Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ช่องทางการพัฒนาอาชีพ ม.ต้น

ช่องทางการพัฒนาอาชีพ ม.ต้น

Published by กศน. ตำบลนาเชิงคีรี, 2021-02-01 08:03:39

Description: ช่องทางการพัฒนาอาชีพ ม.ต้น

Search

Read the Text Version

95 บทท่ี 3 การตดั สินใจเลอื กพฒั นาอาชีพ สาระสําคญั สังคมยุคปัจจุบัน มีการพฒั นาทางด้านเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ในการตอบสนองความ ตอ้ งการของบุคคลและสังคม ก่อใหเ้ กิดความหลากหลายอนั เป็ นช่องทางใหส้ ามารถตดั สินใจเลือก พฒั นาอาชีพใหเ้ หมาะสมกบั ตนเองได้ ตัวชี้วดั ตดั สินใจเลือกพฒั นาอาชีพไดอ้ ยา่ งเหมาะสมกบั ตนเอง ขอบข่ายเนือ้ หา เรื่องท่ี 1 ขอ้ มลู การตดั สินใจเลือกพฒั นาอาชีพ เรื่องท่ี 2 ตดั สินใจพฒั นาอาชีพดว้ ยการวเิ คราะห์ศกั ยภาพ

96 เร่ืองท่ี 1 ข้อมูลการตดั สินใจเลอื กพฒั นาอาชีพ 1. ความพร้อม หมายถึง สภาพของบุคคลท่ีมีวุฒิภาวะแรงจูงใจและประสบการณ์เดิมสูง พอที่จะ ก่อใหเ้ กิดการตดั สินใจเลือกพฒั นาอาชีพไดโ้ ดยสะดวก การวเิ คราะห์การตดั สินใจเลอื กพฒั นาอาชีพ ผลประโยชน์ ประสิทธิภาพ ตอบแทน - คา่ ใชจ้ ่าย - ทรัพยากร - เวลา - สภาพแวดลอ้ ม โอกาส/ งานอาชีพ การบรรลุวตั ถุประสงค์ ประสิทธิผล - ผลตอบแทนที่เป็นตวั เงิน - ผลตอบแทนที่ไม่ไดเ้ ป็นตวั เงิน 2. ความต้องการของตลาด การวเิ คราะห์ด้านการตลาด ตลาด คือ กลุ่มของบุคคลและองคก์ ารท่ีมีความตอ้ งการและมีอาํ นาจในการซ้ือสินคา้ และบริการ ส่ วนประกอบของตลาด 1. ความสนใจในสินคา้ และบริการ 2. ความเตม็ ใจท่ีจะแลกเปล่ียนสินคา้ และบริการ 3. มีอาํ นาจซ้ือ การตลาด มีระบบของการดาํ เนินงานของธุรกิจ ที่มุ่งเนน้ การตอบสนองของตลาด หรือผบู้ ริโภค เป็นสาํ คญั การหาคาํ ตอบเกยี่ วกบั ผู้บริโภค 1. ผซู้ ้ือคือใคร 2. ตอ้ งการซ้ืออะไร

97 3. ตอ้ งการซ้ืออยา่ งไร 4. ตอ้ งการซ้ือเม่ือใด 5. ตอ้ งการซ้ือที่ไหน 6. เพราะเหตุใดจึงซ้ือ 7. ใครเป็นผมู้ ีอิทธิพลในการซ้ือ ปัจจยั ทคี่ วรคาํ นึงถึงในการตดั สินใจเลอื กกลยุทธ์ตลาดเป้ าหมาย 1. ทรัพยากรของกิจการ 2. ความเหมือนกนั ของผลิตภณั ฑ์ 3. ลาํ ดบั ช้นั ในวฏั จกั รชีวติ ผลิตภณั ฑ์ 4. ความเหมือนกนั ของตลาด 5. กลยทุ ธก์ ารตลาดของคู่แขง่ ขนั การพยากรณ์ความต้องการของตลาด อุปสงคข์ องผลิตภณั ฑ์ ปริมาณท้งั หมดของผลิตภณั ฑท์ ่ีซ้ือโดยกลุ่มลกู คา้ ท่ีกาํ หนด ไดแ้ ก่ 1. ผลิตภณั ฑ์ 2. ปริมาณท้งั หมด 3. การซ้ือ 4. กลุ่มลกู คา้ 5. ขอบเขตของภูมิศาสตร์ 6. ระยะเวลา 7. สภาวะแวดลอ้ มการตลาด 8. แผนการตลาด วธิ ีการในการพยากรณ์ความต้องการของตลาด 1. เทคนิคการสาํ รวจ 1.1 สาํ รวจความคิดเห็นจากผบู้ ริหาร 1.2 สาํ รวจความคิดเห็นจากพนกั งานขาย 1.3 สาํ รวจความคิดเห็นจากลกู คา้ 2. การวเิ คราะห์ยอดขายในอดีต 3. การวิเคราะห์แนวโนม้ 4. การวิเคราะห์สหสมั พนั ธแ์ ละการถดถอย 5. การทดสอบตลาด

