พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยูห่ วั พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ศาสตราจารยเ์ กยี รตคิ ุณสตเี ฟน นอรต์ คลฟิ ฟ์ (Emeritus Professor Dr.Stephen Nortcliff) กรรมการบรหิ ารและอดีตเลขาธิการสหภาพวิทยาศาสตรท์ างดนิ นานาชาต ิ พร้อมคณะผู้บรหิ าร IUSS และผทู้ ี่เกี่ยวข้องเขา้ เฝา้ ฯ ทูลเกลา้ ฯ ถวายรางวัล นกั วทิ ยาศาสตรด์ ินเพื่อมนษุ ยธรรม (The Humanitarian Soil Scientist) ณ ห้องประชุมสมเดจ็ พระเจ้าพ่ีนางเธอ เจา้ ฟา้ กลั ยาณวิ ัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ช้ัน 14 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศริ ิราช เม่ือวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2555 49
4โครงการฝายชะลอความชมุ่ ชื้น โครงการฝายชะลอความชุ่มช้ืน เป็นตัวอย่างของการแก้ปัญหา ทุ ก ข์ ภั ย จ า ก ค ว า ม แ ห้ ง แ ล้ ง แ ล ะ เ พ่ื อ รั ก ษ า ส ภ า พ ป่ า ต้ น น้ ำ ภาคเหนือให้เป็นทรัพยากรธรรมชาติของประชาชนชาวไทย และเพื่อให้เป็นพ้ืนฐานท่ีดีในการแก้ปัญหาความยากจน ชาวบ้าน บริเวณต้นน้ำสามารถเก็บของจากในป่า เพ่ือการครองชีพได้ตาม อตั ภาพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแนวพระราชดำริให้สร้างฝายอนุรักษ์ ต้นน้ำใน พ.ศ. 2521 เพ่ือสร้างความชุ่มชื้นให้แก่ป่าและต้นน้ำลำธาร รวมไปถึง เพื่อควบคุมและป้องกันการเกิดไฟป่า จากนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ ศึกษาทดลอง เกี่ยวกับทฤษฎกี ารพัฒนาฟืน้ ฟปู ่าไม้50
การสร้างฝายชะลอความชุ่มช้ืน หรือ Check dam เป็นระบบการชลประทานแบบง่ายๆ จากภูมิปัญญาของชาวไทยภูเขา ในลักษณะของฝายกั้นน้ำเล็กๆตามร่องน้ำธรรมชาติ เพื่อชะลอการไหลของน้ำให้ช้าลง รวมทั้งสามารถชักน้ำจากฝายส่งผ่านตามท่อไม้ไผ่กระจายความชุ่มช้ืนออกไปสองข้างลำห้วยลำธารช่วยสร้างความชุ่มช้ืนให้กับพื้นดินและช้ันบรรยากาศในบริเวณโดยรอบ ทำให้ป่ามีสภาพดีข้ึนเป็นลำดับ รวมทั้งเป็นการเก็บกักตะกอนท่ีไหลลงมากับน้ำ ยืดอายุแหลง่ น้ำตอนล่างมใิ หต้ ้ืนเขนิ และสามารถใชเ้ ป็นแนวทางปอ้ งกันไฟปา่ ไดด้ ว้ ยรูปแบบฝายอนุรักษ์ต้นน้ำที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแนวพระราชดำรใิ หจ้ ัดทำ คอื ฝายแบบทอ้ งถ่นิ เบอื้ งต้น ท่ีสามารถสรา้ งได้ง่ายๆด้วยวัสดุธรรมชาติในท้องถ่ิน ฝายแบบเรียงด้วยหินค่อนข้างถาวร เป็นฝายท่ีก่อสร้างด้วยการเรียงหินเป็นผนังก้ันน้ำ โดยก่อสร้างบริเวณตอนกลางและตอนล่างของลำห้วย ฝายแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก เป็นการก่อสร้างแบบถาวรส่วนมากก่อสร้างในบริเวณตอนปลายของลำห้วย ทำให้สามารถดักตะกอนและเก็บกักน้ำในฤดูแล้งได้ดีศนู ยศ์ กึ ษาการพฒั นาหว้ ยฮอ่ งไคร้ อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ ดำเนนิ การสรา้ งฝายจำนวน 396 แห่ง และฝายต้นน้ำอีกกว่า 10,000 แห่ง ทำให้มีน้ำใช้เพียงพอเพื่อการพัฒนา 51
นอกจากน้ี ยังพบว่าความชุ่มช้ืนจากการสร้างฝายทำให้สภาพป่าฟื้นตัว ดขี ึน้ จาก พ.ศ. 2527 ที่มพี รรณไม้ในป่าเต็งรังจำนวน 35 ชนิด มีความหนาแนน่ ของตน้ ไม้ 117 ตน้ ตอ่ ไร่ พรรณไมป้ า่ เบญจพรรณจำนวน 46 ชนดิ ความหนาแนน่ ของตน้ ไม้ 183 ต้นต่อไร่ จนใน พ.ศ. 2540 พบวา่ มีแนวโน้มการผสมผสานกัน ระหว่างป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณมากขึ้นจำนวน 81 ชนิด ความหนาแน่น ของต้นไม้ 248 ต้นต่อไร่14 จนถึง พ.ศ. 2549 มีหนว่ ยงานภาครัฐและเอกชนได้สนองแนวพระราชดำริกอ่ สรา้ ง ฝายต้นน้ำข้ึนในภูมิภาคต่างๆ เพื่อประโยชน์ในการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าไม้ เป็นจำนวนมาก โดยได้มีการรณรงค์สร้างฝายอนุรักษ์ต้นน้ำแบบผสมผสาน ประมาณ 110,000 แห่ง แบบค่อนขา้ งถาวรประมาณ 5,000 แหง่ และแบบถาวร ประมาณ 2,000 แห่ง รวมท้ังหมดประมาณ 120,000 แห่ง สามารถฟื้นฟู พ้ืนท่ีต้นน้ำลำธารที่เสื่อมโทรม 25 ลุ่มน้ำหลักของประเทศ ทำให้เกิด ความอุดมสมบูรณ์ข้ึนอย่างต่อเน่ือง เป็นการจัดการทรัพยากรจากต้นน้ำ ณ จุดกำเนิด ป่าไม้สามารถฟ้ืนคืนกลับมาผลิตน้ำหล่อเลี้ยงประเทศได้ดังเดิม .................................................................................................................................... 14 รายงานประจำปีของสำนักงานคณะกรรมการพเิ ศษเพอ่ื การประสานงานโครงการอนั เนื่องมาจากพระราชดำริ52
นอกจากน้ี สิ่งทน่ี า่ ยินดอี ย่างยงิ่ คอื ฝายกว่าแสนแห่งนีเ้ กิดจากจิตอาสาหรือตามนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility)ของคนในภาคธุรกิจหรือภาคเมืองที่ร่วมมือร่วมใจกับชาวบ้านช่วยกันสร้าง ทำให้เกิดผลพลอยได้ คอื การลดช่องว่างระหวา่ งความร้สู ึกของคนเมอื งกับชนบท ทำให้ผู้ที่อาสาช่วยเหลือเกิดความเข้าใจในวิถีชีวิตของชาวชนบท และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างชาวเมืองกับชาวชนบทให้แน่นแฟ้นมากย่ิงข้ึน อันเป็นส่ิงที่นา่ ส่งเสริมอย่างย่งิ แม้จุดเริ่มต้นของโครงการฝายชะลอความชุ่มชื้นจะเกิดข้ึนในภาคเหนือแต่ท้ายที่สุดแนวทางของโครงการนี้สามารถปรับใช้ได้กับหลายภูมิภาคท่ีมีภูมิสังคมที่ใกล้เคียงกัน เพื่อให้ประชาชนสามารถก้าวพ้นจากความยากจนโดยมีทรัพยากรธรรมชาติท่ีสมบูรณ์เป็นพื้นฐานของการดำรงชีวิตต่อไปโครงการฝายชะลอความชุ่มชน้ื หรอื ฝายต้นนำ้ ลำธาร อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริเป็นตัวอย่างหนึ่งของการพัฒนาที่ใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม (AppropriateTechnology) ซ่ึงมีราคาไม่แพง ใช้วัสดุในท้องถ่ิน และท่ีสำคัญคือ ได้ผลลัพธ์ซึ่งสามารถสร้างความสมดุลให้เกิดข้ึน คืนความชุ่มช้ืนและความอุดมสมบูรณ์แกส่ ภาพแวดลอ้ มและระบบนเิ วศ รวมถงึ ยงั ประโยชนใ์ หแ้ กเ่ กษตรกรทอี่ ยปู่ ลายนำ้ อกี ทางหนงึ่ 53
