ มีลักษณะการเคลื่อนที่อยางไร ก. เคลอ่ื นทส่ี มั พนั ธก บั การหมนุ รอบตวั เองของโลก ซง่ึ ดเู หมอื นหยดุ นง่ิ เม่ือมองจากพน้ื โลก ข. เคลื่อนที่รอบโลกไปพรอม ๆ กับดวงจันทร ค. เคลอ่ื นท่ีรอบโลกตลอดเวลา ลักษณะเปนรูปวงรี ง. ไมเคลื่อนที่เลย39. ขอ ใด เปนกรรมวิธีที่จะสงสัญญาณประเภทเดียวกันหลาย ๆ สญั ญาณ ไปพรอมกัน ดวยความถี่เดียวกันแตตางเวลากันก. FDM ข. TDMค. FSK ง. PSK40. ขอ ใด เปนรูปแบบของการติดตอสื่อสารวิทยุ ซึ่งผลัดกันสงและผลัดกันรับขาวสารโดยใชความถี่เดียวกันก. Simplex ข. Half Duplexค. Full Duplex ง. Semi Duplex มาตรฐานงานโทรคมนาคม หนาที่ 8 ใน 20 หนา
ตวั อยางขอ สอบแบบตอบสน้ั1. หนวยงานใดที่ทําหนาที่ดูแลเกี่ยวกับระบบโทรคมนาคมของประเทศไทย2. จากรปู ตอไปน้ี คือวงจรอะไร +VIN OUT3. Over Modulation ในระบบเอเอม็ เกดิ จากสาเหตใุ ด4. Single Side Band มีคุณสมบัติอยางไร5. การสง สญั ญาณ L+R และ L-R ไปดวยกัน เปนระบบการสงสัญญาณแบบใด6. ชุมสายทองถิ่น อยูในโครงขายลําดับขั้นใด7. รหสั โทรศพั ทข องประเทศไทย (Country code) ใชหมายเลขใด8. โทรศัพทเคลื่อนระบบเซลลูลาร ที่กําหนดใหผูใชหลายรายใชงานไดพรอมกันโดยการกําหนดรหัส ใชเ ทคนคิ การจัดการแบบใด9. เสนใยแสงทํามาจากวัสดุใด10. การสื่อสารไมโครเวฟนิยมใชสายนําสัญญาณ (Transmission line) แบบใด11. สายสงเบอร RG-8AU มีคาคงตัวความเร็ว 0.66 นํามาทําเปนสายเฟสซิงไลนมีความยาว ¼ ของ ความยาวคลื่นที่ความถี่ 150 MHz ความยาวของสายเฟสซิงไลนจะเปนเทาใด12. คลื่นวิทยุยาน KU Band มีความถี่อยูในชวงใด มาตรฐานงานโทรคมนาคม หนาที่ 9 ใน 20 หนา
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118