98 3. ความรู้/ ทกั ษะและเทคนิคต่าง ๆ ความรู้ หมายถึง การเรียนรู้ การจาํ และการระลึกถึงความคิดโดยใชข้ อ้ มูลขอ้ เท็จจริงให้ เป็นไปตามเป้ าหมายวตั ถุประสงคใ์ นการตดั สินใจเลือกพฒั นาอาชีพ ทกั ษะ คือ ความสามารถในการปฏิบตั ิงานดา้ นต่าง ๆ อยา่ งชาํ นาญ ซ่ึงครอบคลุมการตดั สินใจ เลือกพฒั นาอาชีพ เทคนิค คือ กลวธิ ีต่าง ๆ ที่ใชเ้ สริมกระบวนการ ข้นั ตอน วิธีการ หรือการกระทาํ ใด ๆ เพ่ือช่วยให้ กระบวนการ ข้นั ตอน วิธีการ หรือการกระทาํ ในกิจกรรม/งานน้นั ๆ มีคุณภาพและประสิทธิภาพมากข้ึน 4. ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม หมายถึง สิ่งที่เกิดข้ึนเองตามธรรมชาติ และทุกสิ่ง ทุกอยา่ งที่อยรู่ อบตวั เรา ท้งั มีชีวิตและไม่มีชีวิต ท้งั ท่ีเป็ นรูปธรรมและนามธรรม (วฒั นธรรม แบบ แผน ประเพณี ความเชื่อ) มีอิทธิพลเก่ียวโยงถึงกัน เป็ นปัจจัยในการเก้ือหนุนซ่ึงกันและกัน ผลกระทบจากปัจจัยหน่ึงจะมีส่วนเสริ มสร้าง หรื อทําลายอีกส่วนหน่ึงอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ สิ่งแวดลอ้ มเป็ นวงจรวฏั จกั รที่เกี่ยวขอ้ งกนั ไปท้งั ระบบ และมนุษยส์ ามารถนาํ มาใช้ หรือปรับแต่ง ใหเ้ กิดประโยชนใ์ นการดาํ รงชีวติ การพฒั นาการเกษตร ที่มีผลต่อดา้ นเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนเกษตรกร จาํ เป็นตอ้ ง อาศยั ทรัพยากรในระดบั ครัวเรือน คือ ที่ดิน ทุน แรงงาน และทรัพยากรมนุษย์ หรือความสามารถใน การจดั การเพ่อื ดาํ เนินการผลิตสินคา้ เกษตรสู่ผบู้ ริโภค ทรัพยากรระดบั ครัวเรือน มีความสัมพนั ธ์กบั ขนาดของฟาร์ม แรงงาน การถือครองและ รายได้ รายจ่ายครัวเรือน ขนาดของฟาร์มขนาดเล็กสามารถรองรับแรงงานไดน้ อ้ ยกว่าฟาร์มขนาด ใหญ่ และการถือครองและการใชท้ ี่ดินจาํ เป็ นตอ้ งเพ่ิมประสิทธิภาพการใชท้ ี่ดินโดยการปลูกพืช หมุนเวียนหรือพืชแซม การวางแผนการใช้ทรัพยากรระดับครัวเรือน มีความจาํ เป็ นอย่างย่ิงในการผลิตพืชผล การเกษตร ซ่ึงผูจ้ ัดการหรือเจ้าของฟาร์มตอ้ งพิจารณาใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม ไม่ทาํ ลาย ส่ิงแวดลอ้ ม และอนุรักษท์ รัพยากรอยา่ งยงั่ ยนื การวเิ คราะห์ผลกระทบทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม - การเปลี่ยนแปลงสมดุล ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม - ผลกระทบดา้ นบวกและดา้ นลบ งาน/ ทรัพยากรธรรมชาติ - มองการปรับปรุงผลเสีย โครงการ และส่ิงแวดลอ้ ม - ใชผ้ ลดีใหเ้ กิดประโยชนส์ ูงสุด - ป้ องกนั และลดค่าใชจ้ ่ายใน การแกป้ ัญหา - การตดั สินใจลงทุน

99 5. การใช้ทดี่ นิ ที่ดิน เป็ นทรัพยากรที่มีจาํ กดั ตามธรรมชาติ มีลกั ษณะแตกต่างกนั ตามชนิดโครงสร้างและ คุณสมบตั ิข้ึนอยกู่ บั สภาพภูมิประเทศ ท่ีดิน เป็นปัจจยั อยา่ งหน่ึงไม่วา่ จะผลิตทางดา้ นการเกษตร หรืออุตสาหกรรม อยา่ งไรกต็ าม ในดา้ นการเกษตรน้นั ที่ดินถือว่ามีความสาํ คญั พิเศษ โดยปกติแลว้ ที่ดินมีคุณลกั ษณะที่แตกต่างกนั ในแต่ละทอ้ งท่ี ความอุดมสมบูรณ์ก็แตกต่างกนั ออกไป ความลาดชนั ท่ีราบ ที่ลุ่ม ที่ดอน ก็มีความ แตกต่างกนั ดงั น้นั ดินเป็นปัจจยั หน่ึงในการกาํ หนดกิจกรรมต่าง ๆ ภายในฟาร์ม กล่าวคือ 1. ท่ีดินเป็นปัจจยั สาํ คญั ท่ีกาํ หนดวา่ ควรจะผลิตชนิดพชื และสตั วอ์ ะไร 2. ที่ดินสามารถจะกาํ หนดระยะเวลาการปลูก ระบบการปลูกพืช และรูปแบบการผลิตทาง การเกษตร เช่น ท่ีดินเป็นท่ีราบลุ่มและมีความช้ืนอยบู่ า้ ง สามารถกาํ หนดระยะเวลาการปลูกของพืช แต่ละชนิด การปลูกพืชหมุนเวียน การปลูกพืชแซม การปลูกพืชเหล่ือมฤดู และรูปแบบการผลิต แบบไร่นาสวนผสม และเกษตรผสมผสาน 3. ชนิดของดินท่ีส่วนในการกาํ หนดกิจกรรม เช่น ดินเหนียวปนดินร่วน อาจจะเหมาะสม ต่อการทาํ นา ดินร่วนปนดินทรายอาจจะเหมาะต่อการทาํ พืชไร่บางชนิด ดินเหนียวหรือดินทรายก็ยงั สามารถปลูกพืชและทาํ บ่อปลาได้ แต่ถา้ หากดินทว่ั ไป ไม่มีความอุดมสมบรู ณ์มากนกั อาจจะใชเ้ ล้ียง สตั ว์ เป็นตน้ 4. สภาพพื้นที่แต่ละแห่ง เช่น ที่ราบและที่ลุ่มอาจจะเหมาะสมต่อการทาํ นา พืชผกั ไมด้ อกไมป้ ระดบั ไมผ้ ลและไมย้ ืนตน้ บางชนิด หากสภาพพ้ืนที่ลุ่มมากอาจจะทาํ บ่อปลา นาบวั นาผกั กระเฉด เป็ นต้น ส่วนสภาพพ้ืนท่ีดอนอาจจะปลูกพืชไร่ ไม้ผลและไม้ยืนต้นบางชนิด ตลอดจนการเล้ียงสตั ว์ 5. ลกั ษณะและคุณสมบตั ิอ่ืน ๆ เช่น ความเป็ นกรดเป็ นด่าง ปริมาณอินทรียวตั ถุในดิน ดิน เปร้ียว ดินเคม็ ความลึกของหน้าดิน ดินช้นั ต่าง ๆ เป็ นตน้ ส่ิงเหล่าน้ีมีผลต่อการกาํ หนดกิจกรรม วธิ ีการผลิตท้งั ปริมาณและคุณภาพ อยา่ งไรก็ตาม ที่ดินมิไดม้ องเฉพาะเน้ือดิน ชนิดของดิน ลกั ษณะดิน และสภาพต่าง ๆ ทาง เคมีหรือทางกายภาพท่ีกล่าวมาแลว้ เท่าน้ัน ดินยงั หมายถึง สภาพพ้ืนดินท่ีมีน้าํ ใตด้ ิน น้ําบนดิน ความช้ืนของดิน ความอุดมสมบูรณ์ของดิน ปริมาณอินทรียวตั ถุ พืชพรรณไมน้ านาชนิดที่ปรากฏ ให้เห็นบนพ้ืนท่ีเหล่าน้นั ส่ิงมีชีวิตสัตวบ์ กเลก็ ๆ บนพ้ืนดิน เป็ นตน้ ดงั น้นั ดินจึงเป็ นปัจจยั สาํ คญั หน่ึงที่จะกาํ หนดกิจกรรมการเกษตรได้ ท้งั น้ี ข้ึนอยกู่ บั ความสามารถของเจา้ ของฟาร์มจะจดั การกบั ท่ีดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดไดอ้ ย่างไรแต่ถา้ มองในแง่เศรษฐศาสตร์ผลตอบแทนท่ีดินคือ ค่าเช่า ท่ีดิน ประเทศไทยมีขนาดฟาร์ม โดยเฉลี่ย 25.94 ไร่ และสภาพการใชท้ ี่ดินเพื่อการเกษตรใน แต่ละภาคมีลกั ษณะและปัญหาแตกต่างกนั ดงั น้ี

