Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore สรุปงายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ ปี 2561-จิ้งหรีด

สรุปงายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ ปี 2561-จิ้งหรีด

Published by dnavaroj15, 2020-01-29 23:22:35

Description: สรุปงายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ ปี 2561-จิ้งหรีด

Search

Read the Text Version

กิตตกิ รรมประกาศ โครงงำนเรื่อง กำรศึกษำชนิดของอำหำรมีผลต่อกำรเจริญเติบโตจ้ิงหรีดสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยควำม กรุณำของอำจำรย์ท่ีปรึกษำโครงงำน ได้แก่ นำงสำว แสงเดือน บกน้อย ท่ีแนะนำ วิธีกำรทำกำรศึกษำชนิด ของอำหำรมีผลต่อกำรเจริญเติบโตจ้ิงหรีดจนสำเร็จลุล่วงด้วยดี ขอบคุณผู้ให้กำรสนับสนุนทุน สกว. ธนำคำร กสิกรไทยและศูนย์พ่ีเลี้ยงมหำวิทยำลัยอุบลรำชธำนีคณะผู้จัดทำจึงขอกรำบขอบพระคุณเป็นอย่ำงสูงไว้ ณ โอกำสน้ี ขอกรำบขอบพระคุณ บิดำ มำรดำ ที่ให้กำลังใจในกำรศึกษำเล่ำเรียนและสมำชิกในกลุ่ม ที่ให้ควำม ร่วมมือเป็นอยำ่ งดี ในกำรทำโครงงำนคร้งั น้ี จนกระทั่งประสบควำมสำเรจ็ ด้วยดี 51

บทนา ท่ีมาและความสาคญั ของโครงงาน โปรตนี เป็นสำรอำหำรที่ให้พลังงำนและเสริมสร้ำงกำรเจริญเติบโตซึ่งได้รับจำกเนื้อสัตว์ประเภทต่ำงๆ และเนอื้ นม ไข่ จ้ิงหรดี เปน็ สัตวท์ ่ีรับประทำนได้ท้ังตัว เป็นอำหำรท่หี ำได้ในทอ้ งถนิ่ มีป็นจำนวนมำกหลำยสำย พันธุ์ ปัจจุบันมีชุมชนในท้องถิ่นนิยมกินเป็นอำหำรหลัก คือ 1พันธ์ุทองแดงลำย 2 พันธ์ุทองดำ 3 พันธุ์ทอง นำ้ ตำลลำย 4 พันธทุ์ องน้อย และปัจจุบันมีผู้เลี้ยงจิ้งหรีดเพื่อใช้ในกำรบริโภคมำกขึ้นเพื่อทดแทนเน้ือสัตว์ชนิด อ่นื ๆทีม่ ีผูค้ นนยิ ม ดังนัน้ กลมุ่ ของข้ำพเจ้ำจงึ มคี วำมสนใจศึกษำและทดลองหำปริมำณสำรอำหำรโปรตีนในจิ้งหรีดและแต่ ละสำยพนั ธ์ทุ ่ีมใี นทอ้ งถิน่ โดยวิธไี บยเู รต็ (จิง้ หรดี พันธ์ใุ ดทีม่ ีปรมิ ำณสำรอำหำรประเภทโปรตีนมำกกวำ่ กัน) ตัวแปรและสมมตุ ิฐานของโครงงาน สมมติฐาน จ้งิ หรีดตำ่ งสำยพนั ธท์ุ ่ีมีขนำดเทำ่ กันจะมีปริมำณโปรตีนที่แตกตำ่ งกัน ตวั แปร ตวั แปรอิสระ(ตวั แปรตน้ ) ไดแ้ ก่ โปรตนี ในจ้งิ หรดี แต่ละสำยพนั ธุ์ ตัวแปรตำม ไดแ้ ก่ ปริมำณโปรตีน ตัวแปรควบคมุ ไดแ้ ก่ นำ้ หนกั ขนำดตัวและมวลของจ้งิ หรดี อุปกรณท์ ีใ่ ช้กำรทดลองหำปริมำณโปรตนี สำรใบยูเร็ต โครงงำนมตี ัวแปรต่อไปนี้ และแสดงแผนผงั เหตุ-ผล ในรปู ท่ี 1 52

โดยใชส้ ารไบยู โดยใช้ เร็ต สารไบยเู ร็ต ปริมาณโปรตีน ในตวั 100 กรัม ปริมาณโปรตีน ในตวั 100 กรัม พนั ธุ์ทองแดงลาย พนั ธุ์ทองดา พนั ธุ์ทองนอ้ ย จ้ีงหรีด พนั ธุ์ทองน้าตาลลาย ปริมาณโปรตีน ปริมาณโปรตีน ในตวั 100 กรัม ในตวั 100 กรัม โดยใชส้ ารไบยู โดยใชส้ ารไบยู เร็ต เร็ต รูปท่ี 1 ผงั เหตุ-ผล หรือตวั แปรตน้ (เหตุ) ตัวแปรตาม (ผล) ของโครงงานฐานวิจัยนี้ 53

วธิ กี ารทดลอง 1 เตรียมอปุ กรณ์ สำรไบยเู ร็ต และเตรียมจง้ิ หรีดทัง้ 4 พนั ธุ์ 2 นำจง้ิ หรีดแต่ละสำยพันธุ์ ปรมิ ำณ 100กรัม(k)ใสโ่ ถปัน่ แลว้ ปนั่ เพอื่ ทำเป็นของเหลว 3 ทำเปน็ ของเหลวเสร็จนำใสห่ ลอดทดลอง 4 ใสจ่ งิ้ หรดี ทปี่ ่นั เปน็ ของเหลว 5 หยดสำรละลำยไบยเู รต็ ลงในหลอดทดลอง 10 หยด 6 สงั เกตกำรเปลย่ี นแปลงวำ่ เปน็ สีมว่ งหรือไม่ 7. บันทกึ ผลกรทดลอง และทำซำ้ 4 ครง้ั การสรา้ งเหตุ ( ตัวแปลตน้ หรือเปน็ ส่งิ ทส่ี ร้างได้ วดั ได้ ) หำโปรตนี จำก จงิ้ หรดี ท้งั 4สำยพันธ์ุ การควบคมุ เหตุ( ตวั แปรควบคมุ หรือเหตุทีค่ ุมไวไ้ มใ่ หส้ ่งไปก่อให้เกิดผล ) นำจิง้ หรดี ทง้ั 4 สำยพนั ธ์ุ มำทดลองหำโปรตีนโดยใช้สำรไบยูเนต็ ในกำรทดลอง ในปริมำณตวั ละ 100 กรมั การวัดผล( ตวั แปรตามเป็นสง่ิ ที่สังเกตได้ วัดได้ ) ปรมิ ำณโปรตีนท่ไี ดจ้ ำกกำรทดลองจำกจิง้ หรีดทัง้ 4 สำยพันธ์ุ ผลการทดลอง เปรียบเทียบปริมำณโปรตนี ในจ้งิ หรดี แต่ละสำยพนั ธุ์ สายพันธจุ์ ิง้ หรดี ครง้ั ที่ 1 คร้งั ท่ี 2 ครงั้ ที่ 3 ผลรวม สำยพันธุ์ทองดำ มสี มี ว่ งเข้มโปรตนี มีสีมว่ งเข้มโปรตนี มีสมี ่วงเข้มโปรตีน มีปริมำณโปรตีน มำก เทำ่ กนั ท้ัง3คร้งั มำก มำก มสี มี ว่ งปำนกลำง มปี ริมำณโปรตนี สำยพนั ธุท์ องน้อย มีสมี ่วงปำนกลำง มสี มี ่วงปำนกลำง โปรตนี ปำนกลำง เทำ่ กันทั้ง3ครัง้ โปรตนี ปำนกลำง โปรตนี ปำนกลำง อภิปรายผลการทดลอง จำกกำรทดลองสังเกตโปรตีนในจ้ิงหรีด จะมีโปรตีนมำกในสำยพันธุ์ทองดำ สำยพันธ์ุทองน้อยจะมี โปรตีนในปริมำณปำนกลำง กำรทดลองคร้ังท่ี1-3 สำรคอปเปอรซ์ ัลเฟลตเข้มข้น 0.1mol/dm3 สำรโซเดียมไฮ ดรอกไซด์เข้มข้น 2.5 1 cm3 หยดลงในจ้ิงหรีดที่ทำให้เหลวแล้ว ผลปรำกฏว่ำโปรตีนในสำยพันธ์ุทองดำมี ปริมำณมำก โปรตนี ในสำยพนั ธท์ุ องนอ้ ยมปี รมิ ำณปำนกลำงเม่ือเทียบกบั ปรมิ ำณโปรตนี ในสำยพันธ์ุทองดำ เรำ สำมำรถเปรียบเทยี บไดว้ ำ่ สำยพันธ์ุทองดำใหป้ ริมำณโปรตีนมำกกว่ำสำยพันธท์ุ องน้อย สรปุ ผล จำกกำรทดลองพบว่ำ สำยพันธท์ุ องดำให้ปรมิ ำณโปรตีนมำกกวำ่ สำยพันธทุ์ องน้อย เอกสารอ้างอิง 7.1.สายพันธจ์ุ ง้ิ หรดี สืบค้นเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2561 จากเวบ็ ไซด์ https://sirinradnp.wordpress.com 7.2 กำรหำโปรตีน สืบค้นเม่อื วันที่ 31 สิงหำคม 2561 จำกเวบไซด์ : http://www.ycwarit.com/Knowledge/Biomolecules/Home/9ExamineProtien.html 54

ภาคผนวก โครงงาน RBL 55

เรอื่ ง กำรศึกษำสขี องหลอดไฟมีผลตอ่ กำรล่อแมลง ชอ่ื ผู้จดั ทาโครงงาน เด็กชำย อศั วิน ชำวไทย เดก็ หญงิ กนกพร สมจิตร เดก็ หญิง กัญญำณฐั ทรัพร์มี เดก็ ชำย ชนิ วตั ร เรืองนำม ครทู ี่ปรึกษา พษิ นุ สมจติ ร ศนู ยพ์ เ่ี ลยี้ งมหาวทิ ยาลยั อบุ ลราชธานี โรงเรยี นสมเด็จพระญาณสงั วร ในพระสังฆราชปู ถัมภ์ อาเภอคาเขือ่ นแก้ว จงั หวัดยโสธร สานกั งานเขตพื้นทก่ี ารศึกษามัธยมศกึ ษา เขต 28 56

กติ ติกรรมประกาศ โครงงำนเรื่อง กำรศึกษำชนิดของอำหำรมีผลต่อกำรเจริญเติบโตจ้ิงหรีดสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยควำม กรณุ ำของอำจำรยท์ ี่ปรึกษำโครงงำน ไดแ้ ก่ นำยพิษนุ สมจิตรที่แนะนำ วิธีกำรทำกำรศึกษำชนิดของอำหำรมี ผลต่อกำรเจรญิ เตบิ โตจิ้งหรดี จนสำเร็จลุล่วงด้วยดี ขอบคุณผู้ให้กำรสนับสนุนทุน สกว. ธนำคำรกสิกรไทยและ ศูนย์พี่เลีย้ งมหำวทิ ยำลัยอบุ ลรำชธำนคี ณะผู้จดั ทำจงึ ขอกรำบขอบพระคุณเปน็ อยำ่ งสงู ไว้ ณ โอกำสน้ี ขอกรำบขอบพระคุณ บิดำ มำรดำ ที่ให้กำลังใจในกำรศึกษำเล่ำเรียนและสมำชิกในกลุ่ม ท่ีให้ควำม รว่ มมอื เป็นอย่ำงดี ในกำรทำโครงงำนคร้ังน้ี จนกระทั่งประสบควำมสำเรจ็ ด้วยดี 57