จำนวนฝายอนุรักษ์ต้นน้ำ ทปี่ ระชาชนรว่ มกนั สรา้ ง ใน พ.ศ. 2549 แบบผสมผสาน ประมาณ 110,000 แหง่ แบบคอ่ นขา้ งถาวร ประมาณ 5,000 แหง่ แบบถาวร ประมาณ 2,000 แหง่ รวมทงั้ หมดประมาณ 120,000 แหง่ หมายเหตุ : ภาพจาก แนวคดิ และทฤษฎีการพฒั นาอนั เนอ่ื งมาจาก พระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, สำนกั งานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงาน โครงการอันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ, 2547. 54
5โครงการหลวง โครงการหลวงเป็นตัวอย่างของการแก้ปัญหาท่ีซับซ้อน ซึ่งมีทั้ง ปัญหาความมั่นคงชายแดน ปัญหายาเสพติด ปัญหาความ แร้นแค้นของชาวไทยภูเขาที่อยู่ห่างไกลทุรกันดาร ปัญหาการ เผาปา่ ทำไร่เลื่อนลอย ทำให้แหล่งทรัพยากรธรรมชาติถูกทำลาย ลงไปเปน็ จำนวนมาก แต่ด้วยพระบารมีและพระวิริยะอุตสาหะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสามารถสลายความยุ่งยากซับซอ้ นทั้งปวง จนเกดิ เปน็ ความร่วมแรงรว่ มใจกนั ของทุกภาคส่วน ซ่ึงได้ร่วมกันผลักดันและแก้ไขปัญหาต่างๆ จนเป็นผลสำเร็จ ดังทป่ี รากฏในปัจจบุ ัน 55
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแนวพระราชดำริและพระราชทรัพย์ ส่วนพระองค์ให้จัดต้ัง “โครงการหลวง” ข้ึนใน พ.ศ. 2512 เพื่อพัฒนาเกษตร บนที่สูง โดยมีพระราชประสงค์จะช่วยเหลือชาวไทยภูเขาให้มีคุณภาพชีวิตท่ีดีข้ึน เกิดการสร้างอาชพี ลดการปลูกฝิ่น และการอนรุ ักษป์ ่าตน้ น้ำลำธาร ซึ่งสง่ ผลต่อ ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ต่อมามีพระราชดำริให้จัดตั้งเป็น “มูลนิธิ โครงการหลวง” ข้ึนเม่ือ พ.ศ. 2535 เพื่อเปน็ องคก์ รนิตบิ คุ คล มกี ฎหมายรองรับ มีระบบการบริหารจัดการ และมีความม่ันคงย่ังยืน15 ซึ่งมูลนิธิโครงการหลวงน้ี จะไม่สามารถสำเร็จได้เลย หากขาดซึ่งพระวิริยะพากเพียรของหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ผู้ซึ่งอุทิศพระองค์ทำงานหนักอยู่ท่ามกลางป่าเขาอย่างต่อเน่ืองมาเป็นระยะ เวลาหลายสบิ ปี .................................................................................................................................... 15 โครงการหลวงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ ัว, เอกสารเผยเเพรง่ านโครงการหลวง ปี 2550.56
“ตามกระแสรบั สง่ั โครงการหลวงตอ้ งหาพชื เมืองหนาวมาปลูกบนดอย ซึ่งนอกจากฝิน่ แลว้ ไมม่ ใี ครทราบว่ามีอะไรท่ปี ลกู ได้ แปลว่าตอ้ งทำโครงการวิจัย คือทดลองมากมาย การวจิ ัยยอ่ มต้องใช้คนและเงิน สำหรับคนนน้ั แมแ้ ตท่ ่เี พยี บพร้อมดว้ ยความสามารถ ก็หาไม่ยาก เพราะเหลา่ นักวทิ ยาศาสตร ์ ทางเกษตร ทง้ั จากมหาวิทยาลยั และสถาบนั มคี วามจงรักภักดจี ะทำถวาย โดยเฉพาะเม่อื จะทำงานได้ปลอดโปร่ง ไมม่ ีแถบแดงพันแข้งพนั ขา เพราะมรี ับสั่งใหล้ ดขัน้ ตอน อนง่ึ การท่ีอาจารยว์ ิจยั จรงิ ๆ กไ็ ด้เรอ่ื งทเ่ี กดิ ขึ้นในประเทศเราไปสอน แทนที่จะดูเอาในตำราท่ฝี ร่ังเขียนไวส้ ำหรับเรอ่ื งเมืองอนื่ ............ ”พระนพิ นธ์ : หมอ่ มเจา้ ภีศเดช รัชนี 57
ปัจจุบันมูลนิธิโครงการหลวง มีสถานีวิจัย 4 แห่ง และศูนย์พัฒนา โครงการหลวงกระจายอยใู่ นพน้ื ท่จี ังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แมฮ่ อ่ งสอน พะเยา และลำพูน จำนวน 38 ศูนย์ ทำงานวิจัยพันธ์ุพืชและสัตว์ท่ีเหมาะสมในแต่ละ สภาพพื้นที่ เพ่ือถ่ายทอดเทคโนโลยีและส่งเสริมให้เกษตรกรนำไปปลูกขยายผล ด้วยตนเองได้ รวมถึงงานฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม มีพชื ผกั ผลไม้ และไม้ดอกทส่ี ่งเสริมรวมกันมากกว่า 350 ชนิด58
ใน พ.ศ. 2550 มเี กษตรกรที่เปน็ ชาวเขาเผา่ ต่างๆ 13 เผ่า และคนเมอื งเขา้ ร่วมโครงการประมาณ 30,000 ครอบครัว จำนวนกว่า 150,000 คน ครอบคลุมพืน้ ที่ประมาณ 150,000 ไร่ มีระบบการตลาดอย่างครบวงจรท่ีสามารถทำรายได้กลับคืนสู่เกษตรกรได้ปีละกว่า 450 ล้านบาท ทำให้มีรายได้ต่อครัวเรือนเฉล่ียของเกษตรกรในโครงการหลวงสูงถึง 70,000 บาทต่อปี มากกว่ารายได้จากฝิ่นหลายสิบเท่า16 และใน พ.ศ. 2554 มีศูนย์พัฒนาโครงการหลวงครอบคลุมพื้นที่1.68 ล้านไร่ ประชากรได้รับประโยชน์ 37,561 ครวั เรือน จำนวน 172,309 คนสามารถพัฒนาการจัดจำหน่ายนำผลผลิตต่างๆ ของเกษตรกรท้ังพืชผัก ผลไม้ดอกไม้ ชา กาแฟ สินค้าแปรรูปและสินค้าหัตถกรรม ฯลฯ รวม 1,702 ชนิดจำหน่ายสู่ตลาดในประเทศและต่างประเทศ มูลคา่ รวม 628.7 ล้านบาท17....................................................................................................................................16 โครงการหลวงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั , เอกสารเผยแพรง่ านโครงการหลวง ปี 2550.17 เอกสารวาระการประชุมคณะกรรมการสามญั ประจำปี มูลนธิ ิโครงการหลวง ครั้งที่ 1/ 2555 วนั พฤหัสบดที ี่ 19 เมษายน พ.ศ. 2555 59