100 ภาคกลาง มีระบบชลประทานค่อนขา้ งสมบูรณ์ อตั ราขยายตวั ของการผลิตทางการเกษตร สูงข้ึน 7 % ต่อปี ปัญหาท่ีเกิดข้ึนคือ ปัญหากรรมสิทธ์ิที่ดิน ปัญหาดินเปร้ียวในที่ราบภาคกลาง และ ปัญหาดินเคม็ ตามแนวราบฝ่ังทะเล ทาํ ใหป้ ระสิทธิภาพในการใชด้ ินโดยเฉลี่ยท้งั ภาคไม่สูงเท่าที่ควร กล่าวคือ ผลผลิตต่อไร่ในภาคกลางยงั ต่าํ กวา่ ภาคเหนือ แต่การทาํ นาขา้ วในภาคกลางยงั มีโอกาสเพ่ิม ผลผลิตต่อไร่ได้ เนื่องจากระบบชลประทานเอ้ืออาํ นวยและการนาํ เทคโนโลยเี ขา้ ปรับปรุงดินเปร้ียว และดินเคม็ ท่ีมีปัญหา ภาคเหนือ มีผลผลิตต่อไร่สูงสุด เพราะคุณภาพดินดี มีการกระจายการผลิตและปลูกพืช หมุนเวียนมาก แต่ก็มีขนาดการถือครองท่ีดินเลก็ ท่ีสุดในประเทศ มีปัญหาการบุกรุกทาํ ลายป่ าเพ่ือ ทาํ ไร่เล่ือนลอย แต่มีลู่ทางท่ีจะกระจายการผลิตไปสู่พืชหมุนเวียน พืชยืนตน้ ไมผ้ ลเมืองหนาว ไม้ ดอกเมืองหนาว ชา กาแฟ และการเล้ียงโคนม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีขนาดพ้ืนท่ีทาํ การเกษตรสูดสุดในประเทศ คือ 41% ของเน้ือที่ ทาํ การเกษตรท้งั หมด แต่มีผลผลิตเพียง 26 % ของผลผลิตรวมท้งั ประเทศ จึงเป็ นภาคท่ีมีอตั ราการ ขยายตวั ของการผลิตทางการเกษตรต่าํ สุด คุณภาพดินไม่ดี ไม่เกบ็ ซบั น้าํ ฝน และมีดินเคม็ อยเู่ ป็นเน้ือ ที่กวา้ งใหญ่ มีเน้ือที่รับน้าํ ชลประทานเพียง 1.6 ลา้ นไร่ จากเน้ือท่ีเพาะปลูกท้งั ภาค 60 ลา้ นไร่ เป็ น ภาคที่อาศยั การเกษตรน้าํ ฝนมากที่สุด แต่ยงั มีโอกาสกระจายการผลิตไปสู่พืชฤดูแลว้ ไดอ้ ีก เช่น มนั สาํ ปะหลงั ออ้ ย พชื น้าํ มนั ฝ้ าย และปศุสตั ว์ เป็นตน้ ภาคใต้ เป็ นภาคที่มีผลผลิตเกษตรหลกั เพียง 2 ชนิด คือ ยางพารา และขา้ ว นบั ว่าเป็ นฐาน การเกษตรท่ีแคบมากท้งั ๆ ท่ีโอกาสในการใชท้ ี่ดินเพ่อื ปลูกพืชหมุนเวยี นแซมสวนยางพาราและการ ปลูกผลไมย้ นื ตน้ ยงั มีอีกมาก รวมท้งั โอกาสในการเล้ียงปศุสัตวใ์ นพ้ืนท่ีซ่ึงเคยใชท้ าํ เหมืองแร่ แลว้ นาํ มาฟ้ื นฟใู หเ้ ป็นทุ่งหญา้ เล้ียงสตั ว์ 6. การใช้ทุน ทุน หมายถึง เงินทุน เคร่ืองจกั รกลการเกษตรต่าง ๆ โรงเรือน ส่ิงก่อสร้างท่ีใชใ้ นการผลิต และเกบ็ รักษาผลผลิต รวมท้งั ปัจจยั การผลิตที่เป็นพนั ธุ์พชื พนั ธุ์สตั ว์ ป๋ ุย สารเคมี เป็นตน้ ทุนมีความสาํ คญั มากต่อการผลิต และทุนยงั มีความสมั พนั ธ์กบั แรงงาน ถา้ ใชท้ ุนมากการใช้ แรงงานก็น้อยลง การเกษตรแบบสมยั ใหม่จาํ เป็ นตอ้ งอาศยั ทุน สําหรับแหล่งเงินทุนอาจไดจ้ าก ทรัพยส์ ินที่มีอยู่ ไดจ้ ากกิจกรรมที่ให้ผลตอบแทนหลงั จากดาํ เนินงานเสร็จและการออมทรัพย์ ทุนอาจได้จากการกู้เงินหรือมีเครดิตกับสถาบันการเงินหรื อกับเพื่อนบ้าน การใช้ทุนให้มี ประสิทธิภาพ มีขอ้ พิจารณา ดงั น้ี 1. ในกรณีการลงทุนในระบบทางการเงินการธนาคารมีการแบ่งทุนใน 2 ลกั ษณะดว้ ยกนั 1.1 ทุนดาํ เนินการเตรียมการหรือค่าลงทุน ซ่ึงทุนน้ีจะดาํ เนินการใชไ้ ดห้ ลายปี และ ยาวนาน ถึงแมว้ ่าบางคร้ังอาจจะมีการซ่อมแซมหรือต่อเติมความจาํ เป็ น และระยะเวลาที่ใช้ เช่น ทุนในการปรับสภาพพ้ืนที่จากพ้นื ราบเป็นแบบยกร่อง คนั ลอ้ ม ข้นั บนั ได ขดุ บ่อ โรงเรือนและอาคาร