บทนา ทม่ี าและความสาคัญของโครงงาน จง้ิ หรดี หรือ จังหรีด[2] (องั กฤษ: Cricket; วงศ:์ Gryllidae) เป็นแมลงจำพวกหนงึ่ อย่ใู นวงศ์ Gryllidae จง้ิ หรดี ถือเป็นแมลงท่ีมขี นำดลำตวั ปำนกลำงเม่ือเทยี บกับแมลงโดยทว่ั ไป มีปกี 2 คู่ คูห่ น้ำเนื้อปีกหนำกวำ่ คู่ หลงั ปกี เมอื่ พบั จะหกั เป็นมุมท่ีด้ำนขำ้ งของลำตวั ปีกคูห่ ลังบำงพับได้แบบพดั สอดเข้ำไปอยใู่ ต้ปีกคูห่ น้ำ ปำก เปน็ ชนดิ กดั กนิ หัวกับอกมีขนำดกวำ้ งไลเ่ ลี่ยกนั ขำคหู่ ลงั ใหญแ่ ละแขง็ แรงใชส้ ำหรบั กระโดดตวั ผู้มีอวัยวะพเิ ศษ สำหรบั ทำเสยี งเปน็ ฟันเล็ก ๆ อยตู่ ำมเสน้ ปีกบริเวณกลำงปีก ใช้กรดี กบั แผ่นทำเสียงที่อยู่บรเิ วณท้องปีกของปีก อกี ข้ำงหนง่ึ อันเป็นเอกลกั ษณเ์ ฉพำะท่เี ป็นท่ีรู้จกั กนั ดขี องจง้ิ หรดี ขณะทตี่ ัวเมยี จะไมส่ ำมำรถทำเสียงดังน้ันได้ และจะมอี วยั วะสำหรบั ใช้วำงไข่เปน็ ท่อยำว ๆ บรเิ วณก้นคลำ้ ยเขม็ เห็นไดช้ ัดเจน พวกแมลงกลำงคืน Nocturnal เหลำ่ นจ้ี งึ พงุ่ ตัวเข้ำหำแสงไฟอยตู่ ลอดเวลำ แต่ก็มหี ลำยทฤษฎที ่ีออกมำ และมคี วำมเปน็ ไปไดท้ จี่ ะเปน็ เร่อื งจรงิ เนือ่ งจำกมหี ลักฐำนสนบั สนนุ ทน่ี ำ่ เชอ่ื ถืออยู่ไม่มำกก็น้อย หนงึ่ ในนนั้ คือ พวกมนั ทำไปเพรำะแสงเหล่ำนั้นทำให้พฤติกรรมหรอื สญั ชำตญิ ำณทำงธรรมชำติของแมลงผดิ เพีย้ นไป เนื่องจำกพวกแมลงทโ่ี ดนหลอกลอ่ ได้ดว้ ยแสงไฟ ซ่งึ เรียกว่ำ Positively Phototactic พฤติกรรมเคล่ือนทเ่ี ข้ำ หำแสง มสี ญั ชำติญำณเคลอ่ื นท่โี ดยใช้ประโยชนจ์ ำกแสงของดวงจันทร์ในเวลำกลำงคืน ดังนัน้ เม่ือมนั พบกับ แสงทีส่ ว่ำงกว่ำ มนั จงึ พงุ่ เขำ้ หำแหล่งกำเนดิ แสงใหม่อยำ่ งกองไฟ หรือแสงจำกหลอดไฟแทน ซง่ึ เรำเชอ่ื ว่ำแมลง ทหี่ ำกนิ เวลำกลำงคนื เหลำ่ นี้ ใชป้ ระโยชน์จำกกำรเดินทำงโดยพึง่ พำแสงจำกดวงจันทร์โดยกำรทำมุมองศำท่ี ถูกต้องกับแหลง่ กำเนดิ แสง เพ่ือใหส้ ำมำรถเดนิ ทำงอพยพยำ้ ยถน่ิ ได้ถูกต้องตำมเสน้ ทำง ดงั น้นั เมื่อมันเจอ หลอดไฟ มนั จงึ ต้องปรบั เส้นทำงกำรบนิ ใหม่ และแหล่งกำเนิดแสงเหลำ่ น้ีก็สว่ำงกว่ำปกติมำกจงึ ทำให้กำรบนิ ของมันผิดพลำดพุ่งตวั เข้ำหำหลอดไฟหรือกองไฟแทน จ้ิงหรีดเกิดเองตำมธรรมชำติ แต่ละฤดูจะแตกต่ำงกันไป โดยเฉพำะฤดูแล้ว จิ้งหรีดจะขยำยพันธ์ุได้ดี ส่วนฤดูท่ีจ้ิงหรีดมีน้อยคือฤดูหนำว ดังนั้นกำรที่จะจับจิ้งหรีดให้ได้ปริมำณมำกๆเพื่อจะนำมำประกอบเป็น อำหำรเป็นเร่ืองยำก ดังน้ันกลุ่มของข้ำพเจ้ำจึงมีควำมสนใจที่จะทำกับดักเพ่ือแมลง(จิ้งหรีด) โดยใช้ไฟสีต่ำง ๆ ในกำรลอ่ แมลง วำ่ ไฟสีใดจะล่อแมลงได้ดกี ว่ำกนั ตวั แปรและสมมตุ ิฐานของโครงงาน สมมติฐาน ไฟสีมว่ ง ใชล้ ่อแมลงได้ดีกว่ำสเี หลอื ง และสีขำว โครงงำนมตี วั แปรต่อไปน้ี และแสดงแผนผังเหตุ-ผล ในรปู ท่ี 1 ตวั แปร ตวั แปรอิสระ(ตัวแปรตน้ ) ได้แก่ สีหลอดไฟทีต่ ิดกบั ดักล่อแมลง(สมี ว่ ง สีเหลือง สขี ำว) ตัวแปรตำม ไดแ้ ก่ จำนวนแมลงท่ตี กลงในกบั ดัก ตัวแปรควบคมุ ไดแ้ ก่ ขนำดของภำชนะที่รองรับแมลง บรเิ วณที่วำงกับดักลอ่ แมลง ปรมิ ำณของน้ำท่ีใสล่ ง ภำชนะรองรบั แมลง กับดกั ล่อแมลง โครงงำนมีตัวแปรต่อไปน้ี และแสดงแผนผังเหตุ-ผล ในรูปที่ 1 58

สีมว่ ง สขี ำว สีขำว สีของไฟลอ่ แมลง จิ้งหรีด กบั ดักล่อแมลง รูปที่ 1 ผงั เหตุ-ผล หรือตัวแปรต้น(เหต)ุ ตัวแปรตาม (ผล) ของโครงงานฐานวิจัยนี้ วธิ กี ารทดลอง สรำ้ งกบั ดกั ล่อแมลง 1. นำสังกะสีแผ่นเรียบโคง้ ให้พอดีกับปำกโอ่งขนำดเลก็ 2. นำไฟติดท่สี งั กะสี โดยใชไ้ ฟ 3 สี 3. นำไปต้ังไว้กลำงแจง้ ตลอดทั้งคืน 4. เตมิ น้ำลงในภำชนะรองรบั แมลงปรมิ ำณ 2 ลิตรเพือ่ ไม่ให้แมลงไต่ออกไป 5. นับจำนวนแมลง และชนิดของแมลงที่ได้ เปรียบเทียบกันทั้ง 3 อัน การสรา้ งเหตุ ( ตวั แปลต้นหรือเป็นส่ิงท่สี ร้างได้ วดั ได้ ) สร้ำงกับดกั ล่อแมลงท่ีมไี ฟตดิ อันละสี สีม่วง สีเหลอื ง สีขำว การควบคุมเหตุ( ตัวแปรควบคุม หรือเหตทุ ่ีคุมไว้ไมใ่ ห้ส่งไปก่อใหเ้ กิดผล ) ขนำดของภำชนะทีร่ องรับแมลง บรเิ วณท่ีวำงกับดกั ล่อแมลง ปรมิ ำณของนำ้ ทใี่ สล่ งภำชนะรองรับ แมลง กบั ดักลอ่ แมลง การวัดผล( ตวั แปรตามเปน็ สิ่งทสี่ ังเกตได้ วดั ได้ ) นบั จำนวนแมลงทตี่ กลงภำชนะท่รี องรับ 59

ผลการทดลอง สีของไฟกับดัก ผลกำรทดลอง ล่อแมลง ครัง้ ที่ 1 ครง้ั ท่ี 2 คร้ังท่ี 3 ไฟสมี ่วง ผีเสอ้ื กลำงคนื 2ตวั จนี ูน2ตวั ผเี สื้อกลำงคืน2ตวั ผเี ส้ือกลำงคนื 1ตวั แมงสงวง2ตวั ไฟสีเหลอื ง ผเี สือ้ กลำงคนื 2ตวั จิง้ หรดี 1ตวั ผเี ส้ือกลำงคนื 2ตวั แมงสงวง2ตวั ตั๊กแตน1ตวั จีนูน3ตวั ไฟสีขำว ตกั๊ แตน1ตวั จนี นู 25ตวั ผเี สอ้ื กลำงคืน6ตวั แมงตบั เต่ำ2ตวั แมงสงวง1ตวั กุดจ้ี2ตวั ผเี สือ้ กลำงคืน37ตวั ผีเสอื้ กลำงคืน17ตวั ตบั เตำ่ 2ตวั หมำยเหตุ นับจำนวนแมลงที่ตกลงไปในภำชนะรองรบั จำนวนชนดิ แมลงทั่วไป จำนวนจง้ิ หรีด อภปิ รายผลการทดลอง กำรทดลองทำกบั ดกั ล่อแมลงโดยใชส้ ขี องหลอดไฟในกำรล่อแมลง แมลงเมื่อเห็นแสงสีของหลอดจะว่ิง เข้ำมำหำ และติดทพ่ี ลำสตกิ ทเ่ี รำติดไว้ทำใหแ้ มลงตกลงในถังนำ้ กำรทดลองแตล่ ะครั้งห่ำงกัน 2 วัน ซ่ึงไฟท้ัง 3 สี ได้แก่ ไฟสีม่วง พบว่ำท้ัง 3 คร้ัง มีผีเส้ือกลำงคืน 5 ตัว จีนูน 2 ตัว แมงสงวง 2 ตัว มีแมลงมำติดกับดัก 3 ชนิด จำนวนทั้งหมด 9 ตัว ไฟสีเหลือง พบว่ำ ผีเส้ือกลำงคืน 4 ตัว จีนูน 3 ตัว แมงสรวง 2 ตัว ตั๊กแตน 1 ตัว จ้ิงหรีด 1 ตัว มีแมลงมำติดกับดักจำนวนทั้งหมด 5 ชนิด จำนวน 11 ตัว ไฟสีขำว พบว่ำ ต๊ักแตน 1 ตัว แมง ตับเต่ำ 4 ตัว ผีเส้ือกลำงคืน 60 ตัว กุดจี่ 2 ตัว แมงสรวง 1 ตัว มีแมลงมำติดกับดัก จำนวนท้ังหมด 6 ชนิด จำนวน 78 ตวั สรุปผล หลอดไฟสขี ำวทต่ี ิดบนกับดักลอ่ แมลง สำมำรถลอ่ แมลงได้มำกกว่ำสีม่วง และสเี หลือง เอกสารอ้างอิง วีกพิ เี ดยี .(ม.ป.ป.) จ้ิงหรดี . สืบค้นเม่ือวนั ที่ 1 กรกฏำคม 2561 จำกเวบไซต์ :https://th.wikipedia.org บ้ำนสวนพอเพียง(2014). ไฟลอ่ แมลงแบบงำ่ ย ๆ. สืบคน้ เมอื่ วันที่ 1 กรกฏำคม 2561 จำกเวบไซต์ :https://www.bansuanporpeang.com/node/28299 Gotoknow. (2008). กบั ดกั แมลง ภมู ิปญั ญำท้องถนิ่ . สบื ค้นเม่อื วนั ที่ 1 กรกฏำคม 2561 จำกเวบ ไซต์ : https://www.gotoknow.org/posts/223940 บริษัทเอสศซที รีโฮจำกดั .(ม.ป.ป.) หลอดไฟลอ่ แมลง สืบคน้ เมอื่ วนั ที่ 1 กรกฏำคม 2561 จำกเวบไซต์ : https://www.sc-trio.com/ โครงกำรทรปู ลูกปัญญำ (2560). ทำไมแสงไฟจึงลอ่ แมลงได้ดี. สบื คน้ เมอ่ื วนั ที่ 1 กรกฏำคม 2561 จำกเวบไซต์ : http://www.trueplookpanya.com/knowledge/content/55846/-ani- 60

ภาคผนวก 61

โครงงาน RBL เร่ือง การศึกษาพฤติกรรมการบริโภคจ้งิ หรีดในตลาดบ้านดงแคนใหญ่ ชอื่ ผจู้ ัดทาโครงงาน ด.ญ.ณัชฌำรยี ์ กลีบทอง ด.ญ.ธีรนนั ท์ ตน้ พรหม ด.ญ.จริ ำวรรณ สขุ ล้ำ ด.ญ.ลลิตำ จอกเงนิ ครทู ป่ี รกึ ษา นำงสำวกสุ ุมำ ไชยช่วย ศูนย์พ่เี ลีย้ งมหาวทิ ยาลยั อุบลราชธานี โรงเรียนสมเด็จพระญาณสงั วร ในพระสังฆราชูปถัมภ์ อาเภอคาเขอ่ื นแกว้ จงั หวดั ยโสธร สานักงานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษามัธยมศึกษา เขต 28 62

กิตตกิ รรมประกาศ โครงงำนเรื่อง กำรศึกษำชนิดของอำหำรมีผลต่อกำรเจริญเติบโตจ้ิงหรีดสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยควำม กรุณำของอำจำรย์ท่ีปรึกษำโครงงำน ได้แก่ นำงสำวกุสุมำ ไชยช่วย ท่ีแนะนำ วิธีกำรทำกำรศึกษำชนิดของ อำหำรมีผลตอ่ กำรเจรญิ เติบโตจิ้งหรีดจนสำเร็จลุล่วงด้วยดี ขอบคุณผู้ให้กำรสนับสนุนทุน สกว. ธนำคำรกสิกร ไทยและศูนย์พ่ีเลี้ยงมหำวทิ ยำลยั อบุ ลรำชธำนีคณะผจู้ ัดทำจงึ ขอกรำบขอบพระคณุ เปน็ อย่ำงสงู ไว้ ณ โอกำสนี้ ขอกรำบขอบพระคุณ บิดำ มำรดำ ที่ให้กำลังใจในกำรศึกษำเล่ำเรียนและสมำชิกในกลุ่ม ท่ีให้ควำม ร่วมมือเปน็ อยำ่ งดี ในกำรทำโครงงำนครง้ั น้ี จนกระทั่งประสบควำมสำเร็จดว้ ยดี 63