มูลนธิ ิโครงการหลวงรว่ มมอื กับสถาบันวิจยั และพัฒนาพื้นทีส่ งู (องคก์ ารมหาชน)18 ในการค้นคว้า วจิ ยั พฒั นาพันธพุ์ ืช และวธิ ีการใหมๆ่ รวมถงึ การพฒั นาทางดา้ น การตลาดใหม่ๆ ท้ังในและต่างประเทศ เพื่อให้งานส่งเสริมและพัฒนางาน เกษตรทีส่ ูงมคี วามก้าวหน้า รวมไปถงึ การส่งเสริมกจิ กรรมการทอ่ งเท่ยี ว ให้มสี ่วน ในการสร้างมูลค่าเพ่ิมทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศอย่างย่ังยืนสืบไป ด้วยบทบาทความเป็นผู้นำของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทำให้ปัญหา ทรี่ นุ แรง เชน่ ความมั่นคง ความยากจน และปญั หายาเสพตดิ ในพนื้ ทที่ ห่ี า่ งไกล ทรุ กนั ดาร ยากตอ่ การพฒั นาไดจ้ บสนิ้ ลง ดว้ ยความสำเรจ็ นเี้ อง ทำใหป้ ระเทศไทย ได้รับการยอมรับในระดับสากลโดยได้รับรางวัลแมกไซไซ สาขา International Understanding เม่ือวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2531 และรางวัลโคลัมโบแพลน จาก The Colombo Plan : Drug Advisory Program (DAP)19 เมือ่ พ.ศ. 2546 ในฐานะเป็นองค์กรเดียวของโลกที่แก้ไขปัญหาการปลูกฝิ่นโดยสร้างรายได้ อย่างสร้างสรรค์ทดแทนเป็นผลสำเร็จ .................................................................................................................................... 18 สถาบันวิจัยและพัฒนาพ้ืนที่สูง (องค์การมหาชน) จัดต้ังข้ึนตามพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. 2548 เพ่ือสนับสนุนงาน โครงการหลวง รวมท้งั เสรมิ สรา้ งและพฒั นาสวนราชพฤกษ์ให้เปน็ แหล่งความร้พู ืชสวน ความหลากหลายทางชีวภาพ และแหล่งทอ่ งเท่ยี วท่ีมคี ุณภาพระดับนานาชาติ 19 DAP เปน็ องคก์ รทไ่ี ดร้ บั การสนบั สนนุ จากรฐั บาลสหรฐั อเมรกิ า เพอื่ รว่ มมอื แกไ้ ขปญั หายาเสพตดิ ในภมู ภิ าคเอเชยี แปซฟิ กิ 60
6โครงการคลองลดั โพธิ์ โครงการสะพานภูมิพล และ โครงการอนรุ กั ษ์พ้ืนทีส่ เี ขียวบางกะเจ้า เพ่อื แกป้ ญั หานำ้ ทว่ ม จราจร และ สง่ิ แวดลอ้ มในมหานครอย่างบูรณาการ 61
พ้ืนท่ีบริเวณกรุงเทพฯ ด้านใต้และจังหวัดสมุทรปราการ ซ่ึงครอบคลุมพื้นท่ีเขตยานนาวา คลองเตย พระโขนง บางนา ของกรุงเทพฯ และอำเภอพระประแดงของจังหวัดสมุทรปราการ เป็นแหล่งอุตสาหกรรมท่ีใหญ่ท่ีสุดแห่งหน่ึงของประเทศ และมีการ เจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูง ดว้ ยเปน็ ทตี่ ง้ั ของโรงงานอตุ สาหกรรม จำนวนมาก และมีการผสานกันทั้งในด้านการผลิตและการขนส่ง เชอ่ื มโยงไปสนู่ คิ มอตุ สาหกรรมหลกั อนื่ ๆ บรเิ วณอา่ วไทย คลงั สนิ คา้ ขนาดใหญ่ และทา่ อากาศยานนานาชาตสิ ุวรรณภูมิ อย่างไรก็ตาม ปัญหาท่ีมาพร้อมกับการเจริญเติบโตของเมือง คือ การขยายตัวอย่างรวดเร็วของจำนวนประชากร ทำให้พ้ืนที่เกษตรกรรม พ้ืนท่ีรกร้าง และพื้นท่ีซ่ึงเคยเป็นทางระบายน้ำถูกปรับเปล่ียนเป็นท่ีพักอาศัย ตลอดจนเส้นทางมากมายท่ีตัดขึ้นเพื่อรองรับท้ังการขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร จำนวนมาก ซึ่งบางเส้นทางสร้างคร่อมทับหรือพาดผ่านไปบนลำคลองในอดีต เชน่ ถนนเพชรหึงษ์ - บางกอบวั ทำใหก้ ีดขวางเสน้ ทางระบายนำ้ ส่งผลให้เกิด ปัญหาอุทกภัย น้ำท่วมล้นตลิ่งท่ีกินระยะเวลายาวนานหลายเดือนเป็นประจำทุกปี เม่ือเกิดภาวะฝนตก นำ้ ทว่ ม นำ้ หลาก และน้ำทะเลหนุนสูง62
นอกจากน้ี ถนนสายใหม่ท่ีตัดเพ่ิมไม่สามารถรองรับปริมาณการขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ที่มีอยู่อย่างมากมายระหว่างพื้นที่อุตสาหกรรมในอำเภอพระประแดงกับท่าเรือกรุงเทพได้ จนเกิดเป็นปัญหาการจราจรติดขัดคับค่ังในถนนปู่เจ้าสมิงพราย ถนนทางรถไฟสายปากน้ำ และสะสมออกไปสู่เส้นทางเชื่อมต่อใกล้เคียง ขณะที่ปริมาณยานพาหนะจำนวนมากหันไปใช้บริการแพขนานยนต์ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาซ่ึงไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทำให้เกิดการติดขัดสะสมในพ้ืนที่ เกิดเป็นปัญหามลพิษทางอากาศจากรถจำนวนมากที่จอดรอลงแพ ปัญหาเหลา่ นไ้ี ด้ส่งผลกระทบอยา่ งมากทัง้ ในแง่เศรษฐกิจ สงั คม และคุณภาพชวี ิตของประชาชนเรื่อยมา กระทั่ง พ.ศ. 2538 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดำริเพื่อแก้ปัญหาของมหานครอย่างบูรณาการ ท้ังประตูระบายน้ำคลองลัดโพธ์ิอันเน่ืองมาจากพระราชดำริถนนวงแหวนอุตสาหกรรม สะพานภูมิพล 1 สะพานภูมิพล 2 ตลอดจนการบริหารจัดการพื้นท่ีสีเขียวบริเวณบางกะเจ้า ซ่ึงได้ช่วยคล่ีคลายปัญหาจราจรปัญหาการบริหารจัดการน้ำเพ่ือป้องกันอุทกภัยในเขตเมือง และปัญหาสิ่งแวดล้อมบริเวณพ้ืนที่กรุงเทพฯ ด้านใต้และจังหวัดสมุทรปราการ 63
โครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธ์ิ อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการ “ลัดน้ำ” โดยขุดลอกและขยาย คลองลัดโพธ์ิซึ่งมีอยู่เดิมให้กว้างขึ้น พร้อมท้ังจัดสร้างประตูระบายน้ำ เพ่ือเร่ง ระบายน้ำออกสู่อ่าวไทย เร่ิมเปิดใช้อย่างเป็นทางการเม่ือเดือนกันยายน พ.ศ. 2549 ทำให้ลดระยะทางและเวลาการไหลของแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณพื้นที่ “กระเพาะหมู” หรอื พื้นท่ีบางกะเจา้ ของอำเภอพระประแดง จงั หวัดสมทุ รปราการ ซึ่งครอบคลุม 6 ตำบล ได้แก่ ทรงคนอง บางกระสอบ บางยอ บางน้ำผึ้ง บางกอบวั และบางกะเจา้ จากแต่เดิม แม่น้ำเจ้าพระยาต้องไหลอ้อมถึง 18 กิโลเมตร เหลือเพียง 600 เมตร และยน่ ระยะเวลาเดินทางจาก 5 ชัว่ โมง เหลือเพียง 10 นาที บรรเทา ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในอำเภอพระประแดงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจน เร่งระบายน้ำเหนือไหลหลากในพื้นท่ีกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้เป็นอย่างดี โดยสามารถระบายน้ำออกสู่อ่าวไทยได้เฉลี่ยวันละประมาณ 40 ล้านลูกบาศก์ เมตร ตลอดจนเป็นส่วนหน่ึงของการแก้ไขปัญหาน้ำท้ังระบบทั่วประเทศ โดยสามารถเพิ่มศักยภาพในการระบายน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ปากเกร็ด ถงึ ปากอา่ วไทย โดยเฉพาะอย่างย่งิ ในชว่ งน้ำลงเต็มท่ีถึงร้อยละ 15 - 35 และชว่ ย เร่งระบายน้ำท่ีสะสมอยู่ที่บางไทรให้ลดระดับน้ำได้ถึงร้อยละ 30 - 35 ตั้งแต่ บางไทรลงมาจนถึงปากอ่าว เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยของท้ังลุ่มน้ำ เจา้ พระยา ตลอดจนเฉพาะพ้ืนทกี่ รุงเทพฯ และจังหวดั สมุทรปราการให้เบาบางลง64
โครงการสะพานภมู พิ ล เปน็ โครงการ “ลัดทาง” เพอื่ บรรเทาปัญหาการจราจร โดยสร้างโครงข่ายถนนรองรับการขนส่งและลำเลียงสินค้าระหว่างท่าเรือกรุงเทพกับพื้นที่อุตสาหกรรมในจังหวัดสมุทรปราการและพ้ืนที่อื่นๆของประเทศ เพื่อไม่ให้รถบรรทุกขนาดใหญ่เข้าไปในตัวเมืองหรือในทิศทางอื่นอันเป็นสาเหตุของการจราจรติดขัดโดยรอบและนำมาซึ่งปัญหาด้านมลพิษและความเครยี ดแก่ผเู้ ดินทางสญั จรจุดเด่น ของโครงการคือ สะพานภูมิพล 1 และ สะพานภูมิพล 2 ซึ่งเป็นสะพานขึงแฝดแห่งแรกในประเทศไทย ทท่ี อดยาวข้ามลำน้ำเจา้ พระยาถึงสองช่วงเชอื่ มตอ่ ระหวา่ งถนนพระรามที่ 3 ในเขตกรงุ เทพฯ และถนนปเู่ จา้ สมงิ พรายในเขตพระประแดง และสามารถเชอ่ื มตอ่ ไปยงั โครงการทางพเิ ศษสายบางพลี - สขุ สวสั ดิ์โดยมีทางแยกยกระดับขนาดใหญ่ระหว่างกลางสะพานท้ังสองแห่งเช่ือมต่อไปยังถนนสุขสวัสด์ิ ทำให้สะพานแห่งน้ีสามารถเสริมโครงข่ายถนนโดยรอบในการกระจายสินค้าออกไปยังส่วนต่างๆ ของประเทศ ท้ังด้านทิศใต้ออกสู่ถนนพระรามที่ 2 ผ่านเส้นทางส่วนต่อขยายถนนสุขสวัสด์ิ - พระรามท่ี 2ทางทิศตะวันออกผ่านส่วนต่อขยายไปบรรจบถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกด้านใต้ไปสู่ถนนสุขุมวิท หรือ บางนา - ตราด สู่พ้ืนท่ีตะวันออก อันเป็นที่ตั้งของทา่ อากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ เขตอุตสาหกรรมบางพลีและลาดกระบัง 65
สะพานขึงแฝดแห่งน้ี มี 7 ช่องจราจรและมีช่องจราจรพิเศษ สำหรับรถบรรทุกเพ่ืออำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้เส้นทาง ตลอดจนมีคุณค่าทางสถาปัตยกรรมท่ีงดงาม ทำให้เป็นจุดหมายตาแห่งใหม่ ในพื้นที่เหนือลำน้ำเจ้าพระยา โครงการน้ีจึงมีส่วนช่วยให้การจราจรบริเวณ กรุงเทพฯ ด้านใต้ต่อเน่ืองไปถึงอำเภอพระประแดงของจังหวัดสมุทรปราการ มีความคล่องตัวมากข้ึน และเชื่อมต่อโครงข่ายการคมนาคมให้สมบูรณ์ย่ิงขึ้น66
ขณะเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังพระราชทานแนวพระราชดำริให้อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมบริเวณ “กระเพาะหมูบางกะเจ้า” ซึ่งเป็นพื้นท่ีสเี ขยี วขนาดใหญ่กว่า 9,000 ไร่ทอ่ี ยู่ใกล้กรงุ เทพฯ มากท่สี ดุ ครอบคลุม 6 ตำบลในอำเภอพระประแดง จึงเป็นเสมือน “ปอด” ขนาดใหญ่ของชาวกรุงเทพฯโดยช่วยดูดซบั มลพษิ ทางอากาศของเมอื งหลวง และกระจายความเย็นเมื่อลมจากปากอ่าวไทยพดั เข้าส่เู มอื ง ซง่ึ ชว่ ยให้คนมีคุณภาพชีวิต สภาพจิตใจ และสขุ ภาพกายที่สมบูรณ์ทา่ มกลางความเจริญเตบิ โตของเมือง จงึ เกดิ เปน็ โครงการสวนกลางมหานคร มีการปรับปรุงพื้นที่ให้กลายเป็นสวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติเนื้อที่ 148 ไร่ โดยยังคงสภาพพื้นท่ีสวนโบราณบางส่วนเพ่ือให้ผู้ที่สนใจได้ศึกษาซ่ึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานชื่อสวนแห่งนี้ว่า “สวนศรีนครเข่ือนขันธ”์ 20 ใน พ.ศ. 2535 นับเปน็ พ้ืนทีส่ เี ขยี วขนาดใหญ่ทเ่ี หมาะแกก่ ารพกั ผ่อนหยอ่ นใจและช่ืนชมกบั สภาพสวนธรรมชาติดงั้ เดิม สมกับเป็นปอดของมหานครโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบริเวณพ้ืนที่กรุงเทพฯ ด้านใต้ต่อเนื่องยังจังหวัดสมุทรปราการน้ี เป็นโครงการที่แก้ปัญหาของมหานครใหญ่อย่างบูรณาการ ซึ่งล้วนแล้วแต่ต้องใช้องค์ความรู้ที่ถูกต้อง ทันสมัย ถึงจะคุ้มค่ากับงบประมาณจำนวนมาก จึงให้หน่วยงานท่ีรับผิดชอบร่วมศึกษากับผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาต่างๆ อย่างถี่ถ้วน พร้อมทั้งวางแผนในทางปฏิบัติด้วยแนวทางท่ีดีที่สุดที่คัดสรรแล้ว เพื่อไม่ให้สิ้นเปลืองงบประมาณและเกิดผลกระทบกับคนในพื้นท่ีมากเกินไป นับว่าเป็นโครงการแบบอย่างซึง่ สรา้ งแรงบันดาลใจให้เกดิ การขยายผลตอ่ ไป....................................................................................................................................20 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลศิ หลา้ นภาลยั พระราชทานนามเดิมของจงั หวัดสมุทรปราการวา่ นครเขื่อนขนั ธ์ 67
สมเด็จพระนางเจ้าสริ ิกิติ์ พระบรมราชินีนาถ กับการสนบั สนนุ การเพิม่ ความสมดุลในการพฒั นา ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั นอกเหนือจาก โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่มุ่งเน้น ด้านการเกษตรกรรมและการพัฒนาปัจจัยพ้ืนฐานเพื่อการดำรงชีพของประชาชน เป็นส่วนใหญ่แล้วนั้น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถที่เสด็จ พระราชดำเนินเคียงคู่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปยังพื้นท่ีต่างๆ ยังทรง สนับสนุนพระบรมราโชบายในการพัฒนาด้านสาธารณสุข การศึกษา และการ สรา้ งอาชพี แกร่ าษฎรในแตล่ ะทอ้ งถน่ิ อยา่ งเหมาะสม ผา่ นโครงการอนั เนอ่ื งมาจาก พระราชดำริต่างๆ ทีม่ ีทั่วทกุ ภาคของประเทศ เชน่ ทรงดำรงตำแหนง่ สภานายิกา สภากาชาดไทย ทรงให้จัดต้ังโครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ ในสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงให้จัดตั้งมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ เป็นต้น ตลอดจนทรงปฏิบัติพระราช กรณียกิจและทรงเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการอนุรักษ์ป่าและส่ิงแวดล้อม กระท่ังคณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติเห็นชอบ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 ถวายพระราชสมญั ญา “พระมารดาแหง่ การคมุ้ ครองความหลากหลายทางชวี ภาพ”68
พระราชกรณียกิจนานัปการของพระองค์เป็นท่ีประจักษ์ชัดแก่นานาประเทศท่ัวโลกจนองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and AgricultureOrganization of the United Nations) ทลู เกล้าฯ ถวายเหรียญเซเรส เมือ่ วนั ที่11 พฤษภาคม พ.ศ. 2522 ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็นสตรีดีเด่น ทรงอุทิศพระองค์พัฒนาสตรีและประชาชนในชนบท และทรงสนับสนุนพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการพัฒนาด้านเกษตรและที่ดินทำกินตามคำกล่าวสดุดีจากรัฐสภาสหรัฐอเมริกา เมื่อปี ค.ศ. 1995 ดังต่อไปนี้“Her deep concern for the welfare of the Thai people is matched by herknowledge of their needs. Her husband, His Majesty King BhumibolAdulyadej, has made it his admirable policy to “visit the people”,spending more than half of each year traveling around Thailand…Accompanying him on his trips, the queen witnessed at first hand thehardships of rural life, the damage to forests, wildlife and water suppliescaused by primitive farming practices and the threat posed bymodernization to traditional Thai arts and crafts. It was her inspiration to,in effect, capitalize culture, to train farm families in producinghandicrafts which could be sold to bring in regular income. Since 1978,Queen Sirikit’s SUPPORT Foundation has trained 30,000 such families incrafts ranging from ceramics to silk-weaving to bamboo basketry.In 1982, the Queen initiated the Forest-Loves-Water project, todemonstrate that SUPPORT handicrafts projects could encouragereforestation. At Ban Mae Tam village, the rich teak forests oncethreatened by ilegal logging are being replaced. Vilagers able to earna living from cottage industries do not need to rely on tree-cutting orslash-and-burn farming for subsistence. Under her gentle leadership,through encouragement and practical training, solutions are beingfound to pressing environmental problems.”21 ....................................................................................................................................21 US Congressional Record. Thursday, May 18, 1995, Vol. 141. 69
บทบาทของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ในการเพม่ิ ความสมดลุ ในการพฒั นา จากพระราชดำรสั ทอี่ ญั เชญิ มาขา้ งตน้ ตลอดจน 6 โครงการ อันเน่ืองมาจากพระราชดำรจิ ากทั่วทุกภาคของประเทศ คือ ตัวอย่างอันเป็นรูปธรรมท่ีแสดงให้เห็นว่า ทรงห่วงใยเก่ียวกับ ปัญหาและความไม่สมดุลในการพัฒนามากเพียงใด และ ทรงใช้พระคุณลักษณะตามท่ีโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) กลา่ วถงึ ในการทท่ี รงพยายามลดความไมส่ มดลุ น้ี กลา่ วคอื “พระองค์ทรงเปน็ ท้ังนกั วิทยาศาสตร์ นกั ปรัชญา นกั เผยแพร่ แนวคิดและนักปฏิบัติที่เป็นตัวอย่างท่ีดีท่ีสุด ทรงเป็นตัวอย่าง ที่โดดเด่นของผู้นำที่อาจไม่เหมือนใครในโลก แต่ส่ิงที่โลกสามารถเรียนรู้ได้จาก พระองค์คือ ความรักและแรงบันดาลใจอันย่ิงใหญ่ในการทำ ทกุ อย่าง เพือ่ ความอยู่ดมี สี ขุ ของพสกนิกรของพระองค”์ 22 ซงึ่ สามารถขยายความไดจ้ ากแนวทางการทรงงานดา้ นตา่ งๆ ดงั น้ี .................................................................................................................................... 22 รายงานการพัฒนาคนของประเทศไทย ปี 2550, โครงการพฒั นาแหง่ สหประชาชาติ, 2550.70
ทรงพเประน็บานทกัสมวเทดิ จ็ ยพารศะเจาา้ สอยตหู่ รวั ์ จากการทท่ี รงคน้ ควา้ ทดลอง แนวทางการแกป้ ญั หา จนเมอื่ เกดิ ผลสำเรจ็ ไดอ้ ยา่ งแนช่ ดั จงึ พระราชทานแนวพระราชดำริ ดงั กลา่ วตอ่ ไป จากทเ่ี ราไดเ้ หน็ ผลงานจากศนู ยศ์ กึ ษา การพฒั นาตา่ งๆ ตลอดจน โครงการทดลองในสวนจติ รลดา ท รงเปน็ นกั เผยแพร่ จากการทที่ รงเชอ่ื มน่ั วา่ แนวพระราชดำริ เปน็ แนวทางทกี่ อ่ ใหเ้ กดิ ประโยชน์ จงึ พระราชทานเผยแพร่ ไมเ่ กบ็ ไว้ แตเ่ พยี งพระองคเ์ ดยี ว และทรงเผยแพร่ แนวพระราชดำรอิ ยา่ งเหมาะสม เพอื่ ให้ ผฟู้ งั เขา้ ใจและนำไปปฏบิ ตั ไิ ดด้ ว้ ย รวมทงั้ ทรงสนบั สนนุ แนวทางทเ่ี ปน็ ประโยชน์ ตอ่ อาณาประชาราษฎร์ จนเกดิ เปน็ โครงการตา่ งๆ ทว่ั ประเทศ ทรงเปน็ นกั ปรชั ญาจากการทไ่ี ดม้ พี ระบรมราชวนิ จิ ฉยั และพระราชทานแนวพระราชดำริ“ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง” เปน็ แนวทางในการดำรงชวี ติ ใหแ้ กร่ าษฎร 71
ทรงเปน็ นกั ปฏบิ ตั ิที่ดี จากการทเ่ี สดจ็ พระราชดำเนนิ ไปทอดพระเนตรชีวิตความ เป็นอย่ขู องราษฎรตามทอ้ งถิน่ ทุรกันดารด้วยพระองค์เอง ทำให้ทรงเล็งเห็นปัญหา และ ทรงส่งเสริมให้มีการปฏิบัติ แนวทางการแก้ไขอย่างเป็น รูปธรรม ตลอดจนทรง ตดิ ตามผลอย่างต่อเนอื่ ง ขทอรงงกเปา็นรทตเโี่ ปดัวน็ ดอผเยดนู้ า่ ่นำง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทำใหเ้ กิดการทำงานรว่ มกนั อยา่ งบรู ณาการระหว่าง หนว่ ยงานราชการท่ีเก่ยี วข้อง จงึ ทำใหโ้ ครงการอนั เนือ่ งมาจากพระราชดำรติ ่างๆ อนั เกดิ จาก “ความรกั ” และ “แรงบันดาลใจอันย่งิ ใหญ่” ของพระองค์ สง่ ผลอยา่ งเป็นรปู ธรรมให้เหน็ ชัดเจน ในการลดความไม่สมดุลตา่ งๆ ไดอ้ ยา่ งกว้างขวาง72
เหรยี ญท่ีระลึกทส่ี ำนักกษาปณจ์ ัดทำขึ้นเนอ่ื งในโอกาสที่ UNDP ทลู เกลา้ ฯ ถวายรางวลั ความสำเรจ็ สงู สุดด้านการพัฒนามนษุ ย์แด่พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั เปน็ พระองคแ์ รกเมื่อ พ.ศ. 2549.................................................................................................................................... 73สำหรบั ขอ้ มูลเก่ยี วกบั โครงการอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ สามารถหาเพิม่ เตมิ ได้ท่ี1. กลุ่มวจิ ัยและวเิ คราะห์สถิตกิ ารประมง ศนู ย์สารสนเทศ กรมประมง.2. เกษตรกรย้มิ ออกรฐั หนนุ สง่ ออกปลานิล. หนงั สอื พมิ พ์ไทยรฐั วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2552, หน้า 8.3. คณะกรรมการพิเศษเพ่ือประสานงานโครงการอนั เน่ืองมาจากพระราชดำร,ิ สำนักงาน. หญา้ แฝก กำแพงธรรมชาติทีม่ ีชีวิต.4. ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์, สำนักงาน. แนวพระราชดำริในมหานคร คลองลัดโพธ์ิ และ สะพาน ภูมพิ ล. กรุงเทพฯ : ดาวฤกษ์ คอมมนู เิ คชน่ั ส์ จำกัด, 2554.5. ‘ในหลวง’ ชนื่ ชมหญา้ แฝกพชื ทมี่ หศั จรรย.์ หนงั สอื พมิ พเ์ ดลนิ วิ ส์ วนั พธุ ที่ 2 กนั ยายน พ.ศ. 2552, หนา้ 1.6. บำเหน็จบำนาญข้าราชการ, กองทุน. ประมวลพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยูห่ ัว พุทธศักราช 2493 - 2548. กรุงเทพฯ : บรษิ ทั อมรินทร์พรินต้ิงแอนด์พบั ลิชชง่ิ จำกดั (มหาชน), 2550.7. ประดับ กลัดเข็มเพชร. คู่มือฝายต้นน้ำลำธาร. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเน่ืองมาจาก พระราชดำริ สำนกั ชลประทานที่ 1 กรมชลประทาน. พมิ พค์ รงั้ ท่ี 2. โรงพมิ พท์ พิ ยเ์ นตร : เชยี งใหม,่ 2548.8. ----------------------. ฝายต้นน้ำลำธาร เรื่องลักษณะความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อตัวฝายต้นน้ำลำธาร และการแก้ไข. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สำนักชลประทานที่ 1 กรมชลประทาน. 2549.9. ฝา่ ยสถติ กิ ารประมง กองนโยบายและแผนงานประมง กรมประมง.10. มลู นธิ โิ ครงการหลวง. โครงการหลวงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ ัว. เอกสารเผยแพรง่ านโครงการหลวง ปี 2550.11. ----------------------. เอกสารวาระการประชุมคณะกรรมการสามัญประจำปี มูลนิธิโครงการหลวง คร้งั ท่ี 1/ 2555 วันพฤหสั บดีท่ี 19 เมษายน พ.ศ. 2555.12. วิจัยการเพาะเลยี้ งสตั ว์นำ้ จดื , สถาบนั . กรมประมง. การพัฒนาการเพาะเลีย้ งปลานลิ . เอกสารเผยแพร่ ฉบบั ที่ 27.13. วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, กระทรวง. สมัชชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพ่ือการพัฒนา คร้ังท่ี 5 การจดั การทรพั ยากรน้ำประเทศไทย 10 - 12 มกราคม 2549.14. ศนู ย์เพาะเลยี้ งปลานลิ จติ รลดา มลู นธิ ิชัยพฒั นา.15. ศูนย์ศึกษาการพฒั นาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำร.ิ เทคนิควธิ กี ารปลกู หญ้าแฝกในการปรบั ปรงุ และพฒั นาดินที่แขง็ เปน็ ดาน เพื่อการปลูกพืช.16. หอจดหมายเหตุแห่งชาติ, สำนัก. จดจารพระมหากรุณา พระมหากษัตริย์นักพัฒนาเพื่อปวงประชา รม่ เยน็ . กรงุ เทพฯ : ดาวฤกษ์ คอมมูนิเคชัน่ ส์ จำกัด, 2551.17. เอกสารเผยแพร่โครงการส่วนพระองคส์ วนจติ รลดา ปี 2539.18. อำนวย โชติญาณวงษ์. การวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ประมง. ภาควิชาผลิตภัณฑ์ประมง คณะประมง มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์.19. โครงการปลกู หญ้าแฝกเฉลิมพระเกยี รติ. กรมพัฒนาทดี่ ิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ.์ www.ldd.go.th/link_vetiver/index.htm
5สรปุ ปกัญารหตา่อคยวอามดไอมย่สา่ มงดยุล่ังยควนื ามไม่พอเพียง ไม่พอดีต่างๆ ท่ีเกิดขึ้นในประเทศไทย หากไม่มีบทบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท้ังพระราชดำรัสท่ีพระราชทานคำแนะนำ ทรงเตือน ทรงสนับสนุน และ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่ทรงริเร่ิม ความไม่สมดุลเหล่าน้ัน จะย่ิงทวีความรุนแรงมากกว่าท่ีเป็นอยู่ในปัจจุบัน 74