101 ระบบคลองและระบบส่งน้าํ เครื่องมือ เครื่องจกั รและอุปกรณ์การเกษตรที่คงทนถาวรตลอดจน คา่ ซ้ือที่ดิน เป็นตน้ 1.2 ทุนดาํ เนินการในการผลิต หรือเงินทุนหมุนเวียน ส่วนใหญ่เป็ นทุนทางดา้ น การผลิตผนั แปร เช่น พนั ธุ์พืช พนั ธุ์สัตว์ ป๋ ุย และยาเคมี อาหารสัตว์ น้ํามันเช้ือเพลิง อุปกรณ์ การเกษตรชั่วคราวท่ีใช้ในฤดูการผลิตเท่าน้ัน เช่น เชือก ถุงพลาสติก เป็ นตน้ ตลอดจนค่าจ้าง แรงงาน 2. ขนาดของทุนที่ใช้ในแต่ละกิจกรรมหรือท้งั ฟาร์ม จะสังเกตว่ามีขนาดของทุนมากก็ สามารถมีโอกาสขยายกิจกรรมไดม้ าก มีทุนนอ้ ยกข็ ยายกิจกรรมไดน้ อ้ ย 2.1 ขนาดของทุนจะสัมพนั ธ์กบั ชนิดของกิจกรรม โดยเฉพาะทุนขนาดใหญ่หรือ ทุนมากมกั จะเป็นดา้ นการปศุสัตว์ การประมง และไมผ้ ล ไมย้ นื ตน้ เป็นส่วนใหญ่ นอกจากน้ีอาจจะ เป็ นฟาร์มลกั ษณะประณีต เช่น ไมด้ อกไมป้ ระดบั พืชผกั เมืองหนาว หรือกิจกรรมต่าง ๆ ท่ีตอ้ งการ ใชเ้ ทคโนโลยคี ่อนขา้ งสูง 2.2 ขนาดของทุนจะสัมพนั ธ์กบั ระยะเวลาการลงทุน หรือระบบสินเชื่อจากแหล่ง ต่าง ๆ มกั จะพบว่า ขนาดของทุนมากการลงทุนส่วนใหญ่จะเป็ นกิจกรรมระยะยาว เช่น ไมผ้ ล ไมย้ ืนตน้ และปศุสัตว์ ท่ีเล้ียงแบบมีโรงเรือนและอาคาร หากจะเปรียบเทียบกบั ระบบสินเชื่อแลว้ มกั จะเป็ นการลงทุนท่ีตอ้ งคืนเงินทุนสินเช่ือเกิน 3 ปี หากทุนน้อยหรือขนาดทุนเล็กจะเป็ นการ ลงทุนกิจกรรมระยะส้นั ภายใน 1 ปี เช่น การทาํ นา ทาํ ไร่ และพืชผกั สตั วบ์ างชนิด เป็นตน้ 3. การใชท้ ุนกบั ระยะเวลาการลงทุนและผลตอบแทนกลบั คืนจากการลงทุน เมื่อกล่าวถึง ระยะเวลาของการลงทุนที่จะใหผ้ ลตอบแทนน้นั เวลาเป็นตวั สาํ คญั มากในการตดั สินใจในการเลือก ดาํ เนินกิจกรรม หากมีทุนนอ้ ยแลว้ เลือกกิจกรรมท่ีใหญ่ หรือมีระยะเวลาการลงทุนนานก็จะทาํ ให้ สูญเสียโอกาสของการลงทุน ในบางคร้ังหากมีการกูย้ ืมจากเพื่อนบา้ น หรือสถาบนั การเงินก็จะทาํ ใหด้ อกเบ้ียสูง การชาํ ระหน้ีลาํ บาก ซ่ึงมีตวั อยา่ งมากมายในดา้ นการเกษตร อุตสาหกรรม และธุรกิจ ดงั น้นั หากเป็นฟาร์มขนาดเลก็ ควรเลือกกิจกรรมท่ีมีการลงทุนนอ้ ยและช่วงระยะเวลาส้นั ในการให้ ผลตอบแทน นอกจากน้ีแลว้ จาํ นวนผลตอบแทนที่ไดร้ ับกม็ ีความหมายในการเลือกกิจกรรมเช่นกนั หากผลตอบแทนคุม้ กับการลงทุนไม่ว่าระยะส้ันหรือยาว หลงั จากไตร่ตรองคิดคาํ นวณแลว้ ก็ สามารถจะทาํ การผลิตได้ จากที่กล่าวมาแลว้ น้ีระยะเวลาและจาํ นวนผลตอบแทนที่ไดร้ ับจากการ ลงทุนกม็ ีบทบาทสาํ คญั ในการพิจารณาเรื่องทุน เมื่อพูดถึงการวดั ประสิทธิภาพ หรือผลตอบแทนการใช้ทุน หากทุนอยู่ในรูปเงินสด ผลตอบแทนคือ ดอกเบ้ีย หากทุนอย่ใู นรูปของเคร่ืองจกั ร เครื่องมืออุปกรณ์การเกษตร ปัจจยั การ ผลิตผลตอบแทนคือ ค่าเช่าเคร่ืองจกั ร คา่ ป๋ ุย คา่ เมลด็ พนั ธุ์ เป็นตน้

102 7. การใช้แรงงาน แรงงานเป็นปัจจยั สาํ คญั อยา่ งหน่ึงในการผลิต ในท่ีน้ีหมายถึงลกั ษณะท้งั กายภาพและจิตใจ ในดา้ นกายภาพน้นั เกี่ยวกบั เร่ืองสุขภาพและอนามยั ความแขง็ แรงสมบูรณ์ในการทาํ งาน ส่วนดา้ น จิตใจน้นั รวมถึงทศั นคติ อุดมการณ์ ความขยนั หมนั่ เพียร ความรู้สึกรับผดิ ชอบในการผลิต ลกั ษณะ ของแรงงานพอที่แยกแรงงานออกเป็น 3 ประเภท คือ 1. แรงงานคน 2. แรงงานสตั ว์ 3. แรงงานเคร่ืองจกั รกลการเกษตร การใช้แรงงานแต่ละประเภทข้ึนอยู่กับจุดมุ่งหมาย ข้นั ตอนการทาํ งาน ค่าใช้จ่าย และ รวมถึงเวลา อย่างไรก็ตามแรงงานแต่ละประเภทก็อาจจะสามารถใชร้ วมกนั ได้ ข้ึนอย่กู บั กิจกรรม และข้นั ตอนการผลิต สําหรับแรงงานในลกั ษณะฟาร์มขนาดเล็กมีความสําคญั มากตอ้ งรู้จกั ใช้ แรงงานใหม้ ีประสิทธิภาพ ลกั ษณะของแรงงานคนอาจพอจาํ แนกตามภาวะปัจจุบนั น้ีไดค้ ือ แรงงาน ในครอบครัว แรงงานจา้ ง และการแลกเปลี่ยนแรงงาน (การลงแขก การเอาแรง) ในแง่ของเกษตรกร พยายามส่งเสริมใหเ้ กษตรกรใชแ้ รงงานครอบครัวใหม้ ากที่สุดไม่ควรปล่อยใหแ้ รงงานวา่ งโดยเปล่า ประโยชน์ การใชแ้ รงงานใหม้ ีประสิทธิภาพควรพจิ ารณา ดงั น้ี 1. การใชแ้ รงงานท่ีเหมาะสมกบั ชนิดของงาน เช่น กิจกรรมดา้ นพืชและสตั ว์ 2. การใชแ้ รงงานหรือจดั ระบบการกระจายของแรงงานให้เหมาะสม เช่น กิจกรรมท่ีมี หลายอยา่ งในเวลาเดียวกนั หรือเวลาที่ใกลเ้ คียงกนั หรือเวลาที่ต่อเน่ืองกนั ไดแ้ ก่ การปลูกพืชและ เล้ียงสตั ว์ การปลูกพชื หมุนเวียน การปลูกพืชแซม เป็นตน้ 3. การใชแ้ รงงานใหเ้ หมาะสมกบั วิทยาการแผนใหม่และพ้ืนบา้ น เช่น วิทยาการการเตรียม ดิน การปลกู การใส่ป๋ ุย กาํ จดั ศตั รูพืช และการเกบ็ เกี่ยว ซ่ึงบางคร้ังวิทยาการสมยั ใหม่อาจจะมีความ ยงุ่ ยากหรือมีข้นั ตอนมากอาจจะทาํ ใหเ้ กษตรกรแบ่งเวลาหรือแบ่งงานไม่ถูกตอ้ ง 4. การใชแ้ รงงานแบ่งตามเพศและอายกุ บั ข้นั ตอนแรงงานหรือชนิดของงาน กล่าวคือ การ เตรียมดินควรจะเป็นเพศชายท่ีแขง็ แรง การปลูกอาจจะเป็นท้งั เพศชายและหญิงเช่นเดียวกบั การเกบ็ เก่ียวงานหัตถกรรมพ้ืนบา้ นอาจจะเหมาะกบั เพศหญิงท้งั คนแก่ และหนุ่มสาว แรงงานเด็กอาจช่วย ใหอ้ าหารปลา อาหารสตั ว์ เป็นตน้ 5. การใชแ้ รงงานผสมผสานหรือทดแทนแรงงานคน สัตว์ และเครื่องจกั รกลการเกษตร อยา่ งไรจึงก่อใหเ้ กิดประสิทธิภาพลดตน้ ทุนการผลิตและประหยดั เวลา การจดั การเร่ืองแรงงานเป็นเรื่องที่จาํ เป็นอยา่ งยง่ิ โดยเฉพาะแรงงานในครอบครัวเกษตรกร ควรจดั การใหม้ ีการกระจายการใชแ้ รงงานไดต้ ลอดปี มีกิจกรรมการเกษตรอยา่ งต่อเนื่องเพื่อใหม้ ี

103 การใชแ้ รงงานอย่างสม่าํ เสมอทุก ๆ เดือน ก่อให้เกิดรายไดเ้ พิ่มข้ึน และลดการจา้ งแรงงานที่ไม่ จาํ เป็น เพอื่ ลดตน้ ทุนการผลิตสาํ หรับผลตอบแทนของแรงงานกค็ ือ ค่าจา้ งแรงงานนน่ั เอง 8. การจดั การ การจดั การในท่ีน้ี หมายถึง การจดั สรรหรือการดาํ เนินการทรัพยากรในการผลิต (ที่ดิน ทุน และแรงงาน) เพ่อื ทาํ ใหก้ ารผลิตใหไ้ ดต้ ามวตั ถุประสงคแ์ ละเป้ าหมายของผจู้ ดั การฟาร์ม ดงั น้นั การ จดั การของผจู้ ดั การฟาร์มในแต่ละสภาพพ้ืนท่ีแต่ละฟาร์มไม่เหมือนกนั โดยการตดั สินใจวา่ จะเลือก ผลิตกิจกรรมอะไร และอย่างไร ในสภาพขีดจาํ กดั ดา้ นทรัพยากรและภายใตค้ วามเส่ียง ความไม่ แน่นอนของการผลิตและการตลาด อยา่ งไรกต็ ามเกณฑใ์ นการพจิ ารณาโดยทวั่ ไป พอสรุปได้ ดงั น้ี 1. จะผลิตอะไร 2. จะผลิตที่ไหน 3. จะผลิตเมื่อไร 4. จะผลิตเท่าไรและอยา่ งไร 5. จะผลิตและขายกบั ใคร ดังน้ัน บทบาทสําคญั ในการจัดการของผูจ้ ัดการฟาร์มที่พิจารณาจากเกณฑ์ท่ีได้กล่าว มาแลว้ เป็นหลกั ยงั จะตอ้ งพจิ ารณารายละเอียด ดงั น้ี 1. จะทาํ การผลิตพืชหรือสัตวช์ นิดอะไร เช่น ปลูกขา้ ว ไมผ้ ล พืชไร่ พืชผกั ทาํ ปศุสัตว์ และ ประมง เป็ นตน้ และจะตอ้ งพิจารณาต่อไปว่าจะผลิตไมผ้ ล ควรเป็ นผลไมช้ นิดอะไร เช่น มะม่วง สม้ โอ มะขามหวาน ทุเรียน เงาะ ลาํ ไย ลิ้นจี่ เป็นตน้ 2. จาํ นวนและชนิดของปัจจยั การผลิตท่ีใชว้ า่ เหมาะสมกบั แรงงานในครองครัวหรือไม่ หาก ไม่เพยี งพอจะจา้ งจาํ นวนเท่าไร แรงงานจา้ งไดม้ าจากไหน และระยะเวลาในการจา้ ง 3. วิธีการผลิต และเทคนิควิชาการ ตลอดจนการจดั การและบริหารฟาร์มจะดาํ เนินการ อย่างไร จะเริ่มตน้ ณ จุดใดก่อนมีการตรวจสอบและปรับปรุงแกไ้ ขอยา่ งไร และประการสุดทา้ ย มีความสมั พนั ธ์กบั กิจกรรมต่าง ๆ ภายในฟาร์มหรือไม่ 4. ชนิดของโรงเรือนและอาคาร มีความจาํ เป็ นหรือเหมาะสมเพียงไร เพื่อความสะดวกใน การจดั การตลอดจนเคร่ืองไมเ้ ครื่องมือและการจดั การ 5. การวางแผน และงบประมาณฟาร์ม การจดบนั ทึกและบญั ชีฟาร์มจะดาํ เนินการอยา่ งไร เพ่ือจะให้ทราบทิศทางการทาํ งานและผลการดาํ เนินงาน โดยเฉพาะรายได้ รายจ่าย และกาํ ไร ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคในการทาํ งาน ซ่ึงสามารถนาํ มาเป็ นขอ้ มูลในการปรับปรุงแกไ้ ขและ วางแผนในปี ต่อไป 6. จะซ้ือปัจจยั การผลิตและขายผลผลิตท่ีไหน กบั ใคร และอย่างไร เช่น พ่อคา้ ทอ้ งถ่ิน พอ่ คา้ คนกลาง กลุ่มเกษตรกรหรือสหกรณ์การเกษตร เป็นตน้

104 นอกจากน้ีแลว้ ประสิทธิภาพและความเหมาะสมในด้านการจดั การยงั ข้ึนอยู่กับหลาย องค์ประกอบ เช่น ความรู้ ความสามารถ ความชาํ นิชาํ นาญ ความรอบรู้ และประสบการณ์การ บริหารงานดา้ นแรงงาน ความเขา้ ใจสภาพการผลิตการตลาด ความคล่องตวั และการแสวงหาความรู้ ใหม่ ความขยนั หมนั่ เพียร และการดูแลเอาใจใส่ ตลอดจนความสาํ นึกและรับผดิ ชอบในการทาํ งาน เป็ นตน้ เมื่อเขา้ ใจพ้ืนฐานของปัจจยั สาํ คญั ๆ ต่อการผลิตในการจดั การแลว้ วา่ มีความสาํ คญั อยา่ งไร จึงควรที่เร่ิมรวบรวมขอ้ มลู วิเคราะห์ และวางแผนงบประมาณฟาร์มใหไ้ ดผ้ ลตอบแทนสูงสุด ท่ีดิน ทุน แรงงาน การจดั การ การวางแผนและงบประมาณ ์ กาํ ไรสูงสุดและการมีรายไดต้ ่อเน่ือง

105 กจิ กรรม เม่ือผเู้ รียนศึกษา เร่ืองที่ 1 “ขอ้ มูลการตดั สินใจเลือกพฒั นาอาชีพ” ให้ผเู้ รียนตรวจสอบ ขอ้ มูลที่เก่ียวขอ้ งกบั การประกอบอาชีพท่ีผเู้ รียนตดั สินใจเลือกไวว้ ่ามีความพร้อมหรือไม่ พร้อมให้ เหตุผลลงในแบบบนั ทึก แบบบนั ทกึ ที่ ขอ้ มลู พร้อม ไม่พร้อม เหตุผล 1 ความพร้อม - ระยะเวลาในการประกอบอาชีพ - ไม่มีผลกระทบสภาพแวดลอ้ ม - ความมน่ั ใจที่จะดาํ เนินการ 2 ความตอ้ งการของตลาด 3 ความรู้ ทกั ษะและเทคนิคต่าง ๆ 4 ทรัพยากรธรรมชาติ 5 สถานท่ี 6 แรงงาน 7 เงินทุน ผู้เรียนสรุป จุดเด่นของขอ้ มลู จุดดอ้ ยของขอ้ มลู และพอมีแนวทางแกไ้ ขหรือไม่ อยา่ งไร

106 สรุป (จะดาํ เนินการประกอบอาชีพทต่ี ดั สินใจเลอื กไว้หรือไม่อย่างไร)

107 เรื่องท่ี 2 การตดั สินใจพฒั นาอาชีพด้วยการวเิ คราะห์ศักยภาพ การพฒั นาส่ิงใดก็ตาม มีวิธีการหลากหลาย เช่น ทาํ การวิจยั ทดลองทาํ ก่อนลงมือทาํ จริง การใชก้ ระบวนการคิดเป็ น นอกจากน้ียงั มีวิธีการวิเคราะห์ศกั ยภาพต่าง ๆ ที่เกี่ยวขอ้ งว่าจะสามารถ พฒั นาอาชีพไดห้ รือไม่ ซ่ึงเร่ืองน้ีจะไดศ้ ึกษาต่อไป เพื่อใชเ้ ป็นแนวทางในการตดั สินใจพฒั นาอาชีพ โดยการวเิ คราะห์ศกั ยภาพ 5 ดา้ น ไดแ้ ก่ 1. ศักยภาพของทรัพยากรธรรมชาตใิ นแต่ละพนื้ ที่ ทรัพยากรธรรมชาติ หมายถึง สิ่งท่ีเกิดข้ึนเองตามธรรมชาติ ซ่ึงมนุษยส์ ามารถนาํ ไปใชใ้ ห้ เกิดประโยชน์ต่อชีวิตประจาํ วนั และการประกอบอาชีพ ทรัพยากรธรรมชาติ ไดแ้ ก่ ป่ าไม้ แม่น้าํ ลาํ คลอง อากาศ แร่ธาตุต่าง ๆ ทรัพยากรธรรมชาติบางชนิดใชแ้ ลว้ หมดไป เช่น แร่ธาตุต่าง ๆ บางชนิดมนุษยส์ ามารถสร้างทดแทนข้ึนใหม่ได้ เช่น ป่ าไม้ เม่ือมนุษยต์ ดั ไปใชป้ ระโยชน์แลว้ ก็ สามารถปลูกทดแทนข้ึนใหม่ได้ ดงั น้นั ผปู้ ระกอบอาชีพอยแู่ ลว้ ตอ้ งการพฒั นาอาชีพของตนให้ดี ข้ึน ตอ้ งพิจารณาทรัพยากรในพ้ืนท่ีท่ีจะนาํ มาใชพ้ ฒั นาอาชีพดว้ ย เช่น จากการปลูกผกั ที่ใชส้ ารเคมี ตอ้ งการพฒั นาโดยใชป้ ๋ ุยหมกั แทนป๋ ุยเคมีในการปลูกผกั ตอ้ งพิจารณาวา่ ทรัพยากรที่จะตอ้ งนาํ มาใช้ ในการทาํ ป๋ ุยหมกั ในพ้นื ท่ีมีหรือไม่ มีเพียงพอหรือไม่ ถา้ ไม่มีผปู้ ระกอบการตอ้ งพิจารณาใหม่วา่ จะ พฒั นาอาชีพท่ีตดั สินใจเลือกไวห้ รือไม่ หรือพอจะจดั หาไดใ้ นพ้ืนท่ีใกลเ้ คียง ซ่ึงผปู้ ระกอบการตอ้ ง เสียค่าขนส่งจะคุม้ ค่ากบั การลงทุนหรือไม่ จึงจาํ เป็นตอ้ งนาํ ทรัพยากรธรรมชาติในพ้ืนที่มาพิจารณา ดว้ ย เพื่อลดตน้ ทุนการผลิต 2. ศักยภาพของพนื้ ทตี่ ามลกั ษณะภูมิอากาศ ในแต่ละพ้ืนท่ีจะมีลกั ษณะภูมิอากาศแตกต่างกนั เช่น ประเทศไทยภาคกลาง มีอากาศร้อน ภาคใต้ มีฝนตกเป็ นเวลานาน ภาคเหนือ มีอากาศเยน็ โดยเฉพาะอาชีพเกษตรกรรมข้ึนอยกู่ บั สภาพ ภูมิอากาศเป็ นส่วนใหญ่ เช่น การปลูกลิ้นจ่ี ลาํ ใย ตอ้ งการอากาศเยน็ จึงจะออกผลได้ แกว้ มงั กร ตอ้ งการอากาศร้อน ทวีปอเมริกา มีอากาศหนาวเย็นมากก็สามารถปลูกพืชเมืองหนาวได้ เช่น เชอร่ี แอปเปิ้ ล ดงั น้นั การพฒั นาอาชีพจาํ เป็นตอ้ งพิจารณาสภาพภูมิอากาศดว้ ยวา่ เหมาะสมกบั สิ่งที่ ตอ้ งพฒั นาหรือไม่ การพฒั นาพนั ธุ์ของพืชใหม่ ๆ ที่เกี่ยวขอ้ งกบั ภูมิอากาศ เช่น ขา้ วหอมมะลิตอ้ ง ปลูกในสภาพภูมิอากาศแหง้ แลง้ ซ่ึงไม่เหมาะท่ีจะนาํ มาปลูกในภาคกลาง หรือการพฒั นาอาชีพการ ท่องเท่ียวในช่วงอากาศเยน็ สบายก็สามารถพฒั นาไดเ้ ตม็ ที่ เนื่องจากมีนกั ท่องเท่ียวหลงั่ ไหลเขา้ มา เช่น พฒั นาที่พกั อาหาร แหล่งท่องเท่ียว ใหต้ รงกบั ความตอ้ งการของลกู คา้ 3. ศักยภาพของภูมปิ ระเทศและทาํ เลทต่ี ้ังของแต่ละพนื้ ท่ี สภาพภูมิประเทศและทาํ เลที่ต้งั ของแต่ละพ้นื ที่จะแตกต่างกนั เช่น เป็นภูเขา เป็นท่ีราบสูง ที่ราบลุ่ม แต่ละพ้ืนที่มีผลต่อการพฒั นาอาชีพต่าง ๆ เช่น ตอ้ งการพฒั นาอาชีพอุตสาหกรรมจากการ ใชแ้ รงคนเป็นเคร่ืองจกั ร เพอ่ื ใหส้ ินคา้ มีคุณภาพเดียวกนั ผปู้ ระกอบการตอ้ งพจิ ารณาวา่ เครื่องจกั ร น้นั ตอ้ งไม่มีผลกระทบต่อชุมชน และสภาพแวดลอ้ มในภูมิประเทศน้นั ๆ

108 4. ศักยภาพของศิลปะ วฒั นธรรม ประเพณแี ละวถิ ชี ีวติ ของแต่ละพนื้ ท่ี แต่ละพ้ืนท่ีท้งั ในประเทศไทย และต่างประเทศ มีศิลปะ วฒั นธรรม ประเพณีและวิถีชีวิตที่ แตกต่างกนั ดงั น้ัน แต่ละพ้ืนที่สามารถนําเอาส่ิงเหล่าน้ีมาใช้พฒั นาอาชีพได้ เช่น การทาํ ธุรกิจ ร้านอาหารก็ตอ้ งทราบว่าภาคใดมีวิถีชีวิตการรับประทานอาหารรสชาติแบบใด ภาคเหนือ นิยม อาหารรสจืด ภาคใต้ นิยมอาหารรสจัด ส่วนภาคกลาง นิยมรับประทานอาหารที่มีกะทิเป็ น ส่วนประกอบ ดงั น้ัน การจะพฒั นาอาชีพตอ้ งศึกษาศิลปะ วฒั นธรรม ประเพณีและวิถีชีวิตของ ชุมชนดว้ ย 5. ศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ในแต่ละพนื้ ที่ ทรัพยากรมนุษยใ์ นแต่ละพ้ืนที่ หมายถึง ความรู้ ความสามารถของมนุษยท์ ่ีเป็ นภูมิปัญญา ท้งั ในอดีตจนถึงปัจจุบนั ดา้ นการประกอบอาชีพต่าง ๆ ในพ้ืนที่น้นั ๆ ปัจจุบนั มีหลายอาชีพท่ีเกิด จากภูมิปั ญญา แต่สามารถพัฒนาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปั จจุบันได้ เช่น การใช้ จุลินทรียใ์ นการทาํ ป๋ ุยหมกั แต่จากการทาํ ป๋ ุยหมกั คนเรากม็ ีความคิดท่ีจะนาํ ไปประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ งอื่น ๆ เช่น ทาํ น้าํ หมกั นาํ ไปราดในหอ้ งน้าํ เพ่ือดบั กลิ่น หรือนาํ ไปผสมกบั ส่วนประกอบอื่น ๆ ให้สามารถ ป้ันเป็ นกอ้ นได้ นาํ ไปโยนในน้าํ เพื่อแกป้ ัญหาน้าํ เสียที่เน่าเหมน็ เป็ นการช่วยปรับสภาพน้าํ ดงั น้นั จะเห็นวา่ ทรัพยากรมนุษยม์ ีความคิดไม่หยดุ นิ่ง ช่วยใหเ้ กิดสินคา้ ใหม่ ๆ ไดอ้ ยตู่ ลอดเวลา กจิ กรรม จากการที่ผเู้ รียนศึกษาศกั ยภาพ 5 ดา้ นเพื่อการพฒั นาอาชีพ มาแลว้ ใหว้ ิเคราะห์ศกั ยภาพ ในอาชีพท่ีตดั สินใจจะพฒั นาอาชีพที่สนใจ จะพฒั นาอาชีพไดอ้ ยา่ งไรใหส้ อดคลอ้ งกบั ศกั ยภาพท้งั 5 ดา้ น เพื่อใหก้ ารพฒั นาอาชีพน้นั มีความเป็นไปไดล้ งในแบบบนั ทึก

109 แบบบนั ทกึ ตอ้ งการพฒั นาอาชีพ……………………………………………………. ท่ี ศักยภาพ 5 ด้าน ทต่ี ้องการ / สอดคล้องกบั อาชีพ มี ไม่มี หมายเหตุ ในการพฒั นาอาชีพ พอ ไม่พอ 1 ทรัพยากรธรรมชาติ 1.1 1.2 1.3 ฯลฯ 2 ภูมอิ ากาศ 3 ภูมิประเทศและทาํ เล ทต่ี ้งั 4 ศิลปะ วฒั นธรรม ประเพณี และวถิ ชี ีวติ 5 ทรัพยากรมนุษย์

110 สรุปผลการตดั สินใจ ใหเ้ ลือกอยา่ งใดอยา่ งหน่ึง ดงั น้ี 1. ตดั สินใจเลือกพฒั นาอาชีพ และใหอ้ ธิบายเหตุผลความเป็นไปไดท้ ่ีจะพฒั นาอาชีพ 2. ตดั สินใจไม่เลือกพฒั นาอาชีพ เน่ืองจาก

111 บรรณานุกรม กนก จนั ทร์ทอง. ส่ิงแวดล้อมศึกษา ความรู้เรื่องสิ่งแวดล้อม. ปัตตานี : พิมพท์ ี่ฝ่ ายเทคโนโลยที าง การศึกษา สาํ นกั วิทยบริการ มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี, พิมพค์ ร้ังที่ 2. 2539. กรมการศึกษานอกโรงเรียน. ชุดวิชาช่ องทางการประกอบอาชีพ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พป์ ระชาชนจาํ กดั , 2538. กองพฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน กรมการศึกษานอกโรงเรียน. ชุดวิชาการฝึ กทักษะและฝึ ก ประกอบการเฉพาะอาชีพ. กรุงเทพฯ : โรงพิมพช์ ุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย, 2541. นนั ท์ ศรีสุวรรณ. บัญชีเบือ้ งต้น. กรุงเทพฯ : สาํ นกั พมิ พว์ งั อกั ษร, 2546. ไพโรจน์ ทิพมาตร. การขายเบอื้ งต้น. กรุงเทพฯ : โรงพิมพป์ ระสานมิตรจาํ กดั , 2545. มหาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช. (2536). เอกสารการสอนชุดวชิ าการจัดการการผลติ ภัณฑ์และราคา. นนทบุรี : สาํ นกั พมิ พม์ หาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช. วชิ ิต อู่อน้ . (2544). การจัดการเชิงกลยุทธ์. กรุงเทพฯ : ว.ี เจ.พริ้นติ้ง. สุดาดวง เรืองรุจิระ. (2545). นโยบายผลติ ภณั ฑ์และราคา. กรุงเทพฯ : ประกายพรึก. สุรชาติ ใฝ่ รัชตพานิช. หลักการจัดการ. กรุงเทพฯ : บริษทั สาํ นกั พิมพป์ ระสานมิตร (ปสม.) จาํ กดั , 2542. สมภพ เลิศปัญญาโรจน์. หลักการตลาด. กรุงเทพฯ : บริษทั สาํ นกั พิมพป์ ระสานมิตร (ปสม.) จาํ กดั , 2542. สาํ นกั งานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั จงั หวดั ปราจีนบุรี. ชุดวชิ าพฒั นา อาชีพระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น. กรุงเทพฯ : บริษทั เอกพมิ พไ์ ทย จาํ กดั , 2544. อรุณี ป่ิ นประยงค์ และคณะ. การจดั การฟาร์ม. กรุงเทพฯ : โรงพิมพเ์ พม่ิ ทรัพยก์ ารพิมพ.์ 2547. Nagle, Thomas T. (1987). The strategy & tactics of pricing. New York: Prentice Hall.

112 คณะผู้จดั ทาํ ทปี่ รึกษา บุญเรือง เลขาธิการ กศน. 1. นายประเสริฐ อ่ิมสุวรรณ์ รองเลขาธิการ กศน. 2. ดร.ชยั ยศ จาํ ปี รองเลขาธิการ กศน. 3. นายวชั รินทร์ แกว้ ไทรฮะ ที่ปรึกษาดา้ นการพฒั นาหลกั สูตร กศน. 4. ดร.ทองอยู่ ตณั ฑวฑุ โฒ ผอู้ าํ นวยการกลุ่มพฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน 5. นางรักขณา ผู้เขยี นและเรียบเรียง ศูนยฝ์ ึกและพฒั นาอาชีพราษฎรไทยบริเวณ นางสาวกฤษณา โสภี ชายแดน จงั หวดั สระแกว้ ผู้บรรณาธิการ และพฒั นาปรับปรุง 1. นางอุบล ทศั นโกวิท ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อธั ยาศยั อาํ เภอสนั ทราย จงั หวดั เชียงใหม่ 2. นายสุธี วรประดิษฐ์ สาํ นกั งานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอธั ยาศยั จงั หวดั ตราด 3. นางสาวสุวชิ า อินหนองฉาง ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อธั ยาศยั อาํ เภอสนั ทราย จงั หวดั เชียงใหม่ 4. นายเสกขภทั ร ศรีเมือง ศนู ยฝ์ ึกและพฒั นาอาชีพราษฎรไทยบริเวณ ชายแดน จงั หวดั อุตรดิตถ์ 6. นางดุษฎี ศรีวฒั นาโรทยั กลุ่มพฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน กลุ่มพฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน 5. นางพรทิพย์ เขม็ ทอง กลุ่มพฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน 7. นางสาวเยาวรัตน์ คาํ ตรง คณะทาํ งาน มน่ั มะโน กลุ่มพฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน 1. นายสุรพงษ์ ศรีรัตนศิลป์ กลุ่มพฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน 2. นายศภุ โชค ปัทมานนท์ กลุ่มพฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน 3. นางสาววรรณพร กลุ ประดิษฐ์ กลุ่มพฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน 4. นางสาวศริญญา 5. นางสาวเพชรินทร์ เหลืองจิตวฒั นา กลุ่มพฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน ผู้พมิ พ์ต้นฉบบั กลุ่มพฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน นางสาวเพชรินทร์ เหลืองจิตวฒั นา

113 ผู้ออกแบบปก นายศุภโชค ศรีรัตนศิลป์ กลุ่มพฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน ผู้พฒั นาและปรับปรุงคร้ังที่ 2 (วนั ที่ 4 - 10 พฤศจกิ ายน 2554) 1. นางอญั ชลี ธรรมวธิ ีกลุ 2. นางดุษฎี ศรีวฒั นาโรทยั 3. นายสุธี วรประดิษฐ์ 4. นางสาวกฤษณา โสภี 5. นายสุภาพ เมืองนอ้ ย 6. นางสาวทิพวรรณ วงคเ์ รือน


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook