Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore พระมหากษัตริย์นักพัฒนาเพื่อประโยชน์สุขสู่ปวงประชา

พระมหากษัตริย์นักพัฒนาเพื่อประโยชน์สุขสู่ปวงประชา

Published by Chalermkiat Deesom, 2016-11-24 22:33:01

Description: พระมหากษัตริย์นักพัฒนาเพื่อประโยชน์สุขสู่ปวงประชา

Search

Read the Text Version

ใช้ปุ๋ยและยาฆ่าแมลงท่ีเป็นพิษจำนวนมากเกินพอดี เป็นอันตรายต่อสุขภาพทั้งคนและสัตว์ในบริเวณนั้นอาจจะทำให้ดนิ เสยี เพาะปลูกไม่ได้มากเท่าเดมิ เป็นการผลิตหรือทำการแบบทีเ่ รียกกันวา่ รวยแลว้ เลิก ส่วน “การพัฒนาท่ีย่ังยืน” (Sustainable Development) คำศพั ทเ์ ดมิ เรยี กวา่ “วฒั นาถาวร” หมายถงึ การพฒั นาทบ่ี คุ คลจะไดป้ ระโยชนต์ อ่ เนอื่ ง ในระยะยาว ไม่สูญเสียทรัพยากรมากเกินไป โดย “การพัฒนา” (Development) จะต้องสมดุลกับ “การอนุรักษ์” (Conservation) เช่น ในการสร้าง เขื่อนกักเก็บน้ำ ต้องดูว่าจะเสียทรัพยากรอ่ืนๆ ทคี่ วรรกั ษาไว้หรอื ไม่ อย่างไร เป็นตน้หน้าทแี่ ละวิธกี ารของนกั พัฒนา นักพัฒนาจะต้องมีหน้าท่ีและวิธีการทำงานที่เป็นกระบวนการ “หน้าท่ี”คือช่วยให้บุคคล พ้ืนท่ีเป้าหมาย หรือกิจการท่ีตนรับผิดชอบมีความเจริญก้าวหน้าขึ้นสว่ น “วธิ กี ารของนกั พฒั นา” มหี ลายขนั้ ตอนและหลายลกั ษณะ ข้นึ อย่กู บั งานพัฒนาทีท่ ำ จะขอยกตัวอย่างการทำงานพัฒนาชุมชนอย่างง่ายๆ ท่ีเคยปฏิบัติก่อนอ่ืนจะต้องหาข้อมูล รวบรวมปัญหาสภาพทั่วไปของท้องถิ่นและชุมชน ท้ังในด้านภูมิศาสตร์และสังคม ซึ่งควรดูทั้งข้อมูลจากเอกสารการออกสำรวจ และข้อมูลจากบุคคล โดยเฉพาะอย่างย่ิงบุคคลในพื้นที่และบุคคลท่ีเคยปฏิบัติงานมาแล้วทั้งนี้ การมีความรู้ด้านภูมิศาสตร์และแผนที่ โดยเฉพาะอย่างย่ิงในการกำหนดพื้นที่ทางการเกษตรอุตสาหกรรม การตั้งถิ่นฐาน จะทำให้ทราบระยะทาง ลักษณะพื้นที่ รวมท้ังข้อมูลอื่นๆ ท่ีจะนำมาใช้เป็นฐานความรใู้ นการปฏิบัติงาน จากนั้น จะต้องเขียนโครงการ บ่งให้เห็นชัดถึงสภาพท่ัวไปของพ้ืนท่ี สภาพปัญหา วิธีการแก้ปัญหา ช่วงเวลาปฏิบัติงาน งบประมาณท่ีจำเป็นต้องใช้และแหล่งงบประมาณ (อาจต้องหาทุนเอง)และเม่ือเร่ิมดำเนินโครงการแล้ว จะต้องให้ความสนใจ ไปดูและคอยแนะนำ รวมทั้งแก้ปัญหาท่ีเกิดขึ้นได้ระหวา่ งการทำงาน เพอื่ ให้สามารถทำงานในขัน้ ตอ่ ไปไดต้ ามเป้าหมายที่วางไว้ 47

เม่ือโครงการประสบความสำเร็จแล้ว ควรจะมี การถา่ ยทอดเทคโนโลยี เชน่ การจดั การอบรม (Training) การจัดการดูงานแก่เจ้าหน้าที่และบุคคลเป้าหมาย ซึ่งจะช่วยให้มีความรู้ในงานที่ทำ และความรู้อ่ืนๆ ที่เกี่ยวเน่ืองดีข้ึน รวมทั้งเกิดความต่ืนตัวต่อการใฝ่รู้ ได้แนวความคิดใหม่ๆ เช่น อาจนำคนท่ีเคยทำงาน ท่ีแห่งหน่ึงไปดูงานอีกแห่ง และที่สำคัญจะต้องมีการประเมินผลโครงการ (Monitoring) เพ่อื แก้ไขขอ้ บกพร่องทเ่ี กิดข้นึ ทงั้ ในระหวา่ งดำเนินโครงการและเปน็ บทเรยี นสำหรบั การจัดทำโครงการใหมค่ รง้ั ตอ่ ไปงานพฒั นาเป็นงานระยะยาว... ตอ้ งช่วยกนั ทำในแต่ละช่วง อย่างไรก็ตาม งานพัฒนาเป็นงานระยะยาว ชว่ั ชีวติ คนหนึง่ ก็ทำไม่เสร็จ ตอ้ งชว่ ยกันทำในแต่ละช่วง คนใหม่ก็ต้องฟังจากคนเก่า เช่น สมุดแผนที่ท่ีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯให้กรมแผนท่ีพิมพ์ขึ้นน้ัน ก็จะเห็นแผนท่ีกรุงเทพฯต้ังแต่ที่ทำในสมัยรัชกาลท่ี ๕ เพื่อจะเป็นแนวคลองต่างๆ ว่าระบบท่ีทำไว้นั้น สอดคล้องกับระบบของธรรมชาตอิ ยา่ งไร ถา้ จะทำอะไรตอ่ และทำตามแนวนน้ัก็จะทำให้งานไปในแนวเดียวกัน วางเป้าหมายความสำเร็จได้ ไม่มีน้ำไหลกลับขวางทาง เป็นต้นเพราะดูจากแผนทเี่ กา่ กจ็ ะเห็นไดช้ ดั วา่ นำ้ จากทีไ่ หนไปลงคลองไหน จากไหนไปตอ่ ไหน เปน็ สภาพอยา่ งไรหรือระบบการชลประทานในทุ่งรังสิตสมัยนั้นท่านวางระบบแนวคลองมาอย่างไร อันนี้ก็จะช่วยได้ในการพฒั นาพระองค์ทรงงานจนรสู้ กึ เป็นชีวิตประจำวนั พระองค์ก็คงทรงเหน่ือยเหมือนกัน แต่ทรงไม่บ่น ทรงงาน ๓๖๕ วัน ตลอด ๒๔ ชั่วโมงโดยจะมเี สยี งวทิ ยดุ งั มาตลอด และยงั มอี ปุ กรณส์ ำหรบั ตดิ ตามขา่ วสารพดั อยา่ ง พระองคก์ ท็ รงพยายามสอนถ่ายทอดให้ฉัน เช่น ไฟฟ้าก่ีแอมแปร์ ก่ีวัตต์ ก่ีโวลต์ พระองค์ทรงฟังคลื่นวิทยุหลายเครือข่าย ถึงทรงรู้ว่ามีนำ้ ทว่ ม ไฟไหมต้ รงไหน มีอะไรพระองคก์ ท็ รงให้ความชว่ ยเหลอื ไดท้ ันทว่ งที ตรงนีค้ งไมเ่ รียกวา่ พัฒนาเปน็ “บรรเทาสาธารณภัย” มากกวา่ 48

เด๋ียวนี้ก็ยังทรงทำอยู่เลยพระองค์ทรงงานแบบนี้จนรู้สึกว่าเป็นชีวิตประจำวันของพระองค์ จะทรงมีของพระราชทานวางไวต้ ามกองกำกบั การตำรวจตระเวนชายแดนตลอด พอเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลัน ก็สามารถนำไปมอบให้ชาวบ้านได้ทันที แต่ว่าตอนหลงั ๆ พาหนะอาจจะชำรดุ ไปบา้ ง กก็ ำลงัให้เขาซ่อมและทำใหม่ ขณะเดียวกันก็พ ยายามหาเครือขา่ ยในการทำงานรว่ มกนั พระองค์ทรงสนพระทัยในการช่วยเหลือราษฎรเป็นอย่างมากและยังทรงงานอยู่ ตรงไหนทพ่ี ระองคเ์ สดจ็ ฯ ไหว กจ็ ะเสดจ็ ฯ อยา่ งเมอ่ื เรว็ ๆ น้ี กเ็ สดจ็ ฯ ไปทรงเปดิ คลองลดั โพธ์ิ และสะพานภมู พิ ลส่วนผู้รับผิดชอบโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดำริต่างๆ ก็ทำงานอย่างต่อเน่ือง และมาถวายรายงานพระองค์ก็ทรงมีพระบรมราชวนิ ิจฉยั ในการดำเนนิ งานแม้ประทบั ณ โรงพยาบาล... ยังทรงห่วงใยประชาชน ขณะน้ี แม้ว่าพระบาทสมเด็จ พระเจา้ อยหู่ วั จะประทบั ณ โรงพยาบาล ศิริราช ก็ยังทรงงานเพ่ือจะช่วยเหลือ พสกนกิ รอยตู่ ลอดเวลา ทรงมพี ระราชดำริ แก้ไขปัญหาการจราจรบริเวณใกล้เคียง โรงพยาบาลศิริราชท่ีหนาแน่นมาก ทง้ั ทางบกและทางนำ้ เนอื่ งจากพระองค์ ทรงทำเรื่องการจราจรอย่างต่อเนื่อง มาตลอด พระองค์จะทรงมอบหมาย ให้ตำรวจไปดูตามจุดต่างๆ คำนวณการเลี้ยวของรถ และสำรวจจุดจราจรที่สำคัญๆ เช่น ตามอนุสาวรีย์ สี่แยก หรือวงเวียนต่างๆ ว่าควรจะออกแบบถนนใหม้ รี ปู รา่ งแบบไหน ขนาดเทา่ ไหร่ ตรงไหนควรมสี ะพาน หรอื ควรมอี ะไร เพอื่ ใหก้ ารจราจรเคล่ือนตัวได้อย่างล่ืนไหล 49

พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว... หาที่เปรียบมิได้ บทสัมภาษณ์ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ “ผมขอพูดว่าพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นับไม่ได้หรอกว่ามีเท่าไหร่ บรรยายอย่างไรก็ไม่ครบถ้วน เพราะว่ามากมายเหลือเกิน แม้แต่ทรงประชวรก็ยังทรงดำริเร่ืองการจราจร ผมไม่รู้ว่าพระเจ้าอยู่หัวประเทศไหน ทเี่ ขาทำเหมอื นพระเจา้ อยหู่ ัวของเรา” 50

พลเอก เปรม ติณสลู านนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบรุ ษุ กลา่ วข้อความขา้ งต้นนี้กบั คณะผ้บู รหิ าร และทีมงานจัดทำหนงั สือ “พระมหากษัตรยิ น์ กั พัฒนา เพอ่ื ประโยชน์สุขสู่ปวงประชา”ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นคำกล่าวท่ีไม่ต้องอธิบายอะไรเพ่ิมเติม เพราะปวงชนชาวไทยและชาวต่างประเทศล้วนประจักษ์ชัดในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยูห่ ัว พลเอก เปรม ตณิ สลู านนท์ เปน็ ผู้ทีร่ ับใชใ้ กล้ชดิ เบ้อื งพระยคุ ลบาท สนองพระราชดำรติ ั้งแต่ยังดำรงตำแหน่งแม่ทพั ภาคที่ ๒ จนกระทงั่ ดำรงตำแหนง่ นายกรฐั มนตรี และเป็นผู้ริเริม่ ใหม้ คี ณะกรรมการประสานงานโครงการอนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ หรอื กปร. โดยทา่ นเปน็ ประธาน กปร. ทา่ นแรก ซง่ึ นบั เปน็กลไกการประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริจนถึงปัจจุบัน ท่านได้กรุณาให้คณะผู้บริหารของ สศช. เข้าพบเพอื่ กราบเรียนสัมภาษณ์ เม่อื วันอังคารที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ณ บ้านส่เี สาเทเวศร์การดำเนินโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ เป็นเร่ืองท่ีน่ายินดีอย่างย่ิงแ ล ะ ข อ ข อ บ คุ ณ ม า ก ที่ ส ำ นั ก ง า นคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้จัดทำหนังสือเ ฉ ลิ ม พ ร ะ เ กี ย ร ติ พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด็ จพระเจ้าอยู่หัว เรื่องพระมหากรุณาธิคุณข อ ง พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด็ จ พ ร ะ เ จ้ า อ ยู่ หั วต่อการพัฒนาประเทศของเรานั้น มีการเผยแพร่ในวงจำกัด เด็กสมัยใหม่อาจจะไมค่ อ่ ยเขา้ ใจและทราบพระราชกรณยี กจิข อ ง พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด็ จ พ ร ะ เ จ้ า อ ยู่ หั วเพราะฉะน้ันอาจจะมีความคลาดเคล่ือน ผิดบ้าง ถูกบ้าง อย่างเช่น คำว่า “พระราชดำริ” คนอาจจะคิดว่าพระเจ้าอยหู่ วั ทรงมพี ระบรมราชโองการ หรอื ทรงบังคับให้ทำตาม พวกเราท่ที ำงานถวายยนื ยนั ไดว้ า่พระเจ้าอย่หู ัวไม่เคยรับสั่งวา่ กปร. หรอื หน่วยงานที่เก่ยี วข้องจะตอ้ งทำตามที่ทรงมพี ระราชดำริ “ดำร”ิ แปลว่า คิดหรือไตร่ตรอง พระเจ้าอย่หู ัวทรงมพี ระราชดำริคือทรงเห็นวา่ ทำอย่างน้ีน่าจะดี น่าจะเป็นประโยชน์ และควรจะทำหรือไม่ พระองค์ทรงไม่เคยบังคับว่าต้องทำตามที่ทรงมพี ระราชดำริ เพียงแต่เมอื่ ทรงมีพระราชดำริ แลว้ กท็ รงมอบให้คณะกรรมการพเิ ศษเพ่ือประสานงานโครงการอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ(กปร.)หรอื บคุ คลและหนว่ ยงานใดๆกไ็ ด้อาจจะไมใ่ ช่กปร.นำไปพจิ ารณาไตร่ตรองวา่ จะดำเนินการหรอื ไม่ อยา่ งไร 51

เพราะฉะนั้นบทบาทของกปร. คือ รับพระราชดำริมาศึกษามาวเิ คราะหว์ า่ ดี หรอื ไมด่ อี ยา่ งไร แลว้กปร. ก็นำมาดำเนนิ การไปตามหนา้ ท่ีหากจะมคี ำถามว่า กปร. เกยี่ วขอ้ งกบัการพัฒนาประเทศไทยอย่างไรบ้างผมคิดว่าพูดกันช่ัวโมงหนึ่งก็ไม่จบเน่ืองจากมีมากมายเหลือเกิน แต่ก็พอจะสรุปได้ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานโครงการอันเนื่องจากพระราชดำริ ซึ่งล้วนแต่เป็นประโยชน์ตอ่ ชาติบ้านเมือง อย่างไรก็ตาม เร่ืองน้ีคงต้องยกความดีความชอบน้ีให้กับ ดร.เสนาะ อูนากูล เมื่อครั้งดำรงตำแหนง่ เลขาธกิ ารสภาพฒั น์ ทร่ี บั ผดิ ชอบงาน กปร. ดว้ ย เนอื่ งจากทา่ นเปน็ ผรู้ เิ รมิ่ กปร. แตก่ อ่ นนี้เมื่อทรงดำริหรือทรงริเริ่มโครงการอะไร พระเจ้าอยู่หัวจะพระราชทานให้ กปร. และ กปร. ก็จะดูแลและขอเงินงบประมาณจากรฐั บาลไปดำเนนิ การ จนเมื่อจดั ตง้ั สำนกั งาน กปร. อยา่ งเปน็ ทางการและสามารถมีงบประมาณดำเนินการเปน็ ของตนเองบทบาทของ กปร. : ผู้ประสานงานกบั ทุกฝา่ ย สำหรับบทบาทของคณะกรรมการ กปร. ผมคิดว่ามี ๒-๓ เร่ืองที่ควรชี้แจงให้คนท่ัวไปเข้าใจว่า บทบาทของ กปร. มีหน้าที่ในการน้อมนำพระราชดำริไปประสานกับหน่วยราชการต่างๆซึ่งเป็นงานท่ีค่อนข้างจะลำบาก เนื่องจากต้องไปประสานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งที่เป็นทางการและไม่เปน็ ทางการ แตก่ ็ได้รับความร่วมมือเป็นอยา่ งดี การทำงานถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้บุญท้ังตัวเรา และเป็นบุญเป็นกุศลต่อประเทศชาติและประชาชน ในสมัยนั้น ผมกับ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการ กปร. จะต้องไปขอทำความเข้าใจกับราษฎร และขอความร่วมมือ ว่าจะมีโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดำริมาดำเนินการตรงน้ี แลว้ เขาจะไดอ้ ะไรบา้ งจากโครงการฯ เช่น หากทางราชการตอ้ งใชท้ ่ีดินของเขาในการดำเนินงาน ก็ต้องจ่ายเงินให้เขาตามเหตุและผล ไม่ใช่งานท่ีจะทำเสร็จภายในช่ัวโมงสองช่ัวโมง บางคร้ังต้องไปอธิบายเป็นเดือนว่าดีหรือไม่ดีอย่างไร และหากมีคนคัดค้าน ไม่เห็นด้วย ก็ต้องไปพูดคุยให้เขาเข้าใจและม่ันใจว่า น่ีคือโครงการที่จะมาช่วยราษฎร ซ่ึงเป็นหน้าท่ีของ กปร. ที่จะต้องทำ ดร.สุเมธสามารถพูดคยุ ให้ประชาชนเขา้ ใจไดด้ ี เป็นผลสำเรจ็ สามารถดำเนินการได้เสมอ 52

เสดจ็ ฯ เย่ียมราษฎร... ค้นหาปัญหาของพสกนกิ ร ประสบการณ์ในการตามเสด็จฯทรงงานในพ้ืนท่ีต่างๆ อาจจะมีหลายคนที่ไม่ทราบว่าพระเจ้าอยู่หัวทรงงานอย่างไร แต่ดร.สุเมธกับผมได้เรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาทจะทราบดี เพราะว่าต้องเดินตามเสด็จฯ ครั้งละหลายกโิ ลเมตร ผมขอยนื ยันว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติพระองค์ตามท่ีทรงมีพระปฐมบรมราชโองการ ความว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” ทุกประการ เห็นได้อย่างชัดเจนว่าในการเสด็จฯ ไปเยี่ยมราษฎรในพ้ืนที่ต่างๆ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมคี วามละเอยี ดรอบคอบมาก การเสดจ็ ฯ ไปเยย่ี มราษฎรหรอื ไปเยย่ี มโครงการตา่ งๆ คอื ความปรารถนาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่ีจะไปทอดพระเนตรของจริง ไม่ใช่ทรงรับทราบจากการรายงานเพียงอยา่ งเดียว พระเจา้ อยหู่ วั เสดจ็ ฯ เยยี่ มราษฎรวนั ละหลายๆ ชวั่ โมง โดยทรงนำแผนทแ่ี ละกลอ้ งถา่ ยรปูติดพระวรกายไปด้วยเสมอๆ บางครั้งแผนที่ผิด พระองค์ก็ทรงชี้และรับสั่งว่าไปถามราษฎรแล้ว ราษฎรตอบว่าต้องอย่างน้ี ตรงน้ีไม่ได้อยู่ตามท่ีปรากฏในแผนท่ี อย่างนี้ผิด แล้วจะรับสั่งให้นายทหารแผนท่ีท่ตี ามเสดจ็ ฯ ไปดว้ ยทราบ และทรงแนะนำใหแ้ ก้ไขให้ถกู ต้องทรงช่วยราษฎรท่ที กุ ข์ยากทีส่ ดุ กอ่ น ในการเสด็จฯ เยี่ยมราษฎร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับส่ังว่า ให้ทำในส่ิงที่เล็กๆน้อยๆ ด้วย อย่าละเลย น่ีคือแนวพระราชดำริ พระองค์จึงได้เสด็จไปเย่ียมราษฎรที่อยู่ไกลมากๆไมใ่ ชห่ า่ งไกลเฉยๆ หา่ งไกลมากๆ ทำใหท้ รงไดพ้ บ ไดเ้ หน็ ดว้ ยพระองคเ์ องวา่ จะชว่ ยราษฎรทอี่ ยหู่ า่ งไกลมากๆ ไดอ้ ย่างไร จากประสบการณข์ องผม พระเจา้ อยหู่ ัวจะทรงเริ่มช่วยราษฎรท่ีประสบปญั หามากทีส่ ดุกอ่ น เรม่ิ จากที่ยากลำบากทสี่ ุดก่อนทรงมีพระราชหฤทัยมุง่ มั่นช่วยราษฎรใหม้ ีความสขุ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ทรงอดทน แขง็ แรง และทรงมพี ระทยั มงุ่ มน่ั ทจี่ ะชว่ ยราษฎรคร้ังหนึ่งท่ีผมเคยตามเสด็จฯ พระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ออกประมาณ ๙ โมงเช้า เย่ียมราษฎรถึง ๓ โมงเย็นโดยไม่ได้เสวยหรือทรงเข้าห้องสรงเลย แสดงให้เห็นว่าถ้างานไม่เสร็จจะไม่ทรงหยุด จะทรงงานไปจนกว่าจะทรงเหน็ วา่ ไดข้ อ้ มลู พอแลว้ จงึ ทรงหยดุ พัก 53