บทนา ทมี่ าและความสาคัญของโครงงาน จิง้ หรีดเปน็ เเมลงจำพวกหนงึ่ อย่ใู นวงศ์ Gryllidae จงิ้ หรดี ถอื เป็นเเมลงท่ีมีขนำดปำนกลำงจง้ิ หรีด สมำรถพบได้ทั่วโลก โดยเฉพำะในเขตร้อนชืน้ พบเเล้วประมำณ 900 ชนิด ไดเ้ เก่ จ้ิงหรีดทองดำ จง้ิ หรีดทอง เเดง จ้งิ โกรง่ เปน็ ตน้ กำรศกึ ษำพฤติกกรรมกำรบรโิ ภคจ้งิ หรีดของประชำกรตลำด ตำบลดงเเคนใหญ่ ทำให้รู้ เก่ียวกับควำมชอบ ควำมนยิ ม ในกำรบริโภคจิ้งหรดี วำ่ ประชำกรในตลำดสว่ นใหญ่ชอบรับประทำนเเบบไหน เพรำะอะไรเเละเเม่ค้ำเลือกจง้ิ หรีดพันธุไ์ หน ชนิดไหน ที่จะนำมำขำย กลุ่มของข้ำพเจำ้ จึงมีควำมสนใจในกำรศึกษำพฤตกิ รรมกำรบรโิ ภคจ้ิงหรดี ของประชำกรตลำดชมุ ชน บ้ำนดงเเคนใหญ่ ตัวแปรและสมมตุ ิฐานของโครงงาน คาถามท่ีอยากรู้ เรำอยำกทรำบว่ำประชำชนท่ีบริโภคจง้ิ หรดี - ควำมถี่ในกำรบรโิ ภคจ้ิงหรดี ใน 1 เดือน เป็นเวลำ 3 เดอื น - นำจง้ิ หรดี ไปประกอบอำหำรแบบไหน - นยิ มบรโิ ภคจงิ้ หรดี สำยพนั ธุ์อะไร ตัวแปร ตวั แปรต้น : ควำมนยิ มในกำรบริโภคจ้ิงหรีด ตัวแปรตำม : จำนวนคนที่บริโภคจงิ้ หรดี แตล่ ะแบบแต่ละพันธุ์ ตวั แปรควบคมุ : ชุดแบบสอบถำม เวลำในกำรศึกษำ วิธกี ารทดลอง วธิ ีการศกึ ษาขอ้ มูล 1. หำข้อมูลในอนิ เตอร์เน็ต 2. จดั ทำแบบสอบถำม 3. สอบถำมแม่คำ้ /ลูกค้ำ ผลการทดลอง จำกกำรศกึ ษำควำมนยิ มบริโภคจิ้งหรีดในตลำดบ้ำนดงแคนใหญ่พบวำ่ ... 1. ผู้ตอบแบบสอบถำมเป็น เพศชำย 71% หญิง79% 2. อยู่ในช่วงอำยุ 5-15 ปี 45% 16-30 ปี 39% 31-49 ปี 36% 50 ปขี น้ึ ไป 30% 3. ทำอำชีพ เกษตรกร 31% รบั จ้ำงท่ัวไป 26% แมค่ ้ำ 19% นกั เรียน70% ขำ้ รำชกำร 4% 4. ชอบนำจงิ้ หรีดไปทำอำหำรแบบ ทอด 89% คั่ว 61% 5. ชอบรบั ประทำจิ้งหรีดพนั ธ์ ทองแดง 34% ทองดำ 90% จง้ิ โกรง่ 26% 6. ปริมำณในกำรบริโภคจิ้งหรดี 100-200 กรัม 68% 300-400 กรัม 70% 500 กรมั ขนึ้ ไป 12% 7. นำจิ้งหรีดไปรับประทำนกับ เพื่อน 46% ครอบครวั 83% คนเดียว 21 % 8. นำจ้งิ หรีดไปรับประทำนกับ ผกั 51% แจ่ว 93% อื่นๆ 6% 64

9. ควำมถ่ีในกำรรบั ประทำน 1-2 ครงั้ ต่อสปั ดำห์ 80% 4-5 คร้งั ต่อสัปดำห์ 69 % อื่น% 1% อภปิ รายผลการทดลอง จำกกำรศึกษำควำมนิยมบริโภคจิ้งหรีดในตลำดบ้ำนดงแคนใหญ่.. ผู้ตอบแบบสอบถำมส่วนมำกเป็น เพศหญิง คิดเป็นร้อยละ79%อยู่ในช่วงอำยุ5-15 ปี คิดเป็นร้อยละ 45%รองลงมำคือช่วงอำยุ16-30 คิดเป็น รอ้ ยละ39% น้อยท่ีสุดคอื ช่วงอำย5ุ 0ปีขึน้ ไป คดิ เปน็ รอ้ ยละ 30% ประกอบอำชพี มำกที่สุดคือ นักเรียน คิดเป็น ร้อยละ70% รองลงมำคือเกษตรกร คิดเป็นร้อยละ 31%และน้อยท่ีสุดคือ ข้ำรำชกำร คิดเป็นร้อยละ4% ชอบนำจ้ิงหรีดไปทำอำหำรแบบ ทอด คิดเป็นร้อยละ 89% นำไปค่ัว คิดเป็นร้อยละ 61% นิยมรับประทำ จงิ้ หรดี พันธ์ ทองดำมำกทีส่ ุด คดิ เป็นร้อยละ 90% นอ้ ยทส่ี ุดคือ จิ้งโกร่ง 26% ปริมำณในกำรบริโภคจ้ิงหรีดแต่ ละครัง้ มำกทส่ี ุด คือ 300-400 กรัม คดิ เป็นรอ้ ยละ70% น้อยท่ีสุดคอื 500 กรัมข้ึนไป คดิ เป็นรอ้ ยละ 12% นำจ้ิงหรีดไปรับประทำนกับครอบครัวมมำกที่สุด คิดเป็นร้อยละ 83% น้อยที่สุดคือ กินคนเดียว คิดเป็น ร้อยละ 21% ชอบนำจิ้งหรีดไปรับประทำนกับ แจ่วมำกที่สุด คิดเป็นร้อยละ93% น้อยท่ีสุดคือ อื่นๆ คิดเป็น 6% ควำมถ่ีในกำรรับประทำน มำกท่ีสุดคือ 1-2 คร้ังต่อสัปดำห์ คิดเป็นร้อยละ 80% น้อยท่ีสุดคือ อ่นื ๆ 1% สรุปผล หลงั จำกที่เรำได้ไปศึกษำมำ ผตู้ อบแบบสอบถำมเป็นผ้หู ญงิ อยูใ่ นช่วงอำยุ 5-15 ปี ประกอบอำชีพคือ นักเรียน ชอบนำจิ้งหรีดไปทำอำหำรแบบทอด ชอบรับประทำนจ้ิงหรีดพันธ์ ทองดำ ปริมำณในกำรบริโภคจ้ิงหรีดแต่ละครั้งคือ 300-400 กรัม ชอบนำจ้ิงหรีดไปรับประกับครอบครัว ชอบนำ จ้ิงหรดี ไปรับประทำนกับแจ่ว ควำมถีใ่ นกำรรบั ประทำนจงิ้ หรีดคอื 1-2 คร้งั ต่อสัปดำห์.. จำกกำรศึกษำควำมนิยมบรโิ ภคจิ้งหรดี ในตลำดบ้ำนดงแคนใหญ่น้ี ผูท้ ี่สนใจหรือผทู้ ี่เก่ียวข้องสำมำรถ นำข้อมูลท่ไี ด้ไปใช้ประโยชน์เพื่อเป็นแนวทำงในกำรศึกษำพฤตกิ รรมกำรบริโภคจิ้งหรีดต่อไปและแม่ค้ำในตลำด สำมำรถนำเอำขอ้ มูลนไ้ี ปใชใ้ นกำรค้ำขำย ไดต้ ่อไป. เอกสารอ้างอิง วกิ พิ ีเดีย สำรำนุกรมเสรี. จงิ้ หรดี .สบื ค้นเม่อื วันที่ 25 กรกฎำคม 2561 จำกเวบไซต์ : https://th.wikipedia.org กองโภชนำกำร. 2530. คุณคำอำหำรไทย. โรงพมิ พองคกำรสงเครำะหทหำรผำนศกึ , กรงุ เทพฯ.อาหาร ของจิ้งหรีด สืบค้นเม่ือวันท่ี 25 กรกฎำคม 2561จำกเว็บไซด์ https://ag2.kku.ac.th/kaj/PDF/56_55_MAN2.pdf ทำจ้ิงหรีดลงุ บิว ศูนยก์ ำรเรียนรู้ กำรเพำะเลี้ยงจิง้ หรดี บำ้ นฟำร์มลงุ บิว การทาทไี่ ชเ้ ล้ียงจง้ิ หรดี .สบื คน้ เมื่อ วนั ท่ี 25 กรกฎำคม 2561 จำกเว็บไซด์ : http://xn--03cnior.blogspot.com/2011/05/blog- post_30.html คุณแม่พณิ ใครน่ ุ่นโพธิ์ บำ้ นเลขท่ี 104 หมทู่ ่ี 4 บ้ำนไผ่ ต. กลำงใหญ่ อ.เข่ืองใน จ. อุบลรำชธำนี ไห้ ควำมรเู้ รือ่ งกำรเล้ยี งจ้งิ หรีด เม่ือวันที่ 24 กรกฎำคม 2561 65

ภาคผนวก 66

โครงงาน RBL เร่ือง การสารวจความพงึ พอใจของผู้บรโิ ภคขา้ วเกรียบจงิ้ หรดี ชอื่ ผจู้ ัดทาโครงงาน เดก็ หญงิ แสงวรรณ สมหมำย เด็กหญิงอริสำ วงั อำจ เดก็ หญิงจรี นนั ท์ จนั มำ เดก็ ชำยอภิสิทธิ์ หอมหวน ครทู ่ีปรกึ ษา นำงนุชนำฏ โชตสวุ รรณ ศนู ย์พเี่ ลีย้ งมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โรงเรยี นสมเดจ็ พระญาณสงั วร ในพระสงั ฆราชปู ถัมภ์ อาเภอคาเขื่อนแก้ว จงั หวัดยโสธร สานกั งานเขตพนื้ ที่การศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 28 67

กติ ตกิ รรมประกาศ โครงงำนเรือ่ ง กำรศึกษำชนดิ ของอำหำรมีผลต่อกำรเจรญิ เติบโตจ้ิงหรีดสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยควำม กรณุ ำของอำจำรย์ท่ปี รึกษำโครงงำน ได้แก่ นำงนุชนำฏ โชตสวุ รรณ ทแ่ี นะนำ วิธกี ำรทำกำรศึกษำชนิดของ อำหำรมผี ลต่อกำรเจรญิ เติบโตจ้งิ หรีดจนสำเรจ็ ลลุ ่วงด้วยดี ขอบคุณผ้ใู หก้ ำรสนับสนนุ ทนุ สกว. ธนำคำรกสิกร ไทยและศนู ย์พ่ีเลีย้ งมหำวทิ ยำลยั อุบลรำชธำนีคณะผูจ้ ดั ทำจึงขอกรำบขอบพระคุณเปน็ อย่ำงสงู ไว้ ณ โอกำสน้ี ขอกรำบขอบพระคุณ บิดำ มำรดำ ที่ให้กำลังใจในกำรศึกษำเล่ำเรียนและสมำชิกในกลุ่ม ที่ให้ควำม รว่ มมอื เป็นอยำ่ งดี ในกำรทำโครงงำนครั้งน้ี จนกระท่งั ประสบควำมสำเรจ็ ด้วยดี 68

บทนา ทมี่ าและความสาคญั ของโครงงาน จิ้งหรีด (Cricket) เป็นแมลงเศรษฐกิจชนดิ หนง่ึ ทนี่ ยิ มเลย้ี งและนำมำบริโภคทวั่ ทุกภำคของประเทศ เน่อื งจำกมีรสชำตอิ ร่อย กรอบ มัน และมคี ุณค่ำทำงอำหำรสงู ปริมำณสำรอำหำรกลุม่ พลงั งำน โปรตีน และไขมนั สำหรับเกลอื แร่ที่มอี ยจู่ ำนวนมำก ได้แก่ ธำตุฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม วิตำมนิ ท่มี ีในจ้งิ หรดี คอื วิตำมนิ บี 1 และวิตำมินบี 2 ในอดีตมกี ำรจับจ้งิ หรดี ธรรมชำติมำบริโภคภำยในครัวเรือนหรอื สง่ จำหนำ่ ย ตำมชมุ ชนเท่ำนั้น แตเ่ นื่องด้วยเป็นแมลงที่เม่ือนำมำทอดแล้วมรี สชำติดี กรอบ มัน ทำใหม้ ีคนชน่ื ชอบมำก จนปัจจบุ นั มีกำรเพำะจงิ้ หรีดจำหนำ่ ยเพือ่ ให้เพยี งพอกบั ควำมตอ้ งกำร และควำมนิยมท่ีเพม่ิ มำกขึ้นในแตล่ ะ วันจ้ิงหรดี เปน็ แมลงท่มี ีลำตัวขนำดกลำงถึงขนำดใหญ่ ขำคู่หลังสว่ นตน้ มขี ยำยใหญ่ และแข็งแรง ใชส้ ำหรับ กระโดด ขำคูห่ น้ำมีขนำดเล็กกว่ำขำคหู่ ลงั มำก ใชส้ ำหรบั เดิน และเขีย่ อำหำร มหี นวดยำว 2 เส้น ขนำด เท่ำเส้นผมคนเรำ ควำมยำวหนวดประมำณ 3-5 ซม. และมำกกว่ำลำตวั หนวดมหี นำ้ ท่รี บั ควำมรสู้ ึก และ รบั กลนิ่ อำหำร มีปำกเปน็ แบบกดั กนิ ปีกขวำทบั ปีกซ้ำย ปกี คหู่ น้ำปกคลุมดว้ ยฟิล์มบำง ๆ พันธจุ์ ้ิงหรดี ทพ่ี บ ในไทย ซึง่ เปน็ ท่รี จู้ กั กันอย่ำงแพร่หลำย มี 4 ชนดิ ดงั นี้ 1. จิง้ โกร่ง (Brachtrupes Portentosus Lichtenstein) จ้ิงหรีดชนดิ นี้ บำงพนื้ ทเี่ รยี ก จโิ ปม, จง้ิ กุ่ง, จนิ ำย เป็นตน้ เป็นจิง้ หรีดขนำดใหญ่ ประกอบดว้ ยสว่ นหัว ส่วนอก และส่วนทอ้ ง ลำตวั ทกุ ส่วนมสี ี นำ้ ตำล ยกเว้นขำคูห่ ลงั สว่ นบนมสี เี หลอื ง และสว่ นท้องมีสี 2. จ้งิ หรีดทองดำ (Gryllus Bimaculatus Degeeer) เป็นจิ้งหรีดขนำดกลำง บำงพื้นที่เรยี ก จโิ หลน ประกอบด้วยส่วนหัว สว่ นอก และส่วนท้อง ลำตัว และปีกมีสดี ำหรอื น้ำตำลปนดำทั้งตวั 3. จิง้ หรีดทองแดง (Teleogryllus Testaceus Walker) บำงพนื้ ท่เี รียก จ้งิ หรดี นิล หรอื จินำย หรอื จ้งิ หรดี พมำ่ เป็นจง้ิ หรีดขนำดกลำง ประกอบดว้ ยสว่ นหัว สว่ นอก และสว่ นทอ้ ง ลำตัวทกุ ส่วนมสี ี นำ้ ตำลเขม้ 4. จ้ิงหรดี ทองลำย (Modicogryllus Confirmata Walker) จง้ิ หรดี ทองลำย หรือ นิยมเรยี กวำ่ แมง สดง้ิ ตัวผู้ และตัวเมยี มีอำยุเต็มวยั 38-60 วัน เปน็ จิ้งหรดี ขนำดกลำง ประกอบดว้ ยสว่ นหัว ส่วนอก และ ส่วนทอ้ ง ลำตวั ทกุ ส่วนมีสีเหลอื งแกมน้ำตำล มีลักษณะสเี ป็นลำย ในปจั จุบันกำรนำจงิ้ หรดี มำประกอบอำหำรยังไมเ่ ปน็ ท่ีแพร่หลำย ส่วนใหญ่จะนำมำทอดแล้วปรุงรส ชมุ ชนของกลุ่มผู้ทำโครงกำรมีกำรเพำะเล้ยี งจิง้ หรีดแลว้ นำไปขำย ซึง่ รำคำต่อกโิ ลกรัมน้ันกย็ งั ไม่สงู นกั กลุ่ม ผู้ทำโครงงำนจึงเกิดแนวควำมคดิ วำ่ หำกนำจง้ิ หรีดมำเพ่ิมมูลค่ำ โดยนำมำทำเป็นอำหำรท่ีคนทกุ เพศทุกวยั สำมำรถรับประทำนได้ นั่นคือนำมำทำเป็นขำ้ วเกรียบจ้งิ หรีดสมุนไพร โดยนำสมนุ ไพรในทอ้ งถน่ิ มำเพ่ิมคุณคำ่ ทำงโภชนำกำรใหก้ ับจ้งิ หรีดด้วย น่ำจะเป็นกำรเพ่ิมมูลคำ่ ให้กบั จิง้ หรดี และเสรมิ สรำ้ งอำชีพและรำยได้ให้กบั คนในชุมชน ตัวแปรและสมมุติฐานของโครงงาน สมมุติฐาน โครงงำนน้มี ีตัวแปรต่อไปนี้ และแสดงผังเหตุ-ผลในรปู ท่ี 1 ตัวแปรต้น ขำ้ วเกรยี บจิ้งหรดี สมนุ ไพร 3 สตู ร ตวั แปรตาม ผลควำมพงึ พอใจกำรบรโิ ภคจิง้ หรีด 69

ตวั แปรควบคมุ แหล่งวัตถุดิบ ,อุปกรณท์ ่ีใช้, อัตรำสว่ นของส่วนผสมในแตล่ ะสตู ร โครงงำนมตี ัวแปร ตอ่ ไปน้ี และแสดงแผนผังเหตุ-ผล ในรูปที่ 1 จิง้ หรีด ศกึ ษำหลักกำรตลำด สูตรข้ำวเกรียบ สำรวจควำมพึงพอใจ ใบกระเพำ จง้ิ หรีดสมุนไพร มนั มว่ ง Produck ขำ้ วเกรียบ ผลติ ข้ำวเกรยี บจิ้งหรีด จิง้ หรดี สมุนไพรที่มี สมนุ ไพร ขิง คุณภำพ Price รำคท่ีเหมำะสม จัดจำหนำ่ ยตำม Place กลมุ่ ผูบ้ รโิ ภค สถำนทตี่ ่ำงๆ Promotion มีกำร สง่ เสรมิ กำรขำย Peop ควำมน่ำเช่ือถือ สรุปรำยรบั -รำยจ่ำย รูปท่ี 1 ผงั เหตุ-ผล หรือตัวแปรต้น(เหต)ุ ตวั แปรตำม (ผล) ของโครงงำนฐำนวจิ ยั นี้ วธิ กี ารทดลอง 1. เตรียมวัตถดุ บิ ในกำรทดลอง 2. สำรวจควำมคิดเห็นของกลมุ่ เปำ้ หมำยเพ่ือคดิ สูตรข้ำวเกรยี บจง้ิ หรีดสมนุ ไพร 3. คดิ สูตรขำ้ วเกรยี บจิ้งหรีดสมุนไพร 3 สตู ร แล้วเตรยี มวตั ถดุ ิบตำมสูตรแต่ละสตู ร 4. ลงมอื ทำข้ำวเกรยี บจ้ิงหรดี สมุนไพรตำมสตู รแต่ละสตู ร 5. นำขำ้ วเกรยี บจิง้ หรดี สมนุ ไพรที่ได้ในแตล่ ะสตู รไปใหก้ ลุ่มเป้ำหมำยชมิ 6. แจกแบบสำรวจ 7. นำผลสำรวจควำมพงึ พอใจมำหำสถิติ 8. ไดส้ ตู รข้ำวเกรยี บจง้ิ หรดี สมุนไพรที่ไดร้ บั ควำมพึงพอใจมำกทสี่ ุด 9. นำสูตรท่ไี ด้จำกกำรสำรวจควำมพงึ พอใจมำประกอบกำรผลิต คอื ถำ้ สตู รท่ีมีควำมพึงพอใจมำก จะ ผลติ ขำ้ วเกรียบจิ้งหรดี สมุนไพรน้ันในปริมำณมำก ถ้ำสูตรท่ีมคี วำมพึงพอใจน้อย จะผลิตข้ำวเกรยี บ จิ้งหรดี สมนุ ไพรสูตรนั้นในปริมำณน้อย 10. จัดจำหนำ่ ยตำมสถำนทตี่ ำ่ ง ๆ เช่น โรงเรียน ตลำดในชมุ ชน และจดั สง่ ตำมคำสัง่ ซื้อ 11. สรุปรำยรบั – รำยจ่ำย 70

ผลการทดลอง แบบสอบความความต้องการเบื้องตน้ ก่อนที่จะคิดค้นสูตรข้ำวเกรียบจ้ิงหรีดเพ่ือสุขภำพ เรำได้นำแบบสอบถำมควำมต้องกำรเบ้ืองต้นไปแจกเพ่ือ ศกึ ษำควำมตอ้ งกำรและควำมนิยมของผู้บรโิ ภค ข้อมูลท่ัวไป หัวขอ้ ตวั เลอื ก จำนวน รอ้ ยละ เพศ ชำย 25 43.9 หญิง 32 56.1 อำยุ 5-10 2 3.5 11-15 30 52.6 16-20 17 29.8 มำกกวำ่ 20 ปี 4 14.1 หัวขอ้ ตวั เลือก จำนวน ร้อยละ 1.ข้ำวเกรียบที่อร่อยควรมีลักษณะอย่ำไร กรอบ 41 39.8 (ตอบไดม้ ำกกวำ่ 1 ขอ้ ) เผด็ 9 8.7 2.สถำนทีท่ ี่ควรขำย เค็ม 10 9.7 หวำน 20 19.4 3.ผู้ที่บริโภคข้ำวเกรียบมีอำยุ(ตอบได้ หอม 23 22.3 มำกกวำ่ 1 ขอ้ ) ตลำด 40 61.5 โรงเรียน 18 27.8 4.ผู้บริโภคจิ้งหรีดชื่นชอบจิ้งหรีดเพรำะ สหกรณห์ มบู่ ้ำน 7 10.7 เหตุใด 5-10 ปี 32 23.9 5.ข้ำวเกรียบจ้ิงหรีดเพื่อสุขภำพควรมี 11-15 ปี 44 32.8 รำคำสินคำ้ (บำท) 16-20 ปี 31 23.1 6.บรรจภุ ณั ฑ์ควรมีรูปแบบไหน 20 ปีข้ึนไป 27 20.2 ใหค้ วำมร้สู กึ อร่อย 22 33.8 7.ข้ำวเกรียบจิ้งหรีดเพื่อสุขภำพควรมี มสี ำรอำหำรหลำกหลำย 10 15.4 รปู แบบใด หำง่ำย มีในทอ้ งถนิ่ 33 50.8 10-20 บำท 43 75.4 30-40 บำท 13 22.8 50 บำทขน้ึ ไป 1 1.8 ถุงกระดำษ 40 64.5 ถงุ พลำสติก 17 27.4 กล่องพลำสตกิ 5 8.1 บรรจุในรปู แบบแห้งพร้อมทอด 20 32.8 บรรจใุ นรปู แบบทอดพร้อมทำน 41 67.2 71

หวั ข้อ ตัวเลอื ก จำนวน รอ้ ยละ 48 78.7 8.คุณคิดว่ำจะรับประทำนข้ำวเกรียบ ทำนเป็นของวำ่ ง 13 21.3 จ้ิงหรีดเพื่อสุขภำพในลักษณะใด ทำนคกู่ ับเคร่ืองด่ืม 44 42.7 31 30.1 9.คุณจะซ้ือข้ำวเกรียบจิ้งหรีดเพ่ือสุขภำพ ซอ้ื รบั ประทำนเอง 28 27.2 26 36.6 เพื่ออะไร ซอ้ื รบั ประทำนในครอบครัว 15 21.2 14 19.7 ซ้ือเป็นของฝำก 16 22.5 10.คุณจะซื้อข้ำว เกรียบจิ้งหรีดเพื่อ อร่อย สขุ ภำพเพรำะเหตุใด รำคำถูก มปี ระโยชน์ รับประทำนง่ำย แบบสอบถามความพงึ พอใจ เม่ือได้ผลิตภัณฑ์ข้ำวเกรียบจิ้งหรีดสมุนไพรแล้ว ได้นำไปทดลองกับกลุ่มตัวอย่ำง จำกนั้นทำกำรสำรวจ ควำมพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่ำงได้รับประทำนข้ำวเกรียบจ้ิงหรีดสมุนไพรโดยใช้แบบประเมิน ควำมพึงพอใจ แล้วนำข้อมูลมำและข้อเสนอแนะจำกกลุ่มตัวอย่ำงมำสรุปผลและเป็นแนวทำงในกำรพัฒนำและปรับปรุงสูตร ให้ดียิง่ ข้นึ โดยกลุม่ ของพวกเรำได้ทำกำรสำรวจควำมพึงพอใจในกำรบริโภคข้ำวเกรียบจ้ิงหรีดสมุนไพร จำกได้ สรุปผลคดิ เปน็ เปอร์เซน็ ต์ สรปุ ผลไดด้ ังตำรำง สตู ร รำยกำรประเมนิ ตัวเลอื ก จำนวน ร้อยละ 1.รสชาติ สีสนั กลนิ่ ของอาหาร มำกที่สดุ 1 2.9 20 58.8 มำก 12 35.4 1 2.9 ปำนกลำง 3 8.8 18 52.9 น้อย 13 38.3 0 0.0 2.ปริมาณของอาหารในภาชนะท่ีบรรจุ มำกที่สุด 2 5.9 20 58.9 มำก 9 26.4 ขิง ปำนกลำง 3 8.8 2 5.9 น้อย 23 67.6 9 26.5 3.ความกรอบของขา้ วเกรยี บ มำกทส่ี ุด 72 มำก ปำนกลำง น้อย 4.ความเหมาะสมและความเข้ากันของ มำกที่สดุ วัตถดุ ิบ มำก ปำนกลำง

สูตร รำยกำรประเมิน ตัวเลือก จำนวน ร้อยละ 5.ความสะอาดถกู หลกั อนามยั มำกท่ีสุด 7 20.6 22 64.7 มำก 5 14.7 0 0.0 ปำนกลำง 5 14.7 20 58.9 นอ้ ย 8 23.5 1 2.9 6.มีความร้เู ก่ยี วกบั อาหารท่ีทา มำกทส่ี ุด 1 2.9 14 41.2 มำก 19 55.9 ขิง ปำนกลำง 0 0.0 5 14.7 น้อย 17 50.0 12 35.3 7.การให้คาแนะนาแก่ผู้บริโภค มำกท่ีสุด 0 0.0 7 20.6 มำก 18 52.9 9 26.5 ปำนกลำง 0 0.0 5 14.7 นอ้ ย 23 67.6 6 17.7 8.ความเหมาะสมของราคา มำกที่สดุ 0 0.0 มำก จำนวน รอ้ ยละ ปำนกลำง 12 40.0 16 53.3 นอ้ ย 2 6.7 0 0.0 9.ความเหมาะสมและความสวยงาม มำกที่สุด ของบรรจภุ ณั ฑ์ มำก ปำนกลำง นอ้ ย 10.สามารถวางจาหนา่ ยได้ มำกทีส่ ุด มำก ปำนกลำง นอ้ ย สูตร รำยกำรประเมิน ตัวเลือก 1.รสชาติ สีสัน กลน่ิ ของอาหาร มำกที่สดุ กะเพรา มำก ปำนกลำง นอ้ ย 73

สูตร รำยกำรประเมนิ ตวั เลอื ก จำนวน รอ้ ยละ กะเพรา 2.ปริมาณของอาหารในภาชนะทีบ่ รรจุ มำกทสี่ ดุ 13 43.3 17 56.7 มำก 0 0.0 0 0.0 ปำนกลำง 10 33.3 17 56.7 นอ้ ย 3 10.0 0 0.0 3.ความกรอบของขา้ วเกรยี บ มำกที่สดุ 10 33.3 19 63.3 มำก 1 3.4 0 0.00 ปำนกลำง 15 50.0 15 50.0 น้อย 0 0.0 0 0.0 4.ความเหมาะสมและความเข้ากันของ มำกทส่ี ุด 6 20.0 19 63.3 วตั ถุดิบ มำก 5 16.7 0 0.0 ปำนกลำง 5 16.7 18 60.0 น้อย 7 23.3 0 0.0 5.ความสะอาดถกู หลักอนามัย มำกทส่ี ดุ 16 53.3 11 36.7 มำก 3 10.0 0 0.0 ปำนกลำง 10 33.3 นอ้ ย 17 56.7 3 10.0 6.มคี วามรเู้ กย่ี วกบั อาหารทท่ี า มำกทสี่ ดุ 0 0.0 14 46.7 มำก 14 46.7 2 6.6 ปำนกลำง 0 0.0 นอ้ ย 7.การให้คาแนะนาแก่ผู้บรโิ ภค มำกทสี่ ดุ มำก ปำนกลำง น้อย 8.ความเหมาะสมของราคา มำกทีส่ ดุ มำก ปำนกลำง นอ้ ย 9.ความเหมาะสมและความสวยงาม มำกที่สุด ของบรรจภุ ัณฑ์ มำก ปำนกลำง นอ้ ย 10.สามารถวางจาหน่ายได้ มำกทส่ี ุด มำก ปำนกลำง นอ้ ย 74

สตู ร รำยกำรประเมิน ตัวเลอื ก จำนวน ร้อยละ 1.รสชาติ สีสัน กลิ่นของอาหาร มำกที่สดุ 6 18.7 19 59.5 มำก 6 18.7 1 3.1 ปำนกลำง 7 21.9 10 31.3 น้อย 14 43.8 0 0.0 2.ปรมิ าณของอาหารในภาชนะท่ีบรรจุ มำกที่สุด 7 21.9 8 25.0 มนั มว่ ง มำก 16 50.0 1 3.1 ปำนกลำง 9 28.1 11 34.4 น้อย 12 37.5 0 0.0 3.ความกรอบของขา้ วเกรียบ มำกทส่ี ดุ 8 25.0 11 34.4 มำก 9 28.1 4 12.5 ปำนกลำง 8 25.0 8 25.0 นอ้ ย 14 43.8 2 6.2 4.ความเหมาะสมและความเข้ากันของ มำกท่ีสุด 5 15.6 16 50.0 วตั ถดุ บิ มำก 11 34.4 0 0.0 ปำนกลำง 9 28.1 นอ้ ย 7 21.9 15 46.9 5.ความสะอาดถกู หลักอนามยั มำกทส่ี ดุ 1 3.1 12 37.5 มำก 10 31.3 9 28.1 ปำนกลำง นอ้ ย 6.มีความรู้เก่ยี วกบั อาหารทีท่ า มำกทส่ี ดุ มำก ปำนกลำง นอ้ ย 7.การให้คาแนะนาแก่ผู้บรโิ ภค มำกที่สุด มำก ปำนกลำง น้อย 8.ความเหมาะสมของราคา มำกทส่ี ุด มำก ปำนกลำง น้อย 9.ความเหมาะสมและความสวยงาม มำกทีส่ ดุ ของบรรจภุ ณั ฑ์ มำก ปำนกลำง 75

สตู ร รำยกำรประเมนิ ตวั เลือก จำนวน รอ้ ยละ 10.สามารถวางจาหนา่ ยได้ มำกทส่ี ดุ 10 31.3 มนั มว่ ง มำก 9 28.1 ปำนกลำง 9 28.1 น้อย 4 12.5 นาผลทอี่ ยใู่ นเกณฑ์มากทีส่ ดุ ของแตล่ ะหวั ข้อประเมินมาเปรยี บเทียบขา้ วเกรยี บจิ้งหรีดท้งั 3 สูตร ไดผ้ ลดงั ตาราง รายการประเมนิ ค่าร้อยละความพึงพอใจท่ีอยู่ในระดับมากท่ีสดุ 1.รสชำติ สีสนั กลนิ่ อำหำร สตู รขงิ สตู รกะเพรา สตู รมนั ม่วง 2.ปริมำณของอำหำรในภำชนะที่บรรจุ 3.ควำมกรอบของข้ำวเกรยี บ 2.9 40.0 18.7 4.ควำมเหมำะสมและเขำ้ กนั ของวตั ถดุ ิบ 5.ควำมสะอำดถูกหลกั อนำมัย 8.8 43.3 21.9 6.มีควำมรู้เก่ียวกับอำหำรทที่ ำ 7.กำรใหค้ ำแนะนำแกผ่ ้บู ริโภค 5.9 33.3 21.9 8.ควำมเหมำะสมของรำคำ 9.ควำมเหมำะสมและควำมสวยงำมของ 5.9 33.3 28.1 บรรจุภัณฑ์ 10.สำมำรถวำงจำหน่ำยได้ 20.6 50.0 25.0 รวม 14.7 20.0 25.0 รอ้ ยละในภำพรวม 2.9 16.7 15.6 14.7 53.3 28.1 20.6 33.3 37.5 14.7 46.7 31.3 111.7 369.9 253.1 15.3 50.3 34.4 76

อภปิ รายผลการทดลอง ในกำรทำขำ้ วเกรียบจง้ิ หรีดเรำไดน้ ำแบบสอบถำมควำมต้องกำรเบื้องต้นไปให้กับกลุ่มตัวอย่ำงจำนวน 57 คนเพื่อประเมินควำมต้องกำรของผู้บริโภคข้ำวเกรียบจ้ิงหรีดสมุนไพร ส่วนที่หนึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐำนชอง ผู้บริโภคพบว่ำ เป็นเพศชำยร้อยละ 43.9 เพศหญิงร้อยละ 56.1 อำยุ 5-10 ปี ร้อยละ 3.5 , 11-15 ร้อยละ 52.6 , 16-20 ปี ร้อยละ 29.8 , 20 ปีข้ึนไป ร้อยละ 14.1 ส่วนที่สอง เป็นกำรประเมินควำมต้องกำรของ ผู้บรโิ ภคขำ้ วเกรียบจ้งิ หรีดสมนุ ไพร นำเกณฑ์มำกที่สุดของแต่ละรำยกำรมำประเมินวิเครำะห์ข้อมูลพบว่ำ ข้ำว เกรียบทีอ่ รอ่ ยควรมีลกั ษณะอย่ำไร มำกที่สุด กรอบ รอ้ ยละ 39.8 สถำนที่ทค่ี วรขำย ตลำด ร้อยละ 61.5 ผทู้ ่บี ริโภคข้ำวเกรียบมอี ำยุ 11-15 ปี รอ้ ยละ 32.8 ผูบ้ รโิ ภคจิ้งหรดี ช่ืนชอบจง้ิ หรีดเพรำะเหตุใด มำกท่ีสุด หำ งำ่ ยมใี นทอ้ งถิน่ ร้อยละ 50.8 ข้ำวเกรยี บจงิ้ หรีดเพื่อสขุ ภำพควรมีรำคำสนิ คำ้ (บำท) 10-20 บำท ร้อยละ 75.4 บรรจุภัณฑ์ควรมีรูปแบบไหน ถุงกระดำษ ร้อยละ 64.5 ข้ำวเกรียบจิ้งหรีดเพื่อสุขภำพควรมีรูปแบบใด อยู่ใน รปู แบบทอดพรอ้ มทำน รอ้ ยละ 67.2 คณุ คิดวำ่ จะรบั ประทำนข้ำวเกรียบจ้ิงหรีดเพ่ือสุขภำพในลักษณะใด ทำน เป็นของว่ำง ร้อยละ 78.7 คุณจะซ้ือข้ำวเกรียบจ้ิงหรีดเพ่ือสุขภำพเพื่ออะไร ซื้อรับประทำนเอง ร้อยละ 42.7 คุณจะซื้อข้ำวเกรียบจ้ิงหรีดเพ่ือสุขภำพเพรำะเหตุใด อร่อย ร้อยละ 36.6 ในตอนที่สองเป็นแบบสอบถำม ควำมพงึ พอใจของผู้บริโภค ประเมินวเิ ครำะห์พบวำ่ รสชำติ สสี ัน กลิ่นอำหำร สูตรขงิ รอ้ ยละ 2.9 สูตรกะเพรำ รอ้ ยละ 40.0 สูตรมันม่วง ร้อยละ 18.7 ปริมำณของอำหำรในภำชนะท่ีบรรจุ สูตรขิง ร้อยละ 8.8 สูตร กะเพรำ ร้อยละ 43.3 สูตรมันม่วง ร้อยละ 21.9 ควำมกรอบของข้ำวเกรียบ สูตรขิง ร้อยละ 5.9 สูตรกะเพรำ ร้อยละ 33.3 สูตรมันม่วง ร้อยละ 21.9 ควำมเหมำะสมและเข้ำกันของวัตถุดิบ สูตรขิง ร้อยละ 5.9 สูตร กะเพรำ ร้อยละ 33.3 สูตรมนั มว่ ง รอ้ ยละ 28.1 ควำมสะอำดถูกหลกั อนำมยั สตู รขิง ร้อยละ20.6 สูตรกะเพรำ ร้อยละ 50.0 สูตรมันม่วง ร้อยละ 25.0 มีควำมรู้เก่ียวกับอำหำรที่ทำ สูตรขิง ร้อยละ 14.7 สูตรกะเพรำ ร้อย ละ 20.0 สูตรมันมว่ ง ร้อยละ 25.0 กำรให้คำแนะนำแกผ่ ูบ้ ริโภค สูตรขิง ร้อยละ 2.9 สูตรกะเพรำ ร้อย ละ 16.7 สูตรมันม่วง ร้อยละ 15.6ควำมเหมำะสมของรำคำ สูตรขิง ร้อยละ 14.7 สูตรกะเพรำ ร้อยละ 53.3 77

สตู รมันม่วง ร้อยละ 28.1 ควำมเหมำะสมและควำมสวยงำมของบรรจุภัณฑ์ สูตรขิง ร้อยละ 20.6 สูตรกะเพรำ ร้อยละ 33.3 สูตรมันม่วง ร้อยละ 37.5 สำมำรถวำงจำหน่ำยได้ สูตรขิง ร้อยละ 14.7 สูตรกะเพรำ ร้อยละ 46.7 สตู รมนั มว่ ง ร้อยละ 31.3 สรุปผล ในกำรทำโครงงำนวจิ ยั เร่อื ง กำรสำรวจควำมพึงพอใจของผ้บู ริโภคข้ำวเกรียบจิ้งหรีด พวกเรำได้คิดค้น ขำ้ วเกรียบจ้ิงหรดี สมนุ ไพรขึ้นมำ 3 สตู ร โดยนำจงิ้ หรีดและสมุนไพร นำมำผสมผสำนกับข้ำวเกรียบ จึงเป็นข้ำว เกรียบจิ้งหรีดสมุนไพร ท่ีเรำได้ดัดแปลงเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ก่อนที่คิดค้นสูตรท้ัง 3 สูตร ได้นำแบบสอบถำม ควำมต้องของผบู้ ริโภคใหก้ บั กลมุ่ ตวั อยำ่ งจำนวน 57 คน ในกลุม่ อำยุ 5-10 ปี , 11-15 ปี , 16-20 ปี , 20 ปีข้ึน ไปมีควำมต้องกำร ข้ำวเกรียบท่ีมีควำมกรอบ หอม หำง่ำยมีในท้องถ่ิน บรรจุในแบบทอดพร้อมทำนในถุง กระดำษ ทำนเป็นของว่ำง รำคำถูก และควรจำหน่ำยท่ีตลำด เมื่อได้แบบประเมินควำมต้องกำรของผู้บริโภค เรำจึงคิดค้นสูตร 3 สูตร คือ ขิง กะเพรำ มันม่วง เม่ือได้ผลิตภัณฑ์ท้ัง 3 สูตร จึงนำไปให้กลุ่มตัวอย่ำง สูตรละ 33 คนรวม 99 คน มคี วำมพึงพอใจข้ำวเกรียบสตู รกะเพรำมำกว่ำ สตู รขงิ และสตู รมันม่วง และทำแบบประเมิน ในด้ำนต่ำงๆ พบว่ำ สูตรข้ำวเกรียบจ้ิงหรีดสมุนไพร ท่ีมีระดับควำมพึงพอใจมำกท่ีสุดคือ สูตรกะเพรำ ร้อยละ 50.3 รองลงมำคือสตู รมนั มว่ ง ร้อยละ 34.4 และสตู รสดุ ทำ้ ยคอื สตู รขงิ ร้อยละ 15.3 เอกสารอ้างอิง 1. ความรู้เก่ยี วกับจิ้งหรดี กรมปศุสตั ว์.2561.ชื่อเรือ่ ง จง้ิ หรดี (ออนไลน)์ .แหลง่ ทีม่ ำ:www.pasusat.com.ค้นเม่อื วนั ท่ี 26 มถิ นุ ำยน พ.ศ.2561. เกษตรกรกำ้ วหน้ำ.2559.ชอ่ื เร่อื ง พาไปดูฟารม์ จ้ิงหรดี เงนิ ล้าน(ออนไลน)์ .แหล่งที่มำ: www.matichon.co.th.คน้ เม่ือ วันที่ 26 มถิ นุ ำยน พ.ศ.2561. นิติกำรณุ ย์ มงิ่ รจุ ริ ำลัย.2561.ชือ่ เรือ่ ง จ้งิ หรีดแหลง่ โปรตีนที่สาคัญของมนุษย์(ออนไลน)์ .แหลง่ ทม่ี ำ: www.thairath.co.th.ค้นเมื่อ วันท่ี 26 มถิ นุ ำยน พ.ศ.2561. ศนู ย์ส่งเสริมเทคโนโลยีกำรเกษตรด้ำนแมลงเศรษฐกิจ จังหวัดเชียงใหม่.2561.ช่ือเร่ือง จ้ิงหรดี (ออนไลน์).แหลง่ ท่มี ำ: http://www.aopdb04.doae.go.th.คน้ เม่ือ วันท่ี 26 มถิ นุ ำยน พ.ศ.2561. 2. ข้าวเกรยี บ สมสว่ น รกั กสกิ รณ์.2561.ช่อื เรือ่ ง ข้าวเกรยี บสมนุ ไพร(ออนไลน์).แหล่งทีม่ ำ: www.otoptoday.com.คน้ เมื่อ วนั ท่ี 28 มถิ ุนำยน พ.ศ.2561. Sofia hawae.2559.ช่ือเร่อื ง ขา้ วเกรียบหลากรส(ออนไลน์).แหลง่ ท่มี ำ: 1254555555.blogspot.com.ค้นเมอื่ วนั ที่ 28 มถิ ุนำยน พ.ศ.2561. แตง แม่ไขค่ ำรเ์ วียร์.2550.ชอ่ื เรอ่ื ง ข้าวเกรยี บกุ้ง ขา้ วเกรียบปู ขา้ วเกรียบปลา(ออนไลน)์ .แหล่งที่มำ: http://www.kruaklaibaan.com.คน้ เมือ่ วนั ท่ี 29 มิถุนำยน พ.ศ.2561. 78

แบบสอบถาม แบบสอบถามท่ี 1 ศึกษำควำมตอ้ งกำรและควำมนยิ มของขำ้ วเกรยี บจิ้งหรดี สมุนไพรท่จี ะดำเนินคดิ ค้นสูตรและผลิตข้ึน โดยวิธีกำรสำรวจว่ำคนส่วนใหญร่ ูจ้ กั ข้ำวเกรยี บจ้ิงหรดี สมุนไพรหรือไม่ และมีควำมต้องกำรทจ่ี ะบรโิ ภคข้ำว เกรยี บจง้ิ หรีดสมุนไพรเพยี งใดในกล่มุ เป้ำหมำย คำชี้แจง ใหผ้ ู้ทำแบบสอบถำมทำเคร่ืองหมำย  ใน หน้ำคำตอบที่ตรงกับข้อมลู ของผู้ทำแบบสอบถำม ข้อมลู ทัว่ ไป เพศ : ชำย หญิง อำยุ: 5-10 ปี 11-15ปี 16-20 ปี มำกกวำ่ 20 ปี 1. ข้ำวเกรยี บทอี่ ร่อยควรมีลักษณะอย่ำง ( ตอบได้มำกกว่ำ 1 คำตอบ) กรอบ เผ็ด เคม็ หวำน หอม 2. สถำนท่ที ่ีควรขำย โรงเรยี น สหกรณห์ มูบ่ ำ้ น ตลำด 3. ผู้ท่จี ะบริโภคขำ้ วเกรยี บมีอำยุประมำณ ( ตอบไดม้ ำกกว่ำ 1 คำตอบ) 5-10 ปี 11-15 ปี 16-20 ปี 20 ปีขน้ึ ไป 4. ผบู้ ริโภคจิ้งหรีดช่นื ชอบจง้ิ หรดี เพรำะเหตุใด ให้ควำมรสู้ ึกอร่อย มสี ำรอำหำรหลำกหลำย หำง่ำย มีในทอ้ งถนิ่ 5. ข้ำวเกรียบจง้ิ หรดี สมนุ ไพรควรมีรำคำสนิ คำ้ (บำท) 10 – 20 บำท 30 – 40 บำท 50 บำทข้นึ ไป 6.บรรจภุ ัณฑค์ วรมรี ูปแบบไหน ถงุ กระดำษ ถงุ พลำสตกิ กลอ่ งพลำสตกิ 7. ขำ้ วเกรยี บจิง้ หรีดสมนุ ไพรควรมีรปู แบบใด บรรจใุ นรปู แบบทอดแล้วพร้อมทำน บรรจใุ นรปู แบบแหง้ พร้อมทอด 8. คณุ คดิ ว่ำจะรบั ประทำนข้ำวเกรยี บจ้งิ หรดี สมุนไพรในลักษณะใด ทำนเปน็ ของว่ำง ทำนค่กู บั เคร่ืองด่ืม 9. คุณจะซื้อข้ำวเกรียบจิ้งหรีดสมนุ ไพรเพ่ืออะไร ( ตอบได้มำกกวำ่ 1 คำตอบ) ซื้อรบั ประทำนเอง ซื้อรับประทำนในครอบครัว ซื้อเปน็ ของฝำก 10. คุณจะซื้อขำ้ วเกรียบจิ้งหรีดสมนุ ไพรเพรำะเหตุใด 79

อร่อย รำคำถกู มปี ระโยชน์ รบั ประทำนงำ่ ย แบบสอบถามท่ี 2 สำรวจควำมพึงพอใจต่อข้ำวเกรียบจงิ้ หรีดสมุนไพรทงั้ 3 สูตร โดยกำรนำวัตถดุ บิ แต่ละอย่ำงใน ปริมำณเทำ่ กนั กระบวนกำรผลติ ทีเ่ หมือนกัน เพื่อเป็นตวั ควบคุมเพือ่ ศึกษำว่ำ ข้ำวเกรียบจง้ิ หรดี สมนุ ไพร สตู รใดท่ีได้รับควำมพึงพอใจในกลมุ่ เป้ำหมำย (หมำยเหตุ: แบบสอบถำมฉบับนจี้ ะสอบถำมเหมือนกนั ท้งั 3 สูตร) ขอ้ มูลท่ัวไป หญงิ เพศ : ชำย อำยุ: 5 – 10 ปี 10 – 15 ปี 15 - 20 ปี 20 ปีขนึ้ ไป ควำมพึงพอใจ ระดบั ควำมพงึ พอใจในกำรทำนข้ำวเกรยี บจง้ิ หรดี สมนุ ไพร มำกทส่ี ุด มำก ปำนกลำง นอ้ ย 1) รสชำติ สีสนั กลนิ่ ของอำหำร 2) ปรมิ ำณของอำหำรในภำชนะที่ บรรจุ 3) ควำมกรอบของข้ำวเกรียบ 4) ควำมเหมำะสมและเขำ้ กนั ของ วัตถุดิบ 5) ควำมสะอำดถูกหลกั อนำมัย 6) มคี วำมรเู้ กย่ี วกับอำหำรทท่ี ำ 7) กำรให้คำแนะนำแก่ผบู้ รโิ ภค 8) ควำมเหมำะสมของรำคำ 9) ควำมเหมำะสมและควำมสวยงำม ของบรรจภุ ัณฑ์ 10) สำมำรถวำงจำหนำ่ ยได้ คำแนะนำ…………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………...…………………………………………………………………………………………………. 80

ภาพการทดลอง 81

โครงงาน RBL เร่อื ง กำรศกึ ษำทดลองอตั รำส่วนของอำหำรมีผลต่อกำรเจริญเติบโตของจิ้งหรดี ชือ่ ผ้จู ัดทาโครงงาน ด.ญ.ยลดำ สีงำม ด.ญ.ธดิ ำรัตน์ ตรงกลำง ด.ญ.พนพนิ จิ ทองทำ ด.ญ.ณฐั ชำ สตั พนั ธ์ ครูท่ปี รกึ ษา นำง สำคร ทองเทพ ศูนย์พเ่ี ลยี้ งมหาวิทยาลยั อุบลราชธานี โรงเรียนสมเดจ็ พระญาณสงั วร ในพระสงั ฆราชูปถัมภ์ อาเภอคาเขอ่ื นแก้ว จงั หวดั ยโสธร 82

สานักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษามัธยมศกึ ษา เขต 28 กติ ตกิ รรมประกาศ โครงงำนเร่ือง กำรศึกษำชนิดของอำหำรมีผลต่อกำรเจริญเติบโตจ้ิงหรีดสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยควำม กรุณำของอำจำรย์ทปี่ รกึ ษำโครงงำน ได้แก่ นำง สำคร ทองเทพ ทแ่ี นะนำ วิธกี ำรทำกำรศึกษำชนิดของอำหำร มีผลต่อกำรเจริญเติบโตจิ้งหรีดจนสำเร็จลุล่วงด้วยดี ขอบคุณผู้ให้กำรสนับสนุนทุน สกว. ธนำคำรกสิกรไทย และศูนย์พเ่ี ลย้ี งมหำวทิ ยำลัยอุบลรำชธำนคี ณะผจู้ ัดทำจงึ ขอกรำบขอบพระคุณเป็นอย่ำงสูงไว้ ณ โอกำสนี้ ขอกรำบขอบพระคุณ บิดำ มำรดำ ที่ให้กำลังใจในกำรศึกษำเล่ำเรียนและสมำชิกในกลุ่ม ท่ีให้ควำม รว่ มมือเป็นอยำ่ งดี ในกำรทำโครงงำนคร้งั นี้ จนกระทัง่ ประสบควำมสำเรจ็ ดว้ ยดี 83

บทนา ทมี่ าและความสาคญั ของโครงงาน จง้ิ หรีดเป็นแมลงท่คี นท่ัวไปนิยมรับประทำนหำไดต้ ำมธรรมชำติเปน็ แหล่งอำหำรโปรตนี ท่ีสำมำรถหำได้ ตำมฤดูกำล ปจั จุบันมคี วำมนิยมในกำรบริโภคจง้ิ หรดี และสภำพแวดล้อมทเี่ ปลย่ี นไป กำรลำ่ จำกธรรมชำติมี ปริมำณลดลง ทำใหจ้ ง้ิ หรดี ไม่ไดเ้ ป็นแมลงท่หี ำได้งำ่ ยในท้องถ่ิน และในบำงฤดจู ะมีมำก บำงฤดแู ทบหำไมไ่ ด้ เลย เชน่ ในฤดูหนำว จงิ้ หรีดจะขยำยพนั ธ์ช้ำ หำกมีกำรเล้ียงและกำรจดั กำรที่ดจี ะมจี ้ิงหรีดไว้บริโภคหรือ จำหน่ำยไดต้ ลอดปี “กำรเลี้ยงจ้งิ หรีด” ถอื วำ่ เป็นอำชีพเสรมิ รำยได้ให้ ครอบครัว โดยใช้เวลำว่ำงให้เกดิ ประโยชน์ ลดกำรลำ่ จำกธรรมชำติ อีกทั้งกำรเล้ียงทเี่ หมำะสม ยงั ทำให้มีควำมปลอดภยั ตอ่ กำรบริโภค เน่ืองจำกจ้ิงหรีดเปน็ อำหำรท่มี โี ปรตนี สูง เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อรำ่ งกำย ลมี ีรำคำถูก มผี นู้ ยิ มเลี้ยงเพ่ือ รับประทำนเองและหำรำยได้ ดงั นัน้ กลุ่มพวกเรำจงึ สนใจในกำรทดลองเลี้ยงจง้ิ หรีดเพอื่ เป็นแหลง่ อำหำรใช้เปน็ อำหำรได้ทุกฤดูกำล โดยมีประเดน็ คำถำมว่ำอำหำรชนดิ ใด(สูตรใด)ทำใหจ้ ้ิงหรดี เจรญิ เตบิ โตไดด้ กี ว่ำกนั และลดต้นทนุ กำรผลิต ตวั แปรและสมมุติฐานของโครงงาน สมมติฐาน อำหำรสตู รท่ี 2 (ปลำยข้ำว: ใบหมอ่ น : ข้ำวโพดแห้งในอัตรำสว่ น1:1:1) จะทำใหจ้ ง้ิ หรดี เจริญเตบิ โตได้ดีกว่ำทุกสูตร ตวั แปร ตวั แปรอิสระ(ตวั แปรตน้ ) ไดแ้ ก่ อำหำร(3สตู ร) และปรมิ ำณอัตรำสว่ นของอำหำรที่มีผลต่อกำร เจริญเติบโตของจ้ิงหรีด ตัวแปรตาม ไดแ้ ก่ กำรเจริญเตบิ โตของจิ้งหรดี (ขนำดและควำมยำวลำตวั ของจิง้ หรีด) ตวั แปรควบคมุ ได้แก่ สำยพันธเุ์ ดยี วกนั อำยเุ ท่ำกนั ระยะเวลำในกำรไห้อำหำรเทำ่ กนั ระยะเวลำในกำร ทดลองเท่ำกนั โครงงำนมีตวั แปรต่อไปน้ี และแสดงแผนผงั เหตุ-ผล ในรูปที่ 1 รำ:ใบหม่อน:ข้ำวโพดแหง้ รำ:ใบหมอ่ น:ขำ้ วโพดแหง้ ขนำดลำตัว นำ้ หนกั กำรเจรญิ เติบโต 2:1:2 1:1:1 อำหำร จิง้ หรีด อำหำรสำเรจ็ รปู น้ำ รูปที่ 1 ผังเหตุ-ผล หรอื ตัวแปรตน้ (เหตุ) ตวั แปรตำม (ผล) ของโครงงำนฐำนวิจยั น้ี 84

วิธีการทดลอง 1. ใช้ทอ่ ขนำดเสน้ ผ่ำนศนู ย์กลำง 100 ซม. จำนวน 3 บอ่ เป็นทอ่ี ยู่ในกำรเลี้ยงจง้ิ หรดี 2. อำหำร ชนิดที่ 1 คือ อำหำรสำเร็จรูป ซง่ึ มีขำยทั่วไป อำหำร ชนดิ ที่ 2 และ 3 คอื สตู รอำหำรท่ีเรำคิดขึ้นเองโดยมี รำ :ใบหม่อน : ข้ำวโพดแห้ง ในอัตรำส่วนท่ี 1 คือ 1 : 1 : 1 ในอตั รำส่วนที่ 2 คอื 2 : 1 : 2 โดยนำ รำ : ใบหมอ่ น :ขำ้ วโพดแหง้ มำบดเขำ้ กนั ให้ละเอียด 3. กำรใหอ้ ำหำร ให้ในปรมิ ำณท่ีเทำ่ กนั ขนำดเดียวกันและมีระยะเวลำในกำรให้อำหำรทเี่ ทำ่ กัน การสร้างเหตุ ( ตวั แปรต้น หรอื เปน็ สิ่งท่สี ร้างได้ วัดได้ ) ทีจ่ ะใช้เล้ยี งไดแ้ ก่ ชนิดท่ี 1 คือ อำหำรสำเรจ็ รูป ชนิดที่ 2 คอื สูตร 1 ใช้ รำ :ใบหมอ่ น :ขำ้ วโพดแห้ง 1 : 1 : 1 ชนดิ ท่ี 3 คอื สตู ร 2 ใช้ รำ :ใบหมอ่ น : ขำ้ วโพดแหง้ 2 : 1 : 2 การควบคมุ เหตุ( ตัวแปรควบคุม หรือเหตทุ ่คี ุมไว้ไมใ่ หส้ ่งไปกอ่ ให้เกิดผล ) - สถำนกำรณ์ทีใ่ ช้เล้ยี งดว้ ยกัน - ให้อำหำรในระยะเวลำท่เี ท่ำกัน - ใหอ้ ำหำรปรมิ ำณท่ีเทำ่ กัน - ควบคมุ ปรมิ ำณจ้ิงหรดี - ใหป้ ริมำณน้ำในขนำดท่เี ท่ำกัน การวดั ผล( ตัวแปรตามเป็นสิ่งทสี่ ังเกตได้ วัดได้ ) วดั ไดโ้ ดยดูคำ่ เฉล่ยี ของควำมยำวลำตวั และน้ำหนักในจิง้ หรีดบอท่ี 1 บอ่ ที่ 2 และ 3 วำ่ แตกตำ่ งกนั อย่ำงไร บันทึกผลกำรทดลองเป็นสัปดำห์ จนครบ 5 สัปดำห์ หรือ 35 วัน เปน็ วันท่ีจงิ้ หรีดเจรญิ เติบโตจน สมบูรณ์ 85

ผลการทดลอง ชนิด ผลกำรทดลอง อำหำร สัปดำห์ท่1ี สปั ดำห์ท2่ี สัปดำห์ท3่ี สปั ดำห์ท4่ี สปั ดำห์ท5ี่ สัปดำห์ท6ี่ สัปดำห์ท7่ี อำหำรสำเรจ็ รปู เรม่ิ เป็นตัวเลก็ ๆ จ้งิ หรีดยำว0.2 จ้ิงหรีดยำว0.5 จ้ิงหรดี ยำว0.8 จิ้งหรดี ยำว1.3 จ้งิ หรดี ยำว1.8 จง้ิ หรีดยำว2 เร่ิมเป็นตวั เล็กๆ เซนตเิ มตร เซนติเมตร เซนติเมตรมี เซนติเมตรก้น เซนติเมตรเรม่ิ เซนตเิ มตร ปกี ปลำยขำ้ ว:ใบ มจี ำนวนมำก จ้งิ หรดี ขนำดของตัว ของจิ้งหรดี จะ มปี ีกส้ันๆ กิน ยำวข้นึ และเริ่ม หมอ่ น:ขำ้ วโพด ข้ึน เรม่ิ ตวั โตข้ึน เพิ่มขน้ึ และกนิ อ้วนกวำ่ บอ่ ื่นๆ อำหำรมำกกว่ำ รอ้ งบำงตัว แห้ง ตำมลำดบั อำหำรมำกกว่ำ บอ่ อน่ื ๆและตวั กำลังจะฟกั ไข่ จ้งิ หรดี ยำว0.1 บอ่ ื่นตวั โตกว่ำ จง้ิ หรดี ยำว1.3 โตกว่ำบ่อ่นื 2:1:1 เซนติเมตรมี จิง้ หรดี ยำว0.3 บ่อืน่ เซนติเมตร ก้น จิ้งหรดี ยำว1.5 จำนวนมำกขึ้น เซนติเมตร ของจิ้งหรดี จะ จง้ิ หรดี ยำว1.6 เซนติเมตรเริม่ จิ้งหรดี จง้ิ หรดี ยำว0.5 เรยี วยำว เซนตเิ มตรเริ่ม มปี ีกยำวใน เรมิ่ ตัวโตขน้ึ เซนตเิ มตร กินอำหำรมำก บำงตัวและกนิ ตำมลำดบั ขนำดของตัว ขน้ึ และบำงตัว อำหำรมำก เพม่ิ ขน้ึ และกิน จะมีปีกสน้ั ๆ เพิ่มขน้ึ อำหำรมำกกว่ำ ปกติ ปลำยข้ำว:ใบ เรม่ิ เปน็ ตัวเล็กๆ จิ้งหรดี ยำว0.1 จง้ิ หรีดยำว0.3 จ้ิงหรดี ยำว0.5 จิ้งหรดี ยำว1.3 จง้ิ หรีดยำว1.6 จ้งิ หรีดยำว1.5 หมอ่ น:ข้ำวโพด เซนติเมตรมี เซนติเมตร เซนติเมตร เซนตเิ มตรกน้ เซนติเมตร เร่ิม เซนตเิ มตรเร่ิม แห้ง จำนวนมำกขึ้น จง้ิ หรีด ขนำดของตวั ของจงิ้ หรีดจะ กินอำหำรมำก มีปกี ยำวใน เรม่ิ ตวั โตขึ้น เพิ่มขึ้นและกนิ เรยี วยำว ขึ้นและบำงตัว บำงตัวและกนิ 1:2:1 ตำมลำดับ อำหำรมำกกวำ่ จะมปี กี สน้ั ๆ อำหำรมำก ปกติ เพิ่มขนึ้ ปลำยขำ้ ว:ใบ เริ่มเป็นตัวเล็กๆ จง้ิ หรดี ยำว0.1 จิง้ หรดี ยำว0.3 จิ้งหรดี ยำว0.5 จง้ิ หรดี ยำว1.3 จงิ้ หรดี ยำว1.6 จิง้ หรดี ยำว1.5 หม่อน:ข้ำวโพด เซนติเมตรมี เซนติเมตร เซนติเมตร เซนติเมตรกน้ เซนตเิ มตรเร่มิ เซนตเิ มตรเรม่ิ แหง้ จำนวนมำกขน้ึ จง้ิ หรีด ขนำดของตัว ของจิง้ หรีดจะ กินอำหำรมำก มีปกี ยำวใน เริ่มตัวโตขน้ึ เพมิ่ ขึน้ และกนิ เรียวยำว ขึ้นและบำงตัว บำงตวั และกนิ 1:1:2 ตำมลำดบั อำหำรมำกกวำ่ จะมีปีกสน้ั ๆ อำหำรมำก ปกติ เพิ่มขึน้ 86

อภปิ รายผลการทดลอง จำกกำรท่ีได้เขำ้ ร่วมโครงกำรนี้โดยทำกจิ กรรมหลำยๆอยำ่ ง รวมถึงกำรทดลองเลย้ี งจ้ิงหรีดภำยในเวลำ ท่ผี ่ำนมำทั้งหมดไดเ้ รยี นรู้กำรทำสงิ่ ใหม่อยำ่ งท่ีไม่เคยทำมำกอ่ น โครงกำรนท้ี ำใหเ้ รำมคี วำมรบั ผดิ ชอบมำกข้ึน ไดท้ ำงำนร่วมกับเพ่อื นๆในกลุ่ม ลงมือปฏิบัตดิ ้วยตนเอง ช่วยกันแก้ไขปัญหำ ทำให้พวกเรำผ่ำนปัญหำน้นั มำได้ กำรเลย้ี งจ้ิงหรีดแตล่ ะโอ่งในอำหำรแต่ละชนิดและอัตรำส่วนท่แี ตกตำ่ งกนั มรี ะยะเวลำทดลอง 7 สปั ดำหท์ ำให้ เรำไดศ้ ึกษำเรยี นรู้ในกำรเจริญเตบิ โตของจ้ิงหรดี โดยให้อำหำรจิ้งหรีดท่ีแตกต่ำงกนั ในปริมำณทเี่ ทำ่ กนั เวลำ เดยี วกัน อำหำรสำเรจ็ รูปและอำหำรคิดขนึ้ เองนัน้ ไม่ตำ่ งกนั มำกนกั เรำสำมำรถใช้สูตรอำหำรทล่ี ดงบประมำณ และใชข้ องท่ีมีอยแู่ ทนได้ กลุ่มของเรำใช้ ปลำยข้ำว ใบหม่อน ขำ้ วโพดแหง้ ซงึ่ มีอยใู่ นท้องถิ่น มีสรรพคุณต่ำงๆ นำๆและยังสำมำรถใช้อำหำรชนดิ อื่นได้เชน่ รำ ฟักทอง หญ้ำเนเปยี เปน็ ต้น จำกกำรเลย้ี งในบำงคร้ังจิ้งหรีด ต้องกำรแสงแดด เพรำะ จงิ้ หรีดชอบควำมอบอนุ่ อำหำรท่คี ิดขึน้ เอง สูตรท่ี 1 ในอัตรำส่วน 2:1:1 จง้ิ หรีดมจี ำนวนมำกขึ้น เจริญเติบโตขน้ึ ตำมลำดบั กิน อำหำรมำกขนึ้ สว่ นมำกจะมีก้นเรยี วยำวเร่มิ มีปีกตำมลำดับ สตู รท่ี 2 อตั รำส่วน 1:2:1 จง้ิ หรีดมกี ำร เจริญเตบิ โตและเปลยี่ นแปลงไปจะมีก้นจะเรยี วยำว สว่ นนอ้ ย สูตรที่ 3 อัตรำส่วน 1:1:2 มปี ีกยำวมีก้นเรยี ว ยำว ในบำงตวั อำหำรท่ีคิดขึน้ เอง 3 สตู รน้ี มีกำรเจรญิ เตบิ โตแตกต่ำงกันไม่มำกนักหรือไม่แตกต่ำงกันเลยกว็ ่ำ ได้ สรุปผล อำหำรสำเร็จรปู ทำให้จ้ิงหรีดเจริญเตบิ โตไดด้ ีกว่ำ อำหำรที่คดิ ข้นึ มำเอง 3 สูตรน้ี มีกำรเจริญเตบิ โต จิง้ หรีดแตกตำ่ งกนั ไมม่ ำกนักหรอื ไม่แตกต่ำงกนั เลยก็วำ่ ได้ เอกสารอา้ งองิ จิ้งหรดี สบื คน้ เม่อื วันที่31 ก.ค 2561 จำกเวบ็ ไซต์ https://th.m.wikipediaorg กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สบื คน้ เม่ือวันที่ 31 ก.ค 2561 จำกเวบ็ ไซต์ https://www.moac.go.th Kasedtakon เพือ่ นเกษตรไทย สืบคน้ เมื่อวันท่ี 31 ก.ค 2561 จำกเว็บไซต์ www.kasedtakon.com Pit2519 สืบคน้ เมือ่ วันที่ 31 ก.ค 2561 จำกเวบ็ ไซต์ www.topicstock.pantip.com Advertisements สืบค้นเมอื่ วนั ที่ 31 ก.ค 2561 จำกเว็บไซต์ www.vegetweb.com/กำรเล้ียงจง้ิ หรีด/ 87

ภาคผนวก 88

โครงงาน RBL เร่อื ง กำรศึกษำชนิดของอำหำรมผี ลตอ่ กำรเจรญิ เตบิ โตจิ้งหรดี ชอ่ื ผจู้ ดั ทาโครงงาน เด็กชำยนฤทธิ์ ศรีวรรี ตั น์ เดก็ หญงิ ศริ ินภำ ศรีสุข เด็กหญงิ วไิ รลักษ์ ทองทำ เด็กหญงิ เพชรรศั ม์ รำชมนเทียน ครูทปี่ รกึ ษา นำยเดชมณี เนำวโรจน์ ศูนยพ์ ่ีเล้ียงมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โรงเรยี นสมเดจ็ พระญาณสงั วร ในพระสังฆราชปู ถัมภ์ อาเภอคาเขื่อนแก้ว จงั หวดั ยโสธร 89

สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 28 กิตติกรรมประกาศ โครงงำนเรื่อง กำรศึกษำชนิดของอำหำรมีผลต่อกำรเจริญเติบโตจิ้งหรีดสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยควำม กรุณำของอำจำรย์ที่ปรึกษำโครงงำน ได้แก่ นำยเดชมณี เนำวโรจน์ และคุณแม่พิณ ใคร่นุ่นโพธิ์ แนะนำ วิธีกำรทำกำรศึกษำชนิดของอำหำรมีผลต่อกำรเจริญเติบโตจิ้งหรีดจนสำเร็จลุล่วงด้วยดี ขอบคุณผู้ให้กำร สนับสนุนทุน สกว. ธนำคำรกสิกรไทยและศูนย์พี่เล้ียงมหำวิทยำลัยอุบลรำชธำนีคณะผู้จัดทำจึงขอกรำบ ขอบพระคุณเปน็ อย่ำงสูงไว้ ณ โอกำสนี้ ขอกรำบขอบพระคุณ บิดำ มำรดำ ที่ให้กำลังใจในกำรศึกษำเล่ำเรียนและสมำชิกในกลุ่ม ท่ีให้ควำม ร่วมมือเป็นอยำ่ งดี ในกำรทำโครงงำนครงั้ น้ี จนกระทง่ั ประสบควำมสำเร็จด้วยดี 90

บทนา ที่มาและความสาคญั ของโครงงาน จง้ิ หรดี เปน็ สตั วป์ ีกชนดิ หน่ึงที่มีโปรตีนสูงละสำมำรถรบั ประทำนได้ นยิ มรับประทำนท่วั ภมู ิภำคใน ประเทศไทย นอกจำกน้แี ล้วยงั ใช้เลี้ยงเพ่อื บรโิ ภคหรอื ขำยเพือ่ เล้ียงชีพในปจั จุบนั จงึ มกี ำรส่งเสรมิ ให้เลี้ยง จง้ิ หรดี ในฐำนะท่เี ป็นสัตวเ์ ศรษฐกจิ โดยนยิ มเลย้ี งในบ่อปูนซีเมนต์ เม่ือควำมเจริญก้ำวหน้ำเขำ้ มำสวู่ ิถีชวี ติ มำกข้นึ ทำให้เกดิ กำรเปลี่ยนแปลงในหลำยๆด้ำน ทำใหผ้ ู้คนรุ่นใหมส่ นใจแตส่ งิ่ ใหม่ๆทเ่ี ข้ำมำและทันสมัยกว่ำ กำรเล้ียงจง้ิ หรดี สำมำรถทำประโยชน์ให้เรำไดห้ ลำยดำ้ น เช่น เพือ่ บรโิ ภค เพื่อขำย และสืบสำนกำรเลย้ี ง จิง้ หรดี นอกจำกจำกน้ียงั ถอื เป็นกำรทำเศรษฐกิจพอเพียงทำงสำยกลำงอีกดว้ ย จง้ิ หรีดเปน็ สตั วเ์ ลี้ยงง่ำย และสำมำรถไปแปลรูปได้อย่ำงนำ่ สนใจแตผ่ ้คู นบำงสมัยอำจยงั ไมร่ จู้ กั หรือ ใหค้ วำมสำคัญจำกจิ้งหรดี มำกพอ เพรำะจ้ิงหรดี กส็ ำมำรถทำมูลค่ำให้เรำมำกมำยมหำศำลไดเ้ ชน่ กนั อำหำรเปน็ สงิ่ ที่จำเป็นตอ่ ชีวิตของมนุษย์อย่ำงเรำ จิง้ หรีดเปน็ แมลงเกษตร และมีรำคำไม่แพง มผี ู้ นิยมเลีย้ งเป็นสตั วเ์ กษตร และยงั สำมำรถหำรำยได้จำกกำรเลี้ยงจง้ิ หรีดอีกด้วย กล่มุ ของขำ้ พเจ้ำมีควำมสนใจท่จี ะเล้ยี งจง้ิ หรีด โดยทำสูตรอำหำรขึ้นเอง โดยใช้อำหำรในท้องถ่ินท่ีมี สำรอำหำรใกลเ้ คียงอำหำรสำเรจ็ รูป เพ่อื ลดตน้ ทุนกำรผลิต และไดจ้ ิง้ หรดี ทีเ่ จริญเตบิ โตใกล้เคียงธรรมชำติ โดยมปี ระเด็นคำถำม คือ อำหำรชนดิ ใด(สตู รใด) ทำใหจ้ ้ิงหรีดเจรญิ เติบโตได้ดีกว่ำกัน ท่สี ำมำรถใชแ้ ทนอำหำร สำเรจ็ รปู จงิ้ หรดี ได้ ตวั แปรและสมมตุ ิฐานของโครงงาน สมมติฐาน อำหำรสูตร 2 (รำ:ฟักทอง:หญ้ำเนเปีย = 2:1:1) ทำให้จ้งิ หรดี เจริญเตบิ โตกว่ำ อำหำรสตู ร 1 (รำ:ฟักทอง:หญำ้ เนเปีย = 1:1:1) เมือ่ เทียบกับอำหำรสำเร็จรปู จิง้ หรดี ตวั แปร ตัวแปรอิสระ(ตัวแปรตน้ ) ไดแ้ ก่ อำหำร และปริมำณอตั รำส่วนของอำหำรทีม่ ีผลต่อกำรเจรญิ เติบโตของ จ้ิงหรดี ตัวแปรตาม ไดแ้ ก่ กำรเจรญิ เติบโตของจิ้งหรีด (ขนำดและควำมยำวลำตวั ของจ้งิ หรดี ตัวแปรควบคุม ได้แก่ สำยพันธุเ์ ดยี วกนั อำยุเทำ่ กัน ระยะเวลำในกำรไห้อำหำรเท่ำกัน ระยะเวลำ ในกำรทดลองเทำ่ กนั โครงงำนมีตวั แปรต่อไปนี้ และแสดงแผนผังเหตุ-ผล ในรูปที่ 1 รำ:ฟกั ทอง:หญำ้ รเู ปยี รำ:ฟักทอง:หญำ้ รูเปีย ขนำดลำตวั 2:1:1 1:1:1 น้ำหนัก อำหำร จ้งิ หรดี กำรเจรญิ เติบโต อำหำรสำเร็จรปู น้ำ 91

วิธีการทดลอง 1. ใชท้ อ่ ขนำดเส้นผ่ำนศูนย์กลำง 100 ซม. จำนวน 3 บอ่ เปน็ ทีอ่ ยใู่ นกำรเลี้ยงจง้ิ หรีด 2. อำหำร ชนดิ ท่ี 1 คือ อำหำรสำเรจ็ รูป ซึ่งมขี ำยท่ัวไป อำหำร ชนิดที่ 2 และ 3 คือ สูตรอำหำรท่เี รำคดิ ขึ้นเองโดยมี รำ : ฟกั ทอง : หญ้ำรเู ปยี ในอตั รำส่วนท่ี 1 คอื 1 : 1 : 1 ในอัตรำสว่ นที่ 2 คอื 2 : 1 : 1 โดยนำ รำ : ฟักทอง : หญ้ำรเู ปีย มำบดเขำ้ กันให้ละเอียดพอประมำณ 3. กำรให้อำหำร ใหใ้ นปริมำณทเี่ ท่ำกัน ขนำดเดียวกันและมีระยะเวลำในกำรให้อำหำรท่เี ทำ่ กัน การสรา้ งเหตุ ( ตัวแปรตน้ หรือเปน็ ส่งิ ท่สี รา้ งได้ วัดได้ ) อำหำรท่ีจะใชเ้ ลย้ี งได้แก่ ชนดิ ที่ 1 คอื อำหำรสำเร็จรปู ชนดิ ท่ี 2 คือ สตู ร 1 ใช้ รำ : ฟกั ทอง : หญำ้ รูเปีย 1 : 1 : 1 ชนดิ ที่ 3 คอื สูตร 2 ใช้ รำ : ฟักทอง : หญ้ำรูเปยี 2 : 1 : 1 การควบคุมเหตุ( ตัวแปรควบคุม หรือเหตุที่คุมไวไ้ มใ่ ห้ส่งไปกอ่ ใหเ้ กดิ ผล ) - สถำนกำรณท์ ใี่ ช้เลีย้ งด้วยกัน - ใหอ้ ำหำรในระยะเวลำที่เท่ำกนั - ให้อำหำรปริมำณทเี่ ท่ำกัน - ควบคมุ ปริมำณจิ้งหรีด - ให้ปรมิ ำณน้ำในขนำดท่เี ท่ำกนั การวัดผล( ตัวแปรตามเป็นส่งิ ที่สังเกตได้ วดั ได้ ) วัดได้โดยดคู ่ำเฉลีย่ ของควำมยำวลำตัวและนำ้ หนักในจง้ิ หรีดบอที่ 1 บ่อท่ี 2 และ 3 วำ่ แตกต่ำงกนั อย่ำงไร บันทกึ ผลกำรทดลองเปน็ สปั ดำห์ จนครบ 5 สปั ดำห์ หรือ 35 วนั เปน็ วันทจี่ งิ้ หรีดเจรญิ เติบโตจน สมบรู ณ์ 92

ผลกำรทดลอง ชนดิ ของ สปั ดำหท์ ี่ 1 ผลกำรทดลอง อำหำร สปั ดำหท์ 2่ี สัปดำหท์ ่ี 3 สปั ดำห์ท4่ี สปั ดำหท์ ่ี 5 สัปดำห์ท6่ี สปั ดำห์ท่ี 7 จ้ิงหรดี ยงั ไม่ อำหำร ออกตวั จง้ิ หรดี เริ่มฟัก จงิ้ หรดี มี จงิ้ หรดี มี จงิ้ หรีดเรม่ิ จ้ิงหรีดตัวโต จง้ิ หรีดเริมมี สำเรจ็ รูป เป็นตัวออ่ น จำนวนมำขนึ้ จำนวน ลอกคำบมีปกี ขน้ึ บำงสว่ น ปีกและตำสี และเรมิ่ กิน มำกกว่ำบอ่ อ่อนในระยะ เปน็ ระยะตัว ดำเรม่ิ รอ้ ง รำ: จ้งิ หรดี ยังไม่ จิ้งหรีดเริ่มฟกั อำหำร อื่นๆจิง้ หรดี เสอ้ื กก๊ั เต็มวยั เร่ิมกนิ เสียงดงั เรมิ่ ฟักทอง: ออกตัว เป็นตัวอ่อน กนิ อำหำร มำกกวำ่ บ่อืน่ อำหำรเพิ่ม กัดผำ้ ท่ปี ิดโอง่ หญ้ำรเู ปยี จง้ิ หรดี เริม่ มี มำกขน้ึ มี 1 ตัว ชั่ง ได้ มำกขีน้ ตัวไหญอ่ ้วน จงิ้ หรีดเร่ิมฟัก จำนวนมำก กำร 1.06 กรัม มีปกี สีน้ำตำล มำก พร้อมท่ี 1:1:1 เปน็ ตวั ออ่ น และเร่ิมกนิ เจริญเตบิ โต เข้มหน่ึงตัวชั่ง จะฟักไข่ อำหำร มำกกวำ่ บ่อ จิง้ หรีดกำลัง ได้ 1.35 จิ้งหรีดบำงตัว รำ: จง้ิ หรดี ยังไม่ อื่นๆ เริม่ ลอกคำบ ยงั มปี ีกสี ฟักทอง: ออกตัว จิ้งหรดี มี ชั่ง 5 ตวั ได้ ออกมำ จ้งิ หรดี เร่มิ มี นำ้ ตำลเขม้ หญำ้ รเู ปีย จำนวนมำก 1.0 บำงส่วนมีปกี ปีกสนี ำ้ ตำล ข้ึน และกิน กรัม ออ่ นในระยะ อ่อนๆ จง้ิ หรีดมปี ีก 2:1:1 อำหำร จง้ิ หรีดมี เสอื้ กก๊ั ช่ังหนึ่ง หลังจำกลอก และตัวสี จำนวน ตวั น้ำหนัก คำบ น้ำตำลเข้ม จงิ้ หรดี เยอะ 0.75 เริ่มมีกำรร้อง และบำงส่วนมี กินเกง่ ใน บ้ำงเปน็ ตวั และปีกสี บำงตัวก็ตำย จิ้งหรดี เรมิ่ บำงส่วน ดำเข้มเร่ิมรอ้ ง ชงั่ นำ้ หนัก ลอกคำบ ตัว ตวั โตเต็มวัย หนงึ่ ตวั ได้ ใหญข่ ึน้ มปี ีก จง้ิ หรดี มกี ำร กนิ เกง่ บำงตัว 0.62 ออ่ นในระยะ เจริญเติบโต กย็ งั ไม่มปี ีก เสอ้ื ก๊ัก ชัง่ พอๆกบั จ้ิงหรดี เจริญ มจี ำนวนมำก หนึง่ ตวั มี อำหำร เติมโต ตัวใหญ่ ใน นำ้ หนัก 0.78 สำเรจ็ รปู มปี ีก เชน่ เดยี วกบั บำงตัวกต็ ำย สนี ้ำตำลอ่อน ทกุ บอ่ เร่ิมมี ชั่งน้ำหนัก ตัวใหญ่มำก ปีกในบำงตัว หนึง่ ตัวได้ กนิ เก่ง ตัวอว้ นใหญ่ 0.65 มปี ีกสนี ้ำตำล เขม้ และสดี ำ ร้องเสยี งดงั พรอ้ มทจี่ ะ วำงไข่ 93

อภปิ รายผลการทดลอง จำกกำรท่ีได้เข้ำมำร่วมโครงกำรนี้ กำรทดลองทำกำรเลี้ยงจิ้งหรดี ภำยในเวลำทผ่ี ่ำนมำทัง้ หมดน้ี ได้ เรียนรู้กำรทำสิง่ ใหมๆ่ มำกมำยและไดร้ บั รู้ ควำมรใู้ หมๆ่ มำกมำย กำรทดลองเลยี้ งจิ้งหรีดทำไหเ้ รำไดม้ ีควำมรบั ผดิ มำกขึ้น ทั้งภำระ หน้ำท่ี ต่ำงๆ ไดล้ งมือทำไดด้ ้วยตนเอง ไดท้ ำงำนรว่ มกับเพื่อนๆในกลุ่ม เมื่อเกิดปัญหำก็ รว่ มกันแก้ไขปญั หำ กำรเลย้ี งจง้ิ หรีดในแต่ละโอง่ ในชนิดและอัตรำสว่ นอำหำรที่แตกตำ่ งกนั ในระยะเวลำทดลอง7สัปดำห์ ทำใหเ้ รำเรียนรู้ในกำรเจรญิ เติบโตของจงิ้ หรีด จิง้ หรดี กนิ อำหำรทแี่ ตกต่ำงกนั ให้อำหำรจิ้งหรดี ในปริมำณเท่ำกัน เวลำเดียวกนั อำหำรสำเรจ็ รปู และอำหำรทคี่ ดิ สูตรขน้ึ เองน้นั กไ็ ม่แตกตำ่ งกนั มำกมำยนัก แตเ่ รำสมำรถใช้สูตร อำหำรเพื่อเปน็ กำรงบประมำณและใชข้ องทมี่ ีอย่แู ทนได้ ในส่วนของเรำใชร้ ำ ฟักทอง หญ้ำเนเปยี ซึ่งมีอยู่ในทิ องถนิ่ ของเรำมที ้ังประโยชนแ์ ละสรรพคุณต่ำงๆนำนำแตเ่ รำก็สำมำรถอำหำรชนิดอน่ื มำทำเปน็ อำหำรจิง้ หรีดได้ เชน่ ขำ้ วโพด ใบหมอ่ น จำกกำรเล้ยี งจ้ิงหรดี น้ันจิ้งหรดี ในบำงคร้งั ตอ้ งกำรแสงแดดเพรำะ จ้งิ หรีดชอบ อำกำศอบอุ่น จำกกำรทดลองทำไหเ้ รำไดร้ ูว้ ำ่ อำหำรสำเรจ็ รปู และ สตู รอำหำรนั้นไมแ่ ตกต่ำงกนั มำกนัก ซงึ่ เรำก็สำมำรถทำอำหำรโดยไช้วสั ดทุ ีม่ ขี ้นึ เองไดเ้ ช่นกัน เพ่ือเป็นกำรประหยัดงบและเป็นงำนอดเิ รกได้อีกดว้ ย จำกกำรทำกำรทดลอง ทำไหเ้ รำสำมำรถเลย้ี งจิง้ หรดี ได้ด้วยตนเอง ใชข้ องที่มอี ยู่และ ทำสูตรอำหำรได้ดว้ ย ตนเอง แทบจะไม่ต้องเงนิ ซ้ืออำหำรรำคำแพงๆ ก็สำมำรถทำไห้จง้ิ หรีดเจรญิ เติบโตอย่ำงเป็นธรรมชำตแิ ละตัว ใหญแ่ ขง็ แรง สรปุ ผล จำกกำรทดลอง อำหำรสำเรจ็ รูป และ สูตรอำหำร รำฟักทอง หญำ้ เนเปียร์ จึงทำไห้รู้วำ่ จ้ิงหรดี เจริญเติบโตไม่แตกต่ำงกนั มำก และสมำรถใช้สูตรอำหำรน้ีแทนอำหำรสำเรจ็ รูปไดเ้ พรำะมสี ำรอำหำรทด่ี ี ทำไห้ จิ้งหรีดเจรญิ เตบิ โตดี และเปน็ กำรประหยัดงบ อกี ดว้ ย เอกสารอา้ งอิง กองโภชนำกำร. 2530. คุณคาอาหารไทย. โรงพมิ พองคกำรสงเครำะหทหำรผำนศึก, กรุงเทพฯ.อำหำร ของจ้ิงหรีด สบื ค้นเม่อื วนั ท่ี 25 กรกฎำคม 2561จำกเวบ็ ไซด์ https://ag2.kku.ac.th/kaj/PDF/56_55_MAN2.pdf ทำจิง้ หรดี ลงุ บิว ศนู ยก์ ำรเรยี นรู้ การเพาะเล้ียงจิ้งหรีดบ้านฟารม์ ลุงบิว กำรทำท่ีไช้เลีย้ งจงิ้ หรีด.สบื ค้น เมือ่ วนั ที่ 25 กรกฎำคม 2561 จำกเวบ็ ไซด์ : http://xn--03cnior.blogspot.com/2011/05/blog- post_30.html คุณแมพ่ ณิ ใคร่นนุ่ โพธ์ิ บำ้ นเลขท่ี 104 หมทู่ ี่ 4 บ้ำนไผ่ ต. กลำงใหญ่ อ.เข่ืองใน จ. อบุ ลรำชธำนี ไห้ควำมรเู้ ร่ืองกำรเล้ยี งจ้ิงหรีด เม่อื วันท่ี 24 กรกฎำคม 2561 94

ภาคผนวก 95


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook