❝ ทรงมุ่งเน้นให้ประชาชนชาวไทยอยู่ร่วมกับทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอย่างสันติ ไม่เบียดเบียนหรือ ก่อปัญหาให้เกิดขึ้นกับสภาวะแวดล้อม... ประชาชนที่ประกอบอาชีพการเกษตรต้องอาศัยธรรมชาติ ในการทำมาหากิน จึงจำเป็นต้องใช้ประโยชน์ จากธรรมชาติให้มากที่สุด และไม่ทำลายธรรมชาติ ❞ ทรงมุ่งเน้นให้คนอยู่ร่วมกับธรรมชาติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมุ่งเน้นให้ประชาชนชาวไทยอยู่ร่วมกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสันติ ไมเ่ บียดเบยี นหรือก่อปญั หาให้เกดิ ขน้ึ กบั สภาวะแวดล้อม เหตุที่ทรงให้ความสำคัญแกส่ ภาวะแวดล้อมเพราะทรงตระหนักดีว่าประเทศไทยน้ันเป็นประเทศเกษตรกรรมโดยพื้นฐานประชาชนท่ีประกอบอาชีพการเกษตรต้องอาศัยธรรมชาติในการทำมาหากินจึงจำเปน็ ตอ้ งใช้ประโยชนจ์ ากธรรมชาติให้มากที่สุด และไม่ทำลายธรรมชาติโดยต้องมีการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ เช่น อนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรดนิ แหล่งน้ำ และทรพั ยากรป่าไม้ เปน็ ต้น และมกี ารใชป้ ระโยชนจ์ ากธรรมชาติอย่างถูกต้อง อาทิ ทรงสนับสนุนให้เกษตรกรใช้โคกระบือในการทำนามากกวา่ ใชเ้ ครอ่ื งจกั ร และทรงส่งเสรมิ ให้มีการปลกู พชื หมุนเวยี น โดยเฉพาะพชืตระกูลถ่วั เพ่อื ลดคา่ ใช้จ่ายเร่ืองปยุ๋ หรอื กรณีทจ่ี ำเปน็ ต้องใชป้ ุ๋ย ก็ทรงสนบั สนนุให้เกษตรกรใช้ปุย๋ ธรรมชาติแทนปุ๋ยเคมี ซึง่ มรี าคาแพงและมีผลกระทบตอ่ สภาพและคุณภาพของดินในระยะยาว แนวพระราชดำริทพ่ี ระราชทานดงั กลา่ ว คอืการใหก้ ารศึกษาแกเ่ กษตรกรให้มีการทำการเกษตรอยา่ งย่ังยืน การทรงงานพัฒนาประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 99
❝ การปฏิบัตติ ามทฤษฎใี หมน่ ี้ เกษตรกรจะสามารถเล้ยี งตัวเองได้ ในข้นั แรก และสามารถพฒั นาไปขนั้ ทส่ี องเป็นการรวมพลังกนั ในรูปกล่มุ หรอื สหกรณใ์ นการขายผลผลติ และเม่ือผ่านพน้ ขน้ั ที่สองแล้ว ก็สามารถพัฒนาไปข้นั ท่ีสาม ❞ พระราชทาน “ทฤษฎีใหม่” เพื่อเกษตรกร นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานเศรษฐกิจ พอเพียงสำหรับเกษตรกรได้แก่ “ทฤษฎีใหม่” ว่าด้วยการบริหารจัดการที่ดิน และแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร เนื่องจากพระองค์ทรงตระหนักถึงปัญหาการ ขาดแคลนน้ำเพ่อื การเกษตรของพสกนกิ ร จึงทรงมีพระราชดำริอันเปน็ แนวคิดใหม่ ในการบริหารจัดการที่ดินของเกษตรกรให้มีสัดส่วนในการใช้พื้นท่ีดินให้เกิด ประโยชน์สูงสุด โดยใช้เนื้อที่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ขุดสระน้ำเพื่อใช้ในการเกษตร ๖๐ เปอรเ์ ซน็ ต์ เป็นทสี่ ำหรับทำไร่ ทำนา ปลูกข้าว และไมผ้ ล หรือไร่นาสวนผสม ส่วนอีก ๑๐ เปอร์เซน็ ต์ ทเี่ หลอื ใช้เป็นที่อยู่อาศัย เลี้ยงสัตว์ ปลูกพืชผักสวนครัว การปฏบิ ตั ติ ามทฤษฎใี หม่นี้ เกษตรกรจะสามารถเลี้ยงตัวเองได้ในขั้นแรก และ สามารถพัฒนาไปข้ันท่ีสองเป็นการรวมพลังกันในรูปกลุ่มหรือสหกรณ์ในการขาย ผลผลติ และเม่อื ผา่ นพ้นขนั้ ทส่ี องแล้ว ก็สามารถพฒั นาไปขน้ั ท่ีสาม เพอ่ื หาทุน หรือแหล่งเงินมาช่วยในการลงทนุ และพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ต่อไป พระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในด้านการศึกษา ดังกลา่ วแลว้ น้ี ได้ก่อใหเ้ กดิ ประโยชนแ์ ก่การดำเนนิ ชวี ิตของพสกนิกรของพระองค์ เพื่อจะสามารถมีการศึกษาเรียนรู้ในการประกอบอาชีพ มีรายได้พอเพียงเลี้ยง ตนเองและครอบครัว มีจริยธรรมคุณธรรม ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนา ประเทศให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป และประชาชนสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยความ ผาสกุ ภายใต้รม่ พระบารมตี ลอดไป100 การทรงงานพัฒนาประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท โดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล
ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท โดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เมื่อย้อนรำลึกถึงวัน “ฉัตรมงคล” ซึ่งถือเป็นวันสำคัญของชาติบา้ นเมืองอีกวันหน่ึง เปน็ วนั ท่มี วลสมาชิกผทู้ ี่ได้รบั พระราชทานเครอ่ื งราชอิสรยิ าภรณ์จลุ จอมเกลา้ จะไดไ้ ปเขา้ เฝา้ ฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ ัว ที่พระบรมมหาราชวังเพื่อถวายความจงรักภักดีและแสดงความชื่นชมยินดีกันในวันนั้น และหลังจากพระราชทานเครื่องราชฯ เสร็จแล้ว จะเสด็จฯ มายังพระอุโบสถในวัดพระแก้วเพอื่ ถวายราชสักการะ พวกเรามกั จะไปยนื เข้าเฝ้าฯ หน้าพระอโุ บสถอีกครง้ั หนงึ่พระราชกระแส... สร้างความซาบซึ้งและหวนคิดถึงการถวายงานที่มี “ความสุข” และ “สนุก” เมื่อปี ๒๕๔๘ ในวันดังกล่าว หลังจากเสด็จฯ ออกจากพระอุโบสถเพื่อเสด็จฯ ไปถวายราชสักการะท่ปี ราสาทพระเทพบดิ ร ระหวา่ งทเ่ี สด็จฯ ถงึ แถวของพวกเรา ทรงหยุดนิดหนึ่งแล้วทรงหันมารับสั่งกับผมว่า “โครงการวัดมงคลเป็นอย่างไรบ้าง ไปดูกันบ้างหรือเปล่า สมัยก่อนนี้พวกเราสนุกกันมากนะ”แน่นอนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหยุดรับสั่งด้วยนั้น สร้างความมหาปิติในหวั ใจอย่างสงู สดุ โดยเฉพาะเมอ่ื ได้ฟังพระราชกระแสถึงเรอ่ื งอดีตเก่าๆ ย่งิ ซาบซง้ึในจิตใจอย่างบอกไม่ถูก และหวนเห็นภาพเก่าๆ เมื่อครั้งถวายงานในฐานะเลขานกุ ารและเลขาธิการ กปร. ตามลำดบั ต้ังแตป่ ี ๒๕๒๔ เป็นตน้ มา นบั เปน็ชว่ งชีวิตท่ีมี “ความสุข” และ “สนกุ ” ท่สี ดุ ท่ีเคยมมี า การทรงงานพัฒนาประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 103
❝ ในแต่ละวันที่ตามเสด็จฯ ออกเยี่ยมเยียนราษฎรและโครงการต่างๆ มีเรื่องตื่นเต้นอยู่เสมอ โดยพระองค์จะเสด็จฯ ออกยามบ่าย และเสด็จฯ กลับที่ประทับยามดึกแก่ๆ ทุกวัน ❞ ทุกพระองค์ทรงมีความสุขกับการตามเสด็จฯ เพื่อขจัดทุกข์และบำรุงสุขแก่ประชาชน ในยุคนั้น ปีหนึ่งๆ พระองค์จะประทับอยู่ในนครหลวงไม่ถึงครึ่งปี นอกนั้นจะเสด็จฯ ประพาสไปในภูมิภาคต่างๆ ทั้ง ๔ ภาคเป็นประจำ พวกเรา จึงตอ้ งยา้ ยภูมิลำเนาไปอยู่ตา่ งจงั หวดั ช่ัวคราว ระยะแรกๆ ท่ียังไมม่ บี า้ นพักของ กปร. เราต้องไปนอนโรงแรมกันบ้าง ขออาศัยบ้านพักหน่วยงานราชการบ้าง โดยเฉพาะกรมชลประทาน ชีวติ สมบกุ สมบัน ในแตล่ ะวนั ที่ตามเสดจ็ ฯ ออกเย่ยี มเยยี น ราษฎรและโครงการต่างๆ มเี รอื่ งตืน่ เต้นอยู่เสมอ โดยพระองคจ์ ะเสดจ็ ฯ ออกยามบ่าย และเสดจ็ ฯ กลับที่ประทบั ยามดกึ แกๆ่ ทกุ วนั เวลาเสด็จฯ แปรพระราชฐาน ไปยังวงั ไกลกังวล หวั หนิ ก็จะพบกับอากาศรอ้ น เสด็จฯ ใต้เจอฝน อีสานร้อน สลับหนาว ส่วนภาคเหนือก็หนาวเหน็บ และถนนหนทางทุรกันดารต้องนั่ง เฮลคิ อปเตอรเ์ กือบทกุ คร้งั แตท่ ุกพระองคท์ ีต่ ามเสดจ็ ฯ ดว้ ยมิได้ทรงปรพิ ระโอษฐ์ บ่นอะไรเลยแม้แต่น้อย ผมกลับสังเกตเห็นว่าทุกพระองค์ทรงมีความสุขที่ได้ ตามเสด็จฯ และทรงงานเพื่อขจัดทุกข์ของประชาชน และแก้ไขปัญหาของ แผน่ ดนิ ระหว่างเสด็จฯ ทรงมีพระเมตตาสอนพวกเราทุกอย่าง พวกเราจึงได้ เรยี นรสู้ ิ่งต่างๆ อย่างมากมายจากพระองค์ และรู้จักการทำงานให้กับแผ่นดิน อย่างแท้จริง 104 การทรงงานพัฒนาประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
❝ พวกเรานำเสด็จฯ ไปเรื่อยตามที่ชาวบ้านบอก เอาไฟฉายส่องแผนที่ไป ลุยป่าไปเรื่อย จนถนนไม่มี รถแล่นกระโดกกระเดกไปตามท้องลำธารบนหินก้อนโตๆ จึงพระราชทานนามว่า “ทางดิสโก้” ขย้อนโขยกไปตลอดทาง ❞ทรงรู้จักแผ่นดินและประชาชนของพระองค์เป็นอย่างดี บางทีพวกเราพาพระองค์หลงทางบ่อยๆ ทั้งๆ ที่มีแผนที่ มีเครื่องไม้เคร่อื งมอื พอสมควร แต่ผมร้สู ึกวา่ พระองค์ร้จู ักแผ่นดนิ ของพระองค์ และคนของพระองค์ทกุ กระเบียดน้ิว มีครั้งหนึ่งระหว่างเสด็จฯ ที่ภาคใต้ ทรงเปลี่ยนจุดโดยกะทันหันสรา้ งความโกลาหลใหก้ ับพวกเราเปน็ อยา่ งมาก วนั นัน้ เสดจ็ ฯ พรแุ ฆแฆ ซึ่งยำ่ คำ่แล้ว ทรงรับสั่งว่าจะไปทอดพระเนตรอีกจุดหนึ่งจึงต้องเปลี่ยนแผนกันกลางป่ากลางสวน จนไดม้ ีโอกาสพบลุงวาเดง็ พระสหายอีกคนหนึ่ง และวนั นน้ั เองเปน็วนั ทส่ี นกุ สนานท่สี ุดของพวกเราอกี วนั หนึ่ง หรอื เมอ่ื คร้ังเสด็จฯ จ.กาฬสนิ ธ์ุ ขณะลงจากเฮลิคอปเตอรท์ รงมรี ับส่ังว่า“เด๋ยี วจะไปดทู ี่ลำพะยงั ” พวกเราจะไปก่อนก็ไมท่ นั พวกเราซ่ึงถือเป็นผู้เช่ียวชาญทั้งนั้น ทั้งช่างชลประทาน ทหารแผนที่ มีทั้งชั้นพิเศษ พันเอก ดอกเตอร์รีบวางแผนอย่างรวดเร็ว พอขบวนเคลื่อนก็ไม่ประมาท อุ้มชาวบ้านที่เดินอยู่ข้างทาง นุ่งผ้าขาวม้าอยู่ผืนเดียวไปด้วย เพราะถามแล้วตอบว่ารู้จักที่ที่จะไปพวกเรานำเสดจ็ ฯ ไปเรอ่ื ยตามทช่ี าวบา้ นบอก เอาไฟฉายสอ่ งแผนทไ่ี ป ลุยป่าไปเร่อื ย จนถนนไมม่ ี รถแลน่ กระโดกกระเดกไปตามท้องลำธารบนหินก้อนโตๆจึงพระราชทานนามว่า “ทางดิสโก้” ขยอ้ นโขยกไปตลอดทาง การทรงงานพัฒนาประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 105
สุดท้ายไปเจอคันนาขวางหน้าอยู่ไปไม่รอด ขบวนต้องไปจอดนิ่งสนิท อยู่กลางทงุ่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ วั เสดจ็ ฯ ลงจากรถพระท่ีน่งั ทรงดุพวกเรา แต่ไกลว่า “จะไปไหน หลงทางมาตั้งแต่แยกแรกแล้ว ไม่ใช่ทางนี้ อยู่ใกล้ นิดเดียว” เผอิญเป็นเวลาค่ำแล้วจึงไม่เห็นหน้าพวกเราซึ่งเคยบานเป็นกระด้ง ขณะนน้ั เหลอื อยา่ งท่ีเขาเรียกกนั “หน้าเหลือสองนวิ้ ” เท่าน้นั ขาออกมาแทนท่ี พวกเราจะนำเสดจ็ ฯ พวกเรากลบั ต้องขับรถตามเสด็จฯ โดยทรงนำทางตลอด ประเดีย๋ วเดยี วกถ็ งึ ดงั ที่ทรงรบั ส่ัง เป็นท่ีครื้นเครงสนุกสนานสำหรับพวกเราอีกคร้ัง ด้วยพระองคไ์ ม่ทรงกร้วิ อะไร จาก “เกษตรน้ำค้าง” สู่ “เกษตรชลประทาน” วันนัน้ เองชาวบา้ นนำข้าวรวงเล็กๆ มาถวายให้ทอดพระเนตร รวงหนงึ่ มีข้าวแค่ ๓-๔ เมล็ด เนื่องจากแห้งแล้งมาก ชาวบ้านต้องใช้จอบขุดดินโรยเมล็ด ลงไปแล้วรอน้ำค้างมาให้ความชุ่มชื้น จึงเป็นที่มาของพระราชกระแสรับสั่งว่า “เกษตรนำ้ ค้าง”และนา่ ปลาบปล้ืมใจเปน็ อย่างยิง่ วา่ หลงั จากทท่ี รงมีพระราชดำริ โครงการต่างๆ ในพ้ืนทน่ี ้ี บดั น้ใี นบริเวณดังกลา่ วได้แปรสภาพจากเกษตรนำ้ คา้ ง เปน็ เกษตรชลประทานทอี่ ุดมสมบรู ณ์ เปลย่ี นสภาพไปอย่างไมน่ า่ เชือ่ เวลาตามเสด็จฯ ทางภาคเหนือ ขบวนเสด็จฯ จะใช้เฮลิคอปเตอร์ เปน็ หลัก และเวลาลงจากเฮลคิ อปเตอรแ์ ลว้ บางทตี ้องเดินเปน็ ระยะไกลๆ ขา้ ม เนินเขาลงหุบหว้ ยผา่ นเข้าไปในนาขา้ ว บางทีฝนตกกว่าจะถงึ ยอดเนนิ ต้องทรดุ ตัว ลงนัง่ หอบแฮกๆ กนั ทกุ คน แต่พระองคก์ ลบั ประทับยนื กางแผนท่ีเหลยี วพระพักตร์ จะมีพระราชกระแสสั่งงานใคร ก็ทรุดลงไปนั่งป้อแป้กันหมด เลยรับสั่งว่า “ไม่เห็นสคู้ นอายุ ๖๐ ได้สกั คน” พวกเราได้แต่ยม้ิ แหยๆ ยอมรบั วา่ สพู้ ระองค์ ไมไ่ ด้เลยจรงิ ๆ106 การทรงงานพัฒนาประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
❝ ทรงรับสั่งขึ้นมาลอยๆ ว่า “ไม่ได้ออกมานานแล้ว” และเห็นชัดเจนว่า พระองค์ทรงมีความสุขมาก และทรงพระเกษมสำราญเหลือเกินที่มีโอกาสได้กลับมาทรงงาน ให้กับพสกนิกรของพระองค์อีกครั้งหนึ่ง จากนั้นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการแล้ว โครงการเล่าที่ทรงอยู่ได้เริ่มต้นอย่างทรงพลังอีกครั้งหนึ่ง ❞ทรงมคี วามสุขและทรงพระเกษมสำราญเมอ่ื ไดท้ รงงานใหก้ บั พสกนกิ ร ภาพที่ประทับใจและจดจำไม่เคยลืมเลือนอีกภาพหนึ่งคือ หลังจากที่ทรงพระประชวรในช่วงเวลาหนึ่ง ได้เสด็จฯ ออกพื้นที่อีกครั้ง จำได้แม่นยำว่าเป็นที่ชะอำ ที่ตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ โดยเสด็จฯ ออกทรงงานเปน็ ครงั้ แรกหลงั จากว่างเว้นมานาน ภายหลงั จากทม่ี ีพระราชกระแสพระราชทานแนวทางการดำเนินงานหลักๆ แล้ว ได้หยุดขบวนประทับซึ่งเบื้องหน้าเป็นเขามีหุบเขาเรียกว่าหบุ สบู่ เวลาน้นั ตะวนั กำลงั ลาลับเหล่ียมเขา ยังคงสอ่ งแสงเรืองรองทาบขอบฟ้า นกบินกลบั รงั เปน็ ฝงู ๆ อากาศร่มลมพัดเยน็ สบาย มพี ระพิรุณโปรยมาบางๆ สร้างความช่มุ ช่ืน พระองค์ทรงฉายภาพวิวรอบๆ และทรงรบั สง่ั ขึ้นมาลอยๆ วา่ “ไม่ไดอ้ อกมานานแลว้ ” และเหน็ ชัดเจนว่าพระองคท์ รงมีความสขุ มากและทรงพระเกษมสำราญเหลือเกินที่มีโอกาสได้กลับมาทรงงานให้กับพสกนกิ รของพระองค์อีกครั้งหน่ึง จากน้ันโครงการอันเนอื่ งมาจากพระราชดำริโครงการแล้วโครงการเล่าที่ทรงอยู่ได้เร่ิมต้นอย่างทรงพลังอีกครั้งหน่ึงสู่ทกุ หัวระแหงของแผ่นดิน การทรงงานพัฒนาประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 107
❝ หลายครั้งเสด็จฯ มา และประทับยืนสั่งงานตรงที่พวกเรานั่งอยู่ จะประทับยืนสั่งงานโดยมีพวกเรานั่งพับเพียบ กับพื้นเครื่องบินพระที่นั่ง บางครั้งทรงสั่งงานยาวมาก จนเครื่องบินถึงปลายทางก็มี ❞ ทรงงานทุกขณะ และทุกแห่งหนที่เสด็จฯ บางครั้งขณะจะทรงแปรพระราชฐาน พวกเราติดงานอนื่ จงึ ไปเตรยี ม การรับเสด็จฯ ก่อนไม่ได้ ด้วยเกรงว่าจะถวายงานไม่ทัน จึงขอพระราชทาน พระบรมราชานุญาตอาศัยเครื่องบินพระที่นั่งตามเสด็จฯ ไปด้วย ซึ่งจะต้อง ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตก่อนทุกครั้ง พระองค์จะทรงมีพระเมตตา พระราชทาน พวกติดตามฝ่ายในวังจึงมักจัดให้เรานั่งแถวหน้าของส่วนผู้ติดตาม ขบวน เน่ืองจากเกือบทุกครั้งจะทรงงานและมีพระราชกระแสสงั่ งานบนเครื่องบนิ พระทนี่ ั่งนัน่ เอง หลายครัง้ เสดจ็ ฯ มา และประทบั ยืนสง่ั งานตรงทพ่ี วกเรานงั่ อยู่ จะประทบั ยนื สง่ั งานโดยมพี วกเรานัง่ พบั เพียบกบั พื้นเครอื่ งบนิ พระทีน่ ั่ง บางครงั้ ทรงสง่ั งานยาวมากจนเครื่องบนิ ถึงปลายทางก็มี มีอยูค่ รั้งหน่งึ เสด็จฯ จ.นราธิวาส เครอ่ื งลงแตะรันเวย์แล้วพระองคก์ ็ยังคงประทับยืนอย่อู ย่างนั้น จะกราบบังคมทูล ให้ทรงประทบั นั่งเพอ่ื ความปลอดภยั กไ็ มก่ ลา้ บางโครงการ เช่น “โครงการยึกยือ” ก็เกิดบนนภากาศนน่ั เอง วนั นน้ั เสดจ็ ฯ แปรพระราชฐานไป จ.สกลนคร ระหว่างบนิ อยูม่ หาดเลก็ มาตามตวั ให้ไป เข้าเฝา้ ฯ เมอ่ื เขา้ เฝ้าฯ พระองคก์ ำลงั ประทับเสวยพระกระยาหารวา่ งอยู่ ทรงรับส่งั เรื่องโครงการน้ำก่ำ อยากจะให้ทดลองกั้นลำน้ำก่ำเป็นช่วงๆ ยามหน้าน้ำจะได้ ปิดกั้นไม่ให้น้ำไหลลงแม่น้ำโขงอย่างเปล่าประโยชน์ และเพื่อกักน้ำไว้ให้ราษฎร108 การทรงงานพัฒนาประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
❝ จุดกำเนิดของโครงการนั้น ไม่ใช่เริ่มจากห้องทรงงาน บนพื้นดิน หรือในน้ำเมื่อเสด็จฯ ประพาสทางเรือ แม้บนอากาศก็ยังทรงคิดงานที่จะช่วยเหลือ ประชาชนอยู่ตลอดเวลา ❞ได้ใช้ ระหว่างรับสั่งทรงหยิบเศษกระดาษมาแผ่นหนึ่ง ทรงวาดเค้าโครงต่างๆเป็นลำน้ำก่ำท่ีคดเคี้ยวหยักไปตามสภาพความเป็นจริงและขีดเส้นก้ันเป็นระยะๆเมื่อทรงวาดเสร็จ ทรงทอดพระเนตรรูปนั้นซึ่งมีลักษณะเหมือนตัวหนอนตัวบุ้งอะไรทำนองนั้น ทรงรับสั่งว่า “เหมือนตัวยึกยือนะ” จึงเป็นที่มาของชื่อเล่นสำหรับโครงการว่า “โครงการยึกยือ” ซึ่งเป็นที่เข้าใจกันของพวกเราว่าคือ“โครงการน้ำก่ำ” พวกเราชาวไทยทุกคนควรจะได้ทราบว่าจุดกำเนิดของโครงการนั้นไม่ใช่เริ่มจากห้องทรงงาน บนพื้นดิน หรือในน้ำเมื่อเสด็จฯ ประพาสทางเรือแม้บนอากาศก็ยังทรงคิดงานที่จะช่วยเหลือประชาชนอยู่ตลอดเวลา นั่นคือภาพทไ่ี มส่ ามารถลมื ได้ด้วยพระบุญบารมี... พสกนิกรน้อมถวายความจงรักภักดี สำหรับ “วัดมงคลชัยพัฒนา” ที่ทรงรำลึกถึงและรับสั่งถึงเมื่อวันที่๕ พฤษภาคม ตามทเี่ ร่ิมเร่ืองไว้นัน้ มีจดุ กำเนดิ ทส่ี นกุ สนาน กล่าวคอื ทรงมีรบั สัง่ให้ไปหาทแ่ี ละวดั ท่มี ลี ักษณะอย่างน้ันๆ มอี ายปุ ระมาณนน้ั โดยรบั ส่งั เป็นนยิ ายวา่“มพี ระเอกชือ่ อะไรกส็ งวนไว้ก่อน ตดิ ตามปไู่ ปทำบุญที่พระพทุ ธบาทในยุคสมยัรชั กาลที่ ๕ ขากลบั ได้แวะทำบญุ ทีว่ ดั เป็นเงนิ ๘๐ ช่ัง” บางครงั้ พระราชทานโจทย์ การทรงงานพัฒนาประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 109
มาแบบนี้ พวกเราจึงต้องใช้ปัญญารอบด้านขบปัญหาและโจทย์ให้แตก มิฉะนั้น จะถวายงานไมส่ ำเร็จ มีพระราชกระแสเพียงแคน่ ้ี ก็ต้องขวนขวายหาใหพ้ บ และ เราก็ได้พบวดั มงคลชยั พัฒนา ที่ จ.สระบุรี ซ่ึงทรงรบั สงั่ วา่ ใช่ ก่อนจะไปสำรวจพ้ืนทม่ี ีเรือ่ งราวประหลาดทน่ี ่าประทับใจคอื ระหวา่ ง ที่พวกเราปลอมตัวเข้าไปเพื่อขอซื้อที่ชาวบ้าน ชาวบ้านเล่าให้ฟังว่า คืนก่อน มีหลายคนฝันถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และในโบสถ์ที่ยังสร้างค้างอยู่มี ผูส้ งู ศักดมิ์ าช่วยทำใหส้ ำเรจ็ วันร่งุ ข้ึนพวกเราก็แปลงกายเป็นพ่อเลยี้ งมากวา้ นซื้อที่ เจรจาไม่สำเร็จ เนอ่ื งจากชาวบ้านกลวั เปน็ นายทุนมาหลอกซอ้ื เพราะบอกเขาว่า ซอื้ แลว้ ไมเ่ อาไปไหนหรอก พัฒนาแลว้ ใหเ้ ป็นประโยชนแ์ กช่ าวบ้านเอง ชาวบา้ น ไม่เชื่อว่าใครจะซื้อ นายทุนแบบนี้มีด้วยหรือ ความมาแตกตอนที่กำลังเจรจา ขอซื้อท่ลี งุ คนหน่งึ อยู่ เผอญิ มปี ฏทิ ินแขวนอยขู่ ้างฝาบา้ น เปน็ พระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกำลังเสด็จฯ ทรงงานอยู่แห่งหนึ่ง มีพวกเราตาม เสด็จฯ อยู่ ลุงเหลือบไปเห็นปฏิทินแล้วมองหน้าพวกเรา หน้าพวกเราแตล่ ะคน เหมอื นกับคนตามเสดจ็ ฯ บนปฏิทนิ ยงั กบั แกะ ความลบั จึงแตก พอ่ เลย้ี งจอมปลอม ต้องสารภาพเปิดเผยตัว การซื้อที่ดินกลับเป็นไปอย่างง่ายดาย และบางบ้าน ยงั ถวายเพิ่มอีกหลายแปลง นบั เปน็ พระบารมีของพระองคโ์ ดยแท้ “ทฤษฎีใหม่”... สร้างความกินดีอยู่ดีและสามัคคีแก่ชุมชน หลังจากนั้น ชาวบ้านไดม้ าลงชอื่ เพื่อร่วมพัฒนาตามโครงการอันเนื่อง มาจากพระราชดำริ ตามแนวคิด “บวร” ไดแ้ ก่ บา้ นคือชาวบ้าน วัดคือพระ และราชการรวมทั้งโรงเรยี น ให้ ๓ ส่วนประสานงานรว่ มกัน มีพระเปน็ ศูนย์กลาง เมอ่ื ชาวบา้ นมาทำบญุ แล้ว จะไดม้ าเรียนรกู้ ารเกษตรหลังวดั ทำแหล่งนำ้ ปลูกขา้ ว ปลกู ไมไ้ รไ่ ม้สวนครบถว้ น พอวันเสด็จฯ ทรงพอพระทยั มาก ระหวา่ งพระราชดำเนิน110 การทรงงานพัฒนาประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
❝ โครงการแต่ละโครงการมีเบื้องหลังที่น่าจดจำ สร้างความตื่นเต้น สนุกสนานเพลิดเพลินยิ่งนัก จนลืมความเหน็ดความเหนื่อยไปหมด... “วันฉัตรมงคล” จึงมีความหมายสำคัญยิ่ง สำหรับพวกเราชาวไทย ❞เลาะริมสระน้ำอยู่ ทรงรับสั่งว่า “รูปแบบการพัฒนานี้เป็นรูปแบบที่ดีนะมีหกอย่างในแปลง ชาวบ้านเขามีกิน มีใช้ มีอยู่ ฝนทิ้งช่วงก็มีน้ำในสระคอยพยุงไว้ เป็นทฤษฎีใหม่นะ” ณ ต้ังแต่วันนน้ั “โครงการทฤษฎีใหม่” จึงถอืกำเนิดขึ้น และแพร่ขยายไปทั่วประเทศในขณะนี้ จะเห็นได้ว่าโครงการแต่ละโครงการมีเบื้องหลังที่น่าจดจำ สร้างความตืน่ เต้น สนกุ สนานเพลดิ เพลินยิ่งนัก จนลมื ความเหนด็ ความเหนื่อยไปหมดดังที่ได้ทรงปรารภเมื่อเย็นวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๔๘ ดังกล่าวข้างต้น“วนั ฉัตรมงคล” จงึ มีความหมายสำคญั ยง่ิ สำหรับพวกเราชาวไทยช่วยแบ่งเบาพระราชภารกิจ ด้วยหลัก “รู้ รัก สามัคคี”เพื่อแผ่นดินไทยอยู่คู่ชาวไทยสืบไป วันนี้พวกเราต้องพูดตรงๆ ว่า พวกเราเหงามาก ไม่ค่อยได้มีโอกาสตามเสด็จฯ โดยมีพระองค์เสดจ็ ฯ นำหนา้ เราเหมือนในอดตี วันที่รับสง่ั ผมจึงรสู้ กึสะทอ้ นใจมาก “ประโยชนส์ ุข” ที่ทรงสรา้ งใหก้ ับแผน่ ดินนนั้ ย่งิ ใหญ่ ยากจะจดั หานยิ ามมาเรยี บเรยี งได้ครบถ้วน และรับทราบถงึ ความรสู้ ึกในส่วนลึกของหัวใจได้แม้แดดจะแผดเผา จะมีฝนตกไม่ลืมหูลืมตา จะย่ำโคลนย่ำน้ำที่ท่วม จะไต่เขา การทรงงานพัฒนาประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 111
❝ “ประโยชน์สุข” ที่ทรงสร้างให้กับแผ่นดินนั้นยิ่งใหญ่ ยากจะจัดหานิยามมาเรียบเรียงได้ครบถ้วน และรับทราบ ถึงความรู้สึกในส่วนลึกของหัวใจได้ แม้แดดจะแผดเผา จะมีฝนตกไม่ลืมหูลืมตา จะย่ำโคลนย่ำน้ำที่ท่วม จะไต่เขาสักกี่ลูก ก็เพื่อพสกนิกรชาวไทยทั้งสิ้น ❞ สกั ก่ลี ูก ก็เพอื่ พสกนิกรชาวไทยทง้ั สน้ิ สิ่งทีไ่ ดท้ รงทำมาตลอดเวลากว่าหกทศวรรษ เพื่อให้พสกนิกรอยู่เย็นเป็นสุข แผ่นดินมีความมั่นคงและมั่งคั่ง พวกเราจึง ควรตอ้ งรกั ษา ทนุถนอมสมบัติชาติของเราไว้ และประการสำคัญคือ ชว่ ยแบง่ เบา พระราชภาระท่ที รงแบกหนักอง้ึ มาตลอดเวลาอันยาวนาน โดยใชห้ ลกั “รู้ รัก สามัคคี” สละประโยชน์ส่วนน้อยของเรา เพื่อประโยชน์ส่วนรวมที่ใหญ่กว่า แผน่ ดินน้ีจึงจะคงอยู่กับลกู หลานเหลนของเราชาวไทยสืบไป112 การทรงงานพัฒนาประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
การถวายงานของ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล สัมภาษณ์ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล
การถวายงานของ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล สัมภาษณ์ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล* ดร.สุเมธ ตันติเวชกลุ ในฐานะเปน็ ลูกหลานขา้ ราชบรพิ าร ได้มโี อกาสเข้าเฝ้าฯ และถวายงานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่เป็นเด็กนักเรียน และนับเป็นเวลากว่า ๔๐ ปีแล้วที่ท่านปฏิบัติภารกิจด้วยความจงรักภักดีเป็นอย่างยิ่ง โดยในปัจจุบันได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ถวายงานในตำแหนง่ กรรมการและเลขาธกิ ารมูลนธิ ิชัยพัฒนาถวายงานตั้งแต่เป็นนักเรียนวชิราวุธ ถา้ นับยอ้ นไปว่าเคยปฏบิ ัติงานถวายเมือ่ ไหร่ อาจกล่าวไดว้ ่าตั้งแต่สมัยเรยี นอย่โู รงเรียนวชิราวุธ ในยคุ นัน้ ถือว่าเป็นสถาบันทีใ่ กลช้ ิดพระมหากษตั ริย์มากเวลาในวังมีงานจะได้รับคัดเลือกไปเสิร์ฟอาหาร เครื่องดื่ม และแสดงดนตรีตอนเยน็ พอพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั จะทรงขบั รถเฟียตเล็กๆ เขา้ มาทีโ่ รงเรียนเพ่ือทรงดนตรี เรากม็ าแอบดูกนั จะเสด็จฯ มาทรงเปิดงานเทศกาลของโรงเรียนทกุ คร้งั และตามประวัติโรงเรียนเรียกกนั ว่า “มหาดเลก็ เดก็ ในหลวง”* สมั ภาษณ์โดยผู้บรหิ ารสำนักราชเลขาธิการ วันจันทรท์ ่ี ๓ มีนาคม ๒๕๕๑ ณ มลู นิธิชัยพฒั นา เพ่ือเผยแพร่ในหนงั สอื “โครงการตา่ งๆ ท่ดี ำเนินงานตามพระราชดำริ” การทรงงานพัฒนาประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 115
❝ ผมเลยกราบบังคมทูลต่อไปว่า “มีเพื่อนชวนไปทำงาน ที่สภาพัฒน์พระพุทธเจ้าข้า” ผมกราบบังคมทูลไป โดยที่ไม่ทราบว่าสภาพัฒน์ เป็นหน่วยงานที่ทำงานเกี่ยวกับอะไร พระองค์ทรงฟังแล้วทรงมีรับสั่งว่า “สำนักงานฯ นี้ดี เป็นหน่วยงานที่พัฒนาประเทศ” ❞ ข้าราชการ คือ ข้าขององค์ราชา ผมได้มโี อกาสถวายงานอีกคร้งั หลังจากสำเรจ็ การศึกษาจากตา่ งประเทศ โดยการรับราชการ เพราะผมสำนึกเสมอว่า ขา้ ราชการ คือ ขา้ ขององค์ราชา ไม่ได้ถวายงานโดยตรง แต่ก็ถือว่าถวายงานในฐานะข้าราชการ ถวายงาน มาตั้งแต่ปี ๒๕๑๒ โดยทำงานที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสงั คมแหง่ ชาติ (สศช.) หรือ สภาพฒั น์ ทง้ั น้ี สบื เนื่องจากเมื่อปี ๒๕๑๒ ไดม้ โี อกาสเขา้ เฝา้ ฯ พระบาทสมเด็จ พระเจา้ อยู่หวั ในฐานะลกู ของข้าราชบริพาร พระองค์ตรัสถามวา่ “จะไปทำงาน ที่ไหน” จึงกราบบังคลทลู ไปว่าจะเขา้ ทำงานทก่ี ระทรวงการตา่ งประเทศ พระองค์ ทรงเฉยๆ ไม่ไดร้ บั ส่ังอะไร แต่ก่อนทผ่ี มจะเขา้ เฝา้ ฯ น้นั ไดท้ ราบขา่ วจากเพอื่ นวา่ สภาพัฒน์ต้องการข้าราชการระดับปริญญาเอก ผมไม่ได้สนใจนักเนื่องจากกำลัง จะเขา้ ทำงานที่กระทรวงการต่างประเทศ ผมเลยกราบบังคมทลู ต่อไปว่า “มีเพอ่ื น ชวนไปทำงานที่สภาพัฒนพ์ ระพุทธเจา้ ขา้ ” ผมกราบบังคมทูลไปโดยท่ไี มท่ ราบวา่ สภาพฒั นเ์ ปน็ หนว่ ยงานทีท่ ำงานเก่ียวกับอะไร พระองคท์ รงฟงั แล้วทรงมรี บั สั่งวา่ “สำนกั งานฯ นด้ี ี เปน็ หนว่ ยงานทพี่ ฒั นาประเทศ” รับส่ังใหผ้ มไปพบหมอ่ มหลวงเดช สนิทวงศ์ ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาติในขณะนั้น วันรุ่งขึ้นจึงไป รายงานตัวทก่ี องวางแผนเตรียมพร้อมดา้ นเศรษฐกิจ สศช. และเขา้ รบั การทดสอบ ตามขนั้ ตอนปกติ ได้รับคัดเลอื กใหเ้ ขา้ รับราชการ116 การทรงงานพัฒนาประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
รับราชการ... ถวายงานตามพระราชกระแส กองวางแผนเตรียมพรอ้ มดา้ นเศรษฐกจิ ซ่งึ มีภารกิจในฐานะเลขานกุ ารของคณะกรรมการพัฒนาพ้ืนทเี่ พอื่ ความม่นั คง รบั ผดิ ชอบวางแผนรับสงครามด้วยเนื่องจากขณะนั้น การก่อการร้ายและสงครามคอมมิวนิสต์ใกล้ประเทศไทยเข้ามาทุกที สภาพบ้านเมืองไม่ปกติ บ้านแตกสาแหรกขาด ประเทศลาวราชอาณาจักรกัมพูชา และประเทศเวียดนามกำลังจะแตก คิดกันว่าอีกไม่นานคงเข้ามาประเทศไทย สศช. จงึ ต้ังกองนขี้ ึน้ มาเพ่อื มหี น้าทว่ี างแผนเตรียมพร้อมในกรณีเกิดสงครามขึ้น ตอนนั้นยังไม่ได้ถวายงานโดยตรง แต่ปฏิบัติภารกิจถวายงานตามพระราชกระแส ต่อมาคิดขึ้นมาได้ว่า การวางแผนโดยนั่งรับสงครามอยู่ในเมือง รอให้สงครามเกิดข้ึนแลว้ เขา้ ไปแกไ้ ข คงไมส่ ำเรจ็ เนือ่ งจากผมมีประสบการณต์ อนเรียนมธั ยมอย่ทู ี่ประเทศเวยี ดนาม ดงั น้ัน ต้องลงไปทำงานในพื้นท่ี ไปสู้ในพื้นท่ี แยง่ ชิงประชาชนกลับมาให้ได้ มิฉะนั้นบ้านเมืองคงแตกสลายอีกครั้ง จึงได้เสนองานพัฒนาเพอ่ื ความม่ันคง ตอ้ งลงไปทำงานในพนื้ ท่ีก่อการร้ายทว่ั ประเทศ ชว่ งนั้นชีวิตโลดโผนมาก ไปทำงานในสนามรบตลอดเวลา ไม่เคยไดอ้ ยู่บา้ น ในคราวออกพน้ื ที่ในภาคต่างๆ และโครงการทเี่ ขาคอ้ จังหวัดเพชรบรู ณ์พันเอก พิจติ ร กลุ ละวณชิ ย์ (ตำแหน่งในขณะน้ัน) หวั หน้ากองยุทธการของกองทพัภาคที่ ๓ ซึง่ รับผิดชอบโครงการทเ่ี ขาค้อ แจง้ ให้ผมมารับพระราชทานพระเครือ่ งจึงเปน็ ครัง้ แรกที่ผมได้เขา้ เฝ้าฯ โดยตรง และได้รบั พระราชทานพระเคร่ืององค์แรกเป็นหลวงปู่แหวนเลย่ี มทอง วันน้นั ทุกคนได้รับพระราชทานพระเคร่อื งซง่ึ แตกตา่ งกันไป แลว้ แตจ่ ะทรงหยบิ องคไ์ หนพระราชทาน การทรงงานพัฒนาประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 117
ยุทธศาสตร์การพัฒนา แนวทางตามพระราชดำริ พอลงไปในสนามรบ ไดพ้ บเห็นโครงการของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ ัว เกิดขึ้นแล้วหลายแห่ง พระองค์ไม่ได้ทรงเรียกว่าการพัฒนาเพื่อความมั่นคง อยา่ งท่เี ราเรยี ก ทรงเรยี กว่า “ยุทธศาสตร์การพัฒนา” จึงได้ถวายงานซึ่งเป็น งานท่ีเปน็ ไปในทิศทางเดียวกนั โดยนำแนวทางตามพระราชดำริ ดึงประชาชน กลับมา จนเหตกุ ารณ์เริ่มสงบ ผ้กู ่อการรา้ ยเริ่มมอบตัวกับโครงการทีเ่ ราทำ ถวายงานโดยตรงในฐานะเลขานุการ คณะกรรมการ กปร. เมื่อเหตุการณ์สงบ ขณะนั้น พลโท เปรม ติณสูลานนท์ (ตำแหน่ง ในขณะนั้น) แม่ทัพภาคที่ ๒ เข้าดำรงตำแหนง่ ทางการเมืองเปน็ รัฐมนตรชี ว่ ยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ภายหลังได้เป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อปี ๒๕๒๔ ท่านให้ ดร.เสนาะ อูนากลู เลขาธกิ ารคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติ ในขณะนั้น พิจารณาคิดรูปแบบองค์กรและระบบการทำงาน เพื่อถวายงาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องจากยังไม่มีหน่วยงานกลางที่จะประสานงาน ในการสนองพระราชกระแส ดร.เสนาะ ได้มอบหมายให้ผมซึ่งทำงานเกี่ยวกับ ความมั่นคงในเขตทุรกันดารอยู่แล้วดำเนินการ ผมจึงเสนอความคิดขึ้นไป ซงึ่ พลเอก เปรม เห็นชอบดว้ ย ใหต้ ้งั คณะกรรมการพเิ ศษเพอื่ ประสานงานโครงการ อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ (กปร.) และมีสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพอ่ื ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สน.กปร.) ทำหน้าที่เป็น ฝา่ ยเลขานกุ ารของ กปร. โดยมอบหมายใหผ้ มดำรงตำแหนง่ ผู้อำนวยการ สน.กปร. ซึ่งท่านคงเห็นว่าไว้ใจได้ มีความจงรักภักดี จากการที่เคยทำงานกับท่านสมัยที่ ท่านเป็นแม่ทพั ภาค118 การทรงงานพัฒนาประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
รปู แบบการดำเนนิ งานของสำนักงานเลขานุการ กปร. คอื เปน็ หน่วยงานประสานและนำหน่วยงานราชการทีเ่ กีย่ วข้องตา่ งๆ ท่ีรบั ผิดชอบแตล่ ะโครงการเขา้ มาดำเนินการภายใตแ้ ผนงานหรอื โครงการทกี่ ำหนดไว้ ขณะนน้ั แม้วา่ สงครามจะสิ้นสุดแล้ว แต่ว่าการมอบตัวยังมีอยู่ และผมซึ่งทำงานวางแผนเตรียมพร้อมและพัฒนาเพ่ือความมั่นคงอยูด่ ้วย ต้องจัดคนไปทำงานพฒั นาในพนื้ ท่ีต่างๆ จงึ ได้มีโอกาสถวายงานอีกอยา่ งคือ งานประสานโครงการอนั เน่อื งมาจากพระราชดำริสู่การเป็นเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ผมถวายงานต่างๆ ดังกลา่ วเรอ่ื ยมา ชว่ งนน้ั เกิดความวุ่นวายเกีย่ วกับตำแหนง่ ของผมพอสมควร เนอื่ งจากตอนตัง้ สำนักงาน กปร. ตำแหน่งเลขานุการเปน็ ไปตามตำแหน่งของผมขณะนนั้ คือผูอ้ ำนวยการกอง เมือ่ ผมเลือ่ นตำแหน่งสงู ขึน้จึงเกิดปัญหาจำได้ว่าหมอ่ มหลวงทวีสนั ต์ ลดาวลั ย์ ราชเลขาธกิ ารได้ประสานงานกบั ดร.เสนาะ ว่าจะทำอย่างไร ด้วยเหตุน้ี จึงต้องมกี ารปรบั เปลีย่ นไปตามตำแหนง่ของผม พอผมเป็นผอู้ ำนวยการกอง ก็เปลย่ี นคำสัง่ เปน็ ผู้อำนวยการ เมอ่ื ผมเปน็ผู้ช่วยเลขาธิการฯ ก็เปลี่ยนเป็นผู้ช่วยเลขาธิการฯ คือ ปรับตำแหน่งแต่ยังเป็นคนเดมิ ต่อมา ด้วยปริมาณงานและจำนวนคนที่ต้องทำงานเพิ่มขึ้น จึงมีพระราชบัญญตั ิแยกหนว่ ยงานสำนักงาน กปร. ออกมา ขน้ึ กบั สำนักนายกรัฐมนตรีผมจึงลาออกจากสภาพัฒนม์ าดำรงตำแหนง่ เลขาธิการ กปร. คนแรก เม่ือปี ๒๕๓๖ย้ายสำนักงานจากสภาพัฒน์มาที่อาคารโรงเรียนนายร้อย จปร. หลังเก่า และถวายงานเรอื่ ยมา จนกระทัง่ ปี ๒๕๔๒ จึงขอเกษียณอายุราชการก่อนอายุ ๖๐ ปีและได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาของสำนักงาน กปร. จนกระทั่งทุกวันนี้โดยมีตำแหน่งเพิ่มมาอีกตำแหน่งคือ เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา จำได้ว่า การทรงงานพัฒนาประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 119
ทรงรับส่ังให้ตั้งมลู นธิ ชิ ยั พัฒนา ตั้งแตป่ ี ๒๕๓๑ ในชว่ งนัน้ จงึ ดำรงตำแหนง่ ซ้อนกนั ๒ ตำแหนง่ คอื เลขาธกิ าร กปร. กบั เลขาธกิ ารมูลนธิ ชิ ยั พฒั นา การถวายงานในบทบาทสำนักงาน กปร. เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย ในช่วงแรกหลังจากที่ตั้งสำนักงาน กปร. พระองค์ทรงรับสั่งกับ พลเอก เปรม ว่า ตั้งหน่วยงานมาอกี หนว่ ยแลว้ หรอื ยง่ิ ช้าหนักเขา้ ไปอีก ผมตอ้ ง พสิ จู นอ์ ยูน่ าน นบั ตั้งแต่วนั ทจี่ ดั ตง้ั สำนักงาน กปร. จนกระท่ังเปน็ ทไี่ ว้วางพระราชหฤทัย โดยสามารถประสานและดำเนินงานตามโครงการได้อย่างรวดเร็ว และจำได้ว่า ภายหลังจากถวายงานในบทบาทสำนักงาน กปร. ประมาณ ๓ ปี เช้าวันหนึ่ง ท่านพลเอก เปรม โทรศัพท์มาแจ้งผมว่า “คุณสุเมธ รับพระราชกระแสไว้นะ ทรงชมเชยว่าสุเมธเป็นคนดี ทำงานดี ประสานงานกับผู้อื่นได้ดี และผู้อื่น กป็ ระสานงานกบั สุเมธไดด้ ี” ดังนนั้ จะเหน็ ได้ว่า การประสานงานนนั้ เปน็ ๒ ทาง ไม่ใชว่ า่ เราจะ ประสานกบั คนอ่นื อย่างเดยี วเท่าน้นั แต่ทำอย่างไรให้คนอ่นื อยากประสานกลบั มา ที่เรา แลว้ เขามีความสขุ ด้วย คำชมที่ไดร้ ับพระราชทาน พระองคร์ บั สงั่ ฐานะท่เี ปน็ งานของสำนักงาน กปร. ดังนั้น คำชมเชยที่พระราชทาน ไม่ได้พระราชทาน โดยตรงมาทผ่ี ม แตเ่ ป็นบทบาทของสำนกั งาน กปร. ท่ีสามารถประสานงานได้ กลมกลนื กับหน่วยราชการตา่ งๆ ใหเ้ ป็นไปอย่างราบรื่นมีประสทิ ธภิ าพ สรปุ ไดว้ า่ สามารถทำหนา้ ทปี่ ระสานงาน คอยตดิ ตามดแู ล ประเมินผล ทำงานต่างพระเนตร ในทกุ เรอื่ งราวทีเ่ กย่ี วข้องกบั โครงการอนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ120 การทรงงานพัฒนาประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
❝ สิ่งหนึ่งที่ทรงกำชับไว้คือ มีอะไรไม่เห็นด้วย ก็สามารถกราบบังคมทูลได้... พระองค์ทรงงานอย่างมีประชาธิปไตย ทรงฟังเสียงประชาชนตลอดเวลา พระองค์รับสั่ง เรียกกลุ่มพวกเราว่า “พรรคพวก” มีอะไรก็ทรงรับสั่งให้ตามพรรคพวกมาปรึกษาหารือ ❞ทรงมีความเป็นประชาธิปไตยสูง นอกจากนี้ สิ่งหนึ่งที่ทรงกำชับไว้คือ มีอะไรไม่เห็นด้วยก็สามารถกราบบังคมทลู ได้ แตม่ ีน้อยครงั้ มากทีเ่ ราไม่เหน็ ด้วยและกราบบงั คมทูล พระองค์ทรงพอพระทยั ทก่ี ล้าเสนอความคิดเหน็ ฉะนนั้ ความเป็นประชาธปิ ไตยของพระองค์จึงมีอยู่สูงทีเดียว ไม่ใช่ว่ารับสั่งอย่างไรก็ต้องอย่างนั้น พระองค์ทรงรับฟังเสมอและบางคร้ังพระองค์ทรงเห็นด้วยกับประชาชนถ้ามีเหตุผลพอและมีข้อมูลใหม่ทีย่ งั ไม่ทรงทราบ จึงขอยืนยนั ว่า พระองคท์ รงงานอยา่ งมปี ระชาธิปไตย ทรงฟังเสียงประชาชนตลอดเวลา พระองค์รับสงั่ เรียกกลุ่มพวกเราว่า “พรรคพวก”มีอะไรก็ทรงรับสง่ั ใหต้ ามพรรคพวกมาปรกึ ษาหารือ ทกุ ส่งิ ทกุ อยา่ งจึงดำเนนิ การด้วยเหตดุ ้วยผล ถ้ามีเหตมุ ผี ลพระองคท์ รงรบั และทรงปรบั เปลี่ยนใหม่ จงึ ทำให้เราถวายงานไดอ้ ย่างสบายใจ มีอะไรก็กราบบงั คมทูลไปโดยตรง พระองค์ไมท่ รงโปรดเลยที่จะสนองพระราชกระแสแบบทีเ่ รียกวา่ มิสเตอรเ์ ยสแมน ดีพระพุทธเจา้ ข้าไมท่ รงโปรดเลย การทรงงานพัฒนาประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 121
❝ ทรงตรวจสอบข้อมูลให้แน่พระทัย แล้วจึงลงมือวางโครงการ จะเห็นว่าพระองค์ทรงงานอย่างละเอียด พิถีพิถัน ระมัดระวังอย่างมาก... พระองค์จะทรงรอบคอบ และทรงปรึกษาประชาชนอยู่ตลอดเวลา นั่นคือ ทรงทำ ประชาพิจารณ์ พระองค์ทรงคิดอย่างนี้แล้ว จะรับหรือไม่ ❞ ทรงมีความละเอียด พิถีพิถัน และรอบคอบในการทรงงาน เวลาจะเสด็จฯ ไมใ่ ช่วา่ ทรงคดิ จะเสด็จฯ ท่ไี หนกเ็ สด็จฯ กอ่ นจะเสด็จฯ ท่ไี หน พระองค์จะทรงรบั ส่ังให้รวบรวมประมวลขอ้ มูลไว้ทกุ ด้าน อาทิ ภมู ิประเทศ ปริมาณนำ้ ฝน ขอ้ มลู ของคนท่อี าศัยอยู่แถบนัน้ เนอื่ งจากเราต้องไปพบปะกับชน หลายเผ่า บางแห่งวัฒนธรรมประเพณีไม่เหมือนกัน เมื่อเสด็จฯ ไปยังสถานที่ ต่างๆ แล้ว ยังทรงรับสั่งถามประชาชนว่าเวลานี้ข้อมูลยังมีลักษณะเหมือนเดิม หรอื ไม่ ทรงตรวจสอบข้อมลู ใหแ้ น่พระทัย แลว้ จงึ ลงมอื วางโครงการ จะเหน็ วา่ พระองคท์ รงงานอยา่ งละเอยี ด พิถพี ถิ นั ระมัดระวงั อยา่ งมาก เร่ืองน้เี ปน็ สง่ิ ท่ี เราได้รับถ่ายทอดมา เวลาทำงานกับประชาชนตอ้ งระวงั มาก ดังนน้ั พระองค์ จะทรงรอบคอบและทรงปรึกษาประชาชนอยูต่ ลอดเวลา น่ันคอื ทรงทำประชา พิจารณ์ พระองค์ทรงคิดอย่างนี้แล้ว จะรับหรือไม่ หลังจากนั้นจึงมีรับสั่งถาม ฝ่ายปฏิบัติ เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่ เกษตรจังหวดั เจ้าหนา้ ทช่ี ลประทาน เหน็ ดว้ ยหรือไม่ เม่ือประชาชนเห็นดว้ ยแล้ว ฝา่ ยปฏบิ ัติพรอ้ มจะรับหรอื ไม่ ฝา่ ยนโยบายวา่ อยา่ งไร ถ้าปฏบิ ตั ิตามนีค้ วามคุม้ คา่ จะเกิดภายในกป่ี ี จะทรงตรสั ถามและทำประชาพจิ ารณ์แตล่ ะกลุ่มด้วย พอถงึ ผม จะดูว่าทำตรงนี้แล้วจะบรรลุเป้าหมายภายในกี่ปี โดยต้องควบคุมดูแลให้เป็นไป ตามเป้าหมายให้ได้122 การทรงงานพัฒนาประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงงานอย่างรอบด้านและบูรณาการ พระองค์ทรงงานอย่างรอบด้านเป็นบูรณาการ บางคร้ังเราแก้ไขปัญหาอยา่ งหนง่ึ ปัญหาเพ่มิ มาอกี สิบอย่าง การแกไ้ ขปัญหาจะทำแบบไหนจงึ จะดี ไมใ่ ช่ไปถึงเห็นว่าเขาไม่มีบ้าน ก็ไปสร้างบ้านให้เขาอยู่ แล้วอยู่ได้หรือเปล่า อาจเป็นภาระกไ็ ด้ เพราะบา้ นทดี่ คี ่าใช้จา่ ยก็เพมิ่ ขึ้น จึงไม่ใช่แคก่ ารสรา้ งบา้ นใหเ้ ขาเท่านน้ัต้องรอบคอบ วถิ ชี ีวิตไมใ่ ช่แคว่ ันน้ี แล้วพรงุ่ นจี้ ะเป็นอย่างไร ต้องทำอย่างเป็นข้นัเป็นตอน และละเอียดถี่ถ้วน เช่น จะเปลี่ยนเรือให้เป็นเรือสมัยใหม่แต่ยังใช้โครงเดิมที่เป็นเรือหัวโทง ซึ่งเป็นประเพณีวัฒนธรรม โดยปรับเปลี่ยนแต่วัสดุใชไ้ ฟเบอรแ์ ทนไม้ ซงึ่ มอี ายกุ ารใชง้ าน ๓๐ ปเี ท่ากัน คิดแล้วคุ้มค่ากวา่ จึงดำเนินการแนวทางการทรงงาน... แบบอย่างการทำงานที่ยึดประชาชนเป็นหลัก แนวทางการทรงงานของพระองค์เป็นต้นแบบของการทำงานท่ีมีระบบน่าประทบั ใจ น่านำไปเปน็ แบบอยา่ งการทำงานของขา้ ราชการ เพราะมีความพิถีพิถัน รอบคอบ และทุกคนต้องเต็มอกเต็มใจเข้าร่วม หลายคนคิดว่าเมื่อมีพระราชดำริแล้วต้องเป็นไปตามนั้น ไม่จริงเลย ประชาชนสักคนเดียวหากไม่เหน็ ดว้ ย เราหยดุ เลย ไมด่ นั ทรุ ัง มบี างโครงการไม่ได้ทำจนกระทั่งบัดน้ีเพราะประชาชนไม่เห็นด้วย ผมขอยืนยันว่าตลอดเวลาที่ถวายงานมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๔ จนกระทัง่ บดั น้ี พระองค์ไมท่ รงทำอะไรที่ประชาชนไม่เต็มใจหรอื ไมพ่ อใจเราจะกำชับเสมอว่าห้ามอ้างโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต้องอธิบายให้เขาเข้าใจ บางโครงการใช้เวลาเป็นปี ไม่มีใครรู้เบื้องหลังว่าต้องใช้เวลาอธิบายเป็นปี เช่น เขื่อนปา่ สักชลสิทธ์ิทผ่ี มเปน็ ประธาน ใช้เวลาคยุ และถกปัญหากันถงึปคี ร่งึ จนกระทัง่ เห็นพอ้ งต้องกนั จึงลงมอื ทำงาน พอทุกคนเหน็ ด้วยแลว้ การทำงาน การทรงงานพัฒนาประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 123
❝ ทรงมีความเป็นครูมาก พระองค์ทรงมีวิธีการสอนที่มีศิลปะสูง พระราชทานคำอธิบายที่มีแง่มุมต่างๆ โดยจะทรงอธิบายทุกหน้าของเหรียญ... เวลาทรงมีรับสั่งกับพวกเรา จะให้เราคิดตามไปด้วย ❞ จะง่ายขึ้น อันนี้เป็นนโยบายที่ผมยึดถือมาตลอดในระหว่างที่ดำรงตำแหน่ง เลขาธกิ าร กปร. และเลขาธกิ ารมลู นิธชิ ัยพฒั นา ห้ามบงั คบั หรอื ฝืนใจใคร ต้องอธบิ าย จะเหนอ่ื ยยากอย่างไรก็ต้องช้แี จง เร่อื งนเี้ ป็นพระราชกระแส จะไปฝืนใจใครไม่ได้ เปน็ อนั ขาด นอกจากนี้ ยังปรับทัศนคติวิธีการทำงาน ให้ทำงานด้วยความอดทน ค่อยๆ สร้างความเข้าใจ เห็นได้ชัดว่าผลออกมาดี ช่วยทำให้ไม่เกิดความขัดแย้ง ในพื้นที่ นอกจากบางกลุ่มที่พยามยามตะแบงเนื่องจากไปกระทบผลประโยชน์ ของเขา แตป่ ระชาธิปไตยคือผลประโยชน์ของคนส่วนใหญต่ อ้ งรกั ษาไว้ บางคร้ัง เราจึงต้องต่อสู้กันหนักมาก ชี้ให้เห็นว่าคุณเสียสละเล็กน้อย แต่ผลประโยชน์ คณุ ไมเ่ สยี หรอกแค่ลดลงนดิ หน่อยเทา่ นนั้ เอง ทรงให้ ทำ คิด พูด... ต่อวิชา ต่อความรู้ ทรงมีความเป็นครูมาก พระองค์ทรงมีวิธีการสอนที่มีศิลปะสูง พระราชทานคำอธิบายที่มีแง่มุมต่างๆ โดยจะทรงอธิบายทุกหน้าของเหรียญ ในการอธิบายของอย่างเดยี วหรือปญั หาอยา่ งเดยี ว เพราะบางส่งิ บางอย่างอธบิ าย หน้าเดียวอาจจะเขา้ ใจผิดได้เบอ้ื งหนา้ ของเหรยี ญเป็นอยา่ งเบอ้ื งหลังเปน็ อกี อยา่ ง ทรงอธิบายจนเราเข้าใจแจม่ กระจา่ ง และจุดเดน่ คอื เวลาทรงมีรบั สัง่ กับพวกเรา124 การทรงงานพัฒนาประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
❝ ทรงให้เราคิดตาม ใช้ดุลยพินิจ ใช้สติและปัญญาประกอบ ทรงสอนแบบวิธีโบราณที่เรียกว่า ต่อวิชา ต่อความรู้ แล้วนำมาคิดต่อ... ทรงคิดไม่หยุดฉะนั้นเราตามรอยเบื้องพระยุคลบาทถวายงานจะหยุดคิดไม่ได้เช่นกัน ต้องคิด และกราบบังคมทูลตลอดเวลา ❞จะให้เราคิดตามไปดว้ ย จะไม่รับสั่งสำเร็จรูป น้อยครั้งที่จะรับสั่งสำเร็จรูปแล้วเราไปทำ มักจะทรงให้เราคิดตาม ใช้ดุลยพินิจ ใช้สติและปัญญาประกอบทรงสอนแบบวิธีโบราณที่เรียกว่า ต่อวิชา ต่อความรู้ แล้วนำมาคิดต่อเปรียบเสมือนการลับดาบให้คมอยู่เสมอ เพราะถ้าสำเร็จรูปมีแนวโน้มว่าเราจะหยุดคดิ กม้ หนา้ ก้มตาปฏบิ ตั ิอยา่ งเดยี ว ไม่ทรงโปรดเชน่ นนั้ ทรงคิดไม่หยุด ฉะนั้นเราตามรอยเบื้องพระยุคลบาทถวายงานจะหยุดคิดไมไ่ ดเ้ ชน่ กัน ต้องคดิ และกราบบังคมทลู ตลอดเวลา ปญั หาตา่ งๆ ไมง่ า่ ยเช่น ดินถล่มลงมาจะทำอย่างไร ฝนตกลงมาอีกก็ถล่มอีก จะมีวิธีการป้องกันอยา่ งไร แหลง่ ผลติ อยูท่ ภี่ าคใตจ้ ะขนส่งอย่างไร คมุ้ หรือไม่ ต้องคิดอยา่ งรอบคอบฉะนั้น การถวายงานนอกจากจะต้องมีความซื่อตรง และร่างกายแข็งแรงเป็นพื้นฐานแล้ว ต้องคิด ต้องใช้ปัญญา ซึ่งเกิดจากประสบการณ์และการเรียนรู้เป็นสำคัญ อย่างผมสำเร็จด้านรัฐศาสตร์การทูต ไม่เคยมีความรู้เรื่องการเกษตรแตพ่ อมาถวายงาน ผมตอ้ งเรยี นรู้ ต้องค้นคว้า นอกจากทำแล้วยงั ตอ้ งคิดและพดูทุกอย่างตอ้ งประสานสัมพันธก์ ันหมด การทรงงานพัฒนาประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 125
ต้นแบบการทรงงาน ที่ทรงเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม เสยี ดายตอนน้ผี มไม่มโี อกาสได้ตามเสดจ็ ฯ แบบเดมิ สมยั ก่อนน้ีได้ความรู้ ความประทับใจทุกวัน กลบั มาปลาบปลื้มและทบทวนว่าวันน้ีได้เรยี นรู้สิ่งนั้นสิ่งนี้ เช่น หนึ่ง ทุกโครงการจะพยายามช่วยแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว สอง ทุกคน และทุกสิ่งได้ประโยชน์ คน ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมล้วนได้ประโยชน์ และ สาม ประโยชน์ท่ีได้จะกลบั คืนสปู่ ระชาชน พระองคจ์ ึงทรงเป็นตน้ แบบการทำงาน ทีท่ รงเหน็ แกป่ ระโยชนส์ ่วนรวม บางคนเรยี กวา่ การเสยี สละ แตล่ ึกๆ คือการทำ ประโยชน์เพ่อื สว่ นรวม เมอ่ื ส่วนรวมดี เราดี เพอ่ื นๆ ญาติพน่ี อ้ งเราและประชาชน ท้ังประเทศกด็ ีขน้ึ ดว้ ย เปน็ ความดที ี่ย่งั ยนื ความสุขในการทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น สองสามอาทติ ย์แรกท่ีไดม้ ีโอกาสตามเสด็จฯ ทรงรบั สงั่ ว่า “ขอบใจนะ ที่มาช่วยฉันทำงาน ฉันไม่มีอะไรจะให้นะ นอกจากความสุขที่จะมีร่วมกันในการทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น” ผมคดิ วา่ เปน็ พระราชดำรัสท่ีเรยี บง่ายและยิ่งใหญ่ ทรงตระหนักถงึ ปรัชญาของมนษุ ย์ ถ้าจะอยู่อย่างสงบสขุ และย่งั ยืน จะตอ้ งเปน็ ความสขุ รว่ มกนั การทำความสุขให้กับผู้อื่นเป็นความสุขร่วมของพระองค์ คนเราไม่ค่อยนึกถึง ความสุข มักนึกถึงประโยชน์ที่จับต้องได้ เช่น เงิน สิ่งของ ซึ่งไม่จีรัง แต่ถ้าเป็น ความสขุ มเี งินก็หาซ้อื ไม่ได้126 การทรงงานพัฒนาประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่เฝ้ามอง พระองค์ทรงงานมายาวนานมากกวา่ ๖๕ ปี เวลาทรงงานกท็ รงยากลำบาก เราตามเสด็จฯ บางครง้ั เหนอ่ื ยใจจะขาด เดนิ ขา้ มเขาสองสามลกู ร่างกายแทบจะทนไม่ไหว แต่แมจ้ ะเหนอ่ื ยยากมากแค่ไหน เมื่อกลับมาได้พักแล้วรู้สึกสบายใจอย่างประหลาด จึงฉุกคิดได้ว่าลึกๆ แลว้ เราไดค้ วามสุขกลบั มา วันนป้ี ระชาชนยากจน อกี ปีถัดไปเขาอยู่อย่างช่นื บาน มีความสขุ หลุดพน้ จากความทุกข์ เราก็มีความสุขด้วย เราได้รับผลพวงจากพระองค์ การแบ่งปนั ความรกั ความเมตตาของพระองค์ และท่ยี ิ่งใหญท่ ่สี ดุ คือเราได้ความรักจากประชาชน ซึ่งกอ่ ใหเ้ กดิ ความร้สู ึกทีไ่ ม่สามารถอธบิ ายได้ พกเงนิมาเต็มกระเป๋าก็ซื้อไม่ได้ แจกเงินเขาก็คงจะต้องแจกต่อไปไม่รู้จบ พอหยุดแจกเขาหยดุ รกั แต่ถา้ เราใหค้ วามเปน็ อยทู่ ด่ี ีขนึ้ กบั เขา เราจะได้รบั ความรกั ความศรทั ธากลบั มา จนบางครงั้ เขาฝากเงนิ ใหน้ ำทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยูห่ วัแม้กระทั่งคนไทยในต่างประเทศ และเขารู้ด้วยว่าเวลาถวายเงินพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัวผา่ นเราถงึ พระหตั ถแ์ นน่ อน เราเองก็มคี วามสุข แม้จะเป็นทางผ่านที่แบง่ ปันความสุขเล็กๆ นอ้ ยๆ น่าเสยี ดาย ที่ยังมคี นบางสว่ นไม่ได้คิดถงึ ตรงจุดนี้แตก่ ลับไปแสวงหาอะไรท่ีไมจ่ ีรังย่ังยืนปิดทองหลังพระ... ความสุขความสมบูรณ์ของชีวิต พระองคท์ รงมรี ับส่ังว่า งานพฒั นาเปน็ งานท่ียากลำบาก และแตล่ ะแห่งทีไ่ ปล้วนมีปัญหา ดนิ มีปญั หา น้ำไม่มี ผ้คู นยากจน ไม่ไดไ้ ปพัฒนาทมี่ ีความสขุอยู่แล้ว แต่ยิ่งยากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีความสุขมากขึ้นเท่านั้น ได้อะไรง่ายๆ ไม่มีค่าพอเราได้ทำอะไรท่ยี ากเยน็ แสนเขญ็ เมือ่ ทำสำเรจ็ แล้วภมู ใิ จ เป็นการปดิ ทองหลังพระ เดนิ ตามรอยพระยคุ ลบาท ซง่ึ ผมคดิ วา่ เป็นความสขุ และความสมบูรณ์ของชีวติ ทไ่ี ดท้ ำ การทรงงานพัฒนาประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 127
❝ ทรงนำสิ่งที่อยู่รอบๆ มาช่วยในการแก้ไข ไม่คิดอะไรที่สับสนวุ่นวาย เรื่องนี้เป็นศิลปะ ในการแก้ปัญหาของพระองค์ ❞ ทรงใช้ “ความเรียบง่าย”... ศิลปะในการแก้ไขปัญหา ตลอดเวลาท่ผี มถวายงานมา ไม่มวี นั ไหนเลยทไี่ ม่ประทับใจ ในแง่คดิ ของพระองค์ก็ดี ในแง่ความเรียบง่ายก็ดี บางครั้งเราชุลมุนวุ่นวายถึงวิธีแก้ไข เมือ่ พระองคเ์ สด็จฯ มาถงึ ทรงนำส่งิ ทีอ่ ยู่รอบๆ มาช่วยในการแกไ้ ข ไมค่ ิดอะไร ทสี่ ับสนวนุ่ วาย เรื่องน้เี ปน็ ศิลปะในการแกป้ ญั หาของพระองค์ ทรงทอดพระเนตร เหน็ นำ้ เนา่ ใครกต็ ้องนกึ ถึงโรงบำบัดนำ้ เสีย เครือ่ งจกั รกล แต่พระองคท์ รงคดิ ถงึ ผักตบชวา พืชที่สามารถเป็นตัวกรองดูดโลหะหนักซึ่งเป็นตัวการของน้ำเน่า น้ำเม่ือมีการกรองแล้วจะสะอาดขน้ึ ทรงสรา้ งกังหนั นำ้ ชยั พฒั นา เพอื่ บำบดั น้ำเสีย โดยทำให้ออกซิเจนลงไปอยู่ในน้ำ เมื่อมีออกซิเจนในปริมาณที่เหมาะสมน้ำก็จะ ทุเลาความเน่าเหม็น นักปราชญ์ส่วนมากต้องทำให้ยุ่งยากเข้าไว้ แต่สำหรับ พระองค์ง่ายมาก ทรงให้ปลูกต้นไม้บนเขา นำต้นที่มีฝักไปปลูกไว้บนยอดเขา พอฝกั แตกจะขึ้นเองตามธรรมชาติ ปลกู หนเดียว ไม่ต้องไปยงุ่ เลย อยา่ งนี้เป็นตน้ เศรษฐกิจพอเพียง... เพื่อความอยู่รอดของโลก เรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง คิดได้ตั้งแต่ระดับตัวเราถึงระดับโลก สงิ่ ที่รบั สง่ั ดูงา่ ยๆ แต่พอทำจรงิ แลว้ ลกึ ซ้งึ เมอื่ คดิ จากร่างกายเราเปน็ หลัก ในแง่ ปริมาณเรากินอะไรมากเกินไป เราก็จุก แน่น ถ้าเรากินน้อยเกินไปก็หิวโหย เพราะฉะนนั้ กินอยู่กต็ ้องพอดี ในแงค่ ุณภาพ กินหูฉลามหรอื สเต็กทกุ วนั ต้องไป128 การทรงงานพัฒนาประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
❝ พระองค์ทรงเปน็ ศูนย์รวมที่จะทำใหค้ วามแตกต่างอยรู่ ว่ มกนั ได้ อย่างสมานฉนั ท์ ถา้ พูดโดยรวมคือใหท้ กุ คนได้ ซึ่งทำยาก ทำอยา่ งไรให้ทุกคน ไม่เสียประโยชน์ ต้องมีการบริหารจัดการ ต้องเกลี่ยประโยชน์ให้ได้ ❞ หาหมอ เนื่องจากคลอเรสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ขึ้น แต่ถ้าเรากินธรรมดา น้ำพริกปลาทู ฝักกระถิน ตำลึงริมรั้ว ร่างกายเราดี ไม่ต้องกินของแพง เพราะ คุณค่าไม่ได้อยู่ที่ราคา อยู่ที่สติและปัญญา เช่น ปลานิลนึ่งยี่สิบบาท แต่คุณค่า อาหารดีกว่าสเต็กชิ้นละสามสี่พันบาท หรือการอยู่บ้านใหญ่โตแล้วใช่ว่าจะมี ความสุข หากยงั ทะเลาะเบาะแว้งกัน สู้บ้านเลก็ ๆ ที่อบอ่นุ ไม่ได้ โดยเฉพาะอยา่ งยิง่ หากเราลดความอยากลง พอลดลงแลว้ ก็อยูอ่ ยา่ งเรียบง่ายได้ ไม่ตอ้ งวงิ่ ตามแฟช่นั ท่ีหลอกใหเ้ รามีความอยากไม่มที ส่ี ้ินสุด ในระดบั โลก มนุษย์บรโิ ภคมากเกินไป ใช้มากเกนิ ไป ในขณะทีจ่ ำนวนคน ทวีขึ้นแต่โลกใบเท่าเดิม และเราก็บริโภคกันจนจะหมดโลก เพราะฉะนั้นต้อง เดนิ ทางสายกลาง พระพุทธเจ้าตรัสสอนไว้ เปน็ สัจธรรม และพระบาทสมเด็จ พระเจา้ อยู่หัวทรงนำธรรมะนั้นมาย้ำใหเ้ ราทราบ ตอ้ งแบง่ ปนั เพียงเราอยเู่ ฉยๆ เราก็หายใจเอาออกซเิ จนเขา้ แลว้ คายคาร์บอนไดออกไซด์ออก ฉะนน้ั ถา้ เราใชไ้ ปหนง่ึ ตอ้ งชดเชยกลับมาอยา่ งนอ้ ยหนงึ่ ไม่เชน่ น้นั จะเหลืออะไรไว้ให้ลกู หลานไดใ้ ช้ตอ่ ไป ทรงเป็นศูนย์รวม... ความสมานฉันท์และเท่าเทียมกัน พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมที่จะทำให้ความแตกต่างอยู่ร่วมกันได้ อยา่ งสมานฉนั ท์ ถ้าพูดโดยรวมคือให้ทุกคนได้ ซ่ึงทำยาก ทำอยา่ งไรใหท้ กุ คน ไม่เสียประโยชน์ ต้องมีการบริหารจัดการ ต้องเกลี่ยประโยชน์ให้ได้ ใครมี การทรงงานพัฒนาประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 129
❝ พระองค์ทรงเป็นต้นแบบของความเรียบง่าย ความประหยัด และยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก ดังนั้น... ทุกสิ่งที่พระองค์ทรงทำ ทุกประโยคที่พระองค์ ทรงมีรับสั่ง มีคุณค่า มีประโยชน์ และเมื่อปฏิบัติแล้วจะมีความสุข ❞ ความรู้สึกว่าเสียประโยชน์ ก็ไม่สมานฉันท์แล้ว ต้องอยู่บนพื้นฐานของความ เท่าเทยี ม เกล่ยี ประโยชนอ์ ย่างเสมอภาคกัน ทุกคนไมเ่ สยี อะไรเลย ซง่ึ เป็นเรอื่ งยาก ต้องหาทางออกให้ทุกคน ฝ่ายคนที่เสียไปจะแก้ไขอย่างไร ฝ่ายที่ได้เปรียบต้อง ยอมเสียบ้าง ต้องคำนวณตลอดเวลา ต้องวางแผนและประสานกันให้ได้ และ อยา่ ทุจริต หรอื หวังประโยชนเ์ ปน็ ส่วนตัว ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท... อย่างมีความสุข พวกเราต่างคอยเฝ้าชื่นชมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เห็นแล้ว ชื่นอกชื่นใจ แต่ไม่เคยเข้าใจว่าสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทำหรือ ตรัสนั้น ทรงสื่ออะไรให้กับเรา พระองค์ทรงเป็นต้นแบบของความเรียบง่าย ความประหยัด และยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก ดังนั้น เห็นแล้วฟังแล้ว ตอ้ งครนุ่ คิดและนำไปปฏบิ ัตกิ ็จะดี ทกุ สงิ่ ทพี่ ระองค์ทรงทำ ทกุ ประโยคที่พระองค์ ทรงมรี บั ส่งั มคี ณุ คา่ มปี ระโยชน์ และเมื่อปฏิบตั แิ ล้วจะมคี วามสุข130 การทรงงานพัฒนาประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
อัญเชิญแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง นำทางการพัฒนาประเทศ ในแผนฯ ๘ สัมภาษณ์ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล
อัญเชิญแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง นำทางการพัฒนาประเทศ ในแผนฯ ๘ สัมภาษณ์ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล* ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการฯ ลำดับท่ี ๙ ของสภาพฒั น์ เติบโตมาจากกองวางแผนเตรยี มพรอ้ มดา้ นเศรษฐกจิ ซงึ่ กองน้มี ีภารกิจสำคัญประการหน่ึงคือ การประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จนเมื่อปี ๒๕๓๖ หน่วยงานนี้ได้แยกออกไปตั้งเป็น “สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพอื่ ประสานงานโครงการอนั เนื่องมาจากพระราชดำร”ิ หรอืสำนักงาน กปร. ท่านได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นเลขาธิการ กปร.คนแรก ในยามที่สภาพัฒน์ต้องการผู้นำมาจัดทำแผนฯ ๘ ท่านได้กลับมาเป็นผจู้ ดุ ประกายความคดิ ให้“คน”เป็นศนู ย์กลางหรอื จดุ มุ่งหมายหลักของการพัฒนาประเทศ โดยเน้นการพัฒนาแบบบูรณาการที่มีความสมดุลทางด้านเศรษฐกิจสังคม และส่งิ แวดล้อม เบื้องหลังแนวคิด “คนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาประเทศ” นั้นดร.สุเมธ ซึมซบั มาจากการได้สนองเบอื้ งพระยุคลบาทในงานโครงการอนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จึงไม่น่าแปลกใจที่ได้รับการยอมรับจากผู้นำความคิดและประชาชนทัว่ ท้ังประเทศ* สัมภาษณ์โดยทีมงานจดั ทำหนงั สือ “๖ ทศวรรษ สภาพัฒน์” เม่อื วนั ที่ ๒๕ธันวาคม ๒๕๕๒ ณ มลู นิธิชัยพฒั นา การทรงงานพัฒนาประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 133
❝ ตอนที่ผมเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการสภาพัฒน์ อยู่ในช่วงกลางของแผนฯ ๗ ภารกิจแรกคือ การประเมินผลแผนฯ ๗ ซึ่งผลจากการประเมินพบว่า “เศรษฐกิจดี สังคมมีปัญหา การพัฒนาไม่ยั่งยืน” ❞ อาจกล่าวได้ว่าแผนฯ ๘ เป็นแผนฯ ที่มีการปฏิรูปทั้งแนวคิดทิศทาง ของแผนฯ และกระบวนการจดั ทำแผนฯ โดยมีการระดมความคดิ จากประชาชน ทุกกลุ่มอาชีพกว้างขวางที่สุดอย่างท่ีไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ การจัดทำแผนฯ ของสภาพัฒน์ หลังจากได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้สภาพัฒน์ได้สำเร็จอย่าง งดงามย่ิงแล้ว ท่านได้ขอกลับไปสนองพระราชดำริ ณ สำนกั งาน กปร. จนเกษียณ อายุราชการ จากนั้น ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นเลขาธิการมูลนิธิ ชัยพฒั นาจวบจนถงึ ปจั จบุ นั ประเมินผลแผนฯ ๗... เศรษฐกิจดี สังคมมีปัญหา การพัฒนาไม่ยั่งยืน ตอนที่ผมเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการสภาพัฒน์ อยู่ในช่วงกลางของ แผนฯ ๗ ภารกิจแรกคอื การประเมินผลแผนฯ ๗ ซง่ึ ผลจากการประเมินพบวา่ “เศรษฐกจิ ดี สงั คมมีปัญหา การพัฒนาไมย่ งั่ ยืน” ตอนนัน้ ตัวเลขทางเศรษฐกจิ ดีมาก แต่ขณะเดียวกันเราได้เสียปัจจัยสำคัญ ๒ ประการไปพร้อมๆ กัน คือ สังคมมีปัญหา และส่งิ แวดล้อมถกู ทำลาย กรณมี าบตาพดุ ทีม่ ีปญั หาอยู่ในขณะนี้ กเ็ ป็นผลพวงท่สี ะสมมาตัง้ แตส่ มัยนั้น เน่อื งจากการบรหิ ารจัดการไม่ดีพอ134 การทรงงานพัฒนาประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
❝ เศรษฐกิจดี ตัวเลขความเจริญเติบโตสูง แต่ก็ไม่ได้บ่งชี้ถึงความเจริญอย่างแท้จริงแต่อย่างใด ❞ ผลการประเมินชี้ใหเ้ หน็ ถึงความตกต่ำ แต่ไม่มภี าคสว่ นใดให้ความสนใจกับปัญหา และไม่มีผู้กำกับการใช้อำนาจตามกฎหมายเพื่อแก้ไข อีกทั้งไม่มีกฎหมายลูกมารองรับ เสมือนว่าเมื่อวางแผนแล้วไม่มีแผนปฏิบัติเพื่อผลักดันต่อยอดแผนงานต่างๆ ที่ได้วางไว้ ทำให้ปัญหาสะสมเพิ่มมากขึ้น จนกระทั่งเกิดการระเบิดขึ้นในวันนี้ เพราะฉะนั้น ถ้าพิจารณาในภาพใหญ่ที่ว่า เศรษฐกิจดีตัวเลขความเจรญิ เติบโตสูง แตก่ ็ไมไ่ ดบ้ ง่ ช้ถี ึงความเจริญอยา่ งแทจ้ ริงแต่อย่างใด เนื่องจากผมเป็นเลขาธิการสภาพัฒน์ท่ีมีความแตกต่างจากเลขาธิการฯท่านอื่นๆ ที่ส่วนใหญ่เป็นนักเศรษฐศาสตร์ และตระหนักว่าเศรษฐกิจคือปัจจัยสำคัญในการพัฒนา แต่ผมเป็นนักรัฐศาสตร์การทูต จึงทำให้มีพื้นฐานในการวเิ คราะห์สถานการณ์ท่ีแตกต่างออกไป ผมขอถามว่าคุ้มไหมกบั การทต่ี อ้ งเสยี ไปสองอย่าง คือสงั คมมปี ญั หาและการพฒั นาไม่ยง่ั ยืน แต่ไดก้ ลบั มาเพียงอยา่ งเดียว คอื เศรษฐกจิ ดี ประเทศชาติมีความร่ำรวยช่วงแรก แต่สูญเสียศักยภาพของคน สังคมมีปัญหา และสูญเสียความสมดุลของธาตทุ งั้ ๔ คอื ดนิ นำ้ ลม ไฟ กอ่ ให้เกดิ โรคภัยไข้เจ็บ คนเปน็ มะเรง็จากมลพิษมีจำนวนมากขึ้น ดูได้จากตัวเลขรายงานภาวะสังคมของสภาพัฒน์จะเห็นว่าไม่คมุ้ สำหรบั ความร่ำรวยท่ีไมย่ ั่งยนื การทรงงานพัฒนาประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 135
❝ การก่อการร้ายเริ่มมาจากความยากจน ความเจริญเติบโต ที่เป็นตัวเลขไม่ได้ลงไปถึงคนข้างล่าง ความร่ำรวย ที่มีตัวเลขปรากฏนั้นกระจุกตัวอยู่ข้างบน คนที่รวยอยู่แล้วก็ยิ่งรวยมากขึ้น ❞ ใช้ประสบการณ์จากงานด้านความมั่นคง หลังจากได้ทราบผลการพัฒนาในช่วงท่ีผ่านมาจากการประเมินผล แผนฯ แลว้ ก็ได้เตรียมการจดั ทำแผนฯ ฉบบั ใหม่ วนั น้ัน คิดว่าเป็นโอกาสทองแล้ว ที่จะได้ปรับในสิ่งที่ได้กล่าวไว้ในตอนต้น มุมมองที่ผมมองต่างจากที่คนอื่นๆ ในสภาพฒั นม์ อง เนื่องจากผมดแู ลงานทางด้านความม่ันคงมาโดยตลอด เคยชนิ กบั เรอื่ งปัญหาความมัน่ คง วธิ ีการใชง้ บประมาณ และการวางเป้าหมายอีกแบบหนึ่ง รวมท้ังชินกับการไม่รู้สึกต่ืนเต้นกับตัวเลขความเจริญเติบโตหรือ ความร่ำรวย เพราะรวู้ ่าไม่ไดแ้ ก้ไขปัญหารากเหงา้ ของประเทศ และตระหนกั ดีวา่ ไม่สามารถไปถึงเป้าหมายที่เป็นต้นตอของปัญหา เพราะว่าการก่อการรา้ ยเรมิ่ มาจากความยากจน ความเจริญเติบโตที่เป็นตัวเลขไม่ได้ลงไปถึงคนข้างล่าง ความร่ำรวยทม่ี ตี ัวเลขปรากฏนัน้ กระจกุ ตัวอยขู่ ้างบน คนท่ีรวยอยู่แลว้ กย็ ่ิงรวย มากขึน้ ซงึ่ ตวั เลขของสภาพัฒนร์ ะบวุ า่ ทกุ ๆ ๑๐๐ บาท คนเพยี งแคห่ ยบิ มอื เดยี ว ประมาณร้อยละ ๒๐ เป็นคนทร่ี วยท่สี ุดนน้ั เป็นผคู้ รอบครองไปเกนิ ครึ่งท่ีประมาณ ร้อยละ ๕๗ เพราะฉะนั้น การพัฒนาแนวนี้ไม่สามารถจะทำให้เกิดความยั่งยืน ทั้งในดา้ นเศรษฐกจิ และสังคมของประเทศขึ้นมาได้ จากประสบการณก์ ารทำงาน ด้านความมั่นคงจึงทำให้ตระหนักได้ดีว่า ไม่ใช่ความร่ำรวยที่จะสร้างได้ แต่การ สรา้ งความสมดลุ ระหว่างสังคม ใหส้ งั คมอยอู่ ย่างย่งั ยืนเปน็ พันธกจิ (Mission) ท่สี ำคัญกว่า เพราะเกี่ยวข้องกับความอยรู่ อดของประเทศไทย136 การทรงงานพัฒนาประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
❝ แผนฯ ๘ จึงปรับแนวคิดใหม่จากเดิมที่เน้น การพัฒนาเศรษฐกิจ มาเป็นมุ่งเน้นพัฒนา “คน” เป็นเป้าหมายหลัก กำหนดให้ “คนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา” โดยมุ่งพัฒนาศักยภาพของคน และพัฒนาสภาพแวดล้อม ของสังคมให้เอื้อต่อการพัฒนาคน ❞“คนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา”กระบวนทัศน์ใหม่ในการพัฒนาประเทศ ผมคิดวา่ การจะทำใหเ้ กิดความยั่งยืนน้ัน ควรใหป้ ระชาชนทปี่ ระสบกับปญั หาได้มีโอกาสมารว่ มวางแผนกับสภาพฒั น์ กระบวนการในการจัดทำแผนฯ ๘จึงเปลี่ยนไป มีการกำหนดศัพท์ใหม่ขึ้นมา คือ Paradigm Shift หรือ“กระบวนทศั นใ์ หมใ่ นการพัฒนาประเทศ” แผนฯ ๘ จงึ ปรับแนวคิดใหม่จากเดมิที่เน้นการพัฒนาเศรษฐกิจ มาเป็นมุ่งเน้นพัฒนา “คน” เป็นเป้าหมายหลักกำหนดให้ “คนเปน็ ศูนยก์ ลางการพฒั นา” โดยมงุ่ พัฒนาศักยภาพของคน และพัฒนาสภาพแวดล้อมของสังคมให้เอื้อต่อการพัฒนาคน เสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาของภูมิภาคและชนบทเพ่ือยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างทั่วถึง พัฒนาสมรรถนะทางเศรษฐกิจเพื่อสนับสนุนการพัฒนาคน ฟื้นฟูบูรณะทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ ม และกำหนดแนวทางการแปลงแผนสกู่ ารปฏิบตั ิโดยการจดั ทำแผนงาน/โครงการที่ยึดหลักการ พืน้ ที่ ภารกิจ และการมีส่วนรว่ ม(Area - Function - Participation : AFP) การทรงงานพัฒนาประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 137
❝ การสร้างกระบวนการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วม กำหนดแนวคิดและทิศทางการพัฒนาประเทศในการจัดทำ แผนฯ ๘ นั้น ผมเริ่มจากการจัดเสวนา “จุดประกายความคิด... สู่แผนฯ ๘” ณ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ❞ จุดประกายความคิด... สู่แผนฯ ๘ การสร้างกระบวนการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วม กำหนดแนวคิดและทศิ ทางการพัฒนาประเทศในการจดั ทำแผนฯ ๘ น้นั ผมเร่ิม จากการจัดเสวนา “จุดประกายความคิด... สู่แผนฯ ๘” ณ พระราชนิเวศน์ มฤคทายวนั อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี โดยมบี ุคคลระดับหวั กะทมิ าร่วมกนั คดิ ประมาณ ๕๐ คน มีทั้งนักฝัน นักค้าน องค์กรพัฒนาภาคเอกชน หรือที่มัก เรียกกันว่าเอ็นจีโอ ส่วนผู้สื่อข่าวร้อยกว่าคนที่มาติดตามทำข่าว ผมจัดให้เขา แสดงความคิดเห็นด้วย นับว่าเป็นคณะที่ดีที่สุด เหมือนเป็นความฝันของเด็ก แตเ่ ป็นความฝนั ทเี่ ปน็ จรงิ เหตุผลท่ีใช้พระราชวังนิเวศน์มฤคทายวันซึ่งมีบรรยากาศร่มรื่นอยู่ ริมทะเลเป็นที่จัดเสวนานั้น เนื่องจากผมดำรงตำแหน่งอีกตำแหน่งหนึ่งคือ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จึงมีเครือข่ายและอุปกรณ์ที่ค่อนข้างพร้อม และจากการเป็นศิษย์เก่าโรงเรียน วชิราวธุ วทิ ยาลยั จึงไดท้ ราบประวัตแิ ละความหมายของพระราชวังที่นา่ ประทับใจยิง่ คือ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ได้พระราชทาน ความหมายของพระราชวังแห่งนี้ว่า “พระราชวังแห่งความรักและความหวัง” (Palace of Love and Hope) จึงทำให้ผมเลือกสถานที่แห่งนี้เป็นที่ระดม ความคดิ เพ่อื ใหแ้ ผนฯ ๘ เป็นแผนของความรักและความหวงั และในทีส่ ุดกไ็ ด้ รับผลตามทเ่ี ราฝันไวท้ ุกประการ138 การทรงงานพัฒนาประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ต้นแบบ “สัมมนาโต๊ะจีน” หลังจากนั้น ก็เริ่มขยายการระดมความคิดให้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยจดั การสัมมนาเรอื่ ง “แนวคิดและทิศทางการพัฒนาประเทศ ในช่วงแผนฯ ๘”ณ โรงแรมแอมบาสเดอร์ซิตี้ จอมเทยี น จังหวดั ชลบุรี การสัมมนาครั้งนไ้ี ดเ้ ชญิประชาชนทุกกล่มุ อาชพี เขา้ รว่ มงานถงึ ๑,๕๐๐ คน ผมคดิ ว่าจะทำอยา่ งไรให้ทุกคนได้มีโอกาสพูดแสดงความเห็น หลังจากสัมมนารวมในภาคเช้าเพื่อมองร่วมกันแล้ว จึงคิดจัด “การสัมมนาโต๊ะจีน”นั่งโต๊ะละ ๑๐ คน ในภาคบ่าย โดยใช้โต๊ะที่รับประทานอาหารกลางวันเป็นทีป่ ระชมุ ต่อไปเลย มีเจา้ หน้าทีข่ องสภาพัฒนเ์ ขา้ ไปน่งั เปน็ เลขานุการจดประเดน็และใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการระดมความคิด เพื่อให้กรอบการระดมความเห็นเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ตอนนั้นอยู่ในช่วงของท่านนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภยั ทา่ นก็เข้าสมั มนาโต๊ะจนี ดว้ ย หลังจากนั้น ก็มีหน่วยงานอื่นนำรูปแบบการสัมมนาโต๊ะจีนไปใช้บ้างเพราะเหน็ ประโยชนท์ ท่ี กุ คนไดม้ ีสว่ นรว่ มอย่างทว่ั ถงึสัมมนาระดับอนุภูมิภาคและระดับประเทศ นอกจากนี้ เพื่อให้ประชาชนทั้งประเทศได้เข้ามามีส่วนร่วมระดมความเห็น เพื่อให้เขามาบอกปัญหา และร่วมกันหาแนวทางแก้ไข โดยจัดการประชุมสมั มนาในระดบั อนุภูมิภาครวม ๙ ครง้ั ในหวั ขอ้ เรื่อง “แนวคิด ทศิ ทางและแผนพฒั นาของประชาชน ในชว่ งแผนฯ ๘” เพ่ือการสร้างความรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกับแนวคิดการพัฒนา และการค้นหาทิศทางการพัฒนาที่สอดคล้องกับศักยภาพ โอกาส และข้อจำกัด ตลอดจนความต้องการของประชาชนในแต่ละอนุภมู ภิ าคอยา่ งแท้จรงิ ด้วย การทรงงานพัฒนาประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 139
❝ ถ้าใครไม่มาเข้าร่วมวางแผนด้วย หมายถึงตกขบวนรถไฟสังคม ทุกคนจึงพร้อมใจกันมา ทั้งหัวหน้ารัฐบาล หัวหน้าฝ่ายค้านก็มาร่วมระดมความคิด ในระดับประเทศ ❞ การจดั สมั มนาระดมความคิดเหน็ ในทุกอนุภมู ิภาค มีอาจารยไ์ พบลู ย์ วัฒนศิริธรรม ซึ่งในขณะนั้นท่านเป็นหนึ่งในเอ็นจีโอมาเป็นผู้นำการสัมมนา โดยใช้กระบวนการที่เรียกว่า AIC (Appreciation-Influence-Control) คนที่ เขยี นหนังสือไมเ่ ปน็ ก็ใชว้ ธิ ีวาดรปู ได้ หลังจากนนั้ ไดจ้ ดั การสมั มนาระดับประเทศอีกครั้งหนึง่ เพือ่ ให้คน ท่ีเข้าร่วมในกระบวนการทุกขั้นตอนได้มาดูว่าส่ิงที่เขาคิดฝันนั้นยังอยู่หรือเปล่า คนทง้ั ประเทศเขาคิดอยา่ งไร เพื่อใหเ้ ปน็ ทย่ี อมรบั กนั ทุกฝา่ ย และเปน็ แผนของ ประชาชนอย่างแท้จริง ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมขบวนรถไฟสังคม จะเห็นได้ว่าผมปฏิบัติตามลำดับขั้นตอน เริ่มจาก ๕๐ คน มาเป็น ๑,๕๐๐ และ ๓,๐๐๐ คน โดยการสมั มนาครงั้ สุดทา้ ย มผี เู้ ข้ารว่ มจำนวนมากถงึ ๖,๐๐๐ - ๗,๐๐๐ คน เปน็ ภาพท่ีนา่ ประทับใจ กลายเป็นว่า ถ้าใครไมม่ าเข้ารว่ ม วางแผนด้วย หมายถึงตกขบวนรถไฟสงั คม ทุกคนจึงพร้อมใจกนั มา ทัง้ หวั หนา้ รัฐบาล หัวหน้าฝ่ายค้านก็มาร่วมระดมความคิด ในระดับประเทศ นอกจาก ท่านนายกรฐั มนตรี ชวน หลกี ภยั แล้ว ยังมีทา่ นนายกฯ บรรหาร ศิลปอาชา ท่านนายกฯ สมัคร สุนทรเวช140 การทรงงานพัฒนาประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
บริหารจัดการภายในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ ในฐานะทผี่ มเป็นเลขาธิการฯ มหี น้าทหี่ ลักคือ ตอ้ งสรา้ งวสิ ัยทศั น์ และต้องทำใหฝ้ นั เป็นจริง จงึ ไดม้ อบหมายให้รองเลขาธิการฯ และผู้ชว่ ยเลขาธิการฯเข้ามามีส่วนร่วมตามสาขาการพัฒนาที่รับผิดชอบ อันเป็นที่มาของคำขวัญที่ว่า“เหน็ ชอบมอบรองฯ เห็นด้วยผู้ช่วยทำ คนรบั กรรมคือ ผอ. สัง่ ต่อหวั หนา้ ฝา่ ยกระจายงานสู่ ซี ๓ และ ซี ๔ คนแฮปป้ี คอื เลขาฯ สดุ ทา้ ยประชาสขุ สันต”์เพราะแนวทางการบรหิ ารของผม คอื ผมเปน็ เพยี งคนเร่ิม แคเ่ ห็นชอบมอบรองฯเห็นด้วยผ้ชู ว่ ยฯ ทำ แล้วมีเจ้าหนา้ ที่มาช่วยกนั ทำต่อไป จุดประสงค์ของการกระทำดังกลา่ ว คือ ผมตอ้ งการให้ถือว่าความเห็นที่ออกจากผู้บริหารสภาพัฒน์แต่ละท่านไปนั้นเป็นความเห็นของสภาพัฒน์ มิใช่ความเห็นของคนใดคนหนึ่ง มิใช่เป็นความเห็นของเลขาธิการฯ เพียงคนเดียวน่ีคอื พ้นื ฐานของการสรา้ งความสำคญั ขององค์กรขน้ึ มา อนั ดับแรกท่ีผมทำคือ จดั ทพั ภายใน เพราะว่าถ้าในบ้านไมแ่ ขง็ แรงแล้วไปรบ ๑๐๐ ครั้ง แพ้ ๑๐๐ ครั้ง จึงต้องรู้จักใช้คน คนในสภาพัฒน์มีความรู้ความสามารถ เพียงแต่ต้องบริหารจัดการอย่างยุติธรรมให้ทุกคนได้มีโอกาสในการแสดงฝีไม้ลายมอื อยา่ งเสมอภาค และสามารถเปน็ แกนกลางประสานงานระหวา่ งกลุ่มตา่ งๆ การที่ให้คน ๓,๐๐๐ หรือ ๖,๐๐๐ คนพูดพร้อมกันนั้นไม่ยากนักแต่ที่สำคัญ เจ้าหน้าที่สภาพัฒน์ที่เป็นเลขานุการประจำกลุ่มจะต้องประมวลในสิ่งที่เขาพูดทั้งหมดให้เป็นหมวดหมู่ และนำมารายงานในเช้าวันรุ่งขึ้น ผมอยู่ใหก้ ำลังใจให้ความอบอุ่นแกพ่ วกเขาถึงเชา้ ความสำเรจ็ จึงเป็นของคนสภาพัฒน์ทุกคน นีค่ อื เอกภาพ และความสามคั คีทีเ่ กดิ ขึ้น ทำใหเ้ กิดพลงั มหาศาล พวกเขามคี วามรสู้ ึกว่ามีสว่ นเป็นกำลงั สำคญั การทรงงานพัฒนาประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 141
❝ การระดมความคิดกันทุกมุมของประเทศนี้ ผมได้แนวทาง มาจากป่าล้อมเมือง โดยระดมจากป่าไล่มาเรื่อยจนกระทั่ง ถึงกรุงเทพฯ เป็นการระดมความคิดครั้งใหญ่ที่สุด ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ ❞ สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมภายนอกองค์กร เมอื่ จดั ทพั ขา้ งในเรยี บร้อยแล้ว ก็ไปจดั ทัพข้างนอก ผมใชพ้ นั ธกจิ (Mission) เป็นสอื่ โดยได้เชญิ คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาภาค เอกชน หรือ กป.อพช. มาเป็นเครือข่ายด้วยเลย ซึ่งขณะนั้น คุณศรีสว่าง พว่ั วงศ์แพทย์ เป็นประธาน เริม่ ตั้งแตเ่ วทีแรกจนถงึ เวทสี ุดท้าย นับเปน็ ครงั้ แรก ทร่ี ัฐเอ้อื มมือเข้าไปหาหน่วยงานทเ่ี ราเรียกว่า“เอ็นจีโอ”และไดน้ ำมาซ่งึ ประโยชน์ ในช่วงจัดทำแผนฯ อย่างมาก เพราะได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ทำให้กลุ่ม และเครือข่ายต่างๆ รวมตัวกัน มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากขึ้น ความ ไม่ไว้วางใจเรมิ่ บรรเทาลง การที่ผมดึง กป.อพช. ซึ่งเป็นเอ็นจีโอมาร่วมงานได้ เนื่องจากในช่วง ทำงานอย่ทู ส่ี ภาพัฒน์ ผมได้รบั ตำแหน่งเป็นผอู้ ำนวยการศูนยป์ ระสานการพัฒนา ชนบทแห่งชาติ (ศปช.) ผมได้เริ่มระดมภาคส่วนต่างๆ มากกว่า ๒๐๐ องค์กร มาตัง้ เป็น กป.อพช. ขนึ้ โดยมีผมเปน็ ประธานคนแรก การระดมความคิดกันทุกมุมของประเทศนี้ ผมได้แนวทางมาจาก ปา่ ลอ้ มเมอื ง โดยระดมจากปา่ ไลม่ าเร่อื ยจนกระท่ังถงึ กรงุ เทพฯ เป็นการระดม ความคิดครงั้ ใหญท่ ีส่ ดุ ทไ่ี ม่เคยเกดิ ข้ึนในประวัติศาสตร์ และการจดั ทำแผนฯ ๘ กส็ ำเร็จลงด้วยดี142 การทรงงานพัฒนาประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
❝ จะต้องให้ทุกคนมีส่วนร่วมตั้งแต่แรกเพื่อนำไปสู่การยอมรับ และปฏิบัติ นอกจากนี้ ควรให้ความสำคัญในเรื่องการสื่อสาร ให้เข้าใจ เขาคิดอย่างไร เขาพอใจหรือไม่พอใจ เราจะได้แก้ไขได้ทัน ถ้าเก็บไว้แล้ววันหนึ่งระเบิดขึ้นมาจะไม่คุ้ม ❞ การเนน้ กระบวนการมสี ่วนร่วมในการจดั ทำแผนฯ นับเปน็ จดุ เรม่ิ ต้นสำคัญที่ทำให้ประชาชนในทุกภาคส่วนได้มีบทบาทร่วมในกระบวนการพัฒนาประเทศ โดยมกี ารรวมกลมุ่ ของประชาคมในหลายรปู แบบ มเี ครอื ขา่ ยเชื่อมโยงกันอย่างกว้างขวาง และมกี ารทำงานกับภาครฐั ในลักษณะหุ้นส่วน ซึง่ เป็นพื้นฐานสำคญั ของการพัฒนาประเทศ ใช้เวลาเพียง ๒ ปีเท่านั้น ก็สามารถเปลี่ยนความคิดของคนทั้งประเทศได้ ในช่วงครึ่งปีแรกของการวางแผนฯ ก็มีคนไม่เชื่อว่าจะทำได้จริงไม่ใชว่ า่ ไม่เหน็ ด้วย เห็นดว้ ยทกุ ประการ แต่ประชาชนสว่ นใหญ่มองวา่ สภาพัฒน์นำตัวเลขท่สี วยๆ มาแสดง ไม่มีการชีถ้ ึงปญั หาและแก้ไขอย่างจริงจัง ดังนั้น จะต้องใหท้ กุ คนมีส่วนรว่ มตั้งแต่แรกเพอ่ื นำไปสกู่ ารยอมรบั และปฏิบัติ นอกจากนี้ ควรใหค้ วามสำคญั ในเร่ืองการส่อื สารให้เขา้ ใจ เขาคดิ อย่างไรเขาพอใจหรอื ไม่พอใจ เราจะได้แกไ้ ขไดท้ ัน ถ้าเกบ็ ไว้แลว้ วนั หน่งึ ระเบดิ ข้นึ มาจะไมค่ ุ้ม องค์การสหประชาชาติ โดย UNDP ก็ได้เข้ามาร่วมให้การสนับสนุนกระบวนการในการวางแผนนดี้ ว้ ย ผมเป็นประธานในการเซน็ สัญญากบั UNDPทท่ี ำเนียบรฐั บาล โดยให้เงนิ สนบั สนุนจำนวนมากทเี ดียว และขอใหป้ ระเทศไทยเปน็ ต้นแบบสำหรับประเทศในภูมภิ าคนี้ พรอ้ มท้งั ได้ชว่ ยผลักดนั เร่อื งการพัฒนาคนเปน็ ศูนย์กลางทัง้ ภายในและนอกประเทศด้วย การทรงงานพัฒนาประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 143
❝ การระดมความคิดเริ่มจากการให้ความสำคัญแก่ทุกกลุ่ม ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น... เป็นกุศโลบาย ในการที่ทำให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม เป็นการทำประชาพิจารณ์ อย่างกว้างขวาง ลึกซึ้ง และเป็นธรรมชาติที่สุด ❞ แต่น่าเสียดายที่ไม่ทันได้ใช้แผนฯ ก็เกิดวิกฤตเศรษฐกิจฟองสบู่ขึ้น เสยี กอ่ น แผนฯ ๘ จึงกลายเป็นแผนอนุสาวรยี ใ์ หค้ นช่นื ชม เม่อื จัดทำแผนฯ ๘ เสร็จแลว้ ผมจงึ กลับไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กปร. เชน่ เดมิ ตอนน้ันไมม่ ใี คร อยากให้ผมกลับ เพราะต้องการให้ช่วยผลักดันกระแสที่เข้มข้นของ Paradigm Shift ใหเ้ คลื่อนไหวต่อไปได้ แนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง... เริ่มตั้งแต่แผนฯ ๘ การระดมความคิดเร่ิมจากการให้ความสำคัญแก่ทุกกลุ่มได้เข้ามา มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นจากจุดเริ่มต้นที่ไม่มีอะไรเลยเป็นชาวบ้าน ธรรมดาจริงๆ ไดม้ าวางแผนชาติ พูดไม่เป็น วาดรูปได้ กส็ ามารถเขา้ รว่ มสัมมนาได้ เป็นกุศโลบายในการที่ทำให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม เป็นการทำประชาพิจารณ์ อย่างกว้างขวาง ลกึ ซ้งึ และเปน็ ธรรมชาตทิ ่สี ุด ผมได้แนวความคิดจากการไดต้ ามเสด็จฯ พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั ทรงทำประชาพิจารณ์ (Public Hearing) ขณะทีป่ ระทับอยู่ทา่ มกลางประชาชน มแี ผนที่กองอยขู่ า้ งหน้า ซกั ถามกันเป็นช่วั โมงๆ เพื่อปรกึ ษาหารือประชาชน ความจริงคือแนวทาง “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ที่ได้ทรงปฏิบัติ มาตั้งแต่ปี ๒๕๑๗ ผมก็ได้ซึมซับมา โดยเสาทุกเสาถูกปักแล้วตั้งแต่แผนฯ ๘ มีการทำประชาพิจารณ์ที่ให้ประชาชนคิดเอง ทำเอง แต่เสาทุกเสานั้นก็ยืนได้ ทกุ คนยนิ ยอม แล้วก็ปกั ใหท้ กุ คนรับเปน็ เจ้าของบา้ นซึ่งได้ผลดีเปน็ ทย่ี อมรบั ต่อมา ในแผนฯ ๙ จงึ ได้อัญเชิญปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเปน็ แนวทาง144 การทรงงานพัฒนาประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
❝ ผมได้แนวความคิดจากการได้ตามเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทำประชาพิจารณ์ (Public Hearing) ขณะที่ประทับอยู่ท่ามกลางประชาชน มีแผนที่กองอยู่ข้างหน้า ซักถามกันเป็นชั่วโมงๆ เพื่อปรึกษาหารือประชาชน ความจริงคือแนวทาง “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ที่ได้ทรงปฏิบัติ มาตั้งแต่ปี ๒๕๑๗ ผมก็ได้ซึมซับมา โดยเสาทุกเสาถูกปักแล้วตั้งแต่แผนฯ ๘ ❞“คนเปน็ ศูนย์กลางการพฒั นา”... ผลงานทีฝ่ ากไว้กับสภาพัฒน์ ในสมัยกอ่ นเมอื่ กล่าวถึง “คน” ก็จะแปลว่า Human Resourceไม่ได้ดบู ทบาทของคน ไม่ได้ดูคนในลกั ษณะจติ วญิ ญาณ แตจ่ ะดูคนแบบนายทุนเป็นปจั จยั การผลติ แมก้ ระทั่งเด๋ียวนี้ บางส่วนก็ยงั คิดเป็นอย่างนน้ั อยู่ ทงั้ ๆ ท่ไี ม่ใช่สงิ่ ท่ีเราต้องการ “คนเป็นศูนย์กลาง” คือ การพิจารณาให้ความสำคัญแก่มนุษย์ในทกุ มติ ิ ผมเคยวาดรปู การต์ ูนไว้ให้รปู หน่งึ สอ่ื ออกมาเป็นวงๆ สะทอ้ นถงึ ตัวเราคำว่า “คน” ต้องใช้ ฅ. คน ไม่ใช้ ค. ควาย สำหรับผลงานจัดทำแผนฯ ที่สภาพัฒน์นับเป็นฉากหนึ่งของชีวิตกล่าวได้ว่าเราปิดฉากลงด้วยดี ความดีใจอยู่ตรงที่ว่าเราไม่ได้ทำให้สภาพัฒน์เสยี หาย ผมไม่ได้ยดึ ตดิ จนกระทงั่ เกิดความเป็นเจา้ ของ ทำได้สำเรจ็ กโ็ ลง่ อก การทรงงานพัฒนาประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 145
ที่ปรึกษานายสเุ มธ ตันตเิ วชกุล กรรมการและเลขาธกิ ารมลู นิธชิ ัยพฒั นานายอาคม เตมิ พทิ ยาไพสฐิ เลขาธกิ ารคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติคณะทำงานประธาน : นางเพญ็ จา ออ่ นชติรองประธาน : นายสทุ นิ ลีป้ ิยะชาติ นางสาวกญั ญารักษ์ ศรีทองรงุ่คณะทำงาน : นางจันทรท์ พิ ย์ ปาละนันทน์ นางสาวช่อผกา แก้วใหญ่ นางสาวจีรวัจน์ วงศาโรจน์ นายนพดล ธญั ญาดี นางสาวรววี รรณ เลยี ดทอง นางสาวพัชนี นยิ มจนั ทร์ นางวรารัตน์ ดลุ ยพิทักษ์ นางสาวรัตนวรรณ สวุ รรณสงิ ห์ นางสาวพนิดา วงษภ์ กั ดี นางสาวธนสั นี จี่สงู เนินศิลปินวาดภาพปกนายทวีพงษ์ ลิมาภรณว์ ณิชย์ สำนักงานคณะกรรมการ พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ วิสัยทัศน์หนว่ ยงานหลักในการวางแผนและจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ สู่ความสมดุลและยัง่ ยนื ที่ยึดประโยชน์ส่วนรวม ทนั ต่อการเปล่ียนแปลง และมีประสทิ ธิภาพสูง ค่านิยม มงุ่ มัน่ ทุม่ เท พัฒนาประเทศ เพ่ือประโยชน์สขุ แก่สงั คม ดว้ ยคุณธรรม ตามหลกั วชิ าการอย่างมอื อาชีพ วัฒนธรรมองค์กร เป็นองค์กรทม่ี ุ่งส่คู วามเปน็ เลศิ ทางดา้ นวิชาการ มีความรบั ผดิ ชอบต่อสาธารณะและสงั คม มรี ะบบธรรมาภิบาล บุคลากรของสำนักงานฯ เปน็ ทรัพยากรอันมีคา่ ทส่ี ุดขององค์กร
ดร.สุเมธ ตันติเวปชระกวุลัติ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนาวนั เดือน ปีเกดิ : ๒๖ สงิ หาคม ๒๔๘๒ จังหวดั เพชรบรุ ีการศึกษา : ระดบั มัธยมศกึ ษา วชิราวธุ วิทยาลยั : ปรญิ ญาเอกทางรฐั ศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มองเปลเิ อ ฝร่ังเศส : ประกาศนยี บตั รทางการพัฒนาเศรษฐกิจ EDI ธนาคารโลก วอชิงตนั ด.ี ซ.ี สหรฐั อเมรกิ า : วทิ ยาลัยปอ้ งกนั ราชอาณาจกั ร (วปอ.) รุน่ ที่ ๒๘ประวัติการทำงานพ.ศ. ๒๕๓๖ - ๒๕๔๒ : เลขาธกิ ารคณะกรรมการพเิ ศษเพ่ือประสานงานโครงการอนั เนอ่ื งมาจาก พระราชดำริพ.ศ. ๒๕๓๗ - ๒๕๓๙ : เลขาธกิ ารคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ และเลขาธิการคณะกรรมการพเิ ศษเพือ่ ประสานงานโครงการ อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริพ.ศ. ๒๕๓๙ -๒๕๔๓ : สมาชิกวฒุ สิ ภาเกียรติประวตั ิ อาทิ ๑. โล่ประกาศเกียรตคิ ณุ “บุคคลตวั อยา่ งประจำปี ๒๕๓๗” จากมลู นิธริ ัฐบุรุษ พลเอก เปรม ติณสลู านนท์ เมอื่ วันท่ี ๙ สิงหาคม ๒๕๓๘ ๒. รางวลั ผ้บู รหิ ารราชการดีเด่น ประจำปี ๒๕๓๘ (ครฑุ ทองคำ) จากสมาคมข้าราชการพลเรือน เม่อื วนั ท่ี ๒๙ สงิ หาคม ๒๕๓๙ ๓. โล่รางวัลเชดิ ชเู กยี รติ บคุ คลผ้ปู ระพฤตปิ ฏบิ ัติตนชอบด้วยความซ่ือสตั ยส์ ุจริต จากสำนกั งาน ป.ป.ป. เมอื่ วนั ท่ี ๓ มีนาคม ๒๕๔๐เครอื่ งราชอิสรยิ าภรณ์ท่ีไดร้ ับพระราชทานพ.ศ. ๒๕๓๔ : มหาวชิรมงกฎุพ.ศ. ๒๕๓๗ : มหาปรมาภรณช์ า้ งเผอื กพ.ศ. ๒๕๔๑ : เหรียญชยั มติ รภาพ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวพ.ศ. ๒๕๔๕ : ปฐมจลุ จอมเกลา้พ.ศ. ๒๕๔๘ : Commandeur de l’ Ordre du Mérite Agricoleพ.ศ. ๒๕๔๙ : ปฐมดิเรกคุณาภรณ์ภารกิจพเิ ศษ อาทิ ๑. ประธานมลู นธิ อิ ทุ ยานสิง่ แวดล้อมนานาชาตสิ ิรินธร ๒. ประธานมลู นธิ ปิ ระเทศไทยใสสะอาด ๓. อดตี นายกสภามหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ๔. อดตี นายกสภามหาวทิ ยาลัยราชภฏั เพชรบุรี
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150