ทรงมพี ระวสิ ยั ทศั น์... ในเรื่องสำคัญทค่ี นอืน่ อาจมองไม่เหน็ คนท่ีตามเสด็จฯ ต้องเตรียมตัวให้ดีพระเจ้าอยู่หัวจะทรงมีคำถามที่เราไม่คิดว่าจะทรงถามคำถามอยา่ งนนั้ ไมใ่ ชว่ า่ ทรงแกลง้ แตเ่ ปน็คำถามท่ีแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถ และพระวิริยะอุตสาหะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่ีทรงมีพระวิสัยทัศน์เห็นจุดอ่อนเล็กๆนอ้ ยๆ ทไี่ ม่มใี ครคาดคิด ดังน้ัน คำถามท่ีทรงถามส่วนมากจะเป็นคำถามไม่ได้คิดว่าจะรับสั่งถาม คำถามของพระเจา้ อยหู่ วั มกั จะลกึ และเปน็ รายละเอยี ด ถา้ เปน็ผใู้ หญบ่ า้ นทม่ี คี วามใกลช้ ดิ กบั ราษฎรกง็ า่ ยหนอ่ ย เพราะรขู้ อ้ มลู ดอี ยแู่ ลว้ แตอ่ ยา่ งนายอำเภอหรอื ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั อาจจะตอบคำถามไมไ่ ดต้ รงตามทท่ี รงถามหรอก เพราะวา่ เตรยี มศกึ ษาขอ้ มลู มาไมล่ ะเอยี ดลกึ ซง้ึ พอเปน็ สงิ่ ทชี่ ใี้ หเ้ หน็ วา่ พระองคท์ รงถามคำถามทเี่ รานกึ ไมถ่ งึ วา่ จะทรงถาม ผเู้ ฝา้ ฯ รบั เสดจ็ ฯ จงึ ตอ้ งเตรยี มใหด้ ีด้วยความละเอียดรอบคอบ ถ้าเราตอบไมไ่ ด้ ก็ทลู ตอบว่าไมท่ ราบ กจ็ ะไม่ทรงตำหนอิ ย่างใด เวลาท่ีใครทำอะไรเพียงเพื่อเอาใจอย่างฉาบฉวย พระเจ้าอยู่หัวทรงชอบใช้คำว่า “ผักชี”น้ันก็เป็นประสบการณ์ส่วนหน่ึงของผม ผมกับ ดร.สุเมธ ได้ตามเสด็จฯ ก็มีประสบการณ์กันคนละอย่างนก่ี เ็ ป็นสว่ นของผมที่ไดร้ บั มาจากพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวัทรงใช้ยทุ ธศาสตร์พัฒนาแทนการสูร้ บ ตอนที่สำนักงาน กปร. เร่ิมดำเนินงานในปี ๒๕๒๔ พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จฯ ตาม พื้นที่สู้รบต่างๆ ที่เรียกว่าพ้ืนท่ีความ ม่ันคง ตอนนั้นผมปฏิบัติหน้าที่ ในฐานะแม่ทัพภาคท่ี ๒ พระองค์ ทรงมีวิธีการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ตามวธิ กี ารของพระองค์ คอื ยทุ ธศาสตร์ การพัฒนา ที่ทรงใช้วิธีการตัดถนน รวมถงึ การพฒั นาในด้านต่างๆ โดย ไม่ตอ้ งใช้การสูร้ บ54

วันแรกที่ผมรับเสด็จฯ ประมาณต้นเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๗ เป็นวันที่พระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปจังหวัดสกลนครขณะน้ันยังไม่มีพระตำหนักภูพานฯ ประทับท่ีเข่ือนน้ำอูน ที่กรมชลประทาน (คุณรุ่งเรืองจุลชาติ) ดูแลอยู่ คุณรุ่งเรืองดีใจมากที่ได้ถวายทป่ี ระทบั ตอนนน้ั ยงั ไมค่ อ่ ยมโี ครงการสกั เทา่ ไหร่และผมก็ยังไม่รู้ละเอียดว่าโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดำริเป็นอย่างไร พระเจ้าอยู่หัวเสดจ็ ฯ ไปทอดพระเนตรโครงการเขอ่ื นนำ้ อนู ซงึ่ ตอนนน้ั ไดเ้ รม่ิ ดำเนนิ การไปมากแลว้ จงึ ไมค่ อ่ ยมปี ญั หาเทา่ ไหร่จากน้นั พระองค์ก็เสดจ็ ฯ เยย่ี มโรงไฟฟ้าด้วยน้ำพระราชหฤทัยในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หู วั ... ยง่ิ ใหญ่นกั ทผี่ มจะเลา่ ตอ่ จากนไ้ี มเ่ กยี่ วกบั โครงการ แต่ผมอยากจะเล่าความ ประทับใจในน้ำพระราชหฤทัย ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตอนนั้นประทบั อยู่ ๓ คืนกบั ๔ วัน คนื สดุ ทา้ ยพระเจา้ อยหู่ วั พระราชทาน เล้ียงข้าราชการท่ีถวายงานและ ทีมงานคุณรุ่งเรือง และข้าราชการ ในพ้ืนที่ ผมได้กราบพระบาท ขอพระราชทานให้ประทับต่ออีก ๒-๓ วัน เน่ืองจากยังมีราษฎร ทปี่ รารถนาจะไดเ้ ฝ้าฯ อกี จำนวนมาก พระเจ้าอยู่หัวรับส่ังตอบกับผม ว่า “ฉันจำเป็นต้องกลับกรุงเทพฯแต่ถ้าแม่ทัพอยากให้ฉันมาเมื่อไหร่ก็บอกไป ฉันจะมา” นี่คือน้ำพระราชหฤทัยในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผมไปเล่าให้ผู้ใต้บังคับบัญชาฟัง ทุกคนก็ไม่นึกไม่ฝันว่าพระองค์จะทรงมีพระเมตตาและทรงมีพระราชดำรัสตอบแบบนี้ ผมไม่สามารถเอาอะไรมาอ้างอิงหรอก แต่ผมจำพระสุรเสียงท่ีทรงรับสั่งกบั ผมมาอยา่ งนไี้ ด้ขนึ้ ใจ สนั้ ๆ แต่สร้างความปลื้มปติ เิ หลือเกนิ 55

พระมหากรณุ าธคิ ณุ เปน็ ล้นพน้ ... หาทีเ่ ปรียบมไิ ด้ หากจะกล่าวหรือบรรยายถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีต่อชาติบ้านเมืองของเรา ต้องเล่มหนามาก แม้แต่เกี่ยวกับ กปร. ก็เล่มหนาแล้ว ท่ี ดร.สุเมธ เคยให้หนังสือผมมาเล่มหนึง่ ก็หนามาก อนั นี้ทีผ่ มบอกวา่ บางคนกไ็ ม่รู้ หรือรูอ้ ย่างผดิ ๆ ก็มี รู้ไมต่ รงก็มี ผมขอพูดว่าพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนับไม่ได้หรอกว่ามีเท่าไหร่ บรรยายอย่างไรก็ไม่ครบถ้วน เพราะว่ามากมายเหลือเกิน แม้แต่ทรงพระประชวรก็ยังทรงมีพระราชดำริเร่ืองการจราจร ผมไม่รู้ว่าพระเจ้าอยู่หัวประเทศไหนที่เขาทำเหมือนพระเจ้าอยู่หัวของเราผมคิดว่าพระเจ้าอยหู่ ัวพระองคน์ ้ีทรงงานมากมาย เพื่อประโยชน์สขุ ของประชาชนอย่างแท้จริง ผมขอกล่าวย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า การท่ีสภาพัฒน์ได้ทำหนังสือเล่มนี้ นอกจากจะเป็นประโยชน์กับคนอ่านแล้ว ส่ิงที่ควรจะเน้นก็คือ แท้ท่ีจริงแล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงงานอย่างมากมายมหาศาลอะไรบ้าง ท่ีเป็นประโยชน์อย่างย่ิงสำหรับประเทศและเพ่ือประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผยู้ ากไรแ้ ละห่างไกล ผมคดิ วา่ เปน็ หนา้ ทส่ี ำคญั สว่ นหนง่ึ ของ กปร. ในการเผยแพรพ่ ระมหากรณุ าธคิ ณุ ใหท้ ราบกนัอยา่ งกวา้ งขวาง และอยา่ งถกู ตอ้ ง 56

กลไกการประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อการพัฒนาประเทศ บทสัมภาษณ์ ดร.เสนาะ อูนากูล อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ “พระมหากษตั ริย์เป็นสถาบนั สงู สดุ ของประเทศ เป็นท่ีเคารพสักการะของประชาชนชาวไทยทุกคน และทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อประเทศชาติของเราเป็นล้นพ้น ดังน้ัน การที่ได้มีโอกาสทำงานถวายพระองค์โดยตรงเช่นนี้ นับเป็นเกียรติอันสูงสุด และนับว่าเป็นบุญอย่างย่ิงของผมและเจ้าหน้าที่ทุกคนในสภาพฒั น์” 57

ดร.เสนาะ อนู ากูล มบี ทบาทสำคัญในการจดั ตงั้ คณะกรรมการพิเศษเพอื่ ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) เพื่อสนองงานตามแนวพระราชดำริ โดยขณะนั้นท่านดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นสมัยท่ี ๒ซ่ึงสำนักงานฯ ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าท่ีฝ่ายเลขานุการสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ (สน.กปร.) อยรู่ ะยะหนึ่ง ทา่ นไดก้ รณุ าใหผ้ บู้ รหิ ารและทมี งานจดั ทำหนงั สอื เฉลมิ พระเกยี รตเิ ขา้ พบ เมอ่ื วนั องั คารท่ี ๑๙กรกฎาคม ๒๕๕๔ เพอ่ื ถา่ ยทอดเรอ่ื งราวอนั นา่ ภาคภมู ใิ จและเปน็ เกยี รตขิ องชาวสภาพฒั น์ ในการถวายงานสนองพระราชดำริ ขณะท่ีท่านดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สศช. ในช่วง พ.ศ. ๒๕๒๓ - ๒๕๓๒ ซึ่งเป็นช่วงทม่ี ีการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริท่สี ำคญั ๆ หลายโครงการเปน็ เกียรติสงู สุดและเปน็ บุญท่ีไดม้ โี อกาสรบั ใช้เบ้อื งพระยคุ ลบาท การทผี่ มไดม้ โี อกาสรว่ มงานกบั กปร. นนั้ โดยสว่ นตวั แลว้ผมถือว่าเป็นเกียรติอันสูงสุดและนับว่าเป็นบุญของผมท่ีได้มีโอกาสทำงานรับใช้สนองเบ้ืองพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในงานโครงการอันเน่อื งมาจากพระราชดำริ โดยแรกเรม่ิ ทเี ดยี ว กอ่ นทจ่ี ะมี กปร. คอื กอ่ น พ.ศ. ๒๕๒๔รัฐบาลได้ตระหนักว่าพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเก่ียวกบั การพฒั นาตามโครงการตา่ งๆ น้นั เป็นโครงการที่มุ่งพัฒนาเพื่อความกินดีอยู่ดีให้แก่ประชาชนในชนบทโดยตรงโดยเฉพาะชาวชนบทท่ียากจนและอาศัยอยู่ในถิ่นทุรกันดารที่ห่างไกลแตใ่ นทางปฎบิ ตั พิ บวา่ การดำเนนิ งานของรฐั บาลเพอ่ื สนองพระราชดำริในโครงการต่างๆ น้ัน ยังไม่เป็นระบบหรือมีระเบียบเท่าท่ีควรการดำเนินงานจงึ เป็นแบบตา่ งคนตา่ งทำ ขาดการประสานงานระหว่างกนั ขอยกตัวอยา่ งเช่น ในเรอื่ งของการเบิกจ่ายงบประมาณ หน่วยงานท่ีจะต้องสร้างถนนเข้าไปเพ่ือบุกเบิกพื้นท่ีเป็นอันดับแรกก่อนนั้นสามารถเบิกเงินงบประมาณได้ช้า ในขณะท่ีหน่วยงานที่จะต้องรอให้ถนนสร้างเสร็จแล้วจึงเข้าไปพัฒนาในพนื้ ทนี่ น้ั กลบั เบกิ ไดก้ อ่ น แต่กย็ งั ทำงานไมไ่ ดเ้ พราะถนนยงั สรา้ งไม่เสร็จ เม่ือเป็นเช่นนี้ จะเห็นได้ว่าการดำเนินงานจึงเกิดการติดขัดล่าช้าโดยไม่ควร และท้ายท่ีสุดประโยชน์ที่จะตกถึงแก่ประชาชนตามพระราชดำริก็พลอยช้าไปด้วย นอกจากนั้นยังพบว่า การติดตามประเมินผลโครงการก็อยู่ในลักษณะต่างคนต่างทำ ตลอดจนขาดการประเมินผลภาพรวมถึงผลกระทบดา้ นตา่ งๆ ของโครงการทง้ั หมด 58

คิดระบบงานเพ่ือสนองพระราชดำริ ดังน้ัน รัฐบาลจึงได้ริเร่ิมที่จะจัดระบบงานเพื่อสนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งข้ึน ท่านพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ซงึ่ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในขณะน้นั จงึ ได้มอบหมายให้ผมในฐานะเลขาธิการของสภาพัฒน์ ไปคดิ จัดระบบงานขึน้ มาท่านนายกฯ คงจะเห็นว่า สภาพัฒน์เป็นหน่วยงานกลางท่ีมีหน้าที่โดยตรงในการศึกษา วิเคราะห์ จัดทำแผนงาน และประสานการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ ให้เป็นไปตามแผนพัฒนาฯ ของชาติอยู่แล้ว ผมได้หารือและมอบหมายให้ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เป็นผู้พิจารณาและยกร่างระบบขึ้นมา ซ่ึงในขณะนั้น ดร.สุเมธดำรงตำแหนง่ ผอู้ ำนวยการกองวางแผนเตรยี มพรอ้ มดา้ นเศรษฐกจิ มหี นา้ ทร่ี บั ผดิ ชอบงานดา้ นความมน่ั คงในพน้ื ที่ชนบทซ่ึงมโี ครงการอนั เนื่องมาจากพระราชดำริดำเนนิ การอยู่ ผม และ ดร.สุเมธ ได้ปรึกษาหารือกับผู้รู้อีกหลายๆ ฝ่าย รวมถึงสำนักราชเลขาธิการจนในที่สุดก็ออกมาเป็นระเบียบ เรียกว่า “ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พ.ศ. ๒๕๒๔” ซึ่งจากระเบียบดังกล่าว ทำให้เกิดการจัดต้ังองค์กรระดับชาติท่ีเรียกว่า“คณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ” หรือ “กปร.” ขึ้นทำหน้าท่ีเป็นองค์กรกลางท่ีรับผิดชอบต่อการดำเนินงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้งหมดตลอดจนงานศึกษา วิเคราะห์โครงการหรือประสานแผนต่างๆ ซึ่งเป็นงานหลักของสภาพัฒน์ท่ีต้องรับผิดชอบตามปกติ ดังน้ัน ในช่วงแรกสำนักงานเลขานุการ กปร. ซ่ึงทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการ กปร. จึงอยทู่ ่ีสภาพฒั น์โครงการอนั เน่อื งมาจากพระราชดำรกิ บั บทบาทของสภาพัฒน์ ในทางปฏิบัติสภาพัฒน์และสำนักงาน เลขานกุ าร กปร. มกี ารดำเนนิ งานทมี่ คี วามสมั พนั ธ์ และสนบั สนนุ ซง่ึ กนั และกนั กลา่ วคอื ในขณะนน้ั เจา้ หนา้ ทกี่ องวางแผนเตรยี มพรอ้ มดา้ นเศรษฐกจิ ของ สศช. ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการ กปร. จึงเหมอื นพ่นี อ้ งอยูบ่ า้ นเดียวกันอยแู่ ลว้ เจ้าหน้าท่ี สภาพัฒน์ทุกคนพร้อมทุ่มเทแรงกายแรงใจ สนับสนุนงานโครงการทุกอย่างเท่าที่สติปัญญา กำลงั ความสามารถมอี ยู่ 59

สภาพัฒน์รู้แผนงานโครงการ ของหน่วยงานต่างๆ อยู่แล้ว ว่าใคร มีอะไร จะไปทำที่ไหน เมื่อใด ดังนั้น ในการพิจารณาวิเคราะห์โครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริทุกคร้ัง เราจะพยายามท่ีจะประสานให้ หนว่ ยงานนนั้ ๆ จดั แผนงานปกตทิ มี่ ี อยู่แล้วเข้าไปเสริมอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้โครงการเกิดประโยชน์แก่ ประชาชนมากที่สุด ซึ่งไม่เฉพาะแต่ในบรเิ วณพ้ืนทีโ่ ครงการเท่านน้ั เช่น เมอ่ื มีพระราชดำริใหส้ ร้างแหลง่ น้ำขึน้ มาสกั แหง่ หนึ่ง เม่อื มนี ้ำแล้วกิจกรรมต่อเน่ืองท่ีได้รับจากน้ำน้ันจะต้องมีและต้องได้รับการพัฒนาควบคู่กันไปด้วย ในกรณีน้ีแหละที่เราพยายามอย่างเต็มท่ีที่จะนำกิจกรรมในระบบปกติของหน่วยงานต่างๆ เข้าไปสนับสนุนหรือเสริมให้โครงการอนั เนื่องมาจากพระราชดำริน้ันประสบผลสปู่ ระชาชนใหม้ ากทีส่ ดุสนบั สนุนการดำเนินงานใหร้ วดเรว็ และมีประสิทธิภาพ การดำเนินงานโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ เริ่มตั้งแต่การรับพระราชกระแสรับส่ังหรอื พระราชดำริ โดยจะมีการบนั ทึกไวเ้ ปน็ ลายลกั ษณ์อกั ษร ซงึ่ จะชว่ ยใหก้ ารดำเนนิ งานเปน็ ไปอยา่ งเปน็ ระบบมีประสิทธิภาพ และสามารถตรวจสอบได้ จากน้ันสำนักงานเลขานุการ กปร. (สน.กปร.) ซ่ึงสังกัดอยู่ในสภาพัฒน์ก็จะทำหน้าที่ตรวจสอบในเบ้ืองต้นว่ามหี นว่ ยงานใดดำเนนิ โครงการพอ้ งตามพระราชกระแสรับส่ังหรือพระราชดำริน้ันอยู่แล้วหรือไม่ เพื่อป้องกันการทำงานซ้ำซ้อน โดยหากมีหน่วยงานดำเนินโครงการอยู่แล้ว สน.กปร. ก็จะสนับสนุนโครงการนั้นให้มีความสำคัญมากข้ึน และช่วยเร่งการดำเนินงานให้รวดเรว็ และมปี ระสทิ ธิภาพมากย่งิ ข้ึนข้นั ตอนการดำเนินงานเพือ่ สนองพระราชดำริ สำหรับการพิจารณาเพ่ือวางแผนและแนวทางการดำเนินงานข้ึนอยู่กับแต่ละกรณีเป็นสำคัญโดยแยกได้เปน็ ๓ กรณหี ลักๆ คอื กรณีแรก เป็นเร่ืองช้ีชัดว่าเป็นกิจกรรมอะไรและมีหน่วยงานใดจะต้องปฏิบัติ เช่น ทรงมีพระราชดำริเกี่ยวกับการสร้างอ่างเก็บน้ำ ก็ชัดเจนว่าจะต้องเป็นกรมชลประทานหรือ รพช. ที่จะต้องมา 60