แต่ทุกวันน้ี ความไม่สมดุลในประเทศไทยก็ยังคงมีอยู่ นอกจากน้ันยังจะมีปัญหาใหม่ๆ ทเี่ กิดจากการเปลี่ยนแปลงของโลกใหต้ ้องเผชิญอยูอ่ กี มาก และมแี นวโน้มที่จะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันเกือบทั่วโลกกำลังเผชิญวิกฤตหลายด้านจนอาจกล่าวได้ว่าเป็นอภิมหาอันตรายของประเทศไทยและของโลก จากการท่ีประชากรโลกใน พ.ศ. 2554 มีจำนวนสูงถึง 7 พันล้านคน23 ขณะท่ีทรัพยากรมีอยูเ่ ทา่ เดิม การมุ่งบริโภคนยิ มมากเกนิ ไป และการมีคณุ ธรรมความดนี ้อยเกินไปกำลังจะส่งผลให้เกิดความไม่มั่นคงด้านอาหาร พลังงาน สร้างความแตกแยกและทำใหป้ ระชาชนขาดสนั ติสุข24เราจึงจำเป็นต้องมีสติ ปัญญาและความรอบคอบในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ที่มุ่งเน้นให้การพัฒนามีความสมดุลและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ท้ังด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมโดยไม่ยึดตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เป็นเคร่ืองมือในการประเมินผลเพียงอย่างเดียว โดยละเลยคุณค่าที่แท้จริงในชีวิต จนเกิดความไม่สมดุลและขาดจิตสำนึก (Mindset) ท่ีต้องมีความรู้คู่คุณธรรมที่จะพิจารณาเรอื่ งต่างๆ ด้วยความพอประมาณ ความมเี หตมุ ีผล และการมีภมู ิคมุ้ กนั ในตวั ทด่ี ีอันเป็นหัวใจหลักตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานผ่านสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เมือ่ พ.ศ. 2542เป็นที่น่ายินดีว่า ตลอดระยะเวลากว่า 1 ทศวรรษท่ีหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้มีการเผยแพร่ในประเทศไทยผ่าน 8 ภาคส่วน ทั้งผู้นำทางความคดิ นกั วิชาการในระดับอุดมศึกษา สถาบันการศึกษา สถาบันการเมืององค์กรภาครัฐ สื่อมวลชนและประชาชน ภาคธุรกิจ ชุมชนและประชาสังคมซึ่งจากความพยายามทำให้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้เป็นแนวทางพื้นฐานสำคัญของการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 9(พ.ศ. 2545 - 2549) และในฉบบั ต่อๆ มาจนถงึ ปัจจบุ ัน ตลอดจนมีการกำหนดให้อยู่ในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ....................................................................................................................................23 Jeffrey D. Sachs. The Earth Institute, Columbia University.24 สรุปจากบทความของนายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม เร่ืองอภิมหาอันตรายของประเทศไทยและของโลกกับปรัชญา ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง 75
ศูนย์ศึกษาการพฒั นาเขาหินซอ้ น อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ นอกจากน้ี ยังมีผู้ที่มีศรัทธาและดำเนินตามแนวทางดังกล่าวจนเกิดผลสัมฤทธ์ิ อย่างเป็นที่ประจักษ์ เช่น ภาคการเกษตร ภาคประชาชน ภาคธุรกิจ สถาบัน การศึกษา เปน็ ต้น โดยนำมาปรบั ใช้กบั สภาพภมู ิสังคมของตนเองอยา่ งเหมาะสม และมีการขยายวงกว้างนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้มากขึ้น เรอ่ื ยๆ ดงั ที่พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ ัวมีกระแสพระราชดำรสั วา่ ศนู ยศ์ กึ ษาการพฒั นา เขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริและศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ ในท่ีอ่ืนๆ เป็นเสมือน “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติท่ีมีชีวิต” ท่ีเราสามารถเรียนรู้ต่อไปเร่ือยๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพื่อหาแนวทางต่อสู้กับปัญหาใหม่ๆ ท่ีจะมาถึง เช่น ปัญหา โลกร้อน ปัญหาด้านการขาดแคลนพลังงาน ซ่ึงจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและ สังคมไทยอย่างรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นหน้าท่ีของเราทุกคนที่ต้องร่วมใจกัน เตรียมรับมือกับปัญหา ประเมินผลกระทบ และหาวิธีแก้ไขเสียแต่เน่ินๆ ก่อนที่ ปญั หาจะบานปลายจนยากจะแก้ไขได้ต่อไป 76
หน่ึงในตัวอย่างท่ีดี คือ มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริที่มีจุดประสงค์นำความรู้ที่ได้จากการศึกษาพระราชดำริอันล้ำค่าของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตลอดจนพระบรมวงศ์ การนำประสบการณ์ ภูมิปัญญาจากปราชญ์ชาวบ้านที่สั่งสมจากการทำงานมาต่อยอดปฏิบัติ และการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในระดับพ้ืนท่ี (Area-based) มาช่วยเหลือผู้ยากไร้ในชนบท โดยเริ่มจากพ้ืนท่ีต้นแบบขนาดเล็กในจังหวัดน่าน25 เม่ือพ.ศ. 2552 จากความรว่ มมอื ของภาคเี ครือขา่ ยต่างๆ ที่ปรารถนาดี ทัง้ หน่วยงานด้านองค์ความรู้จากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หน่วยงานภาครัฐหน่วยงานภาคประชาสงั คม และหนว่ ยงานเอกชน โดยมี “ชุมชนเปน็ ศูนย์กลาง”และชาวบ้านลงมือปฏิบัติด้วยตนเองตามลักษณะเฉพาะของภูมิสังคมและความต้องการท่ีแท้จริงของชุมชน จนเกิดเป็นผลสำเร็จที่สามารถวัดได้ท้ังจากคุณภาพและปริมาณ จึงเกิดการขยายผลสู่พื้นที่อ่างเก็บน้ำห้วยคล้ายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวดั อุดรธานี ซ่งึ แม้ลกั ษณะพน้ื ที่จะต่างกนั แต่จากหลกั การดำเนินงานที่เน้นความ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เพ่ือมุ่งให้ชาวบ้านสามารถ“อยู่รอด พอเพยี ง ย่ังยนื ” ความสำเร็จจงึ ปรากฏขน้ึ อีกครง้ั โครงการปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริได้ขยายผลทุ่มเทกำลังทรัพยากรเพื่อดำเนินการพัฒนาขยายผลในพ้ืนที่แห่งท่ี 3 ที่บ้านโป่งลึกบ้านบางกลอย ตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบรุ ี และมุ่งขยายผลให้ครบใน 10 จังหวัด 18 หมู่บ้านทั่วประเทศที่ชุมชนมีความเข้มแข็งและพร้อมจะเข้ารว่ มกบั โครงการปดิ ทองหลังพระฯ ซงึ่ กจิ กรรมเหลา่ น้ีน่าจะมสี ว่ นในการแกไ้ ขปญั หาและลดความไม่สมดุลในการพัฒนาได้มาก....................................................................................................................................25 ภายใต้ช่อื การพฒั นาระบบต้นแบบบรู ณาการการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพนื้ ท่ีลุม่ น้ำน่านอย่างยั่งยืน ตามแนวพระราชดำริ ดำเนินการในพื้นท่อี ำเภอสองแคว อำเภอท่าวงั ผา และอำเภอเฉลมิ พระเกียรติ จงั หวัดน่าน 77
กิจกรรมธนาคารความดีของโรงเรยี นบา้ นนา นกั เรยี นโรงเรยี นแมรอ่ี มิ มาคเุ ลตคอนแวนต์ ประชาสัมพันธ์ จังหวัดชยั ภูมิ สง่ เสรมิ ให้เดก็ จังหวัดชลบุรี ช่วยกันนำน้ำมันพืชที่ใช้แล้วมีความเออื้ เฟ้อื ช่วยเหลอื กนั เกิดความภาคภมู ิใจ มากรอง เพื่อนำไปผลติ เป็นน้ำมันไบโอดเี ซล ในตนเอง และเหน็ คุณค่าของการอยูร่ ่วมกัน สำหรับใชเ้ ป็นพลงั งานทดแทนในโรงเรียน พร้อมกันน้ี ขอส่งกำลังใจให้แก่ผู้ที่กำลังดำเนินการต่อยอดปรัชญาของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผ่านโครงการต่างๆ เช่น โครงการขับเคล่ือน ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษาทั่วประเทศ ซ่ึงเป็นแนวทางการสร้าง รากฐานแห่งความย่ังยืนในระยะยาว เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกพอเพียงให้แก่เยาวชน ดังจะเห็นได้ว่าหลักสูตรการศึกษาข้ันพ้ืนฐานของประเทศในปัจจุบัน ได้ต้ัง เป้าหมายให้ผู้เรียนมีคุณธรรมจริยธรรมและยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงในการดำเนินชีวิต ทำให้ผู้บริหารโรงเรียนและคุณครูจำนวนมากน้อมนำ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเข้ามาสู่การปฏิบัติภารกิจการจัดการศึกษา จนส่งผลประจักษ์ต่อการปลูกฝังหลักคิดและบ่มเพาะพฤติกรรมของผู้เรียน และมีสถานศึกษาท่ีได้รับการประกาศเป็น “สถานศึกษาพอเพียง” เพราะเป็น สถานศึกษาแบบอย่างที่มีการบริหารจัดการและจัดการเรียนการสอนที่ยึดหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ใน พ.ศ. 2556 จำนวน 7,763 แห่ง กระจาย อยู่ท่ัวประเทศ การรวมพลังกันตามตัวอย่างที่กล่าวถึง ตลอดจนการนำเอาความรู้ทั้งเก่าและใหม่ จากท้ังโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ และแหล่งความรู้อ่ืนๆ มาใช้ แก้ปัญหา จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ประชาชนและเยาวชนไทยได้ต่อยอดและ เดนิ ทางไปบนเส้นทางแห่งความสมดลุ ในการพฒั นาที่จะนำมาซง่ึ ความสุขทยี่ ั่งยนื78
นายจริ ายุ อิศรางกรู ณ อยธุ ยาประวัติส่วนตัววนั เกิด วนั ท่ี 12 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2485สถานท่ีเกิด กรงุ เทพมหานคร คุณวุฒิและการศกึ ษาพ.ศ. 2507 ปริญญาตรี (เกียรตนิ ยิ ม) ทางเศรษฐศาสตร์ London School of Economics, University of London, Englandพ.ศ. 2514 ปริญญาเอก ทางเศรษฐศาสตร ์ School of Pacific Studies, Australian National University, Australiaประวตั กิ ารทำงาน (โดยสงั เขป)1 ตุลาคม พ.ศ. 2509 - รับราชการสังกัดคณะพฒั นาการเศรษฐกจิ ตำแหน่งอาจารย์โท10 มนี าคม พ.ศ. 2524 สถาบันบณั ฑิตพฒั นบริหารศาสตร์1 กรกฎาคม พ.ศ. 2519 - คณบดีคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบนั บณั ฑิตพัฒนบรหิ ารศาสตร ์ 13 มกราคม พ.ศ. 2522 11 มีนาคม พ.ศ. 2524 - ดำรงตำแหนง่ รฐั มนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม19 กนั ยายน พ.ศ. 2528 พ.ศ. 2528 ดำรงตำแหนง่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมพ.ศ. 2529 ดำรงตำแหนง่ รัฐมนตรปี ระจำสำนักนายกรฐั มนตรีพ.ศ. 2541 นายกสภาสถาบันบัณฑิตพฒั นบรหิ ารศาสตร์ตำแหน่งอ่ืนๆ บางตำแหน่งในปัจจุบนั ประธานกรรมการ บริษทั ปนู ซิเมนตไ์ ทย จำกดั (มหาชน)กรรมการ ธนาคารไทยพาณชิ ย์ จำกัด (มหาชน)ผ้อู ำนวยการ สำนักงานทรพั ย์สินสว่ นพระมหากษัตริย์รองเลขาธกิ ารพระราชวัง สำนักพระราชวงั 79
หนงั สือเล่มน้พี มิ พ์บนกระดาษ Green Offset ซึง่ เปน็ เย่ือกระดาษทผี่ ลิตจากเศษวสั ดุท่ผี า่ นการใชง้ านแล้ว ช่วยลดภาวะโลกร้อน และเปน็ มิตรตอ่ สงิ่ แวดลอ้ ม พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอย่หู ัวกบั การเพมิ่ ความสมดลุ ในการพัฒนา ISBN 978-974-8259-71-0 ปที พ่ี ิมพ์ พ.ศ. 2556 พมิ พ์คร้ังที่ 4 ฉบบั ปรบั ปรงุ ครง้ั ที่ 3 จำนวนที่พมิ พ์ 8,000 เลม่ สำนักงานทรัพยส์ นิ สว่ นพระมหากษัตรยิ ์ 173 ถนนนครราชสีมา เขตดุสิต กรงุ เทพฯ 10300 โทรศัพท์ 0-2787-7000 www.crownproperty.or.th ออกแบบ และผลติ บริษทั ดาวฤกษ์ คอมมนู ิเคช่ันส์ จำกัด (หน่ึงในทมี กร๊ปุ ) 151 อาคารทีม ถนนนวลจันทร์ แขวงนวลจนั ทร์ เขตบงึ กมุ่ กทม. 10230 โทรศัพท์ / โทรสาร 0-2509-9091-280
83
84
Search