Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เล่มอบรมหลักสูตรอาหารถิ่น

เล่มอบรมหลักสูตรอาหารถิ่น

Description: เอกสารประกอบการอบรม หลักสูตรอาหารถิ่น
โครงการเชฟชุมชน เพื่อการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ส่งเสริมนโยบายการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) แบบยั่งยืน จังหวัดเลยโดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเลย

Search

Read the Text Version

หลกั การรงั สรรคอ์ าหารถนิ อาหารไทยและเครอื งดมื ไทย การเกบ็ รกั ษาอาหาร 1.) การเกบ็ รกั ษาอาหารสด อาหารสด เป็ นอาหารทมี กี ารเปลยี นแปลงสภาพทาง เคมี ทางกายภาพ และการทําลายโดยจลุ นิ ทรยี ไ์ ดง้ ่าย จงึ เป็ นสาเหตทุ ที าํ ใหอ้ าหารสดเสอื มสภาพและเสยี คณุ คา่ ทาง โภชนาการไดง้ ่าย ดงั นันจงึ ตอ้ งรบี เก็บรกั ษาในหอ้ งเย็น หรอื ตเู้ ย็นทมี อี ณุ หภมู ปิ ระมาณ 1-4 องศาเซลเซยี ส เนือสตั วป์ ระเภทตา่ งๆ เราควรเก็บเนือสตั วไ์ วใ้ นชอ่ ง ดา้ นลา่ งของชอ่ งแชแ่ ข็งซงึ จะมอี ณุ หภมู ปิ ระมาณ 0-2 องศาเซลเซยี สหรอื จะใสใ่ นบรรจภุ ณั ฑท์ มี ฝี าปิ ดอย่าง มดิ ชดิ หรอื แชไ่ วใ้ นซอ่ งแชแ่ ข็งซงึ จะมอี ณุ หภมู ติ าํ กวา่ 0 องศาเซลเซยี สซงึ จะชว่ ยใหเ้ ก็บอาหารประเภทนีได ้ ยาวนานขนึ ไข่ เน่าเสยี งา่ ย ควรเก็บไวใ้ นสว่ นทเี ป็ นตวั ตซู ้ งึ สามารถ เก็บไดน้ านถงึ 3 สปั ดาห ์ ทมี า: นายณิพทั ธพ์ งษ ์ บญุ มาลยั

2. การเกบ็ รกั ษาอาหารแหง้ อาหารแหง้ เชน่ 2. 1 ขา้ วสาร สาํ หรบั ขา้ วสารบรรจถุ งุ ตอ้ งเก็บรกั ษาในทแี หง้ ไม่เปี ยกชนื และ สาํ คญั ทสี ดุ อย่าใหโ้ ดนนํา บรเิ วณทวี าง หรอื หอ้ งจดั เก็บตอ้ งสะอาดปราศจากสงิ สกปรก สงิ เจอื ปน และสารเคมตี า่ งๆ 2. 2 กระเทยี ม หอมแดง ควรผูก รวมกนั เป็ นมดั หรอื กระจกุ แลว้ แขวนไวท้ ี สงู เพอื ฝังลมใหแ้ หง้ 2. 3 เนือแหง้ ปลาแหง้ ควรเก็บใส่ ถงุ พลาสตกิ แลว้ ปิ ดปากถงุ ใหส้ นิท แลว้ นําเขา้ ตเู้ ย็น 2. 4 แป้ ง/นําตาล ควรเก็บในภาชนะที แหง้ และปิ ดสนิทเพราะแป้ งถา้ มคี วามชนื สงู จะทําใหข้ นึ ราไดง้ ่าย 3. การเกบ็ รกั ษาอาหารทอี ณุ หภูมหิ อ้ ง อาหารและผลติ ภณั ฑอ์ าหารกลมุ่ นี เชน่ ธญั พชื ถวั อาหารกระป๋ อง และอาหารบรรจุ ขวดทผี ่านการฆ่าเชอื แลว้ ซงึ ผลติ ภณั ฑก์ ลมุ่ นีตอ้ งอยใู่ นบรรยากาศหรอื สภาวะแวดลอ้ มที แหง้ ไม่มคี วามชนื เพราะความชนื จะทาํ ใหเ้ ชอื ราและจลุ นิ ทรยี ท์ ที าํ ใหเ้ กดิ โรคเจรญิ เตบิ โตไดด้ ี สาํ หรบั ผลติ ภณั ฑอ์ าหารกระป๋ องเมอื เปิ ดแลว้ ควรเก็บในตเู ้ ย็นไม่ควรวางทงิ ไว ้

4. การเกบ็ อาหารแบบแชเ่ ยอื กแข็ง ปัจจบุ นั อาหารแชเ่ ยอื กแข็งมบี ทบาทตอ่ วถิ ชี วี ติ คนไทยและคนทวั โลกมากขนึ ตลาดของ ผลติ ภณั ฑอ์ าหารแชเ่ ยอื กแข็งเตบิ โตอยา่ งรวดเรว็ เนืองจากการพฒั นาเทคโนโลยกี ารทาํ ความ เย็นการกระจายสนิ คา้ การขยายตวั ของรา้ นสะดวกซอื หา้ งสรรพสนิ คา้ ทมี กี ารพฒั นา ผลติ ภณั ฑอ์ าหารแชเ่ ยอื กแข็งรปู แบบใหม่ๆอย่ตู ลอดเวลานอกจากนีอาหารแชเ่ ยอื กแข็งยงั สามารถลดเวลาในการเตรยี มอาหาร สะดวกในการใชเ้ พยี งนํามาละลายในเตาอบหรอื เตา ไมโครเวฟ ก็สามารถไดอ้ าหารทมี คี ณุ ภาพใกลเ้ คยี งกบั อาหารสด หรอื อาหารปรงุ เสรจ็ ใหม่ๆ สง่ ผลใหป้ รมิ าณการบรโิ ภคอาหารแชเ่ ยอื กแข็งของผูบ้ รโิ ภคเพมิ ขนึ ทกุ ปี อาหารทนี ิยมนํามาแช่ เยอื กแข็ง เชน่ อาหารทะเล เนือสตั วต์ า่ งๆ ผกั และผลไมบ้ างชนิด การแชเ่ ยอื กแขง็ แบง่ เป็ น 2 แบบคอื 1. การแชเ่ ยอื กแข็งแบบชา้ (Slow Freezing) เป็ นวธิ กี ารแชเ่ ยอื กแข็งโดยทาํ ใหผ้ ลติ ภณั ฑอ์ าหารทงั สนิ เยอื กแข็งภายในเวลาตงั แต่ 3- 72 ชวั โมง โดยใชอ้ ณุ หภมู ติ าํ กวา่ -15 องศาเซลเซยี สการแชแ่ ข็งจะดาํ เนินไปอยา่ งชา้ ๆ 2. การแชเ่ ยอื กแขง็ แรมเรว็ (Quick Freering) เป็ นวธิ กี ารแชเ่ ยอื กแข็งโดยทาํ ใหผ้ ลติ ภณั ฑอ์ าหารทงั ในเยอื กแข็งภายในเวลา 30 นาที หรอื นอ้ ยกวา่ นัน อณุ หภมู อิ าจอยรู่ ะหวา่ ง 15 ถงึ -40 องศาเซลเซยี สการแชเ่ ยอื กแข็ง แบบนีอณุ หภมู ขิ องผลติ ภณั ฑอ์ าหารจะลดลงอยา่ งรวดเรว็

2. การแชเ่ ยอื กแข็งแรมเรว็ (Quick Freering) เป็ นวธิ กี ารแชเ่ ยอื กแข็งโดยทาํ ใหผ้ ลติ ภณั ฑอ์ าหารทงั ในเยอื กแข็งภายใน เวลา 30 นาที หรอื นอ้ ยกวา่ นัน อณุ หภมู อิ าจอยรู่ ะหวา่ ง 15 ถงึ -40 องศา เซลเซยี สการแชเ่ ยอื กแข็งแบบนีอณุ หภมู ขิ องผลติ ภณั ฑอ์ าหารจะลดลงอยา่ ง รวดเรว็ เกล็ดนําแข็งขนาดเล็กจะเกดิ ขนึ อยา่ งเป็ นระเบยี บทวั เนือเยอื ของสตั วท์ งั ภายนอกและภายใน การถา่ ยเทความรอ้ นอยา่ งรวดเรว็ จะทาํ ใหเ้ กล็ตนําแข็งเล็กๆ ไม่สามารถเพมิ ขนาดได ้ จงึ ไดน้ ําแข็งเล็กๆทมี ขี นาดสมําเสมอกระจายอยู่ภายใน เซลลเ์ มอื นําอาหารแชเ่ ยอื กแข็งมาละลายผลกึ นําแข็งเล็กๆยอ่ มละลายอยา่ งรวดเรว็ และนํายงั คงอยภู่ ายในเซลล ์ ทาํ ใหส้ ญู เสยี สารอาหารนอ้ ยและอาหารมคี ณุ ภาพดี ขอ้ ควรปฏบิ ตั เิ กยี วกบั อาหารแชเ่ ยอื กแข็ง 1. เมอื ซอื อาหารแชเ่ ยอื กแข็งมาควรรบี เก็บในของนําแข็งอย่างรวดเรว็ อยา่ ปลอ่ ยใหล้ ะลาย เพราะนําในอาหารจะไหลออกมาอาหารจะเสยี รสชาติ และคณุ คา่ ทางโภชนาการไปกบั นํา 2. วธิ ลี ะลายนําแข็งจากอาหารทดี ที สี ดุ กอ่ นนําไปประกอบอาหาร ควรนําอาหารออกจากซอง นําแข็งมาใสต่ เู้ ย็นชนั ลา่ ง ถงึ แมจ้ ะใชเ้ วลานานแตไ่ ดผ้ ลดกี วา่ ละลายนอกตเู้ ย็นเพราะอณุ หภมู ิ ภายนอกตสู้ งู กวา่ จลุ นิ ทรยี เ์ จรญิ เตบิ โตรวดเรว็ อาหารกจ็ ะเน่าเปื อยเสยี ง่าย ไม่ควรละลายโดยเท นําราดอาหารเพราะนําจะพาสารตา่ งๆทใี หร้ สชาตแิ ละคณุ คา่ ทางโภชนาการออกไปดว้ ย 3. การแชเ่ ยอื กแข็งในครวั เรอื น ควรกะปรมิ าณของอาหารสาํ หรบั แชเ่ ยอื กแข็งทพี อเหมาะทจี ะ ใชแ้ ตล่ ะคราว บรรจภุ าชนะแยกเป็ นสว่ นๆ สว่ นทที าํ ใหล้ ะลายแลว้ ตอ้ งใชห้ มดในคราว เดยี วกนั ไม่ควรนําอาหารมาละลายแลว้ นําไปแชแ่ ข็งซาํ อกี เพราะจะทาํ ใหส้ ญู เสยี นําและ สารอาหารมากขนึ

กรรมวธิ กี ารปรุงอาหารไทยและเครอื งดมื ไทย สาํ หรบั นกั ท่องเทยี ว (Amazing Thai Taste) ทมี า: https://www.ezythaicooking.com/cooking_th.htm กรรมวธิ กี ารปรุงอาหารไทยและ เครอื งดมื ไทยสาํ หรบั นกั ทอ่ งเทยี ว (Amazing Thai Taste) 1.การปรุงอาหารดว้ ยวธิ กี ารผดั ( STIR-FRYING ) เป็ นวธิ ปี รงุ อาหารทงี ่าย ไม่ยงุ่ ยาก ถา้ คณุ ไม่มกี ระทะหลมุ แบบ ทใี ชก้ นั โดยทวั ไป กระทะแบนสาํ หรบั ทอดก็สามารถใชแ้ ทนกนั ได ้ กอ่ นการผดั ทุกครงั จะตอ้ งตงั ไฟจนกระทะรอ้ นไดท้ กี อ่ นจะใส่ วตั ถดุ บิ (เนือสตั ว ์ หรอื ผกั ) ลงไปในกระทะ ในการผดั นัน นิยมใช ้ ตะหลวิ (ทงั ทที ําจากโลหะ หรอื ไม)้ เพอื กลบั อาหารในกระทะอยา่ ง รวดเรว็ เมอื อาหารสุก รบี ปรงุ รสและนําออกจากกระทะและเสริ ฟ์ ขณะที อาหารยงั รอ้ นๆ เนืองจากขนั ตอนการผดั นันมกั จะใชเ้ วลาสนั เวลา ผดั จะตอ้ งใชไ้ ฟสงู และผดั อยา่ งรวดเรว็ เพอื ใหผ้ วิ ดา้ นนอกของ อาหารทะเลสกุ ขณะทภี ายในยงั นุ่ม (ปรงุ งเกอื บสกุ - จะไดร้ สชาติ ดที สี ดุ ) อาหารทะเลทปี รงุ สกุ เกนิ ไปจะรสชาตไิ ม่อรอ่ ย ผวิ แข็ง และ กระดา้ ง

2. การปรุงอาหารดว้ ยวธิ กี ารตุน๋ ( STEWING ) การต๋นุ จะชว่ ยรกั ษาคณุ ประโยชนข์ อง สารอาหารไวไ้ ดเ้ กอื บครบถว้ น โดยสาร อาหารทสี าํ คญั จากเนือสตั ว ์ ผกั และ สมุนไพรตา่ งๆ จะยงั คงอยใู่ นนําทตี ๋นุ อาหาร เนือสตั วท์ หี ยาบกระดา้ งเมอื ผ่าน การต๋นุ แลว้ จะทําใหเ้ นือนุ่มน่ารบั ประทาน ในการต๋นุ อาหารโดยทวั ไป เนือสตั ว ์ มกั จะถกู หนั เป็ นชนิ ๆ ขนาดใกลเ้ คยี งกนั และเตมิ นําลงไปพอท่วมเนือ และใสใ่ นหมอ้ ตม้ ปิ ดดว้ ยฝาทสี นิท ตงั ไฟออ่ นๆ เพอื คอ่ ยๆต๋นุ ใหว้ ตั ถดุ บิ ภายในสกุ อย่างชา้ ๆ นํา ทไี ดจ้ ากการต๋นุ สามารถใชเ้ สริ ฟ์ กบั อาหาร ในลกั ษณะนําราดไดอ้ กี ดว้ ย 3.การปรุงอาหารดว้ ยวธิ กี ารนึง ( STEAMING ) ในการปรงุ อาหารดว้ ยวธิ นี ึงนัน อาหารจะถกู ปรงุ ให ้ สกุ โดยใชไ้ อนําทเี กดิ จากการตม้ นําภายใตอ้ าหารนัน ทงั นีอาหารจะไม่มกี ารสมั ผสั โดยตรงกบั นําทตี ม้ ซงึ จะสง่ ผลใหค้ ณุ คา่ ของสารอาหารยงั คงอยกู่ บั อาหาร อยา่ งครบถว้ น และทสี าํ คญั ในการนึงนันแทบจะไม่ ตอ้ งเตมิ นํามนั ลงไปในการนึงเลย ทําใหก้ ารนึงเป็ น หนึงในวธิ กี ารปรงุ อาหารทดี ตี อ่ สขุ ภาพเป็ นอยา่ งมาก เคล็ดลบั ทสี าํ คญั สาํ หรบั การนึงอาหารให ้ รสชาตดิ นี ัน วตั ถดุ บิ ทใี ชจ้ ะตอ้ งสดมากๆ การนึง อาหารโดยทวั ไปจะตอ้ งมจี านทสี ามารถทนความรอ้ น (ทําจากเซรามกิ , แกว้ , กระเบอื งก็ได ้ ไม่แนะนําใหใ้ ช ้ จานทที าํ จากพลาสตกิ หรอื เมลามนี ) และตอ้ งมซี งึ (Steamer) โดยใสน่ ําตม้ ใหเ้ ดอื ดและนําอาหารที ตอ้ งการนึงวางบนจานทนความรอ้ นและใสเ่ ขา้ ไปใน ซงึ และปิ ดฝาใหส้ นิท

4. การปรุงอาหารดว้ ยวธิ กี ารทอด ( DEEP FRYING ) อณุ หภูมขิ องนํามนั ทใี ชใ้ นการทอดเป็ น ปัจจยั ทสี าํ คญั มากในการปรงุ อาหาร ถา้ นํามนั ไม่ รอ้ น เมอื ใสอ่ าหารลงไปทอด จะสง่ ผลใหอ้ าหาร อมนํามนั และไม่น่ารบั ประทาน ขณะเดยี วกนั ถา้ อณุ หภมู นิ ํามนั สงู เกนิ ไป อาหารทนี ําไปทอดก็จะ ไหม้ อณุ หภมู นิ ํามนั ทเี หมาะสาํ หรบั การทอดอยู่ ที 180 องศาเซลเซยี ส (หรอื ประมาณ 350 องศาฟาเรนไฮต)์ เมอื ทอดเสรจ็ แลว้ ควรสะเด็ดนํามนั ออกจาก อาหารทที อด ตะแกรงลวดโลหะเป็ นทนี ิยมใชใ้ น การสะเด็ดนํามนั นอกจากนันกระดาษซบั นํามนั ก็สามารถใชด้ ดู ซบั นํามนั ออกจากอาหารทที อด ได ้ อาหารทผี ่านการสะเด็ดนํามนั เป็ นอยา่ งดจี ะ ชว่ ยคงความกรอบใหย้ าวนานขนึ อกี ดว้ ย 5. การปรุงอาหารดว้ ยวธิ กี ารย่าง ( GRILLING ) การปรงุ อาหารดว้ ยวธิ กี ารยา่ งนัน จะนํา อาหารทตี อ้ งการปรงุ ใหส้ กุ วางไวบ้ นไฟหรอื ความรอ้ น ซงึ อาจเป็ นเตาถา่ น, เตาไฟฟ้ า บางครงั อาจใชเ้ ตาอบ หรอื ตงั กระทะไวบ้ นไฟ ในการย่างอาหารก็ได ้ การย่างอาหารไทยนัน อาหารอาจถกู ย่าง โดยตรงกบั ไฟ หรอื อาจหอ่ ดว้ ยใบไมห้ รอื ฟ ลอยสอ์ ลมู เิ นียม สาํ หรบั ใบไมท้ นี ิยมใชน้ ันก็มี ใบตอง และใบเตย ซงึ อาหารทหี อ่ และนําไป ยา่ งจะมกี ลนิ หอม ชวนน่ารบั ประทาน

6. การปรุงอาหารดว้ ยวธิ กี ารยาํ ( SALADS ) อาหารทปี รงุ ดว้ ยวธิ กี ารยาํ นัน จาํ เป็ นตอ้ งเนน้ รสชาตทิ จี ดั และ เนน้ เครอื งปรงุ วตั ถดุ บิ ทสี ดมากๆ รสชาติ อาหารยาํ จะเป็ นการผสมผสานกนั ของรส เปรยี ว, รสเค็ม และรสเผ็ดรอ้ นของพรกิ อรอ่ ยยงิ ขนึ สาํ หรบั รสชาตขิ องอาหารยาํ นันสามารถปรบั ไดต้ ามประเภทของอาหาร ขนั ตอนการยาํ วตั ถดุ บิ ตา่ งๆจะถกู หนั ใหเ้ ป็ นชนิ เล็กๆ และนําไปลวกนํารอ้ น อยา่ งรวดเรว็ ในการคลกุ วตั ถดุ บิ และ เครอื งปรงุ เขา้ ดว้ ยกนั ตอ้ งทําอยา่ ง ระมดั ระวงั ไม่เชน่ นันอาหารจะเละ ไม่น่า รบั ประทาน เมอื ยาํ อาหารเสรจ็ แลว้ ตอ้ งรบี เสริ ฟ์ ทนั ที อาหารทยี าํ เสรจ็ แลว้ ปลอ่ ยทงิ ๆ ไวน้ านๆรสชาตขิ องอาหารจะไม่อรอ่ ย เนืองจากวตั ถดุ บิ ทอี ยใู่ นอาหารจะดดู นํา ยาํ ไปจนหมด ทาํ ใหเ้ สยี รสชาตเิ ดมิ ทยี าํ เสรจ็ ใหม่ๆ การตกแตง่ อาหารไทย ทมี า: รศ.จารนุ ันท ์ เชาวนด์ ี

องคป์ ระกอบศลิ ปะทนี ํามาเกยี วขอ้ งในการจดั อาหารไทย 1. ขนาดและสดั สว่ น (Size and Proportion) การจดั อาหาร ขนาดและสดั สว่ นนํามา เกยี วขอ้ งในการจดั อาหารในภาชนะ หากภาชนะมี ขนาดเล็กอาหารในจานควรมปี รมิ าณทพี อดี ไม่ มากจนลน้ หรอื เลอะออกมานอกภาชนะ เพราะจะทํา ใหไ้ ม่น่ารบั ประทาน ในการจดั อาหารบนโตะ๊ หาก โตะ๊ มขี นาดเล็กภาชนะทใี ชค้ วรมสี ดั สว่ นทพี อเหมาะ ไม่ใหญจ่ นแน่นโตะ๊ หรอื เล็กจนตกั อาหารไม่ถนัด 2. ความกลมกลนื (Harmony) ความกลมกลนื ในการจดั อาหารจะ เกยี วขอ้ งกบั อาหารและภาชนะ อาหาร ควรเหมาะสมและกลมกลนื กบั ภาชนะ อาหารประเภททอดควรใสใ่ นจาน หรอื อาหารประเภทนําควรใสใ่ นชาม นอกจากนีผลไมค้ วรใสต่ ะกรา้ หรอื ถาดไม้ จะเหมาะสมกวา่ ใสใ่ นถาดโลหะ อาหาร บางประเภทควรคาํ นึงถงึ ความกลมกลนื ของภาชนะเชน่ กนั เชน่ อาหาร ภาคเหนืออาจเสริ ฟ์ ในขนั โตก หรอื อาหารภาคกลางเสริ ฟ์ ในจานทดี ดู สวยงาม สะอาด หรอื มขี อบเป็ นลวดลาย ไทย เป็ นตน้

3. การตดั กนั (Contrast) ศลิ ปะในการตดั กนั ของการจดั อาหาร ทําไดโ้ ดยการตดั กนั ระหวา่ งการตกแตง่ โตะ๊ อาหารและ การจดั อาหาร สขี องอาหารหรอื การตกแตง่ อาหาร แตใ่ นการตดั กนั ไม่ควรตดั กนั ในปรมิ าณทมี าก เพราะจะทําใหข้ าดความน่าสนใจ สวยงาม 4. เอกภาพ (Unity) เอกภาพในการจดั อาหาร ทําได ้ โดยการรวมกลมุ่ ของการจดั โตะ๊ อาหาร เชน่ การจดั จาน ชอ้ นสอ้ ม หรอื ชดุ อาหารเขา้ ดว้ ยกนั เพอื ใชไ้ ดอ้ ย่างสะดวกและเหมาะสมกบั อาหารทจี ดั นัน ๆ 5. การซาํ (Repetition) การซาํ เป็ นการทําในลกั ษณะเดมิ เชน่ การตกแตง่ ของจานดว้ ยลกั ษณะซาํ กนั แบบเดมิ อยา่ งมจี งั หวะ ไดแ้ ก่ การวาง แตงกวาเรยี งรอบขอบจาน เพอื เนน้ การจดั อาหารใหน้ ่ารบั ประทานยงิ ขนึ 6. จงั หวะ (Rhythm) การจดั จงั หวะในการตกแตง่ อาหาร ทํา ไดห้ ลายประการ ทงั การจดั จงั หวะของ อาหารบนโตะ๊ การตกแตง่ หรอื จดั ตกแตง่ อาหารในภาชนะ เชน่ การวางแตงกวาสลบั กบั มะเขอื เทศเรยี งรอบขอบจาน หรอื การ จดั ตกแตง่ บรเิ วณโตะ๊ อาหารดว้ ยสงิ ตกแตง่ ตา่ ง ๆ อยา่ งมจี งั หวะ เชน่ แจกนั ดอกไม้ หรอื เชงิ เทยี น เป็ นตน้

7. การเน้น (Emphasis) ศลิ ปะการจดั ตกแตง่ อาหารใหน้ ่าสนใจอยทู่ กี ารเนน้ การเนน้ สามารถทาํ ไดท้ งั การตกแตง่ บรรยากาศใน หอ้ งอาหาร การเนน้ ยงั เกยี วขอ้ งกบั สสี นั ของอาหาร การ ตกแตง่ อาหาร เชน่ การแกะสลกั ผกั ผลไม้ หรอื การจดั บรรยากาศดว้ ยการจดั ดอกไม้ ลว้ นแลว้ แตเ่ กดิ จากการ เนน้ ทงั สนิ หากตอ้ งการใหอ้ าหารทจี ดั น่าสนใจ ควร คาํ นึงถงึ ศลิ ปะทเี กดิ จากความคดิ สรา้ งสรรค ์ สงิ นันคอื การเนน้ นันเอง 8. ความสมดลุ (Balance) การจดั อาหารหรอื โตะ๊ อาหาร ความสมดลุ จะชว่ ย ใหพ้ นื ทจี ดั มนี ําหนักในการจดั วางอยา่ งลงตวั ไม่ หนาแน่นในพนื ทใี ดพนื ทหี นึง ทาํ ใหง้ า่ ยตอ่ การใชส้ อย และงดงามตอ่ การมองเห็น การจดั อาหารในงานเลยี ง พนื ทจี ดั ไม่ควรอยรู่ วมกนั เพราะจะทาํ ใหเ้ กดิ ความ หนาแน่นของพนื ที 9. สี (Color) การใชส้ ตี กแตง่ อาหารเป็ นเรอื งง่ายกวา่ การ ใชส้ ตี กแตง่ ในเรอื งอนื เพราะอาหารในแตล่ ะอย่าง จะมสี สี นั ในตวั เอง โดยเฉพาะอย่างยงิ ในอาหารไทย ซงึ มมี ากมายหลายสี แกงเขยี วหวานสเี ขยี วอ่อน แกงเผ็ดสสี ม้ หรอื แกงเลยี งสเี ขยี ว การใชส้ ตี กแตง่ อาหารเพยี งเพอื ตอ้ งการใหอ้ าหารเกดิ ความน่า รบั ประทาน และสรา้ งจดุ เดน่ ของอาหาร ดงั นันการใชส้ ตี กแตง่ อาหาร จงึ ควรใชส้ จี าก ธรรมชาติ เพอื ความปลอดภยั ในการบรโิ ภค เชน่ สเี ขยี วจากใบเตย สมี ่วงหรอื สนี ําเงนิ จากดอก อญั ชนั หรอื สเี หลอื งจากฟักทองหรอื ขมนิ เป็ นตน้ ถงึ แมว้ า่ อาหารจะมรี สอรอ่ ยเพยี งใดแตห่ ากขาด การปรงุ แตง่ ดว้ ยสสี นั อาหารนันอาจขาดความ สนใจไดเ้ ชน่ กนั

อา้ งองิ จารนุ ันท ์ เชาวนด์ .ี (ม.ป.ป.). หลกั ศลิ ปะในชวี ติ ประจาํ วนั . สบื คน้ จาก http://www.human.cmu.ac.th/home/hc/ebook/006103/lesson8/04.htm ณิพทั ธพ์ งษ ์ บุญมาลยั . (ม.ป.ป.). Sciences for Business and Services:การเกบ็ รกั ษาอาหาร. สบื คน้ จาก https://sites.google.com/site/sciforbus/bth-thi-4/4-1-kar-keb-raksa-sinkha เทคนิคการปรงุ อาหารไทย. สบื คน้ จาก https://www.ezythaicooking.com/cooking_th.htm