เกี่ยวขอ้ งในเรื่องนี้ ทาง สน.กปร. กจ็ ะ ประสานไปยังหน่วยงานน้ัน ให้ทราบ ถึ ง พ ร ะ ร า ช ด ำ ริ เ ม่ื อ เข า ท ร า บ พระราชดำริแล้ว เขาก็จะดำเนินการ ตามขั้นตอนเทคนิควิธีการของเขา ต้ังแต่ไปสำรวจพื้นที่ ศึกษาความ เปน็ ไปไดต้ า่ งๆนานา ถา้ เหน็ วา่ เหมาะสม ท่ีจะดำเนินการได้ เขาก็จะส่งมาที่ สน.กปร. เพ่ือพิจารณาและขอ งบประมาณ แต่บางคร้ังเขาก็ใช้ งบปกติของเขาเองก็มี เมื่อ สน.กปร. ได้รับเร่ืองแล้ว ก็จะพิจารณาว่าโครงการนี้มีความสอดคล้องหรือถูกต้องตามพระราชดำรหิ รอื ไม่ สอดคลอ้ งกบั แผนพฒั นาฯ เพยี งไร จะไดป้ ระโยชนม์ ากนอ้ ยแคไ่ หนกว็ า่ กนั ตามขน้ั ตอนการวิเคราะห์โครงการ และเมื่อเห็นว่ามีความเหมาะสมและทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็จะเสนอคณะกรรมการกปร. พจิ ารณาอนมุ ตั โิ ครงการและงบประมาณไปดำเนนิ การ แตถ่ า้ ในกรณที โ่ี ครงการเกดิ ตดิ ขดั ดว้ ยสาเหตใุ ดสาเหตหุ นงึ่ เชน่ หนว่ ยงานยงั ไมพ่ รอ้ มหรอื ยงั ไมเ่ หมาะสมกบั เหตผุ ลอนื่ สน.กปร. กจ็ ะนำความกราบบงั คมทลูเพอื่ ทรงมีพระบรมราชวินจิ ฉยั ซึ่งผลที่ออกมาก็อาจจะระงบั หรือชะลอโครงการไปกอ่ นแล้วแต่กรณี กรณที สี่ อง เปน็ กรณที พี่ ระองคท์ รงมพี ระราชดำรกิ วา้ งๆ เชน่ มพี ระราชดำรวิ า่ ควรพจิ ารณาพฒั นาพนื้ ทใี่ ดพน้ื ทห่ี นงึ่ อนั นี้ สน.กปร. กจ็ ะสง่ ทมี ออกไปสำรวจพน้ื ทนี่ น้ั ๆ โดยอาจรว่ มกบั หนว่ ยงานอนื่ ๆ ดว้ ยเพื่อให้ทราบถึงสภาพข้อเท็จจริงต่างๆ ของพื้นท่ีนั้น เพื่อนำข้อมูลมาพิจารณาประกอบการวางแนวทางการดำเนินงาน และจัดตั้งคณะทำงานหรือคณะกรรมการร่วมข้ึนมา โดย สน.กปร. จะเป็นแกนกลางพจิ ารณาจดั ทำแผนงานโครงการตอ่ ไป และเมอ่ื จดั ทำแผนงานเปน็ รปู เปน็ รา่ งขน้ึ มาแลว้ กจ็ ะนำขน้ึ ทลู เกลา้ ฯถวายประกอบพระบรมราชวินิจฉัย จนเม่ือผ่านขั้นตอนเหล่านี้เรียบร้อยแล้ว สน.กปร. ก็จะนำเสนอคณะกรรมการ กปร. ขออนมุ ตั ดิ ำเนินการ กรณีสุดท้าย เป็นกรณีของโครงการใหญ่ที่ใช้การลงทุนสูง หรือได้รับพระราชกระแสรับสั่งหรือพระราชดำริมาโดยตรง หรอื อาจเป็นเร่อื งที่คณะกรรมการ กปร. มอบหมายให้ทำ เช่น การสรา้ งเขอ่ื นขนาดใหญ่เหมือนเขื่อนยันฮี ในกรณีเช่นน้ี ทาง สน.กปร. จะเสนอเข้าสู่การพิจารณาตามระบบปกติของสภาพัฒนเ์ หมอื นเชน่ โครงการอื่นๆ ท่วั ไปตดิ ตามและถวายรายงานความกา้ วหนา้ อย่างต่อเนอื่ ง เมอื่ โครงการได้รบั การอนมุ ัตแิ ละเริ่มดำเนินการแล้ว สภาพัฒนใ์ นฐานะฝา่ ยเลขานกุ าร กปร.ก็จะทำหน้าท่ีติดตามผลโครงการ ตลอดจนประเมินผลกระทบด้านต่างๆ นำข้ึนทูลเกล้าฯ ถวายรายงาน 61

ทกุ ๆ ๔ เดอื น เพอ่ื ทรงทราบถงึ ความกา้ วหนา้ ปญั หา อปุ สรรค และผลกระทบตา่ งๆ ทเ่ี กดิ ขน้ึ อยา่ งรอบดา้ นโดยตลอด ซึ่งการติดตามประเมินผลของ สน.กปร. นั้นเป็นท่ีช่ืนชมของหน่วยงานภายนอกเป็นอย่างมากถึงความมปี ระสทิ ธภิ าพและความต่อเน่อื ง นอกจากน้ี ทุกๆ ปี กอ่ นที่พระองค์จะเสดจ็ พระราชดำเนนิ แปรพระราชฐานที่ภาคไหน เราจะจดั ทำรายงานผลความกา้ วหนา้ และการประเมนิ ผลโครงการตา่ งๆ ทอี่ ยใู่ นภมู ภิ าคนนั้ ๆ ขนึ้ ถวายกอ่ นเสดจ็ ฯเป็นประจำ และทำมาทุกปโี ดยตลอดโครงการอนั เนื่องมาจากพระราชดำริช่วงปี ๒๕๒๓-๒๕๓๒ ในช่วงที่ผมดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาพัฒน์ สำนักงานฯ ได้มีโอกาสถวายงานสนองพระราชดำริท่ี สศช. เป็นฝ่ายเลขานุการ กปร.อยหู่ ลายโครงการ ทสี่ ำคญั ๆ เชน่ ในปี๒๕๒๓ มีโครงการพัฒนาพื้นที่เพื่อความมนั่ คงลมุ่ น้ำเข็ก จงั หวดั เพชรบูรณ์โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยวังเรือ จังหวัดสกลนคร ปี ๒๕๒๔ ทรงมพี ระราชดำริให้จัดต้ังโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดนราธิวาส และศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ จังหวัดจันทบุรี รวมถึงโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาในจังหวัดต่างๆ ได้แก่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ จังหวัดสกลนคร ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ จังหวัดเชียงใหม่ ปี ๒๕๒๕ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ จังหวัดเพชรบุรี ปี ๒๕๒๖โครงการพัฒนาเบ็ดเสร็จลุ่มน้ำสาขาแม่ปิงฯ จังหวัดเชียงใหม่ ปี ๒๕๒๗ โครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมน้ำมนั ปาลม์ ขนาดเล็กฯ ปี ๒๕๒๘ โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ขนาดเล็ก ท่ีศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯจังหวัดนราธิวาส ปี ๒๕๒๙ โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำเขียว จังหวัดกระบี่ และการสร้างโรงกลั่นแอลกอฮอลใ์ นสวนจติ รลดา ปี ๒๕๓๐ โครงการพฒั นาลมุ่ นำ้ บางนรา จงั หวดั นราธวิ าส โครงการพฒั นาดอยตงุจงั หวดั เชียงราย และโครงการปรับปรงุ บงึ มกั กะสนั ตามแนวพระราชดำริ ปี ๒๕๓๑ มีการจัดตั้งมูลนิธิชัยพัฒนา โครงการบรรเทาอุทกภัยหาดใหญ่อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวัดสงขลา และพระราชทานพระราชดำริให้ประดิษฐ์เคร่ืองกลเติมอากาศแบบประหยัดเพอ่ื บำบดั นำ้ เสยี ซง่ึ รจู้ กั กนั แพรห่ ลายในปจั จบุ นั คอื “กงั หนั นำ้ ชยั พฒั นา” ปี ๒๕๓๒ โครงการแกไ้ ขปญั หานำ้ เสยี (หนองสนม) จังหวัดสกลนคร และการทดลองทฤษฎีใหม่ทจี่ งั หวดั สระบุรี เปน็ ต้น 62

ทกุ โครงการแกป้ ัญหาได้ตรงจดุ และยดึ การมสี ่วนรว่ มของประชาชน โครงการตา่ งๆ ทท่ี รงมพี ระราชดำรนิ น้ั สามารถแกป้ ญั หาไดอ้ ยา่ งจรงิ จงั และตรงจดุ พระองค์ทรงเริ่มพัฒนาชนบทมาต้ังแต่ปี ๒๔๙๕ ส่วนใหญ่เป็นโครงการพัฒนาหมู่บ้านท่ีห่างไกลและทุรกันดารชนิดที่นำประโยชน์เข้าไปถึงมือราษฎรโดยตรง ซึ่งนับเป็นการกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาคและเขตพื้นท่ีล้าหลังได้อย่างตรงเป้าที่สุด เช่น พระราชดำริเกี่ยวกับการพัฒนาแหล่งน้ำ ประเภทเหมือง ฝายอ่างเก็บน้ำ เป็นพระราชดำริที่พระองค์มีพระราชประสงค์ให้สร้างแหล่งน้ำขนาดเล็กๆ ราคาถูกแต่ได้ผลคุ้มค่า และสร้างให้มากแห่ง เพ่ือกระจายออกไปสู่พื้นที่หมู่บ้านนอกเขตชลประทานและทุรกันดาร หรือการพัฒนาการเกษตรซึ่งเป็นเรื่องท่ีทรงสนพระทัยเป็นอย่างยิ่ง จะทรงศึกษาเร่ืองต่างๆ ด้วยพระองค์เองแล้วพระราชทานพระราชดำริท่ีทรงเน้นอย่เู สมอที่จะหาพนั ธุพ์ ืชพนั ธสุ์ ัตว์ เคร่อื งมอื เคร่ืองใชแ้ ละวทิ ยาการสมัยใหมท่ ่ีเหมาะสม มาสง่ เสรมิ สนบั สนุนใหป้ ระชาชนไปดำเนินการเพ่ือเพ่มิ ผลผลิตในไรน่ าของตน นอกจากนี้ ทรงไมน่ ยิ มการให้ในลักษณะของการสงเคราะห์ประการเดยี ว แตจ่ ะทรงยดึ หลกัใหป้ ระชาชนไดม้ สี ว่ น “เขา้ รว่ ม” ตามหลกั การพฒั นาชมุ ชนอยตู่ ลอดเวลา ซง่ึ เปน็ สง่ิ ทช่ี ว่ ยเชอื่ มสถาบนัสงู สดุ ของประเทศกบั ประชาชนทกุ ระดบั ชนั้ ใหม้ คี วามสนทิ แนบแนน่ เปน็ อนั หนงึ่ อนั เดยี วกนั ขณะเดยี วกนัการวิเคราะห์หรือพิจารณาโครงการต่างๆ ก็ทรงกระทำโดยหลักวิชาการที่ถูกต้อง โดยมองถึงประโยชน์ท่ีประชาชนสว่ นใหญจ่ ะได้รบั เป็นสำคัญทรงใส่พระทยั และทรงปฏิบัตกิ ารดว้ ยพระองค์เอง การดำเนนิ งานของคณะกรรมการ กปร.และ สน.กปร. ดำเนินไปอย่างราบรื่น และได้รับผลสมั ฤทธเ์ิ ปน็ อยา่ งดี สง่ิ หนงึ่ ทป่ี ระจกั ษ์คอื โครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ ไม่เพียงแต่สร้างความเจริญทางวัตถุให้แก่ประชาชน แต่ยังสร้างความเจริญทางจิตใจพร้อมๆ กันไปอีกด้วยเน่ืองจากในระยะแรกๆ รัฐบาลและสภาพัฒน์พยายามท่ีจะเร่ิมแผนพัฒนาประเทศด้วยการมองภาพส่วนรวม โดยการเร่งระดมทุนเพ่ือสร้างโครงสรา้ งพื้นฐานของการพฒั นาเศรษฐกิจของประเทศ เชน่ ถนน เขอ่ื น ไฟฟ้า และแหล่งนำ้ โดยยังไมไ่ ด้ให้ความสนใจแกด่ า้ นสงั คมหรือวา่ Soft Sector เท่าใดนัก ต่อมาได้มีการปูพ้ืนฐานโครงสร้างดังกล่าวไว้พอสมควรแล้ว จึงได้เริ่มหันมาสนใจด้านสังคมมากยิ่งข้นึ โดยการเรง่ รัดพัฒนาชนบท ระดมกำลงั ส่ชู นบทอย่างจรงิ จงั แต่ผลปรากฏวา่ ถงึ จะชว่ ยอยา่ งไรก็ยังไม่เพียงพอ บางคร้ังก็ไม่ถูกต้องและตรงจุด ท้ังน้ี เป็นเพราะขาดความรู้ความเข้าใจพ้ืนฐานของ 63

การพฒั นาชนบทอยา่ งแทจ้ รงิ ซงึ่ ในเรอื่ งน้ี พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ทรงเอาพระทยั ใสแ่ ละทรงปฏบิ ตั กิ ารด้วยพระองค์เอง จึงทรงได้รับข้อมูลในพื้นท่ีอย่างละเอียดและลึกซ้ึงมาเป็นเวลานานกว่าหน่วยงานราชการหรอื แมก้ ระท่ังนักปฏิบตั ิการพฒั นาดา้ นต่างๆ เสยี อกีทรงงานอย่างหนัก... ทรงเสียสละเพื่อชว่ ยประชาชนในถน่ิ ทรุ กันดาร โดยส่วนตัวผมเอง ผมมีประสบการณ์ท่ีถือว่าเป็นบุญของผมท่ีได้มีโอกาสเห็นการทรงงานอย่างหนักและทรงเสียสละของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพ่ือทรงเข้าถึงประชาชนท่ีอยู่ห่างไกลในถิ่นทุรกันดาร น่ันคือในระหว่างที่ผมเตรียมตัวออกบวช ผมได้มีโอกาสเดินทางไปพักอาศัยอยู่ตามวัดตา่ งๆ ในภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ตอนบนก่อนตัดสินใจว่าจะบวชที่วัดใด ซ่ึงหนึ่งในวัดท่ีผมได้ไปอาศัยอยู่ ก็คือวัดถ้ำอภัยทรงธรรมของท่านอาจารย์วนั อยทู่ ่ีอำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร ซึ่งวัดนี้ต้ังอยู่ในบรเิ วณเขตยุทธศาสตร์ และเปน็ รอยต่อระหว่างเทือกเขาภูพานและภูเรือต่อกับพน้ื ทรี่ าบทเ่ี รยี กวา่ พน้ื ทสี่ แี ดง และขณะนนั้ก็ยังมีการต่อสู้กันอย่างหนักระหว่างผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์กับฝ่ายบ้านเมืองเปน็ ประจำ ในขณะที่ผมนั่งทำวัตรอยู่ตอนกลางคืนก็ปรากฏว่ามีการเคลื่อนไหวอย่างผิดปกติ แล้วก็มีแสงไฟวูบวาบเข้ามาในบรเิ วณวดั ปรากฏว่าพระบาทสมเด็จพระเจา้ อย่หู วั ของเรา หลงั จากทรงตรวจพื้นท่ีและเยี่ยมประชาชนแล้ว ไดเ้ สดจ็ ฯ มาเยี่ยมท่านอาจารย์วันต่อโดยไม่ไดแ้ จ้งใหผ้ ู้ใดทราบ พระองคท์ รงร่วมกับท่านอาจารย์วันซึ่งเป็นพระที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมากในการวางแผนสนับสนุนให้วัดเป็นศนู ยก์ ลางการพฒั นาเพอื่ ประโยชนข์ องชาวบา้ น ซึ่งในขณะนนั้ ชาวบา้ นในแถบนนั้ มีฐานะยากจนและลำบากมาก ซ่ึงผมยังคงจำได้ดีว่าในระยะไม่ห่างจากวัดเท่าไร มีสถานีตำรวจที่ถูกผู้ก่อการร้ายเผาและยังมีควันไฟคุกรุ่นอยู่ แต่พระองค์ก็ไม่ได้ทรงหวาดหว่ันต่อภยันอันตรายแม้แต่น้อย จึงเห็นได้ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราได้ทรงเข้าถึงได้หมด จึงนับเป็นโชคดีของประเทศไทยที่เรามีพระมหากษัตรยิ ์ทีท่ รงเสยี สละ และทรงงานอยา่ งหนกั เพ่ือเข้าถงึ ประชาชนอยา่ งแท้จริง 64

โครงการตามแนวพระราชดำริ... รากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศ โครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดำริทุกโครงการมุ่งพัฒนาชนบทเพ่ือให้ประชาชนสามารถ“พออยู่พอกิน” และสามารถพ่ึงตนเองได้ ด้วยวิธีการหลายๆ ประการท่ีเหมาะสมกับการพัฒนาชนบทแบบไทยๆ เป็นการพัฒนาแบบประหยัดเหมาะสมกับพื้นที่และพ้ืนฐานของคนไทย รวมทั้งส่งเสริมการรวมกลุ่มของชาวบ้านเพื่อพฒั นาชมุ ชนร่วมกัน ซง่ึ แนวทางตา่ งๆ เหล่านี้ได้กลายมาเป็นรากฐานของการพัฒนาชนบทแนวใหม่ในแผนพฒั นาชนบทพื้นทยี่ ากจนของรฐั บาลและสภาพฒั น์ในเวลาตอ่ มา จึงนับได้ว่าในหลวงของเราไดท้ รงสร้างความสมดุลให้แก่การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศพระราชกรณยี กจิ ของพระองคไ์ ดม้ สี ว่ นสำคญั ยงิ่ ทที่ ำใหก้ ารพฒั นาชนบท การพฒั นาทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ ม และการพฒั นาเพอื่ ความมน่ั คงและความเปน็ ธรรมในสงั คมไดร้ บั ความเอาใจใสค่ วบคู่ไปกับการพัฒนาทางด้านการส่งออก การลงทุน การท่องเท่ียว และการพัฒนาโครงข่ายส่ิงอำนวยความสะดวกทางเศรษฐกจิ ในด้านต่างๆ อย่างท่ีเปน็ อยู่จนถงึ ทุกวนั น้ี ทา้ ยที่สุดน้ี ผมขอกล่าวว่า โดยท่พี ระมหากษตั รยิ ์เป็นสถาบันสงู สุดของประเทศ เปน็ ทเ่ี คารพสกั การะของประชาชนชาวไทยทกุ คน และทรงมพี ระมหากรณุ าธคิ ณุ ตอ่ ประเทศชาตขิ องเราเปน็ ลน้ พน้ ดงั นนั้การท่ีได้มีโอกาสทำงานถวายพระองค์ท่านโดยตรงเช่นนี้ นับเป็นเกียรติอันสูงสุดและนับว่าเป็นบุญอย่างย่ิงของผมและเจ้าหนา้ ท่ที ุกคนในสภาพฒั น์ 65

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บทสัมภาษณ์ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา อดีตเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติอดีตเลขาธกิ ารคณะกรรมการพเิ ศษเพื่อประสานงานโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ “…พระองค์ทรงมีรับส่ังว่า การแก้ปัญหาของประชาชนและประเทศชาติ ไม่ใช่เร่ืองง่ายเปน็ งานยาก การเขา้ ไปดำเนนิ การแกไ้ ขปญั หา เหมอื นกบั การเขา้ สงคราม แตเ่ ปน็ การทำสงครามทไี่ มใ่ ชอ้ าวธุเปน็ การตอ่ สกู้ บั ปญั หาเพอ่ื นำไปสชู่ ยั ชนะ โดยใชก้ ระบวนการพฒั นานำไปสคู่ วามสำเรจ็ จงึ เปน็ ทม่ี าของชอื่‘มลู นิธชิ ยั พฒั นา’… เพราะพระองค์ทรงรักแผ่นดิน ทรงรักประชาชน จึงทรงทำทุกสิ่งทุกอย่างให้แผ่นดินให้ประชาชนมคี วามสุข…” 66

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เป็นผู้ที่ถวายงานใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท โดยเมื่อครั้งปฏิบัติงานอยู่ท่ีสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้รับผิดชอบเร่ืองการประสานงานโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ และเมื่อมีการจัดตั้งคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ (กปร.) ท่านไดร้ บั แตง่ ตง้ั เปน็ กรรมการและเลขานกุ าร ตอ่ มาเมอ่ื มกี ารจดั ตง้ั สำนกั งาน กปร.ท่านได้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคนแรก และในปจั จบุ นั ทา่ นดำรงตำแหนง่ กรรมการและเลขาธกิ ารมลู นธิ ชิ ยั พฒั นา ท่านได้กรุณาให้ผู้บริหารและทีมงานจัดทำหนังสือเฉลิมพระเกียรติเข้าพบเพ่ือเรียนสัมภาษณ์เกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมอื่ วนั พฤหัสบดีที่ ๑๖ มถิ ุนายน ๒๕๕๔ ณ สำนักงานมูลนธิ ิชัยพฒั นาทมี่ าของสำนกั งาน กปร. แรกเริ่มเดิมทีผมรับราชการอยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือท่ีเรียกส้ันๆ ว่า สภาพัฒน์ ในตำแหน่งหัวหน้ากองวางแผนเตรียมพร้อมด้านเศรษฐกิจ และปฏิบตั ิภารกจิ ในฐานะเลขานุการของคณะกรรมการพฒั นาพ้นื ท่เี พอื่ ความม่นั คง ในเขตกองทพั ภาคท่ี ๑-๔จึงทำให้ผมได้มีโอกาสสัมผัสงานในพ้ืนท่ีในเขตกองทัพภาคต่างๆ โดยทำหน้าท่ีเป็นเลขาของแม่ทัพภาคตา่ งๆ และแมท่ พั ทา่ นหนง่ึ ทผ่ี มเคยไปปฏบิ ตั หิ นา้ ทเี่ ปน็ เลขาอยนู่ น้ั คอื ฯพณฯ พลเอก เปรม ตณิ สลู านนท์ขณะนนั้ ท่านมยี ศเป็นพลโท ดำรงตำแหนง่ แม่ทพั ภาคท่ี ๒ กอ่ นหนา้ ปี ๒๕๒๔ นนั้ ไมม่ อี งคก์ รใดทจี่ ะเปน็ หนว่ ยงานประสานงานโครงการอนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อพระองค์ทรงมีพระราชดำริ หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องจะรบั สนองพระราชดำริ จนบางครงั้ เกดิ ความซำ้ ซอ้ น หรอื อาจจะไมม่ พี ระราชดำรกิ ไ็ ปอา้ งวา่ มพี ระราชดำริในช่วงนน้ั จึงเกดิ ความสบั สนพอสมควร พลเอก เปรม ในฐานะท่ีท่านเคยเป็นแม่ทัพซ่ึงคุ้นเคยกับงานในพ้ืนท่ี รับรู้ และทราบว่ามปี ญั หานอ้ี ยู่ เมอื่ ทา่ นดำรงตำแหนง่ นายกรฐั มนตรจี งึ มดี ำรทิ จี่ ะจดั ตง้ั สำนกั งานเพอื่ ถวายงานในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้ดำเนินการไปอย่างราบร่ืน ท่านจึงมอบหมายให้ ดร.เสนาะ อูนากูลเลขาธกิ ารสภาพัฒนใ์ นขณะน้ัน ศึกษาและกำหนดวา่ ควรจะเป็นองค์กรรูปแบบใดและมีระบบงานอยา่ งไร 67

กปร. องคก์ รระดับชาติกลไกเพ่ือการประสานงานโครงการอันเน่อื งมาจากพระราชดำริ ดร.เสนาะ ได้มอบให้ผมศึกษา ดว้ ยสมมตุ ิฐานงา่ ยๆ วา่ โครงการพระราช ดำรนิ นั้ สว่ นมากอยใู่ นเขตชนบทและแหลง่ ทุรกันดาร ซึ่งขณะน้ันผมรับผิดชอบงาน พัฒนาชนบทอยู่ และบังเอิญอีกว่าผม มีประสบการณ์เร่ืองการพัฒนาองค์กร ความมั่นคง ผมจึงดำเนินการโดยยึดตาม แบบระบบท่ีเคยดำเนินการเก่ียวกับการ พัฒนาองค์กรความมั่นคง คือออกเป็น ระเบยี บสำนกั นายกรฐั มนตรมี คี ณะกรรมการควบคุมดูแล โดยจะต้องมีความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน อันเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จเนื่องจากงานโครงการพระราชดำริ มีลักษณะเหมือนการพัฒนาความมั่นคงท่ีต้องการความฉับไว รวดเร็วรวมทั้งได้ถอดแบบระบบบริหารการเงินมาด้วย ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีใครใช้มาก่อนคือ งบลอย (FloatingFund) เปน็ งบทีต่ ัง้ ไว้กอ่ นเหมอื นงบของการพฒั นาความมน่ั คง เมือ่ อาจารยเ์ สนาะนำไปให้ พลเอก เปรม พจิ ารณา ท่านบอกว่าดีแล้ว และให้พิจารณาหาตวับคุ คลมารบั งานนี้ อาจารยเ์ สนาะจงึ เสนอชอ่ื ผมและเรมิ่ จดั ตง้ั องคก์ รขน้ึ ตาม “ระเบยี บสำนกั นายกรฐั มนตรีว่าด้วยโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ พ.ศ. ๒๕๒๔” ซ่ึงมีผลบังคับใช้เม่ือวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๒๔กำหนดใหม้ อี งคก์ รระดบั ชาติ มหี นา้ ทร่ี บั ผดิ ชอบการดำเนนิ การโครงการอนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ เรยี กวา่“คณะกรรมการพเิ ศษเพือ่ ประสานงานโครงการอนั เน่ืองมาจากพระราชดำร”ิทรงแสดงความเปน็ ประชาธปิ ไตย... ทรงละพระราชอำนาจสง่ั การ เดิมเราคิดกันไว้ว่าจะใช้ชื่อคณะกรรมการโครงการตามพระราชดำริตามท่ีเราคุ้นเคยแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทักท้วงและรับส่ังว่า ไม่ได้หรอก เป็นเผด็จการ พระเจ้าแผ่นดินจะมาส่ังอะไรต่อมิอะไรไม่ได้ หน้าท่ีเราคือต้องคิด เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หน่วยงานราชการสามารถทำได้เต็มที่ ซึ่งทรงแสดงความเป็นประชาธิปไตย และทรงเน้นย้ำในระยะต่อมาหลายคร้ังหลายหนว่าหนา้ ทขี่ องพระองคท์ รงเป็นทป่ี รกึ ษา ไม่ไดเ้ กย่ี วขอ้ งกบั กระทรวง ทบวง กรม พระองคไ์ ม่ทรงมอี ำนาจอะไรท่ีจะมาสั่งงาน ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะช่วยเหลือประเทศในฐานะท่ีปรึกษา เพราะฉะน้ันเม่ือต้ังองค์กรในระบบราชการมาก็ดีแล้ว ก็ลองพิจารณา เห็นด้วยก็ทำ ผลสุดท้ายช่ือจึงกลายมาเป็น“อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำร”ิ แลว้ ทรงมรี บั สง่ั วา่ ตอ่ ไปนใี้ หใ้ ชช้ อื่ ในลกั ษณะนอ้ี ยา่ งเดยี ว จงึ ไดม้ กี ารจดั ตง้ั 68

“คณะกรรมการพเิ ศษเพอ่ื ประสานงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.)” ขนึ้ ในปี ๒๕๒๔ มนี ายกรฐั มนตรี เป็นประธานกรรมการ และผมเป็น กรรมการและเลขานุการ ทำหน้าที่ ดำเนินการควบคุม อำนวยการ กำกับ ดูแลติดตามผลประสานการดำเนินงาน นอกจากน้ันเป็นหน่วยปฏิบัติท้ังหมด กรรมการ ได้แก่ ปลดั กระทรวงสำคัญๆ ท่ีเกี่ยวข้องกับงานพระราชดำริ โดยมีสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ(สำนกั งานเลขานกุ าร กปร.) สังกดั สภาพัฒน์ ทำหนา้ ทฝ่ี ่ายเลขานกุ ารของคณะกรรมการฯ ขณะน้ันผมทำงานในตำแหน่งผู้อำนวยการกองวางแผนเตรียมพร้อมด้านเศรษฐกิจของสภาพัฒน์ จึงมีหน้าที่หลากหลาย และหน่ึงในนั้นยังเป็นผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ รับผิดชอบงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำรดิ ว้ ยตามเสดจ็ ฯ เรียนรู้ จด จำ และนำมาปฏิบตั .ิ .. หนา้ ทแ่ี รกของเลขาธิการ กปร. หนา้ ทปี่ ระการแรกของการเปน็เลขาธิการ กปร. คือ ตามเสด็จฯ และเนอ่ื งจากโครงการอนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริมีหลากหลายรูปแบบมาก ทั้งท่ีเป็นเรื่องเก่ียวกับอาชีพของประชาชน ปัญหาสังคมและพื้นที่ดำเนินการก็กระจายทั่วทุกภูมิภาคซ่ึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จฯและประทบั ในภมู ภิ าคตา่ งๆภมู ภิ าคละ๒เดอื น๔ ภาคก็ ๘ เดอื น ระยะแรกๆ ไมก่ ลา้ ตามเสดจ็ ฯ เขา้ ไปใกลๆ้ เพราะไมม่ กี ฎชใี้ หเ้ ราเขา้ ใจกอ่ นวา่ เราควรอยตู่ รงไหนอยา่ งไร จำไดว้ า่ ตามเสดจ็ ฯ ครง้ั แรกทอี่ ำเภอชะอำ แลว้ กจ็ งั หวดั นราธวิ าส ผมอยทู่ า้ ยขบวน หา่ งพระบาทสมเดจ็พระเจ้าอยู่หัวมาก พอพระองค์ทรงรับสั่งไปตามถุงเงินมา เน่ืองจากผมดูแลงบประมาณ พระองค์จึงทรงตั้งชอ่ื ว่า “ถงุ เงิน” ทกุ คนก็เลิกล่ัก เพราะไมม่ ใี ครรู้จัก ตอนหลังจงึ ร้วู า่ คอื ผมเอง 69

ต้ังแต่น้ันมาถึงได้รู้ว่าตัวเองควรอยู่ตรงไหน คือ ให้อยู่ใกล้ๆ พระองค์ จดทุกส่ิงทุกอย่างที่มีพระราชกระแสวา่ พระองคม์ พี ระราชดำรอิ ะไรบา้ ง ผมจงึ มกั บอกกบั ใครๆ เสมอวา่ การถวายงานตอ้ งศกึ ษาและเรียนรเู้ อง คอยสังเกตและซึมซบั การปฏบิ ัติงานต่างๆ ไม่มีใครมาสอน และกไ็ มม่ ีใครสามารถสอนดว้ ยต้องเคารพภูมสิ ังคม พัฒนาพืน้ ทใี่ นทกุ มิติ พระองคท์ รงมพี ระเมตตา พน้ื ฐานของผมไม่ได้เรียนเกษตร แต่พระองค์ทรงมีความรอบรู้เชี่ยวชาญทางการเกษตร เพราะเป็นกิจกรรมท่ีพระองค์ทรงงานอยู่ ทรงสอนทกุ อยา่ ง ใหเ้ รารจู้ กั ดนิ นำ้ ลม ไฟ รจู้ กั ธรรมชาติรู้จักคน ซึ่งพระองค์ทรงสรุปให้ฟังในวันหนึ่งว่าต้องเคารพภูมิสังคม ภูมิ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟส่วนสังคม คือ คน ซึ่งเป็นคนในมิติท่ีมีขนบธรรมเนียมประเพณี ความเช่ือ และค่านิยมของเขาด้วย พระองค์ทรงสอนให้เรารอบรู้หมดทุกอย่างในการทำงาน เช่น เวลาทำโครงการเราคิดแต่จะวางโครงการบนแผ่นกระดาษเท่าน้ันแตเ่ มอื่ ไดถ้ วายงานจงึ ไดเ้ รยี นรวู้ า่ กจิ กรรมหรอื โครงการนจี้ ะตอ้ งมคี รบทกุ มติ ิ แตก่ อ่ นเราดแู ตม่ ติ กิ ายภาพดูเป็นถนน เป็นสะพาน เป็นตึกอาคาร เราดูเพียงแค่นั้น แต่พระองค์ทรงสอนให้เห็นถึงมิติของคนหรอื ความจริงท่วี า่ “คน” คือผู้ใช้ถนน เป็นส่ิงมชี ีวติ คนใช้เขาพร้อมจะใช้หรือเปล่า การไปลาดยางถนนในขณะที่เขาใช้เกวียนเป็นพาหนะอยู่ ถ้าลาดยางแล้วเขาจะใช้หรือเปล่า เหมาะสมหรือไม่ เพราะฉะน้ันทรงสอนใหม้ องมติ ติ า่ งๆ อยา่ งครบถว้ น เวลาทำงานพฒั นาจงึ ตอ้ งมองทกุ มติ ิ ทกุ อยา่ งตอ้ งวางใหส้ อดคลอ้ งกับภมู ปิ ระเทศและสงั คมท่แี ตกต่างกันไป นอกจากน้ี โครงการต่างๆ มีหลากหลายสาขา ต้องประสานงานกับหลายหน่วยงานเร่ิมต้นจากการสร้างแหล่งน้ำ จากแหล่งน้ำก็ต้องมีอาชีพ เร่ืองการเกษตร ปศุสัตว์เข้ามา หน้าที่หลักๆของ สำนักงานเลขานุการ กปร. อีกประการหนึ่งคือ เป็นตัวกลางคอยประสานเพื่อให้งานลุล่วงไปด้วยดีซ่ึงจะทำให้ดีได้ต้องเข้าใจพระราชดำริอย่างแท้จริง พระองค์ทรงมีพระราชกระแสหรือพระราชดำริอะไรตอ้ งจดใหห้ มด ดงั นน้ั ในการตามเสดจ็ ฯ กลบั มาแตล่ ะครง้ั จะทำรายงานวา่ วนั นท้ี รงมพี ระราชกระแสรับสั่งอะไรบ้าง เป็นคัมภีร์ ใครจะมากล่าวอ้างเป็นอย่างอ่ืนไม่ได้ รวมท้ังต้องทำบันทึกให้ทีมงานนำไปประสาน ถ้าหากจำเป็นจะต้ังเป็นคณะทำงานหรือเป็นกรรมการในระดับโครงการในพ้ืนท่ี ก็ทำเป็นโครงการเลก็ ๆ และประสานการจดั สรรงบประมาณจนครบถว้ นกระบวนการตามพระราชดำริ 70

งานทกุ ขนั้ ตอนต้องถูกต้องเป็นระบบ...ทรงตรวจเย่ียมและตดิ ตามความก้าวหนา้ ของโครงการดว้ ยพระองค์เอง หนา้ ทปี่ ระการตอ่ มาคอื ตดิ ตามประมวลผลและถวายรายงาน ทุก ๓-๔ เดือนต้องประมวล ติดตามผลกระทบเป็นอย่างไร ประชาชนเขาเปล่ียนไปไหมรายไดเ้ ป็นอยา่ งไร สภาพแวดลอ้ ม ป่า น้ำ ไดร้ ับการฟน้ื ฟูหรอื ไม่ ตอ้ งตดิ ตามประมวลผลอย่างใกล้ชดิ ทำเปน็ ระบบและทูลเกล้าฯ ถวาย จะทำแบบหละหลวมไม่ได้ เนอ่ื งจากพระองค์ทรงติดตามเรื่องด้วยพระองค์เอง บางปีถัดมาเสด็จฯ ซ้ำในพื้นท่ีเดิม ในพระหัตถ์จะมีรายงานน้ันอยู่จริงไม่จริงทรงรู้ โดยทรงตรวจติดตามความก้าวหน้าของโครงการอีกคร้ังด้วยพระองค์เอง ตลอดจนพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยในการแก้ไขปัญหาของราษฎรเพอ่ื ให้โครงการประสบความสำเร็จ ใครๆ มักคิดว่าโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดำริไม่มีใครมาตรวจสอบ จริงๆ แล้วไม่ใช่เราทำกันอย่างเข้มงวดมาก เพราะจะผิดพลาดไม่ได้ ต้องระมัดระวังเพ่ิมอีกหลายเท่า เพราะว่าทุกส่ิงทุกอย่างท่ีดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นนามธรรมหรือรูปธรรม ย่อมส่งผลต่อสถาบัน ต้องระวังทุกย่างก้าวโดยเฉพาะอย่างย่ิงได้กำชับให้หน่วยปฏิบัติห้ามอ้างว่าเป็นโครงการพระราชดำริ ต้องให้ประชาชนเขาทำด้วยความเตม็ ใจทกุ โครงการไดร้ ับความเชือ่ ถอื ... ถกู ต้อง รดั กุม และรอบคอบ ทุกโครงการต้องผ่านระบบราชการ มีการ ตรวจสอบ ไม่ได้มีอภิสิทธ์ิอะไร จำได้ว่านำแบบฟอร์ม ให้คณะกรรมาธิการงบประมาณตรวจสอบ ซ่ึงเขา เขม้ งวดมากกบั การตดิ ตามประเมนิ ผล เมอื่ ตรวจสอบแลว้ คณะกรรมาธกิ ารงบประมาณบอกวา่ อยากใหก้ ารตดิ ตาม ประเมนิ ผลของสำนักงานเลขานกุ าร กปร. เปน็ ตน้ แบบ ให้กับหน่วยราชการทุกหน่วยดำเนินการตามน้ีด้วย น่ันคือ งานในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริจึงได้รับความเชื่อถือว่าทำอย่างรัดกุมรอบคอบที่สุด ไม่มีหน่วยราชการไหนจะทำละเอียดถี่ถ้วนทุกมิติเทา่ กบั ท่สี ำนักงานเลขานกุ าร กปร. ทำ ทำให้ไดร้ บั การยอมรับในเรือ่ งนีม้ าก ถือได้ว่างานประสานโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดำริน้ัน มีสภาพัฒน์เป็นหน่วยงานเร่ิมต้น เหมือนกับอีกหลายหน่วยงานในประเทศท่ีแตกรากมาจากสภาพัฒน์ เช่น สำนักงานสถิติแห่งชาติสำนกั งานนโยบายและแผนพลงั งาน 71

จากสภาพัฒน.์ .. สตู่ ึกแดง โรงเรียนนายร้อย จปร. ต่อมา ผมได้เล่ือนตำแหน่งเป็นผู้ช่วย เลขาธกิ ารฯ และทำงานในตำแหนง่ ผอู้ ำนวยการ ศูนย์ประสานการพัฒนาชนบทแห่งชาติของ สภาพัฒน์ด้วย และได้เล่ือนตำแหน่งสูงข้ึนอีก เป็นรองเลขาธิการสภาพัฒน์ ต้องดูแลเร่ือง งานบรหิ ารและงานวชิ าการเพม่ิ ขน้ึ เมอื่ ปรมิ าณ งานมากขนึ้ จงึ คดิ วา่ นา่ จะถงึ เวลาแยกออกจาก สภาพัฒน์ เนื่องจากโครงการต่างๆ ขยายเพิ่ม มากขึ้น เจ้าหน้าที่สภาพัฒน์ต้องสวมหมวก หลายใบ ทำหนา้ ทหี่ ลายอยา่ ง งานลน้ คน จงึ ขอแยกสำนักงาน โดยมีการตรากฎหมายเฉพาะของสำนักงาน กปร. เป็นหน่วยงานระดับกรม สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ตัง้ แตว่ นั ท่ี ๗ กันยายน ๒๕๓๖ ยา้ ยมาอยทู่ โ่ี รงเรียนนายรอ้ ย จปร. เกา่ หรือตึกแดงหลังเลก็โดยผมดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ (กปร.) เป็นคนแรกในปี ๒๕๓๖ ต่อมาในปี ๒๕๓๗ ทางรัฐบาลได้ขอให้ผมกลับสภาพัฒน์เพื่อดำรงตำแหน่งเลขาธิการฯ ตอนนั้นผมมีเพียงเง่ือนไขเดียวที่ขอไว้คือ ผมขอทำงานรับใช้เบ้ืองพระยุคลบาทด้วย ระหว่างดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาพัฒน์ ผมจึงรักษาการตำแหน่งเลขาธิการ กปร.ไปพร้อมกันดว้ ย จนกระทั่งครบ ๒ ปีทรงให้ความสำคญั กบั ทรัพยากรธรรมชาติ... ดนิ นำ้ ลม ไฟ งานทพ่ี ระองคท์ รงมพี ระราชดำรแิ ละทรงงานมาตลอดชว่ ยรกั ษาแผน่ ดนิ ไวใ้ หเ้ ราปญั หาสำคญั ทสี่ ดุ คอื ทรพั ยากรธรรมชาติได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ ผมคิดว่าเราต้องรักษาดิน น้ำ ลม ไฟไวใ้ หไ้ ด้ เพราะขณะนถ้ี กู ทำลายไปมาก นำ้ เนา่ ดนิ พงั ทลาย ปา่ ถกู เผาต้นไม้ถูกตัด คนบุกรุกป่ากันทุกวัน ตลอดระยะเวลาท่ีทรงงานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้ความสำคัญอย่างยิ่งคือการรักษาดิน น้ำ ลม ไฟ ทำอย่างไรให้ทรัพยากรท่ีเสื่อมโทรมแลว้ ฟ้นื กลบั คืนมา ท้ังทรงแกไ้ ข ฟ้ืนฟู และบำรงุ รกั ษา พระองค์ทรงมีรับส่ังแล้วทรงทำให้ดูด้วย ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ ทำไมต้องมี ๖ แห่ง ท้ังทางภาคกลาง เหนืออสี าน ใต้ ตะวันออก และตะวันตก กเ็ พือ่ ใหเ้ หน็ วธิ กี ารแต่ละภาคไมเ่ หมอื นกนั 72

การคดิ โครงการแลว้ นำมาทำเหมอื นกนั หมดทงั้ ประเทศ พระองคต์ รสั วา่ ไมใ่ ช่ แตล่ ะแหง่ ยอ่ มมีภมู สิ งั คมดนิ นำ้ ลมไฟกระทง่ั คนแตกตา่ งกนั ทรงยดึ ถอื เปน็ อยา่ งมากวา่ การพฒั นาใดๆนนั้ จะตอ้ งใหส้ อดคลอ้ งกบั ปญั หาทเี่ กดิ ขนึ้ ในภมู ภิ าคนนั้ ๆ ทำอะไรใหค้ ดิ ถงึ ภมู ปิ ระเทศกอ่ น และใหน้ กึ ถงึ สงั คมหรอื คน เพราะฉะนน้ัส่ิงที่ปฏิบัติในแต่ละท้องที่ต้องให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และลักษณะของคนซงึ่ มเี ร่อื งประเพณี หลักปฏิบัติ คา่ นยิ ม แตล่ ะแห่งไมเ่ หมือนกนัทรงคดิ ค้นวิธแี กป้ ญั หา จนเปน็ องคค์ วามรู้ ถ่ายทอด และขยายผลส่กู ารปฏบิ ตั จิ ริง ตลอดระยะเวลากว่า ๖๕ ปีที่ผ่านมา ทรงคิดค้นวิธีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แน่นอนท่ีสุดประชาชนป้อนความตอ้ งการเขา้ มา เราสนอง แต่ในขณะท่ีเราสนองการแก้ไขปัญหาเรื่องดิน น้ำ ลมไฟ อาชีพ และปัญหาสารพัดที่แอบแฝงอยู่ไม่ใช่โครงการที่รักษาหายหรือให้แล้วก็จบพระองคท์ รงเป็นองค์ความรู้ ให้แต่ละแหง่ท่ีไปช่วย เกิดบทเรียนข้ึนมา ให้มีการถ่ายทอดต่อเน่ืองกัน ด้วยเหตุนี้ แหล่งความรู้จงึ มอี ยมู่ ากมายตามโครงการตา่ งๆ ซ่ึงนา่ เสียดายที่ทุกคนมองข้ามไป ก่อนท่ีพระองค์จะพระราชทานแนวพระราชดำริในการพัฒนา จะทรงทำการทดลองก่อนทรงรวบรวมองค์ความรู้เป็นระบบ แล้วจึงทรงนำมาถ่ายทอด ทรงมีรับส่ังเสมอว่า การท่ีเราจะแนะหรอื ไปสอนเขาตอ้ งระวงั ใหม้ าก เพราะหากพลาดไปแลว้ เราไมไ่ ดแ้ ยน่ ะ แตเ่ ขาจะแย่ เชน่ เราไปแนะใหเ้ ขาปลกู อะไรสกั อยา่ ง ถา้ ไดผ้ ลกด็ ไี ป แตถ่ า้ ไมไ่ ดผ้ ล เขาแย่ เพราะฉะนน้ั เราตอ้ งระวงั ใหม้ าก และทแ่ี ยก่ วา่ นนั้ คอืต้นไม้ท่ีเราแนะให้เขาปลูก กว่าจะรู้ว่าสำเร็จหรือไม่ ใช้เวลา ๔-๕ ปี เพราะฉะน้ัน เร่ืองเกษตร ดิน น้ำลม ไฟ ต้องระวงั อยา่ งมาก เพราะเมือ่ พลาดแล้วฟ้นื กลับคืนยาก ไมเ่ หมือนเรื่องอตุ สาหกรรมหรือเร่ืองอื่นๆท่สี ามารถไปกเู้ งนิ มาดำเนนิ การตอ่ ได้ เรือ่ งธรรมชาติฟ้ืนกลบั มายากทสี่ ดุจากหอ้ งทดลองในพระราชวงั ... ถา่ ยทอดส่ปู ระชาชน หากยอ้ นกลบั ไปดปู ระชาชนทเ่ี ราชว่ ยอยู่ ทเี่ ขาพฒั นาตวั เองสำเรจ็ และประชาชนไดม้ าเรยี นรู้จากสิ่งที่เกิดข้ึน หรอื ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ ได้ช่วยเหลือประชาชนเปน็ ร้อยเป็นพันเป็นหม่ืนสรุปรวมไว้เราทำงานอย่างจริงจัง มีการบริหารจัดการ มีการทดลองหรือห้องทดลอง เริ่มจากในวังเป็นห้องทดลองสว่ นพระองค์ และมีเปา้ หมายสำคญั คอื ถา่ ยทอดความรู้ ซ่ึงกอ่ นเกษียณอายุราชการ ผมได้รวบรวมทฤษฎีและแนวความคดิ ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ในเชงิ วทิ ยาศาสตรไ์ วค้ อ่ นขา้ งสมบรู ณ์ จดั ทำเปน็ หนงั สอื 73

ทั้งภาคภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซ่ึงผมภูมิใจท่ีสุด เพราะยงั สามารถใชไ้ ดจ้ นทกุ วนั น้ี เชน่ หากพบปญั หาดนิ อยา่ งนม้ี คี ำตอบมีวิธีการซ่ึงล้วนได้พิสูจน์แล้ว ถ่ายทอดไว้หมดว่าล้มเหลวหรือสำเรจ็ อย่างไร การดำเนินงานตา่ งๆ เหล่านี้จะวา่ ไปแล้ว เริ่มจากหน่วยงานเล็กๆ ท่ีสภาพัฒน์ผู้มีหน้าท่ีพัฒนาประเทศนั่นเองซ่ึงได้ทำมาก่อน แต่ไม่ได้นำไปพัฒนาต่อยอด ทำต้ังแต่สมัยผมรับผิดชอบเป็นผู้อำนวยการศูนย์ประสานการพัฒนาชนบทแหง่ ชาติ โดยมกี ารนำปราชญช์ าวบา้ นมาใหค้ วามรู้ รวมถงึ จดั ทำขอ้ มลู และตวั ชวี้ ดั ความยากจนตา่ งๆ รวบรวมเปน็ ขอ้ มลู พนื้ ฐานแล้วผมกน็ ำงานจากสภาพัฒนม์ าตอ่ ยอดทส่ี ำนักงาน กปร.การพัฒนาตอ้ งเร่มิ จากจุดเล็กๆ ก้าวทลี ะก้าว อยา่ งพิถพี ิถัน ดงั นน้ั ทกุ ยา่ งกา้ วตอ้ งระวงั อยา่ งทส่ี ดุ พระองคท์ รงกำชบั เสมอวา่ อยา่ ลดั ขนั้ ตอนเปน็ พระราชดำริของพระองคค์ อื การพฒั นาตอ้ งเรม่ิ จากจดุ เลก็ ๆ กอ่ น ตอ้ งพถิ พี ถิ นั และกา้ วไปทลี ะกา้ ว (Step by Step)รวมทั้งยังทรงเป็นนักพัฒนาท่ีมีความเป็นศิลปิน ทำแล้วต้องสวยงามด้วย เช่น ศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯทุกศูนย์จะสวยงามและสอดคล้องกับธรรมชาติ ความคิดต้องสวยงาม แล้วย้อนกลับมาพฤติกรรมต้องสวยงามดว้ ย เพราะฉะนนั้ ยอ้ นมาตอนตน้ เรอื่ งทพ่ี ระองคท์ รงสอนใหร้ จู้ กั ดนิ นำ้ ลม ไฟ ทรงสอนใหร้ จู้ กั คนให้เรารู้จักเป็นคนท่ีรู้จักการให้ พระองค์ตรัสมาตลอดคือ ไม่นึกถึงตัวเราเป็นเบื้องต้น ให้นึกถึงคนอ่ืนคือให้เสยี สละมลู นธิ ิชยั พฒั นา... เพื่อการพัฒนาอย่างครบวงจร ในช่วงปี ๒๕๓๑ ขณะอยู่ท่ีจังหวัดสกลนคร มีเหตุการณ์หน่ึงคือ มีงานช้ินหนึ่งล่าช้ามากจนไม่ทันการและส่งผลกระทบทำให้ผู้คนลำบาก และหลายครั้งเวลาเราไปทำงานแล้วต้องแข่งกับเวลาแขง่ กบั ฤดกู าลของธรรมชาติ ไมเ่ ชน่ นน้ั ตอ้ งรออกี ๔-๕ เดอื น ประชาชนจะพลาดโอกาส ตอ้ งรอวงจรอกี รอบตอ้ งรอเรม่ิ ตน้ ใหมอ่ ีก เราจึงตอ้ งรู้ช่วงจงั หวะ ธรรมชาติ ผมจงึ มธี รรมอยู่ ๒ ข้อ ธรรมดา และธรรมชาติ เม่ือเกิดเหตุการณ์เช่นนี้แล้ว พระองค์ตรัสถามผม “ทำแบบโง” เป็นหรือเปล่า ทรงมีพระอารมณ์ขัน ทรงให้ความรู้และทดสอบเชาว์แบบฉับพลัน โง คือทำแบบองค์กรเอกชน หรือ NGOsน่ันเอง ถ้าเช่นน้ันต้องสร้างเคร่ืองมือใหม่ เพื่อให้การพัฒนาครบวงจร จึงทรงให้จัดตั้งมูลนิธิข้ึนมาพร้อมพระราชทานชื่อ “มูลนิธิชัยพัฒนา” ซ่ึงทรงรับสั่งว่า จะส่ังการเองโดยพระองค์จะทรงเป็นองค์นายกกติ ตมิ ศกั ด์ิ สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี ทรงเปน็ องคป์ ระธานกรรมการมลู นธิ ฯิและโปรดเกลา้ ฯ ใหผ้ มเปน็ กรรมการและเลขาธิการ 74

พระองค์ทรงมีรับส่ังว่า การแก้ปัญหาของประชาชนและประเทศชาติ ไม่ใช่เร่ืองง่ายเป็นงานยาก การเข้าไปดำเนินการแก้ไขปัญหา เหมือนกับการเข้าสงคราม แต่เป็นการทำสงครามท่ีไม่ใช้อาวุธ เป็นการต่อสู้กับปัญหาเพ่ือนำไปสู่ชัยชนะ โดยใช้กระบวนการพัฒนานำไปสู่ความสำเร็จจึงเป็นที่มาของช่ือ “มูลนิธิชัยพัฒนา” ดังนั้น ในทัศนะของพระองค์ กระบวนการพัฒนาท้ังเรื่องสังคมการเมอื ง หรอื อะไรกต็ าม ต้องพฒั นาคนดว้ ยต้องพัฒนา “คน” และอาศยั “ศรัทธา” การพัฒนาจึงจะประสบผลสำเรจ็ นอกจากน้ี ทรงมีรับส่ังว่าอย่าไปเรี่ยไรเขา แล้วพระองค์พ ร ะ ร า ช ท า น พ ร ะ ร า ช ท รั พ ย์ส่ ว น พ ร ะ อ ง ค์ ม า ใ ห้ ด ำ เ นิ น ง า นจำนวนหน่ึง เมื่อทำอะไรแล้วให้แจ้งข่าวสารเผยแพร่ให้ประชาชนรับรู้และเมื่อเขาศรัทธา เขาก็จะให้เงินมาเองเราจงึ มวี ารสารเผยแพร่ออกสอื่เป็นข่าวบ้าง หลังจากที่ทรงมีรับส่ังในวันน้ัน เงินบริจาคเข้ามาตลอดเรียกได้ว่ามีจำนวนเพียงพอ แล้วก็ไม่เคยหยุด ไม่ว่าจะยามวิกฤตหรือไม่ก็ตาม จำนวนเงินท่ีได้รับบริจาคก็ยังคงเส้นคงวาอยู่ตลอด เพราะฉะนั้นคำว่า “ศรัทธา” จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนา รวมถึงการพัฒนาและแก้ปญั หาในสามจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ ถ้าแกต้ รงจุดนไี้ ม่ไดก้ ็ไม่สามารถแก้ปญั หาได้ ดงั นั้น ต้องพฒั นาคนและอาศัย “ศรัทธา” การพฒั นาจึงจะประสบความสำเร็จ โดยตัง้ แต่ปี ๒๕๓๑ เปน็ ตน้ มาจนกระทง่ั ปี ๒๕๔๒ ผมจงึ มี ๒ มอื มอื หนงึ่ คอื มอื ของหนว่ ยงานราชการ เปน็ เลขาธกิ ารกปร. ใช้งบของทางราชการ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งคือ เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ใช้งบส่วนพระองค์ ดังน้ันหลังจากตั้งมูลนิธิฯ ข้ึนมาแล้วงานจึงไม่สะดุด เน่ืองจากมูลนิธิชัยพัฒนาสามารถทำงานได้ ๒๔ ช่ัวโมงสามารถสงั่ เดย๋ี วนนั้ ออกไดเ้ ดยี๋ วนนั้ เลย หรอื สามารถออกไปกอ่ น หรอื จะใชไ้ ปเลยกไ็ ด้ ถา้ ทางนกี้ ระบวนการชา้จะมาใชท้ หี ลงั กย็ งั ได้ เพราะฉะนน้ั ก็ทำใหเ้ กดิ ความคล่องตัวในการบรหิ ารงานมากทงั้ กปร. และมูลนธิ ชิ ัยพฒั นา ดำเนินงานควบคูก่ ันไปอย่างบรู ณาการ ผมดำรงตำแหนง่ เลขาธกิ ารฯ ทง้ั ๒ แห่งจนกระท่ังผมเกษยี ณในปี ๒๕๔๒ จงึ แยกสำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนาออกมาอยู่ท่ีสนามเสือป่า แต่ว่างานก็ยังเดินคู่กันไป กล่าวคือ พอมูลนิธิชัยพัฒนาพบกับปญั หางานโครงสร้างพน้ื ฐาน ที่เปน็ โครงการใหญ่ๆ ต้องใชง้ บประมาณมาก เรากจ็ ะส่งไปท่ี สำนกั งาน กปร.ซึ่งจะรับช่วงตอ่ ในมุมกลบั กัน หากสำนกั งาน กปร. พบปญั หาอะไร เชน่ ไม่สามารถเบิกงบประมาณได้ทัน 75

แต่จะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน ก็ส่งมาให้มูลนิธิชัยพัฒนา และพระองค์ทรงมีรับสั่งให้ทั้ง ๒ หน่วยงานไปอยู่ด้วยกัน โดยในวันท่ี ๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เราก็จะย้ายสำนักงานไปอยู่ด้วยกัน ตรงบริเวณหลังอนุสาวรียร์ ัชกาลที่ ๘ เชงิ สะพานพระราม ๘ทรงสร้างระบบบริหารและพัฒนาครบวงจรอยา่ งต่อเนอ่ื ง ตลอดช่วงระยะเวลาที่ได้ถวายงาน ทำให้ได้เรียนรู้อีกอย่างหนึ่งว่า ระหว่างท่ีพระองค์ทรงงานพัฒนาอยู่น้ันจะทรงสร้างระบบบรหิ ารไปด้วย เปน็ ส่งิ ทีน่ า่ ท่งึท่ีนักพัฒนาทุกคนควรคำนึงถึงด้วยเช่น การพัฒนาชนบทควรใช้กระบวนการอย่างน้ีจะต้องสร้างกลไกอะไรบ้างเพื่อให้งานพัฒนาบรรลุผล ดังจะเห็นว่า ทรงให้จัดตั้งมูลนิธิต่างๆ โดยแต่ละมูลนิธิมีหน้าที่ต่างกันไป เม่ือเกิดภัยพิบัติ น้ำท่วม ไฟไหม้ หรือสึนามิ มูลนิธิต่างๆ เช่น มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ จะรีบออกไปแจกถุงยังชีพก่อน ช่วงนั้นแม้จะไม่เห็นมูลนิธิชัยพัฒนาเป็นข่าวในการให้ความช่วยเหลือ แต่แท้ท่ีจริงแล้วมลู นธิ ชิ ยั พฒั นาไดเ้ รม่ิ งานแลว้ เพราะมหี นา้ ทพี่ ฒั นาและฟน้ื ฟู โดยนำทมี ลงไปสำรวจเกบ็ ขอ้ มลู ในพน้ื ท่ีและเตรยี มใหค้ วามชว่ ยเหลอื ในรายละเอยี ด ในเร่ืองอ่นื ๆ ทีท่ ุกคนคาดไม่ถงึ เชน่ การแจกเมล็ดพนั ธุ์พืชเพ่ือช่วยเหลือคนในพ้ืนท่ีประสบภัย แต่ละคนจะได้รับไม่เหมือนกัน เราต้องศึกษาถึงความต้องการและความจำเป็นของเขาด้วย อาจจะแจกเมล็ดแตงโมไปสัก ๕ กล่อง สำหรับปลูกไว้ขาย เมล็ดผักบุ้งอีก๒ กลอ่ ง เมลด็ คะน้าอีก ๒ กล่อง สำหรับปลกู ไวก้ ินและขาย เปน็ ต้น นอกจากนี้ การใหค้ วามชว่ ยเหลอื จะตอ้ งมกี ารบรู ณาการ เหน็ ตวั อยา่ งไดช้ ดั เจนจากเหตกุ ารณ์สึนามิ ในเบื้องต้นต้องสร้างบ้านให้ประชาชนได้อยู่อาศัย แต่การสร้างน้ีไม่ใช่แค่สร้างบ้านให้อยู่เท่านั้นต้นแบบของบ้านท่ีมูลนิธิชัยพัฒนาวางไว้ สร้างไว้โดยคิดเผื่อถึงวิถีชีวิตของประชาชนที่เปล่ียนไปด้วยซงึ่ ขณะน้เี หตกุ ารณส์ นึ ามผิ า่ นไปกว่า ๖ ปี งานยังไมส่ ิ้นสดุ แต่ยงั ตอ้ งเชอื่ มโยงบูรณาการถงึ เร่อื งการพฒั นาอาชีพอย่างต่อเน่ือง โดยเช่น ได้นำเด็กๆ ไปฝึกเรียนวิชาการโรงแรม เม่ือจบแล้ว ให้เขาใช้บ้าน ๑๐ หลังมาทำเป็นโฮมสเตย์ (Home Stay) ให้เขาจัดระบบบริหารจัดการกันเอง เพื่อยึดเป็นอาชีพอีกทางหนึ่งโดยเขาก็ยังสามารถจับปลาไปขายได้ และเราก็มีโรงงานแปรรูปรับซ้ืออยู่ นำมาแปรรูปเป็นกะปิ น้ำปลาปลาหยอง แฮมปลา และสเตก็ ปลา สง่ ขายโรงแรม เป็นอาชีพต่อเน่อื งไปไม่รู้จบและครบรอบด้าน 76

ทรงงานใกลช้ ิดประชาชน... ทรงมีพระราชวริ ิยะอุตสาหะในการชว่ ยเหลือพสกนกิ ร การตามเสด็จฯ น้ันมีเหตุการณ์มากมาย ที่ทำให้ผมประทับใจ ซ่ึงเป็นภาพท่ีประชาชนไทย คุ้นตา เช่น ชาวบ้านนุ่งผ้าขาวม้าก็เข้าเฝ้าฯ ได้ และ พระองค์จะประทับนั่งพับเพียบอยู่บนพ้ืนดินรับส่ัง กบั ชาวบา้ นเปน็ ชวั่ โมงๆ เปน็ ภาพปกติ ไมใ่ ชภ่ าพนานๆ เกิดสักที เสด็จฯ ครั้งใดก็ทรงปฏิบัติอย่างนี้ทุกครั้ง ทรงโนม้ พระวรกายไปหาประชาชน ทรงคกุ เขา่ ตอ่ หนา้ ประชาชน เป็นภาพทล่ี ืมไม่ได้ นอกจากน้ี เสดจ็ พระราชดำเนนิ บกุ ปา่ ฝา่ ดง ขน้ึ เขาลงหว้ ย ขา้ มลำนำ้ บางทมี เี สน้ ทางเดนิ เลก็ ๆขา้ งล่างเปน็ เหว ก็เสดจ็ พระราชดำเนิน ไมท่ รงคำนงึ วา่ จะมีอะไรขวางกน้ั ฝนจะตกแดดจะออกไมใ่ ช่ปัญหามีอยู่คร้ังหน่ึงต้องหยุดรถพระท่ีน่ัง เพื่อแกะตัวทากออกจากพระวรกาย น้ำท่วมก็เสด็จพระราชดำเนินลุยน้ำเข้าไป บางทีเราขอเปลี่ยนจุดเพราะฝนตกน้ำท่วมหมดแล้ว แต่ไม่ทรงเปลี่ยน เสด็จพระราชดำเนินลยุ นำ้ เข้าไป แสดงถงึ พระราชวริ ิยะอตุ สาหะในการช่วยเหลือพสกนกิ รของพระองคเ์ ป็นอยา่ งยงิ่ บางทีนำเสด็จฯ พระองค์หลงทางก็บ่อย ท้ังๆ ท่ีมีแผนท่ี มีเคร่ืองมือเคร่ืองไม้พอสมควรมีคร้ังหน่ึงที่ภาคใต้ ทรงเปลี่ยนจุดโดยกะทันหัน วันนั้นเสด็จฯ ไปพ้ืนที่โครงการพัฒนา “พรุแฆแฆ”ที่อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ย่ำค่ำแล้ว ทรงมีรับส่ังว่าจะไปทอดพระเนตรอีกจุดหนึ่ง ต้องเปล่ียนแผนกนั กลางป่า กลางสวน จนได้มโี อกาสพบลุงวาเดง็ ก็วนั น้นั เอง สนกุ สนานทส่ี ุด 77

พระราชกรณยี กจิ ของพระองคแ์ ตกต่างจากพระมหากษตั รยิ ์ทั่วโลก เพราะพระองค์ทรงรักแผ่นดิน ทรงรักประชาชน จึงทรงทำทุกสิ่งทุกอย่างให้แผ่นดินให้ประชาชนมีความสุข ขณะท่ีทรงมีโอกาสแปรพระราชฐานได้ทอดพระเนตรเห็นความทุกข์ของประชาชน เสดจ็ ฯ ออกเยยี่ มเยยี นราษฎรและโครงการตา่ งๆ เสดจ็ ฯ ออกยามบา่ ย และเสดจ็ ฯ กลบั ทป่ี ระทบัยามดึกแก่ๆ ทุกวัน เสด็จฯ แปรพระราชฐานท่ีหัวหินก็ทรงเจออากาศร้อน เสด็จฯ ใต้ทรงเจอฝนแน่นอนอีสานร้อนสลับหนาว และภาคเหนือก็หนาวเหน็บ โดยเฉพาะภาคเหนือ ถนนหนทางทุรกันดารประทับเฮลคิ อปเตอรบ์ ่อยมาก ทรงลงจากเฮลคิ อปเตอร์ บางครง้ั ตอ้ งเสด็จพระราชดำเนินเป็นระยะไกลๆข้ามเนินเขาลงหุบห้วยผ่านไปในนาข้าว บางทีฝนตก แต่มิได้ทรงปริพระโอษฐ์บ่นอะไรเลยแม้แต่น้อยแล้วประการถัดไปคือ ประชาชนหวงั จากพระองค์ พอเห็นพระเจา้ แผ่นดนิ เสดจ็ ฯ มา เขาไขว่คว้า เขาชอบมาระบายความทุกขก์ ับพระองค์วา่ เขาลำบากยากเยน็ เขาจะกราบบังคมทูลระบายปัญหาต่างๆ พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดินท่ีทรงรับฟังปัญหา ทรงเข้าไปแก้ไข ไม่ทรงวางเฉยซง่ึ พระองคจ์ ะทรงวางเฉยกไ็ ด้ จะส่งหนว่ ยราชการต่างๆ ไปก็ได้ แต่ทรงเลือกทจี่ ะทรงทำดว้ ยพระองค์เองอนั นคี้ อื จดุ แตกตา่ ง จนกระทงั่ ตา่ งประเทศยกยอ่ งพระองคว์ า่ ทรงเปน็ Working Monarch พระเจา้ แผน่ ดนิท่ีทรงงาน มีพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ไหนบ้าง ทรงงานต้องเสด็จพระราชดำเนินบุกลุยป่าลุยดง กลางค่ำกลางคืน ไมว่ า่ ฝนตกหรอื แดดออกกต็ าม 78

เพราะฉะนนั้ ถงึ มคี วามรสู้ กึ วา่ ถวายงานน่ีหยุดไม่ได้ งานหนักอย่างไรเราก็สนุก พอเจอความทุกข์ของประชาชนแล้ว เราช่วยได้สำเร็จปัญหาลุล่วงไป ประชาชนก็หลุดจากทุกข์เร่ืองน้ันทำให้เรามีความสุขไปด้วย ความสุขอย่างน้ีซ้ือไม่ได้เราอาจจะมีเงินไปซ้ือของแพงๆ อะไรเล่น สิ่งนั้นไมใ่ ชค่ วามสขุ เปน็ ความสนุก แต่นี่เป็นความสุขที่เราได้มาจากการถวายงาน พ้ืนที่บางแห่งแห้งแล้งมา ๓-๔ ปีแล้วฝนไม่ตกเลย ก็เสด็จฯ ไปสร้างอ่างเก็บน้ำ พอเราไปอีกปีหนึง่ โอโ้ ห ความสมบูรณพ์ นู สขุ เกดิ ข้นึ ถึงแม้เราไม่ใช่คนอยู่ตรงนั้น แต่เหมือนได้แบ่งส่วนของความสำเร็จนั้นมาให้เราด้วย เราเป็นผู้ปฏิบัติคนหนึ่ง เราก็มีความสุข แล้วยังมีคุณค่ามากกว่าเงินทองหลายเท่าเงินทองซื้อไม่ได้ บางคนมีเงินทองก็ไม่มีโอกาสทจ่ี ะทำ ตรงนี้ตา่ งหากทมี่ ีคา่ วันหนึ่งหลายปีมาแล้ว พระองค์ทรงมีรับส่ัง เป็นปริศนากับพวกเราท่ีถวายงาน โดยทรงมีรับส่ัง ลอยๆ ขน้ึ มาวา่ “ทำไมพระเจา้ อยหู่ วั ตอ้ งเหนด็ เหนอ่ื ย อยู่อย่างน้ี ที่ต้องเหน็ดเหน่ือยก็เพราะประชาชน ยงั ยากจนอยู่ และเมอื่ เขายากจน เขาจงึ ไมม่ อี สิ รภาพ เสรีภาพ และเมื่อเขาไม่มอี ิสรภาพ เสรีภาพ เขาจงึ เป็นประชาธิปไตยไม่ได้” ฉะน้ันการปูพื้นฐานของ ประชาธิปไตย มิใช่เร่ืองกฎหมาย ระเบียบ กติกาเพยี งอยา่ งเดยี ว หากพ้นื ฐานจริงๆ คอื ตอ้ งพฒั นาประชาชนให้หลุดพ้นจากความยากจนก่อน จึงจะเป็นประชาธปิ ไตยได้ยงั ทรงงานด้วยพระราชหฤทยั หว่ งใยพสกนกิ ร ในสายตาของพวกเราคนไทยมองพระองคว์ ่าทรงไม่เคยเปล่ยี นแปลงเลย เมอื่ เหลียวกลับมาดูในวันน้ีต้องอย่าลืมว่า ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๔ พรรษาแล้ว จะให้พระองค์เสด็จพระราชดำเนินออกพน้ื ทสี่ มบกุ สมบนั ตากแดดตากฝน ขา้ มเขาลกู แลว้ ลกู เลา่ เหมอื นแตก่ อ่ นนไ้ี มไ่ ดแ้ ลว้ ในฐานะทท่ี รงงานต่อเน่ืองมาอย่างหนักและยาวนานอย่างพระองค์ ทรงเหน็ดเหนื่อยมากแล้ว จึงเป็นหน้าที่ของเราท่ีต้อง 79

แบกรับถ่ายทอดงานต่างๆ แทน พระองคเ์ สยี ที อยา่ ใหท้ รงแบกอะไร มากเหมือนแตก่ ่อน แมว้ ันน้อี าจจะ ไมไ่ ด้เหน็ พระองค์เสดจ็ ฯ ออกพ้ืนที่ แตพ่ ระองคก์ ย็ งั ทรงงานอยู่ทกุ วัน ทกุ วนั น้ี แมพ้ ระองคจ์ ะประทบั อยทู่ โี่ รงพยาบาลศริ ริ าชกย็ งั ทรงงาน ไม่ได้หยุด ในห้องประทับติดต้ัง คอมพวิ เตอรแ์ ละระบบไอทเี ชอื่ มโยง ฐานข้อมูลของหน่วยงานต่างๆ ท้ังกรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา และระบบสารสนเทศเพ่อื การเกษตรตลอด ๒๔ ชว่ั โมง เพือ่ ทรงตดิ ตามการเปล่ียนแปลงของดินฟา้อากาศ หากมแี มข้ ่าวพายุกอ่ ตัวท่ไี หนสักแห่ง พระองคจ์ ะทรงมีรับสั่งและทรงช้ีแนะแนวทางการแก้ปัญหาพร้อมท้ังทรงให้หน่วยงานในพระองค์เตรียมพร้อมทันที รวมถึงทรงมีพระราชดำริเพิ่มเติมว่าจะแก้ไขสิ่งใดเมื่อพระองค์ทรงมีพระราชกระแสรับส่ังมายังหน่วยปฏิบัติการอย่างพวกเราให้รับไปทำต่อ จึงทำให้มีงานอยา่ งตอ่ เนือ่ งตลอดเวลาช่วยกันลงมือทำ... ถวายในหลวง พระองคท์ รงเคยมรี บั สงั่ วา่ธรรมชาติปรับตัวไว้หมดแล้ว แต่เราละเลย ผลสุดท้ายก็ใช้ประโยชน์ไม่ได้เช่น แม่น้ำลำคลองเราก็ไปปลูกบ้านยน่ื ลงไปในแมน่ ำ้ ทง้ิ ขยะจนทำใหต้ น้ื เขนิส่ิงเหล่าน้ีต้องระวัง การที่รักชาติบ้านเมืองท่ีพระองค์ทรงเคยมีรับส่ังไว้กค็ อื “การดแู ล” เราอยา่ บอกวา่ รกั เฉยๆหรอื แคย่ นื ตรงเคารพธงชาติ เราจะตอ้ งลงมือทำด้วย รักษาดิน น้ำ ดูแลเรื่องมลพษิ ขยะ ควบคมุ บรหิ ารทรพั ยากรธรรมชาตใิ หอ้ ยใู่ นสภาพสมบรู ณ์ ซงึ่ จะทำใหป้ ระชาชนมคี ณุ ภาพชวี ติท่ีดีข้ึน เพราะฉะน้ันต่อไปนี้จะมีชีวิตอยู่ด้วยการปล่อยปละละเลยไม่ได้แล้ว เป็นหน้าที่ของเราต้องทำทุกคน 80

๒ โ ค ร ง ก า ร ส่ ว น พ ร ะ อ ง ค์ สวนจิตรลดา หอ้ งทดลองในพระราชวงั 81

ส่วนท่ี ๒ โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ห้องทดลองในพระราชวัง คงไม่มีใครคาดคิดว่าในพระราชวังของพระมหากษัตริย์ จะมีทุ่งนา โรงสีข้าว โรงเลี้ยงโคนมบ่อเลีย้ งปลา หรือแม้กระทง่ั โรงงานแปรรูปผลติ ภัณฑ์ทางการเกษตร ฯลฯ แต่ส่งิ เหลา่ น้มี ีอยใู่ นพระตำหนกัจติ รลดารโหฐาน สถานทปี่ ระทบั ของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั จากการทพี่ ระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั เสดจ็ พระราชดำเนนิ ไปทรงดแู ลทกุ ขส์ ขุ ของพสกนกิ รในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ทรงพบว่าราษฎรส่วนใหญ่มีความเดือดร้อนและประสบปัญหามากมายในการดำรงชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำอาชีพเกษตรกรรม พระองค์จึงทรงมุ่งมั่นท่ีจะพัฒนาการเกษตรของไทยให้เจริญก้าวหน้า เพื่อช่วยเหลือเหล่าพสกนิกรให้หลุดพ้นจากความทุกข์ยาก จึงมีพระราชดำริทจี่ ะศกึ ษา คน้ ควา้ และทดลองโครงการตา่ งๆ ดว้ ยพระองคเ์ อง และนำความรนู้ นั้ มาฝกึ ฝนปฏบิ ตั ใิ หไ้ ดผ้ ลท่ีแน่นอน ก่อนท่ีจะพระราชทานพระราชดำริแก่พสกนิกรอย่างเหมาะสมกับสภาพสังคมและสภาพแวดลอ้ มของแตล่ ะท้องถนิ่ เพือ่ นำไปปรบั ปรุงการพฒั นาอาชพี ของตนเองต่อไป เม่ือปี ๒๕๐๔ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงอุทิศพ้ืนท่ีในเขตพระราชฐาน พระตำหนักจิตรลดารโหฐานเป็นสถานที่ทดลองตามพระราชประสงค์ดังกล่าว ภายใต้ชื่อ “โครงการส่วนพระองค์สวนจติ รลดา” โดยไม่หวงั ผลตอบแทนใดๆ นอกจากประโยชนท์ จี่ ะทรงมอบใหแ้ ก่พสกนกิ รของพระองค์ ในปจั จบุ นั โครงการสว่ นพระองคฯ์ เปน็ แหลง่ รวมนวตั กรรมและองคค์ วามรดู้ า้ นการเกษตรของแผ่นดิน อันเป็นต้นแบบที่สามารถนำไปถ่ายทอดให้แก่เกษตรกรในภูมิภาคต่างๆ และมีพระบรมราชานุญาตให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมกิจการ รวมทั้งฝึกปฏิบัติงาน เพ่ือเรียนรู้กิจกรรมการเกษตรตามแนวพระราชดำริ นำความรู้ไปเป็นแบบอย่างหรือแนวทางในการประกอบอาชีพต่อไป ซึ่งปัจจุบันมีผสู้ นใจเขา้ ชมและศกึ ษาดงู านเปน็ จำนวนมาก และไดน้ ำความรทู้ ไี่ ดร้ บั ไปปฏบิ ตั จิ นเกดิ ประโยชนต์ อ่ ตนเองมากมาย ในโอกาสนี้ สำนักงานฯ ได้รบั ความกรณุ าจากนายแกว้ ขวัญ วชั โรทยั เลขาธกิ ารพระราชวงัและผู้อำนวยการโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา เล่าให้ทราบถึงการถวายงานตามโครงการฯ ว่าทกุ ตารางนว้ิ ของพน้ื ทโ่ี ครงการสว่ นพระองคฯ์ นน้ั เตม็ ไปดว้ ยโครงการทดลองมากมายทกี่ อ่ ประโยชนส์ งู สดุตอ่ เกษตรกรไทย สง่ิ ที่ท่านไดเ้ ห็นมาตลอดคอื พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั ทรงหว่ งใยพสกนกิ รทป่ี ระกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นอย่างมาก โดยทรงถือเป็นพระราชภารกิจของพระองค์โดยตรงท่ีจะช่วยเหลือและแกไ้ ขปญั หาให้แก่เกษตรกร 82

โครงการสว่ นพระองค์ สวนจติ รลดา ห้องทดลองในพระราชวงั พระตำหนกั จิตรลดารโหฐาน ในพระราชวังดุสติ ทีป่ ระทบั ของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวัในกรงุ เทพมหานคร มคี วามแตกตา่ งจากพระราชวงั แหง่ อน่ื ๆ ในโลก เนอื่ งจากภายในเขตรว้ั พระราชฐานนนั้เป็นที่ตั้งของโรงงานเล็กๆ เก่ียวกับการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เช่น นาข้าวทดลอง ยุ้งฉางข้าวโรงสีขา้ ว โรงเลีย้ งโคนม บ่อเล้ียงปลานลิ เรือนเพาะชำ โรงเหด็ หอ้ งปฏบิ ัติการวิจัยและแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และโรงงานเก่ียวกับการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรเป็นจำนวนมาก สิ่งเหล่านี้คือโครงการทดลองส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ที่ทรงเริ่มต้น และค่อยๆ ขยายขอบข่ายงานตั้งแต่ปี ๒๕๐๔เป็นตน้ มาจุดเรม่ิ ต้นโครงการทดลองส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา สืบเนื่องจากในปี ๒๕๐๓ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ฟ้ืนฟูพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เพื่อเป็นการรักษาขนบธรรมเนียมโบราณราชประเพณีและเปน็ การบำรงุ ขวัญกำลังใจแก่เกษตรกร ซ่งึ ได้ถือเป็นประเพณีปฏิบตั สิ บื ตอ่ มาจนถงึ ปจั จุบัน จึงทรงให้ 83

กรมการข้าวในสมัยนั้นนำข้าวพันธ์ุต่างๆ จากทั่วประเทศมาทดลองปลกู ในพนื้ ทแ่ี ปลงนาขา้ วทดลองณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิตเพอื่ ศกึ ษาวธิ กี ารทำนา รวมทง้ั การปลกู พชื หมนุ เวยี นเพ่ือบำรุงดิน ก่อนนำความรู้มาเผยแพร่ให้แก่เกษตรกร โดยในปี ๒๕๐๔ ซึ่งเป็นปีแรกของการดำเนินงาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงขับรถไถนาแบบ ๔ ล้อ หรือที่เรียกว่าควายเหล็กคันแรกของประเทศไทย รวมท้ังทรงหว่านข้าวและทรงเกย่ี วขา้ วดว้ ยพระองคเ์ อง ผลผลติ ขา้ วจากแปลงนาขา้ วทดลอง สว่ นหนง่ึ จะนำไปใชใ้ นพระราชพธิ พี ชื มงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในปถี ัดไปตราบจนถงึ ปจั จุบนัสวนจติ รลดา... แหล่งกำเนดิ โครงการส่วนพระองค์ จากการท่ี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จ พระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปในจังหวัดต่างๆ และ ทรงพบว่า ราษฎรส่วนใหญ่ยังคงมีความเดือดร้อนและ ประสบปญั หามากมายในการดำรงชวี ติ โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ชาวไทยทยี่ ดึ อาชพี เกษตรกรรม พระองคฯ์ จงึ ทรงมงุ่ มน่ั ทจี่ ะ พฒั นาการเกษตรของไทยใหเ้ จรญิ กา้ วหนา้ เพอื่ ชว่ ยเหลอื เหลา่ พสกนิกรใหห้ ลุดพ้นจากความทุกขย์ าก ดว้ ยเหตดุ งั กลา่ ว พระองคฯ์ จงึ มพี ระราชดำรทิ จ่ี ะศกึ ษา คน้ ควา้ และทดลองโครงการตา่ งๆและนำความรู้น้ันมาฝึกฝนปฏิบัติจนเกิดผลประจักษ์แจ้งและเกิดความชำนาญเสียก่อนที่จะทรงนำไปประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาและเผยแพร่แก่เกษตรกร รวมทั้งเป็นการแสวงหาแนวทางการพัฒนาทถี่ ูกตอ้ งและเหมาะสมกบั สภาพสงั คมไทยและสภาพแวดลอ้ มในแต่ละท้องถน่ิ โดยจำลองความเปน็ อยู่และการประกอบอาชีพของราษฎรจากภาคต่างๆ ท่ัวประเทศมาอยู่ในบริเวณท่ีประทับ เพ่ือทดลองหาวิธีแก้ไขปญั หาตา่ งๆ ให้ถูกต้องและตรงจุดด้วยพระองค์ฯ เอง ไม่ว่าจะเปน็ โครงการปา่ ไม้สาธิต เพอ่ื ศกึ ษาเกย่ี วกับพนั ธไ์ุ ม้ การเพาะเลีย้ งปลานิล เพ่อื เปน็ อาหารโปรตีนราคาถกู ใหแ้ กเ่ กษตรกร โดยเฉพาะโรงโคนมสวนจติ รลดา ถอื เปน็ จดุ เรมิ่ ตน้ โครงการกง่ึ ธรุ กจิ ภายในโครงการสว่ นพระองค์ สวนจติ รลดา และมกี ารแปรรปูผลิตนมเป็นนมสดพาสเจอร์ไรส์ นมผงสวนดุสิต นมเม็ดสวนดุสิต ตลอดจนผลิตภัณฑ์อื่นๆ ท่ีผลิตได้จากน้ำนมสด แสดงให้เห็นถึงการใช้ประโยชน์จากกระบวนการผลิตในทุกข้ันตอนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดรวมถึงกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายที่เกิดข้ึนภายใต้ร่มพระบารมีในพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน หรือทค่ี นสว่ นใหญเ่ รยี กว่า “สวนจิตรลดา” 84

วัตถปุ ระสงค์ของโครงการสว่ นพระองค์ สวนจติ รลดา โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดามวี ตั ถุประสงคเ์ พื่อ หน่ึง ศกึ ษา ทดลอง และวจิ ัยหาวิธีแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับงานทางด้านการเกษตร เช่นการปลูกข้าว การเล้ียงโคนม การเพาะพันธ์ุปลานิลรวมถึงอุตสาหกรรมการเกษตรต่างๆ สอง โครงการศึ ก ษ า ท ด ล อ ง ดั ง ก ล่ า ว เ ป็ น ตั ว อ ย่ า ง ใ ห้ ผู้ ท่ี ส น ใ จสามารถเข้ามาศึกษา และนำไปประยุกต์ใช้ได้ และสาม การดำเนนิ การตา่ งๆ ดงั กลา่ ว ไมม่ งุ่ หวงั ผลตอบแทนในเชิงธุรกิจ แต่เป็นการดำเนินการเพ่ือบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎร เช่น เมื่อเกิดปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างโรงนมผงข้ึน เพื่อแปรรูปน้ำนมดิบให้เก็บไว้ได้นานข้ึน โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นทุนในการก่อสร้าง และยังมีการต้ังศูนย์รวมนม เพื่อรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรผเู้ ลีย้ งโคนมด้วย ด้วยพระวิสัยทัศน์ พระปรีชาสามารถของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงอุทิศพื้นท่ีในเขตพระราชฐาน เพอื่ เปน็ สถานทที่ ดลองโครงการตา่ งๆ โดยไมห่ วงั ผลตอบแทน ทำให้วันนี้ โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา กลายเป็น แหล่งรวมนวัตกรรมและองค์ความรู้ด้านการเกษตรของ แผ่นดิน อันเป็นต้นแบบท่ีสามารถนำไปถ่ายทอดให้แก่ เกษตรกรในภูมิภาคต่างๆ และจากพระราชประสงค์ท่ีจะให้โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา เป็นโครงการศึกษาทดลอง และเป็นโครงการตัวอย่าง จึงมีพระบรมราชานญุ าตใหผ้ ู้ทส่ี นใจสามารถเข้าชมกิจการ รวมทั้งฝึกปฏิบตั ิงาน เพอื่ เรียนรกู้ จิ กรรมการเกษตรตามแนวพระราชดำริ นำความรไู้ ปเปน็ แบบอยา่ งหรอื แนวทางในการประกอบอาชพี ตอ่ ไป ซงึ่ ปจั จบุ นั มผี สู้ นใจเขา้ ชมและศกึ ษาดงู านทงั้ จาก นกั เรยี น นสิ ติ นกั ศกึ ษา ขา้ ราชการ บรษิ ทั เอกชน ตลอดจนประชาชนทว่ั ไป ประมาณ๔๐,๐๐๐ - ๕๐,๐๐๐ คนต่อปียดึ แนวพระราชดำริ “เศรษฐกจิ พอเพียง” การดำเนินงานท้ังหมดในโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา แม้จะมีขอบข่ายหลากหลายต้ังแต่การพัฒนาสายพันธ์ุข้าวของกรมการข้าวและสายพันธ์ุโคนมร่วมกับกรมปศุสัตว์ จนถึงการพัฒนาเครอื่ งจกั รและเทคโนโลยใี นการแปรรปู ผลติ ผลทางการเกษตร แตส่ ง่ิ หนง่ึ ทเี่ ปน็ ลกั ษณะรว่ มกนั ในโครงการท้ังหมดก็คือ การมุ่งเน้นดำเนินงานโดยยึดแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเกี่ยวกับ 85

“เศรษฐกิจพอเพียง” ซ่ึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรอย่างยั่งยืน ให้เกษตรกรสามารถพ่ึงตนเองได้ควบคู่ไปกับการอนรุ ักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ นอกจากน้ี แมว้ า่ จะมหี ลกั วชิ าการชน้ั สงู รองรบั แตโ่ ครงการสว่ นพระองค์ สวนจติ รลดา กเ็ นน้ การใชว้ ธิ กี ารและเครอื่ งจกั รทไ่ี มย่ งุ่ ยากซับซ้อน สามารถดัดแปลงและหาได้ง่ายในประเทศ ซ่ึงเหมาะสำหรับเกษตรกรที่จะนำไปปรับใช้กับความต้องการของแต่ละคน เช่น มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรภายในประเทศ เพ่ือลดการนำเข้าผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ และการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยกระบวนการผลิตที่ง่าย แต่มีประสิทธิภาพ ประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายโดยดำเนนิ การภายใตก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตรท์ มี่ กี ารศกึ ษา ทดลอง เกบ็ รวบรวมขอ้ มลู และผลการศกึ ษาเพือ่ เผยแพร่องค์ความร้ใู หแ้ กเ่ กษตรกร และประชาชนผู้สนใจท่ัวไปรปู แบบโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา โครงการสว่ นพระองค์ สวนจติ รลดา เปน็ โครงการท่ีเร่ิมดำเนินการจากพระราชทรัพย์ สว่ นพระองค์ และดำเนนิ การตอ่ มาดว้ ยรายได้ จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ รวมทั้งจากการ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินสนับสนุนจากพสกนิกร ตลอดจนการน้อมเกล้าฯ ถวายอาคาร เครื่องมือ และคำแนะนำต่างๆ ทั้งจาก ภาคเอกชน หน่วยราชการและสถาบันการ ศกึ ษา จงึ ถือเปน็ หน่วยงานราชการท่สี ามารถ บ ริ ห า ร จั ด ก า ร ด้ า น บั ญ ชี แ ล ะ ก า ร เ งิ นเล้ียงตนเอง ซ่ึงแต่ละโรงงานจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของตน และมีบัญชีเบิกจ่ายแยกกันไป โดยโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา แบ่งกิจกรรมออกเป็น ๒ ประเภท คือ โครงการที่ไม่ใช่ธุรกิจ และโครงการกงึ่ ธุรกจิ โครงการประเภทไมใ่ ชธ่ รุ กจิ นบั เปน็ ตน้ กำเนดิ ของโครงการสว่ นพระองค์ สวนจติ รลดา เนอื่ งจากพระราชประสงค์เร่ิมแรกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการดำเนินโครงการคือ เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตร โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในระยะยาว เพื่อให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้ ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติโดยทรงเริม่ “นาข้าวทดลอง” และ “ป่าไม้สาธิต” ภายในพระตำหนกั จติ รลดารโหฐาน 86

จากน้ันจึงมีโครงการประเภทไม่ใช่ธุรกิจเกิดขึ้นตามมาอีกหลากหลายโครงการ โดยได้รับคำปรึกษาสนับสนุนจากหน่วยงานท้ังภาครัฐ และภาคเอกชนท่ีเก่ียวข้องต่างๆ อาทิ กังหันลม ระบบผลิตน้ำเยน็ โดยใช้พลังงานความร้อนจากแกลบ บา้ นพลังงานแสงอาทติ ย์ ระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทติ ย์ระบบผลติ กระแสไฟฟ้าด้วยพลงั งานลม และการเพาะเลย้ี งเน้อื เยอ่ื พืช ตัวอย่างโครงการประเภทไมใ่ ช่ธรุ กจิ นาขา้ วทดลอง ในปี ๒๕๐๔ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ให้กรมการข้าวจัดทำนาขา้ วทดลองปลูกข้าวพันธ์ุต่างๆ ซ่ึงทางราชการได้ขอพระราชทานเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกท่ีปลูกได้ส่วนหนึ่งไปใช้ในพระราชพธิ ีพชื มงคลจรดพระนงั คลั แรกนาขวัญ และเกบ็ เมล็ดพนั ธ์ุสำหรบั ไว้ใชใ้ นพระราชพธิ ีปถี ัดไป ป่าไม้สาธิต ในคราวเสด็จฯ แปรพระราชฐานไปประทับ ณ วังไกลกังวล อำเภอหัวหินจงั หวดั ประจวบครี ขี นั ธ์ เมอื่ เสดจ็ ฯ ผ่านอำเภอท่ายาง จงั หวดั เพชรบุรี ทอดพระเนตรสองขา้ งทางมีตน้ ยางขนาดใหญป่ ลกู อยจู่ ำนวนมาก จงึ มพี ระราชดำรทิ จี่ ะสงวนบรเิ วณปา่ ยางนไ้ี วเ้ ปน็ สวนสาธารณะ แตไ่ มส่ ามารถดำเนินการได้เพราะมีราษฎรทั่วไปทำสวน ทำไร่ จึงทรงทดลองปลูกต้นยางด้วยพระองค์ฯ เอง โดยทรงเพาะเมลด็ ยางในกระถางบนพระตำหนกั เปย่ี มสขุ วงั ไกลกงั วล และทรงปลกู ตน้ ยางนนั้ ในแปลงปา่ ไมท้ ดลองต่อมา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำพันธ์ุไม้ต่างๆ ท่ัวประเทศมาปลูกในบริเวณพระตำหนักจิตรลดารโหฐานในลักษณะปา่ ไม้สาธิตโดยคณะวนศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ และกรมปา่ ไม้ ปลานิล ในปี ๒๕๐๘ สมเด็จพระจกั รพรรดแิ ห่งญป่ี ่นุ ขณะน้นั ดำรงพระยศเปน็ มกฎุ ราชกมุ ารเจา้ ชายอากฮิ โิ ตะ ไดท้ ลู เกลา้ ฯถวายพันธุ์ปลาจากประเทศญ่ีปุ่น (TilapiaNilotica) จำนวน ๕๐ ตวั พระองคฯ์ ทรงเลยี้ งไว้ในบ่อปลาภายในสวนจิตรลดา โดยทรงปล่อยปลาดว้ ยพระองคฯ์ เอง และไดพ้ ระราชทานชอ่ืปลาพันธุ์ใหม่ว่า “ปลานิล” พร้อมทั้งพระราชทานพันธ์ุปลานิลดังกล่าวแก่กรมประมง เพือ่ นำไปขยายพนั ธ์ุทวั่ พระราชอาณาจักร ข้าวไร่ ในปี ๒๕๑๗ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทดลองปลูกข้าวไร่ (ขา้ วหยอดหลุม) ข้นึ ในบรเิ วณสวนจติ รลดา เพือ่ ชว่ ยแก้ปญั หาทม่ี ีผลผลติ ต่ำ ซ่ึงทำใหเ้ กษตรกรมีรายได้จากขา้ วไรไ่ มเ่ พยี งพอกับค่าครองชพี โครงการประเภทกงึ่ ธรุ กจิ เปน็ การศกึ ษาทดลองเกยี่ วกบั การแปรรปู ผลผลติ ทางการเกษตรและจำหน่ายโดยไม่แสวงผลกำไรและไม่แข่งขันทางธุรกิจ แต่มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนได้บริโภคผลิตภัณฑ์ท่ีผลิตได้ภายในประเทศในราคาที่เป็นธรรม และนำรายได้มาใช้พัฒนาโครงการส่วนพระองค์ 87

สวนจิตรลดาต่อไป โดย “โรงโคนม” เป็นโครงการก่ึงธุรกิจโครงการแรกที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้น โดยมีพระราชประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ชาวไทยได้ด่ืมน้ำนมซ่ึงมีคุณค่าต่อร่างกาย และส่งเสริมให้เป็นอาชีพใหม่แก่เกษตรกร ในระยะแรกของการส่งเสริมการเล้ียงโคนม พระองค์ฯ ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สาธิตการปลูกหญ้าข้ึนในสวนจิตรลดา โดยวิธีทำ “นาหญ้า” เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำวิธกี ารน้ไี ปทดลองปฏิบตั ิ สำหรับโครงการประเภทก่ึงธุรกิจสามารถแบ่งเป็นกลุ่มงานต่างๆ ได้แก่ กลุ่มงานเกี่ยวกับนมและการแปรรูปผลิตภัณฑ์นม กล่มุ งานเก่ียวกับการเกษตรและการแปรรูปทางการเกษตร กลมุ่ งานทดลองผลิตภัณฑเ์ ช้อื เพลิง ดังนี้ กลุ่มงานเก่ียวกับนมและการแปรรูปผลิตภัณฑ์นม มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเผยแพร่ความรู้เก่ียวกับการเล้ียงโคนมในประเทศไทย และการแปรรปู นำ้ นมดบิ เปน็ ผลติ ภณั ฑต์ า่ งๆ พรอ้ มทง้ั สง่ เสรมิ ใหป้ ระชาชนบรโิ ภคนมและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากน้ำนม ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ได้แก่ โรงโคนมสวนจิตรลดา โรงนมผงสวนดุสิต ศูนย์รวมนม โรงนมเม็ดสวนดุสิต โรงเนยแข็งโรงนมยเู อชที สวนจิตรลดา และโรงนำ้ ดม่ื กลุ่มงานเก่ียวกับการเกษตรและการแปรรูป ทางการเกษตร ไดแ้ ก่ โรงสขี า้ วตวั อยา่ งสวนจติ รลดาและโรงบด แกลบ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับ การเก็บรักษาข้าวเปลือก การสีข้าว และการใช้ประโยชน์ จากผลพลอยได้จากการสีข้าว พร้อมทั้งส่งเสริมให้ชาวนา รวมกลุ่มกันเป็นสหกรณ์ และดำเนินการสีข้าวเปลือก โรงน้ำ ผลไม้พาสเจอร์ไรส์ สวนจิตรลดา โรงน้ำผลไม้บรรจุกระป๋อง โรงผลไม้อบแห้ง และขนมอบ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและ เผยแพรค่ วามรเู้ กยี่ วกบั การแปรรปู ผลผลติ ผกั และผลไม้ รวมทงั้ส่งเสริมให้ประชาชนบริโภคผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผักและผลไม้ นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาและเผยแพร่ความรู้เก่ียวกับการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร และการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ได้แก่ โรงปุ๋ยอินทรีย์ การเพาะเลี้ยงสาหร่ายเกลียวทอง และการแปรรูปสาหร่ายเกลียวทองโรงเพาะเห็ด โรงน้ำผ้ึง และโรงหล่อเทียน กลุ่มงานทดลองผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการผลิตแก๊สโซฮอล์ ดีโซฮอล์และการผลิตไบโอดีเซล เพ่ือเป็นพลังงานทดแทนน้ำมัน รวมทั้งการผลิตผลิตภัณฑ์จากแอลกอฮอล์ เช่น การผลิตแอลกอฮอล์แข็งเจลลา้ งมอื ไม่ต้องใช้นำ้ นำ้ หอมแก้วเจา้ จอม ฯลฯ 88

ตัวอย่างโครงการก่งึ ธรุ กจิ ... สง่ เสรมิ อาชพี และการบริโภคผลิตภัณฑ์ในประเทศ โรงโคนม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นภายใน เขตพระราชฐานสวนจิตรลดา โดยพระราชทาน พระราชทรพั ยส์ ว่ นพระองคใ์ นการจดั สรา้ ง และเรม่ิ เลยี้ ง โคนม ๖ ตัว ซ่ึงบริษัท เอส.อาร์. จำกัด น้อมเกล้าฯ ถวาย ๔ ตวั และกรมปศสุ ตั วน์ ้อมเกล้าฯ ถวาย ๒ ตัว โดยไดร้ ดี นมและนำนำ้ นมจำหนา่ ยใหแ้ กข่ า้ ราชบรพิ ารภายในสวนจิตรลดา เมื่อปี ๒๕๐๔ ต่อมาเมื่อมีจำนวนโคนมเพิ่มข้ึน ทำให้สามารถผลิตน้ำนมสดออกจำหน่ายแก่บุคคลภายนอกและโรงเรียนในละแวกใกล้เคียง เมื่อมีกำไรสะสมมากข้ึน จึงได้ขยายงานออกไปตามลำดับ ทั้งในด้านการผลติ น้ำนม คณุ ภาพของนม และการส่งเสรมิ อาชีพแกเ่ กษตรกร โรงนมผงสวนดุสิต ในปี ๒๕๑๒ เกิดภาวะนมสดล้นตลาดภายในประเทศ พระบาทสมเด็จพระเจา้ อย่หู วั ทรงทราบถึงความเดอื ดร้อนของผู้เลี้ยงโคนม ทไี่ มส่ ามารถจำหนา่ ยนมสดท่ีผลิตได้ มีนมสดเหลืออยู่มากเกินความต้องการของตลาด จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างโรงงานผลิตนมผงขนาดย่อมข้ึนภายในสวนจิตรลดา เพื่อทดลองผลิตนมผงจากนมสดท่ีรับซื้อจากสมาชิกผู้เล้ียงโคนมเป็นการแก้ปัญหานมสดล้นตลาดและบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรส่วนหนึ่ง และได้เสด็จฯทรงเปิดโรงงานเม่ือวนั ที่ ๗ ธนั วาคม ๒๕๑๒ และพระราชทานช่ือว่า “โรงนมผงสวนดสุ ติ ” ซึง่ ถือเป็นโรงนมผงแหง่ แรกในประเทศไทย ศูนย์รวมนม สวนจิตรลดา การผลิตนมผงในระยะแรกประสบอุปสรรคและภาวะขาดทุนอยู่เนืองๆ จึงมีความจำเป็นท่ีจะต้องดำเนินกิจการอ่ืนเสริม จึงทรงสร้าง “ศูนย์รวมนม” ขึ้นในปี ๒๕๑๒เพื่อรับซ้ือน้ำนมดิบจากเกษตรกร และจากสหกรณ์ต่างๆ โดยผ่านกรรมวิธีการผลิตระบบพาสเจอร์ไรส์และโฮโมจิไนส์ มีระบบการบรรจุอัตโนมัติเพื่อนำรายได้จากการจำหน่ายไปสนับสนุนการดำเนินกิจการของโรงงานนมผงสวนดุสติ ในระยะเร่ิมตน้ โรงสีข้าวตัวอย่าง สวนจิตรลดา ด้วยทรงห่วงใยฐานะความเป็นอยู่ของชาวนา และทรงตระหนักว่า ชาวนาส่วนใหญ่มีหนี้สิน เน่ืองจากการขายข้าวเปลือกได้ในราคาถูก แต่ต้องซื้อข้าวสารและเครื่องอุปโภคในราคาแพง จึงมีพระราชดำรัสว่าสมควรท่ีจะแก้ไข โดยมีพระราชดำริให้จัดต้ังโรงสีข้าวตัวอย่าง ซึ่งกองเกษตรวิศวกรรม กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดส่งเจ้าหน้าท่ีมาควบคุมดำเนินการก่อสร้างโรงสีข้าว และทำการสีข้าวในระยะเริ่มแรก ในปี ๒๕๑๔ โครงการนี้ถือเป็นโครงการเพื่อการศึกษาหาข้อมูลต่างๆ เก่ียวกับการเก็บรักษาข้าว และการสีข้าวให้ได้ผลดี โดยจัดซ้ือข้าวเปลือกจากชาวนาในต้นฤดูกาลเก็บเกี่ยว นอกจากน้ัน ยังมีการทดลองใช้แกลบให้เป็นประโยชน์โดยนำไปผสมกับดินทำเป็นปุ๋ยใช้ในการปลูกผักสวนครัว ไม้ดอก และอัดแกลบบดเป็นแท่ง เพ่ือนำไปใช้เปน็ เช้อื เพลิงแทง่ ต่อไป 89

บทสัมภาษณ์ นายแก้วขวัญ วัชโรทัย เลขาธิการพระราชวัง ผู้อำนวยการโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา นายแกว้ ขวญั วชั โรทยั ไดร้ บั พระมหากรณุ าธคิ ณุ จากสมเดจ็ พระศรนี ครนิ ทราบรมราชชนนีให้ตามเสด็จฯ ไปศึกษาต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซ่ึงเป็นเหตุการณ์หนึ่งที่คุณแก้วขวัญกล่าวว่าไม่เคยลืมในพระมหากรณุ าธคิ ุณ และถอื เป็นการเรมิ่ ต้นของการเปน็ ขา้ ราชบรพิ ารในพระองค์ หลังจากสำเร็จการศึกษาคุณแก้วขวัญได้เข้ารับราชการที่สำนักพระราชวัง จวบจนได้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพระราชวัง ต้ังแต่ปี ๒๕๓๐ จนถึงปัจจุบัน ในขณะเดียวกันคุณแก้วขวัญยังได้รับพระมหากรุณาธคิ ณุ โปรดเกลา้ ฯ ใหเ้ ป็นผู้อำนวยการโครงการส่วนพระองค์ สวนจติ รลดา ต้ังแต่เร่มิ ดำเนนิกิจการ ในปี ๒๕๐๔ 90

เริม่ ต้นโครงการสว่ นพระองค์ สวนจิตรลดา ผมได้มีโอกาสตามเสด็จฯ ไปศกึ ษาทปี่ ระเทศสวติ เซอรแ์ ลนด์ และโปรดเกลา้ ฯให้ศึกษาทางด้านการเกษตร เมื่อกลับมาแล้วผมก็ทำงานรับใช้พระองค์ตั้งแต่คร้ังท่ียังไม่มีโครงการสว่ นพระองคฯ์ ตอ่ มาพระบาทสมเดจ็พระเจา้ อยหู่ วั ทรงใชพ้ น้ื ทภี่ ายในสวนจติ รลดาอันเป็นที่ประทับส่วนหนึ่ง ทำโครงการสว่ นพระองคฯ์ เพอ่ื เปน็ แหลง่ ทดลองวทิ ยาการใหม่ๆเกี่ยวกับการเกษตร และเป็นแบบอย่างในการดำรงชีวติ แบบเศรษฐกิจพอเพียง ก่อนจะเร่ิมโครงการฯ ต้องหักร้างถางพงและปรับพื้นที่ให้เรียบ เน่ืองจากสมัยนั้นบริเวณสวนจิตรฯ ชุกชุมไปด้วยงู แล้วจึงเร่ิมกิจการโครงการต่างๆ ในปี ๒๕๐๔ เป็นต้นมา ซ่ึงในช่วงเร่ิมต้นนั้นมกี ารทำนาขา้ วทดลองและปา่ ไมส้ าธติ ในบรเิ วณทป่ี ระทบั ไดป้ ลกู ตน้ ไมน้ านาชนดิ โดยไดร้ บั ความชว่ ยเหลอืจากกรมป่าไม้ และคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งคิดเฉลี่ยแล้วเป็นบริเวณที่ปลูกต้นไม้ถึง ๑๒๕ ไร่ คือปลกู ประมาณ ๑ ใน ๔ ของบริเวณทปี่ ระทบั เมือ่ มีพระราชดำริให้จัดตงั้ โครงการส่วนพระองคฯ์ ขนึ้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ใหผ้ มเป็นผอู้ ำนวยการ มหี นา้ ทดี่ แู ลเกย่ี วกบั กจิ การเกษตรในสวนจติ รลดา แลว้ ตอ่ มาจงึ ไดโ้ ปรดเกลา้ ฯ ใหเ้ ปน็ เลขาธกิ ารพระราชวัง โดยพระองค์ทรงย้ำดว้ ยว่าเป็นเลขาธิการพระราชวงั แลว้ อย่าท้ิงโครงการฯ ผมเปน็ ผอู้ ำนวยการโครงการสว่ นพระองคฯ์ ตงั้ แตเ่ รมิ่ แรก โดยโครงการสว่ นพระองคฯ์ แบง่ เปน็๒ แบบ คือ แบบไม่ใช่ธรุ กิจ และแบบกึง่ ธรุ กิจโครงการแบบไม่ใช่ธุรกจิ ... ทดลองและพฒั นาเพอ่ื การเกษตร โครงการแบบไม่ใช่ธุรกิจนั้นเป็นแบบท่ีดำเนินการโดยท่ีไม่มีรายได้ แต่มีส่วนราชการหรือหน่วยงานต่างๆ มาช่วยในการดำเนินการ เช่น กรมการข้าว กรมป่าไม้ กรมประมง โครงการเหล่านี้จึงประกอบด้วย การทำนาข้าวทดลอง เมื่อปี ๒๕๐๔ การทำข้าวไร่ โดยทดลองปลูกเมื่อปี ๒๕๑๗การทำป่าไม้สาธิต ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปลูกต้นไม้จากภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากนิสิตและอาจารย์คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และข้าราชการกรมป่าไม้ ท้ังนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือการศึกษา โดยเฉพาะพวกท่ีเรียนเกี่ยวกับตันไม้ต้องรู้ถึงลักษณะต้องรู้ว่าเปลือกต้นไม้และการเจริญเติบโตเป็นอย่างไร เช่น ต้นยางท่ีปลูกมาตั้งแต่ต้น เหมาะสมกับดินทใี่ ช้ปลกู เพยี งใด 91

นอกจากน้ี มีการเล้ียงปลานิลเดมิ ทมี กี ารเลยี้ งปลาหมอเทศซง่ึ เอฟ.เอ.โอ.นำมาถวาย ปรากฏวา่ คนไมช่ อบรบั ประทานเพราะมีกล่ิน เมื่อเจ้าชายอากิฮิโตะ มกุฎราชกุมารญ่ีปุ่นนำปลานิลมาถวาย ๒๕ คู่จงึ พระราชทานใหเ้ จา้ หนา้ ทไี่ ปเลย้ี ง ตอนหลงัปลาเหลือ ๒๐ ตัว ทางกรมประมงจงึ จดั ส่งเจ้าหน้าท่ีมาช่วยดำเนินการ จนเด๋ียวนี้มีเป็นล้านๆ ตัว พิสูจน์ได้ว่าปลานิลขยายพันธ์ุเก่งและเจริญเติบโตรวดเร็วถา้ หากเลีย้ งไม่แออัดจนเกินไปโครงการแบบกงึ่ ธุรกิจ... ส่งเสรมิ อาชพี ประชาชน สำหรับโครงการแบบก่ึงธุรกิจ จะเปน็ การศกึ ษาทดลองเกยี่ วกบั การแปรรปู ทางการเกษตรต่างๆ โดยไม่แสวงผลกำไร เช่น โรงสีข้าวตัวอย่าง มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้ผลิต ผู้บริโภค ได้มีการติดต่อ ใกลช้ ดิ โดยไมห่ วงั ผลกำไรจากการซอื้ ขาย มากเกินไป โดยเฉพาะชาวนาซ่ึงเป็นทั้ง ผู้ผลิตและผู้บริโภค ทั้งน้ี ไม่ใช่เป็นการ ตดั คนกลาง แตเ่ ปน็ การชว่ ยใหช้ าวนามสี ว่ น เป็นเจ้าของกิจการ และยินดีให้ภาคเอกชนหรอื ชาวบ้านทีร่ วมกลุ่มเปน็ สหกรณ์ เข้ามาศกึ ษาข้อมลู การลงทุนเพ่ือนำไปดำเนนิ การเองได้ อย่างไรกต็ าม โรงสีขา้ วตวั อยา่ งนตี้ ้องศกึ ษาข้อมลู ทกุ ๆ อยา่ งในการสขี า้ ว รวมถงึ การทดลองเก็บขา้ วดว้ ยวิธีต่างๆ ว่าวธิ ีใดจะได้ผลดที ส่ี ุด ตลอดจนทดลองการสีขา้ ว ซึ่งพบว่าถ้าข้าวเปลือกทเ่ี ราซอื้ มาด้อยคุณภาพ เมื่อสีข้าวออกมาจะได้จำนวนน้อยลง รวมทั้งทรงโปรดเกล้าฯ ให้ดำเนินโครงการอ่ืนๆ เช่นโครงการสรา้ งโรงบดแกลบแลว้ อดั ใหเ้ ปน็ เชอ้ื เพลงิ แทง่ และทดลองเผาแกลบอดั แทง่ ใหเ้ ปน็ ถา่ น ออกจำหนา่ ยการทดลองนำแอลกอฮอลจ์ ากออ้ ยมาใช้เป็นเชื้อเพลงิ เปน็ พลงั งานทดแทน เป็นตน้ ทั้งนี้ การทำงานทุกอย่างจะต้องสรุปผลถวายรายงานเป็นระยะๆ และทุกปีต้องทำรายงานการดำเนินงานประจำปเี ปน็ รูปเลม่ ถวายดว้ ย 92

ทรงสอน... ทำใหด้ ีทสี่ ดุ ด้วยความรอบคอบ พระราชจริยวัตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่ีทรงงานอย่างหนักและมีพระวิริยะอุตสาหะ เป็นแบบอย่างในการทำงานที่ผมจดจำและดำเนินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระราชกรณยี กิจตา่ งๆ ซงึ่ เปน็ ที่ประจักษ์และทราบกันดีว่า พระองค์ทรงงานอย่างมากมายเพ่ือประชาชนเสมอมา พระองค์ทรงสอนผมว่า ต้องทำให้ดีที่สุดทำใหส้ ำเรจ็ ดว้ ย อยา่ ไปคดิ ทอ้ แท้ ตอ้ งมคี วามอดทน และมคี วามตั้งใจดี การจะทำสิ่งใดควรจะไตร่ตรองคิดให้รอบคอบ นึกถึงขอ้ ดแี ละขอ้ เสียก่อนจะลงมือทำ ดังนั้น หลักในการทำงานของผมจึงยึดตามแนวทางการทรงงานของพระองค์ ที่มุ่งเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อส่วนรวม ผมจึงทำงานถวายให้ดีที่สุด มีความจริงจังกับงาน โดยไม่นึกถึงส่ิงตอบแทนแตป่ ระการใด ตอนนอ้ี ายมุ าก พระองคก์ ย็ งั ทรงใชง้ านอยู่ แสดงวา่ ทรงวางพระราชหฤทยั ในตวั เรา คดิ แบบนี้กไ็ มเ่ หนอ่ื ย ไมท่ อ้ และขอทำงานดว้ ยความจงรกั ภกั ดี และเทดิ ทนู สถาบนั ชาติ ศาสนา และพระมหากษตั รยิ ์อย่างสูงสดุ ตลอดไปพสกนกิ รมีความสุข... เป้าหมายของพระองค์ ดังท่ีพสกนิกรชาวไทยได้ประจักษ์แล้วว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงใช้พ้ืนที่ภายในพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน อันเป็นที่ประทับ ดำเนินโครงการส่วนพระองค์ฯ เพ่ือเป็นแหล่งทดลองวทิ ยาการใหมๆ่ เกยี่ วกบั การเกษตร เรยี กไดว้ า่ ทกุ ตารางนวิ้ ของพนื้ ทโ่ี ครงการสว่ นพระองคฯ์ นนั้ เตม็ ไปดว้ ยโครงการทดลองมากมายทกี่ ่อประโยชน์สูงสดุ ตอ่ เกษตรกรไทย ดังนั้น ส่ิงที่ผมได้เห็นมาตลอดและประทับใจผมอยู่เสมอมาคือ พระองค์ทรงเป็นห่วงเหล่าพสกนิกรท่ีประกอบอาชีพเกี่ยวกับการเกษตรมาก เมื่อเกษตรกรมีปัญหาและขอความช่วยเหลือกม็ พี ระเมตตาและพระราชทานความชว่ ยเหลอื ใหพ้ น้ จากความทกุ ขย์ าก โดยถอื เปน็ พระราชภารกจิ ของพระองคโ์ ดยตรง และทปี่ ระทบั ใจมากทสี่ ดุ อกี เหตกุ ารณห์ นง่ึ กค็ อื ทรงไมพ่ ระราชทานพระบรมราชานญุ าตใหข้ นึ้ ราคานมผงสวนดสุ ติ เนอื่ งจากเปน็ โครงการทดลอง และไมม่ วี ตั ถปุ ระสงคใ์ นเรอ่ื งกำไร แตอ่ ยา่ งไรกต็ ามโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ก็ยังมีความจำเป็นท่ีจะต้องปรับราคาข้ึนบ้างตามสถานการณ์โดยไมไ่ ด้เน้นเรอื่ งผลกำไรแต่อยา่ งไร 93

๓ แนวพระราชดำริในการพัฒนาประเทศ แ ล ะ ก า ร น้ อ ม น ำ ไ ป สู่ ก า ร ป ฏิ บั ติ 94

สว่ นที่ ๓ แนวพระราชดำริในการพัฒนาประเทศ และการน้อมนำไปสู่การปฏิบัติ จากการเสด็จพระราชดำเนินเย่ียมเยียนราษฎรท่ัวประเทศในทุกภูมิภาค พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั ทรงรบั ทราบถงึ ความทกุ ขย์ ากเดอื ดรอ้ นของราษฎร โดยเฉพาะปญั หาโรคภยั ไขเ้ จบ็ เนอ่ื งจากขณะน้ันการพัฒนาประเทศยังไม่เจริญก้าวหน้าเท่าท่ีควร ในระยะแรกพระองค์จึงมีพระราชดำริจากสิ่งที่จำเป็นที่สุดก่อน คือ ด้านการแพทย์ สาธารณสุข และสังคมสงเคราะห์ เพ่ือช่วยเหลือราษฎรท่ีเจ็บไข้ได้ป่วยและยากไร้ ในพ้ืนที่ห่างไกลทุรกันดาร ให้พ้นจากโรคภัยท้ังผอง โดยทรงตระหนักว่าเม่ือเหล่าพสกนิกรมีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงแล้วก็จะสามารถทำประโยชน์ด้านอ่ืนๆ ต่อไปได้ จากน้ันจึงเป็นเร่ืองสาธารณูปโภคขั้นพ้ืนฐานและส่ิงจำเป็นในการประกอบอาชีพ อาทิ ถนน แหล่งน้ำเพ่ือการเกษตร การอุปโภคบริโภค การพัฒนาอาชีพ การศึกษา ฯลฯ ท่ีเอ้ือประโยชน์ต่อการดำรงชีพของประชาชน และพฒั นาคุณภาพชวี ิตใหด้ ขี ้ึนพระมหากษตั รยิ น์ ักพฒั นา เพ่ือประโยชน์สขุ สปู่ วงประชา ทุกคร้ังที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปยังพื้นท่ีชนบท พระองค์จะทรงซักถามเรื่องราวต่างๆ ทำให้ทรงรับทราบถึงปัญหาท่ีเกิดขึ้นจากราษฎรเอง และจากเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติงานอยใู่ นพน้ื ท่ี รวมทง้ั ทรงสงั เกตสภาพทางภมู ศิ าสตรแ์ ละสงั คมไปพรอ้ มๆ กนั โดยทรงรวบรวมขอ้ มลู เหลา่ นไ้ี ว้เพื่อเป็นแนวทางที่จะพระราชทานพระราชดำริช่วยเหลือราษฎรให้มีความอยู่ดีกินดี และสามารถพึ่งตนเองได้ ซ่ึงเป็นท่ีประจักษ์และซาบซ้ึงในน้ำพระทัยและพระวิริยะอุตสาหะของพระองค์ ท่ีทรงทุ่มเทพระวรกายและพระทัยในการทรงงานอย่างมิย่อท้อต่อความเหน่ือยยากในการเสด็จฯ ไปทุกหนแห่งเพื่อปดั เปา่ ทุกข์ และนำประโยชน์สขุ ส่ปู วงประชาในทกุ พ้ืนที่ ไม่ว่าจะเชื้อชาติและศาสนาใด โดยพระองค์จะทรงงานอยา่ งถ่ถี ว้ น รอบคอบ และรอบดา้ น สมดังพระราชสมัญญานาม “พระมหากษตั ริยน์ ักพัฒนา”ดงั พระอรรถาธบิ ายการทรงงานของพระองคใ์ นพระราชดำรสั ของสมเดจ็ พระนางเจา้ ฯ พระบรมราชนิ ีนาถทีพ่ ระราชทานเนอื่ งในโอกาสวนั เฉลิมพระชนมพรรษา เมอ่ื วนั ที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๔ ความตอนหนึ่งวา่ “...พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงติดตามงานทุกโครงการโดยตลอด และทรงงานละเอียดมากทุกอย่าง ภาพที่คุ้นตาประชาชนคือ ภาพที่ทรงถือแผนที่ ที่ติดพระองค์เป็นประจำ แม้เวลาประทับบนเฮลิคอปเตอร์ หรือเวลาที่ทรงขับรถยนต์ พระท่ีน่ัง จะทรงวางแผนท่ีไว้ข้างพระองค์ และทอดพระเนตรสภาพพื้นท่ีจริงเทียบกับ แผนท่ี และทรงซกั ถามชาวบา้ นถงึ ชอื่ หมบู่ า้ น ถนน แมน่ ำ้ ลำคลอง ทรงทำเครอื่ งหมายไว้ และเพ่ิมเติมข้อมูลใหม่ลงไปเสมอ ในห้องทรงงานท่ีพระตำหนักทุกแห่ง จะมีแผนท่ี ประเทศไทยขนาดใหญ่ติดผนังห้องไว้ ทำให้ทุกพื้นท่ีในประเทศไทยอยู่ในสายพระเนตร ตลอดเวลา...” 95

พระคลงั ขอ้ มลู ดา้ นการพฒั นา...สู่แนวพระราชดำริและโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ ขอ้ มลู ทพ่ี ระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ทรงทราบจากการเสดจ็ ฯ ไปทรงเยยี่ มราษฎรในภมู ภิ าคต่างๆ ดังกล่าว เป็นประดุจ “พระคลังข้อมูลด้านการพัฒนา” ที่ทรงนำมาเป็นฐานข้อมูลสำคัญเพื่อการดำเนินงานด้านการพัฒนา ด้วยพระราชประสงค์ที่ไม่เพียงจะให้ราษฎรมีคุณภาพชีวิตท่ีดีข้ึนเท่านั้นหากยังทรงมองถึงการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกข้ันพื้นฐาน และการพัฒนาคน ซึ่งจะช่วยเสริมให้การพัฒนาสภาพแวดล้อมโดยรอบทุกด้านๆ มีความก้าวหน้าทันต่อสถานการณ์ท่ีมีการเปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยทรงยดึ หลกั การอนรุ ักษ์วถิ ีชีวติ ขนบธรรมเนียมประเพณี ตลอดจนวัฒนธรรม และภูมิปัญญาของท้องถน่ิ ด้วย รวมถึงการเสรมิ สรา้ งคุณธรรมและจริยธรรมให้แก่ประชาชน ตลอดจนแนวคดิ ให้สามารถพึ่งตนเองได้ จึงจะเป็นการพัฒนาอย่างถาวรและย่ังยืน ดังปรากฏให้เห็นเป็นโครงการต่างๆ จำนวนกว่า๔,๑๐๐ โครงการ แนวพระราชดำริในการพัฒนาประเทศตามโครงการต่างๆ ล้วนเกิดจากพระอัจฉริยภาพและพระปรชี าสามารถของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ในการทรงคดิ คน้ ดดั แปลง ปรบั ปรงุ และแกไ้ ขให้การพัฒนาเป็นงานที่ดำเนินการได้โดยง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน และสอดคล้องกับสภาพความเป็นอยู่และระบบนเิ วศโดยสว่ นรวม ตลอดจนสภาพทางสงั คมของชมุ ชนนนั้ ๆ โดยทรงมจี ดุ มงุ่ หมายในการพฒั นาคน สงั คม และทรพั ยากรธรรมชาตอิ ยา่ งครบวงจร ใหบ้ งั เกดิ ความสมบรู ณ์ มน่ั คง และนำไปสกู่ ารพฒั นาอยา่ งยงั่ ยืนโดยแทจ้ ริง พระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงงานพัฒนาประเทศ โดยพระราชทานแนวพระราชดำริซ่ึงมีอยู่มากมายนั้น สำนักงานฯ ขอยกตัวอย่างแนวพระราชดำริในการพัฒนาประเทศด้านต่างๆ มาสรุปสาระสำคัญโดยสังเขปรวม ๑๔ ด้าน ได้แก่ ด้านการแพทย์และสาธารณสุข การศึกษา สังคมสงเคราะห์และสวสั ดกิ าร เกษตรกรรม การสง่ เสรมิ อาชพี ทรพั ยากรนำ้ ดนิ และปา่ ไม้ การพฒั นาชนบท การคมนาคมพลังงาน การจัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ รวมท้ังนำเสนอบทสัมภาษณ์ของผู้ถวายงานในการน้อมนำแนวพระราชดำริไปปฏิบัติใหบ้ งั เกดิ ผล โดยไดเ้ ลอื กมานำเสนอในบางดา้ น ไดแ้ ก่ ดา้ นการศกึ ษา นายขวญั แกว้ วชั โรทยั รองเลขาธกิ ารพระราชวัง ฝ่ายกิจกรรมพิเศษ และประธานกรรมการบริหารมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมและ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ เกษม วัฒนชัย องคมนตรี และเลขาธิการมูลนิธิพระดาบสด้านสงั คมสงเคราะหแ์ ละสวสั ดกิ าร นายกองเอก ดร.ดิสธร วัชโรทยั รองเลขาธกิ ารพระราชวัง ประธานกรรมการบรหิ ารมูลนธิ ิราชประชานเุ คราะห์ ในพระบรมราชูปถมั ภ์ และผู้อำนวยการกองงานส่วนพระองค์ด้านทรัพยากรน้ำ ดร.รอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) 96